39
เพราะในอสุภนี้ส่อแสดงให้เห็นว่าภายในกายนี้ เป็นโพรงช่องอยู่เปน็
ธรรมดา (พระพทุ ธโฆสเถระ, 2562)
เร่อื งทุกข์ของภกิ ษุ 30 รปู
ภิกษุ 30 รูป อกี กลุม่ หน่งึ เรยี นกัมมฏั ฐานในสำนักของพร ะผู้มี
พระภาคเจ้าแล้ว จำพรรษาในวัดป่า ทำกตกิ ากันวา่ ผู้มอี ายุ เราควรทำ
สมณธรรม ตลอดคืนในยามทั้งสาม เราไม่ควรมายงั สำนักของกันและกัน
แล้วตา่ งคนตา่ งอยู่ เม่อื ภกิ ษเุ หล่านั้นทำสมณธรรม ตอนใกล้รุ่งก็โงกหลับ
เสือตวั หนึ่งกม็ าจับภิกษไุ ปกินทีละรูป ๆ ภิกษไุ ร ๆ ก็มิไดเ้ ปล่งแม้วาจา ว่า
เสือคาบผมแล้ว ภกิ ษถุ ูกเสือกนิ ไป 15 รปู ด้วยอาการอย่างน้ี ถงึ วนั อโุ บสถ
ภิกษุทเ่ี หลอื กถ็ ามว่า ท่านอย่ทู ีไ่ หน และรู้เรือ่ งแลว้ กก็ ลา่ ววา่ ถกู เสือคาบ
ควรบอกว่า บัดนีเ้ ราถูกเสือคาบไป ๆ แล้วกอ็ ยูก่ ันตอ่ ไป ต่อมาเสือกจ็ ับภิกษุ
หนุ่มรปู หน่ึงโดยนัยกอ่ น ภิกษุหนมุ่ ก็รอ้ งวา่ เสือขอรบั ภกิ ษทุ งั้ หลายกถ็ อื ไม้
เท้า และคบเพลิงติดตามหมายวา่ จะใหม้ นั ปลอ่ ยเสือก็ข้ึนไปยังเขาขาด ทางที่
ภิกษุทงั้ หลายไปไมไ่ ด้ เรม่ิ กนิ ภิกษนุ ัน้ ตงั้ แต่นวิ้ เทา้ ภิกษุทง้ั หลายนอกนั้น ก็
ไดแ้ ต่กลา่ ว ว่าสัปบุรษุ พระสูตรและอรรถกถาแปล ทฆี นิกาย มหาวรรค
เล่มที่ 2 ภาคที่ 2 บัดนกี้ จิ ทพี่ วกเราจะต้องทำไม่มี ขึ้นช่อื ว่าความวิเศษของ
ภ ิ ก ษ ุ ท ั ้ ง หล า ย ย ่ อ ม ปร า ก ฏใ น ฐา น ะ เ ช ่น น ี ้ ภ ิ ก ษ ุ ห น ุ่มน้ัน
นอนอยู่ในปากเสอื ข่มเวทนาเจ็บปวด แลว้ เจรญิ วปิ ัสสนา ตอนเสือกินถึง
ข้อเท้าเป็นพระโสดาบัน ตอนกินไปถึงหวั เขา่ เป็นพระสกทาคามี ตอนเสือ
กินไปถึงท้องเป็นพระอนาคามี ตอนเสือกินไปยังไม่ถึงหัวใจ ก็บรรลุ
พระอรหตั พรอ้ มดว้ ยปฏิสมั ภทิ า จึงเปลง่ อุทาน ดังนีว้ า่
40
สีลวา วตตฺ สมฺปนโฺ น ปญญฺ วา สสุ มาหโิ ต มหุ ุตฺตํ ปมาทมนฺ
วาย พฺยคเฺ ฆ โน รุทฺธมานโส ปญชฺ รสฺมึ โส คเหตฺวา สิลาย อุปรี
กโต กามํ ขาทตุ มํ พยฺ คโฺ ฆ อฏฺฐยิ า จ นฺหารุสสฺ จ กเิ ลเส เขปยิสฺ
สามิ ผุสิสฺสามิ วิมุตฺติยํ (มหามกุฏราชวิทยาลัย , 2530)
เรามศี ลี ถึงพรอ้ มด้วยวตั ร มปี ัญญามใี จมน่ั คงดีแล้ว อาศัยความ
ประมาท คร่หู น่ึง ทงั้ ทมี่ ีใจไม่คิดร้ายในเสอื มนั กจ็ บั ไว้ในกรงเล็บ
พาไปไวบ้ นก้อนหนิ เสอื จงกินเราถึงกระดูกและเอ็นก็ตามที เราจัก
ทำกิเลสให้สิน้ ไป จักสัมผสั วมิ ตุ ตดิ ังนี้
ภาพเสอื กดั พระภิกษจุ ากคัมภีร์สุมงั คลวลิ าสินีนี้ สอื่ ความถึงมรณัส
สติในอารกั ขกัมมัฏฐาน 4 ทพ่ี ระภิกษุในเรื่องกำลังเจริญวิปัสสนา ร ะลึก
เกยี่ วกับความตายที่กำลังบังเกิดแก่ตน สอดคล้องกับพระรา ชนิพน ธ์ใน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ีกล่าวถึงการเจรญิ มร ณัสสติไว้
ตอนหน่ึงวา่
“อธวุ ํ โข เม ชีวิตํ ชีวติ ของเราไม่ยั่งยืน ธุวํ มรณํ เอกํสิกํ
ความตาย ย่งั ยืน เป็นไปส่วนเดยี ว อวสฺสํ มรณํ เอกสํ ิกํ ความตาย
แน่เป็นไปสว่ นเดยี ว อวสสฺ ํ มยา มรติ พฺพํ เราคงตายแน่ เราจะพึง
ตายแน่ มรณปริโยสานํ มรณํ อนตีโต ชวี ิตของเรามคี วามตายเป็น
ทสี่ ุด ไม่ลว่ งพ้นความตายไปได้ มรณปรโิ ยสานํ เม ชีวติ ํ ชีวิตของเรา
มีความตายเป็นที่สุด มรณปฏิพทฺธํ เม ชีวิตํ ชีวิตของเราเน่ืองด้วย
ความตาย มรณธมโฺ มมฺหิ มรณํ อนตีโต เราเปน็ ผมู้ คี วามตายเป็น
ธรรมดา ไม่ลว่ งความตายไปได้ มรณํ ภวสิ สฺ ติ ความตายจกั มี”
41
ภาพทา้ ยสดุ ที่อยตู่ อ่ จากเรื่องอสุภกมั มัฏฐานอยู่ด้านขวาของพระ
ประธาน เป็นพระภกิ ษุนั่งอยูก่ ลางป่า สันนษิ ฐานวา่ อาจเปน็ พระที่มาเจริญ
วปิ ัสสนากลางปา่ กอ่ นทจ่ี ะถกู เสือกัด เนอื่ งจากดา้ นขวามือ ของภาพมีเสือ
กำลังลงมาจากภเู ขาและจอ้ งมาทางพระภกิ ษุ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยหู่ ัว, 2547)
บานประตแู ละหนา้ ตา่ งพระอโุ บสถ
ด้านนอกเขยี นลายรดนำ้ เป็นรปู พรรณพฤกษาทีข่ ้ึนแทรกบนโขดหนิ
ด้านล่างภาพเขียน รปู มงคลหัตถี (3 ช้าง) เพอื่ ส่ือถึงพระนาม “กญุ ชร” อัน
เป็นพระนามเดมิ ของกรมพระพทิ ักษเทเวศร์ ต้นราชสกลุ กุญชรซง่ึ ทรงเป็ น
พระบรมวงศผ์ ใู้ หญท่ ่ปี ฏิสงั ขรณ์พระอารามนี้ และบานหน้าต่างดา้ นในเป็น
ภาพจิตรกรรมรูปเคร่ืองตั้งของจีน ได้แก่ เทียน พร้อมเชิงเทียน แจกั น
กระถาง ชดุ น้ำชา ถว้ ยชามีฝา ชามใส่ผลไม้ กลอ้ งยาสบู ส่วนท่บี านแผละทั้ง
ประตูและหน้ าต่างวาดเป็นกอบัวในแจกันขนาดใหญ่การวาดภาพเคร่ืองตั้ งของ
จนี เป็นรูปแบบท่ีนิยมและสืบทอดจากงานศิลปกรรมในสมัยรัชกาลที่ 3 สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์เก่ียวกับท่ีมา
ของจิตรกรรมทว่ี าดเครื่องต้งั จีนไว้ดังน้ี (สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยา
ดำรงราชานภุ าพ, 2457) “แตต่ ามเรอ่ื งตำนานปรากฏวา่ เมอ่ื ในรัชกาลท่ี 2
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัยทรงสร้างสวนขวาที่ ใน
พระบรมมหาราชวงั (ตรงบรเิ วณสวนศิวาลัยบัดนี้) ครง้ั น้ัน ประจวบเวลา
ราชทูตไทยออกไปเมอื งปกั ก่งิ ไปไดเ้ คร่ืองตั้งแตง่ เรือนอย่างจีนเขา้ มาจดั แตง่
พระตำหนกั ทใ่ี นสวนขวา เปน็ เหตใุ ห้เกิดนิยมกนั ข้ึนเป็นทีแรกว่าเป็นของ
42
งามน่าดู ถึงเอาไปผูกเป็นลายเขียนผนังโบสถ์ แตค่ ดิ ดัดแปลงไปให้เป็น
เครอ่ื งพทุ ธบูชา”
ภาพเทพชุมนมุ
อยู่เหนือช่องประตูและหน้าต่าง เป็นภาพเทวดาทรงเครื่องอย่าง
กษัตริย์ เหาะเปน็ หมู่ ทา่ มกลางก้อนเมฆ มีอากัปกริ ยิ าที่ต่างกัน เช่น พนมมือ
ไหว้ ถือช่อดอกไม้ ถือดอกบัว ถอื เคร่อื ง ดนตรี แตล่ ะองคม์ ีทา่ เหาะแบบนาฏ
ลกั ษณ์ และลกั ษณะของทอ้ งฟา้ นั้นมีลักษณะสีคราม มีก้อนเมฆนอ้ ยใหญ่ท่ี
ทำให้เกดิ มติ ใิ นระยะใกล้ ไกล ลกั ษณะเช่นนเ้ี ป็นพระราชนิยมในรัชกาลท่ี 4 ที่
ตา่ งจากภาพเทพชมุ นุมในสมยั กอ่ นหน้าท่มี ักจะทำเป็นเทวดาพนมมือเรยี งแถว
อยา่ งเป็นระเบียบ (พัสวีสิริ เปรมกลุ นนั ท์, 2554) ภาพเทพชุมนุมแสดง
เหตุการณ์ที่บรรดา เทวดามาร่วมสักการะพระพุทธองค์ ในที่นี้คือ
พระประธานปางมารวิชัยในพระอโุ บสถ สอดคล้องกับเน้ือความใน คัมภีร์
พระปฐมสมโพธิกถาทก่ี ลา่ วว่าเม่ือพระโพธสิ ัตว์ทรงชนะมาร ก็มีเทวดา
“.หมูเ่ ทพบุตรแลพรหมทั้งหลายกอ็ อกจากพมิ านแหง่ ตน ๆ เกลือ่ นกล่นกันมา
มีหัตถ์ถือประทปี สคุ นธบุปผาธวัชปฎากต่าง ๆ มาแวดลอ้ มพรอ้ มกัน อุโฆษ
ถวายชัยแก่พระมหาบุรุษวา่ ชยั ชำนะมแี กพ่ ระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทร งสิริ
สวัสดี ปราชัยมีแก่มารผู้ปรารถนาบาปธรรม” และเมื่อทร งตรัสรู้
อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเทพเจ้าท้ังหลายก็มาเฝ้าอกี ครั้งหนึ่ง (สมเด็จฯ
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส, พระปฐมสมโพธิ, 2509 : 113)
“...เทพยเจา้ ท้งั หลายนมิ ติ สขุ มุ กายเท่าอณูปรมาณลู งประชุมกันอยู่
ในท่มี ีประมาณเทา่ น้ันถึง 10 องค์บ้าง 20 องคบ์ ้าง 30 องค์บ้างตราบเท่า
43
ถงึ 1000 องค์ 10000 องค์ 100000 องค์จนถงึ แสนโกฎอิ งคก์ ็มีเปน อัน
มากหมูเ่ ทพยดาทง้ั หลายอนั มาแตห่ มนื่ จักรวาฬ ประดษิ ถานเตม จกั รวาล
อันนี้เพื่อจะทัศนาบูชาภิวันทนชุลี พระผู้ทรงภาคย์มากเหลอื ล้น...”
(สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส, 2537)
เอกสารอา้ งองิ
กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส. (2505). พระปฐมสมโพธิ กถา.
กรงุ เทพมหานคร: กรมการ ศาสนา.
ปฏิสังขรณว์ ดั เทวราชกุญชร. (2458). ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 32. หน้า
1433 (26 กันยายน พ.ศ. 2458).
ประยูร อลุ ชุ าฏะ. (2530). พจนานุกรมศิลปะ. พมิ พค์ รัง้ ท่ี 3. น.ณ ปากน้ำ
(นามแฝง). กรงุ เทพมหานคร: ศูนย์การพิมพพ์ ลชัย.
ประเสริฐ ศีลรัตนา. (2526). จิตรกรรม. กรงุ เทพมหานคร: โอเดยี นสโตร.์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชนิ วรสิริวัฒน์. (2543). สวุ รรณสามชาดก.
(พมิ พค์ รั้งท่ี 3). กรงุ เทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์.
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช),ราชบัณฑิต. (2548). พจนานุกรมเพื่อ
การศกึ ษาพุทธศาสน์ ชดุ คำวดั . กรงุ เทพมหานคร: วดั ราชโอรสาราม.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับ
ประมวลศัพท.์ (พิมพค์ ร้งั ที่ 9). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
44
________. (2551). พจนานกุ รมพทุ ธศาสน์ ฉบับประมวลศพั ท์ (ชำระ เพิม่ เติม
ชว่ งที่ 1). (พิมพ์ คร้ังท่ี 12). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลยั .
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว. (2547). ประชุมพระราชนิพนธ์
ภาษาไทย ใน พระบาทสมเด็จ พระจ อมเกล้า เจ ้า อยู่ หั ว.
กรุงเทพมหานคร: มหาเถรสมาคม.
พระพุทธโฆสเถระ. (2562). พระวิสุทธมิ รรค, แปลโดยวงศ์ ชาญบาลี.
กรุงเทพมหานคร: เล่ียงเซียงจงเจรญิ .
พร ะมหา น ิยม อุตฺตโม. (2 5 2 3 ). หลักสูตร ย่อบา ลีไวยา กรณ์.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์ เลี่ยง เชียง.
พระมหาสมใจ ปญฺญาทีโป. (2526). พระพุทธัปปิยะ, ปทรูปสิทฺธิ.
กรงุ เทพมหานคร: เฉลิมชาญ การพมิ พ์.
พระมหาสมปอง มุทโิ ต. (2545). มูลนริ ตุ ติ กจั จายนสตู ร ธาตวานุกรม.
(พมิ พ์คร้ังที่ 3). กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ ธรรมสภา.
พัสวสี ริ ิ เปรมกุลนนั ท์. (2552). จิตรกรรมฝาผนงั : พระราชประสงค์รัชกาล
ที่ 4 เรื่องจริยวตั ร สงฆ์. วิทยานพิ นธ์ศิลปศาสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวิชาประวตั ิศาสตร์ศลิ ปะ. กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลัย
ศลิ ปากร.
พัสวีสิริ เปรมกลุ นนั ท์. (2554). ภาพเทวดาในรัชกาลท่ี 4: ความสืบเน่ือง
ทางงานชา่ ง. ใน ประมวลผลงานดา้ นประวัติศาสตรศ์ ิลปะของ
ศาสตราจารย์ ดร. สนั ติ เล็กสุขมุ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
คณะโบราณคดี. มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
45
มหามกุฏราชวิทยาลยั . (2530). พระสูตรและอรรถกถาแปล ทีฆนกิ าย
มหาวรรค เล่มที่ 2 ภาคที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แหง่
มหามกุฏราชวิทยาลัย.
วกิ ิพเี ดยี สารานุกรมเสรี. (2563). อสภุ ะ. เรียกใชเ้ ม่ือ 18 มกราคม 2563
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/
วิไลเลขา ถาวรธนสาร. (2545). ชนชั้นนำไทยกับการรับวัฒนธรรม
ตะวนั ตก. กรงุ เทพมหานคร: เมอื งโบราณ.
สนุกกูรู. (2556). จิตรกรรมไทย. เรียกใช้เมือ่ 18 มกราคม 2563 จาก
https://guru.sanook.com/2313/
สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2473). อธิบาย
เครอ่ื งบชู า. พระนครศรีอยธุ ยา: โสภณพิพรรฒธนากร.
สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส. (2537). ปฐมสมโพธิ
(ภาษาบาลี) ฉบับ คัดลอกจากคัมภีร์ใบลานอั กษรข อ ม.
กรุงเทพมหานคร: คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมัง คลาราม
วรมหาวหิ าร.
สปุ ราณี พณิชยพงศ์. (2556). ร่องรอยธรรมกายในคัมภรี ์จตุรารักขา. ใน
รายงานการวจิ ัย. สถาบนั วิจยั นานาชาติธรรมชยั (DIRI).
สุภีร์ ทุมทอง. (2555). มรณสติในพระไตรปิฎก. กรุงเทพมหานคร: ห้าง
หนุ้ ส่วนจำกดั ภาพพิมพ์.
46
พระอนิ ทรท์ รงชา้ งเอราวัณ๑*
INDRA HOLDS THE ERAWAN ELEPHANT
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตโฺ ต พุม่ พวง)
Phra Thepkhunaporn (Sophon Sophanachitto Phumphuang)
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
Mahachulalongkornrajavidyalaya University
E-Mail [email protected]
บทคดั ย่อ
ตำนานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ มีการกล่าวถึงในพระไตรปิฎ กมาก
ที่สุด เพราะเปน็ เทพผู้พิทักษ์รกั ษาพระพุทธศาสนาเปน็ บุคคลาธษิ ฐานในตำนานที่มี
อทิ ธิพลอยา่ งมากตอ่ ผ้เู คารพเช่ือถือทัง้ ในศาสนาต้นกำเนิด คือ ศาสนาพราหมณ์
และพระพทุ ธศาสนา ผู้นำท่ีมีผตู้ ามเปยี่ มด้วยศรทั ธาเพราะดว้ ยความเป่ยี มเมตตา
เปน็ พุทธสาวกผู้อปุ ัฎฐาก สามีผยู้ ึดมนั่ บรรพบุรษุ ผู้ต้งั มัน่ ทานบดี กลั ป์ญาณมิตรต่อ
ผู้ประพฤติธรรม บุคลธษิ ฐาน เปรียบองคด์ ้วยกฎแห่งกรรม พระโพธสิ ัตว์บำเ พ็ญ
บารมี บดิ าผูเ้ ทยี่ งธรรม นักสงั คมสงเคราะห์บำเพ็ญประโยชน์ บตุ รกตัญญู ญาติผู้
ออ่ นน้อมต่อผใู้ หญ่ แมพ้ ระอินทรจ์ ะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในเทวโลกก็ยงั มีวาระทีเ่ ปล่ียนไป
เร่อื ย ๆ บทบาทสำคัญทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปในแต่ละยุคมีทัง้ รุง่ เรืองและ ตกต่ำ ถูกลด
บทบาทลงเทพชัน้ รองจากพระศิวะ พระวษิ ณุ และพระพรหม ทางพระพทุ ธศาสนา
๑*เคยตีพิมพ์เผยแผ่ใน วารสาร มจร การพฒั นาสงั คม ปีท่ี 6 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม-
สงิ หาคม 2564 หนา้ 186-197.
47
พระอินทร์ต้องถือศีล 5บริสุทธิ์ และ บำเพ็ญวัตตบท 7ประการ จึงไม่มีการ
เปลย่ี นแปลงเพราะคุณงาม ความดี เปรยี บเหมือนผูป้ กครองในปจั จบุ ันจะไม่มีความ
เส่อื มหากยึดมน่ั ปฏบิ ัตมิ ั่นในหลกั ธรรม ดังน้ันพระอนิ ทร์ทรงช้างเอราวณั จงึ เป็น
เทพทีป่ กปกั รกั ษาพุทธศาสนกิ ชนทยี่ ดึ มั่นในศีลธรรมอนั ดีงาม มกี ารสร้างพระอนิ ทร์
ทรงช้างเอราวัณ เครื่องเตือนใจเป็น รูปหลอ่ รปู เหมอื น และอนื่ ๆ เพ่ือเป็นเคร่ือง
เตือนใจให้ระลึกว่า คนดเี ทพรักษา พระคมุ้ ครอง และเป็นเครื่องปอ้ งกันภยั จากสิ่งทไ่ี ม่
สามารถสัมผสั ไดท้ ่จี ะมาทำรา้ ย เพราะพระอนิ ทรท์ รงชา้ งเอราวัณ เป็นเทพเทวราชา
คอยปราบปรามสิ่งชว่ั รา้ ยทั้ง 3 โลก คอื สวรรค์ มนษุ ย์ และนรก
คาํ สําคัญ: ความเชอื่ , พระอินทร์, ชา้ งเอราวณั
Abstract
Legend of Indra holds the Erawan elephant. It is most
mentioned in the Holy Scriptures. Because he is the guardian
deity of Buddhism, it is the personification in the legend that
has a great influence on the respectful. Trust in both religion,
the origin is Brahmanism and Buddhism, a leader whose
followers are full of faith because of compassion, is a follower
of a follower, a loyal husband, a firm ancestor, and a friend to
the practitioner. , Personification with the Law of Karma, Baphen
Charismatic Bodhisattva, the upright father, the ministering
social worker, the grateful child, the meek relative to the adult,
even though Indra is a great person in the world, it still has its
48
own ever changing agenda. The changing significance of each
era, both prosperous and depressed, was reduced to the
secondary deities of Shiva, Vishnu and Brahma in Buddhism.
Indra has to hold the five holy precepts and practice seven
chapters, so there is no change because virtue is like a ruler in
the present. Act adhering to the principles Therefore Indra holds
the Erawan elephant It is a god that protects Buddhists who
adhere to good morals Indra has built an Erawan elephant.
Reminders are statues, figures, and so on as a reminder to
remember that good people, gods, heal gods and protect them
from the unseenable things that will harm. Because Indra holds
the Erawan elephant Is a deity, suppressing evil in all 3 worlds
namely Heaven, human landscape and hell landscape.
Keywords: The belief, Indra, the Erawan elephant.
บทนํา
ความเชือ่ ของมนษุ ย์เกิดจากความรู้สึกว่าไม่ปลอดภยั ความกลัว
จากอำนาจเหนอื ธรรมชาติ เมอื่ เกดิ เหตุการณ์ทางธรรมชาตทิ ี่ทำ อัน ตราย
ต่อชีวิต ความกงั วล ความกลัว ทำให้ความเชื่อเป็นส่วนหน่งึ ของควา มเป็น
มนุษย์ ความเชอ่ื ในสง่ิ เหนือธรรมชำติย่อมมีอทิ ธพิ ลต่อชวี ิตมนุษย์ หมายถึง
เชื่อในพลังอำนาจที่จะบนั ดาลให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหน่งึ ใน
49
จักรวาล ความเช่ือของคนไทย กไ็ ม่ได้แตกตา่ งจากชนชาตอิ น่ื ๆ คอื มีความ
เช่ือถือในเรือ่ งไสยศาสตร์ ผสี างเทวดา เช่ือในส่ิงทม่ี องไม่เห็นและมีฤทธิ์
อำนาจที่จะบันดาลรา้ ย-ดี ใหแ้ กม่ นุษย์ ไดก้ ารที่คนไทย มีควา มสัมพันธ์
ใกล้ชดิ กบั ธรรมชาติและสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ความเชื่อของคนไทยแต่เดิมคือ
“ผี” อันไดแ้ ก่ ผีบรรพบุรุษ ผีฟ้า (แถน-เทวดา) ผีนา (แม่ขวญั ข้าว-แม่โพสพ)
ผดี นิ (แมธ่ รณ)ี ผนี ้ำ (แม่คงคา) และผอี นื่ ๆ อกี มากมาย ความกลัวและ
ความไมร่ ู้จึงเป็นเหตทุ ำให้เกิดความเช่ือ ความเชื่อเปน็ เหตุให้เกิดศา สนา
ในสังคมมนษุ ยต์ ง้ั แต่สมยั โบราณ ปจั จุบันวทิ ยาศาสตรเ์ จรญิ กา้ วหนา้ ไปมาก
แต่มนุษย์ก็ยังมีพฤติกรรมการ แสดงออกทางความเชื่อ ความเชือ่ เรื่อง
ผีสาง เทวดาและส่ิงศักดส์ิ ิทธิท์ ้ังหลาย เป็นปรากฏการณ์ทา งศาสนา ใน
สังคมไทย ยงั มีความเชือ่ เช่นนอ้ี ยา่ งมน่ั คง ในเรือ่ งตา่ ง ๆ เช่น ประเพณีการ
เกิด การตาย การปลกู บ้านเรือน การเปลยี่ นวยั การทำศกึ สงคราม ยอ่ มมี
เร่อื งของผีสางเทวดา และสง่ิ ศักดิ์สิทธ์ิท้ังหลายซงึ่ เช่อื กัน ว่า ทร งอำ นาจ
ปรนนบิ ตั บิ ชู าให้ถกู ตอ้ ง เพอ่ื เปน็ หลกั ประกันหรือการประกันภัยทา งด้าน
จติ ใจอยา่ งหนงึ่ ในสังคม ความเชอื่ ของมนษุ ย์ทกุ ชนชาติ มกั จะเชื่อในส่ิง
ศกั ด์ิสิทธิห์ รอื สิ่งท่ีมีอทิ ธพิ ลเหนือมนุษย์ดลบันดาลให้เป็นไป บังเกิดเป็น
คุณและโทษได้ มนุษย์จงึ มคี วามกลัวและความเชือ่ วา่ ไม่สามารถควบคุมได้
สง่ิ ท่ีมนษุ ยก์ ระทำํ คอื การเอาอกเอาใจสงิ่ ศกั ดิ์สิทธ์ิท่ีมีอิทธพิ ลเหนือมนุษย์
เหลา่ นั้นดว้ ยการเซ่นไหว้ บวงสรวง บนบานศาลกล่าว อธษิ ฐาน หรอื อ่ืน ๆ
และมนุษย์ต้องการสิ่งใด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อเกิดความ
เจรญิ กา้ วหน้าในการดํำรงชวี ติ จงึ บนบาน ขอใหส้ ง่ิ นนั้ ๆ พระอินทรท์ รงช้าง
เอราวัณ เป็นหนึ่งในความเชื่อของของคนไทยท่ีมีมาต้ังแต่อดีตจนถึง
50
ปจั จุบัน นอกจากพระอนิ ทรท์ รงช้างเอราวัณแล้วก็ยังมีความเช่ือของเทพ
เจ้าในแต่ละยคุ มดี งั น้ี
ความเชื่อชาวกรีก มีเทพตา่ ง ๆ เชน่
1. ซุส (Zeus) เทพผเู้ ปน็ ราชาแห่งเทพทงั้ มวล ไม่เว้นแมแ้ ต่เหล่า
มนุษย์ ซ่งึ มี สายฟ้า หรือ อัศนีบาต เป็นอาวุธ และมีพ่นี ้อง 5 องค์ คือ
โพไซดอน ดมี เิ ทอร์ เฮรา่ ฮาเดส และ เฮสเทีย
2. โพไซดอน (Poseidon) เทพเจา้ แหง่ ทอ้ งทะเล ผู้เป็นนอ้ งชาย
ของซสุ มี ตรศี ูล หรือ สามงา่ ม เปน็ อาวุธ
3. ดมี ิเทอร์ (Demeter) เทพีแห่งความสมบรู ณ์ ผู้ควบคุมด้าน
เกษตรกรรม
4. เฮร่า (Hera) ราชินีแหง่ สวรรค์ ผู้ซึง่ เปน็ ทั้งพีส่ าวและภรรยาของ
ซสุ เธอเป็นเทพีแห่งการใหก้ ำเนดิ และสตรี ผ้มู ีนกยูงเปน็ สตั ว์ ประจำตัว
5. แอเรส (Ares) บุตรของ ซุส กบั เฮร่า เปน็ เทพแห่งสงคราม มี
สัตว์ประจำตัวคอื เหย่ยี ว และสุนขั มังกรไฟ มีนอ้ งสาวช่อื อีริส เทพีแห่ง
การววิ าท ซึ่งเปน็ ภรรยาของเขาด้วย
6. อพอลโล่ (Apollo) บุตรของซุส กบั เทพีเลโต และมนี ้องสาวฝา
แฝด คอื อาร์เทมสิ (Artemis) เทพเจา้ แหง่ การทำนาย กฬี า และการรกั ษา
โรค ทั้งยังเป็นเทพแห่งพระอาทติ ย์ มพี ิณ เปน็ เคร่ืองดนตรปี ระจำตัว
7. อาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์ และการล่าสัตว์
ฝาแฝดของ อพอลโล่ และเป็น 1 ใน 3 เทพพี รหมจรรย์ ท่มี ีอาวุธเป็นคันธนู
โดยมสี นุ ขั เป็น ผ้ตู ิดตาม
51
8. เฮอรม์ สี (Hermes) บุตรของซุส กับนางไม้มีอา เป็นเทพแห่ง
การคา้ การโจรกรรม ทงั้ ยังเป็นผสู้ ง่ สารของเหล่าทวยเทพ มีคฑาคะดูเซียส
(สัญลกั ษณ์แห่งการแพทย์) ประจำกาย ชอบสวมหมวกปกี กว้าง
9. อาร์เธน่า (Arthena) เทพีแห่งความเฉลีย วฉลา ด ผู้ซึ่ง
เช่ียวชาญศิลปศาสตร์กรีกทุกแขนง และเป็นทีม่ าของช่ือเมืองเอเธนส์
(Athens) มสี ตั ว์ประจำตัวเป็น นกฮูก
10. อโฟร์ไดร์ (Aphrodite) เทพแี ห่งความรักและความงดงา ม
บุตรขี องซสุ และเทพีไดโอน่ี ซง่ึ นางมสี มั พนั ธช์ ู้สาวกับ แอเรส (Ares) จน
เกดิ เป็นทายาทคอื คิวปดิ (Cupid) นั่นเอง
11. ฮเี ฟสตุส (Hephaestus) เทพแห่งไฟ และการชา่ ง บุตรของซุส
กบั เฮร่า เปน็ เทพท่พี กิ ารและรปู ร่างอปั ลกั ษณ์
12. ไดโอเนซัส (Dionysus) เทพแห่งไวน์ และเทพแห่งละคร
ผู้ซงึ่ เป็นความหวังในการเก็บเกยี่ วผลไม้
ความเชอื่ ชาวโรมนั ก็มเี ทพตา่ ง ๆ เชน่ อีเนยี สของโรมันก็ถูกดึง
ไปเปน็ สามขี องลาวิเนียพระราชธิดาของกษัตริยล์ าตนิ ัสผู้เป็นบร รพบุรุษ
ของชนละติน ฉะนัน้ จงึ เปน็ บรรพบรุ ษุ ของรอมวิ ลสุ และรีมุส ฉะนนั้ ตำนาน
เก่ยี วกับโทรจันจึงกลายเป็นตำนานลึกลับเก่ียวกับบรรพบรุ ษุ ของชาวโรมัน
ซงึ่ เปน็ สาเหตใุ ห้ทหารมา้ โรมนั แต่ง เคร่อื งแบบที่มาจากภาพวาดของโทรจัน
กวีนิพนธ์ “เอนิอิด” (Aeneid) และ หนังสือสองสามเล่มแร กโดย
นกั ประวัติศาสตร์โรมนั ลิวี”
ความเช่ือชาวนอร์ส ชนชาวเจอร์แมนกิ เหนือ, ชนชาวไวก้ิง,หรือ
ยุโรปเหนอื มีศาสนาเก่าแก่เปน็ ความเชอื่
52
พหุเทวนิยม และยงั คงเล่าสืบเนอ่ื งกันมา แม้ภายหลงั จากชาวสแกนดเิ นเวีย
หนั มานับถอื ศาสนาคริสต์ จนกลายมาเป็นคตชิ าวบ้านสแกนดิเน เวีย แห่ง
สมยั ใหม่ เทพเจา้ ชาวนอรส์ , ชนชาวเจอร์แมนกิ เหนือ, ชนชาวไวกิง้ , หรือ
ยุโรปเหนือ เป็นชอ่ื เรียกรวมของเทพเจา้ ที่รจู้ ักกันดีในนามเทพเจา้ ของชาวนอร์ส
เทพสูงสุดคือโอดนิ มหาเทพ ไดแ้ ก่ ธอร์ เทพสายฟา้ ผูม้ คี ้อนใหญเ่ ป็น อาวุธ
โดยเปน็ เทพนักรบผู้พิทักษ์มนุษยชาติ โอดนิ นเ์ ทพเจ้าพระเนตรเดียว ผู้ทรง
ขวนขวายหาความรใู้ นโลกธาตทุ ั้งหลาย และพระราชทานอักษรรนู ให้แก่มนุษย์
เฟรว็ ยา (Freyja) เทพสตรีผ้ทู รงสริ ิโฉม ผใู้ ชเ้ วทมนตร์ (seiðr)
และทรงฉลองพระองค์คลุมขนนก ผู้ทรงมา้ เขา้ สสู่ มรภมู ิ เพอื่ เลือกเอาดวง
วิญญาณในหมูผ่ ้ตู าย สคาดดี (Skaði) ยกั ขินแี ละเทวีแห่งการสกี ผู้อาศัย
อยทู่ า่ มกลางฝงู หมาป่าบนภูเขาในฤดูหนาว นิยอรเ์ ดอร์ (Njörðr) เทพเจ้า
ทรงฤทธ์ิผู้อาจปราบไดท้ ัง้ ทะเลและไฟและยังประทาน ความมั่งค่ังและที่ดิน
เฟรออร์ (Freyr) ผูน้ ำสนั ตภิ าพและความเพลิดเพลนิ สูม่ นุษยชาติ ผ่านทาง
ฤดูกาลและ การกสิกรรม อดิ ุนน์ (Iðunn) เทพเจา้ ผู้ทรงรกั ษาแอปเปิลท่ี
ใหค้ วามเยาวว์ ยั ช่ัวนิรันดร์ เฮยม์ ดลั เลอร์ (Heimdallr) เทพเจ้าลึกลับผู้
ประสูติแต่มารดาเก้าตน ทรงสามารถฟังเสียงหญ้าโต มีพระทนต์เป็น
ทองคำ และ มีเขาสัตว์ที่เป่าได้ดังกึกก้อง และยอตุนน์โลกี ผู้นำ
โศกนาฏกรรมมาสู่ทวยเทพโดยวางแผนให้บัลเดอร์ (Baldr) พระโอรสแห่ง
เทพเจ้าฟริกก์ ตอ้ งตาย เปน็ ตน้
ความเชอื่ ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู มกี ารนับถือเทพหลายองค์
เหตุผลที่สำคัญก็คือเทพเจา้ ท้ังหมดมี ฤทธานภุ าพสามารถบนั ดาลทุกข์สุข
ใหก้ บั มนษุ ยบ์ นพน้ื โลกนั่นเอง เช่น พระศวิ ะหรอื พระอิศวร เทพผู้ทำลาย
53
และสร้างโลก พระวิษณุหรือพระนารายณ์ เทพผู้รักษาคุ้มครองโลก
พระพรหม เทพเจ้าผ้สู รา้ งจักรวาลและโลก พระอินทร์ เทพผู้รกั ษาทางดา้ น
ทศิ ตะวนั ออกและผู้พทิ ักษ์พุทธศาสนา พระนางอมุ าเทวี ผซู้ ่งึ เปน็ เทวีแห่ง
ความเมตตา พระสรุ สั วดี ผูซ้ ่ึงเป็นเทวแี หง่ ภาษาและความรู้ พระนางลกั ษมี
เทวแี ห่งความมง่ั ค่ังและเทวีแหง่ ความดีงาม พระพฆิ เนศวร เทพแห่งศิลปะ
วิทยาการและเทพแห่งความสำเร็จ พระอาทติ ย์ เทพแห่งไฟหรือดวงตะวัน
พระจันทร์ เทพเจา้ แหง่ เสน่ห์ พระราหู เทพนพเคราะห์ พระยม เทพแห่ง
ความเท่ยี งธรรมและความตาย พระกามเทพ เทพแห่งความรัก พระอนิ ทร์
เทพผู้พิทกั ษ์รักษาพทุ ธศาสนา ในคติความเชื่อทางพุทธศาสนา มักเรียก
พระอินทร์ ในชื่อ ท้าวสักกะ หรือ ท้าวศักระ เป็นผู้ปกครองสวรรค์ช้นั
ดาวดึงส์ ท้าวสกั กะนั้น ในบางครัง้ มักถูกเรยี กด้วยชอื่ “อนิ ทระ”หรอื ในช่ือ
ทเี่ รยี กขานท่วั ไปอกี ชอื่ วา่ “เทวานัม อนิ ทระ” อันหมายถึง “จอมเทพ”
หรือ “หัวหนา้ แห่งเทพทง้ั หลาย”(สนั สกฤต: อินทฺ ฺร, บาลี: อินทฺ ) เปน็ เทพที่
ปรากฏในพระไตรปฎิ กมากทสี่ ุด ศาสนาพทุ ธพระอินทรอ์ ยูใ่ นฐานะเทวดาท่ี
เป็นสาวกของพระพุทธเจา้ เปน็ เทพผู้พิทักษ์รักษาพุทธ ศาสนาคอยรับใช้
ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในคัมภีรพ์ ระเวทของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในสมัยน้ัน
พระอนิ ทร์เป็น เทพเจา้ สงู สุด เม่ือศาสนาพราหมณ์ - ฮินดูจะกลบั มาร่งุ เรือง
อีกครั้งก็ลดลำดับพระอินทร์ลงมาเป็นเทพชั้นรอง และยก
พระตรมี รู ติขึ้นเป็นใหญ่ ประเทศไทยกลา่ วถงึ พระอินทร์บอ่ ย ครั้ง ดังที่
ปรากฏอยูใ่ นงานจิตรกรรม ประตมิ ากรรม ศิลปกรรม สญั ลักษณ์ หรือการ
ต้งั ชอ่ื ต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นทนี่ า่ สนใจใคร่การศึกษาถึงปร ะวัติ ความ
เปน็ มาหนา้ ท่ี คณุ งามความดีตา่ งๆ
54
กำเนดิ พระอินทร์ เทพผู้พิทักษร์ ักษาพทุ ธศาสนา
1. กำเนดิ พระอนิ ทร์ ตามแนวทางของพระพุทธศาสนาผู้ทจ่ี ะเป็น
พระอนิ ทรไ์ ดต้ อ้ งถอื ศีล 5 บรสิ ทุ ธ์ิ และ บำเพญ็ วตั ตบท 7 ประการ จะต้อง
ประกอบคุณงามความดี ดว้ ยการปฏิบัติตนตามหลกั วัตตบท 7 ประการ คือ
1. มาตาเปตภิ โร การเล้ยี งดมู ารดาบดิ าตลอดชีวติ
2. กุเลเชฏฺฐาปจายี การประพฤติออ่ นน้อม ต่อผใู้ หญ่ในตร ะกูล
ตลอดชีวติ
3. สณฺหวาโจ การพดู จาแตค่ ำออ่ นหวาน ตลอดชวี ติ
4. อปิสุณวาโจ หรือ เป สุเณยฺยปฺปหายี การไม่พดู คำส่อเสียด
พดู สมานสามคั คตี ลอดชวี ิต
5. ทานสวิภาครโต หรือ มจฺเฉรวินโย ยินดี ในการแจกทาน
ปราศจากความตระหน่ี
6. สจฺจวาโจ พูดแตค่ ำสตั ย์ตลอดชีวติ
7. อโกธโน หรือ โกธาภภิ ู ไมโ่ กรธตลอดชวี ติ ถา้ ความโกรธเกิดขึ้น
ก็จะรีบกำจดั โดยฉบั พลันทันที
2. กำเนิดเรมิ่ ในสมัยฤคเวท ก่อนการปรากฏของยุคตรีมูรติ ใน
หนังสอื เทวกำเนิดได้ กล่าวถึงพระอินทร์ในเชงิ ประวัติศาสตรว์ ่า เป็น 1 ใน
8 เทพ ท่ปี รากฏบทบาทสำคญั ในหมู่ชาวอริยกะ (ประมาณปี 1700 B.C)
พระอนิ ทรเ์ ปน็ เทพแห่งพายุ-บรรยากาศ-เทพแหง่ สงคราม ทรงใช้วชิระหรือ
สายฟ้าเปน็ อาวธุ เปน็ เทวดาที่ โดดเดน่ ใน คัมภีร์ฤคเวท มหี น้าท่ีปกป้อง
เทพเจ้าและมนษุ ยจ์ ากภูตรา้ ยท่ีเปน็ ตัวแทนความโหดเหย้ี มทางธร ร มชา ติ
โดยเฉพาะความแห้งแล้งและความมืด ประจ ำทิศตะวันออกและเป็น
55
เทพารกั ษ์ท่ยี ง่ิ ใหญข่ องชาวอริยกะทท่ี ำใหร้ บชนะพวกทัสยหุ รือชาวเงา ะป่า
พนื้ เมือง สมยั ตอ่ มาพระอินทรถ์ ูกยกบทบาทเข้าแทนท่ีพระวรุณ อยา่ งคอ่ ย
เป็นค่อยไปจนโคน่ อำนาจในฐานะเทพผ้เู ปน็ ใหญ่เหนือเทพ แตบ่ างตำราว่า
เปน็ เทพองค์เดยี วกันมาต้ังแตใ่ นยคุ ต้น มีชายาในชว่ งแรกองค์เดียวนามว่า
อินทรานี-เปาโลมี-เอนทรี-ศจี มีพาหนะประจำองค์คือช้าง ไอราพต-
เอราวัณ และม้าสีขาวช่ืออจุ ไฉศรวะ-อุจไฉศรพ (เทพพาหน ะที่เกิด ครั้ง
เกษยี รสมุทร) ดำรงค์อยูโ่ ดยการด่ืมน้ำอมฤตเป็นนติ ย์เพ่ือให้แกล้วกล้าใน
การศกึ สงคราม ความสำคญั ของพระอนิ ทรใ์ นยคุ แรกนี้ปรากฏ ชดั เจนจาก
ความยาวของบทสวดที่แตง่ ขึ้นเพื่อสรรเสริญและพบว่าในพระอินทร์มีบท
สวดมากถงึ หนึ่งในสีข่ อง บทสวดทง้ั หมด ซง่ึ ท่ีมาของพร ะอินทร์ภา ย ใต้
อทิ ธิพลของศาสนาพราหมณ์ถกู ปรับเปล่ยี นไปตามยคุ สมัยอยู่ ตลอดเวลา
เพอ่ื ให้สอดรบั กบั บรบิ ทของสงั คมอินเดยี
3. กำเนิดพระอินทร์ในคมั ภีรอ์ ถรรพเวท กลา่ วไวว้ า่ พระอินทร์
น่าจะเป็นพี่น้องร่วมมารดา กับพระอัคนี มีมารดานามว่าเอกาษฐกา
(เอกาษฺฐกา), เทวีปริถิวี, เทวีนิษฏิกริ หรือสถวี ผู้เป็นพระธิดาของ
พระประชาบดี แต่ไมร่ ะบุว่าใครเปน็ บิดา และในคัมภีร์กลา่ วว่า พระอินทร์
อาจมีกำเนดิ ด้วยอำนาจบำเพ็ญตบะของนางเอกาษฺฐกา แต่บางคัมภีร์ก็
กลา่ ววา่ พระประชาบดี เป็นผู้สรา้ ง พระอินทร์
4. กำเนิดพระอนิ ทรใ์ นคัมภีรฤ์ คเวท กลา่ ววา่ เทยาส-เทยาสฺ-ทยา
อุส เป็นบดิ าของพระองค์ แตใ่ นบางตำรากล่าวว่าเป็นโอรสของ เทยาส และ
ปฤถิวี เปน็ พ่ีน้องรว่ มบดิ ากบั พระอคั นี ซ่งึ เทยาส หมายถึงฟ้า สว่ น ปฤถิวี
หมายถงึ ดนิ พระบิดาของพระอนิ ทร์ได้สร้างวชั ระใหแ้ ตม่ ขี อ้ ขัดแยง้ อกี หลาย
56
ตอนทก่ี ลา่ วไวใ้ น คมั ภีร์วา่ อสูรช่ือ ตวัษฎา เปน็ ผู้สร้างวัชระให้โดยเมื่อเกิด
มาพระองคก์ ็ทรงด่ืมน้ำโสมเหมือนลกู กวางกระหายน้ำ และทำให้มารดา
เปน็ ม่ายโดยการสงั หารบิดาท่ีคาดว่านา่ จะเปน็ ตวัษฎาอสูร สำหรบั มารดา
ของพระอนิ ทร์ คือ นางอทิติ แต่ในเทพปกรณมั สมัยหลงั กล่าววา่ สวามีของ
นางอทาติ คือ กัศยประชาบดีและ บางตำรายังว่าพระอินทร์เป็น โอรส
ของกศั ยปะกับนางอทิติโดยมีเหลา่ อสูร หรือ อสุระ เป็นพน่ี อ้ งต่างมารดา (คือ
บตุ รนางนิติ และ นางทน)ุ ซ่ึงเป็นไปได้วา่ ตวัษฎาสรู กบั กศั ยปะ อาจเป็นองค์
เดียวกนั
5. กำเนิดพระอินทร์ในคัมภีร์มหากาพย์ มีการพัฒนาปรับแต่งให้
พสิ ดารขนึ้ โดยเน้นการบูชายัญ เปน็ หลกั ทำใหท้ ม่ี าของพระอินทร์แตกต่างจา
กำเนดิ ยคุ แรกๆ ท่กี ลา่ วว่า มีบดิ ามารดาเป็นผู้ให้กำเนิด โดยใน ยคุ น้ีถือว่าบุคคล
ท่ีปรารถนาเปน็ พระอินทร์ต้องกระทำพิธีอัศวเวธ หรือ อศั วเมธ ถึง 100 คร้ังขณะ
เป็นมนุษย์ และเมอื่ เป็นพระอินทรก์ ็จะมีระยะเวลาปกครองเพยี ง 100 ปีทิพย์
เท่านนั้ จากนน้ั จะมีเทพองค์อื่นขึ้นปกครองแทน ซึง่ อาจเป็นมนุษย์หรือผู้มีบุญ
ขึ้นแทนตามวาระ โดยในคัมภีรว์ ิษณุปุราณะกล่าวถึงเร่ืองมนุษย์บำเพ็ญตบะ
พยายามยกฐานะตนขึ้นเช่น ทา้ วสคั ระะทำให้พระอินทร์หวาดกลัวจนต้องเสีย
อทินนาทานลงมาขโมยมาเพื่อ ทำลายตบะหรือพิธีเสียหลายคร้ัง ในศาสนา
พราหมณ์ พระอินทร์ มชี ่ือหลายชือ่ ดังนี้
1) เทวปติ-เทวเทวะ-เทวานมนิ ทะ ผู้เป็นใหญใ่ นหมู่เทวดา
2) ทิวัสปติ เจา้ แห่งอากาศ
3) มเหนทร-มหินทร ผูเ้ ป็นใหญ่
4) มารุตวาน เจ้าแหง่ ลม
57
5) เมฆวาหนะ ผขู้ ีเ่ มฆ
6) วฤตระหา- ผู้สงั หารความแหง้ แลง้
7) วริตราหา มสี ายฟ้าเป็นอาวุธ
8) วาสวะ-วาสพ ผเู้ ปน็ ใหญ่ในวสุเทพ
9) วัชรี-วัชรนิ ทร์-วชริ ปราณี ผู้ถอื วชิระ
10) ศตกรต- เจ้าแห่งการบวงสรวงมกี ำหนดได้ 100
11) ศจีปติ ภสั ดาแหง่ นางศจี
12) สตมขะ เจ้าแห่งการประกอบพธิ ีอศั วเมธ 100 คร้งั
13) สวรรคปติ-สวรรคบดีจอมสวรรค์
14) สกั ระ-สกั รินทร์ ผู้มีความสามารถยงิ่
15) สุรปติ-สุรบดี-สุรบ ดนิ ทร์-สรุ ินทร์ ผ้เู ปน็ ใหญ่ในหมสู่ ุระ
16) อมรินทร์ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่อมร, และสมญั ญาอนื่ ๆ เช่น อคุ ระ
จันวนั , อุลกู ะ, จาณ ทาลี, วัลภิท, ทวิ สั ปติ, สุรปต,ิ สะโยนี
คณุ ลกั ษณะของพระอินทร์
1. คุณลกั ษณะของพระอนิ ทร์ในอรรถกถา อธิบายความว่า พระ
อนิ ทรม์ ีรปู ร่างสงู 3 คาวตุ พระวรกายเปล่งรศั มีสีเขียว ลกั ษณะงดงามดัง
เทพบุตรท่วั ไปอมิ่ เอิบด้วยการดำรงอยู่ในศีล อายกุ ลั ป์ 1,000 ปที ิพย์ ซงึ่ ใน
อรรถกถาวมิ านวตั ถุกล่าววา่ เปน็ อากาสฏั ฐเทวดา 1 ในเทวดา 3 ประเภท
แตม่ ที พิ ยฐานะทีส่ งู กว่าเทวดา ท่ัวไปในฐานะท้ัง 10 ประการ คือ อายุทพิ ย์
วรรณทิพย์ ยศทพิ ย์ สุขทิพย์ อธิปไตยทิพย์ รูปทิพย์ เสยี งทพิ ย์ กลิ่นทิพย์
รสทพิ ย์ โผฏฐพั พทพิ ย์ 32 แต่เม่ือสิน้ บญุ กต็ อ้ งจุติ และมีผอู้ ่นื เกิดเป็น ท้าว
58
สกั กะใหมท่ ดแทน แม้วาระพระอนิ ทรท์ เี่ ปล่ยี นไปเรื่อยๆ แต่ละองค์ก็ยังคง
มคี ณุ สมบตั ิเหมือนกนั ราวกบั เป็นเทพองค์เดยี วกันไม่สามารถ จำแนกออก
ได้ ดงั ปรากฏยืนยนั ในเหตุการณ์สักกปัณหสูตรว่าเม่ือครั้งท่ีถูกมร ณภัย
คุกคามมีดำริไปเฝา้ ทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าเมือ่ ได้รับพุทธพยากรณ์
พระองค์พรอ้ มเทวดาบริวาร ทัง้ แปดหมืน่ ตา่ งบรรลุโสดาปัตติผล กลับมา
จุติใหม่ในอตั ภาพเดิมเป็นทา้ วสกั กะหนุ่มอีกคร้งั
2. คุณลักษณะข อง พระอินทร์ใ นคัมภีร์ฤคเวท กล่าวว่า
พระอินทร์มลี กั ษณะพระเกศาสีน้ำตาลพระปฤษฎางคส์ ีน้ำตาลใหญ่ พระศอ
มหึมา วรกายใหญ่โต พระอุทรมีขนาดใหญ่บรรจุน้ำโสมไดห้ ลายสระ
ทรงพละกำลังอันหาใครตา้ นมิได้ พระโอษฎ์กวา้ ง ทรงมีพระทาฐกิ ะ(เครา)
สที อง หรอื น้ำตาลปนเหลอื งทีส่ ่ันพลวิ้
3. คุณลักษณะของพระอินทร์ในไตรเพท กล่าวว่ามีผิวสีทองบ้าง
สีแสดบ้าง สีนวลบา้ ง มีแขนยาว แปลงรูปรา่ งตามใจนกึ บางตำราว่ามี 2-4 กร
ในชว่ งตน้ เป็นผู้สรา้ งโลกเทพแหง่ สงคราม ทรงเสพสุราท่ที ำจากรากไม้ชนิด
หนง่ึ เรยี กวา่ โสมะ สรุ าชนดิ นี้จึงเรียกว่า น้ำโสม มกี ารประกอบพิธีถวาย
น้ำโสมแก่พระอินทร์เป็นพิธีใหญ่จนตอ้ งมคี ำสวดถวายนำ้ โสมแกพ่ ระอิน ทร์
อยูใ่ นคัมภรี ส์ ามเวท เรยี กว่า โสมยชั ญ์ แตเ่ มอื่ เสวยแล้วมักมีพฤติกรร ม
เทยี่ วเกะกะระราน ชอบโออ้ วด จนมกั เป็นเรอื่ งราววนุ่ วาย
4. ในอรรถาธิบายกล่าวถงึ พระอินทร์ วา่ ทรงมีปรีชาสามารถด้าน
ปัญญาเม่อื จะช้แี นะแกไ้ ขทางออกปัญหาให้แกเ่ หล่าเทวดาและมนุษย์ ใน
การเป็นผู้ตัดสินคดีความ หรือเป็นทีป่ รกึ ษาคลี่คลายสถานการณจ์ าก
ปัญหาทางจริยธรรมที่เกนิ ความสามารถของทา้ วจตโุ ลกบาลท้ัง 4 เชน่
59
เหตกุ ารณพ์ ระนางโรหิณที ่ีในอดีตชาติได้ ประกอบกศุ ลทาน สร้างศาลา
ถวายพระภกิ ษดุ ้วยศรัทธา และได้ฟังธรรมจนบรรลโุ สดาบันไปจตุ ิยงั สวรรค์
ช้นั ดาวดึงสร์ ะหว่างเขตแดนวิมานเทพบุตรทั้ง 4 เพราะเหตุที่นางมีรูปร่าง
งดงาม เทพบตุ รจงึ เกิดจติ สมัครรักใคร่ ไมส่ ามารถตัดสนิ ความวา่ คู่ควรกับใคร
พระอินทร์ได้ทรงออกอุบายไต่ถามเทพบุตรท้ัง 4 ว่ารู้สึกเชน่ ไร ได้รับ
คำตอบว่า
เทพบตุ รองคท์ ่ี 1 จิตเหมือนกบั กลองในคราวสงครามไม่สา มารถ
สงบลงได้
เทพบุตรองคท์ ี่ 2 จิตเหมอื นแม่น้ำท่ีตกจากภเู ขา
เทพบุตรองคท์ ่ี 3 ตาทัง้ 2 ของตนถลนออกเหมอื นตาปู
เทพบุตรองค์ท่ี 4 เหมอื นธงทโี่ บกสะบัดบนเจดยี ์ไม่สามารถน่ิงได้
พระอนิ ทร์ไดต้ อบกับเทพบุตรทั้ง 4 ว่าจิตของพวกทา่ นยงั พอข่มได้แต่เรา
เมือ่ ไม่ไดน้ างจักต้องตาย เหตนุ ีเ้ ทพบุตรทั้ง 4 จำตอ้ งยอมยกนางให้ซึ่งเป็น
ไหวพริบทจี่ ะมิใหเ้ กดิ การวิวาท
ช้างเอราวัณ หรอื ชา้ งสามเศียร
พระอนิ ทร์เป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่เหนือชีวติ ของมนุษย์และสรร พ
สัตว์ มีหน้าที่ปกปอ้ งดแู ลโลกให้พ้นจากสง่ิ เลวรา้ ยต่าง ๆ เป็นผนู้ ำเหล่าเทพ
เจ้าไปกำจดั อสูรรา้ ยในหลายคราวพาหนะ ของพระอนิ ทรม์ ี 2 อยา่ ง คอื "รถม้า"
และอีกอย่างคือ "ช้างเอราวัณ" หรือช้าง 3 เศียร (แต่เดิมมีถึง 33 เศียร)
ในภาษาสันสกฤตเรยี ก ชา้ งเอราวณั ว่า ไอราวต ไอราวณ ภาษาบาลีเรียก
เอราวณ ส่วนในภาษาไทยเรยี กวา่ ไอราพต ไอราวตั ไอราวัณ และ เอราวัณ
60
ชอื่ ต่าง ๆ ทงั้ หมดนมี้ ีความหมายถงึ นำ้ เมฆฝน รุง้ แปลรวมว่า กลุ่มก้อน
เมฆที่มีฟ้าแลบ และทำให้เกิดฝนตก ในคัมภีร์ไตรภูมิพร ะร ่วง
มหี ลายชือ่ เรยี กได้แก่ "เตภูมกิ ถา" "ไตรภมู ิ กถา" "ไตรภมู โิ ลกวินจิ ฉัย" และ
"เตภูมิโลกวินิจฉัย" เป็นวรรณกรรมศาสนาพุทธที่แต่งในสมัยสุโขทัย
ประมาณ พ.ศ. 1888 โดยพระราชดำรใิ นพระมหาธรรมราชาที่ 1 รวบรวม
จากคัมภีร์ในศาสนาพุทธ มเี นือ้ หาเกี่ยวกบั โลกสณั ฐาน ท่แี บ่งเป็น 3 ส่วน หรอื
ไตรภูมิ ไดแ้ ก่ กามภมู ิ รูปภมู ิ และอรูปภมู ิ เทพยดาองค์ 1 ช่อื ไอยราวรรณ
เทพบุตร ผแิ ลเมอื่ พระอินทรเ์ จ้าแลมีท่ีเสด็จไปเลน่ แห่งใด ๆ กด็ ี แล ธ จะ
ใครข่ ชี่ า้ งไปเลน่ จึงไอยราวรรณ เทพบตุ รกน็ ิมิตรตัวเป็นชา้ งเผือกตัว 1 ใหญ่นัก
โดยสูงได้ 1,200,000 วา แลมหี วั ได้ 33 หัว ๆ นอ้ ย ๆ อยูส่ องหัวอยู่สองข้าง
นอกหวั ทง้ั หลายนั้นแลว่าหัวใหญไ่ ด้ 2,000 วา แลหวั ถัดเขา้ ไปทง้ั สองข้า ง
แลหวั แล 3,000 วา ถัดน้นั เข้าไปแลหวั แล 4,000 วา ถดั นน้ั เข้าไปแลหัวแล
5,000 วา ถัดนน้ั เข้ากว้างแลหัวแล 6,000 วา เรง่ เขา้ ไปเถงิ ในกเ็ ริงใหญ่ตัด
กนั เขา้ ไปดงั กล่าวน้ีแล ส่วนหวั อันใหญท่ ีอ่ ยทู่ ่ามกลางทั้งหลายชื่อ สุทัศ เปน็
พระทีน่ ง่ั แห่งพระอนิ ทร์โดยกวา้ งได้ 2,400,000 วาแลฯ เหนอื หวั ตวั นั้นแล
มีแทน่ แก้วหน่งึ กวา้ งได้ 96,000 วา แลมีปราสาทกลางแท่น แก้วนั้น มีทั้ง
สองแก้วฝูงนั้น โดยสูงได้ 8,000 วา ทง้ั ฝูงนัน้ เทยี รย่อมแกว้ 7 ส่ิง แลมี
พรวนทองคำห้อยยอ้ ยลงทุกแหง่ แกวง่ ไปมา แลมเี สยี งน้ันไพเราะนกั หนาดั ง
เสียงพาทย์พณิ ในเมอื งฟ้า ในปราสาทน้ัน เทียรยอ่ มดัดเพดานผา้ ทิพย์แลมี
แท่นนอนอยู่ในทีน่ ั้นกวา้ งได้ 8,000 วา แลมีราชอาสน์หนาหมอนใหญ่
หมอนน้อย หมอนองิ องคพ์ ระอนิ ทรน์ ัน้ สงู ได้ 6,000 วา แลประดับนี้ด้วย
แกว้ ถนิอาภรณท์ ั้งหลายแล ธ นงั่ เหนือ แท่นแก้วน้ัน หัวชา้ งได้ 33 หัวไส้
61
พระอนิ ทรใ์ ห้เทพยดำทัง้ หลายข่ี 22 หวั นัน้ มบี ุญเพยี งประดจุ พระอินทร์ไส้ฯ
อันว่า หวั ชา้ งทง้ั 33 หวั แลหวั ๆ มงี า 7 อันแลงาแต่ละอันยาวได้ 400,000 วา
แลงานน้นั มีสระได้ 7 สระๆ แลสระนัน้ มีบวั ได้ 7 กอๆ บวั แลกอน้ันมดี อก 7
ดอกๆ แลอนั นนั้ มกี ลบี 7 กลีบๆ แลอันๆ มีนางฟา้ ยืนรำระบำบรรพต แล 7 คน
แลนางแลคนๆ นน้ั มาสาวใช้ได้ 7 คนโสด.ในคมั ภรี ์วษิ ณปุ ุราณะของศาสนา
ฮนิ ดกู ก็ ลา่ วว่า ชา้ งเอราวณั เป็นหนึง่ ในสิ่งวิเศษทีเ่ กิดขนึ้ เมื่อคราวเหตุการ ณ์
กวนเกษียรสมุทร เมื่อครั้งที่พระวิษณุอวตารลงมาเป็นเต่าที่เรียกวา่
กูรมาวตาร และในคมั ภีรไ์ ตรภมู กิ ถากลา่ วว่า ชา้ งทีม่ าฆมานพใช้งานในการ
สรา้ งศาลาเพือ่ บำเพ็ญประโยชน์บนโลกมนุษย์น้นั ตายไปได้ไปเกิดเป็น
เทพบตุ รเอราวัณ เพอ่ื เปน็ ชา้ งทรงให้กบั มาฆมานพท่ีอานสิ งคไ์ ดห้ นุน ส่งให้
ไปเกิดเป็นพระอนิ ทร์เอราวัณเปน็ ชา้ งท่รี ปู ร่างสงู ใหญเ่ หมือนภเู ขา ผิวกาย
เผอื กผอ่ ง เป็นชา้ งท่มี ีพลังมาก ถือเปน็ เจ้าแหง่ ชา้ งทั้งหลาย ในคมั ภรี ์มหาภารตะ
กล่าวว่า “ชา้ งไอราวตะมงี า 4 งา มี 3 งวง รปู ร่างใหญ่มหึมา และเป็น
ชา้ งเผอื กบางตำนานกว็ า่ พระอิศวรไดป้ ระทานชา้ งเอราวัณให้เปน็ ช้างทรง
ของพระอินทร์ บ้างก็วา่ ช้างเอราวณั นั้นเปน็ เทพบุตร อยู่บนสวรรค์ชั้น
ดาวดึงสเ์ มอื่ พระอินทร์จะเสด็จไปทีใ่ ด เทพบตุ ร เอราวณั จะแปลงกายเป็น
ชา้ งเผอื กสีขาว ชือ่ ว่า เอราวณั
กลา่ วโดยสรุป ชา้ งเอราวัณเป็นช้างท่ีมีขนาดใหญ่มาก ผวิ กายสีขาว
มีหัว 33 หัว แต่ละหัวมีงาเจ็ดงา แต่ละอันยาวสี่ล้านวา แต่ละงามี
สระโบกขรณีเจ็ดสระ แต่ละสระมีกอบัวเจ็ดกอ แตล่ ะกอมีดอกบัวเจ็ดดอก
แตล่ ะดอกมกี ลบี เจ็ดกลีบ แตล่ ะกลบี มีเทพธดิ าฟ้อนรำอยู่เจด็ องค์ แต่ละ
องค์มีบริวารอกี เจ็ดนาง รวมได้ว่า ช้างเอราวัณมี 33 หัว มีงา 231 งา
62
มีสระบัว 1,617 สระ มกี อบวั 11,319 กอ มีดอกบวั 79,233 ดอก กลบี บัว
554,631 กลีบ เทพธิดา 3,882,417 องค์ และบริวารของเทพธิดาอีก
27,176,919 นาง
บทบาทและหนา้ ท่ีอันสำคัญยิง่ ของชา้ งเอราวณั คือ เป็นพาหนะท่ี
นำเสด็จพระอินทร์ไปยังสถานที่ ต่าง ๆ ทั้งบนสวรรค์และมนุษย์โลก
เพือ่ ดูแลทุกขส์ ุขของชาวโลก เปน็ ชา้ งศกึ ใหพ้ ระอนิ ทร์ออกไปทำการร บกับ
พวกอสูร ทำหนา้ ท่ดี ูแลโลกทางด้านตะวนั ออกควบคู่กับพระอนิ ทร์ และ
เน่ืองจากพระอนิ ทรท์ รงเปน็ หัวหนา้ เทพที่กำกบั ดแู ลดนิ ฟ้าอากาศ มวี ัชระ
สายฟ้าเป็นอาวุธ เปน็ ศัตรูกบั ความแห้งแล้ง นำความอุดมสมบูรณ์ และความ
ชุ่มฉ่ำสูโ่ ลกมนุษย์ ช้างเอราวณั จึงมีหน้าที่ดูดน้ำจากโลกข้นึ ไปบนสวรรค์
ให้พระอินทร์บันดาลให้เกิดน้ำ จากฟ้าตกลงสู่โลกมนุษย์ โดยเฉพาะ
ประเทศทางเอเชยี และเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ จงึ ประทบั ใจและชื่นชมใน
ตวั ช้างเอราวณั ทที่ ำประโยชนใ์ ห้แก่ชาวโลก
พระอินทร์ทรงช้างเอราวณั วัดเทวราชกุญชร วรวหิ าร
พระอินทร์ เป็นช่อื เทวราชผู้เปน็ ใหญใ่ นสวรรค์ช้ันดาวดงึ ส์ และชัน้
จาตมุ มหาราช หรือผ้เู ป็นใหญ่ในเทวโลก เทวโลกมี 6 ช้ัน รู้กันท่ัวไปว่า
สวรรค์ ซงึ่ เป็นภูมิหรอื กำเนิดอันสมบูรณ์เพยี บพร้อมกันไปด้วยควา มผาสุก
ทุก ๆ สิ่งล้วนชวนให้เพลิดเพลินเจริญใจทั้งนั้น ดังจะเห็นได้ในคำ
เปรยี บเทียบสง่ิ สวยงามว่าเหมือนกบั ชาวสวรรค์ เชน่ หญงิ ทสี่ วยงามก็ว่า
เหมือนกบั เทพอัปสร ชายงามก็ว่าเหมือนเทพบตุ ร บา้ นเมืองสะอาด สวยงามก็
ว่าเหมือนเมืองสวรรค์ เป็นต้น เรื่องมีอยู่ว่าพระอินทร์กับเทพสหจร
63
รวม 33 องค์ เป็นใหญ่เปน็ ผปู้ กครองเทวโลกชั้นนี้ เทวโลกช้ันนี้ถึงความ
รุ่งเรืองด้วยบุญญาน ุภา พของพร ะอินทร ์ และเทพสหจ รเ ห ล่า น้ี
ทา่ นพรรณนาไวว้ า่ มเี วชยนั ตปราสาท มสี ธุ รรมสภา มีสวนนันทวนั มีสวน
จติ รลดามสี ุนันทาโบกขรณี ล้วนแตน่ า่ รื่นรมย์เกิดข้ึนเพราะบุญญานุภา พ
ของพระอนิ ทรแ์ ละพระราชเทวี พระอินทร์เปน็ พระราชาของทวยเทพชั้นนี้
พระนามทหี่ มายถึงพระอินทร์องค์น้ีมีมากถึง 27 พระนาม พระนามเหล่านี้
ล้วนเป็นเนมติ ตกนาม ไมม่ ีใครต้งั ใหเ้ กดิ ขึน้ ตามคณุ สมบัติ พระนามที่รู้จัก
กันโดยมากคือ พระอินทร์ ท้าวสักกเทวราช ท้าวมฆวะ ท้าวปุรินททะ
ท้าววาสวะ ทา้ วสหัสสกั ขะ ทา้ วสชุ มั บดี ทา้ วเทวานมนิ ทะ เป็นต้น
พระอนิ ทร์มีเวชยันตราชรถเป็นราชพาหนะ มาตลเิ ทพบุตร เป็น
สารถีม้าสนิ ธพท่ใี ชเ้ ทยี มเวชยนั ตราชรถเป็นม้าเนรมิต เพราะในเทวโลกไม่มี
สตั ว์เดรจั ฉาน ส่วนช้างของพระอินทร์นั้นช่ือวา่ เอราวัณ เปน็ ชา้ ง จำแลง
กลา่ วคอื มเี ทพบุตรองค์หนึ่งชอื่ ว่า เอราวณั ทำหน้าทเ่ี ป็นชา้ งทรงในเวลา
พระอินทรแ์ ละเทพสหจรเสดจ็ ประพาสอทุ ยาน เอราวณั เทพบุตรจะเนรมิต
กายเป็นช้างใหญ่ประมาณ 150 โยชน์ มีกระพอง 33 กระพอง แต่ละ
กระพองวัดโดยร อบปร ะมา ณ 3 คาวุต วัดผ่าศูนย์กลา งกึ่งโ ย ชน์
ในท่ามกลางกระพองทั้งหมด จะมีกระพอง หนึ่งประมาณ 30 โยชน์
ชอื่ สุทศั นะ เป็นท่ีประทับของพระอินทร์ บนกระพองเหล่าน้ันมีรัตนมณฑป
ประมาณ 12 โยชน์ ในระหวา่ งกระพองเหล่าน้ันประดับด้วยธงแก้ว 7 ประการ
สูงธงละ 1 โยชน์ บัลลงั ก์แกว้ มณี ประมาณ 1 โยชน์ ซงึ่ ลาดดแี ล้วสำหรับพระ
อนิ ทร์มอี ยู่ในทา่ มกลางรัตนมณฑป กระพองอ่ืนนอกจากนี้ ก็มีรัตนบัลลังก์
ประจำสำหรบั เทพสหจรเหล่านัน้ ประทบั กระพองหน่ึง ๆ มีงากระพองละ
64
7 งา งาหนึ่ง ๆ ยาว 50 โยชน์ แต่ละงามีสระโบกขรณี 7 สระ แต่ละสระ
โบกขรณีมกี อปทุม 7 กอ แต่ละกอมีดอกปทุม 7 ดอก แต่ ละดอกมีเทพ
อัปสรฟ้อนรำอยู่ 7 นาง ทง้ั น้ี เกิดข้ึนดว้ ยการเนรมิตของเอราวัณเทพบตุ ร
พระอริยมนุ ี (ศรี ฐติ พโล ป.ธ.8 ) อดีตเจา้ อาวาสวดั เทวราชกุญชร
ได้นำเรื่องชา้ งพระอนิ ทร์มากล่าวไว้โดยย่อ ด้วยเห็นวา่ ตรงกับนา มของวัด
เทวราชกุญชร นามของวัดนีห้ ากจะแปลเป็นไทยโดยใจความก็แปลวา่
ช้างพระอินทร์ (เทวราช แปลว่า เทวดาผู้เป็นใหญ่ เทวดาผูพ้ ระราชา
หมายถงึ พระอินทร์นั่นเอง กญุ ชร แปลว่า ช้าง) และท่านผู้ทำนุบำรุงวัดน้ี
ปรากฏว่าเป็นเจา้ นายผูใ้ หญ่ในราชสำนกั และเปน็ เชื้อสายของพระบร มราช
จักรีวงศ์ เจ้านายเหล่านน้ั ก็ไดร้ ับมอบหมายให้ทรงบัญชาการเกีย่ วกับรา ช
พาหนะเช่นกรมอัศวราช กรมพระคชบาล วัดเทวราชกุญชร นามเดิมว่า
สมอแครง เป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีมาก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระเจ้าฟา้ กรมพระราชวังบวรมหาสรุ สิงหนาท เจา้ แผ่นดนิ วังหน้า
รัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตรยิ ์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ได้ ทรงสถาปนาใหม่ ตอ่ มา
เจ้าฟา้ กรมหลวงพิทักษ์มนตรี (ตน้ สกุลมนตรีกลุ ) พระองคเ์ ป็น โอรสของ
สมเดจ็ เจา้ ฟ้า กรมพระยาเทพสุดาวดีเจ้านายชน้ั ที่ 1 ปฐมกษตั ริย์พระบรม
ราชจักรีวงศ์ ทรงบูรณะปฏิสงั ขรณ์ จากนัน้ กรมพระพิทักษ์เทเวศร (ตน้ สกลุ
กุญชร ณ อยุธยา) พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ากุญชร พระองค์เป็น
พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั ทรงทำการ
บูรณะปฏิสังขร ณ์อย่า งมาก ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเ ด็จ
พระจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั ทรงพระราชทานนามวา่ วดั เทวราชกญุ ชร โดยท่ี
พระองคท์ รงนำคำวา่ เทวราช มานำหน้าพระนามของพระองค์เจ้ากุญชร
65
ต่อมาภายหลงั พระองคเ์ จา้ สิงหนาทราชดรุ งคฤทธิ์ ได้บรู ณะปฏสิ ังขรณ์อีก
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ใหค้ วามหมายคำ
วา่ เทเวศ เทเวศร์ (เทเวศร) เทเวศวร์ แปลว่า เทวดาผเู้ ป็นใหญ่ หวั หน้า
เทวดา พระราชา เจา้ นาย
พระอรยิ มุนี (ศรี ฐิตพโล ป.ธ. 8) ไดบ้ ันทึกไวว้ า่ ตอ่ แต่น้ันมาก็ไม่
ปรากฏผบู้ ูรณะปฏิสังขรณ์ คงเป็นหน้าท่ีของเจ้าอาวาสบอกบุญเก็บเล็ก
ผสมน้อยจนุ ทนี่ น้ั คำ้ ท่นี ี่เร่ือยมา เนือ่ งจากเจา้ อาวาสกำลังไม่พอ เห็นร่วง
โรยมากเกินกำลังจะรักษาไวก้ ็รอ้ื ถอนเสีย จนปรากฏว่าวัดนร้ี ่วงโร ยและ
ทรดุ โทรมมาก จากหลกั ฐานของพระอาจารยเ์ ลียบ (พระเทพสิทธินายก) ได้
เขยี นไวว้ า่ ทา่ นไดร้ บั แตง่ ต้ังมาครองวดั เมื่อ พ.ศ. 2457 สมยั นนั้ สภาพของ
วดั ร่วงโรยทรุดโทรมเกือบจะเปน็ วัดรา้ งอยู่แล้ว พระท่อี ยู่อาศัยมีไมถ่ ึง 10
รูป เสนาสนะในวดั ไมน่ า่ อยนู่ า่ อาศยั โย้ รวนเร รั่ว ชำรุดทกุ หลงั
ในสมยั ท่พี ระอาจารยเ์ ลยี บ (พระเทพสทิ ธินายก) เป็นเจ้าอาวาส
ปรากฏวา่ วัดน้ีคนื สภาพเป็นวัดอีกครั้งหน่ึง ทา่ นมเี วลาปรับปรุงวัดนี้อยู่
ประมาณ 16 ปี แล้วท่านกจ็ ากไปสร้างวดั ใหม่ (วัดเลา ในปัจจบุ ัน) ที่ตำบล
ทา่ ข้าม อำเภอบางขนุ เทยี น จังหวดั ธนบุรี ต่อจากนน้ั มาเป็นสมยั ของท่าน
เจ้าคุณพระอริยมุนี (หว่าง ธมฺมโชโต) กาลเวลาผ่านไปเสนาสนะและ
ถาวรวัตถุที่มอี ยูก่ ถ็ ึงความคร่ำคร่าร่วงโรย คอยแตจ่ นุ ท่ีนั้นค้ำที่น่ีอยู่ตาม
กำลงั สามารถเพ่ือใหส้ ่ิงต่าง ๆ คงสภาพอยู่ หางหงสแ์ ละใบระกาถกู พายุพัด
หลน่ ลงมาทำแทนไม่ได้ เพราะกำลงั ไมพ่ อ ตลอดเวลาที่ท่านครองวัดนี้ท่าน
ไม่ได้เพียงแต่น่งั แตน่ อนอยูเ่ ฉย ๆ เพราะอยากจะให้ส่ิงต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว
คงสภาพอยู่ จงึ คอยแตค่ ้ำจนุ ของเกา่ ไวข้ องใหมจ่ งึ ไม่ปรากฏข้ึน ถงึ กระนั้ น
66
ของเกา่ บางสิ่งกเ็ อาไว้ไมอ่ ยู่ จะเหน็ ไดว้ า่ สภาพวัดเทวราชกุญชรน้ี มีสภาพ
ทรงอยู่บา้ ง ชำรดุ ทรดุ โทรมบา้ ง บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นบา้ ง แล้วกลับลงสู่
สภาพเดมิ อีก พลิกกลบั ไปกลบั มาอยา่ งน้เี หน็ แล้วนา่ สลดใจ
พระอริยมนุ ี (ศรี ฐิตพโล ป.ธ.8) ทา่ นได้เขยี นเปรียบเทียบไว้ว่า
เหมือนคนท่เี ปน็ โรคร้าย เป็นเชิงปรกึ ษากับกรชกายวา่ สมยั ท่ตี ัวท่านเอง
เป็นเจ้าอาวาสทำหนา้ ทด่ี ูแลเสนาสนะและถาวรวัตถทุ ม่ี ีอย่เู ขา้ ถึงความชรา
เต็มท่ี หากจะนำมาเปรยี บกบั คนก็ทงั้ แก่ทัง้ หง่อม และโรคร้ายกำลังรบกวน
โรคทีเ่ ปน็ ก็เปน็ โรคที่ไม่สามารถจะรกั ษาให้หายไดด้ ้วยยาปฏิชีวนะ จะให้
หายจากโรคได้มอี ยู่ทางเดียว คือรกั ษาตามแผนปจั จุบนั ซง่ึ จำต้องเชือด
เฉือนและตดั อวัยวะท่ีเป็นโรครา้ ยนัน้ ทิ้งเสีย และการผ่าตัดโร คร้า ยนั้น
คนไข้จำเปน็ ตอ้ งมีกำลงั สมบรู ณ์ทกุ ประการ เพราะจะตอ้ งเสยี โลหิตในการ
ผ่าตัดคนไข้จะสมบูรณ์ได้ก็ต้องบำรุงกำลัง โดยการได้อาหาร ที่เปน็
ประโยชน์ให้เพียงพอ กำลังจงึ จะเพิ่มขนึ้ ได้ ถาวรวัตถใุ นวดั โดยเฉพาะพร ะ
อุโบสถและศาลาการเปรียญ ขณะนี้บางสิ่งบางอย่างตัวไมผ้ ุกร่อน จะ
ซอ่ มแซมบรู ณะเฉพาะสิง่ ทผ่ี ทุ ี่กรอ่ นเทา่ ทีม่ องเห็นไมไ่ ด้ เนื่องจากเป็นของ
เก่าสร้างมานาน ประการหน่งึ ตัวไมเ้ หล่านั้นทเ่ี ป็นตัวไมส้ ำคญั กม็ ี คอื เป็นตัว
ไม้ที่รองรับและการตัวไม้อื่นอยู่ ย่อมเป็นการยากที่จะแกะ จะงัด จึง
เปรยี บเทียบกบั คนผ้มู โี รครา้ ย ซึ่งจำเป็นท่สี ุด ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทุน
บูรณะซ่อมแซมเปน็ การเกบ็ เล็กผสมน้อยทง้ั นั้น ทา่ นรปู ใดมบี ารมมี ากก็ทำ
ได้มาก รปู ใดนอ้ ยวาสนาบารมีก็ทำได้น้อย เพราะไมม่ มี ูลนิธิเพ่ือการบูรณะ
ปฏิสงั ขรณช์ ่วยเหลอื หากวา่ ทา่ นรปู ใดไรว้ าสนาบารมมี าครองวดั ก็เท่ากับ
ว่ามาชว่ ยทำลายหรอื มาชว่ ยร้ือช้างพระอนิ ทร์ เปน็ ชา้ งจำแลงของเทพบุตร
67
นามวา่ เอราวณั เอราวณั เทพบุตรจะกลายรา่ งเปน็ ชา้ งก็ ตอ่ เมื่อพระอินทร์
และเทพสหจร มคี วามประสงค์จะเสด็จออกจากเทพวิมานสู่เท พอุทยาน
เทา่ นัน้ หมายความว่าจะปรากฏเป็นคชาชาติท่ีมีอานภุ าพนา่ อัศจรรย์และ
น่าเล่ือมใสที่สุด เพราะเดชแห่งบญุ ของท่านผมู้ บี ุญเทา่ น้นั มิเช่นนน้ั แล้วจะ
ปรากฏแต่เพียงนาม ส่วนเอราวัณนั้นจะปรากฏเป็นเทพบุตรเหมือน
เทพบุตรทั้งหลายในเทพนคร ผูต้ ่ำศักดิน์ อ้ ยบุญวาสนาแม้ปรารถนาจ ะพบ
จะเห็นพอเป็นขวัญตาก็ไม่อาจสมปรารถนาได้เลย ช้างพระอินทร์หรือ
เทวราชกุญชรที่ทรงประทานให้เป็นนามวัดสมอแครงนั้น ย่อมมีคติ
เช่นเดยี วกนั คอื เมื่อใดท่านผู้ศรัทธาทะนุบำรงุ เป็นผู้มบี ุญญาธิการ หรือผู้
เฝ้าดแู ลรกั ษามีบุญญาธิการได้สรา้ งสมมาแต่ปุเรชาติ ยอ่ มสามารถแล ะ
มีโอกาสได้พบเห็นวัดเทวราชกญุ ชรนสี้ งา่ งามน่าเล่ือมใส ถ้าบญุ ญาธิการ
น้อยย่อมตกอยใู่ นสภาพตรงกันข้าม เหมือนความสง่าน่าอัศจรรย์ของช้า ง
เอราวัณ ซ่ึงเปน็ ชา้ งคชาธารของพระอินทร์และเทพ สหจร ในสวร รค์ช้ัน
ดาวดึงส์จะไมก่ ลายรา่ งเป็นช้าง 33 กระพอง ใหเ้ ทพเจ้าเหลา่ อน่ื ได้ทรงเป็น
อันขาด เพราะเทพเจ้าเหลา่ อน่ื มีบุญญาธิการไมค่ คู่ วรกัน
สรุป
วเิ คราะห์หลักธรรม ใน พระอนิ ทรท์ รงช้างเอราวัณ วดั เทวราชกุญชร
วรวหิ าร พระอินทร์ในศาสนาพรหมณม์ ีสที อง มีฐานะย่งิ ใหญ่เปน็ ผู้สร้างโลก เป็น
เทพเจา้ แหง่ สงครามพวกพราหมณ์ เพราะสที อง เป็นสที ี่แสดงถงึ ความม่ังค่งั มั่งมี
อบอ่นุ เปน็ มติ ร สร้างสรรค์ หรือ นกั คดิ ค้น ประดษิ ฐส์ ่งิ ใหม่ๆ อสิ ระ ความเมตตา
การมองโลกในแง่ดี สติปัญญา – ความรำ่ รวย – ความสว่าง – ความสำํ เรจ็ – โชค
68
ลาภ เปน็ ตน้ ในพระพุทธศาสนาพระอินทร์ มพี ระฉวเี ปน็ สีเขียว และมีพระเนตร
มากถึง 1,000 ดวง และพระอินทร์ ประกอบคุณงามความดี ถอื ศลี 5 บริสุทธิ์
และบำเพญ็ วตั ตบท 7 ประการ คือ
1.กำรเลี้ยงดูมารดาบิดาตลอด ชวี ิต
2. การประพฤติออ่ นน้อมตอ่ ผู้ใหญใ่ นตระกูลตลอดชีวติ
3. การพูดจำแต่คำอ่อนหวานตลอดชีวิต
4. การไมพ่ ูดคำสอ่ เสียด พดู สมานสามัคคีตลอดชวี ิต
5. ยินดใี นการแจกทาน ปราศจากความตระหน่ี
6.พูดแต่คำสัตย์ ตลอดชีวิต
7. ไมโ่ กรธตลอดชีวิต ถ้าความโกรธเกิดขนึ้ ก็จะรีบกำจัดโดยฉับพลัน
ทนั ที
พระอินทร์ในศาสนาพราหมณ์เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในเทวโลกก็ ยั งมี วา ร ะท่ี
เปล่ียนไปเรื่อย ๆ บทบาทความสำคัญท่ีเปลยี่ นแปลงไปในแต่ละยุค มีทง้ั รุ่งเรือง
และตกต่ำถูกลดบทบาทลงเป็นเทพช้ันรองจาก พระศิวะ พระวิษณุ และพระ
พรหม แตใ่ นทางพระพุทธศาสนา พระอนิ ทร์ตอ้ งถือศีล 5 บริสทุ ธิ์ และ บำเพ็ญ
วตั ตบท 7 ประการ จึงไมม่ ีการเปลี่ยนแปลง เพราะคุณงามความดีเปรยี บเหมือน
ผปู้ กครองในปัจจุบันจะไม่มีความเสื่อมหากยึดมั่น ปฏิบัติมน่ั ในหลักธรรม พระ
อนิ ทร์ จงึ มีหน้าที่สำคัญอีกอย่างคือ การปอ้ งกนั ภยั จากสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสได้
ที่จะมาทำร้าย เพราะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เป็นเทพเทวราชา คอย
ปราบปรามสง่ิ ช่ัวรา้ ยท้งั 3 โลก คอื สวรรค์ มนุษย์ และนรก
69
เอกสารอา้ งองิ
กรุณา-เรืองอุไร กุศลาศัย. (2550). ภารตวิทยา.พิมพ์ครั้งที่ 6.
กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ัทเคลด็ ไทย.
เกื้อพนั ธ์ นาคบปุ ผา. (2520). พระอินทรใ์ นวรรณคดีสนั สฤต บาลี และ
วรรณคดีไทย.วิทยานิพนธภ์ าษาตะวันออก. กรงุ เทพมหานคร :
จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย.
คอสมอส. (2546) ตำนานเทพ ชาวเหนือ. กรุงเทพมหานคร: เครอื เถา,
ตำนานเทพแห่งศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดูสืบค้นจาก
http://www.oceansmile. Com / KHM/ Tamnanthep.htm
สืบคน้ เมอื่ 17 มนี าคม 2564
ไตรภูมิพระร่วง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี สืบค้นจาก
https://th.wikipedia.org/wiki/ไตร ภูมิพร ะร ่วง #cite_ref-1
สบื คน้ เมื่อ 18 มีนาคม 2564
มนตรี สริ ะโรจนานนั ท์. (2561). พระอินทรใ์ นคัมภีรพ์ ระพทุ ธศาสนาเถรวาท.
วารสารมหาจฬุ าวชิ าการ. 5 (1), 50.
ผาสกุ อินทราวุธ, "ดาวดงึ ส์ :สวรรคข์ องศาสนาพราหมณห์ รอื ศาสนาพุทธ",
ดำรงวชิ าการ. 3 (5) (มกราคม- มถิ ุนายน):
พระยาสัจจาภิรมยฯ์ (สรวง ศรีเพ็ญ). (2555). เทวกำเนดิ . กรงุ เทพมหานคร:
สำนกั พิมพอ์ มรนิ ทร์.
พิทักษ์ โค้ววันชัย. พระอินทร ์ “ราชาผู้ครองสวรรค์”. สืบค้นจาก
www.siamganesh.com/ indra.html สืบคน้ เมื่อ 18 มีนาคม 2564
70
มนต์ ทองชชั . (2530). 4 ศาสนาสำคญั ของโลกปัจจบุ ัน. กรงุ เทพมหานคร :
สำนักพมิ พโ์ อเดยี นสโตร์.
เมืองโบราณ. (2564). ตำนานและคติความเช่ือเกี่ยวกับพระอินทรแ์ ละช้าง
เอราวัณผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา. สืบค้นจาก https://www.
erawanmuseum. com/history/ สืบคน้ เมือ่ 18 มนี าคม 2564
วัชทนีย์ เสนาะล้ำ. (2530). “คติความเช่ือเรอื่ งพระอนิ ทรใ์ นศลิ ปกรรมแบบ
เขมรในประเทศไทย”, สารนพิ นธศ์ ลิ ปศาสตรบัณฑติ (โบราณคดี),
กรุงเทพมหานคร: ภาควชิ าโบราณคดี: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศานติ ภักดีคำ. (2565). พระอนิ ทร์. กรงุ เทพฯ: สำนักพิมพ์อมรินทร.์
สวุ รรณ สวุ รรณเวโช. (2546). พน้ื ฐานความเช่ือของคนไทย. กรุงเทพฯ:
บรรณกจิ 1991.
Alan Cameron. (2005). Greek Mythography in the Roman World.
OUP, Oxford (reviewed by T P Wiseman in Times Literary
Supplement 13 May 2005 )
71
เกยี่ วกบั ผ้เู ขยี น
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต) เกิดเมื่อ 5 เมษายน
2506 ท่ี บ้านกาหลง ตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมทุ รสาคร และ
เขา้ รับการอปุ สมบท เม่อื วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 สำเรจ็ การศึกษา
ขั้นสงู สดุ ของคณะสงฆเ์ ปรียญธรรม 9 ประโยค เมอื่ ปพี ุทธศกั ราช 2536 ใน
ส่วนการศึกษาสามัญทางโลก สำหรบั การศึกษาศิลปศาสตร มหา บัณฑิต
(ศศ.ม.) มหาวทิ ยาลัยเกรกิ ใน พ.ศ. 2541 ปรญิ ญาพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต
(พธ.ด.) วชิ าการจดั การเชงิ พุทธ (กจพ) ในปี พ.ศ. 2565 นอกจากน้ียังไดร้ บั
การยกยอ่ งถวายเกียรติถวายปริญญากิตติศกั ดิ์ในหลายสาขา จา กหลาย
สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต
กิตตมิ ศักด์ิ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกร ณรา ช
วิทยาลัย (13 พฤษภาคม 2555) ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต
กิตติมศกั ดิ์ สาขาวิชาการจดั การ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระ
นคร (27 พฤศจิกายน 2555) ปรญิ ญาศาสนศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิตกติ ติมศักด์ิ
สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (25
พฤษภาคม 2557) ปริญญาปรัชญาดุษฎีบณั ฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชา
ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร (2 สิงหาคม 2557) ฯ
สมณศกั ดไ์ิ ด้รบั การโปรดเกลา้ เป็นพระราชาคณะชัน้ สามัญ ราชทิน
นามวา่ พระศรีวชิรโมลี (5 ธันวาคม 2541) พระราชาคณะช้ันราช ราชทนิ
นามว่า พระราชสธุ ี (5 ธันวาคม 2546) พระราชาคณะช้นั เทพ ราชทนิ นาม
ว่า พระเทพคุณาภรณ์ (5 ธันวาคม 2551)
72
ในการบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ พระเดชพระคณุ พระเทพคุณาภรณ์
ดำรงตำแหนง่ เจา้ อาวาสวัดเทวราชกุญชร พระอุปัชฌาย์วิสามญั เจ้าคณะ
ภาค 13 ทป่ี รึกษาประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปตา่ งปร ะเทศ
และกรรมการมหาเถรสมาคม
ในส่วนงานทางวิชาการผลงานวชิ าการได้เรียบเรียง บทความทาง
วชิ าการ อาทิ พระอนิ ทรท์ รงช้างเอราวัณ” พิมพ์เผยแผ่ใน วารสาร มจร
การพฒั นาสังคม, ปที ่ี 6 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม, 2564): 186-
197 บทความเร่อื ง “ศาสนสมบตั ิภายใน วัดเทวราชกญุ ชร วรวิหาร”, พิมพ์
เผยแผใ่ น วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปที ี่ 8 ฉบับที่ 4 (เมษายน, 2564):
131-141. บทความเรือ่ ง “ภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดเทวราช
กุญชร วรวหิ าร”, พิมพ์เผยแผ่ใน วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปที ่ี 8
ฉบับท่ี 5 (พฤษภาคม, 2564): 58-72 บทความเรอื่ ง การบริหารองค์กรยคุ
ใหม่: ผู้นำแนวพุทธ”, พิมพ์เผยแผใ่ น วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปีท่ี 8
ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม, 2564): 217-232 และบทความวิจัย เรื่อง “การ
พัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัด ใน
กรุงเทพมหานคร”,พมิ พ์เผยแผ่ใน วารสาร มจร สงั คมศาสตรป์ ริทรรศน์, ปี
ท่ี 12 ฉบบั ท่ี 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม, 2566) เปน็ ต้น
73
ทำเนียบพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (พธ.ด.)
สาขาการจดั การเชิงพุทธ ประจำปี พ.ศ. 2565
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
74
ชอื่ – นามสกุล ประวัติ
วัน/เดอื น/ปีเกดิ : พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจติ ฺโต)
สถานท่เี กดิ : 5 เมษายน 2506
อุปสมบท : บ้านกาหลง ตำบลกาหลง อำเภอเมอื ง จงั หวดั สมุทรสาคร
การศกึ ษา : วนั ท่ี 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
: พ.ศ. 2536 จบเปรยี ญธรรม 9 ประโยค
ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ : พ.ศ. 2541 จบศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ (ศศ.ม.) มหาวิทยาลัยเกริก
ทำงาน : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
ผลงานวิชาการ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั (13 พฤษภาคม 2555)
: บรหิ ารธรุ กิจดุษฎบี ัณฑิตกติ ตมิ ศักด์ิ สาขาวชิ าการจดั การ มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร (27 พฤศจิกายน 2555)
: ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศกั ดิ์ สาขา วิชาพุทธศาสน์ศึกษา
มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย (25 พฤษภาคม 2557)
: ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตตมิ ศักดิ์ สาขาวชิ ายุทธศาสตร์การพัฒนา
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนคร (2 สิงหาคม 2557)
: พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาชาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย (11 ธนั วาคม 2565)
: เจา้ อาวาสวดั เทวราชกญุ ชร
: เจา้ คณะภาค 13
: กรรมการมหาเถรสมาคม
: พระเทพคุณาภรณ์, “พระอนิ ทร์ทรงช้างเอราวัณ”, วารสาร มจร การพัฒนา
สังคม, ปีท่ี 6 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม, 2564): 186-197.
: พระเทพคณุ าภรณ์, “ศาสนสมบัตภิ ายใน วดั เทวราชกุญชร วรวิหาร”,
วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปีท่ี 8 ฉบบั ท่ี 4 (เมษายน, 2564): 131-
141.
: พระเทพคุณาภรณ์, “ภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดเทวราชกุ ญชร
วรวหิ าร”, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปที ี่ 8 ฉบบั ที่ 5 (พฤษภาคม, 2564):
58-72
75
บทความวิจยั : พระเทพคุณาภรณ์, “การบรหิ ารองค์กรยุคใหม่: ผู้นำแนวพุทธ”,
วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปีท่ี 8 ฉบบั ท่ี 7 (กรกฎาคม, 2564):
ปีที่เขา้ ศึกษา 217-232.
ท่อี ยู่ปจั จุบัน : พระเทพคุณาภรณ์, “การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการศาสน
สมบัติของวัด ในกรุงเทพมหานคร”, วารสาร มจร สังคมศาสตร์
ปริทรรศน์, ปีท่ี 12 ฉบบั ที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม, 2566).
: ปีการศกึ ษา 2563
: เลขที่ 90 วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร ถนนศรีอยธุ ยา แขวงวชริ พยาบาล
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
76
ประวัติ
ชอื่ – นามสกลุ : พระพพิ ิธพชั โรดม (อำนวย)
ฉายา อินทฺ วณฺโณ นามสกลุ เฟอ่ื งฟู
วัน/เดอื น/ปีเกิด : วนั อาทิตยท์ ี่ 12 เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. 2492
สถานท่ีเกิด : 9 หมู่ที่ 6 ตำบลชอ่ งสะแก อำเภอเมือง จังหวดั เพชรบุรี
อุปสมบท : วันศกุ ร์ท่ี 18 เดือน มถิ นุ ายน พุทธศกั ราช2512 ณ พัทธสมี าวัดพระรปู
การศึกษา : พทุ ธศาสตรบณั ฑิต (พธ.บ.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พทุ ธ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราซวทิ ยาลยั พ.ศ. 2557
: พุทธศาสตรมหาบณั ฑติ (พธ.ม.) สาชาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั พ.ศ. 2559
: พทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (พธ.ด.) สาชาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย พ.ศ. 2565
ประสบการณ์ทำงาน : รองเจา้ คณะจังหวัดเพชรบรุ ี
: รองผอู้ ำนวยการวิทยาลัยสงฆเ์ พชรบรุ ี ฝา่ ยบรหิ าร มจร
ผลงานวชิ าการ : “การยกระดับความร่วมมอื โครงการ วัด ประชารัฐ สร้างสุข อำเภอเมอื งเพชรบุรี
จงั หวัดเพชรบรุ ”ี ไดร้ ับคดั เลือกเปน็ นักวิจัย “ระดับดี” ประจำปี พ.ศ. 2564 การ
ประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติ ครงั้ ที่ 1 และระดบั ชาติ คร้งั ที่ 8 ณ วทิ ยาลยั สงฆ์
ลำพูน วันท่ี 19-20 มนี าคม พ.ศ. 2565
: "ภาวะผูน้ ำเชิงพทุ ธ" ลงพมิ พว์ ารสาร บัณฑติ ศึกษาปรทิ รรศน์ วทิ ยาลัยสงฆ์
นครสวรรค์ ปีท่ี 3 ฉบบั ที่ 2 เดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม พทุ ธศักราช
2563
: “พระสงฆก์ ับการใช้ส่อื ประชาสัมพันธ์ตามสถานี วิทยุกระจายเสียง ในยคุ ปจั จุบัน”
ตีพิมพ์ใน Journal of Roi Kaensarn Acadami ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 ประจำเดือน
กรกฎาคม – ธันวาคม พ.ศ. 2563
: “พระสงฆ์กับสังคมปัจจบุ ัน” ตีพิมพ์บทความใน Journalof Roi Kaensarn
Acadami ปที ่ี 6 ฉบบั ท่ี 12 ประจำเดือนธนั วาคมพ.ศ. 2564
: “การบรหิ ารจดั การวัดต่อสถานการณ์โควิด 19” ตพี มิ พบ์ ทความใน Journal
of Roi Kaensarn Acadami ปีที่ 6 ฉบับท่ี 11 ประจำเดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ.
2564
ปีที่เขา้ ศึกษา : ปกี ารศกึ ษา 2563
ทอี่ ยปู่ จั จุบัน : วดั พระรูป 65 หมทู่ ี่ 6 ตำบลชอ่ งสะแก อำเภอเมอื ง จังหวดั เพชรบุรี
77
ประวตั ิ
ช่อื – นามสกุล : พระครสู ุทธิวรญาณ (ภกั ดี เขมธโร)
วนั /เดือน/ปีเกดิ นามสกลุ นธิ ิมงคลชัย
สถานที่เกดิ : วนั ท่ี 8 สงิ หาคม 2509
การศกึ ษา : 1440 ถนนทรงวาด เขตสมั พันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
ปรญิ ญาตรี
ปริญญาโท : พ.ศ. 2562 พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาวชิ าการจดั การเชิงพทุ ธ
ปรญิ ญาเอก มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
ประสบการณ์ทำงาน : พ.ศ. 2563 พุทธศาสตรมหาบัณฑติ (พธ.ม.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
ผลงานวชิ าการ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พ.ศ. 2565 พุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พุทธ
ปีทเ่ี ข้าศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ท่อี ยู่ปัจจบุ ัน : พ.ศ. 2551-ปัจจบุ ัน
: เจ้าอาวาสวดั ป่าญาณวสิ ทุ ธาวาสจงั หวัดปราจีนบุรี
: พระครูสุทธิวรญาณ. (2564). การจัดการงานสงฆ์สาธารณสงเคราะห์ใน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชือ้ โควดิ 19 ระลอกสอง ในจงั หวัดสมุทรสงคราม
: ถอดบทเรียน พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ, ดร. วารสารมหาจฬุ านาครปริทรรศน์ ปี
ที่ 8 ฉบับท่ี 5 (พฤษภาคม 2564).พระครสู ุทธิวรญาณ. (2564).
: ความร้เู ท่าทัน “แชทบอท” การเขา้ ถึงความคิดของผู้คนต่อการแยกแยะ
หรอื จู่โจม. วารสาร มจร การพัฒนา สังคม ปีท่ี 6 ฉบบั ที่ 6 (พฤษภาคม-
สิงหาคม 2564).
: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) : วถิ กี ารเผยแผแ่ หง่ อนาคต. วารสาร มจร การพฒั นา
สังคม ปที ่ี 6 ฉบับท่ี 3 (กันยายน- ธนั วาคม 2564).
: ปกี ารศึกษา 2563
: เลขท่ี 234 หมู่ 2 บา้ นเขาปนู ตำบลวงั ท่าช้าง อำเภอกบินทรบ์ ุรี จังหวัด
ปราจนี บรุ ี 25110
โทร. 086-231-4325
E-mail: [email protected]
78
ประวตั ิ
ช่ือ – นามสกุล : พระครูอเุ ทศธรรมสาทิส อชโิ ต (อดศิ ักด์ิ ร่ืนรวย)
วนั /เดอื น/ปีเกิด : วันอาทติ ยท์ ่ี 2 เมษายน พ.ศ. 2510
สถานท่เี กดิ : 47/1 หม่ทู ี่ 7 บ้านดอนโปง่ ตำบลหนองสระ อำเภอทัพทัน
การศกึ ษา จงั หวดั อทุ ัยธานี
บทความทางวชิ าการ : นักธรรมชั้นเอก (2532)
: ประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์(ปบ.ส.)
ปที ่เี ข้าศึกษา : พุทธศาสตรบัณฑติ (พธ.บ.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
อุปสมบท มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาลัยสงฆน์ ครสวรรค์
ตำแหน่ง : พทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ (พธ.ม.) สาขาวิชาการจดั การเชิงพทุ ธ
ที่อยปู่ ัจจุบัน มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจดั การเชิงพุทธ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
: พระครูอเุ ทศธรรมสาทิส และคณะ. ( 2564). ธรรมชาติมนุษย์กบั
การศึกษาหลกั เบญจศีล. วารสาร มจร.การพัฒนาสังคม. ปีที่ 6 ฉบับท่ี 1
(มกราคม – เมษายน 2564) : 205 – 217
: พระครอู เุ ทศธรรมสาทิส. (2564). การบรหิ ารจัดการ”พทุ ธศิลป”์ และ
ความเปลี่ยนแปลงทางสงั คม. วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์.ปที ่ี 8 ฉบับท่ี
6 (มถิ นุ ายน 2564) : 109 – 122.
: พระครอู ุเทศธรรมสาทสิ . (2564). โลกธรรมกับการธำรงรกั ษาบุคลากร
ตามหลักพระพุทธศาสนา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน.์ ปีท่ี 8 ฉบับท่ี 7
(กรกฎาคม 2564) : 50 – 63.
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2530
วัดหนองสระ ตำบลหนองสระ อำเภอทพั ทัน จังหวัดอทุ ัยธานี
: เจา้ อาวาสวดั วงั สาลกิ า
: เจ้าคณะตำบลหนองกระทุม่ อำเภอทพั ทนั จังหวัดอทุ ยั ธานี
: อาจารยป์ ระจำหลกั สตู รพทุ ธศาสตรบัณฑิต สาขาการจดั การเชงิ พุทธ
: วดั วังสาริกา ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอทัพทัน จงั หวดั อุทยั ธานี 61120
79
ชือ่ – นามสกุล ประวัติ
วัน/เดอื น/ปเี กดิ
สถานทเ่ี กดิ : พระครูปลดั เฉลมิ พร อภวิ โร (แปน้ กลม)
การศกึ ษา : วันอาทิตย์ ท่ี 26 มนี าคม 2532
พ.ศ.2561 : กรงุ เทพมหานคร
พ.ศ.2563
พ.ศ.2565 : พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาวชิ าวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ผลงานทางวิชาการ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ปที ่ีเข้าศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
อุปสมบท : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ทอ่ี ยูป่ จั จุบนั มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
: พระครูปลัดเฉลิมพร อภิวโร, การดำเนินชวี ติ สมยั ใหมส่ ู่ความสำเร็จใน
การทำงานโดยใช้หลกั อธิบาท 4, วารสารมหาจฬุ านครทรรศน์, ปที ี่ 8
ฉบบั ที่ 4 (พฤษภาคม 2564)
: พระครปู ลดั เฉลมิ พร อภวิ โร, การปฎิรูปกจิ การพระพุทธศาสนาในด้าน
การปกครองโดยใชห้ ลกั พรหมวิหารธรรม, วารสารมหาจฬุ านครทรรศน,์
ปที ี่ 8 ฉบบั ที่ 6 (มถิ ุนายน 2564)
: พระครปู ลดั เฉลิมพร อภิวโร, การบริหารจัดการองค์การบริหารส่วรนทอ้ งถน่ิ โดยใช้
หลกั อธิบาท 4, วารสาร มจรเลยปรทิ ัศน์, ปที ี่ 2 ฉบับท่ี 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม
2564)
: พระครปู ลัดเฉลิมพร อภวิ โร, รปู แบบการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในยุควิถีใหม่
ของพระสงั ฆาธกิ ารกรุงเทพมหานคร, วารสารพุทธนวตั กรรมและการจดั การ, ปี
ที่ 6 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม – กมุ ภาพนั ธ์ 2566)
: ปกี ารศึกษา 2563
: วนั ท่ี 13 มถิ นุ ายน 2552 พรรษา 12
: วดั มหาจฬุ าลงกรณราชทู ศิ ตำบลลำไทร อำเภอวงั น้อย
จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
80
ประวัติ
ช่ือ – นามสกลุ : พระมหากติ ติกร กิตตฺ ิรกฺโข(อุดมเดชาพัฒน์)
วัน/เดือน/ปเี กิด : วันท่ี 22 สิงหาคม 2526
สถานท่เี กิด : บา้ นเลขที่ 58/1 ตำบลเทพรกั ษา อำเภอสงั ขะ จงั หวดั สุรนิ ทร์ 32150
การศึกษา
: พุทธศาสตรบัณฑติ (พธ.บ.) สาขาวชิ าการเมอื งการปกครอง
สงั กดั คณะสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ผลงานทางวิชาการ : รฐั ประศาสนศาตรมหาบณั ฑติ (รป.ม.) คณะรฐั ประศาสนศาสตร์
สถาบนั บณั ฑติ พัฒนบริหารศาสตร์
ปีที่เข้าศกึ ษา : พุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ (พธ.ด.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พุทธ
ทีอ่ ยู่ปัจจุบนั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
: วดั บางระโหง ตำบลบางกรา่ ง อำเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบุรี
: พระมหากิตตกิ ร กติ ฺติรกโฺ ข (อุดมเดชาพัฒน)์ . “การพัฒนาวดั ตามหลักสปั
ปายะ 4”. วารสารวชิ าการรฐั ศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร.์ ปีท่ี 6 ฉบับ
ท่ี 1 (มกราคม-เมษายน 2566).
: พระมหากติ ตกิ ร กติ ฺตริ กฺโข (อุดมเดชาพฒั น)์ . “การพฒั นาสาธารณูปการ
ของวัด”. วารสารวิชาการรฐั ศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร.์ ปที ี่ 6 ฉบบั ท่ี
2 (พฤษภาคม – สงิ หาคม 2566).
: พระมหากิตตกิ ร กติ ฺตริ กฺโข (อดุ มเดชาพัฒน)์ . “การพฒั นาแหลง่ ท่องเท่ียวเชิ ง
วัฒนธรรมตามหลักพทุ ธธรรม”. วารสารวชิ าการรฐั ศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร.์ ปี
ที่ 6 ฉบับท่ี 3 (กนั ยายน-ธันวาคม2566).
: พระมหากติ ติกร กิตฺติรกฺโข (อดุ มเดชาพัฒน)์ . “การพัฒนาแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชิ ง
วัฒนธรรมของวดั ในจังหวดั นนทบรุ ี”. วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการจัดการ. ปที ี่
6 ฉบับท่ี 4 (กรกฎาคม-สงิ หาคม 2566).
: ปีการศกึ ษา 2563
: วดั บางระโหง ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี 11000
81
ประวัติ
ชื่อ – นามสกุล : พระมหาเสถียร ถาวรธมโฺ ม (เกษาชาติ)
วัน/เดอื น/ปีเกดิ : วันเสาร์ท่ี 26 เดือนกรกฎาคม พทุ ธศักราช 2512
สถานท่เี กิด : 170 หมู่ท่ี 12 บ้านตะเคยี นเหนือ ต.ศรีแก้ว อ.ศรีรัตนะ จ.ศรสี ะเกษ
การศกึ ษา
: น.ธ. เอก ป.ธ. 4
บทความทางวชิ าการ : ปรญิ ญาพทุ ธศาสตรบณั ฑติ (พธ.บ.) สาขาการจัดการเชิงพทุ ธ พ.ศ. 2553
: ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑติ (พธ.ม.) สาขาการจัดการเชงิ พทุ ธ พ.ศ.
ปีทีเ่ ขา้ ศกึ ษา 2555
อปุ สมบท : ปริญญาพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต (พธ.ด.) สาขาการจัดการเชงิ พุทธ
ตำแหนง่ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั พ.ศ. 2565
ทอี่ ยปู่ ัจจบุ ัน
: เศรษฐศาสตร์แนวพุทธกบั การพฒั นาเศรษฐกจิ พอเพียง แหลง่ ตพี ิมพ์ :
วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปรทิ รรศน์ ปีท่ี 7 ฉบับที่ 8 กรกฎาคม-
ธันวาคม 2564.
: แนวทางการจดั การทอ่ งเท่ียววถิ ีพุทธเพอื่ การพฒั นาท่ีย่งั ยนื แหล่งตพี มิ พ์
: วารสาร มจร. นม. สงั คมศาสตร์ ปริทรรศน์ ปที ี่ 8 ฉบับที่ 9 มกราคม-
มถิ ุนายน 2565
: มุมมองใหม่ของภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา แหล่งตพี ิมพ์ :
วารสาร มจร. นม. สงั คมศาสตร์ ปรทิ รรศน์ ปที ี่ 7 ฉบบั ที่ 8 กรกฎาคม-
ธนั วาคม 2565.
: ปีการศกึ ษา 2563
: วนั ท่ี 30 มนี าคม พ.ศ. 2533
: เจา้ อาวาสวัดวงั สาลิกา
: เจ้าคณะตำบลหนองกระทมุ่ อำเภอทัพทัน จงั หวดั อทุ ัยธานี
: อาจารยป์ ระจำหลักสตู รพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาการจดั การเชงิ พุทธ
: วดั เจดยี แ์ ดง ต. หวั รอ อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรอี ยุธยา
13000 โทร. 081-947 – 1228
82
ชื่อ – นามสกุล ประวตั ิ
วนั /เดือน/ปีเกดิ
การศึกษา : พระครสู ังฆรกั ษป์ รีชา ฐิตญาโณ (หงษท์ อง)
: 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516
ผลงานทางวิชาการ
: ครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวชิ าการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพ ระ
ปีท่ีเขา้ ศึกษา นคร
ท่อี ยูป่ จั จุบนั : ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลยั
: พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจดั กา รเ ชิง พุทธ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
: พระครูสังฆรักษ์ปรีชา ฐฃิตญฃาโณ. ( 2564). สัปปุริสธรรม
พฤติกรรมการดำเนนิ ชวี ิตสมัยใหม่.วารสารมหาจุฬานาครทร รศน์.
ปที ่ี 8 ฉบบั ที่ 7 (กรกฎาคม 2564)
: พระครูสังฆรักษ์ปรีชา ฐฃิตญฃาโณ. (2564). การสร้าง
ความสมั พันธ์ ระหวา่ งชมุ ชนกับวดั ตามหลักสังคหวัตถุ 4.วารสารมหา
จุฬานาครทรรศน์. ปที ี่ 8 ฉบับที่ 6 (มิถุนายน 2564)
:พระครูวินยั ธรศิรเิ ชษฐ์ สริ วิ ฑฺฒโน, “การพฒั นาจติ ใจมนุษยโ์ ดยใช้หลักสติ
ปัฏฐาน 4”,วารสาร มจร เลย ปริทัศน์,ปที ่ี 2 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-
สิงหาคม 2564).
: พระครูสังฆรกั ษป์ รีชา ฐฃติ ญฃาโณ. (2564). การสรา้ งเครือข่าย
ระบบสขุ ภาวะเชิงพทุ ธ เพื่อป้องกนั โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019.
วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน.์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 7 (กรกฏาคม 2564)
: ปีการศกึ ษา 2563
: วดั เทวราชกญุ ชร แขวงวชริ พยาบาล เขตดสุ ิต กรงุ เทพมหานคร
โทร. 086-570-6960 E-mail : [email protected]
83
ชื่อ – นามสกลุ ประวัติ
วนั /เดอื น/ปเี กิด
สถานท่เี กดิ : พระครูวินัยธรศริ ิเชษฐ์ สิริวฑฺฒโน (ปู่รกั ษ)์
การศึกษา : 28 ตลุ าคม พ.ศ.2518
พ.ศ.2548 : 27/1 หมู่ 2 ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
พ.ศ.2561
พ.ศ.2563 : ประกาศนียบัตรวิชาการเทศนา (ป.ทศ.) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ
พ.ศ.2565 ราชวทิ ยาลัย
ผลงานทางวิชาการ : พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาวิชาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
ปีที่เขา้ ศกึ ษา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
อุปสมบท มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ท่ีอยู่ปจั จบุ นั : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการ เชิงพุทธ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พระครวู นิ ยั ธรศิริเชษฐ์ สิรวิ ฑฒฺ โน, “การพัฒนาจติ ใจมนุษย์โดยใช้
หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา”, วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปที ่ี 8
ฉบับท่ี 7 (กรกฎาคม 2564).
: พระครูวินัยธรศริ ิเชษฐ์ สริ วิ ฑฺฒโน, “การจัดการเสนาสนะภายในจงั หวดั
พระนครศรีอยทุ ธยาโดยใชห้ ลกั อทิ ธิบาท 4”, วารสารมหาจุฬานาคร
ทรรศน์, ปีที่ 8 ฉบับท่ี 6 (มถิ ุนายน 2564).
: พระครวู ินัยธรศริ เิ ชษฐ์ สริ วิ ฑฒฺ โน, “การพัฒนาจิตใจมนษุ ยโ์ ดยใชห้ ลักสตปิ ัฏฐาน
4”, วารสารมจรเลยปรทิ ศั น์, ปที ี่ 2 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2564).
: พระครวู นิ ัยธรศริ เิ ชษฐ์ สริ วิ ฑฒฺ โน, “รปู แบบการบรหิ ารจัดการเสนาสนะท่ีพึง
ประสงคข์ องวัดในจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา”, วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการ
จัดการ, ปที ี่ 6 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กมุ ภาพนั ธ์ 2566).
: ปกี ารศึกษา 2563
: วันท่ี 30 มนี าคม พ.ศ. 2533
: วัดบางนมโค 27/1 หมู่ 2 ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวดั
พระนครศรอี ยุธยา โทรศัพท์ 080 086 9396
84
ประวตั ิ
ช่อื – นามสกุล : พระปลัด นพรัตน์ สุเมโธ (ลำ้ เลศิ )
วัน/เดือน/ปเี กดิ : วนั ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
สถานท่ีเกิด : 2/1 หมูท่ ี่ 9 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130
การศึกษา
: พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาวชิ าวชิ าการจดั การเชงิ พทุ ธ
ผลงานทางวชิ าการ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
ปที ีเ่ ขา้ ศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
ท่อี ยู่ปจั จบุ ัน : พทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจัดการเชงิ พทุ ธ
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พระปลดั นพรตั น์ สุเมโธ (ลำ้ เลศิ ). “หลักพุทธธรรมเพื่อการบริหารจดั การ
ทรัพยส์ อนของวดั ”. วารสารวชิ าการรฐั ศาสตร์และรฐั ประสาสนศาสตร์. ปีท่ี
6 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-เมษายน 2566).
: พระปลดั นพรตั น์ สเุ มโธ (ลำ้ เลศิ ). “การจดั ทำบญั ชขี องวดั ”. วารสารวชิ าการ
รฐั ศาสตรแ์ ละรฐั ประสาสนศาสตร์. ปที ่ี 6 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม
2566).
: พระปลัด นพรัตน์ สุเมโธ (ล้ำเลิศ). “การจัดการทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา”.
วารสารวชิ าการรัฐศาสตรแ์ ละรัฐประสาสนศาสตร.์ ปที ่ี 6 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม
2566).
: พระปลดั นพรัตน์ สุเมโธ (ลำ้ เลิศ). “การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการทรัพย์สิน
ของวัดในจังหวดั นนทบรุ ”ี . วารสารพทุ ธนวตั กรรมและการจดั การ. ปที ี่ 6 ฉบบั ท่ี 4
(กรกฎาคม-สงิ หาคม 2566).
: ปีการศึกษา 2563
: วัดสำโรง ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี
85
ประวตั ิ
ช่ือ – นามสกลุ : พระปลัดธรี ภัทร์ นาถสีโล (นาคกลนั่ )
วัน/เดอื น/ปีเกิด : วันเสารท์ ี่ 28 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2530
สถานทเี่ กิด : 268 หมู่ 10 บา้ นดงปอ ตำบลดา่ นช้าง อำเภอด่านช้าง จงั หวัดสุพรรณบุรี
อุปสมบท : 3 ตุลาคม 2553
สงั กัด : วดั ทวีการะอนนั ต์ ตำบลคลองหนง่ึ อำเภอคลองหลวง จังหวดั ปทุมธานี
ตำแหน่ง : ผู้ชว่ ยเจา้ อาวาสวัดทวกี าระอนนั ต์
การศึกษา : ประกาศนยี บตั ร การบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) รนุ่ ที่ 13
: นติ ศิ าสตร์บณั ฑิต (น.บ.เกยี รตนิ ยิ มอันดับสอง) มหาวิทยาลยั รามคำแหง,
ผลงานทางวชิ าการ : พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ (พธ.ม.) สาขาวิชาการจดั การเชิงพทุ ธ
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
บทความวิจยั : พทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พทุ ธ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
ปที ีเ่ ขา้ ศึกษา
ที่อยู่ปัจจุบนั : พระปลดั ธีรภัทร์ นาถสีโล, สปั ปุริสธรรมกับการบรหิ ารจัดการตนเองในยคุ โค
วดิ 19, วารสารมหาจฬุ านครทรรศน์, ปีท่ี 8 ฉบบั ท่ี 6 (มถิ นุ ายน 2564)
: พระปลัดธรี ภทั ร์ นาถสโี ล, การปฏริ ปู กจิ การพระพุทธศาสนาดา้ นการศึกษา
โดยใช้หลักสังคหวัตถุ 4, วารสารมหาจุฬานครทรรศน์, ปีที่ 8 ฉบับท่ี 7
(กรกฎาคม 2564)
: พระปลดั ธรี ภทั ร์ นาถสโี ล, ไวยาวัจกรกับการบรหิ ารจัดการวดั โดยใช้หลกั ฆาราวาสธรรม
4, วารสารมจรเลยปรทิ ัศน์, ปที ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม2564)
: พระปลดั ธรี ภัทร์ นาถสีโล, รูปแบบการบริหารจดั การโครงการวัด ประชา รฐั สร้าง
สุขของคณะสงฆ์ จงั หวดั ปทุมธานี, วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, ปที ี่ 6
ฉบับท่ี 1 (มกราคม – กมุ ภาพันธ์ 2566)
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วดั ทวีการะอนนั ต์ 50/16 หมู่ 11 ซอยเทพกุญชร 22 ตำบลคลองหนงึ่ อำเภอ
คลองหลวง จงั หวัดปทมุ ธานี 12120
86
ชอ่ื – นามสกุล ประวตั ิ
วัน/เดือน/ปเี กิด
สถานทเ่ี กิด : พระมหาพชร กิตฺติวรเมธี (กิติวัฒนวรานนท์)
อุปสมบท : วันอาทติ ย์ ที่ 22 พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช 2531
สังกัด : 6 หมู่ 1 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเกด็ จ.เชยี งใหม่
ตำแหน่ง. : วันท่ี 9 กรกฎาคม พทุ ธศักราช 2554
การศกึ ษา : วดั สระแกว้ พระอารามหลวง ต.สระแกว้ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแกว้
พ.ศ.2561 : เลขานุการ เจ้าคณะตำบลท่าแยก เขต 2
พ.ศ.2563 ผ้รู ักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดแนน่ ดสี นั ติธรรม
พ.ศ.2565
ผลงานทางวิชาการ : พทุ ธศาสตรบณั ฑิต (พธ.บ.) สาขาวิชาวชิ าการจดั การเชงิ พุทธ
: พุทธศาสตรมหาบณั ฑิต (พธ.ม.) สาขาวชิ าการจดั การเชิงพทุ ธ
ปีที่เข้าศกึ ษา : พุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พุทธ
ท่อี ยปู่ จั จุบนั มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พระมหาพชร กิตตฺ วิ รเมธี.-“การมีสว่ นรว่ มในการวางแผนและปฏริ ูปกิจการ
พระพุทธศาสนา”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ วิทยาเขตนครศรธี รรมราช.
ปีท่ี 8 ฉบบั ท่ี 6. (มิถนุ ายน 2564).
: พระมหาพชร กิตฺติวรเมธี.-“การพฒั นาสังคมโดยใช้หลกั ความเชือ่ ทาง
พธิ ีกรรมทางพระพุทธศาสนา”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ วทิ ยาเขต
นครศรีธรรมราช. ปีท่ี 8 ฉบับท่ี 7. (กรกฏาคม 2564).
: พระมหาพชรกติ ฺตวิ รเมธี.-“ภาวะผ้นู ำยุคใหม่กบั การบริหารจัดการโดยใชห้ ลกั ภาวนา 4”.
วารสารมจรเลยปริทศั น.์ ปีที่ 2ฉบบั ที่ 2.(พฤษภาคม-สงิ หาคม2564).
พระมหาพชร กติ ตฺ วิ รเมธ.ี-“การพฒั นางานด้านสาธารณสงเคราะห์ตามแผนปฏิรูปกจิ การ
พระพุทธศาสนาของพระสังฆาธิการในจังหวัดสระแกว้ ”. วารสารพุทธนวัตกรรมและการ
จัดการ.ปีท่ี 6 ฉบับที่ 2. (มีนาคม-เมษายน 2566).
: ปีการศึกษา 2563
: วดั สระแกว้ พระอารามหลวง 122 ถนนสุวรรณศร ตำบลสระแกว้
อำเภอเมืองสระแก้ว จงั หวดั สระแกว้ รหัสไปรษณยี ์ 27000
87
ชอ่ื – นามสกุล ประวัติ
วนั /เดอื น/ปีเกดิ
สถานท่เี กิด : นายมนตรี สหชยั รุ่งเรอื ง
การศึกษา : วนั พฤหสั บดที ่ี 5 พฤศจิกายน 2503
ประสบการณ์ทำงาน : 200 หมู่ 3 ตำบลวงั อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎรธ์ านี
ผลงานทางวชิ าการ : ปรญิ ญาตรี จากมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ราชนครนิ ทร์ สาขาพฒั นาชมุ ชน
: ปรญิ ญาโท จากมหาวทิ ยาลยั บรพู าบางแสนสาขาการจดั การภาครฐั และเอกชน
ปีทเ่ี ขา้ ศึกษา : พุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการเชงิ พุทธ
ทอี่ ยปู่ จั จบุ ัน มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ท่ีทำงานปัจจบุ นั
: ผพู้ ิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จงั หวัดชลบรุ ี
: เจ้าของกิจการ ร้าน เอม็ .เค. คา้ วัสดกุ อ่ สรา้ ง อำเภอพนสั นิคม จังหวัดชลบรุ ี
: เจ้าของกิจการ เอส พี เอม็ เรสซิเดนซ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบรุ ี
: ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตำรวจสภ.พนสั นิคม
: ประธานเครอื ขา่ ย ปชบ. ภาคประชาสังคม อำเภอพนสั นิคม จังหวดั ชลบรุ ี
: ประธานองค์การตรวจสอบการใชอ้ ำนาจรัฐ อำเภอพนสั นคิ ม จงั หวัดชลบุรี
: นายกสโมสรไลออนส์ชลบรุ ีบางปลาสรอ้ ย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
: รองประธานคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลพนสั นคิ ม จงั หวัดชลบุรี
: รองประธานมลู นิธิพนสั นิคมร่วมศรัทธาเตก็ ก่า จเี ซยี มเกาะ อำเภอพนสั นคิ ม
: มนตรี สหชยั รุ่งเรือง “การสง่ เสริมการมีส่วนรว่ มของคนรุ่นใหมใ่ นการจดั กจิ กรรม
ทางพระพุทธศาสนา”วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์ มหาวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย วทิ ยาเขตนครศรธี รรมราชในปีที่ 8 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม2564
: มนตรี สหชัยรุ่งเรอื ง “การป้องกนั เชอ้ื โรค โควดิ 19 โดยใชห้ ลักอนิ ทรีย์สังวร”วารสาร
มหาจุฬานาครทรรศน์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต
นครศรีธรรมราช ในปีที่ 8 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2564
: มนตรี สหชัยรุ่งเรือง “การสรา้ งทุนมนุษย์ทางปัญญากับการพัฒนา AI ในยุคไทย
แลนด์ 5.0” วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ มหาวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณราชวิ ทยาลัย
วทิ ยาเขตนครศรธี รรมราช ในปีท่ี 8 ฉบบั ท่ี 6 มถิ นุ ายน 2564
: มนตรี สหชยั รุ่งเรอื ง “การพฒั นาสมรรถนะทางการบรหิ ารเชิงพทุ ธของผู้ประกอบการ
ธุรกจิ ใหบ้ ริการในยุคเศรษฐกจิ ดจิ ทิ ัลของจงั หวัดชลบุรี” วารสาร มจร สังคมศาสตร์
ปรทิ รรศน์ ในปีที่ 12 ฉบบั ที่ 4 กรกฎาคม– สิงหาคม 2566
: ปกี ารศึกษา 2563
: 17/11 ถนนจารุวร ตำบลพนสั นิคม อำเภอพนัสนคิ ม จงั หวดั ชลบุรี
: 122/122 หมู่ 3 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จงั หวัดชลบรุ ี
88
ช่ือ – นามสกุล ประวัติ
วัน/เดอื น/ปเี กิด
สถานท่ีเกดิ : นางภชั ลดา สวุ รรณนวล
ตำแหนง่ . : วันองั คารที่ 24 มีนาคม 2513
การศึกษา : 200 หมู่ 3 ตำบลวงั อำเภอทา่ ชนะ จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
: อาจารย์ประจำวิทยาลยั สงฆส์ รุ าษฎร์ธานี จ.สุราษฎรธ์ านี
ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ : ประกาศนียบัตรวิชาชพี ครู มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช พ.ศ. 2545
ทำงาน : ศลิ ปศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ าการจัดการทว่ั ไป สถาบนั ราชภัฏสวนดสุ ติ
ผลงานทางวิชาการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2537
: การจัดการมหาบัณฑติ สาขาวิชาการจดั การ มหาวทิ ยาลัยวลยั ลกั ษณ์
ปีท่เี ขา้ ศึกษา จังหวัดนครศรธี รรมราช พ.ศ. 2547
ท่อี ยูป่ จั จุบนั : พุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พุทธ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
: อาจารย์ผู้สอน หมวดวิชาธุรกิจโรงเรยี นสุราษฎร์เทคโนโลยี
จงั หวดั สุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2540-2546
: อาจารย์ประจำสาขาวชิ าการจดั การท่วั ไป มหาวทิ ยาลยั ตาปี
จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2547-2557
: ภัชลดา สุวรรณนวล, พระมหากฤษฎา กิตติโสภโณ,พระเมธีธรรมาจารย.์
“รูปแบบการบริหารจัดการชุมชนวิถีพุทธสู่ความพอเพียงใน จังหวัด
สรุ าษฏรธ์ าน”ี วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปที ี่ 9 ฉบับที่ 1 (มกราคม2565) :
34-49.
: ภัชลดา สุวรรณนวล, พระอธกิ ารธวัชชัย แสงโสภณ, อำพล ปญุ ญา “รปู แบบการ
จัดการทอ่ งเทยี่ วเชิงอนุรกั ษ์ลมุ่ แม่น้ำตาปีอยา่ งย่งั ยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน”
วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปที ี่ 9 ฉบับที่ 2 (กมุ ภาพันธ์ 2565) : 290-307.
: ภัชลดาสุวรรณนวล,สุภาภรณ์ โสภา,พระครูภาวนาจันทคณุ .วิ.,พระสมุห์ชวลิตสวุ รรณ
จันทร์, พระปลัดฤทธพิ ร จารุวณโฺ ณ. “การจดั การทุนมนุษย์ในยคุ เจอเนอเรชน่ั วาย”
วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์,ปีที่ 9ฉบบั ท่ี 5(พฤษภาคม2565) :232-242.
: ปกี ารศึกษา 2563
: 227/117 หมูท่ ี่ 1 ตำบลมะขามเต้ยี อ.เมือง จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี