42
ตารางที่ 3.1 แสดงระยะเวลาในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล (ตอ่ )
สปั ดาห์ เคร่อื งมือวิจัย วนั /เดือน/ปี กจิ กรรมการเรียนรู้
3 วันท่ี 12 กจิ กรรมที่ 21 24 ธ.ค. 2564 1. ดาเนินการจดั กิจกรรมที่ 21
(ตอ่ ) “วงลอ้ ฝกึ อ่าน สระอัวะ” “วงลอ้ ฝึกอา่ น สระอวั ะ”
(หน่วย วันขน้ึ ปีใหม่) 27 ธ.ค. 2564 2. ดาเนินการสงั เกตพฤติกรรมของเดก็
4
วนั ที่ 13 กิจกรรมที่ 22 28 ธ.ค. 2564 1. ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมท่ี 22
“ไมบ้ รรทัดฝึกอ่าน สระเอยี ะ” “ไมบ้ รรทัดฝกึ อ่าน สระเอยี ะ”
(หน่วย วนั ขนึ้ ปีใหม่) 2. ดาเนนิ การสังเกตพฤติกรรมของเดก็
วนั ท่ี 14 กิจกรรมท่ี 23 1. ดาเนนิ การจดั กิจกรรมที่ 23
“ปอ๊ ปอพั ฝึกอา่ น สระเอือะ” “ป๊อปอัพฝึกอ่าน สระเอือะ” และ
และ กจิ กรรมที่ 24 “จิก๊ ซอว์ กจิ กรรมที่ 24 “จ๊กิ ซอว์ฝึกอ่าน
ฝกึ อ่าน สระเออะ” สระเออะ”
(หน่วย วนั ขน้ึ ปใี หม่) 2. ดาเนินการสังเกตพฤติกรรมของเดก็
วนั ท่ี 15 กิจกรรมที่ 25 30 ธ.ค. 2564 1. ดาเนนิ การจดั กิจกรรมที่ 25
“วงลอ้ ฝกึ อ่าน สระอา” และ “วงลอ้ ฝกึ อ่าน สระอา” และกิจกรรม
กจิ กรรมที่ 26 “ไมบ้ รรทดั ท่ี 26 “ไม้บรรทดั ฝกึ อา่ น สระไอ”
ฝกึ อ่าน สระไอ” 2. ดาเนนิ การสังเกตพฤติกรรมของเด็ก
(หนว่ ย สนกุ กับตัวเลข)
วันท่ี 16 กจิ กรรมท่ี 27 31 ธ.ค. 2564 1. ดาเนินการจัดกจิ กรรมที่ 27
“ปอ๊ บอัพฝึกอ่าน สระใอ” “ปอ๊ บอัพฝึกอ่าน สระใอ” และกจิ กรรม
และ กิจกรรมท่ี 28 ท่ี 28 “จ๊กิ ซอวฝ์ ึกอ่าน สระเอา”
“จิ๊กซอวฝ์ กึ อา่ น สระเอา” 2. ดาเนินการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก
(หน่วย สนกุ กบั ตัวเลข)
1. แบบประเมินเพ่อื วัดการ 4 ม.ค. 2564 1. ชีแ้ จงแนวการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เรยี นรู้หลงั การพฒั นาทักษะ ให้เด็กไดร้ บั ทราบ
การอ่านสะกดคา โดยใช้ชดุ สอ่ื 2. ดาเนินการประเมนิ เพ่ือวดั การเรียนรู้
การฝกึ อ่าน (Pre-test) หลังการพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา
โดยใช้ชดุ ส่อื การฝึกอา่ น (Posttest) แลว้
บันทกึ ผลการทดสอบหลงั การจัดกิจกรรม
ไว้
8. วิเคราะห์และอภิปรายผลการวิจัย เร่ือง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อ
การฝกึ อา่ น
9. ทารปู เลม่ วจิ ยั เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใชช้ ุดสอ่ื การฝึกอ่าน
10. ปรบั ปรุงผลการวิจยั ในชน้ั เรยี นตามขอ้ เสนอแนะและเขา้ รูปเล่มเปน็ ฉบบั สมบรู ณ์
43
7.การวิเคราะห์ข้อมลู และสถติ ทิ ่ใี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล
7.1 คา่ สถติ ิพืน้ ฐานทใี่ ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
ค่าสถิตพิ ้นื ฐานที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมลู มีรายละเอียดดังน้ี
1. ค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากร โดยใช้สูตรการคานวณ ของ วันทนา สุวรรณอัตถ์
(2548)
สูตร = ∑
เมือ่ µ แทน ค่าเฉลีย่ ของประชากร
∑ แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมดในกล่มุ
แทน จานวนนักเรียนกลมุ่ ประชากร
2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร ( ) โดยใช้สูตรการคานวณ ของ วันทนา สุวรรณ
อตั ถ์ (2548)
สตู ร = √∑( − )2
เม่อื แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร
แทน จานวนนักเรยี นกลุม่ ประชากร
แทน คะแนนของนกั เรยี นแตล่ ะคน
แทน คา่ เฉลีย่ ของประชากร
3. ค่าร้อยละ (Percentage) ใชส้ ูตร P ของบญุ ชม ศรสี ะอาด (2545)
สตู ร = × 100
เมื่อ แทน รอ้ ยละ
แทน ความถ่ีทตี่ ้องการแปลงให้เป็นรอ้ ยละ
แทน จานวนความถท่ี ้ังหมด
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
การวิจัยในชั้นเรียนเร่ือง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อการฝึกอ่าน ของ
นักเรียนช้ันอนุบาลปีท่ี 3/3 โรงเรียนวัดเวฬุวัน ในคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์ เพ่ือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน
สะกดคา กอ่ นและหลัง การใช้ชดุ สอ่ื การฝึกอา่ น ผ้วู ิจยั ไดน้ าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดงั นี้
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า หลังการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อการ
ฝกึ อา่ น ของนกั เรียนช้ันอนุบาลปีท่ี 3/3 โรงเรียนวดั เวฬุวัน มีผลพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา สูงข้ึน
กว่าก่อนการใช้ชุดส่ือการฝึกอ่านจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา รายละเอียดแสดงใน
ตารางที่ 4.1 แผนภมู ทิ ่ี 4.1 ดงั นี้
ตารางที่ 4.1 ตารางแสดงผลคะแนนก่อนและหลังการพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใช้
ชุดสอื่ การฝึกอ่าน (Pre-test - Posttest) ของนกั เรียนชัน้ อนุบาลปีท่ี 3/3 โรงเรยี นวัดเวฬุวัน
คะแนนเต็ม หลงั การพัฒนาทกั ษะ ก่อนการพฒั นาทกั ษะ ความ รอ้ ยละ
การอา่ นสะกดคา โดย การอา่ นสะกดคา โดย แตกตา่ ง ความกา้ วหน้า
ใชช้ ุดสื่อการฝึกอา่ น ใชช้ ดุ สอ่ื การฝกึ อา่ น ( )
38.54
(Posttest) (Pre-test) 10.79
28 22.38 4.73 11.58 3.40
จากตารางที่ 4.1 แสดงคะแนนผลหลังการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อ
การฝกึ อ่าน (Posttest) มีค่าเฉล่ียประชากร (μ) เท่ากบั 22.38 จากคะแนนเต็ม 28 ค่าส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานของประชากร ( ) เท่ากับ 4.73 และคะแนนผลก่อนการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา
โดยใช้ชุดสื่อการฝึกอ่าน (Pre–test) มีค่าเฉลี่ยประชากร (μ) เท่ากับ 11.58 จากคะแนนเต็ม 28
ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร ( ) เท่ากับ 3.40 ซึ่งมีพัฒนาการโดยคิดค่าร้อยละ
ความก้าวหน้า เป็นคะแนนรวมร้อยละ 38.54 นับว่านักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 โรงเรียนวัดเวฬุวัน
มีพัฒนาการทส่ี งู ข้ึนทุกคน
45
เพ่อื ใหเ้ ห็นภาพผลการพฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั อยา่ งชัดเจน ผวู้ จิ ัยจงึ นาเสนอ การวิเคราะห์
ข้อมูลกอ่ นจัดกจิ กรรม (Pre-test) กับหลงั จัดกจิ กรรม (Posttest) มาเปรยี บเทียบให้เห็นเปน็ แผนภมู ิ
ที่ 4.1 ดงั น้ี
25
20
15
10
5
0 หลงั การพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใชช้ ดุ ส่อื การฝึกอ่าน
กอ่ นการพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใชช้ ดุ สอ่ื การฝึกอ่าน
แผนภูมิที่ 4.1 แสดงค่าเฉลี่ยประชากร (μ) ของคะแนนการเรียนรู้ก่อนและหลังผลการ
พัฒนาทกั ษะการอา่ นสะกดคา โดยใช้ชุดส่อื การฝึกอ่าน (Pre–test - Posttest) จะเห็นไดว้ า่ กราฟของ
นกั เรียนชั้นอนุบาลปีท่ี 3/3 โรงเรียนวัดเวฬุวัน มีค่าสูงขึ้นกวา่ ก่อนการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา
โดยใช้ชุดสอื่ การฝึกอ่าน
บทที่ 5
สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
การวิจัยในช้ันเรียนเร่ือง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดส่ือการฝึกอ่าน ของ
นักเรียนช้ันอนุบาลปีท่ี 3/3 โรงเรียนวัดเวฬุวัน ในคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพ่ือพัฒนาทักษะ
การอ่านสะกดคา ก่อนและหลัง การใช้ชุดส่ือการฝึกอ่าน ผู้วิจัยได้สรุปผล อภิปรายผลและให้
ข้อเสนอแนะการวิจยั ไว้ดังน้ี
1. สรปุ ผลการวจิ ยั
สรุปผลการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดส่ือการฝึกอ่าน ของนักเรียนชั้นอนุบาล
ปีท่ี 3/3 โรงเรียนวดั เวฬวุ ัน พบวา่ ผลกอ่ นการพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อการฝึกอ่าน
(Pre–test) มีค่าเฉล่ียประชากร (μ) เท่ากับ 11.58 และคะแนนผลหลังการพัฒนาทักษะการอ่าน
สะกดคา โดยใช้ชุดส่ือการฝึกอ่าน (Posttest) มีคา่ เฉลย่ี ประชากร (μ) เท่ากับ 22.38 ซ่ึงมพี ัฒนาการ
ท่ีสูงข้ึนทกุ คน
2. อภปิ รายผล
จากผลการวจิ ัย สามารถอภิปรายผลได้ดังน้ี
ผลการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อการฝึกอ่าน พบว่า หลัง
การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อการฝึกอ่าน เด็กปฐมวัยมีทักษะการอ่านสะกดคา
สูงข้ึนกว่าก่อนการจัดกิจกรรม เนื่องจากผู้วิจัยได้สร้างนวัตกรรมที่มีรูปแบบหลากหลาย จัดไว้เป็นชุด
สามารถเรียนรไู้ ดท้ ั้งรูปแบบรายคนและรูปแบบกลุ่ม ซ่งึ สอดคล้องกับ บญุ ชม ศรสี ะอาด (2541) กลา่ ว
ว่า สื่อการเรียนหลายอย่างประกอบกันจัดเข้าไว้ด้วยกันเป็นชุด (Package) เรียกว่าสื่อประสม (Multi
Media) เพื่อมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ มีช่ือเรียกหลายอย่าง เช่น Learning
Package, Intruction Package หรือ Intructional Kits นอกจากใช้สาหรับผู้เรียนเรียนเป็ น
รายบคุ คลแล้ว ยงั ใชป้ ระกอบการสอนแบบอื่น เช่น ประกอบการบรรยาย ใช้สาหรับการเรียนเปน็ กลุ่ม
ย่อย การใช้ชุดการสอนสาหรับการเรียนเป็นกลุ่มย่อยจะจัดในรูปแบบศูนย์การเรียนรู้ (Learning
Center) ในห้องเรียนจะจัดออกเป็นศูนย์หลายศูนย์ แต่ละศูนย์อาจมีชุดการสอนย่อยประจาศูนย์
นั้น ๆ เพ่ือให้ผู้เรียนหมุนเวียนกันเรียนเป็นกลุ่ม นอกจากน้ี ประทีป ยอดเกตุ (2550) ได้กล่าวว่า
สื่อการเรียนหลายอย่างท่ีมาประกอบเข้าด้วยกัน มีความสัมพันธ์กัน และมีคุณค่าเสริมซ่ึงกันและกัน
อย่างมีระบบ ส่ือการสอนอย่างหนึ่งอาจสอนเพ่ือเร้าความสนใจ ในขณะที่ส่ืออีกอย่างหน่ึงเพ่ืออธิบาย
ข้อเท็จจรงิ ทกุ อยา่ งจะตอ้ งสอดคลอ้ งกับเนอื้ หาและจุดประสงค์ ซึง่ จัดไว้ดว้ ยกันอย่างเปน็ ชุด
47
เป็นถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนได้ดาเนินไปอย่างมีคุณภาพ ซ่ึงสอดคล้องกับอภิญญา
เคนบุปผา (2546) กล่าวว่า ชุดกิจกรรมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสอนของครู และส่งเสริมการ
เรียนของนักเรียนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาและ
ปฏิบัติกิจกรรมจากชุดกิจกรรมด้วยตนเอง ซ่ึงเป็นการเรียนโดยยึดผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะมีส่วน
ร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ทาให้นักเรียนไม่เบื่อหน่าย
ที่จะเรียน แต่มีความกระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาคาตอบด้วยตัวเอง ทาให้นักเรียนมีโอกาสในการฝึก
ทักษะปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ได้ด้วย นอกจากน้ี คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
(2560: 8-9) ได้ระบุไว้ว่า ผู้สอนสามารถนาส่ือเทคโนโลยี และการจัดสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อ
การเรียนรู้มาสนับสนุน และเสริมสร้างการเรียนรู้ ของเด็กปฐมวัยได้โดยสื่อเป็นตัวกลางและเครื่องมือ
เพ่ือให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ท่ีวางไว้ สื่อสาหรับเด็กปฐมวัยน้ันสามารถเป็นบุคคล วัสดุ
อุปกรณ์ ของเล่น ตลอดจนเทคนคิ วธิ กี าร ที่กาหนดไวไ้ ด้อย่างงา่ ยและรวดเรว็ ทาให้ส่งิ ทีเ่ ปน็ นามธรรม
เข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรม เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัย
ต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ ความชอบ และ
ความต้องการของเด็กท่ีหลากหลาย ควรมีส่ือท่ีเป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อท่ีอยูใกล้ตัวเด็ก สื่อ
สะทอ้ นวัฒนธรรม สื่อภูมิปญั ญาท้องถิ่น และสื่อเพ่ือพัฒนาเดก็ ในด้านต่าง ๆ ให้ครบทุกดา้ น ท้ังน้ี สื่อ
ต้องเอ้ือให้เด็กเรยี นรผู้ ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า และส่งเสรมิ การลงมือปฏิบัติจรงิ ของเด็ก โดยการจดั สื่อ
สาหรับเด็กปฐมวัยต้องเริ่มต้นจากส่ือของจริงของจาลอง (3 มิต)ิ ภาพถ่าย ภาพโครงร่าง (2 มิติ) และ
สัญลักษณ์จากรูปธรรมไปสู่นามธรรมตามลาดับ ในการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดสื่อ
การฝึกอ่าน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 มีค่าคะแนนหลังการจัดกิจกรรมที่สูงข้ึนกว่าก่อนการจัด
กจิ กรรม ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั นฤนาถ ลาพงษ์เหนือ (2537) ได้ศึกษาเรื่องการสรา้ งชดุ การสอนเพือ่ พัฒนา
ความพร้อมทางด้านการอ่านภาษาไทยสาหรับเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อสร้างชุดการสอนข้ึนมาใช้ในการ
พัฒนาความพร้อมทางด้านการอ่านภาษาไทย สาหรับเด็กก่อนวัยเรียนและเพื่อหาคุณภาพของชุด
การสอนโดยครอบคลุมองค์ประกอบของความพร้อมในการอ่านอยู่ 3 ด้าน คือ การจาแนกความต่าง
ของภาพ การจาแนกความต่างของเสียง การจาแนกความต่างของตัวอักษร ผลปรากฏว่า มีผู้เรียน
จานวนร้อยละ 80 สามารถทาแบบประเมินความพรอ้ มทางดา้ นการอ่านภาษาไทย ได้คะแนนเฉลยี่ ไม่
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
48
3. ข้อเสนอแนะในการทาการวจิ ัยในครง้ั นี้
ข้อเสนอแนะในการนาผลการวิจัยไปใชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
3.1 ผ้สู นใจนานวัตกรรมไปใช้ ก่อนการจดั กิจกรรมการพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใช้
ชุดสื่อการฝึกอ่าน ควรศึกษาคู่มือการจัดกิจกรรมก่อน เพื่อให้สามารถใช้นวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม
สามารถพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคาของเด็กปฐมวัยให้ครบทกุ ด้าน
3.2 การนานวัตกรรมชุดส่ือการฝึกอ่าน ไปใช้ให้มีประสิทธิภาพได้น้ัน ควรสร้างความคุ้นเคย
กบั เดก็ ก่อน ทาให้เด็กเกิดความม่ันใจ อุ่นใจ และไวว้ างใจ ส่งผลใหเ้ กดิ ความร่วมมอื และความสนใจใน
การทากจิ กรรม
4. ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การทาวิจัยในครัง้ ต่อไป
4.1 ผู้สนใจสามารถศกึ ษาวิจยั เก่ียวกบั การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชดุ สือ่ การฝึก
อา่ น เพอ่ื สง่ เสริมพฒั นาการดา้ นอ่นื ๆ ตอ่ ไป
4.2 ผสู้ นใจสามารถศกึ ษาวิจยั เกี่ยวกบั การพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใชช้ ุดส่อื การฝึก
อ่าน กบั เดก็ ในระดบั สงู ขนึ้ ไปได้
49
บรรณานกุ รม
กรมวิชาการ. (2544). ค่มู ือการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: องค์การ
รับส่งสนิ คา้ และพสั ดุภัณฑ์
กุศยา แสงเดช. (2545). ชุดการสอนคมู่ ือครูพฒั นาสือ่ การเรยี นการสอนทเ่ี น้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั ระดับ
ประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ: แม็ค.
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาชนั้ พ้ืนฐานพุทธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ:
โรงพมิ พ์องค์การรบั สง่ สินคาและพัสดภุ ณั ฑ.์
เกษร สุทธปิ ญั โญ, สมปอง ศรีกัลยา, และประสพสขุ ฤทธเิ ดช. (2554). การพัฒนาการอา่ นและการ
เขยี นแจกลกู สะกดคาโดยใช้ แบบฝกึ ทักษะ กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษา
ปที ี่ 1(รายงานผลการวิจยั ). สบื คน้ 15 มกราคม 2565. จาก
https://so05.tcithaijo.org/index.php/rmuj/article/view/19356
ความหมายของการอา่ น. (2554). สบื คน้ 10 มกราคม 2565. จาก
http://maitree4.blogspot.com/2011/03/blog-post.html
ความหมายของชุดกิจกรรม. (2554). สืบคน้ 15 มกราคม 2565. จาก
http://da-activities.blogspot.com/p/blog-page_7543.html
ทฤษฎีและพัฒนาการทางภาษาของเดก็ ปฐมวัย. (2556). สบื คน้ 15 มกราคม 2565. จาก
http://oknation.nationtv.tv/blog/pannida/2013/01/13/entry-4
ทัศนวรรณ รามณรงค์. (2557). ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้. สืบคน้ 15 มกราคม 2565. จาก
https://www.gotoknow.org/posts/561214
นดิ าพร อาจประจญ. (2553). ทักษะทางการอ่านของเด็กปฐมวัยที่เล่นเกมการศึกษาเนน้ ภาษา
(ปริญญานิพนธ์). มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ, กรงุ เทพฯ.
บุษบา พรหมภักดี. (2552) การจดั กจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใชโ้ มเดลซปิ ปา กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ดา้ นการอ่านสะกดคา ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1. มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , ขอนแก่น.
ปกรณ์ ปรียากร. (2538). ทฤษฎแี ละแนวคิดเก่ียวกบั การพัฒนาในการบริหารการพัฒนา.
กรงุ เทพฯ: สามเจรญิ พานชิ .
ประทปี ยอดเกต.ุ (2550). การพฒั นาชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทยเพ่ือส่งเสรมิ ความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ สาหรบั นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3(วทิ ยานพิ นธ์ ปริญญาครุศาสตร์
มหาบัณฑติ ). พษิ ณโุ ลก: ราชภฏั พิบลู สงคราม.
ประโยชน์ของการอ่าน. (ม.ป.ป). สบื คน้ 13 มกราคม 2565. จาก
https://sobkroo.com/articledetail.asp?id=621
50
บรรณานุกรม (ตอ่ )
พราวพรรณ เหลอื งสุวรรณ. (2537). ปฐมวยั ศึกษากจิ กรรมและสอื่ การสอนเพ่ือฝึกทักษะพฒั นาการ
เรียนรู้. (พิมพ์คร้งั ที่ 2). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , กรงุ เทพฯ.
พฒั นาการทางภาษาของเด็กปฐมวยั . (2557). สบื คน้ 13 มกราคม 2565. จาก
http://coolperammy.blogspot.com/2014/10/3.html.
ยวุ ฒั น์ วุฒเิ มธี. (2526). หลกั การพฒั นาชมุ ชนและการพัฒนาชนบท. กรงุ เทพฯ: ส.ส.น.ไทย
อนเุ คราะหไ์ ทย.
เยาวพา เดชะคปุ ต์. (2525). กจิ กรรมสาหรบั เด็กก่อนวัยเรยี น. กรุงเทพฯ: โอเคยี นสโตร์.
ราชบณั ฑิตยสถาน. (2546). พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2531. (พมิ พ์ครัง้ ท่ี 2).
กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น์
เรวดี อาษานาม. (2537). พฤตกิ รรมการสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. สถาบันราชภัฏ
มหาสารคาม, มหาสารคาม.
วรรณษิ า หาคณู . (2559, กันยายน). การส่งเสรมิ พฤตกิ รรมการอ่านของเดก็ ปฐมวยั โดยใชก้ จิ กรรม
หนงั สือนทิ าน. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, 22(พเิ ศษ), 268-281.
วรรณี โสมประยูร. (2544). การสอนภาษาไทยระดบั ประถมศกึ ษา. (พิมพค์ รั้งที่ 4). กรงุ เทพฯ:
ไทยวฒั นาพานชิ .
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2549). นวตั กรรมตามแนวคดิ Backward Design. ภาควชิ าหลกั สตู รและการ
สอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
ศรยี า นยิ มธรรม และประภสั สร นยิ มธรรม. (2541). พฒั นาการทางภาษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรงุ เทพฯ:
ภาควชิ าการศกึ ษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ศุภมาส จริ กอบสกุล. (2559). ทักษะทางภาษาด้านการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวยั ท่ไี ดร้ บั การ
จดั กิจกรรมการอา่ นนิทานรว่ มกัน (วทิ ยานพิ นธ์). มหาวทิ ยาลัยบูรพา, ชลบุร.ี
สวรรญา โพธ์คิ านชิ . (2556). ความสาคัญของการอ่านหนงั สือ. สบื คน้ 13 มกราคม 2565. จาก
https://www.dek-d.com/board/view/3051407/
สานักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2540). คูม่ อื ครูแนวการจดั กิจกรรมการเรียน.
กรงุ เทพฯ: สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษาสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2560). หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560. (พิมพ์ครัง้ ท่ี
1). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด
51
บรรณานกุ รม (ต่อ)
สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษาสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2561). คู่มอื หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 สาหรบั
เดก็ อายุ 3 - 6 ปี. (พมิ พ์คร้ังท่ี 1). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศ
ไทย จากดั
อมรรัตน์ ชานาญรักษา. (2555). ความหมายของการอ่าน. สบื ค้น 10 มกราคม 2565. จาก
https://sites.google.com/site/madoobook/home/khwam-hmay-khxng-kar-xan
10 ขอ้ ดีของการอ่าน ยิ่งร้ยู งิ่ ต้องอ่านเลย. (2557). สืบคน้ 10 มกราคม 2565. จาก
https://education.kapook.com/view65127.html
52
ภาคผนวก
53
ภาคผนวก ก
เครือ่ งมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
แบบทดสอบการอ่านสะกดคา กอ่ นและหลังการจัดกจิ กรรม
การพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใชช้ ุดสอื่ การฝึกอา่ น
สาหรับเด็กปฐมวัย อายุ 5-6 ปี
(Pre-test และ Posttest)
54
แบบทดสอบการอ่านสะกดคา ก่อนการจัดกิจกรรมการพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคา โดย
ใช้ชดุ สอ่ื การฝึกอา่ น สาหรับเด็กปฐมวัย อายุ 5-6 ปี (Pre-test)
55
แบบทดสอบการอ่านสะกดคา ก่อนการจัดกิจกรรมการพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคา โดย
ใช้ชดุ สอ่ื การฝึกอา่ น สาหรับเด็กปฐมวัย อายุ 5-6 ปี (Pre-test)
56
แบบทดสอบการอ่านสะกดคา หลงั การจดั กจิ กรรมการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดย
ใช้ชดุ ส่อื การฝกึ อ่าน สาหรับเดก็ ปฐมวัย อายุ 5-6 ปี (Posttest
57
แบบทดสอบการอ่านสะกดคา หลงั การจดั กิจกรรมการพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคา โดย
ใช้ชุดสอื่ การฝกึ อา่ น สาหรับเด็กปฐมวัย อายุ 5-6 ปี (Posttest)
58
ภาคผนวก ข
ตารางแสดงผลคะแนนกอ่ นและหลังการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใชช้ ดุ ส่ือ
การฝกึ อา่ น (Pre-test - Posttest) เปน็ รายบุคคล
59
ตารางแสดงผลคะแนนก่อนและหลงั การพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชุดส่ือการฝกึ อ่าน
(Pre-test - Posttest) เป็นรายบุคคล
ผลตา่ งของการพฒั นาความก้าวหนา้
Pre-test ค่าเฉล่ยี Posttest ค่าเฉลี่ย
คนที่ (28 รอ้ ยละ (28 ร้อยละ
คะแนน) Pre-test คะแนน) Posttest คะแนน รอ้ ยละ ผลการพัฒนา
1 16 57 25 89 9 32 มพี ฒั นาการ
2 12 43 24 86 12 43 มพี ฒั นาการ
3 10 36 22 79 12 43 มพี ฒั นาการ
4 15 54 25 89 10 36 มีพัฒนาการ
5 10 36 22 79 12 43 มีพัฒนาการ
6 17 61 26 93 9 32 มีพัฒนาการ
7 10 36 20 71 10 36 มีพฒั นาการ
8 10 36 20 71 10 36 มีพฒั นาการ
9 10 36 20 71 10 36 มพี ัฒนาการ
10 17 61 23 82 6 21 มพี ฒั นาการ
11 13 46 23 82 10 36 มพี ฒั นาการ
12 10 36 22 79 12 43 มีพัฒนาการ
13 13 46 23 82 10 36 มพี ฒั นาการ
14 12 43 23 82 11 39 มีพัฒนาการ
15 14 50 24 86 10 36 มีพฒั นาการ
16 9 32 21 75 12 43 มีพฒั นาการ
17 10 36 22 79 12 43 มีพัฒนาการ
18 7 25 20 71 13 46 มีพัฒนาการ
19 10 36 22 79 12 43 มีพัฒนาการ
20 17 61 26 93 9 32 มีพัฒนาการ
21 8 29 20 71 12 43 มีพัฒนาการ
22 8 29 20 71 12 43 มีพัฒนาการ
23 8 29 20 71 12 43 มีพฒั นาการ
24 12 43 24 86 12 43 มพี ัฒนาการ
รวม 278 993 537 1918 259 925 ทุกคน
11.58 41.37 22.38 79.91 10.79 38.54 ทุกคน
3.40 6.43 4.73 8.94 3.28 6.21 ทกุ คน
60
ภาคผนวก ค
ตวั อยา่ งแผนการจัดการจัดกิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
61
62
63
k
64
65
66
67
ภาคผนวก ง
สือ่ การจดั กิจกรรมการพฒั นาทกั ษะการอา่ นสะกดคา โดยใช้ชดุ สอื่ การฝึกอ่าน
68
ชดุ สอื่ วงล้อฝกึ อ่านสะกดคา
ชดุ สือ่ ไม้บรรทัดฝึกอา่ นสะกดคา
69
ชุดส่ือ ปอ๊ ปอพั ฝึกอ่านสะกดคา
ชุดสือ่ จิ๊กซอวฝ์ ึกอา่ นสะกดคา
70
ภาคผนวก จ
ค่มู ือการใชช้ ดุ สอื่ การฝกึ อ่าน
71
72
73
74
75
76
77
ภาคผนวก ฉ
ภาพการจดั กิจกรรมการพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชดุ สอื่ การฝึกอ่าน
78
ภาพการจดั กิจกรรมการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคา โดยใช้ชดุ สอ่ื การฝึกอา่ น