ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หมายถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่
เชื่ อมต่อถึงกันซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและแบ่งปั น
ทรัพยากรระหว่างกันได้ อุปกรณ์เครือข่ายเหล่านี้ใช้ระบบ
กฎที่เรียกว่าโปรโตคอลการสื่อสาร เพื่อส่งข้อมูลผ่าน
อุปกรณ์จริงหรือโดยใช้เทคโนโลยีไร้สาย
เราลองมาตอบคำถามทั่วไปที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบเครือ
ข่ายคอมพิวเตอร์กัน
ทำงานแบบเสมือน
โครงสร้างพื้นฐานจริงของเครือข่ายพื้นฐานสามารถแบ่งสัดส่วน
ตามตรรกะเพื่อสร้างเครือข่าย "ซ้อนทับ" ได้หลายเครือข่าย ใน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบซ้อนทับโหนดต่างๆจะถูกเชื่อมโยง
แบบเสมือนจริงและสามารถส่งข้อมูระหว่างโหนดทั้งสองผ่าน
อุปกรณ์จริงได้หลากหลายวิธีตัวอย่างเช่น เครือข่ายองค์กรจำนวน
มากถูกซ้อนทับกันบนอินเทอร์เน็ต
ผสานรวมในวงกว้าง
บริการระบบเครือข่ายสมัยใหม่จะเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์
แบบกระจายทางกายภาพบริการเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ
ทำงานของเครือข่ายผ่านระบบอัตโนมัติและการตรวจสอบเพื่อ
สร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ประสิทธิภาพสูงได้ บริการเครือข่าย
สามารถปรับขนาดขึ้นหรือลงได้ตามความต้องการ
ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อสภาวะที่เปลี่ยนแปลง
อยู่ตลอด
เครือข่ายคอมผิวเตอร์จำนวนมากถูกกำหนดโดยซอฟต์แวร์
กำหนดเส้นทางและควบคุมการรับ/ส่งข้อมูลได้จากส่วนกลางโดย
ใช้ส่วนติดต่อดิจิทัล เครือข่ายคอมพิวเตอร์เหล่านี้รองรับการ
จัดการการรับ/ส่งข้อมูลเสมือนจริง
ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูล
โซลูชันระบบเครือข่ายทั้งหมดมาพร้อมกับคุณสมบัติการรักษา
ความปลอดภัยในตัว เช่นการเข้ารหัสและการควบคุมการเข้าถึง
โดยสามารถผสานรวมกับโซลูชันของบริษัทอื่นได้ เช่น
ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส ไฟร์วอลล์ และมัลแวร์ เพื่อทำให้เครือข่าย
ปลอดภัยยิ่งขึ้น
สถาปัตยกรรมเครือข่าย
คอมพิ วเตอร์มี2ประเภท
ก า ร อ อ ก แ บ บ เ ค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ บ่ ง อ อ ก
เ ป็ น 2 ป ร ะ เ ภ ท ใ ห ญ ๆ
1. สถาปัตยกรรมฝั่ งไคลเอ็ นต์
ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ประ เภทนี้ โหนดอาจเป็นไ ด้ ทั้ง
เซิร์ฟเวอร์หรือไคลเอ็ นต์ โหนดเซิร์ฟเวอร์จะ จัดเตรียมทรัพยากร
ต่ างๆ ให้กั บโ หนดไคลเอ็ นต์ เช่น หน่ วยความจำ กำลังการประมวล
ผล หรือข้อมู ล และโหนดเซิร์ฟเวอร์อาจดูแลจัดการการทำงานของ
โหนดไคลเอ็ นต์ ด้วย ไคลเ อ็ นต์ อาจสื่ อสารกั นได้ แต่ จ ะไ ม่แบ่งปัน
ทรัพยากรให้กั น ตั วอย่างเช่น อุ ปกรณ์คอมพิวเตอร์บางเค รื่ องใน
เครือข่ายองค์ กรเก็ บข้อมู ลและ การตั้ งค่ าการกำหนดค่ า อุ ปกรณ์
เหล่านี้ เป็นเซิร์ฟเวอร์ในเครือข่าย ไคลเอ็ นต์ สามารถเข้าถึ งข้อมู ลนี้
ได้โดยส่งคำขอไปยังเครื่ องเซิร์ฟเวอร์
2. สถาปัตยกรรมแบบเพียร์ทูเพียร์
ในสถาปัตยกรรมแบบเพียร์ทูเพียร์ ( Peer- to- Peer หรือ
P2P) คอมพิวเตอร์ที่ เชื่ อมต่ อมีอำนาจและ สิทธิพิเศษ เท่ าเที ยมกั น
ไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลางสำหรับการประ สานงาน อุ ปกรณ์แต่ ละเค รื่ อง
ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้ าที่ เป็นไคลเอ็ นต์ หรือ
เซิร์ฟเวอร์ได้หมด และ อาจแบ่งปันทรัพยากรบางอย่างกั บเค รือ
ข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เ ช่น หน่ วยความจำและ กำลังการประมวล
ผล ตั วอย่างเช่น บางบริษั ทใช้สถาปัตยกรรมแบบ P2P เพื่ อโฮ สต์
แอปพลิเคชันที่ ใช้หน่ วยความจำมาก เช่น การแสดงผลกราฟิก 3
มิติ ในอุ ปกรณ์ดิจิทั ลหลายเครื่ อง
โทโพโลยีเครือข่าย
โทโพโลยีเครือข่ายคืออะไร
เราเรียกการจัดเรียงโหนดและลิงก์ว่า “โทโพโลยีเครือข่าย” ซึ่งสามารถกำหนดค่าได้หลายวิธี
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป โทโพโลยีเครือข่ายบางประเภท ได้แก่
โทโพโลยีแบบบัส โทโพโลยีแบบตาข่าย
แต่ละโหนดเชื่อมโยงกับโหนดอื่นเพียง ทุกโหนดเชื่อมต่อถึงกันกับหลายๆ โหนด
โหนดเดียวเท่านั้น การส่งข้อมูลผ่าน ในโทโพโลยีแบบตาข่ายสมบูรณ์ ทุก
การเชื่อมต่อเครือข่ายจะเกิดขึ้นใน โหนดเชื่อมต่อถึงกันกับทุกโหนดในเครือ
ทิศทางเดียว ข่าย
โทโพโลยีแบบวงแหวน
แต่ละโหนดเชื่อมโยงกับโหนดอื่นอีก 2 โหนด ก่อให้เกิดรูปวงแหวน สามารถรับ/ส่ง
ข้อมูลได้ 2 ทิศทาง แต่หากโหนดใดโหนดหนึ่งล้มเหลว ก็อาจทำให้เครือข่ายทั้งหมดล่ม
ได้
โทโพโลยีแบบดาว
โหนดเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางเชื่อมโยงกับอุปกรณ์
เครือข่ายไคลเอ็นต์หลายเครื่อง โทโพโลยีนี้
ทำงานได้ดีกว่า เนื่องจากข้อมูลไม่ต้องเดินทาง
ผ่านแต่ละโหนด และมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
ด้วย
โทโพโลยตี ้นไม้
(Tree Topology)
ลักษณะเช่ือมโยงคล้ายกับโครงสร้างแบบดาวแต่จะมีโครงสร้างแบบต้นไม้
โดยมีสายนาสัญญาณแยกออกไปเป็นแบบก่ิงไม่เป็นวงรอบ โครงสร้างแบบ
น้ีจะเหมาะกับการประมวลผลแบบกลุ่มจะประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ระดบั ตา่ งๆกันอยหู่ ลายเครอ่ื งแลว้ ต่อกนั เปน็ ชัน้ ๆ ดูราวกับแผนภาพองค์กร
แตล่ ะกลุม่ จะมีโหนดแมล่ ะโหนดลกู ในกลุ่มน้นั ที่มีการสัมพนั ธ์กัน การส่ือสาร
ข้อมูลจะผ่านตัวกลางไปยังสถานีอ่ืนๆได้ท้ังหมด เพราะทุกสถานีจะอยู่บน
ทางเช่ือม และรับส่งข้อมูลเดียวกัน ดังน้ันในแต่ละกลุ่มจะส่งข้อมูลได้ทีละ
สถานีโดยไม่ส่งพรอ้ มกนั