The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อัญมณี แสงจันทร์, 2022-02-27 16:50:40

คู่มือดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สพป.ขอนแก่น เขต 4

คู่มือระบบการดูแล สพป.ขอนแก่น เขต 4

3. แต่งตั้งคณะทางานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยไปเย่ียมบ้านเด็กนักเรียน สอบถามบุคคล
แวดลอ้ ม เช่น เพื่อนบา้ น ญาตพิ ี่นอ้ งของเดก็ นักเรยี น หรือกานัน ผใู้ หญบ่ ้านในพ้ืนที่

4. รายงาน ฉก.ชน.สพป./สพม. ทีมสหวิชาชีพ และเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองเดก็ พ.ศ. 2546

5. ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ เงินทุนการศึกษา ปัจจัย พื้นฐานในการดารงชีวิต ฟ้ืนฟู
สภาพจิตใจ เปน็ ต้น

6. เมื่อสถานการณ์เด็กนักเรียนดีข้ึน สถานศึกษาต้องดาเนินการ ป้องกัน และพัฒนาในสภาพปัญหา
ต่อไป เช่น การกาหนดบริเวณปลอดภัย การเสริมทักษะการดูแลเด็กนักเรียน ทักษะการจัดการกับปัญหา
และทักษะทางสังคมให้กับผู้ปกครองหรือผู้ที่เก่ียวข้อง สร้างเครือข่ายชุมชนในการช่วยเหลือ หรือแจ้งเบาะแส
เบ้ืองต้นในการร่วมกนั ปอ้ งกนั ปัญหา

48

ยำเสพตดิ
ยาเสพติด หมายถึง สารใดก็ตามท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารท่ีสังเคราะห์ข้ึน หรือวัตถุใด

เม่ือเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้วทาให้เกิดผลต่อร่างกาย
และจิตใจในลักษณะสาคัญ เช่น ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเป็นลาดับ มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา
มคี วามต้องการเสพท้งั รา่ งกายและจติ ใจอยา่ งรนุ แรงอย่ตู ลอดเวลา และสขุ ภาพโดยทวั่ ไปจะทรุดโทรมลง

มำตรกำรปอ้ งกัน
1. เสริมสร้างภูมคิ ุ้มกันและทักษะชวี ิตให้เด็กนกั เรียน
2. จดั กจิ กรรมการป้องกัน เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
3. พฒั นาระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี นให้เข้มแข็ง
4. การดาเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ควรให้เด็กนักเรียน

เข้ามามสี ่วนร่วมในการดาเนนิ งาน โดยมีครูเปน็ ผคู้ อยใหก้ ารสนบั สนนุ ใหค้ าแนะนาและดูแล

49

5. สถานศึกษาต้องดาเนินการตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข
ของกระทรวงศึกษาธกิ าร และนโยบายของสพฐ.

6. สร้างเครือข่ายภายนอกในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญ หา เช่น โครงการครู DEAR ,
โครงการ 1 โรงเรียน 1 ตารวจ และโครงการตาสบั ปะรด เป็นต้น

7. จัดตงั้ ชมรมศูนยเ์ พอ่ื นใจวยั รุ่น TO BE NUMBER ONE และเพ่ือนชว่ ยเพือ่ น
8. ศูนย์พิทักษส์ ิทธิเดก็
แนวทำงกำรชว่ ยเหลือ
1. ครูที่ปรึกษาคัดกรองเด็กนักเรียนเป็นรายบุคคล การเยี่ยมบ้าน และการคัดกรองนักเรียน
ออกมาเป็น 4 กลุม่ ไดแ้ ก่ กล่มุ ปกติ กลมุ่ เส่ียง กลมุ่ เสพ และกลมุ่ คา้
2. หากครูท่ีปรึกษาพบเด็กนักเรียนกลุ่มเส่ียง กลุ่มเสพ และมียาเสพติดไว้ในครอบครองให้ดาเนินการ
ดงั นี้

2.1 ตดิ ตอ่ กับผู้ปกครองเพอื่ หาแนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาร่วมกัน
2.2 ดาเนินการตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนกลุ่มเสพ โดยเข้าสู่กระบวนการ
บาบัดรักษา
2.3 ติ ด ตาม ผล ก ารด าเนิ น ก ารอย่ างต่ อ เน่ื อ ง แล ะรายงาน ผ ลก ารด า เนิ น การ
ให้ผู้บรหิ ารสถานศึกษารบั ทราบ
2.4 สถานศึกษารายงาน สพป./สพม.
3. กรณีพบว่านกั เรยี นเป็นผู้คา้ ใหเ้ จ้าหนา้ ทีผ่ มู้ ีอานาจดาเนินการตามกฎหมาย
4. กรณีเด็กนักเรียนถูกควบคุมตัวหรือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้สถานศึกษาดาเนินการ
ออกหนงั สือรับรองการเปน็ นักเรยี นเพื่อเป็นหลักฐานประกอบ

50

อุปทำนหมู่
อุปทำนหมู่ เป็นปรากฏการณ์ซึ่งเกิดข้ึนกับบุคคลต้ังแต่ 1 คนขึ้นไปท่ีมีความเช่ือร่วมกัน

และมีการแสดงออกอาการทางร่างกาย กลุ่มนักเรียนท่ีมักพบอาการมักพบในนักเรียนเพศหญิ ง
มากกวา่ นักเรียนเพศชาย มักเกิดกบั บคุ ลทมี่ ีสภาพจิตใจไมม่ ัน่ คง เกดิ การคล้อยตามได้ง่าย

สำเหตุกำรเกิดอำกำร อาการอุปทานหมู่ มักมีสาเหตุเกิดจากความรู้สึกคิดภายในจิตใจ
เป็นการแสดงออกทาง ภาวะความเครียด อาจเกิดจากผลกระทบจากภูมิหลัง สภาพครอบครัว

51

อาการหวาดกลัวบางส่ิง วิตกกังวล รู้สึกต่ืนเต้น ต่อเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่ได้เห็น ได้ยิน และได้ฟัง
ทีม่ ตี ่อสภาพแวดลอ้ มน้นั ๆ

ลักษณะอำกำร ปวดศีรษะ มึนงงศีรษะ คล่ืนไส้ ปวดท้อง เกร็งท้อง อ่อนเพลีย ง่วง เจ็บปวดในคอ
หายใจลาบาก หรือหายใจหอบเร็ว (Hyperventilation or Difficulty Breathing) ชักเกร็งตัว เป็นลม หมดสติ
อาการเหล่านี้คงอยู่เพียงช่ัวคราว มีการแพร่กระจายอาการไปสู่คนอ่ืน ๆ ท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกัน
และมีการฟน้ื ตวั เรว็ กลับมาเปน็ ปกติ ซงึ่ เม่อื ตรวจทางการแพทย์แล้วไม่พบว่ามสี าเหตุมาจากโรคทางกาย

วิธีดูแลเบ้ืองต้น คือ แยกเด็กนักเรียนคนแรกที่แสดงอาการอุปทานหมู่ออกจากกลุ่ม และควรแยก
เด็กนักเรียนท่ีมีอาการทุกคนออกจากกัน โดยการจัดให้เด็กนักเรียนอยู่ในห้องที่สงบ เพ่ือระงับอาการ
ทเ่ี กิดจากสติอารมณ์ วิธดี แู ลตามอาการนกั เรียน แบ่งเปน็ 2 กลมุ่ ดังน้ี

กลุ่มท่ี 1 กลุ่มอาการไม่ร้ายแรง ครูประเมินอาการเด็กนักเรียนเบ้ืองต้น รักษาตามอาการ
โดยทาให้ร่างกายผอ่ นคลายได้พกั ผอ่ นสกั พัก ใหอ้ าการจะดีข้ึนตามลาดับ

กลุ่มท่ี 2 กลุ่มอาการร้ายแรง หากพบว่า เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ มีการทาร้ายร่างกาย
ให้ครูทาการปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ แลว้ รบี นาสง่ แพทยท์ ันที

ข้อพึงสังเกต หากสังเกตว่า เด็กนักเรียนมีอาการหายใจเร็วผิดปกติ ให้ครูรักษาด้วยการใช้ถุงกระดาษ
คลมุ หนา้ เพือ่ ใหเ้ ดก็ นกั เรยี นหายใจเอาคารบ์ อนไดออกไซตเ์ ข้าไป จะชว่ ยทเุ ลาอาการลงได้ตามลาดบั

วิธีดูแลหลังอำกำรยุติ ในการปฐมพยาบาลและประเมินอาการ เม่ือเด็กนักเรียนมีอาการดีขึ้น
จนเปน็ ปกติ หากแต่เขา้ กลุ่มอาจเกิดอาการซา้ ไดอ้ ีก ทั้งน้ีขน้ึ อยกู่ ับความเช่อื ยงั คงมีอยู่ ดังนั้นการประเมินสภาพ
จิตใจร่วมกับสภาพแวดล้อม หรือพูดคุยโดยการใช้กระบวนการให้คาปรึกษาเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม
(การรักษาด้วยจิตบาบัด) จะช่วยคลายความกังวลหรือความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจ เพื่อป้องกัน
ไม่ให้เกิดอาการซา้ อาจทาได้โดยให้เด็กนักเรยี นหยุดเรียนช่ัวคราว โดยเฉพาะเด็กนกั เรียนที่แสดงอาการคนแรก
ซ่งึ มอี ิทธพิ ลตอ่ ความรสู้ กึ และแสดงอาการรว่ มต่อผู้อืน่
มำตรกำรป้องกนั

1. ครทู ปี่ รึกษา/ครูประจาวชิ า/ครูผ้ดู แู ลนักเรียน ศึกษาข้อมูลเด็กนกั เรียนเป็นรายบุคคล ดว้ ยเครือ่ งมือ
คัดกรองนักเรียน เช่น แบบประเมิน SDQ แบบวัดความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) แบบสารวจความเครียด
แบบสังเกตพฤติกรรม เป็นต้น ประกอบกับทางานร่วมกับงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
โดยทาการเยี่ยมบ้านนักเรียน เพ่ือประเมินพฤติกรรม ศึกษาภูมิหลังเด็กนักเรียน และร่วมพูดคุย
กับผู้ปกครอง เพอ่ื รว่ มดูแลเด็กนักเรยี นอยา่ งใกล้ชิด

2. บทบาทครูแนะแนว ให้การดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนด้วยกระบวนการการให้คาปรึกษา
เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม เพื่อตรวจสอบสภาพจิตใจเบื้องต้นของเด็กนักเรียน และเร่งรัดให้ความรู้ครู
ในโรงเรยี นเก่ยี วกับวธิ ีดแู ลสขุ ภาวะทางจติ เบ้ืองต้นใหเ้ ป็นนักจิตวทิ ยาโรงเรยี นทด่ี ี

52

3. ครแู นะแนวนากระบวนการรูปแบบ YC เพ่ือนท่ีปรกึ ษา ในการเข้าชว่ ยเหลอื เด็กนักเรยี น ร่วมพูดคุย
กับเด็กนักเรยี นกลุม่ เส่ยี งอย่างใกลช้ ิด

4. สถานศึกษาเผยแพร่ ให้ความรู้เพิ่มเติมแก่เด็กนักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง โดยจากจัดโครงการ/
กิจกรรมตามความเหมาะสม ทางานร่วมกับสหวิชาชีพ เช่น นักจิตวิทยาคลีนิค ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น เพ่ือมีส่วนร่วมในการสร้างความเช่ือท่ีถูกต้อง การอุปทานหมู่ให้เด็กนักเรียนมีเจตคติที่ดี เสริมสร้าง
เจตคติท่ดี ี ให้เด็กนักเรยี นมกี ารตระหนักรู้ ยอมรบั นับถอื ตนเอง และเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง

5. ผู้บริหารสถานศึกษาควรย้าให้ครูประจาวิชาครูที่ปรึกษาครูประจาหอหมั่นสังเกตสภาพร่างกาย
และจติ ใจของ เดก็ นกั เรียน ในทกุ ครงั้ ก่อนการสอนหรอื ทากิจกรรม
แนวทำงกำรชว่ ยเหลอื

1. ครูตรวจสอบข้อมูลประวัติเด็กนักเรียนโดยใช้กระบวนการช่วยเหลือนักเรียน การบันทึกข้อมูล
การจัดเก็บข้อมลู ตามแบบรายงาน ฉก.01

2. แยกเด็กนกั เรียนคนแรกทีเ่ กดิ อาการออกจากกลุ่ม
3. ปฐมพยาบาลเด็กนักเรยี นทุกคนท่เี กิดอาการ และประเมนิ อาการ
4. ผทู้ ี่ได้รับมอบหมายดาเนนิ การเกย่ี วข้องกับเด็กนักเรยี นต้ังแต่ตน้ จนจบกระบวนการ
5. เพือ่ ประสานการส่งตอ่ ชว่ ยเหลอื แกเ่ ดก็ นักเรียน
6. สรุปรายงานผลการดาเนนิ การแกผ่ บู้ ริหารสถานศกึ ษา
7. ในรายท่ีเร่งด่วนประสานหนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้อง เช่น โรงพยาบาล สพป./สพม. เปน็ ตน้
8. จัดทาเป็นกรณีศึกษา เพ่ือเป็นข้อมูลและแนวทางในการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน
ต่อไป

53

โรคติดตอ่ ในสถำนศกึ ษำ
โรคติดต่อ คือ โรคท่ีสามารถถ่ายทอดติดต่อกันได้ระหว่างบุคคล โดยมีเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ

เปน็ สาเหตขุ องโรค และถึงแม้ว่าเชื้อโรคจะเป็นตวั ก่อเหตุ แต่พฤติกรรมที่ไมเ่ หมาะสมของมนุษยก์ เ็ ปน็ ปัจจยั ร่วม
ท่ีสาคัญท่ีจะทาให้เกิด โรคติดต่อน้ัน ๆ กรมอนามัยได้รวบรวมนิยามของโรคติดต่อจากพระราชบัญญัติ
โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ชื่อและอาการสาคัญของโรคติดต่ออันตราย
(ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2563 หมายถงึ โรคซ่งึ รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ ประกาศให้เป็นโรคตดิ ต่อสาหรับทั่ว
ประเทศหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเฉพาะในเขตของตน ประกาศให้เป็นโรคติดต่อในกรณีที่ตรวจพบหรือมีเหตุ
สงสยั ว่า โรคใดโรคหน่ึงเปน็ โรคซงึ่ อาจตดิ ตอ่ แพร่ระบาด เปน็ อนั ตรายแกป่ ระชาชนได้

โรคติดต่ออัน ตราย ห มายความว่า โรคติดต่อท่ี รัฐมน ตรีว่าการกระท รวงสาธารณ สุข
ประกาศ (รายละเอียดคู่มือ แนวทางปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2556)

มำตรกำรป้องกนั
การตรวจร่างกายเดก็ นักเรียนก่อนรับเขา้ เรยี น ซ่ึงเด็กนักเรียนทุกคนแนบผลเอกสารการตรวจสุขภาพ

(ระเบียนสขุ ภาพ) จากโรงเรียนเกา่
1. ควรได้รับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เด็กนักเรียนท่ีมีโรคประจาตัวควรได้รับการดูแล

จากแพทยอ์ ย่างใกล้ชิด และควรมสี มดุ บันทกึ ประวตั กิ ารตรวจสุขภาพประจาตัวทุกคน

54

2. ครู บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในสถานศึกษา ผู้ประกอบการอาหารผู้ขายอาหาร ฯลฯ
ควรได้รับการตรวจสขุ ภาพจากแพทยอ์ ยา่ งนอ้ ยปีละ 2 ครั้ง

3. สถานศึกษาต้องมีการจัดการสุขาภิบาลสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ โดยปฏิบัติ
ตามหลักสุขาภิบาลสถานศึกษา (รายละเอียดคู่มือแนวทางปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัย
ของสถานศึกษาฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2556)

4. สถานศึกษามีการให้ความรู้แก่ ครู บุคลากร และเด็กนักเรียน ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม
โรคติดต่อโดยตรง รวมถึงการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขในท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
มาเปน็ วทิ ยากร ให้กับเด็กนักเรียนตามโอกาสที่เหมาะสม
แนวทำงกำรชว่ ยเหลอื

1. คดั กรองนกั เรียน แยกเดก็ นักเรียนที่ปว่ ยออก
2. สง่ ต่อสถานพยาบาลใกลเ้ คยี ง หรอื โทรศัพท์แจ้งศนู ย์ฉุกเฉิน โทร. 1669 และวทิ ยุสอื่ สารช่องความถ่ี
147.300 MHz.
3. รายงานผู้บังคบั บญั ชา โดยใช้ช่องทางการส่อื สารทร่ี วดเร็วทส่ี ุด
4. แจง้ บิดา มารดา ญาติ และผู้ปกครองทราบ
5. กรณีเป็นโรคติดต่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาปิดสถานศึกษา โดยคาแนะนาจากสถานพยาบาล
ในพื้นที่
6. ทาความสะอาด ฆา่ เช้ือโรค โดยประสานกบั สาธารณสขุ และองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในพน้ื ที่
7. ติดตามผล เฝา้ ระวังการระบาดของโรคตดิ ต่อ และป้องกันการแพรร่ ะบาด
8. ดาเนนิ การตามนโยบายมาตรการสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ.2560 ในสถานศึกษา

55

อุบตั ิเหตุนอกสถำนศึกษำ
อุ บั ติ เห ตุ น อ ก ส ถ าน ศึ ก ษ า ห ม าย ถึ ง ภ าว ะ ที่ เกิ ด ขึ้ น อ ย่ างก ะ ทั น หั น โด ย ไม่ ได้ ต้ั งใจ

ทาให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อสุขภาพชีวิตและทรัพย์สินของเด็กนักเรียน หรืออุบัติเหตุท่ีเกิดข้ึน
มีผลกระทบต่อสถานศึกษา เช่น อุบัติเหตุกับรถนักเรียน รถทัศนศึกษา รถทัศนาจร รถรับส่งนักเรียน
รถโรงเรียนรถส่วนบุคคลของครูที่พาเด็กนักเรียนไปทากิจกรรม (รายละเอียดคู่มือแนวทางการปฏิบัติมาตรการ
การรักษาความปลอดภัย ของสถานศกึ ษาฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2556)

มำตรกำรปอ้ งกนั
ปฏิบัติตามประกาศระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรีย นและนักศึกษา

ไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2562

56

แนวทำงกำรชว่ ยเหลอื
1. แจง้ ศนู ย์ฉกุ เฉิน โทร. 1669 และเจ้าหนา้ ทีต่ ารวจ
2. แจง้ ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา ผู้ปกครอง หรอื ผู้อนุญาตให้เด็กนักเรยี นไปนอกสถานศกึ ษาทราบ
3. แจง้ สพป./สพม./สพฐ. ทราบเป็นการเบ้อื งตน้ ทันที
4. แจ้งทะเบียนรถประเภทรถที่ประสบอุบัติเหตุ เพ่ือสถานพยาบาลจะได้ดาเนินการค่าใช้จ่าย

ในการรักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. คุม้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ โดยผ้ปู กครองนกั เรยี นไมต่ ้องสารองจา่ ย
5. จัดหาผู้ดแู ลประสานงานติดตามอาการของเด็กนกั เรยี น และตดิ ตามเรอ่ื งการประกันภัย
6. แจง้ ความลงบนั ทึกประจาวันตอ่ เจ้าพนกั งานไว้เป็นหลักฐานในการเรียกรอ้ งสนิ ไหมทดแทน
7. กรณีท่ีเด็กนักเรียนทาประกันอุบัติเหตุกับบริษัทประกันภัย ให้ดาเนินการเรียกค่าเสียหาย

และค่าสินไหมทดแทน หากมีปัญหาให้ติดต่อประสานกับสานักงานคณะกรรมการกากับและส่งเสริม
การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

8. กรณเี ด็กนกั เรยี นเสียชีวิตให้ตดิ ตอ่ ขอรับใบรบั รองของการเสียชีวติ จากสถานพยาบาลในพนื้ ที่

57

อุบัติเหตุในสถำนศกึ ษำ
อุบัติเหตุในสถานศึกษา หมายถึง อันตรายท่ีเกิดขึ้นในสถานศึกษาโดยฉับพลันซ่ึงไม่คาดคิดมาก่อน

อันเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติหรือการกระทาของมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกาย และทรัพย์สิน
โดยมสี ถานการณเ์ สย่ี งจากสภาพแวดลอ้ ม ขาดความระมดั ระวงั หรอื การเรียนการสอน

มำตรกำรป้องกัน
1. สรา้ งความตระหนกั และใหค้ วามรู้ข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษา และเด็กนักเรียน
2. ตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานของอาคารสถานท่ีและอุปกรณ์การเรยี นการสอนอย่างสม่าเสมอ
3. สารวจจุดเสี่ยงภายในและรอบบริเวณสถานศึกษา (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในคู่มือแนวทางปฏิบัติ

และมาตรการ รักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาฉบับปรับปรุง พ.ศ.2556) และหนังสือสพฐ.ด่วนท่ีสุด
ที่ ศธ 04277/136 ลว.15 มนี าคม 2556 เรื่อง การดูแลนกั เรียนในชว่ งเวลาท่อี ย่ใู นสถานศกึ ษา

4. จดั ระบบการเฝา้ ระวงั เชน่ ตดิ ตัง้ กลอ้ งวงจรปดิ ในบรเิ วณจดุ เส่ียง เป็นต้น

58

5. เตรยี มบุคลากรและอปุ กรณเ์ ครือ่ งมอื การปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น
6. จัดให้มีการทาประกันภัยอุบัติเหตุสาหรับเด็กนักเรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศกึ ษา
7. จัดระบบการรายงานเหตไุ ปยังสถานพยาบาลใกล้เคียง หรอื ศูนย์ฉุกเฉนิ โทร. 1669
แนวทำงกำรช่วยเหลือ
1. ปฐมพยาบาลเบื้องตน้
2. ประสานศูนยฉ์ กุ เฉิน โทร. 1669 และนาสง่ สถานพยาบาลใกลเ้ คยี ง
3. แจง้ เหตุตอ่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา แจง้ บิดา มารดา/ผ้ปู กครอง/ญาติ
4. รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลาดบั ช้นั พร้อมบนั ทึกตามแบบรายงาน ฉก.01
5. ตดิ ตามการชว่ ยเหลือในสว่ นทีเ่ ก่ยี วข้อง

59

กำรจมนำ้
การจมน้า เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนประเภทหนึ่ง อุบัติเหตุการจมน้า พบว่าเกิดจาก

การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เกิดจากความประมาท ความคึกคะนอง มองข้ามความปลอดภัย ไม่เลือกว่าจะเป็นเด็ก
หรือผู้ใหญ่ควรได้รับความรู้ และฝึกทักษะชีวิตเบ้ืองต้น เพื่อรองรับปัญหาที่อาจเกิ ดขึ้น ให้สามารถ
ช่วยเหลือตนเองและผู้อืน่ ได้ อย่างถูกวิธหี รอื สามารถถา่ ยทอดความร้ใู ห้กับผู้อืน่ ได้

มำตรกำรปอ้ งกัน
1. สถานศึกษามีการให้ความรู้เก่ียวกับเรื่องอุบัติเหตุทางน้า ให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ

เกี่ยวกับเร่ืองของการเอาตัวรอดเมื่อต้องประสบอุบัติเหตุทางน้า เช่น รู้จักหลักของการตะโกน การโยน การยื่น
รวมถึงการลอยตัวในน้าแบบวิธีต่าง ๆ และที่สาคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลคนท่ีจมน้า

60

เบื้องต้นท่ีถูกต้อง นอกจากน้ัน สถานศึกษาควรจะให้ความรู้เร่ืองของการปฏิบัติตนเมื่อต้องทาภารกิจ
เก่ียวกบั กจิ กรรมทางนา้ ด้วย

2. สารวจจดุ เส่ียงตอ่ การจมน้าของเดก็ นักเรยี นในสถานศึกษา และบรเิ วณรอบ ๆ สถานศกึ ษา
3. แจง้ เตอื นจุดเสยี่ งใหเ้ ด็กนกั เรยี นทราบและตดิ ปา้ ยแจ้งเตอื น หรือลอ้ มรวั้ ใหม้ คี วามปลอดภัยสูง
4. กรณีท่ีสถานศึกษามีสระว่ายน้าหรือกิจกรรมทางน้า ให้จัดตั้งอุปกรณ์ชูชีพ เพ่ือให้เกิดความปลอดภัย
และมคี รคู วบคมุ ดูแลอย่างใกลช้ ดิ
5. สถานศึกษาจดั ให้มีการสอนว่ายน้า เพ่ือป้องกันการจมน้าเป็นไปตามบริบทที่เอ้ือของแต่ละพื้นที่

แนวทำงกำรช่วยเหลอื
กรณีไม่เสยี ชวี ิต

1. ปฐมพยาบาลเบือ้ งต้นด้วยวธิ ที ่ีถูกตอ้ ง
2. แจ้งเหตุต่อผู้บริหารสถานศึกษาสถานพยาบาลใกล้เคียง ศูนย์ฉุกเฉิน โทร. 1669 และแจ้งบิดา
มารดา ผูป้ กครอง ญาติ
3. รายงานผ้บู ังคับบัญชาทราบตามลาดบั ข้ันพร้อมรายงาน ตามแบบรายงาน ฉก.01
4. กรณีท่ีเด็กนักเรียนทาประกันอุบัติเหตุกับบริษัทประกันภัย ให้ดาเนินการเรียกค่าเสียหาย
และคา่ สินไหมทดแทน หากมปี ัญหาให้ติดต่อประสานกับสานักงานคณะกรรมการกากับและส่งเสรมิ การประกอบ
ธรุ กจิ ประกันภยั (คปภ.)

กรณีเสียชวี ิต
1. แจ้งผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาเจ้าพนักงานปกครองเจา้ หน้าทต่ี ารวจ
2. กนั พืน้ ที่เกดิ เหตุ และอานวยความสะดวกเจา้ พนักงาน
3. รายงานผู้บังคบั บัญชาตามลาดับชน้ั ทราบและแจง้ บดิ ามารดา ผ้ปู กครอง ญาติ
4. กรณีที่เด็กนักเรียนทาประกันอุบัติเหตุกับบริษัทประกันภัยให้ดาเนินการเรียกค่าเสียหาย

และค่าสินไหมทดแทน หากมีปัญหาให้ติดต่อประสานกับสานักงานคณะกรรมการกากับและส่งเสริม
การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

61

เดก็ นกั เรยี นเสยี ชวี ติ ในสถำนศึกษำ
เด็กนักเรียนเสียชวี ิตในสถานศึกษา หมายถงึ เดก็ นักเรียนท่ีอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสถานศึกษา

ได้เสียชีวิตด้วยเหตุตายตามธรรมชาติ ตายผิดธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุ ซ่ึงผู้ประสบเหตุได้พบเด็กนักเรียน
ในสภาพทเ่ี สยี ชวี ติ แลว้ ไม่สามารถช่วยเหลอื เบ้อื งตน้ ได้

มำตรกำรปอ้ งกัน
1. จัดระบบขอ้ มลู นักเรียนเปน็ รายบุคคล และมีการสง่ ตอ่ แต่ละระดบั เมือ่ จบปีการศึกษา
2. จดั อาคารสถานที่ สภาพแวดล้อมใหม้ คี วามปลอดภยั
3. จัดให้มีมาตรการเพ่ือความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตราในพ้ืนทีบ่ ริเวณสถานศึกษา เช่น การติดตั้ง

กล้องวงจรปดิ จดั เวรยามรกั ษาการณ์ คณะกรรมการนกั เรียน และสภานักเรยี น
4. จัดให้มีระบบหรือซักซ้อมใหม้ กี ารแจง้ เตอื นเหตุตา่ ง ๆ ในสถานศึกษา

แนวทำงกำรชว่ ยเหลือ
1. รับแจ้งเหตุกรณีเด็กนักเรียนเสียชีวิต ให้ตรวจสอบว่าเสียชีวิตแล้วหรือไม่ แล ะกันบริเวณ

พน้ื ทีเ่ กิดเหตไุ ม่ใหบ้ ุคคลท่ไี มเ่ กย่ี วข้องเข้าไปในทเ่ี กดิ เหตุ
2. แจ้งผู้บริหารสถานศึกษา เจ้าพนักงานปกครอง เจ้าหน้าท่ีตารวจ และผู้บริหารสถานศึกษาทราบทันที

และอานวยความสะดวกเจา้ หนา้ ทีต่ ารวจหรอื ผเู้ ก่ยี วข้อง
3. แจง้ บดิ ามารดาหรอื ผปู้ กครองของเดก็ นกั เรยี นทเ่ี สยี ชีวติ
4. รายงานผบู้ งั คับบัญชาทราบตามลาดบั
5. ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาร่วมงานบาเพ็ญกุศลศพ

62

ภยั พิบตั ิ
ภัยพิบัติ หมายถึง ภัยที่รุนแรงหรือเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือเกิดจากความประมาท

ของบุคคล ส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือต่อผู้คนเป็นจานวนมาก เกิดจากสถานการณ์เส่ียง เช่น อัคคีภัย
แผ่นดินไหว วาตภัย และอุทกภัย เป็นต้น ซึ่งมีความสูญเสียท้ังทรัพย์สิน ส่ิงของ และผู้คนบาดเจ็บเสียชีวิต
หรือไร้ทีอ่ ยู่

มำตรกำรป้องกัน
1. จัดการเรียนการสอนเรื่องเกย่ี วกับภยั พบิ ัตทิ ี่เกย่ี วข้อง
2. ศกึ ษาแผนปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยของแตล่ ะพน้ื ที่
3. จัดทาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฉุกเฉินของสถานศึกษา ซ้อมแผนให้สอดคล้อง

กบั แผนป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ระดบั ตาบล/อาเภอ/จังหวัด ของกระทรวงมหาดไทย
4. สารวจความเสี่ยงจากสถานการณ์เสี่ยง และตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันภัย เช่น ถังดับเพลิง

ใหม้ คี วามพรอ้ มในการใช้งาน เป็นต้น
5. ให้จัดระบบสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ จัดระบบวิทยุสื่อสาร ความถี่ 147.300 MHz. ให้คานึงถึง

การมรี ะบบไฟฟา้ ในกรณฉี กุ เฉนิ สาหรบั พน้ื ท่ที ี่มีความเสย่ี งมาก

63

6. กาหนดผู้รับผดิ ชอบงานอบุ ัตภิ ัยในสถานศึกษา ประสานเครอื ข่ายชุมชน/หนว่ ยงานรองรับการแจง้ เตอื น
แจ้งเหตุ

7. สถานศึกษาที่อยู่ในเขตภัยพิบัติ ทบทวนมาตรการเส่ียงภัยพิบัติของสถานศึกษ าอยู่เสมอ
อยา่ งน้อยภาคเรยี นละ 1 คร้งั
แนวทำงกำรช่วยเหลอื

1. แจง้ เหตุตามแผนปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยทีส่ ถานศึกษากาหนดไว้
2. แจ้งเหตุในช่องทางการส่ือสารท่ีใชไ้ ด้รวดเร็วท่ีสดุ เช่น โทรศัพท์ วิทยสุ ื่อสารชอ่ งความถี่ 147.300 MHz.
และช่องทางอื่นทสี่ ามารถแจ้งได้ เป็นตน้
3. จุดรับแจ้งเหตุ สพป./สพม./วิทยุสื่อสาร 147.300 MHz. ศูนย์ฉุกเฉิน โทร. 1669 ศูนย์เตือนภัย
โทร. 1860 และสถานีตารวจพน้ื ท่ีเกดิ เหตุ
4. รายงานผูบ้ ังคบั บญั ชาตามลาดับโดยใช้แบบรายงาน ฉก.01
5. สถานศึกษาให้ความชว่ ยเหลือบรรเทาความเดือดรอ้ นเบอื้ งต้น

64

กำรกลน่ั แกล้งรงั แก
การกล่ันแกล้งรังแก หมายถึง พฤติกรรมการกระทาให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์ความเจ็บปวด ทั้งทางร่างกาย

และจิตใจ เพื่อให้ตนเองรูส้ ึกมีอานาจ มีพลังเหนอื กว่าผู้อ่ืน หรือเพ่ือความสนุกสนาน อกี ท้ังการกระทาดังกล่าว
จะเกดิ ขึ้นซา้ ๆ อย่างตอ่ เน่อื ง และมีระยะเวลายาวนาน

มำตรกำรปอ้ งกัน
1. ใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั โทษของการกระทาความผดิ ทางพระราชบัญญัติคอมพวิ เตอร์
2. ใหค้ วามรคู้ วามเข้าใจเร่อื งการกล่นั แกลง้ รังแกและทกั ษะชวี ติ
3. ใช้ระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนในการเฝา้ ระวงั

65

4. คดั กรองใหค้ าปรึกษากับเดก็ นักเรียนและช่วยเหลือในการแกป้ ญั หา
5. การเฝา้ ระวงั ช่องทางการส่ือสารทีท่ าให้เกดิ การกลน่ั แกล้งรงั แก
แนวทำงกำรชว่ ยเหลอื
1. คดั กรองขอ้ มูลระดบั ความรุนแรงของการถูกกลัน่ แกลง้ รงั แก
2. ให้คาแนะนาปรึกษาในการแก้ปญั หา
3. หากระดับปัญหามคี วามรุนแรงใหร้ ายงานผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
4. สง่ ต่อหน่วยงานภายนอกทเ่ี กี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหา
5. ติดตามดแู ลการใหค้ วามช่วยเหลือส่วนท่เี กี่ยวขอ้ งกับโรงเรียน

66

'--.l!@

u:r6u1qn:il

- nriutrufiunu n{:rai.rm3runr:6'rrnr:6nrcr. airfinmurrrdufin.rfinrgril:vcnrfirnflflvnn r?rrr 1.

u.rJ.rJ. rJflfiunr:pirrfiumrl{fi0:vuuquad':uua6orinGuu. dudu 23 Srurnu 64, Q'lfl

http://www.esbuy.neV_fites_schooV00000BB3/documenV00000BB3_0_2016091,6-175206.pdf

- n ruu fl ::rJ fl r :irrYgo::u!rg rirrinsru mtrBnr:anr fruvru:tv6:. Q5 6cD. igo::u gry uvi.r

:rtorcuro'n:tvru. f,rdu 23 f,.:tareru 64, e1fl

https://cdc.partiament.go.th/draftconstitutionZewt_dt_l.ink.php?nid= 1038&fltename=index

- dayt4u4ouoZ& ff1un{1uF}6uun::ilfl1:fl'r:flnu1tu1\ufi1u.

Fluutav{1ufl0Fl:JFl:0{uaut?utila0unt:uu.
ul 4

r.rJ.rJ. lrr:rn1:p radxu 11460 uasdun:orrinriuu. fi udu a f, rurrru 2564, qtn
!l

https://spcspb3.thai.aclcIient-uptoad/spcspb3/downtoad/projecto/o2Ocareo/o20student.pdf

9U

- n$ruadtaurvfiodrn:oruavrirurr,t6o16nrinuiuu. rirfinlrunruun:irJfl"rifl''r:finrgrrTufiuoru.

Q563). irr{fioq'rn:oruavtiruruf;o16nrinriuuto{an1ufinur#rri'or;itin{lurrruun::iln't:n''r:Anu'r

r&iu&fiugru (ar-irrt'quur n.fr.2563). dlliutZmnflmlJ 25&,q)nhrtFs//iwwv.obce.go.Warchi\ffi/2395fi

- rirfinrrunruun::ilfl1:n1:6nr*r'fui,flug1u. n:svr:?{finrgrBnr:. (2564). {fionr:o'o16on

anru6nuruava'tinmurrmdudnr:6nur rfioYr:'rrt-a:vunr:quatiruru6ofinGuu l:vdrfl zsoq.

dudu Zg fiurnu 2564, q1fl http://krukob.com/web/book-75/
- iiorailjind,t4ruttmfrufrnr:frnuril:unrfrnurun:ar::ri n)n 1. (2557). {fiorrurvrrlnr:rirrfiulru

:vuuqsuatirouafiofinGuu. f,udu 23 f,oarnu 64,qtn

http://www.esbuy.neV_fi[es_schoo700000BB3/documenV00000883 0 20160920-172438.pdf

frufruiud 23 f,lrarnl o4

j.j4v4 rtrl
- alunlluLtmriufrnr:frnuriliouilfrnur
12. r.rJ.r.J. nifionr:rirrfiunumrurmnurniruLla'60

!!

rinuimr. f,udu ZO n:n41nlJ 2564, q1n htp/zl,r,vwseal2go.WedumtiorflrnaSstories/pdf/June6ys 2@f

- alun{1urlJflTrumn1:flnu1u:ufrilflflu1qil5:6u11: rtm 3. nilo:uuun1:attat?urileiountiuu.

ru.rJ.rJ. fiufru z3 Slurnt 64, Qtn https://spcspb3.thai.aclctient-uptoad/spcspb3/downl.oad/3.pdf

ภาคผนวก

คำสัง่ สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาขอนแก่น เขต 4
ท่ี 406 / ๒๕๖4

เร่อื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมการจดั ทำคู่มือการดำเนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรยี น

ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนกั เรียนทุกคน
ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคม เป็นกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือ
นักเรียน ที่มีข้ันตอนชัดเจน พร้อมทั้งมีวิธีการและเครื่องมือที่มีมาตรฐาน คุณภาพ และมีมาตรฐานการทำงาน
ที่ตรวจสอบได้โดยมีครูประจำชั้นเป็นบุคลากรหลักในการดำเนินงานและบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งในและนอกสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 จึงได้ดำเนินการจัดทำคู่มือดำเนินงานระบบดูแล
ชว่ ยเหลอื นักเรยี น เพอ่ื ให้ผ้ปู ฏิบัติงาน มคี วามรู้ ความเข้าใจ ในขนั้ ตอนการปฏิบัติงาน

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการจัดทำคู่มือการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
เปน็ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ยและมปี ระสทิ ธภิ าพ จึงแต่งตง้ั คณะกรรมการดำเนนิ งาน ประกอบด้วย

1. คณะกรรมการทป่ี รึกษา ประกอบด้วย

1. นายชาญกฤต นำ้ ใจดี ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
2. นายบัญชา เสนาคูณ รอง ผอ.สพป.ขอนแกน่ เขต 4 รองประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
3. นายวโิ รจน์ คอ้ ไผ่ รอง ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4

4. นายชชั วาล อาราษฎร์ รอง ผอ.สพป.ขอนแกน่ เขต 4

มีหนา้ ที่
1. ใหค้ ำปรกึ ษาข้อเสนอแนะ แกไ้ ขปญั หา อำนวยความสะดวกแกค่ ณะกรรมการฝา่ ยต่าง ๆ
2. ใหก้ ารสนบั สนุนทรัพยากร และประสานงานความรว่ มมือระหว่างคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ
3. กำกับ ตดิ ตาม ดูแล และประเมนิ ผลการดำเนนิ งานโดยภาพรวม

2. คณะกรรมการจัดทำคูม่ อื การดำเนินงานระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน ประกอบดว้ ย

1. นายวโิ รจน์ ค้อไผ่ รอง ผอ.สพป.ขอนแกน่ เขต 4 ประธานกรรมการ

2. นายชมุ พล ทองตระกูล ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นอนุบาลเขาสวนกวาง กรรมการ

3. นายโชคชัย เรอื งแหล่ ผู้อำนวยการโรงเรียนชมุ ชนดนู สาด กรรมการ

4. นายไชยา ศรีโคตา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านฝางวทิ ยา กรรมการ

5. นางฎฎั ฐากาญจน์ พรหมประโคน ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านคำบอนคุรุราษฎร์บำรงุ กรรมการ

6. นางยพุ าภรณ์ พลเย่ยี ม ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นหนองแวงคปู ่าชาติ กรรมการ

7. นางจริ ารตั น์ รัตนไพโรจน์ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นชุมชนกระนวน กรรมการ

/8. นางลัชรี...

-๒-

8. นางลัชรี เดชโยธิน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นคำครึง่ กรรมการ
9. นายสพุ นิ จิ ศรพี ุทธา
10. นายไพบลู ย์ จำปาบุญ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบ้านกุดกระหนวน กรรมการ
11. นายสมบูรณ์ แสนโฆเมฆ
12. นางสาวศภุ ิสรา พรหมเทศ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นนามูลวทิ ยาคม กรรมการ
13. นางสาวอญั มณี แสงจันทร์
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นโคกใหม่นายม กรรมการ

ผอ.กลมุ่ สง่ เสริมการจดั การศกึ ษา กรรมการ/เลขานกุ าร

นักจิตวิทยาโรงเรยี น กรรมการ/ผชู้ ่วยเลขานกุ าร

มหี นา้ ที่
1. รวบรวมข้อมูลเพอ่ื ดำเนนิ การจัดทำคู่มอื การดำเนนิ งานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน
2. กำหนดรปู แบบค่มู ือการดำเนินงานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน
3. เรยี บเรียงการใช้ภาษาใหเ้ หมาะสม ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ ความ
4. อ่ืน ๆ ตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

ให้คณะกรรมการดังกลา่ ว มีหนา้ ท่ีในการวางแผน ดำเนินการรว่ มกันจดั ทำคูม่ ือการดำเนินงาน
เปน็ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ยบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์

ทง้ั นี้ ตั้งแตบ่ ดั นเี้ ปน็ ต้นไป

สั่ง ณ วนั ที่ 7 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖4





สรุปการใหค้ ำปรึกษา

ปีการศกึ ษา ................

ชือ่ - นามสกุล (ผู้ใหค้ ำปรึกษา) นางสาวอัญมณี แสงจันทร์ ตำแหน่ง นกั จิตวทิ ยาโรงเรียนประจำสำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา

ลำดบั วัน/เดอื น/ปี ชื่อ - สกุล อายุ ชั้น โรงเรยี น สภาพปญั หา สรปุ การใหค้ ำปรึกษา/คำแนะนำ/
การนดั หมายคร้ังต่อไป/การส่งตอ่

(เกบ็ เป็นความลบั )

บนั ทกึ การให้คำปรึกษารายบคุ คล

ภาคเรียนท่ี......ปีการศึกษา...............

โรงเรยี น....................................อำเภอ..................................จงั หวัดขอนแกน่

ช่อื -นามสกุล (ผูร้ ับการปรึกษา) ชือ่ -นามสกุล (ผูใ้ หค้ ำปรึกษา) นางสาวอญั มณี แสงจนั ทร์

เพศ โทรศพั ท์

วนั /เดือน/ปี ให้คำปรึกษาครั้งท่ี การนดั หมายคร้ังต่อไป

วิธกี ารตดิ ตอ่ ปญั หา..............................................................................................

( ) มาพบดว้ ยตนเอง

( ) โทรศพั ท์

( ) รบั แจ้งจากทางโรงเรียน

( ) อ่ืน ๆ พบขณะลงพน้ื ที่โรงเรยี น

สรุปบันทึกการให้คำปรกึ ษา

● ระบุปญั หาทีพ่ บ

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

● ผลการใหค้ ำปรึกษา

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

● แนวทางการพฒั นา

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................................

เวลา.........นาที

การสง่ ต่อ..................................

ลงชอ่ื ………………………………….

(นางสาวอญั มณี แสงจันทร์)

ตำแหนง่ นักจติ วทิ ยาโรงเรยี นประจำสำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา

ข้อมูลส่วนตัวของนักเรียน

ขอ้ มูล ณ วนั ท่ี .......................................

ช่ือครูผู้รับผดิ ชอบ ........................................................ โทรศัพท์..................................

ประวตั สิ ่วนตัวและครอบครัว

1. ช่ือ (นาย /นางสาว/ด.ช/ด.ญ.)………...…….……นามสกุล……………..……ช่ือเลน่ …..........

ช้นั ...............เลขบตั รประชาชน.............................................

2. เกิดวนั ……………..ที่……...เดือน………………..พ.ศ. …………..อาย…ุ …...ปี ……………เดือน

3. ที่อยปู่ ัจจุบนั เลขที่……..บา้ น……….…….หมทู่ ่ี…...ตาบล……………..…อาเภอ……………..….

จงั หวดั ……………..…..รหสั ไปรษณีย…์ ……………..โทรศพั ท…์ ………………..………………

4. บิดาช่ือ……………..…………………………….อาย…ุ ………ปี การศึกษา…..……………….

อาชีพ………………………...………..…

5. มารดาช่ือ……………………….………………….อาย…ุ …….ปี การศึกษา…………….……..

อาชีพ……………………….………..…

6. ผปู้ กครอง (ในกรณีท่ีไม่ใช่บิดา/มารดา) ชื่อ……………………….……………….อาย…ุ ……..ปี

การศึกษา…………..…………….อาชีพ…….………………….เกี่ยวขอ้ งเป็น………..…………….

สถานที่ท่ีติดตอ่ โดยงา่ ย.................................................................. โทรศพั ท.์ ...........................................

7. สภาพบิดามารดา ( ) อยดู่ ว้ ยกนั ( ) แยกกนั อยู่ ( ) หยา่ ร้างกนั

( ) บิดาถึงแก่กรรม ( ) บิดาสมรสใหม่ ( ) มารดาสมรสใหม่ ( ) มารดาถึงแก่กรรม

8. นกั เรียนอาศยั อยกู่ บั ( ) บิดาและมารดา ( ) บิดา ( ) มารดา

( ) ญาติ (ระบุ)………………………………………………………

9. นกั เรียนไดค้ ่าใชจ้ ่ายมาโรงเรียน จาก……….………………….ประมาณวนั ละ………………..บาท

10. ผรู้ ับผิดชอบออกค่าใชจ้ ่ายในการเรียน ช่ือ.......……….....……………เกี่ยวขอ้ งเป็น…..………….

11. รายไดข้ องครอบครัว ประมาณ…….………………..… ………บาท/เดือน

12. งานอดิเรกของนกั เรียนเวลาวา่ ง คือ………………………………………………………………

13. นกั เรียนท่ีเป็นพี่ นอ้ ง หรือ นกั เรียนท่ีอยใู่ กลบ้ า้ นของนกั เรียนที่สุดกรณีตอ้ งการติดต่อเร่งด่วนคือ

1. ช่ือ......................................................................ช้นั .........................

2. ชื่อ.......................................................................ช้นั .......................

-2-
14. พีน่ อ้ งร่วมสายโลหิต (ที่มีชีวิตอย)ู่ และกาลงั เรียนอยรู่ วมกบั นกั เรียนเรียงตามลาดบั ดงั น้ี

ช่ือ-นามสกลุ อายุ เพศ เรียนระดบั สถานท่ีเรียน
1.
2.
3.

พน่ี อ้ งท่ีทางานแลว้ อายุ เพศ อาชีพ สถานที่ทางาน
ช่ือ-นามสกุล
1.
2.
3.

ข้อมูลเกย่ี วกบั การเรียน

1. ผลการเรียนของนกั เรียนปี ที่ผา่ นมาไดเ้ กรดเฉลี่ย…………………………………………..

2. วชิ าท่ีนกั เรียนชอบมากที่สุดไดแ้ ก่……………………………………………………………...

วชิ าท่ีนกั เรียนชอบนอ้ ยท่ีสุด ไดแ้ ก่……………………………………………………………

วิชาท่ีนกั เรียนคิดวา่ ยากที่สุด ไดแ้ ก่……………………………………………………………

3. นกั เรียนคิดวา่ ตนเอง ( ) ไมม่ ีปัญหาดา้ นการเรียน ( ) มีปัญหาดา้ นการเรียน

ถา้ มีปัญหา โปรดบอกสภาพปัญหาการเรียนในปัจจุบนั ของนกั เรียน

( ) เรียนไม่เขา้ ใจ ( ) เบื่อเรียนบางวิชา

( ) เรียนไม่ทนั เพ่ือน ( ) อยากเลิกเรียน

( ) ตอ้ งการครูท่ีเขา้ ใจและปรึกษาได้ ( ) อ่ืน ๆ (ระบุ)…………………………..

สาเหตุที่ทาใหน้ กั เรียนประสบปัญหาดา้ นการเรียน (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )

( ) พ้ืนฐานการเรียนเดิมไมด่ ี ( ) ครูสอนไมด่ ี

( ) สุขภาพไมด่ ี ( ) สติปัญญาไมเ่ หมาะที่จะเรียนทางน้ี

( )ไม่มีเวลาดูหนงั สือ ( ) ขาดเรียนบ่อย

( ) ข้ลี ืม ( ) ไมม่ ีสมาธิ

( ) บทเรียนไม่น่าสนใจ ( ) ไม่รู้จกั วธิ ีเรียน

( ) อปุ กรณ์การเรียนไม่พอ ( ) ส่ิงแวดลอ้ มในการเรียนไมด่ ี

( ) ครูดุ ( ) เวลาสอบมกั กลวั จนคิดไมอ่ อก

ข้อมูลเกยี่ วกบั สุขภาพนักเรียน

1. สุขภาพของนกั เรียนในขณะน้ี ( ) ดีมาก ( ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ไม่ดีเลย

2. นกั เรียนเคยเป็นลมวงิ เวียนศีรษะบอ่ ย ( ) เป็นเสมอ ( ) เป็นบา้ ง ( ) ไมเ่ คยเป็น

3. นกั เรียนมีปัญหาเก่ียวกบั โรคประสาท ( ) มีปัญหา ( ) ไมม่ ีปัญหา

4. นกั เรียนตอ้ งใชแ้ วน่ สายตาในขณะน้ี ( )ใชเ้ ป็นประจา ( )ใชบ้ า้ ง ( )ไม่ตอ้ งใช้

5. ในการพดู นกั เรียนรู้สึก ( ) พดู คลอ่ ง ( ) พูดไม่คล่องหรือพูดชา้ ( ) พดู ติดอ่าง

6. นกั เรียนไดย้ นิ ชดั เจน ( ) ชดั เจนดี ( ) ไมค่ อ่ ยชดั เจน

7. ตามปกตินกั เรียนนอนหลบั วนั ละ ( ) 4-6 ชม. ( ) 8-9 ชม. ( ) 8-10 ชม.

8. โรคประจาตวั ท่ีนกั เรียนเป็นอยเู่ สมอ………………………………………………………………….

ไดร้ ับการป้องกนั และรักษาโดย……………………………………………………………………….

9. ในบางคร้ังนกั เรียนวิตกกงั วลเกี่ยวกนั สุขภาพ ( )วติ กกงั วล ( )ไมว่ ิตกกงั วล

10. สิ่งที่ทาใหน้ กั เรียนวิตกกงั วลอยา่ งมากเกี่ยวกบั สุขภาพขณะน้ี คือ…………………………………..

………………………………………………………………………………………………………

11. นกั เรียนเคยออกกาลงั กาย ( ) เป็นประจา ( ) เป็นบางคร้ัง ( ) ไม่เคยเลย

ถา้ เคยออกกาลงั กายโดยวิธีใด……………..………………………………….. ……………………

12. นกั เรียนชอบเลน่ กีฬาหรือไม่ ( ) ชอบ ( ) ไมช่ อบ

ถา้ ชอบชนิดกีฬาที่นกั เรียนเลน่ คอื …………………………………………………………………….

ข้อมูลเกย่ี วทางบ้าน

1. บา้ นท่ีนกั เรียนพกั อาศยั อยู่มีลกั ษณะ ( ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )

( ) บา้ นเช่า ( ) บา้ นญาติ ( ) บา้ นห้องแถว ( ) บา้ นบิดามารดา

2. สภาพแวดลอ้ มในบริเวณที่พกั อาศยั มีลกั ษณะอยา่ งไร ( ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )

( ) เขตชุมชนแออดั ( ) เขตสถานเริงรมย์ ( ) เขตโรงเรียน

( ) เขตบา้ นพกั ราชการ ( ) เขตวดั ( ) ……………

3. นกั เรียนมีหอ้ งส่วนตวั อยหู่ รือไม่ ( ) มี ( ) ไมม่ ี

4. ความสัมพนั ธข์ องสมาชิกภายในบา้ น ( ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )

( ) ทุกคนรักใคร่กนั ดี ( ) มีพ่ีนอ้ งรักใคร่กนั ดี ( ) บิดา-มารดา มีปากเสียงกนั บ่อย

( ) บิดา-มารดารักลกู ลาเอียง ( ) พ่นี อ้ งไม่ค่อยถกู กนั ทะเลาะกนั

5. เมื่ออยบู่ า้ นนกั เรียนไดร้ ับความเอาใจใส่จากผปู้ กครอง

( ) มากที่สุด ( ) มาก ( ) นอ้ ย ( ) นอ้ ยที่สุด



แบบประเมนิ จดุ แขง็ และจุดอ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ)
คำช้แี จง

แบบประเมินจดุ แข็งและจดุ อ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ) นี้ เปน็ แบบ
ประเมินของกรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนามาจาก The Strengths and Difficulties (SDQ) เป็น
เครื่องมือท่ีผา่ นการวิจยั มาแล้วว่ามปี ระสิทธิภาพในการคัดกรองปญั หาเด็กได้ดี สามารถชว่ ยเหลอื ครใู นการคดั กรอง
ปัญหาและให้การชว่ ยเหลอื เบื้องต้นแกเ่ ด็กในโรงเรยี น แบบประเมินนี้ เหมาะทีจ่ ะใชก้ ับเด็กอ่ยุระหวา่ ง 4 – 16 ปี

แบบประเมนิ แตล่ ะชดุ มี 2 หนา้ หน้าแรกเปน็ ลกั ษณะพฤติกรรม จานวน 25 ขอ้ ซึ่งมลี กั ษณะของ
พฤติกรรมทง้ั ด้านบวกและดา้ นลบ โดยสามารถจัดเปน็ พฤติกรรมได้ 5 ดา้ น ได้แก่

1. พฤติกรรมดา้ นอารมณ์ (5 ข้อ)
2. พฤติกรรมอยู่ไม่น่ิง/ สมาธิสน้ั (5 ข้อ)
3. พฤติกรรมเกเร/ ความประพฤติ (5 ข้อ)
4. พฤติกรรมดา้ นความสัมพนั ธ์กับเพ่อื น (5 ข้อ)
5. พฤติกรรมดา้ นสัมพันธภาพทางสังคม (5 ขอ้ )
คะแนนรวมของกลุ่มที่ 1 – 4 เปน็ คะแนนท่ีแสดงถงึ จดุ อ่อนของเด็กในด้านน้ันๆ (Total Difficulties score)
ส่วนคะแนนในด้านท่ี 5 เป็นคะแนนที่แสดงถึงจุดแข็งของเด็ก (Strength score) ซ่ึงเป็นส่วนสาคัญในการพิจารณา
นาจุดแข็งมาใช้เพ่ือให้การช่วยเหลือแก้ปัญหาจุดอ่อนในด้านอื่นๆ ของเด็กต่อไป ในขณะเดียวกัน คะแนนด้าน
สัมพันธภาพทางสังคมก็เป็นตัวบ่งชี้ให้ครูได้ทราบถึงความยากง่ายในการแก้ปัญหา ถ้าเด็กมีจุดแข็ง (คะแนนด้าน
สัมพันธภาพทางสังคมสูง) การให้ความช่วยเหลือปัญหาพฤติกรรมจะง่ายกว่าเด็กที่ไม่มีจุดแข็ง (คะแนนด้าน
สมั พนั ธภาพทางสงั คมตา่ ) เป็นต้น
หนา้ ท่ี 2 ในด้านหลงั ของแบบประเมนิ เป็นการประเมินผลกระทบของพฤติกรรมว่ามคี วามเรีอ้ รัง สง่ ผล
กระทบต่อบุคคลรอบข้าง ต่อตวั เดก็ เอง มีผลตอ่ สมั พนั ธภาพทางสงั คม และชวี ิตประจาวนั เดก็ มากน้อยเพียงใด ซง่ึ
ส่วนนใ้ี ชค้ าลงสรปุ ว่า “เปน็ ระดบั ความรนุ แรงของปัญหา”
ข้อแนะนำในกำรใช้
1. แบบประเมนิ จดุ แข็งและจดุ อ่อน มี 3 ชดุ คอื

1) แบบประเมนิ ท่นี กั เรียนประเมินตนเอง 1 ชดุ
2) แบบประเมินทค่ี รปู ระเมินนักเรียน 1 ชุด
3) แบบประเมนิ ทีผ่ ู้ปกครองประเมนิ นักเรียน 1 ชุด
แบบประเมินท้ัง 3 ชุดน้ี มีลักษณะข้อคาถามคล้ายคลึงกับข้อคาถามในแบบประเมินที่นักเรียนประเมิน
ตนเอง ตลอดจนการตรวจใหค้ ะแนน ยกเว้นเกณฑก์ ารแปลผลท่ตี า่ งกนั เล็กน้อย
2. ครูทีป่ ระเมนิ นกั เรยี น ตลอดจนผปู้ กครองที่จะประเมนิ ควรรจู้ กั นกั เรยี น และมีความใกลช้ ดิ กบั นักเรียนมา
ระยะหน่งึ อย่างน้อย 1 เดือน และควรประเมินทง้ั 25 ข้อในครง้ั เดียว
3. หากมกี ารทามากกว่าหน่ึงแบบประเมนิ ระยะเวลาที่นกั เรียนประเมินตนเอง ครูประเมนิ นกั เรยี น หรอื
ผู้ปกครองเป็นนักเรียน ควรเป็นระยะเวลาท่ีใกล้กัน
4. ครง้ั แรกอาจให้นักเรียนประเมินตนเองก่อน แลว้ ครู/ผู้ปกครองสามารถใชแ้ บบประเมนิ ตนเองฉบับของครู/
ผู้ปกครอง ทาการประเมนิ นักเรยี นซา้ เพือ่ ดูผลทีไ่ ดว้ า่ สอดคล้องกนั หรือไม่
5. อาจใชก้ ารสัมภาษณ์ หรือเคร่ืองมืออ่นื ชว่ ยในการพิจารณาเพ่ิมเติม กรณที ี่เหน็ วา่ ไดผ้ ลขัดแยง้ กับความเป็น
จริง อยา่ ลมื วา่ ไมม่ เี คร่ืองมือชนิดใดสมบูรณแ์ บบ ขนึ้ อย่กู ับสภาพความพร้อมของผูต้ อบแบบประเมนิ เป็นสาคัญ แบบ
ประเมนิ ตนเองชดุ นีเ้ ปน็ เพยี งเครอ่ื งมือเพ่อื ช่วยเหลอื ในการคดั กรองปัญหานักเรียนเท่านั้น ไม่ใช่เป็นตวั ชน้ี าครูในการ
ตัดสนิ ปัญหานักเรยี น
6. การประเมนิ พฤติกรรมนักเรยี น เป็นการประเมนิ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จึงไมส่ ามารถใช้ขอ้ มลู เดมิ สาหรับ
การประเมนิ นกั เรียนในปีต่อไป นั่นคอื ถ้าประเมนิ นักเรยี นทุกปี กต็ ้องทาแบบประเมนิ ทุกปเี ช่นกนั

2

แบบคดั กรองสขุ ภาพจิตเดก็ ตนเอง

แบบประเมินจดุ แขง็ และจุดอ่อน

Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ)

ทาเคร่ืองหมาย x ในช่อง  ใต้ขอ้ ความไมจ่ ริง จรงิ บา้ ง จรงิ แนน่ อน เพยี งชอ่ งเดียวในแต่ละขอ้ คาถาม กรุณาตอบทกุ ข้อใหใ้ กล้เคยี ง

ความเป็นจรงิ ทเ่ี กิดข้ึนในช่วง 6 เดือนทผ่ี า่ นมา

ชื่อ.....................................................นามสกลุ ............................................. เพศ  ชาย

วัน เดือน ปีเกดิ .............................................................อายุ...................ปี  หญิง

1. ฉนั พยายามทาดตี ่อผ้อู ืน่ ฉนั ใสใ่ จความรูส้ ึกของผ้อู ่นื ไมจ่ ริง จรงิ บา้ ง จริงแนน่ อน


2. ฉันอยู่ไมส่ ขุ ฉันไม่สามารถอยู่นงิ่ ได้นาน 

3. ฉนั ปวดศรี ษะ ปวดท้องหรือคล่นื ไส้บ่อยๆ 
4. โดยปกตแิ ลว้ ฉันแบง่ ปันกับผอู้ ่ืน (อาหาร เกมส์ ปากกา ฯลฯ) 

5. ฉันโกรธรุนแรงและมักควบคมุ อารมณ์ไม่ได้ 

6. ฉนั มกั อย่กู บั ตวั เอง ฉนั มักเลน่ คนเดียวหรอื อย่ตู ามลาพงั 

7. โดยปกตแิ ล้ว ฉันทาตามทคี่ นอน่ื บอก 
8. ฉันกงั วลมาก 

9. ฉันชว่ ยเหลอื ถา้ มใี ครบาดเจบ็ ไมส่ บายใจหรอื เจบ็ ปว่ ย 

10. ฉันหยกุ หยกิ หรือด้ินไปดนิ้ มาตลอดเวลา 

11. ฉันมเี พอื่ นสนิทอยา่ งน้อยหนงึ่ คน 
12. ฉนั มเี ร่ืองต่อสบู้ ่อยๆ ฉันบงั คบั ใหผ้ ู้อืน่ ทาตามทีฉ่ ันตอ้ งการได้ 

13. ฉันมกั ไม่มคี วามสุข เศรา้ หรอื ร้องไหบ้ อ่ ย 

14. คนอ่ืนในวยั เดยี วกับฉันมักชอบฉนั 
15. ฉันวอกแวกงา่ ย ฉันมคี วามลาบากทจ่ี ะใช้สมาธิ 

16. ฉนั วติ กกงั วลเมอ่ื อยใู่ นสถานการณใ์ หมๆ่ ฉันเสียความมนั่ ใจง่าย 
17. ฉันใจดีกบั เด็กท่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 

18. ฉนั ถกู กลา่ วหาวา่ พดู ปดหรือข้โี กงบ่อยๆ 
19. เด็กคนอื่นๆ แกล้งหรอื รังแกฉัน 

20. ฉันมกั อาสาชว่ ยเหลือผอู้ ่นื (พ่อแม่ ครู เด็ก) 

21. ฉนั คิดกอ่ นทา 

22. ฉันเอาของที่ไมใ่ ชข่ องฉนั ออกไปจากบา้ น โรงเรยี นหรอื ที่อ่ืน 
23. ฉนั เข้ากบั ผู้ใหญ่ไดด้ ีกว่าเขา้ กับเด็กวยั เดยี วกัน 
24. ฉันมีความกลวั หลายอยา่ ง ฉันหวาดกลัวงา่ ย 

25. ฉันทางานที่ทาอยไู่ ดเ้ สรจ็ ฉันมสี มาธดิ ี 

โปรดกรอกเพิม่ เติมถา้ คณุ มีความเห็นอ่นื ...................................................................................................................................

(โปรดพลกิ หน้าถดั ไป)

3
ตนเอง

โดยรวมคดิ วา่ ตวั เองมปี ัญหาในดา้ นอารมณ์ ดา้ นสมาธิ ด้านพฤตกิ รรม หรือความสามารถเข้ากบั ผ้อู ่ืนดา้ นใดดา้ นหนึ่งหรอื ไม่

ไมม่ ี มีปัญหา มีปญั หา มีปัญหา

ปัญหา เลก็ นอ้ ย ชดั เจน อยา่ งรุนแรง

 

ถา้ คณุ ตอบ “มีปัญหา................” โปรดตอบข้อ 1) -4) ตอ่ ไปนดี้ ว้ ย 6-12 เดือน มากกว่า 1 ปี
1) ปญั หาทีม่ ี เกดิ ข้ึนมานานเทา่ ไรแล้ว 
นอ้ ยกวา่ 1 เดอื น 1-5 เดอื น


2) คณุ รสู้ กึ หงุดหงดิ หรือไมส่ บายใจกับปญั หาท่มี หี รอื ไม่ ค่อนขา้ งมาก มากทีส่ ดุ
ไม่เลย เลก็ นอ้ ย  


3 )ปัญหาท่ีมี รบกวนชวี ติ ประจาวนั ของคณุ ในดา้ นตา่ งๆ ตอ่ ไปน้ีหรือไม่

ไมเ่ ลย เลก็ น้อย คอ่ นข้างมาก มากที่สุด

ความเป็นอยทู่ บ่ี า้ น    

การคบเพ่ือน  

การเรยี นในหอ้ งเรยี น   

กจิ กรรมยามว่าง   

4)ปญั หาที่มี ทาให้คนรอบข้างเกดิ ความยงุ่ ยากหรือไม่ (ครอบครัว เพ่อื น ครู ฯลฯ) มากท่ีสดุ
ไมเ่ ลย เลก็ นอ้ ย ค่อนข้างมาก 


ลายเซน็ ..................................................................................................วนั ท่ี..............................................

โปรดตรวจสอบอกี ครั้งว่าทา่ นตอบครบทกุ ขอ้
ขอบคณุ ที่ใหค้ วามร่วมมอื กรอกแบบประเมนิ นี้

4

แบบคัดกรองสขุ ภาพจิตเด็ก ครู

แบบประเมินจดุ แขง็ และจุดออ่ น

Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ)

ทาเคร่ืองหมาย x ในช่อง  ใต้ข้อความไม่จริง จริงบ้าง จริงแน่นอน เพียงช่องเดียวในแต่ละข้อคาถาม กรุณาตอบทุกข้ อ

ให้ใกลเ้ คียงความเป็นจรงิ ทเี่ กิดขึ้นในช่วง 6 เดือนท่ีผา่ นมา หรอื ในช่วงปีการศึกษาน้ี

ช่ือเดก็ .....................................................นามสกุล............................................. เพศของเดก็  ชาย

วนั เดอื น ปีเกิดของเด็ก.............................................................อายุของเดก็ ...................ปี  หญงิ

1. ใส่ใจความรู้สกึ ของผู้อนื่ ไมจ่ ริง จรงิ บ้าง จริงแน่นอน


2. อยู่ไม่สขุ เคลือ่ นไหวมาก ไมส่ ามารถอยนู่ งิ่ ได้นาน 

3. บน่ ปวดศรี ษะ ปวดท้องหรอื คลื่นไส้บ่อยๆ 
4. เต็มใจแบง่ ปนั กบั ผูอ้ น่ื (ขนม ของเลน่ ดนิ สอ ฯลฯ) 

5. แผลงฤทธ์บิ ่อย หรืออารมณร์ อ้ น 

6. คอ่ นข้างอยโู่ ดดเดี่ยว มักเล่นตามลาพัง 

7. โดยปกติแลว้ เชอ่ื ฟงั ทาตามที่ผู้ใหญบ่ อก 
8. มคี วามกงั วลหลายเรอื่ ง ดูเหมือนกงั วลบ่อย 

9. ชว่ ยเหลือถ้ามใี ครบาดเจ็บ ไมส่ บายใจ หรือเจบ็ ปว่ ย 

10. หยุกหยกิ หรือดิน้ ไปดิ้นมาตลอดเวลา 

11. มเี พอื่ นสนทิ อย่างน้อยหนึ่งคน 
12. มเี ร่ืองต่อสหู้ รอื รังแกเดก็ อืน่ บอ่ ยๆ 

13. ไมม่ ีความสุข เศร้าหรอื รอ้ งไห้บ่อย 

14. โดยทั่วไปเป็นทช่ี อบพอของเด็กอนื่ 
15. วอกแวกงา่ ย ไม่มีสมาธิ 

16. วิตกกังวลหรอื ตดิ แจเม่ืออยใู่ นสถานการณใ์ หม่ เสยี ความม่นั ใจง่าย   

17. ใจดกี ับเดก็ ทอ่ี ายุนอ้ ยกวา่ 

18. พดู ปดหรอื ขีโ้ กงบอ่ ยๆ 
19. ถูกเดก็ คนอ่นื แกล้งหรือรังแก 

20. มักอาสาช่วยเหลอื ผู้อ่นื (พ่อแม่ ครู เด็กอื่น) 

21. คดิ กอ่ นทา 

22. ขโมยของท่ีบา้ น ทโ่ี รงเรยี น หรือท่ีอน่ื 
23. เขา้ กบั ผใู้ หญไ่ ดด้ ีกว่าเขา้ กับเด็กอนื่ 
24. มคี วามกลวั หลายเร่ือง หวาดกลวั งา่ ย 

25. มีสมาธใิ นการตดิ ตามทางานจนเสร็จ 

โปรดกรอกเพิ่มเติมถ้าคณุ มคี วามเห็นอ่ืน................................................................................................................................
(โปรดพลกิ หน้าถดั ไป)

5
ครู

โดยรวมคณุ คิดว่าเดก็ มปี ัญหาในดา้ นอารมณ์ ดา้ นสมาธิ ดา้ นพฤตกิ รรม หรอื ความสามารถเขา้ กับผอู้ นื่ ดา้ นใดด้านหนง่ึ หรอื ไม่

ไมม่ ี มปี ญั หา มปี ญั หา มีปญั หา

ปัญหา เลก็ น้อย ชดั เจน อย่างรุนแรง

 

ถ้าคณุ ตอบ “มปี ญั หา................” โปรดตอบขอ้ 1) -4) ต่อไปนดี้ ว้ ย 6-12 เดือน มากกว่า 1 ปี
1) ปญั หาทม่ี ี เกดิ ข้ึนมานานเทา่ ไรแลว้ 
น้อยกวา่ 1 เดอื น 1-5 เดอื น


2) เดก็ รู้สกึ หงดุ หงิดหรอื ไมส่ บายใจกับปญั หาทม่ี หี รือไม่ คอ่ นข้างมาก มากทส่ี ุด
ไมเ่ ลย เล็กนอ้ ย  


3 )ปญั หาทม่ี ี รบกวนชวี ิตประจาวนั ของเดก็ ในดา้ นต่างๆ ต่อไปนห้ี รอื ไม่

ไม่เลย เลก็ นอ้ ย คอ่ นข้างมาก มากท่ีสดุ

การคบเพอื่ น  

การเรียนในห้องเรียน   

4)ปญั หาที่มี ทาให้คุณหรือชน้ั เรียนเกดิ ความย่งุ ยากหรือไม่ ค่อนขา้ งมาก มากท่สี ุด
ไมเ่ ลย เลก็ น้อย  


ในแตล่ ะสัปดาห์ เด็กคนนอ้ี ยูก่ ับคุณโดยเฉลีย่ กช่ี วั่ โมง (โปรดระบ)ุ ..........................................ช่วั โมง

ลายเซน็ ..................................................................................................วนั ที่..............................................
โปรดระบคุ วามสมั พันธก์ ับเด็ก (ครปู ระจาช้นั / อน่ื ๆ) .......................................................................................

โปรดตรวจสอบอกี ครัง้ ว่าท่านตอบครบทกุ ข้อ
ขอบคณุ ทใี่ ห้ความรว่ มมือในการกรอกแบบประเมนิ น้ี

6

แบบคัดกรองสขุ ภาพจติ เดก็ ผ้ปู กครอง

แบบประเมินจดุ แขง็ และจุดออ่ น

Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ)

ทาเครื่องหมาย x ในช่อง  ใต้ข้อความไม่จริง จริงบ้าง จริงแน่นอน เพียงช่องเดียวในแต่ละข้อคาถาม กรุณาตอบทุกข้อให้

ใกลเ้ คยี งความเป็นจรงิ ทีเ่ กิดขึ้นในชว่ ง 6 เดอื นทผี่ า่ นมา หรอื ในชว่ งปีการศึกษาน้ี

ชอ่ื เดก็ .....................................................นามสกุล............................................. เพศของเดก็  ชาย

วนั เดอื น ปีเกิดของเด็ก.............................................................อายุของเดก็ ...................ปี  หญิง

1. ใส่ใจความรู้สึกของผ้อู ่นื ไมจ่ รงิ จริงบ้าง จริงแนน่ อน


2. อยูไ่ ม่สขุ เคลือ่ นไหวมาก ไม่สามารถอยนู่ งิ่ ไดน้ าน 

3. บน่ ปวดศีรษะ ปวดทอ้ งหรอื คล่ืนไส้บอ่ ยๆ 
4. เตม็ ใจแบง่ ปนั กับผู้อื่น (ขนม ของเลน่ ดนิ สอ ฯลฯ) 

5. แผลงฤทธ์ิบอ่ ย หรอื อารมณร์ อ้ น 

6. คอ่ นข้างอยโู่ ดดเด่ยี ว มกั เล่นตามลาพงั 

7. โดยปกติแลว้ เชื่อฟงั ทาตามท่ีผูใ้ หญบ่ อก 
8. มีความกงั วลหลายเรือ่ ง ดูเหมอื นกังวลบอ่ ย 

9. ช่วยเหลือถา้ มีใครบาดเจ็บ ไมส่ บายใจ หรอื เจบ็ ปว่ ย 

10. หยุกหยกิ หรือด้นิ ไปดน้ิ มาตลอดเวลา 

11. มเี พ่อื นสนิทอยา่ งน้อยหนงึ่ คน 
12. มเี รอื่ งต่อสหู้ รือรงั แกเด็กอนื่ บอ่ ยๆ 

13. ไม่มีความสขุ เศรา้ หรอื ร้องไหบ้ ่อย 

14. โดยทัว่ ไปเป็นทช่ี อบพอของเดก็ อนื่ 
15. วอกแวกงา่ ย ไมม่ ีสมาธิ 

16. วิตกกังวลหรือตดิ แจเมือ่ อยู่ในสถานการณใ์ หม่ เสยี ความมัน่ ใจง่าย   

17. ใจดกี บั เดก็ ทอี่ ายุนอ้ ยกวา่ 

18. พูดปดหรอื ขโี้ กงบอ่ ยๆ 
19. ถกู เดก็ คนอ่นื แกล้งหรอื รังแก 

20. มักอาสาชว่ ยเหลือผู้อ่ืน (พ่อแม่ ครู เด็กอ่ืน) 

21. คิดกอ่ นทา 

22. ขโมยของที่บา้ น ทโี่ รงเรียน หรือที่อน่ื 
23. เขา้ กับผใู้ หญ่ได้ดีกว่าเขา้ กบั เด็กอน่ื 
24. มีความกลวั หลายเรือ่ ง หวาดกลัวงา่ ย 

25. มสี มาธใิ นการตดิ ตามทางานจนเสร็จ 

โปรดกรอกเพิ่มเตมิ ถ้าคณุ มีความเหน็ อนื่ ................................................................................................................................
(โปรดพลกิ หนา้ ถดั ไป)

7
ผู้ปกครอง

โดยรวมคณุ คิดว่าเดก็ มปี ัญหาในด้านอารมณ์ ด้านสมาธิ ดา้ นพฤตกิ รรม หรือความสามารถเขา้ กับผอู้ ่นื ด้านใดด้านหนงึ่ หรอื ไม่

ไม่มี มปี ัญหา มปี ัญหา มีปญั หา

ปญั หา เล็กนอ้ ย ชัดเจน อยา่ งรุนแรง

 

ถ้าคณุ ตอบ “มปี ญั หา................” โปรดตอบข้อ 1) -4) ต่อไปน้ีดว้ ย 6-12 เดือน มากกวา่ 1 ปี
1) ปญั หาที่มี เกิดขน้ึ มานานเทา่ ไรแลว้ 
นอ้ ยกว่า 1 เดือน 1-5 เดอื น


2) เด็กรสู้ กึ หงดุ หงดิ หรอื ไมส่ บายใจกับปญั หาที่มหี รอื ไม่ คอ่ นขา้ งมาก มากทีส่ ุด
ไม่เลย เล็กนอ้ ย  


3 )ปัญหาทมี่ ี รบกวนชวี ติ ประจาวันของเด็กในดา้ นตา่ งๆ ตอ่ ไปนหี้ รอื ไม่

ไมเ่ ลย เลก็ น้อย คอ่ นข้างมาก มากท่สี ุด

ความเปน็ อยูท่ บี่ า้ น    

การคบเพอื่ น  

การเรียนในห้องเรยี น   

กิจกรรมยามว่าง   

4)ปญั หาทมี่ ี ทาให้คุณหรือครอบครัวเกิดความยุ่งยากหรอื ไม่ ค่อนข้างมาก มากทสี่ ดุ
ไม่เลย เลก็ นอ้ ย  


ลายเซ็น..................................................................................................วันที่..............................................
โปรดระบคุ วามสมั พนั ธก์ บั เด็ก (พ่อ/แม่/ อนื่ ๆ) ................................................................................................

โปรดตรวจสอบอกี คร้งั วา่ ทา่ นตอบครบทกุ ขอ้
ขอบคณุ ทใ่ี หค้ วามรว่ มมอื ในการกรอกแบบประเมนิ นี้

8

กำรให้คะแนนและกำรแปลผลแบบประเมนิ จุดแข็งจดุ ออ่ น (SDQ)

การใหค้ ะแนน แบง่ เป็น 5 ดา้ น ด้านละ 5 ขอ้ คะแนนแตล่ ะดา้ นจะอย่รู ะหว่าง 0 – 10 คะแนน

1. พฤติกรรมด้านอารมณ์ ได้แก่ ขอ้ 3, 8, 13, 16, 24

2. ปญั หาพฤติกรรมเกเร ไดแ้ ก่ ขอ้ 5, 7, 12, 18, 22

3. ปญั หาพฤติกรรมอยู่ไม่นงิ่ / สมาธิสั้น ไดแ้ ก่ ขอ้ 2, 10, 15, 21, 25

4. ปญั หาความสมั พันธก์ บั เพอ่ื น ไดแ้ ก่ ข้อ 6, 11, 14, 19, 23

5. สัมพนั ธภาพทางสงั คม ไดแ้ ก่ ขอ้ 1, 4, 9, 17, 20

การใหค้ ะแนนแต่ละข้อ แบ่งเป็น 2 กล่มุ ดังนี้

ขอ้
1 2 3 4 5 6 8 9 10 12 13 15 16 17 18 19 20 22 23 24

คาตอบ ไม่จริง ให้ 0 คะแนน
ค่อนข้างจริง ให้ 1 คะแนน
จรงิ ให้ 2 คะแนน

ข้อ

7 11 14 21 25

คาตอบ ไมจ่ ริง ให้ 2 คะแนน

คอ่ นข้างจรงิ ให้ 1 คะแนน

จริง ให้ 0 คะแนน

กำรแปลผล เม่อื รวมคะแนนในกล่มุ ท่ี 1 – 4 (20 ขอ้ ) เป็นคะแนนรวมทแ่ี สดงถึงปัญหาพฤตกิ รรมในเดก็ (Total
difficulties score) ส่วนกลุ่มที่ 5 เป็นจดุ แข็งของเดก็ (Strength score)

หน้าท่ี 2 ในด้านหลังของแบบประเมนิ เป็นการประเมินผลกระทบของพฤติกรรมว่ามีความเรอ้ื รงั
ส่งผลกระทบต่อบคุ คลรอบข้างตวั เด็กเอง มีผลต่อสมั พนั ธภาพทางสงั คม ชวี ติ ประจาวนั ของเดก็ มากน้อยแคไ่ หน

9

ค่ำคะแนนจุดแข็งจดุ ออ่ นเด็กไทย

ลกั ษณะ ค่ำปกติ กลมุ่ เสีย่ ง กลุ่มปัญหำ

คา่ คะแนนรวม ผปู้ กครอง ครู ตนเอง ผปู้ กครอง ครู ตนเอง ผ้ปู กครอง ครู ตนเอง
(4 ดา้ น)
ด้านอารมณ์ 0 - 13 0 - 11 0 - 15 14 - 16 12 - 16 - 19 17 - 40 16 - 40 20 - 40
ด้านพฤติกรรมเกเร
ด้านสมาธิ 15
ปญั หาความสมั พนั ธ์
กบั เพื่อน 0 - 4 0 - 4 0 - 5 5 5 6 6 - 10 6 - 10 7 - 10
สมั พนั ธภาพสงั คม
0 - 2 0 - 2 0 - 3 3 3 4 4 - 10 4 - 10 5 - 10

0 - 5 0 - 5 0 - 5 6 6 6 7 - 10 7 - 10 7 - 10

0-2 0-3 0-3 3 4 4 - 5 4 - 10 5 - 10 6 - 10

6 - 10 6 - 10 6 - 10 5 5 5 0 - 4 0 - 4 0 - 4

ทง้ั นี้ อาจบนั ทกึ คาตอบของเดก็ ลงในแบบบนั ทึกคะแนนและวเิ คราะห์ผล จะช่วยใหส้ ะดวกในการคิดคะแนน
และเห็นภาพรวมของคะแนนพฤติกรรมของเด็กแตล่ ะบคุ คล เปรยี บเทียบระหว่างฉบับเดก็ ครู และผู้ปกครอง ใน
กรณใี ช้แบบประเมนิ มากกว่า 2 ฉบบั ขน้ึ ไป

10

แบบบันทึกคะแนนและวเิ ครำะหผ์ ล
แบบประเมนิ จดุ แข็งและจดุ ออ่ น (Strangth and Difficulties Questionnaire)

ชอื่ – นามสกลุ ......................................................... อาย.ุ .........ปี ประเมนิ วันท.่ี ....เดือน........................พ.ศ................

ด้ำน ขอ้ ท่ี ตนเอง ผูป้ กครอง ครู

พฤติกรรมดี 1 0 1 2 ปกติ (6-10 0 1 2 ปกติ (6-10 0 1 2 ปกติ (6-10

ดำ้ นสมั พันธภำพ 4 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)
ทำงสังคม 9 0 1 2 กล่มุ เสีย่ ง (5 0 1 2 กลมุ่ เสยี่ ง (5 0 1 2 กลุ่มเสย่ี ง (5

17 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)
20 0 1 2 มีปัญหา (0-4 0 1 2 มปี ญั หา (0-4 0 1 2 มปี ัญหา (0-4
รวม คะแนน) คะแนน) คะแนน)

ปญั หำทำง 3 0 1 2 ปกติ (0-5 0 1 2 ปกติ (0-4 0 1 2 ปกติ (0-4

อำรมณ์ 8 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)

13 0 1 2 กลุม่ เสี่ยง (6 0 1 2 กลุ่มเสยี่ ง (5 0 1 2 กลุ่มเส่ยี ง (5
16 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)
24 0 1 2 มปี ญั หา (7- 0 1 2 มีปัญหา (6- 0 1 2 มีปัญหา (6-
รวม 10 คะแนน) 10 คะแนน) 10 คะแนน)

ปัญหำพฤตกิ รรม 5 0 1 2 ปกติ (0-3 0 1 2 ปกติ (0-2 0 1 2 ปกติ (0-2

เกเร 7 2 1 0 คะแนน) 2 1 0 คะแนน) 2 1 0 คะแนน)

12 0 1 2 กลมุ่ เสย่ี ง (4 0 1 2 กลุ่มเส่ียง (3 0 1 2 กลุ่มเสยี่ ง (3
18 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)
22 0 1 2 มปี ัญหา (5- 0 1 2 มปี ัญหา (4- 0 1 2 มีปญั หา (4-
รวม 10 คะแนน) 10 คะแนน) 10 คะแนน)

ปญั หำพฤติกรรม 2 0 1 2 ปกติ (0-5 0 1 2 ปกติ (0-5 0 1 2 ปกติ (0-5

อยไู่ ม่น่ิง/ 10 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)

สมำธิสน้ั 15 0 1 2 กล่มุ เสยี่ ง (6 0 1 2 กลมุ่ เสี่ยง (6 0 1 2 กลมุ่ เสี่ยง (6

21 2 1 0 คะแนน) 2 1 0 คะแนน) 2 1 0 คะแนน)
25 2 1 0 มปี ญั หา (7- 2 1 0 มปี ญั หา (7- 2 1 0 มีปญั หา (7-
รวม 10 คะแนน) 10 คะแนน) 10 คะแนน)

ปญั หำ 6 0 1 2 ปกติ (0-3 0 1 2 ปกติ (0-2 0 1 2 ปกติ (0-3

ควำมสัมพันธก์ บั 11 2 1 0 คะแนน) 2 1 0 คะแนน) 2 1 0 คะแนน)
เพอ่ื น 14 2 1 0 กลมุ่ เส่ยี ง (4-5 2 1 0 กลมุ่ เส่ียง (3 2 1 0 กลุ่มเสี่ยง (4
19 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน) 0 1 2 คะแนน)
23 0 1 2 มปี ญั หา (6- 0 1 2 มีปัญหา (4- 0 1 2 มีปญั หา (5-
รวม 10 คะแนน) 10 คะแนน) 10 คะแนน)

--มีต่อหน้าถัดไป--

11

แบบบนั ทกึ คะแนนและวิเครำะห์ผล
แบบประเมนิ จดุ แข็งและจดุ อ่อน (Strangth and Difficulties Questionnaire) (ต่อ)

ช่อื – นามสกลุ ......................................................... อาย.ุ .........ปี ประเมนิ วันท.ี่ ....เดือน........................พ.ศ................

คะแนนรวมปญั หำ

ดำ้ น ตนเอง ผูป้ กครอง ครู

ปัญหำทำงอำรมณ์ คะแนนรวม คะแนนรวม คะแนนรวม
ปัญหำพฤตกิ รรมเกเร
ปญั หำพฤตกิ รรมอยู่ไม่นงิ่ / สมำธิส้ัน ปกติ (0-15 ปกติ (0-13 ปกติ (0-11
ปญั หำควำมสมั พันธก์ ับเพ่ือน คะแนน) คะแนน) คะแนน)
รวม กล่มุ เสีย่ ง (16- กล่มุ เสี่ยง (14- กลมุ่ เสีย่ ง (12-
19 คะแนน) 16 คะแนน) 15 คะแนน)
มปี ญั หา (20- มปี ัญหา (17- มีปัญหา (16-40
40 คะแนน) 40 คะแนน) คะแนน)

บนั ทึกการเย่ยี มบ้าน หน้า 1/3



โรงเรยี น...................................................................................................สพป./สพม........................................................................................... รูปถ่าย
นกั เรียน


คำชีแ้ จงการตอบแบบสอบถาม
§ หากเป็นตวั เลอื ก ¡ หมายถงึ ให้ตอบเพียงขอ้ เดียว
§ หากเปน็ ตวั เลอื ก ¨ หมายถงึ ให้ตอบได้มากกว่า 1 ขอ้

1. ชื่อนกั เรยี น นามสกุล

ชน้ั เลขท่บี ตั รประชาชน c-cccc-ccccc-cc-c

2. ชอ่ื ผู้ปกครองนักเรยี น……………….…..........……. นามสกลุ …………………….…………… เบอรโ์ ทรศัพท.์ ........................................... ไมม่ ีผูป้ กครอง
ความสัมพนั ธข์ องผูป้ กครองกบั นกั เรียน............................อาชพี ......................................การศึกษาสูงสุด…………….......................……….......

เลขท่ีบัตรประชาชน c-cccc-ccccc-cc-c ไม่มีบตั รประจำตัวประชาชน
เคยลงทะเบียนเพอ่ื สวสั ดิการแหง่ รฐั (ลงทะเบยี นคนจน)

3. ความสัมพันธ์ในครอบครัว ขัดแยง้ ไม่มี
3.1 สมาชิกในครอบครัวมีเวลาอยูร่ ่วมกันก่ีชัว่ โมงต่อวัน………………………………………ช่ัวโมง/วนั
3.2 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนกั เรยี นกบั สมาชกิ ในครอบครัว

สมาชิก สนทิ สนม เฉยๆ ห่างเหนิ
บดิ า

มารดา
พช่ี าย/น้องชาย

พส่ี าว/นอ้ งสาว

ป/ู่ ยา่ /ตา/ยาย
ญาติ

อ่ืนๆ....................................

3.3 กรณที ีผ่ ู้ปกครองไมอ่ ยู่บา้ นฝากเดก็ นักเรยี นอยู่บ้านกบั ใคร (ตอบเพียง 1 ข้อ)
¡ ญาติ ¡ เพือ่ นบ้าน ¡ นักเรียนอยู่บ้านด้วยตนเอง ¡ อน่ื ๆ ระบ…ุ ………………………………

3.4 รายไดค้ รวั เรือนเฉลีย่ ตอ่ คน (รวมรายไดค้ รัวเรอื น หารด้วยจำนวนสมาชกิ ทั้งหมด)...........................บาท

3.5 นักเรียนได้รบั คา่ ใชจ้ ่ายจาก................................................... นักเรยี นทำงานหารายได้ อาชพี ..............................................

รายไดว้ นั ละ............................................................................บาท นกั เรยี นไดเ้ งินมาโรงเรียนวันละ..............................................บาท

3.6 ส่ิงท่ผี ปู้ กครองต้องการให้โรงเรียนช่วยเหลือนกั เรยี น

r ด้านการเรียน r ด้านพฤตกิ รรม r ดา้ นเศรษฐกิจ (เชน่ ขอรบั ทุน) r อ่นื ๆ ระบุ......................

3.7 ความชว่ ยเหลือที่ครอบครวั เคยไดร้ บั จากหนว่ ยงานหรอื ตอ้ งการไดร้ บั การช่วยเหลอื

r เบ้ียผ้สู งู อายุ r เบ้ียพกิ าร r อ่นื ๆ ระบ.ุ ..................................................................................

3.8 ข้อห่วงใยของผ้ปู กครองทม่ี ตี ่อนกั เรยี น

....................................................................................................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................................................................................................

4 พฤตกิ รรมและความเส่ียง

4.1 สุขภาพ r มโี รคประจำตัวหรือเจบ็ ป่วยบ่อย r มีภาวะทุพโภชนาการ
r รา่ งกายไมแ่ ข็งแรง

r ป่วยเป็นโรคร้ายแรง/เร้ือรัง r สมรรถภาพทางร่างกายตำ่

4.2 สวัสดกิ ารหรอื ความปลอดภยั r ทพ่ี กั อาศยั อยูใ่ นชมุ ชนแออัดหรือใกลแ้ หลง่ มว่ั สมุ /สถานเรงิ รมย์
r พอ่ แม่แยกทางกนั หรอื แตง่ งานใหม่ r บุคคลในครอบครวั ตดิ สารเสพติด
r มบี คุ คลในครอบครัวเจบ็ ปว่ ยด้วยโรคร้ายแรง/เร้ือรัง/ตดิ ต่อ r มีความขัดแยง้ /ทะเลาะกนั ในครอบครัว
r บคุ คลในครอบครวั เล่นการพนนั r มีความขดั แยง้ และมกี ารใช้ความรุนแรงในครอบครวั
r ไม่มีผดู้ แู ล r ถกู ล่วงละเมดิ ทางเพศ
r ถกู ทารุณ/ทำร้ายจากบุคคลในครอบครวั /เพ่อื นบ้าน
r เลน่ การพนัน

บันทกึ การเย่ียมบ้าน หน้า 2/3



4.3 ระยะทางระหวา่ งบา้ นไปโรงเรียน(ไป/กลับ)................................กโิ ลเมตร ใชเ้ วลาเดนิ ทาง.....................ชม. ...................นาที

การเดินทางของนกั เรยี นไปโรงเรียน (ตอบเพียง 1 ข้อ) ¡ รถจกั รยานยนต์ ¡ รถโรงเรียน
¡ ผูป้ กครองมาส่ง ¡ รถโดยสารประจำทาง
¡ รถยนต์ ¡ รถจักรยาน ¡ เดนิ ¡ อน่ื ๆ ………...............………………

4.4 สภาพท่อี ยอู่ าศัย ดังนี้
¨ สภาพบ้านชำรดุ ทรุดโทรม หรอื บา้ นทำจากวัสดพุ ้นื บ้าน เชน่ ไม้ไผ่ ใบจากหรอื วสั ดเุ หลอื ใช้
¨ ไม่มีหอ้ งส้วมในที่อย่อู าศยั และบริเวณ

4.5 ภาระงานความรบั ผิดชอบของนกั เรยี นที่มีต่อครอบครวั q ชว่ ยคนดแู ลคนเจบ็ ป่วย/พกิ าร
q ทำงานแถวบ้าน
q ช่วยงานบ้าน q อืน่ ระบ…ุ ………………………………………………………….
q ช่วยค้าขายเล็กๆน้อยๆ
q ช่วยงานในนาไร่

4.6 กจิ กรรมยามว่างหรอื งานอดิเรก q ไปเท่ียวหา้ ง / ดหู นัง
q ดทู ีวี / ฟังเพลง q ไปหาเพ่ือน / เพ่ือน
q อา่ นหนังสอื q เล่นเกม คอม / มอื ถือ
q แว้น / สกอ๊ ย q ไปรา้ นสนกุ เกอร์
q ไปสวนสาธารณะ
q อื่น ๆ ระบ…ุ …………………………………………….

4.7 พฤติกรรมการใช้สารเสพตดิ r สมาชิกในครอบครัวข้องเกยี่ วกบั ยาเสพติด r เป็นผตู้ ดิ บุหร่ี สุรา หรือการใชส้ ารเสพตดิ อนื่ ๆ
r คบเพื่อนในกล่มุ ทใ่ี ช้สารเสพตดิ r ปัจจบุ ันเกยี่ วขอ้ งกับสารเสพตดิ
r อยู่ในสภาพแวดดลอ้ มทใี่ ชส้ ารเสพติด

4.8 พฤติกรรมการใชค้ วามรนุ แรง r ก้าวร้าว เกเร r ทะเลาะวิวาทเป็นประจำ
r มกี ารทะเลาะววิ าท r ทำร้ายร่างกายตนเอง
r ทำร้ายร่างกายผูอ้ ่นื

4.9 พฤติกรรมทางเพศ r ใชเ้ ครือ่ งมือสือ่ สารท่เี กี่ยวข้องกบั ดา้ นเพศเปน็ เวลานานและบอ่ ยครัง้ r ต้ังครรภ์
r อยูใ่ นกลุม่ ขายบรกิ าร r หมกมุ่นในการใชเ้ คร่อื งมือส่ือสารที่เกีย่ วขอ้ งทางเพศ r มีการม่วั สุมทางเพศ
r ขายบริการทางเพศ

4.10 การตดิ เกม r ขาดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ r เกบ็ ตัว แยกตัวจากลมุ่ เพ่อื น
r เลน่ เกมเกนิ วนั ละ 1 ชว่ั โมง r อย่ใู นกลุม่ เพือ่ นเล่นเกม r รา้ นเกมอยใู่ กลบ้ า้ นหรือโรงเรียน
r ใช้จา่ ยเงินผดิ ปกติ r หมกม่นุ จริงจงั ในการเลน่ เกม r ใช้เงนิ ส้ินเปลอื ง โกหก ลักขโมยเงนิ เพอ่ื เลน่ เกม
r ใช้เวลาเลน่ เกมเกนิ 2 ช่วั โมง
r อื่นๆ

4.11 การเข้าถงึ ส่อื คอมพิวเตอร์และอินเตอรเ์ น็ตทบี่ ้าน

r สามารถเขา้ ถึง Internet ได้จากที่บ้าน r ไมส่ ามารถเข้าถงึ Internet ได้จากที่บา้ น

4.12 การใช้เคร่อื งมอื สอื่ สารอิเล็กทรอนิกส์
r เคยใชโ้ ทรศัพท์มือถอื ในระหว่างการเรยี น
r เขา้ ใช้ line, Facebook, twitter หรือ chat (เกนิ วันละ 1 ช่ัวโมง)
r ใช้โทรศพั ทม์ อื ถือในระหวา่ งเรียน 2 - 3/วนั
r เข้าใช้ line, Facebook, twitter หรือ chat (เกินวนั ละ 2 ชวั่ โมง)

ผูใ้ ห้ข้อมูลนักเรยี น

¡ บดิ า ¡ มารดา ¡ พ่ชี าย ¡ พ่ีสาว ¡ น้า ¡ อา
¡ ป้า ¡ ลงุ ¡ ปู่ ¡ ยา่ ¡ ตา ¡ ยาย
¡ ทวด ¡ พ่อเลย้ี ง ¡ แมเ่ ล้ียง




ขอรบั รองวา่ ข้อมูลดงั กล่าวเปน็ จริง

ลงชื่อผูป้ กครอง/ผู้แทน…………...................................................
(...................................................................................................)

บนั ทกึ การเยยี่ มบ้าน หนา้ 3/3



ภาพถ่ายบ้านนักเรียนทไ0ี ด้รับการเยย0ี มบ้าน

ชื่อ - นามสกุลนักเรียน............................................................................................................................
กรุณาระบุ ภาพถ่ายท่ีแนบมาคอื บ้านท่ีอาศัยอยูก่ ับพ่อแม่ (เปน็ เจา้ ของ/เช่า)

บา้ นของญาต/ิ ผู้ปกครองทไี่ มใ่ ชญ่ าติ
บา้ นหรือที่พักประเภท วัด มูลนธิ ิ หอพกั โรงงาน อยู่กบั นายจา้ ง
ภาพนกั เรยี นและป้ายชอื่ โรงเรียนเนื่องจากถา่ ยภาพบ้านไม่ได้ เพราะบา้ นอยตู่ า่ งอำเภอ/
ต่างจังหวดั /ตา่ งประเทศ หรอื ไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพ

รูปท0ี 1 ภาพถ่ายสภาพบ้านนักเรียน



มีหลงั คาและฝาบา้ นด้วย

รูปท0ี 2 ภาพถ่ายภายในบ้านนักเรียน



ขอรบั รองว่าขอ้ มูล และภาพถ่ายบ้านของนกั เรียนเป็นความจรงิ
ลงช่อื .................................................................................................
(.........................................................................................................)
ตำแหน่ง....................................................(ครูหรอื ผู้อำนวยการโรงเรียน)
วนั ที่...................เดอื น.....................พ.ศ................

หมายเหต:ุ กรณนี ักเรียนทขี่ อรบั เงินอุดหนนุ ปัจจัยพน้ื ฐานนักเรยี นยากจน สามารถใชภ้ าพถา่ ยบา้ นชุดเดยี วกันได้


Click to View FlipBook Version