ความเป็นมา
สุภาษิต หมายถึง ถ้อยคา/ข้อความท่ีกลา่ วสืบต่อกันมา
เพื่อเป็นคติสอนใจ
พระร่วง เป็นคาท่ใี ช้เรียกกษัตริย์ในสมยั สุโขทัย
ลกั ษณะคาประพันธ์ ประเภทร่ายสุภาพ วรรคละ
๕-๘ คา จบดว้ ยโคลงสองสุภาพ
สุภาษิตพระรว่ ง หรือ บญั ญัตพิ ระรว่ ง เป็นสุภาษิตเก่าแกท่ ่ี
สั นนิ ษฐานว่าแต่งในสมัยสุโขทัย แต่ไมป่ รากฏนามผแู้ ต่ง
ผู้ชาระโดย สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
พระบาทสมเดจ็ พระน่ั งเกล้าเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าให้
จารึกไวท้ ี่ วัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม
บทนาเรอ่ื ง
สภุ าษิตพระร่วงนี้เป็นฉบบั ของกรมศิ ลปากร
คัดมาจากหนั งสื อประชุมจารกึ วัดพระเชตุพนฯ เล่ม
๒ เป็นวรรณกรรมประเภทรา่ ยซ่ึงไมป่ รากฏนามผู้
แตง่ เนื่องจากตอนต้นและตอนทา้ ยของเรือ่ งระบุ
ไวว้ า่ พระร่วงเจ้า เป็นผู้บญั ญัติคาสอนน้ี และ
ลกั ษณะภาษาบางแห่งเหมอื นกบั การใช้ภาษาสมยั
สุโขทยั จึงทาให้นั กวรรณคดีไทยสมยั กอ่ นจัด
วรรณคดีเรื่องนี้ ให้อยใู่ นสมัยสุโขทัย แต่กไ็ มไ่ ด้
ยนื ยันว่าใครเป็นผู้แต่ง เพียงแต่ตัง้ ข้อสั งเกตวา่ อาจ
เป็นพระบรมราโชวาทของพ่อขุนรามคาแหง
มหาราช ทท่ี รงส่ังสอนประชาชน และกวนี าไปเรียบ
เรียงเป็นคาประพันธ์
บทนาเรื่อง
นักวรรณคดสี มัยตอ่ มาได้ค้นหาข้อมูลหลกั ฐานเพ่ือ
พิสจู น์ท่มี าของวรรณคดีเรอ่ื งน้ีและสรุปว่า สภุ าษิตพระรว่ ง
อาจจะไมไ่ ดแ้ ต่งในสมยั สโุ ขทัย เน่ืองจากลกั ษณะคประพันธ์
มกี ารกาหนดจานวนคาและสัมผัสอยา่ งเครง่ ครดั จงึ น่าจะเป็น
วรรณคดใี นสมยั ทกี่ ารประพันธข์ องไทยเจรญิ รุ่งเรืองแลว้
อยา่ งไรก็ตาม ยงั ไม่มีข้อสรุปชัดเจนเก่ยี วกบั ผแู้ ต่ง หากแต่
กลา่ วได้วา่ สภุ าษิตพระรว่ งสานวนทน่ี ามาศึ กษานี้เป็น
วรรณคดีในสมัยรตั นโกสินทรต์ อนตน้ ซ่งึ มหี ลกั ฐานปรากฏ
เป็นแผน่ หินจารกึ ในวดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม
เนื้ อหาของสภุ าษิตเรื่องนี้ เป็นภาษิตท่ีมีคตเิ ตอื นใจ เป็นข้อคิด
ในการดาเนินชีวติ ตามวถิ ีทางทถี่ ูกตอ้ งของคนไทยมาแต่โบราณกาล
และยงั เป็นข้อคิดทปี่ ระยกุ ต์ใช้ไดด้ กี ับสั งคมไทยยคุ ปัจจุบนั
สุภาษิตพระรว่ ง ความหมาย
ช้างไลแ่ ลน่ เล่ียงหลบ เห็นคนมีอานาจควรหลบ
สุวานขบอยา่ ขบตอบ สุนั ขกดั อย่ากัดตอบ
ของแพงอย่ามกั กิน อย่ากนิ ของแพง
คนขาอยา่ รว่ มรัก อย่าคบคนทม่ี ลี ับลมคมใน
อยา่ ผูกมิตรคนจร อยา่ คบคนทีโ่ หดเหี้ยม
เม่อื น้อยให้เรียนวชิ า ให้หาสิ นเม่ือใหญ่ เมอ่ื เป็นเดก็ ให้เรยี น
ให้ทางานเม่อื โต
เดินทางอยา่ เดนิ เปลย่ี ว เดนิ ทางอยา่ ไปคนเดยี ว
สวุ านขบอย่าขบตอบ สนุ ัขกดั อย่ากดั ตอบ
อย่าขุดคนดว้ ยปาก อยา่ พูดเหยยี ดหยามผอู้ ื่น
อย่าถากคนด้วยตา อยา่ แสดงการเหยยี ดหยามผู้อนื่
ดว้ ยสายตา
คนโหดให้เอ็นดู ให้ช่วยเหลอื แบง่ ปันคนยากไร้
อยา่ ใฝ่สงู ให้พ้นศั กด์ิ อยา่ ทะเยอทะยานเกนิ
ความสามารถของตน
บทวเิ คราะห์
๑. คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์
มีการเล่นสั มผสั ทง้ั ภายในวรรคและ
ระหวา่ งวรรค ท้งั สัมผสั สระและสั มผัสพยัญชนะ
ทาให้เกิดความไพเราะ และเป็นจังหวะในการอา่ น
การเรอื นตนเร่งคิด อย่านั่ งชิดผใู้ หญ่
อยา่ ใฝ่สูงให้พ้นศั กด์ิ ที่รักอย่าดถู ูก
ปลกู ไมตรอี ย่ารู้รา้ ง สรา้ งกศุ ลอย่ารู้โรย
บทวเิ คราะห์
๑. คุณค่าดา้ นวรรณศิ ลป์
มกี ารเล่นคาซ้าเพ่ือเน้ นความ
ผจิ ะบังบงั จงลับ
ผจิ ะจบั จับจงมน่ั
ผจิ ะค้ันคั้นจงตาย
ผจิ ะหมายหมายจงแท้
ผจิ ะแกแ้ ก้จงกระจ่าง
บทวิเคราะห์
๒. คุณค่าดา้ นเนื้ อหา
๒.๑ การปฏบิ ัติตอ่ ตนเอง
• เมื่อน้อยให้เรียนวชิ า ให้หาสินเม่อื ใหญ่
• โทษตนผิดราพึง อยา่ คะนึงถึงโทษทา่ น
• ทมี่ ีภยั พึงหลีก ปลกี ตนไปโดยด่วน
บทวเิ คราะห์
๒. คุณค่าด้านเน้ื อหา
๒.๒ การปฏบิ ัตติ นตอ่ ผใู้ หญ่
• ผูเ้ ฒา่ ส่ังจงจาความ
• จงนบนอบผใู้ หญ่
• ทดแทนคุณท่านเมอื่ ยาก
บทวิเคราะห์
๒. คุณค่าดา้ นเนื้ อหา
๒.๓ การปฏบิ ตั ิตนตอ่ คนรอบข้าง
• ปลูกไมตรอี ยา่ รู้ร้าง
• สร้างกุศลอยา่ รูโ้ รย
• เมตตาตอบตอ่ มติ ร
• อยา่ นิ นทาผ้อู น่ื
บทวิเคราะห์
๒. คุณค่าดา้ นเน้ื อหา
๒.๔ การปฏิบัตติ นตอ่ พระมหากษัตริย์
• อาสาเจ้าจนตวั ตาย
• อยา่ ปองภยั ตอ่ ทา้ ว
บทวเิ คราะห์
๒. คุณค่าด้านเนื้ อหา
๒.๕ การปฏบิ ัติตนตอ่ ครูอาจารย์
• ยอครูยอต่อหน้ า
• อยา่ เลียนครูเตือนด่า
• ครูบาสอนอย่าโกรธ
บทวิเคราะห์
๓. คุณค่าด้านสั งคม
สะทอ้ นภาพสังคมท่มี คี นหลายชนชั้น
อย่รู ว่ มกันทุกคนต้องรูห้ น้ าที่และฐานะของ
ตนเอง มกี ารปฏบิ ตั ติ อ่ กนั อย่างเหมาะสม
เคารพและให้เกียรติซ่ึงกนั และกนั สั งคมก็
จะดารงอยอู่ ย่างสงบสขุ