หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๕ การอ่านในชีวติ ประจาวัน
วชิ า ภาษาไทย ท ๒๑๑๐๑ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
โรงเรียนหนองก่ีพทิ ยาคม อาเภอหนองก่ี จงั หวัดบรุ รี มั ย์
แผนฯ ที่ ช่อื เรอื่ ง จานวน หนังสอื ส่อื การเรยี น
ช่วั โมง
๑ การอ่านจบั ใจความสาคัญจาก ๑ เพาเวอรพ์ อยท/์ วดี ีโอ/
สื่อต่าง ๆ (บทรอ้ ยแก้ว/บทร้อยกรอง) หนังสอื หลกั ภาษา
๒ การอ่านจับใจความสาคญั จาก ๑ บทความ/หนังสือหลัก
สือ่ ต่าง ๆ (บทความ) ภาษาฯ
๓ การอา่ นจับใจความสาคัญจาก ๑ นทิ าน/หนงั สอื หลกั ภาษา
สื่อตา่ ง ๆ (นทิ านเศรษฐกจิ พอเพยี ง)
รวม ๓
แผนผงั ความคดิ การบรู ณาการการเรยี นรู้
ภายในกลมุ่ สาระ
แผนผงั ความคดิ การบรู ณาการ
นอกกลมุ่ สาระ การเรยี นรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
หน่วยท่ี ๕ การอ่านในชวี ิตประจาวัน
แผนฯ ที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความสาคญั
โดย
นางสาวลัดดา สนิทพจน์
ครู
โรงเรียนหนองก่พี ทิ ยาคม อาเภอหนองก่ี จังหวัดบุรรี มั ย์
สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา บุรีรมั ย์
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย (รายวชิ า ท ๒๑๑๐๑) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
ชอื่ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การอ่านในชีวิตประจาวนั เวลา ๓ ชวั่ โมง
เร่อื ง การอ่านจบั ใจความสาคัญ (จากบทร้อยแก้ว/บทร้อยกรอง) เวลา ๑ ชัว่ โมง
สอนวันท่.ี ..............เดือน...........................................พ.ศ..................................เวลา..........................น.
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง จับใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีอ่าน ระบุ
เหตุผลและข้อเท็จจริงกับข้อคดิ เหน็ จากเรอื่ งทอี่ ่าน ระบุและอธบิ ายคาเปรยี บเทยี บและคาท่ีมีหลายความหมายใน
บรบิ ทต่าง ๆ จากการอ่าน ตีความคายากในเอกสารวิชาการ โดยพิจารณาจากบริบท วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจาก
การอ่านงานเขยี นอยา่ งหลากหลายเพือ่ นาไปใช้แก้ปญั หาในชีวติ มีมารยาทในการอา่ น
ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๒ จบั ใจความสาคญั จากเรอื่ งท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๙ มารยาทในการอา่ น
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๑) ทกั ษะการตีความ
๒) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. ใฝเ่ รียนรู้
๔. รักความเปน็ ไทย
๑. มวี นิ ยั
๓. มุ่งมนั่ ในการทางาน
สาระสาคญั
การอ่านจบั ใจความจากส่อื ตา่ งๆ เชน่ เนอ้ื เพลง บทความ หนงั สอื วรรณกรรม
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรยี นสามารถอธิบายหลกั การอ่านจับใจความสาคญั ได้
๒. นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคัญจากเรื่องท่อี ่านได้
๓. นกั เรียนมีมารยาทในการอ่านและมีความมุ่งมน่ั ในการทางาน
หลกั ฐานการเรยี นรู้ / ภาระงาน
๑. นกั เรยี นอา่ นเน้ือเพลงและบทความจากสอ่ื เพาเวอร์พอยท์แลว้ สรุปคาสาคัญและใจความสาคญั
๒. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
๓. นักเรยี นทางานกลุ่มโดยหาคาสาคญั และใจความสาคญั จากข้อความที่อา่ น
สาระการเรยี นรู้
- การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ ง ๆ
กระบวนการจดั การเรียนรู้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา
๑. ครูนานกั เรยี นทากจิ กรรม BBL ดว้ ยการร้องเพลงประกอบจงั หวะเพลงดอนเจดีย์ ในส่ือเพาเวอรพ์ อยท์
๒. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกบั เน้ือเพลงดอนเจดยี ์ แล้วใหน้ ักเรียนตอบคาถามเกร่นิ นา
- เนื่อเพลงดอนเจดยี ์ พูดถึงเร่ืองใด (คำตอบ : เล่ำถึงส่งครำมยทุ ธหตั ถีทต่ี ำบลดอนเจดีย์)
ขนั้ เสนอ
๓. เปิดคลปิ วีดโี อเพลงนอยด์ ใหน้ กั เรียนโยกตามจังหวะ แล้วตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
- คาสาคญั ของเพลงน้ีคือคาว่าอะไร (นอ้ ยใจ หรอื นอยด์ ยอ่ มำจำก พำรำนอยด์ (paranoid) แปลวำ่
ภำวะจิตบกพร่อง ท่ีมอี ำกำรหวำดระแวง ซง้ึ ควำมหมำยใจเชิงวัยร่นุ ที่ชอบพูดกนั เช่น งอน หรอื นอ้ ยใจ)
- ใจความสาคญั ของเพลงน้คี ืออะไร (ภาษาไทยงดงามแต่คนทีใ่ ช้ไมเ่ ข้าใจ)
- ครูอธบิ ายหลกั การใช้ คาวา่ คะ ค่ะ และ ร ล เพ่ิมเติม นกั เรียนรว่ มอา่ นคาที่เกี่ยวข้องในสื่อ
เพาเวอรพ์ อยด์
๔. เปิดคลิปวีดีโอเพลง “ใหเ้ คอรมี่ าสง่ ไดบ้ ๊อ” ใหน้ กั เรยี นร้องตาม แล้วตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
- คาสาคญั ของเพลงนีค้ ือคาว่าอะไร (เป็นตาฮกั หรือ น่ำรกั /หนำ้ ตำดี)
- ใจความสาคญั ของเพลงนีค้ ืออะไร (อยำกมีแฟนน่ำรกั แบบน้ี)
๕. ครอู ธบิ ายหลกั การอ่านจับใจความสาคญั ในสือ่ เพาเวอรพ์ อยท์ แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกันอ่านข้อความ
ตวั อยา่ ง และยกมือเพื่อตอบคาถามเก็บคะแนน ๑ ข้อ ๑ คะแนน (เพ่ือเปน็ แรงจงู ใจในการตอบคาถาม)
ขั้นสรุป
๖. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม ๆ ละ ๙ คน คละกนั ตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปาน
กลาง คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน
๗. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันคน้ หาข้อความจากเพลงหรือบทความทีช่ อบแล้วร่วมกันศึกษาเพือ่ บอก
คาสาคัญและใจความสาคัญ และเขยี นลงบนกระดาษชาร์ดทใี่ หน้ ักเรยี นเตรยี มมากลุ่มละ ๑ แผ่น เพื่อนาเสนอหน้า
ช้นั เรียนต่อไป
๘. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ หลักการอา่ นจับใจความสาคญั และการนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้
ลาดบั ท่ี รายการสอ่ื กจิ กรรมที่ใช้ แหล่งที่ได้มา
ครจู ดั เตรยี ม
๑. ส่อื เพาเวอร์พอยท์ ครอู ธิบาย/นักเรยี นอ่านเพอ่ื สรปุ เนอื้ หา
ครูจดั เตรียม
๒. ท่าบรหิ ารสมองจบี แอล (BBL) เตรียมความพรอ้ มนกั เรยี น ครูจัดเตรยี ม
ครจู ัดเตรยี ม
๓. แบบบนั ทึกพฤติกรรมการทางานกลุ่ม สังเกตพฤติกรรม นักเรยี นจดั เตรยี ม
๔. เพลงดอนเจดีย์/เพลงนอยด์/เพลงให้เคอรีม่ าสง่ ไดบ้ ๊อ สือ่ การเรยี นรู้จบั ใจความสาคัญ
๕. ปา้ ยนาเสนอ นักเรยี นนาเสนอคาสาคัญ/ใจความสาคญั
การวดั ผลประเมนิ ผล เครือ่ งมือท่ีใช้ใน วธิ ีการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
จุดประสงค์การเรียนรู้ การประเมนิ ประเมนิ รายบุคคล
สรปุ เนือ้ หาได้ ๑ ข้อขน้ึ ไป
ดา้ นความรู้ (K) ใบงานท่ี ๔.๑ (ผา่ น)
นกั เรียนสามารถอธบิ ายหลกั การ
อา่ นจับใจความสาคญั ได้ ใบงานที่ ๔.๑ ประเมนิ รายบุคคล เกณฑ์ ๒ คะแนนขน้ึ ไป
ดา้ นทกั ษะ (P) (ผ่าน)
นักเรยี นสามารถจับใจความ แบบบนั ทึกการสงั เกต สงั เกตรายบุคคล
สาคญั จากเร่ืองท่ีอา่ นได้ พฤติกรรมการทางาน เกณฑ์ ๒ คะแนนขึ้นไป
ดา้ นคุณลักษณะ (A) (ผ่าน)
นักเรยี นมีความมุ่งมัน่ ในการ กล่มุ
ทางานและมมี ารยาทในการอ่าน
กิจกรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………
…………………………………….………………………………………………………………………………………………….………………………
……………………………………………………………………….………………………
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
.............................................................................................................. ......................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................... .................................................
.................................................................................. ...................................
๒. ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................
๓. แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
...............................................................................................................
๔. สะทอ้ นผลการเรียนรู้
................................................................................................... .................................................................................
...............................................................................................................
ลงช่อื ...............................................ผ้สู อน
(นางสาวลดั ดา สนิทพจน)์
ครู
............./......................../..............
ความเห็นของหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
..................................................................................................................................... ...............................................
.................................................................................... .......................................................
ลงชื่อ.................................................
(นางปนัดดา ยอดแกว้ )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
............./......................../..............
ความเห็นของฝ่ายวิชาการ
............................................................................................................................. .......................................................
...........................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(นายเฉลิมพล คนชุม)
รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
............./......................../..............
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรยี น
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............
ลงช่ือ.................................................ผู้ตรวจสอบ
(นายชาตรี อัครสขุ บุตร)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนองก่ีพทิ ยาคม
............/......................../..............
ภาคผนวก
แบบสังเกตพฤติกรรม การทางานกลุม่
ช่อื กลุ่ม ชน้ั
คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี
ลงในชอ่ ง ทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒
๑ การแบ่งหน้าท่ีกนั อย่างเหมาะสม
๒ ความร่วมมอื กันทางาน
๓ การแสดงความคิดเหน็
๔ การรับฟังความคิดเห็น
๕ ความมีนา้ ใจช่วยเหลือกนั
รวม
ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวลัดดา สนทิ พจน์)
............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๔ คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๒ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ ๑ คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั ๑๘ – ๒๐ ดมี าก
๑๔ – ๑๗ ดี
๑๐ – ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
สื่อ
เพาเวอร์พอยท์
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย (รายวิชา ท ๒๑๑๐๑) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การอา่ นในชีวติ ประจาวนั เวลา ๓ ชัว่ โมง
เร่ือง การอ่านจับใจความสาคญั (บทความ) เวลา ๑ ชวั่ โมง
สอนวันที่...............เดอื น...........................................พ.ศ..................................เวลา..........................น.
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง จับใจความสาคัญจากเร่ืองที่อ่าน ระบุ
เหตุผลและข้อเท็จจริงกับข้อคดิ เหน็ จากเรือ่ งทอ่ี า่ น ระบุและอธบิ ายคาเปรยี บเทียบและคาท่ีมีหลายความหมายใน
บริบทต่าง ๆ จากการอ่าน ตีความคายากในเอกสารวิชาการ โดยพิจารณาจากบริบท วิเคราะห์คุณค่าท่ีได้รับจาก
การอ่านงานเขียนอยา่ งหลากหลายเพอื่ นาไปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ติ มีมารยาทในการอา่ น
ตวั ชวี้ ัด ท ๑.๑ ม.๑/๒ จบั ใจความสาคญั จากเรือ่ งที่อ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๙ มารยาทในการอ่าน
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๑) ทักษะการตีความ
๒) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๒. ใฝ่เรียนรู้
๔. รักความเปน็ ไทย
๑. มวี ินยั
๓. ม่งุ มน่ั ในการทางาน
สาระสาคญั
การอ่านจับใจความจากส่อื ต่างๆ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลกั การอ่านจับใจความสาคญั ได้
๒. นักเรียนสามารถจับใจความสาคัญจากบทความท่ีอา่ นได้
๓. นักเรียนมีมารยาทในการอ่านและมีความมุ่งมน่ั ในการทางาน
หลักฐานการเรียนรู้ / ภาระงาน
๑. นักเรียนอา่ นบทความจากสื่อเพาเวอร์พอยทแ์ ล้วสรปุ คาสาคัญและใจความสาคัญ
๒. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
๓. นกั เรียนทางานกล่มุ โดยหาคาสาคัญและใจความสาคญั จากข้อความท่ีอ่าน
สาระการเรยี นรู้
- การอ่านจบั ใจความจากส่อื ตา่ ง ๆ เชน่ บทความ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา
๑. ครูนานกั เรยี นทากิจกรรม BBL ดว้ ยการรอ้ งเพลงประกอบจังหวะเพลงประโยคสามสว่ น
๒. ครูสนทนากบั นักเรียนเกี่ยวกับเนื้อเพลงประโยคสามส่วน แลว้ ใหน้ ักเรียนตอบคาถามเกร่นิ นา
- เนื้อเพลงประโยคสามสว่ น พดู ถึงเรื่องใด (คำตอบ : โครงสร้ำงของประโยค)
ขน้ั เสนอ
๓. นักเรียนแต่ละกลุม่ จับสลากหมายเลขบทความ อา่ นบทความที่จับสลากไดแ้ ลว้ ช่วยกันหาคาสาคญั
๔. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันหาใจความสาคญั ของข้อความเพ่ือเตรยี มนาเสนอหนา้ ช้ัน
๕. ครทู บทวนหลักการอ่านจับใจความสาคญั
ข้ันสรปุ
6. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันนาเสนอใจความสาคญั ของบทความหนา้ ชัน้
7. ครูสรปุ และแนะนาเพิ่มเตมิ ในการอ่านจบั ใจความสาคัญ และการนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ กิจกรรมที่ใช้ แหลง่ ทไ่ี ด้มา
ครูอธิบาย/นกั เรียนอา่ นเพ่ือสรุปเน้ือหา ครจู ดั เตรยี ม
ลาดบั ที่ รายการสื่อ
๑. สอ่ื เพาเวอร์พอยท์ เตรียมความพร้อมนักเรียน ครจู ดั เตรยี ม
สังเกตพฤติกรรม ครจู ัดเตรยี ม
๒. ทา่ บรหิ ารสมองจีบ แอล (BBL) สือ่ การเรยี นร้จู ับใจความสาคัญ ครูจัดเตรยี ม
๓. แบบบนั ทกึ พฤติกรรมการทางานกลมุ่ นักเรียนนาเสนอคาสาคัญ/ใจความสาคัญ นักเรยี นจดั เตรยี ม
๔. เพลงประโยคสามส่วน
๕. ปา้ ยนาเสนอ
การวดั ผลประเมินผล เครื่องมอื ท่ีใช้ใน วธิ กี ารประเมิน เกณฑ์การประเมิน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ การประเมนิ ประเมินรายบุคคล
สรปุ เนือ้ หาได้ ๑ ข้อขน้ึ ไป
ดา้ นความรู้ (K) ใบงานท่ี ๔.๑ (ผ่าน)
นกั เรียนสามารถอธบิ ายหลักการ
อา่ นจับใจความสาคัญได้ ใบงานท่ี ๔.๑ ประเมินรายบุคคล เกณฑ์ ๒ คะแนนขน้ึ ไป
ดา้ นทกั ษะ (P) (ผา่ น)
นักเรียนสามารถจับใจความ แบบบันทกึ การสังเกต สังเกตรายบุคคล
สาคญั จากบทความที่อา่ นได้ พฤติกรรมการทางาน เกณฑ์ ๒ คะแนนขึน้ ไป
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) (ผา่ น)
นกั เรยี นมีความม่งุ มัน่ ในการ กลมุ่
ทางานและมีมารยาทในการอ่าน
กจิ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………
…………………………………….………………………………………………………………………………………………….………………………
……………………………………………………………………….………………………
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
๕. ผลการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
.....................................................................................................................
๖. ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................
๗. แนวทางแก้ไข
........................................................................................................... .........................................................................
...............................................................................................................
๘. สะท้อนผลการเรียนรู้
................................................................................................................................................................................ ....
...............................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................ผู้สอน
(นางสาวลัดดา สนทิ พจน์)
ครู
............./......................../..............
ความเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
............................................................................................................................. .......................................................
...........................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................
(นางปนัดดา ยอดแกว้ )
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
............./......................../..............
ความเห็นของฝา่ ยวิชาการ
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............
ลงช่อื .................................................
(นายเฉลิมพล คนชมุ )
รองผ้อู านวยการฝ่ายวชิ าการ
............./......................../..............
ความเห็นของผู้อานวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. .......................................................
...........................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผ้ตู รวจสอบ
(นายชาตรี อัครสขุ บุตร)
ผู้อานวยการโรงเรยี นหนองก่ีพิทยาคม
............/......................../..............
ภาคผนวก
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลุ่ม
ชื่อกลมุ่ ชัน้
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี
ลงในช่อง ท่ีตรงกับระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒
๑ การแบ่งหน้าท่ีกนั อยา่ งเหมาะสม
๒ ความรว่ มมอื กนั ทางาน
๓ การแสดงความคิดเห็น
๔ การรบั ฟังความคดิ เห็น
๕ ความมีน้าใจช่วยเหลือกนั
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวลดั ดา สนิทพจน)์
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ ๓ คะแนน ๑๘ – ๒๐ ดมี าก
๑๔ – ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ ๒ คะแนน มนั ควรจะหมาย๑ถ๐ึงจ–ดุ ท๑่ี “๓ดีท่ีสุด”
ตพอ่ อเรใื่อชงน้ ้นั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
อีกประการคือ ความสาเร็จของแต่ละคนน้นั มนั วดั กนั ไม่ได้ แตเ่ ชื่อไดว้ า่ เกรด 4 ของคนน้นั ๆ
ๆ อยดู่ ี เพยี งแต่ตอ้ งไม่ลืมว่า บางทีเกรด 4 ของเราวนั น้ีอาจเป็นเกรด 4 ท่ีเราเรียนแคป่ ระถม มนั ไม่อาจชต้ีว่าดั กตวอ่ ย่าอ๑ดอ๐นาคตอะไรไดม้ ากนปกั รเบัหปมือรนุง
ตัวอยา่ งบทความ
เกรดของความสาเรจ็
อนั ที่จรงิ แล้ว ไม่มีใครมาช้ีวัดความสาเร็จใด ๆ ของใครได้ ว่าแบบไหนท่ีเรียกว่าสาเร็จ หรือ
ความสาเรจ็ ตอ้ งเปน็ แบบใด รวมถึงไม่มีกระบวน หรือคาแนะนาใด ที่จะการรันตีว่าทาตามแล้วจะ
สาเร็จทุกอย่าง แต่หากขาดซ่ึงตัวชี้วัดท่ีจะมายึดโยงให้เราได้เห็นบ้าง ก็จะคล้าย ๆ ท่ีกล่าวไว้ใน
ตอนแรกคอื มันเลื่อนลอย หรือไรแ้ รงจงู ใจ
และความสาเร็จไม่เคยมาแบบทาปุ๊บ ได้ปั๊บ ก่อนจะถึงความสาเร็จใดเราก็ต้องมี “การ
พัฒนาตนเอง” หรือ มีลาดับข้ัน, ความก้าวหน้า ให้พอเห็นว่า เข้าใกล้ความสาเร็จนั้นหรือยัง ซึ่ง
ในที่นเี้ ป็นแงค่ ิดงา่ ย ๆ ให้เราลองตัดเกรดตัวเองเหมอื นเด็กนักเรยี น เพียงแตป่ ระเมนิ จากภาพรวม
ไดเ้ ลยวา่ ณ เวลาน้ี “เรากับเปา้ หมาย” อยใู่ นเกรดใด
คนท่ีหลอกตัวเองวา่ วันน้ีฉันดี ฉนั เกง่ ฉันพอใจ ฉนั ได้ดีที่สุดของฉันแล้ว แตช่ ีวติ มันยังการัน
ตีอนาคตไม่ได้ เช่นน้ี ก็ไม่ต่างจากการพยายามเอาเกรดเด็กประถมไปอวดใคร เพราะใช่ว่าภูมิใจ
อะไรไม่ได้ แตอ่ นาคตยงั อกี ไกลมากมายเหลือเกิน…
บทความฉบับปรบั ปรุง เผยแพรค่ รั้งแรก Facebook Sirichaiwatt เมือ่ 21/04/2021
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (รายวิชา ท ๒๑๑๐๑) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การอา่ นในชีวิตประจาวนั เวลา ๓ ช่ัวโมง
เรือ่ ง การอา่ นจับใจความสาคญั (นิทานเศรษฐกจิ พอเพียง) เวลา ๑ ชวั่ โมง
สอนวนั ที่...............เดือน...........................................พ.ศ..................................เวลา..........................น.
1. สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง จับใจความสาคัญจากเร่ืองที่อ่าน ระบุ
เหตุผลและข้อเท็จจริงกบั ขอ้ คดิ เหน็ จากเรอ่ื งท่อี ่าน ระบุและอธบิ ายคาเปรยี บเทียบและคาที่มีหลายความหมายใน
บริบทต่าง ๆ จากการอ่าน ตีความคายากในเอกสารวิชาการ โดยพิจารณาจากบรบิ ท วิเคราะห์คุณค่าท่ีได้รับจาก
การอ่านงานเขยี นอย่างหลากหลายเพอื่ นาไปใช้แกป้ ัญหาในชวี ิต มมี ารยาทในการอา่ น
ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ม.๑/๒ จบั ใจความสาคัญจากเรอ่ื งที่อ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๙ มารยาทในการอ่าน
2. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๑) ทักษะการตีความ
๒) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี ินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. ม่งุ ม่นั ในการทางาน ๔. รกั ความเปน็ ไทย
4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การรู้หลักในการอ่านจะช่วยให้สามารถจบั ใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีอา่ นทั้งบทร้อยแก้วและบท
รอ้ ยกรอง โดยนาหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคัญมาใชใ้ นการอ่านจบั ใจความสาคญนทิ านเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ทาให้ผู้เรียนเขา้ ใจและนาข้อคดิ จากเรือ่ งท่อี ่านจับใจความสาคัญไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ ายหลกั การอ่านจบั ใจความสาคัญได้
๒. นกั เรยี นสามารถจับใจความสาคัญจากนิทานเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
๓. นกั เรียนมีมารยาทในการอ่านและมีความมุง่ ม่ันในการทางาน
6. การนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
6.1 ครู ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการจัดการเรียนรดู้ งั นี้
- ความพอประมาณ จัดเนอหาสาระ กจิ กรรม ส่ือ/วสั ดอุ ุปกรณ์ ชิ้นงาน วธิ กี ารวัด และ
ประเมินผล ใหเ้ หมาะสมและสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั ตวั ช้วี ัด เวลาและความถนดั
ความสามารถ ความสนใจของนกั เรียน
- ความมเี หตผุ ล (เหต)ุ ครูจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้
ให้สอดคล้องกบมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั เวลาและความถนดั ความสามารถ ความสนใจ ของ
นักเรียน(ผล) เพื่อทาใหน้ ักเรียนบรรลุตามจดุ ประสงค์การเรียนรทู้ ัง้ ด้านความรู้ ทักษะ และคณุ ลักษณะ
- การมภี มู ิค้มุ กนั ในตวั ท่ดี ี
1) ครมู กี ารศกึ ษาหลกั สูตรการจัดการศกึ ษา รวมถึงเอกสาร ขอ้ มลู ต่าง ๆ ท่เี ก่ียวข้องกบเนอหาสาระที่จะ
สอน รวมถงึ ศึกษาหลกั การทฤษฎีในการจัดการเรียนการสอนเพ่ือให้ สามารถจัดการเรยี นการสอนอย่างมีคณุ ภาพ
2) ครูมีการศึกษา หาขอมลู เกี่ยวกบั ลกั ษณะของนักเรยี นเพื่อใหส้ ามารถวางแผน การจัดการเรียนรไู้ ด้
เหมาะสมกับนักเรยี น
3) ครมู ีการจดั บรรยากาศชั้นเรียนให้เอ้ือต่อการจดั การเรยี นรู้
4) ครดู แู ลสุขภาพกาย และใจ ให้แข็งแรง มีความสดช่ืนแจ่มใสพร้อมต่อการจดั การเรยี นการสอน
5) ครูจัดเตรียมเอกสาร สือ่ การสอน ใหอ้ ยูใ่ นสภาพพร้อมตอการใช้งาน
6) ครตู ดตามขา่ วสารเหตุการณป์ ัจจุบนั อย่เู สมอเพอ่ื นามาพัฒนการจดั การเรยี น
การสอนใหท้ ันสมยั ทนั เหตุการณ์
- ด้านความรู้ ครูมีความรู้ความเข้าใจเรื่องหลกั การอ่านจับใจความสาคัญ หกปรชั ญา ของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง และการนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิตประจาวนั
- ดา้ นคุณธรรม ครมู ีความรบั ผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลา มคี วามเมตตากรุณาต่อศษิ ย์
6.2 นักเรียน มีคณุ ลักษณะตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงดงน้ี
- ความพอประมาณ
1) นักเรยี นประมาณเวลาในการทาใบกิจกรรม และงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย รวมทง้ั นาเสนอผลงานได
เหมาะสม เสร็จตามเวลาที่กาหนด
2) นกั เรียนประมาณการใช้วัสดุ อปุ กรณ์ ในการท˚ากจิ กรรมไดอย่างเหมาะสม คุ้มค่ากับงานท่ีทา
3) นักเรยี นประมาณปรมิ าณงานที่ทาได้เหมาะสม ท˚าให้ผลงานสาเรจ็ อย่างมีคณุ ภาพ
- ความมเี หตผุ ล
1) (เหต)ุ นกเรยี นวางแผน และทาใบงาน กิจกรรม ไดเ้ หมาะสมสอดคล้องกับตัวช้วี ัด และ
จุดประสงค์การเรียนรู้ (ผล) เพือ่ ทาให้มีความรู้ ทกั ษะ และคุณลักษณะบรรลตุ ามตวั ชวี้ ัด และจดุ ประสงคก์ าร
เรยี นรตู้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้
2) (เหตุ) นกั เรยี นมีการวางแผนการใช้ทรพั ยากร และวัสดอุ ปุ กรณ์ ในการทากจิ กรรม (ผล) เพ่ือให้ได้
ผลงานทมี่ ีคมุ้ คา และมปี ระสิทธิภาพ
- การมีภมู คิ ้มุ กันในตวั ที่ดี
นักเรยี นเกิดทักษะในการแก้ปัญหา สามารถนาความรู้ไปใชใ้ นการแก้ปัญหา ประจาวนั ได้
- ด้านความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเร่ืองหลักปรัชญาแนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียง
และการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ไปใชแ้ ก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน
- ดา้ นคุณธรรม นักเรียนมีวินัย อยอู่ ย่างพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทางานมจี ิตสาธารณะ
6.3 นักเรียนเกดิ ความสมดล ม่ันคง ย่ังยนื ใน 4 มติ ิ ดงั นี้
- ดา้ นวัตถุ นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ ที่ได้จากนิทานท่ีอ่านมาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนใ์ นด้านการแกป้ ัญหาใน
ชีวติ ประจาวันได้
- ดา้ นสังคม นกั เรียนสามารถเผยแพร่ นาเสนอ หรอื มสี ่วนรว่ มในการนาความรู้เรื่อง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใชใ้ นการแกป้ ัญหาในชีวิตประจาวนั ได้
- ดานสง่ิ แวดลอ้ ม นักเรยี นสามารถนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เพื่อให้เกิด ความประหยดั ใน
การใช้ทรพั ยากรอย่างคุ้มคา่ เพ่ือส่งิ แวดล้อมที่ดขี องท้องถน่ิ ได้
- ดานวัฒนธรรม นักเรยี นลดการให้ความสาคญั ดา้ นวัตถุ ลดความฟุง้ เฟ้อฟุ่มเฟือย
หันมาให้ความสนใจกบั การใช้วิถีชีวติ ท่ีเรียบง่าย มคี วามเอือ้ เฟื้อเผื่อแผ่ และพ่งึ พาอาศัยกันในชุมชน
7. การใช้ศาสตรใ์ นการจดั การเรยี นรู้
7.1 ศาสตร์ของพระราชา นาไปใชจ้ ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยการใหน้ ักเรียนอ่านจบั ใจความ
สาคัญนิทานเศรษฐกิจพอเพยี ง แลว้ น˚าข้อคิดท่ีได้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน
7.2 ศาสตรภ์ ูมิปญั ญา นาไปใช้จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยการใหน้ ักเรยี นเรยี นรแู้ ละเปรยี บเทยี บ
วิถีชีวิตทพี่ อเพียงกับวิถีชวี ิตที่ฟุม่ เฟอื ยในนิทานเศรษฐกจิ พอเพียง แลว้ นาส่ิงที่ดไี ปเป็นแนวทางการใชช้ ีวติ ใน
ชวี ิตประจาวนั
7.3 ศาสตร์สากล นาไปใชจ้ ดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยการให้นกั เรียนรู้ โดยใช้กระบวนการกลมุ่
8. ภาระงาน/ชิน้ งาน
8.1 การอ่านนิทานเศรษฐกิจพอเพยี ง
8.2 ใบงานที่ 5.1 จับใจความสาคญั จากเรื่องที่อ่าน
8.3 บันทกึ การอา่ น
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
9.1 ครนู านักเรียนรอ้ งเพลงปลูกผกั พรอ้ มทากจิ กรรมเข้าจังหวะประกอบเพลงปลูกผกั
9.2 ครูเล่าความเป็นมาของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งพอสงั เขป
9.3 ครอู ธบิ ายให้นักเรยี นเข้าใจว่า การอา่ นแล้วจับใจความสาคัญได้ จะชว่ ยให้ผอู้ ่านเลา่ เรื่องราวได้
นา่ สนใจ เพราะจะเลอื กเลา่ เฉพาะใจความที่สาคญั หรอื น่าสนใจของเรื่อง
9.4 ครใู ห้นกั เรียนรวมกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากน้นั ให้นักเรียนศึกษาความรู้เร่อื ง
การอา่ นจับใจความสาคัญ โดยครูกาหนดประเด็นในการศึกษาความรู้ ดงั นี้
1) หลักการอา่ นจับใจความสาคญั ของบทร้อยแกว้ พร้อมยกตัวอย่างการจบั ใจความสาคัญประกอบ
2) หลกั การอ่านจับใจความสาคญั ของบทร้อยกรองพรอ้ มยกตวั อย่างการจับใจความสาคัญประกอบ
ขั้นสอน
9.5 นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันศึกษาความรูเ้ รื่อง การอานจับใจความสาคญั จากหนงั สือเรยี นและ
แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ จากนนปฏิบัตติ ามแนวทางในการอ่านจับใจความสาคัญของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
พร้อมยกตวั อยา่ งการจบั ใจความสาคัญประกอบตามทีร่ ่วมกันวางแผนไว้
9.6 นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ การอ่านจบั ใจความสาคญั นาไปใชใ้ นการเขียนประเภทใดไดดี
ที่สุด คาตอบ (การเขยี นย่อความ)
9.7 นักเรยี นและกล่มุ ร่วมกนั สรุปหลักการอ่านจบั ใจความสาคญั และตรวจสอบความ เรียบร้อยของ
ตัวอย่างการจับใจความสาคัญของบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง แลว้ สรุปความรลู้ ง ในแบบบนั ทกึ การอา่ น
9.8 ตัวแทนนกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอความรู้เรื่อง หลักการอ่านจับใจความสาคัญ และ
ยกตัวอยา่ งประกอบทห่ี นา้ ช้ันเรยี น
9.9 นักเรยี นทาใบงานที่ 5.1 เร่ือง การอ่านจับใจความสาคญั และบนั ทึกการอ่าน เป็นรายบุคคล เมื่อ
นกั เรียนทาเสร็จแล้วใหต้ รวจความเรียบรอ้ ยก่อนนาส่งครตู รวจ
ขัน้ สรปุ
9.10 นกั เรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ประโยชน์และข้อคิดที่ได้รบั จากการอา่ นจับใจความ
สาคญั นิทานเศรษฐกจิ พอเพียง
9.11 นักเรยี นร่วมกนั สรปุ หลกั การอ่านจับใจความสาคญั
10. สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ กิจกรรมท่ีใช้ แหล่งท่ีได้มา
ครอู ธบิ าย/นกั เรียนอ่านเพอ่ื สรุปเนอ้ื หา ครจู ัดเตรยี ม
ลาดับท่ี รายการสอ่ื
๑. ส่ือเพาเวอรพ์ อยท์ เตรยี มความพร้อมนกั เรียน ครจู ัดเตรยี ม
สงั เกตพฤติกรรม ครูจัดเตรียม
๒. ท่าบริหารสมองจีบ แอล (BBL) ส่ือการเรยี นรู้จบั ใจความสาคัญ ครจู ัดเตรียม
๓. แบบบันทึกพฤติกรรมการทางานกล่มุ นักเรยี นได้ลงมือปฏบิ ตั ิ ครจู ดั เตรียม
๔. เพลงปลกู ผัก
๕. ใบงานที่ 5.1
11. การวัดผลประเมินผล เคร่ืองมือที่ใชใ้ น วิธีการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
จุดประสงค์การเรียนรู้ การประเมนิ
ประเมินรายบุคคล สรปุ เนอื้ หาได้ ๑ ข้อขึน้ ไป
ดา้ นความรู้ (K) ใบงานที่ ๔.๑ (ผ่าน)
นักเรยี นสามารถอธิบายหลักการ
อา่ นจบั ใจความสาคัญได้
ดา้ นทักษะ (P) ใบงานที่ ๔.๑ ประเมินรายบุคคล เกณฑ์ ๒ คะแนนข้นึ ไป
นกั เรียนสามารถจับใจความ (ผา่ น)
สาคัญจากนทิ านเศรษฐกจิ แบบบันทกึ การสังเกต สังเกตรายบุคคล
พอเพยี งได้ พฤติกรรมการทางาน เกณฑ์ ๒ คะแนนขึ้นไป
(ผา่ น)
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) กลมุ่
นักเรียนมีความมงุ่ ม่ันในการ
ทางานและมีมารยาทในการอ่าน
กจิ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………
…………………………………….………………………………………………………………………………………………….………………………
……………………………………………………………………….………………………
บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
๙. ผลการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
.....................................................................................................................
๑๐. ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................
๑๑. แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
...............................................................................................................
๑๒. สะท้อนผลการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................
ลงชื่อ...............................................ผ้สู อน
(นางสาวลัดดา สนทิ พจน)์
ครู
............./......................../..............
ความเห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
............................................................................................................................. .......................................................
...........................................................................................................................................
ลงช่ือ.................................................
(นางปนดั ดา ยอดแก้ว)
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
............./......................../..............
ความเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
......................................................................................... ...........................................................................................
............................................................................................................................. ..............
ลงชื่อ.................................................
(นายเฉลมิ พล คนชุม)
รองผ้อู านวยการฝ่ายวิชาการ
............./......................../..............
ความเห็นของผูอ้ านวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. .......................................................
...........................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................ผู้ตรวจสอบ
(นายชาตรี อัครสขุ บุตร)
ผอู้ านวยการโรงเรียนหนองกี่พทิ ยาคม
............/......................../..............
ภาคผนวก
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลุ่ม
ชื่อกลมุ่ ชัน้
คาชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี
ลงในชอ่ ง ทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒
๑ การแบง่ หนา้ ท่ีกนั อยา่ งเหมาะสม
๒ ความรว่ มมือกนั ทางาน
๓ การแสดงความคิดเห็น
๔ การรบั ฟังความคิดเห็น
๕ ความมีนา้ ใจช่วยเหลือกนั
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวลัดดา สนิทพจน)์
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้งั ให้ ๓ คะแนน ๑๘ – ๒๐ ดมี าก
๑๔ – ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ ๒ คะแนน มนั ควรจะหมาย๑ถ๐ึงจ–ดุ ท๑่ี “๓ดีท่ีสุด”
ตพอ่ อเรใื่อชงน้ ้นั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
อีกประการคือ ความสาเร็จของแต่ละคนน้นั มนั วดั กนั ไม่ได้ แตเ่ ชื่อไดว้ า่ เกรด 4 ของคนน้นั ๆ
ๆ อยดู่ ี เพยี งแต่ตอ้ งไม่ลืมวา่ บางทีเกรด 4 ของเราวนั น้ีอาจเป็นเกรด 4 ท่ีเราเรียนแคป่ ระถม มนั ไม่อาจชต้ีว่าดั กตวอ่ ยา่ อ๑ดอ๐นาคตอะไรไดม้ ากนปกั รเบัหปมือรนุง
ชอื่ -สกล..........................................................................................ช้นั ......................เลขที่...............
ใบงานที่ 5.1 การอ่านจบั ใจความสาคญั
นิ ทานเศรษฐกิจพอเพียง
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นอา่ นแล้วสรุปใจความสาคญั นทิ านเศรษฐกิจพอเพยี ง
นิทานเรือ่ ง บา้ นเห็ดหอม
ยงั มีหมูบ่ ้านเล็กๆ แห่งหน่ึง ชอ่ื วา่ หมูบ่ ้านเห็ดหอม ชาวบ้านสว่ นใหญ่มีอาชีพเพาะเหด็ หอม
และเห็ด อน่ื ๆ อีกมากมาย ชุมชนเหด็ หอมอย่อู ย่างพ่ึงพาอาศัยกัน มีกินมีใชไ้ มข่ ัดสน
วันหนึ่งมีพ่อค้าจากต่างแดนนาเอาของวิเศษเข้ามาเสนอขายในราคาแสนแพง ของส่ิงนั้น
เอาไว้ติดตอ่ พูดคุยกนั โดยไมต่ อ้ งเหน็ หน้า และจะพกไปไหนมาไหนก็สะดวก สองผัวเมีย และลกู ไม่
เป็นอันทางาน ได้แต่ เดินอวด พูดโชว์ ไปวันๆ เห็ดที่เพาะไว้ถูกทอดทิ้ง เหี่ยวเฉา รายได้ก็ไม่มี
ค่าพูดก็ต้องจ่าย เงินทองท่ีสะสม ไว้เร่ิมร่อยหรอต้องไปกู้หน้ียืมสินมาเพิ่มฝ่ายหนูมีผู้เป็นลูกสาว
ตั้งแต่มีของวิเศษก็กลายเป็นดาวเด่นเป็นที่สนใจ ของชายหนุ่ม เพราะต่างก็มีของวิเศษเอาไว้
เก้ียวพาราสี จนไม่เป็นอันเรียนหนังสือ เมื่อเอาแต่ใช้จ่ายเงนิ ที่มี อยู่ก็ลดน้อยลง รายได้ก็ไม่มี แต่
ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นโดยไม่จาเป็น เม่ือไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้สมบัติท่ีมี อยู่ก็ถูกยึดท้ังบ้าน
และฟารม์ เหด็ ก็ไม่เหลืออีกแล้ว
ครอบครัวนายอู้ฟู่ ครอบครัวนายระเริงและอีกหลายบ้านท่ียอมเป็นหนี้เพ่ือซื้อของวิเศษท่ี
เกินความ จาเป็นท้ังๆ ที่กว่าจะได้เงินมาต้องปลูกเห็ด ขายเห็ดจานวนมาก ทาให้ ครอบครัวเกิด
ปัญหา เมื่อหลายๆ ครอบครัวมีปัญหา หมู่บ้านก็มีปัญหาและก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ เพราะรากฐาน
ถูกทาลาย
แหล่งที่มา http://www.everykid.com/hedhom/hedhom/index.html
ชอ่ื -สกล..........................................................................................ชนั้ ......................เลขที่...............
เฉลย ใบงานท่ี 5.1 การอ่านจบั ใจความสาคญั
นิ ทานเศรษฐกิ จพอเพียง
การอ่านจบั ใจความสาคัญนิทานเรื่อง หมบู่ า้ นเห็ดหอม
ความวา่ ชาวบา้ นเหด็ หอมมีวิถีชีวติ ดง้ั เดิมอย่อู ยา่ งพอเพียงและพงึ ตนเองไดโ้ ดยมอี าชีพ
ปลูกเห็ดหอมและเห็ดหลายชนิด แต่เม่ือมีสิ่งฟุ่มเฟือยท่ีเรียกว่า ของวิเศษ เข้ามาในหมู่บ้าน วิถี
ชวี ติ ของชาวหม่บู ้านเห็ดหอมก็เปลี่ยนไป ดงั น้ี
- ไมร่ จู้ ักประมาณตน (ซื้อของมาใชท้ ้ัง ๆ ที่มีไม่ไดป้ ระโยชน์)
- ไม่ใชเ้ หตผุ ลในการพิจารณา
- ขาดเง่อื นไขความรอบคอบ ในการใช้จ่าย
- ขาดภมู คิ ุ้มกนั (ไม่ออมเงินไวใ้ ชใ้ นยามจาเป็น) ทาให้ครวั ครวั เดือดร้อน
เพลง : ปลกู ผัก (BBL)
ปลกู ผัก ปลูกผัก ปลกู ผกั
ทาสวนครวั ไมต่ ้องกลวั อดผัก
ปลกู อะไรก็ต้องรหู้ ลัก
ปลูกอะไรก็ตอ้ งรหู้ ลัก
จงึ จะได้ผักมาตม้ แกงกิน
จงึ จะได้ผกั มาตม้ แกงกิน