รายงานการวิจัยในช้ันเรยี น
การพัฒนากล้ามเนื้อมอื โดยใช้ศิลปะการปั้น
ผ้วู ิจยั
นางสาววนั วสิ า ทพิ ย์โสตร
ครปู ระจำชั้นอนบุ าลปีท2่ี /6
โรงเรียนอนบุ าลสระบุรี
สำนกั งานเขตพนื้ ที่ประถมศึกษาสระบรุ ี เขต ๑
รายงานการวจิ ัยในชน้ั เรยี น
เร่อื ง การพัฒนากล้ามเนอ้ื มอื โดยใช้ศิลปะการปัน้ ของนกั เรยี นช้นั อนบุ าล 2/6
โรงเรยี นอนุบาลสระบรุ ี
ผวู้ จิ ยั นางสาววันวสิ า ทิพยโ์ สตร
ปีที่วจิ ยั 2564
ความสำคัญ
การจดั กจิ กรรมหลัก 6 กิจกรรมในระดบั ช้ันอนุบาล 2 ตามตารางกิจกรรมในแตล่ ะสัปดาห์ เดก็ จะได้
ปฏิบัตกิ ิจกรรมสร้างสรรคต์ ามความสนใจโดยครูจัดเตรยี มอปุ กรณใ์ ห้นกั เรยี นปฏิบัติ ตามขอ้ ตกลงร่วมกันกอ่ น
เขา้ ไปปฏิบัตกิ ิจกรรม
- วาดภาพด้วยสเี ทยี น
- การเล่นกับสี
- การพิมพภ์ าพ
- การปน้ั
- กรพบั ฉีก ปะ ตัดปะ
- การประดิษฐเ์ ศษวัสดุ
- การร้อยลูกปัด
- การสาน
- พลาสตกิ สรา้ งสรรค์
- กระดาษปักหมดุ โดยใช้หนงั ยาง
การปั้น ชว่ ยสง่ เสริมพัฒนากล้ามเน้อื มือใหก้ ับเด็ก ให้เดก็ สนกุ และประสบความสำเร็จเพราะทำได้ง่าย
การพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นการพัฒนารากฐานให้ครบทุกด้านตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ขอมาตรฐานท่ี 2
กลา้ มเนือ้ ใหญแ่ ละกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใชไ้ ด้อย่างคลอ่ งแคลว่ และประสานสัมพนั ธก์ นั ตัวบง่ ช้ที ี่ 2 มีทักษะใน
การใช้กล้ามเนือ้ เล็กจากสภาพของเดก็ ปฐมวัยชนั้ อนุบาลปีท่ี 2 ของโรงเรียนอนบุ าลสระบุรี ภายหลังจากท่ีได้
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนมา จากการสังเกตพบวา่ มีเด็กที่มีกลา้ มเนื้อมือไม่ประสานสัมพนั ธ์กันเทา่ ที่ควร
ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการใช้ ศิลปะการปั้น เพื่อปรับพฤติกรรมของ เด็กที่ยังมีพัฒนาการในด้านพัฒนา
กล้ามเนื้อมือยังไมเ่ หมาะสมกับวัยจากการสังเกตการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ยังไม่พัฒนาเทาทีค่ วร ผู้วิจัยได้ฝกึ
ปฏบิ ัตติ ามข้ันตอนตา่ ง ๆ แตผ่ ลยงั ไมพ่ ัฒนาเท่าที่ควร จงึ สนใจทจ่ี ะพัฒนาและทำการวิจยั เด็กให้มพี ฒั นาการดี
ข้ึนตามมาตรฐานที่ 2 ต้ัวบ่งชี้ท่ี 2 ใหเ้ หมาะสมกับวัย
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ศึกษาผลการใชว้ ธิ ีการปนั้ ดินนำ้ มัน ในการพัฒนากลา้ มเนือ้ มือ
2. เพ่ือพัฒนากลา้ มเนอ้ื มือประสานสมั พันธก์ บั ตา
ขอบเขตของการวิจยั
ประชากร
1. ประชากรทใ่ี ช้ในการศึกษาคน้ คว้า
ประชากรทีใ่ ช้ในการศึกษาครัง้ นี้ ได้แก่ เด็กนกั เรียนชายและนกั เรียนหญิงอายุระหว่าง 4-5 ปที ีก่ ำลงั ศกึ ษาอยู่
ในชน้ั อนบุ าลปที ่ี 2/6 โรงเรยี นอนุบาลสระบรุ ี
2. กลุ่มตัวอยา่ งที่ใชใ้ นการศึกษาคน้ ควา้
กลุ่มตัวอย่างทใี่ ช้ในการศกึ ษาครั้งนเ้ี ป็นเด็กชัน้ อนบุ าลปีท่ี 2/6 โรงเรยี นอนบุ าลสระบุรี ไดแ้ ก่
1) ด.ช.ภพทร พรหมสะอาด
ตัวแปรในการวจิ ยั
1. ตัวแปรอสิ ระ ได้แก่ การใช้ศลิ ปะการปั้น
2. ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่ การพฒั นาของกล้ามเนอ้ื มือ
เครื่องมือทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั
1. กิจกรรมสร้างสรรคโ์ ดยใช้ศลิ ปะการป้นั
2. เคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบบนั ทกึ พฤติกรรมก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
ศิลปะการป้นั
วธิ กี ารดำเนนิ การวิจัย
เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมเสรี โดยครูเป็นผู้สังเกตพฤติกรรมและบันทึกก่อนและหลังทำ
กจิ กรรมของเด็กโดยใชเ้ วลาปฏิบัติจริงตัง้ แตเ่ ดือนพฤศจิกายน 2564 – เดอื นธันวาคม 256๔ เปน็ ระยะเวลา
เดอื น โดยให้เด็กปฏิบัตกิ จิ กรรมดังน้ี
1. ให้เด็กเลน่ ดินนำ้ มนั หรอื แปง้ โดว์
2. ให้ปน้ั แล้วเลา่ เร่อื งราวเกี่ยวกับส่ิงที่ป้ัน
3. ให้ปั้นรปู ทรงต่าง ๆ แล้วนำมาต่อกัน
4. ใหป้ ัน้ ตามเร่ืองราวหรอื นิทานท่ีครูเล่า หรือเดก็ แตง่ ข้นึ เอง
5. ใหเ้ ดก็ ป้ันแป้งทำขนมงา่ ย ๆ เช่น ขนมบัวลอย
6. ใหเ้ ด็กปน้ั ตามใจชอบเป็นรูปสัตว์ คนหรอื สงิ่ ของเครือ่ งใช้
ผลการวจิ ัย
จากการบันทึกการจัดกิจกรรมการปั้น และแบบบันทึกพฤติกรรมก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
สรา้ งสรรค์ ในพฤศจกิ ายน 2564 – เดอื นธันวาคม 2564 ตามเกณฑก์ ารประเมนิ วเิ คราะหข์ ้อมูลพอสรุปได้
ดงั นใี้ นเดือนพฤศจิกายนเด็กสามารถป้นั ดินนำ้ มันได้บ้าง เด็กเริ่มปน้ั ดินน้ำมนั ได้ดี ในเดือนธันวาคม พฤตกิ รรม
เรม่ิ ดีข้ึนเรอ่ื ย ๆ สามารถทำกิจกรรมดว้ ยความตง้ั ใจ และเล่าเร่อื งประกอบผลงานได้
สรปุ ผลการวิจยั
ผลการปฏิบัติกิจกรรมของเด็กชั้นอนุบาลปีที่2/6 ในเดือนมกราคม สามารถมีพัฒนาการด้าน
กล้ามเนื้อมือที่แข็งแรง สามารถปั้นดินนำ้ มันได้เป็นเร่ืองราว และสื่อสารได้เข้าใจ ส่งผลให้เด็กมีการขีดเขียน
เส้นตา่ ง ๆ ได้อย่างอิสระและมคี วามมนั่ คงสามารถจบั สรี ะบายภาพไดด้ ขี นึ้ และมปี ระสานสมั พันธก์ ันดี
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัย
1. ครคู วรแสดงความชนื่ ชมในผลงานทุกช้นิ ท่ีเด็กได้ทำ
2. ควรจัดหาวัสดุ / สง่ิ ของท่หี ลากหลายเพื่อกระตุ้นให้เดก็ เกิดความสนใจในการทำกจิ กรรม
3. สง่ เสริมใหเ้ ด็กไดน้ ำเสนอความคิดหรือผลงานของตนเอง
4. ส่งเสริมให้เดก็ ได้ทดลองทำงานศิลปะแบบตา่ ง ๆ ทงั้ ท่ีมอี ยูแ่ ล้วหรือทเี่ ด็กคดิ ข้ึนเอง
ลงชอ่ื ...........................................................ผู้วิจัย
( นางสาววนั วิสา ทิพยโ์ สตร )
ตำแหนง่ ครู โรงเรียนอนบุ าลสระบุรี
ลงชอ่ื ............................................................ผบู้ ริหาร
( นายอิทธิรงค์ ปานะถึก )
ตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรียนอนบุ าลสระบรุ ี
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรปู้ ฐมวัย (อนุบาล) ปที ี่ ๒
สาระการเรียนรู้ เรอ่ื งราวเก่ียวกบั ตัวเดก็
หน่วยการเรียนรู้ ขยับกายสบายชีวา สาระการเรียนรยู้ ่อย รปู รา่ งลักษณะ
1. ช่ือกิจกรรม เสรี
2.จดุ ประสงค์
1. มีความคิดสร้างสรรคแ์ ละจนิ ตนาการ
2. เลน่ ร่วมกับผูอ้ ่นื ได้
3. สาระการเรยี นรู้
1. สาระทีค่ วรเรียนรู้
- การเล่นตามศูนย์ เป็น การเลน่ ในศูนย์ประสบการณต์ า่ ง ๆ อยา่ งอสิ ระ ซึ่งจะชว่ ยพฒั นาความคิด
และจนิ ตนาการของเดก็ ควบคู่ไปกบั ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั และการอยู่
ร่วมกนั เพื่อพฒั นาการเข้าสู่สังคม
2. ประสบการณ์สำคญั
- การเล่นเครือ่ งเลน่ สัมผสั
- การเล่นในหอ้ งเรยี น
4. วิธีดำเนนิ กจิ กรรม
1. เดก็ และครูรว่ มกนั สร้างข้อตกลงในการเล่นตามมุมประสบการณ์
2. เด็กเลือกเลน่ ตามศูนยป์ ระสบการณต์ ามความสนใจ
- ศูนย์หนงั สือ (เกี่ยวกับอปุ กรณ์กีฬา)
- ศูนย์ปนั้ ( ลกู บอล)
- ศนู ย์งานกระดาษ (ฉีกปะกระดาษบนภาพลูกบอล)
- ศูนย์สนี ้ำ (วาดภาพระบายตามจนิ ตนาการ)
- ศนู ยว์ าดภาพสีเทยี น (วาดภาพระบายตามจนิ ตนาการ)
3. เด็กเก็บของเข้าที่ใหเ้ รยี บรอ้ ยเมอ่ื เล่นเสร็จแล้ว
5. ส่อื
1. ศูนย์การเรียนตามชัน้ เรียน
6. การประเมิน
1. สงั เกตการร่วมกนิ กรรม
2. สังเกตความคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
3. สงั เกตการเล่นรว่ มกบั ผู้อืน่
แบบบนั ทกึ การสังเกตพฤตกิ รรม
ทักษะการใชก้ ล้ามเน้อื มือของเดก็
ชอื่ .................................นามสกุล.............................ชือ่ เลน่ ...............อายุ.................วนั ท่ีทำการสงั เกต...............
รายการ ระดับคะแนน หมายเหต
321
1.ความคล่องแคล่วในการใชก้ ลา้ มเน้อื มือ
2.ความยดื หยุ่นในการใช้กล้ามเนอ้ื มัดเลก็
3.ความสามารถในการควบคมุ ในการใช้
กล้ามเน้ือมัดเล็ก
4.การประสานสัมพันธ์ระหวา่ งมือกบั ตา
ขอ้ สงั เกตเพ่ิมเติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.