The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนที่ 35 หน่วย ปริมาตร น้ำหนัก อ.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nanan.suwadee, 2022-06-18 02:09:02

แผนที่ 35 หน่วย ปริมาตร น้ำหนัก อ.3

แผนที่ 35 หน่วย ปริมาตร น้ำหนัก อ.3

การวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งหนว่ ยการจดั ประสบการณต์ ามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐
หนว่ ยที่ ๓๕ ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๑ - ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒

รายการ อนบุ าลปที ี่ 1 อนบุ าลปที ี่ 2 อนบุ าลปที ี่ 3

สาระที่ควรเรยี นรู้ 1. ปรมิ าตรของนำ้ 1. ปริมาตรของส่ิงตา่ ง ๆ 1. ปริมาตรของทอ่ี ยใู่ นภาชนะตา่ งกนั
2. การตวงโดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช้
2. การเปรยี บเทยี บปริมาตรของนำ้ ในภาชนะ 2. การเปรียบเทยี บปริมาตรของสงิ่ ตา่ ง ๆ หน่วยมาตรฐาน
3. การคาดคะเนน้ำหนกั ของส่งิ ของ
ที่ขนาดเทา่ กนั ในภาชนะทข่ี นาดแตกตา่ งกัน 4. น้ำหนักของสิ่งของที่ใส่ในน้ำมีความสัมพันธ์
กับปรมิ าตรของนำ้ ทีล่ น้ ออกมา
3. เสียงทเี่ กดิ จากขวดนำ้ ทมี่ ปี รมิ าตรแตกตา่ ง 3. เสยี งท่เี กิดจากขวดนำ้ ที่มปี รมิ าตร 5. การชั่งโดยใช้เคร่ืองมือและหน่วยท่ีไม่ใช้
หนว่ ยมาตรฐาน
4. การคาดคะเนน้ำหนกั ของส่ิงตา่ งๆด้วยมือ แตกตา่ งกนั
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
5. การเปรียบเทียบนำ้ หนกั สงิ่ ของต่าง ๆ โดย 4. การเรียนรู้เร่ืองน้ำหนัก มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) (๒.๒.๓)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
ใช้ค้าวา่ หนกั กวา่ เบากว่า เท่ากัน 5. การเปรียบเทยี บนำ้ หนักของสงิ่ ตา่ ง ๆ มฐ ๕ ตบช. ๕.๑ (๕.๑.๑) (๕.๒.๒)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๒.๑) (๘.๓.๒)
มาตรฐาน ตัวบง่ ชี้ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒)
สภาพทพี่ ึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) (๒.๒.๓) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๒.๒)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๒.๑) (๘.๓.๒) มฐ ๕ ตบช. ๕.๑ (๕.๑.๑) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๑ (๑๒.๒.๑)

มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๒.๑) (๘.๓.๒)
มฐ ๑๐ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๒.๒)
(๑๐.๑.๔)

รายการ อนบุ าลปที ี่ 1 อนบุ าลปที ่ี 2 อนบุ าลปที ่ี 3

ประสบการณ์สำคัญ ร่างกาย ร่างกาย ร่างกาย
๑.๑.๑ การใช้กลา้ มเนื้อใหญ่ ๑.๑.๑ การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ๑.๑.๑ การใชก้ ล้ามเนอ้ื ใหญ่
(๑) การเคลอ่ื นไหวอยูก่ ับท่ี (๑) การเคลือ่ นไหวอยกู่ ับที่ (๑) การเคล่ือนไหวอยกู่ บั ท่ี
(๒) การเคล่อื นไหวเคล่ือนที่ (๒) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (๒) การเคลื่อนไหวเคล่ือนท่ี
๑.๑.๒ การใชก้ ล้ามเนื้อเลก็
๑.๑.๒ การใชก้ ล้ามเนือ้ เลก็ ๑.๑.๒ การใชก้ ลา้ มเนื้อเลก็ (๒) การเขียนภาพและการเลน่ กบั สี
(๒) การเขยี นภาพและการเลน่ กบั สี (๒) การเขยี นภาพและการเล่นกับสี (๓) การปน้ั
(๓) การป้ัน (๓) การปัน้ (๕) การหยิบจบั การใชก้ รรไกร การฉีก
๑.๑.๔ การรกั ษาความปลอดภยั (๕) การหยบิ จบั การใช้กรรไกร การฉกี การ การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ
(๓) การเล่นเครอื่ งเลน่ อยา่ งปลอดภยั ตัด การปะ และการรอ้ ยวสั ดุ ๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย
(๓) การเลน่ เคร่ืองเล่นอย่างปลอดภัย
๑.๑.๕ การตระหนักร้เู กยี่ วกบั รา่ งกายตนเอง ๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย ๑.๑.๕ การตระหนักรู้เกยี่ วกับรา่ งกายตนเอง
(๑) การเคลอื่ นไหวโดยควบคมุ ตนเองไปใน (๓) การเลน่ เครือ่ งเลน่ อยา่ งปลอดภยั (๑) การเคลอ่ื นไหวโดยควบคุมตนเองไป
ทศิ ทาง ระดบั และพื้นท่ี ๑.๑.๕ การตระหนักร้เู กี่ยวกับร่างกาย ในทศิ ทาง ระดับและพื้นที่
(๒)การเคลือ่ นไหวข้ามส่งิ กีดขวาง ตนเอง (๒) การเคลื่อนไหวขา้ มสิง่ กีดขวาง
(๑) การเคล่ือนไหวโดยควบคมุ ตนเองไปใน
อารมณ์ ทิศทาง ระดบั และพ้ืนท่ี อารมณ์
๑.๒.๑ สุนทรภี าพ ดนตรี ๑.๒.๑ สนุ ทรภี าพ ดนตรี
(๑) การฟงั เพลง ร้องเพลง และปฏกิ ริ ิยา (๒)การเคลื่อนไหวขา้ มสิง่ กีดขวาง (๑) การฟังเพลง รอ้ งเพลง และปฏิกริ ยิ า
โตต้ อบเสียงดนตรี อารมณ์ โตต้ อบเสยี งดนตรี
(๓) การเคลอ่ื นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี ๑.๒.๑ สนุ ทรีภาพ ดนตรี (๓) การเคลอ่ื นไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
(๑) การฟงั เพลง รอ้ งเพลง และปฏกิ ริ ยิ า (๕) การทำกิจกรรมศลิ ปะต่าง ๆ
(๕) การทา้ กจิ กรรมศลิ ปะต่าง ๆ โตต้ อบเสียงดนตรี ๑.๒.๒ การเลน่
๑.๒.๒ การเล่น (๓) การเคลือ่ นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี (๒) การเล่นรายบุคคล กลุ่มยอ่ ย กลุม่ ใหญ่
(๒) การเล่นรายบคุ คล กลุม่ ย่อย กลุ่มใหญ่ (๓) การเล่นตามมมุ ประสบการณ์
(๓) การเลน่ ตามมุมประสบการณ์ (๕) การทำกจิ กรรมศิลปะต่าง ๆ
๑.๒.๒ การเลน่
(๒) การเลน่ รายบคุ คล กลุ่มย่อย กลมุ่ ใหญ่
(๓) การเลน่ ตามมุมประสบการณ์

รายการ อนบุ าลปที ่ี 1 อนบุ าลปที ี่ 2 อนบุ าลปที ่ี 3

๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผ้อู นื่

(๑) การแสดงความยินดีเม่ือผู้อื่นมีความสุข

เห็ น ใ จ เม่ื อ ผู้ อ่ื น เศ ร้ า ห รื อ เสี ย ใ จ แ ล ะ ก า ร

ช่วยเหลอื ปลอบโยนเมื่อผอู้ ื่นได้รับบาดเจ็บ

สังคม สงั คม สังคม

๑.๓.๔ การมีปฏิสัมพันธ์ มวี นิ ัย มสี ่วนรว่ ม ๑.๓.๔ การมปี ฏิสมั พันธ์ มีวนิ ยั มีส่วนรว่ ม ๑.๓.๔ การมีปฏสิ ัมพันธ์ มีวนิ ัย มีสว่ น

และบทบาทสมาชิกของสังคม และบทบาทสมาชิกของสังคม รว่ มและบทบาทสมาชิกของสงั คม

๓) การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ๓) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรม (๓) การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

ต่างๆ ตา่ งๆ ๑.๓.๕ การเล่นและทำงานแบบรว่ มมือรว่ มใจ

๑.๓.๕ การเลน่ และทำงานแบบร่วมมอื ร่วมใจ ๑.๓.๕ การเล่นและทำงานแบบรว่ มมอื รว่ มใจ (๒) การเล่นและทำงานร่วมกบั ผอู้ ื่น

(๒) การเล่นและทำงานร่วมกับผูอ้ ื่น (๒) การเล่นและทำงานรว่ มกับผอู้ น่ื สติปญั ญา

สติปญั ญา สตปิ ญั ญา ๑.๔.๑ การใชภ้ าษา

๑.๔.๑ การใช้ภาษา ๑.๔.๑ การใชภ้ าษา (๒) การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ

(๑) การฟังเสียงต่างๆในส่ิงแวดล้อม (๑) การฟงั เสียงตา่ งๆในส่ิงแวดลอ้ ม (๖) การพูดอธิบายเกี่ยวกับส่ิงของเหตุการณ์

๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชงิ เหตผุ ล (๖) การพูดอธิบายเกี่ยวกับส่ิงของเหตุการณ์ และความสมั พนั ธข์ องสิง่ ตา่ งๆ

การตดั สินใจและแก้ปญั หา และความสัมพันธ์ของสง่ิ ตา่ งๆ ๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด การคดิ เชงิ เหตผุ ล การ

(๑) การสังเกตลกั ษณะ สว่ นประกอบ การ ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคดิ เชงิ เหตผุ ล ตัดสินใจและแก้ปญั หา

เปล่ียนแปลง และความสมั พันธ์ของสงิ่ ต่างๆ การตดั สินใจและแกป้ ญั หา (๑) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบการ

โดยใชป้ ระสาทสมั ผัสอยา่ งเหมาะสม (๑) การสังเกตลกั ษณะ สว่ นประกอบ การ เปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ

(๘) การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่างๆใน เปล่ียนแปลง และความสัมพนั ธข์ องส่ิงตา่ งๆ โดยใชป้ ระสาทสัมผัสอยา่ งเหมาะสม

ชวี ติ ประจำวัน โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม (๘) การนับและแสดงจำนวนของส่ิงตา่ งๆ

(๑๐) การรวมและการแยกส่งิ ต่างๆ (๘) การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่างๆใน ในชีวิตประจำวนั

(๑๑) การบอกและแสดงอันดับท่ีของส่ิงต่างๆ ชีวิตประจำวัน (๑๐) การรวมและการแยกสิง่ ตา่ งๆ

รายการ อนบุ าลปที ี่ 1 อนบุ าลปที ี่ 2 อนบุ าลปที ่ี 3

คณติ ศาสตร์ (๑๓) การจบั คู่ การเปรยี บเทียบ และการ (๑๐) การรวมและการแยกสง่ิ ตา่ งๆ (๑๑) การบอกและแสดงอันดบั ทีข่ องสิ่งต่างๆ
เรียงลำดับส่ิงตา่ งๆ ตามลักษณะความยาว/ (๑๑) การบอกและแสดงอันดบั ท่ขี องส่ิงต่างๆ (๑๒) การชั่ง ตวง วัดส่ิงต่างๆ โดยใช้เคร่ืองมือ
ความสงู นำ้ หนกั ปรมิ าตร (๑๓) การจับคู่ การเปรยี บเทยี บ และการ และหน่วยทีไ่ ม่ใชห่ น่วยมาตรฐาน
เรียงลำดับสง่ิ ตา่ งๆ ตามลักษณะความยาว/ (๑๓) การจับคู่ การเปรยี บเทยี บ และการ
๑. นบั และแสดงจำนวน ๑ - ๕
๒. เรียงลำดบั ท่ีของส่ิงต่างๆจำนวนไม่เกิน ๕ ความสูง นำ้ หนัก ปรมิ าตร เรียงลำดับส่ิงต่างๆ ตามลักษณะความยาว/
๓. เปรียบเทียบจำนวนของสิ่งต่างๆ สองกลุม่ (๑๗) การคาดเดาหรอื การคาดคะเนสง่ิ ที่ ความสูง น้ำหนกั ปรมิ าตร
โดยแต่ละกลมุ่ มีจำนวนไมเ่ กิน๕ วา่ มีจำนวน อาจจะเกดิ ขึ้นอยา่ งมเี หตผุ ล (๑๗) การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งท่ีอาจจะ
เทา่ กันหรือไมเ่ ทา่ กนั เกดิ ขึ้นอยา่ งมีเหตผุ ล
๔. บอกจำนวนทีเ่ หลือเมอื่ แยกกลุ่มย่อยออก ๑.๔.๔ เจตคตทิ ่ีดีต่อการเรยี นร้แู ละการ
จากกลุ่มใหญท่ ม่ี จี ำนวนไม่เกนิ ๕
๕. การเปรียบเทยี บน้ำหนักของสิ่งต่างๆ โดย แสวงหาความรู้
ใช้คำ หนกั กว่า เบากวา่ หนักเท่ากัน (๓) การสืบเสาะหาความรู้เพ่ือค้นหาคำตอบ
๖. การเปรยี บเทยี บปริมาตรของส่งิ ต่างๆ ของข้อสงสัยตา่ งๆ

๑. นับและแสดงจำนวน ๑ - ๑๐ ๑. นบั และแสดงจำนวน ๑ - ๒๐

๒. เรียงลำดบั ทข่ี องส่ิงตา่ งๆจำนวนไม่เกิน ๘ ๒. เรียงลำดบั ที่ของสง่ิ ตา่ งๆ จำนวนไมเ่ กิน ๑๐

๓. เปรยี บเทียบจำนวนของสง่ิ ของตา่ งๆสอง ๓. เปรียบเทียบจำนวนของสิ่งของต่างๆโดยแต่

กลุม่ โดยแต่ละกลุ่มมีจำนวนไม่เกิน ๑๐ วา่ ละกลุ่มมีจำนวนไม่เกิน ๑๐ ว่ามีจำนวนเท่ากัน

มจี ำนวนเท่ากันหรอื ไมเ่ ท่ากัน หรือไม่เท่ากัน

๔. บอกจำนวนท่ีเหลือเมื่อแยกกลุ่มย่อยออก ๔. บอกจำนวนที่เหลือ เมื่อแยกกลุ่มย่อยออก

จากกลุ่มใหญ่ทีม่ จี ำนวนไม่เกิน ๑๐ จากกลมุ่ ใหญ่ทม่ี ีจำนวนไม่เกนิ ๒๐

๕. เปรียบเทียบปรมิ าตร ของสิง่ ต่างๆ โดย ๕. เรียงลำดับปรมิ าตรของส่ิงตา่ งๆไม่เกิน ๓ สิง่

ใชค้ ำ ปรมิ าตรมากกวา่ นอ้ ยกว่า ปรมิ าตร

เท่ากัน

รายการ อนบุ าลปที ี่ 1 อนบุ าลปที ่ี 2 อนบุ าลปที ี่ 3

วทิ ยาศาสตร์ ๑. ทกั ษะการสังเกต ๑. ทักษะการสังเกต ๑. ทักษะการสังเกต
๒. ทกั ษะการวัด ๒. ทักษะการจำแนกประเภท ๒. การคาดเดา หรือการคาดคะเนส่ิงที่จะเกิดข้ึน
อย่างมเี หตผุ ล
พัฒนาการทางภาษา ๑. การฟงั และปฏบิ ัติตามคำแนะนำ ๑. การฟังและปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำ
และการรู้หนังสอื ๒. การพดู อธิบายเก่ยี วกับส่ิงของ เหตกุ ารณ์ ๑. การฟังและปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำ
และความสัมพนั ธ์ของส่งิ ตา่ งๆ ๒. การพูดอธิบายเกี่ยวกับส่งิ ของเหตุการณ์ และ
ความสัมพันธ์ของสิ่งตา่ งๆ

หนว่ ยการจดั ประสบการณท์ ี่ ๓๕ ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๓
แนวคดิ

สงิ่ ตา่ งๆ รอบตัวเรา มีปริมาตรและนำ้ หนกั ท่ีแตกตา่ งกนั เราสามารถใชภ้ าชนะท่ีแตกตา่ งตวงปรมิ าตรสง่ิ ต่างๆและนำมาเปรยี บเทยี บปริมาตรได้ ในการ
วดั น้ำหนักของส่ิงต่างๆ เมื่อเราใช้วิธีการแทนท่ีน้ำด้วยสิ่งของ น้ำหนักของสิ่งของต่างๆจะมีค่าเท่ากับปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมา และเม่ืออยู่ในสถานการณ์ท่ี
เราไม่มีเครอื่ งทใ่ี ชใ้ นการช่ัง ตวง เราสามารถใช้เครอื่ งมือท่ไี มใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐานมาใช้ในการตวงปรมิ าตรและวดั นำ้ หนักสิง่ ของได้

มาตรฐานหลกั สตู รปฐมวยั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้
๑. เลน่ เครอื่ งเล่นสนามอย่างถูก
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ วิธแี ละปฏิบตั ติ อ่ ผอู้ ื่นอย่าง ประสบการสำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
ปลอดภยั ได้
มาตรฐานท่ี ๑ ๑.๓ รักษาความ ๑.๓.๑ เลน่ ทำกิจกรรม ๑.๑.๔ การรกั ษาความปลอดภยั ๑. ปริมาตรของที่อยู่
ร่างกาย ปลอดภยั ของตนเอง และปฏบิ ตั ิตอ่ ผอู้ ืน่ อยา่ ง ๒. ว่งิ กระโดดข้ามเชอื กยางได้
เจรญิ เตบิ โต และผอู้ ่ืน ปลอดภัย (๓) การเล่นเครอ่ื งเลน่ อย่างปลอดภัย ในภาชนะต่างกนั
ตามวยั และ ๓. ร้อยหลอดน้ำดม่ื ขนาดเล็ก
มีสุขนสิ ัยที่ดี กว่า ๐.๒๕ ซม. ได้ ๒.การตวงโดยใช้เครอื่ งมอื

มาตรฐานท่ี ๒ และหนว่ ยท่ไี ม่ใช่หนว่ ย
กล้ามเน้ือใหญ่
และกล้ามเนอ้ื มาตรฐาน
เลก็ แข็งแรงใช้ได้
อย่างคลอ่ งแคล่ว ๒.๑ เคล่อื นไหว ๒.๑.๓ วง่ิ หลบหลีกสิ่งกีด ๑.๑.๑ การใชก้ ลา้ มเนอื้ ใหญ่ ๓.การคาดคะเนนำ้ หนกั
และประสาน ร่างกายอยา่ ง ขวางไดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่
สัมพนั ธก์ ัน คล่องแคลว่ ประสาน (๑) การเคลอ่ื นไหวอยู่กบั ที่ ของส่งิ ของ
สัมพันธแ์ ละทรงตวั ได้
(๒) การเคลอื่ นไหวเคล่ือนที่ ๔. นำ้ หนักของสิ่งของ

๑.๑.๕ การตระหนกั รเู้ กย่ี วกบั รา่ งกาย ทใี่ สใ่ นน้ำมคี วามสัมพนั ธ์
ตนเอง กับปรมิ าตรของน้ำท่ีลน้
(๑) การเคลอื่ นไหวโดยควบคุมตนเอง ออกมา
๕.การชงั่ โดยใช้เครอ่ื งมอื
ไปในทศิ ทาง ระดบั และพื้นที่
(๒) การเคลอ่ื นไหวขา้ มสงิ่ กดี ขวาง และหนว่ ยทไ่ี ม่ใชห่ นว่ ย
มาตรฐาน
๒.๒ ใช้มือ - ตา ๒.๒.๓ รอ้ ยวัสดุทม่ี รี ูขนาด ๑.๑.๒ การใชก้ ลา้ มเนอ้ื เลก็
ประสานสมั พนั ธก์ นั เส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง ๐.๒๕ (๕) การหยิบจบั การใชก้ รรไกร การฉกี ๖.การนบั และแสดง
การตัด การปะ และการรอ้ ยวัสดุ จำนวน ๑๑ - ๒๐
เซนติเมตรได้

มาตรฐานหลกั สตู รปฐมวยั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้

มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ ๔. สนใจมคี วามสขุ และแสดงออก ประสบการสำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
ผา่ นงานศิลปะได้
มาตรฐานที่ ๔ ๔.๑ สนใจมี ๔.๑.๑ สนใจมคี วามสุข ๑.๒.๑ สนุ ทรยี ภาพ ดนตรี ๗.การเรียงลำดับปริมาตรของ
ช่นื ชมและ ๕. สนใจ มคี วามสุขและแสดง (๑) การฟงั เพลง ร้องเพลงและ สง่ิ ของตา่ งๆ
แสดงออกทาง ความสขุ และ และแสดงออกผา่ นงาน ท่าทาง / เคลอื่ นไหวประกอบเพลง ปฏกิ ิริยาโต้ตอบเสยี งดนตรี ๘.การเรียงลำดับน้ำหนักของ
ศลิ ปะ ดนตรีและ จังหวะ และดนตรไี ด้ (๓) การเคลอ่ื นไหวตาม ส่งิ ของตา่ งๆ
การเคลือ่ นไหว แสดงออกผา่ น ศิลปะ เสยี งเพลง/ดนตรี
(๕)การทำกจิ กรรมศิลปะตา่ ง ๆ
งานศลิ ปะ ดนตรี

และการเคลื่อนไหว ๔.๑.๓ สนใจ

มคี วามสขุ และแสดง

ทา่ ทาง/เคลือ่ นไหว

ประกอบเพลง จังหวะ

และดนตรี

มาตรฐานท่ี ๕ ๕.๑ ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ ๕.๑.๑ ขออนญุ าตหรอื ๖. ขออนุญาตหรอื รอคอยเมอื่ ๑.๒.๒ การเลน่
มีคุณธรรม รอคอย เม่ือตอ้ งการ ตอ้ งการสิง่ ของในขณะทเี่ ลน่ ได้ (๒) การเลน่ รายบุคคล กลมุ่ ยอ่ ย
จริยธรรม และมี สงิ่ ของของผอู้ นื่ ดว้ ย กลุ่มใหญ่
จติ ใจท่ดี งี าม ตนเอง (๓) การเลน่ ตามมมุ ระสบการณ์

๕.๒ มีความเมตตา ๕.๒.๒ ชว่ ยเหลอื และ ๗. ช่วยเหลอื และแบ่งปนั อุปกรณ์ ๑.๒.๖ การเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ นื่
กรุณา มีน้ำใจและ แบ่งปนั ผู้อ่ืนไดด้ ว้ ย ในการทำกิจกรรมได้ (๑) การแสดงความยินดเี มือ่ ผอู้ น่ื
ช่วยเหลอื แบง่ ปัน ตนเอง มคี วามสุข เหน็ ใจเมอ่ื ผอู้ ืน่ เศรา้
หรือเสียใจและการชว่ ยเหลอื
ปลอบโยนเมอ่ื ผอู้ ่นื ไดร้ บั บาดเจ็บ

มาตรฐานหลกั สตู รปฐมวยั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้

มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ ๘. เลน่ นำ้ และเลน่ ทรายรว่ มกบั เพ่ือน ประสบการสำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
อย่างมเี ป้าหมายได้
มาตรฐานที่ ๘ ๘.๒ การมี ๘.๒.๑ เลน่ หรือทำงาน ๑.๓.๕ การเลน่ และทำงานแบบ
อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ื่นได้ ปฏสิ มั พันธ์ที่ดี รว่ มกับเพอ่ื นอย่างมี ๙. ปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ ำผตู้ ามในกิจกรรม รว่ มมอื รว่ มใจ
อย่างมคี วามสขุ กับผูอ้ ื่น เป้าหมาย การเคล่ือนไหวได้ (๒) การเลน่ และทำงานร่วมกบั ผูอ้ น่ื
และปฏบิ ัติตนเปน็
สมาชิกทด่ี ขี อง ๘.๓ ปฏบิ ตั ิตน ๘.๓.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผนู้ ำ ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ มวี นิ ยั มี
สงั คมในระบอบ เบ้ืองต้นในการ และผู้ตามไดเ้ หมาะสมกบั สว่ นรว่ มและบทบาทสมาชกิ ของ
ประชาธปิ ไตยอันมี เปน็ สมาชิกท่ดี ี สถานการณ์ สงั คม
พระมหากษตั รยิ ์ ของสงั คม (๓) การให้ความรว่ มมอื ในการปฏิบตั ิ
เป็นประมขุ กิจกรรม

มาตรฐานที่ ๙ ๙.๑ สนทนาโต้ ๙.๑.๒ เลา่ เปน็ เร่ืองราว ๑๐. เลา่ เรอ่ื งจากการทดลองเปน็ ๑.๔.๑ การใชภ้ าษา
ใช้ภาษาสอื่ สาร ตอนและเล่า ต่อเนอื่ งได้ เรื่องราวต่อเน่ืองได้
ใหเ้ หมาะสมกับวัย เร่ืองใหผ้ อู้ น่ื (๒) การฟังและปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำ
เข้าใจ (๖) การพดู อธบิ ายเกี่ยวกบั สิ่งของ
เหตุการณ์ และความสัมพันธข์ องส่ิง
ต่างๆ

มาตรฐานหลกั สตู รปฐมวยั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้
ตวั บง่ ช้ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์
มาตรฐาน ประสบการสำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้

มาตรฐานท่ี ๑๐ ๑๐.๑ มี ๑๐.๑.๑ บอกลกั ษณะ ๑๑. บอกลกั ษณะการเปลี่ยนแปลง ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชิง
มคี วามสามารถ เหตุผล การตัดสินใจและแก้ปัญหา
ในการคิดท่เี ป็น ความสามารถใน สว่ นประกอบ การ ของสิ่งตา่ งๆ จากการสงั เกตโดยใช้ (๑) การสังเกตลกั ษณะการ
พื้นฐานในการ เปล่ยี นแปลงของสงิ่ ตา่ งๆ โดยใช้
เรยี นรู้ การคดิ รวบยอด เปล่ียนแปลงหรอื ประสาทสัมผสั ได้ ประสาทสัมผัสอยา่ งเหมาะสม

ความสัมพันธข์ องส่ิงตา่ งๆ

จากการสังเกตโดยใช้

ประสาทสมั ผสั

๑๐.๑.๔ เรียงลำดับ ๑๒. เรยี งลำดบั สิง่ ของหรอื เหตุการณ์ ๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด การคิดเชงิ

เหตุการณ์และสงิ่ ของ อยา่ งนอ้ ย ๕ ลำดับได้ เหตผุ ล การตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หา
(๘) การนบั และแสดงจำนวน
อย่างนอ้ ย ๕ ลำดับ (๑๐) การรวมและการแยกสงิ่ ต่างๆ
(๑๑) การบอกและแสดงอนั ดบั ที่ของ
๑๐.๒ มี ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสง่ิ ที่ ๑๓.คาดคะเนปริมาตรของสง่ิ ของได้ สงิ่ ตา่ งๆ
(๑๓) การจับคู่ การเปรยี บเทยี บ
ความสามารถใน อาจจะเกิดข้ึนและมสี ่วน ๑๔. คาดคะเนน้ำหนกั ของสงิ่ ของ
และการเรยี งลำดบั สง่ิ ตา่ งๆ ตาม
การคิดเชงิ เหตผุ ล รว่ มในการลงความเห็น ลกั ษณะความยาว/ความสูง น้ำหนัก
ปริมาตร
จากขอ้ มูลอยา่ งมเี หตผุ ล (๑๗) การคาดเดาหรือการคาดคะเน
ส่งิ ท่อี าจจะเกิดขึ้นอย่างมเี หตผุ ล

มาตรฐานหลกั สตู รปฐมวยั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้
ตวั บง่ ชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์
มาตรฐาน ประสบการสำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้

มาตรฐานท่ี ๑๒ ๑๒.๒ มี ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบ ๑๕.บอกน้ำหนักและปริมาตรของ ๑.๔.๔ เจตคตทิ ดี่ ตี อ่ การเรยี นรแู้ ละ
มีเจตคติทดี่ ตี ่อ ความสามารถ การแสวงหาความรู้
การเรียนรแู้ ละมี ในการแสวงหา ของข้อสงสัยต่างๆโดย ส่งิ ของจากการใช้โดยใช้เครอื่ งมือ (๓) การสืบเสาะหาความรเู้ พอ่ื
ความสามารถใน ความรู้ ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ
การแสวงหาความรู้ ใช้วิธีการที่หลากหลาย และหนว่ ยท่ีไมใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน ๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด การคิดเชงิ
ได้เหมาะสมกับวัย เหตผุ ล การตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หา
ด้วยตนเอง ได้ (๑๒) การชั่ง ตวง วดั สง่ิ ต่างๆ โดย

ใชเ้ ครอื่ งมือและหนว่ ยท่ไี ม่ใชห่ นว่ ย
มาตรฐาน

ผงั ความคิดแผนการจดั ประสบการณห์ นว่ ยท่ี 35 ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๓

๑. กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ ๒. กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ๓. กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์

๑. เคลื่อนไหวตามขอ้ ตกลง ๑. ปริมาตรของท่อี ยใู่ นภาชนะตา่ งกนั ๑. วาดภาพสีเทียน
๒. เคล่ือนไหวแบบผนู้ ำ ผตู้ าม ๒. การตวงโดยใชเ้ ครอื่ งมอื และหนว่ ยท่ีไมใ่ ชห่ นว่ ยมาตรฐาน ๒. ป้ันดนิ นำ้ มัน
๓. เคลื่อนไหวประกอบเพลง ๓. การคาดคะเนนำ้ หนกั ของสิ่งของ ๓. พับสี
๔. เคลือ่ นไหวเลียนแบบทา่ ทาง 4. นำ้ หนกั ของสิ่งของที่ใสใ่ นน้ำมีความสมั พนั ธก์ ับปรมิ าตร ๔. กล้งิ สีด้วยวัสดทุ ่มี ีน้ำหนักแตกต่างกัน
๕. เคลอื่ นไหวตามคำบรรยาย ของนำ้ ท่ีล้นออกมา ๕. ร้อยหลอดน้ำดืม่ ขนาดเล็กกวา่ ๐.๒๕ ซม.
5. การชัง่ โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื และหนว่ ยท่ไี มใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน ๖. วาดภาพด้วยสนี ำ้
๗. ฉกี ตดั ปะ ภาพ

๔. กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ หนว่ ย ๖. กจิ กรรมเกมการศกึ ษา
- การเล่นตามมุมประสบการณ์ ปรมิ าตร นำ้ หนกั
๑. เกมจับคภู่ าพจำนวนกับตวั เลข ๑๑ - ๒๐
๕. กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้ ๒. เกมเรียงลำดับภาพปริมาตรของส่งิ ของ
๓. เกมพ้ืนฐานการบวก ๑๒ ถงึ ๒๐
๑. กระโดดขา้ มเชอื กยาง ๔. เกมจับคภู่ าพส่งิ ของทมี่ ีน้ำหนักเทา่ กนั
๒. เล่นน้ำ เล่นทราย ๕. เกมเรยี งลา้ ดับภาพส่ิงของทม่ี ีน้ำหนักน้อยไปหา
๓. เกมเสอื ไลว่ วั มาก
๔. เลน่ เครอื่ งเลน่ สนาม

แผนการจดั ประสบการณร์ ายสปั ดาห์
หนว่ ยท่ี 35 หนว่ ยปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ี่ 3

วนั ที่ เคลอ่ื นไหวและจงั หวะ เสรมิ ประสบการณ์ กจิ กรรม การเลน่ ตามมมุ การเลน่ กลางแจง้ เกมการศกึ ษา

1 - เคลื่อนไหวพื้นฐาน ปริมาตรของทอ่ี ยใู่ นภาชนะ ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ เลน่ ตามมุม กระโดดข้ามเชอื ก เกมจับคู่ภาพจำนวน
- เคลอ่ื นไหวตาม ต่างกัน ประสบการณ์ ยาง กบั ตัวเลข ๑๑ - ๒๐
ขอ้ ตกลง - วาดภาพสเี ทยี น
- ปนั้ ดนิ น้ำมัน

2 - เคลื่อนไหวพื้นฐาน การตวงโดยใช้เครอ่ื งมือและ - พบั สี เลน่ ตามมุม เลน่ นำ้ เล่นทราย เกมเรยี งลำดบั ภาพ
- เคลื่อนไหวแบบผู้น้า หนว่ ยทไ่ี ม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน - ปั้นดนิ นำ้ มัน ประสบการณ์ ปริมาตรของสงิ่ ของ
ผตู้ าม
การคาดคะเนน้ำหนกั ของ รอ้ ยหลอดน้ำด่มื ขนาดเล็กกวา่ เลน่ ตามมมุ เกมเสือไล่ววั เกมพื้นฐาน
3 - เคลือ่ นไหวพื้นฐาน การบวก ๑๒ ถงึ ๒๐
- เคลอ่ื นไหวประกอบ ส่ิงของ ๐.๒๕ ซม. ประสบการณ์
เพลง

4 - เคล่อื นไหวพื้นฐาน น้ำหนักของสงิ่ ของท่ใี สใ่ นน้ำมี - กล้ิงสีดว้ ยวสั ดทุ ีม่ นี ้ำหนกั เลน่ ตามมุม เล่นเครอื่ งเลน่ เกมจับคู่ภาพสิง่ ของ
- เคล่อื นไหวเลยี นแบบ ประสบการณ์ สนาม ทม่ี ีน้ำหนักเท่ากัน
ท่าทาง ความสมั พนั ธก์ บั ปรมิ าตรของ แตกตา่ งกัน

น้ำท่ีล้นออกมา - วาดภาพดว้ ยสนี ้ำ

5 - เคลือ่ นไหวพ้ืนฐาน การชัง่ โดยใช้เครอ่ื งมอื และ - วาดภาพดว้ ยสนี ำ้ เลน่ ตามมุม เล่นนำ้ เล่นทราย เกมเรียงลำดับภาพ
- เคลอ่ื นไหวตามคำ หนว่ ยทไ่ี มใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน - ฉกี ตดั ปะ ภาพ ประสบการณ์ สงิ่ ของท่มี ีนำ้ หนกั
บรรยาย น้อยไปหามาก

แผนการจดั ประสบการณร์ ายวนั วนั ที่ 1 หนว่ ยท่ี 35 ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชนั้ อนบุ าลปที ี่ 3

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ พฒั นาการ

กิจกรรมเคลอ่ื นไหว (๒) การฟังและปฏิบัติ ๑. กจิ กรรมพ้ืนฐานให้เดก็ เคลอ่ื นไหวร่างกายไป ๑. เครื่องเคาะจงั หวะ สังเกต
และจังหวะ ตามคำแนะนำ
เคลื่อนไหวร่างกาย ทั่วบริเวณอย่างอิสระตามจังหวะ เมื่อได้ยินสัญญาณ ๒. ภาพอวัยวะ การเคลอ่ื นไหวร่างกาย
ตามข้อตกลงได้
หยุดให้หยดุ เคล่อื นไหวในทา่ น้ันทันที ตามข้อตกลง

๒. ครูตกลงกับเด็กว่า เม่ือครูหรือเพ่ือนชูภาพอวัยวะ

ใดให้เดก็ เคลือ่ นไหวเฉพาะอวัยวะน้ัน

๓. เด็กเคล่ือนไหวร่างกายตามข้อตกลง

๔. เด็กและครรู ่วมกนั ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ๓ ซำ้

๕. หลังปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเสร็จแลว้ เดก็ พักผอ่ นเพอื่

เตรยี มปฏิบตั กิ จิ กรรมต่อไป

กจิ กรรมเสรมิ (๑) การสงั เกตลักษณะ ปรมิ าตรของสง่ิ ของท่ี ๑. ครเู ตรยี มขวดพลาสตกิ ทมี่ ขี นาดแตกตา่ งกัน ๑. ขวดพลาสตกิ สงั เกต
ประสบการณ์ การเปลีย่ นแปลงของ อยู่ในภาชนะทข่ี นาด จำนวน 3 ขวด 2 ชุด ขนาดต่างกัน ๓ ขวด การบอกลกั ษณะการ

บอกลักษณะการ สิ่งต่างๆ โดยใช้ ตา่ งกนั แตค่ วามสงู - ขนาดใหญ่ หมายเลข 1 จำนวน เปลี่ยนแปลงของสง่ิ
เปลย่ี นแปลงของส่ิง ประสาทสมั ผัสอยา่ ง เทา่ กัน มีปริมาตรที่ - ขวดขนาดกลาง หมายเลข 2 ๒ ชดุ ตา่ งๆจากการสังเกตโดย
ตา่ งๆ จากการสังเกต เหมาะสม แตกตา่ งกัน - ขวดเล็ก หมายเลข 3 ๒. นำ้ สี ใช้ประสาทสัมผสั
โดยใชป้ ระสาทสัมผสั ๒. ครูนำนำ้ สที ีเ่ ตรียมไวใ้ สล่ งในขวดทั้ง 3 ใบ ๓. ทราย
ได้ โดยใส่นำ้ ให้มคี วามสงู เท่ากัน ๔. แก้วใสขนาด

๓. เดก็ วัดปรมิ าตรของนำ้ ทงั้ 3 ขวด โดยเทน้ำสี เทา่ กันจำนวน ๖ ใบ
ใส่แก้วใส แลว้ สงั เกตเปรยี บเทยี บปรมิ าตรของน้ำ 5. กะละมังใบใหญ่
ในแกว้ (สำหรบั รองนำ้ และ
ทรายตอนตวง)

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ พฒั นาการ

กจิ กรรมศลิ ปะ (๕) การทำกจิ กรรม ๔. ครูเททรายทเ่ี ตรยี มไว้ใสล่ งในขวดท้ัง 3 ใบ
สรา้ งสรรค์ ศลิ ปะต่าง ๆ
สนใจมีความสขุ และ โดยใสท่ รายให้มีความสูงเท่ากัน
แสดงออกผา่ นงาน (๒) การเลน่ รายบคุ คล
ศลิ ปะได้ กลมุ่ ยอ่ ย กลุ่มใหญ่ ๕. เดก็ วัดปรมิ าตรของทรายท้ัง 3 ขวด โดยเท
(๓) การเล่นตามมมุ
กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์ ทรายใสแ่ ก้วใส แล้วสังเกตเปรยี บเทยี บปริมาตร
ขออนญุ าตหรอื รอ
คอย เมอื่ ต้องการ ของทรายในแก้ว วา่ เปน้ อยา่ งไร
สิ่งของในขณะทเ่ี ลน่ ได้
๖. เดก็ และครู ชว่ ยกนั สรุป วา่ ปรมิ าตรของ

ส่งิ ของทีอ่ ยใู่ นภาชนะทขี่ นาดตา่ งกนั แต่ความสูง

เท่ากนั มีปรมิ าตรทีแ่ ตกตา่ งกัน

๑. ครูเตรียมอุปกรณ์กจิ กรรม ๒ กจิ กรรม ไดแ้ ก่ ๑. กระดาษวาดภาพ สงั เกต
๒. สีเทียน การสนใจมีความสขุ และ
วาดภาพสเี ทยี นตามจินตนาการ และป้นั ดนิ น้ำมนั ๓. ดนิ นำ้ มัน แสดงออกผา่ นงาน
๔. แผน่ รองปน้ั ดนิ ศลิ ปะ
ตามจนิ ตนาการ นำ้ มนั

๒. ครแู นะนำอุปกรณ์ วธิ กี ารปฏิบัตแิ ละข้อตกลง

ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม

๓. เดก็ ท้ากจิ กรรมศิลปะสรา้ งสรรคท์ ้ัง ๒ กิจกรรม

ตามความสนใจ

๔. เด็กรว่ มกันเกบ็ อุปกรณ์และนา้ เสนอผลงาน

๑. ครูแนะนำกิจกรรมตามมุมประสบการณ์ มมุ ประสบการณใ์ น สงั เกต
หอ้ งเรยี น การขออนญุ าตหรอื รอ
๒. เด็กเลอื กกจิ กรรมตามมุมประสบการณต์ าม คอยเมื่อตอ้ งการสง่ิ ของ
ในขณะทเี่ ลน่
ความสนใจ ซ่ึงควรจดั ไวอ้ ยา่ งน้อย ๔ มมุ เชน่

- มุมหนงั สอื - มุมบล็อก

- มมุ เกมการศกึ ษา - บทบาทสมมติ

- มมุ เครื่องเลน่ สมั ผัส - มุมธรรมชาตศิ ึกษา

๓. เม่ือหมดเวลาเดก็ เก็บของเข้าทใ่ี หเ้ รยี บรอ้ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
พฒั นาการ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้

กจิ กรรมกลางแจง้ (๒)การเคลอื่ นไหว ๑. เดก็ ยืนเปน็ วงกลมเตรยี มความพรอ้ มร่างกายโดยครเู ป็น ๑. เชอื กยาง สงั เกต
กระโดดขา้ มเชอื กยาง เคลอ่ื นท่ี การกระโดดข้าม
ได้ (๒)การเคลอื่ นไหวขา้ ม ผ้นู ำให้เดก็ ปฏิบัติตาม ๒. นกหวดี เชอื กยาง
สงิ่ กดี ขวาง
๒. อาสาสมคั รออกมาเปน็ ผูน้ ำในการทำท่าทางเตรยี มความ

พร้อมรา่ งกาย ประมาณ ๓ – ๔ คนและให้เพอื่ นปฏบิ ัติตาม

๓. เดก็ เขา้ แถวตอน เด็กอาสาสมัครออกมาจับปลายเชอื กยาง

๒ คน โดยจบั ใหป้ ลายเชอื กแตะที่ขอ้ เท้าของคนท่จี ับ ครู

สาธิตวธิ กี ารเล่นกระโดดข้ามเชอื กยาง

๔. เด็กต่อแถวกระโดดเชอื กยาง เม่อื กระโดดเสร็จแลว้ ให้วง่ิ

ไปตอ่ ทา้ ยแถว

๕. ปฏบิ ตั ิกิจกรรมในขอ้ ๔ จนครบทกุ คน

๖.เดก็ ทีจ่ ับปลายเชือกยางเพมิ่ ระดบั ความสงู ขึ้นมา โดยให้

ปลายเชือกแตะที่หน้าแข้ง หวั เข่าระดับเอว โดยเปล่ยี นระดับ

ความสูงไปเรอ่ื ยๆ จนเพอ่ื นกระโดด ไม่ได้

๗. เมือ่ หมดเวลาเดก็ เข้าแถวทา้ ความสะอาดรา่ งกายกอ่ นเข้า

ชั้นเรยี น

เกมการศกึ ษา (๘) การนับและแสดง การนบั และแสดง ๑. ครูแนะนำอปุ กรณ์พรอ้ มทัง้ สาธิตวธิ ีการเลน่ เกมจบั คู่ภาพ ๑. เกมจบั ค่ภู าพ สงั เกต
นับจำนวน จำนวน จำนวน ๑๑ - ๒๐
๑๒ - ๒๐ ได้ จำนวนกับตัวเลข ๑๑ - ๒๐ จำนวนกับตัวเลข การนบั จำนวน

๒. แบง่ เดก็ เป็น ๕ กลมุ่ ให้เด็ก ๑ กลมุ่ รบั เกมท่ีแนะนำใหม่ ๑๑ - ๒๐ ๑๒ - ๒๐

ไปเลน่ กล่มุ อนื่ ๆ เล่นเกมการศกึ ษาชุดเดิม ๒. เกมการศึกษา

๓. เด็กเล่นเกมโดยหมุนเวียนสลับเปลยี่ นกนั ในแต่ละกลุม่ โดย ในหนว่ ยทผ่ี า่ นมา

ทุกกลมุ่ ตอ้ งไดเ้ ลน่ เกมจบั คู่ภาพจำนวนกบั ตัวเลข ๑๑ - ๒๐

๔. เด็กเกบ็ เกมการศึกษาเข้าทหี่ ลงั เลิกเลน่ แลว้

แผนการจดั ประสบการณร์ ายวนั วนั ที่ 2 หนว่ ยท่ี 35 ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชนั้ อนบุ าลปที ี่ 3

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ พัฒนาการ

กจิ กรรมเคลอื่ นไหว (๒) การเคลอ่ื นไหว ๑. กจิ กรรมพ้ืนฐานโดยเคลอ่ื นไหวเคลอื่ นที่ กระโดด ๑. เครื่องเคาะ สงั เกต
และจงั หวะ เคลื่อนที่ ไปขา้ งหน้า เดนิ ถอยหลงั สไลดไ์ ปขา้ งๆ ฯลฯ โดย จงั หวะ การปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผนู้ ำ
ปฏบิ ตั ิตนเป็นผนู้ ำ (๓) การใหค้ วามรว่ มมอื เคลอ่ื นไหวตามประกอบจังหวะทคี่ รเู คาะ และเมื่อได้ ๒. นกหวีด ผตู้ ามในกิจกรรมการ
ผู้ตามในกิจกรรมการ ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม ยินสญั ญาณหยุด ให้หยดุ เคลอ่ื นไหวในท่าน้ันทันที เคลือ่ นไหว
เคลื่อนไหวได้ ๒. ครแู นะนำการปฏิบตั ิกิจกรรมเคลอื่ นไหวเปน็ ผ้นู ำ ๑. แก้วน้ำ
(๑๒) การชัง่ ตวง วัด การตวงโดยใช้ ผู้ตาม โดยใหเ้ ดก็ ทำทา่ ทางอย่างอสิ ระแลว้ ใหเ้ พอ่ื นๆ ๒. กระป๋อง สงั เกต
กจิ กรรมเสรมิ สงิ่ ต่างๆ โดยใช้ เครือ่ งมอื และหนว่ ยที่ ทำท่าตาม ๓. ถ้วย การบอกนำ้ หนกั และ
ประสบการณ์ เคร่ืองมอื และหนว่ ยท่ี ไม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน ๓. เด็กปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามข้อ ๒ ซ้ำโดยผลัดเปลี่ยน ๔. ชาม ปรมิ าตรของสง่ิ ของ
บอกน้ำหนกั และ ไมใ่ ชห่ น่วยมาตรฐาน กนั ออกมาเปน็ ผนู้ ำ ผตู้ าม ๕. ชอ้ น จากการใช้โดยใช้
ปริมาตรของสง่ิ ของ (๓) การสืบเสาะหา ๔. หลังปฏิบตั ิกิจกรรมเสร็จแล้ว เดก็ นอนหงาย ๖. ทราย เครือ่ งมอื และหนว่ ยท่ี
จากการใช้โดยใช้ หายใจเขา้ เหมอื นลูกโปง่ พอง หายใจออกเหมอื น ๗. ข้าวสาร ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
เครื่องมอื และหน่วยท่ี ความรู้เพอ่ื คน้ หา ลูกโปง่ แฟบนบั ๑๐ คร้ัง ๘. น้ำหวาน
ไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐานได้ คำตอบของขอ้ สงสยั
ตา่ งๆ ๑. ครูแนะนำเครอื่ งมอื และหน่วยการตวงท่ไี ม่ใช่
หน่วยมาตรฐาน ที่จะใช้ในการตวงใหเ้ ดก็ รจู้ ัก เช่น
แกว้ น้ำ กระปอ๋ ง ถ้วย ชาม ชอ้ น เปน็ ตน้
๒. ครูสาธติ การตวงสง่ิ ตา่ งๆโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื และ
หนว่ ยการตวงท่ีไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน เชน่ ตวงน้ำใน

ขวดด้วยแก้วพลาสติก แล้วบอกวา่ น้ำท่ีตวงมี
ปรมิ าตรเทา่ กบั ก่ีแกว้ โดยครยู ำ้ กบั เดก็ วา่ ในการตวง
ส่งิ ของเครอื่ งมือและหน่วยการตวงท่ไี มใ่ ช่หนว่ ย
มาตรฐาน ทีจ่ ะนำมาเป็นหนว่ ยตวง ตอ้ งเหมอื นกัน
และมขี นาดเท่ากัน

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ การประเมนิ
พัฒนาการ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ๑. ดินนำ้ มัน
๒. แผ่นรองปน้ั สงั เกต
กจิ กรรมศลิ ปะ (๕) การทำกิจกรรม ๓. แบง่ เด็กออกเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ ๒-๓ คน ใหเ้ ดก็ ๓. กระดาษเอ ๔ ความสนใจมคี วามสขุ
เลอื กตวงสิ่งตา่ งๆในชวี ติ ประจำวนั เชน่ ทราย ๔. สีน้ำ และแสดงออกผา่ น
สรา้ งสรรค์ ศลิ ปะตา่ ง ๆ ขา้ วสาร นำ้ หวาน เปน็ ตน้ โดยใชเ้ ครอ่ื งมือและหนว่ ย งานศลิ ปะ
การตวงท่ไี ม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน เดก็ เลือกส่ิงของท่จี ะ มุมประสบการณ์
สนใจมคี วามสุขและ ใช้เปน็ หนว่ ยตวงเอง เมอื่ ตวงเสรจ็ ครตู รวจสอบความ ในห้องเรยี น สงั เกต
ถกู ต้อง การขออนญุ าตหรอื รอ
แสดงออกผา่ นงาน ๔. เดก็ และครู ชว่ ยกันสรุปว่า การตวงสิ่งต่างๆ เรา คอยเม่ือตอ้ งการสง่ิ ของ
สามารถใชเ้ ครอื่ งมอื และหนว่ ยทไ่ี ม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
ศิลปะได้ ได้

๑. ครูเตรียมอปุ กรณก์ จิ กรรม ๒ กิจกรรม ได้แก่ พบั สี
และการปนั้ ดินน้ำมนั
๒. ครูแนะนำอปุ กรณ์ วธิ ีการปฏบิ ตั ิและข้อตกลงใน
การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
๓. เด็กทา้ กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ทั้ง ๒ กิจกรรม
ตามความสนใจ
๔. เด็กรว่ มกันเก็บอุปกรณแ์ ละนำเสนอผลงาน

กจิ กรรมเลน่ (๒) การเล่นรายบคุ คล ๑. ครูแนะนำกิจกรรมตามมมุ ประสบการณ์
ตามมมุ กลมุ่ ย่อย กลุ่มใหญ่
ขออนญุ าตหรอื รอ (๓) การเล่นตามมมุ ๒. เดก็ เลือกกจิ กรรมตามมมุ ประสบการณ์ตามความ
คอยเมอื่ ตอ้ งการ ประสบการณ์
ส่ิงของได้ สนใจ ซงึ่ ควรจดั ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย ๔ มุม เชน่

- มมุ หนังสือ - มมุ บล็อก

- มุมเกมการศกึ ษา - บทบาทสมมติ

- มมุ เครอื่ งเล่นสัมผัส - มมุ ธรรมชาติศึกษา

๓. เม่อื หมดเวลาเด็กเกบ็ ของเขา้ ทใ่ี หเ้ รียบรอ้ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ พัฒนาการ
๑. ครูแนะนำ้ ข้อตกลงในการเลน่ เลน่ นำ้ เล่นทราย อปุ กรณ์การเล่น
กจิ กรรมกลางแจง้ (๒) การเล่นและ สงั เกต
เลน่ นำ้ และเล่นทราย ทา้ งานร่วมกบั ผอู้ ื่น พรอ้ มท้ังแนะนำวธิ กี ารเลน่ อย่างปลอดภัย น้ำ เลน่ ทราย การเลน่ นำ้ และเลน่
รว่ มกบั เพอ่ื นได้ ทรายร่วมกบั เพ่อื น
๒. เดก็ เลน่ เล่นน้ำเล่นทรายตามความสนใจโดยมีครู

ดูแลอย่างใกลช้ ดิ

๓. เม่ือหมดเวลาเดก็ เกบ็ อปุ กรณเ์ ล่นนำ้ เลน่ ทรายเขา้

แถวทำความสะอาดรา่ งกายกอ่ นเข้าชน้ั เรยี น

เกมการศกึ ษา (๑๓) การจับคกู่ าร การเรยี งลำดบั ๑. ครูแนะนำอุปกรณพ์ รอ้ มท้ังสาธติ วธิ กี ารเลน่ เกม ๑. เกมเรียงลำดบั สงั เกต
เรยี งลำดบั ส่ิงของหรอื เปรยี บเทยี บและการ ปรมิ าตรของสง่ิ เรียงลำดบั ปรมิ าตรของสิง่ ของ ปริมาตรของสงิ่ ของ การเรียงลำดบั สิง่ ของ
เหตุการณ์ อยา่ งนอ้ ย เรียงลำดบั สิ่งต่างๆตาม ตา่ งๆ ไม่เกิน ๓ สิง่ ๒. ครูอธบิ ายและสาธติ วธิ กี ารเลน่ เกมเรียงลำดับ ๒. เกมการศึกษา หรอื เหตุการณอ์ ย่าง
๕ ลำดับได้ ลกั ษณะความยาว/ ปรมิ าตรของสง่ิ ของ ในหน่วยทีผ่ ่านมา น้อย ๕ ลำดับ
ความสงู น้ำหนัก ๓.แบ่งเด็กเปน็ ๕ กลุ่ม ใหเ้ ดก็ ๑ กลุม่ รับเกมที่
ปริมาตร แนะนำใหม่ไปเล่น กลุ่มอ่นื ๆ เล่นเกมการศึกษาชดุ

เดิม
๓. เด็กเลน่ เกมโดยหมนุ เวียนสลบั เปลยี่ นกันในแตล่ ะ
กลุ่มโดยทกุ กลุ่มต้องไดเ้ ล่นเกมเรยี งลำดับปรมิ าตร
ของสง่ิ ของ
๔. เดก็ เกบ็ เกมการศึกษาเขา้ ท่หี ลังเลิกเล่นแลว้

แผนการจดั ประสบการณร์ ายวนั วนั ท่ี 3 หนว่ ยท่ี ๓๕ ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชนั้ อนบุ าลปที ่ี 3

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ พัฒนาการ
๑. กจิ กรรมพื้นฐาน ใหเ้ ด็กเคลอื่ นไหวร่างกายไปท่ัว ๑. เครื่องเคาะ
กจิ กรรมเคลอื่ นไหว (๑) การเคลอื่ นไหว บรเิ วณอยา่ งอสิ ระตามเสยี งดนตรบี รรเลง เมอื่ เพลงหยดุ จังหวะ สงั เกต
และจงั หวะ อยู่กับท่ี ให้หยุดการเคลอื่ นไหวในท่านนั้ ทันที ๒. เพลงรถต๊กุ ๆ ความสนใจ มี
สนใจ มีความสุขและ (๓) การเคลอ่ื นไหว ๒. เด็กรอ้ งเพลงรถตกุ๊ ๆ ทำท่าตามเพลง ความสขุ และแสดง
แสดงทา่ ทาง / ตามเสียงเพลง/ดนตรี ๓. เดก็ ปฏิบัติกจิ กรรมตามข้อ๒ ซำ้ ๑. เครื่องช่งั สองแขน ทา่ ทาง /เคล่อื นไหว
เคล่อื นไหวประกอบ ๔. หลังปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเสรจ็ แลว้ เด็กทำทา่ โยคะ ตน้ ไม้ – ๒. ลกู แก้วขนาด ประกอบจงั หวะ และ
เพลง จงั หวะ และ (๑๗) การคาดเดา การคาดคะเน ยนื ขาเดียวเอาเท้าอีกหนง่ึ ข้างวางบนต้นขาอกี ขา้ ง ยกมือ เดยี วกนั จำนวน ดนตรี
ดนตรไี ด้ หรือการคาดคะเนส่ิง นำหนักของสง่ิ ของ ทั้งสองขนึ้ เหนอื ศีรษะ นบั ๑ - ๑๐ ยนื นง่ิ เพอ่ื เตรยี ม ๑๐๐ ลกู
ท่ีอาจจะเกดิ ข้ึนอย่าง ปฏิบตั กิ ิจกรรมต่อไป ๓. ผลไมจ้ รงิ ๕ ชนิด สงั เกต
กจิ กรรมเสรมิ มเี หตผุ ล ๑. เดก็ และครูรอ้ งเพลงผลไมไ้ ทย การคาดคะเน
ประสบการณ์ ๒. ครูนำผลไม้5 ชนดิ ซง่ึ มีนำ้ หนกั แตกตา่ งกันวางบนโตะ๊ น้ำหนักของส่ิงของ
คาดคะเนนำ้ หนักของ ๓. เดก็ เลือกผลไม้จากกองทว่ี างไว้ ๑ ผล (จากผลไม้ชนดิ
สงิ่ ของได้ ใดก็ได)้ นำมากองไว้ทโี่ ตะ๊ ของตนเอง
๔. ครูสุ่มเลอื กผลไมท้ ีเ่ หลอื จากกองออกมา ๑ ผล
เชน่ เดยี วกันและ ถามเดก็ ว่า “ผลไม้ของเดก็ กับผลไม้ของ
ครขู องใครหนกั กวา่ กนั ” แล้วให้พสิ ูจน์ โดยใชเ้ ครอ่ื งช่ัง
สองแขนเปรยี บเทียบน้ำหนัก ของผลไมเ้ ปรยี บเทยี บกบั
ลูกแก้วนับจำนวนลกู แก้วเปรยี บเทียบกัน
๕. เดก็ ทดลองเอาผลไมช้ นดิ มาลองคาดคะเนนำ้ หนักวา่
เมอ่ื ช่ังเปรยี บเทยี บกบั ลกู แก้วแลว้ จะมีจำนวนลกู แก้ว
เทา่ ไหร่
๖. เด็กและครู ชว่ ยกนั สรปุ วา่ การคาดคะเนน้ำหนักของ
ผลไมส้ ามารถเปรียบเทยี บกบั จำนวนลกู แกว้ ทช่ี งั่ ได้

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ พัฒนาการ
๑. ครูแนะนำกิจกรรมการวาดภาพอสิ ระด้วยสเี ทียน ๑. สีเทียน
กจิ กรรมศลิ ปะ (๕) การหยิบจบั และรอ้ ยหลอดกาแฟ ๒. กระดาษ เอ๔ สงั เกต
สรา้ งสรรค์ การใชก้ รรไกร การฉีก ๒. ครูแนะนำอปุ กรณ์ วธิ ีการปฏิบตั แิ ละขอ้ ตกลงใน ๒. หลอดกาแฟ การร้อยหลอดน้ำดม่ื
รอ้ ยหลอดน้ำดมื่ ขนาด การตัด การปะ และ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม หลากสี ตัดเปน็ ขนาดเล็กกว่า ๐.๒๕
เลก็ กว่า ๐.๒๕ ซม.ได้ การรอ้ ยวสั ดุ ๓. เด็กทำกจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรคท์ ั้ง ๒ กิจกรรม ท่อนขนาด 1 นิ้ว ซม.
ตามความสนใจ ๓. เชือก
๔. เดก็ ร่วมกนั เก็บอุปกรณ์และนำเสนอผลงาน
๕. เด็กรว่ มกนั เก็บอปุ กรณ์ และนำเสนอผลงาน

กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ (๒) การเลน่ รายบคุ คล ๑. ครแู นะนำกิจกรรมตามมมุ ประสบการณ์ มุมประสบการณ์ สงั เกต
ขออนญุ าตหรอื รอคอย กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ ในห้องเรยี น การขออนญุ าตหรอื รอ
เม่อื ตอ้ งการสง่ิ ของใน (๓) การเลน่ ตามมมุ ๒. เด็กเลือกกิจกรรมตามมมุ ประสบการณต์ ามความ คอยเมอ่ื ตอ้ งการสง่ิ ของ
ขณะท่ีเล่นได้ ประสบการณ์
สนใจซง่ึ ควรจดั ไวอ้ ย่างนอ้ ย ๔ มุม เชน่

- มุมหนงั สอื - มุมบลอ็ ก

- มุมเกมการศึกษา - บทบาทสมมติ

- มมุ เคร่อื งเลน่ สมั ผัส - มมุ ธรรมชาตศิ ึกษา

๓. เมื่อหมดเวลาเดก็ เกบ็ ของเข้าท่ใี ห้เรียบรอ้ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ พัฒนาการ
ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ๑. เด็กเตรยี มความพรอ้ มรา่ งกายโดยใหเ้ ด็กกระโดกตบ ๑. เกมเสือไลว่ วั
กจิ กรรมกลางแจง้ สงั เกต
วิง่ หลบหลกี เพอ่ื น (๑) การเคลอ่ื นไหว ๑๐ ครั้ง ก้มแตะเทา้ ๑๐ ครั้ง ฯลฯ ๒. นกหวดี การวิ่งหลบหลกี
ในขณะเล่นเกมได้ โดยควบคมุ ตนเองไป เพอ่ื นในขณะเล่น
ในทศิ ทาง ระดับและ ๒. ครูอธิบายและสาธิตวธิ ีการเลน่ เกมเสอื ไล่ววั ดังน้ี เกม
พ้ืนที่
(๒) การฟงั และปฏิบัติ ๑) เด็กจบั มือเปน็ วงกลม ๑ วง สมมตวิ า่ เปน็ ร้ัวลอ้ มววั
ตามคำแนะนำ
(ขนาดตามความเหมาะสม)

๒) ครขู ออาสาเดก็ ๑ คน เปน็ เสอื แลว้ ขอเดก็ ๒-๓

คนออกมาเป็นแม่ววั แล้วให้แมว่ ัวอยูใ่ นวงกลมทีเ่ ด็กจบั

มอื เด็ก คนทเ่ี ป็นเสอื จะอย่นู อกวง

๓) เมื่อครใู ห้สญั ญาณ เดก็ คนทีเ่ ป็นเสือ จะวิง่ ไล่จับ

เด็กคนท่ีเป็นววั เมอ่ื จับใครไดใ้ หค้ นที่เปน็ ววั จะกลับไปจับ

มือกับเพื่อนๆเปน็ รว้ั ส่วนคนที่เป็นเสอื ตอ้ งว่ิงไลจ่ บั เดก็ คน

ท่ีเปน็ วัวใหห้ มด

๔) เดก็ ผลัดเปลีย่ นกันออกมาเปน็ เสอื เปน็ ววั จนครบ

ทกุ คน

๕. เม่ือหมดเวลาเดก็ เข้าแถวทำความสะอาดร่างกายกอ่ น

เขา้ ช้ันเรยี น

เกมการศกึ ษา (๑๐) การรวมและ การบอกจำนวนท่ี ๑. ครูแนะนำอปุ กรณ์พรอ้ มทั้งสาธติ วธิ กี ารเลน่ เกม ๑. เกมพื้นฐานการ สงั เกต
เลน่ เกมพ้ืนฐานการ การแยกสง่ิ ต่างๆ เหลอื เมอ่ื แยกกลมุ่ พื้นฐานการบวก ๑๒ ถงึ ๒๐ บวก ๑๒ ถงึ ๒๐ การบอกจำนวนท่ี

บวก ๑๒ ถงึ ๒๐ และ ย่อยออกจากกลุ่ม ๒. แบง่ เดก็ เป็น ๕ กลุ่ม ให้เดก็ ๑ กลมุ่ รบั เกมทแ่ี นะนำ ๒. เกมการศกึ ษา เหลอื เมือ่ เล่นเกม
บอกจำนวนทเี่ หลอื ได้ ใหญ่ท่มี จี ำนวนไม่เกนิ ใหม่ไปเล่น กล่มุ อืน่ ๆ เลน่ เกมการศึกษาชุดเดิม ในหน่วยทผ่ี ่านมา พ้ืนฐานการบวก
๒๐ ๓. เด็กเล่นเกมโดยหมุนเวียนสลับเปลยี่ นกนั ในแต่ละกลมุ่ ๑๒ ถึง ๒๐
โดยทกุ กลุ่มตอ้ งไดเ้ ล่นเกมพน้ื ฐานการบวก ๑๒ ถงึ ๒๐
๔. เด็กเกบ็ เกมการศกึ ษาหลังเลกิ เลน่ แลว้

แผนการจดั ประสบการณร์ ายวนั วนั ท่ี 4 หนว่ ยท่ี ๓๕ ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ี่ 3

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้ พฒั นาการ
๑. กิจกรรมพนื้ ฐานใหเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวรา่ งกายไปท่ัวๆ ๑. เครือ่ งเคาะจงั หวะ
กจิ กรรมเคลอ่ื นไหว (๑) การเคลอ่ื นไหว สงั เกต
และจงั หวะ โดยควบคมุ ตนเองไป บริเวณอยา่ งอสิ ระตามเสยี งดนตรีเม่ือได้ยนิ สัญญาณ ๒. ใบไม้ การเคลอื่ นไหว
เคลือ่ นไหวเลียนแบบ ในทศิ ทาง ระดับและ เลียนแบบท่าทางสิ่งของ
ทา่ ทางส่งิ ของตาม พื้นที่ หยดุ ให้หยดุ เคลอื่ นไหวในท่านัน้ ทันที ๓. นกหวีด ตามจินตนาการ
จนิ ตนาการได้
๒. เดก็ คดิ ถงึ วตั ถทุ ปี่ ลิวได้เมอ่ื มลี มพดั เชน่ ขนนก
กจิ กรรมเสรมิ
ประสบการณ์ ใบไม้กระดาษ ฯลฯ เด็กสมมติตัวเองเป็นวัตถนุ ั้นแลว้
เลา่ เร่อื งจากการ
ทดลองเปน็ เรอื่ งราว เคลอื่ นไหวร่างกาย
ตอ่ เนอ่ื งได้
๓. ครูแนะนำการปฏิบัติกจิ กรรมเคลอื่ นไหวรา่ งกาย

เลียนแบบท่าทางส่งิ ของตามจนิ ตนาการ

๔. ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามขอ้ ๓. ซ้ำอกี

๕. หลงั ปฏิบัตกิ ิจกรรมเสรจ็ แลว้ เดก็ พกั ผอ่ นอริ ิยาบถ

เพื่อเตรียมปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตอ่ ไป

๙.๑.๒ เล่าเปน็ น้ำหนักของสง่ิ ของ ๑. ครนู ำผกั และผลไม้ หลายชนดิ วางบนโตะ๊ เตมิ น้ำ ๑. ผกั สงั เกต
เรื่องราวตอ่ เน่ืองได้ ทใ่ี ส่ในนำ้ มี การเล่าเรอื่ งจากการ
ความสมั พนั ธ์กบั ในแกว้ นำ้ ใหเ้ ต็มปริม่ แล้ววางไว้ในชาม ๒. ผลไม้ ทดลองเป็นเรอ่ื งราว
ปรมิ าตรนำ้ ท่ีลน้ ตอ่ เนอ่ื ง
ออกมา ๒. เด็กและครชู ว่ ยกันสำรวจก่อนวา่ ผักและผลไม้ ๓. แกว้ นำ้

อะไรท่ีลอยน้ำไดแ้ ละไมล่ อยนำ้ ๔. ภาชนะรองแกว้

๓. เดก็ นำผกั หรอื ผลไม้ใสล่ งในนำ้ ทีละอยา่ ง สงั เกตดู ๕. เครื่องชง่ั นำ้ หนกั

วา่ ผกั หรอื ผลไมจ้ มน้ำจะทำให้มีน้ำลน้ ออกมา นำน้ำ

ผกั หรอื ผลไม้และนำ้ ท่ีล้นออกมา นำมาช่งั น้ำหนกั

เปรียบเทียบกัน

๔. ก่อนท่ีจะใสผ่ กั หรอื ผลไมช้ น้ิ ใหม่ ใหห้ มั่นเตมิ นำ้ จน

เต็มปริ่มแกว้ อยเู่ สมอ

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ พฒั นาการ
๕. เด็กและครู ช่วยกันสรุป ผักและผลไม้หลายชนิด
กจิ กรรมศลิ ปะ ชว่ ยเหลอื และ ทำให้น้ำล้นแตกต่างกัน อย่ทู ่ีว่าจมในน้ำได้ลึกแค่ไหน สงั เกต
สรา้ งสรรค์ แบง่ ปันผู้อื่นไดด้ ว้ ย นำ้ ท่ลี ้นออกมามีนำ้ หนักโดยประมาณเท่าๆกบั ผลไม้ที่ การช่วยเหลอื และ
ช่วยเหลอื และแบง่ ปนั ตนเอง ลอยนำ้ ได้ แบ่งปันอปุ กรณใ์ นการ
อุปกรณ์ในการทำ ทำกิจกรรม
กจิ กรรมได้ ๑. ครูเตรยี มอุปกรณ์กิจกรรม ๒ กิจกรรม ได้แก่ การ
กล้ิงสดี ว้ ยวัสดุทม่ี ีน้ำหนกั ต่างกนั และการวาดภาพ สงั เกต
ด้วยสนี ้ำ การขออนญุ าตหรอื รอ
๒. ครูแนะนำอปุ กรณ์ วธิ กี ารปฏิบัตแิ ละข้อตกลงใน คอยเมอ่ื ตอ้ งการสงิ่ ของ
การปฏบิ ัติกิจกรรม ในขณะที่เล่น
๓. เด็กทำกิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรคท์ ั้ง ๒ กจิ กรรม
ตามความสนใจ
๔. เดก็ รว่ มกันเก็บอุปกรณ์และนำเสนอผลงาน

กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ (๒) การเลน่ รายบุคคล ๑. ครแู นะนำกิจกรรมตามมุมประสบการณ์ มมุ ประสบการณ์
ขออนญุ าตหรอื รอคอย กลมุ่ ยอ่ ย กลมุ่ ใหญ่ ในห้องเรียน
เม่อื ต้องการสิ่งของใน (๓) การเลน่ ตามมมุ ๒. เดก็ เลือกกิจกรรมตามมุมประสบการณ์ตามความ
ขณะท่ีเล่นได้ ประสบการณ์
สนใจซึ่งควรจดั ไวอ้ ย่างนอ้ ย ๔ มุม เชน่

- มุมหนงั สอื - มมุ บล็อก

- มุมเกมการศึกษา - บทบาทสมมติ

- มมุ เคร่อื งเล่นสัมผัส - มุมธรรมชาตศิ ึกษา

๓. เมอ่ื หมดเวลาเดก็ เก็บของเข้าทใ่ี ห้เรยี บรอ้ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ พฒั นาการ
๑. ครแู นะนำขอ้ ตกลงในการเลน่ เครอื่ งเลน่ สนามแต่ เครื่องเลน่ สนาม
กจิ กรรมกลางแจง้ (๓) การเลน่ เครอ่ื ง ละชนิดพรอ้ มทั้งแนะนำวิธีการเล่นอยา่ งปลอดภยั สงั เกต
เลน่ เครอ่ื งเลน่ สนาม เล่นอย่างปลอดภัย ๒. เดก็ เลน่ เครือ่ งเล่นสนามโดยมคี รูดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ การเลน่ เคร่ืองเล่นสนาม
อยา่ งถกู วธิ แี ละปฏิบตั ิ ๓. เม่ือหมดเวลาเด็กเขา้ แถวทำความสะอาดร่างกาย อย่างถกู วธิ แี ละปฏบิ ตั ิ
ต่อผู้อ่นื อย่างปลอดภยั ก่อนเข้าชั้นเรียน ตอ่ ผู้อ่ืนอย่างปลอดภยั
ได้

เกมการศกึ ษา (๑๓) การจบั คู่ การ ๑. ครูแนะนำอุปกรณพ์ รอ้ มท้ังสาธติ วธิ ีการเลน่ เกม ๑. เกมจับคู่ภาพ สงั เกต
จับคู่และเปรยี บเทียบ เปรยี บเทียบ และ จบั คู่ภาพสง่ิ ของทีม่ ีน้ำหนกั เทา่ กัน สิง่ ของทม่ี ีนำ้ หนกั การจบั คูแ่ ละ
ความแตกตา่ งและ การเรียงลำดบั สิ่ง ๒. แบ่งเด็กเปน็ ๕ กลุ่ม ให้เดก็ ๑ กลุ่มรบั เกมท่ี เท่ากัน เปรยี บเทียบความ
ความเหมอื นของสิง่ ต่างๆ ตามลักษณะ แนะนำใหม่ไปเลน่ กลมุ่ อื่นๆ เลน่ เกมการศึกษา ๒. เกมการศกึ ษาใน แตกตา่ งและความ
ต่างๆ ตามนำ้ หนกั ได้ ความยาว/ความสงู ชุดเดิม หนว่ ยที่ผา่ นมา เหมอื นของส่งิ ต่างๆ
น้ำหนัก ปริมาตร ๓. เดก็ เลน่ เกมโดยหมนุ เวียนสลับเปลยี่ นกันในแต่ละ ตามน้ำหนกั
กล่มุ โดยทกุ กลมุ่ ตอ้ งไดเ้ ลน่ เกมจบั ค่ภู าพสง่ิ ของท่ีมี
นำ้ หนกั เทา่ กัน

๔. เด็กเกบ็ เกมการศึกษาเข้าท่ีหลงั เลกิ เล่นแลว้

แผนการจดั ประสบการณร์ ายวนั วนั ที่ 5 หนว่ ยที่ ๓๕ ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ี่ 3

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ พฒั นาการ
๑. เครือ่ งชงั่
กจิ กรรมเคลอ่ื นไหว (๒) การฟังและ ๑. กิจกรรมพน้ื ฐานใหเ้ ด็กเคลอื่ นไหวร่างกายไปท่วั ๆ สองแขนอยา่ ง สงั เกต
บรเิ วณอยา่ งอสิ ระตามจังหวะเม่อื ได้ยนิ สญั ญาณหยุดให้ ง่าย การเคลื่อนไหวร่างกาย
และจงั หวะ ปฏบิ ตั ิตามคำแนะนำ หยุดเคล่ือนไหวในท่านน้ั ทันที ๒. บล็อกไม้ ตามคำบรรยาย
๒. ครูแนะนำการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเคลอ่ื นไหวรา่ งกายตาม ๓. ลกู แกว้
เคลอ่ื นไหวรา่ งกายตาม คำบรรยาย ๔. ฝาขวด สงั เกต
๓. เด็กเคล่อื นไหวร่างกายตามคำบรรยาย ดังน้ี ๕. จกุ กอ๊ กไม้ การบอกนำ้ หนักของ
คำบรรยายได้ ๖. ส่งิ ของใน สิง่ ของจากการใช้โดยใช้
“เดก็ เดนิ ทางไปตลาดกับคุณแม่ คุณแม่ซอ้ื ส้ม ๕ ผล ซ้ือ หอ้ งเรยี น เคร่ืองมอื และหนว่ ยท่ี
มะมว่ ง ๕ ผล และซ้ือแตงโม ๑ ลกู เด็กๆ เหน็ คณุ แม่ห้วิ ไมใ่ ช่หน่วยมาตรฐาน
ของหนกั เลยอยากชว่ ยคณุ แมห่ ้ิวของ คณุ แม่เลยให้เดก็ ๆ
ห้วิ ถุงสม้ และขอบใจในความมีน้ำใจของเดก็ ๆ”
๔. เดก็ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามขอ้ ๓ ซำ้
๕. หลังปฏบิ ัติกจิ กรรมเสร็จแลว้ เดก็ นอนพกั ผ่อน เพอ่ื

เตรยี มปฏบิ ัติกจิ กรรมตอ่ ไป

กจิ กรรมเสรมิ (๑๒) การช่ัง ตวง วัด การชั่งสงิ่ ของตา่ งๆ ๑. ครแู นะนำเครอ่ื งชงั่ สองแขนอย่างงา่ ยให้เด็กรจู้ กั และ
โดยใชเ้ ครอื่ งมือ หนว่ ยนำ้ หนักท่ีไม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน เช่น บล็อกไม้
ประสบการณ์ ส่งิ ต่างๆ โดยใช้ และหนว่ ยทไ่ี มใ่ ช่
หน่วยมาตรฐาน ลกู แกว้ ฝาขวด จุกก๊อกไม้ ฯลฯ
บอกนำ้ หนกั ของสงิ่ ของ เครือ่ งมอื และหน่วยท่ี ๒. ครสู าธิตการช่งั น้ำหนักโดยใช้เครอื่ งชงั่ สองแขนอย่าง
งา่ ย เชน่ ชง่ั นำ้ หนกั บลอ็ กไม้โดยใช้ฝาขวดเปน็ หนว่ ย ครู
จากการใชโ้ ดยใช้ ไมใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน ยำ้ กับเด็กว่า ในการช่ังน้ำหนกั ท่ีไม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน
ส่งิ ของทจี่ ะน้ามาเปน็ หนว่ ยนำ้ หนกั ต้องเหมอื นกนั และ
เครื่องมอื และหน่วยที่ (๓) การสบื เสาะหา หนักเท่ากนั

ไม่ใช้หน่วยมาตรฐานได้ ความรู้เพอ่ื คน้ หา

คำตอบของขอ้ สงสัย

ต่างๆ

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ พัฒนาการ

กจิ กรรมศลิ ปะ ๓. แบ่งเด็กออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ ๒-๓ คน ให้เด็กเลอื ก สงั เกต
สรา้ งสรรค์ ชง่ั นำ้ หนกั สิ่งของในหอ้ งเรยี นโดยใช้เครอื่ งชงั่ สองแขน ความสนใจมีความสขุ
สนใจมีความสขุ และ อยา่ งง่าย และเลอื กสง่ิ ของทจี่ ะใชเ้ ป็นหนว่ ยนำ้ หนักเอง และแสดงออกผา่ นงาน
แสดงออกผา่ นงาน ๔. เดก็ และครู ชว่ ยกนั สรปุ วา่ การชง่ั น้ำหนัก เรา ศลิ ปะ
ศิลปะได้ สามารถใชเ้ ครือ่ งมอื และหนว่ ยทไ่ี ม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐานได้
สงั เกต
(๕) การทำกจิ กรรม ๑. ครูเตรยี มอุปกรณก์ ิจกรรม ๒ กิจกรรม ไดแ้ ก่ การ การขออนญุ าตหรอื รอ
ศิลปะต่าง วาดภาพดว้ ยสนี ำ้ และการฉีก ตัด ปะ ภาพอยา่ งอสิ ระ คอยเม่ือตอ้ งการสงิ่ ของ
๒. ครูแนะนำอปุ กรณ์ วธิ ีการปฏบิ ัติและข้อตกลงในการ
ปฏิบตั กิ จิ กรรม

๕. เด็กรว่ มกนั เก็บอปุ กรณ์และนำเสนอผลงาน

กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ (๒) การเล่นรายบุคคล ๑. ครูแนะนำกิจกรรมตามมมุ ประสบการณ์ มมุ ประสบการณ์
ขออนญุ าตหรอื รอคอย กลุ่มยอ่ ย กล่มุ ใหญ่ ในหอ้ งเรยี น
เมื่อต้องการสงิ่ ของได้ (๓) การเล่นตามมุม ๒. เด็กเลอื กกจิ กรรมตามมุมประสบการณ์ตามความ
ประสบการณ์
สนใจซึง่ ควรจัดไวอ้ ยา่ งนอ้ ย ๔ มุม เช่น

- มุมหนงั สอื - มุมบลอ็ ก

- มุมเกมการศกึ ษา - บทบาทสมมติ

- มมุ เครือ่ งเล่นสมั ผสั - มุมธรรมชาตศิ กึ ษา

๓. เมอ่ื หมดเวลาเด็กเกบ็ ของเข้าที่ให้เรียบรอ้ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอื่ การประเมนิ
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้ พัฒนาการ
๑. ครูแนะนำข้อตกลงในการเล่นเลน่ นำ้ เลน่ ทราย อปุ กรณก์ ารเล่น
กจิ กรรมกลางแจง้ (๒) การเล่นและ สงั เกต
เล่นน้ำและเลน่ ทราย ทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ พร้อมท้ังแนะนำวธิ ีการเลน่ อยา่ งปลอดภัย น้ำเลน่ ทราย การเล่นนำ้ และเลน่
รว่ มกบั เพอ่ื นได้ ทรายร่วมกับเพ่ือน
๒. เด็กเลน่ เลน่ น้ำเล่นทรายตามความสนใจโดยมีครู

ดแู ลอย่างใกลช้ ดิ

๓. เม่ือหมดเวลาเด็กเกบ็ อุปกรณเ์ ลน่ น้ำ เลน่ ทรายเข้า

แถว ทำความสะอาดร่างกายกอ่ นเขา้ ช้ันเรียน

เกมการศกึ ษา (๑๓) การจับคู่ การ ๑.การเรียงลำดับ ๑. ครูแนะนำอุปกรณพ์ รอ้ มทั้งสาธิตวิธกี ารเลน่ เกม ๑. เกมเรยี งลำดบั สงั เกต
เรยี งลำดับภาพส่งิ ของท่มี ีน้ำหนกั นอ้ ยไปหามาก ภาพสิ่งของทมี่ ี การเรียงลำดบั สง่ิ ของ
เรียงลำดบั ส่ิงของหรอื เปรยี บเทียบ และ ภาพส่งิ ของที่มี ๒. แบ่งเด็กเปน็ ๕ กลุ่ม ให้เดก็ ๑ กลุ่มรับเกมท่ี นำ้ หนักน้อยไป หรอื เหตกุ ารณอ์ ย่างนอ้ ย
๕ ลำดับ
เหตกุ ารณอ์ ยา่ งนอ้ ย ๕ การเรยี งลำดับสิ่งต่างๆ น้ำหนกั น้อยไปหา แนะนำใหมไ่ ปเลน่ กล่มุ อืน่ ๆ เลน่ เกมการศึกษาชดุ หามาก
เดมิ ๒. เกมการศึกษาใน
ลา้ ดับได้ ตามลกั ษณะความยาว/ มาก ๓. เดก็ เล่นเกมโดยหมุนเวยี นสลบั เปลยี่ นกันในแต่ละ หนว่ ยทีผ่ า่ นมา
กลุ่มโดยทุกกลุ่มต้องไดเ้ ลน่ เกมเรยี งลา้ ดบั ภาพสงิ่ ของ
ความสูง นำ้ หนกั ที่มนี ้ำหนักน้อยไปหามาก
๔. เด็กเกบ็ เกมการศกึ ษาเข้าทหี่ ลังเลิกเล่นแลว้
ปรมิ าตร

1 เลขที่ ช่อื – สกุล
2
3 1. การเลน่ เครอื่ งเล่นสนามอย่างถกู วิธแี ละ ดา้ นรา่ งกาย แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเดก็ หนว่ ยการจดั ประสบการณท์ ่ี ๓๕ ปรมิ าตร นำ้ หนกั ชน้ั อนบุ าลปที ่ี 3
4 ปฏบิ ตั ิต่อผอู้ ื่นอย่างปลอดภัย
5 ดา้ นอารมณ์ และจติ ใจ ประเมนิ พฒั นาการ
6 2. การกระโดข้ามเชอื กยาง
7 ดา้ นสงั คม
8 3. การรอ้ ยหลอดน้ำด่ืมขนาดเล็กกว่า๐.๒๕ ซม.
9
10 4. การสนใจมีความสขุ และแสดงออกผา่ นงาน
ศิลปะ
คำอธบิ าย ครูสงั เกตพฤตกิ รรมเดก็ รายบุคคล จดบันทึกสรปุ เปน็ รายสปั ดาหร์ ะบุระดับคุณภาพเป็น ๓ ระดบั คอื 5. ความสนใจ มคี วามสุขและแสดงท่าทาง /
ระดบั ๓ ดี ระดบั ๒ ปานกลาง ระดบั ๑ ควรสง่ เสรมิ เคล่ือนไหวประกอบ

6. การขออนุญาตหรือรอคอยเมือ่ ตอ้ งการ ดา้ นสตปิ ญั ญา
สิ่งของในขณะทเ่ี ล่น

7. การช่วยเหลือและแบ่งปันอุปกรณ์ในการทำ
กจิ กรรม

8. การเล่นนำ้ และเล่นทรายร่วมกบั เพอ่ื น

9. การปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้นำผู้ตามในกิจกรรมการ
เคลื่อนไหว

10. การเลา่ เรื่องจากการทดลองเป็นเรอ่ื งราว
ต่อเน่อื ง

11. การบอกลักษณะการเปล่ยี นแปลงของสิ่ง
ต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสามสมั ผัส

12. การเรียงลำดบั ส่ิงของหรอื เหตุการณ์อย่าง
น้อย 5 ลำดับ
13. การคาดคะเนน้ำหนักของส่งิ ของ

14. การบอกน้ำหนกั ของสิ่งของจากการใช้โดย
ใช้เครื่องมือและหน่วยท่ไี ม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน

หมาย
เหตุ


Click to View FlipBook Version