1
แนวทางการพฒั นาหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั
ตามกรอบมาตรฐานหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั
สานกั มาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชพี
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
1
คานา
แนวทางการพัฒนาหลกั สูตรวิชาชีพระยะสั้นตามกรอบมาตรฐานน้ี จัดทาข้ึนโดยสานักมาตรฐาน
การอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพ่ือให้สถานศึกษาสังกัดสานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษาใช้เป็นคู่มือหรือแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะให้เป็นไปตาม
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่อื ง กรอบมาตรฐานหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น สอดคล้องกับระบบคุณวุฒิ
วชิ าชีพไทย และการกระจายอานาจให้สถานศกึ ษาสามารถพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ซ่ึงปัจจุบัน
แนวทางการพัฒนาหลักสูตรของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะเป็นการพัฒนาหลักสูตรแบบ
ฐานสมรรถนะ ซ่งึ เป็นกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท่เี หมาะสาหรับการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ โดยเฉพาะ
หลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน เน่ืองจากเป็นงานอาชีพเฉพาะทาง ซ่ึงต้องวิเคราะห์งานท่ที ากันจริง ๆ ในแต่ละ
อาชีพ ระบุสมรรถนะท่ีผู้เรียนจะต้องฝึ กปฏิบัติตามมาตรฐานสมรรถนะหรือมาตรฐานอาชีพ เพ่ือให้
สามารถประกอบอาชีพได้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสงั คม
ท้งั ในระดับชุมชน ท้องถิ่นและระดับชาติ ซ่ึงเอกสารน้ีประกอบด้วย ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง
กรอบมาตรฐานหลกั สูตรวชิ าชีพระยะสนั้ แนวคดิ ของการพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ แนวทางการพฒั นา
หลักสตู รวิชาชพี ระยะสัน้ รวมทง้ั ตวั อย่างของการพฒั นาหลักสูตร
แนวทางการพัฒนาหลักสูตรวิชาชพี ระยะส้นั ตามกรอบมาตรฐานฉบบั น้ี สาเรจ็ ลงได้ด้วยความ
ร่วมมอื อย่างดยี ่งิ จากผ้บู ริหารสถานศกึ ษาและครผู ู้สอน โดยเฉพาะคณะกรรมการดังรายนามทป่ี รากฏ ซ่งึ
ได้อุทศิ สติปัญญา ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนสละเวลามาช่วยงานเพ่อื พัฒนาการศึกษาของประเทศชาติ
เป็นสาคัญ สานกั มาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชพี จึงขอขอบคุณผ้มู ีส่วนร่วมในการดาเนนิ การทกุ ท่าน
เป็นอย่างสูงไว้ ณ ทน่ี ้ี
สานักมาตรฐานการอาชวี ศึกษาและวชิ าชพี
2549
1 1
สารบญั 3
4
• ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เร่อื ง กรอบมาตรฐานหลักสูตรวชิ าชีพระยะสัน้ 5
ลงวนั ท่ี 16 สิงหาคม พ.ศ. 2549 6
6
• หลกั การและเหตุผล 8
• นยิ ามศพั ท์ 9
• คาช้แี จงกรอบมาตรฐานหลกั สตู ร 15
• แนวทางการพัฒนาหลกั สูตรวิชาชพี ระยะส้ัน 18
19
สารวจความต้องการอาชีพในท้องถน่ิ 21
กาหนดคุณลักษณะอาชพี ท่ตี ้องการ หรือเขียนคาอธบิ ายลกั ษณะงานทต่ี ้องการ 25
วิเคราะห์อาชพี และเขยี นรายการงานเฉพาะด้านทกั ษะ 27
วเิ คราะห์งานเฉพาะและเขยี นรายการงานเฉพาะด้านความรู้ 28
เขียนกฤตกรรมปลายทางและกฤตกรรมย่อย 35
กาหนดคาอธิบายและมาตรฐานรายวชิ า 41
กาหนดมาตรฐานสมรรถนะ
ขออนุมตั หิ ลกั สูตร
• ภาคผนวก
แบบฟอรม์ แนวทางการพัฒนาหลักสตู รวิชาชพี ระยะส้นั
การกาหนดรหัสวิชา
คาส่งั สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่ี 945/2548
ลงวนั ท่ี 6 มถิ ุนายน พ.ศ. 2548 เร่อื ง แต่งต้ังคณะกรรมการ
กาหนดรปู แบบหลักสตู รวิชาชีพระยะสน้ั ฯ
1
ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ
เร่ือง กรอบมาตรฐานหลกั สตู รวชิ าชีพระยะส้นั
_____________________
ด้วยกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเห็นสมควรกาหนดกรอบมาตรฐานหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน
เพ่ือประโยชน์ในการรักษามาตรฐานวิชาการและวิชาชีพ และเป็นส่วนหน่ึงของเกณฑ์การรับรองวิทยฐานะ
และมาตรฐานการศึกษา เพ่ือให้การบริหารงานด้านวิชาการดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอานาจ
ตามความในมาตรา 8 มาตรา 12 และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ในการประชุม
คร้ังท่ี 2/2549 เม่ือวันท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2549 จึงอนุมัติกรอบมาตรฐานหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น
ดงั ต่อไปน้ี
1. ให้ใช้กรอบมาตรฐานหลักสตู รวชิ าชพี ระยะส้นั ตามคาสงั่ กระทรวงศึกษาธกิ ารฉบับน้ี
สาหรบั หลกั สูตรวิชาชีพระยะสน้ั ทกุ ประเภทวิชา โดยกาหนดสมรรถนะตามกรอบคณุ วุฒิการศึกษาวชิ าชีพ
ในแต่ละวิชาชพี
2. กรอบคุณวุฒิการศึกษาวชิ าชพี ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพเฉพาะ กาหนดให้มีสมรรถนะ
ในสาขาอาชพี ไม่น้อยกว่าหน่งึ หน่วยสมรรถนะจากมาตรฐานอาชพี หรอื มาตรฐานสมรรถนะ ตรงตามความ
ต้องการของสาขาอาชีพ สถานประกอบการ ชมุ ชน มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ แก้ปัญหา
ดาเนนิ การและตรวจสอบอย่างเป็นระบบในระดบั ผ้ปู ฏิบัตงิ านเฉพาะทาง ปฏิบตั ิงานอาชีพในขอบเขตท่ี
กาหนด และนาไปพัฒนางานอาชีพหรือการประกอบอาชพี อิสระอย่างมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
3. ปรัชญาและวตั ถุประสงคข์ องหลักสูตร มุ่งเน้นผลิตผู้มีสมรรถนะเฉพาะทางในการประกอบ
อาชพี พฒั นาอาชีพเดิม อาชีพเสริม หรือเปล่ยี นอาชพี ใหม่ ในลกั ษณะของการศกึ ษาตลอดชวี ิต
4. การจดั การศกึ ษา เป็นการจัดการศึกษาและฝึกอบรมอาชีพ โดยจัดแบบเปิ ดหรอื ยดื หยุ่น
เพ่อื ให้ได้หน่วยสมรรถนะของอาชพี
5. โครงสร้างหลักสตู ร เป็นลักษณะหน่วยสมรรถนะหรือกล่มุ หน่วยสมรรถนะของอาชีพน้นั ๆ
ทไ่ี ด้จากมาตรฐานอาชพี หรือมาตรฐานสมรรถนะ
6. คุณสมบัติผ้เู รยี นหรอื ผู้เข้ารบั ฝึกอบรม เป็นผ้มู ีพ้นื ความรู้ สมรรถนะและประสบการณ์
ตามข้อกาหนดของหลักสตู รน้นั ๆ
/ 7. คณุ สมบัตผิ ้สู อน...
2
7. คณุ สมบัติผ้สู อน เป็นผ้มู คี ุณสมบตั ิตรงตามมาตรฐานวิชาชพี ครทู ่กี าหนด และหรอื มี
สมรรถนะในวิชาชีพน้นั ๆ
8. เกณฑ์การประเมนิ สมรรถนะและการสาเรจ็ การศึกษา เป็นไปตามระเบยี บว่าด้วยการ
ประเมินผลหลักสตู รวิชาชีพระยะสน้ั
9. ช่อื คณุ วุฒกิ ารศกึ ษา ประกาศนียบตั รวิชาชพี เฉพาะ
10. การประกนั คณุ ภาพหลกั สตู ร ให้ทุกหลักสูตรกาหนดระบบประกันคุณภาพหลักสูตรไว้
ให้ชดั เจน อย่างน้อยประกอบด้วย 4 ประเดน็ คอื
10.1ผลลัพธก์ ารเรียนร้ทู ไ่ี ด้จากมาตรฐานอาชพี หรือมาตรฐานสมรรถนะทเ่ี ก่ียวข้อง
10.2การบรหิ ารหลักสตู ร
10.3ทรพั ยากรประกอบการฝึกอบรม
10.4ความต้องการของตลาดแรงงาน สังคมและชมุ ชน
11. การกาหนดหลกั สูตรและอนุมตั ิ
11.1 การอนุมตั ิกรอบมาตรฐานหลกั สูตร ให้เป็นหน้าท่ขี องกระทรวงศกึ ษาธิการ
11.2 การกาหนดและเปล่ยี นแปลงกรอบมาตรฐานหลกั สูตร ให้เป็นหน้าท่ขี องสานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
11.3 การอนุมัติหลักสตู ร ให้เป็นหน้าทข่ี องสถานศึกษา
12. การพัฒนาหลกั สูตร ให้สถานศึกษาพัฒนาหลกั สตู ร ประเมินหลักสตู ร ปรบั ปรงุ
มาตรฐานและคุณภาพการฝึกอบรมตามความเปล่ยี นแปลงของมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ
13. ในกรณที ่ไี ม่สามารถปฏบิ ัติตามแนวทางดงั กล่าวได้ หรอื มีความจาเป็นต้องปฏิบตั ิ
นอกเหนือจากท่กี าหนดไว้ในประกาศน้ี ให้อย่ใู นดุลยพินจิ ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ประกาศ ณ วันท่ี 16 สิงหาคม พ.ศ. 2549
(นายจาตรุ นต์ ฉายแสง)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
3
หลกั การและเหตุผล
การศึกษาเป็ นเคร่ืองมือสาคัญย่ิงในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ เป็ นรากฐานของการพัฒนา
ประเทศให้มีความม่ันคงและเจริญก้าวหน้า พร้อมท่ีจะแข่งขันกับนานาประเทศได้ ปัจจุบันความเจริญ
ก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารเป็ นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการ
เปล่ยี นแปลงสภาพสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทผ่ี ่านมาการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของประเทศไม่เป็ นไปตามเป้ าหมาย กาลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่เพียงพอ
ทาให้ไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมและนาเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขาดการนาภูมิปัญญา
ท้องถ่ินมาปรับใช้อย่างเหมาะสม เป็ นผลกระทบต่อการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานา
ประเทศ ดังน้ัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 10 จึงยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง เน้นความสมดุล ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาสงั คมควบค่เู ศรษฐกิจ ไม่เน้นเป้ าหมายเชิง
ปริมาณแต่เน้นเชิงคุณภาพและให้เข้าใจบริบทการเปล่ียนแปลงของโลกาภิวัตน์ โดยกาหนดกรอบแนวคิด
ด้วยการนา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็ นแนวปฏิบัติ ยึดคนเป็ นศูนย์กลางของการพัฒนา เน้น
กระบวนการมี สว่ นร่วมของทุกภาคกี ารพฒั นา สาหรับในส่วนของคนและสงั คมมุ่งพฒั นาคุณภาพคนและ
สงั คมไทยสสู่ งั คมแห่งภมู ิปัญญาและการเรยี นรู้ สร้างความเข้มแขง็ ของชมุ ชนและสังคมเป็นรากฐานท่มี ่ันคง
ของประเทศ ในส่วนของการพัฒนาคนให้มีคณุ ธรรมนาความรู้ เกิดภูมิค้มุ กันต่อคนและสังคมโดยเน้นการ
พฒั นาสมรรถนะและทกั ษะแรงงานรองรบั การแขง่ ขันของประเทศ
ปัจจุบันประเทศไทยใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี ก้ไขเพ่ิมเติม
(ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 ซ่ึงเน้นการปฏิรูปการศึกษา ท้งั ด้านการบริหาร และการจัดการเรียนการ
สอนโดยเน้นให้ผ้เู รียนมีโอกาสเรยี นร้ตู ลอดชีวิต ตามความถนัด ตามความสนใจและได้รบั การบริการด้าน
การศึกษาจากรัฐอย่างมีคณุ ภาพ โดยในหมวดท่ี 4 แนวทางการจัดการศกึ ษา มาตรา 24 ได้กล่าวถึง
การจดั กระบวนการเรยี นรู้ไว้ โดยให้จัดเน้อื หาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกบั ความสนใจและความถนัด
ของผู้เรียน โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทกั ษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญ
สถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพ่ือป้ องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง ฝึ กการปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็ น ทาเป็ น รักการอ่านและเกิดการใฝ่ รู้อย่างต่อเน่ือง
จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมท้ังปลูกฝัง
คณุ ธรรม ค่านิยมท่ดี ีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวชิ า ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถ
จดั บรรยากาศสภาพแวดล้อม ส่ือการเรียนและส่ิงอานวยความสะดวก เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้และมี
ความรอบรู้ รวมท้ังสามารถใช้ การวิจัยเป็ นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู้ ท้ังน้ีผู้สอนและ
ผ้เู รยี นอาจเรียนรู้ไปพร้อมกนั จากส่ือการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จดั การเรยี นร้ใู ห้
เกิดข้ึนได้ทุกเวลา ทุกสถานท่ีและประสานความร่วมมือกับบุคลากรในชุมชนทุกฝ่ ายเพ่ือร่วมกันพัฒนา
ผ้เู รียนตามศกั ยภาพ
4
ในการพัฒนากาลังคนด้านวิชาชีพให้เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีศักยภาพ โดยยกระดับทักษะ
ฝีมือและเตรยี มความพร้อมให้คนไทยมที กั ษะทไ่ี ด้มาตรฐานสากล สอดคล้องกบั การปรับโครงสร้างการผลิต
ท่ีเปล่ียนไป ประกอบกับผลการวิจัยจากหลายหน่วยงาน เช่น สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ (2544) เร่อื ง บทบาทของอาชวี ศึกษาในการพฒั นาอตุ สาหกรรมและเศรษฐกิจไทยได้ให้
ข้อเสนอแนะในด้านคุณภาพแรงงานอาชีวศึกษา ว่าควรปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยมากข้ึน มีการเรียน
การสอนด้านภาษามากข้ึน มีอุปกรณ์และส่อื การเรียนการสอนและครูผู้สอนควรสอนวิชาการควบคู่กับการ
สอนจริยธรรม รวมท้ังความร่วมมือกันระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ซ่ึงเป็ นหน่วยผลิต
บุคลากรและสถานประกอบการซ่ึงเป็นหน่วยผู้ใช้บคุ ลากร ดังน้นั นโยบายการศึกษาด้านวิชาชพี จงึ ต้องมีการ
ปรับเปล่ียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เศรษฐกิจ สังคม ท้ังในและต่างประเทศ
รวมท้ังให้ผู้ศึกษามีความรู้ลึกและกว้างเพ่ือให้ปฏิบัติงานได้จริง ท้งั การบูรณาการระเบียบวินัยเข้าด้วยกัน
และจะต้องสร้างความเป็นเอกภาพการจดั การอาชีวศกึ ษา
เน่ืองจากหลักสูตรเป็ นกลไกสาคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพ่ือให้สอดคล้องกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 10 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2542 จึงต้องมีการกระจายอานาจให้สถานศึกษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาสามารถ
พัฒนาหลักสูตรได้เอง โดยยึดกรอบมาตรฐานหลักสูตรอาชีวศึกษาท่ีกาหนดให้ผู้ผ่านการศึกษา หรือ
ฝึ กอบรมมีสมรรถนะท่ีตรงตามมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะในสาขาอาชีพ ตรงตามความ
ต้องการของสาขาอาชีพ สถานประกอบการ ชุมชน มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา
วางแผนดาเนินการ ตรวจสอบและบรู ณาการความร้อู ย่างเป็นระบบ รวมท้งั เป็นผู้ท่มี ีคณุ ธรรม จริยธรรม
และกจิ นิสัยท่เี หมาะสมในการทางาน
นิยามศพั ท์
1. กรอบมาตรฐานหลกั สูตร
เป็นข้อกาหนดแกนกลางท่ใี ช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสตู ร เพ่ือรกั ษามาตรฐานวิชาการ
และวิชาชีพ และเป็นสว่ นหน่งึ ของเกณฑก์ ารรับรองวทิ ยฐานะและมาตรฐานการศกึ ษา ซ่ึงจะทาให้การบรหิ าร
งานด้านวชิ าการดาเนนิ ไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ
2. กรอบคุณวุฒิการศกึ ษาวชิ าชีพ
เป็นข้อกาหนดทค่ี าดหวงั ว่าผู้ผา่ นการศึกษาหรอื ฝึกอบรมจากหลักสูตรอาชีวศึกษาแล้ว จะต้องมี
สมรรถนะท่ตี รงตามมาตรฐานสมรรถนะหรือมาตรฐานอาชีพของสาขาอาชพี ในระดับใดระดับหน่ึงท่กี าหนด
ซ่ึงสมรรถนะท่ีกาหนดในกรอบคุณวุฒิการศึกษาวิชาชีพจะต้องตรงตามความต้องการของสาขาอาชีพหรือ
สถานประกอบการหรือชุมชน โดยประกอบด้วยสมรรถนะท่วั ไป สมรรถนะหลักและสมรรถนะวชิ าชีพ ซ่ึง
สมรรถนะดังกล่าวจะแสดงถึงความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอาชีพและความสามารถในการคิด
วเิ คราะห์ แก้ปัญหา วางแผน ดาเนินการ ตรวจสอบ บูรณาการความรู้อย่างเป็นระบบ รวมท้งั เป็นผู้ท่มี ี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และกิจนิสัยท่เี หมาะสมในการทางานตามระดบั ท่ปี ฏิบัตงิ าน
5
3.มาตรฐานสมรรถนะ หรือมาตรฐานอาชีพ
คือ การกาหนดมาตรฐานของสมรรถนะท่ีคาดหวังว่าบุคลากรจะบรรลุสาหรับอาชีพหน่ึง
รวมทง้ั ความร้แู ละความเข้าใจ
คาช้ ีแจงกรอบมาตรฐานหลกั สูตร
1.การกาหนดคุณวุฒิการศกึ ษาวชิ าชีพ
คุณวุฒิการศึกษาวิชาชีพเป็นข้อกาหนดท่คี าดหวังว่าผู้ผ่านการศกึ ษาหรือฝึกอบรมแล้วจะต้องมี
สมรรถนะท่ีตรงตามมาตรฐานสมรรถนะหรือมาตรฐานอาชีพของแต่ละอาชีพท่ีกาหนด ซ่ึงในกรอบ
มาตรฐานหลักสตู รจะกาหนดเป็นสมรรถนะท่ตี ้องใช้ในการทางานหรือผลลพั ธก์ ารเรยี นร้อู ย่างกว้างๆ ผู้ทจ่ี ะ
พัฒนาหลักสตู รต้องกาหนดรายละเอียดสมรรถนะหรอื ผลลพั ธก์ ารเรยี นร้ใู ห้สอดคล้องและเป็นไปตามกรอบ
คณุ วุฒิทก่ี าหนดไว้ในประกาศกระทรวงฯ
2.การกาหนดปรชั ญาและวตั ถุประสงคข์ องหลกั สูตร
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร เป็ นข้อกาหนดท่ีใช้ แสดงแนวคิด ลักษณะและ
จุดหมายของหลักสูตร ซ่ึงหลักสูตรอาชีวศึกษาส่วนใหญ่จะเขียนในรูปของ “หลักการ” และ “จุดหมาย”
โดยการกาหนดหลักการของหลักสูตร ต้ องนาแนวคิดของแผนการศึกษาแห่งชาติ และปรัชญา
การอาชีวศึกษา มาพิจารณาแล้วกาหนดให้สอดคล้องกนั สาหรับจุดหมายของหลกั สูตรจะกาหนดในรูปของ
ผลลัพธ์การเรียนร้วู ่าต้องการให้ผ้เู รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีสมรรถนะในงานอาชีพอย่างไร
3. การจัดการศึกษา
เป็นการจัดการศึกษานอกระบบในลักษณะการฝึกอบรมวชิ าชพี เฉพาะทาง
4.การกาหนดโครงสรา้ งหลกั สูตร
โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วยหน่วยสมรรถนะหรือกลุ่มหน่วยสมรรถนะ ตามมาตรฐาน
สมรรถนะหรือมาตรฐานอาชีพน้นั ๆ
5.การประกนั คุณภาพหลกั สูตร
เป็นข้อกาหนดซ่ึงประกาศกระทรวงฯ กาหนดให้สถานศึกษาท่จี ะนาหลกั สตู รไปใช้ต้องกาหนด
ระบบประกันคุณภาพหลักสูตรไว้ให้ชัดเจน โดยอย่างน้อยประกอบด้วย 4 ประเดน็ เช่น การประกัน
ผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีได้จากมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะท่ีเกี่ยวข้อง การบริหารหลักสูตร
ทรพั ยากรประกอบการฝึกอบรม และความต้องการของตลาดแรงงาน สงั คมและชมุ ชน
6
แนวทางการพฒั นาหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั
1. สารวจความตอ้ งการอาชีพในทอ้ งถนิ่
ในการท่จี ะเปิ ดสอนวิชาชพี ใดน้ันจาเป็นอย่างย่ิงท่จี ะต้องมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ เพ่ือไม่ให้เกิด
ความผิดพลาดหรือความไม่พร้อมต่างๆ ท้งั ของตัวหลักสูตร ส่ิงอานวยความสะดวกต่างๆ และท่สี าคัญคือ
ผ้จู บการฝึกวิชาชีพแล้วสามารถทางานได้จริงและมีงานทาจริง ซ่งึ ข้ันตอนในการสารวจความต้องการอาชีพ
ในท้องถน่ิ ประกอบด้วย
1.1 กาหนดช่อื อาชีพเฉพาะทางสาหรบั หลักสตู รฝึกอบรมทจ่ี ะเปิ ดสอน
ชื่ออาชีพคอื อะไร ?
ช่อื อาชพี คือ ช่ือของงานท่เี ราเรยี กกันอย่โู ดยทว่ั ไปซ่ึงเป็นส่ิงท่จี ะบอกถึงลกั ษณะของอาชีพ
เฉพาะทาง ซ่ึงช่อื เหล่าน้ีมีให้เหน็ อยู่ในโลกอาชพี สาหรบั ตัวอย่างด้านล่างน้ีเป็นช่ืออาชีพท่ตี ้องการคนงาน
ท่ไี ด้รับการฝึกอบรมมาจากการเรยี นอาชวี ศึกษาและเทคนคิ ศกึ ษาในระบบและจากการฝึก โดยการฝึกงานใน
สถานประกอบการ ดงั เช่น
• ช่างไม้ตกแต่ง • ช่างท่อสขุ ภัณฑ์ • คนเล้ยี งววั ในฟาร์ม
• ช่างเทคนิคงานอเิ ลก็ ทรอนกิ • พนกั งานรับจ่ายเงิน • คนดแู ลเดก็ เลก็
• ช่างติดต้งั เคร่อื งรับโทรทศั น์ • พนกั งานบนั ทกึ ข้อมูล • กกุ๊ ทาอาหารตามสั่ง
• ช่างทาเคร่อื งมอื และดาย • พนักงานขายเคร่อื งมอื การผ่าตดั
1.2 หาข้อมลู เพ่อื ตดั สินใจเลือกอาชพี ท่จี ะมาพัฒนาหลกั สูตร
เม่ือได้รายการช่อื อาชีพเฉพาะมาแล้วการท่จี ะคัดเลือกมาจดั ทาเป็นหลกั สูตรฝึกอบรมของ
ทา่ นน้นั จะต้องมีหัวข้อการพิจารณาคดั เลือกว่าเหมาะสมหรือไม่ ซ่งึ มีตัวอย่างข้อพจิ ารณาดังน้ี
1) อาชีพน้ตี ้องการผ้ทู ส่ี าเรจ็ การศึกษาจากการฝึกอบรมหรือเรียนในระบบ
(ปวช.,ปวส.)หรอื ไม่
2) ตัวเรามีอานาจหรอื ได้รับมอบอานาจตามกฎหมาย ข้อบงั คบั กฎท่จี ะจดั การฝึกอบรม
คนงานเพ่อื เข้าสอู่ าชีพน้นั หรือไม่ (บางอาชีพจะต้องได้รบั อนุญาตจากสมาคมวชิ าชีพ)
3) มีข้อมูลท่ีเช่ือถือได้เกี่ยวกับปริมาณการจ้างงานอาชีพน้ี ท้ังในปัจจุบันและอนาคต
เพยี งพอหรอื ไม่
4) มีข้อมูลบ่งช้ีแน่ชัดว่ามีผู้ฝึ กท่ีต้องการสมัครเข้าฝึ กอบรมเพ่ือเข้าประกอบอาชีพน้ี
เพียงพอหรอื ไม่
5) อาชีพน้ีเป็นระดับข้ันต้นของสาขาอาชีพและไม่ใช่ระดับข้ันก้าวหน้าสาหรับคนงานใช้
ฝึกในช่วงการทางานใช่หรอื ไหม
6) มีครูผ้สู อนทม่ี คี ณุ สมบตั ิและมีความชานาญในอาชีพน้นั หรอื ไม่
7
7) มเี คร่ืองอานวยความสะดวกในการฝึกอบรม ได้แก่ เคร่ืองมือ วัสดุ อุปกรณ์เพียงพอ
หรอื จัดหามาได้ครบเม่อื จะเปิ ดหลกั สูตรหรือไม่
8) จะมีปริมาณผู้จบการศึกษาท่ีต้องการเข้าฝึ กอาชีพน้ีเพียงพอหรือไม่ ถ้ามีหลักสูตร
ฝึกอบรมอาชีพอ่นื ทใ่ี กล้เคยี งกันเปิ ดเพ่มิ ข้นึ มาอีก
แบบฟอรม์ ท่ี 1 สาหรบั พจิ ารณาเลอื กอาชีพเฉพาะเพอื่ จัดหลกั สูตรฝึ กอบรม
สาขาอาชพี /สาขาวชิ า….
รายการท่ตี ้องสารวจและ 12345678
พิจารณา
รายการด้านล่างน้ีเป็นรายการช่อื อนาคต? มี ้ขอมูล ู้ผ ึฝกท่ี ้ตองการสมัครเ ้ขา ึฝกอบรม? อา ีชพ ้นีเ ็ปนระดับ ้ัชน ้ตนของสาขาอา ีชพ? *มีเค ่ืรองมือ ุอปกร ์ณ ึฝกอบรมเพียงพอ? ัรบรองป ิรมาณคน ้ตองการเ ้ขา ึฝกอา ีชพ ้นี?
อาชพี ทอ่ี าจจัดทาเป็นหลกั สูตร ้ตองการคนงานจากการเ ีรยนในระบบ? *มี ู้ผสอนท่ีมีคุณสม ับติตรงตามอา ีชพ?
ฝึกอบรม ให้พจิ ารณารายช่อื *มีอานาจจัดการ ึฝกอบรมเ ่พือเ ้ขาสู่ อา ีชพ? จานวนของ
อาชีพทกุ อาชีพกบั คาถาม มี ้ขอมูลป ิรมาณ ้จางงาน ัปจ ุจ ับน คาตอบว่าใช่
ด้านขวาซ่งึ ถ้าเป็นไปตามคาถาม ของแต่ละอาชีพ
ให้ทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ี (รวมคะแนน)
ตรงกนั * = มคี วามสาคัญมาก
รายชื่ออาชีพทจี่ ะสารวจ
1.
2.
3.
4.
5.
หมายเหตุ
หากจะพัฒนาหลายหลกั สตู รพร้อมกันกใ็ ช้แบบฟอรม์ น้ไี ด้ หากจะพฒั นาหลกั สตู รเดียวกใ็ ช้
รายช่อื อาชีพเดยี ว คือ 1 อาชีพเท่าน้นั
8
ตวั อย่างท่ี 1 แบบฟอรม์ ที่ 1 สาหรบั พิจารณาเลอื กอาชีพเฉพาะเพอื่ จดั หลกั สูตรฝึ กอบรม
สาขาอาชพี /สาขาวิชา….
รายการทต่ี ้องสารวจและ 12345678
พจิ ารณา
รายการด้านล่างน้ีเป็นรายการช่อื ้ตองการคนงานจากการเ ีรยนในระบบ?
*มีอานาจจัดการ ึฝกอบรมเ ่พือเ ้ขาสู่อาชีพ?
อาชีพท่อี าจจัดทาเป็นหลกั สตู ร มี ้ขอมูลป ิรมาณ ้จางงาน ัปจ ุจ ับน อนาคต?
มี ้ขอมูล ู้ผ ึฝกท่ี ้ตองการสมัครเ ้ขา ึฝกอบรม?
ฝึกอบรม ให้พิจารณารายช่อื อา ีชพ ้นีเ ็ปนระ ัดบ ้ัชน ้ตนของสาขาอา ีชพ?
*มี ้ผูสอนท่ีมี ุคณสม ับ ิตตรงตามอาชีพ?
อาชีพทกุ อาชพี กับคาถาม *มีเค ่ืรองมือ ุอปกร ์ณ ึฝกอบรมเพียงพอ? จานวนของ
ด้านขวาซ่งึ ถ้าเป็นไปตามคาถาม ัรบรองป ิรมาณคน ้ตองการเ ้ขา ึฝกอา ีชพ ้ีน? คาตอบว่าใช่
ให้ทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ี ของแต่ละอาชีพ
ตรงกนั * = มคี วามสาคัญมาก (รวมคะแนน)
รายชือ่ อาชีพที่จะสารวจ
1. ช่างซ่อมรถอแี ตน๊ / // / 4
2. ช่างต่อเพลารถบรรทุก
3. ช่างบารงุ รักษารถยนต์ // /3
4.
/ / / / / / / / 8/
สาหรับตวั อย่างท่ี 1 อาชพี ท่นี ่าจะมาจัดเป็นหลกั สตู รฝึกอบรม ได้แก่ อาชีพช่างบารุงรักษารถยนต์
เป็ นต้น
2. กาหนดคุณลกั ษณะอาชีพหรอื การเขียนคาอธิบายลกั ษณะงานทต่ี อ้ งการ
คาอธิบายลกั ษณะงานคอื อะไร ? คาอธบิ ายลกั ษณะงานจะเป็นคาบรรยายอย่างย่อๆ ซ่งึ
จะบรรยายถงึ กิจกรรมหลักทค่ี นงานจะต้องปฏบิ ตั ิในการประกอบอาชีพน้ันๆ รวมท้งั ข้อมูลเพ่มิ เตมิ ดังน้ี
• สภาวะหรือเง่อื นไขการทางานท่วั ไป โดยเฉพาะสภาพการทางานท่มี คี วามเสยี่ ง (ต้องแจ้งไว้)
• ลักษณะหรอื สภาพของอุปกรณ์หรอื เคร่อื งมือทค่ี นงานต้องปฏิบัติ (เฉพาะเคร่ืองมือท่ี
พิเศษ)
• ความสามารถพเิ ศษ ความถนัด ลักษณะเฉพาะท่ตี ้องการในการปฏบิ ตั ิงานอาชีพน้นั ให้
สาเรจ็
9
• ระดบั ความต้องการการฝึกอบรม
• ต้องมีข้อบังคับพิเศษหรือใบอนุญาตหรือไม่
แบบฟอรม์ ท่ี 2 คาอธิบายลกั ษณะงาน (Job Description)
ชื่ออาชีพ (Job Title) .......... ผ้วู เิ คราะห์ (Analysis) ...........
วนั ท่ี (Date) ......... ตาแหน่งงานท่ี (Job No.) ....... ระดบั (Grade) .......
ลกั ษณะงาน (Job Summary) :
เคร่อื งมอื และอปุ กรณเ์ ฉพาะ (Special Equipment)
สภาพการทางาน
ตวั อย่างที่ 2 แบบฟอรม์ ท่ี 2 คาอธิบายลกั ษณะงาน (Job Description)
ชื่ออาชีพ (Job Title) ช่างบารุงรักษารถยนต์ ผ้วู เิ คราะห์ (Analysis) สุชาติ
วันท่ี (Date) 9/9/48 ตาแหน่งงานท่ี (Job No.) 1101- 01 ระดบั (Grade) 1
ลกั ษณะงาน (Job Summary) :
งานบารุงรกั ษารถยนต์ เป็นงานบารงุ รักษาระบบตา่ ง ๆ ของรถยนตต์ ามระยะท่กี าหนด โดยใช้เคร่อื งมือ
ท่วั ไปและเคร่อื งมือพิเศษ ตามค่มู ือผ้ใู ช้รถยนต์ (Owner’s Manual)
เครอื่ งมอื และอปุ กรณเ์ ฉพาะ (Special Equipment)
แมแ่ รงยกรถแบบใช้ลมอดั เคร่อื งมอื อุปกรณ์ท่ใี ช้กาลังลมอดั
สภาพการทางาน
อย่กู ับสภาพในโรงงาน มคี วามร้อน ฝ่นุ ไอระเหยนา้ มนั เช้อื เพลงิ และหล่อล่นื และทางานในทแ่ี คบบ้าง
3. วิเคราะหอ์ าชีพและเขียนรายการงานเฉพาะดา้ นทกั ษะ
สมรรถนะคอื อะไร ? สมรรถนะหมายถึง ความสาเรจ็ ในการทางานท่ีมีคุณค่า ซ่ึงสมรรถนะ
ของผู้ฝึกจะได้จากการวิเคราะห์อาชีพท่ีทากันจริงๆ ในการประกอบอาชีพโดยท่ัวไป รายการข้างล่างน้ีเป็ น
ตัวอย่างของสมรรถนะซ่งึ นายจ้างหรอื ลกู ค้าจะจ่ายเงินให้เม่อื งานสาเรจ็
10
ตวั อย่าง : สมรรถนะของอาชพี ต่างๆ • สร้างรากฐานอาคาร
• พมิ พ์ซองจดหมาย
• จดั เตรยี มการคนื ภาษี • กลงึ เรียว
• ตดิ ต้งั ชุดกุญแจ • เติมโพรงบนแท่งโลหะให้เตม็
• ทาแผ่นเพลตพมิ พ์ • พัฒนาหลกั สูตรแบบฐานสมรรถนะ
• ประกอบเคร่อื งยนต์ในรถยนต์
• ขจดั สง่ิ ท่ตี ิดอย่ใู นท่อนา้ ท้งิ
ให้สังเกตว่าไม่มีข้อใดของสมรรถนะเหล่าน้ีกล่าวถึงส่ิงท่ีเกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติของคนงาน
ทกุ ข้อแสดงถงึ การปฏิบัติท่มี ีคณุ ค่าเพราะทุกผลลัพธข์ องผลผลติ หรือบรกิ ารมีคุณภาพพอทจ่ี ะทาให้นายจ้าง
หรือลูกค้าเตม็ ใจท่จี ะจ่ายเงนิ ให้ (เพราะขณะน้กี าลงั วเิ คราะหอ์ าชพี ว่าจะต้องทางานอะไรบ้างในอาชพี น้ี)
ให้พิจารณาหลกั สูตรการซ่อมตวั ถังรถยนต์น้ี
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 5
1. ทดลองตวั ถังรถยนต์ 1 1. ทดลองตัวถังรถยนต์ 3 1. ทดลองตวั ถังรถยนต์ 5
2. ทฤษฎีตวั ถังรถยนต์ 1 2. ทฤษฎีตวั ถงั รถยนต์ 3 2. ทฤษฎีตัวถังรถยนต์ 5
3. คณติ ศาสตร์ประยุกต์ 1 3. งานสตี ัวถังรถยนต์ 1 3. งานไฟฟ้ ารถยนต์
4. วัสดอุ ตุ สาหกรรม
ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรียนท่ี 6
1. ทดลองตัวถังรถยนต์ 2 ภาคเรียนท่ี 4 1. ทดลองตวั ถังรถยนต์ 6
2. ทฤษฎตี วั ถังรถยนต์ 2 1. ทดลองตวั ถังรถยนต์ 4 2. ทฤษฎตี วั ถงั รถยนต์ 6
3. งานเช่ือมโลหะตวั ถงั รถ 2. ทฤษฎีตวั ถังรถยนต์ 4
3. งานสตี วั ถังรถยนต์ 2
แล้ วเปรียบเทียบกับหลักสูตรการฝึ กอบรมท่ีมาจากรายการสมรรถนะหรือความสามารถของ
ผ้ฝู ึกท่มี าจากการวิเคราะห์อาชีพจะเหน็ ความแตกต่าง ถามว่าเอกสารอันไหนน่าจะมคี วามหมายมากกว่ากัน
A การซ่อมส่วนโลหะแผ่นท่เี สียหาย E เปล่ยี นตัวถงั รถส่วนโลหะแผน่
1. ผลัก(กด) โลหะแผน่ ทเ่ี สยี หาย 1. เปล่ยี นและจดั แนวประตู
2. ดงึ โลหะแผน่ ท่เี สียหาย 2. เปล่ยี นและจัดแนวเฟนเดอร์
3. ทาให้โลหะแผ่นหดตวั ด้วยความร้อน 3. เปล่ยี นและจดั แนวโครงฝากระโปรง
4. ซ่อมส่วนเสียหายด้วยสีโป๊ วพลาสติก 4. เปล่ยี นกรอบตะแกรง
5. ซ่อมส่วนเสยี หายด้วยตะกว่ั โป๊ ว 5. เปล่ยี นกันชน
B เปล่ยี นกระจก F --------
1. เปล่ยี นกระจกกนั ลม
2. เปล่ยี นกระจกประตู
3. เปล่ยี นกระจกหน้าตา่ งระบาย…….
11
การวเิ คราะหอ์ าชีพ เป็ นการบรรยายความสามารถของคนงานในอาชีพท่ีประกอบด้วยการ
ระบุและเขียนรายการ การทางานทม่ี คี ุณค่าทค่ี นงานผู้มคี วามสามารถทาจริงๆ และได้รับค่าตอบแทนในการ
ทางานน้ัน มีความจาเป็ นมากในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เพราะรายการงานเฉพาะจะช่วยให้ผู้ฝึกได้
เรียนร้สู ิ่งท่ตี ้องทาจริงในอาชีพ ทาให้เขาประสบความสาเรจ็ ต่อไป ซ่ึงจะเป็นวงจรปิ ดดังน้ี 1) งานเฉพาะท่ี
ปฏิบัติจริงในอาชีพ (จะทาให้เกิด) 2) หลักสูตรฝึ กอบรมท่ีข้ึนอยู่กับงานเฉพาะเหล่าน้ัน (จะทาให้ผู้ฝึก)
3) จบการศึกษาจากหลกั สตู รท่ที าจากงานเฉพาะ แล้วเข้าสู่อาชีพในฐานะคนงานท่มี คี วามสามารถ
วิธีการระบุสมรรถนะหรือการระบุงานเฉพาะ มีวิธีการหลายวิธีท่ีเราสามารถดาเนินการ
เกี่ยวกบั การระบงุ านเฉพาะทป่ี ฏบิ ัติอย่ใู นอาชพี
1) ออกไปสังเกตการทาอาชพี ของคนงานในช่วงเวลาหน่งึ และบันทกึ งานเฉพาะทเ่ี ขาทาจริงๆ
2) นาร่างรายการงานเฉพาะท่ีได้จากความรู้ในงานอาชีพของเราเองและแหล่งอ่ืนๆ ไปให้
คนงานจากอาชีพน้ันทวนสอบรายการน้นั ให้เป็นไปตามจริง
3) ออกไปพบกล่มุ คนงานจากอาชีพน้นั แล้วร่วมกนั ระบุงานเฉพาะท่ปี ฏิบัติหรือการใช้วิธีดาคัม
(DACUM)
(วิธีท่ี 3) การใชว้ ิธีดาคมั (DACUM) ดาคัมพัฒนาข้นึ มาจากประเทศแคนนาดา กระบวนการ
ดาคัมเป็นกระบวนการท่นี าคนงานประมาณ 8-12 คนจากอาชีพน้ัน มาร่วมกันพร้อมด้วยความช่วยเหลือ
จากผู้นาท่มี ีประสบการณ์ (Facilitator) เป็นผู้ระดมสมองคนงานท้ังหมดโดยให้ทุกคนระบุถึงงานท่ที าอยู่
จริงๆ ทีละคน วนไปหลายๆ รอบแล้วจึงทวนสอบว่าส่ิงท่ีระบุมาท้ังหมดสิ่งใดเป็ นงานกว้างๆ ท่ีเรียกว่า
หน้าท่ี (Duty) ส่ิงใดเป็นงานทเ่ี จาะจงท่เี รียกว่า งานเฉพาะ (Task) ท่ตี ้องปฏิบตั ิในงานอาชีพน้นั ส่วนสิ่งใด
ท่ีเจาะจงมากลงไปอีกอาจเป็ นสิ่งท่ีเรียกว่าข้ันตอน (Step) ซ่ึงอาจจะนาไปใช้ในการวิเคราะห์งานเฉพาะ
(Task Analysis) ต่อไปได้ แผนผังดาคัมท่ีเสร็จสมบูรณ์จะเป็ นเหมือนกับรายการงานเฉพาะซ่ึงแผนผัง
ดาคัมท่พี ัฒนาเสรจ็ แล้วของอาชีพต่างๆ อาจมีอย่ทู ่สี ถานศึกษาวชิ าชพี หรือสมาคมวิชาชีพต่างๆ
แบบฟอรม์ ที่ 3 รายการวิเคราะหอ์ าชีพ / งานเฉพาะ
ชือ่ อาชีพ ...............................................................................
หน้าท่ี 1 งานเฉพาะ 1.1 งานเฉพาะ 1.2 งานเฉพาะ 1.3 งานเฉพาะ 1.4
หน้าท่ี 2 งานเฉพาะ 2.1 งานเฉพาะ 2.2 งานเฉพาะ 2.3 งานเฉพาะ 2.4
หน้าท่ี 3 งานเฉพาะ 3.1 งานเฉพาะ 3.2 งานเฉพาะ 3.3 งานเฉพาะ 3.4
หน้าท่ี 4 งานเฉพาะ 4.1 งานเฉพาะ 4.2 งานเฉพาะ 4.3 งานเฉพาะ 4.4
หน้าท่ี ... งานเฉพาะ … งานเฉพาะ … งานเฉพาะ … งานเฉพาะ …
หน้าท่ี ... งานเฉพาะ … งานเฉพาะ … งานเฉพาะ … งานเฉพาะ …
12
ตวั อย่างท่ี 3 แบบฟอรม์ ท่ี 3 รายการวเิ คราะหอ์ าชีพ
ชื่ออาชีพ ช่างบารุงรักษารถยนต์
1. งานบารุงรักษา 1.1 ทาความสะอาด 1.2 ทาความสะอาด 1.3 ขดั และเคลอื บสี 1.4 เตมิ นา้ มันเคร่ือง
ทว่ั ไป รถยนต์ ภายในรถยนต์ รถยนต์
1.8 เตมิ นา้ มันเบรก
2. งานบารุงรักษา 1.5 เปล่ยี นนา้ 1.6 เปล่ยี นนา้ ล้าง 1.7 ปรบั ความตึง และคลัตซ์
เคร่ืองยนต์ หล่อเยน็ กระจก สายพาน
2.4 บริการหัวเทียน
3.งานบารุงรกั ษา 2.1 เปล่ยี น 2.2 บรกิ ารกรอง 2.3 บริการกรอง
ระบบไฟฟ้ า นา้ มนั เคร่ือง นา้ มนั เช้อื เพลิง อากาศ
4.งานบารุงรักษา 2.5 ปรบั รอบ 2.6 เปล่ยี น 3.3 เปล่ยี นฟิ วส์ 3.4 ปรบั ไฟหน้า
ระบบส่งกาลัง เดินเบา สายพาน หรือหลอดไฟ
5.งานบารุงรักษา 3.1 บริการ 3.2 ประจุไฟ 4.3 เปล่ยี นนา้ มนั
ระบบเคร่ือง- แบตเตอรร์ ่ี แบตเตอรร์ ่ี เฟื องท้าย
ล่าง
4.1 ปรับระยะฟรี 4.2 เปล่ยี นนา้ มนั 5.3 อดั จาระบี ...
คันเหยียบ เกียร์
คลตั ซ์
5.2 เปล่ยี นยาง
5.1 บริการเบรก
(วิธีท่ี 2) การนาร่างรายการงานเฉพาะใหค้ นงานทวนสอบ ข้ันแรกจะระบุการแบ่งระดับ
อาชีพอย่างกว้างๆ หรือแบ่งเป็ นชนิดหรือแบ่งเป็ นกลุ่มของงานเฉพาะท่ีปฏิบัติในอาชีพท่ีเรียกว่า หนา้ ที่
ข้ันท่ี 2 ย้อนกลับไประบุงานเฉพาะท่ีทาจริงๆ ในทุกหน้าท่ีท่ีแบ่งไว้ โดยศึกษาจากแหล่งต่างๆ เช่น
คาบรรยายอาชีพ หนังสือคู่มือและข้อมูลเก่ยี วกับอาชีพ ข้อมูลทโ่ี ฆษณาของสหพันธ์ ตารางวิเคราะห์อาชีพท่ี
พัฒนาใหม่จากอตุ สาหกรรม จากน้นั ข้นั ท่ี 3 จงึ นาไปให้คนงานในอาชีพน้นั ทวนสอบ
13
สาหรบั หน้าทจ่ี ะไม่ใช่สมรรถนะเป็นเพียงกล่มุ งานเฉพาะ เหมอื นกับทร่ี วมของงานเฉพาะ ดังน้ี
อาชีพ : ช่างทอ่ สุขภณั ฑ์
ระดบั อาชพี อย่างกว้างๆ ท่ี • งานทอ่ สุขภัณฑ์ฝัง
ปฏบิ ัตใิ นงานอาชพี หรอื • งานท่อสขุ ภณั ฑล์ อย
หน้าท่ี (Duty) • งานตดิ ต้ังอปุ กรณท์ ่อและเคร่อื งสุขภัณฑ์
• งานซ่อมบารงุ ทอ่ สุขภณั ฑ์
อาชีพ : เสมียนร้านค้าปลกี
ระดบั อาชีพอย่างกว้างๆ ท่ี • งานการตรวจสอบรายการสนิ ค้าคงคลงั
ปฏิบัตใิ นงานอาชพี หรอื • งานจัดเตรยี มอาหารสาหรบั การตลาด
หน้าท่ี (Duty) • งานจดั เตรียมผลิตภัณฑ์สาหรบั การตลาด
• งานจดั ทาพัสดุค้าปลีกห้างสรรพสนิ ค้า
ขอ้ แนะนา
1. บางอาชีพจะประกอบด้วยหน้าท่ีมากประมาณ 10 ถึง 15 หน้าท่ี บางอาชีพมีเพียง 1 ถึง 2
หน้าท่ี และอาชพี เฉพาะบางอาชีพ (เช่น พนักงานพมิ พ์ดดี ) มเี พยี งหน้าท่เี ดียว
2. การเขียนประโยคแสดงหน้ าท่ีจะต้ องเร่ิมต้ นด้ วยรูปของคานามท่ีแสดงการกระทา
(ภาษาองั กฤษใช้กริยาเตมิ “ing”) ภาษาไทยใช้ “การ” หรือ “งาน” นาหน้าประโยค
ส่วนงานเฉพาะจะเป็นงานเฉพาะด้านทกั ษะซ่งึ จะเขยี นดงั ตัวอย่างด้านล่างน้ี
อาชพี : บุคลากรส่วนขาย : นกั เทคนิคเวชกรรมฉกุ เฉนิ
หน้าท่ี : การจาหนา่ ยสินคา้ : การรกั ษาบาดแผล
งานเฉพาะใน 1 1. ขายสินค้าเงนิ สด 1. ใช้ผ้าพนั แผลกบั บาดแผลเปิ ดในยามคบั ขนั
หน้าท่ี 2. คดิ ค่าใช้จ่ายในการขาย 2. แต่งบาดแผลด้วยสารอินทรยี ์
3. ระบุส่วนท่จี ะนามาทดแทน 3. เข้าเฝือก
4. ส่งั ของทางโทรศัพท์ 4. ทาให้กระดกู สันหลังไม่ขยบั เขย้อื น
5. จัดเตรยี มการแสดงสนิ ค้า 5. รักษาฉุกเฉนิ สาหรบั อนั ตรายต่อตา
6. ตรวจสอบเงินสดทบ่ี ันทกึ ไว้ 6. ดแู ลรกั ษาอาการแตกของซ่โี ครง
14
ในการระบุงานเฉพาะด้านทกั ษะท่เี ป็นส่วนย่อยของหนา้ ที่ ซ่ึงเป็นส่วนท่จี ะต้องปฏิบัติจรงิ ในการ
ทางานอาชีพ ให้ระลึกไว้ในใจเสมอว่าเราต้องการท่ีจะระบุทักษะหรืองานเฉพาะท่ีต้องปฏิบัติในงานอาชีพ
สาหรบั ให้นายจ้างหรือลกู ค้าเตม็ ใจทจ่ี ะจ่ายค่าแรงเท่าน้นั ยงั ไม่ต้องคานงึ ถงึ ความร้แู ละคณุ ธรรม
การเขียนงานเฉพาะควรคานึงถึงความเหมาะสมกับระดบั ไม่เขียนเฉพาะเจาะจงเกินไปหรือกว้าง
จนเกนิ ไปตามคาแนะนาน้ี
1. เป็นหน่วยท่สี มบรู ณ์ของงานทป่ี ฏิบัติในอาชีพ เม่ือทาเสรจ็ ร้สู กึ ว่าได้ทาสาเรจ็ แล้วหรอื ไม่?
2. มีการกาหนดจุดเร่มิ ต้นและจุดสุดท้ายหรอื ไม่?
3. อาจแตกออกเป็นหลายข้นั ตอนของกระบวนการจากเร่มิ ต้นจนจุดสดุ ท้ายหรอื ไม่?
4. อาจเหมือนกบั การมอบหมายงานให้คนงานทาในงานอาชีพหรือไม่?
5. เร่มิ ต้นประโยคด้วยคากรยิ าแสดงการกระทา(Present tense)
6. สามารถใช้เวลาเรียนปกติ 6 ถงึ 30 ช่วั โมงหรอื ไม่?
องคป์ ระกอบประโยคที่เขียนงานเฉพาะ ในการเขียนประโยคงานเฉพาะต่าสุดประกอบด้วย
2 ส่วน อาจประกอบด้วย 3 ส่วน ดังตัวอย่างท่ีเป็นประโยคท่ถี ูกต้องและเป็นหน่วยงานท่สี มบูรณ์ในแต่ละ
รายการ
การปฏิบตั ิ ส่ิงทนี่ ามาใช/้ ผลติ ข้ ึน ขอ้ แมห้ รอื เงอ่ื นไข
พมิ พ์ ตวั อักษร จากคาบอก
ประกอบ ข้อต่อ ท่อ พวี ีซี
ถอดเปล่ยี น เพลาขบั รถขบั เคล่อื นส่ลี ้อ
15
ตวั อยา่ งท่ี 4 โครงร่างการวเิ คราะหอ์ าชีพ จะได้เป็นลาดบั ดังน้ี
คาที่ใชใ้ นการวเิ คราะหอ์ าชีพ ตวั อย่าง
ประเภทอาชีพหรอื กลมุ่ อาชีพ ช่างยนต์
งานอาชีพเฉพาะหรืออาชีพ ช่างบารุงรกั ษารถยนต์
1. หนา้ ท่ี 1. งานบารงุ รกั ษาทวั่ ไป
1.1 งานเฉพาะ 1.1 ทาความสะอาดรถยนต์
1.1.1 ข้ันตอน (และความร้ทู างเทคนคิ ) 1.1.1 ศึกษาค่มู ือประจารถ
1.1.2 ข้ันตอน 1.1.2 จดั เตรียมเคร่อื งมือ อุปกรณ์
1.1.3 ข้ันตอน 1.1.3 ขับรถข้ึนแท่นล้างรถ
1.1.4 ข้ันตอน 1.1.4 ใช้เคร่อื งฉีดนา้ ทาความสะอาด
1.1.5 ข้ันตอน 1.1.5 ทาความสะอาดด้วยนา้ ยาเคมี
ฯลฯ ฯลฯ
1.2 งานเฉพาะ
1.2.1 ข้ันตอน 1.2 ทาความสะอาดภายในรถยนต์
1.2.2 ข้ันตอน 1.2.1 ศึกษาค่มู ือประจารถ
1.2.3 ข้ันตอน 1.2.2 จดั เตรยี มเคร่อื งมอื อปุ กรณ์
1.2.4 ข้ันตอน 1.2.3 ใช้เคร่อื งเป่ า ดดู ลมทาความสะอาด
ฯลฯ 1.2.4 ทาความสะอาดเบาะด้วยนา้ ยาเคมี
1.3 งานเฉพาะ ฯลฯ
1.3.1 ข้ันตอน
1.3.2 ข้ันตอน 1.3 ขดั และเคลือบสรี ถยนต์
ฯลฯ 1.3.1 ศึกษาค่มู ือประจารถ
1.3.2 จดั เตรยี มเคร่อื งมอื อุปกรณ์
ฯลฯ
4. วิเคราะหง์ านเฉพาะและเขยี นรายการงานเฉพาะดา้ นความรู้
การวิเคราะห์งานเฉพาะเป็นการแยกงานเฉพาะออกมาเป็นสว่ นประกอบย่อยเป็น ขัน้ ตอน และมี
ความรู้และเจตคติเป็ นส่วนสนับสนุน ผลการวิเคราะห์งานเฉพาะคือ รายละเอียดของรายการทกั ษะเฉพาะ
ความรู้และเจตคติท่ตี ้องการสาหรับคนงานในการปฏิบัติงานเฉพาะอย่างมีสมรรถนะในการประกอบอาชีพ
สว่ นประกอบท่ไี ด้จากการวิเคราะห์งานเฉพาะจากแบบฟอร์ม 4 เหล่าน้ีจะกลายเป็น เน้ือหา ด้านความรู้ ท่ี
จะใช้ในการสอนให้ผ้เู ข้าฝึกอบรมได้เรียนรู้ทง้ั ทางด้านทฤษฎีและกิจนิสยั ทจ่ี าเป็นในการทางานเฉพาะแต่ละ
งาน โดยรวบรวมจัดทาเป็นงานเฉพาะด้านความรู้
้ขันตอนการป ิฏบั ิตงานและความ ูร้ทางเทคนิค16
แบบฟอรม์ ที่ 4 แบบวเิ คราะหง์ านเฉพาะ
เจตคติ ความ ความ ู้รสัมพัน ์ธ เค ่ืรองมืองานเฉพาะท่ี ____
ปลอดภัย
เขียนรายการข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านและความร้ทู างเทคนคิ ท่ตี ้องการในการปฏบิ ตั งิ านเฉพาะในงาน
อาชีพจากเร่มิ ต้นจนสาเรจ็
1.
(เขียนรายการเคร่ืองมอื อปุ กรณ์ วสั ดุ ฯลฯ ทต่ี ้องการจาเป็นในงานเฉพาะน้ี)
(เขยี นรายการ คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ หรือภมู ิหลังทส่ี มั พนั ธแ์ ละทต่ี ้องการในการปฏิบัตงิ านน้ไี ด้
อย่างมีสมรรถนะ)
(เขยี นความร้แู ละทกั ษะด้านความปลอดภยั ท่ี จาเป็นท่ตี ้องการในการปฏบิ ตั ิงานเฉพาะน้อี ย่าง
ปลอดภัย)
(เขยี นเจตคติทจ่ี าเป็นในการปฏบิ ตั งิ านเฉพาะน้อี ย่างมีสมรรถนะในงานอาชพี )
้ขันตอนการป ิฏบั ิตงานและความ ูร้ทางเทคนิค17
เจตค ิต ความปลอด ัภย ความ ู้รสัมพัน ์ธ เค ่ืรองมือตวั อย่างท่ี 5 แบบฟอรม์ ที่ 4 แบบวเิ คราะหง์ านเฉพาะ
งานเฉพาะท่ี 1.1 ทาความสะอาดรถยนต์
เขยี นรายการข้ันตอนการปฏิบัติงานและความร้ทู างเทคนิคท่ตี ้องการในการปฏบิ ตั งิ านเฉพาะในงาน
อาชพี จากเร่มิ ต้นจนสาเรจ็
1.1.1 ศึกษาค่มู ือประจารถ
1.1.2 จดั เตรียมเคร่อื งมือ อปุ กรณ์
1.1.3 ขับรถข้นึ แทน่ ล้างรถ
1.1.4 ใช้เคร่ืองฉดี นา้ ทาความสะอาด
1.1.5 ทาความสะอาดด้วยนา้ ยาเคมี
1.1.6 ทาให้ห้องเคร่อื งยนตแ์ ห้งด้วยเคร่ืองเป่ าลม
1.1.7 ทาให้ภายนอกตวั รถยนต์แห้งด้วยเคร่ืองเป่ าลม
1.1.7 ทาให้ภายนอกตวั รถยนต์แห้งด้วยผ้า
1.1.8 ลงนา้ ยาเคมีขดั เงาตัวรถยนต์
1.1.9 ลงนา้ ยาเคมีล้อรถยนตท์ ง้ั หมด
1.1.10 ตรวจสอบความเรยี บร้อยตวั รถแล้วสง่ มอบ
1.1.11 เกบ็ เคร่อื งมืออุปกรณแ์ ละพ้นื ท่ี
แท่นล้างรถยนต์ ป๊ัมนา้ แรงสูง ป๊ัมลม เคร่อื งขดั ขับด้วยลมอดั
1. การอ่านค่าความดนั น้าและลม
2. ช่อื คณุ สมบตั ิ การทนนา้ ทนสารเคมีของอุปกรณ์ ช้นิ สว่ นรถยนต์
3. ผลท่อี าจเกดิ กบั ส่ิงแวดล้อมของสารเคมที ใ่ี ช้
4. การคิดปริมาณนา้ และลม
1. การขบั รถข้นึ แท่นล้างและจอดอย่างปลอดภยั
2. ความระมัดระวังในการฉดี นา้ หรือลมอดั กับคนและสง่ิ ของรอบข้าง
3. ความปลอดภยั ในการใช้เคร่อื งมือ
1. ทางานด้วยความรบั ผิดชอบต่อหน้าท่ี
2. เลือกใช้ จดั เกบ็ ท้งิ สารเคมโี ดยคานึงถงึ สง่ิ แวดล้อม
18
ลกั ษณะของงานเฉพาะดา้ นความรู้
1. เป็นคาอธบิ ายกว้างๆ หน่วยความร้หู ลกั จะไม่สมั พันธ์โดยตรงกับงานเฉพาะด้านทกั ษะเด่ยี ว
2. ช่วยคนงานเร่อื งความปลอดภัยทว่ั ไป ประสทิ ธภิ าพหรอื ความร้ทู เ่ี ป็นภมู หิ ลงั ทอ่ี ย่ใู นอาชพี
3. สามารถเรียนร้ใู นลกั ษณะของหน่วยการสอนแยกต่างหาก
4. ควรจะข้นึ ต้นประโยคด้วยกรยิ าแสดงการกระทา
5. ควรอธิบายสงิ่ ท่ตี ้องการให้ผ้ฝู ึกแสดงออกให้เหน็ ได้จริงๆ ว่าเขามีความร้ตู ามทต่ี ้องการ
6. ต้องเขยี นให้ปรากฏร่วมกบั งานเฉพาะด้านทกั ษะในรายการงานเฉพาะในหลกั สตู ร
7. จานวนน้นั เปล่ยี นแปลงได้ต้งั แต่ไม่มจี นกระท่งั เพยี งพอกบั ความต้องการ
องคป์ ระกอบของงานเฉพาะดา้ นความรู้ จะประกอบด้วย 2 สว่ นดงั น้ี
สิง่ ท่ตี ้องการให้ทาได้ กล่มุ (สาขา) ของความรู้
บรรยาย โครงสร้างและลักษณะเฉพาะของฟัน
อธบิ าย การทางานของระบบหล่อเยน็
ลอกแบบ ข้นั ตอนหลักของระบบการทาความเยน็
บรรยาย ข้นั ตอนการทางานของเคร่ืองยนต์สี่จังหวะ
ระดบั ของงานเฉพาะดา้ นความรู้ สามารถแบ่งได้หลายระดับซ่ึงระดับต่าท่สี ุดคอื สามารถจาได้
ระดับท่ีสูงกว่าได้ แก่ เข้าใจความหมาย การนาหลักการไปใช้ วิเคราะห์หรือแยกแยะแนวคิดหรือ
ความเหน็ สังเคราะห์สว่ นต่างๆ ให้เหน็ ภาพรวม ประเมนิ ค่าสิ่งต่างๆ โดยใช้เกณฑท์ ่เี หมาะสม
5. เขยี นกฤตกรรมปลายทางและกฤตกรรมยอ่ ย
กฤตกรรมปลายทาง (Terminal Performance Objective)
กฤตกรรมปลายทางหรือ TPO น้ันเป็นประโยคในลักษณะสรปุ ซ่งึ บรรยายอย่างแน่ชัดว่าผู้ฝึ ก
ควรจะมีความสามารถทาอะไรได้ในขณะท่เี ขาอยู่ในหลักสูตรการฝึ กอบรมของท่าน โดยแสดงความสาเรจ็
ของงานเฉพาะหลังจากผ่านกจิ กรรมการเรียนรู้จนจบแล้ว เม่ือร้อู ย่างแน่ชัดว่าต้องการให้ผ้ฝู ึกไปทางไหนทา
ให้ง่ายในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมเพ่ือช่วยให้ผู้ฝึ กได้รับส่ิงท่ีต้องการ ท่านควรจะพฒั นา
กฤตกรรมปลายทางหนงึ่ ขอ้ สาหรบั แต่ละงานเฉพาะในรายการงานเฉพาะ
19
การเขยี นกฤตกรรมปลายทางท่ดี ีจะมี 3 สว่ นประกอบหลกั ดังน้ี
กฤตกรรม งานเฉพาะดา้ นความรู้ งานเฉพาะดา้ นทกั ษะ
1. ภายใต้เงื่อนไขซ่งึ ผ้ฝู ึก
ให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ทน่ี าและพืชพนั ธุ์ ให้เคร่อื งเดนิ สายไฟฟ้ าใต้ดิน
จาเป็ นต้องปฏิบัติงานเฉพาะ
เพ่อื แสดงสมรรถนะ และเคร่อื งมอื
2. การปฏิบตั ิของผ้ฝู ึกต้อง
แสดงให้เหน็ จรงิ ประมาณดอกผลจากพืชพนั ธุ์ ตดิ ต้งั สายไฟฟ้ า…
3. เกณฑต์ ัดสนิ ความสามารถ
ของผ้ฝู ึก อย่ใู นระหว่าง 10% ดอกผล เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
แท้จรงิ ไฟฟ้ าแห่งชาติ
กฤตกรรมปลายทางสาหรบั งานเฉพาะด้านความรู้ ดังน้ี
งานเฉพาะ กฤตกรรมปลายทาง
ระบุและบรรยายลักษณะ ยกตวั อย่างหญ้าสีฟ้ า หญ้าคา และเขียนรายการลักษณะและหลกั การนา
หญ้าชนิดต่างๆ หญ้าแต่ละชนิดไปใช้ ความละเอยี ด 100%
สาหรับ TPO ของงานเฉพาะด้านความรู้จะบรรยายว่าอะไรท่ีผู้ฝึ กสามารถทาได้จริงๆ (ระบุ
และเขยี นรายการและการนาหญ้าไปใช้) ภายใต้เง่อื นไขอะไร (ยกตัวอย่างของหญ้าชนิดต่างๆ) และสามารถ
ทาดไี ด้เพียงไร (ความละเอียด 100%) เม่อื กิจกรรมการเรยี นส้นิ สุดลง
6.กาหนดคาอธิบายและมาตรฐานรายวชิ า
แบบฟอรม์ ที่ 5 หลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั รหสั สถานศกึ ษา
ชวั่ โมง
รหสั วชิ า ……… ชื่อวชิ า ……..
คาอธิบายรายวชิ า (นามาจากคาอธิบายงาน Job Description)
ท่ี มาตรฐาน / กฤตกรรมปลายทาง (TPO) เวลา/ชม.
1. (TPO ของแต่ละรายการงานเฉพาะ)
2.
3.
4.
รวม
20
21
รหสั สถานศึกษา
ตวั อยา่ งท่ี 6 แบบฟอรม์ ท่ี 5 หลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั
รหสั วชิ า 1101-31.. ชื่อวิชา ช่างบารงุ รักษารถยนต์ 36 ชวั่ โมง
คาอธิบายรายวชิ า (นามาจากคาอธิบายงาน Job Description)
ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิการบารงุ รกั ษาระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ งานทว่ั ไป งานเคร่อื งยนต์ งานไฟฟ้ า งาน
เคร่อื งล่างและงานสง่ กาลังตามระยะทก่ี าหนด โดยใช้เคร่อื งมือทว่ั ไปและเคร่อื งมอื พิเศษ ตามค่มู ือผ้ใู ช้รถยนต์
(Owner’s Manual)
ท่ี มาตรฐาน / กฤตกรรมปลายทาง (TPO) เวลา/ชม.
1. อธิบายหลักการบารุงรกั ษาระบบต่างๆ ของรถยนต์ได้ 90 % 5
2. บารุงรักษารถยนต์ในงานท่วั ไปโดยใช้เคร่ืองมือท่วั ไปและเคร่อื งมือพเิ ศษได้ตามค่มู อื 5
ผ้ใู ช้รถยนต์ 100 %
3. บารุงรักษาเคร่อื งยนต์โดยใช้เคร่อื งมือท่วั ไปและเคร่ืองมือพิเศษได้ตามค่มู อื ผ้ใู ช้ 8
รถยนต์ 100 %
4. บารุงรกั ษาระบบไฟฟ้ ารถยนต์โดยใช้เคร่ืองมือท่วั ไปและเคร่อื งมอื พเิ ศษได้ตามค่มู ือ 5
ผ้ใู ช้รถยนต์ 100 %
5. บารุงรักษาระบบเคร่อื งล่างรถยนต์โดยใช้เคร่อื งมือท่วั ไปและเคร่อื งมอื พิเศษได้ตาม 8
ค่มู ือผ้ใู ช้รถยนต์ 100 %
6. บารุงรักษาระบบส่งกาลังรถยนต์โดยใช้เคร่อื งมือท่วั ไปและเคร่อื งมือพิเศษได้ตามค่มู ือ 5
ผ้ใู ช้รถยนต์ 100 %
รวม 36
แบบฟอรม์ ที่ 6 รายการเคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ้ นหลกั สูตรวชิ าชีพระยะส้นั
รหสั วิชา ……… ชื่อวชิ า …….. จานวนผเู้ รยี น…….คน
ที่ ชื่อรายการเครื่องมอื จานวน หนว่ ยนบั
1.
2.
3.
4.
รวม
22
ตวั อย่างท่ี 7 แบบฟอรม์ ที่ 6 รายการเครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นหลกั สูตรวชิ าชีพระยะส้นั
รหสั วิชา 1101-01 ชื่อวชิ า ช่างบารงุ รักษารถยนต์ จานวนผเู้ รยี น 15 คน
ท่ี ชื่อรายการเครื่องมือ จานวน หน่วยนบั
1. แท่นล้างรถยนต์ 1 ท่ี
2. เคร่อื งฉดี นา้ ชนดิ ใช้ลมอัด ขนาดจุถังนา้ 300 ลติ ร พร้อมอุปกรณ์ 1 เคร่อื ง
3. เคร่อื งป๊ัมลมขนาดจุถงั ลม 300 ลติ ร พร้อมอปุ กรณ์ (Air Transformer) 1 ชดุ
4. เคร่อื งดูดฝ่ ุนแบบสญุ ญากาศ ขนาดจุถงั เกบ็ ผง 5 ลิตร พร้อมอุปกรณ์ 1 เคร่อื ง
5. เคร่อื งขดั ล้อผ้าชนดิ ใช้ลม 1 เคร่อื ง
6. ชดุ ประแจปากตาย ระบบเมตรกิ 8-25 ม.ม. 2 ชดุ
7. ชดุ ประแจแหวน ระบบเมตริก ขนาด 8-25 ม.ม. 2 ชุด
8. ชุดเคร่อื งมอื ท่วั ไป (Hand Tools) ใช้กับงานช่างยนต์ 20 รายการ 2 ชดุ
9. อุปกรณถ์ อดกรองนา้ มนั เคร่อื ง 2 อัน
10. เคร่อื งอดั จาระบี ชนดิ ใช้ลมอดั 1 เคร่อื ง
11 มัลตมิ เิ ตอร์ 5 เคร่อื ง
7. กาหนดมาตรฐานสมรรถนะ
เป็นการรวบรวมสิง่ ต่างๆ ท่ไี ด้จัดทามาต้ังแต่ การเขยี นคาอธิบายลักษณะงาน รายการงานเฉพาะ
ด้านทักษะ รายการงานเฉพาะด้านความรู้ กฤตกรรมปลายทางและกฤตกรรมย่อยมารวบรวมจัดเป็ น
รายการท่ีจะให้ผู้ฝึกได้เรียนรู้ตามลาดับการเรียนรู้ พร้อมเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้และเวลาท่ใี ช้ใน
การเรยี นรู้
23
แบบฟอรม์ ที่ 7 แบบมาตรฐานสมรรถนะ
ชื่ออาชีพ (Job Title) ……………………….……………………………………………………..
เวลา .......................... ชม.
คาอธิบายลกั ษณะงาน (Job description)
งานเฉพาะ (Task) .....................
ชม.
เกณฑก์ ารประเมนิ
กฤตกรรมปลายทาง TPO /มาตรฐาน Assessment
หวั ขอ้ การสอน Topic กฤตกรรมยอ่ ย EO
งานเฉพาะ (Task) กฤตกรรมยอ่ ย EO ....................
ชม.
เกณฑก์ ารประเมนิ
กฤตกรรมปลายทาง TPO Assessment
หวั ขอ้ การสอน Topic
งานเฉพาะ (Task) กฤตกรรมยอ่ ย EO .....................
ชม.
เกณฑก์ ารประเมนิ
กฤตกรรมปลายทาง TPO Assessment
หวั ขอ้ การสอน Topic
24
25
ตวั อย่างที่ 8 แบบฟอรม์ ที่ 7 แบบมาตรฐานสมรรถนะ
ชื่ออาชีพ (Job Title) ช่างบารุงรกั ษารถยนต์
เวลา..........36.........ชม.
คาอธิบายลกั ษณะงาน (Job description)
ศกึ ษาและปฏิบัติการบารงุ รกั ษาระบบตา่ ง ๆ ของรถยนต์ งานทัว่ ไป งานเคร่ืองยนต์ งานไฟฟ้ า งานเคร่ืองล่างและ
งานส่งกาลงั ตามระยะท่ีกาหนด โดยใช้เคร่ืองมอื ทั่วไปและเคร่อื งมือพิเศษ ตามคูม่ อื ผู้ใช้รถยนต์ (Owner’s Manual)
งานเฉพาะ (Task) 1.1 หลกั การบารุงรักษาระบบตา่ งๆ ของรถยนต์
5 ชม.
กฤตกรรมปลายทาง TPO /มาตรฐาน
อธบิ ายหลกั การและข้นั ตอนการบารงุ รักษาระบบต่างๆ ของรถยนตไ์ ด้ 90 %
หวั ขอ้ การสอน Topic กฤตกรรมยอ่ ย EO เกณฑก์ ารประเมนิ Assessment
1. การบารุงรกั ษาท่ัวไป 1. อธบิ ายหลักการบารุงรักษาทั่วไป 1.1 ระบชุ ่อื คณุ สมบตั กิ ารทนนา้ ทนสารเคมีของ
อุปกรณ์ ช้นิ สว่ นรถยนต์ได้ 90%
2. การบารงุ รักษา 2. อธิบายหลักการบารุงรกั ษาเคร่ืองยนต์
เคร่ืองยนต์ 1.2 อ่านค่าความดันนา้ และลมและคิดอตั รา
3. อธิบายหลักการบารงุ รักษาระบบ ส้นิ เปลอื งทีใ่ ช้งานแต่ละคร้งั ได้ 100%
3. การบารงุ รกั ษาระบบ ไฟฟ้ ารถยนต์
ไฟฟ้ า 1.3 อธบิ ายผลที่อาจเกิดกบั สิ่งแวดล้อมของ
4. อธบิ ายหลกั การบารุงรักษาระบบสง่ สารเคมีทใี่ ช้ในการบรกิ ารรถยนตไ์ ด้ 90%
4. การบารงุ รกั ษาระบบส่ง กาลงั
กาลงั 2.1 ระบุชนิดนา้ มนั เคร่ืองท่ใี ช้กบั เคร่อื งยนต์ชนิด
5. อธบิ ายหลกั การบารงุ รักษาระบบ ตา่ งๆ และเหตผุ ลได้ 100%
5. การบารงุ รักษาระบบ เคร่ืองล่าง
เคร่ืองล่าง 2.2 เปรียบเทียบประสิทธภิ าพของหัวเทียนทม่ี ี
สภาพตา่ งๆ ได้ 100%
3.1 เปรยี บเทยี บอัตราการจา่ ยไฟฟ้ าของแบต
เตอร์รีที่มีความจุ (A) ต่างกันได้100%
3.2 เปรยี บเทียบอัตราการสอ่ งสว่างของหลอดไฟ
รถยนต์ชนิดตา่ งๆ ได้100%
4.1 ระบุชนิดนา้ มันทใี่ ช้กับเฟื องท้ายและเกยี ร์
ชนิดต่างๆ และเหตุผลได้ 100%
4.2 อธิบายลักษณะ สมบตั ิของคลัตชและขนาดที่
ใช้ในแตล่ ะชนิดรถยนต์ได้ 100%
5.1 อธบิ ายลกั ษณะ สมบตั ขิ องระบบเบรกทีใ่ ช้
ในรถยนต์ชนิดต่างๆ ได้ 100%
งานเฉพาะ (Task) 1.2 งานบารุงรักษาท่ัวไป 5 ชม.
กฤตกรรมปลายทาง TPO /มาตรฐาน
บารงุ รักษารถยนตใ์ นงานท่ัวไปโดยใช้เคร่ืองมอื ท่ัวไปและเคร่ืองมอื พเิ ศษได้ตามคมู่ อื ผ้ใู ช้รถยนต์ 100 %
26
หวั ขอ้ การสอน Topic กฤตกรรมยอ่ ย EO เกณฑก์ ารประเมิน Assessment
1. งานทาความสะอาด 1. ทาความสะอาดตัวรถยนต์ ห้องเคร่ือง 1.1 ตวั รถยนต์ ห้องเคร่อื งถูกทาความสะอาด
รถยนต์ ด้วยเคร่ืองฉดี นา้ และขัดมันด้วยนา้ ยา และขัดมนั ได้ตามมาตรฐานทุกสว่ น
เคมี 100%
2. งานทาความสะอาดใน 2. ทาความสะอาดภายในรถยนต์ด้วย
รถยนต์ เคร่ืองดดู ฝ่นุ และขดั มนั ด้วยนา้ ยาเคมี 2.1 อปุ กรณ์ ช้นิ ส่วนและห้องโดยสาร ห้อง
3. ขัดและเคลอื บสีรถยนต์ด้วยนา้ ยาเคมี เกบ็ ของสะอาดและใช้งานได้ 100%
3. งานขดั และเคลอื บสี
รถยนต์ 4. เตมิ นา้ มนั เคร่ืองให้อย่ใู นระดบั ที่ 3.1 ตัวรถสว่ นทเี่ ป็นสถี ูกเคลือบด้วยสารเคมที ี่
คมู่ อื การใช้รถยนต์กาหนด กาหนดได้คุณภาพตามมาตรฐาน 100%
4. งานเตมิ นา้ มันเคร่ือง
5. เปล่ยี นนา้ หล่อเยน็ ตามข้นั ตอน 4.1 นา้ มนั เคร่ืองได้รบั การตรวจสอบและเตมิ
5. งานเปล่ยี นนา้ หล่อเยน็ กาหนด จนอย่ใู นระดบั ตามคู่มอื กาหนด 100%
6. งานเปล่ยี นนา้ ล้าง 6. เปล่ยี นนา้ ล้างกระจกตามข้นั ตอน 5.1 นา้ หล่อเยน็ ถูกเปล่ยี นได้คณุ ภาพตาม
กระจก กาหนด ข้อกาหนดของคมู่ อื การใช้รถ 100%
7. งานปรบั ความตงึ 7. ปรับความตึงสายพานทกุ เส้น 6.1 นา้ ล้างกระจกถูกเปล่ยี นได้คุณภาพตาม
สายพาน ตาม ข้นั ตอนกาหนด ข้อกาหนดของคมู่ อื การใช้รถ 100%
8. งานเตมิ นา้ มนั เบรก 8. เติมนา้ มันเบรกและคลัตซ์ 7.1 สายพานทกุ เส้นถกู ปรบั ให้ตงึ ได้คณุ ภาพ
และคลตั ซ์ ตามข้อกาหนดของคู่มือการใช้รถ 100%
8.1 นา้ มันเบรกและคลัตชไ์ ด้รับการตรวจสอบ
และเติมจนอย่ใู นระดบั ตามคู่มอื กาหนด
100%
งานเฉพาะ (Task) 1.3 บารุงรักษาเคร่ืองยนต์
8 ชม.
กฤตกรรมปลายทาง TPO /มาตรฐาน
บารงุ รกั ษาเคร่ืองยนต์โดยใช้เคร่ืองมอื ทัว่ ไปและเคร่ืองมอื พิเศษได้ตามคมู่ อื ผู้ใช้ รถยนต์ 100 %
หวั ขอ้ การสอน Topic กฤตกรรมยอ่ ย EO เกณฑก์ ารประเมนิ Assessment
1. งานเปล่ยี น 1. เปล่ยี นนา้ มนั เคร่ืองรถยนตท์ ุก 1.1 นา้ มนั เคร่ืองรถยนตถ์ กู เปล่ยี นได้ถกู ต้อง
นา้ มันเคร่ือง ชนดิ ตามข้นั ตอนคมู่ ือรถยนต์ ตามชนิด ตามข้นั ตอนคูม่ ือรถยนต์
2. งานบรกิ ารกรองนา้ มัน 2. บริการกรองนา้ มนั เช้อื เพลิงได้ตาม 100%
2.1 กรองนา้ มันเช้อื เพลงิ ได้รับการบรกิ ารได้
เช้อื เพลิง ถกู ต้องตามข้นั ตอน
3. งานบรกิ ารกรองอากาศ 3. บริการกรองอากาศได้ตามถกู ต้องตาม ถกู ต้องตามข้อกาหนดของคูม่ อื รถยนต์
100%
ข้นั ตอน 3.1 กรองอากาศได้รบั การบริการตามสภาพ
4. งานบรกิ ารหัวเทียน 4. บรกิ ารหวั เทียนได้ตามถกู ต้องตาม ตามข้อกาหนดของค่มู อื รถยนต์ 100%
4.1 หัวเทียนได้รับการบริการตามสภาพตาม
ข้นั ตอน ข้อกาหนดของคูม่ ือรถยนต์ 100%
5. งานปรบั รอบเดนิ เบา 5. ปรบั รอบเดินเบาได้ตามถกู ต้องตาม 5.1 รอบเดินเบาถกู ปรบั ให้ได้ตามข้อกาหนด
ของเคร่ืองยนต์แต่ละชนิด 100%
ข้นั ตอน 6.1 สายพานได้ถกู เปล่ยี นและปรบั ต้งั ตาม
6. งานเปล่ยี นสายพาน 6. เปล่ยี นสายพานได้ตามถูกต้องตาม
ข้นั ตอน
27
ข้อกาหนดของเคร่ืองยนต์ 100%
28
8. ขออนุมตั ิใชห้ ลกั สูตร
8.1 การแต่งต้งั คณะกรรมการพจิ ารณาหลกั สูตรวชิ าชีพระยะส้นั ของสถานศึกษา
การดาเนินการเสนอขออนุมัติหลักสูตรต่อประธานอาชีวศึกษาจังหวัด ในข้ันตอนแรกให้
สถานศึกษา เสนอแต่งต้ังคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตร เพ่ือดูแลด้านการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ
ระยะส้ันทุกประเภทวิชาของสถานศึกษา ซ่ึงคณะกรรมการชุดน้ีควรมีจานวนประมาณ 7 – 10 คน หรือ
ตามความเหมาะสม ควรเป็ นบุคคลท่ีมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์หลายๆ ด้าน ตัวอย่าง
องคป์ ระกอบของคณะกรรมการพจิ ารณาหลกั สูตร อาจเป็นดงั น้ี
- รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา (ฝ่ ายวชิ าการ) 1 คน
- ผ้เู ช่ยี วชาญด้านหลักสตู ร 1 คน
- ผ้เู ช่ยี วชาญด้านวิชาชีพ/ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน 1 – 2 คน
- ผ้แู ทนสมาคม/องคก์ รวิชาชพี 1 – 2 คน
- ผ้แู ทนชุมชน 1 – 2 คน
- ผ้แู ทนครู – อาจารย์ (กรรมการพฒั นาหลกั สตู ร) 2 คน
8.2 การนาเสนอหลกั สูตรเขา้ สูค่ ณะกรรมการพจิ ารณาหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
เม่ือคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ันของสถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการนาเอกสารหลักสูตรท่ีได้จัดทาข้ึน เสนอประธานคณะกรรมการพิจารณา
หลักสูตร เพ่ือเชิญคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรร่วมประชุมทวนสอบความถูกต้อง เหมาะ สมของ
หลกั สตู รต่อไป
8.3 การดาเนินการของคณะกรรมการพจิ ารณาหลกั สูตรของสถานศึกษา
การดาเนนิ การของคณะกรรมการชุดน้ี จะเป็นผู้พิจารณาทวนสอบรายละเอียดของหลักสูตร
ก่อนท่ีสถานศึกษาจะนาเสนอประธานอาชีวศึกษาจังหวัดพิจารณาอนุมัติ โดยอานาจหน้ าท่ีของ
คณะกรรมการชุดน้มี ีดงั น้ี
8.3.1 กาหนดเกณฑ์การพจิ ารณาหลักสูตรวิชาชพี ระยะส้ัน เช่น
- องคป์ ระกอบและจานวนของคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร
- เป็นหลกั สูตรทเ่ี ป็นความต้องการของชุมชน / ท้องถ่นิ
- กาหนดเกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล
- เอกสารและรายละเอียดท่ตี ้องนาเสนอเพ่ือพิจารณาอนุมัติ เช่น รหสั วิชา ช่อื วิชา
คาอธบิ ายรายวชิ า มาตรฐานรายวิชา รายการเคร่อื งมือ อปุ กรณ์ ฯลฯ
8.3.2 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ชานาญการ หรือผู้เช่ียวชาญในสาขาวิชาชีพน้ันๆ เพ่ือให้
ความเหน็ เกย่ี วกบั ความเหมาะสม/ถูกต้องของหลกั สูตร
29
8.3.3 ทวนสอบรายละเอียดของหลกั สตู ร หากเห็นว่าถกู ต้องเหมาะสมแล้ว ให้นาเสนอ
ต่อผู้อานวยการสถานศกึ ษา เพ่ือพิจารณาและนาเสนอขออนุมัติต่อประธานอาชีวศึกษาจังหวดั หากเห็นว่า
ควรปรบั ปรงุ แก้ไข ให้สง่ กลบั คณะกรรมการพฒั นาหลักสูตร เพ่อื พจิ ารณาปรบั ปรุงใหม่
8.4 การนาเสนอหลกั สูตรเพือ่ พิจารณาอนุมตั ิ
เม่ือคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรทวนสอบรายละเอียดของหลักสูตรเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว
ให้นาเสนอต่อผ้อู านวยการสถานศกึ ษา เพ่อื พจิ ารณาและนาเสนอขออนุมตั ติ ่อประธานอาชวี ศึกษาจังหวัด
แผนภูมแิ สดงข้นั ตอนการขออนุมตั ิใชห้ ลกั สูตร
คณะกรรมการพัฒนาหลกั สูตร
คณะกรรมการพิจารณาหลักสตู ร
ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา
อนุมตั ิ
นาไปใช้
9. การประกนั คณุ ภาพหลกั สูตร
เป็นข้อกาหนดของกรอบมาตรฐานหลกั สตู รทส่ี ถานศึกษาต้องดาเนินการในอย่างน้อย 4 ประเดน็
คือ ผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีได้จากมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะท่ีเกี่ยวข้อง การบริหารหลักสูตร
ทรัพยากรประกอบการฝึกอบรม และความต้องการของตลาดแรงงาน สังคมและชุมชน โดยมีแนวปฏิบัติ
ดังน้ี
9.1 จัดให้มีการประเมนิ ผลการเรยี นร้ขู องผ้เู รยี นตามมาตรฐานสมรรถนะของรายวชิ า
9.2 จัดให้มีระบบการบริหารหลักสูตร โดยจัดให้มีการติดตามประเมินหลักสูตรและการเรียน
การสอน
9.3 จดั ให้มีการประเมินความพร้อมของอาคารสถานท่ี วัสดุ-ครภุ ณั ฑ์ และส่อื การเรียนการสอน
30
9.4 จัดให้มีการประเมินความพงึ พอใจของสถานประกอบการ สงั คมและชมุ ชน
31
ภาคผนวก
32
แบบฟอรม์ ท่ี 1 สาหรบั พจิ ารณาเลอื กอาชีพเฉพาะเพอื่ จัดหลกั สูตรฝึ กอบรม
สาขาอาชีพ/สาขาวิชา….
รายการท่ตี ้องสารวจและ 12345678
พจิ ารณา
รายการด้านล่างน้ีเป็นรายการช่อื ้ตองการคนงานจากการเ ีรยนในระบบ?
*มีอานาจจัดการ ึฝกอบรมเ ่พือเ ้ขาสู่อาชีพ?
อาชพี ท่อี าจจัดทาเป็นหลักสูตร มี ้ขอมูลป ิรมาณ ้จางงาน ัปจ ุจ ับน อนาคต?
มี ้ขอมูล ู้ผ ึฝกท่ี ้ตองการสมัครเ ้ขา ึฝกอบรม?
ฝึกอบรม ให้พจิ ารณารายช่อื อา ีชพ ้นีเ ็ปนระ ัดบ ้ัชน ้ตนของสาขาอา ีชพ?
*มี ้ผูสอนท่ีมี ุคณสม ับ ิตตรงตามอาชีพ?
อาชพี ทุกอาชพี กับคาถาม *มีเค ่ืรองมือ ุอปกร ์ณ ึฝกอบรมเพียงพอ? จานวนของ
ด้านขวาซ่งึ ถ้าเป็นไปตามคาถาม ัรบรองป ิรมาณคน ้ตองการเ ้ขา ึฝกอา ีชพ ้ีน? คาตอบว่าใช่
ให้ทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ี ของแตล่ ะอาชพี
ตรงกนั * = มคี วามสาคญั มาก (รวมคะแนน)
รายชื่ออาชีพที่จะสารวจ
1.
2.
3.
4.
5.
แบบฟอรม์ ที่ 2 คาอธิบายลกั ษณะงาน (Job Description)
33
ชือ่ อาชีพ (Job Title) .......... ผ้วู เิ คราะห์ (Analysis) ...........
ตาแหน่งงานท่ี (Job No.) ....... ระดบั
วนั ท่ี (Date) .........
(Grade) .......
ลกั ษณะงาน (Job Summary) :
เครอื่ งมอื และอปุ กรณเ์ ฉพาะ (Special Equipment)
สภาพการทางาน
แบบฟอรม์ ท่ี 3 รายการวเิ คราะหอ์ าชีพ / งานเฉพาะ
34
ชื่ออาชีพ ...............................................................................
หน้าท่ี 1 งานเฉพาะ 1.1 งานเฉพาะ 1.2 งานเฉพาะ 1.3 งานเฉพาะ 1.4
หน้าท่ี 2 งานเฉพาะ 2.1 งานเฉพาะ 2.2 งานเฉพาะ 2.3 งานเฉพาะ 2.4
งานเฉพาะ 3.3 งานเฉพาะ 3.4
หน้าท่ี 3 งานเฉพาะ 3.1 งานเฉพาะ 3.2 งานเฉพาะ 4.3 งานเฉพาะ 4.4
หน้าท่ี 4 งานเฉพาะ 4.1 งานเฉพาะ 4.2
งานเฉพาะ ...
หน้าท่.ี .. งานเฉพาะ งานเฉพาะ ..... .....
หน้าท่.ี .. งานเฉพาะ ....
้ขันตอนการป ิฏบั ิตงานและความ ูร้ทางเทคนิค35
แบบฟอรม์ ที่ 4 แบบวิเคราะหง์ านเฉพาะ
ความปลอด ัภย ความ ู้รสัมพัน ์ธ เค ่ืรองมืองานเฉพาะท่ี ____
เขียนรายการข้ันตอนการปฏบิ ัติงานและความร้ทู างเทคนิคทต่ี ้องการในการปฏบิ ัตงิ านเฉพาะในงาน
อาชีพจากเร่มิ ต้นจนสาเรจ็
1.
(เขยี นรายการเคร่ืองมอื อุปกรณ์ วสั ดุ ฯลฯ ทต่ี อ้ งการจาเป็ นในงานเฉพาะน้ ี)
(เขียนรายการ คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ หรอื ภูมหิ ลงั ที่สมั พนั ธแ์ ละทตี่ อ้ งการในการ
ปฏิบตั ิงานน้ ไี ดอ้ ยา่ งมีสมรรถนะ)
(เขียนความรูแ้ ละทกั ษะดา้ นความปลอดภยั ที่ จาเป็ นท่ตี อ้ งการในการปฏิบตั ิงานเฉพาะน้ ี
อยา่ งปลอดภยั )
(เขียนเจตคติที่จาเป็ นในการปฏิบตั ิงานเฉพาะน้อี ย่างมีสมรรถนะในงานอาชีพ)
เจตค ิต
36 รหสั สถานศึกษา
ชวั่ โมง
แบบฟอรม์ ที่ 5 หลกั สูตรวชิ าชีพระยะส้นั
รหสั วิชา ……… ชื่อวิชา …….. เวลา/ชม.
คาอธิบายรายวิชา (นามาจากคาอธิบายงาน Job Description)
ที่ มาตรฐาน / กฤตกรรมปลายทาง (TPO)
1. (TPO ของแต่ละรายการงานเฉพาะ)
2.
3.
4.
รวม
37
แบบฟอรม์ ที่ 6 รายการเครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั
รหสั วิชา ……… ชื่อวิชา …….. จานวนผเู้ รียน ……. คน
ที่ ชื่อรายการเคร่ืองมือ จานวน หน่วยนบั
1.
2.
3.
4.
รวม
38
แบบฟอรม์ ที่ 7 แบบมาตรฐานสมรรถนะ
ชือ่ อาชีพ (Job Title)……………………….……………………………………………………………….
เวลา..........................ชม.
คาอธิบายลกั ษณะงาน (Job description)
งานเฉพาะ (Task) .....................
ชม.
เกณฑก์ ารประเมิน
กฤตกรรมปลายทาง TPO /มาตรฐาน Assessment
หวั ขอ้ การสอน Topic กฤตกรรมยอ่ ย EO
งานเฉพาะ (Task) กฤตกรรมยอ่ ย EO ....................
ชม.
กฤตกรรมปลายทาง TPO เกณฑก์ ารประเมนิ
Assessment
หวั ขอ้ การสอน Topic
งานเฉพาะ (Task) กฤตกรรมยอ่ ย EO .....................
ชม.
กฤตกรรมปลายทาง TPO เกณฑก์ ารประเมนิ
Assessment
หวั ขอ้ การสอน Topic
39
การกาหนดรหสั วิชา
ตวั เลขตวั ที่ 1 แทนประเภทของหลกั สูตร
เลข 1 หมายถึง หลกั สูตรวิชาชพี ระยะสั้น
เลข 2 หมายถงึ หลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
เลข 3 หมายถึง หลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สูง
ตวั เลขตวั ท่ี 2 แทนประเภทวิชา
เลข 1 หมายถงึ ช่างอุตสาหกรรม
เลข 2 หมายถงึ พาณิชยกรรม
เลข 3 หมายถงึ ศลิ ปกรรม
เลข 4 หมายถงึ คหกรรม
เลข 5 หมายถึง เกษตรกรรม
เลข 6 หมายถงึ ประมง
เลข 7 หมายถงึ อตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ยี ว
เลข 8 หมายถงึ อตุ สาหกรรมส่ิงทอ
เลข 9 หมายถงึ เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ตวั เลขตวั ที่ 3 – 4 แทนสาขาวิชาในแต่ละประเภทวิชา
ประเภทวชิ าช่างอตุ สาหกรรม
เลข 01 หมายถึง ช่างยนต์
เลข 02 หมายถงึ ช่างกลโรงงาน
เลข 03 หมายถงึ ช่างเช่อื มโลหะ
เลข 04 หมายถึง ช่างไฟฟ้ า
เลข 05 หมายถงึ ช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เลข 06 หมายถึง ช่างก่อสร้าง
เลข 07 หมายถงึ ช่างพิมพ์
เลข 08 หมายถงึ ช่างเคร่อื งทาความเยน็
ประเภทวิชาพาณิชยกรรม
เลข 01 หมายถึง บัญชี
40
เลข 02 หมายถึง การขาย
เลข 03 หมายถงึ การเลขานุการ
เลข 04 หมายถงึ คอมพิวเตอร์
41
ประเภทวิชาศลิ ปกรรม
เลข 01 หมายถงึ วจิ ิตรศิลป์
เลข 02 หมายถงึ การออกแบบ
เลข 03 หมายถึง หตั ถกรรม
เลข 04 หมายถงึ การถ่ายภาพและวีดิทศั น์
เลข 05 หมายถึง เคร่อื งประดับและอัญมณี
เลข 06 หมายถงึ ดนตรี
ประเภทวชิ าคหกรรม
เลข 01 หมายถงึ ผ้าและเคร่อื งแต่งกาย
เลข 02 หมายถงึ อาหารและโภชนาการ
เลข 03 หมายถงึ คหกรรมศาสตรท์ ่วั ไป
ประเภทวชิ าเกษตรกรรม
เลข 01 หมายถึง เทคโนโลยเี กษตรและการจัดการ
ตวั เลขตวั ที่ 5 หมายถึง กล่มุ วชิ า/งานในแต่ละสาขาวชิ า
ประเภทวชิ าช่างอตุ สาหกรรม
1. สาขาวชิ าช่างยนต์
เลข 1 หมายถงึ จกั รยานยนต์
เลข 2 หมายถึง เคร่อื งยนตเ์ ลก็
เลข 3 หมายถึง เคร่อื งยนต์
เลข 4 หมายถงึ ไฟฟ้ ารถยนต์
เลข 5 หมายถงึ ระบบส่งกาลงั รถยนต์
เลข 6 หมายถงึ เคร่อื งล่างรถยนต์
เลข 7 หมายถงึ อเิ ลก็ ทรอนิกสย์ านยนต์
เลข 8 หมายถงึ อ่นื ๆ
2. สาขาวิชาช่างกลโรงงาน
เลข 1 หมายถงึ ช่างกลโรงงาน
3. สาขาวชิ าช่างเชือ่ มโลหะ
เลข 1 หมายถึง ช่างเช่อื มโลหะ
4. สาขาวิชาช่างไฟฟ้ า
เลข 1 หมายถึง ช่างไฟฟ้ า
42
5. สาขาวชิ าช่างอิเล็กทรอนิกส์
เลข 1 หมายถึง พ้นื ฐานช่างอิเลก็ ทรอนกิ ส์
เลข 2 หมายถงึ เสียงและภาพ
เลข 3 หมายถึง โทรคมนาคม
เลข 4 หมายถงึ เคร่อื งใช้สานักงาน
เลข 5 หมายถึง ระบบควบคุม
6. สาขาวิชาช่างกอ่ สรา้ ง
เลข 1 หมายถงึ งานเขียนแบบกอ่ สร้าง
เลข 2 หมายถงึ งานไม้
เลข 3 หมายถงึ งานคอนกรีต
เลข 4 หมายถึง งานปนู
เลข 5 หมายถึง งานประปา – สุขภณั ฑ์
เลข 6 หมายถึง ช่างสแี ละตกแต่งพ้นื ผิว
เลข 7 หมายถึง ช่างสารวจ
7. สาขาวชิ าช่างพิมพ์
เลข 1 หมายถงึ ช่างพิมพ์
8. สาขาวชิ าช่างเครื่องทาความเย็น
เลข 1 หมายถึง ช่างเคร่อื งทาความเยน็
ประเภทวิชาพาณชิ ยกรรม
1. สาขาวชิ าบญั ชี
เลข 1 หมายถงึ งานบญั ชี
2. สาขาวชิ าการขาย
เลข 1 หมายถงึ งานขาย
3. สาขาวชิ าการเลขานุการ
เลข 1 หมายถึง งานเลขานุการ
4. สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์
เลข 1 หมายถงึ งานคอมพิวเตอร์
ประเภทวิชาศิลปกรรม
1. สาขาวชิ าวจิ ิตรศลิ ป์
เลข 1 หมายถึง งานจิตรกรรม
เลข 2 หมายถงึ งานปฏมิ ากรรม
2. สาขาวิชาการออกแบบ
เลข 1 หมายถงึ งานออกแบบตกแต่ง
เลข 2 หมายถงึ งานออกแบบผลิตภัณฑ์
เลข 3 หมายถงึ งานออกแบบพาณชิ ยศลิ ป์
43
3. สาขาวชิ าหตั ถกรรม
เลข 1 หมายถงึ งานจักสาน
เลข 2 หมายถงึ งานเพ้นทส์ ี
เลข 3 หมายถงึ งานทอผ้าพ้นื เมอื ง
เลข 4 หมายถงึ งานโลหะรูปพรรณ
เลข 5 หมายถงึ งานหล่อ
เลข 6 หมายถงึ งานหนงั
เลข 7 หมายถงึ งานไม้
เลข 8 หมายถงึ งานเคร่อื งเคลือบดนิ เผา
4. สาขาวชิ าการถา่ ยภาพและวีดทิ ศั น์
เลข 1 หมายถงึ งานศิลปการถา่ ยภาพ
เลข 2 หมายถงึ งานการถา่ ยภาพโฆษณา
เลข 3 หมายถึง งานวดี ทิ ศั น์
5. สาขาวิชาเครอ่ื งประดบั และอญั มณี
เลข 1 หมายถึง งานการออกแบบและต้นแบบ
เลข 2 หมายถึง งานรูปพรรณ
เลข 3 หมายถึง งานประดบั อญั มณี
เลข 4 หมายถงึ งานเจียรไนอญั มณี
เลข 5 หมายถงึ งานการวเิ คราะห์อญั มณี
6. สาขาวชิ าดนตรี
เลข 1 หมายถึง ดนตรี
ประเภทวชิ าคหกรรม
1. สาขาวชิ าผา้ และเครอ่ื งแต่งกาย
เลข 1 หมายถึง งานเส้อื ผ้าสตรี
เลข 2 หมายถึง งานเส้อื ผ้าชาย
เลข 3 หมายถึง งานเส้อื ผ้าเดก็
เลข 4 หมายถงึ งานเส้อื ผ้าอุตสาหกรรม
เลข 5 หมายถึง งานปักจักร
2. สาขาวชิ าอาหารและโภชนาการ
เลข 1 หมายถงึ ขนมอบ
เลข 2 หมายถึง อาหารไทยและขนมไทย
เลข 3 หมายถึง อาหารนานาชาติ
เลข 4 หมายถึง ถนอมอาหารและการแปรรปู