รหสั พุทธธรรม : ยนั ต์โสฬสทีว่ ัดหน้าพระเมรุ จ.พระนครศรีอยุธยา
Code of Buddhadahmma : Yantra Solasa in Wat Na Phra Meru in Ayutthaya
พระปลัดระพิน พุทธิสาโร
หลกั สูตรบัณฑติ ศึกษา คณะสังคมศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย จ.พระนครศรีอยธุ ยา
Email : [email protected]
บทคดั ย่อ
บทความนม้ี ีวตั ถุประสงค์เพื่อศกึ ษาถึงยนั ต์โสฬสที่วดั หนา้ พระเมรุ จ.พระนครศรอี ยธุ ยา เพ่อื
สะทอ้ นคดิ เรื่องหลกั พทุ ธรรมความหมายทีป่ รากฏในยันต์ โดยใชว้ ธิ ีการศึกษาจากเอกสารและงานวจิ ัยท่ี
เกีย่ วขอ้ ง
ผลการการศึกษาพบวา่
ยนั ตโ์ สฬสที่หน้าวดั พระเมรุ ที่เป็นทั้งความเชอื่ เกี่ยวกับยันต์อนั สัมพันธ์กับความเช่ือความศักดิ์สิทธิ์ ดัง
ปรากฏว่าการที่วัดไม่ได้ถูกเผาในครั้งกรุงศรีอยุธยาทำให้ยันต์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์แคล้ว
คลาดจนกระทั่งในคราวสรา้ งกรุงรัตโกสินทรร์ ชั กาลที่ 1 ได้นำยันต์ดงั กลาวไปจารกึ ร่วมกับหลักเมืองใน
คราวตั้งเมืองใน นอกจากนี้ยันต์โสฬสเมื่อถอดระหัสความหมายตัวเลข และอักษรขอมแล้วจะเห็นถงึ
แนวคิดคำสอนและหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาในแต่หมวดที่ตัวเลขกำหนดอาทิ ยันต์ชั้นสูง
ตวั เลข 3 ชั้น ช้นั นอกลงดว้ ยเลข 16 ตวั (โสฬส แปลว่า 16 ชนั้ ฟ้า มีความหมายถงึ ภมู ชิ ัน้ อรปู ภูมอิ ันเป็น
ถิ่นที่อยู่ของพระพรหมทั้ง 16 ชั้น และหมายถึงพระ พุทธคุณแหง่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 16
ประการ) การนำเอายนั ต์ 3 ชนดิ มารวมกันไว้ โดยใชต้ วั เลขแทนดว้ ยความหมายมงคลต่าง ๆ ตรงกลาง
ช่องเล็ก 9 ช่อง คือ ยันต์จตุโร ถัดมาวงกลางเป็นยันต์สูตรตรีนสิ ิงเห และด้านนอกสุดเป็นยันต์อริยสจั
โสฬส จากนนั้ อักขระดา้ นนอกทีล่ อ้ มยนั ตอ์ ยคู่ อื พระคาถาบารมี 30 ทัศ
คำสำคญั : รหสั พุทธรรม,ยนั ตโ์ สฬส,วัดหน้าพระเมรุ
Abstract
This article aims to study the talisman at Wat Mueang. Phranakhon Si Ayutthaya
To reflect on the Buddha's meaning, which appears in the Talisman. Use the study
methodology of relevant papers and research.
The research found that Talons in front of the temple. Both are beliefs about the
Yue related to sacred beliefs. It appears that the temple was not burned in the Ayutthaya
period, making Yan become a symbol of holiness until it was built in the Rattanakosin
period of King Rama I to put the inscription to the city in the time of the city. In addition,
the talisman when removing the meaning of numbers. And the letter will see the
concept of doctrine and doctrine in Buddhism, but the number of categories, such as
high-class three-layer tales, down with 16 numbers (Soros means 16 blue sky means.
The landscape of the landscape is the residence of Brahma 16 floors and refers to the
Buddha. Greetings of the Lord Buddha, 16), bringing together three types of talisman.
The numbers are replaced with the auspicious meaning in the middle of the small box
is 9 yen. And the outmost is the noble Tris. Then the outer character that surrounds the
talisman is the spell of charisma 30, etc.
Keywords : Buddhist scriptures, Yan Soros, Wat Phra Na Phra Meru
บทนำ
สืบเน่ืองจากคณาจารย์และนิสิตสาขาวชิ าการจัดการเชิงพุทธในระดับดุษฎีบัณฑิต มีพระอุดม
สิทธินายก (ประธานหลักสตู ร) พระมหาสุนันท์ สุนนฺโท (อาจารย์ประจำหลกั สูตร) หลังจากเรยี นในชน้ั
เสร็จ (4 มกราคม 2561) พอมเี วลา จึงไดน้ ัดแนะกันไปไหว้พระใหญ่โดยมรี ถตพู้ าหนะของพระครวู ิโรจน์
อินทคุณ นิสิตอกี ท่านหนงึ่ จากจงั หวดั จันทบรุ ี วถิ กี ารเดินทางไหวพ้ ระใหญ่อาทิ พระนอน วัดอนิ ทประมลู
จ.พระนครศรีอยธุ ยา พระใหญว่ ดั ไชโย วดั ม่วง จ.อ่างทอง และไปจบทีว่ ัดม่วงชุม จ.สิงห์บรุ ี ในเวลาเกือบ
พลบค่ำ ซึ่งมีพระมหาจินตวัฒน์ จารุวฑฺฒโน ป.ธ.8 นิสิตอีกท่านเป็นเจา้ อาวาสทำนองไปเยี่ยมวัดเย่ยี ม
พบปะเพื่อนในคราวเดียวกัน จนกระทั่งพบปะไหว้พระจนเป็นที่พึงใจแล้วจึงแยกย้ายลากันกลับใน
ระหว่างทางกลับนิสิต 1 ในจำนวนหลาย ๆ ท่าน คือพระโอภาส โอภาโส อยู่จำพรรษาและพำนกั ที่วดั
“พระเมรุราชวรวิหาร” หรือวัดหน้าพระเมรุ ในจังหวัดพรอยุธยา คณะได้แวะส่งท่านขากลับในคราว
เดียวกันไปด้วย ก่อนถึงวดั เล็กนอ้ ยท่านก็ได้ใหข้ ้อมูลเก่ียวกับวัดทอ่ี ยู่จำพรรษาคือวัดหน้าพระเมรุ หรือ
ชอ่ื เปน็ ทางการวา่ วัดพระเมรุราชิการามวรวหิ าร ในช่วงการเสยี กรงุ ในครง้ั ท่ี 2 (พ.ศ.2310) วัดไม่ได้ถูก
เผาทำลายเหมือนกบั วัดอืน่ ๆ ในช่วงเวลานั้น หรือเป็นเพียงวดั เดยี วในครง้ั อยุธยาท่ีไม่ถกู พม่าเผา ที่ไป
สืบค้นได้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่าด้วยเชื่อว่ามี “ยันต์โสฬส” ที่อยู่ด้านหน้าวิหาร ที่สะท้อนถึงความ
ศักดิ์สทิ ธิ์และถูกทำใหเ้ ชอื่ ว่าเปน็ ความศกั ด์ิของยนั ตว์ ัดจึงไม่ถกู เผา พรอ้ มกบั ตำนานผ่านการเลา่ เร่อื งตรง
นั้น ผู้เขียนจึงนำมาขบต่อ ในฐานะท่ีเคยผ่านหูผ่านตายันต์โสฬสมาบ้าง รวมทั้งจึงหยิบประเด็นนี้มา
เขียนเพื่อสะท้อนคดิ เก่ียวกับยันต์โสฬสทีห่ น้าวัดพระเมรุ กับแนวคิดโลกทัศน์ทางพระพุทธศาสนาผ่าน
ยันต์ว่าถูกอธิบายไว้อย่างไร เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาพระพุทธศาสนาผ่านการการถอดรหัสธรรม
ประหนึ่งเป็นการศึกษาภูมิปัญญา โลกทัศน์และแนวของคนในอดีต ที่สร้างประดิษฐ์กรรมความรู้จาก
พระพุทธศาสนา รวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมส่ิงเชื่อต่อความเป็นพระพุทธศาสนาเปน็ สำคญั ซึ่งจะได้
ศกึ ษานำเสนอต่อไป
ยนั ต์กบั พฒั นาการของความเช่อื ในบริบทสังคมไทย
ในจดหมายเหตุลาลูแบร ราชอาณาจักรสยาม ของ ซิมอน เดอ ลาลูแบร (Simon de la
Loubère,ค.ศ.1642 –1729/พ.ศ. 2185-2272) ราชทูตของพระเจ าหลุยส ที่ 14 แห งฝรั่งเศส
(Louis XIV de France, ค.ศ. 1638–1715/2181-2258) ซึ่งเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.1893-
2310/1350-1767) ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ มหาราช (พ.ศ.2199-2231/1656–1688) เพ่ือ
เจรญิ สมั พันธไมตรกี ับกรงุ ศรอี ยธุ ยาในพุทธศักราช 2230/1687 ลาลูแบร ได กล าวไว ว า ได
พบกลเลขชนิดหนึ่งที่ชาวอยุธยานับถือกันว าศักดิ์สิทธิ์ และยันต ตัวเลขชุดนี้คือรากฐานของ
อัตราทวาทสมงคลในคัมภีร ตรีนิสิงเห ลาลูแบร ได ขนานนามตัวเลขชุดนี้ว า Siamese
Method ในบันทึกของลาลแู บร ยงั กล าว เพิม่ เติมอกี ว่า เคยพบตวั เลขชดุ เดยี วกันนีท้ ี่เมอื ง สุรตั ใน
ประเทศอินเดียและอีกหลายแห ง (De La Loubère 2014, 622-626) สันนิษฐานว าอาณาจักร
อยุธยาน าจะรับเอาความคิดทางคณิตศาสตร มาจากอาณาจักรโพ้นทะเลอาณาจักรใดอาณาจักร
หนงึ่ ซ่งึ แสดงให เหน็ ว าชาวไทยโบราณรู จักระบบคณิตศาสตร ทีม่ ีความซับซ้อนมากกว าการ
บวก ลบ คณู หาร โดยทวั่ ไปมาตั้งแต สมัยกรงุ ศรอี ยธุ ยาหรือก อนหน าน้ัน นอกจากนยี้ ันต์เปน็ ส่ิง
เชื่อในสังคมไทย เป็นความขลังความศักดิ์สิทธิ์ แต่อีกนัยหนึ่งยันต์เป็นองค์ความรู้และภูมิปัญญาของ
ผู้เขียนยันต์ และพระพุทธศาสนาเป็นแฝงคติคำสอน บันทึกคำสอนผ่านภูมิปัญญา หรือจารึกคำสอน
ในทางพระพทุ ธศาสนาให้คงอยู่ ในส่วนผู้เขียนเมือ่ ได้ยินเรื่องของวัดหน้าพระเมรุในฐานะท่ีสนใจยันต์
เป็นการสว่ นตวั เม่ือได้ยินเกีย่ วกบั ยันตแ์ ละประวัติศาสตร์ท่ีเน่อื งด้วยวัดและยันต์หน้าวัดพระเมรุ จึงทำ
ให้สนใจมาคน้ ควา้ ตอ่ เพือ่ ถอดรหสั ธรรมพรอ้ มความเชือ่ ต่อภมู ปิ ญั ญาของคนในอดตี มโี ลกทัศนแ์ ละระบบ
คดิ อยา่ งไร โดยส่งิ ทีค่ น้ พบกค็ อื ยนั ต์เป็นโลกทัศน์ว่าด้วยการ จารึกคำสอน จารึกความศักดิสิทธ์ิตามทัศ
นของคนโบราณ รวมทั้งเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์แนวคิดว่าด้วยยันตกรรมของสิ่งประดิษฐ์ทาง
พระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ ยนั ต์ทีป่ รากฏทห่ี น้าวัดพระเมรุ จะมีตำนานบอกเล่าในเชิงของประวตั ิศาสตร์
กรณีของการที่วัดไม่ถูกเผาด้วยเหตุผลว่าเป็นวัดของสามเณรพม่า ไม่ถูกเผาพระมียันต์โสฬสปกป้อง
พรางตาไมใ่ ห้ข้าศกึ ศัตรเู ห็น ดงั นนั้ ยนั ตโ์ สฬสจงึ ถกู นำไปเป็นสัญลักษณ์ทางความเชื่อประดิษฐ์เป็นยันต์
ดังนั้นยันต์กับความเชื่อจึงเปน็ บรบิ ทร่วมทางประวัติศาสตร์ของไทย ดังปรากฏเรื่อง “ความเชื่อเรื่อง
ยันต์ในล้านนาจากมุมมองพระพุทธศาสนา” (พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์ และคณะ, 2562 : 1999-
2022) ผลการวจิ ยั พบว่า
“...“ยันต์” หมายถึง ตารางลายเส้นที่ขีดขวางไปมาสำหรับลงคาถา มี
วิวัฒนาการเชื่อมโยงกับแนวคิดเรือ่ ง “มนฺต” ในคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ มีทั้งแนวคิด
ของยโุ รป แอฟรกิ า เอเชีย และประเทศไทย วัตถปุ ระสงค์เพอ่ื ค้มุ ครอง ปอ้ งกนั เมตตา
เสน่ห์ มี 2 รปู แบบ คอื ลายเรขาคณติ และ ลายรปู ภาพ องคป์ ระกอบของยนั ต์ มผี ู้ทำ
วัสดุ ฤกษ์ยาม อักขระ คาถา เคร่ืองสักการะ กระบวนการสร้างยนั ตป์ ระกอบดว้ ย การ
ตง้ั ช่ือยนั ต์ วธิ กี ารทำ การลงยันต์...”
หรือการพดู ถึงยนั ต์ “ตรีนิสิงเห ซง่ึ เปน็ ยนั ตท์ ี่นยิ มในประเทศไทยมาต้งั แตโ่ บราณ สันนษิ ฐานว่า
เขียนขึ้นโดยกลุ่มช่างพื้นบ้านที่มีความเชี่ยวชาญงานจิตรกรรมไทย” ที่ปรากฏในงานวิจัยเรื่อง
“จิตรกรรมภาพยันต์ตรีนิสิงเห เพดานหอพระไตรปิฎก วัดป่าไผ่ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี”
(สิโรตม์ ภินันท์รัชต์ธร,2561: 47-96) ที่เสนอว่า “ที่สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ลงมา
ภาพเขียนแห่งนี้มีความหมายถึงยันต์ตรีนิสิงเห” หรือในงานเรื่อง “ยันต์..ความพันผูกทางพุทธธรรม
ภาษา และ ศิลปะ” (อัญชลี กิ๊บบิ้นส์,2559: 169-202) ที่เสนอผลการศกึ ษาว่า “...ประโยชน์ที่แท้จรงิ
ของยนั ต์ที่พันผกู กับพุทธธรรม และ สามารถไดร้ ับอานุภาพจากยนั ตอ์ ยา่ งสมบรู ณ์ ตราบเทา่ ทผ่ี เู้ ล่ือมใส
ศรัทธาใน,ยันต์น้ันๆ มีความรู้ความเข้าใจ ถอดกลความหมายทีซ่ อ่ นสอนไว้ภายใต้อักขระ ย่อแต่ละตัว
หรือเลขสูตรแต่ละช่องที่บันทึกไว้บนยันต์ นำยันต์มาเป็นเครื่องระลึก เครื่องเตือนสติ เครื่องชี้นำวิธี
ปฏบิ ตั ิและดำเนินชีวติ ไปในแตล่ ะวนั อย่างถูกต้อง ตามครรลองธรรม เพราะวถิ ีความเชอ่ื ทีพ่ ฒั นาข้ึนด้วย
ปัญญา จากความศรัทธา สู่การปฏิบัติ...” หรือในงานเรื่อง “การศึกษาเชิงวิเคราะห์สัญลักษณ์ทาง
พระพุทธศาสนาที่ปรากฏในยันต์ไทย” (ธรี โชติ เกิดแกว้ ,2555: 55-72) ทใ่ี ห้ผลการศึกษาว่า
“...รูปแบบของยนั ต์ไทยจะมีรูปทรงแบบเรขาคณิตคือ ทรงกลม สามเหลีย่ ม สี่เหล่ียม
และรูปทรงอิสระที่มีอย่างหลากหลาย...ยันต์ หมายถึง การย่อเร่ืองที่เก่ียวกับพระพุทธศาสนา
และความเชื่ออื่นๆ ให้สัน้ ลงเพื่อสะดวกแก่การจดจำและนำไปใช้ โดยสื่อผ่านรปู ทรง ลายเสน้
รูปภาพ อักขระ ตัวเลข คาถา ชื่อยันต์ และองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งพัฒนามาจากความเชื่อใน
คัมภีร์อถรรพเวทผา่ นทางศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาแบบมนั ตรยาน ผสมผสานกบั ความ
เช่อื อนื่ ๆ ในสังคมไทยจนกลายเป็นอัตลกั ษณ์ของยนั ตต์ ั้งแตย่ คุ สุวรรณภมู ิจนถงึ ปจั จุบัน…”
รูปแบบของยันต์ไทยจะมรี ูปทรงแบบเรขาคณิตคอื ทรงกลม สามเหล่ียม สเี่ หลีย่ ม และรูปทรง
อิสระที่มีอย่างหลากหลาย แต่ถ้ากล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการใช้จะมี ๒ ประเภท คือ ยันต์ที่นำไปใช้
ในทางที่ดี เช่น ป้องกันภัย ทำใหเ้ กดิ โชคลาภ เปน็ ตน้ จดั เขา้ ในไสยศาสตรข์ าว และยนั ตท์ ีน่ ำไปใชใ้ นทาง
ทีไ่ ม่ดี เช่น ทำร้ายคนอื่นให้ฉิบหาย,ยันต์ หมายถงึ การย่อเรื่องท่ีเกีย่ วกบั พระพุทธศาสนาและความเชื่อ
อื่นๆ ใหส้ นั้ ลงเพือ่ สะดวกแกก่ ารจดจำและนำไปใช้ โดยส่ือผา่ นรปู ทรง ลายเสน้ รปู ภาพ อักขระ ตัวเลข
คาถา ชื่อยันต์ และองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งพัฒนามาจากความเชื่อในคัมภีร์อถรรพเวทผ่านทางศาสนา
พราหมณ์และพุทธศาสนาแบบมันตรยาน ผสมผสานกับความเชื่ออื่นๆ ในสังคมไทยจนกลายเป็นอัต
ลกั ษณ์ของยันต์ต้งั แต่ยุคสวุ รรณภูมจิ นถึงปจั จุบนั หรอื ในงานเรื่อง “ความสำคญั ของระบบเลขในคัมภีร์
ตรนี สิ งิ เห” (ณฐั ธัญ มณีรัตน์, ชานป์วิชช์ ทดั แก้ว,2562: 144-161) ท่ีสะทอ้ นผลการศกึ ษาว่า “... ตัวเลข
พื้นฐานที่ใช้ในยันต์เกี่ยวข้องกับดวงดาว,มีการนำเอาแนวคิดทางศาสนา โดยเฉพาะพุทธปรัชญามาใช้
อธิบายตัวเลข การศึกษาเลขยนั ต์ของชาวพุทธไทยโบราณกำหนดให้ศึกษาคัมภีร์ตรีนิสงิ เห ซึ่งจัดอยูใ่ น
คมั ภีร์ลบผงหลกั หนงึ่ ใน 5 ปกรณ์ เนื่องจากคัมภีรเ์ ล่มนี้มีบทบาทสำคญั ในการประกอบพิธกี รรมทางไสย
ศาสตร์และการใช้เลขศาสตร์...”และในงานเรื่อง คัมภีร์ตรีนิสิงเห : การตรวจสอบชำระและบทบาทใน
สงั คมไทย (ณฐั ธญั มณีรัตน์,2560) ท่ใี ห้ผลการศึกษาไว้ว่า
วชิ าเลขยนั ตเ์ ปน็ ส่งิ สำคัญของการศกึ ษาไสยศาสตร์ในประเทศไทย เลขยันต์มีบทบาท
ในวิถีชีวิตของผู้คนจากอดีตถึงปัจจุบัน การศึกษาวิชาไสยศาสตร์แบบโบราณ ผู้ศึกษาจะต้อง
ศกึ ษาคัมภีร์ลบผงเปน็ อย่างแรก เร่ิมต้นด้วยคัมภีรป์ ถมัง จากนนั้ จึงศกึ ษาคมั ภีร์ลบผงสำคัญอีก
4 คมั ภรี ์ เนอ่ื งจากคัมภรี ล์ บผงเปน็ บาทฐานสำคัญในการเขา้ ใจระบบเลขยันต์ คัมภีร์ตรีนิสิงเห
เปน็ หนงึ่ ในคัมภีร์ลบผงสำคัญทงั้ 5 คัมภีร์ มีเนอื้ หาเก่ยี วกบั เลข การแทนค่าตัวเลขและทม่ี าของ
ตวั เลขตา่ ง ๆ ชว่ ยใหผ้ ศู้ กึ ษาเขา้ ใจเลขท่ีใชใ้ นระบบเลขยนั ต์ตา่ ง ๆ ได้อย่างถูกต้อง คมั ภรี ต์ รีนิสิง
เหเปน็ คมั ภีร์ท่ีหลงเหลือต้นฉบับอยู่นอ้ ยทส่ี ดุ การสบื ทอดองคค์ วามรู้ก็เหลอื อยู่น้อยเช่นกนั การ
ตรวจชำระต้นฉบับจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษาองค์ความรู้ไว้ไม่ให้สูญหาย คัมภีร์ตรีนิสิงเห
ประกอบดว้ ยองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน คือ บทนมัสการครู การทำอัตราทวาทสมงคล ที่มา
ของอัตราทวาทสมงคล การคูณหารอัตราทวาทสมงคลและอุปเท่ห์...ตรีนิสิงเหไม่เพียง
ประกอบด้วยแนวคิดเกี่ยวกับศาสนา แต่ยังมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยนับจากอดีตจนถึง
ปัจจบุ นั ไดแ้ ก่ ดา้ นวิทยาการความรู้โบราณ ดา้ นศาสนาและความเช่อื ดา้ นสงั คมและวัฒนธรรม
สงิ่ เหลา่ นีเ้ ปน็ เคร่ืองยืนยนั ความสำคญั ของคมั ภรี ต์ รีนิสงิ เหต่อสงั คมไทย...
รวมไปถึงในงานวิจัยเรื่อง “องค์พระและสูญนิพพานในคัมภีร์ตรีนิสิงเห” (ณัฐธัญ มณีรัตน์,
ชานปว์ ิชช์ ทดั แก้ว, 2561: 8-26) ทีส่ ะท้อนขอ้ มูลวา่ “...คัมภรี ์ตรนี สิ ิงเหมกี ารใชร้ ะบบตัวเลข เพอื่ สรา้ ง
สญั ลกั ษณ์บางอย่างใช้อธิบายแนวคดิ ทล่ี กึ ซงึ้ เกย่ี วกับปรมัตถธรรมผ่านกระบวนการทางคณิตศาสตร์...”
รวมท้ังงานวิจยั เร่อื ง “คง เข้ม ขา่ ม ขลังเครอื่ งรางล้านนา” (วิลักษณ์ ศรีปา่ ซาง,2558: 13-27) ท่ีพูดถึง
เครอื่ งรางในวิถแี หง่ ล้านนาทรี่ วมท้งั ผ้ายันตด์ ว้ ยทสี่ ะท้อนผลการศกึ ษาว่า “เครื่องรางเหล่าน้เี ป็นทั้งของ
โบราณ เปน็ งานศลิ ปะอดุ มดว้ ยความเชื่อ...”
นอกจากนี้ในบริบทของประเทศที่เป็นอุษาคเนย์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังปรากฏใน
ฟิลิปปินส์ ในงานศึกษาเรื่อง “The Traditional Tattoos of the Philippine Cordillera Region: A
Study on their differences in Appearance, Causes and Discursive Strengths” (F.P.A.
Demeterio III,Janette Calimag, Mr. Bren Zafra, & Ms. Lady Aileen Ambion,2016) ในเมียนมาร์
ดังปรากฏในงานศึกษาเรื่อง “Tattoo Art in Myanmar Culture: Special Reference with State
Bondsmen of Cavalry Corps” (Moe Moe Oo,2016) หรือการสักยันต์ในกลุ่มชาติพันธุ์มาลยู
มาเลเซีย ในงานวิจัยเรื่อง “A Pilot Study on Tattooing Culture in Peninsular Malaysia” (T.
Nataraja Moorthy,2015)) หรือในวิถีแห่งอินโดนีเซีย ในงานเรื่อง “Tribal Tattoos of Indonesia:
An Ancestral Art.” (Lars Krutak.2014Pp. 188-192) ในเวียดนาม ดังงานศึกษาเรื่อง “ The
Changing Status of Tattoos in Vietnamese Society” (Hannah Stephenson;2019) ประเทศ
ไทย “Thai Magic Tattoos The Art And Influence of Sak Yant” (Drouyer, Isabel; Drouyer,
Rene,2013) หรือวิถแี ห่งอักษรขอมในบริบาทของวัฒนธรรมไทยลาวซึ่งหมายถึงยันตด์ ้วยดงั ปรากฏใน
งานเรื่อง “AKSOON KHOOM: Khmer Heritage in Thai and Lao Manuscript Cultures (Jana Igunma) และใน
บางประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น ดังปรากฏในงานเรื่อง “Japanese traditional tattooing in modern
Japan” (Dag Joakim Gamborg,2012) ที่ยกมาทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถงึ วิถีของยันตก์ ับความเชือ่ ซ่งึ
เปน็ วถิ ที างวัฒนธรรมของกลมุ่ ชาติพนั ธ์ุนั้น ๆ ดังท่ียกมาเปน็ กรณีเชื่อมโยงใหป้ รากฏเป็นต้น
ภาพ 1 อุโบสถวัดหนา้ พระเมรุ อนั เปน็ ท่ีมาของโสฬส (ภาพ : ผเู้ ขยี น 4 เมษายน 2563)
แนวคดิ ของยนั ต์กบั ความศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ
ยันต์ในปัจจุบันถูกสร้างผ่านโลกทศั น์ของความศกั ดิส์ ิทธ์ิ ในฐานะทีผ่ ูเ้ ขียนมีพระอุปัชฌาย์เป็น
พระเกจิ คอื หลวงพ่อห้อม อมโร (พระราชพฤฒาจารย์/พ.ศ.2463-2541) อดีตเจ้าคณะจงั หวัดสโุ ขทยั (ดิ
เรก ด้วงลอย,พระปลัดระพนิ พทุ ธิสาโร,2563) ที่มคี วามเกย่ี วเนอ่ื งกับยันตก์ นั ไฟของท่านที่บ้านไหนเอา
ไปบชู าจะมีความศักดส์ิ ิทธ์ปิ อ้ งกนั ไฟได้ โดยมีประวตั ิว่ายันตด์ งั กลา่ วจารึกอยใู่ นหัวเสาวหิ ารหลวงพอ่ ขาว
ที่วัดคูหาสุวรรณ จ.สุโขทัยแล้วถูกไฟไหม้ แต่ไฟไหม้ไม่หมด ในสวนยันต์และบริเวณใกล้เคียง จึงไป
ค้นพบและพบยันตด์ งั กลา่ ว จงึ เช่อื ว่าน่าจะดว้ ยอานสิ งคข์ องยันต์ จึงถูกนำมาสรา้ งเปน็ ยันต์กันภัยให้กับ
ศิษย์ในชั้นหลังผ่านยนั ต์ดังกล่าว ในส่วนแนวคิดที่ปรากฏนับมาแต่อดีตยันต์ถูกศักดิ์ในตัวคน หรือถกู
เขียนในผา้ ประเจียด เสื้อยันต์ นัยหนึ่งเป็นการบันทึกคำสอน นัยหนึ่งเป็นการเสริมแรงเพื่อปอ้ งกันภัย
ตามคตคิ วามเช่ือแตโ่ บราณดงั กรณคี นไทใหญก่ ับการสกั ไวเ้ ตม็ ตัวเพ่ือเปน็ การแสดงถงึ ความเป็นเพศชาย
ที่เข้มขลังและทำหน้าที่ปกป้อง ดังในงานของ Joe Cummings (2011) ในงานศึกษาเรื่อง “Sacred
Tattoos of Thailand: Exploring the Masters, Magic and Mystery of Sak Yan” ห ร ือ ในง าน
Drouyer, Isabel; Drouyer, Rene. (2013) เรื่อง Thai Magic Tattoos The Art And Influence of
Sak Yant” โดยงานศึกษาก็จะออกไปในทางความเชือ่ เกี่ยวกบั ความศักดิ์สิทธิท์ ี่อยู่ในกลุม่ ของชาวไทย
และได้สง่ กระจายเปน็ อิทธไิ ปยงั กลุ่มชาวจีนโพน้ ทะเล อาทิ ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซยี เป็นตน้ ดัง
ปรากฏในงานศกึ ษาสองเล่มดงั กล่าว
ในส่วนยนั ตโ์ สฬสกับความศักดสิ ทิ ธิ์ตามคติวา่ ดว้ ยความศักด์ิสทิ ธิ์ หากดูยันตพ์ ฒั นาการของยนั ต์
จะมีความเกี่ยวข้องกับความศักดิ์ดังกรณีของยันต์ที่วัดหน้าพระเมรุ ก็จะมีตำนานความศักดิ์สิทธิ์เช่น
ปกปอ้ งภัย เผาไมไ่ หม้ และคาดวา่ น่าจะเปน็ คติ หรอื แนวคดิ เม่ือครงั้ รัชกาลท่ี 1 (พ.ศ.2325-2352) ได้นำ
ยันต์หน้าพระเมรุไปจารึกในเสาหลักเมืองดว้ ยประหนึง่ เป็นแนวคิดว่าแคล้วคลาด ปลอดภัย รวมไปถงึ
ปกปอ้ งบ้านเมือง ซง่ึ แนวคิดความเชอ่ื เก่ยี วกบั ยันต์ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสฺ เทโว,พ.ศ.2399-2487
อายุ 89 ปี) สมเด็จพระสังฆราช พระองคท์ ่ี 12 แหง่ กรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2481-2487) วดั สุทัศนเทพว
รารามราชวรมหาวิหาร ผู้เจนจบใน พระยันต์รอ้ ยแปด ทรงพิจารณาแล้วเหน็ ว่า เป็นยันตอ์ ันวิเศษสุด
กว่ายันต์ทง้ั ปวง พระองคไ์ ดน้ ำไปประทบั ในพระอโุ บสถของวดั สทุ ัศนเทพวราราม และเขียนสอดใส่ไว้ใต้
หมอนหนุนศีรษะตลอดเวลา จนกระทั่งท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2487 ลูกศิษย์จึงได้พบแผ่นยันต์มหา
โสฬสมงคล วางไวใ้ ตห้ มอนของทา่ น ลูกศษิ ยใ์ นชนั้ หลังไดน้ ำยันต์ดงั กลา่ วมาทำเป็นตระกรุด หรือหลวง
พ่อตดั วัดชายนา (พระพุทธวริ ยิ ากร,พ.ศ.2475-2552 อายุ 77 ปี) กม็ คี ตเิ กยี่ วกับยันต์โสฬส ท่ีปรากฏมา
แต่อดีต หรือ “ตะกรุดโทนมหาโสฬสมงคล” หลวงปู่เอีย่ ม (พ.ศ.2359-2439,อายุ 80 ปี) วัดสะพานสงู
อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลวงปู่เอี่ยม ก็ได้อัญเชิญไปดัดแปลงจัดสร้างเป็นตะกรุดโสฬสจนเป็นที่ขนาน
นามของท่าน "ยันต์โสฬสมงคลและยนั ตโ์ สฬสมหามงคล" จดั เป็นยนั ตช์ ้นั สูง ทำเปน็ ตวั เลข 3 ชั้น ชน้ั นอก
ลงด้วยเลข 16 ตัว (โสฬส แปลว่า 16 ชั้นฟ้า มีความหมายถึงภูมิชั้นอรูปภูมิอันเป็นถิ่นที่อยู่ของพระ
พรหมทั้ง 16 ชั้น และหมายถึงพระพุทธคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 16 ประการ) ก็มี
ตำนานและเป็นที่เล่าขานเนื่องด้วยยันต์โสฬสด้วยเช่นกัน ดังนั้นยันต์ในมิติของความศักดิ์สิทธิ์จึงมา
พร้อมกับยันต์ โดยในความเป็นยันต์เป็นโลกทัศน์ท่ีเชื่อมกับประวัติศาสตร์และการเกิดขึ้นของยันต์ ใน
องค์รวม เพือ่ สทิ ธ์ิประโยชนข์ องการเกิดขน้ึ หรอื การเร่มิ ของของสิ่งทเี่ กิดขึน้ จนกระทงั่ ปจั จบุ นั
ดังปรากฏในงานของกิตติพฒั น์ เพช็ รทองนะ (2551) เรือ่ ง “การตัง้ ชอ่ื ยันต์ของคนไทย” ซ่ึงได้
สะท้อนผลการศึกษาว่า “ความเชื่อและค่านิยมของคนไทยหลายประการ ได้แก่ความเชื่อเกี่ยวกับ
พระพุทธศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาฮินดู ความเชื่อเกี่ยวกับผีสางเทวดา ความเชื่อเกี่ยวกับ
โหราศาสตร์ ความเช่ือเก่ยี วกบั เครื่องรางของขลงั และค่านยิ มเกยี่ วกับสงิ่ พึงปรารถนา...” มีผลการศึกษา
ในงานของ Simart Prateepavanich (2015 : 59-73) ซึ่งเป็นบทความภาษาอังกฤษชื่อผลการศึกษาวา่
The development of fashion from the beliefs and amulets of Thailand หรือในช่ือภาษาไทย
วา่ “การพฒั นาเสือ้ ผา้ แฟช่ันจากความเชือ่ และเคร่อื งรางของขลังของไทย” ท่อี อกแบบผลิตภัณฑ์ผ่าน
ชดุ ความเช่ือวา่ ด้วยเรื่องของความขลงั ศกั ดิส์ ิทธิด์ ังกรณีของเสื้อยันต์ เปน็ ต้น หรอื ในงานของในงานของ
วานิษา บัวแย้ม (2556,หน้า 6) เรื่อง “ศึกษาแนวคิดยันต์รูปตัวละครรามเกียรติ์” ให้ข้อมูลว่า“...ยนั ต์
โสฬสมหามงคล ซึ่งเป็นการนำเอานามของเทวดาและศาสตราวุธ 4 ชนิด ลงไว้ตามด้านต่าง ๆ ส่วน
อกั ขระตั้งแต่ นโมพุทธายะ..เป็นตน้ ไป ได้ถกู นำมาประดษิ ฐ์เป็นยนั พระเจา้ นอโม หรอื ยนั ต์ปฐมอักขระซงึ่
เป็นยันต์สี่เหล่ียมภายในแบ่งเป็น 25 ช่อง แต่ละช่องมีอักขระหนึ่งตัว เดินด้วยกลม้าหมากรุก” (เทพย์
สารกิ บตุ ร,2501,หนา้ 127) ยนั ตโ์ สฬสมหามงคล "ยันตโ์ สฬสมงคล" และ "ยันตม์ หาโสฬสมงคล" จดั เป็น
ยันต์ชนั้ สูง ทำเป็นตัวเลข 3 ชน้ั ชั้นนอกลงดว้ ยเลข 16 ตวั (โสฬส แปลวา่ 16 ช้นั ฟา้ มคี วามหมายถึงภมู ิ
ชั้นอรูปภูมิอันเป็นถิ่นที่อยู่ของพระพรหมทั้ง 16 ชั้น และหมายถึงพระ พุทธคุณแห่งองค์สมเด็จพระ
สมั มาสมั พุทธเจา้ 16 ประการ) พระมหายันต์นปี้ รากฏหลักฐานในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้า
จฬุ าโลก รัชกาลท่ี 1 (พ.ศ.2325-2352) ทรงต้งั ศาลหลักเมอื ง เมือ่ วันท่ี 21 เมษายน พ.ศ. 2325 โปรดให้
อัญเชิญ "ยันตม์ หาโสฬสมงคล" ประดษิ ฐานไว้ทส่ี ว่ นยอด เพ่ือนำความเจรญิ รงุ่ เรอื งและมหามงคลยันต์
โสฬสมงคลเป็นมหายันตท์ เี่ กดิ จากการนำเอายนั ต์ 3 ชนิดมารวมกันไว้ โดยใช้ตวั เลขแทนดว้ ยความหมาย
มงคลต่าง ๆ ตรงกลางช่องเลก็ 9 ช่อง คอื ยนั ตจ์ ตโุ ร ถัดมาวงกลางเปน็ ยนั ตส์ ูตรตรนี ิสงิ เห และด้านนอก
สดุ เปน็ ยนั ตอ์ รยิ สัจโสฬส จากนน้ั อักขระด้านนอกท่ีล้อมยนั ต์อย่คู ือ พระคาถาบารมี 30 ทศั
การถอดรหสั ธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนาในยนั ต์โสฬส
ภาพท่ี 2 ยันต์โสฬส ลายเสน้ โดยพระครวู นิ ยั ธรเอก ชนิ วํโส 28 มกราคม 2561
จากหนงั สอื หนงั สือวัดพระเมรรุ าชิการาม (วัชรี สวามิวัศด์ุ,2559) พิมพข์ ึน้ เพอื่ สมโภช 513 ปี วดั
หนา้ พระเมรุ โดยในหนงั สือกล่าวถงึ ยันต์ ท่ีทำด้วยแผน่ ดนิ เผาติดเหนือประตทู างเขา้ พระอโุ บสถ 21 แผน่
มี จารกึ แผ่นแรก แปลความว่า "ทา่ นผเู้ จรญิ ขอใหท้ านศลี เนกขิมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ อธษิ ฐาน
เมตตา จงมาแกท่ ่านทง้ั หลาย ขอศตั รูของท่านคงหลีกล"ี้
สว่ นแผ่นท่ี 2 ก็แปลความหมายคล้ายกันคอื "เชญิ ท่านผ้เู จรญิ ทัง้ หลาย คอื ทาน ศีล เนกขมิ มะ
ปัญญา วริ ิยะ ขันติ สจั จะ อธิษฐาน พรอ้ มเมตตา อุเบกขา มา ณ ท่นี ้ี จงจับอาวธุ ขึ้น ตอ่ ยทุ ธ
คาถานเ้ี รียกว่า คาถาอาวุธหรือคาถาอายันตุโภนโต หรือคาถาพระพุทธเจา้ ปราบมาร (ลักษณะ
ของคาถาก็คอื บารมี 10 ทศั ของพระโพธสิ ตั ว์ที่ปรารถนาจะเปน็ พระพุทธเจ้า)
ปรากฏเป็นยันต์นั้นเรียกว่า ยันต์โสฬสมงคล ในหนังสือนี้อธิบายว่า ยันต์โสฬสมงคล เป็น
สัญลกั ษณ์แทนสง่ิ มงคล 16 อยา่ ง เชน่ เลข 9 แทนโลกุตรธรรม 9 อยา่ ง คอื มรรค 4 ผล 4 และนพิ พาน
1 เลข 5 แทนพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ในภัทรกัลปน์ ้ี
ตวั เลขในกรอบชั้นกลาง เรยี ก ตรนี สิ ิงเห หมายถงึ เลข 3 ตวั 4 ชุด โดยวัตถุประสงค์คอื นำตัวเลข
3 ตวั มารวมกนั ไดเ้ ท่ากบั 15 โดยทกุ กลุ่มจะมเี ลข 5 ท่ีน่าจะหมายถึงพระพทุ ธเจ้า 5 พระองค์ เป็นแกน
หลกั ส่วนชนั้ ใน กป็ ระกอบด้วยตัวเลข 9 ตัว เชน่ เดยี วกับชน้ั นอก
ในหนงั สอื รอยสกั สยามใหค้ วามหมายของเลขในยนั ตท์ เ่ี กยี่ วกบั พทุ ธศาสนาไว้ดังนี้
เลข 1 หมายถึงคุณแหง่ นพิ พาน ซงึ่ มเี พยี งหนึ่งเดยี วไม่แยกเปน็ สภาวะ เอก มคเฺ ค วสิ ทุ ธยิ า ทาง
สายเอก มีเพยี งสายเดียว คือพระนพิ พาน ดงั นัน้ รหสั ธรมคำสอนที่ปรากฏในยันต์จึงถกู ตีความว่าเป็น 1
ซ่งึ เป็นแนวคดิ ทมี่ าพรอ้ มกับการฝังตัวเลข รวมไปถงึ ปรากฏในสถาปัตยกรรมการกอ่ สร้างด้วยเช่นกนั
เลข 3 หมายถึงคุณแห่งพระรตั นตรยั
เลข 4 หมายถงึ คุณแห่งมรรคผล 4 หรอื พรหมวิหาร 4
เลข 5 หมายถึงคุณแหง่ ศลี 5
เลข 8 หมายถงึ คณุ แห่งพระกรรมฐาน
เลข 9 หมายถงึ คณุ แห่งมรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1
เลข 10 หมายถึงคุณแห่งครบู าอาจารย์
เลข 14 หมายถงึ คณุ พระสงฆเ์ จา้
เลข 38 หมายถึงคณุ พระธรรมเจ้า เป็นตน้
ในความหมายอืน่ สมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ ให้ ความหมายที่ต่างไปจากความหมายใน
หนงั สอื วัดพระเมรุ ราชกิ าราม กค็ ือ ตวั เลข 16 ตัว ช้นั นอก หมายถึง ภูมชิ ั้นรปู พรหม ซงึ่ มี 16 ช้นั และ
หมายถงึ พทุ ธคณุ แหง่ องค์พระสมั มาสัมพทุ ธเจ้า 16 ประการด้วย
ดังนน้ั แนวคดิ ตีความอาจมหี ลกั ธรรมอน่ื ๆ ท่ีสามารถอธิบายผา่ นศาสตร์แหง่ ตัวเลขได้ในหลาย ๆ
กรณีแต่ก็สามารถทำให้เห็นว่าเปน็ บทสรปุ ทชี่ ัดเจนวา่ ยันตไ์ ดก้ ่อใหเ้ กิดคณุ คา่
ยันตโ์ สฬสมงคลน้ี พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ไดป้ ระดิษฐานไวท้ สี่ ่วนยอดของเสา
หลักเมอื งกรงุ เทพฯ เพอ่ื เปน็ มงคลแหง่ ความเจรญิ รงุ่ เรอื ง
วถิ ีพุทธธรรมในยันตแ์ ละในยนั ตโ์ สฬสทีห่ นา้ วดั พระเมรุ
หากนำแนวคิดเรือ่ งยนั ตท์ ป่ี รากฏในพัฒนาการทางสงั คมไทย ทเี่ นอื่ งดว้ ยพระพทุ ธศาสนาจะ
พบวา่ ยนั ต์เป็นกลไกรว่ มทางสงั คมสง่ ผลใหเ้ กิดเงื่อนไขของการคงอยแู่ ละการขบั เคลอ่ื นรว่ มกนั ไป
ขา้ งหน้าต่อความอดุ มคติ หลกั การคำสอนทางพระพุทธศาสนาทป่ี รากฏนับแต่ครงั้ พุทธกาล ซ่งึ สามารถ
จำแนกวิถีพทุ ธธรรมในยนั ตท์ ่วั ไปและเจาะจงไปเฉพาะที่วัดหน้าพระเมรุ ซงึ่ สามารถจำแนกไดค้ ือ
1.โลกทัศน์ทางพระพุทธศาสนา วิธีการจดคำสอนไว้ในอดีตเป็นด้วยภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ
และใชโ้ ลกทศั นค์ วามรูท้ างพระพทุ ธศาสนา บรรจไุ วใ้ นตัวคนนัยหนงึ่ วา่ ด้วยความขลังศักดส์ิ ิทธิ์ แนวคิดที่
2 ว่าด้วยการบรรจุหรือรักษาองค์ความรูด้ ้านพระพุทธศาสนา คนพอมีศักดิ์สงครามหรืออพยพย้ายถ่นิ
องค์ความรู้เหล่านั้นก็จะติดตามตัวคนไปยังพื้นถิ่นที่ต่าง ๆ ดังนั้นยันต์จึงสัมพันธ์กับระบบคิดทาง
พระพุทธศาสนาหากมองในกลจกั ร จะเห็นการวางระบบจากศนู ย์กลางออกจากดา้ นใน การบวกกนั ของ
เลขในยันต์แลว้ ได้ การเขยี นอักษรย่อ อาทิ
(1) ยนั ตม์ หาอุตม์ - ชว่ ยเรอื่ งการคงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม มอ่ื ถอดรหสั อักษรแล้ว
จะพบวา่ อกั ษรท่ีจารึกด้วยคำวา่ นโม พทุ ธายะ อิสวาสุ อิ-อติ ิปิโส, สวา-สวากขาโต สุ-สุปฏปิ ันโน)
(2) ยนั ต์ 5 ยอด - สื่อถึงความค้มุ กันภยั และอนั ตรายทง้ั ปวง หรอื แคล้วคลาดปลอดภัย ยันต์ 5
ยอด มีอักษร [แถวที่ 1] “อะ-สํ-วิ-สุ โล-ปุ-สะ-พุ-ภะ” เมื่อถอดความออกมาจะเปน็ ขอ้ ความทีก่ ลา่ วถึง
การสรรเสริญพุทธคุณที่ย่อคำหน้าของพุทธคุณมา อ เท่ากับ อรหัง สํ เท่ากับ สัมมาสัมพุทโธ/วิ-วิชา
จรณสมั ปนั โน/ส-ุ สคุ โต/โล-โลกวทิ ู อนตุ โร/ป-ุ ปุรสิ ทมั มาสารถิ/ส-สัตถาเทวมนสุ านงั /พุ-พุทโธ/ภะ-ภควา
ติ [แถวที่ 2] “สํ-วิ-ธา-ปุ-กะ-ยะ-ปะ” ซึ่งถอดรหสั ออกมาเป็นอักษรย่อในคมั ภีร์อภิธรรม 7 คัมภีร์ อัน
ประกอบด้วย สํ-สังคณี/วิ-วภิ ังค์/ธา-ธาตุกถา/ปุ-ปุคคลบญั ญัติ/ก-กถาวัตถุ/ย-ยมก [แถวที่ 3] “นะ-โม-
พุทธายะ” [แถวที่ 4] มีอักษรย่อว่า มะ - อะ - อุ ถอดความได้ว่า ม-มนุสสานัง ซึ่งเป็นการกล่าวถึง
พทุ ธคุณหรือคณุ ของพระพุทธเจ้า ในสว่ น อะ-อกาลโิ ก เอหิปสั สโิ ก ฯ ท่ีกล่าวถึงคณุ พระธรรม - อุ-อุชปุ ฎิ
ปันโน ภควโตสาวสังโฆ หมายถึงพระสงฆ์ [แถวที่ 5] อะ-อะระหัง หมายถึงคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า
พระพทุ ธเจา้ สูงสุด เป็นต้น
(3) ยันต์โภคทรัพย์ 5 แถว –ในทางยันต์ขลังมีเป้าหมายเพื่อ เมตตามหานิยม หนุนดวงชะตา
ความสำเร็จ ราศีประจำตัว และคาถามหาเสน่ห์ จะประกอบด้วยอักษรยันต์ที่เป็นคำจารึกว่า นะโม
พุทธายะ นเมติ ขอความนอบน้อมจงมแี ด่พระพทุ ธเจ้า จากยันต์ท่ียกมาจะทำให้เห็นวา่ ทั้งหมดสือ่ โลก
ทัศน์ทางพระพุทธศาสนา เป็นพระรัตนตรยั อันเป็นความเชื่อสงู สุดในพระพทุ ธศาสนา ทง้ั หมดเปน็ บท
สรรเสรญิ บชู าพระรตั นตรยั หรือพระพทุ ธพระธรรม พระสงฆ์ แนวคิดดังกล่าวจึงสัมพันธ์กบั ระบบคดิ ทาง
ศาสนา หรือมีโลกทศั นท์ างพระพทุ ธศาสนาและปรากฏในยันต์
ภาพ 3 ยันต์ 5 ยอด I ยนั ต์ 5 แถวI ยนั ต์มหาอุตม์ กับรหสั ทางภาษา และโลกทศั นพ์ ทุ ธรตั นตรยั ทบี่ รรจุ
อยู่ในยันต์ (ภาพ : ออนไลน์)
2.หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามีจำนวนมาก แต่วิธีการ
จารกึ คำสอนมไี ดห้ ลายวธิ ี เชน่ การบันทึกเป็นคัมภีร์ ในอดีตบันทึกใส่แผน่ หิน ในหนังสอื ในไม้ ดังกรณี
พระไตรปฎิ กไม้ในเกาหลี จารกึ หนิ ท่เี สาหินพระเจ้าอโศก หรอื จารกึ ในแผ่นหินในพมา่ รวมไปถงึ จารกึ คำ
สอนในใบลาน ในกระดาษผา่ นระบบการพมิ พแ์ บบสมยั และปัจจบุ นั ในรปู ของระบบดิจติ อลท่ีสะดวกต่อ
ต่อการสืบคน้ และพกพา ซงึ่ แนวคิดในการจารึกมีคำสอนมีพฒั นาการมาพร้อมกบั ยุคสมยั ของแต่ละช่วง
เลาที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาและโอกาส แต่โดยสาระสำคญั ว่าดว้ ยการบันทึกคำสอนเป็นสำคัญ ใน
งานวิจัยของ พระพิษณุพล สุวณฺณรูโป (รูปทอง) (2554) เรื่อง “การศึกษาหลักพทุ ธธรรมและคุณค่าที่
ปรากฏในยันต์เทียนล้านนา : กรณีศึกษาเฉพาะในเขตอำเภอเมือง จังหวดั ลำปาง” ที่ใหข้ ้อมูลผา่ นการ
วจิ ยั ว่า “พุทธธรรมในยันตเ์ ทียน ได้แก่ ไตรสรณคมน์ ไตรลักษณ์ อริยสจั 4 ทิฏฐธมั มิกัตถะ โพชฌงค์ 7
พุทธคุณ 9 บารมี 10 และความไมป่ ระมาท ซ่ึงลักษณะของหลกั พทุ ธธรรมที่ปรากฏ…” รวมท้งั ในยันต์
เทียนนน้ั เป็นการนำเอาสว่ นทสี่ ำคญั สรุปยอ่ เขียนเปน็ ยันต์เทยี นขึ้นมาเพ่ือเปน็ อุบายวิธีใน การเผยแผ่
ธรรม เช่น อิ สวา สุ ทุ ส นิ ม เป็นต้น ในส่วนพุทธธรรมสำหรับผูท้ ำยันต์เทียนและผู้บชู ายันต์
เทียน ได้แก่ ไตรสิกขา บุญกิริยาวตั ถุ ฆราวาสธรรม สังคหวตั ถุ 4 พรหมวิหาร 4 และอรยิ มรรคมอี งค์ 8
ซงึ่ ไม่ไดเ้ ขยี นแทรกไวใ้ นยนั ต์ เทียน แตจ่ ะเป็นการตั้งเปน็ ขอ้ ปฏบิ ัติสำหรับผู้ทำยนั ต์เทยี นและผูจ้ ดุ บูชา
ยันต์เทียนไดป้ ฏิบตั ิตาม
3.การเกบ็ รกั ษา/บนั ทึกคำสอนทางศาสนา จากการถอดรหสั ธรรมจากยนั ต์โสฬส จะพบวา่ การ
ให้ค่าตัวเลขที่ปรากฏในยันต์จะพบเป็นการวาง “กลศาสตร์” ในทางคณิตศาสตร์คือทำให้เลขยันต์
เหลา่ นั้นเปน็ ยันตท์ ี่สะท้อนออกมาเป็นโลกทัศน์ของยนั ต์ จะพบวา่ โลกทัศนท์ างพระพุทธศาสนาปรากฏ
ในวถิ ีทางพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ 9 ว่าด้วยพทุ ธคุณ 9 1 เทา่ กับสภาวะของพระนิพานที่มีเพียงหน่ึง
เดียว เป็นต้น โลกทัศน์ของยันต์ว่าด้วยเรื่องของยันต์เป็นสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่ายันต์มีความหมาย
ในทางคณิตศาสตรแ์ ละการแฝงฝงั คำสอนในทางพระพทุ ธศาสนาดังปรากฏในยันตข์ อง
4. ภมู ิปญั ญาทางกลศาสตร์และการคำนวนในยนั ต์ แนวคิดในอดีตศาสตร์ทางสถิติหรอื ตัวเลข
อาจะสะท้อนเปน็ ค่านยิ มของยันต์ ซึง่ ในทางพระพุทธศาสนาจะมคี ำสอนจำนวนมาก แต่การใส่ตวั เลขเข้า
ไปเปน็ การสะท้อนคา่ นยิ มความเชื่อเกี่ยวกับยนั ต์ไดจ้ ำนวนมาก และในยนั ต์เหลา่ นน้ั สะทอ้ นออกมาเป็น
ปรากฏการณ์ของการอยแู่ ละเกิดข้ึนเกีย่ วกบั ยนั ต์เป็นสำคญั ทำให้เหน็ วา่ ยันตม์ คี ุณค่าในฐานะเป็นส่วน
หนึ่งของคำสอนทีเ่ ปน็ ประโยชน์ต่อหลกั การและความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา
5.การสะทอ้ นกระบวนทศั น์ความเชอ่ื ทางสงั คม หมายถงึ ยันตไ์ ปสมั พันธก์ บั ความศกั ด์ิสทิ ธต์ิ าม
ชดุ ความเชอ่ื ส่ิงเชอื่ และกลไกทก่ี อ่ ใหเ้ กิดพฤติกรรมความเช่ือทางสงั คม เช่น เชอื่ วา่ ยันต์โสฬส “...ยันต์นีม้ ี
คุณานุภาพมาก อาจป้องกันบำบัดเสียซึ่งอุปัทวอันตรายทั้งปวง ก่อให้เกิดลาภสการมงคล คุ้มครอง
ปอ้ งกันใหไ้ ดร้ บั ความสขุ สวัสดี เปน็ มหาวเิ ศษนกั แล เปน็ ทงั้ ทางอย่คู ง แลเป็นเมตตาดว้ ย ทำให้เกิดโภค
ทรัพย์เงินทอง ตามแตจ่ ะใช้เถิด ยันต์น้ีใชไ้ ดท้ ุกประการ เวลาหลอ่ พระพทุ ธรปู สกั การะบูชา ควรลงพระ
ยนั ต์น้ีใสแ่ ผน่ ทอง หลอมหล่อไปดว้ ย เพราะเป็นยอดมหายนั ตท์ ่ีศักด์ิสทิ ธิ์นกั แล...” ดังกรณีของความเชอื่
วัดไม่ถกู เผาทำลายนยั หนงึ่ มาจากความเช่ือว่าพระยันต์โสฬส ทวี่ ัดหน้าพระเมรุ การท่ีรัชกาลที่ 1 นำไป
ประกอบการสร้างเสาหลักเมืองในของกรงุ รัตนโกสินทร์ รวมไปถึงการที่สมเด็จพระสังฆราชแพ ที่ใช้ท่ี
อุโบสถวดั สุเทศน์ และทา่ นเองกไ็ ดเ้ ขียนยันตใ์ ส่ไวใ้ นหมอนสำหรบั หนุนจนกระทง่ั ทา่ นมรณภาพ หรือเกจิ
คณาจารยใ์ นช้นั หลงั กไ็ ดย้ ันตเ์ หลา่ น้ีเป็ฯยันต์เอก อาทิหลวงพอ่ ตัด วัดชายนา จ.เพชรบุรี เปน็ ต้น แต่นัย
ของยันต์ในมิตินี้ว่าด้วยเรื่องของค่านิยมทางสงั คมเดิมว่าด้วยเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มีอานุภาพของความ
ศกั ดิ์สทิ ธ์ินน้ั ด้วย
ดงั น้นั ข้อมลู ทีป่ รากฏสะท้อนให้เหน็ วา่ ยันตจ์ ะยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขบั เคล่ือนและส่งผล
ให้เกิดการขยับก้าวต่อความเป็นยันต์ในทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสะท้อนหลักการคำสอนทาง
พระพทุ ธศาสนาเป็นสำคัญ
ยนั ตก์ ับการซ่อนคำสอนในพุทธศาสนา
ยันต์ที่ปรากฏในร่างกายคนที่ถูกบันทึกไว้ ย่อมสะท้อนให้เห็นว่ายันต์เป็นโลกทัศน์ทาง
พระพุทธศาสนา เป็นองค์ความรู้และเป็นกลวิธีของคนโบราณในการบันทึกคำสอนในทาง
พระพุทธศาสนาไว้ในคน การใช้จารึกแบบเดิมไม่คงทน เมื่อเกิดศึกสงคราม ยันต์หรือองค์ความรู้
พระพุทธศาสนายังอยู่ในคน อยู่ในยามอยูใ่ นงานวจิ ยั เรื่อง “จัตุรัสกลกับยันต์ล้านนา” (วรรณิษา อภัย
รัตน์,2556) ที่ให้ผลการวิจัยว่า “...ยันต์ล้านนามบี รรจุ ซึ่งเป็นการซ่อนคำสอนทางพระพุทธศาสนาวา่
ด้วยกลวิธบี ันทึกตัวเลขได้ 56 ซึ่งเท่ากับบทสวดในพุทธคุณ และเมือ่ นำผลรวมทุกช่องมารวมกันได้ 56
ท้ังหมด...” หรือในงานเรื่อง “ความสำคัญของระบบเลขในคัมภีรต์ รนี ิสิงเห” (ณัฐธัญ มณีรัตน์, ชานป์
วิชช์ ทัดแก้ว, 2562: 144-161) ที่สะท้อนผลการศึกษาว่า “... ตัวเลขพื้นฐานที่ใช้ในยันต์เกี่ยวข้องกบั
ดวงดาว,มีการนำเอาแนวคิดทางศาสนา โดยเฉพาะพุทธปรัชญามาใชอ้ ธิบายตัวเลข การศึกษาเลขยันต์
ของชาวพทุ ธไทยโบราณกำหนดใหศ้ ึกษาคมั ภีรต์ รีนิสิงเห ซึ่งจัดอยูใ่ นคัมภรี ์ลบผงหลกั หนึง่ ใน 5 ปกรณ์
เนื่องจากคัมภีรเ์ ล่มนี้มีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์และการใชเ้ ลขศาสตร์...”
หรอื ในงานเรอ่ื ง “การศกึ ษาเชิงวเิ คราะหส์ ญั ลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาท่ีปรากฏในยันต์ไทย” (ธีรโชติ
เกดิ แก้ว,2555: 55-72) ท่ใี หผ้ ลการศึกษาว่า
“...รูปแบบของยันต์ไทยจะมีรูปทรงแบบเรขาคณิตคือ ทรงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม
และรูปทรงอิสระที่มีอย่างหลากหลาย...ยันต์ หมายถึง การย่อเรื่องที่เกี่ยวกับพระพทุ ธศาสนา
และความเชื่ออื่นๆ ให้สัน้ ลงเพือ่ สะดวกแก่การจดจำและนำไปใช้ โดยสื่อผา่ นรปู ทรง ลายเสน้
รูปภาพ อักขระ ตัวเลข คาถา ชื่อยันต์ และองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งพัฒนามาจากความเชื่อใน
คมั ภรี ์อถรรพเวทผ่านทางศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาแบบมันตรยาน ผสมผสานกบั ความ
เช่อื อนื่ ๆ ในสังคมไทยจนกลายเปน็ อัตลกั ษณ์ของยนั ตต์ ง้ั แต่ยุคสวุ รรณภมู ิจนถงึ ปจั จบุ ัน…”
ดังนนั้ แนวคดิ หนง่ึ ทีปรากฏ อาจใชค้ ำวา่ ใชร้ หสั ของตวั เลขมาเป็นเครอื่ งหมายของการเขยี น และ
การสะท้อนคิดใหป้ รากฏ ในโลกทัศนท์ างพระพุทธศาสนา ดังนน้ั การเผยแผ่หรือการซ่อนคำสอนในทาง
พระพุทธศาสนาอาจมีได้หลายวธิ ีและในหลายวิธีนั้นพระพุทธศาสนาได้สะท้อนคิดให้เห็นความสำคัญ
ของการรักษาและเผยแผ่หรือการซ่อนคำสอนในทางพระพุทธศาสนาดังกรณีของการที่รัชกาลที่ 4 ให้
ขรัวอินโข่งวาดภาพเก่ียวกับพระพุทธศาสนาผ่านภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังท่ีวัดบวรนิเวศท่ีสื่อคำสอน
ผา่ นภาพสไตล์ตะวันตก การสรา้ งโลหะปราสาททแี่ ฝงเร่ืองโพธปิ ักขยิ ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา หรือการ
สร้างโลกทัศน์ทางพระพุทธศาสนาที่ปรางวัดอรุณราชวราราม เป็นต้น ดังนั้นการจารึกคำสอนในทาง
พระพทุ ธศาสนาผา่ นยนั ต์สักไว้ในตัวคน ท่ีสมั พันธ์กับความเชื่อของคนในเรอ่ื งความขลังศักด์ิสิทธิ์แต่อีก
นัยหนึ่งกลายเป็นว่าคนเป็นช่องทางในการแฝงฝังบันทึกคำสอนให้ปรากฏขึ้น มีแนวคิดเรื่องความ
ศกั ดสิ์ ิทธ์ผิ สมในตวั คนแล้วส่งตอ่ เป็นองคค์ วามรรู้ หสั ธรรมทางพระพุทธศาสนาซึ่งจะชว่ ยใหเ้ กดิ การศึกษา
พระพทุ ธศาสนาในองคร์ วมได้
บทสรปุ
ยนั ต์หรือคติความเช่อื ของยนั ต์เป็นโลกทศั นค์ วามเชอ่ื ทเี่ นอ่ื งด้วยสงั คมแต่ในสว่ นของการศึกษา
ยนั ตโ์ สฬสวัดหน้าพระเมรุ สะท้อนคดิ ออกมาเป็นบทความทางวิชาการเพ่ือจะบอกว่าพระพุทธศาสนามี
หลักคำสอนหลักธรรม และจะเห็นว่านอกเหนือจากคติความเชื่อในเรื่องประวัติของอหินิหาร ความ
ศกั ด์สิ ทิ ธ์จิ ะพบว่ายันตข์ องวดั หน้าพระเมรุยงั เปน็ รหัสธรรม คำสอนในทางพระพุทธศาสนาทม่ี เี ป้าหมาย
เพื่อการทำจารึก บันทึกคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้เป็นคำสอนที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและ
เกย่ี วเนอ่ื งกบั พระพทุ ธศาสนา ซง่ึ ในการศกึ ษานี้ได้นำเสนอใหเ้ ห็นว่ายนั ตน์ อกเหนือจากความศักดิศ์สิทธ์ิ
แล้ว ยังวา่ ดว้ ยหลักของการวางเลขบนใบความรูว้ ่าด้วยตำราของ “ฮวงจยุ้ ” ว่าดว้ ยตำราของการวางหลกั
เขตแดน รวมไปถึงกลศาสตร์ในทางคณติ ศาสตร์ภมู ิปัญญาของการ “สรา้ งรหัสธรรม”เป้าหมายเพื่อการ
สื่อสารและการรักษาคำสอนทางพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ ดังนั้นหากนักการศึกษาหรือการจัด
การศกึ ษาเพ่อื พระพุทธศาสนาสามารถแสวงหาความรู้และสรา้ งระหสั ธรรมคำสอนใหเ้ กิดข้ึนได้ก็จะเป็น
ประโยชนต์ ่อการสบื ทอดรกั ษาพระพุทธศาสนาเป็นสำคญั ดว้ ย กจ็ ะเปน็ ประโยชนอ์ ย่างแท้จริง
เอกสารอ้างองิ
กิตติพัฒน์ เพช็ รทองนะ. (2551). การตง้ั ชอื่ ยันต์ของคนไทย. ปริญญาอักษรศาสตรมหาบณั ฑติ
(สาขาวชิ าภาษาไทย). บณั ฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศลิ ปากร.
ดิเรก ดว้ งลอย,พระปลดั ระพิน พทุ ธสิ าโร. (2563). ประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถิน่ บ้านสวน จังหวัดสโุ ขทัย.
สุโขทัย : กองทุนพระครูสุพฒั นพธิ าน (ทองดี มหาวโี ร).
ณัฐธัญ มณรี ัตน์, ชานปว์ ิชช์ ทดั แกว้ . (2562). “ความสำคัญของระบบเลขในคัมภรี ต์ รีนสิ งิ เห”วารสาร
อกั ษรศาสตร์ ปที ่ี 48 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2562): 144-161.
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jletters/article/view/199607/139382
ณฐั ธญั มณรี ัตน์, ชานป์วิชช์ ทัดแกว้ . (2561).องคพ์ ระและสญู นิพพานในคมั ภีรต์ รีนสิ ิงเห. วารสารพุทธ
ศาสน์ศึกษา จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . 25 (3) (กนั ยายน - ธนั วาคม 2561): 8-26.
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jbscu/article/view/160976/116082
ณัฐธัญ มณีรัตน์. (2560). คัมภรี ์ตรีนิสิงเห : การตรวจสอบชำระและบทบาทในสงั คมไทย- Trinisinghe :
a critical edition and its roles in Thai society.วทิ ยานพิ นธ์อักษรศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต.
บัณฑิตวทิ ยาลยั : จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย. http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/60678
ธรี โชติ เกดิ แกว้ . (2555). “การศกึ ษาเชงิ วเิ คราะหส์ ัญลกั ษณ์ทางพระพุทธศาสนาทปี่ รากฏในยนั ต์ไทย”.
วารสารพทุ ธศาสน์ศึกษา.19 (2) (พฤษภาคม - สงิ หาคม 2555): 55-72.
http://www.cubs.chula.ac.th/old/images/journal_Thai/V19_2.pdf
เทพย์ สาริกบุตร. (2501). พระคัมภรี พ์ ระเวทฉบับจัตตถุ บรรพ. (กรงุ เทพ ฯ : อุตสาหกรรมการพิมพ)์
หนา้ 127 หนา้ 6
พระพษิ ณุพล สุวณณฺ รโู ป (รูปทอง) (2554). การศึกษาหลักพุทธธรรมและคณุ ค่าทีป่ รากฏในยันต์เทยี น
ล้านนา : กรณีศกึ ษาเฉพาะในเขตอำเภอเมอื ง จงั หวัดลำปาง. วิทยานพิ นธ์พทุ ธศาสตร
มหาบณั ฑติ (สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา). บณั ฑิตวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย
พระครสู ริ ิปริยตั ยานุศาสก์ และคณะ. (2562). “ความเชือ่ เรือ่ งยันตใ์ นล้านนาจากมมุ มอง
พระพุทธศาสนา”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 6 (4) (มถิ ุนายน 2562) : 1999-2022.
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/192457/139834
วรรณิษา อภัยรตั น์. (2556). จัตุรสั กลกับยันตล์ ้านนา. ภาควชิ าคณติ ศาสตรแ์ ละสถิติ คณะ
วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์
วานษิ า บัวแยม้ . (2556). “ศึกษาแนวคดิ ยนั ต์รูปตวั ละครรามเกียรติ์”. กรงุ เทพฯ : คณะโบราณคดี
มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000008822
วชั รี สวามิวัศด์ุ : บรรณาธิการ. (2559) วดั พระเมรุราชกิ าราม. พมิ พ์ครง้ั ท่ี 3, กรุงเทพฯ : แกลเลอร่ี
การพิมพ.์
วิลักษณ์ ศรีป่าซาง. (2558). “คง เข้ม ขา่ ม ขลงั เครอื่ งรางลา้ นนา”. วารสารราชมงคลลา้ นนา. 3 (1)
(มกราคม – มิถุนายน 2558) : 13-27.
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/balajhss/article/view/75181/60597
สโิ รตม์ ภนิ ันท์รชั ตธ์ ร. (2561).“จิตรกรรมภาพยันตต์ รนี สิ ิงเห เพดานหอพระไตรปฎิ ก วัดปา่ ไผ่ อำเภอโพ
ธาราม จังหวัดราชบุร”ี วารสารไทยคดศี ึกษา. 15 (1) (มกราคม - มถิ ุนายน 2561) : 47-96.
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/thaikhadijournal/article/view/139189/103368
อติชาต เกตตะพนั ธ์อุ าจารยเ์ กรกิ อัครชิโนเรศ, พระจตพุ ล จติ ฺตสวํ โร, พระศุภชยั ชยสโุ ภ (2554).
คณติ ศาสตรใ์ นระบบเลขยนั ตล์ า้ นนา.ภาควชิ าคณติ ศาสตร์ คณะวทิ ยาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่
อัญชลี กบิ๊ บ้ินส์. (2559). “ยันต์ ความพันผกู ทางพทุ ธธรรมภาษา และ ศลิ ปะ”. วารสารขว่ งผญา
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงใหม่. 11 (มกราคม - กันยายน 2559):
169-202.https://so06.tci-thaijo.org/index.php/khuangpaya/article/view/236003/162016
Chean Rithy Men. "The Changing Religious Beliefs and Ritual Practices among
Cambodians in Diaspora", in Journal of Refugee Studies. Vol. 15, No. 2 2002,
pp 222–233.
Cummings, Joe. Sacred Tattoos of Thailand: Exploring the Masters, Magic and
Mystery of Sak Yan. Singapore, 2011.
Cummings, Joe, (2011) Sacred Tattoos of Thailand: Exploring the Magic, Masters and
Mystery of Sak Yan, Marshall Cavendish.
Dag Joakim Gamborg(2012) Japanese traditional tattooing in modern Japan. Japanese
Master's Degree thesis. Faculty of Humanities University of Oslo.
https://www.duo.uio.no/bitstream/handle/10852/24212/Gamborg.pdf?sequence
=3&isAllowed=y
Drouyer, Isabel; Drouyer, Rene. Thai Magic Tattoos The Art And Influence of Sak
Yant. Ed. River Books, 2013.
Drouyer, Isabel, René Drouyer. "Tatouages Sacrés, Thaïlande, Cambodge, Laos et
Myanmar. Un tatouage peut-il changer votre vie?". Paris, Soukha Editions,
2017.
Drouyer, Isabel Azevedo; Drouyer, Rene, (2013) Thai Magic Tattoos, The Art and
Influence of Sak Yant, Riverbooks editions.
Drouyer, Isabel; Drouyer, Rene. Thai Magic Tattoos The Art And Influence of Sak Yant.
Ed. River Books, 2013.
De La Loubère, Simon เดอ ลาลูแบร , ซิมอน. 2014. Chod Mai Het La Loubère: Racha
Anachak Siam จดหมาย เหตุ ลาลูแบร : ราชอาณาจกั รสยาม [A New Historical Relation
of the Kingdom of Siam]. Translated by San T. Komonlabut สันต ท. โกมลบุตร.
Nonthaburi: Sri Panya.
F.P.A. Demeterio III,Janette Calimag, Mr. Bren Zafra, & Ms. Lady Aileen Ambion. (2016).
The Traditional Tattoos of the Philippine Cordillera Region: A Study on their
differences in Appearance, Causes and Discursive Strengths.
Hannah Stephenson. (2019). The Changing Status of Tattoos in Vietnamese Society.
https://theculturetrip.com/asia/vietnam/articles/the-changing-status-of-tattoos-
in-vietnamese-society/
Harris, Ian. Cambodian Buddhism: History and Practice. Honolulu, 2008.
Igunma, Jana. "Human Body, Spirit and Disease; the Science of Healing in 19th
century Buddhist Manuscripts from Thailand", in The Journal of the
International Association of Buddhist Universities. Vol. 1, 2008, pp. 120–132.
Lars Krutak (2014) “Tribal Tattoos of Indonesia: An Ancestral Art.” Pp. 188-192 in
TATTOO (S. Pleasance, R-L. Torti, and P. Varejka, trans. and A. Gros, ed.). Paris
and Arles: Musée du Quai Branly and Actes Sud. May.
https://www.academia.edu/8727302/_2014_Tribal_Tattoos_of_Indonesia_An_An
cestral_Art._Pp._188-192_in_TATTOO_S._Pleasance_R
L._Torti_and_P._Varejka_trans._and_A._Gros_ed._._Paris_and_Arles_Mus%C3%A9
e_du_Quai_Branly_and_Actes_Sud._May
Moe Moe Oo. (2016). Tattoo Art in Myanmar Culture: Special Reference with State
Bondsmen of Cavalry Corps. Ministry of Education, Myanmar.
https://www.researchgate.net/publication/331649896_Tattoo_Art_in_Myanmar_
Culture_Special_Reference_with_State_Bondsmen_of_Cavalry_Corps
Nataraja Moorthy Tharmar. (2015). A Pilot Study on Tattooing Culture in Peninsular
Malaysia. Management and Science University
https://www.researchgate.net/publication/283258840_A_Pilot_Study_on_Tattooi
ng_Culture_in_Peninsular_Malaysia
Rivers, Victoria Z. "Layers of Meaning: Embellished Cloth for Body and Soul",
in Jasleen Dhamija, Asian Embroidery. New Delhi, 2004, pp. 45–66. ISBN 81-
7017-450-3.
Swearer, Donald K. Becoming the Buddha: the Ritual of Image Consecration in
Thailand. Princeton, 2004.
Simart Prateepavanich. (2015). The development of fashion from the beliefs and
amulets of Thailand- การพฒั นาเสอื้ ผา้ แฟชั่นจากความเชอ่ื และเครื่องรางของขลงั ของไทย.
Veridian E-Journal, Silpakorn University International (Humanities, Social
Sciences and arts). 8 (5) July –December 2015: 59-73.
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-
Journal/article/view/45418/37590