The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 1 ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและสำนักงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wiw_mini, 2020-08-02 06:00:35

บทที่ 1 ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและสำนักงาน

บทที่ 1 ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและสำนักงาน

รายวชิ า วิทยาศาสตร์งานธุรกจิ ใบความรทู้ ่ี 1 หนว่ ยท่ี 1
และบริการ

รหสั วิชา 30000-1308 ชั้วโมงที่ 1-4

เรอื่ ง ไฟฟ้าและเคร่อื งใช้ไฟฟา้ ในบา้ นและสำนักงาน

ความร้เู บื้องตน้ เกีย่ วกับไฟฟา้

ไฟฟ้า เป็นพลังงานรูปหนึ่งสามารถเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานรูปอื่นได้และเป็นพลังงานที่มนุษย์นำมาใช้
เป็นพลงั งานสำหรบั เครือ่ งมือเคร่ืองใชต้ า่ ง ๆ ใหส้ ามารถทำงานได้พลังงานไฟฟ้าจึงเป็นพลังงานท่ีมีความสำคัญ
มาก เช่น ให้ความสว่างให้ความรอ้ นให้ความเย็นให้มอเตอร์ทำงาน พลังงานจากธรรมชาติที่ถูกนำมาใชใ้ นการ
ผลติ พลังงานไฟฟ้ามหี ลายชนดิ เชน่ พลังงานจากนำ้ พลังงานจากลม พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานจากถ่าน
หิน พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ พลงั งานจากน้ำมนั พลังงานจากปฏิกริ ยิ านิวเคลยี ร์ เปน็ ตน้

เซลลไ์ ฟฟ้าเคมคี อื อะไร

เซลล์ไฟฟ้าเคมี (Electrochemical cell) คือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางเคมีที่เกิดจากการ
เปล่ียนแปลงพลงั งานเคมเี ปน็ พลงั งานไฟฟา้ หรือไฟฟ้าเปน็ เคมี

เซลลไ์ ฟฟา้ เคมแี บ่งออกเปน็ 2 ประเภท

1. เซลล์กัลวานิก (Galvanic cell) คือ เซลล์ไฟฟ้าเคมีที่เปลี่ยนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า
เกิดจากสารเคมีทำปฏิกิริยากันในเซลล์ แล้วเกิดกระแสไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย เซลล์แอลคาไลน์ เซลล์ปรอท
เซลลเ์ งิน แบตเตอร่ี

รูปท่ี 1 เซลลก์ ลั วานกิ (Galvanic cell)

เซลล์กลั วานิกแบ่งออกได้เปน็ 2 ชนิด

1. เซลล์ปฐมภูมิ (primary cell) เมื่อปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์เกิดขึ้นและดำเนินไปแล้ว
ปฏกิ ริ ยิ าจะเกิดข้ึนอยา่ งสมบูรณแ์ ละเกดิ ปฏิกริ ิยาย้อนกลบั ไม่ไดห้ รอื นำมาอัดไฟใหมไ่ ม่ได้ คือ เซลลก์ ัล
วานิก ชนิดที่เมื่อปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์เกิดข้ึนและดำเนินไปแล้ว ปฏิกิริยาจะเกิดขึน้ อย่างสมบรู ณ์
และทำใหเ้ กดิ ปฏกิ ิรยิ ายอ้ นกลับ อีกไมไ่ ด้ หรือนำมาอัดไฟใหม่ไมไ่ ด้ เซลลป์ ฐมภูมิได้แก่

• เซลล์แห้ง (Dry Cell) เป็นเซลล์ที่ใช้ในไฟฉาย หรือใช้ในประโยชน์อื่น ๆ เช่น ในวิทยุ เครื่อง
คดิ เลข

• เซลล์แอลคาไลน์ (Alkaline Cell) เป็นเซลล์ส่วนประกอบของเซลล์เหมือนกับเซลล์กับเซลล์
แห้งเมอื่ ใช้งานไปนาน ๆ พลังงานจะลดลงจนกระท่งั ใชง้ านไม่ไดแ้ ละต้องทิง้ ไป

• เซลล์ปรอท เป็นเซลล์ที่มีขนาดเล็กใช้กันมากในเครื่องฟังเสียงสำหรับคนหูพิการ หรือใช้ใน
นาฬิกาข้อมือ เครื่องคิดเลข กล้องถ่ายรูป เซลล์นี้จะให้ศักย์ไฟฟ้าประมาณ 1.3 โวลต์ ให้
กระแสไฟฟ้าตำ่ แต่สามารถให้ค่าศกั ย์ไฟฟ้าคงท่ีตลอดอายุการใช้งาน

• เซลล์เงิน มีขนาดเล็กและมีอายุการใช้งานได้นานมากแต่มีราคาแพง เซลล์นี้จะให้ศักย์ไฟฟ้า
ประมาณ 1.5 โวลต์ จึงใชก้ บั อุปกรณห์ รอื เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าบางชนดิ เช่น นาฬกิ า เครอื่ งคดิ เลข

2. เซลล์ทุติยภูมิ (secondary cell) คือ เซลล์กัลวานิกชนิดที่เมื่อปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์
เกิดขึ้นและดำเนินไปแล้ว ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์และทำให้เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับได้ หรือ
นำมาอัดไฟใหมไ่ ด้ เซลลท์ ุตยิ ภมู ิได้แก่

• เซลล์นิกเกิล – แคดเมียม (Nickel-cadmium) หรือเซลล์นิแคด ให้ศักย์ไฟฟ้าประมาณ
1.4 โวลต์ เมื่อใช้งานจนศักย์ไฟฟ้าลดต่ำลงแล้วสามารถนำมาประจุไฟได้ใหม่ ปฏิกิริยาใน
ระหว่างการประจุไฟจะเกิดย้อนกลับกับปฏิกิริยาการจ่ายไฟ เซลล์นิแคดจึงมีข้อดีที่สามารถ
ใช้ไดเ้ ป็นระยะเวลานาน

• เซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่ว (Lead Storage Battery) ใช้เป็นแหล่งพลงั งานไฟฟ้าในรถยนต์
หรือจักรยานยนต์เรียกกันทั่วไปว่า แบตเตอรี่ ถึงแม้ว่าเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่วจะอัดไฟ
ใหมไ่ ด้ แตก่ ม็ ีการเสอื่ มสภาพ

2. เซลล์อิเล็กโทรไลต์ (Electrolytic cell) คือ เซลลไ์ ฟฟ้าเคมีที่เปลย่ี นพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเคมี
เกิดจาก การผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเซลล์ แล้วเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้น เช่น เซลล์แยกน้ำด้วยไฟฟ้า การชุบ
โลหะด้วยไฟฟ้า การใช้ปฏิกิริยาเคมีทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าหรือการใช้กระแสไฟฟ้าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมีเกิดได้ในเซลล์ไฟฟ้าเคมี (Electrochemical cell)

สว่ นประกอบของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี
1. ขวั้ ไฟฟ้า เป็นวัสดุทน่ี ำไฟฟ้าโดยอาศยั การเคล่ือนทีข่ องอิเล็กตรอน มี 2 ชนิด

1.1 ขัว้ วอ่ งไว หรือ ขั้วบวก (Active electrode) ไดแ้ ก่ ข้วั โลหะทั่วไป เช่น Zn Cu Pb ข้ัวพวกนี้บาง
โอกาสจะมสี ว่ นรว่ มใน ปฏิกิริยาด้วย

1.2 ขั้วเฉ่อื ย หรือ ขว้ั ลบ (Inert electrode) คอื ขั้วท่ไี ม่มสี ว่ นรว่ มใด ๆ ในการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี เชน่
PtC (แกรไฟต์)
ในเซลลไ์ ฟฟา้ ปกติ จะประกอบดว้ ยข้ัวไฟฟ้า 2 ขั้วเสมอ ดังนี้

• ขว้ั แอโนด (Anode) คือ ข้ัวท่ีเกิดออกซิเดชนั
• ข้วั แคโทด (Cathode) คอื ข้วั ทีเ่ กิดรีดักชนั
2. สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ (Electrolyte) อิเลก็ โทรไลต์ (Electrolyte) เป็นวสั ดุนำไฟฟ้าไดโ้ ดยการเคล่ือนท่ี
ของไอออนทเี่ ป็นองค์ประกอบ นำไฟฟา้ ได้ เพราะมีไอออนเคลอื่ นที่ไปมาอย่ใู นสารละลายสารละลายอิเล็กโทร
ไลต์ มี 2 ชนดิ คือ
• สารประกอบไอออนิกหลอมเหลว เช่น สารละลาย NaCl
• สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์ เชน่ สารละลายกรด เบส เกลือ

รปู ท่ี 2 สว่ นประกอบของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี

เซลล์แสงอาทิตย์
เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) หรือ เซลล์โฟโตวอลเทอิก (Photovoltaic cell) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่ง

ทำหน้าที่แปลงพลังงานแสงหรือโฟตอนเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยตรงโดยปรากฏการณ์โฟโตโวลตาอิก นั่นก็คือ
คุณสมบตั ิของสารเช่น คา่ ความต้านทาน แรงดนั และกระแส จะเปลี่ยนไปเม่ือมีแสงตกกระทบโดยไมต่ อ้ งอาศัย
แหล่งจ่ายไฟภายนอก และเมื่อต่อหลอดไฟ จะทำให้เกิดกระแสไหลผ่านหลอดนั้นได้ซึ่งในส่วนของการไฟฟ้า
ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้สรา้ งโรงไฟฟ้า เซลล์สุรยิ ะเพื่อใช้สาธิตการผลิตไฟฟ้าขนาด 20 กิโลวัตต์ ที่โรงงาน
ไฟฟา้ คลองช่องกล่ำ จงั หวดั สระแก้ว

รปู ท่ี 3 เซลลแ์ สงอาทิตย์
เซลลเ์ ชือ้ เพลิง

เซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานเคมีจากเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งให้เป็น
กระแสไฟฟ้าผา่ นทางปฏิกิริยาเคมีของไอออนของไฮโดรเจนประจุบวกกบั ออกซิเจนหรือตัวทำออกซเิ ดชันอ่นื

รปู ท่ี 4 Toyota FCHV ใช้เซลล์เช้อื เพลิง

กระแสไฟฟา้
กระแสไฟฟา้ (electric current) คือการไหลของประจไุ ฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า อเิ ล็กตรอนทีเ่ คลอื่ นที่ใน

ประจุ กระแสแบง่ ออกเป็น 2 แบบ คอื ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลบั (AC)
• ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) คือการไหลทิศทางเดียวของประจุไฟฟ้า กระแสตรงเกิดจาก
แหล่งทีม่ า ความแรงและทิศทางไมม่ ีการเปลี่ยนแปลง
• ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เป็นกระแสไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้ากลับไป
กลับมาอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

รปู ที่ 5 กระแสไฟฟ้า
การผลติ กระแสไฟฟ้า

1. โรงไฟฟ้าพลงั น้ำ คือ ไฟฟา้ ท่ีเกิดจากพลังน้ำโดยใช้พลังงานจลน์ของนำ้ ซง่ึ เกิดจากการปล่อยน้ำจาก
ที่สูงหรือการไหลของน้ำหรือการขึ้น-ลงของคลื่นไปหมุนกังหันน้ำ (Turbine)และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดย
พลังงานทไ่ี ดจ้ ากไฟฟ้าพลังน้ำนี้ขึน้ อยู่กบั ปริมาณน้ำความแตกตา่ งของระดับน้ำและประสิทธิภาพของกังหันน้ำ
และเครื่องกำเนดิ ไฟฟ้า กำลงั ไฟฟ้าและพลังงานจากพลังน้ำ

2. โรงไฟฟ้าพลังความรอ้ น คอื โรงไฟฟา้ ทีใ่ ชพ้ ลงั ความร้อนจากเช้ือเพลิงชนดิ ต่างๆเช่น ถ่านหนิ น้ำมัน
เตาก๊าซธรรมชาติและนิวเคลียร์มาต้มน้ำให้เป็นไอความดันสูงไปขับดันกังหันให้หมุนเป็นพลังงานกลและต่อ
เพลาเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าซึ่งมแี รงดนั และความถีต่ ามที่กำหนดไว้หรือใช้ความร้อน
จากการสันดาปภายในของนำ้ มนั ดเี ซลของเครื่องยนต์ดเี ซลไปฉดุ เครื่องกำเนิดไฟฟา้ ให้กำเนดิ ไฟฟ้าได้เช่นกนั

3. โรงไฟฟา้ พลังความรอ้ นรว่ ม เป็นโรงไฟฟ้าทีใ่ ชก้ า๊ ซธรรมชาตเิ ปน็ เชือ้ เพลงิ ในการผลติ ไฟฟา้ ซ่งึ มกี าร
ทำงาน 2 ระบบร่วมกัน คือ ระบบของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ ทำงานร่วมกับระบบของโรงไฟฟ้ากังหันไอน้ำ โดย
นำเชื้อเพลงิ มาจดุ ระเบดิ เพอื่ ให้เกิดพลงั งานความร้อนไปขับเคล่อื นกังหัน ก๊าซในการผลิตไฟฟา้ จากน้ันไอเสียที่
เกดิ จากการจุดระเบิดในเครื่องกังหันกา๊ ซ จะไปผา่ นหม้อนำ้ เพี่อตม้ นำ้ ให้กลายเป็นไอมาขับเคลื่อนกังหันไอน้ำ
เพ่อื ผลติ พลังงานไฟฟา้ อกี ครั้งหน่ึง

4. โรงไฟฟา้ พลงั งานนิวเคลียร์ เปน็ โรงไฟฟา้ พลังความร้อนประเภทหน่ึง อาศยั พลงั ความร้อนที่เกิดขึ้น
จากปฏิกิริยาการแตกตัวของธาตุยูเรเนียม แล้วนำไปใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำที่ใช้ในการเดินเครื่องกำเนิด
ไฟฟ้า

5. โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้กังหันก๊าซเป็นเครื่องต้นกำลังซึ่งได้พลังงานจากการเผาไหม้
ของส่วนผสมระหว่างก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันดีเซลกับอากาศความดันสูง (Compressed Air) จากเครื่องอัด
อากาศ (Air Compressor) ในห้องเผาไหม้เกิดเป็นไอร้อนที่ความดันและอุณหภูมิสูงไปขับดันใบกังหันเพลา
กังหันไปขบั เคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าเพ่ือผลติ พลงั งานไฟฟา้

6. โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้เศษวัสดุจากเชื้อเพลิงชีวมวล ได้แก่ กากหรือเศษวัสดุ
เหลอื ใชท้ างการเกษตร กากจากผลผลิตทางการเกษตรทผ่ี า่ นการแปรรูปแล้ว เช่น แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ กาก
ปาล์ม กากมันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กากและกะลามะพร้าว ส่าเหล้า เป็นต้น นำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต
ไฟฟ้า และพลังไอน้ำ ซึ่งอาจเป็นเศษวัสดุชนิดเดียว หรือหลายชนิดรวมกันก็ได้ โดยชีวมวลแต่ละชนิดมี
คุณสมบัติแตกต่างกันไป สำหรับโรงไฟฟ้าที่เลือกใช้แกลบเป็นเชือ้ เพลิง เนื่องจากแกลบมีความช้ืนต่ำ จึงให้ค่า
ความร้อนสูง และมีหลกั การทำงานคลา้ ยกบั โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน

รปู ท่ี 6 การผลติ กระแสไฟฟา้ ในปี 2561-2580

การคำนวณคา่ ไฟ
การคำนวณคา่ ไฟข้ึนอย่กู บั Watt ของเครอ่ื งใช้ไฟฟา้

(W x จำนวนเครื่องใชไ้ ฟฟ้า x จำนวนช่ัวโมงทำงาน) / 1000 W = kW

พอได้ kWh แล้วก็เอามาคูณกับราคาค่าไฟฟ้าต่อ kWh ก่อนอื่นต้องทราบจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ในบ้าน
ก่อนว่ามีจำนวนเท่าใดและเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ะชนิดกินไฟเท่าไรสามารถสังเกตุได้จากคู่มือการใช้งานหรือแถบ
ป้ายที่ติดกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เขียนว่า กำลังไฟฟ้าซึ่งมีหน่วยเป็นวัตต์ (Watt) หลังจากนั้นลองคำนวณดูว่า
เครื่องใชไ้ ฟฟา้ แต่ละชนิดทีใ่ ชง้ านในแตล่ ะวนั กนิ ไฟวันละก่ียูนติ และนำมาเปรยี บเทียบกับอตั ราค่าไฟฟ้า
โดยสามารถคำนวณไดจ้ ากสูตรต่อไปน้ี

การใช้ไฟฟา้ 1 หน่วยหรอื 1 ยนู ิต คอื เครื่องใชไ้ ฟฟ้าขนาด 1000 วัตต์ท่ใี ช้งานในหน่งึ ช่ัวโมง

ตวั อยา่ ง บา้ นอยอู่ าศัยของท่านมเี คร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอยู่ในบา้ น 3 ชนดิ เราสามารถคำนวณการใช้ไฟฟา้ ได้

ดงั ต่อไปน้ี

1. หลอดไฟฟา้ ขนาด 36 วัตต์ (รวมบาลาสตอ์ กี 10 วัตต์ เปน็ 46 วัตต์) จำนวน 10 ดวง เปดิ ใชง้ านวนั ละ 6

ชัว่ โมง ใช้ไฟฟ้าวันละกหี่ นว่ ย

วิธที ำ (46 x 10 x 6) / 1000 = 2.76 หน่วย

ประมาณเดือนละ (30 x 2.76 ) = 82.8 หน่วย

2. หมอ้ หุงข้าวขนาด 600 วตั ต์ จำนวน 1 ใบเปิดใชง้ านวนั ละ 30 นาที (0.5 ชั่วโมง) ใช้ไฟฟ้าวันละกี่หนว่ ย

วิธที ำ (600 x 1 x 0.5) / 1,000 = 0.3 หน่วย

ประมาณเดือนละ (30 x 0.3 ) = 9 หน่วย

3. ตู้เยน็ ขนาด 125 วตั ต์ จำนวน 1 เครอ่ื ง เปดิ ใชง้ าน 24 ชั่วโมง สมมตคิ อมเพรสเซอรท์ ำงานวนั ละ 8 ชวั่ โมง

ใชไ้ ฟวันละ

วธิ ที ำ (125 x 1 x 8) / 1000 = 1 หน่วย

ประมาณเดือนละ ( 30 x 1) = 30 หนว่ ย

รวมการใชไ้ ฟฟา้ ในบา้ น ประมาณเดือนละ 83+9+30 = 122 หน่วย

แบบวงจรไฟฟ้า
ส่วนสำคัญของวงจรไฟฟ้า คือ การต่อโหลดใช้งานโหลดท่ีนำมาต่อใช้งานในวงจรไฟฟ้าสามารถต่อได้

เปน็ 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ วงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม(Series Electrical Circuit) วงจรไฟฟา้ แบบขนาน (Parallel
Electrical Circuit) และวงจรไฟฟ้าแบบผสม (Series - Parallel Electrical Circuit)

วงจรอนุกรม หมายถึง การนำเอาอุปกรณ์ทางไฟฟ้ามาต่อกันในลักษณะที่ปลายด้านหนึ่งของอุปกรณ์
ตัวที่1ต่อเข้ากับอุปกรณ์ตัวที่2 จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ตัวที่ 2 ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่3และจะต่อ
ลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งการต่อแบบนี้จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลไปในทิศทางเดียวกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
อนุกรมจะมีค่าเทา่ กันทุก ๆ จดุ

รปู ที่ 7 การตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม
วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดย
นำปลายด้านเดยี วกนั ของอปุ กรณ์แตล่ ะตวั มาต่อเข้าดว้ ยกัน แล้วตอ่ ปลายของอุปกรณ์แตล่ ะตัวท่ีต่อกันแล้วน้ัน
เขา้ กบั แหลง่ กำเนิดไฟฟ้า

ภาพที่ 8 การต่อวงจรไฟฟา้ แบบขนาน

คณุ ลกั ษณะ วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม วงจรไฟฟา้ แบบขนาน
ความสว่างของหลอดไฟ สวา่ งนอ้ ย สว่างมากกว่า

รวมทุกหลอด หลอดไฟที่เหลอื ดับหมด หลอดไฟทีเ่ หลอื ยังสามารถใชง้ านได้

หลอดไฟดวงใดดวงหนงึ่
ชำรดุ

วงจรไฟฟ้าแบบผสม เป็นการต่อวงจรไฟฟ้าโดยการต่อรวมกันระหว่างวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมกับ
วงจรไฟฟ้าแบบขนานภายในวงจรโหลดบางตัวต่อวงจรแบบอนุกรมและโหลดบางตัวต่อวงจรแบบขนานการต่อ
วงจรไม่มีมาตรฐานตายตัวเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะการต่อวงจรตามต้องการการวิเคราะห์แก้ปัญหาของ
วงจรผสมต้องอาศัยหลักการทำงานตลอดจนอาศัยคุณสมบัติของวงจรไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรมและแบบขนาน
ลกั ษณะการต่อวงจรไฟฟา้ แบบผสม

ภาพที่ 9 การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน
เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าในบ้านและสำนักงาน
1. อปุ กรณ์ไฟฟ้าที่ใชภ้ ายในบา้ น

เต้าเสียบหรอื เต้ารองรับ เป็นอุปกรณ์ไฟฟา้ ทใ่ี ช้เปน็ จุดตอ่ ของวงจรอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อความ
สะดวกในการใช้งาน เต้าเสียบทใี่ ชใ้ นบ้านเราจะมี 2 ชอ่ งแต่เตา้ เสยี บทจ่ี ะชว่ ยให้เกิดความปลอดภยั มากคือ
เตา้ เสยี บแบบ 3 ช่องเพราะช่องที่ 3จะต่อกับสายดนิ ซึ่งจะช่วยให้เกดิ ความปลอดภยั ในการใช้งาน

ภาพที่ 10 เต้าเสียบหรือเตา้ รองรบั

สวติ ชไ์ ฟฟ้า เป็นอุปกรณส์ ำหรับปิด-เปิดวงจรไฟฟ้า สวิตชไ์ ฟฟ้าที่ใชต้ ามบา้ นมหี ลายแบบขึ้นอยู่กับ
บรษิ ทั ท่ผี ลติ แบง่ เป็น 2 ประเภทคือ แบบฝัง (ใช้ฝังในผนงั ) แบบที่ 2 แบบไม่ฝงั หรอื เรยี กว่า แบบลอย
(Surface Switches) คอื ติดต้ังบนผนงั นิยมใชใ้ นอาคาร ตามชนบททั่วไป เพราะราคาถูกและตดิ ตงั้ งา่ ยกว่า
แบบฝัง

ภาพท่ี 11 สวิตชไ์ ฟฟา้
เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ และเคร่ืองอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในบ้าน เป็นเคร่ืองใชท้ ่ีเปลย่ี นพลังงานไฟฟ้าเปน็
พลังงานรปู อ่ืน ๆ ท่ีเราต้องการ จำแนกออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังน้ี
เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทใี่ หค้ วามรอ้ น
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน โดยกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดชนิด
หน่ึงทีเ่ รยี กวา่ ลวดนโิ ครม ซง่ึ จะทำให้อปุ กรณช์ นดิ นัน้ ๆ รอ้ นขนึ้ และใชง้ านไดต้ ามตอ้ งการ เช่น
• เตารดี
• เครอื่ งทำนำ้ อุน่
• กระตกิ น้ำรอ้ น
เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ที่ใหพ้ ลงั งานกล
เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ทำงานโดยกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมอเตอร์
ทำใหแ้ กนมอเตอรห์ มนุ และแกนมอเตอรท์ ตี่ อ่ กบั อุปกรณ์อ่นื ๆ เชน่ ใบพดั ทำให้ใบพัดหมุน เชน่
• พัดลม
• เคร่อื งซักผ้า
• เครือ่ งดดู ฝุน่

เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าทใ่ี ห้ทงั้ พลังงานกลและพลงั งานความร้อน
เปน็ เครื่องใช้ไฟฟา้ ท่ีเปลี่ยนพลังงานไฟฟา้ เป็นพลงั งานกลและพลังงานความรอ้ นไปพร้อม ๆ กนั

อปุ กรณ์หลักมี 2 อยา่ ง คือ อุปกรณท์ ่เี ปล่ยี นพลงั งานไฟฟ้าเปน็ พลังงานกล คอื มอเตอร์ และอุปกรณ์ท่ีเปล่ียน
พลังงานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานความรอ้ น เช่น เคร่ืองปรบั อากาศ

เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าท่ีใหแ้ สงสว่าง
เป็นเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าท่ีพลังงานไฟฟ้าเปลีย่ นใหเ้ ปน็ พลงั งานแสงสว่าง ได้แก่ หลอดไฟประเภทตา่ ง ๆ

เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าที่ให้พลังงานเสยี งและภาพ
เครื่องใช้ไฟฟา้ ประเภทนจ้ี ะมีอปุ กรณ์ทางไฟฟา้ และอปุ กรณท์ างอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนประกอบ

เปลย่ี นสัญญาณทางไฟฟา้ และสญั ญาณอิเล็กทรอนิกส์ออกสูล่ ำโพงเป็นเสียงและออกจอเป็นภาพ เชน่
• โทรทศั น์
• คอมพิวเตอร์

เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ในสำนักงาน
เครื่องถา่ ยเอกสาร เป็นอุปกรณ์สำนกั งานอย่างหนง่ึ ซึ่งใช้ในการสำเนาเอกสาร โดยการใช้ความรอ้ น

หรือหลักไฟฟ้าสถติ ในการอ่านเอกสารต้นฉบับและ พิมพเ์ อกสารอีกฉบบั ออกมา

ภาพท่ี 12 เคร่ืองถ่ายเอกสาร
โทรสารหรือแฟกซ์ (Fax) เปน็ สื่อคมนาคมประเภทหนึง่ เครื่องโทรสารได้รบั ความนิยมใชใ้ นสำนกั งานกัน
อย่างแพร่หลาย เนอื่ งจากใหค้ วามสะดวกรวดเร็วและให้ความแมน่ ยำในการส่งขอ้ มูลข่าวสารดว้ ยสีทเี่ หมือนกับ
ต้นฉบับ ใช้ถ่ายเอกสารนำไปพ่วงต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นพรินเตอร์ (Printer) ช่วยลดปัญหาการ
สอ่ื สารข้อความผิดพลาดและช่วยใหก้ ารตดิ ตอ่ ส่ือสารระหว่างกนั สะดวกและรวดเรว็ ย่งิ ขึ้น

ภาพท่ี 13 โทรสารหรอื แฟกซ์ (Fax)

โทรศัพท์ (Telephone) ในการตดิ ตอ่ ส่อื สารท่ีมีความสำคัญต่อธรุ กิจ จำเปน็ ต้องอาศยั บรกิ ารของ
การสอื่ สารแห่งประเทศไทยและกรมไปรษณีย์โทรเลข บรกิ ารทีใ่ ช้นเี้ รยี กว่า “บรกิ ารโทรคมนาคม” ซึง่ ชว่ ยให้
เกดิ ความสะดวกรวดเรว็ ประหยัดคา่ ใช้จา่ ย บรกิ ารเหล่าน้ันมีมากมายหลายประเภท ซ่ึงผู้ใช้บรกิ ารสามารถ
เลือกใช้ให้เหมาะสม โดยมุ่งใหเ้ กดิ ความเข้าใจอนั ดรี ะหว่างกัน สามารถทจ่ี ะส่อื สารกนั ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
แตท่ ีใ่ ชก้ นั มากและมวี ิธีการใช้ง่าย ๆ ได้แก่ บรกิ ารโทรศัพท์ (Telephone Services) ซง่ึ แบง่ ออกเปน็

1. โทรศัพทส์ ่วนบคุ คล (Personal Telephone)
2. โทรศัพทส์ าธารณะ (Public Telephone)
3. โทรศพั ท์มือถือ (Mobile)

ภาพที่ 14 โทรศพั ท์


Click to View FlipBook Version