The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมการเผยแพร่บทความ4-68

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dhrm cmru, 2026-01-06 22:24:08

รวมการเผยแพร่บทความ4-68

รวมการเผยแพร่บทความ4-68

<< มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)แรงจูงใจในการท่องเทีย่วทีส่่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการธุรกิจท่องเทีย่วตา่งประเทศแบบอสิระของนกัท่องเทีย่วเจเนอเรชนัวายในประเทศไทยและสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)ชือ่ผูว้จิยัอาจารย์กิติยาภรณ์ อินธิปีกสังกัดคณะวิทยาการจัดการได้รับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ์วารสารรัชต์ภาคย์ (Rajapark Journal) สถาบันรัชต์ภาคย์บทน าการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมส าคญัที่สรา้งรายไดก้ว่ารอ้ยละ 20 ของ GDP ให้กับประเทศไทยและไต้หวัน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไดฟ้ ื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ11.5 ล้านคน และไต้หวันมี 2.7 ล้านคน นักท่องเทีย่วเจเนอเรชนัวาย (อายุ25-40 ปี) มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนิยมการท่องเที่ยวแบบอิสระมากขึน้จากการส ารวจ Booking.com พบว่า 72% ของกลุ่มนี้เลอืกจดัการการเดนิทางด้วยตนเอง และ 85% ใช ้แพลตฟอร ์มออนไลน์ในการจองบริการแมว้่าการท่องเทีย่วแบบอิสระจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผูป้ระกอบการยงัขาดความเขา้ใจเชงิลึกเกี่ยวกบัแรงจูงใจที่ส่งผลต่อการตดั สินใจใชบ้รกิารของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้การวิจยันีจ้งึมีความส าคญั ในการเติมเต็มชอ่งว่างทางวิชาการเกีย่วกบัแรงจูงใจในการท่องเที่ยวแบบอิสระ ใหข้อ้มูลส าหรบัผูป้ระกอบการในการพฒันาบรกิารและกลยุทธก์ารตลาด สนับสนุนการพฒันานโยบายการท่องเที่ยวของภาครฐัและเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างสองประเทศในภูมิภาคเอเชียวัตถุประสงค ์การท าวิจัย1. ศกึษาระดบัแรงจงูใจในการท่องเทีย่วของนักท่องเทีย่วเจเนอเรชนัวาย2. ทดสอบอิทธิพลของแรงจูงใจต่อการตัดสินใจใชบ้รกิารท่องเที่ยวแบบอิสระสรุปผลการท าวิจัยระดับแรงจูงใจ นักท่องเที่ยวเจเนอเรชนัวายมีแรงจูงใจในการท่องเที่ยวในระดับมาก (Mean = 4.27) โดยในกลุ่มปัจจยัผลกัดนัดา้นกิจกรรมที่จะกระท ามคี ่าเฉลีย่สูงสุด และในกลุ่มปัจจยัดงึดูด ดา้นคุณค่าและประสบการณม์ีค่าเฉลี่ยสูงสุด อิทธิพลต่อการตัดสินใจ แรงจูงใจส่งผลต่อการตัดสินใจใชบ้รกิารท่องเที่ยวแบบอิสระอย่างมีนัยส าคญั (F = 20.916, p < 0.01) โดยอธิบายความแปรปรวนได้ร ้อยละ 52.20 ปัจจยัผลกัดนัที่มีอิทธิพลคือกิจกรรมที่จะกระท า (β = 0.212) การบรรลุความปรารถนา (β = 0.063) และประสบการณ์การเดินทาง (β = 0.060) ปัจจยัดึงดูดทั้ง 7 ดา้นลว้นมีอทิธพิลทั้งสิน้ โดยคุณภาพและความหลากหลายของแหล่งท่องเทีย่วมอีทิธพิลมากที่สุด (β = 0.195) ผลการวิจัยสอดคล้องกับการศึกษาของ Li et al. (2024) และ Kim et al. (2021) ทีพ่บว่าเจเนอเรชนัวายใหค้วามส าคญักบัการวางแผนกจิกรรมและประสบการณท์ ี่เป็นเอกลกัษณ์การทีป่ัจจยัดงึดูดทุกดา้นมีอิทธิพลแสดงใหเ้ห็นว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีความคาดหวงัที่หลากหลายและพิจารณาปัจจยัหลายดา้นในการตดั สินใจ ซึ่งทา้ทายผูป้ระกอบการให้พฒันาบรกิารแบบครบวงจรมากขึน้


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)การประเมินอายุการเก็บร ักษาผลิตภ ัณฑ ์กล้วยหอมทองอบนุ่มชือ่ผูว้จิยัอาจารย์ ดร.ธญันันท์ฤทธิม์ณีส ังก ัดคณะวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์Recent Science and Technology มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยบทน ากลว้ยหอมทองเป็นผลไมท้ ี่นิยมรบั ประทานกนัเป็นอย่างมากทั้งในเด็กและผูใ้หญ่เนื่องจากมีเนือ้นุ่มเหนียว มีรสชาตหิวาน และและมีกลิน่ที่เป็นเอกลกัษณ์สามารถน ามารับประทานผลสุกได้ ปัจจุบันได้มีการแปรรูปกล้วยเป็ นผลิตภัณฑ์อาหารทีห่ลากหลายเพือ่ชว่ยยดือายุการเก็บรกัษาอาหารไว้เนื่องจากสามารถเก็บรกัษาได้ยาวนานกว่ากล้วยหอมทองสด ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร การประเมินอายุของผลิตภัณฑม์ีความส าคัญมากเนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะสามารถเก็บผลิตภัณฑไ์วไ้ดน้านเท่าใดโดยที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงดา้นคุณภาพคุณลกัษณะและมีความปลอดภยัการประเมินอายุการเก็บรกัษาทีถู่กตอ้งและการผลิตอาหารให้สามารถเก็บรักษาไดต้ามเวลาที่ตอ้งการยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลติทีด่ดีว้ย(Suwan and Suwannakam, 2021) ซึ่งในงานวจิยันี้มีวตัถุประสงคเ์พื่อศึกษาอายุการเก็บรกัษาผลิตภณัฑก์ลว้ยหอมทองอบนุ่มด้วยการน าไปใช ้ประโยชน์ในการจ าหน่ายเชิงพาณิชย์ให้แก่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรบ้านล่ามช ้าง ต าบลประตูป่า อ าเภอเมืองล าพูน จังหวัดล าพูน ต่อไปว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยเพือ่ศกึษาอายุการเก็บรกัษาผลติภณัฑก์ลว้ยหอมทองอบนุ่มสรุปผลการท าวิจ ัยการศึกษาอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์กล้วยหอมทองอบแห้งบรรจุถุงเมทัลไลท์ จากการท านายอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ด้วยการใช ้สมการคิวเทน (Q10) และปฏิกิริยาจลนพลศาสตร ์ (Kinetic reaction) นั้น การเก็บผลิตภัณฑท์ี่อุณหภูมิ35 องศาเซลเซียส สามารถเก็บรักษาได้นานเป็ นระยะเวลาอย่างน้อย 3.5 เดือน โดยยงัมีคุณภาพเป็นที่ยอมรบัของผูบ้รโิภคซึ่งผลติภณัฑค์วรเก็บรกัษาใหพ้น้แสงและความรอ้น จะชว่ยชะลอปฏกิริยิาการเกดิ สนี ้าตาล (browning reaction) อนัเป็นสาเหตุของการเปลีย่นแปลงค่าสีได้เป็ นอย่างดี


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)SIMULTANEOUS BIOMETHANE AND HYDROCHAR RECOVERY FROM WASHED ELEPHANT DUNG: THE EFFECTS OF INOCULUM SOURCE, SUBSTRATE TO INOCULUM RATIO, AND HYDROTHERMAL TEMPERATUREชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชยานนท์ สวัสดีนฤนาทส ังก ัดวิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชียได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์Carbon Resources Conversion ประเทศ ChinaScopus Quartile = 1บทน าThe study addresses the challenge of converting elephant dung, a lignocellulosic waste with low biodegradability, into renewable energy while reducing environmental pollution. By integrating anaerobic digestion (AD) for the liquid fraction and hydrothermal carbonization (HTC) for the solid fiber, the proposed anaerobic biorefinery enhances total energy recovery without costly chemical pretreatment. Elephant camps, often located near rivers, can benefit from this approach by mitigating water contamination risks. The research identifies optimal AD and HTC conditions to maximize energy output. Overall, the system offers a sustainable model for managing elephant waste and supports progress toward carbon neutrality.ว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยThis research aims to develop the appropriate biorefinery process integrating anaerobic digestion (AD) and hydrothermal carbonization (HTC) to recover the highest energy from the pretreated elephant dung.สรุปผลการท าวิจ ัยThis research aims to develop the appropriate biorefinery process integrating anaerobic digestion (AD) and hydrothermal carbonization (HTC) to recover the highest energy from the pretreated elephant dung. Initially, the raw elephant dung was physically processed by washing with water to generate the liquid waste, i.e., washing water (WW), and solid waste, i.e., washed fiber (WF). The appropriate substrate-to-inoculum ratio (SIR) and the inoculum source of the AD of WW were determined and the HTC temperature of WF was also examined. The results indicated that the AD of WW with the SIR of 1:2 and anaerobically digested swine manure as the inoculum presented the highest methane and energy yields of 412.3 ± 9.9 N mL/g VS added and 2,220.1 ± 53.03 MJ/ton dry wt., respectively. For HTC of WF, the optimum condition was the hydrothermal temperature of 170 °C at the residence time of 60 min. The highest hydrochar and energy yields were 76.8 % ± 1.9 % dry wt. and 12,067.0 ± 452.1 MJ/ton dry wt., respectively. Thus, this biorefinery process could simultaneously treat elephant camp-derived waste and produce clean energy.


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)HOUSEHOLD DEBT AND INCOME INEQUALITY IN THAILAND: A VECTOR AUTOREGRESSIVE ANALYSISชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พชรพร อากรสกุลส ังก ัดคณะวิทยาการจัดการได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์Community and Social Development Journal มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่บทน าThis study examines the dynamic relationships between household debt, income, GDP, and income inequality in Thailand, a nation grappling with rising household debt and persistent income disparities. Using a 19-year dataset, the research employs a Bayesian VAR (BVAR) model to explore the interdependencies among these variables and Impulse Response Function (IRF) analysis to evaluate their short-term and long-term adjustments to economic shocks.ว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยTo analyze the relationship between household debt and income inequality in Thailand.สรุปผลการท าวิจ ัยThis study highlights the complex and dynamic relationships between household debt, income, GDP, and income inequality in Thailand. The findings demonstrate the dual challenges of managing household debt and addressing income inequality while maintaining economic growth. Policymakers must prioritize integrated strategies that address these challenges to ensure sustainable and inclusive development. Future research should explore regional disparities, qualitative insights, and the effectiveness of specific policy interventions to further inform solutions for these pressing issues.


<< มหาวทิยาลยัราชภฏัเชยีงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article (บทความ)การบูรณาการความหลากหลายของภูมปิัญญาทอ้งถินŕ ในการบรหิารจดัการปัญหาสิŕงแวดลอ้มเพือŕรบัมอืกบัการเปลียŕนแปลงสภาพภูมอิากาศกรณีศกึษา ลุ่มนํŖาแม่วาง จงัหวดัเชยีงใหม่ ชือŕผูว้จิยัอาจารย์ดร.ชตุวิลญัชน์เสมมหาศกัดิřสงักดัคณะมนุษยศาสตรแ์ละสงัคมศาสตร์ไดร้บัทุนกองทนุพฒันาบุคลากรประชมุคณะกรรมการพจิารณาจดั สรรทุนครัŖงทีŕ 4/2568 เมือŕวนัทีŕ 13 พฤศจกิายน พ.ศ.2568 ตพีมิพ์วารสารศรนีครนิทรวโิรฒวจิยัและพฒันาสาขามนุษยศาสตรแ์ละสงัคมศาสตร์มหาวทิยาลยั ศรนีครนิทรวโิรฒบทนําการเปลีŕยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อการเป็ นประเทศเกษตรกรรมของไทย ซึŕงตอ้งพึŕงพาระบบนิเวศเกษตรทีมŕคีวามอุดมสมบูรณ์นอกจากนียŖงัส่งผลใหเ้กดิปัญหาสิŕงแวดลอ้มและการจดัการทรพัยากรธรรมชาติซึŕงแมจ้ะอาศยัเทคนิคเทคโนโลยีและความรูท้างดา้นวิทยาศาสตรม์าใชใ้นการบรรเทาวิกฤตการณ์ทีŕเกิดขึนŖแต่มกัถูกมองว่าเป็นการแกไ้ขปัญหาทีŕปลายเหตุและไม่มีความยัŕงยืน เป็นเหตุใหต้อ้งมีการบรหิารจดัการอย่างบูรณาการรว่มกบั “ภูมิปัญญาทอ้งถินŕหรอืภูมปิัญญาชาวบา้น”ในฐานะทีŕเป็น “ศาสตรช์าวบา้น” ทีŕเกดิจากประสบการณ์ในชีวิตของคนผ่านกระบวนการศึกษาสังเกต คิดวิเคราะหจ์นเกิดปัญญาและตกผลึกเป็นองคค์วามรูท้ ีŕประกอบกันขึนŖมาจากความรูเ้ฉพาะหลาย ๆเรือŕง งานวจิยัชืนนีŖ Ŗจงึเลอืกทีจŕะศกึษาภูมิปัญญาทีทŕอ้งถินŕ ใชใ้นการแกไ้ขปัญหาสิŕงแวดลอ้มทีŕเกดิจากการเปลียŕนแปลงสภาพภูมอิากาศในเขตลุ่มนํŖาแม่วาง จงัหวดัเชยีงใหม่ ซึŕงเป็ นลุ่มนํŖาทีŕมีความหลากหลายในภูมิปัญญาทอ้งถินŕ ในการจดัการทรพัยากรธรรมชาตติามเขตนิเวศเกษตรทีมŕคีวามแตกต่างกนัไป ไม่ว่าจะเป็นทัŖงดนิน้Śา ป่ า และการบูรณาการความหลากหลายของภูมิปัญญาทีŕใชแ้กไ้ขปัญหาสิŕงแวดลอ้มแต่ละประเภทวตัถุประสงคก์ารทําวจิยั 1. สํารวจปัญหาสิŕงแวดลอ้มบรเิวณลุ่มนํŖาแม่วางทีŕเป็ นผลมาจากการเปลียŕนแปลงสภาพภูมอิากาศ2. ศึกษาความหลากหลายของภูมิปัญญาทอ้งถินทีŕ ŕใชใ้นการแกไ้ขปัญหาสิŕงแวดลอ้ม3. บูรณาการความหลากหลายของภูมปิัญญาทอ้งถินŕ ใหเ้ป็นองคค์วามรูช้ดุเดียวกนัเพืŕอเป็นแนวทางในการแกไ้ขปัญหาสิŕงแวดลอ้มในพืนทีŖ ŕลุ่มน้Śาแม่วาง จงัหวดัเชยีงใหม่ท่ามกลางการเปลียŕนแปลงสภาพภูมอิากาศสรุปผลการทําวจิยัในชว่ง 20 ปีทีผ่านมา (พ.ศ. ŕ 2545-2565) อุณหภูมบิรเิวณลุ่มนํŖาแม่วางสูงขึน Ŗคิดเป็นรอ้ยละ 2.66 และมีปรมิาณฝนลดลง คิดเป็นรอ้ยละ 0.37 ส่งผลใหเ้กดิปัญหาไฟป่า ภยัแลง้และนํŖาท่วม ซึŕงชมุชนในแต่ละเขตนิเวศเกษตรไดอ้าศยัภูมิปัญญาทอ้งถิŕนดัŖงเดิมเป็ นหลักเพืŕอการอนุรกัษท์รพัยากรธรรมชาติและสิŕงแวดลอ้ม และเสรมิดว้ยภูมปิัญญาทอ้งถินŕประยุกต์และภูมปิัญญาทอ้งถินŕผสมผสานระหว่างพืนทีŖหŕรอืภูมิปัญญาขา้มเขตนิเวศเกษตรเพือŕบรหิารจดัการปัญหาสิŕงแวดลอ้มดงักล่าว ทัŖงนีŖเครอืข่ายลุ่มนํŖาแม่วาง และวทิยาลยัชาวบา้นลุ่มนํŖาแม่วาง เป็นองคก์รทีŕมีบทบาทในการบูรณาการ (Integrator) ความหลากหลายของภูมิปัญญาทอ้งถิŕนทีŕกระจายในแต่ละเขตนิเวศเกษตรใหเ้ป็นองคค์วามรูช้ดุเดยีวกนัตลอดลุ่มนํŖา ดงันัŖน ชมุชนลุ่มนํŖาแม่วางควรสรา้งระบบการจดัเก็บความรู้การถ่ายทอดภูมิปัญญาทอ้งถินŕและวิธกีารปฏิบตัทิ ีดีŕทีŕสุด (Best practices) ดว้ยการมีส่วนรว่มของชมุชน เพืŕอสรา้งความมัŕนคงใหแ้ก่ทุนทางปัญญาของลุ่มนํŖา รวมไปถงึระบบการติดตามและประเมินผลการใชภู้มิปัญญาทอ้งถินเพืŕ ŕอประเมินประสิทธภิาพในการจดัการและแกไ้ขปัญหาสิŕงแวดลอ้ม


<< มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)การสือ่ความหมายผูค้นและมรดกทางวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ ์วิทยาแห่งชาติ: การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเวียดนามและมาเลเซียชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิลักษณ์ บุญโตสังกัดคณะมนุษยศาสตร ์และสังคมศาสตร ์ได้รับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ์วารสารศิลปศาสตร ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ์บทน าการเตบิ โตขึน้ของพิพิธภณัฑร์ะดบัชาตใินเอเชยีตะวนัออกเฉียงใตใ้นศตวรรษที่20 เป็นตน้มา สะทอ้นความหลากหลายของกลุ่มคนซึ่งมีอตัลกัษณท์ ีแ่ตกต่างกนัภายใตบ้รบิทที่ทบัซอ้นของความเป็นสมาชกิของกลุ่มชาติพันธุแ์ละพลเมืองของชาติผ่านการถูกน าเสนอในพิพิธภัณฑ์วัตถุประสงค ์การท าวิจัยเพื่อศกึษาเปรยีบเทียบแนวคดิการก่อตั้ง การจดัแสดงและการตคีวามวตัถุสะสม และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาระดับชาติ 2 แห่ง คือ Vietnam Museum of Ethnology ฮานอย ประเทศเวียดนาม แล ะ Malay-World Ethnology Museum กัวล าลัม เ ปอ ร ์ ปร ะ เ ทศมาเลเซียสรุปผลการท าวิจัยงานวจิยันีศ้กึษาดว้ยระเบยีบวธิวีจิยัเชงิคุณภาพ เก็บรวบรวมและวเิคราะหข์อ้มูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์ภัณฑารักษ์ การสังเกตการณ์ อย่างมีส่วนร่วม และการวิเคราะหส์ื่อออนไลน์ผลการศึกษาพบว่า พิพิธภณัฑม์ีบทบาทยิ่งต่อการสรา้งภาพลกัษณข์องชาตแิละกา หนดอตัลกัษณข์อง “ผูค้น” ในฐานะที่เป็นสมาชกิของชาตทิ ั้งในมิตคิวามหลากหลายและความเป็นหนึ่งเดยีวกนักบัประวัติศาสตร ์และวัฒนธรรม เวียดนามน าเสนอ “มรดกทางวัฒนธรรม” ในมิติความหลากหลายทางชาติพันธุ์ผ่านแนวคิด The People of Vietnam โดยจ าแนกตามภาษาและวฒันธรรม ในขณะทีม่าเลเซยีมุ่งน าเสนอความเป็นเอกภาพ ภายใต้แนวคิด Unity of Malaysia โดยจดักลุ่มตามระบบความเชือ่ทั้งสองแห่งด าเนินการอย่างสอดคลอ้งกบันโยบายทางการเมืองการปกครองและวฒันธรรม แสดงใหเ้ห็นว่าพิพิธภณัฑเ์ป็นเครือ่งมือของการสรา้งความเป็นชาตใินรปูแบบหนึ่ง


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)“การพ ัฒนาคุณภาพชีวิตผู ้สูงอายุตามหล ักเศรษฐกิจพอเพียงสู ่การพ ัฒนาอย่างยั่งยนื ”ชือ่ผูว้จิยัอาจารย์พชัรีวงศฝ์ั้นส ังก ัดวิทยาลัยแม่ฮ่องสอนได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์วารสารสิ่งแวดลอ้มศกึษาการแพทย์และสุขภาพ สมาคมนักวจิยั สุขภาพและสิ่งแวดลอ้มจังหวัดกาฬสินธุ์บทน าการเขา้สู่สงัคมสูงวยัน ามาซึ่งความทา้ทายหลายประการ ไดแ้ก่ปัญหาความเหลือ่มล ้าทีอ่าจทวคีวามรุนแรงเนื่องจากกลุ่มผูสู้งอายุมกัมคีวามเหลือ่มล ้าทางรายไดสู้งการขาดแคลนก าลงัแรงงานเนื่องจากประชากรวยัแรงงานมสีดั ส่วนลดลง การขาดแคลนผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพราะขนาดครอบครัวที่เล็กลงและอตัราการเกิดที่ลดลงค่าใชจ้่ายดา้นสุขภาพที่เพิ่มสูงขึน้คาดการณว์่าจะเพิ่มจาก 60,000 ลา้นบาทในปี2553 เป็น 220,000 ลา้นบาทในปี2564 ความเหลือ่มล ้าในการเขา้ถงึบรกิารสุขภาพที่มีมาตรฐาน ดว้ยเหตุนี้ผูว้ิจยัจึงเห็นว่าการเตรยีมรบัมือกบั ปัญหาดังกล่าวล่วงหน้าโดยใชแ้นวคิดปรชัญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นสิ่งจ าเป็นเพื่อช่วยใหร้ฐัไม่ตอ้งทุ่มงบประมาณจ านวนมหาศาลกบัการฟื้นฟูดูแล รกัษาผูสู้งอายุการส่งเสรมิใหผู้สู้งอายุมีวิถีชวีิตที่เรยีบง่าย พอประมาณ และเดินสายกลาง ตามฐานะทางเศรษฐกิจ จะช่วยใหผู้สู้งอายุมีคุณภาพชวีิตที่ดีขึน้สอดคลอ้งกบัแผนพฒันาเศรษฐกจิและสงัคมแห่งชาตฉิบบัที่13 ที่มุ่งพฒันาคนเป็นศูนยก์ลางโดยใชเ้ศรษฐกจิพอเพียงเป็นเครือ่งมือน าไปสู่การพฒันาคุณภาพชวีติผูสู้งอายุไดอ้ย่างยั่งยนืว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัย1. เพื่อศึกษาระดบัคุณภาพชวีิตผูสู้งอายุในต าบลปางหมูอ าเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน2. เพือ่วเิคราะหป์ัจจยัที่เกีย่วขอ้งกบัคุณภาพชวีติผูสู้งอายุในต าบลปางหมูอ าเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน3. เพือ่กา หนดแนวทางการพฒันาคุณภาพชวีติผูสู้งอายุตามหลกัเศรษฐกจิพอเพียงของผู้สูงอายุ ในต าบลปางหมู อ าเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนสรุปผลการท าวิจ ัยการวิจยัเรือ่ง \"การพฒันาคุณภาพชวีิตผูสู้งอายุตามหลกัเศรษฐกจิพอเพียงสู่การพฒันาอย่างยั่งยืน\" เป็นการวิจยัเชงิส ารวจ มีวตัถุประสงคเ์พื่อศึกษาขอ้มูลพืน้ฐาน ระดบัคุณภาพชวีิต วิเคราะหป์ัจจยัที่เกี่ยวขอ้ง และก าหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุต าบลปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน เก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุ 308 คนผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีอายุ 60-69 ปีสถานภาพสมรส การศึกษาระดับประถมศึกษา รายไดต้ ่ากว่า5,000 บาทต่อเดือน คุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านความสัมพันธ ์ระหว่างบุคคลและการรวมกลุ่มทางสังคมอยู่ในระดับมากปัจจัยที่เกี่ยวขอ้งกับคุณภาพชีวิต ไดแ้ก่ สภาพความเป็นอยู่ที่ดี(รายได้ความปลอดภัย) สภาพร่างกายที่ดี(พฤติกรรมสุขภาพ) การตัดสินใจด้วยตนเอง การรวมกลุ่มทางสังคม ความสัมพันธ ์ระหว่างบุคคล และสภาพอารมณท์ ีด่ีแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุประกอบด้วย การส่งเสริมอาชพีและสวสัดกิาร การดูแลสุขภาพกายและลดพฤตกิรรมเสีย่ง การเพิม่พืน้ที่แสดงความคดิเห็นและเสรมิความมั่นใจ การสนับสนุนชมรมและการมีส่วนรว่มในชุมชน การสร ้างความสัมพันธ ์ในครอบครัวและระหว่างผู้สูงอายุ และการส่งเสรมิสุขภาพจติและการปรบัตวัซึ่งสอดคลอ้งกบัหลกัเศรษฐกจิพอเพียงทีมุ่่งสู่การพฒันาอย่างยั่งยนื


<< มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)การส่งเสริมศักยภาพเยาวชนชุมชนเทศบาลต าบลท่าข้าม อ าเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล LINE BOTชือ่ผูว้จิยันายไพรสันต์ สุวรรณศรีสังกัดโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้รับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ์วารสารสังคมศาสตร ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกบทน าชมุชนท่าขา้มเป็นชมุชนที่มีความหลากหลายดา้นชวีภาพ ชมุชนตั้งอยู่ในท าเลที่เหมาะสมต่อการพฒันาทีย่ั่งยืน เนื่องจากเป็นชมุชน กลางอ าเภอฮอด เป็นทีต่ั้งของหน่วยงานราชการทั้งที่ว่าการอ าเภอ โรงพยาบาล สถานศกึษา ตลาด ตลอดจนร ้านค้าเอกชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ฯลฯ ท าให้ชุมชนท่าข้ามเป็ นศูนย์กลางของความเจรญิของสงัคมเทคโนโลยีสมยัใหม่ทีช่มุชนรบัมาจากภายนอก และในขณะเดียวกนัชมุชนยงัเป็นที่ราบเชงิเขาที่ดา้นหลงัติดภูเขาดา้นหนา้ติดแม่น ้ามีแม่น ้าสาขา และแม่น ้าปิงไหลผ่านชุมชน ท าใหม้ ีทรพัยากรสิ่งแวดลอ้มทางธรรมชาติที่หลากหลายทั้งป่าไม้ภูเขา แม่น ้าล าธาร ฯลฯ ภายใต้การด าเนินกจิกรรมโครงการวจิยัทีมุ่่งเนน้ ส่งเสรมิและพฒันาศกัยภาพเยาวชนชมุชนท่าขา้มอ าเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านกิจกรรมหลากหลายหลักสูตรพัฒนาเยาวชนชุมชนท่าข้าม ตอบสนองต่อความต้องการเรียนรู ้ยุคดิจิทัลของเยาวชนในชุมชน ช่วยในการส่งเสริมการเรียนรู ้และปลูกฝังค่านิยม วัฒนธรรมชุมชน ตลอดจนองค์ความรู ้ภูมิปัญญาในชุมชน และพัฒนาเยาวชนชุมชนท่าข้ามให้มีทักษะการบูรณาการเสรมิสรา้งศกัยภาพใหม้ีทกัษะทีจ่ าเป็นในศตวรรษที่21 ดงันั้นจงึได้จดั โครงการวจิยันีข้ึน้วัตถุประสงค ์การท าวิจัย1. ศึกษาการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนชุมชนเทศบาลต าบลท่าข้าม อ าเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล Line bot2. ประเมินความพึงพอใจของเยาวชนชุมชนเทศบาลต าบลท่าข้าม ในการใช ้เทคโนโลยี Line botสรุปผลการท าวิจัยผลการประเมินคุณภาพของนวตักรรมจากผูเ้ชีย่วชาญ พบว่า ผูเ้ชีย่วชาญให้ความเห็นว่านวัตกรรมมีคุณภาพดีมากใน ทุกด้าน ท าให้คุณภาพในภาพรวมอยู่ในระดบัดมีาก ค่าเฉลีย่เท่ากบั 4.93 (S.D.=0.10) หมายความว่าสามารถน านวตักรรมไปใชไ้ด้จากนั้นจึงน านวตักรรมไปทดลองใชก้บักลุ่มตัวอย่าง จ านวน 90 คน แล้วให้ประเมินความพึงพอใจในการใช ้งานนวัตกรรม พบว่า เยาวชนชุมชนเทศบาลต าบลอท่าข้าม กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดบัมากทีสุ่ด ดว้ยค่าเฉลีย่เท่ากบั 4.51 (S.D. = 0.74)


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)การพฒันาเครือ่งตรวจวดัค่าสีราคาประหย ัดส าหร ับการวิเคราะห ์พารามเิตอรใ์นตวัอย่างน ้าชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มิกิ กัณณะส ังก ัดคณะวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์วารสารวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ์บทน าเครือ่งวดั สรีาคาประหยดัไดถู้กพฒันาขึน้ โดยมีจุดประสงคส์ าหรบัการตรวจสอบคุณภาพน ้า การวัดสีด าเนินการดว้ยเซ็นเซอรว์ัดสีTCS34725 ซึ่งควบคุมการท างานด้วยไมโครคอนโทรลเลอร ์ Arduino UNO R3 เซ็นเซอร ์รายงานค่าน ้าหนักสีแดง เขียว และน ้าเงิน ในระบบสีRGB ซึ่งแสดงค่าตวัเลขไดท้ ั้งบนหน้าจอ LCD ของเครือ่งวดั สแีละหนา้จอคอมพิวเตอรเ์ครือ่งวดั สมีีขนาดกะทดัรดั(10.0 x 15.0 x 10.3 cm) และใชพ้ลงังานไดท้ ั้งจากไฟฟ้ากระแสสลบัและจากคอมพิวเตอร ์ผ่านทางสาย USB เครือ่งวัดสีที่พัฒนาขึน้ถูกน าไปใชป้ระเมินบางพารามิเตอรใ์นตวัอย่างน ้า ไดแ้ก่ pH ความกระด้าง และค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี (COD) โดยอาศยัวิธีการท าใหเ้กิดสีผลการวิเคราะหท์ี่ได้ของแต่ละพารามิเตอรส์อดคลอ้งกบัวิธีมาตรฐานเมื่อเปรยีบเทียบดว้ย paired t-test ที่ระดบัความเชือ่มั่น 95% เครือ่งวดั สแีสดงความเทีย่งตรงสูงในการวดัค่าสี(%RSD น้อยกว่า 5.0) โดยใช ้สารละลาย 3.0 mL ต่อการวดั 1 ครั้งว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยพัฒนาเครือ่งวดั สี(Colorimeter) ที่ประหยดัและใชง้านง่ายส าหรบัการตรวจวดัค่าพารามิเตอรท์ี่ส าคญัต่อการบ่งชีคุ้ณภาพน ้า ไดแ้ก่ค่า pH ความกระด้าง และค่า CODโดยอาศยัการตรวจวดัการเปลีย่นแปลงสีของสารละลายขณะตรวจวัดแต่ละพารามิเตอร ์สรุปผลการท าวิจ ัยงานวิจยันี้น าเสนอการพัฒนาเครือ่งวัดสีแบบประหยัดโดยใช ้ไมโครคอนโทรลเลอร ์ Arduino UNO R3ที่มีประสิทธิภาพเพื่อใชใ้นการวดัค่าสีRGB ของสารละลาย เพื่อการวิเคราะหค์่าพารามิเตอรต์่าง ๆ ที่ส าคญัของน ้า ไดแ้ก่pH ความกระด้าง และค่า COD จากผลการทดลองจะเห็นไดว้่า เครือ่งวดั สีดงักล่าวเพียงเครือ่งเดียวสามารถใชท้ดแทนเครือ่งมือที่ใชว้ิเคราะหต์ามวิธีมาตรฐานไดอ้ย่างมปีระสทิธภิาพ เครือ่งวดั สมีขีนาดกะทดัรดัทนทาน ใชง้านได้สะดวกรวดเร็ว พกพาง่าย ลดการใชเ้ครือ่งแกว้หรอืลดการใชเ้ครือ่งมือราคาแพง ไม่จ าเป็นตอ้งมีการสอบเทยีบ และการบ ารุงรกัษา อกีทั้งยงัชว่ยเพิม่ความแม่นย าในการสงัเกตการเปลีย่นสีเมือ่เทยีบกบัการใชส้ายตา และยงัลดปรมิาณของเสยีที่ไม่จ าเป็นในการทดลองลงได้


<< มหาวทิยาลยัราชภฏัเชยีงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article (บทความ)EFFECTS OF DRYING TEMPERATURE ON PHYSICOCHEMICAL PROPERTIES, BIOACTIVE COMPOUNDS, ANTIOXIDANT, AND ANTIBACTERIAL ACTIVITIES OF THREE SWEET POTATO CULTIVARS ชือŕผูว้จิยัอาจารย์ดร.ภูรวิจัฐ์ชคีําสงักดัคณะวทิยาศาสตรแ์ละเทคโนโลยีไดร้บัทุนกองทนุพฒันาบุคลากรประชมุคณะกรรมการพจิารณาจดั สรรทุนครัŖงทีŕ 4/2568 เมือŕวนัทีŕ 13 พฤศจกิายน พ.ศ.2568 ตพีมิพ์Journal of Food Health and Bioenvironmental Science Suan Dusit UniversityScopus Quartile = 4บทนําThis study investigates the impact of drying temperature (60-100°C) on the physicochemical properties, bioactive compounds, antioxidant, and antibacterial activities of three sweet potato cultivars: yellow (HRDI Sp-74), orange (HRDI Sp-72), and purple (HRDI Sp-61). Using a completely randomized design, the results revealed that while drying temperature did not affect yields, it reduced the lightness (L*) of the cultivars. Among them, HRDI Sp-61 exhibited the highest protein content (6.35 g/100g, p ≤ 0.05), whereas HRDI Sp-72 showed the highest phenolic compound content (409.88 mg GAE/100 g powder), which was in line with DPPH antioxidant activity. All dried sweet potato extracts displayed antibacterial activity against Escherichia coli, with HRDI Sp-61 demonstrating the most significant inhibitory effects (10.50 and 10.07 mm zones of inhibition). วตัถุประสงคก์ารทําวจิยั1. Study the effect of drying temperature on the physical properties of three colors of sweet potato powder. 2. Study the basic components biologically active substances and the antioxidant capacity of 3 colors of sweet potato powder 3. Study the efficiency of inhibiting the growth of pathogenic microorganisms of 3 colors of powdered sweet potato extracts. สรุปผลการทําวจิยัThis study highlights the impact of drying temperatures (6 0 –100°C) on the physicochemical properties, bioactive compounds, and antimicrobial activities of 3 sweet potato cultivars. Drying at 60°C was found to be optimal for preserving color and quality, although it required a longer drying time. HRDI Sp-6 1 demonstrated the highest protein content, while HRDI Sp-7 2 showed the greatest phenolic content and antioxidant activity. Additionally, HRDI Sp-6 1 exhibited the strongest antibacterial effects at 500 mg/mL against E. coli and S. aureus. Future studies should explore alternative drying methods, such as freeze-drying or vacuum-drying, to further preserve bioactive properties and enhance efficiency. Further investigation into the molecular mechanisms behind bioactive retention during drying could also provide valuable insights.


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)DEVELOPMENT OF AN ESP32 MICROCONTROLLER-BASED COLORIMETER WITH AN ANDROID APP FOR THE VERIFICATION OF ROASTING DEGREE OF COFFEE BEANSชือ่ผูว้จิยัรองศาสตราจารย์ ดร.สราวุฒิ สมนามส ังก ัดคณะวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์Chiang Mai Journal of Science Chiang Mai UniversityScopus Quartile = 3บทน าA low-cost, portable colorimeter using an ESP32 microcontroller and TCS34725 color sensor was developed to monitor coffee roast levels, ensuring flavor consistency and quality control across batches. The device displays RGB color intensity values on a TFT LCD touchscreen and transmits data via WiFi to a MySQL database through an Android app, with power supplied by a rechargeable lithium phosphate battery. The system accurately identifies five roast degrees (light to dark) with less than 5% relative standard deviation, where darker roasts correspond to lower RGB values.ว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยThis research aims to develop a low-cost and easy-to-use colorimeter based on an ESP32 microcontroller and TCS34725 color sensor.สรุปผลการท าวิจ ัยA cost-effective, portable colorimeter using a TCS34725 color sensor and ESP32 microcontroller has been developed to measure coffee roasting degrees, with an Android app (RCBD) enabling WiFi connectivity for recording RGB values and evaluating roast levels against preset standards. Experimental results demonstrate high accuracy and reduced environmental interference, making it an ideal tool for small-scale coffee producers to maintain consistent quality. However, the system relies on subjective developer judgment during calibration and roast assessment, with potential for future modifications to enhance accessibility for the general public.


<< มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)นวตักรรมการจดัการเรยีนรูเ้พือ่ส่งเสรมิคุณลักษณะของคนไทย 4.0ด้านสมรรถนะอาชีพเกษตรกรรมส าหรบั โรงเรยีนบนพืน้ทีสู่งอ าเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายฝน แสนใจพรมสังกัดคณะครุศาสตร ์ได้รับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ์วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์บทน าอ าเภออมก๋อย จงัหวดัเชยีงใหม่เป็นพืน้ที่ที่มีความยากจนสูงและมีขอ้จ ากดัดา้นภูมิประเทศ ส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา การจดัการศึกษาที่สอดคลอ้งกบับรบิทพืน้ที่จึงเป็นกลไกส าคญั ในการลดความเหลื่อมล ้า โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี การสร ้างปฏิสัมพันธ ์เชิงบวก และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ (บรษิทัเลิรน์คอรป์อเรชัน่จ ากดั , 2564) ดงันั้น การออกแบบกระบวนการเรยีนรู้เพื่อส่งเสรมิสมรรถนะและความฉลาดรูท้างอาชพีของนักเรยีนในพืน้ที่จงึมีความจ าเป็น เพือ่เสรมิภูมคิุม้กนัต่อการเปลีย่นแปลง และน าไปสู่การพฒันาทอ้งถิน่อย่างยั่งยนื (ทพิยพ์าพร ตนัตสิุนทร, 2564)วัตถุประสงค ์การท าวิจัย1. เพือ่ศกึษาความตอ้งการจ าเป็นในการพฒันานวตักรรมการจดัการเรยีนรู้เพือ่ส่งเสรมิคุณลกัษณะของคนไทย 4.0 2. เพื่อพัฒนานวตักรรมการจดัการเรยีนรูเ้พื่อส่งเสรมิคุณลกัษณะของคนไทย 4.0 ด้านสมรรถนะอาชีพเกษตรกรรมส าหรบั โรงเรยีนบนพืน้ที่สูงจังหวัดเชียงใหม่3. เพื่อประเมินผลการใชน้วัตกรรมการจัดการเรียนรูเ้พื่อส่งเสริมคุณลักษณะของคนไทย 4.0 ด้านสมรรถนะอาชีพเกษตรกรรมส าหรับโรงเรยีนบนพืน้ทีสู่ง จงัหวดัเชยีงใหม่สรุปผลการท าวิจัยโรงเรียนมีความต้องการจ าเป็ นในการจัดท าหลักสูตรควรวิเคราะห์ถึงอาชีพตามบรบิทของทอ้งถิน่ตอ้งการครูทีม่คีวามสามารถดา้นการสอนงานอาชพีและเทคโนโลยี ต้องการส่งเสริมการใช ้เทคโนโลยี ดิจิทัลในการจัดการเรียนรู ้ และตอ้งการใหม้ีการออกแบบวิธกีารวดั ประเมินผลที่สอดคลอ้งกบั สมรรถนะอาชีพ ผลการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู ้ พบว่า ได้หลักสูตรกาแฟ โดยมีรูปแบบกระบวนการจดัการเรยีนรูอ้าชพีกาแฟ ที่ก าหนดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมกิจกรรมการเรยีนรูเ้ป็นทั้งทฤษฎีและปฏิบตั ิออกแบบจดักิจกรรมตามแนวทางการจัดการเรียนรู ้แบบเชิงรุก ประกอบด้วย 8 หน่ วย คือ ต้นกาแฟ การบ ารุงรกัษาและการขยายพนัธกุ์าแฟ การเก็บผลกาแฟ การคั่วกาแฟและการท าบรรจุภัณฑ์ การชงกาแฟเมนูต่าง ๆ การท า Brandingการตัดต่อวีดีโอ การขายของออนไลน์ ผลการประเมินหลักสูตรในภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับ ดีมาก และหลังการน าหลักสูตรไปใช ้ นักเรียนมีผลการประเมินสมรรถนะอาชีพเกษตรกรรมในระดับดีมาก คุณลักษณะด้านเกษตรกร และการใช ้เทคโนโลยมีผีลการประเมนิในระดบัดมีาก ส่วนความรูเ้บือ้งตน้ดา้นการเกษตรมีผลการประเมินในระดับดี


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Academic Article(บทความ)การเสริมสร ้างความตระหนักรู ้ในการออกกา ลงักายเพือ่สุขภาพส าหร ับผู ้สูงอายุชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชาติ พุทธิมาส ังก ัดคณะมนุษยศาสตร ์และสังคมศาสตร ์ได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์วารสารวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม มสธ. (มนุษยศาสตร ์และสังคมศาสตร ์)บทน าผูสู้งอายุมักมีปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต อันเนื่องมาจากการเสื่อมสมรรถภาพตามอายุที่เพิม่ขึน้ โรคภยัที่เผชญิรวมทั้งการลดลงของความสามารถหรอืบทบาทที่เคยมีการส่งเสรมิความตระหนักรูเ้กี่ยวกบัการออกกําลังกายเพือ่สุขภาพสําหรบัผูสู้งอายุผ่านการศกึษานอกระบบชว่ยยกระดบัคุณภาพชวีิตโดยการเสรมิพลงัอํานาจในการจดัการสุขภาพใหก้บัผูสู้งอายุซึ่งกจิกรรมดงักล่าวควรออกแบบบนพืน้ฐานของหลกัการจดัการศกึษานอกระบบ ไดแ้ก่ความเสมอภาคทางการศกึษา การพฒันาและพึ่งพาตนเอง บูรณาการกบัวถิ ชีวิต สอดคล้องกับ ีปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้ าหมาย และเน้นการเรียนรู ้ร่วมกันและการมีส่วนร่วมของชุมชนว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยเพื่อนําเสนอแนวทางในการส่งเสรมิการออกกําลงักายเพื่อสุขภาพในผูสู้งอายุผ่านกระบวนการศกึษานอกระบบ โดยพจิารณาทั้งปัจจยั สนับสนุนและขอ้จํากดัเพือ่ ใหเ้กดิผลลพัธใ์นการยกระดบัคุณภาพชวีติของผูสู้งอายุอย่างมีประสิทธิภาพสรุปผลการท าวิจ ัยการเสรมิสรา้งความตระหนักรใู้นการออกกาํลงักายเพือ่สุขภาพสําหรบัผูสู้งอายุทําได้โดยเปิ ดโอกาสให้ผู้สูงอายุกลุ่มเป้ าหมายสามารถวางแผน แก้ปัญหาและมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง จนนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤตกิรรมสุขภาพอย่างยั่งยนื สําหรบัความสําเรจ็ของการดําเนินงานดงักล่าวขึน้อยู่กบั ปัจจยั สนับสนุน ไดแ้ก่ผูจ้ดักจิกรรม ผูสู้งอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมายการออกแบบกิจกรรม ภาคีเครือข่ายดําเนิ นงาน และทุนทางสังคม ส่วนขอ้จํากดัทีผู่จ้ดักจิกรรมควรพิจารณาประกอบดว้ยเจตคตไิม่พึงประสงค์ของผูส้งูอายุที่เป็นกลมุ่เป้าหมาย กจิกรรมทีจ่ดัขาดความหลากหลายตามความต้องการและสมรรถภาพทางร่างกายของผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมขาดความตอ่เนื่อง และการขาดความรว่มมอืของคนในครอบครวัและชมุชน


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)ผลของเวลาการบดแบบสัน่และอณุหภูมิการเผาซนิเตอรต์่อการเปลีย่นรูปและสมบตัทิ ี่เลอืกของเซรามกินาโนไฮดรอกซอีะพาไทตท์ ี่เตรยีมไดจ้ากกระดูกว ัวชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนิรุทธิ์รกั สุจรติส ังก ัดคณะวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์Sustainable Food Technology ประเทศ United KingdomScopus Quartile = 2บทน างานวิจัยนี้จึงตั้งสมมติฐานว่า การเปลี่ยนแปลงของเวลาในการบดแบบสั่นและอุณหภูมขิองการเผาซนิเตอรอ์าจชว่ยเพิม่ลกัษณะเฉพาะและสมบตัทิ ี่เหมาะสมของเซรามิกนาโน HA ได้ กระดูกวัวธรรมชาติถูกแปรรูปเป็ นผง HA โดยผ่านกระบวนการตม้การเผาที่อุณหภูมิ800 °C และการบดดว้ยลูกบอลในขัน้ตน้จากนั้นผง HA ที่ไดถู้กน าไปบดแบบสัน่เป็นเวลา 0, 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมงเพือ่สรา้งผงนาโน และเผาซนิเตอรท์ีอุ่ณหภูมิระหว่าง 1150 °C ถึง 1300 °C พบว่าการบดแบบสัน่เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ท าใหไ้ดผ้งนาโน HA ทีม่ขีนาดสม ่าเสมอ (<100 นาโนเมตร) และมีความเป็นผลึกที่ดีโดยอุณหภูมิการเผาซนิเตอรม์ีอิทธพิลมากกว่าเวลาในการบด โดยการการเผา ซนิเตอรท์ีอุ่ณหภูมิ1250 °C ใด้ค่าความหนาแน่นและค่าความทนทานต่อการกดดัดสูงสุดประมาณ 112 MPa ผลการวจิยันีแ้สดงให้เห็นว่า ขั้นตอนการบดแบบสั่นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ร่วมกบัการเผาซนิเตอรท์ี่อุณหภูมิ 1250 °C ท าให้ได้เซรามิก HA ที่เหมาะสมส าหรบัการใชง้านเป็นวสัดุฝังปลูกในกระดูกตรงส่วนทีต่อ้งรบัน ้าหนักว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัยเพื่อหาผลของเวลาการบดแบบสั่นและอุณหภูมิการเผาซนิเตอรต์่อการเปลีย่นรูปและสมบตัทิ ี่เลอืกของเซรามิกนาโนไฮดรอกซอีะพาไทตท์ี่เตรยีมได้จากกระดูกวัวสรุปผลการท าวิจ ัยวธิกีารบดแบบสั่นเป็นวิธกีารที่ง่ายในการเตรยีมอนุภาคนาโนไฮดรอกซอีะพาไทตท์ ี่มีลักษณะคล้ายเข็มจากกระดูกวัวธรรมชาติด้วยต้นทุนต ่ามคีวามสามารถในการท าซ ้า และมผีลผลติต่อครั้งสูง งานวจิยันี้ไดก้ารแสดงผลของเวลาในการบดแบบสั่นต่อคุณสมบตั ิทางกายภาพและเชงิกลของเซรามิกHA พบว่าเวลาในการบดแบบสั่นส่งผลกระทบเล็กนอ้ยต่อความหนาแน่นและสมบตัเิชงิกลของเซรามิก แต่การบดแบบสั่นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เป็นเงือ่นไขที่เหมาะสมทีสุ่ดส าหรบัการศกึษาเพิม่เตมิดว้ยการปรบัอุณหภูมิการเผาซนิเตอร์อย่างละเอียดจาก 1150, 1200, 1250 และ 1300 °C พบว่าอุณหภูมิการเผาซินเตอร ์ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความหนาแน่น ความแข็ง และความทนทานต่อการกดดัดของเซรามิก HA หลงัการเผาซนิเตอร์โดยเงื่อนไขที่เหมาะสมทีสุ่ดในการทดลองนี้คอืการบดดว้ยแรงสัน่เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และเผาซนิเตอร์ทีอุ่ณหภูมิ1250 °C เนื่องจากเซรามกิที่ไดม้คี่าความหนาแน่นสูงสุดที่3.01 g / cm ความทนทานต่อการกดดดั สูงสุดที่112 MPa และมีค่าความแข็งสูงถึง 605 HV ซึ่งตรงตามค่าทีต่อ้งการส าหรบัการใชง้านของกระดูกเทยีม


<< มหาวิทยาล ัยราชภ ัฏเชียงใหม่ : Chiang Mai Rajabhat University >>Research Article(บทความ)อทิธพิลของการใชส้ ือ่ออนไลนท์ ีส่่งผลต่อระด ับการรู ้เท่าท ันโฆษณาออนไลน์ผลิตภ ัณฑ ์เสริมอาหารของผู ้สูงอายุในเขตพืน้ทีจ่งัหวดัเชยีงใหมชือ่ผูว้จิยัผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญมณี ภักดีมวลชนส ังก ัดคณะวิทยาการจัดการได้ร ับทุนกองทุนพัฒนาบุคลากรประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนครั้งที่4/2568เมือ่วนัที่13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568ตีพิมพ ์วารสารนิเทศศาสตร ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบทน าดว้ยลกัษณะความเปลีย่นแปลงทางดา้นรา่งกายที่เกดิขึน้กบัผูสู้งอายุประกอบกบัการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในช่วงปี 2567-2568 ยิ่งท าใหก้ารบรโิภคผลิตภณัฑเ์พื่อสุขภาพไดร้บัความนิยม และกลุ่มผูสู้งอายุจงึเป็นกลุ่มเป้าหมายผูบ้รโิภคที่น่าสนใจโดยเฉพาะองคก์รธุรกิจต่างๆ มองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจทศิทางการตลาดและผลติสนิคา้หรอืผลติสือ่ โฆษณาผลติภณัฑเ์สรมิอาหารใหต้รงกบักลุ่มผูสู้งอายุมากขึน้นอกจากนีป้ระเทศไทยยงัพบว่ามีแนวโนม้ในการจ่ายเงนิเพือ่ซือ้สนิคา้เพือ่สุขภาพมากขึน้ โดยเฉพาะกลุ่มผลติภณัฑเ์สรมิอาหารทีม่อีตัราการเตบิ โตเพิม่ขึน้ถงึรอ้ยละ 10-15 โดยพบว่าผูสู้งอายุเป็นกลุ่มผูบ้รโิภคกลุ่มหนึ่งทีน่ิยมเลอืกซือ้ผลติภณัฑเ์สรมิอาหารเพือ่ดูแลสุขภาพตวัเองว ัตถุประสงค ์การท าวิจ ัย1. เพื่อส ารวจพฤติกรรมการบรโิภคผลิตภัณฑเ์สรมิอาหารจากการดูโฆษณาออนไลน์ของผู้สูงอายุ 2. เพื่อวดัระดบัการรูเ้ท่าทนั โฆษณาออนไลนผ์ลิตภณัฑเ์สรมิอาหารของผู้สูงอายุ 3. เพื่ออธิบายอิทธิพลที่ส่งผลต่อระดับการรูเ้ท่าทันโฆษณาออนไลน์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้สูงอายุสรุปผลการท าวิจ ัยผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุช่วงอายุ 60-65 ปี ร ้อยละ 56.80 การศึกษาระดับมธัยมศึกษาตอนตน้หรอืต ่ากว่า รอ้ยละ 36.50 อาชพี ส่วนใหญ่เป็นแม่บา้น/พ่อบ้าน ร ้อยละ 30.30 รายได้น้อยกว่า 10,000 บาทร ้อยละ 53.80 1) ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออนไลน์ ระดับปานกลาง ( =2.65, S.D.=1.10) 2) ผู้สูงอายุมีระดับการรู ้เท่าทันโฆษณาออนไลน์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้สูงอายุ ระดับปานกลาง ( =3.21, S.D.=0.85) และ 3) ตัวแปรพยากรณ์ระดับการรู ้เท่าทันโฆษณาออนไลน์ของผู้สูงอายุ ทั้งหมด 6 ตวัแปร ไดแ้ก่ระดบัการบรโิภคผลติภณัฑเ์สรมิอาหาร (R²=0.092) พยากรณไ์ดร้อ้ยละ 9.20 เพิ่มตวัแปรจ านวนครั้งในการซือ้ผลิตภณัฑเ์สรมิอาหารจากการดูโฆษณาออนไลน์ (R²=0.231) พยากรณ์ได้ร ้อยละ 23.10 เพิ่มตัวแปรระยะเวลาในการบริโภคบริภัณฑเ์สริมอาหาร (R²=0.304) พยากรณไ์ดร้อ้ยละ 30.40 เพิ่มตวัแปรค่าใชจ้่ายในการซือ้ผลิตภณัฑเ์สรมิอาหาร (R²=0.336) พยากรณไ์ดร้อ้ยละ 33.60 เพิ่มตวัแปรระดบัความรูข้องผูสู้งอายุต่อเนือ้หาโฆษณาออนไลน์(R²=0.359) พยากรณ์ได้ร ้อยละ 35.90 และเพิม่ตวัแปรจ านวนชั่วโมงในการใชส้ือ่ออนไลน์(R²=0.376) พยากรณ์ได้ร ้อยละ 37.60


Click to View FlipBook Version