The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krusupansags, 2022-11-02 23:53:49

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยที่ 6

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง การเกิดเงามืดและเงามวั

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอื่ ง เงา อุปราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ชัว่ โมง

สอนวนั ที่ เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชวั่ โมง

1. สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพนั ธ์
ระหวา่ งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลนื่ ปรากฏการณ์ท่ีเกยี่ วข้องกับเสยี ง แสง
และคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ตวั ชี้วดั

ว 2.3 ป.6/7 อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

เม่ือนำวัตถุทึบแสงมากน้ั แสงจะเกดิ เงาบนฉากรับแสงทีอ่ ยดู่ า้ นหลงั วตั ถุ โดยเงามีรปู ร่างคลา้ ยวัตถุที่ทำ
ให้เกดิ เงา เงามัวเป็นบรเิ วณทม่ี แี สงบางส่วนตกลงบนฉาก สว่ นเงามดื เป็นบรเิ วณท่ีไม่มีแสงตกลงบนฉากเลย
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายการเกดิ เงามืดเงามัวจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษไ์ ด้ (K)
2) ทดลองการเกดิ เงาต่าง ๆ ได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและม่งุ มั่นในการทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มงุ่ มั่นในการทำงาน
7. สมรรถนะที่สำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา
4) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

8. ทักษะกระบวนการคิด
การคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ

9. เน้ือหาสาระ
เมอ่ื มวี ัตถกุ ้นั แสงจะเกดิ เงาบนฉากเปน็ บริเวณมดื หลงั วตั ถุ กลา่ วคอื เงาเกิดจากการทีต่ ัวกลางทบึ แสง

มาขวางกน้ั ทางเดนิ ของแสง โดยรูปรา่ งของเงาจะเปน็ ไปตามวัตถทุ ่ีมาก้ันแสง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. เงามืด คือ เงาในบรเิ วณทีไ่ ม่มแี สงผ่านไปถึง ทำให้บรเิ วณนนั้ มืดสนิท
2. เงามวั คือ เงาบรเิ วณทม่ี แี สงบางส่วนผา่ นไปถึง และทำให้บรเิ วณนนั้ มดื ไมส่ นทิ

ตัวอย่างการเกิดเงามืดและเงามวั

10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครูใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรื่อง เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ
2) ครูให้นกั เรีนยอา่ นนิทานอีสปเร่ืองสนุ ัขกบั เงา ในหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ สสวท หนา้

78 – 79 จากนั้นต้งั คำถามเพอ่ื กระตุน้ ความคิดของนกั เรียน ดงั น้ี
- นิทานอีสบเร่อื งสนุ ขั กบั เงาให้ข้อคิดที่ตรงกบั สำนวนไทยวา่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : โลภมากมักลาภหาย)
- ในนทิ านสงิ่ ทีส่ ุนัขให้เป็นสุนัขอีกตัวในลำธารคืออะไร เกิดขึน้ ได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : เงา ซ่ึงเกดิ จากมวี ตั ถุกนั้ แสง)

3) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกบั เงาท่ีเกิดในชวี ิตประจำวัน ในประเด็นดังนี้
- ลักษณะของเงาที่พบ
- สขี องเงาที่เกิดขน้ึ เป็นอยา่ งไร

4) ครูชแ้ี จงจดุ ประสงคใ์ นการเรียนใหแ้ ก่นกั เรยี นทราบ

ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา
5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำกิจกรรมเงาเกิดขึ้นได้อย่างไรและมี

ลักษณะอย่างไร โดยให้นักเรียนศึกษาขั้นตอนการทดลองในหนังสือเรียนวิทยาศาสาตร์ และในใบบันทึกผล
กิจกรรม เรอื่ ง เงาเกิดขึน้ ไดอ้ ยา่ งไรและมลี ักษณะอยา่ งไร

6) ครูให้นักเรียนทำการทดลองตามขั้นตอนในระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรม ครูคอยให้
คำแนะนำนกั เรียนเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั การสงั เกตหรือการวางตำแหน่งของวตั ถตุ ่าง ๆ

7) ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น โดยใหร้ ะหว่างนีใ้ ห้
นักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งของผลการทดลองวา่ เหมอื นหรือแตกตา่ งจากของเพอ่ื นอยา่ งไร

ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
8) ครตู ั้งคำถามเพือ่ กระตนุ้ ความคิดและใช้เปน็ แนวทางในการสรุปผลการทดลอง ดงั นี้
- เงาเกดิ ขึน้ ได้อยา่ งไร
- เงามีลักษณะเหมอื นหรือแตกต่างจากวัตถุท่ีทำให้เกดิ เงาอยา่ งไร
- รูปร่างของเงากบั รปู รา่ งของวตั ถดุ ้านที่มากนั้ แสงสมั พนั ธก์ นั หรือไมอ่ ยา่ งไร
9) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง โดยให้นักเรียนได้เสนอความคิดเห็นและนำ

คำตอบจากคำถามชวนคดิ มาใช้เป็นแนวทางในการสรปุ ผลการทดลอง (แนวคำตอบ : จากการทดลองพบว่าเงา
เกดิ จากการมีวตั ถุไปก้ันแนวการเคลอ่ื นทขี่ องแสงซง่ึ เอาที่เกิดแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทคอื เงามืดและเงามัวเม่ือ
ระยะหา่ งระหวา่ งแหลง่ กำเนดิ แสงวตั ถแุ ละฉากเปลีย่ นไปขนาดของเงามดื และเงามวั จะเปลี่ยนไปดว้ ย)

10) ครูอธบิ ายความร้เู ก่ียวกับเงามืดและเงามัวเพ่ิมเติมดังนี้
- เงามืด คือ เงาในบริเวณทีไ่ มม่ แี สงผา่ นไปถึง ทำใหบ้ ริเวณน้ันมดื สนทิ
- เงามัว คือ เงาบรเิ วณที่มีแสงบางส่วนผ่านไปถงึ และทำให้บรเิ วณน้นั มืดไม่สนิท

ขัน้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
11) ครูขยายความเข้าใจของนกั เรียนเกี่ยวกบั วัตถุท่ีทำใหเ้ กดิ เงามดื และเงามัว โดยนักเรยี น

จะสังเกตเห็นว่าวัตถุทึบแสงจะทำให้เกิดเงามดื ส่วนวัตถุโปร่งใสจะทำให้เกดิ เงามัวเนื่องจากวัตถโุ ปร่งใสแสง
สามารถทะลผุ ่านได้

12) ครูขยายความเข้าใจนกั เรียนเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั ความสัมพันธข์ องระยะหา่ งของวัตถุกับฉาก
รับแสง ดังนี้

- หากฉากรับแสงอยู่ใกล้วัตถุ เงามดื จะมีขนาดใหญ่แตเ่ งามวั จะมขี นาดเลก็
- หากฉากรับแสงอยู่ไกลจากวัตถมุ ากข้ึน เงามดื จะมีขนาดเล็กลง แต่เงามัวจะมี
ขนาดใหญข่ ้ึน ( ยกเว้นหากแหล่งกำเนิดแสงมขี นาดใหญเ่ ทา่ วตั ถจุ ะทำใหเ้ งามืดมี
ขนาดใหญเ่ ทา่ กบั ขนาดของวัตถเุ สมอ)
13) ครูขออาสาสมัครนักเรียน 1 คน จากนั้นครูใช้กระจกเงาส่องไปยังนักเรียน และให้
นักเรียนในห้องคนอื่น ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าภาพที่ปรากฏบนกระจกเงาคือเงาใช่หรือไม่ อย่างไร

(แนวคำตอบ : ไม่ใช่ เงาไม่ใช่ภาพสะท้อนจากวัตถุอื่น หรือวัตถุผิวเรียบบางชนดิ แต่เงาเป็นบรเิ วณท่ีไม่มแี สง
หรือมีแสงบางสว่ นตกกระทบบนฉาก)

ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
14) ครแู ละนกั เรยี นสรปุ ผลการทำกิจกรรมเงาเกิดขนึ้ ได้อย่างไรและมีลักษณะอย่างไร โดยให้

นักเรยี นมีบทบาทสำคัญในการแสดงความคดิ เหน็
15) ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายในประเด็นคำถาม

ต่างๆตอ่ ไปน้ี
- เงามดื และเงามัวมีความแตกตา่ งกันอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : เงามืด คือ เงาในบรเิ วณนั้นมดื สนทิ เงามัว คือ เงาบริเวณทน่ี ัน้ มืด
ไม่สนทิ )
- ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งวัตถทุ ี่นำมากั้นแสงแล้วทำให้เกดิ เงามดื 2 ชนิด
(แนวคำตอบ : ตามความคดิ เห็นของนกั เรียน แตต่ อ้ งเป็นวัตถุทบึ แสง)
- ให้นักเรียนยกตัวอยา่ งวัตถุทน่ี ำมากนั้ แสงและทำใหเ้ กิดเงามวั 2 ชนิด
(แนวคำตอบ : ตามความคิดเหน็ ของนักเรียน แตต่ อ้ งเปน็ วตั ถทุ ึบแสง)
- หากนกั เรยี นต้องการสร้างแบบจำลองให้เกิดเงาทม่ี ขี นาดใหญ่ขึน้ บนฉาก นักเรียน
จะวางวตั ถกุ ับฉากรับแสงอย่างไร
(แนวคำตอบ : วางฉากรับแสงอยู่ใกล้วตั ถุ)

16) ครปู ระเมนิ นักเรยี นจากการตรวจสมดุ เรือ่ ง การเกดิ แรงไฟฟ้า การจำแนกวสั ดทุ ี่ทำให้เกิด
แรงไฟฟ้า และการมสี ว่ นรว่ มในการตอบคำถามในช้นั เรียน
11. ส่ือการเรียนรู้

1) ส่ือการเรียนรู้
1.1) หนงั สือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบบนั ทึกผลกิจกรรม เรื่อง เงาเกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไรและมีลกั ษณะอย่างไร
1.3) อปุ กรณ์ในการทดลอง เร่อื ง เงาเกิดขึ้นไดอ้ ยา่ งไรและมีลกั ษณะอยา่ งไร
1.4) กระจกเงา

2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ท่ี วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบบันทึกผลกจิ กรรม แบบประเมนิ การทำงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2 สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
ในกิจกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
3 สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง การเขียนแผนภาพรังสขี องแสงแสดงการเกิดเงามืดและเงามวั

กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 เร่ือง เงา อุปราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ช่ัวโมง

สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชัว่ โมง

1. สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏสิ มั พันธ์
ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับเสยี ง แสง
และคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ตวั ชวี้ ดั

ว 2.3 ป.6/7 อธิบายการเกดิ เงามืดเงามัวจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ว 2.3 ป.6/8 เขียนแผนภาพรงั สขี องแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามวั
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
เมื่อนำวัตถุทึบแสงมาก้นั แสงจะเกดิ เงาบนฉากรับแสงท่ีอยูด่ า้ นหลงั วัตถโุ ดยเงามรี ูปรา่ งคล้ายวัตถทุ ่ีทำ
ให้เกิดเงา เงามวั เป็นบรเิ วณที่มีแสงบางสว่ นตกลงบนฉาก สว่ นเงามืดเป็นบริเวณท่ีไม่มแี สงตกลงบนฉากเลย
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) อธิบายการเกดิ เงามดื เงามวั จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ได้ (K)
2) เขียนแผนภาพรงั สขี องแสงแสดงการเกดิ เงามดื เงามัว (P)
3) รบั ผิดชอบและมุ่งมนั่ ในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มงุ่ มั่นในการทำงาน
7. สมรรถนะทสี่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสรุปอ้างองิ
1.2) ทักษะการให้เหตุผล
2) ความสามารถในการสือ่ สาร
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

9. เนอ้ื หาสาระ
เมือ่ แสงจากแหล่งกำเนิดแสงส่องไปท่ีวตั ถทุ บึ แสง (วัตถทุ ่ใี ช้กน้ั แสง)จะปรากฏเงาลกั ษณะตา่ งๆขึ้นทาง

ด้านหลงั ของวตั ถทุ ำใหส้ ามารถเขียนแผนภาพรังสขี องแสงแสดงการเกดิ เงามดื และเงามวั ไดด้ งั น้ี
1 แหลง่ กำเนดิ แสงมีขนาดเลก็ เป็นจุด
- การเขยี นเสน้ แนวทางเดนิ ของแสงจะลากเสน้ รงั สีของแสงเพยี ง 2 เสน้ ไปทฉ่ี ากรับ
- เกิดเงามัวเทา่ นน้ั ไม่ว่าจะวางฉากห่างจากวัตถุมากหรอื นอ้ ยเพียงใด

2 แหลง่ กำเนดิ แสงมีขนาดเลก็ หรอื เท่ากับวตั ถุ
- การเขียนเส้นทางเดินของแสงจะลากเส้นรังสขี องแสงเพยี ง 4 เสน้ ไปท่ีฉากรับแสง
- เกดิ เงามัวลอ้ มเงามดื ไม่ว่าจะวางฉากหา่ งจากวา่ ถูกมากหรอื น้อยเพียงใด

3 แหลง่ กำเนดิ แสงมีขนาดใหญก่ ว่าวตั ถทุ ่ีใช้ก้นั แสง
ในการเขยี นเสน้ แนวทางเดนิ ของแสงจะลากรงั สีของแสงเพียง 4 เสน้ ไปทฉ่ี ากรับแสง โดยจะ

เกดิ เงามดื และเงามวั ขึน้ ในลักษณะตา่ งๆ ตามตำแหน่งทีฉ่ ากรับแสงตั้งอยู่

10. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

• วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขน้ั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครูสาธิตการเกิดเงิน โดยใช้ฉากรับแสง และหลอดไฟในการทำให้เกิดเงา จากนั้นให้

นกั เรียนรว่ มกันทายว่าวัตถุท่ีอยดู่ ้านหลงั ฉากนน้ั คอื อะไร
2) ครูให้นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั การเกิดเงาทเี่ กดิ ขน้ึ บนฉากกราฟ

ในประเด็นต่างๆดังน้ี
- เงาทน่ี ักเรียนสังเกตเห็นเปน็ เงามดื หรอื เงามัวเพราะเหตใุ ด
- เงาท่นี กั เรยี นสังเกตเหน็ มขี นาดเหมือนกบั วัตถหุ รอื ไมเ่ พราะเหตใุ ด
(แนวคำตอบ : ขึน้ อยู่กับวตั ถุทีใ่ ช้ก้นั แสง)

3) ครูและนกั เรยี นทบทวนความรเู้ ดมิ เกย่ี วกับการเกิดเงาและความสัมพันธข์ องขนาดเงากับ
ระยะทางระหว่างวัตถกุ ับแหลง่ กำเนิดแสงและสำหรบั แสง

4) ครูชแ้ี จงจุดประสงค์ในการเรยี นให้แกน่ ักเรียนทราบ
ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา

5) ใหน้ กั เรยี นจับกล่มุ กลุ่มละ 3-4 คน เพอ่ื ทำกิจกรรมการเขยี นแผนภาพรังสีของแสงแสดง
การเกิดเงามืดและเงามวั ซึ่งมขี ั้นตอนการทำกจิ กรรมดงั น้ี

- แต่ละกลมุ่ จะได้รบั ใบความรู้การเขียนแผนภาพรังสีของแสง
- ศกึ ษาวธิ กี ารเขียนแผนภาพรงั สีของแสงจากใบความร้ทู ไ่ี ด้รับ
- เขยี นแผนภาพรงั สขี องแสงตามเง่ือนไขที่กำหนด ดงั น้ี

1) วตั ถุ A มขี นาดเท่ากบั แหล่งกำเนดิ แสง
2) วัตถุ B มีขนาดใหญ่กว่าวตั ถทุ ่ใี ชก้ ้ันแสง
3) วัตถุ C มขี นาดเล็กเปน็ จุด
- ให้นกั เรยี นในกลมุ่ รว่ มกันระดมความคดิ เห็นเพ่ือเขยี นแผนภาพรงั สีของแสง ตาม
สถานการณท์ กี่ ำหนด และวาดภาพลงในสมุดบันทกึ ของตนเอง
6) ในระหว่างที่นกั เรียนทำกิจกรรม ครคู อยให้คำแนะนำนกั เรยี นเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั การวาดเส้น
รังสี ตำแหนง่ ของแหลง่ กำเนดิ แสง วตั ถุที่ก้นั แสง และฉากรบั แสง
7) ครูให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มจบั คูก่ ับสมาชิกกลุม่ อ่ืนๆ เพื่อแลกเปลี่ยนสมุดเพือ่ ให้มีโอกาสได้
รว่ มแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ และตรวจสอบความถกู ต้องของแผนภาพรังสีท่ีวาด
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้
8) อธบิ ายความร้นู ักเรียนเพิม่ เติมเกี่ยวกับการวาดแผนภาพรงั สขี องแสงดงั น้ี
- แหล่งกำเนิดแสงมีขนาดเลก็ เปน็ จุด เขียนเสน้ แนวทางเดนิ ของแสงจะลากเส้นรงั สี
ของแสงเพียง 2 เสน้ ไปทฉ่ี ากรับ และเกิดเงามัวเท่าน้ัน
- แหล่งกำเนิดแสงมีขนาดเล็กหรือเท่ากบั วตั ถุ เขียนเส้นทางเดินของแสงจะลากเส้น

รงั สขี องแสงเพยี ง 4 เส้นไปท่ีฉากรับแสง เกิดเงามัวล้อมเงามืด
- แหลง่ กำเนิดแสงมขี นาดใหญก่ วา่ วัตถุที่ใชก้ น้ั แสง เขยี นเสน้ แนวทางเดินของแสงจะ
ลากรงั สขี องแสงเพยี ง 4 เสน้ ไปท่ฉี ากรบั แสง โดยจะเกิดเงามดื และเงามวั ขนึ้ ใน
ลักษณะต่างๆ ตามตำแหน่งทฉี่ ากรบั แสงตง้ั อยู่
9) ครูให้นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกบั ปัจจัยที่มีผลตอ่ ขนาดของเงาจากการทำกิจกรรม
เขียนแผนภาพรังสขี องแสง ดังนี้
- ขนาดของแหลง่ กำเนิดแสง
- ระยะห่างระหวา่ งวัตถกุ ับแหล่งกำเนิดแสง
- ระยะหา่ งระหวา่ งวตั ถุกับฉากรบั แสง
10) ครูยกตัวอยา่ งสถานการณ์จำลอง “หากนำวัตถุเข้าใกล้แหลง่ กำเนิดแสงหรอื นำวตั ถอุ อก
หา่ งจากแหล่งกำเนิดแสงแตเ่ งามืดและเงามัวทเ่ี กิดขึ้นมขี นาดเท่าเดิมเป็นเพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : เพราะ
แหลง่ กำเนดิ แสงมีขนาดเล็กหรอื เท่ากับวัตถ)ุ
ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ
11) ครูขยายความเข้าใจของนักเรียน โดยการยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น
เมื่อเราไปยนื ตากแดด ทำไมเราจึงเห็นเงาของตัวเอง (แนวคำตอบ : ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงเมื่อแสง
จากดวงอาทติ ย์เคลื่อนท่ีผ่านตัวเราซงึ่ เป็นตัวกลางทบึ แสง จึงทำให้เกิดเงาขน้ึ ได้)
12) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายประโยชน์จากการเขียนแผนภาพรังสีของแสง
(แนวคำตอบ : ชว่ ยทำให้ประมาณขนาดของเงาหรือกำหนดขนาดของเงาท่ตี ้องการให้เกิดขน้ึ ได)้
13) ครูให้นกั เรยี นยกตวั อยา่ งการใช้ประโยชนจ์ ากเงาของคนไทย เชน่ การแสดงหนงั ตะลุง
ซึ่งชว่ ยสรา้ งความบนั เทิงให้กบั ผู้รับชม
14) ครูขยายความเข้าใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง แผนภาพรังสีของแสง
แสดงการเกดิ เงามดื และเงามวั
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล
15) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยการใหน้ ักเรียนรว่ มกนั เฉลยคำตอบในใบงาน
เรื่อง แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกดิ เงามืดและเงามัว
16) ครูให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปความรูจ้ ากการทำกิจกรรมและการนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
โดยให้นกั เรียนมบี ทบาทสำคญั ในการแสดงความคิดเหน็
17) ครูประเมนิ นกั เรียนจากการตรวจสมุด ใบงานเร่อื ง แผนภาพรงั สีของแสงแสดงการเกิด
เงามดื และเงามัว และการมสี ว่ นรว่ มในการตอบคำถามในชั้นเรยี น
11. ส่อื การเรยี นรู้
1) ส่ือการเรยี นรู้
1.1) หนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นแผนภาพรงั สขี องแสง

1.2) ใบงานเรอ่ื ง แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามดื และเงามวั
1.3) อุปกรณส์ าธติ การเกิดเงา และวตั ถุตัวอย่าง
2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) ห้องเรียน
2.2) ห้องสมุด
12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์
1 ตรวจสมดุ แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
2 สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ ม การทำงานรายบุคคล
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรม อนั พงึ ประสงค์

3 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้
และม่งุ มัน่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง ความหมายและประเภทของอปุ ราคา

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 เร่ือง เงา อปุ ราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ชว่ั โมง

สอนวันท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชัว่ โมง

1. สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
3. ตวั ชวี้ ัด

ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ
จันทรุปราคา
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

อุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงดาวโคจรเข้าไปในเงาของดาวดวงอื่นทำให้เกิดเงามืดชั่วคราว แบ่ง
ออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ สุริยุปราคา และจันทรปุ ราคา
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายความหมายของสุริยุปราคาและจันทรปุ ราคาได้ (K)
2) จำแนกประเภทของอปุ ราคาได้ (P)
3) รับผิดชอบและมงุ่ ม่ันในการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
11) ความสามารถในการคิด

1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการใหเ้ หตุผล
1.3) ทกั ษะการเช่ือมโยง
1.4) ทักษะการสรุปข้อมูล
2) ความสามารถในการสอ่ื สาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคิดวเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ

9. เนื้อหาสาระ
อุปราคา หมายถงึ ปรากฏการณท์ ด่ี วงดาวโคจรเข้าไปในเงาของดาวดวงอ่ืนทำให้เกิดเงามืดชั่วคราว

อปุ ราคาทเี่ รามองเห็นไดม้ ี 2 แบบ
1.สุริยปุ ราคา (Solar Eclipse หรอื Eclipses of sun) หรอื เรยี กว่า "สรุ ยิ คราส " เป็น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีดวงจันทร์อยู่
ระหว่างดวงอาทติ ยก์ ับโลก เงาของดวงจนั ทร์ จะทอดยาวมายงั โลก ทำให้คนบนโลก (บรเิ วณทมี่ ีเงาของดวง
จนั ทร์) มองเหน็ ดวงอาทิตย์เว้าแหวง่ หรอื บางแหง่ เหน็ ดวงอาทิตยม์ ืดหมดทง้ั ดวง

2.จันทรปุ ราคา (เรยี กได้หลายอยา่ ง เช่น จนั ทรคราส, จันทรคาธ, ราหูอมจันทร์ หรือ กบกิน
เดือน) คือปรากฏการณท์ ี่เกดิ ขนึ้ เมือ่ ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์ เรยี งอยใู่ นแนวเดยี วกนั พอดี
10. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

• วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขน้ั ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ
1) สำรวจความร้พู ื้นฐานของนกั เรียนเก่ียวกับเรอ่ื งของอุปราคาโดยการต้งั คำถามในประเดน็

ตา่ ง ๆ ต่อไปนี้
- อุปราคาคืออะไร
- อปุ ราคามกี ีป่ ระเภทอะไรบ้าง

2) ครใู หน้ ักเรยี นชมวีดที ัศน์การเกิดสรุ ิยุปราคาจากน้ันให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น
ว่าเปน็ อุปราคาประเภทใดเพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเหน็ ของนกั เรียน เช่น สุริยปุ ราคา
สังเกตจากสีของดวงอาทิตยท์ ่ีมีสีส้ม)

3) ครูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั คำท่ีใชเ้ รียกสุริยปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคาของ
ประเทศไทย ซงึ่ ในอดตี คนโบราณจะเรยี นปรากฎการณ์ดงั กลา่ ววา่ สรุ ิยคราส หรอื จันทรคราส เป็นตน้

4) ครใู หน้ กั เรียนเชื่อมโยงความร้แู ละอธิบายรว่ มกันเกยี่ วกับการเกิดเงากับปรากฏการณ์
สรุ ิยปุ ราคาและจันทรปุ ราคา

5) ครูช้แี จงจดุ ประสงค์ในการเรียนให้แกน่ ักเรยี นทราบ
ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา

6) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน เพื่อทำกิจกรรมสืบค้นข้อมูลประเภทของ
อุปราคา โดยให้นักเรียนร่วมกันสืบค้นข้อมูลในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ และอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม บันทึก
ขอ้ มลู ลงในสมดุ ของตนเอง

7) ในระหว่างทนี่ ักเรียนทำกจิ กรรมครูคอยให้คำแนะนำปรึกษาเพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั การเลือกใช้
คำสำคัญในการสบื คน้ ขอ้ มูล และการพจิ ารณาข้อมลู จากแหลง่ ข้อมูลท่ีน่าเชือ่ ถือ

8) ครใู หแ้ ตล่ ะกล่มุ นำเสนอผลการสืบค้นข้อมูล โดยในระหวา่ งท่ีนำเสนอให้นกั เรียนแต่ละ
กลุ่มตรวจสอบความถกู ตอ้ ง รวมไปถงึ แสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติมอยา่ งสร้างสรรค์ในเชงิ วิทยาศาสตร์

ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้
9) ครอู ธบิ ายความรนู้ ักเรยี นเกยี่ วกับอุปราคา โดยเช่ือมโยงความรู้กบั การเกดิ เงา ดังนี้
- สรุ ิยปุ ราคา เกิดจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน
ดวงอาทติ ยเ์ ปรียบเสมือนแหล่งกำเนิดแสง ดวงจันทรเ์ ปรียบเสมอื นกบั วตั ถุท่ีก้ัน
ทางเดินของแสง ทำให้เกิดเงา
- จันทรปุ ราคา เกดิ จากดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยใู่ นระนาบ
เดยี วกัน ดวงอาทิตยเ์ ปรียบเสมือนแหลง่ กำเนดิ แสง โลกเปรียบเสมอื นกับ
วัตถุทก่ี ้นั ทางเดนิ ของแสง
10) ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายเงาท่ีเกิดจากสรุ ิยุปราคาและจนั ทรปุ ราคา วา่ เป็นเงา

ประเภทใด เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : อิสระทางความคิดเหน็ ของนักเรยี น เชน่ เกดิ ไดท้ ้งั เงามืดและเงามวั
ขนึ้ อยู่กับระยะทางของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก)

ข้ันที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
11) ครขู ยายความเข้าใจของนักเรียนเกยี่ วกับการสงั เกตช่ือของอปุ ราคาแตล่ ะประเภทซงึ่ จะ

ช่วยใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจงา่ ยมากยิ่งขึ้น
- สรุ ิยุปราคา หรือสุริยะซง่ึ แปลวา่ ดวงอาทิตย์ หมายความว่าดวงอาทิตยม์ ืด
- จนั ทรุปราคา หรือดวงจันทรม์ ดื

12) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับปรากฏการณ์การเกิดสุริยุปราคาซึ่งมีผลทำให้
พระมหากษัตริย์ไทยได้รับสมญานามว่าเปน็ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอย่หู วั รัชกาลท่ี 4 พ่ไี ด้ทรงทำนายการเกดิ สุริยุปราคาลว่ งหน้า จนไดร้ ับการยกย่องจากตา่ งชาติ

ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
13) ครใู ห้นักเรียนรว่ มกันสรปุ ความร้จู ากการสืบคน้ ขอ้ มลู และการทำกิจกรรมภายในชั้นเรียน

โดยใหน้ ักเรยี นมีบทบาทสำคัญในการเสนอความคดิ เหน็
14) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยการตั้งคำถามในประเดน็ ตา่ งๆ ดังนี้
- อุปราคาหมายถึงอะไร
(แนวคำตอบ : ปรากฏการณ์ทดี่ วงดาวโคจรเข้าไปในเงาของดาวดวงอ่ืนทำใหเ้ กดิ
เงามดื ช่ัวคราว)
- อุปราคามีกป่ี ระเภทอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : อุปราคา มี 2 ประเภท ได้แก่ สรุ ิยปุ ราคา และจนั ทรปุ ราคา)
- ดวงจนั ทรบ์ งั แสงอาทติ ย์ เรยี กปรากฏการณน์ ีว้ า่ อะไร
(แนวคำตอบ : สรุ ิยปุ ราค)

15) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจสมุด การนำเสนอหน้าชัน้ เรียน และการมีส่วนร่วมใน
การตอบคำถามในชั้นเรียน
11. สือ่ การเรยี นรู้

1) ส่ือการเรยี นรู้
1.1) หนังสอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) วีดที ศั นก์ ารเกดิ สุรยิ ุปราคา
จาก https://www.youtube.com/watch?v=Rx5y1ABYUGY

2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรยี น
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ท่ี วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
1 ตรวจสมุด แบบประเมินการทำงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2 สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินคุณลักษณะ
3 สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อันพึงประสงค์
และมุ่งมั่นในการทำงาน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอื่ ง การเกิดสรุ ยิ ปุ ราคา

กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรอื่ ง เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ เวลา 11 ชั่วโมง

สอนวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา 1 ชวั่ โมง

1. สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
3. ตัวช้วี ดั

ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ
จันทรุปราคา
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

สรุ ิยปุ ราคา หรอื เรยี กว่า "สรุ ยิ คราส " เป็นปรากฏการณ์ทเี่ กิดข้นึ เมือ่ โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์
โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมดี วงจันทรอ์ ยู่ระหว่างดวงอาทิตยก์ ับโลก เงาของดวงจันทร์ จะทอดยาวมายัง
โลก ทำใหค้ นบนโลก มองเห็นดวงอาทิตยเ์ วา้ แหวง่ หรือบางแห่งเหน็ ดวงอาทิตย์มืดหมดท้ังดวง
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธิบายการเกดิ ปรากฎการณส์ ุรยิ ุปราคาลักษณะต่าง ๆ ได้ (K)
2) สร้างแบบจำลองปรากฎการณ์การเกิดสรุ ยิ ปุ ราคาได้ (P)
3) รับผิดชอบและมุ่งมัน่ ในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการให้เหตุผล
1.3) ทักษะการเชอ่ื มโยง
1.4) ทกั ษะการสรปุ ขอ้ มูล
2) ความสามารถในการส่อื สาร
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

9. เนื้อหาสาระ
สุริยุปราคา (Solar Eclipse หรือ Eclipses of sun) หรือเรียกวา่ "สุริยคราส " เป็นปรากฏการณท์ ่ี

เกิดขึ้นเม่อื โลก ดวงจนั ทร์ และดวงอาทติ ย์โคจรมาอยใู่ นแนวเดยี วกัน โดยมีดวงจนั ทรอ์ ยูร่ ะหวา่ งดวงอาทิตย์
กับโลก เงาของดวงจันทร์ จะทอดยาวมายงั โลก ทำใหค้ นบนโลก (บรเิ วณทม่ี ีเงาของดวงจันทร์) มองเหน็ ดวง
อาทติ ย์เวา้ แหว่ง หรือบางแหง่ เหน็ ดวงอาทติ ยม์ ดื หมดทงั้ ดวง

ลักษณะสรุ ยิ ปุ ราคา การเกิดสุรยิ ปุ ราคา
ลกั ษณะสุรยิ ปุ ราคา

สรุ ยิ ปุ ราคาเต็มดวง เกิดจากดวงจนั ทร์อยู่ใกลโ้ ลกมาก เงาของดวงจันทรจ์ งึ มขี นาดใหญ่ คนบนโลกท่ี
อยู่ในบรเิ วณเงามดื ของดวงจนั ทรจ์ ะเหน็ ดวงอาทติ ยม์ ดื ท้ังดวง

สุริยุปราคาบางสว่ น เกดิ จากคนบนโลกในบรเิ วณเงามัวบนผวิ โลก จึงมองเห็นดวงอาทิตยแ์ หวง่ เป็น
เสี้ยว

สรุ ยิ ปุ ราคาวงแหวน เกดิ จากดวงจนั ทร์อยหู่ า่ งจากโลกมาก ทำใหเ้ งาของดวงจันทร์ทอดไปไม่ถงึ ผิวโลก
ดวงจนั ทรจ์ ึงมขี นาดเล็กกวา่ ดวงอาทิตย์ จงึ บงั ดวงอาทติ ยไ์ ม่หมด

10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ

1) ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการเกิดอุปราคา โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย
ความหมายและประเภทของอุปราคา (แนวคำตอบ : อปุ ราคาเปน็ ปรากฏการณ์ทด่ี วงดาวโคจรเขา้ ไปในเงาของ
ดาวดวงอนื่ ทำใหเ้ กิดเงามืดช่ัวคราว แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ สุรยิ ุปราคา และจนั ทรุปราคา)

2) ครูขอตัวแทนอาสาสมัคร 2 คน เพื่อเล่นเกมวาดภาพแข่งขันการเกิดสุริยุปราคาหน้าช้นั
เรียน โดยให้นักเรียนตัวแทนอาสาสมัครวาดภาพตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ที่ทำให้เกิด
ปรากฏการณส์ ุริยปุ ราคาบนกระดาน นักเรียนคนใดวาดภาพเรว็ และถกู ตอ้ งท่ีสดุ จะเปน็ ผู้ชนะ

3) ครูใหส้ มาชกิ ในห้องร่วมกันตัดสินผลการแขง่ ขัน โดยตรวจสอบความถูกต้องของภาพการ
เกิดสุริยุปราคา นอกจากนี้นักเรียนควรจะพิจารณาความเหมาะสมของขนาดของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และ
โลก เพอ่ื หาผู้ชนะทว่ี าดแผนภาพไดถ้ กู ต้องมากทส่ี ุด

4) ครชู ี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แกน่ กั เรยี นทราบ
ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน เพื่อทำกิจกรรมการทดลองเรื่อง สุริยุปราคา
เกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร

6) สร้างแบบจำลองการเกิดสุรยิ ปุ ราคา โดยวางไฟฉาย ดนิ น้ำมนั และลูกโลกให้อยู่ในระนาบ
เดียวกนั อภปิ รายว่าไฟฉายและดนิ นำ้ มันใชแ้ ทนส่ิงใดในปรากฏการณ์น้ี (แนวคำตอบ : ไฟฉายแทนดวงอาทิตย์
ดนิ นำ้ มนั แทนดวงจันทร์ และลูกโลกจำลองโลก)

7) เปิดไฟฉาย จากนั้นเลื่อนดินน้ำมันไปมาระหว่างไฟฉายกับลูกโลก ให้ดินน้ำมันบังแสงไฟ
ฉาย จนเกิดเงามดื และเงามัวบนลกู โลก

8) นำคลปิ หขู าวหนบี กระดาษแขง็ เทาแล้วนำไปวางแทนที่ลกู โลก
9) เจาะรูบนกระดาษแข็งเทาขนาดตรงบรเิ วณเงามดื เงามัว และบริเวณที่ไม่เกิดเงา บริเวณ
ละ 1 รู
10) ให้นักเรียนร่วมกนั สังเกตรูปรา่ งของแหล่งกำเนดิ แสงผ่านแต่ละรูที่เจาะไว้ และบันทึกผล
ลงในใบบันทกึ ผลกจิ กรรมโดยการวาดรูป
11) ครใู ห้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายรูปร่างของดวงอาทติ ยเ์ มื่อผู้สังเกตอยูใ่ นบริเวณตา่ ง ๆ ของ
เงา พรอ้ มท้ังระบุชอ่ื สุริยุปราคาแตล่ ะแบบ
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้
12) ครูอธิบายความรู้เพ่ิมเติมโดยการตั้งคำถามเพื่อกระตุน้ ความคิดของนักเรียนในประเด็น
ตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปนี้

-ใหน้ ักเรยี นระบุตำแหนง่ ดวงดาวจากซ้ายไปขวาท่ที ำใหเ้ กดิ สรุ ิยุปราคา

(แนวคำตอบ : ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก)
- รปู ร่างของสุริยปุ ราคามกี ีแ่ บบ อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : 3 แบบ ไดแ้ ก่ สรุ ยิ ปุ ราคาเตม็ ดวง สุรยิ ุปราคาบางส่วน และ
สรุ ยิ ุปราคาวงแหวน)
13) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง โดยให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการแสดง
ความคิดเห็น (แนวคำตอบ : จากการทดลองพบว่าดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์มาก แต่เราสามารถ
มองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ได้ เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์
เม่อื ดวงจันทรแ์ ละดวงอาทิตย์มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันทีร่ ะยะเหมาะสม ทำให้เราสังเกตเห็นดวงจันทร์บัง
ดวงอาทติ ยไ์ ด)้
ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ
14) ครขู ยายความเขา้ ใจเพ่ิมเติมเกย่ี วกับรปู ร่างการเกิดสุรยิ ปุ ราคาในแต่ละลกั ษณะดงั นี้
- สุริยปุ ราคาเต็มดวง เกดิ จากดวงจันทร์อยูใ่ กลโ้ ลกมาก
- สรุ ยิ ปุ ราคาบางส่วน เกิดจากคนบนโลกท่อี ยู่ในบริเวณเงามวั บนผวิ โลกมองเห็น
ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เพยี งบางสว่ น
- สุริยุปราคาแบบวงแหวนเกิดจากดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกมาก ทำให้เงาของ
ดวงจันทร์ทอดไปไม่ถึงผิวโลก ดวงจันทร์จึงมีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์และบัง
ดวงอาทติ ย์ไม่หมด
15) ครูและนักเรียนรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับโอกาสในการพบปรากฏการณ์การเกิดสรุ ิยุปราคา
ว่าคนบนโลกมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ : แตกต่างกัน
โดยคนทอ่ี ยูใ่ นเขตเงามดื และเงามัวจงึ จะมโี อกาสเห็นปรากฏการณส์ รุ ิยุปราคา)
16) ครูขยายความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับการสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคา เนื่องจาก
เป็นปรากฏการณ์ทเี่ กิดขนึ้ ในเวลากลางวนั แสงของดวงอาทติ ยอ์ าจทำใหด้ วงตาไดร้ ับอันตราย ดังนั้นจึงควรใช้
อุปกรณ์ในการสงั เกต เช่น แว่นตาดูดวงอาทติ ย์ แผ่นกรองแสงอะลมู เิ นียม ไมลาร์ กระจกแผ่นกรองแสงสำหรับ
หนา้ กากเชือ่ มโลหะเบอร์ 14 ขนึ้ ไป เป็นต้น)
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล
17) ครูให้นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความร้ทู ่ีไดร้ บั จากการทำกิจกรรม สรุ ิยุปราคาเกิดขึน้ ไดอ้ ยา่ งไร
โดยใหน้ กั เรยี นมบี ทบาทสำคญั ในการเสนอสาระความรู้ และมคี รคู อยเพิ่มเติมเน้ือหาให้ครบถว้ น
18) ครตู ัง้ คำถามเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นในประเดน็ ต่างๆดังน้ี
- หากดวงจันทรอ์ ยู่ห่างจากโลกมากจะทำใหค้ นบนโลกมองเห็นสุรยิ ปุ ราคาแบบใด
(แนวคำตอบ : สรุ ิยปุ ราคาวงแหวน)

- คนบนโลกจะมองเหน็ สุริยุปราคาบางสว่ นเมอื่ อยู่ในตำแหนง่ ใดบนโลก
(แนวคำตอบ : อยูใ่ นเขตเงามวั )

19) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจใบงานเรอื่ ง เรือ่ ง สุรยิ ปุ ราคาเกิดขึน้ ไดอ้ ยา่ งไร และการ
มีสว่ นร่วมในการตอบคำถามในช้ันเรียน
11. สอ่ื การเรยี นรู้

1) ส่ือการเรียนรู้
1.1) หนงั สอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงานเรอ่ื ง สุรยิ ุปราคาเกดิ ขึ้นได้อยา่ งไร
1.3) อปุ กรณใ์ นการสรา้ งแบบจำลองสรุ ิยุปราคาเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร

2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) ห้องเรียน
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ท่ี วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
1 ตรวจใบบนั ทกึ ผลกจิ กรรม แบบประเมนิ การทำงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลักษณะ
3 สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อนั พงึ ประสงค์
และมงุ่ ม่ันในการทำงาน

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 5 เรอื่ ง การเกิดจันทรปุ ราคา

กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 เรอ่ื ง เงา อปุ ราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ชัว่ โมง

สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 1 ช่ัวโมง

1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
3. ตัวช้ีวดั

ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์จันทรุปราคาและ
จนั ทรปุ ราคา
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จันทรุปราคา (เรียกได้หลายอย่าง เช่น จันทรคราส, จันทรคาธ, ราหูอมจันทร์ หรือ กบกินเดือน) คือ
ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ ข้นึ เมือ่ ดวงอาทติ ย์ โลก และดวงจนั ทร์ เรยี งอยใู่ นแนวเดยี วกันพอดี
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธิบายการเกิดปรากฎการณ์จนั ทรปุ ราคาลักษณะต่าง ๆ ได้ (K)
2) สรา้ งแบบจำลองปรากฎการณ์การเกิดจันทรุปราคาได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและมุง่ มนั่ ในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์
1) มวี นิ ัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุง่ มนั่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการใหเ้ หตุผล
1.3) ทักษะการเชื่อมโยง
1.4) ทักษะการสรปุ ข้อมลู
2) ความสามารถในการส่อื สาร
3) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคิดวเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ

9. เนื้อหาสาระ
จันทรปุ ราคา (เรียกไดห้ ลายอย่าง เช่น จนั ทรคราส, จนั ทรคาธ, ราหอู มจนั ทร์ หรือ กบกินเดอื น) คือ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขน้ึ เม่ือดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์ เรยี งอย่ใู นแนวเดียวกนั พอดี

ลักษณะจนั ทรปุ ราคา การเกิดจนั ทรุปราคา
ลกั ษณะจนั ทรปุ ราคา

จนั ทรปุ ราคาเตม็ ดวง ดวงจันทร์โคจรเขา้ ไปในฐานเงามดื ของโลกทง้ั ดวง คนบนโลกจะเห็นดวงจนั ทร์
มดื ไปท้ังดวงและกลายเปน็ สอี ฐิ

จันทรปุ ราคาบางส่วน ดวงจนั ทรโ์ คจรเขา้ ไปในเงามดื ของโลกบางส่วน คนบนโลกจะเห็นสว่ นสวา่ งของ
ดวงจนั ทร์เปน็ เสย้ี วไมเ่ ต็มดวง

จันทรปุ ราคาในเงามัว เงามวั ของโลกทอดไปยงั ดวงจันทร์ ดวงจนั ทรจ์ ะไดร้ บั แสงลดลง แตจ่ ะมองเหน็
ดวงจนั ทร์เตม็ ดวงสว่างลงเลก็ น้อย

10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

• วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขั้นที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ
1) ครขู อตวั แทนอาสาสมคั ร 2 คน เพอ่ื เล่นเกมวาดภาพแขง่ ขันการเกิดจันทรุปราคาหน้าชั้น

เรียน โดยให้นักเรียนตัวแทนอาสาสมัครวาดภาพตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ที่ทำให้เกิด
ปรากฏการณ์จันทรปุ ราคาบนกระดาน นกั เรยี นคนใดวาดภาพเรว็ และถูกตอ้ งทสี่ ดุ จะเปน็ ผู้ชนะ

2) ครใู หส้ มาชกิ ในห้องร่วมกนั ตัดสนิ ผลการแข่งขัน โดยตรวจสอบความถกู ตอ้ งของภาพการ
เกดิ จนั ทรุปราคา นอกจากนีน้ ักเรียนควรจะพิจารณาความเหมาะสมของขนาดของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และ
โลก เพอื่ หาผู้ชนะที่วาดแผนภาพได้ถกู ต้องมากทีส่ ุด

3) ครูให้นกั เรียนร่วมกนั ตง้ั สมมตฐิ านลกั ษณะของสรุ ยิ ุปราคาเหมือนหรือแตกตา่ งกับลักษณะ
ของจันทรปุ ราคาหรอื ไมอ่ ยา่ งไร โดยครูเขียนสมมติฐานทน่ี ักเรียนตง้ั ไว้บนกระดานเพอ่ื นำมาใช้อภิปรายร่วมกัน
ทา้ ยช่วั โมง

4) ครชู แี้ จงจุดประสงคใ์ นการเรียนใหแ้ ก่นักเรยี นทราบ
ขนั้ ที่ 2 สำรวจค้นหา

5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน เพื่อทำกิจกรรมการทดลองเรื่อง จันทรุปราคา
เกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร

6) ครูให้นักเรียนสร้างแบบจำลองการเกิดจันทรุปราคาโดยปั้นดินน้ำมันเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ 4 เซนติเมตร และ 1 เซนตเิ มตร จากนั้นวางไฟฉาย ดินน้ำมันกอ้ นใหญ่และกระดาษแข็งเทาขาวให้
อยู่ในแนวเดียวกัน อภิปรายว่าไฟฉาย ดินน้ำมันก้อนใหญ่และก้อนเล็กใช้แทนสิ่งใดในปรากฏการณ์น้ี
(แนวคำตอบ : ไฟฉายแทนดวงอาทติ ย์ ดนิ น้ำมันก้อนเลก็ แทนดวงจนั ทร์ และดินนำ้ มนั กอ้ นใหญแ่ ทนโลก)

7) เปิดไฟฉาย เลื่อนดินน้ำมันก้อนใหญ่ไปมาระหว่างไฟฉายกับกระดาษแข็งเทาขาวไม่ดิน
น้ำมันบงั แสงไฟฉายจนเกิดเงามดื และเงามัวอยบู่ รเิ วณตรงกลางแผน่ กระดาษ

8) ค่อยๆเลื่อนดินน้ำมันก้อนเล็กเข้าไปในเงามัว และเงามืดของดินน้ำมันก้อนใหญ่ สังเกต
ลกั ษณะของแสงท่ีตกลงบนดนิ นำ้ มนั ก้อนเล็ก เมอื่ อยนู่ อกบริเวณเงา และอยู่ในบรเิ วณเงา จนออกจากบริเวณ
เงาอีกด้านหนึ่ง บันทึกผล

9) ร่วมกันอภปิ รายรปู รา่ งของดวงจันทรท์ ่ีคนบนโลกมองเหน็ เม่อื ดวงจันทร์อยูใ่ นบริเวณต่างๆ
ของเงา พร้อมทง้ั ระบุชื่อจันทรปุ ราคาแต่ละแบบ

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
10) ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมโดยการตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียนในประเดน็

ต่างๆ ดงั ตอ่ ไปนี้
-ใหน้ ักเรียนระบุตำแหน่งดวงดาวจากซ้ายไปขวาที่ทำใหเ้ กิดจันทรุปราคา
(แนวคำตอบ : ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร)์
- รปู รา่ งของจันทรปุ ราคามกี แ่ี บบ อะไรบ้าง

(แนวคำตอบ : 3 แบบ ไดแ้ ก่ จันทรปุ ราคาเตม็ ดวง จันทรปุ ราคาบางส่วน และ
จันทรุปราคาเงามวั )
11) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปผลการทดลอง โดยให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการแสดง
ความคิดเห็น (แนวคำตอบ : จันทรุปราคาเกิดจากการที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับโลก
และดวงอาทิตย์ ทำให้โลกบังแสงจากดวงอาทิตย์ และเงาของโลกทอดไปยังดวงจันทร์ โดยจันทรุปราคามี
ทงั้ หมด 3 ลักษณะ ได้แก่จันทรปุ ราคาเต็มดวง จนั ทรปุ ราคาบางสว่ น และจันทรุปราคาเงามัว)
ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ
12) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบการตั้งสมมติฐานบนกระดานเกีย่ วกับความเหมือนและ
ความแตกตา่ งของสรุ ยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา
13) ครูขยายความเขา้ ใจเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับรูปร่างการเกิดจันทรุปราคาในแต่ละลกั ษณะดงั นี้
- จนั ทรปุ ราคาเตม็ ดวง เกดิ จากดวงจันทรท์ ง้ั ดวงโคจรเข้าไปในเงามดื ของโลก
- จนั ทรปุ ราคาบางสว่ น เกดิ จากดวงจันทร์บางสว่ นโคจรเข้าไปในเงามดื ของโลก
- จันทรปุ ราคาเงามวั เกดิ จากดวงจนั ทร์โคจรเข้าไปในเงามวั เท่านั้น ทำให้มองเหน็
ดวงจันทร์เต็มดวงแตไ่ ม่ชัดเจน
14) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับโอกาสในการพบปร ากฏการณ์การเกิด
จันทรุปราคาว่าคนบนโลกมีโอกาสเห็นจันทรุปราคาเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ :
แตกต่างกันโดยคนที่อยใู่ นเขตเงามดื และเงามวั จงึ จะมโี อกาสเห็นปรากฏการณจ์ นั ทรุปราคา)
15) ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการสังเกตจันทรุปราคาว่าต้องมีการเตรียม
อุปกรณ์ก่อนสังเกตเช่นกับสุริยุปราคาหรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ : ไม่ต้อง เพราะจันทรุปราคาเกิดในตอน
กลางคืน ซึง่ ไมม่ แี สงทีเ่ ปน็ อันตรายต่อดวงตา)
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล
16) ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรม จันทรุปราคาเกิดขึ้นได้
อยา่ งไร โดยใหน้ ักเรยี นมบี ทบาทสำคญั ในการเสนอสาระความรู้ และมคี รคู อยเพิ่มเติมเนื้อหาให้ครบถ้วน
17) ครูตั้งคำถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นในประเดน็ ตา่ งๆดงั นี้
- หากดวงจันทร์ทัง้ ดวงโคจรเขา้ ไปในเขตเงามืดจะเกิดจนั ทรปุ ราคาลักษณะใด
(แนวคำตอบ : จนั ทรปุ ราคาเตม็ ดวง)
- เพราะเหตใุ ดคนบนโลกจึงมองเห็นจันทรปุ ราคาบางสว่ นเทา่ น้ัน
(แนวคำตอบ : เกิดจากดวงจนั ทร์บางส่วนโคจรเข้าไปในเงามดื ของโลก)
18) ครูประเมินนักเรยี นจากการตรวจใบงานเรือ่ ง เรื่อง จันทรุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร และ
การมีสว่ นร่วมในการตอบคำถามในชนั้ เรียน

11. สื่อการเรยี นรู้
1) ส่ือการเรียนรู้
1.1) หนังสอื เรียน วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงานเรื่อง จนั ทรปุ ราคาเกิดขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร
1.3) อปุ กรณใ์ นการสร้างแบบจำลองจันทรุปราคาเกิดขน้ึ ได้อยา่ งไร
2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรยี น
2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
1 ตรวจสมุด แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
3 สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อันพงึ ประสงค์
และมุ่งม่นั ในการทำงาน

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 6 เร่อื ง การเปรียบเทยี บความแตกต่างระหว่างสุรยิ ุปราคาและจันทรุปราคา

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 6 เรือ่ ง เงา อปุ ราคา และเทคโนโลยีอวกาศ เวลา 11 ชั่วโมง

สอนวนั ที่ เดอื น พ.ศ. เวลา 1 ช่วั โมง

1. สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
3. ตวั ช้วี ัด

ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ
จนั ทรปุ ราคา
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

สรุ ิยุปราคาเกิดในเวลากลางวนั โดยดวงจนั ทร์โคจรเขา้ มาอยรู่ ะหวา่ งดวงอาทติ ย์กบั โลก จนั ทรุปราคา
เกิดในเวลากลางคนื โดยโลกโคจรเข้ามาอย่รู ะหวา่ งดวงอาทิตย์กับดวงจนั ทร์
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายความแตกตา่ งระหว่างสุริยุปราคาและจันทรปุ ราคา (K)
2) เปรียบเทียบความแตกตา่ งระหว่างสุริยปุ ราคาและจันทรปุ ราคา (P)
3) รบั ผดิ ชอบและมงุ่ มัน่ ในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่สี ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการใหเ้ หตุผล
1.3) ทกั ษะการสรปุ อ้างองิ
2) ความสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

8. ทกั ษะกระบวนการคดิ
การคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ

9. เนือ้ หาสาระ
1. สุรยิ ปุ ราคา (Solar Eclipse หรือ Eclipses of sun) หรอื เรยี กว่า "สรุ ยิ คราส " เปน็ ปรากฏการณ์

ที่เกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีดวงจันทร์อยู่ระหว่างดวง
อาทิตย์กับโลก เงาของดวงจันทร์ จะทอดยาวมายังโลก ทำให้คนบนโลก (บริเวณที่มีเงาของดวงจันทร์)
มองเห็นดวงอาทติ ย์เวา้ แหว่ง หรือบางแห่งเหน็ ดวงอาทติ ยม์ ืดหมดท้ังดวง

2. จันทรุปราคา (เรียกได้หลายอย่าง เช่น จันทรคราส, จันทรคาธ, ราหูอมจันทร์ หรือ กบกินเดือน)
คอื ปรากฏการณ์ทเ่ี กดิ ขึน้ เมือ่ ดวงอาทติ ย์ โลก และดวงจันทร์ เรยี งอยู่ในแนวเดียวกนั พอดี

ตารางเปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งสุรยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา

รายการ อุปราคา

สรุ ิยปุ ราคา จนั ทรปุ ราคา

ตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์อยดู่ า้ นหน้าโลก ดวงจนั ทร์อย่ดู า้ นหลังโลก

ช่วงเวลาท่ีเกิด ตอนกลางวนั ตอนกลางคืน

10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

• วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขัน้ ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ
1) ครูใหน้ ักเรยี นทำเลน่ เกม อะไรเอ่ย คอื สรุ ิยปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา โดยใช้สอื่ power

point เรือ่ ง ปรากฎการณ์ของโลก โดยกติกาในเกมครจู ะมีภาพของสุรยิ ุปราคาและจนั ทรุปราคาในลกั ษณะต่าง
ๆ ใหน้ กั เรยี นบอกช่ือสรุ ิยปุ ราคาและจนั ทรุปราคาให้ถกู ตอ้ งและรวดเรว็ ที่สดุ

2) ครูใช้สื่อ power point เรื่อง ปรากฎการณ์ของโลก ทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการเกดิ
และลกั ษณะของปรากฎการณ์สุรยิ ุปราคาและจนั ทรุปราคา

3) ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาและแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ความเหมือนและ
ความแตกต่างของสุรยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคาตามความเข้าใจของนักเรยี น

4) ครูชแี้ จงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา

5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน เพื่อทำกิจกรรมการเปรียบเทียบความแตกต่าง
ระหว่างสุริยุปราคาและจันทรุปราคา โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับกระดาษบรู๊ฟและปากกาเคมี เพื่อใช้ในการทำ
กิจกรรม

6) ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กระดาษบรู๊ฟออกเป็น 2 สว่ น สว่ นแรกเพ่อื อธิบายการเกดิ สุริปยุปราคา
และส่วนที่สองเพื่ออธิบายการเกิดจันทรุปราคา โดยนักเรียนสามารถค้นหาข้อมูลที่สนใจเพิ่มเติมในหนังสือ
เรยี นวทิ ยาศาสตร์ หรอื อนิ เตอร์

7) ในระหวา่ งท่นี กั เรียนทำกจิ กรรมครคู อยดูแลอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำนักเรียน
เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ โดยนักเรียนควรเขียนข้อมูลที่ใช้ในการเปรียบเทียบให้อยู่ในแนวเดียวกัน
เพ่อื ใหผ้ อู้ ่านเข้าใจง่ายมากยิ่งขึน้

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
8) ครูให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอการเปรียบเทยี บความแตกต่างระหว่าง

สรุ ิยุปราคาและจันทรุปราคา โดยใหน้ กั เรยี นกล่มุ อน่ื ๆ รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องและแสดงความคดิ อนื่ ๆ
เพิม่ เติม

9) ครูให้นักเรียนนำผลงานการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสุริยุปราคาและ
จันทรุปราคาติดบนกระดานและจัดบรรยากาศในห้องเรียนเหมือนกับนิทรรศการ เพื่อให้นักเรียนกลุ่มอื่น ๆ
เดนิ ชมผลงานของเพอื่ น และร่วมกนั ให้คะแนนโหวตแกก่ ลุ่มที่ทำโครงการได้น่าสนใจ

10) หลังจากที่นักเรียนชมนิทรรศการ ครูสุ่มนักเรียนเพื่อให้อภิปรายความแตกต่างของ
ผลงานของเพื่อนแตล่ ะกลุ่ม ร่วมไปถึงการแสดงเน้ือหาการเปรียบเทียบ จากน้ันครูสรุปผลการโหวตผลงานท่ี
น่าสนใจ และมอบรางวัลใหแ้ กก่ ลมุ่ ทีไ่ ด้รบั คะแนนโหวตมากที่สดุ

11) ครูนำผลงานทไี่ ดร้ บั การโหวตมากที่สดุ มาใช้เป็นส่ือการสอนเพื่ออธิบายและเปรียบเทียบ
ความแตกตา่ งระหว่างสรุ ิยปุ ราคาและจันทรปุ ราคา

ข้นั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
12) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการกำหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการเปรียบเทียบความ

แตกต่างระหว่างสุริยุปราคาและจันทรุปราคา เช่น ตำแหน่งของโลก ช่วงเวลาในการเกิด มีประโยชนอ์ ยา่ งไร
(แนวคำตอบ : สามารถใชอ้ ธบิ ายปรากฎการณ์ในธรรมชาติได้อย่างชดั เจน)

13) ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเพื่อขยายความเข้าใจของนักเรียนโดยการตั้งคำถามลงใน
สมดุ ของตนเอง ดังนี้

- สุรยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคาแบบเตม็ ดวง เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
- เพราะเหตุใดจนั ทรปุ ราคาจงึ ไมม่ ลี ักษณะแบบวงแหวน
- สุรยิ ุปราคาแบบเตม็ ดวงและสุริยปุ ราคาแบบบางส่วนแตกตา่ งกันอยา่ งไร
14) ครูให้นักเรียนตั้งคำถามทีส่ นใจเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับการเปรียบเทยี บความแตกต่างระหว่าง
สุริยปุ ราคาและจนั ทรุปราคา (แนวคำตอบ : อสิ ระตามความสนใจของนกั เรยี น เช่น มุมทท่ี ำให้เกิดสุริยุปราคา
และจนั ทรปุ ราคามีค่าเทา่ กันหรือไม่อย่างไร)
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล
15) ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบในแบบฝกึ หัด โดยให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการ
เสนอคำตอบ จากนนั้ ให้เพ่อื น ๆ ในห้องร่วมกันตรวจคำตอบและแสดงความคิดเห็นในเชงิ วทิ ยาศาสตร์เพมิ่ เตมิ
16) ให้นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรทู้ ี่ไดร้ ับจากการทำกิจกรรม การเปรียบเทยี บความแตกต่าง
ระหว่างสุริยุปราคาและจันทรุปราคาโดยให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการเสนอสาระความรู้ และมีครูคอย
เพ่ิมเตมิ เนอื้ หาใหค้ รบถ้วน
17) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจสมุด ผลงานการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง
สรุ ยิ ปุ ราคาและจันทรปุ ราคา การนำเสนอหน้าชัน้ เรียน และการมีสว่ นร่วมในการตอบคำถามในช้นั เรียน
11. ส่ือการเรียนรู้
1) ส่ือการเรยี นรู้
1.1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ส่ือ power point เรือ่ ง ปรากฎการณ์ของโลก
1.3) กระดาษบรู๊ฟ
1.4) ปากกาเคมี
2) แหลง่ การเรียนรู้
2.1) ห้องเรยี น
2.2) ห้องสมดุ
12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
1 ตรวจสมุด แบบประเมินการทำงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจกระดาษบรู๊ฟ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
2 สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม การทำงานรายบุคคล
แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในกจิ กรรม อันพึงประสงค์

3 สังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ มั่นในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 7 เรอื่ ง การสร้างแบบจำลองอธิบายการเกดิ สรุ ยิ ปุ ราคาและจันทรุปราคา

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 6 เรื่อง เงา อปุ ราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ชว่ั โมง

สอนวนั ที่ เดอื น พ.ศ. เวลา 1 ชว่ั โมง

1. สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
3. ตัวชว้ี ัด

ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ
จันทรุปราคา
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

สุรยิ ุปราคา เป็นปรากฏการณ์ท่ีเกดิ ข้ึนเมอื่ โลก ดวงจนั ทร์ และดวงอาทิตย์โคจรมาอย่ใู นแนวเดียวกัน
โดยมีดวงจันทร์อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ส่วนจันทรุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์
โลก และดวงจันทร์ เรียงอยูใ่ นแนวเดยี วกันพอดี
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธิบายลักษณะการเกิดสรุ ยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคาได้ (K)
2) สรา้ งแบบจำลองการเกดิ สรุ ยิ ุปราคาและจันทรุปราคาได้ (P)
3) รับผดิ ชอบและมุง่ มนั่ ในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. สมรรถนะที่สำคญั
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา

4) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ทักษะกระบวนการคิด

การคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
9. เนอ้ื หาสาระ

อุปราคา หมายถึง ปรากฏการณท์ ี่ดวงดาวโคจรเข้าไปในเงาของดาวดวงอื่นทำให้เกิดเงามืดชั่วคราว
อุปราคาทเ่ี รามองเหน็ ไดม้ ี 2 แบบ

1.สรุ ยิ ปุ ราคา (Solar Eclipse หรือ Eclipses of sun) หรือเรียกวา่ "สุรยิ คราส " เปน็
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีดวงจันทร์อยู่
ระหว่างดวงอาทติ ยก์ ับโลก เงาของดวงจันทร์ จะทอดยาวมายงั โลก ทำให้คนบนโลก (บริเวณท่ีมีเงาของดวง
จันทร์) มองเห็นดวงอาทติ ย์เวา้ แหวง่ หรอื บางแหง่ เหน็ ดวงอาทติ ยม์ ดื หมดท้งั ดวง

2.จนั ทรปุ ราคา (เรยี กไดห้ ลายอย่าง เชน่ จันทรคราส, จันทรคาธ, ราหอู มจันทร์ หรอื กบกิน
เดือน) คอื ปรากฏการณท์ ีเ่ กดิ ขึน้ เมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เรยี งอยใู่ นแนวเดียวกันพอดี

10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่วั โมงท่ี 1
ขั้นท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ
1) ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกับการสรา้ งแบบจำลองว่าเพราะเหตใุ ดจึงตอ้ งมกี าร

สรา้ งแบบจำลองตา่ ง ๆ เกดิ ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในทางวทิ ยาศาสตร์ (แนวคำตอบ : เพราะปรากฎการณ์
หรอื เรอ่ื งทตี่ อ้ งศกึ ษาไมส่ ามารถอธิบายรายละเอียดได้ชัดเจน)

2) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั แบบจำลองอนื่ ๆ ทน่ี ักเรียนเคยได้ศกึ ษาว่ามีสว่ น
ช่วยในการอธิบายความรู้มากน้อยเพยี งใด

3) ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับปรากฎการณ์การเกิดสุริยุปราคาและ
จันทรุปราคาวา่ ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ มีตำแหนง่ อย่างไร

4) ครชู ้ีแจงจดุ ประสงค์ในการเรยี นให้แก่นักเรยี นทราบ
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา

5) ครูจับกล่มุ ใหน้ ักเรียนกลมุ่ ละ 5 – 6 คน โดยคละความสามารถของผู้เรียนเกง่ กลาง อ่อน
เพ่ือทำกจิ กรรมการสร้างแบบจำลองอธิบายการเกดิ สุริยุปราคาและจันทรปุ ราคา

6) ครกู ำหนดเง่อื นไขการสรา้ งแบบจำลองอธบิ ายการเกดิ สรุ ยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคาคอื
วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุที่มีอยูใ่ นทอ้ งถิ่น หรือนำสิ่งของที่มีมาประยกุ ต์ใช้ใหม้ ีคา่ ใช้จ่ายในการสร้างแบบจำลองน้อย
ทสี่ ดุ โดยให้นกั เรียนรว่ มกนั ออกแบบแบบจำลองลงในกระดาษ 4A พรอ้ มทัง้ ระบุข้ันตอนการดำเนินการ

7) ในระหวา่ งท่ีนกั เรียนทำกิจกรรมครคู อยอำนวยสะดวกและใหค้ ำแนะนำนักเรียนเพม่ิ เตมิ
ในการเลอื กวสั ดทุ จ่ี ะนำมาสรา้ งแบบจำลอง โดยตอ้ งคำนงึ ถึงการส่อื ความหมายเพื่ออธิบายการเกิดสุริยุปราคา
และจนั ทรุปราคา

8) หลังจากที่นักเรียนออกแบบแบบจำลองการเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาเรียบร้อย
ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการออกแบบหน้าช้ันเรียน เพื่อร่วมกันแลกเปล่ียนความ
คิดเห็นกับนักเรียนคนอื่น ๆ เพื่อดูความเหมาะสมของการเลือกวัสดุ ขั้นตอนการดำเนินการ และการสื่อ
ความหมาย เพอื่ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการปรบั ปรุงแบบก่อนทจ่ี ะเริม่ สร้างแบบจำลอง

9) ครูนัดหมายนักเรยี นในการเตรียมวัสดุอุปกรณเ์ พ่ือใช้สำหรับสรา้ งแบบจำลองในช่ัวโมงตอ่ ไป
ชั่วโมงที่ 2
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

10) ครูตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์และความพร้อมของนักเรียนก่อนสร้างแบบจำลองการเกิด
สุริยุปราคาและจันทรุปราคาและแนะนำขั้นตอนการใช้อุปกรณ์ที่อาจเกิดอันตราย เช่น กรรไกร คัตเตอร์
อปุ กรณท์ ่ีมคี ม หรอื กาวรอ้ น เป็นตน้

11) ครใู ห้นกั เรยี นเรม่ิ สรา้ งแบบจำลองการเกดิ สรุ ิยปุ ราคาและจันทรปุ ราคาตามทีไ่ ด้วางแผน
ออกแบบไว้ ในกรณีที่นักเรียนพบปัญหาระหว่างการสร้างแบบจำลองสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของ
แบบจำลองไดต้ ามความเหมาะสม

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
12) ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ นำเสนอผลงานแบบจำลองหนา้ ช้นั เรียนในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
- เหตุผลที่เลือกสิ่งของในแบบจำลองแทนสว่ นประกอบต่างในการสรา้ งแบบจำลอง
การเกดิ สุริยปุ ราคาและจนั ทรุปราคา
- ลักษณะการโคจรของโลกหรอื ดวงจนั ทร์
- ปญั หาและวธิ กี ารแก้ปัญหาในระหว่างท่ีสรา้ งแบบจำลอง

13) ครูและนกั เรียนในห้องรว่ มกันพิจารณาแบบจำลองการเกดิ สุรยิ ุปราคาและจันทรุปราคา
แต่ละกลุ่มว่าเหมือนตามที่ออกแบบหรือไม่ และสามารถอธิบายการการเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้
ครอบคลุมหรือไม่อยา่ งไร

14) ครูให้นักเรียนร่วมกันโหวตให้คะแนนแบบจำลองการเกิดสรุ ยิ ุปราคาและจันทรุปราคาที่
ชื่นชอบ โดยแต่ละกลุ่มจะตกลงร่วมกันภายในกลุ่มว่าจะให้คะแนนกับกลุ่มใด โดยจะต้องไม่ให้คะแนนกลุ่ม
ตนเอง จากนัน้ ครูสรปุ คะแนนและมอบรางวัลใหก้ ับกลมุ่ ที่ได้รับคะแนนโหวตมากทสี่ ุด

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
15) ครนู ำแบบจำลองหนา้ ที่ของการเกิดสรุ ิยปุ ราคาและจันทรปุ ราคาของกลมุ่ ท่ีไดร้ บั คะแนน

โหวตมากทส่ี ดุ มาใชเ้ ปน็ สื่อการสอนในการอธบิ ายขยายความร้ใู หแ้ ก่นักเรยี น
16) ครูให้นักเรียนร่วมกันสนทนาว่าเพราะเหตุการเกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาและ

จนั ทรุปราคาจึงไม่ปรากฎให้เหน็ บ่อยครงั้ (แนวคำตอบ : นอกจากดาวแต่ละดวงจะโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน
ยงั ต้องทำมมุ ท่พี อเหมาะจึงจะเกดิ ปรากฏเหล่าน)ี้

17) ครูขยายความเข้าใจเพ่ิมเติมเกี่ยวกับผลจากการเกิดสรุ ิยุปราคาและจันทรุปราคาทีม่ ีตอ่
สิ่งมีชีวิต เช่น สุริยุปราคาทำให้ดวงอาทิตย์คอ่ ยๆ ลดแสงลง เนื่องจากดวงจันทร์บงั แสงดวงอาทิตย์ทำให้สัตว์
ตา่ งๆ พากนั กลบั รังเพราะนกึ ว่าถึงเวลากลางคืนเห็น)

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล
18) ครูให้นักเรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฎการณ์สุริยุปราคาและจนั ทรุปราคา 2 ข้อ ลงใน

กระดาษ question from me แล้วนำกระดาษคำถามของนักเรียนให้เพื่อนที่ตนเองอยากถาม (ในกรณีสลับ
กระดาษคำถามครูคอยกระจายกระดาษเพื่อให้นักเรียนได้กระดาษไม่ซ้ำกัน หรือได้รับมากกว่า 1 แผ่น) เมื่อ
นักเรยี นตอบคำถามเสรจ็ ส้ินใหส้ ่งกระดาษคนื เพือ่ นคนเดิมเพื่อตรวจคำตอบ

19) ครูให้นักเรียนตรวจสอบความถูกต้อง และนำเสนอผลการตรวจให้คะแนน จากนั้นให้
นักเรียนคนอื่น ๆ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เก่ียวกบั ความเหมาะสมของการตง้ั คำถามหรือการ
ตอบคำถาม

20) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจแบบจำลองการเกิดสุรยิ ุปราคาและจันทรุปราคา การ
นำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น และการมีสว่ นรว่ มในการตอบคำถามในชั้นเรียน
11. ส่ือการเรยี นรู้

1) สอ่ื การเรยี นรู้
1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) อปุ กรณ์ในการสร้างแบบจำลองการเกดิ สรุ ยิ ุปราคาและจนั ทรุปราคา
1.3) กระดาษคำถาม Question from me

2) แหลง่ การเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรยี น
2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์
1 ตรวจช้นิ งาน แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2 สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
ในกจิ กรรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
3 สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน

ภาคผนวก

กระดาษคำถาม Question from me

Question from me Question from me

ชอ่ื ผถู้ าม……………………….………………………………………. ชื่อผถู้ าม……………………….……………………………………….

1)………………………………………………………………………… 1)…………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………

ตอบ ………..…………………….…………………………………… ตอบ ………..…………………….……………………………………

………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

2)……………………………………….………………………………… 2)……………………………………….…………………………………

………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

ตอบ ………..……………………………..…………………………… ตอบ ………..……………………………..……………………………

………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

ชอื่ ผู้ตอบ......................................................................... ชอื่ ผู้ตอบ.........................................................................

Question from me Question from me

ช่ือผถู้ าม……………………….………………………………………. ชอื่ ผูถ้ าม……………………….……………………………………….

1)………………………………………………………………………… 1)…………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………

ตอบ ………..…………………….…………………………………… ตอบ ………..…………………….……………………………………

………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

2)……………………………………….………………………………… 2)……………………………………….…………………………………

………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

ตอบ ………..……………………………..…………………………… ตอบ ………..……………………………..……………………………

………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

ช่อื ผตู้ อบ......................................................................... ช่ือผู้ตอบ.........................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 เรอื่ ง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยอี วกาศจากอดีตจนถึงปัจจบุ ัน

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 เรอ่ื ง เงา อุปราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ชั่วโมง

สอนวันท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา 1 ชั่วโมง

1. สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
3. ตวั ชว้ี ดั

ว 3.1 ป.6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั จากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ในอดีตมนุษย์สังเกตปรากฎการณ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้าด้วยตาเปล่า ต่อมาได้มีการพัฒนากล้อง
โทรทรรศน์ เพอ่ื ศึกษาวัตถุบนทอ้ งฟา้ และสามารถพัฒนาสิ่งประดษิ ฐอ์ อกไปสำรวจอวกาศได้สำเร็จ
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยอวกาศจากอดีตจนถงึ ปจั จบุ ันได้ (K)
2) เขยี นแผนภาพลำดบั เหตกุ ารณ์ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศได้ (P)
3) รับผดิ ชอบและมงุ่ มัน่ ในการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์
1) มีวนิ ยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งม่ันในการทำงาน
7. สมรรถนะที่สำคญั
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสอื่ สาร
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา
4) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วเิ คราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ

9. เน้อื หาสาระ
มนษุ ย์มคี วามตอ้ งการสำรวจอวกาศจงึ เรมิ่ ต้นจากการสำรวจวัตถบุ นทอ้ งฟา้ โดยใช้จากเปล่า ตอ่ มาเมื่อ

นักวทิ ยาศาสตรช์ าวอิตาลี ช่ือ กาลิเลโอ กาลเิ ลอี ประดิษฐก์ ล้องโทรทรรศนไ์ ด้สำเร็จ มนษุ ยจ์ งึ สามารถอธิบาย
ปรากฏการณ์ต่างๆ ไดช้ ดั เจนขน้ึ ซ่ึงการศึกษาขอ้ มลู เกีย่ วกับอวกาศของมนุษย์ยงั มีการพัฒนาไปอย่างต่อเน่ือง
มนุษย์จึงคิดวิธีการที่จะเดินทางออกไปสำรวจอวกาศ จนสามารถสร้างจรวด และยานอวกาศเพื่อใช้ในการ
สำรวจอวกาศได้
10. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

• วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ข้นั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครสู ำรวจความพ้นื ฐานของนักเรียนก่อนเรยี น โดยให้นักเรียนตอบคำถามในหนงั สอื เรยี น

วทิ ยาศาสตร์ สสวท หนา้ 119
2) ครูสนทนากับนักเรียนโดยสมมติให้นักเรียนเป็นนักบินอวกาศสำรวจดวงดาวนอกโลก

นักเรียนจะเลือกสำรวจดาวดวงใดเพราะเหตุใด โดยในการออกไปสำรวจนอกโลกจำเป็นจะต้องมีเทคโนโลยี
อวกาศทที่ ันสมัยเพ่อื ใชใ้ นการสำรวจและเพอ่ื ความปลอดภยั ของนักบนิ อวกาศ

3) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกย่ี วกบั จุดเริม่ ต้นของเทคโนโลยีอวกาศเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร
และใครเปน็ ผู้เรมิ่ ตน้ (แนวคำตอบ : กาลิเลโอ กาลเิ ลอี ทไ่ี ดป้ ระดษิ ฐก์ ล้องโทรทรรศน์ให้มีประสทิ ธิภาพมากขนึ้
และสามารถสอ่ งดูดาวบนจักรวาลได)้

4) ครูช้ีแจงจดุ ประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา

5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 3 - 4 คน คละตามความสามารถของผู้เรียน เก่ง กลาง
ออ่ น เพื่อทำกจิ กรรมเรื่องเทคโนโลยอี วกาศมกี ารพัฒนาอย่างไร

6) ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ระดมความคิดเกีย่ วกับเทคโนโลยอี วกาศ และเขยี นชอื่ เทคโนโลยี
อวกาศท่ตี นเองร้จู กั ลงบนกระดาษ A4 ใหไ้ ด้มากที่สดุ จากน้นั ร่วมกันอภิปรายและเรียงลำดบั เทคโนโลยีอวกาศ
ทเ่ี กิดข้ึนจากอดีตจนถึงปจั จบุ นั และบันทึกผลลงในสมดุ ของตนเอง

7) ครูให้นกั เรยี นศึกษาความร้เู ร่อื งความก้าวหน้าของเทคโนโลยอี วกาศจากอดีตส่ปู ัจจุบัน
ในหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ สสวท และสบื คน้ ข้อมูลเพ่ิมเตมิ จากแหล่งเรียนรตู้ า่ งๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ น็ต

8) ครูให้นักเรียนรว่ มกันอภิปรายและเรียงลำดับเทคโนโลยีอวกาศในข้อ 6 อีกครั้ง พร้อมท้งั
บันทึกชื่อเทคโนโลยีอวกาศอื่นที่สืบค้นได้เพิ่มเติม และระบุช่วงเวลาการเริ่มใช้งานลงในใบงาน เรื่อง
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศจากอดตี ถึงปัจจุบัน

ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้
9) ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการเรยี งลำดับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

อวกาศกอ่ นและหลงั ท่จี ะศึกษาค้นควา้ หาขอ้ มูลเพิ่มเตมิ
10) ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยอี วกาศ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการ

พัฒนาอุปกรณท์ ี่ชว่ ยสงั เกตอยู่บนโลก คอื กลอ้ งโทรทรรศน์ > พฒั นาสู่อุปกรณ์ทีส่ ง่ ไปยังนอกโลก ดาวเทียม >
ยานสำรวจอวกาศ > กลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศ > ห่นุ ยนต์สำรวจดาว เปน็ ต้น

11) ครูให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสง่ิ สำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีอวกาศมีการพฒั นาจากอดีตถึง
ปัจจุบันอย่างต่อเนื่องคืออะไร (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ความก้าวหน้าของ
วิทยาศาสตรท์ ี่มีสว่ นใหก้ ารพฒั นาอุปกรณเ์ ทคโนโลยีอวกาศ เป็นตน้ )

ข้ันที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
12) ครูขยายความเข้าใจของนักเรียนโดยการยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึง

พัฒนาการของเทคโนโลยอี วกาศ ดงั น้ี
- ปี พ.ศ. 2504 สหภาพโซเวียตส่งนักบินอวกาศคนแรกของโลก ช่ือยูริ กาการนิ ขึ้น
ไปโคจรรอบโลกพรอ้ มกบั ยานวอสต็อก 1
- ปี พ.ศ. 2506 สหภาพโซเวียตสง่ นกั บนิ อวกาศหญิงคนแรกของโลก ช่ือวาเลนตนิ า
เทเรซโควา ขึ้นไปในอวกาศพรอ้ มกบั ยานวอสตอ็ ก 6
- ในปี พ.ศ. 2512 สหรัฐอเมรกิ าส่งนกั บนิ อวกาศชอื่ นวิ อามสตรอง ไปกบั ยาน
อะพอลโล 11 เพ่อื สำรวจดวงจันทร์

13) ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าเพราะเหตใุ ดมนษุ ย์จึงสนใจที่จะ
ศึกษาสิ่งที่นอกโลก (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ต้องการศึกษาวิวัฒนาการของ
มนษุ ย์ หรอื สง่ิ มีชีวิตอื่น ๆ นอกเหนอื จากบนโลก)

ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล
14) ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

อวกาศจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการเสนอสาระความรู้ และมีครูคอยเพิ่มเติม
เนื้อหาใหค้ รบถ้วน

15) ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างเทคโนโลยีอวกาศที่ได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรมเรื่อง
ความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยอี วกาศจากอดตี ถึงปจั จบุ นั 1 ชนิด พร้อมทงั้ ให้เหตุผล

16) ครปู ระเมินนกั เรียนจากการตรวจสมดุ เรื่อง การเกดิ แรงไฟฟ้า การจำแนกวสั ดทุ ่ที ำให้เกิด
แรงไฟฟ้า และการมสี ่วนร่วมในการตอบคำถามในช้นั เรียน

11. สื่อการเรียนรู้
1) สื่อการเรียนรู้
1.1) หนงั สอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงาน เรื่อง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยอี วกาศจากอดีตถึงปัจจุบนั
2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ท่ี วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2 สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรม การทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
3 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ อนั พึงประสงค์
และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9 เรื่อง เทคโนโลยอี วกาศท่ีใช้ในการสำรวจอวกาศ

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 เร่อื ง เงา อปุ ราคา และเทคโนโลยีอวกาศ เวลา 11 ช่วั โมง

สอนวันท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 1 ช่วั โมง

1. สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
3. ตวั ช้วี ดั

ว 3.1 ป.6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ประโยชน์ในชีวติ ประจำวัน จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

เทคโนโลยีอวกาศที่ใช้ในการสำรวจอวกาศได้แก่ กล้องโทรทรรศน์ ดาวเทียม จรวด และยานอวกาศ
โดยเทคโนโลยแี ตล่ ะชนิดมีหนา้ ที่ในการสำรวจอวกาศที่แตกต่างกนั
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) ระบุเทคโนโลยอี วกาศทใ่ี ช้ในการสำรวจอวกาศได้ (K)
2) อธบิ ายหน้าทข่ี องเทคโนโลยีอวกาศทใี่ ช้ในการสำรวจอวกาศได้
2) ออกแบบเทคโนโลยีอวกาศเพอื่ ใชใ้ นการสำรวจอวกาศได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและมุ่งมน่ั ในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุง่ มนั่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการส่อื สาร
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ

9. เน้ือหาสาระ
เทคโนโลยีอวกาศทีใ่ ชใ้ นการสำรวจอวกาศ ได้แก่
1. กลอ้ งโทรทรรศน์ เป็นสง่ิ ประดษิ ฐ์ท่ีสร้างขึน้ เพ่ือใช้สังเกตวัตถุบนทอ้ งฟ้าท่ีอยู่ไกล ๆ โดย

ขยายภาพของวัตถุให้มขี นาดใหญ่ขึน้
2. ดาวเทยี ม เป็นส่งิ ประดษิ ฐ์ท่สี รา้ งข้ึนเพอ่ื ไปโคจรรอบโลก เพื่อใชง้ านในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ

เช่น สำรวจทรพั ยากรธรรมชาติ การติดตอ่ สือ่ สาร การพยากรณ์อากาศ
3. จรวด เปน็ ยานพาหนะที่ใช้ในการส่งยานอวกาศเพือ่ ใหห้ ลดุ พ้นจากแรงโน้มถว่ งของโลก
4. ยานอวกาศ เปน็ สงิ่ ประดิษฐท์ ่ีมนษุ ย์ใช้ในการเดนิ ทางเพอ่ื สำรวจอวกาศ
5. ห่นุ ยนต์สำรวจอวกาศ เปน็ สงิ่ ประดิษฐ์ทใ่ี ช้ในการสำรวจอวกาศแทนมนษุ ย์

10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

• วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ทบทวนเทคโนโลยีอวกาศทีน่ ักเรียนรจู้ ักจากชวั่ โมงทแ่ี ล้ว โดยแบ่ง

นักเรียนออกเป็น 2 ทีม เท่าๆ กัน โดยให้แต่ละทมี ให้นักเรียนสลับออกมาเขียนเทคโนโลยีอวกาศบนกระดาน
1 คน /ครง้ั / ช้ิน และไมใ่ ห้ส่งนักเรียนคนเดมิ ภายในเวลา 2 นาที

2) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนารายการเทคโนโลยีอวกาศบนกระดานว่ามีสิ่งใดบ้างที่
จำเปน็ ตอ้ งใช้ในการออกไปสำรวจอวกาศ โดยให้นักเรยี นร่วมกนั ตั้งสมมติฐานถึงสง่ิ ท่ีคดิ ว่าสามารถนำไปใช้ใน
การสำรวจอวกาศได้ จากนั้นครูเขียนรายการเทคโนโลยีอวกาศที่นักเรียนเลือกไว้บนกระดานเพื่อนำมาใช้
อภปิ รายท้ายช่วั โมง

3) ครูชแ้ี จงจดุ ประสงคใ์ นการเรยี นใหแ้ ก่นกั เรียนทราบ
ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา

4) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เพื่อทำกิจกรรมเทคโนโลยีอวกาศมี
ประโยชนอ์ ยา่ งไร โดยแตล่ ะกลุม่ จะได้รบั เลือกหัวขอ้ ในการศกึ ษาแตกตา่ งกนั ดังน้ี กลอ้ งโทรทรรศน์ ดาวเทียม
จรวด ยานอวกาศ และหุน่ ยนต์สำรวจอวกาศ

5) นักเรียนแต่ละกลุ่มและช่วยกันระดมความคิดในการศึกษาข้อมูลในหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ สสวท และคน้ ควา้ เพม่ิ เติมจากอินเตอร์เน็ต ตามหัวข้อที่ตอ้ งได้รับในประเดน็ ต่าง ๆ บันทึกข้อมูล
ลงในใบงาน เร่ือง เทคโนโลยีอวกาศทใี่ ช้สำรวจอวกาศ ตอ่ ไปน้ี

- ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ
- ประเภทของเทคโนโลยอี วกาศ (ข้ึนอยกู่ ับหวั ข้อที่ไดร้ ับ)
- ตวั อย่างเทคโนโลยีอวกาศ (ระบเุ ปน็ ชือ่ เชน่ ดาวเทียมไทย เป็นต้น)

6) จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรวมกันใหม่อีกครั้ง โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มมีเทคโนโลยี
อวกาศในหัวขอ้ ทีแ่ ตกต่างกนั ทั้ง 5 เร่อื ง

7) ครูให้นักเรียนกลุ่มใหม่ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเทคโนโลยีอวกาศอื่น ๆ อีก
4 รายการ บนั ทึกขอ้ มลู ลงในใบงานเร่ือง เทคโนโลยอี วกาศทใ่ี ชส้ ำรวจอวกาศ จนไดข้ ้อมลู ท่คี รบถ้วน

ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้
8) ครสู ุม่ นกั เรียนอธบิ ายความรู้เทคโนโลยอี วกาศในแต่ละรายการ โดยใหน้ กั เรยี นคนอื่น ๆ

ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเพิ่มเตมิ อยา่ งสร้างสรรค์
9) ครอู ธิบายความร้เู พม่ิ เติมเกี่ยวกับเทคโนโลยอี วกาศท้งั 5 รายการ ได้แก่ กลอ้ งโทรทรรศน์

ดาวเทียม จรวด ยานอวกาศ และหุน่ ยนต์สำรวจอวกาศ โดยให้นักเรียนชมวีดีทัศนเ์ ทคโนโลยอี วกาศ
10) ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งกลอ้ งโทรทรรศน์ที่

ใช้บนโลกและกล้องโทรทรรศน์ทีใ่ ชใ้ นอวกาศ (แนวคำตอบ : กล้องโทรทรรศนบ์ นโลกใชก้ ารสังเกตดว้ ยตาเปล่า
โดยผู้สังเกตอยู่บนพื้นโลก ส่วนกล้องโทรทรรศน์อวกาศโคจรอยู่นอกโลกและส่งเป็นภาพถ่ายกลับมายัง
ภาคพื้นดนิ )

11) ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ “นักสำรวจทางทะเลได้ค้นพบเกาะแห่งใหม่ หากต้องการ
ทราบวา่ เกาะดงั กลา่ วอยู่ตำแหน่งใดของโลก และมีลักษณะภมู ปิ ระเทศและสภาพแวดล้อมเปน็ อย่างไร จะต้อง
ใช้เทคโนโลยีอวกาศใดเพราะเหตุใดขน้ั ที่

4 ขยายความเขา้ ใจ
12) ครูให้นักเรียนชมวีดีทัศน์เรื่อง 10 สิ่งที่คุณจะต้องเจอหากจะไปใช้ชีวิตบนอวกาศ เพ่ือ

เปรียบการใช้ชีวิตของมนุษย์บนพื้นโลกกับบนอวกาศ และการเตรียมความพร้อมก่อนออกไปสู่นอกอวกาศ
จากน้นั ใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภปิ รายความสำคญั ของอุปกรณ์ต่าง ๆ และการเตรียมความพร้อม

13) ครูให้นักเรียนออกแบบเทคโนโลยีอวกาศเพื่อใช้ในการสำรวจอวกาศ รวมไปถึงเขียน
ข้นั ตอนการเตรยี มความพร้อมของมนุษย์และอปุ กรณ์ในการดำรงชีวติ ในอวกาศท่สี ำคญั ลงในสมดุ ของตนเอง

14) ครูใหน้ กั เรยี นตัง้ คำถามท่สี นใจเพ่มิ เตมิ เก่ยี วกับเทคโนโลยอี วกาศ (แนวคำตอบ : มนุษย์
สามารถใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศอน่ื ๆ ได้หรือไมใ่ นการสง่ ยานอวกาศออกนอกโลก

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล
15) ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้สำรวจ

อวกาศ โดยให้นักเรียนมีบทบาทสำคญั ในการเสนอสาระความรู้ และมีครคู อยเพิม่ เติมเน้ือหาให้ครบถ้วน
16) ครูสุ่มนักเรยี น 2 – 3 คน เพือ่ ให้นำเสนอการ
17) ครปู ระเมนิ นกั เรียนจากการตรวจสมดุ เรื่อง การเกิดแรงไฟฟา้ การจำแนกวสั ดุท่ที ำให้เกิด

แรงไฟฟา้ และการมีสว่ นรว่ มในการตอบคำถามในชัน้ เรยี น

11. สือ่ การเรียนรู้
1) สอื่ การเรยี นรู้
1.1) หนงั สอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงานเรอ่ื ง เทคโนโลยีอวกาศทใ่ี ชส้ ำรวจอวกาศ
1.3) วดี ที ศั น์ เรื่อง 10 สง่ิ ท่คี ุณจะตอ้ งเจอหากจะไปใช้ชีวิตบนอวกาศ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=Zxn0EQXVk5M
1.3) วดี ที ศั น์ เรอ่ื ง เทคโนโลยอี วกาศ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=Hxk6U1nBjOM&list=PLvJJOUEAv7
m7PhSbGnJMuK0E_UglQ-My3&index=1
2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) ห้องสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ท่ี วิธกี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์
1 ตรวจสมดุ แบบประเมนิ การทำงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม การทำงานรายบคุ คล
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรม อนั พึงประสงค์

3 สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มั่นในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 10 เรอื่ ง ประโยชน์ของเทคโนโลยอี วกาศทีม่ ตี อ่ มนุษย์

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 เรือ่ ง เงา อุปราคา และเทคโนโลยอี วกาศ เวลา 11 ชั่วโมง

สอนวันที่ เดอื น พ.ศ. เวลา 1 ชัว่ โมง

1. สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
3. ตัวชว้ี ดั

ว 3.1 ป.6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ประโยชน์ในชีวติ ประจำวัน จากขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเพื่อมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการ
ส่อื สาร การพยากรณ์อากาศ การสำรวจทรพั ยากรธรรมชาติ เปน็ ตน้
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศทมี่ ีตอ่ มนุษยไ์ ด้ (K)
2) จำแนกประเภทของดาวเทยี มตามประโยชนก์ ารใชง้ านได้ (P)
3) รับผิดชอบและม่งุ มั่นในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สมรรถนะทส่ี ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทกั ษะการเชื่อมโยง
2) ความสามารถในการสอ่ื สาร
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา
4) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ

9. เนอ้ื หาสาระ
มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเพื่อมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการ

ส่ือสาร การพยากรณอ์ ากาศ การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ซ่ึงมรี ายละเอยี ด ดังน้ี
- ดาวเทียมอุตนิยมวิทยา ใช้ในการพยากรณ์อากาศ เช่น การก่อตัวของพายุ ความ
แปรปรวนของอากาศ
- ดาวเทียมสื่อสาร ทำงานโดยรับสัญญาณจากสถานีภาคพื้นดิน โดยมีจานรับบนตัว
ดาวเทียม สัญญาณอาจเปลี่ยนข้อมูลภาพหรือเสียงแล้วแปลงสัญญาณและขยาย
สัญญาณใหส้ ามารถสง่ กลับสภู่ าคพ้นื ดินได้
- ดาวเทยี มสำรวจทรพั ยากร ใช้ในการหาแหลง่ ทรัพยากร เช่น แหล่งน้ำ แหล่งน้ำมนั
- ดาวเทียมนำร่อง หรอื GPS ใชเ้ พอ่ื บอกตำแหนง่ ของเครอ่ื งรบั สัญญาณบนพน้ื โลกได้ทุก
แหง่ ทุกเวลา โดยใชค้ ล่นื วิทยแุ ละรหัสจากดาวเทยี มท่ีทำงานรว่ มกนั
- ดาวเทยี มดาราศาสตร์ ใช้ในการสำรวจวัตถตุ า่ ง ๆ ทอี่ ยหู่ ่างไกลจากโลก

10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูใหน้ กั เรยี นร่วมทำกจิ กรรมประโยชน์ของเทคโนโลยี เพื่อทบทวนความรเู้ ดมิ โดยรู้จะ

ระบปุ ระโยชน์ของเทคโนโลยอี วกาศ และใหน้ กั เรียนพดู ชอื่ เทคโนโลยอี วกาศ ดังนี้
- เปน็ ส่งิ ประดษิ ฐท์ ่ีใช้ในการสำรวจอวกาศ (แนวคำตอบ : ยานอวกาศ)
- ทำหน้าท่ีถ่ายภาพอวกาศในหว้ งลกึ ได้ (แนวคำตอบ : กล้องโทรทรรศนอ์ วกาศ)
- ทำหน้าท่ีโคจรรอบโลก เพ่อื ประโยชน์ในด้านต่างๆ (แนวคำตอบ : ดาวเทียม)
- ชว่ ยขนส่งยานอวกาศออกนอกแรงโน้มถว่ งของโลก (แนวคำตอบ : จรวด)

2) ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกับประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศทีม่ ตี อ่ มนษุ ย์
ยกตัวอยา่ ง เช่น การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อใช้ในพยาการณ์อากาศ การใช้ดาวเทียมในการรบั ส่งข้อมูลหรอื
การสือ่ สารข้ามประเทศ เปน็ ตน้ )

3) ครชู ีแ้ จงจุดประสงค์ในการเรยี นให้แกน่ ักเรียนทราบ
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา

4) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน โดยคละความสามารถเก่ง กลาง อ่อน เพื่อทำ
กจิ กรรมสืบคน้ ขอ้ มลู ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศท่ีมีต่อมนษุ ย์

5) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดเห็นว่าประโยชน์ของเทคโนโลยอี วกาศท่มี ี
ต่อมนุษย์มีอะไรบ้าง ให้นักเรียนเขียนลงไปในกระดาษ A4 ให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 3 นาที โดยครู
ยกตัวอยา่ งเพ่อื กระตุ้นความคิดนกั เรยี น เชน่ การสอ่ื สารทางไกลขา้ มประเทศ เปน็ ตน้

6) เม่ือหมดเวลาใหแ้ ต่ละกลุม่ นำเสนอผลการระดมความคิดเห็นหนา้ ชัน้ เรียน และให้นักเรียน
คนอืน่ ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและแลกเปลยี่ นความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยข้อมูลใดท่ีไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศที่มีต่อมนุษย์ให้นักเรียนตัดออก จากนั้นให้นักเรียนนับจำนวนรายการของ
ประโยชน์ที่ระบไุ ด้

7) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับการใช้ประโยชนข์ องเทคโนโลยอี วกาศส่วนมากจะ
พบในดาวเทียม ซง่ึ ดาวเทยี มมีหลากหลายประเภทและทำหนา้ ท่ีแตกตา่ งกนั

8) ครูให้นักเรียนร่วมกันสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์ และหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ
ประโยชน์ของดาวเทยี มต่างๆ จากนั้นให้นักเรยี นบนั ทึกข้อมูลทีไ่ ด้ลงในใบงาน เรื่อง ประโยชน์ของเทคโนโลยี
อวกาศทม่ี ตี อ่ มนษุ ย์

ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้
9) ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการสบื ค้นขอ้ มูลประโยชนข์ องดาวเทียมตา่ ง ๆ ทม่ี ตี ่อ

มนุษย์ จากน้นั ใหน้ ักเรียนคนอน่ื ๆ ร่วมกนั อภปิ รายแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ กันอยา่ งสรา้ งสรรค์
10) ครอู ธิบายความรู้เพ่มิ เติมในประเดน็ ต่าง ๆ ดังนี้
- ดาวเทียมอุตนิยมวิทยา ใช้ในการพยากรณ์อากาศ เช่น การก่อตัวของพายุ
ความแปรปรวนของอากาศ
- ดาวเทียมสอ่ื สาร ทำงานโดยรับสัญญาณจากสถานีภาคพื้นดนิ โดยมจี านรับบนตวั
ดาวเทียม สัญญาณอาจเปลี่ยนขอ้ มลู ภาพหรือเสียงแล้วแปลงสัญญาณและขยาย
สัญญาณใหส้ ามารถสง่ กลับสู่ภาคพื้นดนิ ได้
- ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ใช้ในการหาแหล่งทรัพยากร เช่น แหล่งน้ำ
แหล่งน้ำมัน
- ดาวเทยี มนำรอ่ ง หรือ GPS ใช้เพือ่ บอกตำแหน่งของเครื่องรับสัญญาณบนพื้นโลก
ไดท้ กุ แห่งทุกเวลา โดยใชค้ ลืน่ วทิ ยุและรหสั จากดาวเทยี มทีท่ ำงานรว่ มกนั
- ดาวเทยี มดาราศาสตร์ ใชใ้ นการสำรวจวตั ถตุ า่ ง ๆ ท่ีอยหู่ า่ งไกลจากโลก
11) ครูอธิบายนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของดาวเทียมนำร่องที่มีการนิยมใช้ระบุ

ตำแหน่งหรือทำแผนทีใ่ นการเดินทาง รวมไปถึงนำไปใช้ในการประกอบธุรกิจเดลิเวอร่ีต่าง ๆ
ขั้นที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
12) ครขู ยายความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการอธิบายการนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอวกาศ

มาพัฒนาต่อยอดอื่น ๆ เช่น การใช้จุดเด่นด้านการเป็นฉนวนความร้อนและน้ำหนักเบาเพื่อใช้ป้องกันยาน
อวกาศมาสร้างเป็นผ้าห่มอวกาศ หรือการนำจุดเด่นด้านการสื่อสารด้วยระบบไรส้ ายในการทำงานของนักบนิ
อวกาศมาสรา้ งเป็นแบบหฟู ังไรส้ าย

13) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศที่มีต่อมนุษย์ในด้าน
การศึกษา (แนวคำตอบ : การเรียนการสอนออนไลน์ การสืบค้นขอ้ มูลในการทำงาน การส่งงานด้วยจดหมาย
อิเลก็ ทรอนิกส์ เป็นตน้ )

14) ครูให้นักเรยี นต้ังคำถามที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ (แนว
คำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น เทคโนโลยีอวกาศใดที่จะทำให้มนุษย์สามารถปลูกพืชบน
ดาวองั คารได้)

ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล
15) ครูสมุ่ นักเรยี น 4 คน สรปุ ความร้ทู ไี่ ด้จากการทำกจิ กรรมประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศ

ท่มี ีต่อมนษุ ย์ จากน้นั ให้เพือ่ น ๆ ในหอ้ งรว่ มกันแลกเปลีย่ นความคิดเหน็
16) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับมนุษย์ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศด้านใดเพ่ือ

นำมาใชท้ ำเทคโนโลยบี นโลก เชน่
- ตาขา่ ยนิรภัย > ตาขา่ ยจับปลาในทะเล
- เครือ่ งกรองปัสสาวะในยานอวกาศ > เครื่องกรองน้ำสระวา่ ยน้ำ
- อุปกรณ์ติดตามสขุ ภาพนกั บนิ > เคร่อื งวัดอัตราการเต้นของหวั ใจ

17) ครปู ระเมนิ นักเรียนจากการตรวจสมดุ การนำเสนอหน้าชนั้ เรียน และการมีสว่ นรว่ มใน
การตอบคำถามในชนั้ เรยี น
11. สอ่ื การเรยี นรู้

1) สือ่ การเรยี นรู้
1.1) หนงั สอื เรียน วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงานเรื่อง ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศทม่ี ีตอ่ มนุษย์

2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
การทำงานรายบุคคล
ในกจิ กรรม แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั ในการทำงาน


Click to View FlipBook Version