The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการประเมินตนเอง64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นันนี่ จังเซ่, 2022-05-16 04:21:25

รายงานการประเมินตนเอง64

รายงานการประเมินตนเอง64

45
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวัย 2564

ขนั้ ตอนในการสอน
1. ขน้ั นาเสนอ
เปน็ ขนั้ ที่ครแู ละผเู้ รียนร่วมกนั เสนอปัญหาหรอื ความต้องการทจี่ ะแก้ปญั หาโดยใชส้ อื่ และวิธกี ารต่างๆ

กระตนุ้ เพอ่ื นาไปสกู่ ารสอนโดยใชก้ จิ กรรมในแหลง่ ชมุ ชน
2. ขนั้ กาหนดจดุ ประสงค์
ครแู ละผูเ้ รยี นร่วมกันกาหนดปญั หา กจิ กรรมและวัตถปุ ระสงคใ์ นการใช้กิจกรรมในแหล่งชุมชน
3. ขนั้ วางแผน
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั วางแผนตามข้นั ตอนดังนี้
3.1 แบง่ กลุ่มศกึ ษาคน้ ควา้ เลือกประธานและเลขานกุ ารกลุ่ม
3.2 เตรยี มคาถามและปัญหาใหส้ อดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์
3.3 จัดวางกฎระเบยี บในการศึกษาโดยใชก้ ิจกรรมในแหล่งชุมชน
3.4 วางแผนในเร่อื งวัสดอุ ปุ กรณใ์ นการสอน
3.5 วางแผนร่วมกบั ผ้เู กีย่ วข้องในการสอนโดยใช้กิจกรรมในแหลง่ ชมุ ชน
3.6 วางแผนเพือ่ แก้ไขปญั หาอุปสรรคท่ีอาจจะเกิดข้นึ
4. ขัน้ ดาเนินงานเปน็ ข้นั ทปี่ ฏิบัติตามข้ันตอนท่วี างแผนไว้
การเรยี นการสอนโดยใชก้ จิ กรรมในแหล่งชุมชน เปน็ รปู แบบการเรยี นการสอนท่สี ง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นได้มี

โอกาสเรียนรูแ้ ละเขา้ ใจบริบท ความเป็นอยูใ่ นท้องถ่ินหรือชุมชนของตนเอง ผ่านกจิ กรรมทถ่ี ือเป็นกจิ วตั รของ
ผู้คนในชมุ ชนโดยมปี ราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ นับว่าเป็นรปู แบบการเรียนร้ไู ม่จากดั เวลา สถานท่ี
และความรู้ท่ีได้รับยังเป็นประโยชนอ์ ย่างมากต่อผ้เู รียน กจิ กรรมการสอนให้ผู้เรยี นเรยี นรู้วิถชี วี ติ ของชาวนา
รวมถึงกระบวนการปลูกขา้ ว เปน็ หน่ึงบทเรยี นสาคญั ท่ีต้องเรียนรผู้ า่ นแหลง่ การเรยี นรูใ้ นชุมชน ทตี่ อ้ งใชน้ าขา้ ว
เปน็ ห้องเรียนธรรมชาติ ถือเป็นกจิ กรรมในท้องถ่นิ ที่ควรถา่ ยทอดต่อผู้เรียนท่ีเปน็ เด็กและเยาวชนยุคใหม่เปน็
อยา่ งยงิ่

3. การเรียนแบบการสอนแบบเรยี นรู้ผา่ นการลงมือทา ( Learning by doing )
สาหรับแนวคดิ การเรยี นแบบการสอนแบบ เรียนรผู้ า่ นการลงมือทา เป็นแนวคิดท่ีมาจาก จอหน์ ดวิ อ้ี
(John Dewey) นักปรชั ญาชาวอเมริกนั ท่ีเชื่อวา่ “มนษุ ยจ์ ะตอ้ งปรบั ตัวเพื่อใหช้ วี ิตอย่รู อด” สิ่งแวดล้อมเปน็
เรื่องสาคัญและจะ ตอ้ งนาไปใชเ้ ปน็ แนวคิดของการจดั การศึกษา ที่ต้องเนน้ ฝึกใหม้ นุษย์แก้ปญั หา เพื่อใหเ้ กิด
การเรยี นรจู้ ากการกระทา นอกจากนตี้ ้องได้ฝึกปฏบิ ตั ิ ฝึกคิด ฝึกลงมอื ทา ฝึกทักษะกระบวนการต่างๆ
ประสบการณ์ทม่ี นุษย์พบหรือเผชิญ มีอยู่ 2 ประเภทดังนี้
- ขัน้ ปฐมภูมิ เปน็ ประสบการณท์ ่ีไม่เปน็ ความรู้ หรือยงั ไม่ไดค้ ดิ แบบไตร่ตรอง
- ขั้นทุติยภูมิคือทเี่ ปน็ ความรู้ไดผ้ า่ นการคิดไตร่ตรองประสบการณข์ ้ันแรกจะเปน็ รากฐานของขัน้ ทตุ ิภูมิ

ลักษณะหลกั การทฤษฎเี รยี นผ่านการลงมือทา
ลกั ษณะสาคญั ของหลักทฤษฎี Learning by doing น้นั กแ็ ปลได้ตรงตวั ตามชื่อ คอื การเรียนรูด้ ้วย
ตนเอง โดยการเรียนร้ดู ว้ ยตนเองน้คี ือการทผี่ เู้ รียนไดล้ งมอื ปฏบิ ตั ิ เกิดความสมั พนั ธโ์ ดยตรงกบั ส่ิงท่ีต้องการ
เรยี นรู้ โดยผูเ้ รียนจะเกิดความรู้ขนึ้ ไดเ้ มอ่ื ได้ลงมือทา และทงั้ หมดนี้เปน็ หลักการปรัชญาแบบ John Dewey ซง่ึ
สรุปไดว้ ่าคนเราจะสามารถเรียนรูไ้ ด้ดที ีส่ ุดจากการที่ไดล้ งมือทาสงิ่ ต่างๆ ด้วยตนเอง
วธิ ีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้ แบ่งเป็น 4 ข้นั ตอน

46
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวัย 2564

1. Explore การสารวจ: เริ่มจากสารวจตัวเองก่อนว่าสนใจสงิ่ ใด ชอบส่ิงไหน สารวจสงิ่ ต่างๆ รอบตัวว่า
มีอะไรเกิดขน้ึ เปลีย่ นแปลงไปในแตล่ ะวันบ้าง ส่ิงตา่ งๆ รอบตวั ทางานอยา่ งไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

2. Experiment การทดลอง: เม่อื ได้สารวจสงิ่ ตา่ งๆ แลว้ ข้ันตอนต่อมากค็ ือการทดลองว่าสิง่ เหล่าน้นั
ทางานอย่างไร เราสามารถต่อยอดทาอะไรไดบ้ ้าง เพื่อให้เกิดการลองลองผิดลองถูก และเรียนรจู้ ากความ
ผดิ พลาดที่เกิดขนึ้ เปน็ การเก็บเก่ยี วประสบการณ์ในการเรียนรู้ การทดลองจะทาให้ผู้เรยี นไดซ้ ึมซบั และทา
ความเข้าใจกับข้ันตอนในการเรยี นรู้

3. Learning by doing เรยี นรู้จากการกระทา: เมื่อสารวจ ทดลอง ก็ถงึ เวลาทไี่ ด้ลงมือปฏบิ ตั ิเพอื่ ให้
เกดิ การเรียนรู้ โดยเป็นการปฏิบัติเพือ่ สร้างองค์ความรขู้ ้นึ มาจากการรวบรวมข้อมลู ที่ได้จากการสารวจ และการ
ทดลอง

4. Doing by learning การกระทาเพื่อใหเ้ กิดการเรียนรู:้ เป็นการต่อยอดจากเรียนรู้ท้ังหมด โดยการ
กระทาสงิ่ ต่างๆ ที่สมั พนั ธ์กบั การเรียนรู้ การกระทาที่ได้มาจากการไดส้ ารวจ ทดลอง และเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง

ประโยชนข์ องการเรียนแบบลงมอื ทาท่ีมตี อ่ เด็ก
สาหรับประโยชน์ท่ีเด็กๆ จะไดร้ บั จากการเรียนร้ผู า่ นการลงมือทาสิง่ ตา่ งๆ ด้วยตนเอง คือการท่ีเดก็ ๆ
จะไดเ้ รยี นรจู้ ากการกระทาของตนเอง ได้ลองผดิ ลองถูกเพื่อใหเ้ กดิ องคค์ วามรู้ทม่ี ีแต่ตวั เด็กๆ เองท่าน้ันที่จะ
สามารถเข้าใจได้ เปน็ การสรา้ งเสรมิ ประสบการณ์แบบทีผ่ ใู้ หญไ่ ม่สามารถหยบิ ยื่นให้ได้ อีกหน่งึ ประโยชน์ท่ี
สาคญั คือ เม่อื เด็กๆได้เรยี นร้ดู ้วยตนเอง อีกสง่ิ หน่ึงท่ีได้เพิ่มมาคือการได้สร้างความม่นั ใจจากการลงมือทาสิ่ง
ต่างๆ โดยความมน่ั ใจน้เี ปน็ อีกหน่งึ ส่ิงสาคัญทจี่ ะสง่ ผลดีต่อการเรียนร้ใู นระยะยาวของตัวเด็กเอง
การเรยี นรดู้ ว้ ยการลงมือทาเป็นการเรียนท่ีส่งผลให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากสง่ิ ทไี่ ด้เรียน
เพราะผเู้ รียนมโี อกาสได้คดิ ฝึก ทา ด้วยตวั เอง เรยี นรู้ทีจ่ ะแก้ปญั หาท่ีเกิดขนึ้ ด้วยตัวเอง อันจะนามาซึ่งความร้ทู ี่
คงทนทีผ่ ู้เรียนสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้จริง ซึ่งถือเป็นรูปแบบการเรียนการสอนทโ่ี รงเรยี นปรารถนาจะให้
เกิดขน้ึ เช่น การสอนให้ผู้เรยี นไดฝ้ กึ การเป็นชาวนาโดยเรียนรูท้ กุ ขน้ั ตอนของการทานา และได้ลงมอื ปฏิบัติด้วย
ตนเอง มแี หล่งเรยี นรู้ในชมุ ชนเป็นส่ือ จะทาให้ผู้เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจในสิง่ ท่ีได้เรยี นและนาไปใช้ประโยชน์
ไดอ้ ย่างมากมาย

3. วิธกี ารดาเนินงาน
1. เป้าหมาย
1.1 เชิงปริมาณ
- ผเู้ รยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4-6 ร้อยละ 75 มีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ตามที่สถานศึกษา
กาหนด
1.2 เชิงคุณภาพ
- ผเู้ รียนมคี วามภมู ิใจในทอ้ งถ่นิ และเหน็ ความสาคญั ของแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน
- ผูเ้ รียนมีความรู้ ทกั ษะพนื้ ฐานและเจตคติทด่ี ีต่องานอาชพี
- ผเู้ รียนสามารถเรียนรู้และยอมรบั ทจ่ี ะอยรู่ ่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
- ผู้เรยี นมีสุขภาวะทางรา่ งกายและจติ สงั คม

2. ขัน้ ตอนการดาเนินงาน
2.1 ประชุม/วางแผนคณะครูและผู้เกีย่ วขอ้ ง ดาเนนิ การติดต่อประสานงานกับแหลง่ เรยี นรแู้ ละ
ปราชญช์ าวบ้านในชมุ ชน พรอ้ มมอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบ

47
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวัย 2564

2.2 ผรู้ ับผิดชอบจดั ทาตารางกจิ กรรมนดั หมายนักเรียนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้
2.3 ดาเนนิ การตามกจิ กรรมแตล่ ะครั้ง
- กจิ กรรมอบรมให้ความร้เู รื่องความสาคญั ของขา้ วและอาชีพชาวนา ประเภทของข้าว ขั้นตอนวธิ ีการ
ทานาแตล่ ะขน้ั ตอน
- การถอนต้นกลา้
- การดานา
- การดูแลต้นขา้ ว
- การกาจดั ศตั รูพืชในนาข้าว
- การเกบ็ เกยี่ วข้าว
- กิจกรรมสรปุ ความรู้
2.4 ติดตาม/ควบคุมการดาเนนิ งาน/สรุปผล/รายงานผล
2.5 นาผลการดาเนินงานมาวเิ คราะห/์ ปรบั ปรุง แก้ไข วางเปา้ หมายในคร้ังต่อไป

4. ผลทีเ่ กิดขนึ้

1. ผเู้ รียนได้เรยี นรูผ้ า่ นการลงมือปฏิบตั ิ เกิดประสบการณต์ รง
2. ผู้เรียนไดเ้ รยี นรู้วถิ ีชีวติ ของผู้คนในท้องถ่นิ และเกดิ ความภูมิใจในทอ้ งถ่ินของตนเอง
3. ผูเ้ รยี นสามารถพง่ึ ตนเองด้านอาหารได้
4. ผ้เู รียนเหน็ ความสาคัญของขา้ วและอาชีพชาวนา

5. การเผยแพร่ผลงาน

1. ทาง Facebook โรงเรียนบ้านปาโจ สพป.ยล 1
2. ทาง Line กลุม่ ผูป้ กครองโรงเรยี นบ้านปาโจ
3. ทางจดหมายขา่ วประชาสมั พนั ธ์โรงเรยี นบ้านปาโจ

48
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ

1.ชือ่ วิธีการปฏิบตั ิทด่ี /ี นวัตกรรม

รูปแบบการนิเทศม่งุ ทกี่ ระบวนการเพื่อแก้ปัญหา 5 ประการโดยใชแ้ นวคดิ ของกลคิ แมน (Glickman)

2.สภาพความจาเปน็ ในการแก้ปญั หา

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2)พ.ศ. 2545 และ
(ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553 ได้บัญญัตถิ ึงมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาไวใ้ นหมวด 6 มาตรา 47 วา่ ให้
มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับประกอบด้วยระบบ
การประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอกระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพ
การศึกษาใหเ้ ป็นไปตามทกี่ าหนดในกระทรวง ในมาตรา 48 ระบุว่าให้หนว่ ยงานต้นสงั กดั และสถานศึกษาจัดให้
มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาท่ีต้องดาเนินการอย่างต่อเน่ืองโดยมีการจัดทารายงานประจาปี
เสนอต่อหนว่ ยงานต้นสงั กดั หนว่ ยงาน ทเ่ี กี่ยวขอ้ งและเปดิ เผยสาธารณชนเพือ่ นาไปสกู่ ารพัฒนาคุณภาพ
และมาตรฐานการศึกษา นอกจากนี้เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกของสานักงานรับรองมาตรฐานแล ะ
ประกันคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ยังได้กาหนดให้มีการนิเทศภายในเป็นส่วนหน่ึงของเกณฑ์การประเมินด้วย
เพอ่ื ใหผ้ ู้บริหารสถานศึกษาได้ตระหนักเห็นความสาคัญและนาไปปฏิบตั ิในโรงเรียนให้มปี ระสิทธิภาพ และไดผ้ ล
อยา่ งเปน็ รูปธรรม (กรองทอง จริ เดชากุล, 2550, น.1)

การนิเทศการศึกษาของโรงเรยี นบ้านปาโจ ที่ผ่านมาจนปัจจบุ ันนี้ยังคงต้องการพัฒนาศักยภาพของครู
เหมือนเดิมไม่ผิด แผกจากในอดีต ซ่ึงเจตนาเบื้องต้นในการนิเทศคือ ช่วยให้ครูเห็นและเข้าใจถ่องแท้ใน
วัตถุประสงค์ของการศึกษา และหน้าท่ีโดยเฉพาะของครูในโรงเรียนที่จะดาเนินไปสู่วตั ถุประสงค์ของการศึกษา
ช่วยให้ครูไดเ้ หน็ และเข้าใจในความต้องการและปัญหาต่างๆของนกั เรียน ตลอดจนชว่ ยแก้ไขและป้องกันปัญหา
อันจะพึงมีแก่ นักเรียน มุ่งหวังในการช่วยสร้างครูให้มีคุณลักษณะความเป็นผู้นาท่ีดี โดยการช่วยปรับปรุง
โรงเรยี นท้งั ดา้ นบรหิ ารและด้านวิชาการชว่ ยสร้างเสริมความสามัคคี และรูจ้ ักทางานร่วมกนั รวมถึงชว่ ยส่งเสริม
ครูให้ก้าวหน้าใน โดยมุ่งพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพสู่สมรรถนะหลักตาม
มาตรฐาน

รูปแบบการนิเทศมีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบตามแนวคิดของกลิคแมน (Glickman, 2007 อ้างถึงใน
สุนันทา สบายวรรณ, 2555, น.5) กล่าวถึงการนิเทศมุ่งท่ีกระบวนการเพื่อแก้ปัญหา 5 ประการ คือ1) การ
พัฒนาให้ความช่วยเหลือครูโดยตรง ( Direct Assistance) 2) การพัฒนาทักษะการทางานกลุ่ม
(GroupDevelopment) 3) การเสริมสร้างประสบการณ์ทางวชิ าชีพ( Professional Development) 4) การ
พัฒนาหลกั สตู ร(Curriculum Development)และ 5) การวิจัยเชิงปฏบิ ตั ิการในชั้นเรยี น(ActionResearch)

49
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

เม่ือพิจารณาความเหมาะสมและสอดคล้องกับการนิเทศภายในสถานศึกษาแล้ว ซึ่งคาดว่าสามารถ
นามาใชใ้ นการพัฒนาระบบการจดั การเรียนการสอนของครูผู้สอนในโรงเรยี นให้ประสบผลสาเรจ็ ตามมาตรฐาน
วิชาชพี สามารถยกระดับคณุ ภาพการเรียนรูข้ องนักเรยี นผ่านการปฏิบตั งิ านของครูไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

3.วธิ ีการดาเนินงาน

ผศู้ กึ ษาได้นาหลกั แนวคิดและรปู แบบนเิ ทศตามแนวคิดของกลิคแมน (Glickman) ทก่ี ลา่ วถงึ การนิเทศ
มุ่งท่กี ระบวนการเพ่อื แกป้ ญั หา 5 ประการ ดาเนนิ การดงั นี้

3.1 ต้ังวตั ถปุ ระสงคข์ องการนเิ ทศ ดงั น้ี

(1) เพอ่ื ให้การสง่ เสริม แนะนาและให้การช่วยเหลือครู

(2) เพอ่ื ให้ครูจัดการเรียนการสอนตามแนวปฏริ ปู การเรยี นรู้ที่เนน้ ผู้เรยี น เป็นสาคญั
การบูรณาการ เนน้ ทักษะกระบวนการคิด

(3) เพอ่ื ปรับปรงุ และพัฒนากระบวนการ วธิ ีจดั การเรียนรู้ของครูการจดั กจิ กรรม
เสริมการเรยี นรู้ใช้สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ ได้อยา่ งเหมาะสม

(4) เพื่อให้ครูสามารถการวเิ คราะห์ ปรบั ปรุงหลกั สูตรสถานศึกษาและในกลมุ่ สาระ
การเรยี นรู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย

(5) เพอ่ื พฒั นาครใู ห้สามารถวิจยั ในชนั้ เรียนได้

(6) เพ่ือให้พัฒนาความสามารถของครใู นการวดั และประเมินผลตามสภาพจรงิ และ
ปรบั ปรงุ กระบวนการวัด และประเมินผลใหม้ ีประสิทธิภาพสูงขึน้

3.2 วางแผนรปู แบบ และกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา

3.2.1 รูปแบบการนเิ ทศ รูปแบบการนิเทศของโรงเรยี นบ้านปาโจเป็น การนเิ ทศมุ่งท่ี
กระบวนการเพื่อแก้ปัญหา 5 ประการโดยใชแ้ นวคิดของกลิคแมน (Glickman)
(Glickman,2007 อา้ งถงึ ใน สุนันทา สบายวรรณ, 2555, น.5)

(1) ดา้ นการให้ความช่วยเหลอื แก่ครโู ดยตรง

(2) ดา้ นการพฒั นาทกั ษะการทางานกลุ่ม

(3) ด้านการเสริมสรา้ งประสบการณ์ทางวิชาชพี

(4) ดา้ นการพัฒนาหลกั สตู ร

(5) ดา้ นการวิจัยเชงิ ปฏิบัตกิ ารในช้ันเรียน

50
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวัย 2564

3.2.2 วิธกี ระบวนการนเิ ทศภายในโรงเรยี นบ้านปาโจ

ในการดาเนินการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านปาโจ มีความจาเป็นต้องจัดทา แผนการ
นิเทศภายในโรงเรียนทุกปีการศึกษา เพ่ือใหก้ ารนิเทศภายในโรงเรียนบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์อย่าง
มีประสิทธิภาพ และสามารถดาเนินการตามกระบวนการนิเทศภายใน ได้อย่างเรียบร้อย
สมบรู ณ์ ทกุ ขนั้ ตอน ทางโรงเรยี นบา้ นปาโจ ได้เตรยี มการนิเทศภายในโรงเรยี นดังนี้

3.2.2.1 สร้างความเขา้ ใจร่วมกัน หากครทู กุ คนมีความเขา้ ใจถูกต้อง ตรงกัน
เกี่ยวกับการนิเทศภายในโรงเรียน จะทาให้ครูคลายความวิตกกังวลและพร้อมที่จะให้ความ
ร่วมมือกับผู้นิเทศ โดยมีเร่ืองท่ีต้องสร้างความเข้าใจกับครูทุกคน คือ เรื่อง ความสาคัญและ
ความจาเป็นของการจัดการนิเทศภายในโรงเรียน การนิเทศน้ันมีจุดมุ่งหมายหรือ เป้าหมาย
และตัวกระบวนการนิเทศเป็นอย่างไรอธิบายให้เห็นถึงตัวบ่งช้ีความสาเร็จของการนิเทศ
ภายในโรงเรียนเป็นอย่างไร

3.2.2.2 แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน โดยให้บุคลากรในหน่วยงานมี
ส่วนร่วมในการเสนอรายช่ือ เพ่ือช่วยแก้ปัญหาการไม่ยอมรับผู้นิเทศ โดยคณะกรรมการ
ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ประธาน ครูวิชาการโรงเรียน หรือผู้ท่ีได้รับการคัดเลือกจาก
คณะครู

3.2.2.3 ทาความเข้าใจร่วมกันเกีย่ วกับบทบาทและหน้าทข่ี องผู้นิเทศ และผู้
เขา้ รับการนิเทศรวมท้งั ผูท้ เ่ี กี่ยวขอ้ ง จะทาใหผ้ นู้ เิ ทศสามารถปฏิบตั ิงานดว้ ยความสบายใจ ไม่
อดึ อัด ขณะเดยี วกันก็ชว่ ยขจัดความรู้สกึ ขดั แยง้ ของผูร้ บั การนเิ ทศที่มตี ่อผู้นิเทศไดด้ ้วย

3.2.2.4 กาหนดบทบาทหนา้ ที่ของคณะกรรมการนิเทศภายในโรงเรยี น โดย
การออกคาสงั่ และแนะนาแนวปฏบิ ัตกิ ารนิเทศ

3.2.2.5 กาหนดเปา้ หมายของการนิเทศภายในโรงเรียน ดงั นี้

(1.) ส่งเสริมการปฏิบตั ิงานและความร่วมมือในการทางานเปน็ หมู่
คณะ โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ัติงาน

(2) ส่งเสริมใหค้ รูรักงานวิชาการ ทางานวชิ าการอย่างสม่าเสมอ
เคารพ ในหลกั การและเหตุผลของการปรบั ปรุงคุณภาพของงาน

(3) ช่วยเหลือใหค้ รปู ฏิบตั งิ านด้วยความสะดวก มีโอกาสเพ่ิมพนู
ความรู้ ทกั ษะต่าง ๆ ท่ีเอประโยชนใ์ นการปฏบิ ัตงิ านในหน้าทอ่ี ยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ

(4) สง่ เสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกบั การนเิ ทศภายใน
โรงเรยี น และเร่อื งอ่นื ๆ ทีเ่ ป็นประโยชน์ในการปฏิบัตงิ านในหนา้ ทข่ี องครู

51
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวยั 2564

(5) กระตนุ้ ใหค้ รูเกดิ การพฒั นาตนเองอย่างเสมอ ในการ แจ้ง
ข่าวสาร ความเคล่อื นไหวทางวิชาการ การไปเยย่ี มชมนิทรรศการของ
หน่วยงานตา่ ง ๆ ส่งเสรมิ ให้อ่านวารสารทางวชิ าการ และการเขียนบทความ
การเขา้ รับการอบบรมต่าง ๆ

(6) รว่ มมือกับคณะครูดาเนนิ งานตามขัน้ ตอนของกระบวนการนิเทศ

ภายในสถานศึกษา

(7) สรา้ งขวัญและกาลังใจให้แก่ผปู้ ฏบิ ัตงิ าน ดว้ ยวิธกี ารต่าง ๆ เชน่
ยกย่อง ชมเชยในทป่ี ระชุม นาผลสาเรจ็ ของการปฏิบตั ิงานมาแสดงให้
ปรากฏแกบ่ ุคคลอน่ื แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตามความถนัด และเปดิ
โอกาสใหแ้ สดงความสามารถอย่างเตม็ ท่ี

(8) ติดตามประเมนิ ผลและพัฒนาการดาเนินการนิเทศภายใน

กาหนดบทบาทหน้าท่ีของผู้รับการนเิ ทศ ดังน้ี

(1) ใหย้ อมรับบทบาทหน้าที่ของผนู้ เิ ทศโดยรบั ฟงั ความคิดเห็น
ข้อเสนอแนะ และให้ความร่วมมือ ปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอแนะ

(2) รว่ มมือกบั ผ้นู ิเทศในการวิเคราะห์ปญั หาและกาหนดแนว
ทางการ แกป้ ญั หา

(3) ปฏิบัติงานตามท่ีได้รับการมอบหมายด้วยความจริงใจ และใช้
แนวทาง ที่ไดร้ บั การนิเทศในการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน

3.2.2.6 ซกั ซ้อมความเข้าใจเกีย่ วกบั การปฏิบัติการนเิ ทศให้แก่

คณะกรรมการดาเนินการนิเทศ ภายใน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและความขัดแย้งใน
การนิเทศ ตลอดจนป้องกันมิให้ผู้รับการนิเทศ เกิดความสับสนและอาจไม่ศรัทธาผู้
นเิ ทศและการนิเทศ

3.2.2.7 ดาเนินการตามรูปแบบการนิเทศของโรงเรียนบ้านปาโจเป็น การ
นิเทศมุ่งที่กระบวนการเพ่ือแก้ปัญหา 5 ประการโดยใช้แนวคิดของกลิคแมน
(Glickman)

52
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

รูปแบบการดาเนนิ การ

ผู้ศกึ ษาได้นาหลกั แนวคิดและรูปแบบนเิ ทศตามแนวคิดของกลิคแมน (Glickman) ทีก่ ล่าวถึงการนิเทศ
ม่งุ ทีก่ ระบวนการเพื่อแกป้ ญั หา 5 ประการ โดยมรี ูปแบบการดาเนนิ การตามขัน้ ตอนดังนี้

2.4.1 ขั้นเตรียมการ

ประชมุ บคุ ลากรเพ่ือเสนอ แต่งต้ังคณะกรรมการตามวิธกี ระบวนการนเิ ทศภายในโรงเรยี นบ้านปาโจ
ช้ีแจงทาความเข้าใจมอบหมายงานทร่ี ับผิดชอบ จดั ทาแผนงานและปฏิทินปฏิบตั งิ านการนเิ ทศ.กากับติดตาม
ตรวจสอบประเมนิ ผล โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละดา้ นของรปู แบบการนิเทศมงุ่ ท่กี ระบวนการเพื่อ
แกป้ ัญหา 5 ประการโดยใช้แนวคิดของกลิคแมน (Glickman) ดงั นี้

(1) ดา้ นการให้ความชว่ ยเหลอื แก่ครโู ดยตรง ไดแ้ ก่ ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาได้ใหค้ าปรึกษา แนะนาในการ
จัดกจิ กรรมการเรียนการ สอนโดยช่วยใหค้ รไู ดร้ ับขอ้ มูลย้อนกลบั เปิดโอกาสให้ครูได้มสี ่วนรว่ มในการวาง
แผนการนเิ ทศ โดยมีการประชมุ ร่วมกนั มกี ารสารวจปญั หาและความต้องการของครูเพ่ือเปน็ แนวทางในการ
วางแผน ปรับปรุงการสอน ท้ังรปู แบบท่ีเปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ เพอื่ ใหก้ ารช่วยเหลอื ครูและสรา้ ง
สัมพนั ธ์ท่ดี ีระหว่างครูกบั ผบู้ ริหาร

(2) ด้านการพัฒนาทักษะการทางานกลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ได้นาพาในการส่งเสริมให้ครูมี
การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการทางานเป็นทีม ซ่ึงจะมีการจัดประชุมเพ่ือกาหนด
วัตถุประสงค์ร่วมกัน และร่วมกันแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครู โดยผู้บริหารจะต้องบ่งช้ีให้เห็นถึง
ความพรอ้ มของสมาชิก แต่ละคน เพ่อื ส่งเสรมิ ให้สมาชิกมีการพฒั นาตนเอง เข้าใจถงึ บทบาทของตนเอง มีความ
สามัคคีและรับ ฟังความคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่ม ยอมรับ กฎเกณฑ์ ผู้บริหารสามารถขจัดพฤติกรรมท่ีไม่พึง
ประสงค์ ของสมาชกิ และลดข้อขดั แย้งภายในกล่มุ ได้

(3) ด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา นาพาในการสร้างความ
ตระหนักถึงความจาเป็นเพื่อให้ครูมี การพัฒนาทางวิชาชีพ ตามความต้องการของครู สนับสนุนให้ครูพัฒนา
ความร้ใู นสาขาท่สี อน ในรูปแบบของการประชุม อบรม สมั มนา สง่ เสริมให้ครูได้ศึกษาต่อ และรวมถงึ การสาธิต
การสอน การแนะแนว การปฐมนิเทศครใู หม่ เพ่ือใหค้ รูมคี วามเข้าใจในหลักการจดั การเรยี นการสอน เนน้ ใหค้ รู
มคี วามเข้าใจในตัวนักเรียนแต่ละคน ส่งเสริมใหค้ รูจัดการเรียนร้ทู ี่หลากหลายและมกี ารประเมนิ ตามสภาพจริง

(4) ด้านการพัฒนาหลกั สตู ร ไดแ้ ก่ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ได้นาพา ในการใหค้ วามสาคญั ในการพัฒนา
ครใู ห้มคี วามรดู้ ้านหลกั สตู ร ต้ังแต่จดุ ม่งุ หมายของหลักสูตร เน้ือหาของหลักสูตร การจัดการหลักสูตรและ
สามารถนาหลกั สตู รไปใช้ใน

(5) ด้านการวจิ ัยเชงิ ปฏบิ ัติการในช้ันเรียน ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาไดน้ าพาศึกษาเก่ยี วกับสภาพ
ปญั หาทเี่ กิดข้นึ ในชน้ั เรยี น เพือ่ กาหนดแนวทางพัฒนาการเรยี นการสอนผา่ นกระบวนการวจิ ยั และสรา้ งความ
ตระหนกั ให้ครเู หน็ ความสาคัญของการวจิ ยั ในชน้ั เรียน ส่งเสรมิ ให้ครูอ่านบทความวิจัยเพ่ือใหเ้ กิดองค์ความรู้

53
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวัย 2564

ใหม่ สง่ เสริมใหค้ รูไดม้ ีการพัฒนาตนเอง เพ่ือให้ครูมคี วามรคู้ วามสามารถในการทางวิจยั นาสือ่ และนวัตกรรม
ใหมๆ่ มาใช้ในการพัฒนาการจดั การเรยี นการสอน

2.4.2 ขน้ั ดาเนนิ การ

ปฏิบตั ิตามปฏทิ ินที่วางไวป้ ระกอบกับดาเนนิ โครงการและกิจกรรมตามแผนปฏิบตั งิ าน
ประจาปที วี่ างไวด้ งั นี้

2.4.2.1 ดา้ นการให้ความชว่ ยเหลือแก่ครโู ดยตรง คือจัดกรรมดังต่อไปนี้

(1) ประชุมร่วมกนั มกี ารสารวจปัญหาและความต้องการของครูเพอ่ื เปน็
แนวทางในการวางแผน ปรับปรุงการสอน

(2) จัดกิจกรรม PLC ในตารางคาบว่างของแต่ละคนที่ตรงกัน

(3) จดั กิจกรรมแลกเปลีย่ นเรยี นร้ทู กุ สปั ดาห์ ๆ ละ หนง่ึ ชว่ั โมง

(4) เขียนจดหมายข่าวสั้น สื่อสารข้อสงสัยระหวา่ งเพื่อนครูและผู้บรหิ าร

(5) บคุ ลากรทุกคนแจ้งความคบื หน้าการปฏิบตั งิ านทีไ่ ดร้ บั มอบหมายทกุ วนั
ในชอ่ งทางสื่อสาร ไลนก์ ลุ่มโรงเรยี นบา้ นปาโจ

2.4.2.2 ดา้ นการพฒั นาทักษะการทางานกลมุ่ คือ การจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอน โดยการทางานเป็นทมี

(1) กิจกรรมการเรียนการสอนลกู เสอื ออนไลน์

(2) กจิ กรรมอาสาพฒั นา

(3) กจิ กรรมสัมพันธช์ ุมชน

(4) กิจกรรมคา่ ยวิชาการออนไลน์

2.4.2.3 ด้านการเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ทางวิชาชีพ การพัฒนาทางวิชาชีพ

ตามความต้องการของครู สนับสนนุ ใหค้ รพู ัฒนาความรูใ้ นสาขาที่สอน

(1) ใหค้ รูจดั ทาแผนพฒั นาตนเอง

(2) จัดอบรมพฒั นาครตู ามความต้องการในโรงเรยี น

2.4.2.4 ด้านการพฒั นาหลักสูตร พฒั นาครใู ห้มีความรดู้ า้ นหลกั สตู ร ตง้ั แต่
จุดม่งุ หมายของหลกั สูตร เน้ือหาของหลักสูตร การจัดการหลกั สูตรและสามารถนาหลกั สูตรไปใช้

(1) ประชมุ บุคลากรเพือ่ ออกแบบเครื่องมือประเมนิ การใช้หลกั สูตร
สถานศึกษา

54
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวัย 2564

(2) แตง่ ต้ังบุคลากรทกุ คนเป็นผู้ประเมนิ การใช้หลักสูตรสถานศึกษา

(3) นาผลท่ไี ดจ้ ากการประเมินการใชห้ ลกั สูตรมาพฒั นาหลักสูตร
สถานศกึ ษาให้สอดคล้องกบั นโยบายความตอ้ งการของผู้รับบริการ

2.4.2.5 ด้านการวิจยั เชงิ ปฏบิ ัติการในชั้นเรียน กาหนดแนวทางพัฒนาการเรยี น

การสอนผา่ นกระบวนการวิจัย

(1) จัดอบบรมการทาวิจัยในชัน้ เรียน

(2) บุคลากรทุกคนดาเนนิ การวิจัยในชน้ั เรยี นในสาระวชิ าท่สี นใจ

(3) นาเสนอผลวิจยั ในที่ประชุมเพื่อแลกเปล่ยี นเรยี นรู้

2.4.3 ขน้ั ตดิ ตาม ตรวจสอบ

2.4.3.1 ประชุมบุคลากรเพื่อแต่งต้ังคณะกรรมการรบั ผดิ ชอบกิจกรรมเพื่อออกแบบ
เคร่ืองมอื ประเมินผลตามวตั ถุประสงค์ของกิจกรรม

2.4.3.2 คณะกรรมการดาเนินการจดั กิจกรรมตามขัน้ ตอน

2.4.3.3 คณะกรรมการดาเนนิ การจดั กจิ กรรม ประเมินผลตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละนา
ผลที่ได้จากนาเสนอในทีป่ ระชุมเพื่อพัฒนางานต่อไป

2.5. ประเมินผลและรายงานผล

กากบั ตดิ ตาม การนิเทศภายในของผ้บู ริหารสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นปาโจ ไดด้ าเนนิ การ
ตามลาดบั ดังน้ี

2.5.1. ประชุมบคุ ลากรเพื่อแตง่ ต้ังคณะกรรมการ กากับ ติดตาม และนเิ ทศ
2.5.2. ประชากรทศ่ี ึกษา
ประชากรทีใ่ ช้ในการศึกษาคร้ังน้ี ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรยี นบ้านปาโจ จานวน 15 คน ซงึ่ เปน็
บคุ ลากรท่ที าหน้าทส่ี อนประจาวิชา และรับผิดชอบงานอนื่ ๆท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2.5.3. เคร่อื งมือในการประเมินผล

2.5.3.1 เครื่องมือฉบับท่ี 1 เป็นแบบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านของครู
(1) รว่ มประชุม ศกึ ษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎที ่ีเก่ียวขอ้ ง จากเอกสารที่

เกีย่ วข้องกับการดาเนนิ งานการนิเทศภายในตามแนวคดิ ของกลิคแมน (Glickman)
เพ่ือกาหนดขอบเขตและกรอบแนวทางในการสรา้ งแบบประเมิน

(2.) สร้างแบบประเมนิ ตามกรอบแนวคิด และวตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา

55
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

(3.) นาแบบประเมนิ ตรวจสอบความถูกต้องของเน้ือหา ในที่ประชุม
คณะกรรมการปรบั ปรุงให้สมบรู ณก์ ่อนนาไปใช้จรงิ

2.5.3.2 เครื่องมือฉบบั ที่ 2 ชนดิ ให้ผตู้ อบตอบเอง เพ่ือสอบถาม ประชากรทศี่ ึกษา
จาแนกได้ 2 ตอน ตอนที่ 1 แบบสอบถามเก่ยี วกับสถานภาพผตู้ อบแบบสอบถาม
และตอนที่ 2 แบบสอบถามทัศนะเกยี่ วกบั ระดับบทบาทการนเิ ทศมุ่งท่กี ระบวนการ
เพื่อแก้ปัญหา 5 ประการโดยใช้แนวคดิ ของกลิคแมน (Glickman)

(1) ร่วมประชุม ศกึ ษาหลกั การ แนวคดิ ทฤษฎีท่ีเกีย่ วขอ้ ง จากเอกสารท่ี
เก่ยี วขอ้ งกับการดาเนนิ งานการนเิ ทศภายในตามแนวคดิ ของกลิคแมน (Glickman)
เพื่อกาหนดขอบเขตและกรอบแนวทางในการสรา้ งแบบสอบถาม

(2.) สรา้ งแบบสอถามตามกรอบแนวคดิ และวัตถุประสงค์ของการศึกษา

(3.) นาแบบสอบถามตรวจสอบความถูกตอ้ งของเน้ือหา ในท่ปี ระชุม
คณะกรรมการปรบั ปรุงให้สมบูรณ์ก่อนนาไปใช้จรงิ

2.5.4. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู

2.5.4.1 เครอ่ื งมือฉบับท่ี 1

(1) คณะกรรมการนาแบบประเมนิ ผลระดับการปฏิบตั งิ านก่อนและหลงั การ
ดาเนินการนเิ ทศม่งุ ที่กระบวนการเพ่ือแก้ปญั หา 5 ประการ โดยใช้แนวคดิ ของก
ลิค แมน (Glickman)

(2) นาข้อมูลที่ได้จากแบบประเมิน สรุปผลเพอ่ื นาเสนอเป็นผลการพฒั นา
ต่อไป

2.5.5. การวิเคราะห์ข้อมลู และสถติ ทิ ี่ใช้

. คณะกรรมการนาแบบประเมินมาตรวจสอบความสมบรู ณ์ครบถ้วนของข้อมูล แลว้
นาวิเคราะห์ โดยใช้โปรแกรมวเิ คราะหข์ ้อมลู ทางสถิติ ดงั นี้

(1) นาแบบประเมนิ ตอนที่ 1 สถานภาพของครูผูร้ บั การประเมนิ ซง่ึ

ประกอบด้วย ประสบการณใ์ นการทางาน สาระวิชาที่สอน และงานอน่ื ๆ ท่ไี ด้รับ

มอบหมาย วิเคราะห์โดยหาค่าความถ่ี (Frequency) และหาคา่ ร้อยละ
(Percentage)

(2) นาแบบประเมนิ ตอนที่ 2 ผลการปฏบิ ัติงานก่อนและหลัง ดาเนินการ
นิเทศมุง่ ที่กระบวนการเพอ่ื แก้ปญั หา 5 ประการโดยใช้แนวคดิ ของกลิคแมน
(Glickman) วเิ คราะหโ์ ดยหาคา่ เฉล่ยี เลขคณติ (Mean) และคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation)

(3) การแปลผลการประเมิน สาหรับการวเิ คราะหแ์ ละแปลผลคะแนน
คณะกรรมการประเมินแปลผลระดบั ปฏิบัตงิ าน โดยการนาผลรวมของคะแนนมาหา
คา่ เฉลี่ยและจดั ระดับค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบกบั ระดับเกณฑ์การตัดสนิ 5 ระดบั

56
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

1 หมายถึง ผลการปฏบิ ัติงานอยู่ในระดับ ปรับปรุง (คะแนนเฉลีย่ 0.0 - 2.0)

2 หมายถึง ผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับ พอใช้ (คะแนนเฉลย่ี 2.1 - 4.0)

3 หมายถึง ผลการปฏบิ ตั ิงานอย่ใู นระดบั ดี (คะแนนเฉลี่ย 4.1 - 6.0)

4 หมายถงึ ผลการปฏิบัตงิ านอยู่ในระดบั ดมี าก (คะแนนเฉลีย่ 6.1 - 8.0)

5 หมายถงึ ผลการปฏิบัติงานอย่ใู นระดบั ดีเย่ียม (คะแนนเฉล่ีย 8.1 – 10.0)

2.5.3.1 เครอื่ งมือฉบบั ท่ี 2

(1) คณะกรรมการนาแบบสอบถามระดบั บทบาทการนิเทศม่งุ ที่
กระบวนการเพ่ือแก้ปัญหา 5 ประการโดยใช้แนวคิด ของกลิคแมน (Glickman)

(2) นาข้อมลู ที่ได้จากแบบสอบถาม สรุปผลเพ่อื นาเสนอเป็นผลการพัฒนา
ตอ่ ไป

(3) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิตทิ ใ่ี ช้

. คณะกรรมการนาแบบสอถามมาตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถว้ นของขอ้ มูล แล้วนา
วเิ คราะห์ โดยใชโ้ ปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถติ ิ ดงั นี้

นาแบบสอบถามตอนที่ 1 สถานภาพของครผู ูต้ อบแบบสอบถาม ซง่ึ
ประกอบด้วย ประสบการณใ์ นการทางาน ตาแหน่ง วิเคราะห์โดยหาคา่ ความถี่
(Frequency) และหาคา่ ร้อยละ (Percentage)

นาแบบสอบถามตอนที่ 2 ระดบั บทบาทการนิเทศมุ่งท่ีกระบวนการเพื่อ
แกป้ ัญหา 5 ประการโดยใช้แนวคดิ ของกลิคแมน (Glickman) วิเคราะหโ์ ดยหา
คา่ เฉลีย่ เลขคณิต (Mean) และคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

การแปลผลแบบสอบถาม สาหรับการวิเคราะห์และแปลผลคะแนน
คณะกรรมการประเมินแปลผลแบบสอบถาม โดยการนาผลรวมของคะแนน หา
ค่าเฉลี่ยและจัดระดับคา่ เฉล่ยี เปรยี บเทยี บกับระดบั เกณฑ์การตดั สิน ระดับ

1 หมายถงึ ผลการปฏบิ ตั ิงานอยูใ่ นระดับ ปรับปรงุ (คะแนนเฉลี่ย 0.0 - 2.0)

2 หมายถงึ ผลการปฏิบัตงิ านอยู่ในระดบั พอใช้ (คะแนนเฉลี่ย 2.1 - 4.0)

3 หมายถึง ผลการปฏิบัตงิ านอยู่ในระดับ ดี (คะแนนเฉลย่ี 4.1 - 6.0)

4 หมายถึง ผลการปฏิบตั งิ านอยใู่ นระดบั ดมี าก (คะแนนเฉลย่ี 6.1 - 8.0)

5 หมายถงึ ผลการปฏบิ ัตงิ านอยใู่ นระดบั ดีเยย่ี ม(คะแนนเฉล่ยี 8.1 – 10.0)

57
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

4.ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ

ผลการดาเนินการตามรูปแบบนเิ ทศตามแนวคิดของกลิคแมน (Glickman) ทีก่ ล่าวถึงการ
นเิ ทศมงุ่ ท่กี ระบวนการเพอ่ื แก้ปัญหา 5 ประการ สรุปได้ดังน่ี

4.1 ผลเชงิ ปรมิ าณ

(1) ด้านการใหค้ วามชว่ ยเหลอื แก่ครโู ดยตรงโดยรวมอยใู่ น ระดบั มากท่ีสุด (µ = 4.61, σ= 0.58)

(2) ด้านการพฒั นาทกั ษะการทางานกลุม่ โดยรวมอยู่ในระดับมากทส่ี ดุ ( µ=4.86, σ =0.36)

(3) ดา้ นการเสรมิ สรา้ งประสบการณท์ างวิชาชีพโดยรวมอยูใ่ นระดับมากที่สุด ( =4.79, σ=0.43)

(4) ดา้ นการพัฒนาหลักสตู รโดยรวมอยูใ่ นระดับมากทีส่ ุด (µ = 4.43, σ = 0.76)

(5) ด้านการวจิ ัยเชงิ ปฏิบตั ิการในช้ันเรยี นโดยรวมอย่ใู นระดับมากที่สุด ( µ=4.71, σ =0.61)

4.2 ผลเชงิ คุณภาพ

4.2.1 ผลทเ่ี กดิ ขึ้นกับครู
(1) เกดิ การพฒั นาในการปฏิบตั ิงานในหน้าที่การสอนและงานอืน่ ๆ ที่ไดร้ บั มอบหมาย
(2) มีการพัฒนาความกา้ วหน้าทางวิชาชีพของครู ดว้ ยการทาผลงานทางวชิ า
(3) ครไู ดร้ ับการให้การชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ ในการพัฒนาการจดั การเรียนรู้
(4) ครูมโี อกาสศึกษาตอ่ อบรมสัมมนา ศึกษาดูงานเพื่อเพมิ่ พูนความรู้ ประสบการณ์และ
นามาใชใ้ นการพฒั นางาน

4.2.2 ผลทเ่ี กิดขึ้นกบั ผู้บริหาร
(1) ผู้บริหารมกี ารสารวจความต้องการของครผู สู้ อนในการพัฒนาการจดั การเรียน

ใหก้ ารช่วยเหลือสนบั สนนุ ครูในการพัฒนาการจดั การเรียนรู้ ทง้ั รปู แบบท่ีเปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ และ
ผบู้ รหิ ารดาเนนิ การสารวจเพื่อใหท้ ราบปัญหาในการจัดการเรียนรูข้ องครู

(2) ผู้บริหารสง่ เสริมใหค้ รพู ฒั นาตนเอง เพอื่ ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพในการปฏบิ ัติงานในหน้าที่ท่ี
รับผดิ ชอบ ผู้บริหารสามารถดาเนนิ การประชุมได้บรรลตุ ามวตั ถุประสงคแ์ ละสื่อสารใหส้ มาชกิ มคี วามเข้าใจ
ตรงกันและปฏิบัติงานได้ และผู้บริหารดาเนนิ การแก้ปญั หาและลดข้อขัดแย้งในการปฏบิ ตั ิงานด้วยวิธกี ารที่
เหมาะสม

(3) ผู้บรหิ ารส่งเสริมใหค้ รูมโี อกาสศึกษาตอ่ อบรมสมั มนา ศกึ ษาดูงานเพ่ือเพ่มิ พนู ความรู้
ประสบการณ์และนามาใชใ้ นการพฒั นางาน ผ้บู รหิ ารสารวจความตอ้ งการในการพัฒนาทางวิชาชพี ของครเู พอ่ื
เปน็ ขอ้ มูลในการวางแผนพฒั นาครู และผู้บริหารจดั ทาแผน/ โครงการ/ กจิ กรรมทส่ี ง่ เสริมการพฒั นาวิชาชีพ
ของครู

(4) ผูบ้ รหิ ารส่งเสรมิ ครผู ูส้ อนจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ กาหนดเน้อื หา กิจกรรมการเรียนรู้
และการวัดผลประเมนิ ผลทส่ี อดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา ตลอดจนสง่ เสริมให้ครผู สู้ อนมีบทบาทในการ
พิจารณาจัดประสบการณ์ รูปแบบการจดั การเรยี นรูใ้ นแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรู้ พัฒนาครูให้มีความรู้ ความ
เข้าใจเกี่ยวกับจุดหมายและแนวทางของหลักสตู ร

58
รายงานการประเมินตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

(5) ผบู้ รหิ ารสารวจปัญหาการจัดการเรยี นรแู้ ละปญั หาในการปฏิบตั งิ านเพ่ือเป็นข้อมูล
กาหนดแผนงาน ผู้บรหิ ารดาเนินการรวบรวมข้อมลู สารสนเทศเก่ยี วกับการจดั การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อ
ส่งเสรมิ ใหค้ รนู านวัตกรรมใหมๆ่ มาใช้ในการจดั การ เรียนร้แู ละแก้ปัญหา พัฒนาการจัดการเรียนรดู้ ว้ ย
กระบวนการวจิ ยั

4.2.3. การนาผลไปใช้
(1) ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษานาผลไปพัฒนาการนิเทศภายในสถานศกึ ษา ให้มศี ักยภาพมากขน้ึ

อนั จะสง่ ผลให้ผู้เรียนไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง
(2) ครนู าผลไปใชใ้ นการปรับปรงุ แก้ไข พัฒนาการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน

เพ่อื ให้นักเรียนและโรงเรียนมีประสทิ ธิภาพตามเป้าหมายของการศกึ ษา
(3.) ผู้เรียนได้รบั การจดั การเรียนร้เู ต็มศกั ยภาพสง่ ผลให้มผี ลการเรียนเปน็ ไปตามมาตรฐาน

5.การเผยแพร่

5.1.เผยแพร่ในการจัดประชมุ ผ้ปู กครองและคIะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานโรงเรยี นบา้ น
ปาโจ

5.2. เผยแพรใ่ นกลมุ่ ไลนผ์ ้ปู กครองโรงเรียนบา้ นปาโจ
5.3. เผยแพรใ่ นเฟสบุค๊ โรงเรยี นบา้ นปาโจ
5.4. เผยแพรใ่ นเว๊ปไซต์ของโรงเรยี นบา้ นปาโจ
5.5.เผยแพร่ในเวป๊ ไซต์ของสานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต 1
5.6. เผยแพรใ่ นงานมหกรรมวชิ าการ(open house)โรงเรียนบ้านปาโจ
5.7.เผยแพร่ในงานวิชาการศูนย์เครอื ข่ายมติ รภาพ

59
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวยั 2564

ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั

1.ชื่อวิธีการปฏบิ ตั ทิ ี่ดี/นวัตกรรม
“แม่พมิ พ์คุณธรรม”

2.สภาพความจาเปน็ ในการแก้ปัญหา
ปัจจุบันจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ได้บัญญัติเกี่ยวกับจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไว้

ประกอบกับเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึง วิสัยทัศน์ พันธกิจ
เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานท่ีกาหนดให้มีการ เสริมสร้าง
คุณธรรมนาความรู้แก่ข้าราชการตลอดจนจากการวิเคราะห์ความเส่ียงที่ก่อให้เกิดการทุจริต ประพฤติมิชอบ
ของข้าราชการในสังกัด พบว่า ข้าราชการยังขาดจิตสานึก ประพฤติไม่เหมาะสม ขาด คุณธรรมและจริยธรรม
ในการปฏบิ ัตงิ านและประพฤติตน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางโรงเรียนบ้านปาโจจึงได้จัดทากิจกรรมขึ้นเพ่ือเป็นการสร้างจิตสานึก ในการ
ประพฤติชอบ ให้ยึดม่ันในหลักคุณธรรม จริยธรรม ซื่อตรง เท่ียงธรรม เป็นกลางไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งการ
ปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ถูกต้อง ตอบสนองความต้องการของ ประชาชน และมีความ
รับผิดชอบต่อสังคม จึงต้องจัดให้มีการอบรมเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม แก่ข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาในโรงเรียนบ้านปาโจปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ี อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
ประพฤติปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างทดี่ ี และเป็นสมาชิกทด่ี ขี อง สถานศึกษา

วตั ถุประสงค์
1.เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางานของขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบา้ นปาโจ
และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลตอ่ งาน ในหนา้ ท่ี
2.เพื่อป้องกันการกระทาผดิ วนิ ยั และเสรมิ สรา้ งคุณธรรม จริยธรรมใหเ้ กดิ ขึ้น แก่ขา้ ราชการครแู ละ
บคุ ลากรทางการศึกษาโรงเรียนบา้ นปาโจ
3.เพ่อื ให้ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาโรงเรียนบ้านปาโจมีความรคู้ วามเขา้ ใจต่อการนา
หลกั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม มาใชใ้ นการปฏิบตั งิ านให้อยูใ่ นระเบียบวนิ ยั ตลอดจนเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี และ ถกู ต้อง
ต่อสังคม

หลักการ/แนวคดิ /ทฤษฎี
ความหมายของคุณธรรม (Morality/Virtue)

พอร์ทเตอ ( 1980 : 233) กล่าวว่า คุณธรรมเป็นปัจจัยในการดาเนินชีวิตของบุคคลในสังคม การ
ดารงชีวิตอยู่ในสงั คมไม่เพียงแต่ใหม้ ีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ เท่านั้น ต้องมีการประเมินและเลอื กสรรวถิ ีชีวิตของแต่ละ
คนที่สังคมเห็นว่าดีหรือควรจะดี ปัจจัยในการเลือกนั้นเก่ียวข้องกับระบบคุณธรรมของบุคคลในสังคม ซ่ึง
คุณธรรมของแตล่ ะบุคคลในสงั คมหน่ึงอาจไมจ่ าเป็นต้องเหมือนกับบคุ คลในอีกสงั คมหนึ่ง

สตัมพ์ (1997 : 3) ได้ให้ความหมายของคุณธรรมในเชิงปรัชญาว่า คุณธรรมเป็นการประพฤติ
ปฏิบตั เิ ก่ยี วข้องกบั ส่ิงท่เี รียกวา่ ถูกหรอื ผิด ดหี รือเลว พงึ ประสงคห์ รอื ไม่พึงประสงค์ มคี ณุ คา่ หรอื ไรค้ ุณค่า

60
รายงานการประเมินตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

กู๊ด (2014 :1) คุณธรรม คือ คุณภาพท่ีบุคคลได้กระทาตามความคิดและมาตรฐานของสังคมซึ่ง
เก่ียวข้องกับความประพฤติและศีลธรรม และพระเทพวิสุทธิเมธี ได้อธิบายความหมายของคุณธรรมโดยแยก
อธิบายความหมายเป็น 2 คา คือคาว่า “คุณ” หมายถึง ค่าที่มีอยู่ในแต่ละส่ิงซ่ึงเป็นท่ีตั้งแห่งความยึดถือ ซึ่ง
เปน็ ไปได้ท้ังทางดีและทางรา้ ย

พุทธทาสภิกขุ (2529 : 89-90) อธิบายคาว่า “ธรรม” มีความหมายคือ ธรรมชาติ เรามีหน้าท่ีตอ้ ง
เก่ียวข้อง ตอ้ งเรียนรู้ ต้องปฏบิ ัติ และตอ้ งมีหนา้ ที่ตอ้ งปฏบิ ตั ิ

คุณธรรมมาจากคาว่า “คุณ” และ “ธรรม” มารวมกันเป็นคุณธรรม จึงมีความหมายถึง ธรรมท่ี
เปน็ คณุ สมบตั ิฝ่ายดี เป็นทีต่ ้ังหรือเปน็ ประโยชน์แก่สันตสิ ขุ คุณธรรมเปน็ ส่วนท่ตี ้องอบรมหรือทาใหเ้ กิดขนึ้

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (2553 :1) คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดี
ความประพฤติท่ีดี การทาให้เกิดคุณงามความดี อุปนิสัยอันดีงามซึ่งเป็นคุณสมบัติท่ีอยู่ภายในจิตใจของบุคคล
ได้แก่ ความเมตตากรุณา ความซื่อสัตย์สุจริต ความเสียสละ ความเอื้อเฟื้อ ความกตัญญู ความพากเพียร
ความเห็นอกเห็นใจ ความละอายต่อความชัว่ และความมุ่งมั่นกลา้ หาญที่จะกระทาความดีท้ังกายและใจเพ่ือให้
เกิดความสขุ แก่ตนเองและผู้ร่วมงาน

ราชบัณฑิตสถาน (2554 : 187) กล่าวถึง “คุณธรรม” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พทุ ธศักราช 2542 ได้ให้ความหมายว่า “สภาพคณุ งามความดี”

จากนิยามดังกล่าว สรุปได้ว่า คุณธรรม หมายถึง หลักธรรมจริยาที่สร้างความรู้สึกชอบช่ัวดีภายใน
จิตใจทเ่ี ตม็ เปีย่ มดว้ ยความสุขทาใหป้ ระพฤติปฏิบัติตนอยู่ในกรอบอันดีงาม

ทฤษฎแี ละแนวคดิ การพฒั นาคณุ ธรรม

การพฒั นาคณุ ธรรมของมนุษยม์ ีการพัฒนาเป็นลาดับจากวยั ทารกจนถึงตลอดชีวิตตน้ กาเนดิ ของแหล่ง
ท่ีก่อให้เกิดการพัฒนาทางคุณธรรมมาจากอิทธิพลของสังคมและพันธุกรรมคาว่า สังคม ในที่น้ีคือ สิ่งแวดล้อม
รอบตัวเด็กทั้งที่เป็นบุคคล และสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติอื่นๆ ส่วนพันธุกรรม ได้แก่ ความสามารถในการรู้
คดิ และพฒั นาขน้ึ ตามลาดับขั้นอายุ วุฒภิ าวะหรือประสบการณท์ ่ีผ้นู ้นั ประสบอยู่ การพัฒนามลี ักษณะทฤษฎีท่ี
สาคญั แบ่งเป็น 3 แนวทางใหญค่ ือ (ประภาศรี สีหอาไพ. 2543 : 29-37)

1. ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (Psychoanalytic Theory) ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของฟรอยด์ (Freud)
เช่ือว่า คุณธรรมกับมโนธรรม เป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน มนุษย์อยู่ในสังคมกลุ่มใดก็จะเรียนรู้ความผิดชอบชั่วดี
จากสิ่งแวดล้อมในสังคมนั้น จนมีลักษณะพิเศษของแต่ละสังคมท่ีเรียกว่าเอกลักษณ์ เป็นกฎเกณฑ์ให้ประพฤติ
ปฏิบัติตามข้อกาหนดโดยอัตโนมัติ คนที่ทาช่ัวแล้วรู้สึกสานึกเกิดหิริโอตตัปปะละอายใจตนเองถือว่าได้รับการ
ลงโทษด้วยตนเอง เมื่อสานึกแล้วพึงละเว้นไม่ปฏิบัติอีกโดยไม่ต้องมีสิ่งควบคุมจากภายนอก เป็นการสร้างมโน
ธรรมขึ้นมาโดยไม่จาเป็นต้องสนใจองค์ประกอบของลาดับข้ันพัฒนาการทางคุณธรรมในลักษณะทฤษฎีเช่นน้ี
บทบาทของการศึกษาคือ การพัฒนาทางด้านจิตใจเพ่ือเสริมสร้างกาลังคนที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามที่
ระบบเศรษฐกิจและสังคมต้องการ ปัจจัยที่สาคัญที่สุดคือการศึกษาเพ่ืออบรมฝึกฝนการนาสติปัญญาไปใช้เป็น
ประโยชน์แก่กล้ายิ่งขึ้น พยายามแสวงหาจุดมุ่งหมายเพื่ออบรมฝึกฝนการนาสติปัญญาไปใช้เป็นประโยชน์แก่
กล้ายงิ่ ข้นึ พยายามแสวงหาจุดมุง่ หมายใหแ้ ก่ชวี ติ คอื ความเปน็ อยอู่ ยา่ งดีทีส่ ุด หรอื การมอี ิสรภาพ กรศึกษาจึง
เป็นกิจกรรมของชีวิต โดยชีวิต เพื่อชีวิต เป็นความสามารถเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และรู้จักเก่ียวข้อง
สมั พันธ์กัน (พระราชวรมุนี. 2518 : 71)

61
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

2. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory) เป็นกระบวนการสังคมประกิต โดยการ
ซึมซาบ กฎ เกณฑ์ต่างๆ จากสังคมท่ีเติบโตมา รับเอาหลักการเรียนรู้เชื่อมโยงกับหลักการเสริมแรง และการ
ทดแทนสิ่งเร้า รับแนวคิดของทฤษฎีจิตวิเคราะห์เป็นรูปแบบ โดยยึดถือว่าการเรียนรู้ คือ การสังเกตเลียนแบบ
จากผู้ใกล้ชิดเพื่อแรงจูงใจ คือ เป็นท่ีรักท่ียอมรับในกลุ่มพวกเดียวกับกลุ่มต้นแบบเพ่ือเป็นพวกเดียวกันใน
ลักษณะเช่นสถาบันหรือกลุ่มสังคมมีอิทธิพลต่อการปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ
โรงเรียน จะได้รับความคาดหวังจากสังคมอย่างมากในการเป็นสถาบันที่ปลูกฝังรูปแบบและเสริมสร้างการ
เลียนแบบจากตัวอย่างในสังคมให้แก่นักเรียนพึงระมัดระวังในการสอน เพราะถ้าขาดความสามารถในการ
อธบิ ายเหตุผลให้เด็กเลยี นแบบ ใชอ้ ารมณแ์ ละวางอานาจแทน จะทาใหเ้ ด็กรสู้ ึกเปน็ ศัตรูต่อผคู้ วบคมุ พฤติกรรม
ทุกระดับ ตั้งแต่บิดามารดา ครูไปจนถึงตารวจ พึงอบรมให้เด็กรู้จักผิดชอบช่ัวดี รู้สึกละอายที่ทาช่ัว ความคิด
เหตุผลและความสม่าเสมอในการลงโทษและให้รางวัลเด็ก เป็นที่ยอมรับว่าโรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่อบรม
กล่อมเกลาให้นักเรียนมีคุณธรรมเป็นพลเมืองท่ีมีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติจึงมีหน้าท่ีต้องจัดและ
พัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอ้ืออานวยต่อการปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรม (ชาเลือง วุฒิจันทร์.
2524: 140-142)

3. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Theory) แนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มน้ีเห็นว่า
คุณธรรมเกิดจากแรงจูงใจในการปฏิบัติตนสัมพันธ์กับสังคม การพัฒนาคุณธรรมจึงต้องมีการพิจารณาเหตุผล
เชิงคุณธรรมตามระดับสติปัญญาของแต่ละบุคคล ซ่ึงมีวุฒิภาวะสูงขึ้นการรับรู้คุณธรรมก็พัฒนาข้ึนตามลาดับ
นกั จิตวทิ ยาท่ีสนใจศกึ ษาในแนวทฤษฎีพัฒนาการทางสติปญั ญาคือ เพยี เจต์ และโคลเบอรก์

ทฤษฎพี ัฒนาการทางคณุ ธรรมเพียเจต์

เพียเจต์ (Piaget. 1932 อา้ งอิงใน ประภาศรี สหี อาไพ. 2543 : 30-35) เป็นผเู้ ริม่ ศึกษาพัฒนาการทาง
คุณธรรมของเด็ก และมีความคิดว่าพัฒนาการทางคุณธรรมของมนุษย์น้ันข้ึนอยู่กับความฉลาดในการที่จะรับรู้
เกณฑ์และลักษณะต่างๆ ทางสังคม ดังนั้นพัฒนาการทางคุณธรรมของบุคคลจึงขึ้นอยู่กับพัฒนาการทาง
สตปิ ัญญาของบุคคลน้นั ๆ และได้แบ่งชั้นของมนษุ ยอ์ อกเป็น 3 ขัน้ คอื

1. ขน้ั กอ่ นคุณธรรม (ตง้ั แตแ่ รกเกิดจนถึง 2 ป)ี ยงั ไมเกิดคุณธรรม แตส่ ามารถเรียนรู้จากประสาท
สมั ผสั และมพี ฒั นาการทางสติปญั ญาในขนั้ ตน้

2. ขั้นเชอ่ื ฟงั คาสั่ง (อายุ 2-8 ปี) เชื่อฟังและปฏบิ ตั ิตามคาส่ังสอนของผู้ใหญ่ มีการคดิ ก่อนปฏิบตั ิการ
ตามคาสั่ง ซ่งึ ในขณะแรกเริม่ จะไม่คานงึ ถึงเหตผุ ลของคาส่ังนน้ั

3. ขัน้ ยึดหลกั แห่งตน (อายุ 8-10 ป)ี เกดิ หลกั ความคิดพฒั นาการทางสติปัญญาสูงขึ้นตาม
ประสบการณ์ทางสงั คม คลายความเกรงกลัวอานาจภายนอก เริ่มมคี วามคิดเปน็ ตัวของตัวเองมากขน้ึ

จดุ ประสงค์หลักของเพียเจต์ คอื การสารวจธรรมชาตใิ นการตดั สนิ คุณธรรมของเด็กได้ทาวิจยั ในเจนวี าโดย
ศึกษาเดก็ เป็นรายบุคคลในเร่ือง ต่อไปนี้

1. เจตคติของเดก็ ทีม่ ีต่อกฎ

2. การตดั สนิ ของเดก็ เกีย่ วกับความถูกต้องและความผิด

3. การประเมนิ ค่าความยตุ ธิ รรมในการตดั สิน

62
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวัย 2564

เพียจ์ เร่ิมกาหนดว่าความงอกงามในการตัดสินด้านคุณธรรมมีลาดับพัฒนาการเป็นระยะๆ โดยข้ึนอยู่
กับการวางรูปแบบในความก้าวหน้าในการเรียนรู้ มากกว่าการเรียนรู้กฎโดยการให้รางวัลและการลงโทษ คือ
การลอกเลียนแบบอย่างเท่าน้ัน และได้กล่าวอีกว่า คุณธรรมประกอบข้ึนด้วยระบบของกฎและการคงอยู่ของ
คณุ ธรรม จะคน้ หาได้จากความเชื่อถือ ซึ่งแต่ละรายบคุ คลพยายามที่รับกฎเหลา่ นนั้

ทฤษฎขี องโคลเบอรก์ (Kohlberg’s Theory)

โคลเบอร์ก (Kohlberg. 1981 อ้างอิงใน ประภาศรี สีหอาไพ. 2543 : 30-31) เป็นนักการศึกษาด้าน
คุณธรรมที่มีช่ือเสียงมาก เป็นผู้นาทฤษฎีจริยศึกษาท่ีสังเคราะห์เอาขอบเขตความรู้ทางปรัชญา จิตวิทยา สังคม
วิทยา และศึกษาศาสตร์มาประกอบกันข้ึนเป็นทฤษฎีบูรณาการ (Integrated Theory) และนาเอามาใช้ในการ
จัดการดา้ นจรยิ ศกึ ษา (Moral Education)

จอห์น ดิวอ้ี (John Dewey)

ดิวอ้ี (Dewey.1975 อ้างอิงใน ประภาศรี สีหอาไพ. 2543 : 35-36) เสนอประเด็นที่ว่า หลักคุณธรรม
จะไม่แยกออกจากชีวิตในสังคมของมนุษย์ ตราบใดท่ียังมีการสมาคมร่วมกันอยู่ดังน้ันโรงเรียนจึงเป็นรูปแบบ
ของชวี ติ ในสังคม มิใชเ่ ป็นการเตรยี มตวั สาหรับบคุ คลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะคณุ ธรรมคือ หลักความประพฤติที่
มีการฝึกอบรมให้เป็นความประพฤติของพลเมืองดี โดยเน้นท่ีรายบุคคลเท่ากับท่ีตระหนักถึงผลทางสังคมที่จะ
ดารงรูปแบบของสังคมนั้น ดังนั้นหลักคุณธรรมจึงไม่มีใครคนใดคนหน่ึงผูกขาดการตัดสิน ไม่ใช่เร่ืองเหนือ
ธรรมชาติไม่สร้างรูปแบบเฉพาะภูมิภาคหรือวิถีชีวิตเพียงใดอย่างหนึ่ง การแปลความหมายคุณธรรมในชีวิต
สังคมซึ่งเต็มไปด้วยการเร่งรุดหน้าที่จะสร้างลักษณะนิสัยของบุคคลโดยเน้นความสาคัญในด้านจิตวิทยาในการ
จัดจริยศึกษาอุปกรณ์การให้ความรู้ทางคุณธรรมมีความรู้สึกรับผิดชอบเปน็ สว่ นช่วยไดม้ าก ผลงานของโรงเรียน
ตัดสินได้จากความสาเร็จในการพัฒนาความสามารถในการตัดสินคุณธรรมของแต่ละบุคคลได้ นักการศึกษา
จะต้องจัดกจิ กรรมนักเรียนโดยการเสรมิ สร้างพลังในการดาเนินกิจกรรมดว้ ยตัวนักเรียนเอง ใช้สตปิ ัญญาโดยไม่
ละท้ิงหลักคุณธรรมทนี่ ามาประยกุ ตใ์ ช้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ

จอห์น วิลสนั (John Wilson)

วิลสัน (Wilson. 1985 อ้างอิงใน ประภาศรี สีหอาไพ. 2543 : 37) ได้เสนอหลักการใช้เหตุผลอย่างมี
ระบบว่า คุณธรรม คือ ระดับในการกาหนดคุณสมบตั ิของคนในสังคมตามความรู้สึก ความสนใจที่วัดได้จากคน
อื่น ดังน้ันการจัดการศึกษาจึงเก่ียวข้องกับเร่ืองของศาสนาและอารมณ์ของมนุษย์ได้แก่ เจตคติ ความเชื่อถือ
และความคดิ ทางคุณธรรม ซ่ึงตรงกบั ความสนใจของผู้อื่นหลกั คณุ ธรรมสามารถจากดั ความเหมือนคาวา่ คานยิ ม
(Values) เข็มทิศที่เป็นตัวช้ีบอกคุณค่า คือ ความเชื่อ ความเห็น เจตคติ ความสนใจ หรือการปฏิบัติท่ีบุคคลทา
อย่างแยกตัวเป็นอิสระออกมาให้ผู้อื่นได้รู้ว่ากาลังดาเนินการวางรูปแบบของค่านิยมขึ้นมา ค่านิยมเป็นผลผลิต
ของประสบการณ์สว่ นตวั ด้วยอยา่ งหน่งึ

จากทฤษฎีและแนวคิดต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับพัฒนาการทางคุณธรรม สรุปได้ว่าพัฒนาการทางคุณธรรม
ของบุคคลได้รับอิทธิพลมาจากสังคมเป็นส่วนใหญ่ บุคคลที่เกิดมาในแต่ละสังคมจะต้องเรียนรู้และยอมรับ
กฎเกณฑ์ จารตี ประเพณีในสงั คมของตน จะก่อให้เกดิ ความสุข และเปน็ ที่ยอมรบั ของสงั คม

63
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมคุณธรรมสาหรบั ครู

เม่ือสังคมคาดหวังให้ครูเป็นผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ มีสติสัมปชัญญะ มีคุณธรรม ดังน้ันจึง
จาเป็นที่ครูจะต้องหาวิธีส่งเสริมคุณธรรมให้กับตนเอง เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรมของตนให้ได้
เหมาะสมกบั ที่ไดช้ ือ่ ว่าเป็นครู ดงั น้ี

กจิ กรรมท่ี 1 การเลยี นแบบจากตัวแบบทด่ี ี เพ่อื โนม้ นา้ วให้ครูมคี วามกระตือรอื ร้นท่จี ะปฏิบตั งิ าน

กิจกรรมท่ี 2 การรวมพลังกลุ่ม กลุ่มครูท่ีมีแนวคิดและวางแผนปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธ์ิด้วยดี จะมี
อิทธิพลต่อครูคนอื่น สามารถนากลุ่มชักนาให้ครูอ่ืนๆ ประพฤติตาม เช่น ครูกลุ่มหนึ่งวางแผนกันประหยัด
เพื่อเก็บเงินสาหรับอนาคตและเพ่ือพัฒนาตนเองหรือลดความฟุ่มเฟือยต่างๆ เพ่ือประหยัดทรัพย์สิน
ส่วนตัว ทรัพย์สินของทางราชการ และสาธารณสมบัติ อาทิ ต้ังโครงการประหยัดน้า ประหยัดไฟ โครงการ
ซ่อมบารงุ เครอื่ งมือเครือ่ งใชภ้ ายในหนว่ ยงานด้วยตนเอง เป็นต้น

กจิ กรรมที่ 3 การเพม่ิ สมรรถภาพทางจิต ดว้ ยวธิ ี

1.1 ฝึกการควบคุมอารมณ์ของตนเองให้มีความยับยั้งชั่งใจท่ีจะไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองในทาง
ลบ แตใ่ หใ้ ชว้ ธิ ีไตรต่ รอง ศกึ ษาสาเหตทุ แี่ ท้จริงของพฤติกรรมน้ัน

เสียกอ่ น

1.2 พยายามเอาชนะอุปสรรคด้วยการสร้างคาม่ันสัญญา และบันทึกผลการปฏิบัติของตนเองไว้ วิธีนี้
อาจใหเ้ พื่อนครูหรอื ผูใ้ กล้ชิดเปน็ ผปู้ ระเมินความกา้ วหน้าให้

1.3 การฝึกสมาธิ เพ่ือให้มีจิตใจที่สงบไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยวิธีน้ีจะช่วยให้ครูมีความแจ่มใสใน
อารมณ์ สามารถท่จี ะเพิ่มสมรรถภาพทางจิตให้กบั ตนเองได้เปน็ อย่างดี ในเวลาเดยี วกันจะช่วยให้ครูตระหนัก
และมองเห็นคณุ ค่าของสมาธิ มเี หตุผลที่จะประพฤติปฏิบัติสมาธอิ ย่างต่อเนื่องตลอดไปจนกลายเปน็ กิจนสิ ัยทด่ี ี

จากทฤษฎีและแนวคิดต่างๆ ท่ีเก่ียวกับพัฒนาการทางคุณธรรม สรุปได้ว่าพัฒนาการทางคุณธรรมของ
บุคคลได้รับอิทธิพลมาจากสังคมเป็นส่วนใหญ่ บุคคลที่เกิดมาในแต่ละสังคมจะต้องเรยี นรู้และยอมรบั กฎเกณฑ์
จารตี ประเพณีในสงั คมของตน จะกอ่ ใหเ้ กิดความสขุ และเปน็ ทีย่ อมรบั ของสังคม

3. วธิ กี ารดาเนนิ งาน
1. เป้าหมาย
1.1 เชิงปริมาณ
1. ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาโรงเรยี นบ้านปาโจร้อยละ 95 ครูตั้งใจปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ด้วย

ความเต็มใจและปฏบิ ตั ิ
1.2 เชิงคณุ ภาพ
1. ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาโรงเรียนบา้ นปาโจไดพ้ ฒั นาตนเองในเร่ือง

คณุ ธรรม จริยธรรม เพ่อื ป้องกัน การกระทาผิดวินยั
2.ขา้ ราชการครทู ่ีผา่ นการอบรม มีคุณธรรม จริยธรรม ในการประพฤติตนและปฏบิ ตั ิราชการ

ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ เกิดประสิทธิผล และประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเป็นแบบอย่างท่ดี ีต่อสังคม ได้

64
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

2. ขัน้ ตอนการดาเนินงาน
2.1 ประชุม/วางแผน การดาเนนิ การแม่พิมพ์ “ครคู ณุ ธรรม”
2.2 จัดทาแผนการทา ID Plan ของครูแต่ละคน
2.3 ดาเนินการตามกิจกรรม
2.3.1 กิจกรรมส่งเสริมให้ครปู ฏบิ ัตติ นตามวินัย จรรยาบรรณ
- การปฏบิ ตั ิหนา้ ทีด่ ้วยการซ่ือสตั ว์ สุจรติ
- การมคี วามรบั ผิดชอบต่องานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
- การรับผิดชอบงานในหน้าที่ ไมล่ า ไม่สาย ไม่ขาดสอน
- การมบี ุคลกิ ภาพเหมาะสมกบั ความ เป็นครู มีจิตใจร่าเรงิ แจม่ ใส ดารงตนเป็นผู้นา

และผ้ตู ามที่
2.3.2 กจิ กรรมส่งเสรมิ ให้ครเู ปน็ แบบอย่างดา้ น คุณธรรมจรยิ ธรรม
- การปฏิบัติตน เหมาะสมกบั การเป็นครู เปน็ แบบอย่างท่ีดแี กเ่ พื่อนร่วมงานและ

นักเรียน
- การแตง่ กายในวนั สาคัญต่างๆ
- การปฏิบตั ิศาสนกิจ เชน่ การละหมาด การถือศลี อด
- การทาความสะอาดเขตบรกิ ารเปน็ ตัวอยา่ งใหก้ บั นักเรีย

2.4 ติดตาม/ควบคุมการดาเนนิ งาน/สรปุ ผล/รายงานผล
2.5 นาผลการดาเนนิ งานมาวิเคราะห/์ ปรบั ปรุง แกไ้ ข วางเปา้ หมายในคร้งั ต่อไป
4. ผลทีเ่ กดิ ข้นึ
ผลท่ีไดร้ ับจากการจัดกจิ กรรม
1. ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นปาโจความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับเรื่อง
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ขา้ ราชการมากขึน้
2. ขา้ ราชการครทู างการศึกษาโรงเรียนบา้ นปาโจมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการประพฤติตนและการ
ปฏบิ ัตริ าชการ
3. จานวนเร่ืองรอ้ งเรยี น กลา่ วหาข้าราชการครใู นสังกดั มีจานวนลดลง
5. การเผยแพร่ผลงาน
เผยแพรผ่ ลงานทาง Facebook โรงเรยี นบา้ นปาโจ สพป.ยล 1

65
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

สว่ นที่ 4
ภาคผนวก

66
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

ภาคผนวก ก
คาสั่งแต่งตง้ั คณะกรรมการดาเนนิ งาน

67
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

คาสง่ั โรงเรยี นบา้ นปาโจ

ท่ี 32/ 2564
เรอ่ื ง แตง่ ตั้งคณะกรรมการดาเนินงานประกนั คุณภาพการศึกษาระดบั ปฐมวยั และระดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน

ปีการศกึ ษา 2564
...................................................................................
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๙ (๓) ได้กาหนดการจัดระบบโครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักท่ีสาคัญข้อหน่ึงคือมี
การกาหนดมาตรฐานการศึกษาและจดั ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา
โดยมาตรา ๓๑ ใหก้ ระทรวงมีอานาจหน้าที่กากบั ดูแลการศึกษาทกุ ระดบั และทุกประเภท กาหนดนโยบาย แผน
และมาตรฐานการศึกษาและมาตรา ๔๘ ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพ
ภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหน่ึงของการบริหารการศึกษาท่ีต้อง
ดาเนินการอย่างต่อเน่ือง โดยมีการจัดทารายงานประจาปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เก่ียวข้อง
และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาเพื่อรองรับการประกันคุณภาพ
ภายนอก ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๙ (๓) และมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศให้ใช้มาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพื่อการ
ประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ฉบับลงวันที่ 6 สิงหาคม ๒๕61 ที่สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูป
การศึกษาในทศวรรษที่สอง เพื่อเป็นการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กากับดูแล และติดตามตรวจสอบคุณภาพ
การศึกษาของโรงเรียนบ้านปาโจ ให้ดาเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โรงเรียนบ้านปาโจจึงได้
แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นคณะกรรมการดาเนินการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา ดังน้ี

๑. คณะกรรมการฝ่ายอานวยการ มีหน้าท่ี อานวยความสะดวก วางแผนการดาเนินงานประเมินคุณภาพ
ภายในสถานศึกษา ประจาปีการศึกษา ๒๕๖4 ให้คาปรึกษา ส่งเสริม สนับสนุน กากับดูแลและติดตาม
ตรวจสอบการดาเนนิ งานตามระบบการประกนั คณุ ภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย

๑) คณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ทปี่ รึกษา

๒) นายไพบลู ย์ ดาสมุทร ประธานกรรมการ

๓) นายแสนสขุ สะนี หวั หน้างานบรหิ ารทัว่ ไป กรรมการ

๔) นางขวญั ใจ สุขาเขนิ หวั หนา้ งานบริหารบคุ คล กรรมการ

๕) นางสาวสรีนา่ ฤทธ์ิโต หวั หน้างานบริหารงบประมาณ กรรมการ

๖) นางสาวมูรยี านี เจะแซ หวั หนา้ งานบริหารวิชาการ กรรมการและ

เลขานุการ

๒. คณะกรรมการฝา่ ยดาเนนิ งาน มีหนา้ ท่ี ศึกษามาตรฐาน และ ตวั บงชท้ี ี่ไดร้ ับมอบหมายจดั ทา

เครอื่ งมอื สาหรบั ประเมิน จดั เตรียมขอ้ มูลเอกสาร และจดั ทารายงานประจาปีการศึกษา ๒๕๖4 ประสานงาน

กบั ครแู ละบคุ ลากรทเี่ กีย่ วข้องเพอ่ื เกบ็ รวบรวมข้อมลู ทสี่ มั พันธ์และสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวบงช้ี

68
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

ประกอบด้วย

๒.๑ มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวยั
๒.๑.๑ นางสาวกรชนิ ี นราสมโภชกจิ
๒.๑.๒ นางสาวนูรไลลาวาตี อาลี
2.1.3 นางสาวอามีเนา๊ ะ มูละซอ

๒.๒ มาตรฐานการจดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน

สถานศกึ ษา ๒.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผู้เรยี น
๑) นางสาวสรีนา่ ฤทธิ์โต
๒) นางรูฮันนี อีแมดอสะ
3) นางสาวนรู ซารีราห์ สะมะแอ
4) นางสาวเบญญา ซาติ
5) นางสาวมารสิ า หมดั จิ
6) นางสาวอารนี ี บานา

๒.๒.๒) มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจดั การของผบู้ รหิ าร

๑) นายแสนสุข สะนี
๒) นางสาวนูรมา อาลี
๓) นางสาวสไุ รณี เซะบงิ
4) นายแวดาวุด แวดอื ราแม
๒.๒.๓) มาตรฐานที่ ๓ การจดั การเรยี นการสอนทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
๑) นางขวญั ใจ สุขาเขิน
๒) นางสาวมรู ียานี เจะแซ
๓) นายศวษิ ฐ์ แก้วปลอด

๓. คณะกรรมการตดิ ตามผล/ตรวจสอบและประเมนิ ผล มหี นา้ ที่ ตดิ ตามและตรวจสอบการดาเนนิ งาน

ระบบระบบประกนั คณุ ภาพภายใน รวมทัง้ ติดตามและตรวจสอบคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา แลว้ ส่ง

ข้อมลู การติดตามตรวจสอบให้คณะกรรมการอานวยการ และส่งรายงานประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖3

ประกอบดว้ ย

๑) นางสาวมรู ียานี เจะแซ ประธานกรรมการ

๒) นางสาวสรีน่า ฤทธโิ์ ต กรรมการ

๓) นายแสนสขุ สะนี กรรมการ

๔) นางสาวนรู ซารรี าห์ สะมะแอ กรรมการและเลขานุการ

ท้ังน้ี ให้ผู้ท่ีได้รับการแต่งต้ัง ปฏิบัติหน้าท่ีตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความเอาใจใส่ ด้วยความ
รับผิดชอบคานึงถึงประโยชน์ของโรงเรียนและนักเรียนเป็นสาคัญ หากมีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ในการ
ปฏิบตั ิงานทไ่ี มส่ ามารถปฏิบตั ิได้ โปรดแจ้งผอู้ านวยการโรงเรยี นทราบ เพ่ือพจิ ารณาส่งั การตอ่ ไป

69
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

ส่งั ณ วนั ที่ 1 เดอื น กรกฎาคม พ.ศ.2564

(นายไพบลู ย์ ดาสมทุ ร)
ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านปาโจ

70
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

ภาคผนวก ข
ประกาศมาตรฐาน ประกาศค่าเปา้ หมาย

71
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวัย 2564

ประกาศโรงเรียนบา้ นปาโจ
เร่ือง ให้ใช้มาตรฐานการศกึ ษา ระดับปฐมวัยและระดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ปีการศกึ ษา 2564

..................................................
โดยที่มีประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 มีนโยบายให้ปฏิรูป
ระบบการประเมินและการประกันคุณภาพท้ังภายในและภายนอกของทุกระดับก่อนจะมีการประเมินคุณภาพ
ในรอบต่อไป และประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษา
ข้นั พน้ื ฐานและระดับการศึกษาข้ันพืน้ ฐานศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ เมือ่ วนั ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 จาเป็นต้อง
ปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐานตามประกาศของ
กฏกระทรวงและสอดคล้องกับบรบิ ทของสถานศึกษา
พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 9 (3)
ได้กาหนดการจัดระบบ โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักที่สาคัญข้อหน่ึง คือ มีการกาหนด
มาตรฐานการศึกษา และจดั ระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดบั และประเภท และมาตรา 48 ใหส้ ถานศกึ ษา
จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของการ
บริหารการศึกษาท่ีต้องดาเนินการอย่างต่อเน่ือง โดยมีการจัดทารายงานประจาปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด
หน่วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง และเปิดเผยตอ่ สาธารณชน เพอ่ื นาไปสกู่ ารพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศกึ ษา และเพ่ือรองรับ
การประกนั คณุ ภาพภายนอก

ฉะน้ัน อาศัยอานาจตามความในมาตรา 9 (3) มาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561
และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและ
ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ประกอบกับมติคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
โรงเรียนบ้านปาโจ ในการประชุม คร้ังท่ี 2 เมื่อวันท่ี 21 พฤษภาคม พ.ศ.2564 โรงเรียนบ้านปาโจ จึง
ประกาศให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ปีการศึกษา 2564 เพ่ือใช้เป็น
หลักในการเทียบเคียงสาหรับการส่งเสริมและกากับดูแลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การตรวจสอบการ
ประเมนิ ผลและการประกันคณุ ภาพทางการศึกษา

ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2564

( นายไพบูลย์ ดาสมุทร )
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบ้านปาโจ

72
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

มาตรฐานการศกึ ษา คาอธบิ ายและการให้ระดับคุณภาพ
แนบท้ายประกาศโรงเรยี นบ้านปาโจ

เรอ่ื ง ให้ใช้มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวยั และระดบั การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
ฉบบั ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2564
------------------------------------------

มาตรฐานการศกึ ษา ระดบั ปฐมวัย พ.ศ.2564 มจี านวน 3 มาตรฐาน ได้แก่
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของเด็ก
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
มาตรฐานที่ 3 การจดั ประสบการณท์ ี่เน้นเด็กเปน็ สาคญั
แต่ละมาตรฐาน มีรายละเอียด ดงั น้ี

มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของเดก็
1.1 มพี ฒั นาการดา้ นรา่ งกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีและดูแลความปลอดภัยของตนเองได้
1.2 มีพฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจควบคมุ และแสดงออกทางอารมณไ์ ด้
1.3 มีพฒั นาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัตกิ ิจวตั รประจาวนั มวี นิ ยั และ

เปน็ สมาชิกท่ีดีของสังคม
1.4 มพี ัฒนาการด้านสตปิ ัญญา สือ่ สารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
2.1 มหี ลักสตู รครอบคลมุ พัฒนาการท้งั 4 ด้าน สอดคล้องกบั บริบทของท้องถิ่น
2.2 จัดครูใหเ้ พียงพอกบั ชน้ั เรียน
2.3 ส่งเสรมิ ใหค้ รูมีความเชี่ยวชาญดา้ นการจัดประสบการณ์
2.4 จดั สภาพแวดลอ้ มและส่ือเพื่อการเรยี นรู้ อย่างปลอดภัย และเพยี งพอ
2.5 ใหบ้ ริการส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือการเรียนรู้เพื่อสนบั สนนุ การจดั

ประสบการณ์
2.6 มรี ะบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสใหผ้ ู้เกีย่ วข้องทกุ ฝา่ ยมีส่วนรว่ ม

มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณท์ ีเ่ นน้ เด็กเป็นสาคญั
3.1 จดั ประสบการณ์ท่สี ง่ เสริมให้เดก็ มพี ฒั นาการทุกด้านอยา่ งสมดุลเตม็ ศักยภาพ
3.2 สรา้ งโอกาสใหเ้ ด็กทุกคนไดร้ บั ประสบการณ์ตรง เลน่ และลงมือปฏบิ ัติอยา่ งมีความสุข
3.3 จดั บรรยากาศท่ีเอ้ือตอ่ การเรียนรู้ ใชส้ อื่ และเทคโนโลยีทเ่ี หมาะสมกับวัยของเด็ก
3.4 ประเมนิ พัฒนาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนาผลการประเมินพฒั นาการเด็กไป

ปรับปรงุ การจดั ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก

73
รายงานการประเมินตนเองระดับการศึกษาปฐมวยั 2564

มาตรฐานการศึกษา

ระดับการศึกษาขน้ึ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2564 มจี านวน 3 มาตรฐาน ไดแ้ ก่

มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผูเ้ รียน

1.1 ผลสัมฤทธทิ์ างวิชาการของผูเ้ รียน

1.2 คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงคข์ องผเู้ รยี น

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ

มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทีเ่ น้นผ้เู รียนเปน็ สาคัญ

แตล่ ะมาตรฐาน มีรายละเอียด ดงั น้ี

มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพผู้เรียน

1.1 ผลสมั ฤทธท์ิ างวชิ าการของผู้เรยี น

1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การส่ือสาร และการคิดคานวณ

2) ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ยี น

ความคดิ เห็น และแก้ปัญหา

3) มคี วามสามารถในการสร้างนวตั กรรมทส่ี อดคล้องกับวิถีชวี ิตของชมุ ชน
4) มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5) มผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศึกษา
6) มีความรู้ทักษะพน้ื ฐานและเจตคตทิ ่ีดตี ่องานอาชีพ
1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผเู้ รียน
1) การมีคุณลกั ษณะและคา่ นิยมท่ีดีตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด
2) ความภมู ใิ จในทอ้ งถ่นิ และความเปน็ ไทย
3) การยอมรับที่จะอยรู่ ่วมกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย
4) สขุ ภาวะทางรา่ งกายและจิตสงั คม
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
2.1 มเี ป้าหมายวิสยั ทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากาหนดชดั เจน
2.2 มีระบบบริหารจดั การคุณภาพของสถานศึกษา
2.3 ดาเนินงานพัฒนาวชิ าการท่ีเนน้ คุณภาพผู้เรียนรอบดา้ นตามหลกั สูตรสถานศึกษา
และทุกกลมุ่ เป้าหมาย
2.4 พฒั นาครแู ละบคุ ลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวชิ าชีพ
2.5 จดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสังคมที่เอือ้ ตอ่ การจัดการเรยี นรู้อย่างมีคุณภาพ
2.6 จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ สนับสนนุ การบรหิ ารจดั การและการจัดการเรยี นรู้

มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเ่ี น้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั

3.1 จัดการเรียนร้ผู ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ได้
3.2 ใชส้ อื่ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้
3.3 มีการบรหิ ารจดั การชนั้ เรียนเชงิ บวก
3.4 ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรียนอย่างเปน็ ระบบและนาผลมาพฒั นาผู้เรยี น
3.5 มีการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้และใหข้ ้อมลู สะท้อนกลบั เพ่ือพัฒนาและปรบั ปรงุ

การจัดการเรียนรู้

74
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวัย 2564

คาอธบิ าย

มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔

มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย
มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๑ มีจานวน ๓ มาตรฐาน ๑๔ ประเด็นพิจารณา ได้แก่

มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพของเด็ก มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ การจัด
ประสบการณ์ท่ีเน้นเด็กเปน็ สาคญั รายละเอียดแต่ละมาตรฐาน มดี ังนี้
มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพของเด็ก

๑.๑ มีพฒั นาการดา้ นรา่ งกาย แข็งแรง มสี ุขนิสัยทด่ี ีและดูแลความปลอดภยั ของตนเองได้
๑.๒ มพี ัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้
๑.๓ มีพฒั นาการด้านสงั คม ชว่ ยเหลอื ตนเอง และเป็นสมาชกิ ทด่ี ีของสังคม
๑.๔ มพี ฒั นาการดา้ นสติปญั ญา สือ่ สารได้ มีทกั ษะการคิดพนื้ ฐาน และแสวงหาความรู้ได้

๑.๕ มคี ุณลกั ษณะตามหลักของศาสนาอิสลามตามทสี่ ถานศกึ ษากาหนด

คาอธิบาย
มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของเดก็
ผลพัฒนาการเด็กในด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และตปิ ัญญา
๑.๑ มพี ัฒนาการดา้ นร่างกาย แขง็ แรง มสี ขุ นสิ ัยทด่ี แี ละดแู ลความปลอดภยั ของตนเองได้
เด็กมนี า้ หนัก ส่วนสูงตามเกณฑม์ าตรฐาน เคล่ือนไหวร่างกายคลอ่ งแคล่ว ทรงตวั ได้ดี

ใชม้ ือและตา ประสานสัมพันธ์ไดด้ ี ดแู ลรกั ษาสขุ ภาพอนามัยสว่ นตนและปฏบิ ัติจนเป็นวนิ ัย ปฏบิ ัติตนตาม
ข้อตกลงเกี่ยวกบั ความปลอดภยั หลีกเลี่ยงภาวะท่เี สย่ี งตอ่ โรค สิง่ เสพตดิ และระวังภยั จากบคุ คลส่ิงแวดล้อม
และถานการณ์ที่เสย่ี งอันตราย

๑.๒ มีพฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้
เดก็ รา่ เริง แจม่ ใส แสดงอารมณค์ วามรู้สกึ ได้เหมาะสม รจู้ กั ยับย้งั ชงั่ ใจ อดทนในการรอคอย ยอมรบั
และพอใจในความสามารถ และผลงานของตนเองและผู้อน่ื มจี ิต สานึกและคา่ นิยมที่ดี มคี วามม่ันใจ กล้าพูด
กลา้ แสดงออก ช่วยเหลอื แบ่งปัน เคารพสทิ ธิ ร้หู นา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ อดทนอดกล้ัน ซื่อสตั ย์สุจรติ มีคุณธรรม
จริยธรรม ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด ชน่ื ชมและมคี วามสุขกับ ศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

๑.๓ มพี ฒั นาการดา้ นสังคม ชว่ ยเหลือตนเองและเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสังคม

เด็กช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัตกิ ิจวัตรประจาวัน มีวนิ ัยในตนเอง ประหยัดและพอเพยี ง มีส่วนร่วม
ดแู ลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอกห้องเรียน มมี ารยาทตามวัฒนธรรมไทย เช่น การไหว้ การย้มิ ทักทาย และมี
สมั มาคารวะกบั ผ้ใู หญ่ เป็นต้น ยอมรับหรอื เคารพความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เช่น ความคดิ พฤติกรรม
พ้ืนฐาน ครอบครัว เช้ือชาติ ศาสนาวฒั นธรรม เปน็ ต้น เลน่ และทางานรว่ มกับผูอ้ ่นื ได้ แก้ไขข้อขดั แยง้ โดย
ปราศจากการใชค้ วามรนุ แรง

๑.๔ มพี ัฒนาการดา้ นตปิ ัญญา สื่อสารได้ มีทกั ษะการคิดพนื้ ฐานและแสวงหาความรูไ้ ด้

เดก็ สนทนาโตต้ อบและเล่าเร่ืองให้ผ้อู นื่ เขา้ ใจ ตง้ั คาถามในสิง่ ที่ตนเองสนใจหรือสงสยั

75
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

และพยายาม ค้นหาคาตอบ อ่านนิทานและเล่าเรื่องท่ีตนเองอา่ นได้เหมาะสมกับวยั มีความสามารถในการคิด
รวบยอด การคดิ เชงิ เหตุผลทางคณิตศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ การคดิ แกป้ ัญหาและสามารถตัดสนิ ใจในเรื่อง
งา่ ยๆ ได้ สร้างสรรค์ผลงาน ตามความคิดและจินตนาการ เชน่ งานศิลปะ การเคล่ือนไหวท่าทาง การเลน่ อิสระ
เปน็ ต้น และใช้สอื่ เทคโนโลยี เชน่ แวน่ ขยาย แมเ่ หล็ก กลอ้ งดจิ ิตอล เปน็ ตน้ เปน็ เคร่ืองมือในการเรียนรู้และ
แสวงหาความรไู้ ด้

๑.๕ มีคุณลกั ษณะตามหลักของศาสนาอิสลามตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด

เด็กเขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหลักศาสนาอิสลามตามบริบทของคนในชุมชนได้เหมาะสมกบั วัย เชน่ การ
ทกั ทายตามอัตลกั ษณ์ของโรงเรียน ไหว้งาม สลามสวย เปน็ การปลกู ฝงั ในเร่ืองของการทาความเคารพหรือการ
ทักทายที่ถูกตอ้ งตามหลกั ของสงั คมไทยและตามหลักศาสนาอสิ ลามทสี่ อดคล้องกับบริบทของชุมชน การแต่ง
กายชุดประจาท้องถน่ิ ในวันศุกร์เป็นการปลกู ฝงั เด็กด้วยการแตง่ กายที่เหมาะสมและถกู ต้องตามหลักของศาสนา
อิสลาม และทีส่ าคัญมีการจดั อบรมคุณธรรมทุกเดอื น เพื่อให้เดก็ ไดเ้ รยี นรแู้ ละเข้าใจการปฏบิ ตั ิตนตามหลกั
อสิ ลาม เพ่ือใชใ้ นการปฏบิ ตั กิ ิจวัตประจาวันได้ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยมากขนึ้ เช่น มคี วามซื่อสตั ย์ มนี ้าใจ
ชว่ ยเหลือและแบ่งปนั ผอู้ ืน่ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อืน่ และมคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง

การให้ระดบั คุณภาพ

ระดบั คุณภาพ ประเด็นพิจารณา
กาลงั พฒั นา
ปานกลาง • มพี ัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปญั ญา ยังไมบ่ รรลตุ ามเปา้ หมาย
ทสี่ ถานศึกษากาหนด
ดี • มีพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา ยงั ไมบ่ รรลตุ ามเป้าหมาย
ดเี ลิศ ที่สถานศึกษากาหนด
• มกี ารจดั ประสบการณก์ ารเรียนรูต้ ามหลกั สูตรและมีแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมเสริมใน
ยอดเย่ียม การพัฒนาเด็กที่ยงั ไม่บรรลุตามเป้าหมายทส่ี ถานศึกษากาหนด
• มีพฒั นาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญา บรรลุตามเป้าหมายที่
สถานศกึ ษากาหนด
• มพี ัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา บรรลุตามเปา้ หมายที่
สถานศึกษากาหนด
• มกี ารจัดประสบการณก์ ารเรียนรตู้ ามหลกั สูตรและมีแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมเสรมิ ใน
การพฒั นาเด็กอย่างเปน็ ระบบและต่อเน่ือง
• มีพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา บรรลุตามเป้าหมายท่ี
สถานศึกษากาหนด มีความพร้อมในการศึกษาระดบั ประถมศึกษา
• มกี ารจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรและมแี ผนงาน/โครงการ/กิจกรรมเสริม
ในการพัฒนาเด็กอย่างเปน็ ระบบและต่อเนอ่ื ง
• มสี ่วนรว่ มของพ่อแม่ครอบครัว ชุมชน และทกุ ฝา่ ยทเี่ ก่ยี วขอ้ งในการส่งเสริมพฒั นาการ
ของเด็ก

76
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวัย 2564

มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ

๒.๑ มหี ลกั สูตรครอบคลมุ พัฒนาการท้ัง ๔ ดา้ น สอดคล้องกับบริบทของท้องถ่ิน
๒.๒ จัดครูให้เพียงพอกับชนั้ เรียน
๒.๓ สง่ เสริมใหค้ รมู คี วามเชย่ี วชาญดา้ นการจดั ประสบการณ์
๒.๔ จัดสภาพแวดล้อมและส่ือเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และเพียงพอ
๒.๕ ให้บรกิ ารส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรเู้ พ่อื สนบั สนนุ การจัดประสบการณ์
๒.๖ มรี ะบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผ้เู กีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ยมีสว่ นร่วม
๒.๗ สง่ เสริมให้ครมู ีความเชี่ยวชาญในการจัดประสบการณ์ทบ่ี รู ณาการหลักคาสอนของศาสนาอสิ ลาม

คาอธิบาย

มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ

สถานศกึ ษาดาเนนิ การบริหารและจัดการสถานศึกษาท่ีครอบคลมุ ดา้ นวิชาการ ดา้ นครแู ละบคุ ลากร
ด้านขอ้ มลู สารสนเทศ ด้านสภาพแวดลอ้ มและสื่อเพ่ือการเรียนรู้ และดา้ นระบบประกนั คุณภาพภายใน โดยเปิด
โอกาสใหผ้ ู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษา มีการกากับตดิ ตามการดาเนนิ งานอย่างเปน็ ระบบ
และตอ่ เนื่อง เพ่อื สร้างความมั่นใจตอ่ คุณภาพการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา

๒.๑ มหี ลักสตู รครอบคลมุ พัฒนาการทงั้ ๔ ด้าน สอดคล้องกบั บริบทของท้องถิ่น

สถานศกึ ษามีหลกั สตู รสถานศึกษาทยี่ ืดหยนุ่ และสอดคลอ้ งกับหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั โดย
สถานศกึ ษาออกแบบการจัดประสบการณ์ทีเ่ ตรียมความพร้อมและไม่เร่งรดั วิชาการ เน้นการเรียนรู้ ผา่ นการ
เล่นและการลงมือปฏบิ ัติ ตอบสนองความต้องการและความแตกตา่ งของเด็กปกติและกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ
และสอดคล้องกบั วิถชี วี ติ ของครอบครวั ชุมชนและทอ้ งถนิ่

๒.๒ จัดครูให้เพียงพอกับช้ันเรียน

สถานศึกษาจดั ครใู ห้เหมาะสมกบั ภารกจิ การเรยี นการสอนหรอื จดั ครูทจี่ บการศึกษาปฐมวัยหรอื ผา่ นการ
อบรมการศึกษาปฐมวยั อยา่ งพอเพียงกับชนั้ เรียน

๒.๓ ส่งเสริมให้ครมู คี วามเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์

พฒั นาครแู ละบุคลากรใหม้ คี วามรู้ความสามารถในการวเิ คราะหแ์ ละออกแบบหลักสตู รสถานศึกษา มี
ทกั ษะในการจัดประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการเด็ก ใชป้ ระสบการณ์สาคัญในการออกแบบ การจัด
กจิ กรรม มีการสงั เกตและประเมนิ พฒั นาการเด็กเปน็ รายบุคคล มีปฏสิ ัมพนั ธท์ ด่ี ีกบั เด็กและครอบครวั

๒.๔ จดั สภาพแวดลอ้ มและสื่อเพือ่ การเรียนรู้ อย่างปลอดภัยและเพยี งพอ

สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกหอ้ งเรยี นท่คี านึงถึงความปลอดภัย สง่ เสริมใหเ้ กิด
การเรียนรู้เปน็ รายบุคคลและกลุ่ม เลน่ แบบรว่ มมือรว่ มใจ มีมมุ ประสบการณห์ ลากหลาย มีสือ่ การเรียนรู้ เช่น
ของเล่น หนังสือนิทาน สื่อจากธรรมชาติ สอื่ สาหรับเด็กมุด ลอด ปนี ปา่ ย สื่อเทคโนโลยี สอ่ื เพื่อการสืบเสาะหา
ความรู้

77
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

๒.๕ ให้บรกิ ารสื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือการเรียนรู้เพ่ือสนับสนนุ การจัดประสบการณส์ าหรบั
ครู

สถานศกึ ษาอานวยความสะดวก และใหบ้ รกิ ารสื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศวัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อ
สนับสนนุ การจัดประสบการณ์และพัฒนาครู

๒.๖ มีระบบบริหารคณุ ภาพทีเ่ ปิดโอกาสใหผ้ เู้ ก่ียวข้องทุกฝ่ายมีส่วนรว่ ม

สถานศึกษากาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษาทีส่ อดคล้องกบั มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัยและ
อตั ลกั ษณ์ทีส่ ถานศกึ ษากาหนดจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาท่สี อดรบั กบั มาตรฐาน ทส่ี ถานศกึ ษา
กาหนดและดาเนนิ การตามแผน มีการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา ติดตามผลการ
ดาเนินงานและจัดทารายงานผลการประเมนิ ตนเองประจาปี นาผลการประเมนิ ไปปรับปรงุ และพัฒนาคณุ ภาพ
สถานศึกษา โดยผ้ปู กครองและผูเ้ กี่ยวข้อง ทกุ ฝา่ ยมสี ว่ นรว่ มและจดั สง่ รายงานผลการประเมินตนเองให้
หน่วยงานตน้ สังกดั

๒.๗ สง่ เสรมิ ให้ครมู คี วามเช่ียวชาญในการจดั ประสบการณท์ บี่ ูรณาการหลกั คาสอนของศาสนา
อิสลาม

สถานศกึ ษาไดจ้ ัดกจิ กรรมอบรมเกย่ี วกับหลกั คาสอนของศาสนาอิสลามสาหรับครูโดยเชญิ วิทยากร
ผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นหลักคาสอนของศาสนาอิสลามมาบรรยายใหค้ ณะครูได้เขา้ ร่วมรับฟังเพ่ือใหเ้ กิดความเข้าใจ
ในหลกั การตา่ งๆของศาสนาอิสลามและสามารถนาความรูม้ าบูรณาการใช้ในการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้
ให้กับเดก็ ตอ่ ไป

การใหร้ ะดับคุณภาพ

ระดบั คุณภาพ ประเด็นพิจารณา

กาลงั พัฒนา • มีหลกั สตู รสถานศึกษาที่ไมย่ ืดหย่นุ ไม่สอดคล้องกับหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั และบริบท
ปานกลาง ของทอ้ งถน่ิ
ดี • มีระบบบรหิ ารคุณภาพ แตไ่ มส่ ่งผลต่อการพฒั นาคุณภาพเดก็ ปฐมวัย

• มหี ลักสตู รสถานศึกษาทยี่ ืดหยุ่น สอดคลอ้ งกบั หลักสูตรการศึกษาปฐมวยั และบรบิ ทของ
ทอ้ งถิ่น
• มีระบบบริหารคณุ ภาพ แตไ่ มส่ ง่ ผลตอ่ การพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวยั

• มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยนุ่ สอดคล้องกบั หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั และบริบทของ
ทอ้ งถ่ิน
• จัดครูให้เพียงพอและเหมาะสมกับช้ันเรยี น
• มกี ารส่งเสริมใหค้ รูมีความเช่ียวชาญดา้ นการจัดประสบการณ์ทีส่ ่งผลต่อคุณภาพเด็กเป็น
รายบุคคล
• จัดสภาพแวดล้อมอย่างปลอดภยั และมีสอ่ื เพ่ือการเรียนรู้อยา่ งเพยี งพอและหลากหลาย
• ให้บริการสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจดั ประสบการณ์
เหมาะสมกบั บริบทของสถานศึกษา
• มรี ะบบบรหิ ารจัดการคณุ ภาพของสถานศกึ ษาที่สง่ ผลตอ่ คุณภาพตามมาตรฐานของ
สถานศึกษาและเปดิ โอกาสให้ผูเ้ กยี่ วขอ้ งทกุ ฝ่ายมีสว่ นรว่ ม

ดเี ลศิ 78
ยอดเย่ียม รายงานการประเมินตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

• มกี ารประเมนิ และพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา ใหส้ อดคล้องกบั หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั
และบรบิ ทของทอ้ งถนิ่
• จัดครใู ห้เพียงพอและเหมาะสมกบั ชั้นเรยี น
• มีการส่งเสรมิ ให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณท์ ่สี ง่ ผลต่อคุณภาพเด็กเปน็
รายบคุ คล ตรงความตอ้ งการของครแู ละสถานศึกษา
• จัดสภาพแวดลอ้ มอย่างปลอดภัย และมีสอ่ื เพอ่ื การเรียนรู้อย่างเพียงพอและหลากหลาย
• ให้บรกิ ารส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือการเรียนร้เู พอ่ื สนับสนนุ การจดั ประสบการณ์
เหมาะสมกบั บริบทของสถานศึกษา
• มีระบบบรหิ ารจดั การคณุ ภาพของสถานศึกษา การช้ีแนะระหว่างการปฏบิ ตั งิ านทสี่ ง่ ผล
ต่อคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา บรู ณาการการปฏบิ ตั ิงานและเปดิ โอกาสให้
ผเู้ กย่ี วข้องทกุ ฝ่ายมีสว่ นร่วม
• มีการประเมนิ และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ใหส้ อดคล้องกับหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย
และบริบทของท้องถ่นิ
• จัดครูใหเ้ พียงพอและเหมาะสมกับชน้ั เรียน

• มีการส่งเสริมให้ครูมคี วามเช่ียวชาญดา้ นการจัดประสบการณ์ท่ีสง่ ผลต่อคุณภาพเด็กเปน็
รายบคุ คล ตรงความตอ้ งการของครแู ละสถานศกึ ษา และจัดใหม้ ชี ุมชนการเรยี นรูท้ าง
วิชาชีพ
• จดั สภาพแวดล้อมอยา่ งปลอดภยั และมสี อื่ เพ่อื การเรยี นรู้อยา่ งเพียงพอและหลากหลาย
ใหบ้ ริการส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือการเรยี นร้เู พ่ือสนบั สนนุ การจัดประสบการณ์
เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
• มีระบบบริหารจดั การคณุ ภาพของสถานศึกษา ท่เี หมาะสมและต่อเนื่อง มกี ารชีแ้ นะ
ระหว่างการปฏิบัตงิ านสง่ ผลต่อคุณภาพตามาตรฐานของสถานศกึ ษา บูรณาการการ
ปฏิบตั ิงานและเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวขอ้ งทกุ ฝา่ ยมีสว่ นรว่ มจนเป็นแบบอย่างทีด่ ีและไดร้ บั การ
ยอมรับจากชมุ ชนและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง

79
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ประสบการณ์ท่ีเนน้ เด็กเป็นสาคัญ

๓.๑ จดั ประสบการณท์ ่สี ่งเสริมให้เด็กมพี ัฒนาการทุกด้านอยา่ งสมดุลเตม็ ศักยภาพ
๓.๒ สรา้ งโอกาสให้เด็กไดร้ บั ประสบการณ์ตรง เลน่ และปฏบิ ตั อิ ย่างมีความสุข
๓.๓ จดั บรรยากาศทเี่ อื้อต่อการเรยี นรใู้ ช้ส่ือและเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกบั วัย
๓.๔ ประเมนิ พัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ และนาผลการประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรับปรงุ การ
จัดประสบการณแ์ ละพัฒนาเด็ก
๓.๕ จัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กให้มีคณุ ลักษณะตามหลักของศาสนาอสิ ลามตามที่
สถานศกึ ษากาหนด
คาอธบิ าย
มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ทเี่ นน้ เดก็ เป็นสาคัญ
ครูจัดประสบการณ์ให้เด็กมีพัฒนาการทุกดา้ นอยา่ งสมดลุ เต็มศกั ยภาพ รู้จกั เด็กเป็นรายบคุ คล
และสรา้ งโอกาสใหเ้ ด็กทกุ คนได้รับประสบการณต์ รง เลน่ และลงมือกระทา ผ่านประสาทสมั ผัส จดั บรรยากาศที่
เอ้อื ต่อการเรยี นรู้ ใช้สือ่ และเทคโนโลยีท่เี หมาะสมกับวัย มีการตดิ ตามและประเมนิ ผลพัฒนาการเดก็ อย่างเป็น
ระบบ

๓.๑ จัดประสบการณท์ ่สี ง่ เสริมใหเ้ ด็กมพี ัฒนาการทกุ ดา้ นอย่างสมดลุ เตม็ ศักยภาพ
ครวู ิเคราะหข์ ้อมูลเด็กเป็นรายบคุ คล จดั ทาแผนการจดั ประสบการณ์ จากการวเิ คราะห์

มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงคใ์ นหลกั สูตรสถานศึกษา โดยมกี จิ กรรมท่สี ่งเสรมิ พัฒนาการเดก็ ครบทุกดา้ น
ทงั้ ด้านร่างกาย ดา้ นอารมณ์ จิตใจ ด้านสงั คม และด้านสติปัญญา ไมม่ งุ่ เน้นการพัฒนาด้านใดด้านหน่ึงเพียง
ดา้ นเดียว

๓.๒ สรา้ งโอกาสใหเ้ ดก็ ได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบตั ิอยา่ งมีความสุข
ครจู ัดประสบการณท์ เ่ี ชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม ให้เดก็ มีโอกาสเลอื กทากจิ กรรมอย่าง

อสิ ระ ตามความต้องการ ความสนใจ ความสามารถ ตอบสนองต่อวธิ กี ารเรยี นร้ขู องเด็กเปน็ รายบคุ คล
หลากหลายรูปแบบ จากแหล่งเรยี นรู้ทห่ี ลากหลาย เด็กไดเ้ ลือกเล่น เรียนรู้ ลงมือ กระทา และสร้างองค์ความรู้
ดว้ ยตนเอง

๓.๓ จดั บรรยากาศท่เี อ้อื ตอ่ การเรียนรู้ ใชส้ ่อื และเทคโนโลยที ่เี หมาะสมกับวัย
ครูจดั ห้องเรียนให้สะอาด อากาศถ่ายเท ปลอดภยั มีพื้นที่แสดงผลงานเด็ก พ้นื ที่สาหรับมมุ

ประสบการณ์และการจัดกิจกรรม เด็กมสี ่วนรว่ ม ในการจัดสภาพแวดลอ้ มในห้องเรยี น เชน่ ป้ายนเิ ทศ การดูแล
ต้นไม้ เปน็ ต้น ครูใช้ส่ือและเทคโนโลยีทเี่ หมาะสมกับชว่ งอายุ ระยะความสนใจ และวิถีการเรียนรูข้ องเด็ก เชน่
กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์สาหรบั การเรียนรูก้ ลมุ่ ย่อย ส่ือของเล่นทีก่ ระตนุ้ ให้คิดและหาคาตอบ เป็นต้น

๓.๔ ประเมนิ พัฒนาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนาผลการประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรบั ปรงุ
การจัดประสบการณ์และพัฒนาเดก็

ครปู ระเมินพฒั นาการเดก็ จากกจิ กรรมและกิจวตั รประจาวันด้วยเครอ่ื งมือและวิธีการท่ี
หลากหลาย ไม่ใช้แบบทดสอบ วเิ คราะหผ์ ล การประเมนิ พัฒนาการเด็ก โดยผู้ปกครองและผูเ้ กย่ี วขอ้ ง มสี ว่ น
รว่ ม และนาผลการประเมินท่ีได้ไปพฒั นาคุณภาพเด็กและแลกเปล่ยี นเรียนรูก้ ารจัดประสบการณท์ ่ีมี
ประสิทธิภาพ

80
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

๓.๕ จัดประสบการณเ์ พื่อพัฒนาเด็กใหม้ คี ุณลกั ษณะตามหลกั ของศาสนาอสิ ลามตามท่ี
สถานศึกษากาหนด

ครจู ัดประสบการณท์ ่เี ชื่อมโยงกับประสบการณเ์ ดิมของเดก็ ที่ได้รบั จาการอบรมจากครอบครัว
อยูแ่ ล้ว เช่นการสอนบทดุอาร์ตา่ งๆทใ่ี ช้ในชวี ติ ประจาวันโดยบูรณาการตามหนว่ ยการจัดประสบการณ์ตา่ งๆ
เช่นหนว่ ยการเรียนรู้เรอ่ื ง หนทู าได้ มีการสอนอ่านดุอารต์ า่ งๆกอ่ นทากิจกรรม เช่น อ่านดุอารก์ ่อนรบั ประทาน
อาหาร อา่ นดุอาร์ก่อนนอน เป็นตน้ และมีการจัดกจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ที่มีการนาหลักการของศาสนา
อสิ ลามมาสอดแทรกเชน่ หนว่ ยการเรียนรู้ รกั เมืองไทย โดยมีการจัดกิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ มารยาทในการ
ทักทายแบบไทยๆคือการไหว้ มกี ารสอนแทรกเพ่มิ เตมิ เกีย่ วกบั การทักทายตามหลกั การสอนของอิสลามนนั้ คือ
การสลาม ซง่ึ เป็นการทกั ทายตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน สง่ เสริมใหเ้ ดก็ สามารถเลอื กใช้วิธกี ารทกั ทายท่ีถกู ต้อง
และเหมาะตามบริบทต่างๆ เป็นต้น

การใหร้ ะดับคุณภาพ

ระดับคุณภาพ ประเดน็ พิจารณา
กาลงั พัฒนา
ปานกลาง • จัดประสบการณท์ ส่ี ่งเสรมิ ให้เด็กมีพฒั นาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปัญญา
ดี ไมส่ มดลุ
• ไม่สรา้ งโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณต์ รง เล่นและปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งอิสระตามความ
ดีเลิศ ตอ้ งการ ความสนใจและความสามารถของเด็ก

• จัดประสบการณท์ ีส่ ่งเสริมให้เด็กมีพฒั นาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา
อยา่ งสมดุล
• สร้างโอกาสให้เด็กไดร้ บั ประสบการณ์ตรง เลน่ และปฏบิ ัตกิ ิจกรรมอยา่ งอิสระตามความ
ต้องการ ความสนใจและความสามารถของเด็ก

• จดั ประสบการณ์ทีส่ ง่ เสริมให้เด็กมีพฒั นาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติปญั ญา
อย่างสมดลุ เตม็ ศกั ยภาพของเด็กเป็นรายบคุ คล
• สร้างโอกาสใหเ้ ด็กได้รับประสบการณต์ รง เล่นและปฏบิ ัตกิ จิ กรรม เรยี นรลู้ งมอื ทาและสร้าง
องค์ความรู้ดว้ ยตนเองอย่างมีความสุข
• จัดบรรยากาศและสภาพ แวดลอ้ มในห้องเรียนทเ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้ ใช้ส่ือและเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมกับวยั
• ครูประเมนิ พฒั นาการเด็กตามสภาพจริงดว้ ยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย โดยผู้ปกครองและผู้เก่ียวขอ้ ง
มสี ว่ นร่วม นาผลการประเมนิ ท่ีได้ไปปรบั ปรุงการจดั ประสบการณแ์ ละ พฒั นาเด็ก

• จดั ประสบการณ์ทส่ี ่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา
อย่างสมดลุ เตม็ ศกั ยภาพโดยความรว่ มมอื ของพ่อแม่และครอบครวั ชมุ ชนและผเู้ กยี่ วข้อง
• สรา้ งโอกาสใหเ้ ด็กไดร้ ับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏบิ ตั ิกจิ กรรม เรียนรู้ลงมอื ทาและสร้าง
องค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสขุ
• จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนท่เี อ้ือต่อการเรียนร้โู ดยเดก็ มีส่วนร่วม ใช้สอ่ื และ
เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสมกบั วัย
• ครปู ระเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ ดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย โดยผู้ปกครองและผเู้ ก่ียวขอ้ ง
มสี ว่ นรว่ ม นาผลการประเมินทไ่ี ด้ไปปรบั ปรุงการจัดประสบการณ์และ พฒั นาเด็ก

ยอดเยี่ยม 81
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

• จัดประสบการณ์ทสี่ ่งเสริมให้เดก็ มีพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญา
อย่างสมดุล เตม็ ศักยภาพโดยความร่วมมอื ของพ่อแม่และครอบครัว ชุมชนและผเู้ ก่ียวข้อง และ
เป็นแบบอย่างที่ดี
• สรา้ งโอกาสให้เด็กไดร้ ับประสบการณ์ตรง เลน่ และปฏิบตั ิกิจกรรม เรียนรู้ลงมอื ทาและสรา้ ง
องค์ความรู้ดว้ ยตนเองอยา่ งมีความสุข
• จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนท่ีเอ้ือตอ่ การเรยี นรูโ้ ดยเด็กมสี ว่ นรว่ ม ใชส้ อ่ื และ
เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกับวัย
• ครูประเมินพฒั นาการเด็กตามสภาพจรงิ ด้วยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย โดยผปู้ กครองและผู้เก่ียวข้อง
มสี ว่ นร่วม นาผลการประเมินทไี่ ด้ไปปรบั ปรงุ การจดั ประสบการณแ์ ละ พฒั นาเด็ก

82
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวัย 2564

ประกาศโรงเรยี นบ้านปาโจ
เรอื่ ง กาหนดคา่ เปา้ หมายตามมาตรฐานการศกึ ษา ระดบั ปฐมวยั และระดบั การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

โดยท่ีมีประกาศใช้กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ นโยบายการปฏิรูป
การศึกษาในทศวรรษท่ีสองที่กาหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพคนไทยและการศึกษาไทย
ในอนาคต ประกอบกับมีนโยบายให้ปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอก
ของทกุ ระดับก่อนจะมีการประเมินคุณภาพในรอบต่อไป ประกาศสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
เร่ือง แนวปฏิบัติการดาเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบ
กับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
และระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับลงวันท่ี ๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ โรงเรียนบ้านปาโจ จึง
ได้ทบทวนและปรบั มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัยและระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน โดยความ
เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมของผู้เก่ียวข้อง ทั้งบุคลากรทุกคนใน
โรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ให้เหมาะสมและสอดคล้องกันเพ่ือนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตาม
มาตรฐานการศกึ ษา การประเมินคุณภาพภายในและรองรบั การประเมนิ คุณภาพภายนอก

เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนบ้านปาโจมีคุณภาพและได้มาตรฐาน
โรงเรียนบ้านปาโจ จึงได้กาหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวยั
และระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ เพื่อเป็นเป้าหมายในการ
พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษา ระดบั ปฐมวัย และระดบั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน

ประกาศ ณ วนั ที่ 24 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564

( นายไพบูลย์ ดาสมุทร )
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นปาโจ

83
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

ภาคผนวก ค
สรปุ ผลการประเมินรายมาตรฐานและเกณฑก์ ารประเมนิ

รายมาตรฐาน (Holistic)

84
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวัย 2564

สรปุ ผลรายประเดน็ พจิ ารณา

มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของเด็ก ร้อยละ ระดับ ระดับ
ระดบั คุณภาพ : ดี คุณภาพราย คุณภาพราย
มาตรฐาน
ประเด็นการประเมิน ประเด็น
ยอดเยีย่ ม
1.1 มพี ัฒนาการดา้ นร่างกาย แขง็ แรง มสี ุขนสิ ยั ทีด่ ี และ 80.00
ดูแลความปลอดภยั ของตนเองได้ 78.18 ดีเลิศ
1.2 มพี ฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ควบคมุ และ 74.55 ดเี ลศิ ดี
แสดงออกทางอารมณ์ได้ 67.27
1.3 มีพฒั นาการด้านสงั คม ช่วยเหลือตนเอง และเปน็ ดี
สมาชิกทดี่ ขี องสงั คม
1.4 มีพฒั นาการดา้ นสตปิ ัญญา สือ่ สารได้ มที ักษะการ
คิดพ้ืนฐาน และแสวงหาความรูไ้ ด้

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดบั ระดบั คณุ ภาพ
ระดบั คุณภาพ : ดีเลิศ คณุ ภาพราย รายมาตรฐาน

ประเดน็ การประเมิน ประเด็น ดีเลศิ
ดเี ลิศ
2.1 มีหลกั สตู รครอบคลมุ พฒั นาการท้ัง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบท
ของท้องถิ่น ยอดเย่ียม
2.2 จัดครูใหเ้ พียงพอกับชัน้ เรียน ดีเลิศ
2.3 ส่งเสรมิ ใหค้ รูมคี วามเช่ยี วชาญดา้ นการจดั ประสบการณ์
ยอดเย่ยี ม
2.4 จัดสภาพแวดล้อม และส่อื เพื่อการเรยี นรู้อยา่ งปลอดภัย และ
เพยี งพอ ดีเลิศ
2.5 ใหบ้ รกิ ารสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อการเรยี นร้เู พ่ือ
สนบั สนนุ การจัดประสบการณ์ ดเี ลิศ
2.6 มีระบบบรหิ ารคุณภาพท่เี ปิดโอกาสใหผ้ ้เู กี่ยวข้องทุกฝ่ายมีสว่ น
รว่ ม

85
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

มาตรฐานท่ี 3 การจัดประสบการณท์ เี่ นน้ เดก็ เปน็ สาคญั ร้อยละ ระดับ สรุป
ระดบั คุณภาพ : ดเี ลศิ คุณภาพ

ประเด็นการประเมนิ 77.78 ดเี ลิศ

3.1 จัดประสบการณ์ทีส่ ง่ เสริมใหเ้ ด็กมีพัฒนาการทุกด้าน 80 ยอดเย่ียม
อย่างสมดุลเต็มศกั ยภาพ
3.2 สรา้ งโอกาสให้เด็กได้รบั ประสบการณ์ตรง เลน่ และ 85.71 ยอดเย่ยี ม ดีเลิศ
ปฏิบัติอยา่ งมีความสุข
3.3 จดั บรรยากาศที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ใชส้ ื่อและ 75 ดีเลิศ
เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสมกบั วัย
3.4 ประเมนิ พัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนาผลการ
ประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์
และพัฒนาเดก็

86
รายงานการประเมินตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

เกณฑ์การสรปุ /การตัดสินระดับคุณภาพมาตรฐานและระดบั สถานศกึ ษา

มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพเดก็ วเิ คราะห์ผลการประเมนิ ตนเองไดด้ ังน้ี

1.1 วิเคราะห์จานวนร้อยละของนักเรียนท่ีผ่านเกณฑ์จากการตรวจสอบรายการจากราย
ชั้น คือ

ร้อยละของนกั เรยี นท่ีผ่านเกณฑ์ = จานวนนักเรียนทีผ่ ่านเกณฑ์ x 100
จานวนนักเรียนทง้ั หมด

1.2 นาผลการประเมนิ ทกุ ประเด็นมาเปรียบเทยี บกบั เกณฑก์ ารสรุประดับ
คณุ ภาพมาตรฐาน

ค่าเฉลย่ี รอ้ ยละของนกั เรยี น อ.1 + คา่ เฉลย่ี รอ้ ยละของนกั เรียน อ.2 + ค่าเฉล่ียรอ้ ยละของนักเรียน อ.3
3

= ค่าเฉล่ยี รอ้ ยละของพัฒนาการ

1.3 นาผลคา่ เฉลี่ยรอ้ ยละของพัฒนาการทงั้ 4 ดา้ น ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์การตดั สิน
ระดับคุณภาพ คือ

เกณฑ์การสรปุ /การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพประเดน็

ระดับคุณภาพ คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ

ยอดเยยี่ ม 80 ข้นึ ไป

ดเี ลศิ 70.00-79.99

ดี 60.00-69.99

ปานกลาง 50.00-59.99

กาลงั พัฒนา น้อยกว่ารอ้ ยละ 49.99

ระดบั คุณภาพ 87
ยอดเยี่ยม รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564
ดเี ลศิ
เกณฑ์การสรุป/การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพมาตรฐาน
ดี คาอธิบายระดบั คุณภาพ

ปานกลาง ผลการประเมินอยใู่ นระดบั คุณภาพยอดเยีย่ มทุกประเดน็
ผลการประเมนิ อยใู่ นระดับคุณภาพดีเลิศทกุ ประเด็นหรือผลการ
กาลงั พัฒนา ประเมนิ อยใู่ นระดบั คุณภาพยอดเย่ียม และดเี ลิศเท่านัน้
ผลการประเมินอยใู่ นระดบั คุณภาพทุกประเดน็ หรือผลการประเมิน
อยู่ในระดบั คณุ ภาพยอดเยยี่ ม ดเี ลศิ และดเี ท่านน้ั
ผลการประเมนิ อยใู่ นระดบั คุณภาพปานกลางทุกประเด็น หรือผล
การประเมนิ อย่ใู นระดบั คณุ ภาพยอดเยีย่ ม ดเี ลศิ ดี และปานกลาง
เทา่ นั้น
ผลการประเมนิ ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือหลายประเด็นอยใู่ น
ระดับคุณภาพกาลังพัฒนา

มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
ประเด็นที่ 1 มีหลักสตู รครอบคลมุ พัฒนาการทั้ง 4 ดา้ น สอดคล้องกบั บริบทของทอ้ งถิ่น

รายการตรวจสอบ

1. หลกั สูตรสถานศึกษาสอดคล้องกบั หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย
2. หลักสูตรสถานศึกษาสอดคล้องกับวถิ ชี ีวิตของครอบครวั ชุมชนและท้องถิ่น
3. หลกั สตู รสถานศกึ ษามีความยืดหยุ่น
4. หลักสตู รสถานศกึ ษาเน้นการจัดประสบการณ์ท่เี ตรียมความพร้อม ที่เปน็ การเรยี นรผู้ ่านการเลน่ และการลง

มอื ปฏิบตั ิ
5. หลกั สูตรสถานศึกษาสนองความต้องการ และความแตกตา่ งของเดก็ ปกติ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

เกณฑ์การสรุป/การตัดสินระดับมาตรฐาน

ระดบั ยอดเยี่ยม หมายถงึ ผลการประเมิน ผ่านท้ัง 5 ข้อรายการ

ระดบั ดเี ลศิ หมายถงึ ผลการประเมิน ผา่ น 4 ขอ้ รายการ

ระดบั ดี หมายถงึ ผลการประเมิน ผา่ น 3 ข้อรายการ

ระดับปานกลาง หมายถึง ผลการประเมนิ ผา่ น 2 ขอ้ รายการ

ระดับกาลงั พฒั นา หมายถงึ ผลการประเมิน ผา่ น 1 ขอ้ รายการ

88
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
ประเด็นท่ี 2 จัดครใู ห้เพยี งพอกบั ช้ันเรียน

รายการตรวจสอบ

1) จดั ครใู หเ้ หมาะสมกับภารกิจการจัดการเรียนการสอน
2) จัดครทู ่ีจบการศกึ ษาปฐมวัยหรอื ผา่ นการอบรมการศกึ ษาปฐมวยั
3) จดั ครูพอเพียงกบั ช้นั เรียน
4) จดั ครูสง่ เสรมิ ทักษะทางวิทยาศาสตร์
5) จัดครสู ง่ เสรมิ ทักษะทางภาษา

เกณฑก์ ารสรุป/การตดั สนิ ระดบั มาตรฐาน

ระดบั ยอดเยี่ยม หมายถงึ ผลการประเมนิ ผ่านทั้ง 5 ขอ้ รายการ

ระดับดเี ลิศ หมายถงึ ผลการประเมนิ ผ่าน 4 ขอ้ รายการ

ระดบั ดี หมายถงึ ผลการประเมิน ผา่ น 3 ข้อรายการ

ระดบั ปานกลาง หมายถงึ ผลการประเมนิ ผ่าน 2 ข้อรายการ

ระดบั กาลงั พฒั นา หมายถึง ผลการประเมิน ผา่ น 1 ข้อรายการ

มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
ประเดน็ ท่ี 3 สง่ เสริมใหค้ รมู คี วามเชย่ี วชาญดา้ นการจดั ประสบการณ์

รายการตรวจสอบ

1) การพัฒนาครูมรี ปู แบบและวิธกี ารท่หี ลากหลาย
2) การพฒั นาทาให้ครสู ามารถวิเคราะห์และออกแบบหลกั สตู รสถานศึกษา
3) การพัฒนาทาให้ครูมีทักษะในการออกแบบการจดั กจิ กรรมหรอื การจัดประสบการณ์
4) การพฒั นาทาให้ครสู ามารถสงั เกตและประเมนิ พฒั นาการเด็ก
5) การพัฒนาทาให้ครูมีปฏสิ มั พันธ์ท่ีดีกับเด็กและครอบครวั

89
รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศึกษาปฐมวยั 2564

เกณฑ์การสรุป/การตัดสนิ ระดบั มาตรฐาน
ระดบั ยอดเยีย่ ม หมายถึง ผลการประเมนิ ผา่ นทั้ง 5 ข้อรายการ
ระดับดีเลิศ หมายถึง ผลการประเมิน ผ่าน 4 ข้อรายการ
ระดบั ดี หมายถึง ผลการประเมิน ผา่ น 3 ข้อรายการ
ระดบั ปานกลาง หมายถึง ผลการประเมิน ผา่ น 2 ข้อรายการ
ระดับกาลังพัฒนา หมายถงึ ผลการประเมนิ ผา่ น 1 ขอ้ รายการ

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
ประเด็นท่ี 4 จดั สภาพแวดล้อม และสอ่ื เพ่ือการเรยี นรู้อยา่ งปลอดภยั และเพียงพอ

รายการตรวจสอบ

1) การจดั สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกหอ้ งเรยี นท่ปี ลอดภัย
2) การจดั หอ้ งเรียนใหส้ ่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคลและกลุ่ม
3) การจดั ห้องเรยี นท่สี ง่ เสริมการเล่นแบบร่วมมอื ร่วมใจ
4) การจดั หอ้ งเรยี นให้มมี ุมประสบการณห์ ลากหลาย
5) การจัดให้มีส่ือการเรยี นรู้ เช่น ของเล่น หนงั สือนิทาน ส่อื จากธรรมชาติ
6) การจดั ให้มีสื่อเพื่อการสบื เสาะหาความรู้

เกณฑ์การสรปุ /การตัดสินระดบั มาตรฐาน

ระดับยอดเย่ยี ม หมายถึง ผลการประเมนิ ผ่านท้ัง 6 ข้อรายการ

ระดับดีเลิศ หมายถงึ ผลการประเมิน ผ่าน 5 ข้อรายการ

ระดับดี หมายถงึ ผลการประเมิน ผา่ น 4 ข้อรายการ

ระดบั ปานกลาง หมายถงึ ผลการประเมนิ ผ่าน 3 ข้อรายการ

ระดบั กาลงั พฒั นา หมายถึง ผลการประเมนิ ผ่าน 2 ขอ้ รายการ

มาตรฐานท่ี 2 90
ประเดน็ ท่ี 5 รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

กระบวนการบริหารและการจัดการ
ให้บรกิ ารส่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และส่ือการเรียนรเู้ พอ่ื สนบั สนนุ การจัดประสบการณ์

รายการตรวจสอบ

1) จัดหาส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุ และอปุ กรณ์ เพอ่ื สนับสนุนการจัดประสบการณ์ของครู
2) จัดหาส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศ วสั ดุ และอปุ กรณ์ เพือ่ สนบั สนุนการพัฒนาครู
3) ใช้หรือบรกิ ารส่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศ วัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อสนบั สนนุ การจดั ประสบการณ์

ของครู

4) ใช้หรอื บรกิ ารสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุ และอุปกรณ์ เพ่อื สนบั สนนุ การพฒั นาครู
5) สรุปการใชส้ อื่ เทคโนโลยสี ารสนเทศ วสั ดุ และอุปกรณ์ เพอ่ื สนับสนุนการจดั ประสบการณข์ องครู
6) สรปุ การใช้ส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศ วัสดุ และอุปกรณ์ เพอื่ สนบั สนุนการพฒั นาครู

เกณฑก์ ารสรปุ /การตัดสินระดบั มาตรฐาน

ระดับยอดเยย่ี ม หมายถึง ผลการประเมนิ ผ่านท้ัง 6 ขอ้ รายการ

ระดบั ดีเลิศ หมายถึง ผลการประเมิน ผ่าน 5 ขอ้ รายการ

ระดับดี หมายถงึ ผลการประเมิน ผ่าน 4 ข้อรายการ

ระดบั ปานกลาง หมายถึง ผลการประเมิน ผา่ น 3 ขอ้ รายการ

ระดับกาลังพัฒนา หมายถงึ ผลการประเมิน ผ่าน 2 ข้อรายการ

มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
ประเด็นท่ี 6 มีระบบบรหิ ารคุณภาพที่เปิดโอกาสใหผ้ ู้เกีย่ วขอ้ งทุกฝ่ายมีสว่ นรว่ ม

รายการตรวจสอบ

1) กาหนดมาตรฐานการศึกษาที่สอดคล้องกบั มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และอัตลกั ษณ์ของสถานศกึ ษาโดยการมี
สว่ นร่วมของทกุ ฝา่ ย

2) การจดั ทาแผนพฒั นาการศกึ ษาทีส่ อดรบั กับมาตรฐานการศึกษาโดยการมสี ่วยรว่ มของทกุ ฝ่าย
3) การดาเนนิ การตามแผนพัฒนาการศึกษาโดยการมีส่วนรว่ มของทกุ ฝ่าย
4) การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยการมีส่วนรว่ มของทุกฝา่ ย
5) การจัดสง่ รายงานผลการประเมินตนเองให้หนว่ ยงานต้นสงั กัด

91
รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวยั 2564

เกณฑ์การสรปุ /การตดั สนิ ระดบั มาตรฐาน
ระดบั ยอดเย่ยี ม หมายถึง ผลการประเมิน ผ่านท้ัง 5 ข้อรายการ
ระดบั ดีเลศิ หมายถงึ ผลการประเมนิ ผา่ น 4 ขอ้ รายการ
ระดับดี หมายถึง ผลการประเมนิ ผ่าน 3 ขอ้ รายการ
ระดบั ปานกลาง หมายถงึ ผลการประเมนิ ผ่าน 2 ขอ้ รายการ
ระดบั กาลงั พฒั นา หมายถงึ ผลการประเมนิ ผ่าน 1 ขอ้ รายการ

มาตรฐานท่ี 2 ด้านกระบวนการบริหารและการจดั การ
2.1 สรปุ จานวนผลการตรวจสอบแต่ละประเดน็ แลว้ นาไปเปรยี บเทยี บ

กบั เกณฑก์ ารสรุประดบั คุณภาพของประเด็น
2.2 นาผลการประเมินทกุ ประเด็นมาเปรียบเทยี บกับเกณฑ์การสรุประดับคณุ ภาพ
มาตรฐาน

เกณฑก์ ารสรุป/การตัดสินระดับมาตรฐาน
ระดบั ยอดเย่ยี ม หมายถึง ผลการประเมนิ ผา่ นท้ัง 5 ข้อรายการ
ระดบั ดีเลิศ หมายถึง ผลการประเมนิ ผ่าน 4 ขอ้ รายการ
ระดบั ดี หมายถึง ผลการประเมนิ ผ่าน 3 ข้อรายการ
ระดบั ปานกลาง หมายถึง ผลการประเมิน ผา่ น 2 ขอ้ รายการ
ระดับกาลังพัฒนา หมายถงึ ผลการประเมิน ผา่ น 1 ขอ้ รายการ

ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารสรปุ /การตดั สินระดบั มาตรฐาน
ยอดเย่ยี ม
ดีเลศิ คาอธิบายระดับคุณภาพ
ผลการประเมนิ อยใู่ นระดับคุณภาพยอดเยย่ี มทุกประเดน็
ดี ผลการประเมินอย่ใู นระดบั คุณภาพดีเลศิ ทกุ ประเดน็ หรือผลการประเมินอยู่ใน
ปานกลาง ระดับคุณภาพยอดเยีย่ ม และดเี ลิศเทา่ น้ัน
ผลการประเมินอยู่ในระดับคุณภาพดีทุกประเด็น หรอื ผลการประเมนิ อยู่ในระดับ
กาลังพฒั นา คุณภาพยอดเยย่ี ม ดเี ลิศ และดเี ทา่ นัน้
ผลการประเมินอยใู่ นระดบั คุณภาพปานกลางทกุ ประเดน็ หรอื ผลการประเมนิ อยู่
ในระดับคุณภาพยอดเย่ียม ดเี ลศิ ดี และปานกลางเท่านนั้
ผลการประเมินประเด็นใดประเดน็ หนึ่งหรือหลายประเด็นอยใู่ นระดบั คุณภาพ
กาลังพฒั นา

มาตรฐานที่ 3 92
ประเดน็ ที่ 1 รายงานการประเมนิ ตนเองระดบั การศกึ ษาปฐมวยั 2564

การจัดประสบการณท์ เี่ นน้ เดก็ เป็นสาคญั
จดั ประสบการณ์ท่สี ่งเสริมใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการทุกดา้ นอยา่ งสมดลุ เต็มศักยภาพ

รายการตรวจสอบ

1) ร้อยละครทู จ่ี ัดประสบการณใ์ หเ้ ด็กมพี ฒั นาการทุกด้านอยา่ งสมดลุ และเต็มศักยภาพ

2) รอ้ ยละครูทร่ี ูจ้ กั เด็กเปน็ รายบคุ คล

3) ร้อยละครูที่ใหเ้ ด็กทุกคนได้รบั ประสบการณ์ตรง เลน่ และลงมือกระทาผา่ นประสาทสัมผสั

4) ร้อยละครูท่ีจดั บรรยากาศให้เอือ้ ต่อการเรียนรู้ของเดก็

5) ร้อยละครูทใ่ี ช้สือ่ และเทคโนโลยที ่เี หมาะสมกับวยั ของเด็ก

6) ร้อยละครูทต่ี ดิ ตามและประเมนิ ผลพฒั นาการของเด็กอย่างเป็นระบบ

เกณฑ์การสรปุ /การตัดสนิ ระดบั มาตรฐาน

รอ้ ยละ ระดบั ระดบั คณุ ภาพ

0 – 49.99 1 กาลงั พัฒนา

50 – 59.99 2 ปานกลาง

60 – 69.99 3 ดี

70 – 79.99 4 ดีเลิศ

80 – 100 5 ยอดเยี่ยม

มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เนน้ เด็กเป็นสาคญั
ประเดน็ ที่ 2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รบั ประสบการณ์ตรง เล่น และปฏบิ ัติอยา่ งมคี วามสุข

รายการตรวจสอบ

1) รอ้ ยละครูท่ีจดั ประสบการณ์ทเี่ ช่ือมโยงกบั ประสบการณ์เดิม
2) ร้อยละครทู ใ่ี หเ้ ด็กมีโอกาสเลอื กทากจิ กรรมอย่างอิสระ ตามความต้องการ ความสนใจ ความสามารถ
3) ร้อยละครูที่จดั กิจกรรมสนองต่อวธิ ีการเรียนรูข้ องเดก็ เป็นรายบคุ คล
4) ร้อยละครูทจ่ี ัดกจิ กรรมหลายรปู แบบจากแหล่งเรียนรทู้ ี่อย่างหลากหลาย
5) รอ้ ยละครูท่ีจัดกจิ กรรมใหเ้ ด็กไดเ้ ลือกเล่น เรียนรู้ ลงมือ กระทา และสรา้ งองค์ความรู้

ด้วยตนเอง

93
รายงานการประเมินตนเองระดับการศกึ ษาปฐมวยั 2564

เกณฑก์ ารสรปุ /การตดั สินระดับมาตรฐาน

ร้อยละ ระดบั ระดับคุณภาพ

0 – 49.99 1 กาลังพัฒนา

50 – 59.99 2 ปานกลาง

60 – 69.99 3 ดี

70 – 79.99 4 ดีเลศิ

80 – 100 5 ยอดเยยี่ ม

มาตรฐานท่ี 3 การจดั ประสบการณท์ ่ีเน้นเด็กเป็นสาคญั
ประเด็นท่ี 3 จดั บรรยากาศที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ใช้สอื่ และเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม
กับวัย

รายการตรวจสอบ

1) รอ้ ยละครจู ดั หอ้ งเรยี นให้สะอาด อากาศถา่ ยเท ปลอดภัย
2) รอ้ ยละครจู ดั ห้องเรยี นให้มพี ื้นท่ีแสดงผลงานเดก็
3) รอ้ ยละครจู ัดห้องเรยี นให้มีพนื้ ท่สี าหรบั มุมประสบการณ์และการจัดกจิ กรรม
4) ร้อยละครูใหเ้ ด็กมสี ่วนร่วมจดั สภาพแวดล้อมในห้องเรียน
5) รอ้ ยละครูใชส้ อ่ื และเทคโนโลยีเหมาะสมกับอายุ ระยะความสนใจ และวถิ ีการเรยี นรูข้ องเดก็
6) รอ้ ยละครูใชส้ ื่อและเทคโนโลยีสาหรับการเรียนรูก้ ล่มุ ย่อย
7) รอ้ ยละครูใช้สื่อของเล่นกระตุ้นให้เดก็ คิดและหาคาตอบ

เกณฑก์ ารสรปุ /การตัดสนิ ระดับมาตรฐาน

ร้อยละ ระดบั ระดบั คณุ ภาพ
กาลงั พัฒนา
0 – 49.99 1 ปานกลาง
ดี
50 – 59.99 2 ดเี ลศิ
ยอดเยยี่ ม
60 – 69.99 3

70 – 79.99 4

80 – 100 5

มาตรฐานท่ี 3 94
ประเดน็ ท่ี 4 รายงานการประเมนิ ตนเองระดับการศึกษาปฐมวยั 2564

การจดั ประสบการณ์ทเ่ี น้นเด็กเป็นสาคัญ

ประเมินพฒั นาการเด็กตามสภาพจรงิ และนาผลการประเมิน
พฒั นาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพฒั นาเดก็

รายการตรวจสอบ

1) ร้อยละครทู ป่ี ระเมินพัฒนาการเดก็ จากกจิ กรรมและกจิ วัตรประจาวนั ด้วยเคร่ืองมือและ

วิธกี ารที่หลากหลายและไมใ่ ช้แบบทดสอบ

2) รอ้ ยละครทู วี่ ิเคราะห์และประเมินพัฒนาการเด็กโดยผ้ปู กครองและผู้เก่ียวข้องมีส่วนร่วม

3) รอ้ ยละครูทนี่ าผลการประเมนิ ไปพัฒนาคุณภาพเด็ก

4) รอ้ ยละครูท่ไี ด้แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารจดั ประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพ

เกณฑ์การสรุป/การตดั สนิ ระดับมาตรฐาน

ร้อยละ ระดบั ระดบั คณุ ภาพ

0 – 49.99 1 กาลงั พัฒนา

50 – 59.99 2 ปานกลาง

60 – 69.99 3 ดี

70 – 79.99 4 ดเี ลิศ

80 – 100 5 ยอดเย่ยี ม

มาตรฐานที่ 3 ดา้ นกระบวนการจัดประสบการณท์ ีเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สาคญั

1.1 นับจานวนครผู ู้สอนทผ่ี า่ นเกณฑท์ ก่ี าหนด เพื่อหาคา่ เฉลยี่ ร้อยละ แล้วนาไปเปรยี บเทยี บกับ
เกณฑ์การสรุประดับคณุ ภาพของประเด็น

1.2 นาผลการประเมนิ ทุกประเด็นมาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑ์การสรุประดับคุณภาพมาตรฐาน

ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การสรปุ /การตดั สินระดบั คณุ ภาพประเดน็
ยอดเยย่ี ม คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ
ดีเลศิ
ดี ผลการประเมิน ผ่านทั้ง 5 ข้อรายการ
ปานกลาง ผลการประเมิน ผา่ นทั้ง 4 ข้อรายการ
กาลงั พัฒนา ผลการประเมนิ ผา่ นท้งั 3 ข้อรายการ
ผลการประเมนิ ผ่านท้งั 2 ขอ้ รายการ
ผลการประเมิน ผา่ นทงั้ 1 ข้อรายการ


Click to View FlipBook Version