The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชบัญญัติ วิธีการเงินงบประมาณ พ.ศ.2502

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sompuan341, 2022-06-24 00:40:52

พระราชบัญญัติ วิธีการเงินงบประมาณ พ.ศ.2502

พระราชบัญญัติ วิธีการเงินงบประมาณ พ.ศ.2502

พระราชบญั ญตั ิ
วธิ กี ารงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๐๒

ภูมพิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไว ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒

เปน ปท่ี ๑๔ ในรชั กาลปจ จบุ ัน

พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการ
โปรดเกลา ฯ ใหป ระกาศวา

โดยทเ่ี ปนการสมควรปรบั ปรงุ กฎหมายวา ดว ยวิธกี ารงบประมาณ

จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบญั ญตั ิขนึ้ ไวโ ดยคาํ แนะนํา
และยินยอมของสภารา งรฐั ธรรมนญู ในฐานะรฐั สภาดงั ตอไปน้ี

มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตินีเ้ รยี กวา “พระราชบญั ญัติวธิ กี ารงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๐๒”

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตนิ ี้ใหใ ชบ ังคบั ตง้ั แตวันถัดจากวนั ประกาศใน
ราชกจิ จานุเบกษาเปนตนไป

*[รก. ๒๕๐๒/๙๘/๔๕๔/๒๗ ตุลาคม ๒๕๐๒]

มาตรา ๓ ใหยกเลกิ พระราชบัญญตั ิวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๙
บรรดาบทกฎหมาย กฎและขอบังคบั อน่ื ในสว นท่ีมบี ญั ญตั ไิ วแ ลวใน
พระราชบญั ญตั ินี้ หรอื ซงึ่ ขดั หรอื แยง กบั บทแหง พระราชบญั ญตั ินี้ ใหใ ชพระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ินี้
“งบประมาณรายจา ย” หมายความวา จาํ นวนเงนิ อยางสงู ทีอ่ นุญาต
ใหจายหรอื ใหก อ หน้ีผูกพันได ตามวัตถปุ ระสงคและภายในระยะเวลาท่ีกําหนดไวใ นพระราช
บญั ญตั งิ บประมาณรายจา ย
“งบประมาณรายจา ยขา มป” หมายความวา งบประมาณรายจายท่ีใชไดเกนิ
ปงบประมาณ ตามวตั ถปุ ระสงคและระยะเวลาทีก่ าํ หนดไวใ นพระราชบัญญตั ิงบประมาณรายจา ย

“ปงบประมาณ” หมายความวา ระยะเวลาตั้งแตวนั ที่ ๑ ตลุ าคมของปห นึ่งถึง
วันท่ี ๓๐ กันยายนของปถัดไป และใหใชป พ.ศ. ที่ถัดไปนน้ั เปนช่อื สําหรบั ปงบประมาณน้นั

-๒-

“หน้ี” หมายความวา ขอ ผกู พนั ที่จะตอ งจายหรอื อาจจะตองจายเปนเงนิ สงิ่ ของหรือ

บริการ ไมวา จะเปนขอผกู พนั อันเกิดจากการกยู ืม การคา้ํ ประกัน การซอ้ื หรอื การจางโดยใชเครดิต

หรือจากการอืน่ ใด
“เงินประจาํ งวด” หมายความวา สว นหนงึ่ ของงบประมาณรายจายท่แี บงสรร

ใหจา ย หรอื ใหกอหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนง่ึ
“สวนราชการ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองท่ีมี

ฐานะเทียบเทา สํานักงานหรือหนว ยงานอ่นื ใดของรฐั แตไมรวมตลอดถงึ รัฐวสิ าหกจิ หรอื หนวยงาน

ตามกฎหมายวาดว ยระเบียบบริหารราชการสว นทอ งถน่ิ
“รัฐวสิ าหกิจ” หมายความวา
(ก) องคก ารของรฐั บาลหรือหนวยงานธุรกิจท่ีรัฐบาลเปนเจาของ
(ข) บรษิ ทั หรอื หางหนุ สวนนติ บิ คุ คลท่สี วนราชการมที นุ รวมอยูดวยเกินกวา

รอ ยละหาสิบ
(ค) บริษทั หรือหางหุนสวนนิติบคุ คลทส่ี ว นราชการและ/หรอื รัฐวิสาหกจิ ตาม (ก)

และ/หรอื (ข) มีทนุ รวมอยดู วยเกินกวารอ ยละหาสบิ
(ง) บรษิ ทั หรอื หางหนุ สวนนิติบุคคลทส่ี ว นราชการและ/หรือรฐั วิสาหกจิ ตาม (ค)

และ/หรือ (ก) และ/หรือ (ข) มที นุ รวมอยูด ว ยเกนิ กวา รอ ยละหาสิบ
(จ) บริษทั หรือหา งหนุ สวนนิตบิ ุคคลที่สว นราชการและ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (ง)

และ/หรือ (ก) และ/หรอื (ข) และ/หรือ (ค) มีทุนรวมอยูดวยเกินกวารอยละหา สิบ
“คลัง” หมายความวา คลังจังหวดั หรือคลงั อําเภอ และใหห มายความรวมถึง

บัญชีเงินฝากของกระทรวงการคลงั ท่ธี นาคารแหง ประเทศไทยดว ย
“เงินทดรองราชการ” หมายความวา เงนิ ท่ีกระทรวงการคลังจา ยและอนญุ าต

ใหสวนราชการมไี วต ามจํานวนทเ่ี หน็ สมควร เพือ่ ทดรองเปนคา ใชจายตามระเบียบหรือขอ บังคบั

ของกระทรวงการคลงั
“ผูอาํ นวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการสาํ นกั งบประมาณ
“รฐั มนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรวี า การกระทรวงการคลัง

มาตรา ๕ ใหน ายกรฐั มนตรีและรฐั มนตรีวา การกระทรวงการคลังรกั ษาการตาม

พระราชบัญญัติน้ี ตามอาํ นาจหนาท่ีท่ีเก่ียวกับสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงการคลัง

แลว แตก รณี

หมวด ๑
อํานาจหนา ที่ของผอู าํ นวยการ

-๓-

มาตรา ๖ ใหผ อู ํานวยการมีอํานาจหนา ท่ีจดั ทาํ งบประมาณกับปฏบิ ตั ิการ
อยา งอ่ืนตามทีบ่ ัญญัติไวในพระราชบัญญตั ินี้ และใหม ีอาํ นาจหนาทเ่ี กีย่ วกบั งบประมาณ
ดงั ตอไปนดี้ วย

(๑) เรยี กใหส วนราชการและรฐั วิสาหกิจเสนอประมาณการรายรบั และ
รายจา ยตามแบบและหลักเกณฑ พรอมดวยรายละเอียดตามทีผ่ ูอํานวยการกาํ หนด

(๒) วเิ คราะหง บประมาณและการจา ยเงนิ ของสว นราชการและรัฐวสิ าหกิจ
(๓) กําหนด เพมิ่ หรือลดเงนิ ประจํางวดตามความจําเปน ของการปฏิบัติ
งานและตามกําลงั เงนิ ของแผนดนิ
(๔) กาํ หนดระยะเวลาของเงนิ ประจาํ งวด

มาตรา ๗ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ใหผูอาํ นวยการมีอาํ นาจ
เรยี กใหสวนราชการและรัฐวิสาหกจิ เสนอขอเทจ็ จริงตามทีเ่ ห็นสมควร และใหผ ูอํานวยการหรือ
พนักงานเจาหนา ที่ท่ผี ูอาํ นวยการมอบหมายมอี าํ นาจทจ่ี ะเขาตรวจสรรพสมดุ บญั ชี เอกสาร และ
หลกั ฐานตา ง ๆ ของสวนราชการและรัฐวิสาหกจิ

เพือ่ ประโยชนแ หงวรรคกอน ใหถ อื วาพนักงานเจาหนา ทที่ ผี่ ูอาํ นวยการมอบหมาย
เปน เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญาดว ย

หมวด ๒
ลกั ษณะของงบประมาณ

มาตรา ๘ งบประมาณประจาํ ปท เ่ี สนอตอรัฐสภาน้ัน โดยปกตใิ หป ระกอบดว ย
(๑) คาํ แถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายการคลังและการเงิน
สาระสาํ คญั ของงบประมาณ และความสมั พันธระหวา งรายรับและงบประมาณรายจายท่ีขอต้งั
(๒) รายรับรายจา ยเปรยี บเทยี บระหวางปท่ีลวงมาแลว ปป จจุบันและปท ่ีขอต้ัง
งบประมาณรายจาย
(๓) คําอธิบายเกย่ี วกับประมาณการรายรับ

(๔) คําชีแ้ จงเกีย่ วกับงบประมาณรายจายที่ขอต้งั
(๕) รายงานเกยี่ วกับการเงินของรัฐวสิ าหกจิ
(๖) คาํ อธิบายเก่ียวกับหนีข้ องรัฐบาลทงั้ ทมี่ ีอยูแลวในปจ จบุ ันและที่เสนอขอกเู พม่ิ เติม
(๗) รายงานการรบั จา ยเงนิ หรอื ทรัพยสินที่มีผูม อบใหเ พ่อื ชวยราชการ
(๘) รา งพระราชบัญญตั งิ บประมาณรายจา ยประจาํ ป

-๔-

มาตรา ๙ ในการเสนองบประมาณน้นั ถาประมาณการรายรับประเภทรายได
ตามอาํ นาจกฎหมายทีม่ ีอยแู ลวเปน จํานวนตํา่ กวางบประมาณรายจายทง้ั สิ้นท่ีขอตั้ง ใหแ ถลงวธิ ี
หาเงินสว นทข่ี าดดลุ ตอรฐั สภาดวย แตถ า เปนจํานวนสงู กวาก็ใหแถลงวธิ ีทจี่ ะจัดการแกสว นที่
เกินดุลนั้นในทางที่จะเปน ประโยชนอ ยา งยิ่ง

มาตรา ๑๐ งบประมาณรายจา ยที่ขอต้ัง จะกําหนดใหมีเงินสํารองจายเพือ่ กรณีฉุก
เฉินหรอื จาํ เปน ก็ได

มาตรา ๑๑ งบประมาณรายจายขามปจ ะมไี ดใ นกรณที ี่คาดวา จะใชง บประมาณราย
จายใหเสร็จทันภายในปงบประมาณไมไ ด การตง้ั งบประมาณรายจายขา มปน ้ี ตองกําหนดเวลาสน้ิ สดุ ไว
ดว ย

หมวด ๓
การจัดทํางบประมาณ

มาตรา ๑๒ ใหหวั หนา สว นราชการหรอื รฐั วสิ าหกจิ มอบหมายใหเ จาหนาท่ี
ผหู นึ่งเปนเจา หนา ท่ีงบประมาณ มหี นา ท่ีเก่ยี วกบั งบประมาณของสวนราชการหรือรฐั วิสาหกจิ น้นั

มาตรา ๑๓ ใหร ฐั มนตรเี จาสงั กัดของสวนราชการหรอื รฐั วิสาหกจิ หรอื รฐั มนตรี
ซ่งึ ตามกฎหมายใหมีหนา ที่กาํ กับหรือควบคุมกิจการของรฐั วิสาหกจิ มีหนา ที่รับผิดชอบในการยนื่
งบประมาณประจําปของสว นราชการหรือรัฐวสิ าหกจิ นน้ั ตอ ผอู ํานวยการ ภายในเวลาที่ผอู ํานวย
การกําหนด

ในกรณีรฐั วสิ าหกจิ ที่เปน บริษัทหรอื หางหุนสวนนติ บิ คุ คล ใหรฐั มนตรี
เจาสงั กัดของสวนราชการหรอื รัฐวสิ าหกิจเจาของทุน เปน ผูมีหนา ที่รบั ผิดชอบตามความในวรรค

กอน
งบประมาณประจําปนนั้ ถามไิ ดยืน่ ภายในกาํ หนดเวลาตามความในสองวรรค

แรก ผูอาํ นวยการอาจพจิ ารณาการตั้งงบประมาณประจาํ ปตามทีเ่ ห็นสมควร

มาตรา ๑๔ งบประมาณรายจายเพื่อชดใชเงินคงคลงั ตามกฎหมายวาดว ยเงนิ คงคลงั
ใหแ ยกตง้ั ไวเปน สว นหน่งึ ตา งหาก และใหถ อื วา เปน รายจา ยของปงบประมาณท่ีไดจายเงินคงคลัง
นน้ั ๆ ไป

มาตรา ๑๕ ใหผ อู าํ นวยการเสนองบประมาณประจําปตอ นายกรัฐมนตรี เพื่อ
คณะรฐั มนตรเี สนอตอ รัฐสภาเปนเวลาอยางนอ ยสองเดอื นกอ นวันเร่มิ ปง บประมาณน้ัน

-๕-

มาตรา ๑๖ ถาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจาํ ปออกใชไมทัน
ปง บประมาณใหม ใหใชง บประมาณรายจา ยประจําปงบประมาณทลี่ ว งแลว ไปพลางกอนไดตาม
หลกั เกณฑและเงื่อนไขทผ่ี อู าํ นวยการกาํ หนดโดยอนมุ ัตนิ ายกรฐั มนตรี

มาตรา ๑๗ ในกรณีจาํ เปนจะตอ งจา ยเงินหรอื กอหนีผ้ กู พันเกนิ กวาหรอื นอกเหนือ
ไปจากที่กาํ หนดไวใ นพระราชบญั ญตั ิงบประมาณรายจา ยประจาํ ป คณะรัฐมนตรอี าจ
เสนอรา งพระราชบญั ญัติงบประมาณรายจายเพ่มิ เติมตอรฐั สภาได และใหแ สดงถงึ เงนิ ท่ีพงึ ไดม า
สําหรบั จายตามงบประมาณรายจายเพิ่มเติมทข่ี อตงั้ ดว ย

การจดั ทาํ งบประมาณเพ่มิ เตมิ ใหเ ปนไปตามวิธีการทผี่ ูอาํ นวยการกาํ หนด

หมวด ๔
การโอนงบประมาณรายจา ย

มาตรา ๑๘ รายจายที่กาํ หนดไวสําหรับสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด
ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจาํ ปก ็ดี พระราชบัญญัติงบประมาณรายจายเพ่ิมเตมิ กด็ ี
จะโอนหรอื นําไปใชส ําหรบั สว นราชการหรอื รัฐวิสาหกจิ อ่นื มไิ ด เวนแตจ ะไดต ราเปน พระราชบัญญตั ิ

มาตรา ๑๙ รายจา ยทก่ี าํ หนดไวใ นรายการใดสําหรับสว นราชการหรือรฐั วสิ าหกจิ
ตามพระราชบญั ญัติงบประมาณรายจายประจําปก ด็ ี พระราชบัญญัตงิ บประมาณรายจา ยเพ่ิมเตมิ ก็ดี
จะโอนหรอื นาํ ไปใชในรายการอื่นมิได เวน แตจะไดร ับอนุญาตจากผูอาํ นวยการ แตผูอ ํานวยการจะ
อนญุ าตมิไดในกรณที เี่ ปน ผลใหเพิม่ รายจายประเภทเงนิ ราชการลบั หรือเปนงานหรือโครงการใหม
เวนแตจ ะไดรบั อนุมตั จิ ากคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๒๐ การใชรายจา ยสาํ หรบั สว นราชการหรอื รัฐวสิ าหกิจท่ีกําหนดไวใน
แตล ะรายการตามพระราชบญั ญัตงิ บประมาณรายจา ยประจาํ ปก ด็ ี พระราชบญั ญัติงบประมาณรายจา ย
เพมิ่ เตมิ ก็ดี ใหเปนไปตามระเบียบทผ่ี ูอ ํานวยการกาํ หนด

หมวด ๕
การควบคมุ งบประมาณ

มาตรา ๒๑ ใหร ัฐมนตรเี ปนผูรับผิดชอบในการควบคมุ งบประมาณ เพ่อื
ปฏิบัตกิ ารใหเปน ไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรอื ขอ บังคับ และใหมอี าํ นาจหนา ท่ดี ังตอ ไปนด้ี ว ย

-๖-

(๑) จัดใหม กี ารประมวลบญั ชีการเงินแผน ดิน
(๒) กําหนดระเบยี บหรือขอ บงั คบั เก่ียวกบั การเบิกจายเงนิ จากคลงั การเกบ็ รกั ษา
เงนิ และการนําเงินสงคลงั ดวยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(๓) จัดใหมกี ารตรวจเอกสารการขอเบิกเงิน การจา ยเงินและการกอหนี้ผกู พัน
ตลอดจนเอกสารตา ง ๆ เกยี่ วกบั การรบั เงนิ การเก็บรกั ษาเงินและการนาํ เงินสงคลงั
(๔) กาํ หนดและควบคมุ ระบบบญั ชี แบบรายงาน และเอกสารเก่ียวกบั การรบั จา ย
เงินและหน้ี
(๕) กําหนดระเบียบหรือขอบังคับวาดวยเงนิ ทดรองราชการ ดวยความเหน็ ชอบของ
คณะรฐั มนตรแี ละใหประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๒๒ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจเรยี กใหสวนราชการและรัฐวิสาหกจิ เสนอขอเทจ็ จรงิ
ตามทเี่ หน็ สมควร และใหม ีอํานาจมอบหมายใหพ นักงานเจาหนา ทีเ่ ขา ตรวจสรรพสมดุ บัญชี เอกสาร
และหลักฐานตา ง ๆ ของสว นราชการและรฐั วิสาหกิจ

มาตรา ๒๓ สว นราชการหรือรฐั วิสาหกิจจะจายเงนิ หรอื กอหนผ้ี ูกพันไดแ ตเ ฉพาะ
ตามทีไ่ ดกาํ หนดไวใ นพระราชบัญญัตงิ บประมาณรายจายประจําป หรือพระราชบัญญัติงบประมาณ
รายจา ยเพิ่มเตมิ หรือตามอาํ นาจท่มี อี ยตู ามกฎหมายอ่ืน และหามมใิ หจายเงินหรือกอ หนผ้ี กู พันตาม
พระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจาํ ป หรือพระราชบญั ญัติงบประมาณรายจา ยเพมิ่ เติมจนกวา
จะไดร บั อนุมตั ิเงนิ ประจาํ งวดแลว ทั้งนี้เวน แตในกรณที ม่ี ีความจาํ เปน และเรงดวนซึง่ คณะรัฐมนตรี
อนมุ ัตใิ หทําได

มาตรา ๒๔ บรรดารายรบั ทส่ี ว นราชการไดร ับไมว าในทางใดจะตอ งรายงาน
ใหกระทรวงการคลงั ทราบเตม็ จาํ นวนโดยไมมีการหักเพือ่ การใด ๆ ทัง้ สิน้ และจะตองนาํ เงนิ รายรบั
สงคลังตามระเบียบหรอื ขอ บังคับท่รี ฐั มนตรีกาํ หนด ทัง้ น้ีเวน แตจะมกี ฎหมายกาํ หนดเปนอยางอนื่

ในกรณรี ายรับท่ีสวนราชการไดรับตามโครงการชว ยเหลอื หรือรว มมือกบั รัฐบาล
ตา งประเทศ องคการสหประชาชาติ ทบวงการชาํ นัญพเิ ศษแหงสหประชาชาติ องคก ารระหวาง
ประเทศอน่ื ใด หรอื บุคคลใด คณะรฐั มนตรีจะกําหนดเปนอยา งอน่ื โดยไมต องนาํ เงนิ สงคลังก็ได

รัฐมนตรีจะอนญุ าตใหส วนราชการทเี่ ปน สาํ นักงานในตางประเทศ หรือ
รัฐวสิ าหกจิ ใดนําเงนิ รายรับสง เขา บัญชเี งินฝากธนาคารใดก็ได

งบประมาณรายจา ยทสี่ วนราชการหรอื รัฐวิสาหกจิ เบกิ ไปจากคลัง แต
ไมไดจา ยหรอื จา ยไมหมดภายในกําหนดเวลาตามระเบยี บหรือขอบงั คบั ทรี่ ฐั มนตรีกําหนด ใหถอื
เปน เงนิ รายรบั อันจะตองนําสงคลงั ตามความในวรรคแรก

-๗-

มาตรา ๒๕ การขอเบิกเงินจากคลังตามงบประมาณรายจา ยเปนคา ทรพั ยสิน หรอื
คา จางทําของ ตองมีเอกสารของผขู ายหรือผูรบั จางแสดงรายการและราคาหรอื คา จา ง ประกอบคาํ ขอ
เบกิ เงินดวย

การสงั่ จา ยเงนิ จากคลงั เปนราคาหรอื คาจางตามความในวรรคกอน ถาสั่งจา ยเปนเชค็
ใหออกเชค็ ในนามผขู ายหรอื ผรู บั จาง ถาส่ังจายเปนเงนิ สดใหป ฏบิ ตั ิตามวิธีการที่รัฐมนตรกี ําหนด

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ไมใ ชบงั คับแกกรณีขอเบกิ เงนิ และสัง่ จา ยเงิน
จากคลงั ตามงบประมาณรายจา ยของสวนราชการทีเ่ ปน สํานกั งานในตา งประเทศ

ความในวรรคสองไมใชบ งั คบั แกกรณสี ั่งจายเงินจากคลังตามงบประมาณายจา ยเพอื่
ชดใชเงนิ ทดรองราชการ

มาตรา ๒๖ ขาราชการหรอื ลูกจา งผูใดของสวนราชการกระทําการกอหนี้ผูกพัน
หรอื จา ยเงิน หรือโดยรูอยแู ลวยนิ ยอมอนุญาตใหกระทําการดังกลาวนน้ั โดยฝาฝน พระราชบญั ญัติน้ี
หรอื ระเบยี บหรอื ขอ บังคับท่ีไดอ อกตามความในพระราชบญั ญตั ินี้ นอกจากความรับผดิ ทางอาญาซง่ึ
อาจไดรับตามกฎหมายอน่ื แลว ผกู ระทําหรือผยู ินยอมอนุญาตใหกระทําดงั กลา ว จะตอ งรบั ผิดชดใช
จาํ นวนเงินทส่ี ว นราชการไดจ ายไปหรือตอ งผูกพนั จะตองจาย ตลอดจนคาสนิ ไหมทดแทนใด ๆ ใหแ ก
สว นราชการนนั้

บคุ คลภายนอกผูไดร ับประโยชนจากการกระทําทเี่ ปนการฝาฝน พระราชบัญญัตินี้
หรอื ระเบยี บหรือขอ บงั คับที่ไดออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ดังกลา วในวรรคกอ น จะตอ งรว ม
รบั ผิดกบั ผกู ระทาํ การฝา ฝนตามความในวรรคกอ นเชน กันเวน แตจ ะแสดงไดว า ตนไดก ระทาํ ไปโดย
สจุ ริต ไมร เู ทา ถงึ การฝาฝน พระราชบัญญัติหรอื ระเบียบหรอื ขอ บังคบั ดงั กลา ว

ความในวรรคแรกไมใชบ งั คบั แกข าราชการหรอื ลกู จางซง่ึ ไดท กั ทวงคาํ ส่ังของ

ผูบังคบั บญั ชาเปนหนงั สอื แลว วา การทีจ่ ะปฏิบตั ติ ามคาํ สงั่ นนั้ อาจไมชอบดว ยกฎหมายหรอื ระเบียบ
หรอื ขอ บงั คบั

มาตรา ๒๗ เมื่อส้นิ ปงบประมาณ หากงบประมาณรายจายมเี หลอื อยโู ดยยงั มิได
มกี ารสัง่ ใหเบิกจา ย กใ็ หเ ปนอันพับไปจะนาํ ไปจายหรอื กอ หนี้ผกู พนั มิได เวนแต

(๑) เปนงบประมาณรายจา ยขา มป หรอื
(๒) เปน งบประมาณรายจายที่มขี อ ผกู พนั และกระทรวงการคลังไดกันเงนิ ไวก อ นแลว
ในกรณี (๒) ใหเบิกและนาํ ไปจายตอไปไดอีกไมเกินสามเดือนปฏิทินของ
ปงบประมาณถัดไป

-๘-

มาตรา ๒๘ ในกรณที ่เี ปน งบประมาณรายจา ยขา มป เม่อื ส้นิ กําหนดเวลาท่ีกาํ หนด
ไวใ นพระราชบัญญตั ิงบประมาณรายจาย ถาหากงบประมาณรายจา ยมีเหลอื อยูโดยยงั มิไดม ีการสงั่ ให
เบกิ จา ย ก็ใหเปนอนั พบั ไป เวน แตเ ปน งบประมาณรายจายทม่ี ีขอผูกพันและกระทรวงการคลงั ไดกัน
เงินไวก อ นแลว กใ็ หเ บกิ และนําไปจายตอไปไดอ กี ไมเกินสามเดอื นปฏิทิน

มาตรา ๒๙ ใหร ัฐมนตรมี อี ํานาจสง่ั จายเงินจากคลงั เปน เงินทดรองราชการได

มาตรา ๓๐ เม่ือสนิ้ ปง บประมาณ ใหร ฐั มนตรปี ระกาศรายงานการรบั จายเงนิ
ประจําปงบประมาณทสี่ นิ้ สดุ นั้นในราชกจิ จานุเบกษาโดยมิชักชา

รายงานการรับจายเงินประจําปตามความในวรรคกอน เมือ่ คณะกรรมการตรวจเงนิ
แผนดินไดตรวจสอบแลว ใหท ํารายงานผลการตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรี เพอื่ เสนอรฐั สภา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๑ การปฏิบัตกิ ารตามพระราชบัญญตั งิ บประมาณประจําปง บประมาณ
พ.ศ. ๒๕๐๒ ใหเ ปนไปตามกฎหมายวาดว ยวธิ กี ารงบประมาณที่ใชบงั คับอยกู อ นวันทีพ่ ระราชบัญญัติน้ี
ใชบังคับ เวน แตความในมาตรา ๒๗ แหง พระราชบัญญัติน้ี ใหใ ชบงั คับต้ังแตวนั ที่พระราชบัญญตั ิน้ี
ใชบงั คับ

มาตรา ๓๒ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๓ ใหม ีระยะเวลาตง้ั แตว นั ท่ี ๑ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๐๓ ถึงวนั ที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ และใหเ สนอรางพระราชบญั ญัตงิ บประมาณ
รายจายประจําปตอรัฐสภากอนสน้ิ เดอื นตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๐๒

ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๔ ใหม ีระยะเวลาตัง้ แตวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๔
ถงึ วนั ที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ และใหเ สนอรางพระราชบญั ญตั งิ บประมาณรายจา ยประจาํ ป
ตอ รฐั สภากอนสิน้ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

มาตรา ๓๓ สวนราชการใดเบกิ จา ยเงินจากคลงั ตามระบบจา ยกอ นตรวจอยแู ลว
กอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหถือปฏิบัติตอไปไดอีกไมเกินหกเดือนนับต้ังแตวันท่ี
พระราชบัญญตั ิน้ใี ชบ งั คบั

มาตรา ๓๔ ความในวรรคสองของมาตรา ๒๕ ใหใชบังคับตงั้ แตว ันถัดจากวนั
ประกาศระเบียบหรอื ขอ บงั คบั วาดว ยเงินทดรองราชการซึง่ ไดอ อกตามความในพระราชบญั ญัติน้ี

-๙-

ผูรับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรชั ต
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบญั ญัติฉบบั น้ี คือ เนื่องจากกฎหมายทใี่ ชอยูใน
ปจ จุบนั เกี่ยวกับวิธีการงบประมาณและบัญชีการเงินแผน ดินยงั ไมเหมาะสม ควรกําหนดใหมี
แผนการเงินประจําป อนั สมบรู ณสาํ หรบั สว นราชการทงั้ มวล ใหม ีการควบคมุ งบประมาณอยา ง
รดั กมุ ใหก ารจายเงินงบประมาณเปนไปตามกําลังเงนิ เปน งวด ๆ และใหมกี ารประมวลบัญชแี ละ
รายงานเกยี่ วกบั รายรบั รายจา ยทงั้ สน้ิ ของแผนดนิ จึงสมควรปรับปรงุ กฎหมายวา ดว ยวธิ กี าร
งบประมาณเสียใหม


Click to View FlipBook Version