The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sompuan341, 2022-07-05 02:40:50

ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551

ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๑ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ระเบียบ

การเบิกจายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนําเงินสงคลงั
พ.ศ. ๒๕๕๑

โดยท่เี ปนการสมควรปรบั ปรุงระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและ
การนําเงินสงคลัง ใหเหมาะสมกับสภาวการณปจจุบันและสอดคลองกับการปฏิบัติงานดานการเงิน
การคลังตามระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐดวยระบบอิเล็กทรอนิกส (Government Fiscal
Management Information System)

อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แหง พระราชบัญญตั วิ ธิ ีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
รัฐมนตรวี า การกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี กําหนดระเบียบการเบิกจายเงิน
จากคลัง การเกบ็ รักษาเงินและการนาํ เงินสง คลังไว ดังตอ ไปน้ี

ขอ ๑ ระเบียบน้เี รยี กวา “ระเบียบการเบิกจายเงินจากคลงั การเก็บรกั ษาเงินและการนําเงิน
สงคลัง พ.ศ. ๒๕๕๑”

ขอ ๒ ระเบยี บน้ีใหใ ชบ งั คับตั้งแตว ันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลกิ
(๑) ระเบียบการเบิกจายเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐
(๒) ระเบียบการเบิกจา ยเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๕
(๓) ระเบยี บการเบกิ จา ยเงินจากคลงั พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖
(๔) ระเบียบการเบิกจา ยเงนิ จากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๑
(๕) ระเบยี บการเบิกจา ยเงนิ จากคลงั พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๖) ระเบียบการเบิกจา ยเงินจากคลงั พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบบั ท่ี ๖) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๗) ระเบยี บการเบกิ จายเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๔๘
(๘) ระเบียบการเก็บรักษาเงนิ และการนําเงนิ สงคลังของสว นราชการ พ.ศ. ๒๕๒๐
(๙) ระเบียบการเก็บรกั ษาเงินและการนาํ เงนิ สง คลงั ของสว นราชการ พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๑
(๑๐) ระเบยี บการเก็บรักษาเงนิ และการนําเงนิ สง คลงั ของสว นราชการ พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๓

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๒ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานเุ บกษา

บรรดาระเบยี บหรือขอบังคับอื่นใดในสวนท่ีกําหนดไวแลวในระเบียบนี้ หรือซ่ึงขัดหรือแยง
กบั ระเบียบน้ี ใหใชระเบยี บนี้แทน

ขอ ๔ ในระเบยี บน้ี
“หนว ยงานผเู บกิ ” หมายความถึง สวนราชการ หนวยงานในกํากับของรัฐ องคการมหาชน
รัฐวิสาหกิจ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หนวยงานขององคกรท่ีจัดต้ังข้ึนตามบทบัญญัติของ
รัฐธรรมนูญ หรือหนว ยงานอน่ื ใดในลกั ษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ตองไดรับจัดสรรงบประมาณรายจายและ
เบกิ เงินจากกรมบัญชีกลางหรือสํานักงานคลงั จังหวัด แลว แตกรณี
“สว นราชการ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรือสว นราชการที่เรียกช่ืออยางอ่ืนท่ีมี
ฐานะเทยี บเทา และใหหมายความรวมถงึ สว นราชการประจาํ จงั หวัดดว ย
“รัฐวิสาหกิจ” หมายความวา รัฐวสิ าหกิจตามกฎหมายวา ดว ยวิธกี ารงบประมาณ
“ผูวาราชการจังหวัด” ใหหมายความรวมถึงนายอําเภอในทองที่ซึ่งมีสํานักงานคลังจังหวัด
ณ อําเภอ ตั้งอยดู วย
“สาํ นักงานคลงั จังหวัด” ใหหมายความรวมถึงสํานักงานคลังจังหวดั ณ อาํ เภอดว ย
“คลงั จงั หวดั ” ใหห มายความรวมถงึ คลังจังหวัด (อาํ เภอ) ดวย
“คลัง” หมายความวา บัญชีเงนิ ฝากของกระทรวงการคลงั ที่ธนาคารแหง ประเทศไทย
“กองคลัง” ใหหมายความรวมถึง ฝายการเงิน หรือหนวยงานผูเบิกอื่นใด ซึ่งปฏิบัติงาน
ในลักษณะเชนเดยี วกันดวย
“ผูอํานวยการกองคลัง” ใหหมายความรวมถึง เลขานุการกรม หรือผูดํารงตําแหนงอ่ืนใด
ซ่ึงปฏบิ ัตงิ านในลักษณะเชน เดียวกันดวย
“เจาหนา ทกี่ ารเงนิ ” หมายความวา หวั หนาฝา ยการเงินหรือผูดํารงตําแหนงอื่น ซ่ึงปฏิบัติงาน
ในลกั ษณะเชน เดยี วกนั กบั หัวหนาฝายการเงิน และใหหมายความรวมถึงเจาหนาท่ีรับจายเงินของสวน
ราชการในราชการบรหิ ารสว นภูมภิ าคดว ย
“สํานักงานการตรวจเงินแผนดิน” ใหหมายความรวมถึง สํานักงานการตรวจเงินแผนดิน
ภูมภิ าคดว ย
“งบรายจา ย” หมายความวา งบรายจา ยตามระเบยี บวาดว ยการบริหารงบประมาณ
“หลกั ฐานการจา ย” หมายความวา หลักฐานที่แสดงวาไดมีการจายเงินใหแกผูรับหรือเจาหนี้
ตามขอผกู พนั โดยถกู ตอ งแลว

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๓ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

“เงินยมื ” หมายความวา เงนิ ท่สี วนราชการจา ยใหแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งยืมเพื่อเปนคาใชจาย
ในการเดนิ ทางไปราชการหรือการปฏบิ ัติราชการอื่นใด ทั้งนี้ ไมวาจะจายจากงบประมาณรายจายหรือ
เงินนอกงบประมาณ

“ตูนริ ภัย” หมายความวา กาํ ปนหรอื ตเู หลก็ หรอื หีบเหล็กอันมั่นคงซึ่งใชสําหรับเก็บรักษาเงิน
ของทางราชการ

“เงินรายไดแผนดิน” หมายความวา เงินทั้งปวงท่ีสวนราชการจัดเก็บหรือไดรับไวเปน
กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุและกฎหมายวาดวย
เงินคงคลงั และกฎหมายวา ดวยวิธีการงบประมาณบัญญัติไมใหสวนราชการน้ันนําไปใชจายหรือหักไว
เพอื่ การใด ๆ

“เงินเบิกเกินสงคนื ” หมายความวา เงนิ งบประมาณรายจายท่ีสวนราชการเบิกจากคลังไปแลว
แตไมไ ดจายหรอื จายไมห มด หรอื จา ยไปแลวแตถูกเรียกคืน และไดนําสงคลังกอนส้ินปงบประมาณหรือ
กอนส้นิ ระยะเวลาเบกิ เงนิ ท่กี ันไวเบิกเหล่ือมป

“เงนิ เหลือจา ยปเกา สง คนื ” หมายความวา เงินงบประมาณรายจายท่ีสวนราชการเบิกจากคลัง
ไปแลว แตไมไดจายหรือจายไมหมด หรือจายไปแลวแตถูกเรียกคืน และไดนําสงคลังภายหลัง
สน้ิ ปง บประมาณหรอื ภายหลงั ระยะเวลาเบกิ เงินทก่ี นั ไวเบกิ เหล่อื มป

“เงินนอกงบประมาณ” หมายความวา เงินทั้งปวงที่อยูในความรับผิดชอบของสวนราชการ
นอกจากเงินงบประมาณรายจาย เงินรายไดแผนดนิ เงินเบกิ เกนิ สงคนื และเงนิ เหลือจายปเ กาสง คนื

“ระบบ” หมายความวา ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐดวยระบบอิเล็กทรอนิกส
(Government Fiscal Management Information System : GFMIS) ซึ่งปฏิบัติโดยผานเครื่องคอมพิวเตอร
โดยตรง หรือผา นชองทางอนื่ ทก่ี ระทรวงการคลังกําหนดกอ นนาํ ขอมูลเขาเครื่องคอมพิวเตอร

“ขอ มูลหลักผูขาย” หมายความวา ขอมูลของหนวยงานผูเบิกหรือเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงิน
เกี่ยวกับ ชื่อ ที่อยู เลขประจําตัวประชาชน เลขประจําตัวผูเสียภาษี ช่ือและเลขท่ีบัญชีธนาคาร
เลขท่ีสัญญา เงื่อนไขการชําระเงิน หรือขอมูลอื่นใดที่จําเปนแลวแตกรณี เพื่อใชสําหรับการรับเงิน
ขอเบิกจากคลงั

ขอ ๕ ใหปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๔ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานเุ บกษา

หมวด ๑
ความทว่ั ไป

ขอ ๖ บรรดาแบบพิมพ เอกสาร ทะเบียนคุม รายงาน ท่ีใชในการเบิกเงินจากคลัง
การรับ - จายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนําเงินสงคลัง ตลอดจนวิธีใชใหเปนไปตามท่ี
กรมบญั ชกี ลางกาํ หนด

ขอ ๗ ในกรณีท่ีสวนราชการมีปญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ใหกระทรวงการคลัง
เปนผูวินิจฉัย และในกรณีที่สวนราชการไมสามารถปฏิบัติตามขอกําหนดในระเบียบน้ี ใหปลัดกระทรวง
หัวหนา สวนราชการทขี่ นึ้ ตรงตอนายกรัฐมนตรหี รือรัฐมนตรีหรือหัวหนาสวนราชการท่ีไมสังกัดสํานัก
นายกรฐั มนตรี กระทรวงหรอื ทบวง แลว แตกรณี ขอทําความตกลงกับกระทรวงการคลงั

ขอ ๘ การเบิกเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนําเงินสงคลังของสวนราชการ
ในสังกดั กระทรวงกลาโหม ใหถอื ปฏิบัติตามขอ บงั คับกระทรวงกลาโหมวาดวยการเงิน ซึ่งไดรับความ
ตกลงจากกระทรวงการคลัง

หมวด ๒
การใชง านในระบบ

ขอ ๙ ใหหัวหนาหนวยงานผูเบิกหรือผูท่ีหัวหนาหนวยงานผูเบิกมอบหมายเปนผูมีสิทธิ
ถือบัตรกําหนดสิทธิการใช (GFMIS smart card) รหัสผูใชงาน (user name) และรหัสผาน
(password) เพือ่ ใชงานในระบบของหนวยงานผเู บกิ ที่มเี คร่ืองคอมพิวเตอรท่ีติดตั้งโปรแกรมสําหรับใช
ในการปฏิบัติงานในระบบ และเช่ือมตอโดยตรงกับเครือขายของระบบ หรือเปนผูมีสิทธิถือรหัส
ผูใชงานและรหัสผานของหนวยงานผูเบิกท่ีไมมีเคร่ืองคอมพิวเตอรดังกลาว ซ่ึงปฏิบัติงานโดยใช
ชองทางอื่นท่กี ระทรวงการคลังกาํ หนด

ขอ ๑๐ ใหผูมีสิทธิถือบัตรตามขอ ๙ ดําเนินการขอเบิกเงินจากคลัง การอนุมัติจายเงิน
ใหเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงินโดยการจายตรง การนําเงินสงคลัง การบันทึกและปรับปรุงขอมูล และ
การเรียกรายงานในระบบ

ขอ ๑๑ ใหหวั หนา หนวยงานผเู บิกจดั ทําคําส่ังหรือมอบหมายเปนลายลักษณอักษร กําหนด
บุคคลที่จะไดรับมอบหมาย กําหนดหนาที่ความรับผิดชอบและกําหนดแนวทางการควบคุม

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๕ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานเุ บกษา

การปฏิบัติงานของหนวยงานผูเบิก เพ่ือเปนหลักปฏิบัติในการเขาใชงานในระบบสําหรับเจาหนาที่
ผูรับผดิ ชอบและผูทไ่ี ดร บั มอบหมายหรือแตงต้ัง

ขอ ๑๒ การจัดทํา แกไข อนุมัติการใช และการดําเนินการอ่ืน ๆ เก่ียวกับบัตรกําหนด
สิทธิการใช รหสั ผใู ชงาน และรหัสผาน ใหเปน ไปตามท่กี ระทรวงการคลังกําหนด

หมวด ๓
การเบกิ เงิน

สว นท่ี ๑
สถานท่ีเบกิ เงินและผูเ บกิ เงิน

ขอ ๑๓ หนวยงานผูเบิกในสวนกลางใหสงขอมูลคําขอเบิกเงินในระบบไปยัง
กรมบัญชกี ลาง สาํ หรับหนว ยงานผเู บกิ สงั กัดสวนกลางท่ีมีสํานักงานอยูในภูมิภาคและหนวยงานผูเบิก
ในภูมิภาคใหส งขอ มลู คําขอเบกิ เงนิ ในระบบไปยงั สาํ นกั งานคลังจังหวัด

ขอ ๑๔ ใหหัวหนาหนวยงานผูเบิกหรือผูท่ีหัวหนาหนวยงานผูเบิกมอบหมายตามขอ ๙
เปน ผเู บิกเงนิ จากคลัง และอนมุ ตั ิการจา ยเงินใหเ จา หนห้ี รือผมู สี ทิ ธริ ับเงินโดยการจา ยตรง

สว นท่ี ๒
หลกั เกณฑก ารเบิกเงนิ

ขอ ๑๕ การขอเบิกเงินทุกกรณีใหระบุวัตถุประสงคท่ีจะนําเงินนั้นไปจายและหามมิให
ขอเบกิ เงนิ จนกวาจะถึงกาํ หนด หรอื ใกลจ ะถึงกาํ หนดจา ยเงิน

เงินที่ขอเบิกจากคลังเพ่ือการใด ใหนําไปจายไดเฉพาะเพื่อการนั้นเทานั้น จะนําไปจายเพ่ือ
การอ่ืนไมไ ด

ในกรณีที่มีความจําเปน กระทรวงการคลังอาจปรับแผนการเบิกจายเงินของหนวยงานผูเบิก
ไดตามความเหมาะสมและสอดคลองกับฐานะการคลังของประเทศ โดยแจงใหหนวยงานที่เกี่ยวของ
ทราบลว งหนา

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๖ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

ขอ ๑๖ หนวยงานผูเบิกจะจายเงินหรือกอหน้ีผูกพันไดแตเฉพาะท่ีกฎหมาย ระเบียบ
ขอบังคับ คาํ สัง่ หรอื มติคณะรฐั มนตรีอนญุ าตใหจา ยได หรือตามทไ่ี ดรบั อนญุ าตจากกระทรวงการคลัง

การไดร ับเงนิ จากคลังไมปลดเปลื้องความรับผิดชอบของหนวยงานผูเบิกในการท่ีจะตองดูแล
ใหม ีการจา ยเงินหรือกอหนีผ้ ูกพันใหเ ปนไปตามวรรคหน่งึ

ขอ ๑๗ คา ใชจ า ยทเ่ี กิดขน้ึ ในปง บประมาณใด ใหเ บกิ เงนิ จากงบประมาณรายจายของปน้ัน
ไปจา ย ในกรณีมีเหตจุ าํ เปน ไมสามารถเบิกจากเงินงบประมาณรายจายของปน้ันไดทัน ใหเบิกจากเงิน
งบประมาณรายจายของปงบประมาณถัดไปได แตคาใชจายน้ันจะตองไมเปนการกอหน้ีผูกพันเกิน
งบประมาณรายจา ยทไี่ ดรบั อนุมตั ิ และใหป ฏบิ ตั ิตามวิธีการทีก่ ระทรวงการคลังกําหนด

ขอ ๑๘ คาใชจายเงินงบกลาง รายการเงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ เงินชวยเหลือ
ขาราชการ ลูกจาง และพนักงานของรัฐ เงินสํารอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของขาราชการ
เงินสมทบของลูกจางประจํา คาใชจายในการรักษาพยาบาลขาราชการ ลูกจางและพนักงานของรัฐ
หรือรายการอื่นท่ีกระทรวงการคลังกําหนด ถาคางเบิกใหนํามาเบิกจากเงินงบกลางรายการนั้น ๆ
ของปงบประมาณตอ ๆ ไปได

ขอ ๑๙ คาใชจายตามประเภทท่ีกระทรวงการคลังกําหนดซึ่งมีลักษณะเปนคาใชจาย
ประจํา หรือคาใชจา ยอ่นื ๆ ใหถ ือวา คา ใชจา ยนัน้ เกดิ ข้นึ เม่อื สวนราชการไดรบั แจงใหชําระหน้ี และให
นาํ มาเบิกจายจากงบประมาณรายจา ยประจาํ ปที่ไดร บั แจง ใหชาํ ระหนี้

ขอ ๒๐ การเบิกเงินเพ่ือจายชําระหนี้ผูกพันเปนเงินตราตางประเทศใหปฏิบัติเชนเดียวกับ
กรณีชําระหน้ีผูกพันเปนเงินบาท โดยใหสวนราชการติดตอขอซ้ือเงินตราตางประเทศจาก
ธนาคารพาณิชยโดยตรง

ขอ ๒๑ การขอเบิกเงินทุกกรณี สวนราชการมีหนาท่ีตามกฎหมายท่ีจะตองหักภาษีใด ๆ
ไว ณ ท่จี า ย ใหบันทกึ ภาษีเปน รายไดแ ผน ดนิ ไวในคาํ ขอเบกิ เงนิ นั้นดวย เวน แตไดม ีการหักภาษีไวแ ลว

ขอ ๒๒ สวนราชการเจาของงบประมาณจะมอบหมายใหสวนราชการอื่น เปนผูเบิกเงิน
แทนกไ็ ด โดยใหถือปฏิบตั ิตามที่กรมบัญชีกลางกําหนด

สว นที่ ๓
วิธีการเบิกเงนิ

ขอ ๒๓ การเบกิ เงนิ จากคลงั ใหหนว ยงานผเู บิกปฏิบตั ิดังนี้

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๗ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานเุ บกษา

(๑) เปดบัญชีเงินฝากไวกับธนาคารที่เปนรัฐวิสาหกิจ สําหรับเงินงบประมาณหนึ่งบัญชี
และเงนิ นอกงบประมาณหนง่ึ บัญชี

(๒) นําขอมูลของหนวยงานผูเบิกตาม (๑) หรือของเจาหน้ีหรือผูมีสิทธิรับเงินสรางเปน
ขอ มลู หลักผูขายในระบบ

(๓) ตรวจสอบความถูกตองครบถวนของคําขอเบิกเงินกอนสงคําขอเบิกเงินไปยัง
กรมบัญชกี ลางหรอื สํานักงานคลงั จงั หวัด แลว แตกรณี

(๔) ตรวจสอบการจายเงินของกรมบญั ชกี ลางใหก ับหนว ยงานผูเบิกหรอื จายเงินตรงแกเจาหน้ี
หรือผมู สี ิทธิรบั เงนิ ตามคําขอเบิกเงนิ จากรายงานในระบบ

ขอ ๒๔ การขอเบิกเงินของสวนราชการสําหรับการซ้ือทรัพยสิน จางทําของ หรือเชา
ทรพั ยส นิ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวา ดวยการพสั ดใุ หป ฏบิ ตั ิ ดังน้ี

(๑) ในกรณีที่มีใบส่ังซอื้ ใบสงั่ จา ง สัญญาหรือขอตกลง ซ่ึงมีวงเงินตั้งแตหาพันบาทขึ้นไป
หรือตามทีก่ ระทรวงการคลังกําหนด ใหสวนราชการจัดทําหรือลงใบสั่งซื้อ หรือใบสั่งจางเพื่อทําการ
จองงบประมาณในระบบ โดยกรมบัญชีกลางจายเงินเขาบัญชีใหกับเจาหน้ีหรือผูมีสิทธิรับเงินของ
สว นราชการโดยตรง

(๒) นอกจากกรณีตาม (๑) สวนราชการไมตองจัดทําหรือลงใบสั่งซ้ือหรือใบสั่งจาง
ในระบบ โดยกรมบัญชีกลางจะจายเงินเขาบัญชีเงินฝากธนาคารของสวนราชการเพื่อใหสวนราชการ
จายเงินใหเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงินตอไป หรือหากสวนราชการตองการใหจายเงินเขาบัญชีใหกับ
เจาหน้ีหรือผมู ีสทิ ธิรบั เงนิ ของสวนราชการโดยตรงก็ได

การซื้อทรพั ยสนิ จางทาํ ของ หรอื เชาทรัพยสิน ใหส วนราชการดําเนินการขอเบิกเงินจากคลัง
โดยเร็ว อยางชาไมเกินหาวันทําการนับจากวันท่ีไดตรวจรับทรัพยสินหรือตรวจรับงานถูกตองแลว
หรือนับจากวันทไ่ี ดร บั แจงจากหนวยงานยอ ย

ขอ ๒๕ การขอเบิกเงินของสวนราชการสําหรบั คา ไฟฟา คา ประปา คาโทรศัพท คาบริการ
ไปรษณียโทรเลข คาบริการสื่อสารและโทรคมนาคม ใหกรมบัญชีกลางจายเงินเขาบัญชีเงินฝาก
ธนาคารใหก บั เจาหนีห้ รอื ผูมีสทิ ธริ บั เงนิ โดยตรง

ขอ ๒๖ การขอเบกิ เงนิ ของสวนราชการสําหรับเงนิ สวัสดกิ าร คา ตอบแทน หรอื กรณีอืน่ ใด
ที่กระทรวงการคลงั กาํ หนด ใหก รมบญั ชกี ลางจายเงินเขาบัญชีเงินฝากธนาคารของสวนราชการเพ่ือให
สว นราชการจา ยเงินใหผมู ีสิทธิรับเงินตอไป

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๘ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานเุ บกษา

ขอ ๒๗ เงินประเภทใดซึ่งโดยลักษณะจะตองจายประจําเดือนในวันทําการสิ้นเดือน
ใหสว นราชการสงคําขอเบกิ เงินภายในวันท่สี บิ หา ของเดือนน้ันหรือตามทกี่ ระทรวงการคลงั กาํ หนด

สวนที่ ๔
การเบิกเงินของสวนราชการท่มี สี ํานักงานในตางประเทศ

ขอ ๒๘ สวนราชการท่ีมีสํานักงานในตางประเทศอาจสงคําขอเบิกเงินเพื่อซ้ือเงินตรา
ตางประเทศสําหรับจัดสงใหสํานักงานในตางประเทศใชจายไดทั้งจํานวน แตในกรณีที่เห็นสมควร
กระทรวงการคลังอาจกาํ หนดใหเ บิกเปน งวด ๆ ตามความจาํ เปนกไ็ ด

กรณสี าํ นักงานในตางประเทศยังไมไดรับเงินงบประมาณรายจายประจําปตามท่ีไดรับจัดสรร
ใหปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยเงินทดรองราชการเพ่ือสํารองจายเปนคาใชจายของ
สว นราชการในตางประเทศ

ขอ ๒๙ เงินทจ่ี ัดสง ใหสาํ นักงานในตางประเทศตามขอ ๒๘ เมื่อสิ้นปงบประมาณหากมี
เงินเหลือ ใหนาํ สง คนื สวนราชการเจาของงบประมาณภายในสามสิบวนั นับแตวันส้ินป

ในกรณีที่สาํ นกั งานในตางประเทศมีหนผี้ กู พนั เนอื่ งจากไดซื้อทรัพยสินหรือจางทําของไวแลว
หรือไมมีการกอหน้ีผูกพันแตมีความจําเปนจะตองเก็บเงินไวจายภายหลังส้ินป และเม่ือไดรับอนุมัติ
จากรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังแลว ใหเก็บเงินไวเพื่อจายสําหรับการน้ันตอไปไดภายใน
ระยะเวลาท่ีไดรับอนุมัติ หากมีเงินคงเหลือใหนําเงินสงคืนสวนราชการเจาของงบประมาณภายใน
สามสิบวันนับแตครบกําหนดระยะเวลาท่ีไดรับอนุมัติไว โดยใหสวนราชการเจาของงบประมาณ
ดาํ เนนิ การเบิกหกั ผลกั สง

ขอ ๓๐ เงินทีไ่ ดร บั คืนจากสาํ นักงานในตางประเทศตามขอ ๒๙ ใหสวนราชการเจาของ
งบประมาณดาํ เนินการแลกเปลย่ี นเงินตราตา งประเทศกับธนาคารพาณชิ ยใ หเปนเงนิ บาท แลว นาํ สงคลัง
เปน รายไดแผนดนิ ประเภทเงนิ เหลอื จายปเกา สงคนื โดยดว น

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๙ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

หมวด ๔
การจายเงินของสวนราชการ

สวนท่ี ๑
หลกั เกณฑก ารจา ยเงิน

ขอ ๓๑ การจายเงินใหกระทําเฉพาะท่ีมีกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ คําส่ัง กําหนดไว
หรอื มตคิ ณะรัฐมนตรีอนญุ าตใหจ ายได หรอื ตามท่ีไดรับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และผูมีอํานาจ
ไดอนุมัติใหจายได

ขอ ๓๒ การอนมุ ตั ิการจา ยเงนิ ใหเ ปน อาํ นาจของบุคคล ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) สว นราชการในราชการบรหิ ารสวนกลาง ใหเ ปนอาํ นาจของหัวหนาสวนราชการระดับกรม
หรอื ผทู หี่ ัวหนา สวนราชการระดบั กรมมอบหมาย ซ่งึ ดํารงตาํ แหนงตง้ั แตร ะดับ ๗ หรือเทียบเทาขึ้นไป
หรอื ผทู ม่ี ยี ศตงั้ แตพ นั โท นาวาโท นาวาอากาศโท หรือพันตาํ รวจโทขน้ึ ไป
สว นราชการในราชการบรหิ ารสวนกลางท่ีมสี าํ นักงานอยูในสวนภูมิภาคหรือแยกตางหากจาก
กระทรวง ทบวง กรม หัวหนาสวนราชการระดับกรมจะมอบหมายใหหัวหนาสํานักงานเปนผูอนุมัติ
สาํ หรับหนว ยงานนั้นก็ได
(๒) สวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาค ใหเปนอํานาจของหัวหนาสวนราชการ
ในภูมภิ าค
ขอ ๓๓ ใหผ ูมีอาํ นาจอนุมัติ สั่งอนมุ ัติการจายเงินพรอมกับลงลายมือช่ือในหลักฐานการจาย
หรอื หลกั ฐานการขอรบั ชาํ ระหนีท้ กุ ฉบบั หรอื จะลงลายมอื ชอื่ อนมุ ตั ิในหนา งบหลักฐานการจายกไ็ ด
ขอ ๓๔ การจายเงนิ ตองมหี ลักฐานการจายไวเ พอ่ื ประโยชนในการตรวจสอบ
ขอ ๓๕ การจาย โดยที่ยังมิไดมีการจายเงินใหแกเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงิน หามมิใหผูมี
หนาที่จายเงนิ เรยี กหลักฐานการจา ยหรอื ใหผ ูร บั เงินลงลายมอื ช่ือรับเงนิ ในหลกั ฐาน
ขอ ๓๖ ขาราชการ ลูกจาง หรือผูรับบํานาญหรือเบี้ยหวัดท่ีไมสามารถมารับเงินไดดวย
ตนเอง จะมอบฉนั ทะใหผ ูอ่ืนเปน ผรู บั เงินแทนกไ็ ด โดยใชใบมอบฉันทะตามแบบท่ีกระทรวงการคลัง
กาํ หนด

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๐ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

การจายเงินใหแกบุคคลนอกจากท่ีกําหนดในวรรคหนึ่ง หากบุคคลน้ันไมสามารถมารับเงิน
ไดด วยตนเอง จะทาํ หนังสือมอบอาํ นาจใหบคุ คลอ่นื มารบั เงนิ แทนก็ได

การจายเงนิ ในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกรอง ใหเ ปน ไปตามท่ีกระทรวงการคลงั กาํ หนด
ขอ ๓๗ ใหเจาหนาที่ผูจายเงินประทับตราขอความวา “จายเงินแลว” โดยลงลายมือชื่อ
รบั รองการจายและระบุชื่อผจู า ยเงนิ ดวยตวั บรรจง พรอ มท้ังวนั เดอื น ป ทีจ่ า ยกาํ กบั ไวใ นหลักฐานการ
จายเงนิ ทกุ ฉบับเพอ่ื ประโยชนในการตรวจสอบ
ในกรณีท่ีหลักฐานการจายเปนภาษาตางประเทศ ใหมีคําแปลเปนภาษาไทยตามรายการในขอ ๔๑
ไวด ว ย และใหผูใ ชส ิทธิขอเบิกเงินลงลายมอื ชอื่ รับรองคําแปลดวย
ขอ ๓๘ การจายเงินทกุ รายการตอ งมีการบนั ทึกการจา ยเงินไวใ นระบบ และตองตรวจสอบ
การจา ยเงนิ กับหลกั ฐานการจา ยทุกส้ินวัน

สวนท่ี ๒
หลักฐานการจา ย

ขอ ๓๙ การจา ยเงนิ ของสว นราชการ ใหใ ชใ บเสร็จรับเงนิ หรือใบสาํ คญั รับเงนิ ซง่ึ ผูรับเงิน
เปนผูออกให หรือใบรับรองการจายเงิน หรือเอกสารอื่นใดท่ีกระทรวงการคลังกําหนดเปนหลักฐาน
การจา ย

ขอ ๔๐ การจายเงินโดยกรมบัญชีกลาง เพ่ือเขาบัญชีใหกับเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงิน
โดยตรง ใหใชร ายงานในระบบตามท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด เปนหลักฐานการจา ย

ขอ ๔๑ ใบเสรจ็ รบั เงินอยา งนอ ยตอ งมีรายการดังตอ ไปนี้
(๑) ชื่อ สถานท่ีอยู หรือที่ทาํ การของผูร บั เงิน
(๒) วนั เดอื น ป ทีร่ บั เงิน
(๓) รายการแสดงการรับเงนิ ระบุวาเปนคา อะไร
(๔) จํานวนเงนิ ทง้ั ตวั เลขและตวั อกั ษร
(๕) ลายมือช่อื ของผรู บั เงิน
ขอ ๔๒ กรณีสวนราชการจายเงินรายใด ซึ่งตามลักษณะไมอาจเรียกใบเสร็จรับเงินจาก
ผูรบั เงินได ใหผูรับเงินลงช่ือรบั เงินในใบสําคญั รับเงินเพ่ือใชเปน หลักฐานการจาย

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๑ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ขอ ๔๓ กรณีขาราชการหรือลูกจางของสวนราชการจายเงินไป โดยไดรับใบเสร็จรับเงิน
ซึ่งมีรายการไมครบถวนตามขอ ๔๑ หรือซ่ึงตามลักษณะไมอาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผูรับเงินได
ใหขาราชการหรือลูกจางนั้นทําใบรับรองการจายเงินเพื่อนํามาเปนเอกสารประกอบการขอเบิกเงิน
ตอสวนราชการ และเม่อื มกี ารจา ยเงินแลว ใหขาราชการหรือลูกจางนั้น ทําใบสําคัญรับเงินและลงช่ือ
ในใบสําคญั รับเงินนน้ั เพือ่ เปน หลกั ฐานการจา ย

ในกรณีที่ไดรับใบเสร็จรับเงินแลว แตเกิดสูญหาย ใหใชสําเนาใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผูรับเงิน
รับรองเปนเอกสารประกอบการขอเบิกเงนิ แทนได

ในกรณีที่ไมอาจขอสําเนาใบเสร็จรับเงินตามวรรคสองได ใหขาราชการหรือลูกจางนั้น
ทาํ ใบรับรองการจา ยเงนิ โดยช้แี จงเหตุผล พฤติการณที่สูญหายหรือไมอาจขอสําเนาใบเสร็จรับเงินได
และรบั รองวา ยังไมเคยนําใบเสร็จรบั เงินนัน้ มาเบกิ จาย แมพ บภายหลังจะไมน ํามาเบิกจายอีก แลวเสนอ
ผูบังคับบัญชาต้ังแตช้ันอธิบดีหรือตําแหนงเทียบเทาขึ้นไปสําหรับสวนราชการในราชการบริหาร
สวนกลาง หรือผูวาราชการจังหวัดสําหรับสวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาค แลวแตกรณี
เพ่ือพิจารณาอนุมัติ เมื่อไดรับอนุมัติแลวใหใชใบรับรองนั้นเปนหลักฐานประกอบการขอเบิกเงินได
และเมือ่ มกี ารจายเงินแลว ใหขาราชการหรอื ลกู จา งนน้ั ทําใบสําคัญรบั เงินและลงช่ือในใบสาํ คญั รับเงินนนั้
เพ่ือเปนหลกั ฐานการจาย

ขอ ๔๔ กรณีหลักฐานการจายของสวนราชการสูญหาย ใหถือปฏิบัติตามวิธีการ
ที่กระทรวงการคลงั กําหนด

ขอ ๔๕ หลกั ฐานการจา ยตองพมิ พห รอื เขยี นดวยหมึก การแกไ ขหลกั ฐานการจา ย ใหใชวิธี
ขีดฆา แลวพิมพห รือเขยี นใหม และใหผ ูรบั เงนิ ลงลายมือชอ่ื กาํ กบั ไวท กุ แหง

ขอ ๔๖ ใหสวนราชการเก็บรักษาหลักฐานการจายไวในที่ปลอดภัย มิใหสูญหายหรือ
เสยี หายได ทัง้ นี้ เมื่อสํานักงานการตรวจเงนิ แผน ดินไดต รวจสอบแลว ใหเ ก็บอยา งเอกสารธรรมดาได

สว นที่ ๓
วิธีปฏิบัตใิ นการจา ยเงนิ

ขอ ๔๗ การจายเงนิ ใหจายเปนเช็ค ยกเวนกรณีที่จายจากเงินทดรองราชการ ซ่ึงเก็บรักษา
ไวเปนเงินสด หรือการจายเงินใหแกขาราชการ ลูกจาง พนักงานราชการ ผูรับบํานาญหรือเบี้ยหวัด
หรือการจายเงินที่มีวงเงินตํา่ กวา หาพันบาท จะจายเปน เงนิ สดกไ็ ด

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๒ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

การจา ยเงินผา นธนาคารหรือดวยวิธีอืน่ ใด ใหเ ปนไปตามท่กี ระทรวงการคลังกาํ หนด

ขอ ๔๘ การเขยี นเช็คสั่งจายเงนิ ใหปฏิบตั ิดงั นี้
(๑) การจา ยเงินใหแกเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงิน ในกรณีซ้ือทรัพยสิน จางทําของ หรือเชา
ทรัพยสนิ ใหออกเช็คสั่งจายในนามของเจาหน้ีหรือผูมีสิทธิรับเงิน โดยขีดฆาคําวา “หรือผูถือ” ออก
และขีดครอ มดวย
(๒) การจายเงินใหแกเจาหนี้หรือผูมีสิทธิรับเงิน นอกจากกรณีตาม (๑) ใหออกเช็คสั่งจาย
ในนามของเจา หนีห้ รือผมู สี ทิ ธิรับเงิน โดยขดี ฆาคําวา “หรือผูถอื ” และจะขดี ครอมหรอื ไมก ็ได
(๓) ในกรณีส่ังจายเงินเพ่ือขอรับเงินสดมาจาย ใหออกเช็คสั่งจายในนามเจาหนาที่การเงิน
ของสวนราชการ และขีดฆาคาํ วา “หรอื ผูถือ” ออก หา มออกเช็คสง่ั จายเงนิ สด
หา มลงลายมอื ชอ่ื สงั่ จา ยในเช็คไวลวงหนา โดยยังมิไดมีการเขียนหรือพิมพช่ือผูรับเงิน วันท่ี
ท่อี อกเชค็ และจาํ นวนเงินที่สั่งจา ย
ขอ ๔๙ การเขียนหรือพิมพจํานวนเงินในเช็คที่เปนตัวเลขและตัวอักษรใหเขียนหรือพิมพ
ใหชิดเสน และชิดคําวา “บาท” หรือขีดเสนหนาจํานวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร โดยไมมีชองวาง
ทีจ่ ะเขยี นหรอื พมิ พจํานวนเงินเพมิ่ เติมได และใหขีดเสนตรงหลังชื่อสกุล ชื่อบริษัท หรือหางหุนสวน
จนชดิ คาํ วา “หรือผูถือ” โดยมใิ หมกี ารเขยี นหรอื พมิ พช ่อื บคุ คลอื่นเพิม่ เตมิ ได

หมวด ๕
การเบกิ จา ยเงนิ ยืม

ขอ ๕๐ สัญญาการยืมเงิน สัญญาวางหลักทรัพย และสัญญาคํ้าประกัน ใหเปนไปตาม
แบบท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด

ขอ ๕๑ ใหผ มู ีอํานาจอนมุ ตั กิ ารจา ยเงินตามขอ ๓๒ เปนผูม อี าํ นาจอนมุ ตั กิ ารจา ยเงนิ ยืมดว ย
ขอ ๕๒ การจายเงนิ ยืมจะจายไดแตเฉพาะท่ีผูยืมไดทําสัญญาการยืมเงิน และผูมีอํานาจได
อนมุ ตั ิใหจา ยเงินยมื ตามสัญญาการยืมเงินน้นั แลวเทาน้ัน
ขอ ๕๓ การยืมเงินของผูยืมที่ไมมีเงินใด ๆ ท่ีสวนราชการผูใหยืมจะหักสงใชคืนเงินยืมได
ใหส วนราชการผใู หย ืมกาํ หนดใหผ ูย ืมนาํ หลกั ทรัพยม าวางเปน ประกันพรอมท้ังทําสัญญาวางหลักทรัพย
หรอื หาบคุ คลทีก่ ระทรวงการคลังกําหนดมาทําสัญญาคาํ้ ประกนั ไวตอ สวนราชการผใู หยืม

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๑๓ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ขอ ๕๔ การอนุมัติใหยืมเงินเพื่อใชในราชการ ใหผูมีอํานาจพิจารณาอนุมัติใหยืมเฉพาะ
เทา ท่จี ําเปน และหา มมใิ หอนมุ ัติใหย ืมเงินรายใหมใ นเม่อื ผยู มื มิไดชาํ ระคนื เงนิ ยืมรายเกา ใหเสร็จสิน้ ไปกอน

ขอ ๕๕ การจายเงินยืมจากเงนิ นอกงบประมาณ ใหสวนราชการกระทําไดเ ฉพาะเพื่อใชจาย
ในการดําเนินงานตามวัตถุประสงคของเงินนอกงบประมาณประเภทนั้น หรือกรณีอ่ืน ซึ่งจําเปน
เรงดว นแกราชการ และไดร ับอนุมตั จิ ากหัวหนาสว นราชการผใู หย ืมน้ัน

ขอ ๕๖ สัญญาการยืมเงินใหจัดทําข้ึนสองฉบับ โดยเม่ือผูยืมไดรับเงินตามสัญญาการยืม
แลว ใหล งลายมอื ชื่อรบั เงนิ ในสญั ญาการยืมเงินทัง้ สองฉบบั พรอ มกบั มอบใหสวนราชการผูใหยืมเก็บ
รักษาไวเ ปน หลักฐานหนึง่ ฉบบั ใหผูย มื เกบ็ ไวห นึ่งฉบับ

ขอ ๕๗ กรณีที่ตองจายเงินยืมสําหรับการปฏิบัติราชการที่ติดตอคาบเก่ียวจากปงบประมาณ
ปจจุบันไปถึงปงบประมาณถัดไป ใหเบิกเงินยืมงบประมาณในปปจจุบัน โดยใหถือวาเปนรายจาย
ของงบประมาณปป จ จบุ นั และใหใชจายเงินยืมคาบเกยี่ วปง บประมาณถดั ไป ดังตอ ไปนี้

(๑) เงนิ ยืมสาํ หรับคา ใชจ า ยในการเดนิ ทางไปราชการ ใหใชจ ายไดไมเกนิ เกา สิบวันนับแตวัน
เรมิ่ ตน ปงบประมาณใหม

(๒) เงินยืมสําหรับปฏิบัติราชการอ่ืน ๆ ใหใชจายไดไมเกินสามสิบวันนับแตวันเร่ิมตน
ปงบประมาณใหม

ขอ ๕๘ การเบิกเงินเพื่อจายเปนเงินยืมใหแกบุคคลใดในสังกัดยืมเพื่อปฏิบัติราชการ
ใหกระทําไดเ ฉพาะงบรายจา ยหรือรายการดังตอไปน้ี

(๑) รายการคาจางช่ัวคราว สําหรับคาจางซ่ึงไมมีกําหนดจายเปนงวดแนนอนเปนประจํา
แตจ าํ เปนตองจา ยใหลูกจางแตละวนั หรอื แตละคราวเม่ือเสร็จงานทจ่ี าง

(๒) รายการคา ตอบแทนใชสอยและวสั ดุ
(๓) รายการคาสาธารณปู โภค เฉพาะคาบริการไปรษณียโทรเลข
(๔) งบกลาง เฉพาะท่ีจายเปนเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร หรือเงินสวัสดิการ
เก่ียวกับเงินเพิ่มคาครองชีพชั่วคราวสําหรับลูกจางชั่วคราวซ่ึงไมมีกําหนดจายคาจางเปนงวดแนนอน
เปนประจํา แตจําเปน ตอ งจา ยแตล ะวนั หรอื แตละคราวเมอ่ื เสรจ็ งานทีจ่ า ง
(๕) งบรายจายอนื่ ๆ ทีจ่ า ยในลักษณะเดยี วกันกับ (๑) (๒) หรอื (๓)

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๔ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

ขอ ๕๙ การจา ยเงินยืมเพื่อเปนคาใชจายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรใหจาย
ไดส าํ หรบั ระยะเวลาการเดินทางท่ีไมเกินเกาสิบวัน หากมีความจําเปนจะตองจายเกินกวากําหนดเวลา
ดังกลาว สว นราชการจะตองขอทําความตกลงกบั กระทรวงการคลงั กอน

ขอ ๖๐ ใหผูยืมสงหลักฐานการจายและเงินเหลือจายที่ยืมไป (ถามี) ภายในกําหนด
ระยะเวลา ดงั นี้

(๑) กรณีเดนิ ทางไปประจําตางสํานกั งาน หรือการเดินทางไปราชการประจําในตางประเทศ
หรือกรณีเดินทางกลับภูมิลําเนาเดิม ใหสงแกสวนราชการผูใหยืมโดยทางไปรษณียลงทะเบียน หรือ
ธนาณัติ แลว แตกรณี ภายในสามสิบวนั นบั จากวันไดรับเงิน

(๒) กรณีเดนิ ทางไปราชการอื่น รวมท้ังการเดนิ ทางไปราชการตา งประเทศช่ัวคราว ใหสงแก
สวนราชการผใู หยืมภายในสบิ หา วันนบั จากวนั กลบั มาถึง

(๓) การยืมเงินเพ่ือปฏิบัติราชการนอกจาก (๑) หรือ (๒) ใหสงแกสวนราชการผูใหยืม
ภายในสามสิบวันนบั จากวนั ไดรบั เงนิ

ในกรณีท่ีผูยืมไดสงหลักฐานการจาย เพื่อสงใชคืนเงินยืมแลวมีเหตุตองทักทวง ใหสวน
ราชการผูใ หย ืมแจง ขอทกั ทว งใหผยู มื ทราบโดยดวน แลวใหผูยืมปฏิบัติตามคําทักทวงภายในสิบหาวัน
นับจากวันท่ีไดรับคําทักทวง หากผูยืมมิไดดําเนินการตามคําทักทวงและไมไดชี้แจงเหตุผลให
สว นราชการผูใ หยมื ทราบ ใหส ว นราชการผใู หย ืมดาํ เนินการตามเงื่อนไขในสัญญาการยืมเงิน โดยถือวาผูยืม
ยงั มไิ ดสงใชคืนเงินยมื เทา จาํ นวนที่ทักทวงนน้ั

ขอ ๖๑ เม่ือผูยืมสงหลักฐานการจายและ/หรือเงินเหลือจายที่ยืม (ถามี) ใหเจาหนาที่ผูรับ
คืนบนั ทึกการรบั คนื ในสัญญาการยืมเงนิ พรอ มทง้ั ออกใบเสรจ็ รบั เงินและหรือ ใบรับใบสําคัญตามแบบ
ทกี่ รมบัญชีกลางกําหนดใหผูยมื ไวเปน หลกั ฐาน

ขอ ๖๒ ใหสว นราชการเก็บรกั ษาสญั ญาการยืมเงินซึ่งยงั มไิ ดชาํ ระคืนเงินยมื ใหเสร็จส้ินไว
ในท่ีปลอดภัยอยาใหสูญหายและเมื่อผูยืมไดชําระคืนเงินยืมเสร็จส้ินแลวใหเก็บรักษาเชนเดียวกับ
หลักฐานการจาย

ขอ ๖๓ ในกรณีท่ีผูยืมมิไดชําระคืนเงินยืมภายในระยะเวลาที่กําหนด ใหผูอํานวยการ
กองคลังเรียกใหชดใชเงินยืมตามเงื่อนไขในสัญญาการยืมเงินใหเสร็จส้ินไปโดยเร็ว อยางชาไมเกิน
สามสบิ วันนับแตว นั ครบกาํ หนด

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๑๕ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณีที่ไมอาจปฏิบัติตามวรรคหน่ึงได ใหผูอํานวยการกองคลังรายงานใหหัวหนาสวนราชการ
หรือผวู า ราชการจังหวัด แลวแตกรณีทราบ เพ่ือพิจารณาส่ังการบังคับใหเปนไปตามสัญญาการยืมเงิน
ตอไป

หมวด ๖
การรับเงนิ ของสวนราชการ

สวนท่ี ๑
ใบเสรจ็ รับเงนิ

ขอ ๖๔ ใบเสร็จรับเงนิ ใหใชตามแบบท่ีกรมบัญชีกลางกําหนด และใหมีสําเนาเย็บติดไว
กบั เลมอยา งนอยหนึ่งฉบับหรอื ตามแบบท่ีไดรบั ความเหน็ ชอบจากกระทรวงการคลัง

ใบเสรจ็ รับเงนิ ทอี่ อกดวยคอมพิวเตอรใหเ ปน ไปตามท่ีกระทรวงการคลังกาํ หนด
ขอ ๖๕ ใบเสร็จรับเงิน ใหพิมพหมายเลขกํากับเลม และหมายเลขกํากับใบเสร็จรับเงิน
เรยี งกันไปทุกฉบับ
ขอ ๖๖ ใหส ว นราชการจัดทําทะเบยี นคมุ ใบเสรจ็ รับเงินไวเพื่อใหทราบ และตรวจสอบไดวา
ไดจัดพิมพขึ้นจํานวนเทาใด ไดจายใบเสร็จรับเงินเทาใด เลขที่ใดถึงเลขท่ีใด ใหหนวยงานใด หรือ
เจาหนา ที่ผใู ดไปดําเนนิ การจัดเก็บเงนิ เมือ่ วัน เดือน ปใ ด
ขอ ๖๗ การจายใบเสร็จรับเงินใหหนวยงานหรือเจาหนาท่ีไปจัดเก็บเงินใหพิจารณาจาย
ในจาํ นวนที่เหมาะสมแกล กั ษณะงานท่ปี ฏิบตั ิ และใหม ีหลักฐานการรับสงใบเสรจ็ รบั เงินน้นั ไวดว ย
ขอ ๖๘ ใบเสร็จรบั เงนิ เลม ใด เม่ือไมมีความจาํ เปน ตอ งใช เชน ยุบเลิกสํานักงานหรือไมมี
การจัดเก็บเงินตอไปอีก ใหหัวหนาหนวยงานท่ีรับใบเสร็จรับเงินนั้นนําสงคืนสวนราชการที่จาย
ใบเสรจ็ รบั เงินน้นั โดยดว น
ขอ ๖๙ เมื่อสิ้นปงบประมาณ ใหหัวหนาหนวยงานซ่ึงรับใบเสร็จรับเงินไปดําเนินการ
จัดเก็บเงิน รายงานใหผูอํานวยการกองคลังหรือหัวหนาสวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาค
ทราบวามีใบเสร็จรับเงินอยูในความรับผิดชอบเลมใด เลขท่ีใดถึงเลขที่ใด และไดใชใบเสร็จรับเงิน
ไปแลวเลมใด เลขที่ใดถงึ เลขท่ีใด อยา งชาไมเกินวันที่ ๓๑ ตลุ าคมของปง บประมาณถัดไป
ขอ ๗๐ ใบเสร็จรับเงินเลมใดสําหรับรับเงินของปงบประมาณใด ใหใชรับเงินภายใน

ปง บประมาณน้นั เมอื่ ขึน้ ปง บประมาณใหม ใหใชใ บเสรจ็ รับเงินเลมใหม ใบเสร็จรับเงินฉบับใดยังไมใช

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๖ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานเุ บกษา

ใหค งตดิ ไวก ับเลมแตใ หป รุ เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช เพื่อใหเปนท่ีสังเกตมิใหนํามาใชรับเงินได
อกี ตอไป

ขอ ๗๑ หา มขูดลบเพือ่ แกไ ขเพมิ่ เติมจาํ นวนเงินหรือช่ือผชู ําระเงินในใบเสร็จรบั เงิน
หากใบเสร็จรบั เงินฉบับใดลงรายการรับเงินผิดพลาด ใหขีดฆาจํานวนเงินและเขียนใหมทั้งจํานวน
โดยใหผูรับเงินลงลายมือช่ือกํากับการขีดฆาน้ันไว หรือขีดฆาเลิกใชใบเสร็จรับเงินน้ันท้ังฉบับแลว
ออกฉบับใหม โดยใหน ําใบเสร็จรับเงนิ ที่ขีดฆาเลิกใชนัน้ ตดิ ไวก ับสาํ เนาใบเสร็จรบั เงนิ ในเลม
ขอ ๗๒ ใหสวนราชการเก็บรักษาสําเนาใบเสร็จรับเงินซ่ึงสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน
ยังมิไดต รวจสอบไวใ นท่ีปลอดภยั อยาใหสูญหายหรือเสียหายได และเม่ือไดตรวจสอบแลวใหเก็บไว
อยา งเอกสารธรรมดาได

สว นท่ี ๒
การรับเงิน

ขอ ๗๓ การรับเงนิ ใหร ับเปนเงนิ สด เวนแตก ารรับเปนเช็ค ดราฟท หรือตราสารอยางอ่ืน
หรือโดยวิธอี ่นื ใด ใหป ฏบิ ัตติ ามทก่ี ระทรวงการคลังกําหนด

ขอ ๗๔ ในการจัดเก็บหรือรบั ชําระเงิน ใหส ว นราชการซ่ึงมีหนาท่ีจัดเก็บ หรือรับชําระเงินน้ัน
ออกใบเสร็จรับเงินใหแกผูชําระเงินทุกครั้ง เวนแตเปนการรับชําระเงินคาธรรมเนียมที่มีเอกสารของ
ทางราชการระบุจํานวนเงินที่รับชําระอันมีลักษณะเชนเดียวกับใบเสร็จรับเงิน โดยเอกสารดังกลาว
จะตองมีการควบคุมจํานวนท่ีรับจายทํานองเดียวกันกับใบเสร็จรับเงิน หรือเปนการรับเงินตามคําขอ
เบิกเงนิ จากคลงั

ในกรณีท่ีมีความจําเปนตองใหเจาหนาที่ไปจัดเก็บหรือรับชําระเงินนอกท่ีตั้งสํานักงานปกติ
ใหป ฏบิ ตั เิ ชนเดียวกบั วรรคหนึ่ง

ขอ ๗๕ ใหใ ชใบเสร็จรับเงินเลมเดียวกันรับเงินทุกประเภท เวนแตเงินประเภทใดท่ีมีการ
รับชาํ ระเปน ประจําและมจี ํานวนมากราย จะแยกใบเสร็จรับเงนิ เลม หน่งึ สําหรับการรับชําระเงินประเภท
น้นั กไ็ ด

ขอ ๗๖ ใหส วนราชการบนั ทึกขอ มูลการรับเงนิ ในระบบภายในวนั ทไ่ี ดร บั เงนิ
เงินประเภทใดท่ีมีการออกใบเสร็จรับเงินในวันหน่ึง ๆ หลายฉบับ จะรวมเงินประเภทน้ัน
ตามสาํ เนาใบเสร็จรับเงนิ ทุกฉบับมาบนั ทึกเปนรายการเดยี วในระบบกไ็ ดโดยใหแ สดงรายละเอียดวาเปน

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๗ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานเุ บกษา

เงินรับตามใบเสร็จเลขที่ใดถึงเลขที่ใดและจํานวนเงินรวมรับทั้งสิ้นเทาใดไวดานหลังสําเนา
ใบเสร็จรับเงินฉบับสุดทาย

ในกรณที ่ีมีการรบั เงนิ ภายหลังกําหนดเวลาปดบัญชีสําหรับวันน้ันแลวใหบันทึกขอมูลการรับ
เงนิ นั้นในระบบในวนั ทาํ การถดั ไป

ขอ ๗๗ เมือ่ สนิ้ เวลารบั จา ยเงิน ใหเจา หนา ท่ีผมู หี นา ทจี่ ดั เกบ็ หรอื รับชําระเงนิ นาํ เงินที่ไดรับ
พรอมกับสําเนาใบเสร็จรับเงินและเอกสารอ่ืนที่จัดเก็บในวันนั้นทั้งหมดสงตอเจาหนาที่การเงินของ
สว นราชการน้ัน

ขอ ๗๘ ใหห ัวหนาสวนราชการหรอื ผทู ีไ่ ดร บั มอบหมายเปนลายลักษณอักษร จากหัวหนา
สวนราชการตรวจสอบจํานวนเงินท่ีเจาหนาที่จัดเก็บและนําสงกับหลักฐานและรายการที่บันทึกไวใน
ระบบวาถกู ตองครบถวนหรือไม

เม่ือไดตรวจสอบความถูกตองตามวรรคหนึ่งแลว ใหผูตรวจแสดงยอดรวมเงินรับ
ตามใบเสร็จรบั เงินทุกฉบับทไ่ี ดร ับในวันน้ันไวในสําเนาใบเสร็จรับเงินฉบับสุดทาย และลงลายมือชื่อ
กํากับไวด วย

หมวด ๗
การเก็บรกั ษาเงนิ ของสว นราชการ

สวนท่ี ๑
สถานท่เี ก็บรักษา

ขอ ๗๙ ใหสวนราชการเก็บรักษาเงินท่ีจัดเก็บหรือไดรับไวในตูนิรภัยซึ่งต้ังอยูในท่ี
ปลอดภัยของสว นราชการนน้ั

ขอ ๘๐ ตูนิรภัยใหมีลูกกุญแจอยางนอยสองสํารับ แตละสํารับไมนอยกวาสองดอก
แตไมเกนิ สามดอกโดยแตละดอกตองมีลักษณะตางกัน โดยสํารับหนึ่งมอบใหกรรมการเก็บรักษาเงิน
สว นสาํ รบั ทีเ่ หลอื ใหน าํ ฝากเกบ็ รักษาไวใ นลักษณะหีบหอ ณ สถานที่ ดังน้ี

(๑) สํานักบรหิ ารเงินตรา กรมธนารกั ษ กระทรวงการคลัง สาํ หรับสวนราชการ ในราชการ
บริหารสว นกลาง

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๑๘ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

(๒) หองเก็บเงินคลังใน ของสํานักงานคลังจังหวัด สําหรับสวนราชการในราชการบริหาร
สว นกลางท่ีมีสาํ นักงานอยใู นสวนภูมิภาคและสวนราชการในราชการบริหารสว นภมู ภิ าค

ขอ ๘๑ สวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาคแหงใดโดยปกติไมมีการเก็บรักษาเงิน
หากมีความจําเปนจะตองเก็บรักษาเงินเปนครั้งคราว หรือกรณีท่ีสวนราชการ มีการเก็บรักษาเงินเปน
จาํ นวนมาก ซึง่ เหน็ วา การเกบ็ รกั ษาเงินไวในตูน ริ ภัยของสว นราชการน้นั จะไมปลอดภยั จะนําเงินฝาก
เกบ็ รกั ษาไว ณ สํานักงานคลังจงั หวัด ในลกั ษณะหบี หอ ตามวิธกี ารทีก่ ระทรวงการคลังกําหนดก็ได

สว นท่ี ๒
กรรมการเกบ็ รักษาเงนิ

ขอ ๘๒ ใหหวั หนาสวนราชการพิจารณาแตง ต้งั ขาราชการซ่ึงดํารงตาํ แหนง ระดับสามหรือ
เทียบเทา ขึน้ ไปในสวนราชการน้ันอยางนอ ยสองคนเปนกรรมการเก็บรกั ษาเงินของสวนราชการนั้น

ขอ ๘๓ ใหกรรมการเก็บรักษาเงินถือลูกกุญแจตูนิรภัยคนละหน่ึงดอกในกรณีที่ตูนิรภัย
มีลูกกุญแจสามดอก และมีกรรมการเก็บรักษาเงินสองคน ใหกรรมการเก็บรักษาเงินถือลูกกุญแจ
คนละดอก สวนลูกกุญแจท่ีเหลือใหอยูในดุลพินิจของหัวหนาสวนราชการท่ีจะมอบใหกรรมการเก็บรักษา
เงินผใู ดถือลกู กุญแจน้ัน

ในกรณีท่ีมีหองม่ันคงหรือกรงเหล็ก การถือลูกกุญแจหองม่ันคงหรือกรงเหล็กใหนําความ
ในวรรคหนง่ึ มาใชบังคับโดยอนโุ ลม

ขอ ๘๔ ถากรรมการเก็บรักษาเงนิ ผูใ ดไมสามารถปฏิบัติหนาท่ีได ใหหัวหนาสวนราชการ
พิจารณาแตง ต้งั ขาราชการตามนยั ขอ ๘๒ ปฏบิ ัติหนา ทีก่ รรมการเก็บรักษาเงินแทนใหครบจํานวน

การแตงต้งั ผปู ฏิบตั หิ นา ทีก่ รรมการเก็บรกั ษาเงนิ แทน จะแตง ต้ังไวเปนการประจําก็ได
ขอ ๘๕ ในการสงมอบและรับมอบลูกกุญแจระหวางกรรมการเก็บรักษาเงิน กับผูปฏิบัติ
หนาทก่ี รรมการเก็บรกั ษาเงินแทน ใหบ ุคคลดงั กลา วตรวจนบั ตวั เงนิ และเอกสารแทนตวั เงนิ ซึ่งเก็บรกั ษา
ไวในตูน ริ ภัยใหถ ูกตอ งตามรายงานเงนิ คงเหลอื ประจําวนั แลวบันทึกการสงมอบและรับมอบพรอมกับ
ลงลายมอื ช่ือกรรมการเกบ็ รักษาเงินและผูปฏิบัติหนาที่กรรมการเก็บรักษาเงินแทนทุกคนไวในรายงาน
เงนิ คงเหลือประจาํ วนั นั้นดวย
ขอ ๘๖ กรรมการเก็บรักษาเงินหรือผูปฏิบัติหนาท่ีกรรมการเก็บรักษาเงินแทน ตองเก็บ
รักษาลูกกุญแจไวในท่ีปลอดภัยมิใหสูญหายหรือใหผูใดลักลอบนําไปพิมพแบบลูกกุญแจได

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๑๙ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

หากปรากฏวาลูกกุญแจสูญหาย หรือมีกรณีสงสัยวาจะมีผูปลอมแปลงลูกกุญแจ ใหรีบรายงาน
ใหห ัวหนาสว นราชการทราบเพอ่ื ส่ังการโดยดวน

ขอ ๘๗ หามกรรมการเก็บรักษาเงินหรือผูปฏิบัติหนาท่ีกรรมการเก็บรักษาเงินแทน
มอบลกู กุญแจใหผ อู ่นื ทาํ หนา ท่กี รรมการแทน

สว นที่ ๓
การเก็บรกั ษาเงิน

ขอ ๘๘ ใหกองคลังหรือสวนราชการในราชการบริหารสวนภูมิภาค แลวแตกรณี จัดทํา
รายงานเงินคงเหลอื ประจาํ วนั เปน ประจําทุกวัน

ในกรณีที่วันใดไมมีรายการรับจายเงิน จะไมทํารายงานเงินคงเหลือประจําวันสําหรับวันนั้น
ก็ได แตใหห มายเหตุไวในรายงานเงนิ คงเหลือประจาํ วนั ทีม่ กี ารรบั จา ยเงนิ ของวันถดั ไปดว ย

รายงานเงนิ คงเหลอื ประจาํ วันใหเ ปนไปตามแบบที่กรมบัญชกี ลางกาํ หนด
ขอ ๘๙ เม่ือส้ินเวลารับจายเงินใหเจาหนาที่การเงินนําเงินที่จะเก็บรักษา และรายงานเงิน
คงเหลือประจําวนั สงมอบใหคณะกรรมการเก็บรักษาเงนิ
ใหค ณะกรรมการเกบ็ รักษาเงินรวมกันตรวจสอบตัวเงิน และเอกสารแทนตัวเงิน กับรายงาน
เงนิ คงเหลือประจําวัน เมื่อปรากฏวาถูกตองแลว ใหเจาหนาที่การเงินนําเงิน และเอกสารแทนตัวเงิน
เก็บรักษาในตูนิรภัย และใหกรรมการเก็บรักษาเงินทุกคนลงลายมือช่ือในรายงานเงินคงเหลือ
ประจําวนั ไวเปน หลักฐาน
ขอ ๙๐ รายงานเงินคงเหลือประจําวัน เม่ือกรรมการเก็บรักษาเงินไดลงลายมือชื่อแลว
ใหผอู ํานวยการกองคลังหรอื เจา หนา ที่การเงนิ เสนอหัวหนาสว นราชการเพือ่ ทราบ
ขอ ๙๑ ในกรณีที่ปรากฏวาเงินท่ีไดรับมอบใหเก็บรักษาไมตรงกับจํานวนเงินซ่ึงแสดงไว
ในรายงานเงินคงเหลือประจําวัน ใหคณะกรรมการเก็บรักษาเงินและเจาหนาที่การเงินผูนําสงรวมกัน
บันทึกจํานวนเงินท่ีตรวจนับไดน้ันไวในรายงานเงินคงเหลือประจําวัน และลงลายมือช่ือกรรมการ
เก็บรักษาเงินทุกคนพรอมดวยเจาหนาที่การเงินผูนําสง แลวนําเงินเก็บรักษาในตูนิรภัย และใหกรรมการ
เก็บรักษาเงินรายงานใหหัวหนาสว นราชการทราบทันทเี พื่อพิจารณาสั่งการตอไป
ขอ ๙๒ เม่ือนําเงินและเอกสารแทนตัวเงินเก็บในตูนิรภัยเรียบรอยแลว ใหกรรมการ
เก็บรักษาเงินใสกุญแจใหเรียบรอย แลวลงลายมือช่ือบนกระดาษปดทับ หรือประจําตราครั่งของกรรมการ

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๒๐ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

เก็บรักษาเงินแตละคนไวบนเชือกผูกมัดตูนิรภัย ในลักษณะที่แผนกระดาษปดทับหรือตราประจําครั่ง
จะตองถูกทาํ ลายเมอ่ื มกี ารเปดตนู ริ ภยั

ในกรณีทต่ี ูนริ ภยั ตัง้ อยูในหองม่ันคงหรือกรงเหล็ก การลงลายมือช่ือบนกระดาษปดทับ หรือ
การประจาํ ตราครง่ั ของกรรมการเกบ็ รกั ษาเงนิ จะกระทําทป่ี ระตูหองมั่นคงหรือกรงเหล็กเพียงแหงเดียว
ก็ได

ขอ ๙๓ ในวันทําการถัดไป หากจะตองนําเงินออกจาย ใหคณะกรรมการเก็บรักษาเงิน
มอบเงินท่ีเก็บรักษาท้ังหมดใหผูอํานวยการกองคลังหรือเจาหนาที่การเงิน แลวแตกรณี รับไปจาย
โดยใหผูอํานวยการกองคลังหรือเจาหนาที่การเงิน แลวแตกรณี ลงลายมือชื่อรับเงินไวในรายงาน
เงินคงเหลือประจาํ วนั กอนวนั ทําการท่รี ับเงินไปจาย

ขอ ๙๔ การเปดประตูหอ งมนั่ คง หรอื ประตูกรงเหล็ก หรือตนู ิรภัยใหกรรมการเก็บรักษาเงิน
ตรวจกุญแจ ลายมือช่ือบนแผนกระดาษปดทับ หรือตราประจําคร่ังของกรรมการเก็บรักษาเงิน
เมอ่ื ปรากฏวาอยูในสภาพเรยี บรอยจงึ ใหเปด ได

หากปรากฏวา แผนกระดาษปดทับหรือตราประจําครั่งของกรรมการเก็บรักษาเงินอยูในสภาพ
ไมเรยี บรอย หรือมพี ฤติการณอ ่นื ใดทีส่ งสัยวา จะมกี ารทจุ รติ ใหรายงานใหห ัวหนาสวนราชการนั้นทราบ
เพอ่ื พิจารณาสั่งการโดยดว น

หมวด ๘
การนาํ เงินสงคลงั และฝากคลัง

ขอ ๙๕ เงินที่เบิกจากคลัง ถาไมไดจายหรือจายไมหมด ใหสวนราชการผูเบิกนําสง
คนื คลังภายในสบิ หาวนั ทาํ การ นับจากวันรบั เงินจากคลัง

ในกรณีท่ีสวนราชการมีการรับคืนเงินท่ีไดจายไปแลว ใหนําสงคืนคลังภายในสิบหาวัน
ทําการนบั จากวนั ที่ไดร ับคนื

ขอ ๙๖ การนําเงินสงคลัง ถานําสงกอนส้ินปงบประมาณหรือกอนส้ินระยะเวลาเบิกเงิน
ที่กนั ไวเ บกิ เหล่อื มป ใหส วนราชการนําสงเปนเงินเบิกเกินสงคืน แตถานําสงภายหลังกําหนดดังกลาว
ใหน ําสง เปน รายไดแผน ดนิ ประเภทเงนิ เหลอื จายปเ กา สง คนื

ขอ ๙๗ เงินทั้งปวงที่อยูในความรับผิดชอบของสวนราชการ ใหนําสงหรือ นําฝากคลัง
ภายในกาํ หนดเวลา ดังตอไปนี้

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๒๑ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

(๑) เช็ค ดราฟท หรือต๋ัวแลกเงิน ใหนําสงหรือนําฝากในวันที่ไดรับหรืออยางชาภายใน
วนั ทาํ การถดั ไป

(๒) เงินรายไดแผนดิน ใหนําสงอยางนอยเดือนละหนึ่งครั้ง แตถาสวนราชการใด มีเงิน
รายไดแผนดินเก็บรักษาในวันใดเกินหนึ่งหมื่นบาท ก็ใหนําเงินสงโดยดวนแตอยางชาตองไมเกิน
สามวนั ทาํ การถัดไป

(๓) เงินเบิกเกนิ สง คนื หรอื เงนิ เหลือจายปเ กา สง คืน ใหน าํ สงภายในสิบหา วันทําการ นบั จาก
วันรบั เงินจากคลังหรือนบั จากวนั ทไ่ี ดรับคนื

(๔) เงินนอกงบประมาณ ใหนําฝากคลังอยางนอยเดือนละหนึ่งครั้ง แตสําหรับเงินที่เบิกจากคลัง
เพื่อรอการจาย ใหนําฝากคลงั ภายในสบิ หา วนั นับจากวนั รับเงนิ จากคลงั

ขอ ๙๘ ใหหัวหนา หนวยงานผเู บกิ หรอื ผูท ่ีไดร ับมอบหมายตามขอ ๙ เปนผูน าํ เงินสงคลัง
ขอ ๙๙ วิธีการนําเงินสงคลังหรือฝากคลัง ใหหนวยงานผูเบิกในสวนกลาง หรือใน
สวนภูมิภาคจัดทําใบนําฝากเงิน พรอมทั้งนําเงินสด เช็ค ดราฟท ต๋ัวแลกเงิน ฝากเขาบัญชีเงินฝาก
ธนาคารของกรมบัญชีกลาง หรือของสํานักงานคลังจังหวัด แลวแตกรณี โดยปฏิบัติตามวิธีการ
ท่กี ระทรวงการคลังกาํ หนด
ขอ ๑๐๐ หนวยงานผูเบิกท่ีใชวิธีการเชื่อมโยงขอมูลเขาระบบหรือวิธีการอ่ืน ใหถือปฏิบัติ
ตามท่กี ระทรวงการคลังกาํ หนด

หมวด ๙
การกนั เงินไวเ บกิ เหลอ่ื มป

ขอ ๑๐๑ สวนราชการใดไดกอหน้ีผูกพันไวกอนส้ินปงบประมาณ โดยการซ้ือทรัพยสิน
จางทําของ หรือเชาทรัพยสินที่มีใบสั่งซื้อ ใบส่ังจางหรือสัญญาหรือขอตกลงและมีวงเงินตั้งแต
หาหม่ืนบาทข้ึนไปหรือตามท่ีกระทรวงการคลังกําหนด กรณีท่ีไมสามารถเบิกเงินไปชําระหนี้ไดทัน
ส้ินปงบประมาณ ใหถือวาใบส่ังซื้อหรือใบสั่งจางหรือสัญญาหรือขอตกลงท่ีไดจัดทําหรือลงไว
ในระบบเปน การขอกนั เงินไวเบิกเหลอื่ มปตอไปไดอ ีกเปนเวลาหกเดือนนบั จากวันสิ้นปง บประมาณ

ในกรณีที่สวนราชการไมไดกอหน้ีผูพัน แตมีความจําเปนตองใชจายเงินน้ันตอไปอีก
ใหกระทรวงเจาสังกัดขอทําความตกลงกับกระทรวงการคลัง เม่ือไดรับอนุมัติจากรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงการคลงั แลว ใหขอกันเงินไวเ บกิ เหล่ือมปได

เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง หนา ๒๒ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ขอ ๑๐๒ การขอกนั เงินไวเบิกเหล่ือมป สวนราชการตองดําเนินการกอนส้ินปงบประมาณ
โดยปฏิบัตติ ามวิธีการทก่ี ระทรวงการคลังกาํ หนด

หมวด ๑๐
การควบคุมและตรวจสอบ

ขอ ๑๐๓ ใหหนวยงานผูเบิกนําเอกสารการรับจายเงินมาเปนหลักฐานบันทึกบัญชี
ตามหลกั การและนโยบายบัญชีที่กระทรวงการคลงั กาํ หนด

ขอ ๑๐๔ ทุกสิ้นวันทําการ ใหเจาหนาที่การเงินของสวนราชการตรวจสอบจํานวนเงินสด
และเช็คคงเหลือกับรายงานเงินคงเหลอื ประจาํ วนั ทีก่ รมบญั ชีกลางกาํ หนด

เมอ่ื ส้ินปง บประมาณ ใหส ว นราชการจัดทํารายงานการเงินเสนอหัวหนาสวนราชการ พรอม
ทัง้ สง ใหสาํ นกั งานการตรวจเงินแผน ดนิ เพ่อื ตรวจสอบรับรอง ตามวิธกี ารทกี่ รมบญั ชกี ลางกาํ หนด

ขอ ๑๐๕ ใหหนวยงานผูเบิกมีหนาท่ีใหคําช้ีแจงและอํานวยความสะดวกแกเจาหนาที่ของ
สํานกั งานการตรวจเงินแผน ดินในการตรวจสอบรายงานการเงินและหลักฐานการจาย กรณีที่ไดรับการ
ทกั ทวงจากสาํ นักงานการตรวจเงนิ แผนดนิ ถาหนว ยงานผเู บิกไมเ ห็นดว ยกับขอทักทวง ใหช้ีแจงเหตผุ ล
และรายงานใหก ระทรวง ทบวง กรม หรอื รัฐวสิ าหกิจ เจา ของงบประมาณ แลวแตกรณีทราบ ภายใน
สิบวันนับแตวันท่ีไดรับแจงขอทักทวงจากสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน หากเจาของงบประมาณ
ดังกลาวเห็นวาคําช้ีแจงน้ันมีเหตุผลสมควร ใหพิจารณาดําเนินการขอใหกระทรวงการคลังวินิจฉัย
ภายในสิบวนั นับแตวนั ทไ่ี ดร ับแจง จากหนว ยงานผเู บิก

ภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับคําขอจากเจาของงบประมาณ เม่ือกระทรวงการคลัง
ไดวินิจฉัยคําช้ีแจงเปนประการใดแลว ใหแจงใหกระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจเจาของ
งบประมาณ และสํานักงานการตรวจเงินแผนดินทราบ ในกรณีท่ีเจาของงบประมาณดังกลาวจะตอง
ปฏบิ ตั ิตามคาํ วนิ จิ ฉยั ของกระทรวงการคลัง ใหปฏิบัติใหเสร็จสิ้นพรอมทั้งแจงสํานักงานการตรวจเงิน
แผน ดินทราบภายในสิบวนั นบั แตว ันทไ่ี ดรบั ทราบผลการวินจิ ฉยั

ขอ ๑๐๖ การตรวจสอบภายในของสวนราชการใหเ ปน ไปตามท่ีกระทรวงการคลงั กาํ หนด
ขอ ๑๐๗ เมื่อปรากฏวา สวนราชการแหง ใดปฏิบัติเก่ยี วกบั การเบิกจายเงนิ การเก็บรักษาเงิน
และการนําเงินสงคลังไมถูกตองตามระเบียบ ใหหัวหนาสวนราชการระดับกรม หรือผูวาราชการ
จังหวดั แลวแตกรณี พจิ ารณาสง่ั การใหป ฏบิ ตั ใิ หถูกตอ งโดยดว น

เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หนา ๒๓ ๗ มนี าคม ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา

ขอ ๑๐๘ หากปรากฏวาเงินในความรับผิดชอบของสวนราชการแหงใดขาดบัญชี หรือ
สูญหายเสียหายเพราะการทุจริต หรือมีพฤติการณท่ีสอไปในทางไมสุจริตหรือเพราะเหตุหนึ่งเหตุใด
ซึ่งมิใชกรณีปกติ ใหหัวหนาสวนราชการระดับกรมหรือผูวาราชการจังหวัดแลวแตกรณี รีบรายงาน
พฤตกิ ารณใหกระทรวงเจาสังกัดทราบโดยดวน และดําเนินการสอบสวนหาตัวผูรับผิดตามหลักเกณฑ
ที่กําหนดไวใ นระเบียบสํานักนายกรฐั มนตรวี า ดว ยหลักเกณฑการปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิดทางละเมิด
ของเจา หนาท่ี ในกรณีทีเ่ หน็ วาเปนความผดิ อาญาแผนดินใหฟ อ งรอ งดําเนินคดีแกผูก ระทําความผิดดว ย

ใหไว ณ วนั ที่ ๑ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๕๑
ฉลองภพ สสุ งั กรก าญจน

รัฐมนตรีวา การกระทรวงการคลัง


Click to View FlipBook Version