The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

PPT ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ-04

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การพูดนำเสนอข้อมูลตามวิชาชีพ

PPT ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ-04

การพูดนาเสนอ เป็ นการส่ือสารเพ่ือถ่ายทอดข้อมูลจากผูน้ าเสนอ
ไปยงั ผูร้ ับสารให้เกิดความเข้าใจในเรื่องท่ีนาเสนอ โดยอาศัยเทคนิคและ
สื่อต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ เพ่ือโน้มน้าวให้ผูฟ้ ังเกิดความประทับใจ

การนาเสนอมีความสาคญั ต่ออาชีพหลาย ๆ อาชีพ ฉะน้นั ผูน้ าเสนอจะตอ้ งรู้จกั
ศึกษาขอ้ มูลต่าง ๆ วิเคราะห์ผฟู้ ัง โอกาสและสถานการณ์ในการนาเสนอดว้ ย

๑ ความหมายของการนาเสนอข้อมูล

การนาเสนอข้อมูล หมายถึง การนาขอ้ เท็จจริง ขอ้ มูล รายละเอียดต่าง ๆ ที่เก็บ
รวบรวมมาจดั ใหเ้ ป็นระเบียบ เพ่ือมุ่งใหผ้ รู้ ับมองเห็นลกั ษณะสาคญั ของขอ้ มูลเหล่าน้นั
และสามารถอ่านรายละเอียดหรือเปรียบเทียบขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูล รายละเอียดเหล่าน้นั ได้
อยา่ งถูกตอ้ ง รวดเร็ว และตรงตามความตอ้ งการของผใู้ ชข้ อ้ มูล (สานกั งานสถิติแห่งชาติ
๒๕๕๙)

๒ ความสาคญั ของการนาเสนอข้อมูล

ปัจจุบนั การนาเสนอมีบทบาทสาคญั ในทุกวงการ ท้งั หน่วยงานของรัฐ องคก์ รทาง
ธุรกิจ เศรษฐกิจการเมือง หรือวงการศึกษา ลว้ นตอ้ งใชก้ ารนาเสนอเพื่อส่ือสารขอ้ มูล
ความเห็น ขออนุมตั ิ หรือขอ้ สรุป ผลการดาเนินงานต่าง ๆ ผูม้ ีหน้าท่ีที่ตอ้ งติดต่อ
เกี่ยวขอ้ งกบั ฝ่ ายอ่ืน ๆ หรือบุคคลภายนอก เช่น แผนกประชาสัมพนั ธ์ หน่วยฝึ กอบรม
ฝ่ ายจัดการประชุม ตลอดจนหัวหน้างานทุกระดับจะต้องรู้จักวิธีการนาเสนอ
เพอ่ื นาไปใชใ้ นการนาเสนอผลงาน แผนงาน โครงการและความคิดต่าง ๆ

๓ จุดมุ่งหมายในการนาเสนอข้อมูล



๔ รูปแบบการนาเสนอข้อมูล

การนาเสนอทาได้หลายรูปแบบ ซ่ึงต้องพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ
จุดมุ่งหมายของการนาเสนอ และความตอ้ งการของผูร้ ับสาร โดยทว่ั ไปการนาเสนอ
ขอ้ มูลอาจทาได้ ๒ ลกั ษณะใหญ่ ๆ คือ

๔.๑ การนาเสนอข้อมูลอย่างไม่เป็ นแบบแผน

หมายถึง การนาเสนอขอ้ มูลที่ไม่มีกฎเกณฑห์ รือแบบแผนท่ีแน่นอนตายตวั เป็ นการอธิบาย
ลักษณะของข้อมูลตามเน้ือหาข้อมูล การนาเสนอข้อมูลในรู ปแบบน้ีที่นิยมใช้มีสองวิธีคือ
การนาเสนอขอ้ มูลในรูปบทความ หรือความเรียง และการนาเสนอขอ้ มูลในรูปบทความก่ึงตาราง

๔.๒ การนาเสนอข้อมูลอย่างเป็ นแบบแผน

หมายถึง การนาเสนอขอ้ มูลที่มีกฎเกณฑ์ซ่ึงจะตอ้ งปฏิบัติตามมาตรฐานท่ีกาหนดไวเ้ ป็ น
แบบแผน การนาเสนอขอ้ มูลประเภทน้ีที่นิยมคือ การนาเสนอขอ้ มูลในรูปตาราง การนาเสนอขอ้ มูล
ในรูปกราฟหรือแผนภูมิ (สานกั งานสถิติแห่งชาติ ๒๕๕๙)







๕ วธิ ีนาเสนอข้อมูล

การนาเสนอขอ้ มูลโดยทวั่ ไปนิยมนาเสนอ ๓ วธิ ี คือ

๕.๑ การนาเสนอด้วยวาจา

การนาเสนอดว้ ยวาจา หรือการรายงานปากเปล่า เป็นการนารายละเอียดของขอ้ มูล
ท่ีไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ การปฏิบตั ิงานตามที่ไดร้ ับมอบหมาย หรือรายงานขอ้ มูลที่ไดร้ ับต่อท่ี
ประชุม ผูบ้ งั คบั บญั ชา หรือผมู้ ีส่วนเก่ียวขอ้ ง ซ่ึงการนาเสนอดว้ ยวิธีน้ีจาเป็นตอ้ งมีสื่อ
ประเภทต่าง ๆ ช่วยประกอบการนาเสนอใหน้ ่าสนใจไดแ้ ก่ วีดิทศั น์ หุ่นจาลอง รูปภาพ
แผนผงั แผนภาพ แผนภูมิ ขอ้ มูล สถิติ หรือสื่อประสม (Multimedia) และควรจดั ทา
รายงานเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรประกอบดว้ ย เพื่อให้การนาเสนอน้นั มีความน่าเชื่อถือ
ยงิ่ ข้ึน



๕.๒ การนาเสนอด้วยเอกสาร

การนาเสนอเป็ นเอกสาร คือการนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยลายลกั ษณ์อกั ษรเป็ นเอกสารรายงาน มีรูปแบบ
แตกต่างกนั ไปตามความเหมาะสมของเร่ืองที่จะนาเสนอ เช่น รายงานรูปเล่ม บนั ทึก จดหมาย แบบฟอร์ม
บทความ หรือใชต้ ามรูปแบบที่หน่วยงานกาหนด ซ่ึงการนาเสนอดว้ ยเอกสาร มีขอ้ ดีดงั น้ี

๕.๒.๑ นาเสนอข้อมูล

ไดท้ ้งั รูปแบบตวั อกั ษร รูปภาพ ภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผงั กราฟ ฯลฯ

๕.๒.๒ สร้างได้ง่าย

ตน้ ทุนต่าและใชเ้ วลาในการสร้างนอ้ ย นาเสนอไดท้ ุกท่ี ทุกเวลา

๕.๒.๓ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยอี ่ืน ๆ ช่วยในการนาเสนอ

๕.๒.๔ เป็ นพืน้ ฐานของการสร้างงาน

นาเสนอในรูปแบบอ่ืน / สามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั การนาเสนอ
ในรูปแบบอ่ืน ๆ ไดห้ ลากหลาย

๕.๓ การนาเสนอด้วยสื่อเทคโนโลยี

ส่ือเทคโนโลยี หมายถึง ส่ิงที่ผลิตข้ึนเพื่อใช้ควบคู่กบั เคร่ืองมือโสตทศั นูปกรณ์ หรืออุปกรณ์ หรือ
กระบวนการท่ีใช้เทคโนโลยีสมยั ใหม่ เช่น วีดิทศั น์ ส่ือ PowerPoint ภาพยนตร์ส้ัน สไลด์ บทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม การใชอ้ ินเทอร์เน็ตเพ่ือการเรียนการสอน หนงั สือ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (E-Book) เวบ็ ไซต์ ฯลฯ (กรมวิชาการ, ๒๕๔๕: ๓๓ - ๓๔) การนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยการใช้
เทคโนโลยี ตอ้ งมีประเดน็ ความคิดที่ชดั เจน ออกแบบสื่อท่ีถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั เน้ือหา



๖ ข้ันตอนการเตรียมการนาเสนอข้อมูล

การนาเสนอข้อมูลในรูปแบบใดก็ตาม หากไม่มีการเตรี ยมพร้อมย่อมเกิดความผิดพลาดได้ง่าย
หรือไม่เป็ นไปตามจุดมุ่งหมายที่กาหนด ฉะน้นั ถา้ ตอ้ งการใหก้ ารนาเสนอขอ้ มูลราบรื่นและบรรลุจุดมุ่งหมาย
ผนู้ าเสนอควรเตรียมการใหพ้ ร้อมก่อนนาเสนอทุกคร้ัง โดยมีข้นั ตอนดงั น้ี

๖.๑ กาหนดจุดมุ่งหมายของการนาเสนอ

การกาหนดวตั ถุประสงคจ์ ะช่วยทาให้ทราบว่าควรเตรียมเน้ือหาไปในทิศทางใดและตดั เน้ือหาท่ีไม่
เก่ียวขอ้ ง ซ่ึงจะช่วยทาใหก้ ารนาเสนอกระชบั ตรงประเดน็ ไม่ทาใหผ้ ฟู้ ังรู้สึกเสียเวลาและราคาญ หรือรู้สึก
วา่ ผนู้ าเสนอพดู ออกนอกประเดน็

๖.๒ ศึกษาข้อมูล

เพื่อรวบรวมและจดั หมวดหมู่ขอ้ มูลที่จะนาเสนอใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์ที่สุด

๖.๓ กาหนดขอบเขตเนื้อหาในการนาเสนอ

โดยคานึงถึงระยะเวลาในการนาเสนอ หากมีเวลานอ้ ยควรนาเสนอเฉพาะส่วนสาระสาคญั
ประเดน็ ใดไม่จาเป็นใหต้ ดั ทิ้ง ถา้ มีเวลามากจึงนาเสนอเน้ือหาครบถว้ นท้งั หมด

๖.๔ วางเค้าโครงการนาเสนอ

โดยใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหา จุดมุ่งหมายและกลุ่มผฟู้ ัง ดว้ ยการพิจารณาวา่ ขอ้ มูลที่รวบรวม
ได้ท้งั หมดน้ัน สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของเร่ืองท่ีต้องการนาเสนอหรือไม่ ประเด็นใดไม่
เก่ียวขอ้ งให้ตดั ออกแลว้ จดั เป็ นกลุ่ม หรือหมวดหมู่เรียงตามลาดบั ก่อนหลงั เพ่ือให้ง่ายต่อการ
จดั ลาดบั ความคิดในการนาเสนอเน้ือหาต้งั แต่ตน้ จนจบ

๖.๕ จัดเรียงลาดบั เนื้อหา

โดยทว่ั ไปการนาเสนอจะแบ่งเป็ น ๓ ส่วน คือ ส่วนนาเรื่อง ส่วนเน้ือหาและส่วนสรุป
(อนุชิต ฮุนสวสั ดิกลุ , จิตรจานงค์ สุภาพ และ Harvard Manage Mentor) มีรายละเอียดดงั น้ี



๖.๖ วเิ คราะห์ผู้ฟัง

เพ่ือที่จะได้วางแผนการใช้เทคนิคและวิธีการนาเสนอให้เหมาะสมกับระดับความรู้ ความเข้าใจ
ประสบการณ์และความตอ้ งการของผฟู้ ัง

๖.๗ วางแผนการนาเสนอ

ช่วยให้การนาเสนอเป็ นไปตามลาดบั ขอ้ มูล ไม่สับสน ครบถว้ น สมบูรณ์ เหมาะสมกบั เวลา บรรลุ
จุดมุ่งหมายที่

๖.๘ จดั เตรียมวสั ดุอุปกรณ์

การนาเสนอดว้ ยวธิ ีบรรยายเพียงอยา่ งเดียวไม่อาจดึงดูดความสนใจของผฟู้ ังไดต้ ลอดเวลา ฉะน้นั จึงตอ้ ง
ใชโ้ สตทศั นูปกรณ์ และสื่อต่าง ๆ เขา้ มาประกอบเพื่อใหผ้ ฟู้ ังเกิดความสนใจ

๖.๙ เตรียมความพร้อมของสถานท่ี

การเตรียมความพร้อมของสถานที่มีส่วนสาคญั ท่ีจะทาให้การนาเสนอเป็นไปไดด้ ว้ ยดี เช่น เลือกห้องให้
เหมาะสมกบั จานวนผฟู้ ัง

๖.๑๐ ซักซ้อมก่อนนาเสนอจริง

เม่ือจดั เตรียมเอกสาร เน้ือหาและสื่อประกอบการนาเสนอเรียบร้อยแลว้ สิ่งท่ีตอ้ งปฏิบตั ิต่อไปคือ
การซกั ซอ้ มโดยฝึกพดู ประกอบส่ือใหส้ มั พนั ธ์สอดคลอ้ งกนั ตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกตอ้ งของเน้ือหา

๗ หลกั การใช้สื่อประกอบการนาเสนอข้อมูล

การเลือกใชส้ ื่อประกอบการนาเสนอขอ้ มูลมีหลกั ที่ควรพิจารณาดงั น้ี

๗.๑ เลือกส่ือนาเสนอตามความจาเป็ น

โดยพิจารณาความเหมาะสมกบั งานที่นาเสนอจุดมุ่งหมายในการนาเสนอและกลุ่มผฟู้ ัง

๗.๒ เป็ นสื่อทผ่ี ู้นาเสนอถนัดและใช้งานได้ง่าย

ไม่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ นเกินความสามารถ โดยพิจารณาขอ้ ดีและขอ้ จากดั ของสื่อแต่ละชนิด

๗.๓ เป็ นสื่อท่เี หมาะสมกบั สถานท่ี

สถานการณ์และสภาพแวดลอ้ มในการนาเสนอ

๗.๔ การออกแบบส่ือ

การจดั ทาสื่อใหน้ ่าสนใจ น่าติดตาม เป็นส่ิงสาคญั ท่ีผนู้ าเสนอจะตอ้ งศึกษาและทาความ
เขา้ ใจ โดยใชศ้ ิลปะเขา้ มาช่วยในการจดั ทาให้หวั ขอ้ ยอ่ ย หรือโครงสร้างขอ้ มูลที่กาหนดไวน้ ้นั
มีรูปแบบที่สวยงาม ส่ือความหมายไดเ้ หมาะสมกบั เน้ือหา

๗.๕ การจดั วางเนื้อหา

การใส่เน้ือหาในสื่อนาเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ แผนภาพ แผ่นกระดาษ โปสเตอร์ ฯลฯ ตอ้ งจดั วาง
เน้ือหาใหอ้ ยใู่ นแนวนอน เรียงจากซา้ ยไปขวาจะทาใหด้ ูง่ายข้ึน

๗.๖ ไม่ใส่เนื้อหา หรือรายละเอยี ดบนส่ือมากเกนิ ไป

ควรมีที่วา่ งใหด้ ูสบายตา ใชข้ อ้ ความเขา้ ใจง่ายและชดั เจน

๗.๗ ใช้สี เส้น

ตวั อกั ษรและภาพประกอบแยกใหเ้ ห็นความแตกต่างและกระตุน้ ความสนใจในเร่ืองที่นาเสนอ

๘ เทคนิคการทาส่ือประกอบการนาเสนอ

ด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint

การทาส่ือ PowerPoint ประกอบการนาเสนอมีเทคนิคดงั น้ี

๘.๑ ออกแบบให้น่าสนใจ

จดั องคป์ ระกอบในแต่ละหน้าอย่างเหมาะสม ให้มีความสมดุลกนั ระหว่างหัวเร่ือง ภาพประกอบและ
คาอธิบาย สื่อนาเสนอท่ีดีน้นั จะตอ้ งมีจุดเด่นท่ีน่าสนใจ สามารถดึงดูดสายตาผชู้ มได้ โดยการเลือกใชภ้ าพแทน
ขอ้ ความ การใชส้ ีและการเลือกใชเ้ อฟเฟกต์ (effect) ที่เหมาะสมประกอบการนาเสนอ

๘.๒ การนาเสนอเนื้อหา

ควรสรุปเน้ือหาที่ตอ้ งการนาเสนอให้เป็นหวั เร่ือง หรือแนวคิดหลกั หลีกเลี่ยงการนาเสนอแบบยอ่ หนา้
ท่ีมีรายละเอียดเน้ือหามากเกินไป

๘.๓ การใช้สี

สีโทนร้อนจะทาให้รู้สึกแสบตา ใช้ในกรณีตอ้ งการเน้นเฉพาะจุด หลกั การใช้สีคือ
พ้ืนหลงั สีโทนอ่อนใชต้ วั อกั ษรสีเขม้ พ้ืนหลงั สีเขม้ ใชต้ วั อกั ษรสีอ่อน และควรใชพ้ ้ืนหลงั
เป็นสีเขม้ มากกวา่ สีอ่อน

๘.๔ แบบอกั ษร

ไม่ควรกาหนดอกั ษรหลายรูปแบบในเฟรมเดียวกนั แบบอกั ษร (Font) ท่ีเหมาะสม สาหรับการสร้างสื่อ
นาเสนอ เป็ นแบบอกั ษรที่มองเห็นไดช้ ดั ตวั อกั ษรหนา มีช่องว่างท่ีเหมาะสม เช่น อกั ษร Angsana, Cordia,
Browallia

๘.๕ ขนาดตวั อกั ษร

ใชต้ วั อกั ษรท่ีอ่านไดช้ ดั เจน ขนาดไม่ควรเลก็ กว่า ๓๒ pt. (พอยต)์ หัวขอ้ ใหญ่ควรเนน้ ใหเ้ ห็นเด่นชดั
โดยใชต้ วั อกั ษรขนาดใหญ่กวา่ หวั ขอ้ ยอ่ ยและเน้ือหา

๘.๖ จานวนบรรทดั

ในแต่ละเฟรมไม่ควรใส่ขอ้ ความมากจนแน่นเกินไป ควรใชต้ วั อกั ษรไม่เกิน ๗ บรรทดั ต่อหน่ึงเฟรม

๘.๗ การใช้รูปภาพ

ใส่รูปภาพเฉพาะที่จาเป็ นและสมั พนั ธ์กบั เน้ือหา ควรเป็ นภาพสีท่ีชดั เจน ขนาดของภาพไม่เลก็ เกินไป
จนเห็นไม่ชดั หรือใหญ่จนเตม็ เฟรม

๙ การนาเสนอข้อมูลทางวชิ าชีพอย่างมีประสิทธิภาพ

การนาเสนอจะมีประสิทธิภาพมากนอ้ ยเพียงใด ข้ึนอยู่กบั องคป์ ระกอบของการนาเสนอ
โดยมีปัจจยั ท่ีทาใหก้ ารนาเสนอมีประสิทธิภาพดงั น้ี

๙.๑ ข้อมูล

เป็ นส่วนสาคญั ที่สุดในการนาเสนองาน ขอ้ มูลตอ้ งมีความสมบูรณ์ถูกตอ้ ง ครบถว้ น ท้งั น้ีผูน้ าเสนอ
จะตอ้ งจดั เตรียมความพร้อมของขอ้ มูลอยา่ งเป็นระบบและเรียงลาดบั ข้นั ตอนใหช้ ดั เจน

๙.๒ ผ้นู าเสนอ

การนาเสนอจะสัมฤทธิผลหรือไม่ข้ึนอยู่กบั ผูน้ าเสนอเป็ นสาคญั ผูน้ าเสนอที่มีประสิทธิภาพตอ้ งเตรียม
ความพร้อมท้งั กายและใจก่อนท่ีจะนาเสนองาน โดยการกาหนดจุดมุ่งหมายในการนาเสนอให้ชดั เจนศึกษา
วิเคราะห์ผฟู้ ังและสถานการณ์ในการนาเสนอ

๙.๓ วธิ ีการสื่อสาร

หมายถึง การใชเ้ สียงและภาษากายในการนาเสนองาน ผูน้ าเสนอควรฝึ กการใช้เสียงให้เป็ นธรรมชาติ
เสียงดงั เหมาะสมกบั สภาพของสถานที่ ออกเสียงชดั เจน ไม่เร็วหรือชา้ เกินไป มีการเวน้ ช่วงจงั หวะ

๙.๔ เทคนิคและวธิ ีการนาเสนอ

การนาเสนอขอ้ มูลใหม้ ีประสิทธิภาพน้นั จะตอ้ งใชว้ ิธีการนาเสนอที่เหมาะสม ใชอ้ ุปกรณ์หรือส่ือช่วยใน
การนาเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง เพ่ือดึงดูดความสนใจของผูฟ้ ัง ไดแ้ ก่ เอกสารแผนภูมิ ภาพประกอบ วีดิทศั น์ แผน่ ใส
เพาเวอร์พอยต์ ฯลฯ

๙.๕ ศิลปะในการนาเสนอ

การนาเสนอดว้ ยวาจาอยา่ งมีศิลปะ ผนู้ าเสนอจะตอ้ งคานึงถึงเรื่องต่อไปน้ี

๑๐ ปัญหาในการพูดนาเสนอข้อมูลทางวชิ าชีพ

การนาเสนอที่ไม่ประสบความสาเร็จตามจุดมุ่งหมาย อาจเกิดจากหลายสาเหตุดงั น้ี

๑๐.๑ ขาดความม่ันใจ

ก่อนนาเสนอทุกคร้ังตอ้ งมีการเตรียมความพร้อมท้งั ดา้ นเน้ือหาและวิธีการนาเสนอ ซักซ้อมการพูด
ประกอบส่ือนาเสนอใหค้ ล่องแคล่วเม่ือนาเสนอกจ็ ะเกิดความมนั่ ใจและนาเสนอไดอ้ ยา่ งราบร่ืนต้งั แต่ตน้ จนจบ

๑๐.๒ ข้อมูลมากเกนิ ไป

การนาเสนอขอ้ มูลควรพิจารณาให้เหมาะสมกบั เวลาและผฟู้ ัง ไม่ยดั เยยี ดขอ้ มูลจนลน้ เกินภายในเวลาอนั
จากดั ทาให้ผูฟ้ ังจบั ประเด็นไดย้ าก ควรกาหนดประเด็นหลกั ๆ เพียง ๓ - ๔ หวั ขอ้ และอธิบายขยายความ
ไปทีละประเดน็ ผฟู้ ังจะสนใจและจบั ใจความไดด้ ีกวา่

๑๐.๓ นาเสนอประเดน็ ไม่ครบถ้วน

กรณีน้ีมกั เกิดจากการไม่จดั ทาเคา้ โครงการนาเสนอเรียงลาดบั เน้ือหาตามข้นั ตอน ซ่ึงจะทาใหผ้ ฟู้ ังสบั สน
หรือไดร้ ับขอ้ มูลไม่ครบถว้ น ไม่ชดั เจน เพื่อป้องกนั ปัญหาน้ีผนู้ าเสนอตอ้ งจดั ทาเคา้ โครงการนาเสนอทุกคร้ัง

๑๐.๔ ใช้เวลามากเกนิ ไป

การใช้เวลานาเสนอไม่ควรเกิน ๒๐ นาที เพราะเป็ นระยะเวลาท่ีพบว่าคนเราจะสนใจฟังไดโ้ ดยตลอด
หากเกินกวา่ น้นั ความสนใจของผฟู้ ังจะลดลงตามลาดบั

๑๐.๕ ขาดทกั ษะการใช้ภาษา

ภาษาเป็ นเคร่ืองมือสาคญั ที่สุดในการนาเสนอขอ้ มูล ผนู้ าเสนอที่ใชภ้ าษาไม่ดี ส่ือสารไม่ชดั เจน หรือใช้
ภาษาไม่เหมาะแก่กาลเทศะและบุคคล ยอ่ มทาใหก้ ารนาเสนอไม่สมั ฤทธิผลตามจุดมุ่งหมาย

๑๐.๖ นาเสนอด้วยการอ่าน

ผทู้ ่ีนาเสนอขอ้ มูลโดยการอ่านเน้ือหาจากบทพูด หรือส่ือนาเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ ยอ่ มทาใหผ้ ฟู้ ังขาด
ความสนใจ

๑๐.๗ สื่อหรืออุปกรณ์บกพร่อง

ก่อนถึงเวลานาเสนอจึงควรทดสอบการใชง้ านล่วงหนา้ หากมีปัญหาจะไดห้ าวิธีแกไ้ ข และควรบนั ทึก
ขอ้ มูลไวห้ ลาย ๆ ท่ี หรือส่งเขา้ อีเมลต์ นเอง เพ่ือจะไดเ้ ปิ ดใชก้ บั เครื่องอื่น ๆ ได้










Click to View FlipBook Version