The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-24 01:33:19

ฮาดร์

ฮาดร์

ฮาร์ดแวร์(Hardware)

ฮาร์ดแวร(์ Hardware)
โครงสร้างของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ที่สามารถมองเห็นและจบั ต้อง
ได้ เช่น คยี ์บอร์ด เมา้ ส์ จอคอมพวิ เตอร์ และตวั เครือ่ ง
นอกจากนี้ยังประกอบดว้ ยอปุ กรณต์ อ่ พว่ งตา่ งๆ ทช่ี ว่ ยเสรมิ ให้
คอมพวิ เตอร์ทางานไดก้ วา้ ง และมปี ระสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น เช่น
เครือ่ งสแกนเนอร์ เคร่ืองดจิ ิไตส์เซอร์ ชุดมัลตมิ ีเดยี อปุ กรณ์
สื่อสารอน่ื ๆ ดงั น้ัน สว่ นประกอบของเครอื่ งคอมพวิ เตอร์แบง่
ตามหนา้ ทก่ี ารทางานของเครอื่ งได้ดงั นี้

หน่วยรบั ขอ้ มูล
(Input Unit)

คยี ์บอร์ด (Keyboard)
อปุ กรณ์รับข้อมูลจากการกดแปน้ แล้วทาการเปลย่ี นเปน็ รหัส เพ่ือบอกให้

คอมพิวเตอร์รวู้ ่ามีการกดตวั อักษรอะไร แผงแปน้ อกั ขระสว่ นใหญเ่ ป็นไปตามมาตรฐาน
ของเครอ่ื งพิมพด์ ดี ซ่งึ ระบบรับรหัสตัวอักขระท่ีใชใ้ นทางคอมพิวเตอรเ์ ป็นรหสั 7 หรือ
8 บิต (Operator)

หนว่ ยรับขอ้ มูล
(Input Unit)

เมาส์ (Mouse)
อุปกรณน์ าเข้าข้อมลู โดยการเลอ่ื นเมาส์เพื่อบังคับตวั ชี้ไปยังตาแหน่งตา่ งๆ

บนหนา้ จอ เมาสท์ ่นี ยิ มใช้มดี ว้ ยกนั 3 ประเภท ได้แก่
-แบบทางกล (Mechanical) ใชล้ กู กลงิ้ กลม
-แบบใชแ้ สง (Optical mouse)
-แบบไร้สาย (Wireless Mouse)

หนว่ ยรับข้อมูล
(Input Unit)

OCR (Optical Character Reader)
อปุ กรณ์นาเขา้ ข้อมูล โดยใช้วธิ กี ารอ่านขอ้ มลู ด้วยลาแสงในลกั ษณะพาด

ขวางบนเอกสารทีม่ ขี ้อมูลอยู่ แลว้ แปลงรหัสเปน็ สญั ญาณไฟฟ้าเข้าไปเก็บในเคร่ือง
คอมพิวเตอร์ อปุ กรณ์โอซอี าร์ที่เราสามารถพบเหน็ ไดใ้ นชีวติ ประจาวัน ไดแ้ ก่ เครอ่ื ง
อ่านรหสั แทง่ (Barcode reader)

หน่วยรบั ข้อมูล
(Input Unit)

OMR (Optical Mark Reader)
อปุ กรณน์ าเขา้ ที่ทางานโดยการอา่ นข้อมลู จากการทาเครอ่ื งหมายดว้ ย

ดินสอและปากกาลงบนกระดาษคาตอบ (Answer sheet) ซึง่ ถกู ออกแบบมา
โดยเฉพาะ

หน่วยรบั ข้อมูล
(Input Unit)

เคร่อื งอ่านพิกัด (Digitizer)
เป็นอปุ กรณ์รับข้อมูล มลี กั ษณะเป็นแผน่ กระดานสเี่ หลี่ยม มีสายไฟฟ้าและ

อุปกรณ์คล้ายแว่นขยายท่มี ีเครื่องหมายกากบาทตรงกลาง พรอ้ มกบั ปุ่มสาหรับกด โดย
ปกตมิ ักใชใ้ นการอา่ นจุดพกิ ดั ของแผนที่ หรือตาแหนง่ ของภาพกราฟิกตา่ งๆ

หนว่ ยรบั ขอ้ มูล
(Input Unit)

สแกนเนอร์ (Scanner)
เปน็ อุปกรณน์ าเข้าข้อมลู ท่ีเปน็ เอกสาร รปู ภาพ หรือ รูปถ่าย สแกนเนอร์

สามารถแบง่ ออกได้ 3 ประเภท คอื
-แบบเล่อื นกระดาษ (Sheet-Fed Scanner) สแกนเนอร์แบบนีจ้ ะรบั

กระดาษแล้วค่อย ๆ เล่ือนหน้ากระดาษให้ผา่ นหัวสแกนซึ่งอยกู่ ับท่ี
-แบบแท่นนอน (Flatbed scanner) สแกนเนอร์แบบนจี้ ะมีกลไกคลา้ ย

กบั เคร่ืองถา่ ยเอกสาร เหมาะสาหรับใชก้ บั เอกสารทั้งทเี่ ปน็ แผน่ เดยี วและเอกสารทเ่ี ป็น
เล่ม

-แบบมือถอื (Hand-held Scanner) สแกนเนอรแ์ บบมือถอื ไดร้ วมเอา
ข้อดีของสแกนเนอร์ ทง้ั สองแบบเขา้ ไวด้ ้วยกนั

หนว่ ยรบั ข้อมูล
(Input Unit)

ปากกาแสง (Light Pen)
เป็นอปุ กรณท์ างานคล้ายกับเมาสใ์ นการติดต่อกบั คอมพิวเตอร์ เปน็

อุปกรณ์ทเี่ หมาะสาหรบั งานวาดภาพ
8) จอยสตกิ (Joy Sticks)

เปน็ อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการควบคุมทิศทางของวัตถบุ นหนา้ จอคอมพิวเตอร์
ส่วนใหญจ่ ะใชใ้ นการเลน่ เกมคอมพวิ เตอร์ มีทงั้ ทเ่ี ป็นแบบแบน แบบคนั โยก หรือ แบบ
พวงมาลัย
9) จอสมั ผสั (Touch Screen)

เป็นจอภาพชนดิ พิเศษท่ีใช้ระบบสมั ผสั แทนการใชค้ ยี บ์ อร์ดและเมาส์ นิยม
นามาใช้กับงาน

หน่วยรบั ข้อมูล
(Input Unit)

แผน่ สัมผัส (Touch Pads)
เป็นอปุ กรณร์ บั ข้อมูลโดยการใช้นิว้ สัมผัสลงบนแผน่ สัมผัส นา้ หนกั ที่กดสง

ไปจะถกู เปลย่ี นเปน็ สญั ญาณไฟฟา้ มักเห็นอยู่ในเครือ่ งคอมพวิ เตอรโ์ นต้ บุ๊ก

หนว่ ยรับข้อมูล
(Input Unit)

กล้องดจิ ทิ ลั (Digital Camera)
เป็นอุปกรณร์ ับข้อมูลเข้าสเู่ ครื่องคอมพิวเตอร์ ทส่ี ามารถแปลงข้อมูลภาพ

เป็นสญั ญาณดิจทิ ัล มีลักษณะการใชง้ านเหมอื นกลอ้ งถา่ ยภาพทัว่ ไป แต่ต่างกันตรงท่ี
ไม่ต้องใช้ฟิลม์ ในการบันทกึ ข้อมูล ข้อมูลภาพที่ได้สามารถถ่ายลงสู่เคร่ืองคอมพวิ เตอร์
และสามารถเรยี กดไู ดท้ นั ที หรอื จะใชโ้ ปรแกรมช่วยตกแตง่ ภาพให้ดสู วยงามข้ึนกไ็ ด้

หนว่ ยรับขอ้ มูล
(Input Unit)

อปุ กรณ์รับขอ้ มลู เสยี ง (Voice Input Devices) หรือเรยี กอีกอยา่ งหน่งึ วา่ ไมโครโฟน
เป็นอุปกรณ์รับขอ้ มลู ในรปู แบบเสียงโดยจะทาการแปลงสัญญาณเสยี งเป็น

สญั ญาณดจิ ิทัลแลว้ จึงส่งไปยังคอมพิวเตอร์

หนว่ ยรับขอ้ มูล
(Input Unit)

อปุ กรณ์รับขอ้ มลู เสยี ง (Voice Input Devices) หรือเรยี กอีกอยา่ งหน่งึ วา่ ไมโครโฟน
เป็นอุปกรณ์รับขอ้ มลู ในรปู แบบเสียงโดยจะทาการแปลงสัญญาณเสยี งเป็น

สญั ญาณดจิ ิทัลแลว้ จึงส่งไปยังคอมพิวเตอร์

หนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU)

หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หรอื ย่อว่า ซพี ยี ู
(CPU) เปน็ วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ทีท่ างาน หรอื ประมวลผล ตามชดุ ของคาสงั่ เครื่องจาก
ซอฟตแ์ วร์ คาน้เี ริม่ ใชใ้ นอตุ สาหกรรมคอมพิวเตอร์ตง้ั แต่ตน้ ศตวรรษ 1960s หน่วย
ประมวลผลเปรียบเสมือนเปน็ สมองของคอมพวิ เตอร์ ในการทาหน้าที่คานวณและ
ตดั สนิ ใจ จากคาสง่ั ทไ่ี ดร้ บั มา เชน่ การเปรียบเทียบ การกระทาการทางคณติ ศาสตร์
เป็นต้น

หนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU.) ทางานอย่างไร?

กระบวนการพนื้ ฐานในการทางานของ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU.) คือ
1. อ่านชดุ คาสัง่ (Fetch) คือ การอ่านชุดคาสงั่ ข้ึนมา 1 คาสงั่

จากโปรแกรม ในรูปของรหสั เลขฐานสอง (Binary Code from on-off
of BIT)

2. ตีความชุดคาส่งั (Decode) คือ การตคี วาม 1 คาสง่ั น้ัน
ดว้ ยวงจรถอดรหัส (Decoder circuit) ตามจานวนหลกั (BIT) ว่ารหสั น้ี
จะให้วงจรอนื่ ใดทางานดว้ ยข้อมลู ที่ใด

หน่วยประมวลผลกลาง (CPU.) ทางานอย่างไร?

3. ประมวลผลชุดคาส่งั (Execute) คอื การทางานตาม 1 คาสัง่ นน้ั
คอื วงจรใดในไมโครโปรเซสเซอร์ทางาน เช่น วงจรบวก วงจรลบ วงจร
เปรยี บเทียบ วงจรยา้ ยข้อมลู

4. อา่ นขอ้ มลู จากหนว่ ยความจา (Primary unit / Store) คือ การ
ติดตอ่ กับหน่วยความจา การใช้ขอ้ มูลทอี่ ย่ใู น หนว่ ยจาช่ัวคราว (RAM, Register)
มาใช้ในคาสัง่ นน้ั โดยอา้ งท่ีอยู่ (Address)

5. เขยี นขอ้ มูล/สง่ ผลการประมวลกลับ (Write back) คอื การเขยี น
ขอ้ มลู กลบั โดยมีหน่วยจา(Register) ช่วยเกบ็ ที่อยู่ของคาส่งั ต่อไป ภายหลังมี
คาสั่งกระโดดบวกลบที่อยู่

การประมวลผลของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU.)

ประกอบด้วย 3 ส่วน คอื

1. หน่วยควบคุม (Control Unit : CU.) เป็นสว่ นหน่ึงของหน่วย
ประมวลผลกลาง (central processing unit) หนว่ ยควบคมุ มี
หนา้ ท่คี วบคุมการทางานท้งั หมด กลา่ วคือ ควบคมุ การทางานของ
หนว่ ยคานวณและตรรกะ ควบคุมการรบั /สง่ ข้อมูลระหวา่ ง
หนว่ ยความจาหลัก (main memory) กับหน่วยความจาในหนว่ ย
ประมวลผลกลาง (CPU) ตติ ตอ่ และควบคุมการทางานของหนว่ ย
รบั ข้อมูลและแสดงผล (input/output unit) เปน็ ตน้ ว่า รบั ขอ้ มลู
เข้ามาเก็บในหน่วยความจา ปฏบิ ัตติ ามคาสัง่ ในโปรแกรมหรือ
ชดุ คาสัง่ รวมทงั้ จัดการให้การทางานเปน็ ไปตามขนั้ ตอน และ
แสดงผลตามคาสงั่

การประมวลผลของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU.)

ประกอบด้วย 3 สว่ น คือ

2. หน่วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic Logical : ALU) มกี าร
ดาเนินการ 2 ลักษณะ คอื

2.1 การคานวณ (Arithmetic operations) โดยการคานวณ
ตัวเลขพ้ืนฐานดว้ ยการบวก ลบ คูณ หาร

2.2 การเปรียบเทยี บหรอื ตรรกะ (Logical operations) การ
คิดโดยการเปรียบเทียบเพื่อทาการตัดสนิ ใจ เชน่ การเปรียบเทียบ
ข้อมูล การเปรยี บเทยี บว่าจริงหรอื เท็จ ซ่งึ อาศยั ตัวดาเนินการ
ตรรกะ ได้แก่ สญั ลักษณท์ ใ่ี ชใ้ นการเขียนโปรแกรม การสรา้ งแผ่น
ตารางจดั การ หรอื การสร้างฐานข้อมลู เพอ่ื แสดงถงึ สัมพนั ธภาพ
ระหว่างรายการสองรายการ ตวั ดาเนนิ การดังกล่าวมดี ้วยกัน 3 ตัว
คือ AND, OR, และ NOT

คณุ สมบตั เิ ฉพาะ

คณุ สมบตั เิ บอื้ งต้น
1 อายไุ ม่ตากว่า30ปบี ริบรู ณ์
2 มีสญั ชาตไิ ทย
3 เป็นผูส้ าเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสตู รแผน ก. ระดับบณั ฑิตศกึ ษาข้ึนไปที่

ตอ้ งทาวิทยานพิ นธ์
4 ต้องเรยี นวิชาที่วา่ ดว้ ยการประกนั คุณภาพไม่นอ้ ยกวา่ 2 หน่วยกติ หรอื

เทียบเทา่ และวชิ าทีว่ า่ ด้วยการวจิ ัย การวดั และการประเมินผลการศึกษา
5 ต้องมกี ารแกงานการประเมินคุณภาพสถานศึกษาไม่ น้อยกว่า 60 ชม.

โดยมีหนังสอื รับรองจากหวั หนา้ ภาค หรอื ประธานหลักสูตร หรอื ผอู้ านวยการ
โครงการ

6 ในกรณที ี่เปน็ ผู้สาเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสูตรแผน ข. ระดบั บณั ฑิตศึกษา

จรรยาบรรณของผู้ประเมินภายนอก

ผปู้ ระเมนิ ภายนอกตอ้ งปฏบิ ัติงานดว้ ยความรับผดิ ชอบ โปร่งใส ตรวจสอบไดโ้ ดย
ยึดจรรยาบรรณต่อไปนีเ้ ปน็ หลกั

1 มีความเที่ยงตรง เป็นกลาง โปร่งใส มีความรับผิดชอบท่ี
ตรวจสอบได้รายงานสิ่งที่ค้นพบตามความเป็นจริงอย่างชัดเจน มีเหตุผล มี
หลักฐานสนับสนุนและมีความซื่อสัตย์สุจริต 2 ต้องไม่ประพฤติให้เสื่อมเสียแก่
ช่อื เสียงของตนหรือแกช่ ่อื เสยี งของสานกั งาน

3 รักษาความลับของข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลและสถานศึกษาที่
ได้รบั ระหว่างการตรวจเยีย่ มและการประเมนิ คณุ ภาพภายนอกอยา่ งเครง่ ครดั

จรรยาบรรณของผปู้ ระเมินภายนอก

4 ไม่รับและไม่เรียกร้องในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพ
ภายนอกสถานศึกษา เช่น ไม่รับอามิสสินจ้าง รางวัล ของขวัญ ของกานัล การ
ตอ้ นรับ การรับรองและการอานวยความสะดวกจากสถานศกึ ษาที่เกนิ ความจาเป็น

5 ไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือผู้อื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือ
ทางอ้อมโดยใช้ข้อมูลใด ๆ ซึ่งสานักงานยังไม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะ และไม่
ดาเนินการใด ๆ ในลกั ษณะทอ่ี าจก่อให้เกดิ ความขดั แย้งทาง

ผลประโยชน์ตอ่ สานกั งาน

จรรยาบรรณของผู้ประเมินภายนอก

6 ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ตาม
มาตรฐานการประเมินคณุ ภาพภายนอกท่ีสานกั งานกาหนด

7 ผู้ประเมินภายนอกต้องไม่นาบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประเมิน
คุณภาพภายนอกเข้าไปในสถานศกึ ษาท่ที าการประเมนิ

8 ผู้ประเมินต้องไม่เป็นที่ปรึกษาหรือวิทยากรให้กับสถานศึกษา
เนือ่ งจากอาจเกดิ ผลประโยชน์ทับซ้อน

แนวทางการประเมินคณุ ภาพภายนอก

1.เรยี นร้รู ว่ มกนั
2. ใช้เกณฑ์ของ สมศ. สถาบัน และเจา้ สังกดั ของสถาบนั
3. คานึงเอกลกั ษณข์ องสถาบนั
4. ใช้ฐานขอ้ มลู หลกั ฐาน ประกอบกบั วจิ ารณญาณ

แนวทางการประเมินคณุ ภาพภายนอก

5. เนน้ การปรับปรงุ พฒั นางานของสถาบนั
6.ประกันคุณภาพเพอ่ื ความเปน็ เลิศของสถาบนั มากกว่าเพื่อการประเมนิ
7. คานงึ ถงึ มาตรฐานสากล
8. สานึกในความเปน็ กลั ยาณมติ ร

การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ ของสานักงานรับรอง
และประเมินคณุ ภาพการศกึ ษาหรอื สมศ. มีกระบวนการดงั นี้

1 สถานศึกษาประเมินตนเอง แล้วจัดส่งรายงานการประเมินตนเองใหห้ น่วยงานต้นสังกดั วิเคราะห์
SAR สง่ ให้ สมศ. ตามระยะเวลาและเงื่อนไขท่กี าหนด

2 สมศ. วเิ คราะห์ข้อมลู พื้นฐานของสถานศึกษา จากฐานข้อมลู ของหนว่ ยงานต้นสงั กัด

3 คณะผู้ประเมินพิจารณาผลการดาเนนิ งานของสถานศกึ ษาพร้อมกบั วิเคราะหข์ ้อมูลพ้ืนฐาน เพื่อวาง
แผนการลงพ้นื ท่ตี รวจเย่ยี ม โดยกาหนดไว้ 3 รูปแบบ คอื

3.1 Non-visit (ไม่มกี ารลงพื้นที่)

3.2 Partial-visit (ลงพน้ื ที่ 1-2 วัน)

3.3 Full-visit (ลงพ้นื ที่ 3 วนั )

การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ ของสานักงานรับรอง
และประเมินคุณภาพการศกึ ษาหรือ สมศ. มกี ระบวนการดงั นี้

4 คณะผู้ประเมินภายนอกลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เพื่อประชุมเสวนาสร้างสรรค์ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
และเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพกับบุคลากร หลักฐานเชิงประจักษ์ และหน่วยงานบุคคลที่มีส่วน
เกย่ี วขอ้ งเพม่ิ เตมิ รวมทัง้ ทารายงานผลประเมินด้วยวาจา

5 คณะผู้ประเมินภายนอกจัดทารายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอก พร้อมข้อเสนอแนะเพื่อการ
ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการศึกษา แล้วจัดส่งให้ สมศ. เพื่อพิจารณาให้การรับรองผลการประเมิน
จากนนั้ สมศ. จะจดั ส่งใหก้ บั สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกดั หรอื หน่วยงานที่กากบั ดูแล

บทบาทและหนา้ ท่ี

1 ตรวจเยย่ี มสถานศกึ ษา สรา้ งความเขา้ ใจและเจตคติทถ่ี ูกต้องเก่ยี วกบั การประเมนิ เพ่อื
พัฒนาคุณภาพ ใหก้ บั บุคลากรของสถานศกึ ษาและผู้เกยี่ วขอ้ ง
2 รวบรวมข้อมูลและตรวจสอบหลักฐานขอ้ มูลเพือ่ ยนื ยันสภาพความเป็นจรงิ ในการ
พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาตามที่สถานศกึ ษาไดร้ ายงานไว้ในรายงานการประเมินตนเอง

3 ตรวจสอบกระบวนการและวธิ กี ารที่สถานศึกษาใช้ในการไดม้ าซงึ่ ขอ้ มลู รวมท้ัง
หลักฐานท่รี ะบุในรายงานการประเมินตนเองมีความเหมาะสม ครอบคลมุ และนา่ เชื่อถือ
เพียงใด

บทบาทและหนา้ ท่ี

4 ตรวจสอบผลการพฒั นาเทียบเคียงกบั เปา้ หมาย/แผนพฒั นาของสถานศกึ ษาและ
มาตรฐานการศึกษาที่ สมศ. กาหนดเพอ่ื การประเมินภายนอก รวมท้ังตรวจสอบ
เปา้ หมาย

5 ประมวล วเิ คราะห์ขอ้ มลู และประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษาตามมาตรฐานประเมนิ
ภายนอกพร้อมทั้งใหข้ ้อเสนอแนะแก่สถานศึกษา เพอื่ นาไปสู่การพฒั นาการจดั การศึกษา
ให้มีคุณภาพยง่ิ ข้ึน

6 รายงานผลการประเมินคณุ ภาพสถานศกึ ษาตอ่ สมศ.

วธิ กี ารประเมนิ คุณภาพภายนอกระดบั การศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน

วธิ กี ารประเมนิ คุณภาพภายนอกระดบั การศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน

วธิ กี ารประเมนิ คุณภาพภายนอกระดบั การศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน

ความแตกตา่ งของการประกันคณุ ภาพ

บทสรปุ

การประเมินคุณภาพ เป็นการประเมินคา่ ระดับคุณภาพของกจิ กรรมเฉพาะอย่าง
ในหนว่ ยงาน เช่น คุณภาพการจัดการศึกษา คณุ ภาพของงานวจิ ยั คณุ ภาพของ
การสอน การประเมนิ คณุ ภาพภายนอกเป็นการดาเนินงานโดยสานักงานรับรอง
มาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศึกษาเพอื่ ประเมินผลและรับรองวา่
สถาบนั การศกึ ษาจดั การศกึ ษาไดค้ ณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาท่กี าหนดไว้

บทสรปุ

จึงจาเปน็ ท่จี ะต้องใหค้ วามสาคญั กบั การประเมนิ ผล การจัดการศกึ ษา ถอื เปน็
การใหบ้ รกิ ารสาธารณะแกป่ ระชาชนทร่ี ฐั จะต้องจดั ใหอ้ ย่างท่วั ถึงและมี
คุณภาพ โดยรัฐไดม้ อบหมายใหก้ ระทรวง กรม ต้นสงั กัด และสถานศึกษา
เป็นผทู้ าหน้าทใ่ี ห้บริการจัดการศึกษาท่ีมคี ณุ ภาพ และสอดคล้องกบั ความ
ตอ้ งการของสงั คมใหแ้ ก่ผูร้ บั บรกิ าร


Click to View FlipBook Version