The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

[Draft of Art worked หนังสืออนุสรณ์รับปริญญา] พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต). (2565). ศาสนสมบัติ จิตรกรรมฝาผนัง พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by polmcu, 2022-11-12 10:58:02

ศาสนสมบัติ จิตรกรรมฝาผนัง พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

[Draft of Art worked หนังสืออนุสรณ์รับปริญญา] พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต). (2565). ศาสนสมบัติ จิตรกรรมฝาผนัง พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

50 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอินิ ทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 38

5) อัฏฐิกอสุภ คอื ซากผมี แี ตร่ ่างกระดูกทั้งสิน้ แลมอี ยู่แต่กร ะดูก
อันเดียวก็ได้ชื่ออัฏฐิกอสุภ เหมาะกับผู้มักกำหนัดยินดีโดยกระดู กฟัน
สมบูรณ์ เพราะในอสภุ นี้ ส่อแสดงให้เห็นวา่ กระดูกฟัน นี้เป็นปฏิกูลต้อง

หลุดถอนไปโดยธรรมดา
6) วิปพุ พกอสุภ คือร่างผอี ันมนี ้ำเหลอื งแลหนองอนั ไหลออกมาในที่

อนั ปริแลเป่ือยออกพงั น้ัน เหมาะกับผูก้ ำหนดั ยินดีโดยสรีระอนั ปรนปรุงทาบ

ทา ดว้ ยเครอื่ งหอม เพราะในอสุภนี้ส่อแสดงให้เห็นว่าเคร่ืองหอมทีท่ าบทาใน

กายน้ี ต้องถงึ วปิ รติ เครอ่ื งหอมกลับไปเปน็ กลน่ิ เหมน็ โดยธรรมดา
7) อุทธมุ าตกอสุภ คือ ร่างกายผอี ันพองข้นึ โดย ลำดับจำเดิมแต่

วนั สน้ิ แห่งชวี ิตพองบวมขึ้นบริบูรณ์ไปด้วยลม เหมาะกับผทู้ กี่ ำหนัดยินดีใน

ทรวดทรงสณั ฐาน เพราะในอสภุ น้สี อ่ แสดงให้เหน็ ว่าสรรี ะสัณฐานนี้ต้องถึง

ความวปิ ริตพองข้นึ โดยธรรมดา
8) ปุฬวุ กอสภุ คอื รา่ งผอี ันเต็มบริบูรณด์ ้วยกิมิชาตหิ มู่หนอนเบียน

บ่อนคลานอยู่ ทัว่ สรีระประเทศต่าง ๆ เหมาะกับผทู้ ก่ี ำหนดั ยนิ ดีโดยความทถ่ี อื

วา่ กายเป็นของแหง่ เราแท้ เพราะในอสุภนส้ี ่อแสดงว่ากายไมเ่ ป็นของตน เปน็

ของสาธารณท์ ่วั ไปแกห่ มหู่ นอนท้ังหลายโดยธรรมดา
9) วกิ ขายิตกอสุภ คอื ซากผีอันสตั วท์ งั้ ปวงเป็นตน้ ว่า สนุ ขั บ้าน

สนุ ัขจ้ิงจอกกดั ทงึ้ ยื้อ แยง่ โดยอาการต่าง ๆ เหมาะกบั ผู้ท่กี ำหนดั ยินดีโดย

แทง่ เนอ้ื ทีเ่ ป็นปัจจัยแก่กิเลสอนั แรงกล้า เพราะในอสุภนี้สอ่ แสดงให้เห็นว่า

แท่งเนื้อเหล่านี้ตอ้ งถงึ ความวปิ รติ ไปโดยธรรมดา
10) วิจฉทิ ทกอสุภ คือ รา่ งผีอันขาดเป็น 2 ท่อนท่ามกลาง มกี าย

ขจดั ขจายจากกัน เหมาะกับ ผู้ทกี่ ำหนัดยนิ ดโี ดยทอ่ นกายอนั เป็นแท่งทึบ

39 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 51

เพราะในอสุภนี้ส่อแสดงให้เห็นว่าภายในกายนี้ เป็นโพรงช่องอยู่เปน็
ธรรมดา (พระพุทธโฆสเถระ, 2562)

เรื่องทุกขข์ องภกิ ษุ 30 รูป
ภิกษุ 30 รูป อีกกล่มุ หนึง่ เรียนกมั มฏั ฐานในสำนักของพร ะผู้มี

พระภาคเจา้ แลว้ จำพรรษาในวัดปา่ ทำกติกากันว่า ผมู้ อี ายุ เราควรทำ
สมณธรรม ตลอดคนื ในยามทง้ั สาม เราไมค่ วรมายังสำนักของกันและกัน
แล้วต่างคนตา่ งอยู่ เมือ่ ภกิ ษเุ หล่าน้นั ทำสมณธรรม ตอนใกล้รุ่งก็โงกหลับ
เสือตวั หนึ่งก็มาจบั ภกิ ษไุ ปกินทลี ะรูป ๆ ภิกษไุ ร ๆ ก็มิไดเ้ ปล่งแม้วาจา ว่า
เสือคาบผมแลว้ ภกิ ษถุ ูกเสือกินไป 15 รูป ดว้ ยอาการอย่างนี้ ถงึ วันอโุ บสถ
ภิกษุทเ่ี หลือกถ็ ามวา่ ทา่ นอยทู่ ไ่ี หน และรู้เรื่องแล้วก็กลา่ ววา่ ถกู เสือคาบ
ควรบอกวา่ บดั นเ้ี ราถูกเสือคาบไป ๆ แลว้ ก็อยู่กนั ตอ่ ไป ต่อมาเสือกจ็ ับภกิ ษุ
หนุ่มรปู หน่งึ โดยนัยก่อน ภิกษหุ นุม่ กร็ อ้ งว่า เสือขอรบั ภกิ ษทุ ้ังหลายก็ถือไม้
เท้า และคบเพลิงติดตามหมายว่าจะใหม้ นั ปล่อยเสือกข็ ้นึ ไปยังเขาขาด ทางท่ี
ภิกษุทั้งหลายไปไมไ่ ด้ เร่ิมกนิ ภกิ ษุน้นั ตัง้ แตน่ ้ิวเทา้ ภกิ ษุทัง้ หลายนอกนั้น ก็
ได้แต่กลา่ ว ว่าสัปบุรษุ พระสตู รและอรรถกถาแปล ทีฆนกิ าย มหาวรรค
เล่มท่ี 2 ภาคท่ี 2 บัดนี้กิจที่พวกเราจะต้องทำไม่มี ข้นึ ชือ่ ว่าความวเิ ศษของ
ภ ิ ก ษ ุ ท ั ้ ง หล า ย ย ่ อ ม ปร า ก ฏใ น ฐา น ะ เ ช ่น น ี ้ ภ ิ ก ษ ุ ห น ุ่มนั้น
นอนอย่ใู นปากเสือ ข่มเวทนาเจบ็ ปวด แล้วเจรญิ วิปัสสนา ตอนเสือกินถึง
ขอ้ เทา้ เป็นพระโสดาบนั ตอนกนิ ไปถงึ หัวเขา่ เป็นพระสกทาคามี ตอนเสือ
กินไปถึงท้องเป็นพระอนาคามี ตอนเสือกินไปยังไม่ถึงหัวใจ ก็บรรลุ
พระอรหัตพรอ้ มดว้ ยปฏสิ มั ภิทา จงึ เปล่งอทุ าน ดงั นี้วา่

52 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์์ทรงช้้างเอราวััณ 40

สลี วา วตฺตสมฺปนโฺ น ปญญฺ วา สสุ มาหิโต มหุ ุตตฺ ํ ปมาทมนฺ
วาย พฺยคฺเฆ โน รุทธฺ มานโส ปญฺชรสฺมึ โส คเหตฺวา สิลาย อุปรี
กโต กามํ ขาทตุ มํ พฺยคฺโฆ อฏฐฺ ยิ า จ นหฺ ารสุ สฺ จ กิเลเส เขปยิสฺ
สามิ ผุสิสฺสามิ วิมุตฺติยํ (มหามกุฏราชวิทยาลัย , 2530)
เรามีศีล ถงึ พร้อมด้วยวตั ร มปี ญั ญามใี จมน่ั คงดีแล้ว อาศัยความ
ประมาท คร่หู นงึ่ ท้ังที่มีใจไม่คดิ ร้ายในเสือมนั กจ็ ับไว้ในกรงเล็บ
พาไปไวบ้ นก้อนหิน เสือจงกินเราถงึ กระดูกและเอ็นก็ตามที เราจกั
ทำกิเลสใหส้ ิน้ ไป จกั สัมผัสวิมตุ ตดิ งั น้ี

ภาพเสอื กัดพระภิกษุจากคัมภีรส์ ุมังคลวิลาสนิ ีน้ี สือ่ ความถงึ มรณัส

สตใิ นอารักขกัมมัฏฐาน 4 ที่พระภกิ ษุในเร่ืองกำลังเจริญวิปัสสนา ร ะลึก

เกยี่ วกับความตายที่กำลังบังเกิดแก่ตน สอดคลอ้ งกับพระรา ชนิพน ธ์ใน

พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ท่ีกลา่ วถงึ การเจรญิ มร ณัสสติไว้

ตอนหนึ่งว่า

“อธวุ ํ โข เม ชวี ิตํ ชีวิตของเราไมย่ ่งั ยืน ธวุ ํ มรณํ เอกํสิกํ
ความตาย ยั่งยืน เป็นไปส่วนเดยี ว อวสฺสํ มรณํ เอกสํ กิ ํ ความตาย
แน่เป็นไปส่วนเดยี ว อวสสฺ ํ มยา มรติ พฺพํ เราคงตายแน่ เราจะพึง
ตายแน่ มรณปริโยสานํ มรณํ อนตโี ต ชีวติ ของเรามีความตายเป็น
ทส่ี ดุ ไมล่ ว่ งพน้ ความตายไปได้ มรณปริโยสานํ เม ชวี ิตํ ชีวติ ของเรา
มีความตายเปน็ ที่สดุ มรณปฏิพทธฺ ํ เม ชีวิตํ ชีวติ ของเราเนื่องด้วย
ความตาย มรณธมฺโมมฺหิ มรณํ อนตีโต เราเปน็ ผ้มู คี วามตายเป็น
ธรรมดา ไมล่ ว่ งความตายไปได้ มรณํ ภวิสฺสติ ความตายจกั ม”ี

41 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 53

ภาพท้ายสดุ ทีอ่ ย่ตู อ่ จากเรือ่ งอสภุ กมั มัฏฐานอยู่ดา้ นขวาของพระ
ประธาน เป็นพระภกิ ษนุ งั่ อยูก่ ลางป่า สันนิษฐานวา่ อาจเปน็ พระท่ีมาเจริญ
วิปสั สนากลางป่าก่อนทีจ่ ะถกู เสือกัด เนือ่ งจากดา้ นขวามือ ของภาพมีเสือ
กำลังลงมาจากภเู ขาและจอ้ งมาทางพระภกิ ษุ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั , 2547)

บานประตแู ละหน้าตา่ งพระอโุ บสถ
ด้านนอกเขยี นลายรดนำ้ เป็นรูปพรรณพฤกษาท่ขี ้นึ แทรกบนโขดหนิ

ด้านล่างภาพเขียน รปู มงคลหัตถี (3 ช้าง) เพ่ือสอื่ ถงึ พระนาม “กุญชร” อัน
เปน็ พระนามเดมิ ของกรมพระพิทักษเทเวศร์ ตน้ ราชสกลุ กญุ ชรซ่ึงทรงเป็ น
พระบรมวงศผ์ ้ใู หญ่ทปี่ ฏิสังขรณ์พระอารามน้ี และบานหน้าตา่ งด้านในเป็น
ภาพจิตรกรรมรูปเคร่ืองตั้งของจีน ไดแ้ ก่ เทียน พรอ้ มเชิงเทียน แจกั น
กระถาง ชุดนำ้ ชา ถ้วยชามฝี า ชามใส่ผลไม้ กลอ้ งยาสบู สว่ นทบ่ี านแผละท้ัง
ประตูและหน้ าต่างวาดเป็นกอบัวในแจกันขนาดใหญ่การวาดภาพเครื่องต้ั งของ
จีนเป็นรูปแบบที่นิยมและสืบทอดจากงานศิลปกรรมในสมยั รัชกาลที่ 3 สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์เกี่ยวกับที่มา
ของจติ รกรรมท่วี าดเครื่องต้ังจีนไว้ดังนี้ (สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยา
ดำรงราชานภุ าพ, 2457) “แตต่ ามเรือ่ งตำนานปรากฏว่าเมอ่ื ในรัชกาลท่ี 2
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัยทรงสร้างสวนขวาที่ ใน
พระบรมมหาราชวัง (ตรงบรเิ วณสวนศวิ าลัยบัดนี้) ครัง้ น้ัน ประจวบเวลา
ราชทตู ไทยออกไปเมืองปกั กง่ิ ไปไดเ้ ครือ่ งตั้งแตง่ เรือนอยา่ งจีนเขา้ มาจดั แตง่
พระตำหนักท่ีในสวนขวา เปน็ เหตใุ หเ้ กิดนิยมกนั ขึ้นเป็นทีแรกว่าเป็นของ

54 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอิินทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 42

งามนา่ ดู ถงึ เอาไปผูกเป็นลายเขียนผนังโบสถ์ แต่คิดดัดแปลงไปให้เป็น
เคร่อื งพทุ ธบชู า”

ภาพเทพชมุ นมุ
อยู่เหนือช่องประตูและหน้าต่าง เป็นภาพเทวดาทรงเครื่องอย่าง

กษัตริย์ เหาะเปน็ หมู่ ท่ามกลางก้อนเมฆ มีอากัปกิริยาท่ีตา่ งกัน เช่น พนมมือ
ไหว้ ถอื ช่อดอกไม้ ถอื ดอกบัว ถือเคร่ือง ดนตรี แตล่ ะองคม์ ีทา่ เหาะแบบนาฏ
ลกั ษณ์ และลักษณะของทอ้ งฟา้ น้ันมีลักษณะสคี ราม มกี อ้ นเมฆนอ้ ยใหญ่ที่
ทำให้เกิดมติ ใิ นระยะใกล้ ไกล ลกั ษณะเชน่ นี้เปน็ พระราชนยิ มในรัชกาลท่ี 4 ท่ี
ต่างจากภาพเทพชมุ นุมในสมัยก่อนหน้าทีม่ ักจะทำเปน็ เทวดาพนมมือเรยี งแถว
อยา่ งเป็นระเบียบ (พสั วสี ิริ เปรมกุลนนั ท์, 2554) ภาพเทพชุมนุมแสดง
เหตุการณ์ที่บรรดา เทวดามาร่วมสักการะพระพุทธองค์ ในที่นี้คือ
พระประธานปางมารวิชัยในพระอุโบสถ สอดคล้องกบั เนอื้ ความใน คัมภีร์
พระปฐมสมโพธกิ ถาทกี่ ล่าวว่าเมื่อพระโพธิสัตว์ทรงชนะมาร ก็มีเทวดา
“.หมเู่ ทพบุตรแลพรหมท้ังหลายก็ออกจากพมิ านแห่งตน ๆ เกล่อื นกล่นกนั มา
มหี ัตถถ์ อื ประทปี สคุ นธบุปผาธวัชปฎากตา่ ง ๆ มาแวดลอ้ มพร้อมกัน อุโฆษ
ถวายชยั แก่พระมหาบุรุษว่า ชยั ชำนะมแี กพ่ ระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทร งสิริ
สวัสดี ปราชัยมีแก่มารผู้ปรารถนาบาปธรรม” และเมื่อทร งตรัสรู้
อนุตรสมั มาสัมโพธิญาณเทพเจ้าทั้งหลายก็มาเฝา้ อกี คร้ังหน่ึง (สมเด็จฯ
กรมพระปรมานชุ ิตชิโนรส, พระปฐมสมโพธิ, 2509 : 113)

“...เทพยเจ้าท้ังหลายนมิ ิตสขุ มุ กายเท่าอณูปรมาณูลงประชุมกันอยู่
ในท่ีมีประมาณเทา่ นั้นถงึ 10 องค์บา้ ง 20 องค์บ้าง 30 องคบ์ ้างตราบเท่า

43 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 55

ถงึ 1000 องค์ 10000 องค์ 100000 องคจ์ นถึง แสนโกฎิองค์ก็มีเปน อัน
มากหม่เู ทพยดาทั้งหลายอนั มาแต่หมนื่ จกั รวาฬ ประดษิ ถานเตม จกั รวาล
อันนี้เพื่อจะทัศนาบูชาภิวันทนชุลี พระผู้ทรงภาคย์มากเหลือล้น...”
(สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส, 2537)

เอกสารอา้ งองิ
กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส. (2505). พระปฐมสมโพธิ กถา.

กรุงเทพมหานคร: กรมการ ศาสนา.
ปฏิสังขรณว์ ดั เทวราชกญุ ชร. (2458). ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 32. หน้า

1433 (26 กนั ยายน พ.ศ. 2458).
ประยรู อุลุชาฏะ. (2530). พจนานุกรมศลิ ปะ. พมิ พ์ครงั้ ท่ี 3. น.ณ ปากน้ำ

(นามแฝง). กรงุ เทพมหานคร: ศนู ย์การพิมพพ์ ลชยั .
ประเสริฐ ศีลรตั นา. (2526). จิตรกรรม. กรุงเทพมหานคร: โอเดยี นสโตร์.
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสริ ิวัฒน์. (2543). สุวรรณสามชาดก.

(พิมพค์ รงั้ ท่ี 3). กรงุ เทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน.์
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช),ราชบัณฑิต. (2548). พจนานุกรมเพ่ือ

การศึกษาพุทธศาสน์ ชดุ คำวดั . กรงุ เทพมหานคร: วดั ราชโอรสาราม.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับ

ประมวลศพั ท.์ (พมิ พค์ รง้ั ที่ 9). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหา
จฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย.

56 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอิินทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 44

________. (2551). พจนานกุ รมพุทธศาสน์ ฉบบั ประมวลศัพท์ (ชำระ เพ่มิ เติม

ชว่ งที่ 1). (พิมพ์ ครัง้ ท่ี 12). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย.
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว. (2547). ประชุมพระราชนิพนธ์
ภาษาไทย ใน พระบาทสมเด็จ พระจ อมเกล้า เจ ้า อยู่ หั ว.

กรุงเทพมหานคร: มหาเถรสมาคม.
พระพุทธโฆสเถระ. (2562). พระวิสุทธมิ รรค, แปลโดยวงศ์ ชาญบาลี.

กรุงเทพมหานคร: เล่ยี งเซยี งจงเจรญิ .
พร ะมหา น ิยม อุตฺตโม. (2 5 2 3 ). หลักสูตร ย่อบา ลีไวยา กรณ์.

กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ เลยี่ ง เชยี ง.
พระมหาสมใจ ปญฺญาทีโป. (2526). พระพุทธัปปิยะ, ปทรูปสิทฺธิ.

กรงุ เทพมหานคร: เฉลมิ ชาญ การพมิ พ์.
พระมหาสมปอง มุทโิ ต. (2545). มูลนริ ตุ ติ กจั จายนสตู ร ธาตวานุกรม.

(พิมพ์ครั้งที่ 3). กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ ธรรมสภา.

พัสวสี ิริ เปรมกุลนนั ท.์ (2552). จติ รกรรมฝาผนัง: พระราชประสงค์รชั กาล
ที่ 4 เรื่องจริยวตั ร สงฆ์. วิทยานพิ นธ์ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต
สาขาวชิ าประวตั ิศาสตร์ศลิ ปะ. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัย

ศลิ ปากร.
พสั วสี ิริ เปรมกุลนันท.์ (2554). ภาพเทวดาในรัชกาลท่ี 4: ความสืบเนื่อง

ทางงานช่าง. ใน ประมวลผลงานด้านประวัติศาสตร์ศิลปะของ
ศาสตราจารย์ ดร. สันติ เลก็ สุขุม ภาควชิ าประวัติศาสตร์ศิลปะ

คณะโบราณคดี. มหาวิทยาลยั ศิลปากร.

45 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 57

มหามกุฏราชวิทยาลยั . (2530). พระสูตรและอรรถกถาแปล ทีฆนกิ าย
มหาวรรค เล่มที่ 2 ภาคที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่ง
มหามกฏุ ราชวิทยาลยั .

วิกพิ ีเดยี สารานกุ รมเสรี. (2563). อสุภะ. เรยี กใชเ้ มื่อ 18 มกราคม 2563
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/

วิไลเลขา ถาวรธนสาร. (2545). ชนชั้นนำไทยกับการรับวัฒนธรรม
ตะวนั ตก. กรุงเทพมหานคร: เมอื งโบราณ.

สนุกกูรู. (2556). จิตรกรรมไทย. เรยี กใช้เมือ่ 18 มกราคม 2563 จาก
https://guru.sanook.com/2313/

สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2473). อธิบาย
เคร่ืองบชู า. พระนครศรีอยธุ ยา: โสภณพิพรรฒธนากร.

สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ิตชิโนรส. (2537). ปฐมสมโพธิ
(ภาษาบาลี) ฉบับ คัดลอกจากคัมภีร์ใบลานอั กษรข อ ม.
กรุงเทพมหานคร: คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมัง คลาราม
วรมหาวิหาร.

สปุ ราณี พณชิ ยพงศ์. (2556). รอ่ งรอยธรรมกายในคัมภรี จ์ ตุรารักขา. ใน
รายงานการวิจัย. สถาบนั วิจัยนานาชาติธรรมชยั (DIRI).

สุภีร์ ทุมทอง. (2555). มรณสตใิ นพระไตรปิฎก. กรงุ เทพมหานคร: ห้าง
หุ้นส่วนจำกดั ภาพพิมพ์.

58 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอินิ ทร์์ทรงช้า้ งเอราวััณ 46

พระอนิ ทร์ทรงชา้ งเอราวณั ๑*

INDRA HOLDS THE ERAWAN ELEPHANT
พระเทพคณุ าภรณ์ (โสภณ โสภณจติ ฺโต พุ่มพวง)

Phra Thepkhunaporn (Sophon Sophanachitto Phumphuang)

มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
Mahachulalongkornrajavidyalaya University

E-Mail [email protected]

บทคดั ย่อ

ตำนานพระอินทร์ทรงชา้ งเอราวัณ มกี ารกลา่ วถงึ ในพระไตรปิฎ กมาก
ท่สี ดุ เพราะเปน็ เทพผพู้ ทิ กั ษ์รักษาพระพทุ ธศาสนาเปน็ บคุ คลาธิษฐานในตำนานท่ีมี
อิทธิพลอย่างมากตอ่ ผ้เู คารพเช่ือถือท้งั ในศาสนาตน้ กำเนิด คือ ศาสนาพราหมณ์
และพระพุทธศาสนา ผ้นู ำท่มี ีผู้ตามเปีย่ มดว้ ยศรัทธาเพราะดว้ ยความเปย่ี มเมตตา
เป็นพทุ ธสาวกผู้อุปฎั ฐาก สามผี ยู้ ึดม่นั บรรพบุรุษผ้ตู ั้งมัน่ ทานบดี กัลปญ์ าณมิตรต่อ
ผปู้ ระพฤตธิ รรม บคุ ลธิษฐาน เปรยี บองคด์ ว้ ยกฎแหง่ กรรม พระโพธสิ ัตว์บำเ พ็ญ
บารมี บิดาผ้เู ท่ียงธรรม นักสังคมสงเคราะหบ์ ำเพญ็ ประโยชน์ บุตรกตญั ญู ญาติผู้
ออ่ นน้อมต่อผูใ้ หญ่ แมพ้ ระอินทร์จะเปน็ ผ้ยู ง่ิ ใหญใ่ นเทวโลกก็ยงั มีวาระทเี่ ปล่ียนไป
เร่ือย ๆ บทบาทสำคญั ทเ่ี ปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุคมีท้ังรุ่งเรืองและ ตกต่ำ ถูกลด
บทบาทลงเทพชน้ั รองจากพระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม ทางพระพทุ ธศาสนา

๑*เคยตพี มิ พ์เผยแผ่ใน วารสาร มจร การพัฒนาสงั คม ปีที่ 6 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม-
สงิ หาคม 2564 หนา้ 186-197.

47 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 59

พระอินทร์ต้องถือศลี 5บริสุทธิ์ และ บำเพ็ญวัตตบท 7ประการ จึงไม่มีการ
เปลยี่ นแปลงเพราะคณุ งาม ความดี เปรียบเหมือนผปู้ กครองในปัจจุบันจะไมม่ คี วาม
เสอ่ื มหากยดึ มัน่ ปฏิบตั มิ ั่นในหลกั ธรรม ดงั น้ันพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ จึงเป็น
เทพที่ปกปกั รักษาพทุ ธศาสนกิ ชนท่ยี ดึ มน่ั ในศีลธรรมอันดีงาม มีการสร้างพระอินทร์
ทรงช้างเอราวณั เคร่ืองเตือนใจเป็น รูปหลอ่ รูปเหมอื น และอ่ืนๆ เพือ่ เป็นเครื่อง
เตอื นใจใหร้ ะลกึ ว่า คนดีเทพรกั ษา พระคุ้มครอง และเปน็ เครือ่ งปอ้ งกนั ภัยจากส่งิ ทไี่ ม่
สามารถสมั ผสั ไดท้ ีจ่ ะมาทำรา้ ย เพราะพระอนิ ทร์ทรงช้างเอราวัณ เปน็ เทพเทวราชา
คอยปราบปรามสง่ิ ชัว่ รา้ ยทง้ั 3 โลก คอื สวรรค์ มนุษย์ และนรก

คาํ สําคัญ: ความเชือ่ , พระอินทร์, ช้างเอราวณั

Abstract
Legend of Indra holds the Erawan elephant. It is most

mentioned in the Holy Scriptures. Because he is the guardian
deity of Buddhism, it is the personification in the legend that
has a great influence on the respectful. Trust in both religion,
the origin is Brahmanism and Buddhism, a leader whose
followers are full of faith because of compassion, is a follower
of a follower, a loyal husband, a firm ancestor, and a friend to
the practitioner. , Personification with the Law of Karma, Baphen
Charismatic Bodhisattva, the upright father, the ministering
social worker, the grateful child, the meek relative to the adult,
even though Indra is a great person in the world, it still has its

60 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์ท์ รงช้า้ งเอราวััณ 48

own ever changing agenda. The changing significance of each
era, both prosperous and depressed, was reduced to the
secondary deities of Shiva, Vishnu and Brahma in Buddhism.
Indra has to hold the five holy precepts and practice seven
chapters, so there is no change because virtue is like a ruler in
the present. Act adhering to the principles Therefore Indra holds
the Erawan elephant It is a god that protects Buddhists who
adhere to good morals Indra has built an Erawan elephant.
Reminders are statues, figures, and so on as a reminder to
remember that good people, gods, heal gods and protect them
from the unseenable things that will harm. Because Indra holds
the Erawan elephant Is a deity, suppressing evil in all 3 worlds
namely Heaven, human landscape and hell landscape.

Keywords: The belief, Indra, the Erawan elephant.

บทนํา
ความเชอ่ื ของมนษุ ย์เกิดจากความรู้สึกว่าไม่ปลอดภยั ความกลัว

จากอำนาจเหนอื ธรรมชาติ เม่ือเกดิ เหตุการณ์ทางธรรมชาติทที่ ำ อัน ตราย
ตอ่ ชวี ิต ความกงั วล ความกลวั ทำให้ความเชื่อเปน็ สว่ นหนงึ่ ของควา มเป็น
มนุษย์ ความเชื่อในสิง่ เหนือธรรมชำติยอ่ มมีอทิ ธพิ ลตอ่ ชวี ิตมนุษย์ หมายถึง
เชื่อในพลังอำนาจที่จะบันดาลให้เกิดการเปลีย่ นแปลงสิง่ ใดสิ่งหน่งึ ใน

49 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 61

จักรวาล ความเชอื่ ของคนไทย กไ็ ม่ไดแ้ ตกต่างจากชนชาตอิ นื่ ๆ คอื มคี วาม
เชอ่ื ถอื ในเรื่องไสยศาสตร์ ผสี างเทวดา เชอ่ื ในสงิ่ ที่มองไม่เห็นและมีฤทธ์ิ
อำนาจที่จะบันดาลร้าย-ดี ให้แกม่ นษุ ย์ ไดก้ ารท่ีคนไทย มีควา มสัมพันธ์
ใกลช้ ดิ กบั ธรรมชาติและส่ิงที่เหนือธรรมชาติ ความเชื่อของคนไทยแต่เดิมคือ
“ผ”ี อันได้แก่ ผีบรรพบรุ ุษ ผีฟ้า (แถน-เทวดา) ผีนา (แมข่ วัญขา้ ว-แม่โพสพ)
ผีดนิ (แมธ่ รณ)ี ผีน้ำ (แม่คงคา) และผอี ่นื ๆ อกี มากมาย ความกลัวและ
ความไม่รู้จงึ เปน็ เหตทุ ำให้เกิดความเช่ือ ความเชอ่ื เป็นเหตใุ ห้เกิดศา สนา
ในสงั คมมนษุ ยต์ ้ังแต่สมยั โบราณ ปจั จุบนั วิทยาศาสตร์เจริญกา้ วหนา้ ไปมาก
แต่มนุษย์กย็ ังมีพฤติกรรมการ แสดงออกทางความเชื่อ ความเชือ่ เรือ่ ง
ผสี าง เทวดาและสิ่งศักด์สิ ิทธิท์ ้ังหลาย เป็นปรากฏการณ์ทา งศาสนา ใน
สงั คมไทย ยังมีความเชอ่ื เชน่ น้ีอยา่ งมน่ั คง ในเรือ่ งต่าง ๆ เชน่ ประเพณกี าร
เกิด การตาย การปลกู บ้านเรือน การเปล่ียนวยั การทำศึกสงคราม ยอ่ มมี
เรือ่ งของผสี างเทวดา และสง่ิ ศักด์ิสิทธิ์ทั้งหลายซ่งึ เช่ือกัน ว่า ทร งอำ นาจ
ปรนนิบัตบิ ูชาใหถ้ ูกต้อง เพ่อื เป็นหลักประกันหรือการประกนั ภัยทา งด้าน
จติ ใจอยา่ งหนึง่ ในสังคม ความเชอื่ ของมนษุ ย์ทุกชนชาติ มักจะเช่ือในสิ่ง
ศกั ด์ิสิทธ์หิ รอื สิ่งท่ีมีอิทธพิ ลเหนือมนุษย์ดลบันดาลให้เปน็ ไป บังเกิดเป็น
คุณและโทษได้ มนุษยจ์ งึ มีความกลวั และความเชือ่ วา่ ไมส่ ามารถควบคุมได้
สิ่งท่ีมนุษยก์ ระทำํ คือการเอาอกเอาใจส่ิงศกั ดิ์สทิ ธิท์ ี่มอี ิทธพิ ลเหนือมนุษย์
เหล่านนั้ ด้วยการเซ่นไหว้ บวงสรวง บนบานศาลกลา่ ว อธษิ ฐาน หรืออืน่ ๆ
และมนุษย์ต้องการสิ่งใด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อเกิดความ
เจรญิ ก้าวหน้าในการดำํ รงชวี ติ จึงบนบาน ขอให้สง่ิ น้ันๆ พระอินทร์ทรงช้าง
เอราวัณ เป็นหนึ่งในความเชื่อของของคนไทยที่มีมาต้ังแต่อดีตจนถึง

62 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอิินทร์์ทรงช้า้ งเอราวััณ 50

ปจั จุบัน นอกจากพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณแล้วก็ยงั มีความเช่ือของเทพ

เจา้ ในแต่ละยุค มดี งั น้ี
ความเชื่อชาวกรีก มีเทพต่าง ๆ เช่น
1. ซสุ (Zeus) เทพผเู้ ป็นราชาแหง่ เทพท้งั มวล ไมเ่ วน้ แมแ้ ต่เหล่า

มนษุ ย์ ซึ่งมี สายฟ้า หรอื อัศนบี าต เปน็ อาวุธ และมพี ีน่ ้อง 5 องค์ คือ

โพไซดอน ดมี ิเทอร์ เฮรา่ ฮาเดส และ เฮสเทีย

2. โพไซดอน (Poseidon) เทพเจา้ แห่งท้องทะเล ผู้เปน็ น้องชาย
ของซสุ มี ตรีศูล หรอื สามงา่ ม เปน็ อาวุธ

3. ดมี เิ ทอร์ (Demeter) เทพีแหง่ ความสมบูรณ์ ผู้ควบคุมด้าน
เกษตรกรรม

4. เฮรา่ (Hera) ราชินแี ห่ง สวรรค์ ผู้ซึง่ เป็นทั้งพส่ี าวและภรรยาของ
ซสุ เธอเป็นเทพีแหง่ การให้กำเนดิ และสตรี ผ้มู นี กยูงเป็นสัตว์ ประจำตวั

5. แอเรส (Ares) บตุ รของ ซสุ กบั เฮรา่ เปน็ เทพแห่งสงคราม มี
สตั วป์ ระจำตัวคอื เหยย่ี ว และสุนัข มงั กรไฟ มนี อ้ งสาวชอื่ อีรสิ เทพีแห่ง

การววิ าท ซ่ึงเป็นภรรยาของเขาดว้ ย

6. อพอลโล่ (Apollo) บตุ รของซุส กับ เทพเี ลโต และมนี ้องสาวฝา
แฝด คือ อารเ์ ทมสิ (Artemis) เทพเจ้าแห่งการทำนาย กีฬา และการรักษา

โรค ทัง้ ยงั เป็นเทพแห่งพระอาทิตย์ มพี ิณ เป็นเครือ่ งดนตรปี ระจำตวั

7. อาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์ และการล่าสัตว์
ฝาแฝดของ อพอลโล่ และเปน็ 1 ใน 3 เทพีพรหมจรรย์ ทีม่ ีอาวุธเป็นคันธนู
โดยมีสุนขั เปน็ ผู้ตดิ ตาม

51 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 63

8. เฮอร์มสี (Hermes) บตุ รของซุส กบั นางไม้มีอา เป็นเทพแห่ง
การค้า การโจรกรรม ทงั้ ยังเปน็ ผู้ส่งสารของเหล่าทวยเทพ มีคฑาคะดูเซียส
(สญั ลักษณแ์ หง่ การแพทย)์ ประจำกาย ชอบสวมหมวกปีกกว้าง

9. อาร์เธน่า (Arthena) เทพีแห่งความเฉลีย วฉลา ด ผู้ซึ่ง
เช่ียวชาญศิลปศาสตรก์ รกี ทุกแขนง และเป็นที่มาของชื่อเมืองเอเธนส์
(Athens) มีสัตว์ประจำตวั เปน็ นกฮูก

10. อโฟรไ์ ดร์ (Aphrodite) เทพแี ห่งความรักและความงดงา ม
บตุ รขี องซุส และเทพไี ดโอน่ี ซึ่งนางมสี ัมพนั ธช์ สู้ าวกับ แอเรส (Ares) จน
เกิดเป็นทายาทคือ ควิ ปิด (Cupid) นนั่ เอง

11. ฮีเฟสตุส (Hephaestus) เทพแห่งไฟ และการชา่ ง บุตรของซุส
กับ เฮร่า เปน็ เทพท่พี ิการและรูปร่างอัปลักษณ์

12. ไดโอเนซัส (Dionysus) เทพแห่งไวน์ และเทพแห่งละคร
ผ้ซู ง่ึ เปน็ ความหวังในการเก็บเกย่ี วผลไม้

ความเชอื่ ชาวโรมนั กม็ ีเทพตา่ ง ๆ เชน่ อเี นยี สของโรมันก็ถูกดึง
ไปเป็นสามีของลาวเิ นียพระราชธิดาของกษัตริย์ลาตินัสผู้เป็นบร รพบุรุษ
ของชนละตนิ ฉะน้นั จงึ เป็นบรรพบรุ ุษของรอมวิ ลุส และรมี สุ ฉะน้นั ตำนาน
เก่ียวกับโทรจันจึงกลายเปน็ ตำนานลกึ ลับเกี่ยวกับบรรพบุรุษของชาวโรมัน
ซึ่งเปน็ สาเหตุให้ทหารม้าโรมนั แต่ง เครือ่ งแบบที่มาจากภาพวาดของโทรจัน
กวีนิพนธ์ “เอนิอิด” (Aeneid) และ หนังสือสองสามเล่มแร กโดย
นกั ประวัติศาสตร์โรมนั ลิวี”

ความเชอื่ ชาวนอร์ส ชนชาวเจอรแ์ มนิกเหนือ, ชนชาวไวกิ้ง,หรือ
ยุโรปเหนอื มีศาสนาเก่าแก่เป็นความเช่ือ

64 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์์ทรงช้้างเอราวััณ 52

พหเุ ทวนิยม และยงั คงเล่าสืบเนอื่ งกันมา แม้ภายหลังจากชาวสแกนดิเนเวีย

หันมานับถอื ศาสนาคริสต์ จนกลายมาเป็นคติชาวบา้ นสแกนดิเน เวีย แห่ง
สมัยใหม่ เทพเจ้าชาวนอร์ส, ชนชาวเจอร์แมนิกเหนือ, ชนชาวไวกง้ิ , หรือ

ยโุ รปเหนือ เป็นช่อื เรยี กรวมของเทพเจา้ ทรี่ จู้ ักกันดีในนามเทพเจ้าของชาวนอร์ส

เทพสูงสุดคอื โอดิน มหาเทพ ได้แก่ ธอร์ เทพสายฟา้ ผมู้ ีคอ้ นใหญ่เป็น อาวุธ

โดยเปน็ เทพนักรบผู้พิทักษ์มนุษยชาติ โอดินนเ์ ทพเจ้าพระเนตรเดียว ผู้ทรง

ขวนขวายหาความรู้ในโลกธาตุท้ังหลาย และพระราชทานอักษรรนู ให้แก่มนษุ ย์
เฟร็วยา (Freyja) เทพสตรีผ้ทู รงสิริโฉม ผูใ้ ชเ้ วทมนตร์ (seiðr)

และทรงฉลองพระองค์คลุมขนนก ผูท้ รงม้าเข้าสสู่ มรภูมิ เพื่อเลือกเอาดวง
วิญญาณในหมู่ผูต้ าย สคาดดี (Skaði) ยักขินแี ละเทวแี ห่งการสกี ผอู้ าศัย
อยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่าบนภูเขาในฤดูหนาว นิยอรเ์ ดอร์ (Njörðr) เทพเจ้า
ทรงฤทธผิ์ ู้อาจปราบได้ทั้งทะเลและไฟและยังประทาน ความมง่ั คั่งและท่ีดิน
เฟรออร์ (Freyr) ผู้นำสันติภาพและความเพลดิ เพลนิ สมู่ นุษยชาติ ผ่านทาง
ฤดกู าลและ การกสิกรรม อดิ ุนน์ (Iðunn) เทพเจา้ ผู้ทรงรักษาแอปเปิลที่
ให้ความเยาว์วยั ช่ัวนิรันดร์ เฮยม์ ดลั เลอร์ (Heimdallr) เทพเจ้าลึกลับผู้
ประสูติแต่มารดาเก้าตน ทรงสามารถฟังเสียงหญ้าโต มีพระทนต์เป็น

ทองคำ และ มีเขาสัตว์ที่เป่าได้ดังกึกก้อง และยอตุนน์โลกี ผู้นำ
โศกนาฏกรรมมาส่ทู วยเทพโดยวางแผนให้บลั เดอร์ (Baldr) พระโอรสแห่ง
เทพเจา้ ฟรกิ ก์ ตอ้ งตาย เป็นต้น

ความเชอื่ ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู มกี ารนับถอื เทพหลายองค์
เหตผุ ลที่สำคญั ก็คือเทพเจ้าท้ังหมดมี ฤทธานภุ าพสามารถบนั ดาลทุกข์สุข

ใหก้ ับมนษุ ย์บนพื้นโลกน่ันเอง เชน่ พระศวิ ะหรอื พระอิศวร เทพผู้ทำลาย

53 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 65

และสร้างโลก พระวิษณุหรือพระนารายณ์ เทพผู้รักษาคุ้มครองโลก
พระพรหม เทพเจ้าผู้สรา้ งจกั รวาลและโลก พระอินทร์ เทพผรู้ กั ษาทางด้าน
ทิศตะวนั ออกและผู้พิทกั ษ์พุทธศาสนา พระนางอมุ าเทวี ผซู้ ่ึงเป็นเทวีแห่ง
ความเมตตา พระสรุ สั วดี ผู้ซง่ึ เปน็ เทวแี ห่งภาษาและความรู้ พระนางลกั ษมี
เทวีแห่งความม่งั ค่ังและเทวแี หง่ ความดีงาม พระพิฆเนศวร เทพแหง่ ศิลปะ
วิทยาการและเทพแห่งความสำเร็จ พระอาทิตย์ เทพแหง่ ไฟหรือดวงตะวัน
พระจนั ทร์ เทพเจา้ แหง่ เสนห่ ์ พระราหู เทพนพเคราะห์ พระยม เทพแห่ง
ความเทย่ี งธรรมและความตาย พระกามเทพ เทพแหง่ ความรกั พระอนิ ทร์
เทพผูพ้ ทิ กั ษ์รกั ษาพทุ ธศาสนา ในคตคิ วามเช่ือทางพุทธศาสนา มักเรียก
พระอินทร์ ในช่ือ ท้าวสักกะ หรือ ท้าวศักระ เป็นผูป้ กครองสวรรค์ช้ัน
ดาวดึงส์ ทา้ วสักกะนัน้ ในบางคร้ังมักถกู เรียกดว้ ยชื่อ “อนิ ทระ”หรือในช่ือ
ทีเ่ รยี กขานท่วั ไปอีกชอ่ื ว่า “เทวานมั อินทระ” อันหมายถึง “จอมเทพ”
หรือ “หวั หนา้ แหง่ เทพท้ังหลาย”(สันสกฤต: อนิ ฺทรฺ , บาล:ี อนิ ทฺ ) เปน็ เทพท่ี
ปรากฏในพระไตรปฎิ กมากที่สุด ศาสนาพุทธพระอินทรอ์ ยใู่ นฐานะเทวดาท่ี
เป็นสาวกของพระพุทธเจา้ เปน็ เทพผู้พทิ ักษ์รักษาพุทธ ศาสนาคอยรับใช้
ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในคมั ภีร์พระเวทของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในสมัยนั้น
พระอนิ ทรเ์ ป็น เทพเจ้าสงู สุด เมอ่ื ศาสนาพราหมณ์ - ฮนิ ดจู ะกลบั มารุ่งเรอื ง
อีกครั้งก็ลดลำดับพระอินทร์ลงมาเป็นเทพชั้นรอง และยก
พระตรมี ูรตขิ ึ้นเป็นใหญ่ ประเทศไทยกลา่ วถึงพระอินทร์บ่อย ครั้ง ดังท่ี
ปรากฏอยูใ่ นงานจติ รกรรม ประตมิ ากรรม ศลิ ปกรรม สัญลักษณ์ หรอื การ
ตัง้ ช่อื ต่าง ๆ มากมาย จึงเปน็ ท่ีนา่ สนใจใคร่การศึกษาถงึ ปร ะวัติ ความ
เปน็ มาหน้าท่ี คณุ งามความดีตา่ งๆ

66 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์์ทรงช้้างเอราวััณ 54

กำเนิดพระอนิ ทร์ เทพผูพ้ ิทักษร์ ักษาพุทธศาสนา
1. กำเนดิ พระอินทร์ ตามแนวทางของพระพุทธศาสนาผู้ที่จ ะเป็น

พระอนิ ทรไ์ ด้ตอ้ งถอื ศลี 5 บริสุทธ์ิ และ บำเพ็ญวตั ตบท 7 ประการ จะตอ้ ง
ประกอบคณุ งามความดี ดว้ ยการปฏบิ ัตติ นตามหลกั วัตตบท 7 ประการ คือ

1. มาตาเปตภิ โร การเลย้ี งดูมารดาบิดาตลอดชีวติ
2. กเุ ลเชฏฺฐาปจายี การประพฤติอ่อนน้อม ต่อผใู้ หญ่ในตร ะกูล
ตลอดชวี ิต
3. สณหฺ วาโจ การพดู จาแต่คำออ่ นหวาน ตลอดชีวติ
4. อปิสุณวาโจ หรือ เป สุเณยฺยปฺปหายี การไม่พดู คำส่อเสียด
พดู สมานสามัคคตี ลอดชวี ิต
5. ทานสวิภาครโต หรือ มจฺเฉรวินโย ยินดี ในการแจกทาน
ปราศจากความตระหน่ี
6. สจจฺ วาโจ พูดแต่คำสตั ย์ตลอดชีวติ
7. อโกธโน หรือ โกธาภภิ ู ไมโ่ กรธตลอดชวี ติ ถา้ ความโกรธเกิดข้ึน
กจ็ ะรบี กำจดั โดยฉับพลนั ทนั ที
2. กำเนดิ เร่ิมในสมัยฤคเวท ก่อนการปรากฏของยุคตรีมูรติ ใน
หนงั สอื เทวกำเนิดได้ กล่าวถงึ พระอนิ ทรใ์ นเชงิ ประวัติศาสตร์วา่ เป็น 1 ใน
8 เทพ ท่ีปรากฏบทบาทสำคัญในหมู่ชาวอริยกะ (ประมาณปี 1700 B.C)
พระอนิ ทรเ์ ป็นเทพแหง่ พายุ-บรรยากาศ-เทพแห่งสงคราม ทรงใช้วชริ ะหรือ
สายฟา้ เปน็ อาวธุ เป็นเทวดาท่ี โดดเด่นใน คัมภีรฤ์ คเวท มีหน้าที่ปกป้อง
เทพเจ้าและมนษุ ยจ์ ากภูตร้ายที่เป็นตวั แทนความโหดเห้ียมทางธร ร มชา ติ
โดยเฉพาะความแห้งแล้งและความมืด ประจ ำทิศตะวันออกและเป็น

55 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 67

เทพารกั ษ์ทย่ี ่ิงใหญข่ องชาวอรยิ กะท่ีทำใหร้ บชนะพวกทัสยุหรือชาวเงา ะป่า
พ้นื เมือง สมยั ต่อมาพระอินทรถ์ ูกยกบทบาทเขา้ แทนท่ีพระวรุณ อย่างคอ่ ย
เป็นค่อยไปจนโคน่ อำนาจในฐานะเทพผ้เู ป็นใหญ่เหนอื เทพ แตบ่ างตำราว่า
เป็นเทพองคเ์ ดียวกันมาต้ังแตใ่ นยคุ ต้น มชี ายาในชว่ งแรกองค์เดียวนามว่า
อินทรานี-เปาโลมี-เอนทรี-ศจี มีพาหนะประจำองค์คือช้าง ไอราพต-
เอราวณั และมา้ สีขาวชื่ออจุ ไฉศรวะ-อุจไฉศรพ (เทพพาหน ะท่ีเกิด ครั้ง
เกษยี รสมุทร) ดำรงคอ์ ยโู่ ดยการด่ืมน้ำอมฤตเปน็ นิตย์เพื่อให้แกล้วกล้าใน
การศึกสงคราม ความสำคัญของพระอินทรใ์ นยคุ แรกน้ีปรากฏ ชดั เจนจาก
ความยาวของบทสวดทแ่ี ต่งข้ึนเพ่ือสรรเสริญและพบวา่ ในพระอินทร์มีบท
สวดมากถึงหน่ึงในสข่ี อง บทสวดทง้ั หมด ซึง่ ท่มี าของพร ะอินทร์ภา ย ใต้
อทิ ธิพลของศาสนาพราหมณ์ถูกปรับเปลยี่ นไปตามยุคสมัยอยู่ ตลอดเวลา
เพ่อื ใหส้ อดรบั กบั บรบิ ทของสังคมอินเดีย

3. กำเนิดพระอนิ ทรใ์ นคัมภีร์อถรรพเวท กลา่ วไวว้ ่า พระอินทร์
น่าจะเป็นพี่น้องร่วมมารดา กับพระอัคนี มีมารดานามว่าเอกาษฐกา
(เอกาษฺฐกา), เทวีปริถิวี, เทวีนิษฏิกริ หรือสถวี ผู้เป็นพระธิดาของ
พระประชาบดี แตไ่ ม่ระบุว่าใครเปน็ บดิ า และในคัมภีร์กล่าววา่ พระอนิ ทร์
อาจมีกำเนิดด้วยอำนาจบำเพ็ญตบะของนางเอกาษฺฐกา แต่บางคัมภีร์ก็
กล่าววา่ พระประชาบดี เปน็ ผูส้ รา้ ง พระอนิ ทร์

4. กำเนิดพระอินทรใ์ นคมั ภรี ์ฤคเวท กลา่ ววา่ เทยาส-เทยาสฺ-ทยา
อสุ เป็นบิดาของพระองค์ แต่ในบางตำรากลา่ ววา่ เปน็ โอรสของ เทยาส และ
ปฤถิวี เปน็ พ่นี ้องร่วมบิดากับพระอคั นี ซึ่ง เทยาส หมายถึงฟ้า ส่วน ปฤถิวี
หมายถงึ ดนิ พระบิดาของพระอินทร์ได้สร้างวชั ระใหแ้ ตม่ ีข้อขัดแยง้ อีก หลาย

68 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์ท์ รงช้า้ งเอราวััณ 56

ตอนทก่ี ล่าวไว้ใน คมั ภรี ว์ า่ อสูรช่อื ตวัษฎา เป็นผู้สร้างวชั ระให้โดยเมื่อเกิด
มาพระองคก์ ็ทรงดื่มน้ำโสมเหมือนลกู กวางกระหายนำ้ และทำให้มารดา
เปน็ ม่ายโดยการสงั หารบดิ าทีค่ าดวา่ น่าจะเป็น ตวัษฎาอสูร สำหรบั มารดา
ของพระอินทร์ คอื นางอทิติ แต่ในเทพปกรณมั สมัยหลงั กลา่ ววา่ สวามขี อง
นางอทาติ คือ กัศยประชาบดีและ บางตำรายังว่าพระอินทร์เป็น โอรส
ของกศั ยปะกับนางอทิติโดยมีเหล่าอสูร หรอื อสรุ ะ เป็นพน่ี ้องต่างมารดา (คือ
บุตรนางนิติ และ นางทนุ) ซง่ึ เปน็ ไปได้วา่ ตวษั ฎาสูร กับ กศั ยปะ อาจเป็นองค์
เดียวกนั

5. กำเนิดพระอินทร์ในคัมภีร์มหากาพย์ มีการพัฒนาปรบั แต่งให้
พิสดารข้นึ โดยเน้นการบูชายญั เป็นหลกั ทำให้ทีม่ าของพระอนิ ทร์แตกต่างจา
กำเนดิ ยคุ แรกๆ ทีก่ ลา่ วว่า มีบิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิด โดยใน ยคุ นถี้ อื ว่าบุคคล
ทป่ี รารถนาเป็นพระอินทรต์ ้องกระทำพิธีอัศวเวธ หรอื อัศวเมธ ถงึ 100 คร้งั ขณะ
เปน็ มนุษย์ และเม่อื เป็นพระอินทร์ก็จะมีระยะเวลาปกครองเพียง 100 ปีทิพย์
เท่าน้นั จากนน้ั จะมีเทพองค์อ่ืนข้ึนปกครองแทน ซง่ึ อาจเป็นมนุษย์หรือผู้มีบุญ
ข้ึนแทนตามวาระ โดยในคัมภีร์วิษณุปุราณะกล่าวถึงเร่ืองมนุษย์บำเพ็ญตบะ
พยายามยกฐานะตนข้ึนเช่น ทา้ วสัคระะทำให้พระอินทร์หวาดกลัวจนต้องเสีย
อทินนาทานลงมาขโมยมาเพื่อ ทำลายตบะหรือพิธีเสียหลายครั้ง ในศาสนา
พราหมณ์ พระอนิ ทร์ มชี อ่ื หลายช่อื ดังนี้

1) เทวปติ-เทวเทวะ-เทวานมินทะ ผเู้ ปน็ ใหญใ่ นหมู่เทวดา
2) ทิวัสปติ เจา้ แห่งอากาศ
3) มเหนทร-มหินทร ผูเ้ ปน็ ใหญ่
4) มารุตวาน เจา้ แหง่ ลม

57 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 69

5) เมฆวาหนะ ผ้ขู ี่เมฆ
6) วฤตระหา- ผู้สงั หารความแหง้ แลง้
7) วริตราหา มสี ายฟ้าเปน็ อาวุธ
8) วาสวะ-วาสพ ผูเ้ ปน็ ใหญใ่ นวสุเทพ
9) วัชรี-วชั รนิ ทร์-วชิรปราณี ผถู้ ือวชริ ะ
10) ศตกรต- เจา้ แหง่ การบวงสรวงมีกำหนดได้ 100
11) ศจีปติ ภสั ดาแห่งนางศจี
12) สตมขะ เจา้ แห่งการประกอบพธิ ีอศั วเมธ 100 ครั้ง
13) สวรรคปติ-สวรรคบดีจอมสวรรค์
14) สกั ระ-สกั รนิ ทร์ ผมู้ ีความสามารถยงิ่
15) สุรปติ-สรุ บดี-สรุ บ ดินทร์-สุรนิ ทร์ ผูเ้ ปน็ ใหญใ่ นหมสู่ ุระ
16) อมรินทร์ ผู้เป็นใหญใ่ นหมู่อมร, และสมญั ญาอนื่ ๆ เชน่ อุคระ
จันวนั , อุลูกะ, จาณ ทาลี, วลั ภิท, ทิวัสปติ, สุรปติ, สะโยนี

คณุ ลกั ษณะของพระอินทร์
1. คณุ ลักษณะของพระอนิ ทร์ในอรรถกถา อธิบายความว่า พระ

อินทรม์ รี ูปร่างสูง 3 คาวตุ พระวรกายเปล่งรศั มสี ีเขียว ลกั ษณะงดงามดัง
เทพบุตรทัว่ ไปอมิ่ เอิบด้วยการดำรงอยใู่ นศลี อายุกัลป์ 1,000 ปีทิพย์ ซงึ่ ใน
อรรถกถาวมิ านวัตถุกลา่ ววา่ เป็น อากาสฏั ฐเทวดา 1 ในเทวดา 3 ประเภท
แต่มที ิพยฐานะท่ีสงู กว่าเทวดา ทว่ั ไปในฐานะท้งั 10 ประการ คือ อายุทิพย์
วรรณทพิ ย์ ยศทพิ ย์ สุขทพิ ย์ อธปิ ไตยทพิ ย์ รปู ทิพย์ เสียงทิพย์ กล่ินทิพย์
รสทพิ ย์ โผฏฐพั พทพิ ย์ 32 แตเ่ มอ่ื ส้นิ บญุ ก็ต้องจุติ และมผี ู้อ่นื เกิดเป็น ท้าว

70 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอิินทร์์ทรงช้า้ งเอราวััณ 58

สักกะใหม่ทดแทน แม้วาระพระอนิ ทรท์ เ่ี ปล่ียนไปเรื่อยๆ แต่ละองค์ก็ยังคง
มีคุณสมบตั ิเหมือนกนั ราวกบั เป็นเทพองค์เดยี วกันไมส่ ามารถ จำแนกออก
ได้ ดังปรากฏยืนยนั ในเหตุการณ์สักกปัณหสูตรวา่ เม่ือครั้งที่ถูกมร ณภัย
คุกคามมีดำริไปเฝ้าทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าเมื่อได้รับพทุ ธพยากรณ์
พระองคพ์ รอ้ มเทวดาบริวาร ทั้งแปดหมนื่ ตา่ งบรรลุโสดาปัตติผล กลับมา
จุติใหม่ในอัตภาพเดิมเปน็ ทา้ วสักกะหนุ่มอีกครงั้

2. คุณลักษณะข อง พระอินทร์ใ นคัมภีร์ฤคเวท กล่าวว่า
พระอินทรม์ ีลกั ษณะพระเกศาสนี ำ้ ตาลพระปฤษฎางค์สนี ำ้ ตาลใหญ่ พระศอ
มหึมา วรกายใหญ่โต พระอุทรมีขนาดใหญ่บรรจุนำ้ โสมได้หลายสระ
ทรงพละกำลงั อนั หาใครตา้ นมิได้ พระโอษฎก์ ว้าง ทรงมพี ระทาฐิกะ(เครา)
สีทอง หรือนำ้ ตาลปนเหลืองท่ีส่ันพล้ิว

3. คุณลักษณะของพระอินทร์ในไตรเพท กลา่ วว่ามีผิวสีทองบ้าง
สีแสดบา้ ง สีนวลบา้ ง มแี ขนยาว แปลงรูปรา่ งตามใจนกึ บางตำราว่ามี 2-4 กร
ในชว่ งตน้ เปน็ ผสู้ ร้างโลกเทพแหง่ สงคราม ทรงเสพสุราทีท่ ำจากรากไม้ชนิด
หนง่ึ เรยี กว่า โสมะ สุราชนิดน้ีจงึ เรียกว่า นำ้ โสม มกี ารประกอบพิธีถวาย
นำ้ โสมแก่พระอนิ ทร์เปน็ พธิ ใี หญ่จนต้องมีคำสวดถวายน้ำโสมแก่พระอิน ทร์
อยู่ในคมั ภีรส์ ามเวท เรยี กวา่ โสมยัชญ์ แตเ่ ม่อื เสวยแล้วมักมีพฤติกรร ม
เท่ียวเกะกะระราน ชอบโออ้ วด จนมกั เปน็ เรื่องราววุ่นวาย

4. ในอรรถาธิบายกล่าวถึงพระอนิ ทร์ ว่าทรงมีปรีชาสามารถดา้ น
ปญั ญาเมอื่ จะชี้แนะแก้ไขทางออกปัญหาใหแ้ ก่เหล่าเทวดาและมนุษย์ ใน
การเป็นผู้ตดั สินคดีความ หรือเป็นทีป่ รึกษาคลี่คลายสถานการณจ์ าก
ปัญหาทางจริยธรรมที่เกนิ ความสามารถของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 เช่น

59 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 71

เหตุการณ์พระนางโรหิณีท่ีในอดีตชาติได้ ประกอบกุศลทาน สร้างศาลา
ถวายพระภกิ ษดุ ว้ ยศรัทธา และไดฟ้ ังธรรมจนบรรลโุ สดาบนั ไปจุตยิ ังสวรรค์
ชั้นดาวดึงส์ระหวา่ งเขตแดนวิมานเทพบุตรทั้ง 4 เพราะเหตุท่ีนางมีรูปร่าง
งดงาม เทพบตุ รจึงเกดิ จติ สมัครรกั ใคร่ ไม่สามารถตดั สินความวา่ คคู่ วรกับใคร
พระอินทร์ได้ทรงออกอุบายไต่ถามเทพบุตรทั้ง 4 ว่ารู้สึกเช่นไร ได้รบั
คำตอบว่า

เทพบตุ รองคท์ ่ี 1 จิตเหมือนกับกลองในคราวสงครามไม่สา มารถ
สงบลงได้

เทพบตุ รองคท์ ี่ 2 จติ เหมอื นแมน่ ำ้ ท่ตี กจากภูเขา
เทพบุตรองค์ท่ี 3 ตาท้ัง 2 ของตนถลนออกเหมอื นตาปู
เทพบตุ รองคท์ ี่ 4 เหมือนธงท่โี บกสะบัดบนเจดีย์ไม่สามารถนิ่งได้
พระอนิ ทร์ไดต้ อบกับเทพบุตรทั้ง 4 วา่ จิตของพวกทา่ นยังพอข่มได้แต่เรา
เม่อื ไม่ได้นางจกั ตอ้ งตาย เหตนุ เ้ี ทพบุตรทง้ั 4 จำต้องยอมยกนางให้ซ่ึงเป็น
ไหวพริบที่จะมใิ ห้เกดิ การวิวาท

ช้างเอราวัณ หรือ ช้างสามเศยี ร
พระอนิ ทร์เปน็ มหาเทพทย่ี ิ่งใหญ่เหนือชีวิตของมนุษย์และสรร พ

สัตว์ มหี น้าทีป่ กปอ้ งดูแลโลกให้พ้นจากส่งิ เลวรา้ ยตา่ ง ๆ เป็นผู้นำเหล่าเทพ
เจา้ ไปกำจัดอสูรรา้ ยในหลายคราวพาหนะ ของพระอนิ ทรม์ ี 2 อยา่ ง คือ "รถม้า"
และอีกอย่างคือ "ช้างเอราวัณ" หรือช้าง 3 เศียร (แต่เดิมมีถึง 33 เศียร)
ในภาษาสันสกฤตเรยี ก ช้างเอราวัณ วา่ ไอราวต ไอราวณ ภาษาบาลีเรียก
เอราวณ สว่ นในภาษาไทยเรยี กวา่ ไอราพต ไอราวัต ไอราวัณ และ เอราวณั

72 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอินิ ทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 60

ชอื่ ตา่ ง ๆ ทง้ั หมดนี้มคี วามหมายถึง นำ้ เมฆฝน รงุ้ แปลรวมว่า กลุ่มก้อน
เมฆที่มีฟ้าแลบ และทำให้เกิดฝนตก ในคัมภีร์ไตรภูมิพร ะร ่วง
มหี ลายช่อื เรียกไดแ้ ก่ "เตภูมกิ ถา" "ไตรภมู ิ กถา" "ไตรภมู โิ ลกวนิ จิ ฉยั " และ
"เตภูมิโลกวินิจฉัย" เป็นวรรณกรรมศาสนาพุทธที่แต่งในสมัยสุโขทัย
ประมาณ พ.ศ. 1888 โดยพระราชดำริในพระมหาธรรมราชาที่ 1 รวบรวม
จากคัมภรี ์ในศาสนาพุทธ มเี นอื้ หาเกยี่ วกบั โลกสณั ฐาน ทแ่ี บ่งเปน็ 3 ส่วน หรอื
ไตรภมู ิ ไดแ้ ก่ กามภมู ิ รปู ภมู ิ และอรปู ภูมิ เทพยดาองค์ 1 ชอื่ ไอยราวรรณ
เทพบตุ ร ผิแลเมอ่ื พระอินทร์เจ้าแลมีที่เสด็จไปเลน่ แห่งใด ๆ กด็ ี แล ธ จะ
ใครข่ ่ชี ้างไปเล่นจึงไอยราวรรณ เทพบุตรก็นมิ ิตรตัวเป็นชา้ งเผือกตัว 1 ใหญ่นัก
โดยสูงได้ 1,200,000 วา แลมีหวั ได้ 33 หวั ๆ น้อย ๆ อย่สู องหัวอยู่สองข้าง
นอกหวั ทง้ั หลายนนั้ แลวา่ หวั ใหญไ่ ด้ 2,000 วา แลหวั ถัดเขา้ ไปทงั้ สองข้า ง
แลหวั แล 3,000 วา ถัดน้ันเข้าไปแลหัวแล 4,000 วา ถดั นั้นเขา้ ไปแลหวั แล
5,000 วา ถดั นน้ั เข้ากวา้ งแลหัวแล 6,000 วา เรง่ เข้าไปเถงิ ในกเ็ ริงใหญ่ตัด
กนั เข้าไปดังกล่าวนี้แล สว่ นหวั อันใหญท่ อ่ี ย่ทู า่ มกลางทงั้ หลายช่อื สุทัศ เป็น
พระท่นี ่งั แหง่ พระอนิ ทรโ์ ดยกวา้ งได้ 2,400,000 วาแลฯ เหนอื หวั ตัวนนั้ แล
มแี ทน่ แกว้ หน่ึงกว้างได้ 96,000 วา แลมีปราสาทกลางแท่น แก้วน้ัน มีท้ัง
สองแก้วฝูงน้ัน โดยสูงได้ 8,000 วา ทัง้ ฝงู นนั้ เทียรย่อมแกว้ 7 ส่ิง แลมี
พรวนทองคำหอ้ ยยอ้ ยลงทุกแห่งแกวง่ ไปมา แลมเี สยี งนน้ั ไพเราะนกั หนาดั ง
เสยี งพาทย์พณิ ในเมอื งฟา้ ในปราสาทน้นั เทยี รย่อมดดั เพดานผ้าทิพย์แลมี
แท่นนอนอยูใ่ นที่นั้นกวา้ งได้ 8,000 วา แลมีราชอาสน์หนาหมอนใหญ่
หมอนน้อย หมอนอิง องคพ์ ระอินทรน์ ้นั สูงได้ 6,000 วา แลประดับน้ีด้วย
แก้วถนอิ าภรณ์ท้งั หลายแล ธ น่ังเหนอื แท่นแก้วนั้น หวั ชา้ งได้ 33 หัวไส้

61 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 73

พระอินทรใ์ ห้เทพยดำท้ังหลายข่ี 22 หวั น้นั มบี ุญเพียงประดุจพระอินทร์ไส้ฯ
อันวา่ หัวชา้ งทั้ง 33 หัว แลหวั ๆ มีงา 7 อันแลงาแต่ละอันยาวได้ 400,000 วา
แลงานนั้นมีสระได้ 7 สระๆ แลสระนัน้ มบี วั ได้ 7 กอๆ บวั แลกอนน้ั มีดอก 7
ดอกๆ แลอนั นน้ั มีกลบี 7 กลบี ๆ แลอันๆ มีนางฟา้ ยืนรำระบำบรรพต แล 7 คน
แลนางแลคนๆ นัน้ มาสาวใชไ้ ด้ 7 คนโสด.ในคมั ภรี ์วิษณุปุราณะของศาสนา
ฮนิ ดูก็กล่าววา่ ช้างเอราวณั เปน็ หน่ึงในสง่ิ วิเศษท่เี กดิ ข้ึนเมอ่ื คราวเหตุการ ณ์
กวนเกษียรสมุทร เมื่อครั้งที่พระวิษณุอวตารลงมาเป็นเต่าที่เรียกว่า
กูรมาวตาร และในคมั ภีรไ์ ตรภมู ิกถากล่าววา่ ช้างท่ีมาฆมานพใชง้ านในการ
สรา้ งศาลาเพอ่ื บำเพญ็ ประโยชน์บนโลกมนุษย์นัน้ ตายไปได้ไปเกิดเป็น
เทพบุตรเอราวณั เพื่อเป็นชา้ งทรงให้กับมาฆมานพที่อานสิ งค์ไดห้ นุน ส่งให้
ไปเกดิ เปน็ พระอินทร์เอราวัณเปน็ ชา้ งทีร่ ปู ร่างสูงใหญ่เหมือนภเู ขา ผิวกาย
เผอื กผอ่ ง เปน็ ชา้ งทีม่ พี ลงั มาก ถือเปน็ เจ้าแห่งชา้ งท้ังหลาย ในคัมภีร์มหาภารตะ
กลา่ วว่า “ช้างไอราวตะมีงา 4 งา มี 3 งวง รปู ร่างใหญม่ หึมา และเป็น
ช้างเผอื กบางตำนานก็วา่ พระอิศวรไดป้ ระทานชา้ งเอราวัณใหเ้ ปน็ ช้างทรง
ของพระอินทร์ บ้างก็ว่าช้างเอราวณั น้ันเป็นเทพบุตร อยู่บนสวรรค์ชัน้
ดาวดงึ ส์เมอ่ื พระอินทรจ์ ะเสดจ็ ไปทใี่ ด เทพบตุ ร เอราวณั จะแปลงกายเป็น
ชา้ งเผอื กสีขาว ชื่อว่า เอราวณั

กลา่ วโดยสรุป ชา้ งเอราวัณเป็นช้างที่มีขนาดใหญ่มาก ผิวกายสีขาว
มีหัว 33 หัว แต่ละหัวมีงาเจ็ดงา แต่ละอันยาวสี่ล้านวา แต่ละงามี
สระโบกขรณีเจ็ดสระ แต่ละสระมกี อบัวเจ็ดกอ แต่ละกอมดี อกบัวเจ็ดดอก
แต่ละดอกมีกลบี เจ็ดกลบี แต่ละกลบี มีเทพธดิ าฟ้อนรำอยู่เจ็ดองค์ แต่ละ
องค์มีบริวารอกี เจ็ดนาง รวมได้ว่า ช้างเอราวณั มี 33 หัว มีงา 231 งา

74 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอินิ ทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 62

มสี ระบวั 1,617 สระ มีกอบัว 11,319 กอ มีดอกบัว 79,233 ดอก กลีบ บวั
554,631 กลีบ เทพธิดา 3,882,417 องค์ และบริวารของเทพธิดาอีก
27,176,919 นาง

บทบาทและหน้าท่ีอันสำคัญยิ่งของช้างเอราวณั คอื เปน็ พาหนะท่ี
นำเสด็จพระอินทร์ไปยังสถานที่ ต่าง ๆ ทั้งบนสวรรค์และมนุษย์โลก
เพือ่ ดูแลทกุ ขส์ ุขของชาวโลก เป็นชา้ งศึกให้พระอินทร์ออกไปทำการร บกับ
พวกอสรู ทำหนา้ ทด่ี ูแลโลกทางดา้ นตะวนั ออกควบคู่กบั พระอนิ ทร์ และ
เน่อื งจากพระอินทร์ทรงเปน็ หัวหนา้ เทพท่กี ำกบั ดแู ลดนิ ฟา้ อากาศ มีวัชระ
สายฟา้ เปน็ อาวธุ เป็นศัตรูกับความแห้งแล้ง นำความอดุ มสมบรู ณ์ และความ
ชุ่มฉ่ำสู่โลกมนุษย์ ช้างเอราวณั จึงมีหน้าที่ดูดน้ำจากโลกข้นึ ไปบนสวรรค์
ให้พระอินทร์บันดาลให้เกิดน้ำ จากฟ้าตกลงสู่โลกมนุษย์ โดยเฉพาะ
ประเทศทางเอเชียและเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ จงึ ประทบั ใจและช่ืนชมใน
ตัวชา้ งเอราวัณท่ที ำประโยชนใ์ ห้แกช่ าวโลก

พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ วดั เทวราชกุญชร วรวิหาร
พระอนิ ทร์ เป็นชอื่ เทวราชผู้เปน็ ใหญ่ในสวรรค์ชัน้ ดาวดึงส์ และช้นั

จาตมุ มหาราช หรอื ผ้เู ปน็ ใหญ่ในเทวโลก เทวโลกมี 6 ชั้น รู้กันทั่วไปว่า
สวรรค์ ซง่ึ เปน็ ภมู ิหรอื กำเนิดอันสมบรู ณ์เพยี บพร้อมกันไปด้วยควา มผาสุก
ทุก ๆ สิ่งล้วนชวนให้เพลิดเพลินเจริญใจทั้งนั้น ดังจะเห็นได้ในคำ
เปรยี บเทียบส่งิ สวยงามวา่ เหมอื นกับ ชาวสวรรค์ เช่น หญงิ ท่ีสวยงามก็ว่า
เหมือนกับเทพอปั สร ชายงามก็ว่าเหมอื นเทพบุตร บา้ นเมอื งสะอาด สวยงามก็
ว่าเหมือนเมืองสวรรค์ เป็นต้น เรื่องมีอยู่ว่าพระอินทร์กับเทพสหจร

63 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 75

รวม 33 องค์ เป็นใหญเ่ ป็น ผู้ปกครองเทวโลกช้ันน้ี เทวโลกช้ันน้ีถึงความ
รุ่งเรืองด้วยบุญ ญาน ุภา พของพร ะอินทร ์ และเทพสหจ รเ ห ล่า น้ี
ทา่ นพรรณนาไว้ว่า มเี วชยนั ตปราสาท มสี ธุ รรมสภา มีสวนนนั ทวนั มีสวน
จติ รลดามีสุนนั ทาโบกขรณี ล้วนแตน่ ่ารน่ื รมย์เกิดขึ้นเพราะบุญญานุภา พ
ของพระอนิ ทร์และพระราชเทวี พระอนิ ทร์เปน็ พระราชาของทวยเทพชั้นนี้
พระนามทห่ี มายถงึ พระอินทร์องค์นี้มีมากถึง 27 พระนาม พระนามเหล่าน้ี
ล้วนเปน็ เนมิตตกนาม ไมม่ ีใครตัง้ ใหเ้ กิดข้ึนตามคุณสมบัติ พระนามท่ีรู้จัก
กันโดยมากคือ พระอินทร์ ท้าวสักกเทวราช ท้าวมฆวะ ท้าวปุรินททะ
ท้าววาสวะ ทา้ วสหัสสักขะ ทา้ วสุชมั บดี ทา้ วเทวานมนิ ทะ เปน็ ต้น

พระอินทร์มีเวชยนั ตราชรถเปน็ ราชพาหนะ มาตลิเทพบุตร เป็น
สารถีมา้ สินธพทใ่ี ชเ้ ทยี มเวชยันตราชรถเป็นม้าเนรมิต เพราะในเทวโลกไม่มี
สตั ว์เดรจั ฉาน ส่วนช้างของพระอินทร์น้ันช่ือว่า เอราวัณ เปน็ ชา้ ง จำแลง
กลา่ วคือ มีเทพบตุ รองค์หน่ึงช่อื วา่ เอราวณั ทำหนา้ ท่ีเป็นช้างทรงในเวลา
พระอินทร์และเทพสหจรเสดจ็ ประพาสอทุ ยาน เอราวณั เทพบุตรจะเนรมิต
กายเป็นช้างใหญ่ประมาณ 150 โยชน์ มีกระพอง 33 กระพอง แต่ละ
กระพองวัดโดยร อบปร ะมา ณ 3 คาวุต วัดผ่าศูนย์กลา งกึ่งโ ย ชน์
ในท่ามกลางกระพองทั้งหมด จะมีกระพอง หนึ่งประมาณ 30 โยชน์
ช่ือสทุ ัศนะ เปน็ ท่ีประทับของพระอินทร์ บนกระพองเหล่าน้ันมีรัตนมณฑป
ประมาณ 12 โยชน์ ในระหว่างกระพองเหล่านั้นประดับด้วยธงแกว้ 7 ประการ
สูงธงละ 1 โยชน์ บลั ลังก์แก้วมณี ประมาณ 1 โยชน์ ซง่ึ ลาดดีแล้วสำหรับพระ
อนิ ทรม์ อี ยู่ในท่ามกลางรัตนมณฑป กระพองอื่นนอกจากน้ี ก็มีรัตนบัลลังก์
ประจำสำหรบั เทพสหจรเหลา่ นนั้ ประทับ กระพองหนง่ึ ๆ มงี ากระพองละ

76 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอินิ ทร์์ทรงช้้างเอราวััณ 64

7 งา งาหน่งึ ๆ ยาว 50 โยชน์ แต่ละงามีสระโบกขรณี 7 สระ แต่ละสระ
โบกขรณีมกี อปทุม 7 กอ แต่ละกอมีดอกปทุม 7 ดอก แต่ ละดอกมีเทพ
อปั สรฟ้อนรำอยู่ 7 นาง ทงั้ น้ี เกดิ ข้ึนด้วยการเนรมติ ของเอราวณั เทพบตุ ร

พระอรยิ มุนี (ศรี ฐติ พโล ป.ธ.8 ) อดีตเจา้ อาวาสวดั เทวราชกุญชร
ได้นำเรื่องชา้ งพระอนิ ทร์มากลา่ วไว้โดยย่อ ดว้ ยเห็นวา่ ตรงกับนา มของวัด
เทวราชกุญชร นามของวัดนีห้ ากจะแปลเป็นไทยโดยใจความก็แปลวา่
ช้างพระอินทร์ (เทวราช แปลว่า เทวดาผูเ้ ป็นใหญ่ เทวดาผู้พระราชา
หมายถงึ พระอนิ ทรน์ ่ันเอง กญุ ชร แปลว่า ช้าง) และทา่ นผทู้ ำนุบำรุงวัดน้ี
ปรากฏวา่ เป็นเจ้านายผูใ้ หญ่ในราชสำนกั และเปน็ เชื้อสายของพระบร มราช
จักรีวงศ์ เจ้านายเหลา่ น้นั กไ็ ดร้ บั มอบหมายให้ทรงบญั ชาการเกยี่ วกับรา ช
พาหนะเชน่ กรมอัศวราช กรมพระคชบาล วดั เทวราชกญุ ชร นามเดิมว่า
สมอแครง เป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีมาก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์
สมเดจ็ พระเจา้ ฟ้ากรมพระราชวังบวรมหาสุรสงิ หนาท เจ้าแผ่นดนิ วังหน้า
รชั กาลที่ 1 ปฐมกษตั ริย์ในพระบรมราชจักรีวงศไ์ ด้ ทรงสถาปนาใหม่ ต่อมา
เจ้าฟา้ กรมหลวงพทิ ักษ์มนตรี (ตน้ สกลุ มนตรีกุล) พระองค์เป็น โอรสของ
สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยาเทพสุดาวดีเจ้านายชนั้ ที่ 1 ปฐมกษัตริยพ์ ระบรม
ราชจักรวี งศ์ ทรงบูรณะปฏสิ งั ขรณ์ จากนั้นกรมพระพทิ ักษเ์ ทเวศร (ต้นสกลุ
กุญชร ณ อยุธยา) พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ากุญชร พระองค์เป็น
พระราชโอรสของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงทำการ
บูรณะปฏิสังขร ณ์อย่า งมาก ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเ ด็จ
พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงพระราชทานนามว่า วดั เทวราชกญุ ชร โดยท่ี
พระองค์ทรงนำคำว่า เทวราช มานำหน้าพระนามของพระองค์เจ้ากุญชร

65 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 77

ตอ่ มาภายหลังพระองคเ์ จา้ สิงหนาทราชดุรงคฤทธ์ิ ไดบ้ ูรณะปฏสิ ังขรณ์อีก
ตามพจนานกุ รม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายคำ
ว่า เทเวศ เทเวศร์ (เทเวศร) เทเวศวร์ แปลว่า เทวดาผเู้ ป็นใหญ่ หัวหน้า
เทวดา พระราชา เจา้ นาย

พระอริยมนุ ี (ศรี ฐิตพโล ป.ธ. 8) ไดบ้ นั ทึกไวว้ า่ ตอ่ แต่นนั้ มาก็ไม่
ปรากฏผู้บรู ณะปฏิสังขรณ์ คงเปน็ หน้าที่ของเจา้ อาวาสบอกบุญเก็บเล็ก
ผสมน้อยจนุ ทน่ี ัน้ คำ้ ทน่ี ่ีเรื่อยมา เน่อื งจากเจา้ อาวาสกำลังไม่พอ เห็นร่วง
โรยมากเกนิ กำลังจะรักษาไว้ก็รอ้ื ถอนเสยี จนปรากฏวา่ วัดน้รี ่วงโร ยและ
ทรดุ โทรมมาก จากหลกั ฐานของพระอาจารย์เลยี บ (พระเทพสทิ ธนิ ายก) ได้
เขยี นไวว้ ่า ท่านไดร้ ับแต่งต้งั มาครองวดั เมอื่ พ.ศ. 2457 สมัยนน้ั สภาพของ
วัดร่วงโรยทรุดโทรมเกอื บจะเปน็ วัดรา้ งอยู่แลว้ พระที่อยูอ่ าศยั มไี มถ่ ึง 10
รปู เสนาสนะในวัดไม่นา่ อยนู่ ่าอาศัย โย้ รวนเร รัว่ ชำรุดทุกหลงั

ในสมัยทพี่ ระอาจารย์เลยี บ (พระเทพสิทธนิ ายก) เป็นเจา้ อาวาส
ปรากฏว่าวดั น้ีคนื สภาพเป็นวดั อีกครง้ั หนึ่ง ทา่ นมีเวลาปรับปรุงวัดนี้อยู่
ประมาณ 16 ปี แลว้ ท่านก็จากไปสรา้ งวดั ใหม่ (วัดเลา ในปัจจบุ ัน) ทีต่ ำบล
ทา่ ขา้ ม อำเภอบางขนุ เทยี น จงั หวดั ธนบุรี ต่อจากนนั้ มาเปน็ สมยั ของท่าน
เจ้าคุณพระอริยมุนี (หว่าง ธมฺมโชโต) กาลเวลาผ่านไปเสนาสนะและ
ถาวรวัตถทุ ่มี ีอยู่กถ็ ึงความครำ่ ครา่ ร่วงโรย คอยแต่จุนท่ีนั้นค้ำที่น่ีอยู่ตาม
กำลังสามารถเพ่ือใหส้ ง่ิ ตา่ ง ๆ คงสภาพอยู่ หางหงส์และใบระกาถกู พายุพัด
หล่นลงมาทำแทนไมไ่ ด้ เพราะกำลงั ไมพ่ อ ตลอดเวลาทีท่ า่ นครองวัดน้ีท่าน
ไมไ่ ด้เพียงแต่น่ังแต่นอนอยู่เฉย ๆ เพราะอยากจะใหส้ ่ิงต่าง ๆ ท่ีมีอยู่แล้ว
คงสภาพอยู่ จงึ คอยแต่คำ้ จนุ ของเก่าไว้ของใหมจ่ ึงไม่ปรากฏข้ึน ถึงกระน้ั น

78 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอินิ ทร์์ทรงช้า้ งเอราวััณ 66

ของเกา่ บางสิง่ ก็เอาไว้ไมอ่ ยู่ จะเห็นได้วา่ สภาพวดั เทวราชกญุ ชรน้ี มสี ภาพ
ทรงอยู่บา้ ง ชำรุดทรดุ โทรมบ้าง บรู ณะปฏิสงั ขรณ์ข้ึนบ้าง แล้วกลับลงสู่
สภาพเดิมอกี พลกิ กลับไปกลบั มาอยา่ งนเ้ี ห็นแลว้ นา่ สลดใจ

พระอริยมนุ ี (ศรี ฐติ พโล ป.ธ.8) ท่านไดเ้ ขยี นเปรียบเทียบไว้ว่า
เหมอื นคนทเ่ี ป็นโรครา้ ย เปน็ เชิงปรกึ ษากับกรชกายวา่ สมัยทีต่ ัวท่านเอง
เปน็ เจา้ อาวาสทำหนา้ ท่ีดแู ลเสนาสนะและถาวรวัตถุทีม่ ีอยเู่ ข้าถึงความชรา
เตม็ ท่ี หากจะนำมาเปรียบกบั คนก็ท้ังแกท่ ง้ั หงอ่ ม และโรครา้ ยกำลังรบกวน
โรคทเ่ี ปน็ กเ็ ปน็ โรคทไี่ ม่สามารถจะรักษาใหห้ ายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ จะให้
หายจากโรคได้มอี ยทู่ างเดียว คือรักษาตามแผนปจั จุบัน ซ่งึ จำต้องเชือด
เฉอื นและตัดอวัยวะท่ีเป็นโรครา้ ยนั้นท้ิงเสีย และการผ่าตัดโร คร้า ยนั้น
คนไขจ้ ำเป็นต้องมกี ำลงั สมบูรณ์ทุกประการ เพราะจะต้องเสยี โลหติ ในการ
ผ่าตัดคนไข้จะสมบูรณ์ได้ก็ต้องบำรุงกำลัง โดยการได้อาหาร ที่เป็น
ประโยชน์ใหเ้ พียงพอ กำลงั จงึ จะเพ่ิมขนึ้ ได้ ถาวรวัตถุในวัดโดยเฉพาะพร ะ
อุโบสถและศาลาการเปรียญ ขณะนี้บางสิ่งบางอย่างตัวไมผ้ ุกร่อน จะ
ซ่อมแซมบูรณะเฉพาะสิ่งท่ผี ทุ ี่กร่อนเท่าทม่ี องเห็นไม่ได้ เน่ืองจากเป็นของ
เก่าสรา้ งมานาน ประการหน่ึงตวั ไมเ้ หล่านั้นท่เี ปน็ ตัวไม้สำคญั กม็ ี คือเป็นตัว
ไม้ที่รองรับและการตัวไม้อ่ืนอยู่ ย่อมเป็นการยากทีจ่ ะแกะ จะงัด จงึ
เปรียบเทียบกบั คนผู้มีโรครา้ ย ซึง่ จำเปน็ ทส่ี ดุ ต้องรกั ษาดว้ ยการผ่าตัดทุน
บูรณะซ่อมแซมเปน็ การเก็บเลก็ ผสมน้อยทง้ั นน้ั ท่านรูปใดมีบารมีมากก็ทำ
ได้มาก รูปใดน้อยวาสนาบารมกี ท็ ำไดน้ ้อย เพราะไมม่ ีมลู นิธเิ พือ่ การบูรณะ
ปฏสิ ังขรณช์ ่วยเหลือ หากว่าทา่ นรปู ใดไร้วาสนาบารมมี าครองวัดก็เท่ากับ
ว่ามาชว่ ยทำลายหรือมาช่วยรอ้ื ชา้ งพระอินทร์ เปน็ ชา้ งจำแลงของเทพบุตร

67 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 79

นามวา่ เอราวัณ เอราวณั เทพบุตรจะกลายรา่ งเป็นช้างก็ ต่อเมื่อพระอินทร์
และเทพสหจร มคี วามประสงค์จะเสด็จออกจากเทพวิมานสู่เท พอุทยาน
เท่าน้ัน หมายความว่าจะปรากฏเป็นคชาชาตทิ ่ีมีอานภุ าพน่าอัศจรรย์และ
น่าเลอ่ื มใสที่สดุ เพราะเดชแห่งบุญของทา่ นผู้มีบุญเท่านน้ั มเิ ช่นน้นั แล้วจะ
ปรากฏแต่เพียงนาม ส่วนเอราวัณนั้นจะปรากฏเป็นเทพบุตรเหมือน
เทพบตุ รทง้ั หลายในเทพนคร ผตู้ ่ำศกั ด์นิ ้อยบุญวาสนาแมป้ รารถนาจ ะพบ
จะเห็นพอเป็นขวัญตาก็ไม่อาจสมปรารถนาได้เลย ช้างพระอินทร์หรือ
เทวราชกุญชรที่ทรงประทานให้เป็นนามวัดสมอแครงนั้น ย่อมมีคติ
เช่นเดียวกัน คอื เมอ่ื ใดทา่ นผ้ศู รัทธาทะนุบำรุงเปน็ ผู้มีบญุ ญาธิการ หรือผู้
เฝา้ ดูแลรักษามีบุญญาธกิ ารได้สร้างสมมาแต่ปุเรชาติ ย่อมสามารถแล ะ
มีโอกาสไดพ้ บเห็นวัดเทวราชกุญชรน้ีสง่างามนา่ เลื่อมใส ถา้ บุญญาธิการ
น้อยย่อมตกอยใู่ นสภาพตรงกันข้าม เหมอื นความสง่าน่าอศั จรรย์ของช้า ง
เอราวณั ซ่งึ เปน็ ช้างคชาธารของพระอนิ ทร์และเทพ สหจร ในสวร รค์ชั้น
ดาวดงึ สจ์ ะไม่กลายร่างเปน็ ชา้ ง 33 กระพอง ใหเ้ ทพเจ้าเหล่าอ่นื ได้ทรงเป็น
อันขาด เพราะเทพเจ้าเหล่าอนื่ มบี ญุ ญาธกิ ารไม่คูค่ วรกัน

สรปุ
วเิ คราะห์หลักธรรม ใน พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ วดั เทวราชกุญชร

วรวหิ าร พระอนิ ทร์ในศาสนาพรหมณ์มีสที อง มฐี านะยงิ่ ใหญเ่ ปน็ ผู้สร้างโลก เปน็
เทพเจา้ แห่งสงครามพวกพราหมณ์ เพราะสที อง เปน็ สีทีแ่ สดงถงึ ความมั่งค่งั มง่ั มี
อบอ่นุ เปน็ มติ ร สร้างสรรค์ หรอื นักคดิ คน้ ประดิษฐ์ส่ิงใหม่ๆ อสิ ระ ความเมตตา
การมองโลกในแง่ดี สติปญั ญา – ความรำ่ รวย – ความสว่าง – ความสำํ เรจ็ – โชค

80 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอินิ ทร์์ทรงช้้างเอราวััณ 68

ลาภ เป็นต้น ในพระพุทธศาสนาพระอินทร์ มีพระฉวเี ป็นสีเขียว และมีพระเนตร
มากถึง 1,000 ดวง และพระอินทร์ ประกอบคุณงามความดี ถือศลี 5 บริสุทธ์ิ
และบำเพญ็ วัตตบท 7 ประการ คือ

1.กำรเลีย้ งดมู ารดาบิดาตลอด ชวี ิต
2. การประพฤติออ่ นน้อมต่อผู้ใหญใ่ นตระกูลตลอดชีวติ
3. การพูดจำแตค่ ำออ่ นหวานตลอดชีวติ
4. การไม่พดู คำสอ่ เสียด พูดสมานสามัคคีตลอดชีวิต
5. ยนิ ดใี นการแจกทาน ปราศจากความตระหนี่
6.พดู แตค่ ำสตั ย์ ตลอดชวี ิต
7. ไมโ่ กรธตลอดชีวิต ถ้าความโกรธเกิดข้ึน กจ็ ะรบี กำจัดโดยฉับพลัน
ทนั ที
พระอินทร์ในศาสนาพราหมณ์เป็นผู้ย่ิงใหญ่ในเทวโลกก็ ยั งมี วา ร ะท่ี
เปลี่ยนไปเรอื่ ย ๆ บทบาทความสำคัญท่ีเปลย่ี นแปลงไปในแต่ละยุค มที ั้งรุ่งเรือง
และตกตำ่ ถูกลดบทบาทลงเป็นเทพชั้นรองจาก พระศิวะ พระวิษณุ และพระ
พรหม แต่ในทางพระพุทธศาสนา พระอนิ ทร์ตอ้ งถือศีล 5 บรสิ ุทธ์ิ และ บำเพ็ญ
วตั ตบท 7 ประการ จงึ ไมม่ ีการเปล่ียนแปลง เพราะคณุ งามความดีเปรียบเหมือน
ผู้ปกครองในปจั จุบันจะไม่มีความเส่ือมหากยึดม่ัน ปฏิบตั ิมั่นในหลักธรรม พระ
อนิ ทร์ จงึ มหี นา้ ทีส่ ำคญั อีกอยา่ งคือ การปอ้ งกนั ภยั จากส่ิงท่ีไม่สามารถสัมผัสได้
ที่จะมาทำร้าย เพราะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เป็นเทพเทวราชา คอย
ปราบปรามสิง่ ช่ัวร้ายทงั้ 3 โลก คอื สวรรค์ มนษุ ย์ และนรก

69 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 81

เอกสารอ้างอิง
กรุณา-เรืองอุไร กุศลาศัย. (2550). ภารตวิทยา.พิมพ์ครั้งที่ 6.

กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัทเคล็ดไทย.
เกอ้ื พันธ์ นาคบุปผา, “พระอินทร์ในวรรณคดีสันสฤต บาลี และวรรณคดี

ไทย”,
คอสมอส. (2546) ตำนานเทพ ชาวเหนือ. กรุงเทพมหานคร: เครือเถา,

ตำนานเทพแห่งศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดูสืบค้นจาก
http://www.oceansmile. Com / KHM/ Tamnanthep.htm
สบื คน้ เมอ่ื 17 มีนาคม 2564
ไตรภูมิพระร่วง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี สืบค้นจาก
https://th.wikipedia.org/wiki/ไตร ภูมิพร ะร ่วง #cite_ref-1
สบื ค้นเมือ่ 18 มีนาคม 2564
มนตรี สิระโรจนานันท์. (2561). พระอนิ ทรใ์ นคมั ภีรพ์ ระพทุ ธศาสนาเถรวาท.
วารสารมหาจฬุ าวชิ าการ. 5 (1), 50.
ผาสุก อนิ ทราวุธ, "ดาวดึงส์ :สวรรคข์ องศาสนาพราหมณห์ รือศาสนาพุทธ",
ดำรงวิชาการ. 3 (5) (มกราคม- มิถุนายน):
พระยาสัจจาภิรมยฯ์ (สรวง ศรีเพญ็ ). (2555). เทวกำเนิด. กรงุ เทพมหานคร:
สำนกั พิมพอ์ มรินทร์.
พิทักษ์ โค้ววันชัย พระอินทร ์ “ราชาผู้ครองสวรรค์” สืบค้นจ าก
www.siamganesh.com/ indra.html สืบค้นเม่ือ 18 มนี าคม 2564
มนต์ ทองชชั . (2530). 4 ศาสนาสำคญั ของโลกปัจจบุ นั . กรุงเทพมหานคร :
สำนกั พมิ พโ์ อเดียนสโตร์.

82 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์์ทรงช้า้ งเอราวััณ 70

เมอื งโบราณ. (2564). ตำนานและคติความเชือ่ เกยี่ วกับพระอินทร์และช้าง
เอราวัณผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา. สืบค้นจาก https://www.
erawanmuseum. com/history/ สบื คน้ เมื่อ 18 มนี าคม 2564

วัชทนยี ์ เสนาะลำ้ . (2530). “คติความเชอ่ื เรอื่ งพระอินทรใ์ นศลิ ปกรรมแบบ
เขมรในประเทศไทย”, สารนิพนธ์ศลิ ปศาสตรบัณฑิต (โบราณคดี),

กรุงเทพมหานคร: ภาควชิ าโบราณคดี: มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
ศานติ ภักดีคำ. (2565). พระอนิ ทร.์ กรุงเทพฯ: สำนกั พมิ พ์อมรนิ ทร์.
สวุ รรณ สุวรรณเวโช. (2546). พ้ืนฐานความเช่ือของคนไทย. กรุงเทพฯ:

บรรณกิจ 1991.
Alan Cameron. (2005). Greek Mythography in the Roman World.

OUP, Oxford (reviewed by T P Wiseman in Times Literary

Supplement 13 May 2005 )

71 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 83

เก่ยี วกบั ผเู้ ขยี น
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต) เกิดเมื่อ 5 เมษายน
2506 ท่ี บา้ นกาหลง ตำบลกาหลง อำเภอเมือง จงั หวัดสมทุ รสาคร และ
เขา้ รบั การอปุ สมบท เมอ่ื วันท่ี 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 สำเร็จการศกึ ษา
ข้ันสูงสุดของคณะสงฆ์เปรยี ญธรรม 9 ประโยค เมอื่ ปพี ทุ ธศักราช 2536 ใน
สว่ นการศกึ ษาสามัญทางโลก สำหรบั การศกึ ษาศิลปศาสตร มหา บัณฑิต
(ศศ.ม.) มหาวิทยาลยั เกรกิ ใน พ.ศ. 2541 ปรญิ ญาพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต
(พธ.ด.) วชิ าการจดั การเชิงพุทธ (กจพ) ในปี พ.ศ. 2565 นอกจากนยี้ งั ไดร้ ับ
การยกย่องถวายเกียรติถวายปริญญากิตติศักด์ิในหลายสาขา จา กหลาย
สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต
กติ ติมศักด์ิ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกร ณรา ช
วิทยาลัย (13 พฤษภาคม 2555) ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต
กติ ติมศักด์ิ สาขาวชิ าการจัดการ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลพระ
นคร (27 พฤศจกิ ายน 2555) ปรญิ ญาศาสนศาสตรดุษฎีบณั ฑติ กิตติมศักด์ิ
สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (25
พฤษภาคม 2557) ปริญญาปรัชญาดุษฎีบณั ฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชา
ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนา มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร (2 สงิ หาคม 2557) ฯ
สมณศกั ด์ิไดร้ ับการโปรดเกลา้ เปน็ พระราชาคณะชนั้ สามญั ราชทนิ
นามวา่ พระศรีวชริ โมลี (5 ธนั วาคม 2541) พระราชาคณะชัน้ ราช ราชทิน
นามว่า พระราชสุธี (5 ธันวาคม 2546) พระราชาคณะช้นั เทพ ราชทนิ นาม
ว่า พระเทพคุณาภรณ์ (5 ธนั วาคม 2551)

84 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอินิ ทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 72

ในการบริหารกจิ การคณะสงฆ์ พระเดชพระคณุ พระเทพคุณาภรณ์

ดำรงตำแหนง่ เจ้าอาวาสวดั เทวราชกญุ ชร พระอุปชั ฌายว์ ิสามัญ เจ้าคณะ
ภาค 13 ที่ปรึกษาประธานสำนักงาน กกำ กับดูแลพร ะธรร มทู ตไป

ต่างประเทศ และกรรมการมหาเถรสมาคม

ในส่วนงานทางวชิ าการผลงานวิชาการได้เรียบเรียง บทความทาง
วชิ าการ อาทิ พระอินทรท์ รงชา้ งเอราวัณ” พมิ พ์เผยแผใ่ น วารสาร มจร

การพฒั นาสังคม, ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สงิ หาคม, 2564): 186-
197 บทความเรื่อง “ศาสนสมบตั ิภายใน วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร”, พิมพ์

เผยแผใ่ น วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปีท่ี 8 ฉบบั ท่ี 4 (เมษายน, 2564):
131-141. บทความเรือ่ ง “ภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดเทวราช
กุญชร วรวหิ าร”, พมิ พ์เผยแผ่ใน วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปที ่ี 8
ฉบบั ท่ี 5 (พฤษภาคม, 2564): 58-72 บทความเรอื่ ง การบริหารองคก์ รยุค
ใหม:่ ผ้นู ำแนวพุทธ”, พมิ พ์เผยแผใ่ น วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์, ปที ี่ 8
ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม, 2564): 217-232 และบทความวิจัย เรื่อง “การ
พัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัด ใน
กรงุ เทพมหานคร”,พมิ พ์เผยแผ่ใน วารสาร มจร สงั คมศาสตร์ปรทิ รรศน์, ปี

ที่ 12 ฉบบั ท่ี 4 (กรกฎาคม-สงิ หาคม, 2566) เป็นต้น

พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 85

73

ทำเนยี บพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต (พธ.ด.)
สาขาการจดั การเชิงพุทธ ประจำปี พ.ศ. 2565

มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

86 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอินิ ทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ

75 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 87

บทความวิจยั : พระเทพคุณาภรณ์, “การบรหิ ารองค์กรยุคใหม่: ผู้นำแนวพุทธ”,
วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปที ี่ 8 ฉบับท่ี 7 (กรกฎาคม, 2564):
ปที ี่เข้าศึกษา 217-232.
ท่อี ยปู่ จั จบุ นั : พระเทพคุณาภรณ์, “การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการศาสน
สมบัติของวัด ในกรุงเทพมหานคร”, วารสาร มจร สังคมศาสตร์
ปริทรรศน์, ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม, 2566).
: ปีการศกึ ษา 2563
: เลขที่ 90 วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร ถนนศรีอยธุ ยา แขวงวชริ พยาบาล
เขตดุสติ กรงุ เทพมหานคร 10300

88 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอินิ ทร์ท์ รงช้า้ งเอราวััณ 76

ชือ่ – นามสกลุ ประวัติ
: พระพพิ ิธพัชโรดม (อำนวย)

ฉายา อินฺทวณโฺ ณ นามสกุล เฟื่องฟู

วัน/เดือน/ปีเกิด : วนั อาทิตย์ที่ 12 เดอื น มิถนุ ายน พ.ศ. 2492
สถานที่เกิด : 9 หมู่ที่ 6 ตำบลช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบรุ ี

อุปสมบท : วันศุกร์ท่ี 18 เดอื น มถิ นุ ายน พทุ ธศกั ราช2512 ณ พทั ธสมี าวดั พระรูป

การศึกษา : พทุ ธศาสตรบัณฑติ (พธ.บ.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พุทธ

มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราซวทิ ยาลยั พ.ศ. 2557

: พุทธศาสตรมหาบณั ฑิต (พธ.ม.) สาชาวชิ าการจดั การเชงิ พทุ ธ

มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั พ.ศ. 2559

: พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต (พธ.ด.) สาชาวิชาการจัดการเชงิ พทุ ธ

มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2565
ประสบการณ์ทำงาน : รองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบรุ ี
: รองผูอ้ ำนวยการวทิ ยาลัยสงฆ์เพชรบรุ ี ฝ่ายบรหิ าร มจร

ผลงานวิชาการ : “การยกระดบั ความร่วมมือโครงการ วัด ประชารัฐ สรา้ งสุข อำเภอเมอื งเพชรบุรี

จงั หวดั เพชรบุร”ี ได้รบั คัดเลือกเปน็ นักวิจัย “ระดบั ด”ี ประจำปี พ.ศ. 2564 การ

ประชมุ วชิ าการ ระดบั นานาชาติ คร้ังท่ี 1 และระดับชาติ คร้งั ที่ 8 ณ วทิ ยาลยั สงฆ์

ลำพนู วนั ที่ 19-20 มนี าคม พ.ศ. 2565

: "ภาวะผ้นู ำเชงิ พุทธ" ลงพมิ พว์ ารสาร บัณฑติ ศึกษาปริทรรศน์ วทิ ยาลัยสงฆ์

นครสวรรค์ ปที ่ี 3 ฉบบั ที่ 2 เดือนพฤษภาคม – เดือนสงิ หาคม พทุ ธศกั ราช

2563

: “พระสงฆก์ บั การใชส้ ่อื ประชาสมั พันธ์ตามสถานี วิทยุกระจายเสยี ง ในยคุ ปัจจบุ ัน”

ตีพิมพ์ใน Journal of Roi Kaensarn Acadami ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 ประจำเดือน

กรกฎาคม – ธันวาคม พ.ศ. 2563

: “พระสงฆ์กับสังคมปัจจบุ ัน” ตีพิมพ์บทความใน Journalof Roi Kaensarn

Acadami ปีที่ 6 ฉบับท่ี 12 ประจำเดือนธันวาคมพ.ศ. 2564

: “การบรหิ ารจดั การวดั ตอ่ สถานการณ์โควิด 19” ตีพิมพบ์ ทความใน Journal

of Roi Kaensarn Acadami ปีท่ี 6 ฉบับท่ี 11 ประจำเดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.

2564

ปที ่ีเขา้ ศึกษา : ปกี ารศึกษา 2563
ทอ่ี ยปู่ จั จุบนั
: วดั พระรูป 65 หมทู่ ่ี 6 ตำบลชอ่ งสะแก อำเภอเมอื ง จงั หวัดเพชรบุรี

77 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 89

ประวัติ

ชื่อ – นามสกุล : พระครสู ุทธิวรญาณ (ภักดี เขมธโร)
วัน/เดอื น/ปเี กิด นามสกลุ นธิ ิมงคลชยั
สถานท่เี กิด : วนั ที่ 8 สงิ หาคม 2509
การศึกษา : 1440 ถนนทรงวาด เขตสัมพนั ธวงศ์ กรงุ เทพมหานคร
ปรญิ ญาตรี
ปรญิ ญาโท : พ.ศ. 2562 พุทธศาสตรบณั ฑติ (พธ.บ.) สาขาวชิ าการจัดการเชิงพทุ ธ
ปริญญาเอก มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
ประสบการณ์ทำงาน : พ.ศ. 2563 พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พุทธ
ผลงานวิชาการ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
: พ.ศ. 2565 พุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
ปีที่เข้าศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ที่อยู่ปจั จบุ ัน : พ.ศ. 2551-ปัจจบุ ัน
: เจา้ อาวาสวดั ป่าญาณวสิ ทุ ธาวาสจงั หวดั ปราจนี บุรี
: พระครูสุทธิวรญาณ. (2564). การจัดการงานสงฆ์สาธารณสงเคราะห์ใน
สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของเชื้อโควดิ 19 ระลอกสอง ในจงั หวดั สมทุ รสงคราม
: ถอดบทเรยี น พระครูพศิ ิษฎป์ ระชานาถ, ดร. วารสารมหาจุฬานาครปริทรรศน์ ปี
ท่ี 8 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2564).พระครูสุทธิวรญาณ. (2564).
: ความรูเ้ ท่าทัน “แชทบอท” การเขา้ ถึงความคดิ ของผคู้ นต่อการแยกแยะ
หรือจโู่ จม. วารสาร มจร การพัฒนา สังคม ปีท่ี 6 ฉบับท่ี 6 (พฤษภาคม-
สงิ หาคม 2564).
: ปญั ญาประดษิ ฐ์ (AI) : วิถีการเผยแผ่แห่งอนาคต. วารสาร มจร การพฒั นา
สังคม ปีที่ 6 ฉบบั ท่ี 3 (กันยายน- ธันวาคม 2564).
: ปกี ารศึกษา 2563
: เลขที่ 234 หมู่ 2 บา้ นเขาปนู ตำบลวังทา่ ช้าง อำเภอกบินทร์บรุ ี จงั หวัด
ปราจีนบุรี 25110
โทร. 086-231-4325
E-mail: [email protected]

90 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอินิ ทร์ท์ รงช้า้ งเอราวััณ 78

ประวตั ิ

ชอ่ื – นามสกุล : พระครูอเุ ทศธรรมสาทสิ อชโิ ต (อดศิ ักดิ์ ร่นื รวย)
วัน/เดือน/ปีเกิด : วันอาทติ ย์ท่ี 2 เมษายน พ.ศ. 2510
สถานทีเ่ กดิ : 47/1 หมูท่ ่ี 7 บ้านดอนโปง่ ตำบลหนองสระ อำเภอทัพทัน
การศึกษา จังหวัดอทุ ยั ธานี

บทความทางวชิ าการ : นกั ธรรมชัน้ เอก (2532)
: ประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์(ปบ.ส.)
ปที ่ีเขา้ ศึกษา : พุทธศาสตรบณั ฑิต (พธ.บ.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
อุปสมบท มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาลัยสงฆน์ ครสวรรค์
ตำแหนง่ : พทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ (พธ.ม.) สาขาวิชาการจดั การเชิงพทุ ธ
ทอี่ ยู่ปจั จุบัน มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
: พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

: พระครูอเุ ทศธรรมสาทิส และคณะ. ( 2564). ธรรมชาติมนุษย์กบั
การศึกษาหลกั เบญจศีล. วารสาร มจร.การพฒั นาสังคม. ปที ี่ 6 ฉบบั ท่ี 1
(มกราคม – เมษายน 2564) : 205 – 217
: พระครูอุเทศธรรมสาทิส. (2564). การบริหารจัดการ”พุทธศิลป์” และ
ความเปล่ยี นแปลงทางสังคม. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์.ปีที่ 8 ฉบบั ที่
6 (มถิ ุนายน 2564) : 109 – 122.
: พระครอู ุเทศธรรมสาทสิ . (2564). โลกธรรมกบั การธำรงรักษาบุคลากร
ตามหลกั พระพุทธศาสนา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์.ปที ี่ 8 ฉบบั ท่ี 7
(กรกฎาคม 2564) : 50 – 63.
: ปีการศกึ ษา 2563
: วนั อาทติ ย์ท่ี 22 เมษายน พ.ศ. 2530
วัดหนองสระ ตำบลหนองสระ อำเภอทัพทนั จังหวัดอุทยั ธานี
: เจา้ อาวาสวัดวงั สาลกิ า
: เจา้ คณะตำบลหนองกระทมุ่ อำเภอทพั ทัน จงั หวัดอุทัยธานี
: อาจารย์ประจำหลกั สตู รพุทธศาสตรบณั ฑิต สาขาการจดั การเชงิ พุทธ
: วัดวังสาริกา ตำบลหนองกระท่มุ อำเภอทัพทนั จงั หวัดอุทยั ธานี 61120

79 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 91

ชอื่ – นามสกลุ ประวตั ิ
วัน/เดือน/ปเี กดิ
สถานทเี่ กิด : พระครปู ลัดเฉลิมพร อภวิ โร (แปน้ กลม)
การศกึ ษา : วันอาทิตย์ ท่ี 26 มีนาคม 2532
พ.ศ.2561 : กรงุ เทพมหานคร
พ.ศ.2563
พ.ศ.2565 : พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาวชิ าวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ผลงานทางวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
: พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ปีท่เี ข้าศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
อปุ สมบท : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ท่ีอยู่ปจั จบุ นั มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั

: พระครูปลดั เฉลิมพร อภวิ โร, การดำเนินชวี ติ สมยั ใหมส่ คู่ วามสำเรจ็ ใน
การทำงานโดยใช้หลกั อธบิ าท 4, วารสารมหาจุฬานครทรรศน์, ปที ่ี 8
ฉบับที่ 4 (พฤษภาคม 2564)
: พระครูปลดั เฉลิมพร อภวิ โร, การปฎิรูปกิจการพระพทุ ธศาสนาในด้าน
การปกครองโดยใช้หลกั พรหมวิหารธรรม, วารสารมหาจุฬานครทรรศน,์
ปที ี่ 8 ฉบบั ที่ 6 (มิถนุ ายน 2564)
: พระครปู ลัดเฉลมิ พร อภิวโร, การบริหารจดั การองคก์ ารบริหารสว่ รนท้องถ่นิ โดยใช้
หลกั อธิบาท 4, วารสาร มจรเลยปริทัศน์, ปีที่ 2 ฉบบั ท่ี 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม
2564)
: พระครูปลดั เฉลมิ พร อภิวโร, รปู แบบการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในยุควิถีใหม่
ของพระสังฆาธิการกรงุ เทพมหานคร, วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการจดั การ, ปี
ท่ี 6 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2566)
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วนั ที่ 13 มถิ ุนายน 2552 พรรษา 12
: วดั มหาจฬุ าลงกรณราชทู ิศ ตำบลลำไทร อำเภอวงั นอ้ ย
จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา

92 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์์ทรงช้า้ งเอราวััณ 80

ประวัติ

ชื่อ – นามสกลุ : พระมหากติ ติกร กิตตฺ ริ กโฺ ข(อดุ มเดชาพฒั น)์
วัน/เดือน/ปเี กดิ : วันที่ 22 สงิ หาคม 2526
สถานทเ่ี กดิ : บา้ นเลขท่ี 58/1 ตำบลเทพรกั ษา อำเภอสังขะ จงั หวัดสุรนิ ทร์ 32150
การศึกษา
สงั กัด : พทุ ธศาสตรบณั ฑติ (พธ.บ.) สาขาวิชาการเมอื งการปกครอง
ผลงานทางวิชาการ คณะสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
: รัฐประศาสนศาตรมหาบัณฑติ (รป.ม.) คณะรัฐประศาสนศาสตร์
ปีท่ีเขา้ ศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ท่อี ย่ปู ัจจบุ นั : พทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พทุ ธ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
: วดั บางระโหง ตำบลบางกรา่ ง อำเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวดั นนทบรุ ี

: พระมหากิตติกร กิตตฺ ิรกฺโข (อดุ มเดชาพัฒน์). “การพัฒนาวดั ตามหลักสปั
ปายะ 4”. วารสารวิชาการรัฐศาสตรแ์ ละรัฐประศาสนศาสตร.์ ปีท่ี 6 ฉบบั
ที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2566).
: พระมหากติ ติกร กิตตฺ ิรกโฺ ข (อุดมเดชาพฒั น์). “การพัฒนาสาธารณปู การ
ของวดั ”. วารสารวชิ าการรฐั ศาสตรแ์ ละรัฐประศาสนศาสตร.์ ปีท่ี 6 ฉบบั ท่ี
2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2566).
: พระมหากติ ตกิ ร กิตฺตริ กฺโข (อุดมเดชาพฒั น์). “การพฒั นาแหล่งท่องเที่ยวเชิ ง
วฒั นธรรมตามหลกั พทุ ธธรรม”. วารสารวชิ าการรัฐศาสตรแ์ ละรัฐประศาสนศาสตร์.ปี
ที่ 6 ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธนั วาคม2566).
: พระมหากติ ติกร กติ ตฺ ิรกฺโข (อดุ มเดชาพัฒน)์ . “การพฒั นาแหลง่ ท่องเที่ยวเชิ ง
วฒั นธรรมของวดั ในจังหวัดนนทบุรี”. วารสารพทุ ธนวตั กรรมและการจัดการ. ปที ่ี
6 ฉบับท่ี 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2566).
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วัดบางระโหง ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบรุ ี 11000

81 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 93

ประวัติ

ชื่อ – นามสกลุ : พระมหาเสถียร ถาวรธมโฺ ม (เกษาชาต)ิ
วัน/เดือน/ปเี กดิ : วันเสารท์ ี่ 26 เดอื นกรกฎาคม พทุ ธศักราช 2512
สถานท่เี กิด : 170 หมูท่ ี่ 12 บา้ นตะเคยี นเหนอื ต.ศรแี ก้ว อ.ศรีรัตนะ จ.ศรสี ะเกษ
การศกึ ษา
บทความทางวชิ าการ : น.ธ. เอก ป.ธ. 4
: ปรญิ ญาพุทธศาสตรบณั ฑติ (พธ.บ.) สาขาการจัดการเชิงพุทธ พ.ศ. 2553
ปที ่ีเขา้ ศกึ ษา : ปริญญาพทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ (พธ.ม.) สาขาการจัดการเชงิ พุทธ พ.ศ.
อุปสมบท 2555
ตำแหนง่ : ปรญิ ญาพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ (พธ.ด.) สาขาการจดั การเชงิ พทุ ธ
ทีอ่ ย่ปู ัจจบุ นั มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั พ.ศ. 2565

: เศรษฐศาสตร์แนวพทุ ธกบั การพัฒนาเศรษฐกจิ พอเพียง แหล่งตีพมิ พ์ :
วารสาร มจร. นม. สงั คมศาสตร์ ปรทิ รรศน์ ปีที่ 7 ฉบบั ที่ 8 กรกฎาคม-
ธนั วาคม 2564.
: แนวทางการจัดการทอ่ งเทย่ี ววถิ พี ทุ ธเพือ่ การพฒั นาที่ยั่งยนื แหล่งตีพมิ พ์
: วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปรทิ รรศน์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 9 มกราคม-
มิถนุ ายน 2565
: มุมมองใหม่ของภาวะผูน้ ำตามแนวพระพุทธศาสนา แหล่งตพี ิมพ์ :
วารสาร มจร. นม. สงั คมศาสตร์ ปรทิ รรศน์ ปที ่ี 7 ฉบับที่ 8 กรกฎาคม-
ธันวาคม 2565.
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วนั ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2533
: เจา้ อาวาสวัดวังสาลิกา
: เจา้ คณะตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอทพั ทัน จังหวดั อุทยั ธานี
: อาจารย์ประจำหลักสตู รพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาการจดั การเชงิ พุทธ
: วดั เจดยี ์แดง ต. หัวรอ อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรอี ยุธยา
13000 โทร. 081-947 – 1228

94 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอิินทร์ท์ รงช้า้ งเอราวััณ 82

ชือ่ – นามสกุล ประวตั ิ
วนั /เดอื น/ปีเกิด
การศึกษา : พระครสู งั ฆรกั ษ์ปรีชา ฐิตญาโณ (หงษ์ทอง)
: 14 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2516
ผลงานทางวชิ าการ
: ครศุ าสตรบัณฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษา มหาวิทยาลยั ราชภัฏพ ระ
ปีทเ่ี ขา้ ศกึ ษา นคร
ทอี่ ย่ปู ัจจุบนั : ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั
: พทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจดั กา รเ ชิง พุทธ
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

: พระครูสังฆรักษ์ปรีชา ฐฃิตญฃาโณ. ( 2564). สัปปุริสธรรม
พฤตกิ รรมการดำเนินชีวติ สมัยใหม่.วารสารมหาจฬุ านาครทร รศน์.
ปีที่ 8 ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม 2564)
: พระครูสังฆรักษ์ปรีชา ฐฃิตญฃาโณ. (2564). การสร้าง
ความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งชมุ ชนกบั วัด ตามหลกั สงั คหวัตถุ 4.วารสารมหา
จฬุ านาครทรรศน.์ ปีที่ 8 ฉบบั ท่ี 6 (มถิ ุนายน 2564)
:พระครูวินยั ธรศริ เิ ชษฐ์ สิรวิ ฑฒฺ โน, “การพัฒนาจติ ใจมนษุ ย์โดยใช้หลักสติ
ปัฏฐาน 4”,วารสาร มจร เลย ปริทัศน์,ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-
สิงหาคม 2564).
: พระครูสังฆรกั ษป์ รีชา ฐฃิตญฃาโณ. (2564). การสร้างเครือข่าย
ระบบสุขภาวะเชิงพุทธ เพ่ือปอ้ งกนั โรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019.
วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน.์ ปีที่ 8 ฉบบั ที่ 7 (กรกฏาคม 2564)
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วดั เทวราชกญุ ชร แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสติ กรงุ เทพมหานคร
โทร. 086-570-6960 E-mail : [email protected]

83 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 95

ชือ่ – นามสกลุ ประวตั ิ
วนั /เดือน/ปเี กิด
สถานที่เกิด : พระครูวินัยธรศริ ิเชษฐ์ สิรวิ ฑฺฒโน (ปู่รกั ษ์)
การศกึ ษา : 28 ตลุ าคม พ.ศ.2518
พ.ศ.2548 : 27/1 หมู่ 2 ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.2561
พ.ศ.2563 : ประกาศนียบตั รวิชาการเทศนา (ป.ทศ.) มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
พ.ศ.2565 ราชวิทยาลัย
ผลงานทางวิชาการ : พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาวิชาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
ปีที่เข้าศกึ ษา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
อปุ สมบท มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
ท่ีอยู่ปจั จุบัน : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการ เชิงพุทธ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

: พระครวู นิ ัยธรศิริเชษฐ์ สริ ิวฑฺฒโน, “การพัฒนาจิตใจมนุษย์โดยใช้
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา”, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปที ี่ 8
ฉบับท่ี 7 (กรกฎาคม 2564).
: พระครวู ินัยธรศริ เิ ชษฐ์ สริ ิวฑฺฒโน, “การจัดการเสนาสนะภายในจงั หวดั
พระนครศรอี ยุทธยาโดยใชห้ ลกั อทิ ธิบาท 4”, วารสารมหาจฬุ านาคร
ทรรศน์, ปีท่ี 8 ฉบับท่ี 6 (มถิ ุนายน 2564).
: พระครวู นิ ยั ธรศริ ิเชษฐ์ สริ วิ ฑฺฒโน, “การพฒั นาจิตใจมนษุ ย์โดยใชห้ ลักสตปิ ฏั ฐาน
4”, วารสารมจรเลยปริทศั น์, ปีท่ี 2 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2564).
: พระครวู ินยั ธรศริ ิเชษฐ์ สริ วิ ฑฒฺ โน, “รูปแบบการบรหิ ารจดั การเสนาสนะท่ีพึง
ประสงค์ของวัดในจงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา”, วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการ
จัดการ, ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2566).
: ปีการศึกษา 2563
: วันท่ี 30 มนี าคม พ.ศ. 2533
: วัดบางนมโค 27/1 หมู่ 2 ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา โทรศพั ท์ 080 086 9396

96 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนััง | พระอินิ ทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 84

ประวตั ิ

ชือ่ – นามสกลุ : พระปลัด นพรัตน์ สุเมโธ (ลำ้ เลิศ)
วนั /เดือน/ปเี กดิ : วนั ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
สถานที่เกดิ : 2/1 หมูท่ ี่ 9 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130
การศกึ ษา
ผลงานทางวิชาการ : พทุ ธศาสตรบัณฑติ (พธ.บ.) สาขาวชิ าวิชาการจดั การเชงิ พุทธ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
ปีท่ีเข้าศึกษา : พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต (พธ.ม.) สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
ท่ีอยู่ปัจจบุ ัน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
: พุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการเชงิ พุทธ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

: พระปลัด นพรัตน์ สุเมโธ (ลำ้ เลศิ ). “หลักพุทธธรรมเพอ่ื การบริหารจัดการ
ทรพั ย์สอนของวดั ”. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประสาสนศาสตร์. ปีที่
6 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2566).
: พระปลัด นพรตั น์ สุเมโธ (ล้ำเลิศ). “การจัดทำบญั ชขี องวัด”. วารสารวชิ าการ
รัฐศาสตรแ์ ละรฐั ประสาสนศาสตร.์ ปที ่ี 6 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม
2566).
: พระปลัด นพรัตน์ สุเมโธ (ล้ำเลิศ). “การจัดการทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา”.
วารสารวชิ าการรัฐศาสตรแ์ ละรฐั ประสาสนศาสตร.์ ปีที่ 6 ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม
2566).
: พระปลดั นพรัตน์ สุเมโธ (ล้ำเลศิ ). “การพัฒนารปู แบบการบริหารจดั การทรัพย์สิน
ของวัดในจงั หวัดนนทบุร”ี . วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการจดั การ. ปีท่ี 6 ฉบบั ที่ 4
(กรกฎาคม-สงิ หาคม 2566).
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วัดสำโรง ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จงั หวัดนนทบุรี

85 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิิตฺฺโต), ดร., ป.ธ.9 97

ประวตั ิ

ช่อื – นามสกลุ : พระปลัดธรี ภทั ร์ นาถสีโล (นาคกลัน่ )
วัน/เดอื น/ปเี กดิ : วนั เสารท์ ี่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530
สถานทีเ่ กดิ : 268 หมู่ 10 บา้ นดงปอ ตำบลด่านชา้ ง อำเภอดา่ นชา้ ง จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
อปุ สมบท : 3 ตลุ าคม 2553
สงั กัด : วดั ทวกี าระอนันต์ ตำบลคลองหนงึ่ อำเภอคลองหลวง จังหวดั ปทมุ ธานี
ตำแหนง่ : ผู้ชว่ ยเจ้าอาวาสวัดทวีการะอนนั ต์
การศกึ ษา : ประกาศนียบัตร การบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) รุ่นท่ี 13
: นติ ศิ าสตร์บณั ฑิต (น.บ.เกียรตนิ ิยมอนั ดบั สอง) มหาวิทยาลัยรามคำแหง,
ผลงานทางวิชาการ : พทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวชิ าการจดั การเชิงพทุ ธ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
บทความวิจัย : พทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต (พธ.ด.) สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พทุ ธ
ปที ี่เข้าศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
ทีอ่ ยูป่ จั จุบนั
: พระปลดั ธีรภัทร์ นาถสีโล, สัปปรุ สิ ธรรมกับการบรหิ ารจดั การตนเองในยคุ โค
วดิ 19, วารสารมหาจุฬานครทรรศน์, ปีที่ 8 ฉบับท่ี 6 (มิถุนายน 2564)
: พระปลดั ธรี ภัทร์ นาถสโี ล, การปฏริ ปู กิจการพระพุทธศาสนาดา้ นการศกึ ษา
โดยใชห้ ลักสังคหวัตถุ 4, วารสารมหาจุฬานครทรรศน์, ปที ่ี 8 ฉบับที่ 7
(กรกฎาคม 2564)
: พระปลัดธรี ภทั ร์ นาถสโี ล, ไวยาวัจกรกับการบรหิ ารจดั การวัดโดยใชห้ ลักฆาราวาสธรรม
4, วารสารมจรเลยปริทศั น์, ปที ่ี 2 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม2564)
: พระปลัดธีรภทั ร์ นาถสโี ล, รปู แบบการบริหารจดั การโครงการวัด ประชา รฐั สรา้ ง
สขุ ของคณะสงฆ์ จังหวดั ปทมุ ธานี, วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการจัดการ, ปีท่ี 6
ฉบับท่ี 1 (มกราคม – กุมภาพนั ธ์ 2566)
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วัดทวกี าระอนนั ต์ 50/16 หมู่ 11 ซอยเทพกญุ ชร 22 ตำบลคลองหน่งึ อำเภอ
คลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี 12120

98 ศาสนสมบััติิ | จิติ รกรรมฝาผนังั | พระอิินทร์ท์ รงช้้างเอราวััณ 86

ชอ่ื – นามสกลุ ประวัติ
วัน/เดอื น/ปีเกดิ
สถานที่เกดิ : พระมหาพชร กิตตฺ ิวรเมธี (กิติวฒั นวรานนท์)
อุปสมบท : วนั อาทติ ย์ ท่ี 22 พฤษภาคม พทุ ธศักราช 2531
สังกัด : 6 หมู่ 1 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเกด็ จ.เชยี งใหม่
ตำแหนง่ . : วนั ที่ 9 กรกฎาคม พทุ ธศักราช 2554
การศึกษา : วัดสระแกว้ พระอารามหลวง ต.สระแกว้ อ.เมอื งสระแก้ว จ.สระแกว้
พ.ศ.2561 : เลขานุการ เจา้ คณะตำบลท่าแยก เขต 2
พ.ศ.2563 ผรู้ ักษาการแทนเจ้าอาวาสวดั แน่นดีสันติธรรม
พ.ศ.2565
ผลงานทางวิชาการ : พทุ ธศาสตรบัณฑติ (พธ.บ.) สาขาวิชาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
: พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
ปที เ่ี ขา้ ศกึ ษา : พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ (พธ.ด.) สาขาวิชาการจัดการเชงิ พุทธ
ที่อยู่ปจั จุบนั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

: พระมหาพชร กติ ตฺ ิวรเมธี.-“การมสี ว่ นร่วมในการวางแผนและปฏิรูปกจิ การ
พระพุทธศาสนา”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ วิทยาเขตนครศรธี รรมราช.
ปีที่ 8 ฉบับท่ี 6. (มิถุนายน 2564).
: พระมหาพชร กิตตฺ วิ รเมธ.ี -“การพฒั นาสังคมโดยใช้หลกั ความเชื่อทาง
พิธกี รรมทางพระพทุ ธศาสนา”. วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์ วิทยาเขต
นครศรธี รรมราช. ปีที่ 8 ฉบับท่ี 7. (กรกฏาคม 2564).
: พระมหาพชรกติ ตฺ วิ รเมธ.ี-“ภาวะผนู้ ำยคุ ใหม่กับการบริหารจดั การโดยใชห้ ลักภาวนา 4”.
วารสารมจรเลยปริทัศน.์ ปีที่ 2ฉบับที่ 2.(พฤษภาคม-สงิ หาคม2564).
พระมหาพชร กิตฺตวิ รเมธี.-“การพฒั นางานดา้ นสาธารณสงเคราะหต์ ามแผนปฏิรปู กิจการ
พระพุทธศาสนาของพระสงั ฆาธิการในจังหวัดสระแกว้ ”. วารสารพทุ ธนวัตกรรมและการ
จดั การ.ปีท่ี 6 ฉบบั ท่ี 2. (มีนาคม-เมษายน 2566).
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: วดั สระแก้ว พระอารามหลวง 122 ถนนสวุ รรณศร ตำบลสระแก้ว
อำเภอเมอื งสระแกว้ จังหวัดสระแกว้ รหัสไปรษณีย์ 27000

87 พระเทพคุุณาภรณ์์ (โสภณ โสภณจิติ ฺโฺ ต), ดร., ป.ธ.9 99

ชอ่ื – นามสกลุ ประวตั ิ
วัน/เดือน/ปเี กิด
สถานที่เกดิ : นายมนตรี สหชัยรุ่งเรือง
การศกึ ษา : วนั พฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2503
ประสบการณท์ ำงาน : 200 หมู่ 3 ตำบลวัง อำเภอท่าชนะ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี

ผลงานทางวชิ าการ : ปริญญาตรี จากมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ราชนครินทร์ สาขาพฒั นาชมุ ชน
: ปริญญาโท จากมหาวทิ ยาลยั บรพู าบางแสนสาขาการจดั การภาครฐั และเอกชน
ปีทเ่ี ข้าศึกษา : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ
ท่ีอยปู่ ัจจบุ ัน มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
ทีท่ ำงานปัจจุบัน
: ผพู้ พิ ากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครวั จังหวัดชลบุรี
: เจา้ ของกิจการ ร้าน เอม็ .เค. คา้ วัสดกุ อ่ สรา้ ง อำเภอพนสั นคิ ม จงั หวัดชลบุรี
: เจ้าของกิจการ เอส พี เอม็ เรสซเิ ดนซ์ อำเภอศรีราชา จงั หวัดชลบุรี
: ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตำรวจสภ.พนัสนคิ ม
: ประธานเครอื ขา่ ย ปชบ. ภาคประชาสงั คม อำเภอพนสั นคิ ม จงั หวัดชลบรุ ี

: ประธานองคก์ ารตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อำเภอพนสั นิคม จังหวัดชลบุรี
: นายกสโมสรไลออนส์ชลบรุ บี างปลาสรอ้ ย อำเภอเมอื ง จงั หวัดชลบรุ ี
: รองประธานคณะกรรมการพฒั นาโรงพยาบาลพนัสนิคม จงั หวดั ชลบรุ ี
: รองประธานมูลนิธพิ นัสนิคมร่วมศรัทธาเตก็ กา่ จีเซียมเกาะ อำเภอพนสั นคิ ม
: มนตรี สหชัยรุ่งเรือง “การสง่ เสริมการมสี ว่ นร่วมของคนรุน่ ใหมใ่ นการจดั กจิ กรรม

ทางพระพุทธศาสนา”วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์ มหาวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั วิทยาเขตนครศรธี รรมราชในปที ่ี 8 ฉบบั ที่ 7 กรกฎาคม2564
: มนตรี สหชัยรุ่งเรือง “การปอ้ งกันเชอ้ื โรค โควดิ 19 โดยใชห้ ลักอนิ ทรียส์ งั วร”วารสาร
มหาจุฬานาครทรรศน์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต

นครศรีธรรมราช ในปที ี่ 8 ฉบับท่ี 6 มถิ ุนายน 2564
: มนตรี สหชยั รุ่งเรือง “การสรา้ งทุนมนุษย์ทางปัญญากับการพัฒนา AI ในยุคไทย
แลนด์ 5.0” วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน์ มหาวิทยาลัยจฬุ าลงกรณราชวิ ทยาลัย
วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช ในปที ี่ 8 ฉบับที่ 6 มถิ นุ ายน 2564
: มนตรี สหชยั รุ่งเรอื ง “การพฒั นาสมรรถนะทางการบริหารเชิงพุทธของผู้ประกอบการ

ธุรกจิ ใหบ้ รกิ ารในยคุ เศรษฐกจิ ดิจทิ ลั ของจงั หวัดชลบรุ ี” วารสาร มจร สงั คมศาสตร์
ปริทรรศน์ ในปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 4 กรกฎาคม– สงิ หาคม 2566
: ปกี ารศกึ ษา 2563
: 17/11 ถนนจารุวร ตำบลพนัสนิคม อำเภอพนสั นคิ ม จังหวัดชลบุรี
: 122/122 หมู่ 3 ตำบลบอ่ วนิ อำเภอศรีราชา จงั หวดั ชลบรุ ี


Click to View FlipBook Version