The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sompuan341, 2022-07-08 00:48:06

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ

เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๓ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ราชกจิ จานุเบกษา

ระเบยี บกระทรวงการคลัง

วาดวยหลักเกณฑและวธิ ีการเก่ยี วกับการเบิกจายเงินคาเชา บา นขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๙

โดยท่ไี ดมีการประกาศใชบ งั คับพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งมีผล
เปนการยกเลิกพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ และฉบับที่แกไขเพิ่มเติม สมควร
กําหนดหลักเกณฑและวิธกี ารเก่ียวกบั การเบกิ จายเงนิ คาเชาบา นขา ราชการขน้ึ ใหม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๖ วรรคสอง มาตรา ๗ วรรคสอง มาตรา ๘
มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๗ (๓) และ (๕) แหงพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗
กระทรวงการคลังจึงออกระเบียบไว ดงั ตอ ไปน้ี

ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยหลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับ
การเบิกจายเงินคา เชาบา นขา ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๙”

ขอ ๒ ระเบยี บน้ใี หใ ชบงั คับตั้งแตว ันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตนไป
ขอ ๓ บรรดาระเบียบ ประกาศ คําสั่ง และหลักเกณฑอ่ืนใดท่ีเก่ียวกับคาเชาบานขาราชการ
ในสว นที่กําหนดไวแลวในระเบยี บน้ี หรือซง่ึ ขัดหรือแยงกับระเบียบนี้ ใหใ ชระเบียบนแี้ ทน
ขอ ๔ ในกรณีท่ีสวนราชการไมสามารถปฏิบัติตามที่กําหนดไวในขอ ๘ ขอ ๙ ขอ ๑๐
และขอ ๑๗ หรือมคี วามจําเปนตอ งปฏิบตั ินอกเหนือจากขอ กําหนดดังกลาว ใหปลัดกระทรวง หัวหนา
สวนราชการที่ขึ้นตรงตอนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือหัวหนาสวนราชการที่ไมสังกัดสํานัก
นายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง แลวแตกรณี เปนผูวินิจฉัย ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความประหยัดและ
ประโยชนของราชการเปน สาํ คญั แลวแจง ใหปลดั กระทรวงการคลงั ทราบดวย

นอกเหนือจากท่ีกําหนดไวในวรรคหนึ่ง ใหสวนราชการหารือหรือขอทําความตกลง
กบั กระทรวงการคลงั

ขอ ๕ บรรดาแบบพิมพที่ใชเกี่ยวกับการเบิกจายเงินคาเชาบาน ใหเปนไปตามแบบทาย
ระเบียบนี้ หรือตามท่ีกรมบัญชีกลางกาํ หนดในกรณีที่ไมไ ดก าํ หนดไวใ นระเบยี บนี้

ขอ ๖ ใหขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบานยื่นคําขอรับคาเชาบานตามแบบขอรับคาเชาบาน
(แบบ ๖๐๐๕) ทายระเบียบนี้ ณ สํานักงานท่ีขาราชการผูน้ันปฏิบัติราชการ เวนแตระเบียบนี้จะ
กําหนดไวเ ปนอยา งอ่นื

เลม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๔ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

ขอ ๗ การย่ืนแบบ ๖๐๐๕ ใหยน่ื ตอ ผรู ับรองการมสี ิทธิตามขอ ๘ พรอ มดวยสัญญาเชาบาน
สญั ญาเชาซือ้ หรือสัญญาเงนิ กเู พื่อชาํ ระราคาบา นและหลักฐานอ่นื ท่เี กย่ี วของ

ในกรณีการย่ืนหลักฐานท่ีเปนสัญญาเงินกูเพ่ือชําระราคาบาน ตองแนบสัญญาซื้อขาย
บาน สัญญาซื้อขายบานพรอมท่ีดิน หรือสัญญาจางปลูกสรางบาน แลวแตกรณี เปนหลักฐาน
ประกอบดวย และหากวงเงินในสัญญาดังกลาวตํ่ากวาสัญญาเงินกู ขาราชการผูใชสิทธิตองยื่นหลักฐาน
ท่ีสถาบันการเงินรับรองวา หากมีการกูเงินตามวงเงินในสัญญาดังกลาว จะตองมีการผอนชําระรายเดือน
เปน จาํ นวนเทา ใด

ขอ ๘ ใหบุคคลดังตอไปนี้ เปนผูรับรองการมีสิทธิไดรับคาเชาบานของขาราชการในสังกัด
ในแบบ ๖๐๐๕

(๑) สวนราชการในราชการบริหารสวนกลาง ใหเลขานุการรัฐมนตรี เลขานุการกรม
หรอื หัวหนา สวนราชการต้ังแตระดบั กองหรือเทยี บเทาขน้ึ ไป เปน ผูรบั รอง

สวนราชการในราชการบริหารสวนกลางที่มีสํานักงานอยูในภูมิภาคหรือแยก
ตางหากจากกระทรวง ทบวง กรม ใหหัวหนาสํานักงานซ่ึงดํารงตําแหนงไมตํ่ากวาระดับ ๖
หรือเทยี บเทา เปน ผรู ับรอง

(๒) สวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาค ใหหัวหนาสวนราชการประจํา
จงั หวัด หรือหวั หนา สว นราชการประจําอาํ เภอ แลว แตก รณี เปน ผูรับรอง

(๓) สวนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมหรือสํานักงานตํารวจแหงชาติ ให
ผูบ ังคบั บัญชาทมี่ ียศตง้ั แตพนั ตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี หรือพนั ตาํ รวจตรขี ึ้นไป เปน ผูร บั รอง

ใหผูบังคับบัญชาเหนือข้ึนไปอยางนอยหนึ่งระดับหรือหนึ่งช้ันยศ เปนผูรับรองการมี
สิทธิของบุคคลตาม (๑) (๒) และ (๓) ซึง่ มไิ ดดํารงตาํ แหนง ตามท่กี าํ หนดไวในวรรคสาม

ใหขา ราชการผดู าํ รงตาํ แหนงต้งั แตร ะดับ ๘ ขน้ึ ไปหรือเทียบเทา ขาราชการทหารที่มี
ยศพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก หรือขาราชการตํารวจที่มียศพันตํารวจเอกขึ้นไป เปนผูรับรอง
การมีสทิ ธิของตนเอง

ขอ ๙ เมื่อมีการรับรองสิทธิขอรับคาเชาบานแลว ใหผูมีอํานาจอนุมัติการเบิก คาเชาบาน
ตามขอ ๑๐ แตงตั้งขาราชการจํานวนไมนอยกวาสามคนเปนคณะกรรมการ เพ่ือตรวจสอบขอเท็จจริง
และรายละเอยี ด ดงั ตอไปนี้

เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๕ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๑) กรณีเชาบาน ใหตรวจสอบวาไดเชาบานและพักอาศัยอยูจริง ระยะเวลาเร่ิมตน
ของการเชาบานและการเขาพักอาศัย ตลอดจนความเหมาะสมของอัตราคาเชาบานเมื่อเปรียบเทียบกับ
สภาพแหงบาน

(๒) กรณีเชาซื้อบานหรือกูเงินเพื่อชําระราคาบาน ใหตรวจสอบสัญญาเชาซ้ือบาน
หรือสัญญาเงินกูเพ่ือชําระราคาบาน วงเงินเชาซื้อหรือวงเงินกู เอกสารหลักฐานอื่นที่เก่ียวของ และ
วันเรม่ิ ตนการเขา พักอาศยั อยูจริงในบา น

เม่ือคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริงและรายละเอียดครบถวนแลว ใหจัดทํา
รายงานการตรวจสอบการขอรับคาเชาบานตามแบบทายระเบียบนี้ เสนอตอผูมีอํานาจอนุมัติการเบิกคา
เชา บา นขา ราชการตามขอ ๑๐ เพ่ือพิจารณาอนุมัตกิ ารเบกิ จายตอไป

ขอ ๑๐ การอนุมตั ใิ หเบิกคา เชาบา นในแบบ ๖๐๐๕ ใหเ ปน อาํ นาจของบคุ คล ดงั ตอ ไปนี้
(๑) สวนราชการในราชการบริหารสวนกลาง ใหเปนอํานาจของหัวหนาสวน

ราชการระดับกรมหรือผูที่หัวหนาสวนราชการระดับกรมมอบหมายซึ่งดํารงตําแหนงไมต่ํากวาระดับ ๗
หรือเทียบเทา หรือผทู ่ีมียศตงั้ แตพนั โท นาวาโท นาวาอากาศโท หรอื พนั ตํารวจโทขึ้นไป

สวนราชการในราชการบริหารสวนกลางที่มีสํานักงานอยูในสวนภูมิภาคหรือ
แยกตางหากจากกระทรวง ทบวง กรม หัวหนาสวนราชการระดับกรมจะมอบหมายใหหัวหนา
สํานกั งานซึง่ เปน ผูเ บิกเงินจากคลัง เปน ผูอนมุ ตั สิ ําหรับหนว ยงานนัน้ ก็ได

(๒) สวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาค ใหหัวหนาสวนราชการซึ่งเปน
ผูเบิกเงินจากคลังเปนผูอนุมัติ เวนแตเปนการเบิกคาเชาบานของหัวหนาสวนราชการนั้น ใหผูวาราชการ
จังหวัดเปนผูอ นมุ ตั ิ

สําหรับคาเชาบานของหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอหรือก่ิงอําเภอ ที่เบิก
เงินจากสํานักงานคลังจังหวัด ณ อําเภอ ใหนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอ
เปน ผูอนมุ ัติ

ขอ ๑๑ ขา ราชการซึ่งไดรบั อนมุ ัติใหเ บกิ คาเชา บา นตามสทิ ธแิ ลว ใหยื่นขอเบิกเงินคาเชาบาน
ประจําเดือนตามแบบขอเบิกเงินคาเชาบาน (แบบ ๖๐๐๖) ทายระเบียบนี้ พรอมหลักฐานการชําระเงิน
ณ สํานกั งานที่ขา ราชการผูน น้ั ปฏิบตั ริ าชการ

ใหบ คุ คลตามขอ ๑๐ เปน ผูมอี ํานาจอนมุ ตั ิการเบิกจายเงินคา เชาบานตามวรรคหน่ึง

เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๖ ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๙
ราชกิจจานเุ บกษา

ขอ ๑๒ คาเชาบานถือเปนรายจา ยทีเ่ กดิ ข้นึ เม่ือสว นราชการไดรับแบบ ๖๐๐๖ และใหเ บกิ จาย
จากงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณท่ีไดร บั แบบดังกลาว

ขอ ๑๓ สัญญาเชาบาน สัญญาเชาซื้อ หรือสัญญาเงินกูเพื่อชําระราคาบาน ตามขอ ๗
ใหเ ปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ หรืออยา งนอ ยตองมีสาระสําคญั ดังตอ ไปน้ี

(๑) สัญญาเชาบาน ตองระบุวัน เดือน ป ที่ทําสัญญา ช่ือคูสัญญา สถานที่เชา
วันเริ่มตน แหงสญั ญาเชา ระยะเวลาการเชา วนั ส้ินสุดสญั ญาเชา และอตั ราคาเชา ตอ เดอื น

(๒) สัญญาเชาซ้ือหรือสัญญาเงินกูเพื่อชําระราคาบาน ใหใชตามแบบสัญญาของ
สถาบันการเงินได โดยตองระบุชื่อคูสัญญา สถานท่ีเชาซ้ือหรือสถานท่ีกูเงิน วันเริ่มตนแหงสัญญา
ระยะเวลาการชําระคาเชาซ้ือหรือการผอนชําระเงินกู วันสิ้นสุดสัญญา จํานวนวงเงินที่เชาซ้ือหรือวงเงินกู
และจํานวนเงนิ ทต่ี องผอ นชําระรายเดือน

ขอ ๑๔ การทําสัญญาเชาซ้ือหรือสัญญาเงินกูเพื่อชําระราคาบานของขาราชการผูมีสิทธิไดรับ
คาเชาบา น ตองทาํ กับสถาบนั การเงิน ดังตอไปน้ี

(๑) ธนาคารพาณชิ ยต ามกฎหมายวา ดว ยธนาคารพาณชิ ย
(๒) รัฐวิสาหกิจท่ีมีวัตถุประสงคเพื่อดําเนินกิจการเก่ียวกับการเคหะ หรือดําเนิน
ธุรกจิ เกี่ยวกบั การใหกยู มื เงนิ เพอ่ื เชา ซ้ือบานหรือผอนชําระราคาบา น
(๓) สหกรณท่ีจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยสหกรณและมีวัตถุประสงคเพ่ือ
ดาํ เนินกิจการเกี่ยวกับการเคหะ
(๔) กองทุนบําเหน็จบํานาญขาราชการตามกฎหมายวาดวยกองทุนบําเหน็จบํานาญ
ขาราชการ
(๕) ธนาคารอิสลามแหงประเทศไทยตามกฎหมายวาดวยธนาคารอิสลามแหง
ประเทศไทย
(๖) บรษิ ทั บรหิ ารสินทรพั ยต ามพระราชกําหนดบริษทั บรหิ ารสินทรัพย พ.ศ. ๒๕๔๑
ซงึ่ ดําเนินกิจการรับซ้อื หรือรับโอนสนิ ทรพั ยดอ ยคุณภาพของสถาบันการเงินตาม (๑)
(๗) นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงคและดําเนินกิจการเก่ียวกับการเคหะ หรือการใหเชา
ซือ้ บานหรอื ใหกูย ืมเพอ่ื ชาํ ระราคาบา น
ขอ ๑๕ ใหข า ราชการผูมสี ิทธไิ ดร บั คาเชาบานยนื่ แบบ ๖๐๐๕ ฉบับใหม ในกรณีดังตอไปน้ี
(๑) โอนยายโดยเปลีย่ นสังกัดหรอื เปลยี่ นสํานักเบกิ เงนิ เดอื น

เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๗ ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๒) ไดรับคําสั่งใหเดินทางไปประจําสํานักงานในตางทองที่โดยไมเปล่ียนสํานัก
เบกิ เงินเดือน

(๓) เปลย่ี นแปลงสญั ญาเชาบาน สญั ญาเชาซื้อบา น หรอื สัญญาเงินกูเ พ่ือชาํ ระราคาบาน
ในกรณีนําหลักฐานการชําระคาเชาซื้อหรือคาผอนชําระเงินกูเพ่ือชําระราคาบาน

ในทองที่เดิมมาเบิกตอเน่ืองในทองที่ใหม ใหคณะกรรมการที่ไดรับการแตงต้ังตามขอ ๙ วรรคหนึ่ง
ตรวจสอบหลักฐานท่ีนํามาเบิกคาเชาบานในชวงเวลาท่ีรับราชการในทองที่เดิมและระยะเวลาที่ไดรับ
อนมุ ตั ิใหเ บกิ จา ยคา เชาบา น แลวดําเนนิ การตอไปตามขอ ๙ วรรคสอง ขอ ๑๐ และขอ ๑๑

ขอ ๑๖ การรับรองสทิ ธแิ ละการอนุมัติเบิกจายเงินคาเชาบานของขาราชการตามขอ ๑๕ (๒)
ใหถอื ปฏิบัติ ดงั น้ี

(๑) ใหบุคคลตามขอ ๘ ประจําสํานักงานท่ีผูใชสิทธิไปปฏิบัติราชการเปนผู
รบั รองสิทธิในแบบ ๖๐๐๕

(๒) ใหบุคคลตามขอ ๑๐ ประจําสํานักงานที่เบิกเงินเดือนของผูใชสิทธิเปนผู
มอี าํ นาจอนุมตั ิในแบบ ๖๐๐๕ และแบบ ๖๐๐๖

ขอ ๑๗ ขาราชการผูมีสิทธิเบิกคาเชาบานในอัตราที่เพิ่มข้ึน เน่ืองจากไดรับเงินเดือนหรือ
เลื่อนตําแหนงสูงขึ้น ใหยื่นหลักฐานที่เกี่ยวของเพ่ือประกอบการเบิกจายโดยไมตองยื่นแบบ ๖๐๐๕
ใหม

ขอ ๑๘ ขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบานซ่ึงไดยื่นแบบ ๖๐๐๕ ไวแลว แตยังไมไดรับ
อนุมัติ ตอมาไดรับคําสั่งใหเดินทางไปประจําสํานักงานใหมในสังกัดเดิม ไมวาอยูในทองที่เดียวกัน
หรือตางทองที่ หรือไดรับคําส่ังใหเดินทางไปประจําสํานักงานใหมโดยไมเปล่ียนสํานักเบิกเงินเดือน
ใหยื่นแบบ ๖๐๐๕ และแบบ ๖๐๐๖ พรอมทั้งหลักฐานการชําระคาเชาบาน คาเชาซ้ือ หรือคาผอน
ชาํ ระเงนิ กูในชวงเวลาทตี่ นมีสิทธิ ณ สาํ นักงานเดมิ ท่ีสํานักงานใหม

ในกรณีท่ีขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบานไดรับคําส่ังตามวรรคหนึ่ง หากไดรับ
อนุมัติในแบบ ๖๐๐๕ ไวแลว แตยังไมไดย่ืนแบบ ๖๐๐๖ หรือยื่นไวแลวแตยังไมไดรับอนุมัติ ใหยื่น
แบบ ๖๐๐๖ ใหม พรอมทั้งหลักฐานตามวรรคหน่ึงท่ีสํานักงานใหม สําหรับแบบ ๖๐๐๕ ท่ีได
รบั อนมุ ัติแลว ใหส ํานกั งานเดมิ จดั สงใหส ํานกั งานใหมโ ดยเรว็

เลม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๘ ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๙
ราชกจิ จานุเบกษา

ขอ ๑๙ ขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบานไดรับคําสั่งใหโอนไปรับราชการประจําสํานักงานใหม
โดยเปล่ียนสังกัด แตยังไมไดย่ืนขอรับคาเชาบานหรือยังไมไดยื่นขอเบิกเงินคาเชาบานในชวงเวลาท่ีตน
มสี ิทธิ ณ สํานักงานเดมิ ใหยน่ื แบบ ๖๐๐๕ และแบบ ๖๐๐๖ ทสี่ าํ นกั งานเดมิ

ขอ ๒๐ การย่ืนขอรับคาเชาบานหรือขอเบิกคาเชาบานของขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบาน
ซ่งึ ถึงแกกรรม หรอื เกษยี ณอายุราชการ หรอื ลาออกจากราชการไปกอ นย่นื คําขอ ใหดาํ เนนิ การ ดังน้ี

(๑) กรณีถึงแกกรรม ใหทายาทของขาราชการผูนั้นย่ืนคําขอ ณ สํานักงานท่ี
รับราชการครัง้ สุดทา ย

(๒) กรณีเกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการ ใหขาราชการผูนั้น ยื่นคําขอ
ณ หนวยงานผูเ บกิ บํานาญ หรอื สาํ นกั งานที่รบั ราชการครงั้ สดุ ทา ย แลวแตกรณี

ขอ ๒๑ ภายใตบังคับขอ ๑๓ และขอ ๑๔ ขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบาน แตคูสมรส
ไดเชาบาน เชาซ้ือบาน หรือกูเงินเพื่อชําระราคาบานในระหวางสมรสและปรากฏช่ือคูสมรสแตเพียง
ผูเดียวในสัญญาเชาบาน สัญญาเชาซ้ือ สัญญาเงินกูเพ่ือชําระราคาบาน สัญญาซ้ือขายที่ดินหรือบาน
พรอมที่ดิน สัญญาจางปลูกสรางบาน โฉนดที่ดิน หรือหลักฐานการชําระเงิน ใหขาราชการผูน้ัน
นําหลักฐานดงั กลาวมาประกอบการเบิกจา ยคาเชา บานจากทางราชการได นับแตว ันที่มสี ทิ ธิไดรับคาเชา บาน

ขอ ๒๒ ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหขาราชการผูใดมีสิทธิไดรับคาเชาบาน
ใหขาราชการผูนั้นนําหลักฐานการชําระเงินและสําเนาคําพิพากษาดังกลาวมาเปนหลักฐานประกอบการ
ยื่นแบบ ๖๐๐๕ และแบบ ๖๐๐๖ โดยไมต อ งมีการแตง ตัง้ คณะกรรมการเพ่ือตรวจสอบขอเทจ็ จริงตามขอ ๙

ขอ ๒๓ ในกรณีท่ีมีการขยายวงเงินกูหรือขยายระยะเวลาการผอนชําระเงินกูเพ่ือชําระราคาบาน
ใหน าํ หลกั ฐานการผอ นชําระมาเบกิ คาเชาบา นไดตามจํานวนเงินกูและระยะเวลาการผอนชําระท่ีเหลืออยู
ของสญั ญาเงนิ กูฉบบั แรกที่ไดย น่ื ไวและไดรบั อนุมัติใหเบิกคาเชาบานตามสทิ ธแิ ลว เทา นน้ั

ความในวรรคหน่ึงไมใชบังคับกับการเปลี่ยนแปลงขอกําหนดในสัญญาเงินกูเพื่อ
ชําระราคาบานท่คี า งชําระอยูเ นอื่ งจากสถาบนั การเงินเปลี่ยนแปลงอตั ราดอกเบีย้ ท้ังนี้ ตองมใิ ชเหตุจากผูก ู

ขอ ๒๔ การยา ยสถานท่ีทําการของสํานักงานไปตั้งในทองท่ีใหมตามมาตรา ๘ แหงพระราช
กฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ใหทองที่ใหมท่ีอยูใกลเคียงกับทองท่ีตั้งสํานักงานเดิม
เปน ไปตามหลกั เกณฑด งั ตอไปน้ี

เลม ๑๒๓ ตอนพเิ ศษ ๑๑๕ ง หนา ๑๙ ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๑) การยายที่ตั้งสํานักงานจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดใกลเคียง ตองเปนเขต
ทองท่ีใกลเคียงหรือติดตอกับกรุงเทพมหานครและมีรถยนตโดยสารขององคการขนสงมวลชนกรุงเทพ
ใหบ ริการ ตามบญั ชีรายชื่อทองทใ่ี กลเคยี งทา ยระเบยี บนี้

(๒) การยายท่ีต้ังสํานักงานภายในจังหวัดเดียวกันหรือระหวางจังหวัด ตองเปนเขต
ทอ งทตี่ ิดตอ กันและมีขนสง สาธารณะประจาํ ทางใหบริการ

ขอ ๒๕ ขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบาน ใหเบิกจายคาเชาบานไดตามอัตราเงินเดือนสุทธิ
แตถาอัตราเงินเดือนสุทธิข้ันใดไมตรงกับอัตราเงินเดือนในบัญชีอัตราคาเชาบานตามพระราชกฤษฎีกา
คา เชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ใหเ บิกในอัตราท่ีใกลเคยี งแตไ มเกินอตั ราเงินเดอื นสุทธิทีไ่ ดรบั

ขอ ๒๖ ขาราชการผูมีสิทธิไดรับคาเชาบานซ่ึงมีเงินเพ่ิมพิเศษรายเดือนสําหรับคาวิชาหรือ
เงินเพ่ิมการเลื่อนฐานะหรือสําหรับประจําตําแหนงที่ตองฝาอันตรายเปนปกติหรือสําหรับการสูรบ ใหนํา
เงินเพ่ิมดังกลาวมารวมกับเงินเดือนสุทธิท่ีไดรับ แลวเทียบกับอัตราเงินเดือนตามขั้นเงินเดือนในระดับ
หรอื ชัน้ ยศทไ่ี ดร บั ในปจ จบุ ันหรอื ขั้นเงินเดอื นใกลเ คยี งในระดับหรอื ชั้นยศเดียวกันหรือระดับหรือช้ันยศ
ถดั ไปตามลาํ ดบั แลวใหไ ดร ับคา เชาบานตามข้นั เงนิ เดอื นนัน้

กรณีที่ตองเบิกลดเนื่องจากการปรับชั้นเงินเดือน ใหนําเงินเดือนสุทธิที่หักเบิกลดเน่ืองจาก
การปรับช้ันเงินเดือนแลวเทียบกับอัตราเงินเดือนตามขั้นเงินเดือนในระดับหรือชั้นยศที่ไดรับในปจจุบัน
หรือขั้นเงินเดือนใกลเคียงในระดับหรือช้ันยศเดียวกันหรือระดับหรือช้ันยศต่ําลงมาตามลําดับ แลวให
ไดร บั คา เชาบานตามขน้ั เงินเดือนนัน้

กรณีท่ีหักเบิกลดแลว เงินเดือนสุทธิตํ่ากวาอัตราเงินเดือนข้ันตํ่าสุดตามบัญชีอัตราคาเชาบาน
แตละประเภท ใหไ ดรับคาเชาบานเทาทจี่ ายจรงิ แตต อ งไมเกินเดือนละ ๘๐๐ บาท

ขอ ๒๗ บรรดาประกาศและคําสั่งกระทรวงการคลังเก่ียวกับคาเชาบานที่ใชอยูกอนระเบียบนี้
มผี ลใชบังคับ ใหใ ชต อไปไดเทา ท่ไี มขดั หรอื แยง กับระเบียบน้ี

ขอ ๒๘ ใหป ลดั กระทรวงการคลังรกั ษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันท่ี ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
หมอมราชวงศ ปรีดิยาธร เทวกลุ
รฐั มนตรีวาการกระทรวงการคลัง

บญั ชีรายช่ือทอ งทใี่ กลเ คยี ง
กรณีกรุงเทพมหานครกับจังหวัดใกลเ คยี ง

๑. จงั หวดั นนทบรุ ี
๑.๑ อาํ เภอเมอื งนนทบรุ ี
๑.๒ อาํ เภอบางกรวย
๑.๓ อําเภอบางบัวทอง
๑.๔ อําเภอบางใหญ
๑.๕ อําเภอปากเกรด็

๒. จงั หวดั ปทุมธานี
๒.๑ อําเภอเมอื งปทมุ ธานี
๒.๒ อําเภอคลองหลวง
๒.๓ อําเภอธญั บรุ ี
๒.๔ อาํ เภอลาํ ลูกกา

๓. จงั หวัดสมุทรปราการ
๓.๑ อาํ เภอเมอื งสมุทรปราการ
๓.๒ อําเภอบางบอ
๓.๓ อําเภอบางพลี
๓.๔ อําเภอพระประแดง
๓.๕ อําเภอพระสมุทรเจดีย

๔. จังหวดั สมทุ รสาคร
๔.๑ อาํ เภอเมอื งสมุทรสาคร

๕. จงั หวัดนครปฐม
๕.๑ อาํ เภอพทุ ธมณฑล

แบบขอรบั คาเชา บาน (แบบ ๖๐๐๕) เลขที่ ..……...../.........

สวนท่ี ๑ การขอรับคา เชา บา น

เขียนท.ี่ .................................................................

วันที.่ ....................เดือน..........................................พ.ศ. ...........................
๑.ขา พเจา ..............................................ตาํ แหนง..................................................................
ขอย่นื รับคา เชาบา นตอ ............................................................................................... (ผอู นมุ ัติ)

๒. ขา พเจา เร่ิมรับราชการและปฏบิ ัติงานครง้ั แรก กลบั เขารับราชการและปฏิบตั ิงานในตาํ แหนง.......................

ทอ งที่ ตาํ บล/แขวง..................อาํ เภอ/เขต......……...............................จงั หวดั .…................................
เงินเดือน............. บาท (................................................) เมื่อวนั ท.ี่ ......เดือน............... พ.ศ. .........…

๓. บดั นี้ จงั หวัด กรม กระทรวง ไดมีคาํ สง่ั ใหขา พเจา รบั ราชการประจาํ ตําแหนง ....…..........................

เงินเดือน............. บาท ทองที่ ตําบล/แขวง....................อาํ เภอ/เขต...................................................

จังหวัด.................................. โดยไดร ายงานตัวเมอ่ื วนั ที่ ............เดือน........................... พ.ศ. .........

๔. ขา พเจา ได เชา บา นพกั เพอ่ื อยอู าศัย เชา ซอื้ บา นเพ่อื ทอ่ี ยูอาศัย

บานเลขท่ี.................................ซอย........................................ถนน...................................................

ตําบล/แขวง........................................อาํ เภอ/เขต...................................จังหวดั ......................................

ตัง้ แตว นั ที.่ ......เดือน......................พ.ศ. ..........ถึงวนั ที่.......เดอื น........................พ.ศ. ...................

ตามสญั ญาเชา/สญั ญาเชาซือ้ ฉบับลงวนั ท.ี่ ..............เดือน.................................พ.ศ. ............................

ช่ือเจาของบา น/ผใู หเ ชา ชวง/ผูใ หเชาซอ้ื ......................................................................................................

เลขประจําตัวผูเสียภาษีอากร หรือ
เลขประจําตวั บัตรประชาชน

บา นเลขท่ี...................ซอย........................................ถนน.....................................................

ตาํ บล/แขวง...................................อําเภอ/เขต................................จงั หวดั .................................

โทรศัพท.................................................ในอตั ราเดอื นละ...................................บาท

๕. ขา พเจา ได กยู ืมเงนิ เพือ่ ซอ้ื บาน กูยืมเงนิ เพ่ือปลูกสรา งบาน

บา นเลขท.่ี ....................ซอย................................... ถนน........................................................

อาํ เภอ/เขต.................................จงั หวดั ................................
๕.๑ ชื่อผูใหกู...........................................(สาขา)................................................................

ต้ังอยูที.่ .................ซอย......….................... ถนน............................................ตําบล/แขวง.......................

อําเภอ/เขต...................................จังหวัด.............................................โทรศัพท...........................
จํานวน .......................... บาท (.....................................................................................)
ชาํ ระเงนิ กเู ดอื นละ.............บาท (................................) ตั้งแตวันที่ ...... เดือน .................... พ.ศ. ..........

ถึงวนั ที่ ...... เดอื น ................. พ.ศ. ....... ตามสัญญากยู ืมเงนิ ฉบับลงวันท่ี ....... เดือน ............. พ.ศ. .......

-๒-
๕.๒ ช่ือผูข าย/ผูรบั จางปลูกสรา งบาน .......................................................................................

เลขประจําตวั ผูเสยี ภาษีอากร หรอื
เลขประจําตัวบตั รประชาชน

บานเลขท่ี..............ซอย............................ ถนน......................................................................
อาํ เภอ/เขต..…………………………....จังหวดั .....……………................... ตามสัญญาซ้อื ขาย/สญั ญาจา ง ฉบบั ลงวันที.่ ...............
เดือน......................................... พ.ศ. .................................

ขาพเจาจึงขออนุญาตเบิกคาเชาบานตามสิทธิท่ีพึงจะไดรับตามพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการตั้งแต
วันที่.............เดือน.......................................... พ.ศ. ............... เปนตนไป และขอรับรองวาขาพเจา
มสี ิทธไิ ดรับคาเชา บา นตามพระราชกฤษฎีกาคาเชา บานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ทุกประการ

(ลงช่ือ) ................................................................................
(.............................................................................)

สวนที่ ๒ การรบั รอง

ขา พเจา ไดต รวจสอบเอกสารตาง ๆ แลวเหน็ วา ขา ราชการผนู ี้มีสิทธิไดร บั คา เชาบา นตามพระราชกฤษฎีกาคาเชาบาน
ขา ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

(ลงช่ือ) ...............................................................................
(.............................................................................)

ตําแหนง ................................................................................
วนั ท.่ี ...............เดอื น........................ พ.ศ. ..................

สวนที่ ๓ การอนุมตั ิ

อนมุ ัตใิ หเบิกคา เชาบา นไดตามสิทธิ
ต้ังแตวันท่ี..........................เดือน......................................พ.ศ. ................

(ลงชือ่ ) ...............................................................................
(.............................................................................)

ตาํ แหนง ................................................................................
วันท.ี่ ...............เดอื น........................ พ.ศ. ..................

แบบขอเบกิ เงนิ คา เชา บา น (แบบ ๖๐๐๖)

๑. การขอเบิกและการรบั รอง

ขา พเจา........................................................ตําแหนง................................................
สงั กดั .............................................................
๑. ขอยืน่ เบกิ เงนิ คาเชา บาน ดงั น้ี

๑.๑ ขา พเจา ไดจายเงิน คา เชาบา น คา เชาซื้อ คา ผอ นชําระเงนิ กู

ใหแก. ............................................................ ประจาํ เดือน...............................................................
ตามใบเสรจ็ รบั เงิน ............ ฉบบั เปนจํานวน ........................ บาท (...........................................................)

๑.๒ ขาพเจาไดรับเงินเดือน เดือนละ……..........บาท (.................................................)
มสี ิทธิไดร ับคา เชาบานตามท่ีไดรบั อนุมัติในแบบขอรบั คา เชา บาน (แบบ ๖๐๐๕)เลขที.่ .....................................
ไมเ กินเดอื นละ..............…...........................บาท (...............................................................)

๑.๓ ขาพเจา ขอเบกิ เงินคาเชา บานประจาํ เดือน ..............................................………………………………
รวม.......... เดอื น เปน เงิน............................... บาท (..........................................................)

๑.๔ พรอ มนข้ี าพเจาไดแนบใบเสรจ็ รบั เงิน จํานวน........................ฉบับ มาดว ยแลว

๒. ขาพเจาขอรบั รองวาขอ ความที่ใหไ วข างตนเปน ความจริงทุกประการ และขาพเจา มีสิทธิไดร บั เงนิ คาเชา บานตาม
พระราชกฤษฎกี าคา เชา บา นขา ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และไดด าํ เนินการถกู ตองตามระเบียบทุกประการแลว

(ลงช่อื ) ....................................................................... ผขู อเบิก
(................................................................)

ตําแหนง .........................................................……..
วนั ที.่ ..........เดอื น........................ พ.ศ. ......…......

๒. การอนมุ ตั ิ

อนุมัติใหเ บิกจา ยเงนิ คา เชาบานไดต ามสทิ ธิ
ต้ังแตว นั ท.่ี ............ เดือน ........................... พ.ศ. ..................
(ลงช่ือ).........................................................
(….............................................................)
ตําแหนง .................................................................
วนั ท่ี ..........เดือน........................... พ.ศ. ............

๓. การรับเงนิ

ไดรับเงินคา เชาบา นจํานวน ....………........... บาท (..............................................................)

ไวถูกตองแลว

(ลงช่ือ) ....................................................................... ผรู บั เงิน
(.....................................................................)

วนั ท.่ี .............เดือน........................ พ.ศ. ..................
(ลงช่ือ) ..................................................................... ผจู า ยเงนิ

(.....................................................................)
วนั ท.ี่ ..............เดือน........................ พ.ศ. ..................

แบบรายงานการตรวจสอบการขอรับคาเชา บา น

๑. ชอ่ื -นามสกุล..…................................. ตําแหนง ........................................
สงั กดั .............................................................................

๒. ไดเชาบาน เชาซ้ือบาน เลขที่...................... ซอย....................……………………

ถนน........................ตําบล/แขวง..........................อําเภอ/เขต...........................

จงั หวดั ................... ตามสัญญาลงวันท่ี............เดอื น....................พ.ศ. ................
คาเชาบา นหรือคา เชา ซ้ือบา นเดอื นละ..................บาท (.........................................)

๓. การกูยืมเงนิ เพ่อื ชาํ ระราคาบาน
ซ้ือ จา งปลูกสรา งบา น

บานเลขท่ี.....................ซอย............................ถนน...............................…………

ตาํ บล/แขวง.......................อาํ เภอ/เขต............................จงั หวดั ........................

ทาํ สญั ญาเงินกูกบั ..........…………….......................................................

จํานวน.............................บาท (...................................…………....................)
ชําระเงนิ กเู ดอื นละ...............................บาท (....................…..................................)

ตามสญั ญาลงวันที่...........เดอื น.................................พ.ศ. ...........

ทําสญั ญาซอื้ บาน สัญญาจางปลูกสรางบาน

กับ.......................................................................…………………………………………………
ราคา.......…...................บาท (.................................................................)

ตามสัญญาลงวนั ท.่ี ..….........เดือน...………………….....…...............พ.ศ. ………...........

บานตง้ั อยูบนที่ดิน โฉนดที่ดนิ เอกสารสิทธอิ ืน่ (ระบุ)............................

เลขท.ี่ ................. เลขทด่ี นิ .....………..................... ตาํ บล..................................
อาํ เภอ.......................... จังหวัด.............................
เปน กรรมสิทธิ์ของ....................................……………………………………………………………………………….

/การรบั รองของ . . .

-๒-

การรับรองของคณะกรรมการ
ไดต รวจสอบขอเท็จจริงแลว ขอรบั รองวา.................................................
...............................................................................................
......................…......................................................................................

(ลงช่ือ) .......................................................................กรรมการ
(..............................................................)

(ลงช่อื ) .......................................................................กรรมการ
(.....................................................................)

(ลงช่อื ) .......................................................................กรรมการ
(.....................................................................)

วนั ท่.ี ........................................................................

หมายเหตุ คณะกรรมการควรตรวจสอบขอ เท็จจริงในแนวทางดังตอ ไปนี้ เพอ่ื สรุปความเห็นตอ
ผอู นมุ ตั กิ ารเบกิ คา เชา บาน
๑. บุคคลทที่ ํานิตกิ รรมตาง ๆ มตี วั ตนหรอื ไม
๒. สาํ หรับกรณบี านเชาตองตรวจสอบใหทราบวา เปนกรรมสิทธิ์ของใคร ในกรณีท่ี
ผใู หเชา ไมใชเ จา ของบาน ตองตรวจสอบสัญญาเชา จากเจา ของบา นดวย
๓. สภาพของบา นเหมาะสมกบั ราคาเชา เชา ซอื้ หรอื ราคาซื้อขาย หรอื ไม
๔. ขนาดบานเหมาะสมกับจํานวนคนในครอบครวั ท่อี าศัยรวมกนั อยจู รงิ เพยี งใด
๕. ในกรณที ีเ่ ชาบาน จะตองตรวจสอบวามีความจาํ เปน ตอ งเชา จริงหรือไม
๖. ตรวจสอบการเขา พกั อาศัยอยจู ริงในบา น ตงั้ แตเ มอื่ ใด
๗. อ่นื ๆ ตามทเี่ ห็นสมควร


Click to View FlipBook Version