28 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย รม
๔. พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบ และเล่าเรื่องให้ ผู้อื่นเข้าใจ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบ และเล่าเรื่องให้ ผู้อื่นเข้าใจ ด้านสติปัญญา ๑.๔.๑ การใช้ภาษา (2)การฟังและปฏิบัติตาม คำแนะนำ (๔)การพูดแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ (๕)การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเอง หรือ พูดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง (8)การรอจังหวะที่เหมาะสม ในการพูด (๙)การพูดเรียนลำดับคำเพื่อ ใช้ในการสื่อสาร ด้านอารมณ์ จิตใจ 1.2.4 การแสดงออกทาง อารมณ์ (1)การพูดสะท้อนความรู้สึก ของตนเองและผู้อื่น ตัวเด็ก 1.การรู้จักแสดงความคิดเห็น ของตนเองและรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก 2.การใช้ภาษาสื่อความหมายใชีวิตประจำวัน
29 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ใน ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง ๙.๑.๒ เล่าเรื่องเป็น ประโยคอย่างต่อเนื่อง ๑.ตัวเรา ๒.ปฐมนิเทศ ๓.โรงเรียน ของฉัน ๔.วันแม่ ๕.วันพ่อ ๖.ชุมชนของเรา น่าอยู่ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจน จบและสนทนาโต้ตอบ อย่างต่อเนื่องเชื่อมโยง กับเรื่องที่ฟัง ๙.๑.๒ เล่าเป็นเรื่องราว ต่อเนื่องได้ ๑.ตัวเรา ๒.ปฐมนิเทศ ๓.โรงเรียน ของฉัน ๔.วันแม่ ๕.วันพ่อ ๖.ชุมชนของ เราน่าอยู่ ***บูรณาการ ทุกหน่วยการ เรียนรู้
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ ด้านสติปัญญา ๑.๔.๑ การใช้ภาษา (๑๐)การอ่านหนังสือภาพ นิทานหลากหลายประเภท / รูปแบบ (๑๑)การอ่านอย่างอิสระตาม ลำพัง การอ่านร่วมกัน การ อ่านโดยมีผู้ชี้แนะ (๑๒)การเห็นแบบอย่าง ของการอ่านที่ถูกต้อง (๑๓)การสังเกตทิศทางการ อ่านตัวอักษร คำ และ ข้อความ (๑๔)การอ่านและชี้ข้อความ โดยการกวาดสายตาตาม บรรทัดจาก ซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง (๑๕)การสังเกตตัวอักษรในชื่อ ของตนเอง หรือคำคุ้นเคย (๑๖)การสังเกตตัวอักษรที่ ประกอบเป็นคำผ่านการอ่าน หรือเขียนของผู้ใหญ่ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก 1.การใช้ภาษาสื่อความหมายใชีวิตประจำวัน -2.ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการหนังสือ และตัวหนังสือ รู้จักชื่อ
30 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ใน รใช้ ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้ หรือกวาดตามอง ข้อความตามบรรทัด ๙.๒.๒ เขียนคล้าย ตัวอักษร ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการ ชี้ หรือกวาดตามอง จุดเริ่มต้นและจุดจบ ของข้อความ ๙.๒.๒ เขียนชื่อของ ตนเอง ตามแบบ เขียน ข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้น เอง ***บูรณาการ ทุกหน่วยการ เรียนรู้
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ (17)การคาดเดาคำ วลี หรือ ประโยคที่มีโครงสร้างซ้ำๆกัน จากนิทาน เพลง คำคล้องจอง (18)การเล่นเกมทางภาษา (๑๙)การเห็นแบบอย่างของ การเขียนที่ถูกต้อง (๒๐)การเขียนร่วมกันตาม โอกาสและการเขียนอิสระ ด้านอารมณ์ จิตใจ 1.2.4 การแสดงออกทาง อารมณ์ (1)การพูดสะท้อนความรู้สึก ของตนเองและผู้อื่น
31 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย
มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถใน การคิดรวบยอด ด้านสติปัญญา ๑.๔.๒ การคิดรวบยอดการ คิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจ และแก้ปัญหา (๑) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่าง เหมาะสม (๒) การสังเกตสิ่งต่างๆ และ สถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน (๓) การบอกและแสดง ตำแหน่ง ทิศทาง และ ระยะทางของสิ่งต่างๆด้วยการ กระทำ ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ (๔) การเล่นกับสื่อต่างๆ ที่เป็น ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก -รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส -ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตน้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ-การเปลี่ยนแปลงและ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว -เวลา
32 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ตร บ ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะ และส่วนประกอบของ สิ่งของต่างๆจากการ สังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่และ เปรียบเทียบความ แตกต่างหรือความ เหมือนของสิ่งต่างๆโดย ใช้ลักษณะที่สังเกตพบ เพียงลักษณะเดียว ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัด กลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้อย่าง น้อยหนึ่งลักษณะเป็น เกณฑ์ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง หรือ ความสัมพันธ์ของ สิ่งของต่างๆจากการ สังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่และ เปรียบเทียบความ แตกต่างหรือความ เหมือนของสิ่งต่างๆโดย ใช้ลักษณะที่สังเกตพบ สองลักษณะขึ้นไป ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัด กลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้ ตั้งแต่สองลักษณะขึ้นไป เป็นเกณฑ์ ***บูรณาการ ทุกหน่วยการ เรียนรู้
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถใน การคิดรวบยอด (๕) การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่างๆ ตาม ลักษณะและรูปร่าง รูปทรง (๖) การต่อของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการ แยกชิ้นส่วน (๗) การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป (๘) การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน (๙) การเปรียบเทียบและ เรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ (๑๐) การรวมและการแยกสิ่ง ต่างๆ๑๑) การบอกและแสดง อันดับที่ของสิ่งต่างๆ (๑๒) การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน (๑๓) การจับคู่ การ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตาม
33 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับ สิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๔ ลำดับ ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับ สิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๕ ลำดับ
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถใน การคิดรวบยอด ลักษณะความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร (๑๔) การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณ์ตาม ช่วงเวลา (๑๕) การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจำวัน ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มีความสามารถใน การคิดเชิงเหตุผล ด้านสติปัญญา ๑.๔.๒ การคิดรวบยอดการคิด เชิงเหตุผล การตัดสินใจและ แก้ปัญหา (๑๖) การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ (๑๗) การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างมีเหตุผล บุคคลและสถานที่ ๑.มีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวั๒.สถานที่สำคัญ ๓.เงิน ประโยชน์และการใช้งา
34 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย วัน น ๑๐.๒.๑ ระบุสาเหตุหรือ ผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ หรือ การกระทำเมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๑๐.๒.๒ คาดเดา หรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น หรือมีส่วนร่วมใน การลงความเห็นจาก ข้อมูล ๑.ชุมชนน่าอยู่ ๒.สหกรณ์ของ เรา ๓.คณิตศาสตร์ แสนสนุก ๔.วิทยาศาสตร์ น่ารู้ ๕.การสื่อสาร ๑๐.๒.๑ อธิบาย เชื่อมโยงสาเหตุและผล ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ หรือการกระทำด้วย ตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น และมี ส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูล อย่างมีเหตุผล ๑.ชุมชนน่าอยู่ ๒.สหกรณ์ของ เรา ๓.คณิต ศาสตร์แสน สนุก ๔.วิทยาศาสตร์ น่ารู้ ๕.การสื่อสาร 6.โครงงาน หรรษา
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มีความสามารถใน การคิดเชิงเหตุผล (๑๘) การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๓ มีความสามารถใน การคิดแก้ปัญหา และตัดสินใจ ด้านสติปัญญา ๑.๔.๒ การคิดรวบยอดการคิด เชิงเหตุผลการตัดสินใจและ แก้ปัญหา (๑๘) การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล (๑๙) การตัดสินใจและมีส่วน ร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา ตัวเด็ก ๑.การรู้จักแสดงความคิดเห็น ของตนเองและรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ๒.การรู้จักแสดงความคิดเห็น ของตนเองและรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ระบุปัญหาแลเลือกวิธีแก้ปัญหา
35 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย 6.โครงงาน หรรษา ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ละ ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่อง ง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่ เกิดขึ้น ๑๐.๓.๒ ระบุปัญหา และแก้ปัญหาโดยลอง ผิดลองถูก ๑.ตัวเรา ๒ปฐมนิเทศ ๓.โรงเรียน ของฉัน ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจใน เรื่องง่ายๆและเริ่ม เรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น ๑๐.๓.๒ ระบุปัญหา และแก้ปัญหาโดยลอง ผิดลองถูก ๑.ตัวเรา ๒ปฐมนิเทศ ๓.โรงเรียน ของฉัน ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๑ เล่น/ทำงานศิลปะ ตามจินตนาการ และความคิด สร้างสรรค์ ด้านร่างกาย ๑.๑.๒การใช้กล้ามเนื้อเล็ก (๒)การเขียนภาพและการเล่น กับสี (๓)การปั้น (๔)การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วย เศษวัสดุ (๕)การหยิบจับ การกรรไกร การฉีก การตัด การปะ และ การร้อยเศษวัสดุ ด้านอารมณ์ จิตใจ ๑.๒.๑สุนทรียภาพ ดนตรี (๕)การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ (๖)การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ๑.๒.๔การแสดงออกทาง อารมณ์ (๕)การทำงานศิลปะ ด้านสังคม ๑.๓.๒การดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตัวเด็ก 1.การรู้จักแสดงความคิดเห็น ของตนเองและรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น 2.การแสดงออกทางอารมณ์ และความรู้สึกในการทำงาน ศิลปะ 3.การทำงานศิลปะ ตาม จินตนาการเพื่อสื่อสารความคิโดยมีรายละเอียดที่แปลกใหม่
36 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ด ๑๑.๑.๑ สร้างผลงาน ศิลปะเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของ ตนเองโดยมีการดัดแปลง และแปลกใหม่จากเดิม หรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น ๑.สีสันน่ารู้ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๑๑.๑.๑สร้างผลงาน ศิลปะเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของ ตนเองโดยมีการ ดัดแปลงและแปลกใหม่ จากเดิมและมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ๑.สีสันน่ารู้ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ (๓)การทำงานศิลปะที่นำวัสดุ หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้แล้ว มาใช้ซ้ำหรือแปรรูปแล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ ๑.๓.๕การเล่นและทำงาน แบบร่วมมือร่วมใจ (๓)การทำศิลปะแบบร่วมมือ ด้านสติปัญญา 1.4.3 จินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ 1. การรับรู้และแสดงความคิด ความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของ เล่น และชิ้นงาน 2. การแสดงความคิด สร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ 3. การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดย ใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่ หลากหลาย
37 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวตาม จินตนาการอย่าง สร้างสรรค์ (๒)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (๓)การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุ อุปกรณ์ (๔)การเคลื่อนไหวที่ใช้ ประสาทสัมพันธ์ของการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ ๑.๑.๔การรักษาความ ปลอดภัย (๔)การเล่นบทบาทสมมติ เหตุการณ์ต่างๆ ๑.๑.๕การตระหนักรู้เกี่ยวกับ ร่างกายตนเอง (๑)การเคลื่อนไหวโดยควบคุม ตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (๒)การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีด ขวาง ด้านอารมณ์ จิตใจ ๑.๒.๑สุนทรียภาพ ดนตรี (๓)การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกในการทำงานศิลปะ ตามจินตนากู้สึก
38 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ะ ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหว ท่าทางเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของ ตนเองอย่างหลากหลาย หรือแปลกใหม่ ๑.สีสันน่ารู้ ๒.โรงเรียนของ เราน่าอยู่ อายุ ๔ - ๕ ปี ชื่อหน่วย ๓. ประสาท สัมผัส ๔.วิทยาศาสตร์ น่ารู้ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหว ท่าทางเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของ ตนเองอย่างหลากหลาย และแปลกใหม่ ๑.สีสันน่ารู้ ๒.โรงเรียนของ เราน่าอยู่ อายุ ๔ - ๕ ปี ชื่อหน่วย ๓. ประสาท สัมผัส ๔.วิทยาศาสตร์ น่ารู้ ***บูรณาการ ทุกหน่วยการ เรียนรู้
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ (๔)การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๔การแสดงออกทาง อารมณ์ (๓)การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี ด้านสังคม ๑.๓.๓การปฏิบัติตาม วัฒนธรรมท้องถิ่นและความ เป็นไทย (๑)การเล่นบทบาทสมมติการ ปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย (๕)การละเล่นพื้นบ้าน ด้านสติปัญญา ๑.๔.๑การใช้ภาษา (๗)การพูดอย่างสร้างสรรค์ใน การเล่นและการกระทำต่างๆ (๑๘)การเล่นเกมทางภาษา 1.4.3 จินตนาการและ ความคิดร้างสรรค์ (1)การรับรู้และแสดงความคิด ความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของ เล่น และชิ้นงาน
39 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ (2)การแสดงความคิด สร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ (๓)การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดย ใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่ หลากหลาย มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้ 1.4.4 เจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้และการแสวงหาความรู้ 1. การสำรวจสิ่งต่างๆและ แหล่งเรียนรู้รอบตัว 2. การตั้งคำถามในเรื่องที่ สนใจ 3. การสืบเสาะหาความรู้เพื่อ ค้นหา เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายใน ชีวิตประจำวันมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสัญลักษณ์ รูปทรง รูปร่าง หรือ ตัวหนังสือที่พบ เห็นและ
40 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย งหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย า น ๑๒.๑.๑ สนใจซักถาม เกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือ ตัวหนังสือที่พบเห็น ๑๒.๑.๒ กระตือรือร้นใน การเข้าร่วมกิจกรรม ๑.วิทยาศาสตร์ แสนสนุก ๒.สีสันน่ารู้ ๓.โครงงาน หรรษา ๔.ต้นไม้ที่รัก ๑๒.๑.๑หยิบหนังสือมา อ่านและเขียนสื่อ ความคิดด้วยตนเองเป็น ประจำอย่างต่อเนื่อง ๑๒.๑.๒ กระตือรือร้น ในการร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ต้นจนจบ ๑.วิทยาศาสตร์ แสนสนุก ๒.สีสันน่ารู้ ๓.โครงงาน หรรษา ๔.ต้นไม้ที่รัก
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถใน การแสวงหา ความรู้ ด้านสังคม 1.3.4 การเล่นและทำงาน แบบร่วมมือร่วมใจ (1) การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 1.3.6 การแก้ปัญหาความ ขัดแย้ง (1) การมีส่วนรวมในการเลือก วิธีการแก้ปัญหา ด้านสติปัญญา 1.4.1 การใช้ภาษา (2) การฟังและปฏิบัติตาม คำแนะนำ 1.การใช้ภาษาเพื่อสื่อ ความหมายในชีวิตประจำวัน 2.การแสวงหาความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้หนังสือ และ เชื่อมโยงจากแหล่งเรียนรู้ รอบตัว โดยสำรวจ ตั้งคำถามใเรื่องที่สนใจ 3.การสืบเสาะหาความรู้เพื่อหคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ 4.การมีส่วนร่วม การแสดง ความคิดเห็นและการนำเสนอ ข้อมูลการเรียนรู้จากการ แสวงหาความรู้
41 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย ๕.วิทยาศาสตร์ น่ารู้ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ๕.วิทยาศาสตร์ น่ารู้ ***บูรณาการทุก หน่วยการเรียนรู้ ใน หา ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบ ของข้อสงสัยต่างๆ ตาม วิธีการของตนเอง ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยค คำถามว่า “ที่ไหน” “ทำไม” ในการค้นหา คำตอบ ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบ ของข้อสงสัยต่างๆ ตาม วิธีการที่หลากหลาย ด้วยตนเอง ๑๒.๒.๒ใช้ประโยค คำถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ในการค้นหา คำตอบ
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถใน การแสวงหา ความรู้ (3) การฟังเพลง นิทาน คำ คล้องจอง บทร้อยกรอง หรือ เรื่องราวต่างๆ (4) การพูดแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ (7) การพูดอย่างสร้างสรรค์ใน การเล่นและการกระทำต่างๆ (10) การอ่านหนังสือภาพ นิทานหลากหลายประเภท/ รูปแบบ (11) การอ่านอย่างอิสระตาม ลำพัง การอ่านร่วมกัน การ อ่านโดยมีผู้ชี้แนะ 1.4.2 การคิดรวบยอด การ คิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจ และแก้ปัญหา
42 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย
ตัวบ่งชี้ สาระการเรียนรู้รายปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถใน การแสวงหา ความรู้ (18) การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจาก ข้อมูลอย่างมีเหตุผล 1.4.4 เจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้และการแสวงหาความรู้ (1) การสำรวจสิ่งต่างๆ และ แหล่งเรียนรู้รอบตัว (2) การตั้งคำถามในเรื่องที่ สนใจ (3) การสืบเสาะหาความรู้เพื่อ ค้นหาคำตอบของข้อสงสัย ต่างๆ (4) การมีส่วนร่วมในการ รวบรวมข้อมูลและนำเสนอ ข้อมูลจากการสืบเสาะหา ความรู้ในรูปแบบต่างๆและ แผนภูมิอย่างง่าย
43 อนุบาลศึกษาปีที่ 1 อนุบาลศึกษาปีที่ 2 สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย สภาพที่พึงประสงค์ ชื่อหน่วย
44 ๗. การจัดประสบการณ์ ๗.๑ แนวทางการจัดประสบการณ์ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดประสบการณ์สำหรับเด็กอายุ ๔-๖ ปี มีการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับปรัชญา และแนวทางการจัดประสบการณ์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จัดประสบการณ์แบบบูรณาการผ่านการเรียนปนเล่น เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการตรงด้วย ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ และใช้วิธีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ๑)หน่วยการเรียนรู้ (Unit) การจัดประสบการณ์โดยให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ๒)การจัดประสบการณ์แบบ โครงการ (Project Approach) เน้นให้เด็กได้รู้จักการสังเกต การทดลอง การปฏิบัติจริง การสำรวจ การทัศนศึกษา การเชิญวิทยากร ฯลฯ ให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสเรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง ดังนี้ ๑.หน่วยการเรียนรู้เป็นการจัดประสบการณ์ซึ่งครูผู้สอนสามารถออกแบบกิจกรรมโดยบูรณาการ สาระการเรียนรู้ตามหน่วยการสอนที่กําหนดกับสาระการเรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะที่จําเป็นตามสาระการเรียนรู้รายปีโดย ออกแบบกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์กิจกรรม สร้างสรรค์กิจกรรมเสรีกิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา หน่วยการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ แบ่งเป็น 2 ภาค เรียน มีดังน ี้ ภาคเรียนที่ 1 อนุบาลปีที่ 1 อนุบาลปีที่ 2 ๑) หน่วยปฐมนิเทศ ๒) หน่วยหนูทำได้ ๓) หน่วยตัวเรา ๔) หน่วยประสาทสัมผัส ๕) หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ ๖) หน่วยหนูน้อยสุขภาพดี ๗) หน่วยโรงเรียนของฉัน ๘) หน่วยบ้านของหนู ๙) หน่วยครอบครัวสุขสันต์ ๑๐) หน่วยหนูน้อยเด็กดี ๑๑) หน่วยหนูน้อยมารยาทดี ๑๒) หน่วยชุมชนน่าอยู่ ๑๓) หน่วยกรุงเทพมหานคร ๑๔) หน่วยวันแม่แห่งชาติ ๑๕) หน่วยเมืองไทยที่รัก ๑๖) หน่วยสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ๑๗) หน่วยของเล่นของใช้น่ารู้ ๑๘) หน่วยสัตว์น่ารู้ ๑๙) หน่วยคณิตศาสตร์แสนสนุก 1 ๒๐) หน่วยคณิตศาสตร์แสนสนุก 2 1) หน่วยปฐมนิเทศ 2) หน่วยโรงเรียนของฉัน 3) หน่วยตัวฉันไม่เหมือนใคร 4) หน่วยร่างกายของฉัน 5) หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ 6) หน่วยประสาทสัมผัส 7) หน่วยหนูน้อยมารยาทดี 8) หน่วยของใช้ใกล้ตัว 9) หน่วยบ้านของเราน่าอยู่ 10) หน่วยครอบครัวแสนสุข 11) หน่วยชุมชนของเราน่าอยู่ 12) หน่วยกรุงเทพมหานครเมืองน่าอยู่ 13) หน่วยวันแม่แห่งชาติ 14) หน่วยมหัศจรรย์กับวิทยาศาสตร์ 15) หน่วยเมืองไทยที่รัก 16) หน่วยฤดูกาล 17) หน่วยสัตว์น่ารู้ 18) หน่วยคณิตศาสตร์แสนสนุก 19) หน่วยโครงงานหรรษา 20) หน่วยโครงงานหรรษา
45 ภาคเรียนที่ 2 อนุบาลปีที่ 1 อนุบาลปีที่ 2 21) หน่วยท้องฟ้าแสนสวย 22) หน่วยฤดูกาล 23) หน่วยรู้จักภัยธรรมชาติ 24) หน่วยมหัศจรรย์แห่งสีสัน 25) หน่วยน้ำ 26) หน่วยเดินตามรอยพ่อ “เศรษฐกิจพอเพียง” 27) หน่วยข้าว 28) หน่วยสหกรณ์ของเรา 29) หน่วยวันขึ้นปีใหม่ 30) หน่วยอาเซียนน่ารู้ 31) หน่วยวันเด็กแห่งชาติ 32) หน่วยอาชีพในฝัน 33) หน่วยเวลา 34) หน่วยการสื่อสารแสนสนุก 35) หน่วยรู้ทันเทคโนโลยี 36) หน่วยการคมนาคม 37) หน่วยมหัศจรรย์กับวิทยาศาสตร์ 38) หน่วยแรงและพลังงานเปลี่ยนโลก ๓๙) โครงงานหรรษา ๔๐) โครงงานหรรษา 21) หน่วยสีสันน่ารู้ 22) หน่วยต้นไม้ที่รัก 23) หน่วยข้าว 24) หน่วยน้ำและวันลอยกระทง 25) หน่วยชีวิตพอเพียงตามรอยพ่อ 26) หน่วยวันพ่อแห่งชาติ 27) หน่วยการคมนาคม 28) หน่วยสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต 29) หน่วยหนูทำได้/วันขึ้นปีใหม่ 30) หน่วยปลอดภัยไว้ก่อน 31) หน่วยวันเด็กวันครู 32) หน่วยการเทคโนโลยีกับการสื่อสาร 33) หน่วยสนุกกับของเล่น 34) หน่วยสหกรณ์ของเรา 35) หน่วยขยะน่ารู้ 36) หน่วยกลางวันกลางคืน 37) หน่วยโลกสวยด้วยมือน้อง 38) หน่วยพลังงาน 39) หน่วยปรากฎการณ์ธรรมชาติ 40) กิจกรรมนิทรรศการทางวิชาการผลงานของหนู และ บัณฑิตน้อย สาระที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๑ (4-5 ขวบ) ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๒ (๕-๖ขวบ) ๑ ปฐมนิเทศ ๑ ปฐมนิเทศ ๒ หนูทำได้ ๒ ตัวฉันไม่เหมือนใคร ๓ ตัวเรา ๓ ร่างกายของฉัน ๔ หน่วยประสาทสัมผัส ๔ อาหารดีมีประโยชน์ ๕ อาหารดีมีประโยชน์ ๕ ประสาทสัมผัส ๖ หนูน้อยสุขภาพดี ๖ หนูน้อยมารยาทดี ๗ หนูน้อยเด็กดี ๗ ปลอดภัยไว้ก่อน ๘ หนูน้อยมารยาทดี ๘ หนูทำได้ ๙ ๙ นิทรรศการผลงานของหนู/บัณฑิตน้อย
46 สาระที่ 2 เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๑ (4-5 ขวบ) ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๒ (๕-๖ขวบ) 1 โรงเรียนของฉัน 1 โรงเรียนของฉัน 2 บ้านของหนู 2 บ้านของเราน่าอยู่ 3 ครอบครัวสุขสันต์ 3 ครอบครัวแสนสุข 4 ชุมชนน่าอยู่ 4 ชุมชนของเราน่าอยู่ 5 กรุงเทพมหานคร 5 กรุงเทพมหานครเมืองน่าอยู่ 6 วันแม่แห่งชาติ 6 วันแม่แห่งชาติ 7 เมืองไทยที่รัก 7 เมืองไทยที่รัก 8 เดินตามรอยพ่อ “ด้วยความพอเพียง” 8 ชีวิตพอเพียงตามรอยพ่อ 9 สหกรณ์ของเรา 9 วันพ่อแห่งชาติ 10 อาเซียนน่ารู้ 10 วันเด็กวันครู 11 วันเด็กแห่งชาติ 11 สหกรณ์ของเรา 12 อาชีพในฝัน สาระที่ 3 ธรรมชาติรอบตัว ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๑ (4-5 ขวบ) ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๒ (๕-๖ขวบ) ๑ ธรรมชาติของเรา ๑ ฤดูกาล 2 สัตว์น่ารู้ 2 สัตว์น่ารู้ 3 ท้องฟ้าแสนสวย 3 โครงงานหรรษา 4 ฤดูกาล 4 โครงงานหรรษา 5 รู้จักภัยธรรมชาติ 5 สีสันน่ารู้ 6 น้ำ 6 ต้นไม้ที่รัก 7 ต้นไม้น่ารู้ 7 ข้าว 8 ข้าว 8 น้ำและวันลอยกระทง 9 โครงงานหรรษา 1 9 สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต 10 โครงงานหรรษา 2 10 กลางวันกลางคืน 11 โลกสวยด้วยมือน้อง
47 สาระที่ 4 สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๑ (4-5 ขวบ) ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๒ (๕-๖ขวบ) 1 หน่วยของเล่น ของใช้น่ารู้ ๑ ของใช้ใกล้ตัว 2 คณิตศาสตร์แสนสนุก 1 2 มหัศจรรย์กับวิทยาศาสตร์ 3 คณิตศาสตร์แสนสนุก 2 3 คณิตศาสตร์แสนสนุก 4 มหัศจรรย์แห่งสีสัน 4 การคมนาคม 5 เวลา 5 เทคโนโลยีกับการสื่อสาร 6 การสื่อสารแสนสนุก 6 สนุกกับของเล่น 7 รู้เท่าทันเทคโนโลยี 7 ขยะน่ารู้ 8 การคมนาคม 8 พลังงาน 9 มหัศจรรย์กับวิทยาศาสตร์ 9 10 แรงและพลังงานเปลี่ยนโลก ๑)วางแผนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการลงมือกระทํา โดยออกแบบกิจกรรม หลัก 6 กิจกรรม ได้แก่กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรีกิจกรรม กลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการของเด็กในขั้นที่ 2 และ เพ ิ่ มเติมสาระการเรียนรู้อ ื่ นๆ ตามหลักสูตรสถานศึกษาที่ครูพิจารณาว่าสามารถนํามาบูรณาการได้ ๒) กิจกรรมที่สามารถจัดให้เด็กเรียนรู้ เช่น การทําหนังสือนิทาน การทําศิลปะแบบร่วมมือ การประดิษฐ์และการสร้าง การเคลื่อนไหวและจังหวะ เพลง คําคล้องจอง การประกอบอาหาร การเพาะปลูก เกมการศึกษา ฯลฯ โดยครูควรจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนให้สัมพันธ์กับเรื่องโดยให้เด็กมีส่วนร่วม ๓) จัดนิทรรศการแสดงสิ่งที่เด็กๆ เรียนรู้โดยทบทวนกิจกรรมที่จัดแล้วร่วมกับเด็กให้เด็ก ช่วยกันคัดเลือกส ิ่ งที่ต้องการนําเสนอให้ผู้อื่นรับรู้เกี่ยวกับวิธีการที่เด็กเรียนรู้และสิ่งที่เด็กเรียนรู้และร่วมกัน จัดนิทรรศการ เพื่อให้เด็กได้จัดระบบความคิด และนําเสนอสิ่งที่ตนได้เรียนรู้สู่สายตาคนภายนอก ๒. การจัดประสบการณ์แบบโครงการ/โครงงานวัฏจักรการสืบเสาะ เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้ศึกษาในเรื่องที่สนใจ อย่างลุ่มลึก ช่วยให้เด็กบูรณาการความรู้ทักษะ นําเสนออย่างเป็นทางการในห้องเรียน เด็กได้ประยุกต์และใช้ สิ่งที่เรียนรู้แก้ปัญหา แลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนทราบกับผู้อื่น พัฒนาทักษะการทํางานร่วมกับผู้อื่น สนับสนุนทักษะ การคิด การค้นคว้าหาคําตอบ และช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อย่าง กระตือรือร้น หลักสูตรนี้กําหนดให้มีการจัด ประสบการณ์แบบโครงการปีการศึกษาละ 1-2 โครงการ ใช้เวลา โครงการละ 2-4 สัปดาห์โดยแนวทางในการ จัดประสบการณ์แบบโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย การทบทวนความรู้และความสนใจของเด็ก การ ให้เด็กค้นคว้าและมีประสบการณ์ใหม่ และการประเมิน สะท้อน กลับ และแลกเปลี่ยนงานโครงการ โดย โครงสร้างของการปฏิบัติตามโครงการทั้ง 3 ระยะประกอบด้วย 1)การอภิปรายกลุ่ม 2)การศึกษานอกสถานที่ 3)การนําเสนอประสบการณ์เดิม 4)การสืบค้น และ 5)การจัดแสดง ดังน ี้
48 ระยะของ โครงการ กระบวนการ ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 การอภิปรายกลุ่ม -แลกเปลี่ยนประสบการณ์เดิม และความรู้ปัจจุบันเกี่ยวกับ หัวเรื่อง -การเตรียมการสําหรับงาน ภาคสนามและการสัมภาษณ์ -การทบทวนประสบการณ์จาก งานภาคสนาม -การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ ทุติยภูมิ -การเตรียมการเพื่อการ แลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับ โครงการ -การทบทวนและประเมิน โครงการ การทํางาน ภาคสนาม -เด็กๆ พูดคุยกับพ่อแม่ เกี่ยวกับประสบการณ์เดิม -การออกไปนอกชั้นเรียน เพื่อสํารวจภาคสนาม -การสัมภาษณ์ผู้รู้ในสนาม หรือในห้องเรียน -การประเมินโครงการผ่าน สายตาของของผู้อื่น การนําเสนอ -การวาดภาพ การเขียน การสร้าง การเล่นสมมุติ ฯลฯ เพื่อแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และความรู้ -การเขียนภาพโครงร่าง หรือ การบันทึกจากงานภาคสนาม -การวาด ระบาย เขียน ทํา แผนภูมิ แผนที่ ฯลฯ เพื่อ นําเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้ -การกลั่นกรองและสรุป เรื่องราวที่ได้เรียนรู้เพื่อ แลกเปลี่ยนกับผู้อื่น การสืบค้น -การตั้งคําถามจากความรู้ เดิม -การตอบคําถามที่ตั้งไว้ใน ระยะแรก -การค้นคว้าจากภาคสนาม -การตั้งคําถามเพิ่มเติม -การตั้งคําถามใหม่ การจัดแสดง -การแลกเปลี่ยนสิ่งที่นําเสนอ ประสบการณ์เดิมเป็น รายบุคคล -การแลกเปลี่ยนสิ่งที่นําเสนอ จากประสบการณ์ หรือความรู้ ใหม่ -การบันทึกความก้าวหน้า ของโครงการ -การสรุปการเรียนรู้ตลอดทั้ง โครงการ ทั้งน ี้ การออกแบบกิจกรรมตามแนวการจัดประสบการณ์แบบโครงการ ยังคงยึดตามกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมสร้างสรรค์กิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมประจําวัน เวลา กิจกรรม ขอบข่ายของกิจกรรม ๐7.00 - 7.45 น. รับเด็ก - ทักทายและสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล - สนทนากับผู้ปกครองซึ่งมาส่งเด็ก - เลือกเล่นเครื่องเล่นสนามหรือเข้าห้องสมุดตามความสนใจ ๐7.45 - 8.30 น. เข้าแถว - เข้าแถว เคารพธงชาติสวดมนต์ท่องคำปฏิญาณตน - ท่องคำปฏิญาณตน ทำความเคารพพี่ - ดื่มนม ตรวจสุขภาพ และเข้าห้องน้ำ -ด ื่ มน้ำและเตรียมพร้อมสําหรับร่วมกิจกรรม
49 กิจกรรมประจําวัน เวลา กิจกรรม ขอบข่ายของกิจกรรม ๐8.30 - 8.40 น. สนทนาข่าว/ เหตุการณ์ และนั่งสมาธิ -สํารวจการมาโรงเรียน -สํารวจสภาพอากาศประจําวันสนทนาข่าวและเหตุการณ์ -เปิดเพลงลมหายใจฝึกนั่งสมาธิ ๐8.40 – ๐8.50 น. กิจกรรม เคลื่อนไหว และจังหวะ -การเคลื่อนไหวพื้นฐาน/กายบริหาร/การฝึกการเป็นผู้นําผู้ตาม -การเล่นเลียนแบบท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆ -การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลงและจังหวะของดนตรี -การทําท่าทางประกอบเพลง -การเคล ื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์อย่างอิสระ หรือใช้อุปกรณ์ประกอบ -การฟังสัญญาณแล้วปฏิบัติตามข้อตกลง -การแสดงท่าทางตามคําบรรยายเรื่องราวและจินตนาการ ๐9.1๐ - 9.๔๐ น. กิจกรรม เสริม ประสบการณ์ -การสนทนาซักถาม และแสดงความคิดเห็น -การเล่านิทาน เรื่องราวข่าวและเหตุการณ์ -การเล่นบทบาทสมมติ -การท่องคําคล้องจอง คํากลอน /การร้องเพลง -การสาธิต -การทดลอง -การทัศนศึกษา - การประกอบอาหาร ฯลฯ ๐9.๔๐ - 1๐.๑๕ น. กิจกรรม สร้างสรรค์และ เสรี -เลือกทํากิจกรรมสร้างสรรค์ดังนี้ - การวาดภาพระบายสี ด้วยสีเทียน สีน้ำ ดินสอสี ฯลฯ - การเล่นและทดลองเกี่ยวกับสี - การพิมพ์ภาพ - การปั้น - การพับ ฉีก ตัด ปะ สาน ม้วน - การประดิษฐ์ ฯลฯ - เลือกเล่นตามมุมประสบการณ์ที่จัดไว้ในห้องเรียนอย่างอิสระ - เลือกเล่นเกมการศึกษาตามความสนใจ 10.๑๕ – 10.๓๐ น. กิจกรรม กลางแจง้ -การเล่นอิสระในสนาม /เล่นเคร ื่ องเล่นสนาม -การเล่นอุปกรณ์กีฬาสําหรับเด็ก -การเล่นเกม การละเล่น -การเล่นน้ำ 10.๓๐ – 11.๓0 น. รับประทาน อาหารกลางวัน กิจธุระส่วนตัว - เด็กรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน - ล้างหน้า แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ เก็บของใช้ส่วนตัว 1๑.๓0 – 1๑.๔5 น. กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน -ครูเล่านิทานที่เด็กสนใจ/เด็กเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ -เด็กฝึกอ่านหนังสือตามครู
50 ๘. การจัดสภาพแวดล้อม สื่อ และแหล่งเรียนรู้ กิจกรรมประจําวัน เวลา กิจกรรม ขอบข่ายของกิจกรรม 1๑.๔5 – 1๓.๓0 น. พักผ่อน - ปูที่นอน -เด็กนอนพักผ่อน หรือทํากิจกรรมสงบ 1๓.๓0 – 14.1๐ น. กิจธุระส่วนตัว -เก็บท ี่ นอน -ล้างหน้า หวีผม แต่งตัวให้เรียบร้อย -รับประทานอาหารว่าง 14.1๐ – 14.30 น. กิจกรรมเกม การศึกษา ทบทวนเรื่องราว -เล่นเกมเกมการศึกษา/ยืดหยุ่นปรับตามพัฒนาการ -สนทนาสิ่งต่างๆที่ได้เรียนรู้ประจำวัน 14.30 น. เตรียมตัวกลับ บ้าน -เด็กไปรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน ณ สนามเด็กเล่น -สนทนากับผู้ปกครองซึ่งมารับเด็ก ๑. การสร้างบรรยากาศด้านกายภาพ 1. การจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน การจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน ให้จดแบ่งพ ื้ นที่และจัดสื่อการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเป็น 5 ส่วน ดังน ี้ 1.1 พื้นที่สําหรับมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ให้แบ่งพ ื้ นที่เป็นที่ตั้งของมุมต่างๆ ให้ชัดเจน โดยกําหนดให้มีมุม พ ื้ นฐานอย่างน้อย 5 มุม ดังน ี้ 1.1.1 มุมหนังสือ จัดหนังสือไว้อย่างน้อย 10 เท่าของจํานวนเด็กในห้องเรียน จัดวาง หนังสือหลากหลายชนิด ซึ่งมีความยากง่ายต่างๆกัน โดยจัดหนังสือตามหัวข้อที่เด็กสนใจมาวางเพ ิ่ มเติม มีการ เปลี่ยนแปลงหนังสือที่ช ั้นโชว์หนังสือตามหน่วยการเรียนรู้ จัดให้น่าสนใจและดึงดูดใจให้เด็กเข้าไปอ่าน มีตุ๊กตาสัตว์ หุ่นมือ เพื่อให้เด็กได้ใช้ประกอบการเล่านิทานตามจินตนาการ 1.1.2 มุมบล็อก จัดให้มีบล็อกหลายขนาด หลายประเภทและมีจํานวนเพียงพอต่อ ความต้องการของเด็ก มีของเล่นประกอบ เช่น ต้นไม้สัตว์คน รถ จําลอง ฯลฯ ปูพรมเพื่อป้องกันไม่ให้เสียง ดัง เกินไป ทําป้ายหรือสัญลักษณ์เพ ื่ อแสดงที่เก็บบล็อก ทั้งน ี้ มุมบล็อกต้องจัดไว้ห่างจากมุมหนังสือ 1.1.3 มุมศิลปะ จัดวางกระดาษชนิดต่างๆ สีเทียน สีไม้สีน้ำ รูปภาพสําหรับตัดกรรไกร กาว ดิน แป้งโดว์ หรือดินน้ำมัน และอุปกรณ์สําหรับการปั้น เศษวัสดุสําหรับการประดิษฐ์ ฯลฯ โดยจัดอุปกรณ์ให้ เพียงพอกับเด็ก และจัดวางให้เด็กหยิบใช้และเก็บเองได้ 1.1.4 มุมบ้าน จัดให้มีสิ่งของต่างๆ สําหรับเล่นสมมุติเช่น เสื้อผ้า ของใช้ถ้วยชาม ผัก ผลไม้จําลอง โทรศัพท์ตุ๊กตา กระจก ฯลฯ 1.1.5 มุมของเล่น จัดวางของเล่นสําหรับการจัดกลุ่มและสร้าง เช่น กระดุม เปลือก หอย ก้อนหิน เมล็ดพืช กล่องฟิล์ม ฯลฯ ของเล่นที่แยกออกและประกอบเข้าด้วยกันได้เกมการศึกษา และของเล่นอ ื่ นๆ เช่น แม่เหล็ก ตาชั่ง ฯลฯ โดย เปลี่ยนแปลงของเล่นและเกมการศึกษาตามโอกาส และจัดทําเกมการศึกษาเพ ิ่ มเติม ตามหัวข้อที่เด็กสนใจ
51 1.2 พื้นที่อเนกประสงค์ แบ่งพ ื้ นที่ส่วนหน ึ่งให้เพียงพอสําหรับ 1.2.1 ทํากิจกรรมร่วมกันทั้งช ั้ นเรียน เช่น ฟังนิทาน ร้องเพลง เคลื่อนไหว ฯลฯ 1.2.2 ทํากิจกรรมกลุ่มย่อยด้วยการเลื่อนโต๊ะและเก้าอ ี้ เข้ามาจัดวางไว้เป็นกลุ่ม 1.2.3 ให้เด็กนอนพักผ่อน ด้วยการเลื่อนโต๊ะและเก้าอ ี้ออกไปไว้นอกห้องเรียน ทําความ สะอาด ก่อนที่จะให้เด็กปูที่นอน 1.3 พื้นที่เก็บของใช้ส่วนตัวเด็ก จัดให้เด็กมีที่เก็บของใช้ส่วนตัวเป็นสัดส่วน ดังนี้ 1.3.1 ที่สําหรับแขวนผ้ากันเปื้ อน ผ้าเช็ดหน้า แปรงสีฟัน และวางถังน้ำ 1.3.2 ชั้นวางแก้วน้ำของเด็กทุกคนจัดไว้ตามสัญลักษณ์ของเด็ก ที่คว่ำแก้วต้อง สะอาดโปร่ง ระบายอากาศได้ดีเพื่อให้แก้วน้ำไม่เปียกชื้น 1.3.3 ชั้นวางสําหรับเก็บผลงาน และกระเป๋าของเด็กแต่ละคน โดยแยกชั้น การวาง กระเป๋าของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง และจัดวางไว้ในระดับที่ไม่สูงเกินที่เด็กจะหยิบใช้และเก็บได้ด้วยตนเอง 1.4 พื้นที่เก็บของใช้ส่วนตัวครูจัดให้มีโต๊ะทํางานของครูมีตู้หรือช ั้ นเก็บหนังสือ คู่มือ สื่อการ สอน ฯลฯ ของครูโดยจัดให้สะอาดและมีระเบียบเพ ื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก 2. การจัดสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนจะมีพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ใช้ร่วมกับเด็กระดับประถมศึกษา เช่น สนามอเนกประสงค์ถนนรอบสนามอเนกประสงค์โรงอาหาร ห้องประชุม และจัดพ ื้ นที่สําหรับเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะบางส่วน ดังน ี้ 2.1 สนามเด็กเล่น จัดให้มีเครื่องเล่นสนามที่ให้เด็กได้ ปีน ไต่ โหน ลอด แกว่งไกว พื้นที่มี ความหลากหลายในด้านระดับความลาดชัน ความต่างของพ ื้ นผิว โดยพื้นใต้เครื่องเล่นเป็นพ ื้ นที่กันกระแทก ใน กรณีที่เด็กพลัดตกจากเคร ื่ องเล่น มีรั้วรอบขอบชิด มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น 2.2 แปลงเกษตร มีแปลงเกษตรสําหรับเด็กได้เรียนรู้ รวมทั้งมีวัสดุอุปกรณ์สําหรับ ทำการเกษตร เช่น พลั่วตักดิน บัวรดน้ำ ฯลฯ 2.๓ สวนหย่อม มีต้นไม้นานาพรรณให้เด็กได้เรียนรู้ และสังเกตการเจริญเติบโต สังเกต การเปลี่ยนแปลง 2.๔ ห้องน้ำอนุบาล จัดให้มีห้องน้ำที่มีขนาดเหมาะสม และปลอดภัยสําหรับเด็ก จัดพ ื้ นที่ให้ อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีก๊อกน้ำสําหรับเด็กในระดับที่เด็กใช้ได้ด้วยตนเอง มีการทําความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ๒. การสร้างบรรยากาศด้านจิตภาพ ครูควรยึดถือแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ด้านจิตภาพ ดังน ี้ 1. การเป็นแบบอย่างที่ดีของครูคุณลักษณะของตัวแบบมีความสําคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก แบบอย่างที่ครูปฐมวัยควรปฏิบัติได้แก่การเป็นแบบอย่างของการจัดการกับปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง การเป็น แบบอย่างของการเห็นคุณค่าในตนเอง การเป็นแบบอย่างของความเท่าเทียมโดยการปฏิบัติต่อเด็ก ซึ่งมีความ หลากหลายในด้านต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน และการเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้ 2. การดูแลและสร้างความสัมพันธ์กับเด็กปฐมวัย ครูมีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งในการดูแลเด็กให้เติบโต 2.1 การแสดงให้เด็กรู้ว่าครูรักและห่วงใย เพื่อให้เด็กจะเรียนรู้ที่จะแสดงความรักและ เคารพต่อคนอ ื่ นๆ เช่นกัน ครูสามารถแสดงความรักให้เด็กได้รับรู้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทักทายเด็ก ยิ้ม เรียกชื่อ ฟัง สิ่งที่เด็กพูด เล่นกับเด็ก ยินดีในสิ่งที่เด็กค้นพบ ต ื่ นเต้นร่วมกับเด็ก ฯลฯ และที่สําคัญคือไม่ใช้ความรักเป็น เครื่อง ต่อรองกับเด็กให้เด็กทําหรือไม่ทําสิ่งต่างๆ เพราะจะทําให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงต่อความรักของครู หากเด็กทํา ผิดให้บอกให้เด็กรู้ว่าเขาทําผิดเรื่องใดให้เฉพาะลงไป ให้รู้ว่าครูไม่ชอบเฉพาะการกระทําสิ่งนั้น ไม่ใช่ หมดความรักใน ตัวเด็ก
52 2.2 การปฏิบัติต่อเด็กด้วยความยอมรับนับถือ การให้การยอมรับนับถือเด็ก เป็นการ ปฏิบัติที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือในสภาพที่แตกต่างไปจาก ผู้ใหญ่ ครูต้องยอมรับนับถือเด็กในลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน ตัวอย่างวิธีการท ี่ ครูสามารถปฏิบัติต่อเด็กด้วย ความยอมรับนับถือ ได้แก่การฟังเด็กด้วยความตั้งใจ การพูดกับเด็กโดยใช้น้ำเสียงและระดับเสียงที่พอเหมาะ การให้เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ และการปฏิบัติต่อเด็กอย่างให้เกียรติเช่น ไม่ต่อว่าเด็กต่อหน้าผู้อื่น เป็นต้น 3. การสร้างข้อตกลงที่มีความหมายต่อเด็ก การจัดทําข้อตกลงในการปฏิบัติตนในห้องเรียน เป็น สิ่งจําเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะทําให้เด็กได้ทราบความคาดหวังต่อพฤติกรรมของเด็ก การกําหนดข้อตกลงควรเป็น การพิจารณาร่วมกันระหว่างครูและเด็ก ข้อตกลงที่ชัดเจนและมีความหมายทําให้เด็กยินดีปฏิบัติ 4. การตอบสนองต่อเด็กอย่างเหมาะสมเม ื่ อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ โดยคํานึงถึง ผลกระทบระยะยาวที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กมากกว่าการคํานึงถึงผลท ี่ เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด รวมทั้งควรใช้เป็นโอกาสสอนให้เด็กเรียนรู้การแก้ปัญหาด้วย การตอบสนองต่อเด็กอย่างเหมาะสมเมื่อเด็กแสดง พฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ แนวปฏิบัติในการตอบสนองต่อเด็ก เช่น เบ ี่ยงเบนความสนใจของเด็กก่อนที่เด็กจะ แสดงพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ การเพิกเฉยโดยเฉพาะอย่างย ิ่งในสถานการณ์ที่เด็กทําผิดโดยไม่เจตนาการเสนอ วิธีการทางบวกให้เด็กเลือก การให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนแทนการบอกข้อผิดพลาดของเด็ก การให้เด็กได้รับผลที่ สัมพันธ์และสมเหตุสมผลกับการกระทํา และการสอนให้เด็กแก้ไขความผิดพลาดของตนเอง 5. การตอบสนองต่อเด็กอย่างเหมาะสมเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับ ครูควรแสดงให้เด็ก เห็นอย่างชัดเจนว่าครูเห็นคุณค่าของการปฏิบัติของเด็กเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับ เทคนิคที่ครู สามารถนํามาใช้ในการตอบสนองต่อเด็กเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับ คือ การให้กําลังใจ ครูควร พยายามสังเกตพฤติกรรมที่ดีในตัวเด็ก ทุกครั้งที่เด็กทําดีอย่าปล่อยให้การทําความดีของเขาผ่านไปโดยครูไม่สนใจ ครูอาจเพียงสบตา ยิ้ม หรือพูดชื่นชมให้กําลังใจต่อพฤติกรรมที่ดีน ั้ นๆ วิธีการพูดช ื่นชมให้กําลังใจเด็กนั้นไม่ควรแค่พูด ชมว่าดีแต่ควรพูดให้เด็กรู้ทางอ้อมว่าเขาควรทํา หรือไม่ควรทําอะไร โดยระบุให้ชัดเจนเป็นเรื่องๆ ในสิ่งที่เด็กทําจริง พูดให้ตรงจุด ไม่ยกยอเด็ก เพื่อทําให้เด็กเข้าใจว่าการกระทําใดเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กสามารถทําได้และช่วยให้เด็กทํา พฤติกรรมที่ดีบ่อยคร ั้ งขึ้น ๓. สื่อส่งเสริมการเรียนรู้ 1. สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ประกอบด้วย - เครื่องเคาะจังหวะ เช่น กรับ แทมมารีน กลอง ฯลฯ - อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว เช่น ริบบิ้น แถบผ้า ถุงทราย ฯลฯ 2. สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์สื่อที่นํามาใช้เป็นสื่อของจริง และสื่อจากธรรมชาติ หรือวัสดุท้องถิ่น หากไม่มีสื่อของจริงจึงใช้สื่อที่จําลองขึ้น หรือภาพ และใช้สื่อเทคโนโลยีประกอบการจัด กิจกรรม ครูควรพิจารณาเลือกสื่อที่เหมาะสมกับเรื่องที่เรียนรู้โดยที่มาของสื่อมี2 แนวทาง คือ 2.1 ให้เด็กและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเตรียมสื่อที่เก ี่ ยวข้องกับเรื่องที่เรียนรู้ 2.2 ครูเป็นผู้เตรียมด้วยตนเอง 3. สื่อประกอบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ 3.1 กระดาษหน้าเดียวสําหรับการวาดรูปหรือเขียนทั่วๆ ไป 3.2 กระดาษชนิดอ ื่ นๆ เช่น กระดาษร้อยปอนด์กระดาษโปสเตอร์กระดาษมันปูกระดาษสา กระดาษแข็ง กระดาษลัง ฯลฯ สำหรับกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ 3.3 เศษวัสดุซึ่งได้มาจากการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการนำมาจัดให้เด็กใช้ทำงาน
53 ศิลปะสร้างสรรค์ 3.4 อุปกรณ์สาหรับทํากิจกรรมสร้างสรรค์ได้แก่กรรไกร พู่กัน กระปุกใส่กาว ฯลฯ ทม ี่ ี ขนาดพอเหมาะกับวัยของเด็ก 3.5 วัสดุสิ้นเปลืองสําหรับทํากิจกรรมสร้างสรรค์ได้แก่สีเทียนจัมโบ้สีไม้สีน้ำ สี โปสเตอร์ลูกปัด ไหมพรม เศษกระดาษสีกาว ฯลฯ 3.6 วัสดุสำหรับปั้นที่มีความหมายหลากหลาย ได้แก่ ดินน้ำมัน แป้งโดว์ดินเหนียว ดินกระดาษ ขี้ผึ้ง ฯลฯ 4. สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเสรีและเกมการศึกษา ดูรายละเอียดในหัวข้อการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ในส่วนของการจัดพ ื้ นที่สําหรับมุมเล่น 5. สื่อประกอบการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง ประกอบด้วย 5.1 เครื่องเล่นสนาม ได้แก่กระดานลื่น ชิงช้า ที่เดินทรงตัว และเคร ื่ องเล่นสําหรับปีนป่าย 5.2 กล่องรูปทรงและขนาดแตกต่างกันไว้ให้เด็กเล่นในการทรงตัว 5.3 กะลามะพร้าวไว้ให้เด็กเดินทรงตัว 5.4 รูปทรงวงรีให้เด็กยืนทรงตัว 6. สื่อประกอบการจัดประสบการณ์โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ประกอบด้วย 6.1 หนังสือนิทานที่คัดเลือกมาเป็นสื่อหลัก ซึ่งพิจารณาจากความสนใจของเด็ก 6.2 หนังสือที่มีเรื่องราวที่เก ี่ ยวข้องกับเรื่องหลักที่ใช้ในการจัดประสบการณ์ 6.3 วัสดุต่างๆ เช่น ลังกระดาษ ท่อ กระดาษสีสีชนิดต่างๆ กาว ฯลฯ สาหรับให้เด็กช่วยกัน จัดทําอุปกรณ์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับเน ื้ อเรื่องตามท ี่ เด็กเสนอ 6.4 เกมการศึกษาซึ่งใช้ภาพและคําจากเรื่องที่ใช้ในการจัดประสบการณ์เช่น เกมจับคู่ภาพ กับคํา เกมภาพตัดต่อ เกมลอตโต เกมเรียงลําดับเหตุการณ์ฯลฯ ๔. แหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้สําหรับเด็กแบ่งออกเป็นแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ภายนอก สถานศึกษา ครูสามารถเลือกใช้แหล่งการเรียนรู้ในการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กตามความเหมาะสมกับเรื่องที่กําลัง เรียนรู้ดังน ี้ 1.แหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานท ี่ ตั้ง ข้อมูลทั่วไป ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพฯ ชั้น 1 อาคารโรงเรียน วัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ -เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ บริการหนังสือสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ และบริการคอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้น ข้อมูล มีบรรณารักษ์ประจำห้อง เปิดให้บริการวัน ราชการ เวลา 07.00 และเวลา 15.30 น. มี บริการให้ยืมหนังสือความรู้สําหรับครูหนังสือนิทาน และสารคดีสําหรับเด็ก เรือนไทย อาคารเรือนไทย -เป็นห้องเกียรติยศที่เก็บภาพในอดีตของรัชกาลที่5 มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 และมีภาพ บุคคลสำคัญที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียน
54 ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานท ี่ ตั้ง ข้อมูลทั่วไป ร้านค้าสหกรณ์นักเรียน ชั้น 1 อาคารโรงเรียน วัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ -เปิดบริการให้กับสมาชิกสหกรณ์และนักเรียนเป็นที่ จําหน่ายอุปกรณ์ เครื่องเขียน เครื่องแบบ เครื่องปรุง ข้าวสาร ขนม นมให้กับครูนักเรียนและผู้ปกครอง ห้องพยาบาล หลังองค์พระข้างเรือนไทย -มียาและเวชภัณฑ์เพื่อการปฐมพยาบาลมีเตียงพัก สําหรับเด็กป่วย 2 เตียง มีครูพยาบาลเป็นผู้ดูแลเปิด ให้บริการเวลา 7.00 - 16.30 น. ห้องดนตรีไทย ชั้น 1 ห้องศาลาราย -มีเครื่องดนตรีไทยหลากหลายประเภทให้นักเรียน ได้เรียนในชั่วโมงชมรม ห้องดนตรีสากล ชั้น 2 โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ -มีเครื่องดนตรีสากลหลากหลายประเภทให้นักเรียน ได้เรียนในชั่วโมงชมรม สวนพฤกษศาสตร์ รอบบริเวณโรงเรียน -มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่จํานวนมากส่วนใหญ่ เป็นพรรณไม้ไทย -มีไม้ประดับขนาดเล็ก -มีบ่อน้ำพุ1 แห่งซึ่งเลี้ยงปลาหางนกยูง ไว้กำจัดลูกน้ำ -มีสวนหย่อมข้างสนามเด็กเล่น แปลงผักไฮโดรโปนิกส์ หลังเรือนไทย -เป็นแปลงสาธิตการปลูกผักระบบน้ำไหลเวียน ให้เด็กได้เรียนรู้และทดลองปลูกผัก แปลงเกษตรปฐมวัย ด้านหน้าตรงประตูทางเข้าโรงเรียน -เป็นแปลงสาธิตการปลูกผักชนิดต่างๆเพื่อให้เด็ก ได้เรียนรู้และทดลองปลูกผักสวนครัวที่สนใจ
55 ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานท ี่ ตั้ง ข้อมูลทั่วไป ห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 2 โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ -เป็ยพื้นที่สำหรับการสืบค้นความรู้ผ่านระบบบ ออนไลน์ด้วย Internet เครื่องเล่นสนาม หน้าอาคาร โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ -เป็นพื้นที่สําหรับการเล่นตามข้อตกลง ร่วมกับเพื่อนได้อย่างอิสระ มีอุปกรณ์การเล่นที่ ส่งเสริมพัฒนาการด้าน ร่างกายหลากหลาย เช่น บาร์โหน กระดานลื่นที่ฝึกปีนเขา อุโมงค์ จักรยาน 2.แหล่งเรียนรู้ภายนอกสถานศึกษา ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานท ี่ ตั้ง ข้อมูลทั่วไป วัดมหรรณพารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ 261/2 ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 -เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระองค์เจ้าอรรณพ พระราชโอรสในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 3 ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2393 รัชกาลที่ 3 ได้ ทรงพระราชทานเงินเพื่อช่วยก่อสร้าง สร้างแล้ว เสร็จในรัชกาลที่4 เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่ที่ 468 ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 -เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่บนถนนตะนาว ใกล้เสา ชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ชาวจีนเรียก ศาลเจ้านี้ว่า "ตั่วเหล่าเอี้ย" (เทพเจ้าใหญ่) โดยเป็นที่ ประดิษฐานรูปเอี่ยนเถี้ยนส่งเต้, รูปเจ้าพ่อเสือ, รูป เจ้าพ่อกวนอู และรูปเจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นที่เคารพนับ ถือของทั้งชาวไทยและชาวจีนเป็นอย่างมาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนน ราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการ ปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็น ระบอบประชาธิปไตย การก่อสร้างอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ .ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ .ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ 173 ถนน ดินสอ แขวงเสา ชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 -ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ทำการของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและหน่วยงานเกือบ ทั้งหมดขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นของ กรุงเทพมหานคร
56 ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานท ี่ ตั้ง ข้อมูลทั่วไป สนามหลวง ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราช รังสฤษฎิ์ระหว่าพระบรมมหาราชวัง กับพระราชวังบวรสถานมงคล เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร -สนามหลวงเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่าง ๆเช่น เป็นที่ตั้งพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ และพระ บรมวงศานุวงศ์ เป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ หอสมุดเมือง ตั้งอยู่ที่ 39 ถนน ราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 - เป็นหอสมุดที่มีหนังสือหลากหลายประเภทให้ ค้นคว้าหาความรู้ แยกเป็นสัดส่วน ตกแต่งสวยงาม มีโต๊ะ เก้าอี้ โซฟาในมุมต่างๆให้เลือกนั่งตามสบาย มี หนังสือภาษาเบรลล์กับหนังสือเสียง รวมไปถึง คอมพิวเตอร์สำหรับผู้พิการทางสายตาด้วยไว้ ให้บริการประชาชนทั่วไป คลองหลอด เรียบทางเดินเท้า ข้างวัดมหรรณพาราม - เป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2326 เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรีมาอยู่ ฝั่งพระนคร เชื่อมคลองคูเมืองเดิมออกไปบรรจบกับ คลองรอบกรุง มี 2 คลอง เรียกกันตามลักษณะของ คลองว่า "คลองหลอด" หอสถานีตำรวจ นครบาลสำราญราษฎร์ ที่ตั้ง200 ถนน บำรุงเมือง แขวง สำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์: 02 226 2136 -เป็นสถานที่ราชการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ บริการประชาชน ดูแลและรักษาให้ประชาชนปฏิบัติ ตนตามระเบียบวินัยของชาติเพื่อความเป็นอยู่ใน สังคมอย่างสงบสุข สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย) ที่ตั้ง แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระ นคร กรุงเทพมหานคร 10200. -สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย) เป็น หน่วยงานหนึ่งสังกัดฝ่ายประสานงานสถานีกาชาด สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย มีภารกิจหลักในด้านการ รักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และงานฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงงานบรรเทาทุกข์ ผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส โดยเปิดให้บริการทุก วันจันทร์ – ศุกร์ ตลาดชุมชนคลองหลอด วัดราชนัดดา ที่ตั้ง หลังวัดราชนัดดากับศาลาว่า การกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร -ตลาดชุมชนคลองหลอดราชนัดดา เป็นตลาดเก่าแก่ เป็นวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน บ้านเรือนริมคลองเก่า ๆ ที่ มีกับข้าว ของกิน เสื้อผ้า ของใช้มาวางจำหน่าย
57 ๙.การประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ประจําวันซึ่งจะครอบคลุมพัฒนาการทุกด้านการประเมินตามหลักสูตรสถานศึกษาฉบับน ี้ให้ดําเนินการตามแนวทาง ต่อไปนี้ 9.1 หลักการประเมินพัฒนาการ 1)ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน 2)ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี ๓)ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย ๙.๒ แนวทางการประเมินพัฒนาการ ๑) พัฒนาการด้านร่างกาย ๒) พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ๓) พัฒนาการด้านสังคม ๔) พัฒนาการด้านสติปัญญา ๙.๓ ขั้นตอนการประเมินพัฒนาการ ๙.๓.๑ การวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ และการกำหนดประเด็น การประเมิน ๑) การวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ๒) การกำหนดประเด็นการประเมิน ๙.๓.๒ การกำหนดวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการ ดังนี้ ๑) การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation) ๒) การสัมภาษณ์ (Interview) ๓) การเขียนบันทึกระเบียนพฤติการณ์ (Anecdotes) ๔) การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ (Checklists) ๕) การทำสังคมมิติ (Sociogram) 6) การใช้แบบทดสอบ(Test) 7) การใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolios) ๙.๓.๓ การกำหนดเกณฑ์การประเมินและระดับคุณภาพ ๙.๓.๔ การเก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูล ๑) จัดทําพอร์ทโฟลิโอของเด็กเป็นรายบุคคล โดยรวบรวมประวัติ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เก็บ รวบรวมผลงานของเด็ก และสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย ๒) บันทึกข้อมูลในแบบบันทึกข้อมูลเด็กปฐมวัยประจําชั้นอนุบาล (อบ.๐๒/๒) ภาคเรียนละ 2 ครั้ง ตามเกณฑ์การบันทึกผลการประเมิน การบันทึกตามข้อนี้บางรายการสามารถสังเกตและบันทึกตามเกณฑ์ได้ เลย บางรายการให้นําข้อมูลจากพอร์ทโฟลิโอของเด็ก (ข้อ ๑) มาประกอบการบันทึก ๓) กรอกคะแนนจากข้อ ๒ ครั้งที่ ๒ ในแบบบันทึกพัฒนาการเด็กปฐมวัยรายบุคคล ๔) นําข้อมูลที่รวบรวมได้มาบันทึกในสมุดรายงานประจําตัวเด็กปฐมวัย (อบ.๐๑/๑) โดย สรุปผลการประเมินตามเกณฑ์การสรุปผลการพัฒนาเด็กในสมุดรายงานประจําตัวเด็กปฐมวัย
58 ๙.๓.๕ การสรุปผลการประเมินพัฒนาการเด็ก ๙.๓.๖ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ ๑) รายงานต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้น โดยส่งสมุดบันทึกพัฒนาการเด็กปฐมวัย (อบ.๐๒/๒) และสมุดรายงานประจําตัวเด็กปฐมวัย เสนอผู้อํานวยการโรงเรียนภาคเรียนละ ๑ ครั้ง ๒) รายงานต่อผู้ปกครอง ดําเนินการ ดังนี้ ๒.๑ นำเสนอพอร์ทโฟลิโอเด็กต่อผู้ปกครองภาคเรียนละ ๑ ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือ เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมพัฒนาการในลำดับต่อไป ๒.๒ ส่งสมุดรายงานประจําตัวเด็กปฐมวัย เพื่อรายงานผลพัฒนาการให้ผู้ปกครอง รับทราบ ๑๐.การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนวัดเลียบราษฎร์บำรุง มี การดําเนินการบริหาร จัดการหลักสูตร ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1. การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ พุทธศักราช 25๖๑ ดําเนินการ ดังน ี้ 1.1 แต่งต ั้ งคณะกรรมการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ประกอบด้วยคณะที่ปรึกษา และ คณะกรรมการจัดทําหลักสูตร 1.2 ศึกษาทําความเข้าใจเอกสารหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1.3 รวบรวมข้อมูลพ ื้ นฐาน สภาพความต้องการชุมชน นโยบาย จุดเน้น ของหน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษา 1.4 ดําเนินการจัดทํา (ร่าง) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2563 1.5 ตรวจสอบคุณภาพร่างหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย และนํามาปรับปรุงแก้ไข 1.6 ขออนุมัติการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 25๖3 เพ ื่ อนําหลักสูตรไปสู่การ ปฏิบัติโดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ ื้ นฐานของสถานศึกษา 2. ส่งเสริมการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ พุทธศักราช 2563 2.1 การทําความเข้าใจเรื่องหลักสูตรแก่ผู้ที่เก ี่ ยวข้องกับการใช้หลักสูตร 2.1.1ประชุมครูเพื่อทําความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 256๐ และ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ร่วมกัน 2.1.2 ชี้แจงให้ผู้ปกครองทราบเรื่องการใช้หลักสูตรสถานศึกษาฉบับใหม่ 2.2 การสนับสนุนให้ครูสามารถใช้หลักสูตรสถานศึกษา 2.2.1 ประชุมครูเพ ื่ อทําความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเก ี่ ยวกับหน่วยที่จะ สอนในแต่ละสัปดาห์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 2.2.2 ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดประสบการณ์และจัดซื้อหรือจัดหา เพ ิ่ มเติมให้เพียงพอ
59 2.3 การกํากับติดตามการใช้หลักสูตร 2.3.1 ครูจัดทําแผนการจัดประสบการณ์และส่งให้หัวหน้างานการศึกษาปฐมวัย ตรวจสอบและให้คําแนะนํา 2.3.2 หัวหน้างานการศึกษาปฐมวัยเย ี่ ยมช ั้ นเรียน สังเกตการจัดประสบการณ์ของครู และอภิปรายร่วมกัน ๑๑.การเชื่อมต่อของการศึกษา การเชื่อมต่อของการศึกษาปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของ เด็ก หากเด็กสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เด็กจะสามารถเรียนรู้และมีพัฒนาการที่ก้าวหน้า เนื่องจากรูปแบบและลักษณะในการจัดการเรียนรู้ของทั้งสองระดับชั้นมีความแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการ สนับสนุนและช่วยเหลือที่เหมาะสมจาก ผู้สอน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนบุคลากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 1. ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการเชื่อมต่อโดยเฉพาะระหว่างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในช่วง 5-6 ปีกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความ เข้าใจ จัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงการศึกษาโดยการจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมต่อการศึกษา 1. จัดประชุมครูระดับปฐมวัยและครูระดับประถมศึกษาร่วมกันสร้างรอยเชื่อมต่อของหลักสูตรทั้งสองระดับให้ เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษาเพื่อครูทั้งสองระดับจะได้เตรียมการสอนให้สอดคล้องกับเด็กวัยนี้ 2. จัดหาเอกสารด้านหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไว้ให้ครูและบุคลากรอื่นๆได้ศึกษาทำ ความเข้าใจอย่างสะดวกและเพียงพอ 3. จัดกิจกรรมให้ครูทั้งสองระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆที่ได้รับจากการอบรม ดูงาน ซึ่งไม่ควร จัดให้เฉพาะครูในระดับเดียวกันเท่านั้น 4. จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆระหว่างสถานศึกษา พ่อ แม่ ผู้ปกครองและ บุคลากรทางการศึกษาอย่างเสม่ำเสมอ 5. จัดให้มีการพบปะ หรือการทำกิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ในระหว่างที่เด็กอยู่ใน ระดับปฐมวัย เพื่อพ่อแม่ ผู้ปกครองจะได้สร้างความเข้าใจและสนับสนุนการเรียน การสอนของตนเองได้อย่าง ถูกต้อง 6. จัดกิจกรรมให้ทั้งครูทั้งสองระดับได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับพ่อแม่ ผู้ปกครองบางโอกาส 7. จัดกิจกรรมปฐมนิเทศพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ก่อนเด็กเข้าเรียนระดับปฐมวัยศึกษาและก่อน เด็กจะเลื่อนขึ้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาทั้งสองระดับและให้ความ ร่วมมือในการช่วยเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี 2. ครูระดับปฐมวัย ควรศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ สร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวก่อนเลื่อนขึ้นชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1
60 กิจกรรมที่ควรจัดให้เด็กก่อนขึ้นระดับชั้นป.1 1. เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งต่อระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งจะทำให้ครูระดับ ประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูล 2. พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้เด็กเกิด เจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ 3. จัดให้เด็กได้มีโอกาสทำความรู้จักกับครูตลอดจนสภาพแวดล้อม บรรยากาศของห้องเรียนชั้นประถม 3. ครูระดับประถมศึกษา ครูระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัยและมีเจตคติที่ดีต่อการจัด ประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่1ของตนให้ต่อเนื่องกับการพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัยการดำเนินกิจกรรม 1.จัดกิจกรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสทำความรู้จักคุ้นเคยกับครูและห้องเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่1 ก่อนเปิดภาคเรียน 2. จัดสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์ภายใน ห้องเรียนเพื่อให้เด็กมีโอกาสทำกิจกรรมอย่างอิสระ เช่นมุมหนังสือ มุมของเล่น มุมเกมการศึกษา เพื่อช่วยให้เด็กชั้น ประถมศึกษาปีที่1 ได้ปรับตัวและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 3. จัดกิจกรรมร่วมกันกับเด็กในการสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติตน 4. เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พ่อ แม่ ผู้ปกครองและชุมชน ๔. พ่อแม่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาพ่อแม่ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาต้องทำความเข้าใจ หลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดับ และเข้าใจว่าถึงแม้เด็กจะอยู่ในระดับประถมศึกษาแล้วแต่เด็กยังต้องการความรัก ความเอาใจใส่ การดูแลและการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากระดับปฐมวัย และควรให้ความร่วมมือกับครูและ สถานศึกษาในการช่วยเตรียมตัวเด็ก เพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
61 วิชาการ, กรม, กระทรวงศึกษาธิการ.(2539).แนวการจัดกิจกรรมและสื่อการเรียนการสอน ระดับก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. วิชาการ, กรม,กระทรวงศึกษาธิการ.(2539).แนวการจัดประสบการณ์ระดับก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 25๖๐ (สำหรับ เด็กอายุ3-5 ปี). กรุงเทพฯ (อัดสำเนา) กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. บรรณานุกรม
62 ภาคผนวก