คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ท 33101 ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดย
มีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ ในเรื่องของฉันท์รูปแบบต่างๆท่ี
ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ ทั้งในด้านฉันทลักษณ์ ที่มาของชื่อฉันท์ ลักษณะการนำไปใช้ จุดเด่นของแต่ละฉันท์
และตวั อย่างการแต่งฉนั ทป์ ระเภทต่างๆ
ทั้งนี้ทางคณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ อ่าน
ไมม่ ากก็น้อย และหากหนังสือเลม่ นมี้ ีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ทนี่ ี้ด้วยค่ะ
นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หอ้ ง 1
20 ตุลาคม 2563
สารบญั
เรอื่ ง หนา้
ภชุ งคประยาตฉันท์ ๑๒ ๑
มาณวกฉันท์ ๘ ๒
อเุ ปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ๓
สาลินฉี ันท์ ๑๑ ๔
อปุ ัฏฐติ าฉนั ท์ ๑๑ ๕
วชิ ชมุ าลา ๘ ๖
อินทรวเิ ชียรฉันท์ ๑๑ ๗
จิตรปทาฉนั ท์ ๘ ๘
สทั ธราฉันท์ ๒๑ ๙
ภุชงคประยาต ฉนั ท์ ๑๒
ภุชงค์ หมายถงึ งู หรอื นาค โดยรวมใหค้ วามหมายว่า ชอ่ื ฉนั ทแ์ บบหน่ึงมี ๑๒ คาํ
แบ่งเป็น ๒ วรรค มลี หุ ตน้ วรรคและกลางวรรค หากฟังลลี าจากการอ่านภุชงคประยาตฉนั ท์
แลว้ จะพบวา่ ฉนั ทช์ นิดน้ีมลี ลี าเหมอื นอาการของงกู ําลงั เลอ้ื ย
มกั ใชบ้ รรยายความใน กระฉบั กระเฉง หรอื ราพนั ภาพท่ี สนุกสนานร่นื เรงิ
ฉนั ทลกั ษณ์
ตวั อยา่ งภุชงคประยาต ฉนั ท์ ๑๒ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
ทชิ งคช์ าตฉิ ลาดยล คะเนกลคะนึงการ
กษตั รยิ ล์ จิ ฉววี าร ระวงั เหอื ดระแวงหาย
เหมาะแก่การณ์จะเสกสรร ปวตั ว์ ญั จโนบาย
มลา้ งเหตพุ เิ ฉทสาย สมคั รสนธสิ ์ โมสร
มาณวก ฉนั ท์ ๘
มาณวกฉนั ท์ ไม่มคี วามหมายในพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน แตห่ ากพนิ จิ
ภาษาดใู หด้ ี จะพบวา่ คาน้ีมาจากคาวา่ มาณพ แผลง พ เป็น ว เป็นคามาจากภาษาบาลี
สนั สกฤต หมายถงึ ผเู้ ป็นชายหนุ่ม, ผเู้ ป็นชายรุ่น
มาณวกฉนั ท์ ๘ จงึ เป็นชอ่ื ฉนั ทอ์ ยา่ งหน่งึ ควรจะมคี วามหมายถงึ “ฉนั ทท์ ม่ี ลี ลี า
เหมอื นผเู้ ป็นชายหนุ่มในลกั ษณะทก่ี ระฉบั กระเฉง” ซง่ึ ฉนั ทป์ ระเภทนใ้ี ชส้ าหรบั บรรยายเร่อื ง
ทร่ี วดเรว็ เวลาอ่านไดร้ บั รสรสู้ กึ วา่ ผาดโผน เกดิ ความรน่ื เรงิ และตน่ื เตน้
ฉนั ทลักษณ์
ตวั อยา่ งมาณวก ฉนั ท์ ๘ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
ลว่ งลุประมาณ การอนุกรม
หน่งึ ณ นิยม ทา่ นทวชิ งค์
เมอ่ื จะประสทิ ธิ์ วทิ ยะยง
เชญิ วรวงค์ เอกกุมาร
เธอจรตาม พราหมณไป
โดยเฉพาะใน หอ้ งรหุฐาน
จง่ึ พฤฒถิ าม ความพสิ ดาร
ขอธ ประธาน โทษะและไข
สัทธราฉนั ท์ ๒๑
สทั ธราฉนั ท์ ไม่มคี วามหมายในพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน เม่อื พนิ ิจภาษาดู
ใหด้ แี ลว้ จะพบวา่ คาน้มี าจากคาวา่ สทั รวมกบั คาว่า ธรา เป็นคามาจากภาษาบาลแี ละ
สนั สกฤต ซง่ึ สทั หมายถงึ เสยี ง ธรา เป็นคาโบราณ หมายถงึ แผน่ ดนิ
สทั ธรา จงึ น่ามคี วามหมายวา่ “ฉนั ทท์ ม่ี ลี ลี าประดจุ เสยี งรอ้ งจากแผน่ ดนิ (ดนิ พโิ รธ)”
ซง่ึ ฉนั ท์ประเภทน้ใี ชส้ าหรบั ดาเนินเรอ่ื งทม่ี เี น้อื หาเก่ยี วกบั ความแตกแยก โดยเฉพาะเร่อื ง
สามคั คเี ภทคาฉนั ท์ ซง่ึ ใชเ้ ป็นบทดาเนนิ เร่อื งตอนทก่ี ษตั รยิ ล์ จิ ฉวแี ตกสามคั คี
ฉนั ทลักษณ์
ตวั อยา่ ง สทั ธราฉนั ท์ ๒๑ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
ครงั้ ล่วงสามปีประมาณมา สหกรณประดา
ลจิ ฉวมี า ช ทงั้ หลาย
สามคั คธี รรมทงั้ หลาย มติ รภทิ นะกระจาย
สรรพเสอ่ื มหายน์ กเ็ ป็นไป
วิชุมมาลา ฉนั ท์ ๘
วชิ ชมุ มาลา แปลวา่ ระเบยี บสายฟ้า หมายถงึ ฉนั ท์ทม่ี ลี ลี าอย่างสายฟ้าแลบ ฉนั ท์บท
หน่งึ มี ๔ บาท บาทละ ๒ วรรค วรรคละ ๔ คา ๒ วรรคเป็น ๘ คา จงึ เขยี น ๘ หลงั ช่อื วชิ ชมุ
มาลาฉันท์
บงั คบั ครุลว้ นทกุ วรรค ( ัั หรอื คร)ุ
ฉนั ทลักษณ์
ตวั อยา่ งวชิ มุ มาลา ฉนั ท์ ๘ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
ตน่ื ตาหน้าเผอื ด หมดเลอื ดสนั่ กาย
หลบลห้ี นตี าย วุ่นหวนั่ พรนั่ ใจ
ซกุ ครอกซอกครวั ซอ่ นตวั แตกภยั
เขา้ ดงพงไพร ทง้ิ ยา่ นบา้ นตน
ขา่ วเศกิ เอกิ องึ ทราบถงึ บดั ดล
ในหมผู่ คู้ น ชาวเวสาลี
แทบทกุ ถนิ่ หมด ชนบทบรู ี
อกสนั่ ขวญั หนี หวาดกลวั ทวั่ ไป
สาลินี ฉนั ท์ ๑๑
สาลินีฉันท์ (อ่านว่า สา-ลิ-นี-ฉัน) ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราช
บณั ฑติ ยสถาน กล่าวถงึ ช่อื ฉันท์อย่างหน่ึง บาทหน่ึงมี ๑๑ คา วรรคหน้ามี ๕ คา เป็นครุลว้ น
วรรคหลงั มี ๖ คา คาท่ี ๑ และคาท่ี ๔ เป็นลหุ นอกนนั้ เป็นครุ
มกั ใชบ้ รรยายความในบททม่ี สี าระความรู้
ฉันทลักษณ์
ตวั อยา่ งสาลนิ ี ฉนั ท์ ๑๑ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
พราหมณ์ครรู สู้ งั เกต ตระหนกั เหตุถนดั ครนั
ราชาวชั ชสี รร พจกั สพู่ นิ าศสม
ยนิ ดบี ดั น้กี จิ จะสมั ฤทธมิ ์ นารมณ์
เรมิ่ มาดว้ ยปรากรม และอุตสาหแหง่ ตน
อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑
ความหมายของของอุปัฏฐติ าฉนั ท์ ๑๑ หมายถงึ “ฉนั ทท์ ก่ี ลา่ วสาเนียงอนั ดงั กอ้ งใหป้ รากฏ”
หน่งึ บทมี ๒ บาท บาทละ ๑๑ พยางค์ แบง่ เป็น ๒ วรรค วรรคแรก ๕ พยางค์ วรรคหลงั ๖ พยางค์
สง่ สมั ผสั แบบกาพยล์ กั ษณะครุ-ลหุ เหมอื นกนั ทกุ บาท คอื ครุ-คร-ุ ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลห-ุ คร-ุ ลหุ-คร-ุ ครุ
ลกั ษณะการใชค้ อื ใชใ้ นบทบรรยายทต่ี อ้ งกนั ใหเ้ ดน่ ชดั และหนกั แน่น
ฉันทลักษณ์
ตวั อยา่ ง อุปัฏฐติ าฉนั ท์ ๑๑ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
บดั น้ีสกิ แ็ ตก คณะแผกและแยกพรรค์
ไป่ เป็ นสหฉนั ทเสมอื นเสมอมาหาย
โอกาสเหมาะสมยั ขณะไหนประหน่งึ ครา
น้หี ากผจิ ะหา ก็ บ ไดส้ ะดวกดี
อนิ ทรวิเชยี ร ฉนั ท์ ๑๑
อนิ ทรวเิ ชยี ร หมายถงึ เพชรพระอนิ ทร์ หรอื สายฟ้าจากพระอนิ ทร์ ดงั นัน้ อนิ ทรวเิ ชยี ร
ฉนั ท์ ๑๑ คอื ฉันทท์ ม่ี ลี ลี าอนั รงุ่ เรอื งงดงามดุจสายฟ้าซ่งึ เป็นอาวุธของพระอนิ ทร์ มลี กั ษณะและ
จานวนคาคลา้ ยกบั กาพยย์ านี ๑๑ แต่บงั คบั ครุ และ ลหุ
มกั ใชก้ บั บทโนม้ นา้ วจติ ใจใหบ้ งั เกดิ ความเอน็ ดู สงสาร เศรา้ สลด หรอื บรรยายความ
ฉันทลักษณ์
ตวั อยา่ งอนิ ทรวเิ ชยี ร ฉันท์ ๑๑ จากสามคั คเี ภทคาฉันท์
ป่ินเขตมคธขตั ตยิ รชั ธารง
ยงั้ ทพั ประทบั ตรง นคเรศวสิ าลี
ภธู ร ธ สงั เกต พเิ คราะหเ์ หตุ ณ ธานี
แหง่ ราชวชั ชี ขณะเศกิ ประชดิ แดน
จติ รปทาฉันท์ ๘
“จติ รปทาฉนั ท”์ แปลว่า “ฉนั ททห่ี า้ มความทรามกลา่ วคอื ใหค้ วามเพลดิ เพลนิ ด”ี ฯ เป็น
ฉนั ทท์ ม่ี ี ๔ บาท รวม ๓๒ คา มสี ตู รว่า “จติ ฺรปทา ยทิ ภา คา” แปลวา่ “คาถาทม่ี ี ภ คณะ ภ
คณะ และ ครลุ อย ๒ คา ช่อื ว่า “จติ รปทา”
มกั ใชบ้ รรบายความงดงาม แสดงอาการทางจติ ใจ
ฉนั ทลกั ษณ์
ตวั อยา่ งจติ รปทาฉนั ท์ ๘ จากสามคั คเี ภทคาฉนั ท์
นาครธา นวิ สิ าลี
เหน็ รปิ มุ ี พลมากมาย
ขา้ มตริ ชล กล็ พุ น้ หมาย
มงุ่ จะทลาย พระนครตน
มนอกเตน้
ต่างกต็ ระหนก ตะละผคู้ น
ตน่ื บ มเิ วน้ มจลาจล
ทวั่ บุรคา อลเวงไป
เสยี งอลวน
อเุ ปนทรวิเชยี รฉันท ๑๑
อุเปนทรวเิ ชยี รฉนั ท์ (อา่ นวา่ อุ-เปน-ทฺระ-ว-ิ เชยี น-ฉนั ) เป็นชอ่ื ฉนั ทอ์ ยา่ งหน่งึ มี
ความหมายวา่ “ฉนั ทท์ ม่ี ลี ลี าคลา้ ยหรอื รองจากอนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ท”์ ซง่ึ ฉนั ทป์ ระเภทนใ้ี ช้
สาํ หรบั ดาํ เนินเร่อื งอยา่ งธรรมดา
ฉันทลักษณ
ตวั อย่างอเุ ปนทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑ จากสามคั คเี ภทคาํ ฉนั ท์
ทชิ งคเ์ จาะจงเจตน์ กละหเ์ หตยุ ยุ งเสรมิ
กระหน่ําและซา้ํ เตมิ นฤพทั ธะกอ่ การ ฯ
ละครงั้ ระหวา่ งครา ทนิ ะวาระนานนาน
เหมาะทา่ ทชิ าจารย์ ธ กเ็ ชญิ เสดจ็ ไป ฯ