ประวตั ผิ แู้ ตง่ ๑
ผู้แตง่ เร่อื งนิราศภเู ขาทอง คือ สุนทรภู่
๑) สุนทรภู่ มีช่ือเดมิ ว่า ภู่
๒) เกดิ ในรัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธ
ยอดฟ้า
จฬุ าโลกมหาราช (รัชกาลท่ี ๑)
๓) สนุ ทรภเู่ กดิ เม่ือวันท่ี ๒๖ มิถุนายน ๒๓๒๙
๔) สนุ ทรภเู่ คยศึ กษาอยู่ วัดชีปะขาว
ปัจจบุ ันคือ วัดศรีสดุ าราม
ประวตั ิผู้แต่ง ๒
๕) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เมอ่ื พระองค์ โปรดเกลา้ ฯ ให้เข้ารับราชการใน
กรมพระอาลักษณ์ สุนทรภู่ได้แสดงความสามารถ ใน
เชิงกลอน จนเป็นท่ีพอพระราชหฤทัยหลายครั้ง ด้วย
ค ว า ม ดี ค ว า ม ช อ บ ดั ง ก ล่ า ว สุ น ท ร ภู่ จึ ง ไ ด้ รั บ
พระราชทานบรรดาศั กด์เิ ป็น
“ขุนสุนทรโวหาร”
ประวัติผูแ้ ต่ง ๓ กวีส่ี แผ่นดนิ
๖) เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลยั เสด็จ
สวรรคต และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอย่หู ัวเสด็จ
ข้ึนครองราชยช์ ีวิตราชการของ สุนทรภใู่ นฐานะกวีท่ี
ทรงปรึกษากส็ ้ิ นสุดลง สนุ ทรภไู่ ด้ออกจากราชการและ
ออกบวช เม่อื ลาสิ กขาไดก้ ลบั เข้ารับราชการอีกครั้ง จน
ในสมยั รชั กาลท่ี ๔ ได้รับพระราชทานบรรดาศั กด์เิ ป็น
พระสนุ ทรโวหาร
ถึงแกก่ รรมเมอ่ื พ.ศ. ๒๓๙๘ รวมอายไุ ด้ ๗๐ ปี
ประวตั ผิ ู้แตง่ ๔
๗) สุนทรภเู่ ป็นกวีเอกแห่งกรุงรตั นโกสิ นทร์ ซ่งึ ไดร้ ับ
การยกย่องจาก องค์การเพื่อการศึ กษาวทิ ยาศาสตร์และ
วฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations
Educational , Scientific and Cultural
Organization) หรือ ยเู นสโก ( UNESCO) ให้เป็น
**บคุ คลท่ีมผี ลงานดเี ด่นของโลกด้านวรรณกรรม**
เนื่ องในโอกาส ๒๐๐ ปีชาตกาล เม่อื พ.ศ.๒๕๒๙
ความเป็นมา
สถานท่ีในภาพคือ เจดยี ภ์ เู ขาทอง
ท่ีตง้ั อย่ใู น วดั ภเู ขาทอง
เป็นวดั โบราณในจงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
เก่ยี วข้องกบั วรรณคดีนิ ราศท่มี ชี ่ือเสี ยงของ
สนุ ทรภกู่ ็ คือ นิ ราศภเู ขาทอง
ความสาคัญ คือ มีพระบรมสารรี กิ ธาตบุ รรจุอยู่
ในองค์เจดยี ์
ความเป็นมา
สุนทรภู่ แตง่ เรอ่ื ง นิราศภเู ขาทอง เม่ือปี
พ.ศ. ๒๓๗๓ ขณะท่ีบวชเป็นพระสงฆ์
หลังจากท่พี ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้
นภาลัย เสด็จสวรรคต ไปแลว้ ๖ ปี
(สวรรคตปี พ.ศ. ๒๓๖๗)
เพื่อเล่าเรอื่ งการเดนิ ทางจากวัดราชบูรณะ
หรอื วัดเลยี บ ไปนมัสการพระเจดีย์ภเู ขาทอง
ท่จี งั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา
ลักษณะคาประพันธ์
สนุ ทรภไู่ ด้แตง่ นิ ราศภเู ขาทอง ให้มี
ลกั ษณะเป็นกลอนนิ ราศ โดยทว่ั ไป กลอน
นิราศ มีลกั ษณะ ดังน้ี
- แผนผังเหมือน กลอนแปด
- ตา่ งกนั ท่เี ร่ิมบทแรกดว้ ย วรรครับ
- แลว้ จบทา้ ยดว้ ยคาว่า เอย โดยไม่มีการ
จากัดความยาว
แผนผงั
ลักษณะคาประพันธ์
กลอนนิ ราศ
บทอาขยาน นิราศภเู ขาทอง
...มาถึงบาง/ธรณ/ี ทวโี ศก ยามวิโยค/ยากใจ/ให้สะอ้ืน
โอส้ ุธา/หนาแนน่ /เป็นแผน่ พ้นื ถงึ สห่ี มน่ื /สองแสน/ทั้งแดนไตร
เมื่อเคราะห์รา้ ย/กายเรา/ก็เท่าน้ี ไม่มีท/ี่ พสธุ า/จะอาศยั
ลว้ นหนามเหนบ็ /เจ็บแสบ/คับแคบใจ เหมอื นนกไร้/รงั เร่/อยเู่ อกา
ถงึ เกร็ดย่าน/บ้านมอญ/แต่ก่อนเก่า ผ้หู ญิงเกลา้ /มวยงาม/ตามภาษา
เด๋ียวนี้มอญ/ถอนไรจกุ /เหมือนตกุ๊ ตา ทัง้ ผดั หนา้ /จับเขม่า/เหมือนชาวไทย
โอส้ ามัญ/ผันแปร/ไมแ่ ทเ้ ทยี่ ง เหมือนอย่างเยย่ี ง/ชายหญงิ /ทง้ิ วิสัย
น่หี รือจิต/คิดหมาย/มหี ลายใจ ทจ่ี ิตใคร/จะเปน็ หนง่ึ /อยา่ พงึ คิด
ถึงบางพูด/พดู ดี/เปน็ ศรีศักด์ิ มคี นรัก/รสถ้อย/อรอ่ ยจิต
แมพ้ ูดช่ัว/ตวั ตาย/ทาลายมิตร จะชอบผิด/ในมนุษย์/เพราะพดู จา....
*************************************
นริ าศภูเขาทอง ( สุนทรภู่ )
วดี ีโอทอ่ งบทอาขยาน
๑. ผู้แต่งเร่ืองนิราศ คือคใาคถร ามท้ายบท
สุนทรภู่
๒. สนุ ทรภู่ เกิดวนั /เดอื น/ปี ใด
๒๖ มิถุนายน ๒๓๒๙
๓. สนุ ทรภเู่ กิดในสมยั รชั กาลใด
รัชกาลท่ี ๑
๔. สุนทรภศู่ ึ กษาจากท่ไี หน
วดั ชีปะขาว หรอื วดั ศรสี ุดาราม
๕. บรรดาศั กด์สิ ดุ ท้ายของสนุ ทรภกู่ ่อนถึงแก่กรรม คือ
บรรดาศั กด์ิอะไร
พระสุนทรโวหาร เจา้ กรมอาลกั ษณ์
๖. สนุ ทรภู่ ได้รบั การยกย่องจาก ยเู นสโก ว่ามีผลงานดเี ด่น
ด้านใด
ดา้ นวรรณกรรม
๗. สุนทรภปู่ ระพันธเ์ รือ่ งนิ ราศภเู ขาทอง เม่ือทา่ นเดินทางไปท่ี
ไหน
เดนิ ทางไปไหวพ้ ระเจดยี ภ์ เู ขาทอง ท่ี จ.
พระนครศรีอยธุ ยา
๘. กลอนนิ ราศ มักจะแต่งในโอกาสใด
การเดนิ ทาง กวมี กั จะครา่ครวญถงึ หญงิ อนั เป็นทร่ี กั
บทวิเคราะห์ ความงามทางวรรณศิ ลป์
เราไปติดตาม
การเดนิ ทางของ
ทา่ นสนุ ทรภกู่ ัน
เถอะว่าจะมีเรือ่ งน่ า
ตื่นเตน้ มากแค่ไหน
..
บทวเิ คราะห์
ความงามทางวรรณศิ ลป์
เกิดจากการสรรคาทส่ี ละสลวยมาเลน่ สั มผัสใน ทั้งสั มผัสสระ
และสั มผสั พยญั ชนะ ทาให้เกดิ จังหวะในการอ่านและเห็นภาพ
ชัดเจน และเกดิ ความไพเราะ เช่น
สั มผัสพยัญชนะ
(อักษร)
... ดนู ้าว่ิงกล้ิงเช่ียวเป็นเกลียวกลอก
กลับกระฉอกฉาดฉั ดฉวัดเฉวียน
บ้างพลงุ่ พลุ่งวุ้งวงเหมอื นกงเกวยี น
...ดูเวียนเวยี นคว้างควา้ งเป็นหว่างวน
บทวเิ คราะห์
ความงามทางวรรณศิ ลป์
แสดงให้เห็นความงามของภาษาจากการเลน่ คาซ้า ทาให้เกิด
โวหารท่ี คมคายตดิ ใจผอู้ า่ น เสมอมา และมักมผี นู้ ามาอา้ งองิ จนถึง
ปัจจุบนั เช่น
ไมเ่ มาเหลา้ แล้วแตเ่ รายังเมารกั สุดจะหักห้ามจติ คิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายกห็ ายไป แต่เมาใจนี้ ประจาทุกค่าคืน
บทวเิ คราะห์
การถ่ายทอดอารมณ์สะเทอื นใจ
สอดแทรกความเสี ยใจ อาลัยอาวรณ์ของสุนทรภู่ ที่มีต่อ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั และน้ อยใจในความอาภพั
ของโชคชะตาตนเองไวอ้ ย่างแนบเนี ยน และกินใจผู้อา่ น ดังเห็นได้
จากคาประพันธ์ต่อไปน้ี
ถึงหน้ าวงั ดงั หน่ึงใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอผ้ า่ นเกล้าเจา้ ประคุณของสนุ ทร แต่ปางกอ่ นเคยเฝ้าทุกเช้าเยน็
---------------------------------------------------------------------------------
เคยหมอบใกล้ได้กล่ินสุคนธ์ตรลบ ละอองอบรสร่ืนชื่นนาสา
ส้ินแผ่นดินส้ิ นรสสุคนธา วาสนาเราก็ส้ิ นเหมอื นกล่ินสคุ นธ์
บทวิเคราะห์ ด้านเนื้อหา สะท้อนสั งคมและวถิ ีชีวติ ไทย
การแต่งกายของผหู้ ญิงไทยและผู้หญิงไทยเช้ือสายมอญ
มีบนั ทึกไว้ในนิ ราศเรอ่ื งน้ี วา่
ถึงเกรด็ ยา่ นบา้ นมอญแตก่ อ่ นเกา่
ผู้หญิงเกลา้ มวยงามตามภาษา
เด๋ยี วน้ีมอญถอนไรจุกเหมอื นตุ๊กตา
ทง้ั ผดั หน้าจบั เขม่าเหมือนชาวไทย
บทวเิ คราะห์
สะทอ้ นสั งคมและวถิ ีชีวติ ไทย
สนุ ทรภเู่ ดนิ ทางผา่ นสถานทีต่ า่ ง ๆ ทาให้ได้เห็นวถิ ีชีวิตของคนไทยและ
สภาพสังคมในแต่ละทอ้ งถ่ิน ทา่ นจงึ นามาถ่ายทอดลงในนิราศเร่อื งนี้ เช่น
เม่ือถึงแขวงนนท์ สุนทรภบู่ รรยายการสรา้ งบา้ นเรือนและการประกอบอาชีพ
ของชาวบา้ นไว้ ดังนี้
ถึงแขวงนนทช์ ลมารคตลาดขวัญ
มพี ่วงแพแพรพรรณเขาค้าขาย
ทงั้ ของสวนลว้ นเรอื อย่เู รยี งราย
พวกหญิงชายประชุมกนั ทุกวันคืน
บทวเิ คราะห์
สะทอ้ นสั งคมและวิถีชีวติ ไทย
สนุ ทรภไู่ ด้สอดแทรกเกร็ดความรู้เก่ยี วกับประวตั ขิ องสถานท่ีบาง
แห่ง เช่น สามโคก ทไ่ี ด้ช่ือว่า ปทมุ ธานีเพราะมีบวั ดังคาประพันธ์ว่า
พระบาทสมเดจ็ ถึงสามโคกโศกถวลิ ถึงป่ ินเกลา้
พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั (ร.๒) พระพุทธเจา้ หลวงบารุงซ่ึงกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี
ช่ือปทมุ ธานี เพราะมบี วั
บทวิเคราะห์
ข้อคิดจากนิราศภเู ขาทอง
ข้อคิดส่ วนใหญ่เป็นคาสอนทาง
พระพุทธศาสนา เช่น ไมม่ ีส่ิงใด
เท่ยี งแท้ ช่ือเสียงเกยี รติยศ ลว้ นไม่
ยั่งยนื ดังคาประพันธ์วา่
ท้ังองค์ฐานรานรา้ วถึงเกา้ แฉก เผยอแยกยอดทรุดกห็ ลุดหัก
โอ้เจดียท์ ีส่ ร้างยงั ร้างรกั เสี ยดายนั กนึ กน่ าน้ าตากระเด็น
กระน้ีหรือช่ือเสียงเกียรตยิ ศ จะมหิ มดล่วงหน้าทันตาเห็น
เป็นผดู้ มี มี ากแลว้ ยากเย็น คิดก็เป็นอนิ จจงั เสียทั้งน้ัน
บทวเิ คราะห์
ข้อคิดจากนิ ราศภเู ขาทอง
สอดแทรกข้อคิดอืน่ ๆ ท่นี ่ าสนใจ
ไว้อีกหลายเรอื่ ง เช่น เรอ่ื ง การพูด
ท่านสอนวา่
ถึงบางพดู พดู ดเี ป็นศรศี ั กด์ิ มคี นรกั รสถ้อยอร่อยจิต
แมน้ พูดชั่วตวั ตายทาลายมติ ร จะชอบผดิ ในมนษุ ย์เพราะพดู จา
บทวิเคราะห์
ข้อคิดจากนิ ราศภเู ขาทอง
“ ถึงบางเดื่อ โอ้มะเดอ่ื เหลือประหลาด
บังเกิดชาติ แมลงหว่ี มใี นไส้
เหมือนคนพาล หวานนอก ยอ่ มขมใน
อุปไมย เหมอื นมะเดื่อ เหลอื ระอา ”
ให้ข้อคิด เก่ียวกบั การคบหาคนท่มี ลี ักษณะ
“ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง” คือ คนท่ีดู
ภายนอกแล้วดสู วยงามดดู ี แตแ่ ทจ้ ริงแล้ว
ภายในนั้ นเลวรา้ ย
แผนท่ีการเดินทาง
สถานท่ีท่เี ดินทางผา่ น
แผนท่กี ารเดนิ ทาง
ช่ือสถานท่ี ท่ีเดินทางผ่าน
๑. วัดราชบุรณราชวรวิหาร ๑๑. บางเดอื่
๒. พระบรมมหาราชวัง
๓. วดั ประโคนปัก ๑๒. บางหลวง
๔. โรงกลนั่ เหล้า ๑๓. เชียงราก
๕. บางจาก / บางพลู / บางพลัด ๑๔. สามโคก
/ บางโพ ๑๕. บ้านง้ิว
๖. บา้ นญวน ๑๖. เกาะใหญ่ราชคราม
๗. วัดเขมาภริ ตาราม ๑๗. พระนครศรอี ยธุ ยา
๘. ตลาดแกว้ / ตลาดขวญั ๑๘. วัดหน้ าพระเมรุ
๙. บางธรณี/เกาะเกรด็ /บางพูด ๑๙. วดั ภเู ขาทอง
๑๐. บ้านใหม่ ๒๐. วดั อรุณราชวราราม
โรงกลน่ั เหล้า
ลกั ษณะบ้านเรือนริมนา้
ตลาดนา้ / ตลาดแก้ว
เกาะเกร็ด
บางเด่ือ
เมืองสามโคก / ปทุมธานี
บ้านงวิ้