เร่อื งท่ี ๑
การอา่ นออกเสียง
แผนผงั สาระการเรียนรู้
การอ่านบทร้อยแก้ว การอ่านบทร้อยกรอง
การอ่านออกเสียง
หลกั การอ่าน/ตวั อย่าง
ตวั ชี้วดั
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกบั เรื่องท่ีอ่าน (ท ๑.๑ ม. ๑/๑)
เรื่อง การอ่านออกเสี ยง
การอ่านออกเสียงเป็นศิลปะอย่างหน่ึ งทแ่ี สดงถึงความสามารถของ
ผ้อู า่ นในการออกเสียงไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ชดั เจน อาจแบ่งตามลักษณะคา
ประพันธท์ นี่ ามาอา่ นได้ ๒ ประเภท ดังนี้
ร้อยแก้ว หมายถงึ ขอ้ ความท่เี รยี บเรยี งอยา่ งสละสลวย ถกู ต้องตาม
หลักภาษาแตไ่ ม่กาหนดขอ้ บงั คับตามฉันทลกั ษณ์
รอ้ ยกรอง หมายถึง ถ้อยคาท่มี ีลกั ษณะบังคับในการแต่งซง่ึ ทาให้เกดิ
ความไพเราะจากเสียงสัมผัสจังหวะ และเสียงหนั กเบาตามฉันทลักษณ์ที่
กาหนด เชน่ กลอน กาพย์ โคลง รา่ ย ฉันท์
การอา่ นออกเสี ยงบทร้อยแกว้
การอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้วทนี่ ามาเป็นตัวอย่างการอา่ นน้ี เป็นรอ้ ยแกว้
ท่มี ีลกั ษณะบรรยายเน้ื อความหรอื เหตุการณ์ ซง่ึ มแี นวทางการอ่าน ดงั น้ี
๑. ศึกษาเนื้ อหาของเรอ่ื งที่ปรากฏในบทอา่ น โดยสรุปใจความสาคัญ
ว่าเกย่ี วข้องกบั ส่ิงใด หรอื เป็นเหตกุ ารณ์ใด
๒. พิจารณาคาที่อา่ นยาก คาทับศัพท์ หรอื คาศัพทเ์ ฉพาะวา่
มกี ารสะกดคาอย่างไร ออกเสียงอย่างไรจึงจะถูกต้อง
๓. ฝึกอา่ นออกเสียงเพื่อให้เกดิ ความคุ้นเคยกบั
บทอา่ น เว้นจังหวะการอ่านให้น่ าฟัง
วธิ ีการอ่านแบบบรรยาย
การอา่ นออกเสี ยงให้ถูกตอ้ ง ชัดถ้อยชัดคา เว้นวรรค
ตอนในการอา่ นให้เหมาะสม เน้นเสียงและถ้อยคาตาม
คาตามนาห้ นักความสาคัญของใจความ เพ่ือจะช่วยให้
ผู้อ่านเข้าถึงจุดมุ่งหมายของเรอ่ื งไดด้ ี
www.themegallery.com Company Logo
สัญลักษณ์การอา่ นแบบบรรยาย
* เคร่ืองหมาย / หมายถึง การหยดุ เว้นช่วงจังหวะสั้นๆ
เครอ่ื งหมาย // หมายถึง การหยดุ เว้นช่วงจังหวะท่ียาวกวา่
เครือ่ งหมาย /
เครื่องหมาย ____ หมายถึง การเน้น การเพ่ิมนาห้ นักของเสียง
ตวั อยา่ งบทอา่ นแบบบรรยาย
ในปัจจุบันกล่าวกันว่า/ เรากาลังอยู่ในยุคโลกาภิวัฒน์ หรือเรียกอีกอย่างว่าโลกไร้
พรมแดน// แต่จะเรียกอย่างไรก็ตามเถิด/การอ่าน/ ก็เป็นกระบวนการสาคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคนใน
ทศวรรษนี้/ เพราะโลกของการศึกษา/ มิได้จากัดอยู่ภายในห้องเรียน/ ท่ีมีลักษณะรูปทรงส่ีเหล่ียมเเคบๆ
เท่านั้น/ เเต่ข้อมูลข้าวสารสารสนเทศต่างๆ /ได้ย่อโลกให้เล็กลงเท่าที่เราอยากรู้ได้รวดเร็ว/ ในชั่วลัดน้ิวมือ
เดียวอย่างที่คนโบราณกล่าวไว้/ จะมีส่ือให้อ่านอย่างหลากหลายให้เลือก/ ท้ังส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีเราคุ้นเคย/ ไปจน
ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ท่ีเรียกว่า "อินเทอร์เน็ต" เพราะการต่อสู้รุกรานกันของมนุษย์ยุคใหม่/ จะใช้ข้อมูล/ สติ/
ปัญญา/ และคุณภาพของคนในชาติ/ มากกว่าการใช้กาลงั อาวุธเข้าประหัตประหารกนั // หากคนในชาติด้อย
คณุ ภาพ/ ขาดการเรียนรู้/ จะถูกครอบงาทางปญั ญาไดง้ า่ ยๆ /จากสือ่ ต่างๆ จากชาตทิ พ่ี ฒั นาเเลว้
หากคนไม่อ่านหนังสอื / ก็ยากที่จะพัฒนาสติปัญญา และความรไู้ ด้/ โดยเฉพาะประเทศ
ท่กี าลงั พฒั นา/ จะต้องท่มุ เทใหค้ นมีนิสัยรักการอา่ น/ มีทกั ษะในการอา่ น/ และพฒั นาวิธกี ารอ่านให้เป็น
นกั อ่านที่ดี// นกั อา่ นทีด่ จี ะมภี ูมคิ ุ้มกนั การครอบงาทางปญั ญาได้เปน็ อย่าง/ รู้เทา่ กันคน และสามารถ
แก้ปัญหาไดด้ ี
» ชาตกิ ้าวไกลด้วยคนไทยรักการอ่าน : มานพ ศรีเทียม
www.themegallery.com Company Logo
หัวข้อท่ี ๒
การอ่านออกเสียง
แบบพรรณนา
ตวั ชี้วดั
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกบั เร่ืองท่ีอ่าน (ท ๑.๑ ม. ๑/๑)
เรือ่ ง การอ่านออกเสียงแบบพรรณนา
การอ่านบทพรรณนา บทพรรณนาเป็นงาน
เขียนทีสอดแทรกอารมณ์ ความรู้สึ กของผู้เขียน ที่มี
ต่อส่ิ งใดส่ิ งหน่ึ ง เพ่ื อให้ผู้อ่านเกิดความซาบซ้ึง
ประทับใจ และคล้อยตาม โดยผู้เขียนเลือกใชถ้ ้อยคา
ท่ี ไพเราะสรา้ งจินตภาพ
หลกั เกณฑ์ทั่วไปในการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ มีดงั น้ี
๑. ก่อนอา่ นควรศึ กษาเร่อื งทีอ่ า่ นให้เข้าใจโดยศึ กษาสาระสาคัญของ
เร่อื งและข้อความทุกข้อความเพื่อจะแบง่ วรรคตอนในการอ่านไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
๒. อา่ นออกเสียงดังพอเหมาะกบั สถานท่แี ละจานวนผู้ฟัง ให้ผ้ฟู ังได้
ยนิ ทว่ั กัน ไม่ดังหรอื ค่อยจนเกนิ ไป
๓. อา่ นให้คล่องฟังร่ืนหูและออกเสียงให้ถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี ชัด
ถ้อยชัดคา โดยเฉพาะตวั ร ล หรอื คาควบกลา้ ตอ้ งออกเสียงให้ชัดเจน
๔. อา่ นออกเสี ยงให้เป็นเสี ยงพดู อยา่ งธรรมชาติทส่ี ุด
๕. เน้ นเสียงและถ้อยคาตามนา้หนั กความสาคัญของใจความ ใช้
เสี ยงและจงั หวะให้เป็นไปตามเนื้ อเรือ่ ง เช่น ดุ ออ้ นวอน จริงจัง โกรธ ฯลฯ
๖. อา่ นออกเสียงให้เหมาะกับประเภทของเร่อื ง รู้จกั ใส่อารมณ์ให้
เหมาะสมตามเนื้ อเรอ่ื ง
๗. ขณะทอ่ี ่าน ควรสบสายตาผฟู้ ัง ในลกั ษณะทเ่ี ป็นธรรมชาติ
๘. การอ่านในท่ีประชุม ตอ้ งจบั หรอื ถือบทอา่ นให้เหมาะสมและยืน
ทรงตวั ในทา่ ที่สงา่
www.themegallery.com Company Logo
ตวั อย่างการฝึกอ่านแบบพรรณนา
เกวยี นโขยกขลกุ ขลกั ไปอย่างเช่ืองช้า/เสี ยงเพลาเสียดสีไปกับดุม/
ดงั เสียงแหลมเลก็ /สลบั กบั เสียงกระด่ิงววั /ดังตามจงั หวะการกา้ วเดินของวัว
ชราสองตัวน้ัน/ฟังเป็นเพลงมาร์ชประจาท่งุ /ทีม่ ตี วั โน้ตธรรมชาติเป็นผู้
กาหนดทานอง//บางคร้ัง/มนั ฟังดูเศรา้ ซึม/เหมอื นอยา่ งเสี ยงของเกวียน
เลม่ น้ี //
ชายชราน่ังขยับไม้แส้ อยบู่ นเกวียน/แกแกวง่ ไมอ้ ย่กู ลางอากาศ/
ขณะไลว่ วั ดว้ ยเสี ยงแหบพร่า/แกคงไม่กลา้ เอาไมแ้ ส้ แตะหลังววั /ให้มนั
ระคายเคืองหรอื เจ็บปวดใจ/สั งขารอันรว่ งโรยของ
ไอแ้ ก้วไอ้ไหม/ววั คู่ยากกไ็ มต่ ่างจากเจา้ ของมากนั ก//หนั งหยอ่ นยานรัดรูป
ลงไปโชว์กระดูก/เรีย่ วแรงของมนั ค่อยหมดลงไปจนเกือบจะลากขาตัวเองไม่
ไหว//ถ้าแกม่ังมหี รอื พอมใี ช้/กจ็ ะปลดเกษียณให้วัวคู่ยาก/มันได้พักผอ่ น
ยามชราบา้ ง//แตม่ นั จนใจ/เพราะแมแ้ ตต่ ัวแกเองก็ยงั ไมไ่ ดพ้ ัก/แม้ยา่ งเข้า
๖๕ แลว้ /ชีวติ ทีเ่ ข้มข้นเม่ือตอนหน่มุ ๆ/ไดก้ ลายเป็นความหลงั อันยืดยาว/มี
นิยายชีวิตทเ่ี ล่าให้ลูกหลานฟังไดห้ ลายวนั หลายคืนกว่าจะจบ//
www.themegallery.com Company Logo
เครอ่ื งหมายแบง่ วรรคตอนในการอา่ นออกเสียง
ในการฝึกอ่านออกเสี ยงข้อความท่เี ป็นรอ้ ยแก้ว จะใช้
เครื่องหมายวรรคตอนในการอา่ นเพื่อเป็นการเว้นช่วงจงั หวะการ
อา่ น ดังน้ี
เครื่องหมาย / หมายถึง การหยดุ เวน้ ช่วงจงั หวะสั้ นๆ
เครื่องหมาย // หมายถึง การหยดุ เว้นช่วงจงั หวะท่ยี าวกวา่
เคร่อื งหมาย /
เครือ่ งหมาย _ (ขีดเส้ นใต)้ หมายถึง การเน้ นหรอื การเพ่ิมนาห้ นั ก
ของเสี ยง
หัวข้อท่ี ๓
การอ่านออกเสียง
บทรอ้ ยกรอง
การอ่านออกเสี ยงบทร้อยกรอง
การอ่านออกเสี ยงร้อยกรอง เป็นการอ่านท่ีมุ่งให้เกิด
ความเพลิดเพลินซาบซ้ึงในรสของคาประพันธ์ ซ่ึงจะต้องอ่าน
อย่างมีจังหวะ ลีลา และท่วงทานองตามลักษณะคาประพันธ์
เเต่ละชนิ ด
การอ่านบทรอ้ ยกรอง อา่ นได้ ๒ แบบ ดังน้ี
๑. อ่านออกเสี ยงธรรมดา เป็นการอ่านออกเสี ยงพูด
ตามปกตเิ หมือนกับอา่ นร้อยแก้ว แตม่ ีจงั หวะวรรคตอน
๒. อ่านเป็นทานองเสนาะ เป็นการอ่านมีสาเนี ยงสูง ตา่
หนั ก เบา ยาว สั้ นเป็นทานองเหมือนเสี ยงดนตรี มีการเอื้อน
เสี ยง เน้ นสั มผัส ตามจังหวะ ลีลาและท่วงทานองตามลักษณะ
บังคับของบทประพันธใ์ ห้ชัดเจนเเละเหมาะสม
www.themegallery.com
การอา่ นออกเสี ยงบทรอ้ ยกรอง
โดยทั่วไปมแี นวทางในการอ่าน ดังน้ี
๑. มีความรูค้ วามเข้าใจฉันทลักษณ์ของบทประพันธท์ จ่ี ะอา่ น
๒. ฝึกอา่ นออกเสี ยงแบบร้อยแกว้ กอ่ น
๓. ฝึกอา่ นออกเสี ยงให้ถูกต้องตามอกั ขรวิธี ทงั้ พยัญชนะ
สระ และวรรณยกุ ต์
๔. อา่ นออกเสี ยงให้กงั วานชัดเจน
๕ . ฝึกการอา่ นเออ้ื สั มผสั คือ การแปรเสี ยงอา่ นให้รับสั มผัสกบั คาต่อไป
๖. มสี มาธิม่ันคงในการอา่ น
แผนผังความคิดการอ่านออกเสี ยง (Mind Mapping)
www.themegallery.com https://coggle-downloadCosm-ppraondy uLocgtioon
หัวข้อท่ี ๔
การอ่านออกเสี ยง
กาพย์/กลอน/โคลง
การอา่ นกาพย์
กาพยย์ านี ๑๑
กาพยย์ านี ๑๑ มีจานวนคา ๑๑ คา นิ ยมอ่าน
เสี ยงสูงกว่าปกติจึงจะเกิดความไพเราะ การเเบง่
จังหวะวรรคในการอา่ น มีดงั น้ี
วรรคหน้า ๕ คา อา่ น ๒/๓ OO/OOO
วรรคหลงั ๖ คา อา่ น ๓/๓ OOO/OOO
เรื่อยเรอ่ื ย/มารอนรอน// ทิพากร/จะตกตา/่ /
สนธยา/จะใกลค้ า/่ / คานึ งหน้ า/เจา้ ตราตรู
เรอื่ ยเรื่อย/มาเรียงเรยี ง// นกบินเฉียง/ไปทง้ั หมู่//
ตัวเดียว/มาพลัดคู่// เหมือนพ่ีอย/ู่ ผเู้ ดยี วดาย//
การอา่ นกลอนสภุ าพ
กลอนสุภาพ เป็นคาประพันธ์ประเภทหน่ึงท่มี ี
จานวนคาแตล่ ะวรรคประมาณ ๗-๙ คาแต่ท่นี ิ ยมคือ ๘ คา
ในการอา่ นแบ่งจังหวะเป็น
กลอนสุภาพ นิ ยมอ่านเสียงสงู ๒ วรรค และเสียงตา่ ๒
วรรค
การเเบ่งจงั หวะวรรคในการอา่ น มีดังน้ี
วรรคละ ๖ คา อ่าน ๒/๒/๒ OO/OO/OO
วรรคละ ๗ คา อา่ น ๒/๒/๓ OO/OO/OOO
วรรคละ ๘ คา อ่าน ๓/๒/๓ OOO/OO/OOO
วรรคละ ๙ คา อ่าน ๓/๓/๓ OOO/OOO/OOO
การอา่ นกลอนสภุ าพ
การเเบง่ จังหวะวรรคละ ๘ คา
เเลว้ สอนวา่ /อยา่ ไว/้ ใจมนษุ ย์
มนั เเสนสุด/ลกึ ลา/้ เหลอื กาหนด
ถึงเถาวัลย/พันเก่ยี ว/ท่เี ลย้ี วลด//
กไ็ มค่ ด/เหมือนหน่ึงใน/นาใ้ จคน//
การอ่านโคลงส่ีสภุ าพ
การอา่ นโคลงส่ีสุภาพมีจังหวะการอ่าน
แบง่ เป็น วรรคหน้านิยมอ่าน OO/OOO และ
วรรคหลังนิยมอ่าน ๒ กรณี ท่ีเป็นคาสร้อยหรือ
วรรคสดุ ท้ายของบทท่ีมี ๔ คา ให้แบ่ง
OO/OO// ดังตวั อย่าง
เสี ยสิ น/สงวนศั กด์ไิ ว้// วงศ์ หงส์ //
เสี ยศั กด์/ิ ส้ ูประสงค์// ส่ิ งรู/้ /
เสี ยรู/้ เร่งดารง// ความสั ตย/์ ไวน้ า//
เสี ยสั ตย์/อย่าเสี ยส้ ู// ชีพม้วย/มรณา
โคลงโลกนิ ติ
ตัวชี้วดั จับใจความสาคัญจากเร่ืองท่อี ่าน (ท ๑.๑ ม. ๑/๒)
การอา่ นจับใจความ
การอา่ นจับใจความเป็นการอ่านระดับพ้ืนฐานซ่ึงมี
ความสาคัญอย่างย่งิ ในการศึ กษาหาความรู้
หลกั การอา่ นจับใจความ
๑. สารวจและพิจารณาส่ิ งทจ่ี ะอ่านอยา่ งคร่าว ๆ วา่ ข้อเขียนนั้ น
กล่าวถึงส่ิ งใดเป็นสาคัญ
๒. ตง้ั คาถามเก่ียวกับเร่อื งทอ่ี ่านเพ่ือเป็นแนวทางในการควบคุม
การอ่านของตนเอง
๓. ควรสรุปใจความสาคัญจากเรือ่ งท่อี ่านในแต่ละยอ่ หน้า
๔. นาใจความสาคัญของแตล่ ะยอ่ หน้ าทส่ี รุปได้มาเรยี บเรยี งให้ชัดเจน
เป็นเรือ่ งราวเดยี วกนั