40
บทท่ี 3
วิธกี ารดาํ เนินงาน
ในการจัดทําสื่อการเรียนการสอนออนไลนเริ่มจากการออกแบบเว็บไซต และหาขอมูล
เกี่ยวกับอปุ กรณทํางานในระบบนิวเมติกส โดยมีจุดประสงคใ นการทาํ โครงงานคร้ังนีเ้ พือ่ จะไดเปน สอื่
การเรียนการสอนใหนักเรียน นักศึกษาที่ตองการศึกษาในรายวิชา ระบบควบคุมการเคลื่อนเบื้องตน
จากนั้นไดกําหนดขอบเขตการทํางานของการจัดทําสื่อการเรียนการสอนเพื่อที่ทํางานไดอยางมี
ประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงคที่ตั้งไวผูจัดทําจึงกําหนดวิธีการดําเนินงาน ซึ่งมีรายละเอียดใน
การดาํ เนินงานดังนี้
รูปท่ี 3.1 ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ การการจดั ทําส่อื การเรยี นการสอนออนไลน
41
รูปท่ี 3.1 ขนั้ ตอนการดาํ เนนิ การการจัดทําส่อื การเรียนการสอนออนไลน (ตอ)
3.1 การศึกษาขอมูลตา งๆ
การศกึ ษาหาขอมลู เก่ยี วกบั การใช Google Sites และอุปกรณทํางานในระบบนวิ เมติกส ซ่งึ
ศึกษาเร่ืองของวิธีการใชงานของ Google Sites, อปุ กรณท ํางานชนดิ ตางๆ ในระบบนวิ เมตกิ ส, การ
คาํ นวณหาคา แรงของกระบอกสูบ, สัญลักษณตา งๆของกระบอกสูบ
3.1.1 Google Sites
Google Sites คอื โปรแกรมของ Google ท่ใี หบ รกิ ารสรางเวบ็ ไซตฟรี สามารถสราง
เวบ็ ไซตไ ดงาย ปรับแตงรูปลกั ษณไ ดอ ยางอิสระ และสามารถรวบรวมความหลากหลายของขอมูลไวใน
ที่เดียว เชน วิดีโอ, ปฏิทิน, เอกสาร อื่นๆ สามารถนํามาแทรกในหนาเว็บเพจได เปนการเพิ่มลูกเลน
และใชงานไดงาย ทาํ ใหช ว ยอํานวยความสะดวกไดเ ปน อยา งมาก
3.1.1.1 ข้ันตอนการสรางเว็บ
การเลือกสรา งเวบ็ ไซตมีดวยกัน 2 แบบ
1. สรางเวบ็ ไซตแ บบใหม
2. สรางเวบ็ ไซตแ บบคลาสสิค
42
รปู ที่ 3.2 ข้นั ตอนการสรางเว็บ
3.1.1.2 ขน้ั ตอนการต้ังช่อื เว็บไซต
การตั้งชื่อไซต (title) เราสรางหนาเพจขึ้นมา สําหรับสวนของ address
Google Sites จะทาํ การตง้ั ใหโ ดยอัตโนมตั ิ
• การสรางหนาแรกของเว็บไซต
1. ใสช อ่ื ไซตข องเรา โดยใหช อื่ เวบ็ ใหส อ่ื ถึงขอ มูลเวบ็ ไซต
2. ใสชอื่ ขอ มูลหนา เพจของเรา
รูปท่ี 3.3 ขัน้ ตอนการต้ังช่ือเวบ็ ไซต
43
3.1.1.3 สรา งเมนูหนา เพจ
• เรมิ่ ตน การสรา งเมนเู พจ หนา เวบ็ โดยคลิกทป่ี ุม ดา นบนของหนาจอเมนู
ดา นมุมขวาหนา เวบ็
• เลือกดานลางคําวา สรางหนาเว็บใหม และเมนูหนาเพจ เมื่อเปดหนาสราง
เพจใหมข น้ึ มาแลว กรอกชือ่ ตัง้ ชอื่ หนา เวบ็ เพจ เมนู เลอื กตาํ แหนง เมนูทต่ี องการ
รูปท่ี 3.4 สรา งเมนเู พจ
3.1.3 ขนั้ ตอนการสรา งเนอ้ื หาในเว็บไซต
3.1.3.1 การออกแบบเอกสาร
จะใสรปู หรือขอความเนอ้ื หา ทาํ ไดตามรูปแบบท่ี Google Sites กําหนดมา
ใหเราเลอื กและวางตามจดุ ทีเ่ ราตองการ ใสเน้อื หา ขอมลู และรูปภาพ
รูปท่ี 3.5 การออกแบบเอกสาร
44
3.1.3.2 การสรา งลิงคในเว็บไซต
เลือกขอความลากมาวางไวตามตําแหนง ที่ตองการ ใสขอมลู เนื้อหาท่ี
ตองการลงิ ค แลวเลือก URL เว็บทีต่ องการลงิ คไปหา
รปู ท่ี 3.6 การสรา งลงิ คในเวบ็ ไซต
3.1.3.3 การเชอ่ื มขอมูลจากไดรฟ
เลอื กบริการจาก Google Suite ทเ่ี ราไดใชใ นไดรฟเ อามาแทรกลงในหนา
เพจของเราไดเ ลย
รปู ที่ 3.7 การเชอ่ื มขอมูลจากไดรฟ
3.1.3.4 ขั้นตอนการเผยแพรเว็บไซต
คลกิ เลือกเมนปู มุ เผยแพร ใสท่ีเราตองการเผยแพร แนะนําใหใสเปน
ภาษาอังกฤษ
รปู ที่ 3.8 ข้นั ตอนการเผยแพรเวบ็ ไซต
45
3.2 อปุ กรณท ํางานชนิดตางๆ ในระบบนิวเมติกส
ทําหนาที่เปลี่ยนพลังงานลมอัดเปนพลังงานกลแลวนําไปขับเคลื่อน หรือควบคุม
เครื่องจักรและอุปกรณตางๆแบงไดตามลักษณะการทํางาน คือ อุปกรณที่ทําใหเกิดการเคลื่อนที่ใน
แนวเสน ตรง, อุปกรณท่ที ําใหเ กดิ การเคลื่อนท่ใี นแนวเสนรอบวง และอุปกรณการทํางานแบบพิเศษ
3.2.1 อปุ กรณท าํ งานในแนวเสน ตรง
อุปกรณเคลื่อนท่ีเปนเสนตรง ในระบบนิวเมติกสจะนิยมใชกระบอกสูบลม
(Pneumatic Cylinder) เพราะใชงานงาย โครงสรางไมซับซอน กระบอกสูบสามารถแบงได 2 ชนิด
ไดแ ก
• กระบอกสูบทํางานทางเดียว จะปอนลมอัดเขาทางดานลูกสูบและดันใหกาน
สบู เคล่อื นที่ออก เมื่อปลอยลมทิง้ ดานลูกสูบ จะทาํ ใหลกู สูบเคลื่อนท่กี ลับเองดวยแรงสปรงิ ที่อยูภายใน
กระบอกสูบ หรือถาไมมีสปริง จะตองใชแรงภายนอกมากระทําที่กานสูบ ลูกสูบจึงเคลื่อนที่กลับ
โดยทวั่ ไประยะชักของกระบอกสูบประเภทน้จี ะยาวสดุ ระหวา ง 80-100mm ลกั ษณะการใชงานคือจะ
นาํ ไปใชดนั หรอื ดงึ เพยี งทิศทางเดยี วเทา น้ัน
• กระบอกสูบทํางานทางเดียว จะปอนลมอัดเขาทางดานลูกสูบและดันใหกาน
สบู เคลื่อนทอ่ี อก เมื่อปลอ ยลมทง้ิ ดา นลูกสบู จะทําใหล ูกสบู เคลื่อนทีก่ ลบั เองดวยแรงสปรงิ ที่อยูภายใน
กระบอกสูบ หรือถาไมมีสปริง จะตองใชแรงภายนอกมากระทําที่กานสูบ ลูกสูบจึงเคลื่อนที่กลับ
โดยทัว่ ไประยะชกั ของกระบอกสบู ประเภทน้ีจะยาวสุดระหวา ง 80-100mm ลักษณะการใชงานคือจะ
นําไปใชดนั หรือดงึ เพียงทิศทางเดยี วเทา นัน้
รูปท่ี 3.9 อปุ กรณทาํ งานในระบบนิวเมติกส
3.2.2 อุปกรณทํางานแบบพเิ ศษ
อุปกรณทํางานแบบพิเศษในระบบนิวเมติกส จะประกอบไปดวย อุปกรณจับ
ยึดดวยระบบสุญญากาศ (Vacuum Gripper) และอปุ กรณห ยบิ จบั (Gripper)
46
3.2.3 Vacuum Gripper
ในปจจุบนั ระบบสุญญากาศนั้นนยิ มใชอ ยา งมากในระบบนิวเมติกส ซง่ึ งาน
อุตสาหกรรมเกอื บทกุ ประเภทนาํ เอาระบบสญุ ญากาศมาเปนสวนรว มในระบบการผลิต ซึ่งนยิ มใช
นาํ มาเปน ตัวจับยดึ ชนิ้ งาน
รปู ที่ 3.10 Vacuum Gripper
3.2.3 Gripper
การเคลื่อนยายชิ้นงานที่ใชกันอยางกวางขวางในงานขนถายวัสดุ เชน งาน
หยิบจับ จะตองใชอุปกรณหยิบจับ (Gripper) ที่มีลักษณะคลายกับนิ้วมือ ซึ่งการทํางานคลายกับ
กระบอกสูบนิวเมติกส แตจะมีโครงสรางทางกลท่ีเปนนิว้ หรอื ปากทีส่ ามารถจับช้ินงานไดตามตองการ
โดยหนา ท่หี ลักของอปุ กรณหยบิ จับคือ หยิบจบั สงิ่ ของตา งๆ
รูปที่ 3.11 Gripper
47
3.2.4 การคํานวณคาแรงของกระบอกสูบ
การเลอื กชนิดและขนาดของกระบอกสบู มหี ลักการพจิ ารณา เชน นา้ํ หนกั ของ
งาน หรือแรงที่กระบอกสูบจะตองไปกระทํา รวมทั้งความยาวของชวงของกานสูบที่จะรับแรง ในทาง
ทฤษฎี แรงของกระบอกสูบคํานวณไดจากความดันลมอัด ขนาดพื้นที่หนาตัด กระบอกสูบ และแรง
เสียดทานของกระบอกสบู ดงั สมการตอไปน้ี Fth = A x P
เม่อื Fth คือแรงที่คํานวณจากทฤษฎี (Theoretical Piston Force) มีหนวยเปน
นิวตนั (N)
A คือพนื้ ทีห่ นา ตดั ของกระบอกสบู มีหนว ยเปน ตารางเมตร (m)
P คอื ความดนั ลมอัดมีหนวยเปน บาร (bar)
ในทางปฏิบัติ แรงที่เกิดขึ้นจริงจะนอ ยกวา แรงที่คํานวณทางทฤษฎี เนื่องจาก
เกิดการ สญู เสียจากแรงเสียดทานท่ีความดนั 4-8 บาร ซงึ่ คา แรงเสียดทานมีคา 3-20 เปอรเ ซ็นต ของ
แรงท่ีคํานวณไดท างทฤษฎี และตอ งนาํ คา น้ีไปใชค าํ นวณดว ย ดังน้ี
1. กระบอกสบู ทาํ งานทางเดยี วแรงท่ีเกิดขน้ึ จริงเทากับ
Fn = A x P – (FR + FF)
2. กระบอกสบู ทํางาน 2 ทาง
แรงที่เกิดขน้ึ จรงิ ในจังหวะลูกสบู เคลือ่ นท่ีออกเทา กับ
Fn = A x P – FR
แรงที่เกิดขึน้ จรงิ ในจงั หวะลกู สูบเคลอ่ื นท่ีกลับเทากับ
Fn = A’ x P – FR
เมอื่ A' (พ้นื ทหี่ นาตัดวงแหวน) = พื้นทีห่ นาตัดของลูกสูบ – พ้ืนทห่ี นา ตัดของกา นสบู
′ = 2 − 2
′ = 2 − 2
4 4
′ = ( 2 − 2)
4
เม่อื P คือความดันใชงาน มีหนว ยเปน บารหรือนิวตนั
Fth คือแรงท่ีคํานวณจากทฤษฎี (Theoretical Piston Force) มีหนว ยเปนนวิ ตัน
(N)
FN คือแรงทเ่ี กิดขึน้ จรงิ (Effective Piston Force) มหี นวยเปน นิวตนั (N)
48
FR คือแรงเสียดทาน (Frictional Force) มีหนวยเปนนิวตัน (N) มีคา 3 – 20
เปอรเซ็นตของแรงท่ีคํานวณทางทฤษฎี
FF คือแรงตา นของสปรงิ (Force of Return Spring) มหี นวยเปน นวิ ตนั (N)
A คือพื้นที่หนาตัดของลูกสูบ มีหนวยเปนตารางเมตร (m) a คือพื้นที่หนาตัดของ
กา นลกู สูบ มหี นวยเปน ตารางเมตร (m)
A ’คอื พ้ืนท่ีหนาตัดวงแหวน มีหนวยเปน ตารางเมตร (m)
D คอื เสนผา นศูนยกลางลูกสูบ มหี นวยเปนเมตร (m)
d คือเสนผานศูนยกลางกา นสูบ มีหนวยเปนเมตร (m)
3.2.5 สญั ลักษณท่วั ไปและแบบพิเศษของกระบอกสูบตา งๆ
3.2.5.1 สญั ลกั ษณแบบท่ัวไป
รปู ท่ี 3.12 สญั ลกั ษณแ บบทัว่ ไป
49
3.2.5.2 สัญลักษณแบบพิเศษ
รูปท่ี 3.13 สญั ลักษณแบบพิเศษ
3.3 การออกแบบโครงสรางในแตล ะสว นของเวบ็ ไซต
การออกแบบโครงสรางในแตละสวนของเว็บไซตแบงออกเปน 1 สวน ไดแก การออกแบบ
หนาเว็บไซตใ นแตละสว น
3.3.1 การออกแบบหนาเว็บไซต
• ในสวนของหนา Home จะบอกความหมายของอุปกรณทํางานในระบบนิวเมติกส
และมีเมนูเพ่อื เลือกดูเนื้อหาของอุปกรณการทาํ งานชนิดตา งๆ
• ในสวนของหนา Linear Actuator จะบอกความหมายของอุปกรณทํางานแนว
เสนตรง มเี นื้อหา
เกย่ี วกบั กระบอกสูบทํางานทางเดียว และทํางานสองทาง มีสญั ลกั ษณท่ัวไปของกระบอกสูบปกติและ
แบบพเิ ศษ และการคํานวณหาคาแรงของกระบอกสบู
• ในสวนของหนา Special Actuator จะบอกความหมายของอุปกรณทํางานแบบ
พิเศษ จะมีอปุ กรณ 2 อยางคอื Vacuum Gripper และ Gripper
50
รูปที่ 3.14 หนา Home
รูปที่ 3.15 หนา Linear Actuator
51
รปู ที่ 3.16 หนา Special Actuator
52
บทที่ 4
ผลการดาํ เนินงาน
การทดสอบสื่อการเรียนการสอนออนไลนโดยเรม่ิ จากการศึกษาขอมลู ตา งๆ แลวทาํ การสรุป
โดยสามารถสรปุ ผลการดาํ เนินงานได 5 สว นดังนี้
4.1 ข้ันตอนการเตรียมแบบทดสอบกอนเรยี นและหลงั เรยี น
4.2 ขน้ั ตอนการทดสอบของโครงงาน
4.3 ผลการทดสอบของโครงงาน
4.4 ผลการทดสอบกอ นเรียนและหลังเรยี น
4.5 ส่อื การเรียนการสอนออนไลน
4.1 ขัน้ ตอนการเตรยี มแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน
รปู ที่ 4.1 ขน้ั ตอนการเตรียมแบบทดสอบกอ นเรียนและหลังเรียน
4.2 ขั้นตอนการทดสอบ
4.2.1 ขัน้ ตอนที่ 1 การทดสอบวาเวบ็ ไซดทส่ี รา งสามารถใชงานไดตามแผนท่ีกาํ หนดหรือไม
4.2.2 ขัน้ ตอนท่ี 2 การทดสอบแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียนสามารถใชง านไดต าม
แผนท่ีกําหนดหรือไม
53
4.3 ผลการทดสอบของโครงงาน
4.3.1 เวบ็ ไซดทส่ี รางสามารถใชง านไดจ รงิ ตามแผนที่กาํ หนดไว
4.3.2 แบบทดสอบกอ นเรยี นและหลงั เรียนสามารถใชงานไดตามท่เี ราไดตามแผนท่ีกําหนดไม
มีขอ ผดิ พลาด
4.4 ผลการทดสอบกอ นเรียนและหลังเรียน
ตารางท่ี 4.1 ผลการทดสอบกอนเรยี นและหลงั เรียน
แบบทดสอบ
ขอที่ กอนเรียน หลงั เรยี น หมายเหตุ
ผาน ไมผ าน ผา น ไมผ า น คะแนนเฉล่ียเกนิ 50%
คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
1 คะแนนเฉลย่ี เกนิ 50%
คะแนนเฉลย่ี เกนิ 50%
2 คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
3 คะแนนเฉลย่ี เกนิ 50%
คะแนนเฉล่ยี เกนิ 50%
4 คะแนนเฉลี่ยเกิน 50%
คะแนนเฉล่ยี เกนิ 50%
5
6
7
8
9
10
54
ตารางที่ 4.1 ผลการทดสอบกอนเรยี นและหลงั เรยี น (ตอ)
แบบทดสอบ
ขอ ที่ กอ นเรียน หลงั เรียน หมายเหตุ
ผา น ไมผ า น ผาน ไมผ าน คะแนนเฉลีย่ เกนิ 50%
คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
11 คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
คะแนนเฉลยี่ เกิน 50%
12 คะแนนเฉล่ียเกนิ 50%
คะแนนเฉล่ียเกนิ 50%
13 คะแนนเฉลย่ี เกนิ 50%
คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
14 คะแนนเฉล่ยี เกิน 50%
คะแนนเฉลี่ยเกนิ 50%
15
16
17
18
19
20
4.5 ส่ือการเรียนการสอนออนไลน
รูปที่ 4.2 ส่ือการเรียนการสอนออนไลน
55
บทที่ 5
การสรุปผลและขอเสนอแนะ
ในการสรา งสอ่ื การเรยี นการสอนออนไลนมวี ัตถปุ ระสงคของโครงงานเพื่อสรา งเว็บไซดเพ่ือใช
เปนส่ือการเรียนการสอนออนไลนเ ก่ยี วกบั เร่ืองอปุ กรณทํางานในระบบนิวเมติกส
5.1 สรุปผลการดาํ เนนิ การ
การสรางสื่อการเรียนการสอนออนไลนโดยจะมีการจัดเตรียมอยู 3 สวนดวยกัน คือ โปรแกรม
ทีใ่ ชในการสรา งเวบ็ ไซดและแบบทดสอบ เน้ือหาและลายละเอียดตา งๆ และแบบทดสอบกอนเรียน
และหลงั เรยี นแลว นําจดั ทําตามท่ไี ดออกแบบไว
สรปุ ไดวา ทางคณะผูจดั ทําใหไ ดท ําการหาโปรแกรมท่ีใชใ นการสรา งเว็บไซดและแบบทดสอบ
เรยี บเรยี งเนื้อหาตางๆ และการสรางแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียนตามทอี่ อกแบบไว
จากการทดลองใบงานการทดลองท่ี 1 สรปุ ผลการทดลองของการใชเ ว็บไซด ไดวา เมื่อเขาสู
หนาเวบ็ ไซดส ามารถใชงานเว็บไซดไดอยา งปกติ และการเขา สหู นาเวบ็ ไซดที่มีเนอ้ื หาสามารถใชงานได
อยา งปกติ
จงึ สรุปไดวา ใบงานการทดลองที่ 1 นั้นสามารถนาํ ไปฝก ทดลองใชก ับการออกแบบและสรางหนา เวบ็
ไซดไดจ ริง
จากการทดลองใบงานการทดลองที่ 2 สรุปผลการทดลองของการใชงานแบบทดสอบ ไดว า
เมือ่ เขาสหู นา การทําแบบทดสอบสามารถตอบคาํ ถาม มกี ารเฉลยคําตอบและสามารถบอกคะแนนได
อยางปกติ
จงึ สรปุ ไดวา ใบงานการทดลองที่ 2 นน้ั สามารถนําไปฝก ทดลองใชกบั การสรา งแบบทดสอบไดจรงิ
5.2 อภิปรายปญหา
เกิดความลาชาในการในการออกแบบเว็บไซตใ หใชงานไดงา ยและการสรา งแบบทดสอบใหมี
ความสอดคลองกบั เนอ้ื หา แกไขโดยการศึกษาหาขอมูลเก่ียวกับโปรแกรมท่ีใชง านอยา งละเอยี ดและ
เรยี บเรียงเนอ้ื หาภายในเวลาทีก่ ําหนด
56
5.3 ขอเสนอแนะ
5.3.1 ควรมีการศึกษาโปรแกรมทใ่ี ชง านการสรา งเว็บไซดและการสรา งแบบทดสอบเพิ่มเตมิ
เพ่ือลดความผิดพลาดในการสรางเวบ็ ไซดและแบบทดสอบ
5.3.2 ควรวางแผนและกําหนดเวลาการทาํ งานอยา งเครง ครดั เพือ่ ใหไ ดช ้ินงานอยา งตรงเวลา
57
เอกสารอางองิ
[1] ตัวอยางรปู เลม โครงการ, 2563 แหลงที่มา:
https://drive.google.com/drive/u/2/folders/1NREYt5M8pM5zkZeI9KTWwKtIVkjBr97R
[2] เน้ืออุปกรณทเี่ คลื่อนทใี่ นแนวเสน ตรงและเสนรอบวงในระบบนิวแมติกส, 2555 แหลงทม่ี า:
ภัทร พงศก ิตติคุณ, หนังสือนิวแมตกิ สและไฮดรอลกิ ส, พิมพครั้งที่ 1, บริษทั ซเี อด็ ดเู คชั่น จํากดั
[3] เน้ือหาอปุ กรณท ํางานในระบบนวิ แมติกส, 2563 แหลง ทมี่ า:
https://www.youtube.com/watch?v=gO7KaFSzPwc
[4] การสรา งเวป็ ไซตด วย Google Sites, 2564 แหลงที่มา:
https://support.google.com/sites/answer/6372878?hl=en
[5] การสรางแบบทดสอบดว ย Google Forms, 2564 แหลง ทมี่ า:
https://support.google.com/a/users/answer/9310162?hl=th&ref_topic=9300018
58
ภาคผนวก
59
ภาคผนวก ก
ข้นั ตอนการดาํ เนินการโครงงาน
60
รูปที่ ก.1 สืบคนขอมูลเกี่ยวกับหวั ขอที่ไดร บั
รูปท่ี ก.2 คน หาวธิ ีการใช Google Sites
รปู ท่ี ก.3 ออกแบบหนาเวบ็ Google Sites
61
รปู ที่ ก.4 นาํ เน้ือหาที่หามาไดใสใ น Google Sites
รปู ท่ี ก.5 จัดลําดับเนือ้ หา
รูปท่ี ก.6 ไดบทเรียนสาํ เร็จรูปแบบออนไลน รายวชิ า ระบบควบคุมการขบั เคลื่อนเบื้องตน
62
ภาคผนวก ข
รายละเอยี ดโปรแกรมทใ่ี ชในโครงงาน
63
1. โปรแกรมทใี่ ชใ นการสรา งเว็บไซด
รปู ที่ ข.1 โปรแกรมที่ใชใ นการสรา งเวบ็ ไซต
รปู ที่ ข.2 โปรแกรมท่ใี ชในการสรา งเวบ็ ไซต
64
รูปท่ี ข.3 โปรแกรมทีใ่ ชในการสรางเว็บไซต
รูปท่ี ข.4 โปรแกรมที่ใชในการสรา งเวบ็ ไซต
65
2. โปรแกรมทใี่ ชใ นการสรา งแบบทดสอบ
รปู ที่ ข.5 โปรแกรมที่ใชในการสรา งแบบทดสอบ
รูปที่ ข.6 โปรแกรมท่ีใชใ นการสรา งแบบทดสอบ
66
รปู ท่ี ข.7 โปรแกรมทใ่ี ชในการสรา งแบบทดสอบ
67
ภาคผนวก ค
รปู การทดสอบโครงงาน
68
รูปท่ี ค.1 โปรแกรมท่ใี ชใ้ นการสรา้ งเวบ็ ไซต์
รูปท่ี ค.2 ไดห้ นา้ เว็บไซดแ์ ละเนอื้ หาตามกาํ หนด
69
รูปท่ี ค.3 การทดสอบเว็บไซต์
รูปท่ี ค.4 โปรแกรมท่ใี ชง้ านการสรา้ งแบบทดสอบ
70
รูปท่ี ค.5 การเตรียมแบบทดสอบ
รูปท่ี ค.6 การทดสอบการใชง้ านแบบทดสอบ
71
ภาคผนวก ง
ประวัตผิ ูจัดทาํ โครงงาน
72
ประวตั ผิ ูทําโครงงาน
ชอ่ื -นามสกุล นายสุวิจกั ขณ เจริญสนั ติสุข
วนั /เดือน/ปเ กดิ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2546
สถานท่เี กดิ โรงพยาบาลสมติ เิ วชศรีราชา
ท่อี ยูปจ จุบัน 17/77 หมู 4 ตาํ บลพลตู าหลวง อําเภอสตั หบี จงั หวดั ชลบรุ ี รหัสไปรษณีย
20180
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ปก ารศกึ ษา 2559 สาํ เร็จการศึกษาระดับชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 6
โรงเรียนธมั มสริ ิศึกษาสตั หีบ
ปก ารศกึ ษา 2561 สําเร็จการศึกษาระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3
โรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ
ปจจบุ นั กําลงั ศึกษาหลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ พี (ปวช.)
สาขาเมคคาทรอนกิ ส วิทยาลยั เทคนิคสตั หบี
73
ประวตั ิผทู ําโครงงาน
ช่อื -นามสกุล นายวิรทิ ธิ์พล ทบั ขัน
วัน/เดอื น/ปเ กดิ 21 กมุ ภาพันธ พ.ศ.2547
สถานทีเ่ กดิ โรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ ศรรี าชา
ท่ีอยูปจ จุบัน 20/1 หมู 2 ตาํ บลนาจอมเทยี น อาํ เภอสตั หีบ จงั หวดั ชลบรุ ี รหัสไปรษณีย
20250
ประวัตกิ ารศึกษา
ปการศึกษา 2559 สําเร็จการศึกษาระดบั ชั้นประถมศึกษาปท่ี 6
โรงเรยี นธัมมสริ ิศกึ ษาสัตหีบ
ปการศกึ ษา 2561 สาํ เรจ็ การศึกษาระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3
โรงเรยี นธมั มสิรศิ กึ ษาสัตหบี
ปจ จุบนั กาํ ลงั ศกึ ษาหลักสูตรประกาศนยี บตั รวชิ ีพ (ปวช.)
สาขาเมคคาทรอนิกส วิทยาลยั เทคนคิ สตั หีบ
74
ประวัตผิ ูทําโครงงาน
ชอื่ -นามสกุล นายรังสมิ นั ตุ จิตระยนต
วัน/เดอื น/ปเกิด 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2546
สถานท่เี กิด โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
ทีอ่ ยูปจจุบนั 99/137 หมู 6 ตําบลทบั มา อําเภอเมอื ง จงั หวัดระยอง รหสั ไปรษณยี
21000
ประวัตกิ ารศึกษา
ปการศึกษา 2559 สําเรจ็ การศึกษาระดบั ช้ันประถมศึกษาปท่ี 6
โรงเรยี นอนบุ าลระยอง
ปก ารศึกษา 2561 สาํ เร็จการศึกษาระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 3
โรงเรยี นวัดปาประดรู ะยอง
ปจจุบัน กาํ ลังศึกษาหลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ ีพ (ปวช.)
สาขาเมคคาทรอนกิ ส วทิ ยาลัยเทคนิคสัตหีบ
แบบฟอรมคณุ ลกั ษณะผลงานโครงการวทิ ยาลยั เทคนคิ สตั หบี
ประจําปก ารศกึ ษา 1/2564
โครงการระดับ ปวช. ปวส. แผนกวิชาเมคคาทรอนิกส
ชือ่ โครงงาน : บทเรียนสาํ เรจ็ รูปแบบออนไลน รายวชิ า ระบบควบคมุ การ งบประมาณ : 0 บาท
ขับเคลื่อนเบ้ืองตน
ช่อื ผูจดั ทาํ : 3 คน / ช้ินงานระดบั ปวช.
1. นายรังสิมันตุ จิตระยนต รหัส : 62201270074 ช้ัน/กลมุ : 3/4
2. นายวริ ิทธ์ิพล ทับขนั รหสั : 62201270078 ช้ัน/กลุม : 3/4
3. นายสวุ ิจักขณ เจริญสันติสขุ รหัส : 62201270088 ชั้น/กลมุ : 3/4
ชอื่ ครูทปี่ รึกษา :
1. นางสาวศริ ิวรรณา ฐาปนะดิลก เบอรโทรศพั ท 064-494-2269
2. นางสาวณัฐสุดา เกียรติธวิ ัฒน เบอรโ ทรศัพท 081-677-8216
เน่ืองจากปจจุบันวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบไดเล็งเห็นถึงศักยภาพดาน
การพัฒนาสมรรถนะภาพของนักเรียน นักศึกษาจากการเรียนในสวนวิชา
ระบบการควบคุมการขับเคลื่อนเบื้องตน ซึ่งเปนสวนหนึ่งของสาขาวิชา ชาง
บทคัดยอ เมคคาทรอนิกสที่ทางวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบไดใหความสําคัญซึ่งท่ีผานมาน้ัน
สาขาวิชาชางเมคคาทรอนิกสยังมไิ ดม ีบทเรียนสําเร็จรูปแบบออนไลนเพื่อใชใน
การศึกษาคณะผูจัดทําจึงไดเล็งเห็นปญหาที่เกิดขึ้นจึงเกิดแนวคิดในการสราง
บทเรยี น สาํ เรจ็ รูปแบบออนไลน รายวชิ า ระบบควบคุมการขบั เคล่อื น
1. ผเู รียนไดม คี วามเขาใจเก่ยี กวับระบบควบคุมการขับเคล่ือนเบือ้ งตน
ประโยชนแ ละ 2. ผูเรียนสามารถนาํ ความรูท ี่ไดจ ากบทเรียนไปตอยอดได
คณุ ลกั ษณะ 3. บทเรียนมีเน้อื หาถกู ตองและสามารถนาํ ไปใชเปน ส่ือการสอนได
4. นักเรยี นในกลุมมีความสามัคคแี ละมนี ้าํ ใจในการทาํ งานภายในกลุม
แบบรับรองการนาํ ผลงานสง่ิ ประดษิ ฐไปใชง านจริง ประจําปก ารศึกษา 2563
วทิ ยาลัยเทคนคิ สตั หบี
1. ช่อื ผลงาน บทเรียนสําเร็จรปู ออนไลน รายวิชา ระบบควบคมุ การขับเคลอ่ื นเบ้อื งตน .
2. คณุ ลักษณะ/ประโยชน ใชเปน สื่อการเรียนการสอน .
3. ขอมูลหนวยงาน/ชุมชน/บุคคลทนี่ าํ ผลงานไปทดสอบหรือใชป ระโยชน
3.1 ชื่อหนว ยงาน/บุคคล แผนกวิชาเมคคาทรอนิกส .
3.2 สถานท่ีตั้ง/ท่ีอยูผทู ดลองใชประโยชน แผนกวชิ าเมคคาทรอนกิ ส วิทยาลยั เทคนคิ สตั หบี .
เบอรโทรศพั ท 038 238 398 โทรสาร 038 237 268 .
3.3 ลกั ษณะของกจิ การ/หนว ยงาน/อาชีพ วทิ ยาลัย .
3.4 ผูรบั ผดิ ชอบหนว ยงาน นายสมบัติ อนิ ยนิ ตําแหนง หวั หนา แผนกวิชาเมคคาทรอนิกส .
4. ลกั ษณะการนําไปใชป ระโยชน/ทดสอบ (กรุณาทําเครือ่ งหมาย √ ในหัวขอทีเ่ ก่ยี วของ)
4.1 การใชประโยชนสาธารณะของชมุ ชน 4.2 การใชประโยชนเชิงพาณิชย
4.3 การใชประโยชนใ นการประกอบอาชีพ √ 4.3 การใชประโยชนเชิงวิชาการ
5. ชวงเวลาการสิ่งประดิษฐฯนําไปใชประโยชน/ ทดสอบ
ระหวา งวนั ท่ี กรกฎาคม 2564 ถงึ กนั ยายนน 2564 .
6. สรุปผลการนําสงิ่ ประดิษฐฯ ไปใชประโยชน/ทดสอบ
บทเรียนสําเร็จรูปออนไลน รายวิชา ระบบควบคุมการขับเคล่ือนเบื้องตนไดมีการบูรณาการวิชาความรู
ตามหลักสตู รของสาขาวชิ าเมคคาทรอนิกส จากการทดสอบการประเมินแบบฝก หัดกอนเรยี นและแบบฝก หัดหลังเรียน
นั้นมีประสิทธิภาพเชิงบูรณาการเปนที่นาพอใจ และสามารถใชงานเปนบทเรียนและแบบทดสอบประกอบการเรียน
ของสาขาวิชาเมคคาทรอนกิ สไ ดอยางมีประสทิ ธภิ าพตอการเรียนรูของผเู รียน
ขอรับรองวา จากการนําผลงาน บทเรียนสําเร็จรูปออนไลน รายวิชา ระบบควบคุมการขับเคลื่อน
เบอ้ื งตน.
ไปทดสอบ/ทดลองนาํ ไปใชจริง ผลงานดังกลาว
√ 1. มคี ุณภาพ/ประสทิ ธภิ าพและมคี วามปลอดภัย
√ 2. มศี กั ยภาพในการนาํ ไปพฒั นาตอ ยอดเชงิ พาณชิ ย/ อตุ สาหกรรม
√ 3. สามารถนําไปประยุกตเ ปนตนแบบทางวชิ าการและเปน ตน แบบทางเทคโนโลยี
ลงชอื่ ................................................
(นายสมบัติ อนิ ยิน)
ผใู ชป ระโยชน/ ทดสอบผลงานสงิ่ ประดษิ ฐ
ประทับตราหนวยงาน(ถา ม)ี
ขอรบั รองวาไดนาํ ผลงานสิ่งประดษิ ฐไปทําการทดลองใช/ทดสอบในสถานท/่ี หนว ยงานดงั กลา วจรงิ
ลงชือ่ ...........................................ครทู ป่ี รึกษาเจา ของผลงาน
(นางสาวศริ ิวรรณา ฐาปนะดิลก) ตําแหนง ครูพิเศษสอน