The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการคลังสินค้าเพือเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattawut Rai, 2025-11-14 19:37:52

การจัดการคลังสินค้าเพือเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ

การจัดการคลังสินค้าเพือเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ

เรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บกรณีศึกษาบริษัท XYZWarehouse Management Strategies to Enhance Storage Efficiency: A Case Study of XYZ Companyชิรวิทย์ ขอพึ่งรายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนคณะบริหารธุรกิจปีการศึกษา 2568ลิขสิทธ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคงธัญบุรี


เรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บกรณีศึกษาบริษัท XYZWarehouse Management Strategies to Enhance Storage Efficiency: A Case Study of XYZ Companyชิรวิทย์ ขอพึ่งรายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนคณะบริหารธุรกิจปีการศึกษา 2566ลิขสิทธ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคงธัญบุรี


ชื่องานวิจัย เรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บกรณีศึกษา บริษัท XYZชื่อนักศึกษา นายชิรวิทย์ ขอพึ่งรหัสนักศึกษา 116510509491-6ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิตหลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนปีการศึกษา 2568อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชุลีกร ชูโชติถาวรรายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสอบวิจัย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้อาจารย์ที่ปรึกษา ………………………………………………. (ผศ.ชุลีกร ชูโชติถาวร)รายงานวิจัยนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโดยกรรมการ …………...…………………….. (ผศ.ดร.วรางกูร อิศรางกูร ณ อยุธยา) กรรมการ …………...……………………............. (ดร.จิรวดี อินทกาญจน์) ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


กชื่อเรื่อง เรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บกรณศึกษา บริษัท XYZชื่อนักศึกษา นายชิรวิทย์ ขอพึ่งปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิตหลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนปีการศึกษา 2568อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชุลีกร ชูโชติถาวรบทคัดย่อการศึกษาเรื่อง การจัดคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ บริษัท XYZ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้าและสามารถลดปริมาณสินค้าจากการเสื่อมสภาพภายในคลังสินค้าโดยน าหลักการ ABC Analysis และ FIFO System มาประยุกต์ใช้ในการจัดการคลังสินค้า โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่ 7เมษายนถึง30กันยายน พ.ศ. 2568 จากการศึกษาพบว่าการน าวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วย ABC analysis และ FIFO system มาใช้ สามารถลดจ านวนสินค้าเสื ่อมสภาพเฉลี ่ยจาก 1,396ชิ้นเหลือ 1,004ชิ้น ซึ ่งลดลงไป 392ชิ้น คิดเป็นร้อยละ28.08% ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว ่าการท าหลักการABC Analysis และ FIFO System มาประยุกต์ใช้มีประสิทธิภาพอย่างชัดเจนในการลดความสูญเสียจากสินค้าเสื่อมสภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าของบริษัท XYZค ำส ำคัญ : คลังสินค้า / การหยิบวัตถุดิบ/ประสิทธิภาพการท างาน


ขTitle Warehouse Management Strategies to Enhance Storage Efficiency: A Case Study of XYZ CompanyStudent Name Chirawit KhopuengDegree Bachelor of Business Administration (Logistics Management)Program Logistics and Supply Chain ManagementAcademic Year 2025Advisor Assistant Professor Chuleekorn ChuchottawornAbstractกิตประกำศ (ภำษำอังกฤษ)The study on “Warehouse Management to Improve Storage Efficiency of XYZ Company” aimed to enhance the efficiency of warehouse management and reduce the amount of product deterioration within the warehouse by applying ABC Analysis and the FIFO System. Data were collected from April 7 to September 30, 2025.The study found that implementing warehouse efficiency improvement methods through ABC Analysis and the FIFO System reduced the average number of deteriorated products from 1,396 pieces to 1,004 pieces, a decrease of 392 pieces, representing 28.08%. The results clearly demonstrate that the application of ABC Analysis and the FIFO System is highly effective in minimizing product deterioration and improving the overall warehouse management efficiency of XYZ Company.Keywords: Warehouse /Material Picking/Work Efficiency


คกิตติกรรมประกำศผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงต่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชุลีกร ชูโชติถาวร อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้กรุณาให้ค าแนะน า ค าปรึกษา ตลอดจนข้อเสนอแนะอันมีคุณค่า และคอยให้ก าลังใจอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการด าเนินการวิจัย ท าให้งานวิจัยฉบับนี้ส าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีผู้วิจัยขอขอบพระคุณ หัวหน้างานและพนักงานคลังสินค้า ทุกท่าน ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการให้ข้อมูล ค าแนะน า ตลอดจนความร ่วมมือเป็นอย ่างดียิ ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม ซึ ่งมีส ่วนส าคัญต ่อความสมบูรณ์ของการศึกษาครั้งนี้สุดท้ายนี้ ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณทุกท ่านที ่ได้ให้ความช ่วยเหลือ สนับสนุน และเป็นก าลังใจในทุกขั้นตอนของการท าวิจัย จนสามารถจัดท ารายงานวิจัยฉบับนี้ได้ส าเร็จสมบูรณ์ชิรวิทย์ ขอพึ่งผู้วิจัย


งสำรบัญบทคัดย่อ กกิตประกาศ (ภาษาอังกฤษ) ขกิตติกรรมประกาศ คสารบัญ งสารบัญตาราง จสารบัญภาพ ฉบทที่ 1 บทน า 11.1 ที่มาและความส าคัญของปัญหา 11.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 21.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 21.4 ขอบเขตการศึกษา 21.5 สถานที่ท าการศึกษา 21.6 ระยะเวลาในการศึกษา 21.7 นิยามศัพท์เฉพาะ 2บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 42.1 ข้อมูลบริษัทกรณีศึกษา 42.2 แนวคิดและทฤษฎีการจัดการสินค้าคงคลัง 52.3 แนวทางการจัดการสินค้าคงคลัง 62.4 ทฤษฎีแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) 72.5 ทฤษฎีการจัดFIFO (First In First Out) 82.6 ทฤษฎีการจัดคลังสินค้าแบบ ABC Analysis 8


งบทที่ 3 วิธีการด าเนินการศึกษา 133.1 ขั้นตอนการด าเนินงานวิจัย 133.2 การเก็บรวบรวมข้อมูล 133.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 133.4 เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย 143.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 14บทที่ 4 ผลการศึกษา 194.1 ผลจากการวิเคราะห์ABC Analysis 194.3 ข้อมูลการจัดเก็บสินค้าคงคลังด้วย FIFO : First in First out 234.4แนวทางการจัดการสินค้าคงคลัง 244.5 ผลจากการวิเคราะห์ 24บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 255.1 สรุปผลการศึกษา 255.2 ข้อจ ากัดในการศึกษา 255.3 ข้อเสนอแนะ 25


จสำรบัญตำรำงตารางที่ 2.1 ตารางสังเคราะห์งานวิจัย 11ตารางที่ 3.1 ตารางแสดงข้อมูลยอดขายสินค้าของเดือน เมษายน พ.ศ.2568 – มิถุนายน พ.ศ.2568 17ตารางที่ 4.1 ตารางสรุปการแบ่งสินค้าด้วยระบบABC Analysis 20ตารางที่ 4.2 โซนการแบ่งสินค้าตามระบบ ABC Analysis 22ตารางที่ 4.3 ตารางเปรียบเทียบก่อนปรับปรุงและหลังปรับรุง 24


ฉสำรบัญภำพรูปที่ 2.1 ภาพถ่ายคลังสินค้า 4รูปที่ 3.1 ภาพสินค้าที่มีการปะปนกัน 15รูปที่ 3.2 แผนผังก้างปลาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 17รูปที่ 4.1 จ านวนรายการสินค้าประเภท A,B และC 21รูปที่ 4.2 จ านวนร้อยละของมูลค่าสินค้าประเภท A,B และ C 21รูปที่4.3 ยอดขายสินค้าของแต่ละประเภท A,BและC 21รูปที่ 4.4 ผังคลังสินค้าก่อนการปรับปรุง 22


1บทที่ 1บทนำ1.1 ที่มำและควำมส ำคัญของปัญหำในปัจจุบันการด าเนินธุรกิจในทุกภาคอุตสาหกรรมอยู ่ภายใต้สภาวะการแข ่งขันที ่รุนแรง องค์กรต ่าง ๆ จ าเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการท างานในทุกด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการด าเนินงานโดยเฉพาะในส ่วนของการจัดการคลังสินค้าซึ ่งถือเป็นองค์ประกอบส าคัญของระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เนื ่องจากคลังสินค้าเป็นศูนย์กลางของการจัดเก็บวัตถุดิบชิ้นส่วนระหว่างการผลิตและสินค้าส าเร็จรูปก่อนส่งมอบไปยังลูกค้าหรือหน่วยงานปลายทางการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพจึงมีผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องของการผลิต ต้นทุนในการด าเนินงานและระดับความพึงพอใจของลูกค้าจากการด าเนินงานในหลายองค์กรพบว่าการจัดการคลังสินค้ายังมีข้อจ ากัดและปัญหาหลายประการเช่นการจัดเก็บสินค้าไม่เป็นระบบการใช้พื้นที่จัดเก็บไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การขาดระบบควบคุมสต็อกที่แม่นย า รวมถึงการขาดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการด าเนินงานความคลาดเคลื่อนของข้อมูลสินค้าคงคลัง การสูญเสียสินค้า รวมถึงต้นทุนการด าเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาของลูกค้าดังนั้น การศึกษาการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บจึงมีความส าคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์กรให้สามารถบริหารพื้นที่จัดเก็บและกระบวนการภายในคลังได้อย่างมีประสิทธิผล การปรับปรุงระบบการจัดเก็บที่ดีจะช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า มีการหมุนเวียนสินค้าที่เป็นระบบ เช่น การใช้หลักการ FIFOลดความสูญเสียจากการจัดเก็บผิดประเภทและการเสื่อมสภาพของสินค้า รวมถึงสามารถควบคุมข้อมูลสต็อกให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้นดังนั้น การวิจัยเรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บจึงเป็นการศึกษาเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีการปรับปรุงแนวทางการจัดเก็บให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าและกระบวนการด าเนินงานขององค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดความสูญเสีย และยกระดับมาตรฐานการด าเนินงานของคลังสินค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะน าไปสู่ความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว


21.2 วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ1.2.1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้า1.2.2) สามารถลดปริมาณสินค้าจากการเสื่อมสภาพภายในคลังสินค้า1.3 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ1.3.1) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้า1.3.2) สามารถลดปริมาณสินค้าจากการเสื่อมสภาพภายในคลังสินค้าได้1.4 ขอบเขตกำรศึกษำ1.4.1 ขอบเขตด้านเนื้อหาศึกษาเกี่ยวกับสินค้าคงคลังและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในคลังสินค้า1.5 สถำนที่ท ำกำรศึกษำคลังสินค้าส าเร็จรูป บริษัทกรณีศึกษา1.6 ระยะเวลำในกำรศึกษำระยะเวลาในการศึกษานี้ระยะเวลาในการศึกษาตั้งแต่ 7เมษายน–30กันยายน พ.ศ. 25681.7 นิยำมศัพท์เฉพำะ1.7.1 สินค้าคงคลัง หมายถึง สินค้าและวัสดุต่างๆทธุรกิจถือครองไว้เพื่อใช้ในการผลิตการจ าหน่าย หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ในอนาคต1.7.2 คลังสินค้า หมายถึง พื้นที่ที่ได้วางแผนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้สอยและในการเคลื่อนย้ายสินค้าและวัตถุดิบ โดยท าหน้าที่ในการเก็บสินค้าระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้ายเพื่อสนับสนุนการผลิต และการกระจายสินค้า (ค านาย อภิปรัชญาสกุล, 2550)


แผนการดำเนินงานการวิจัยขั้นตอนการดำเนินงาน เมษายน พฤษภาคม มิถ2568 2568 21. ศึกษาถึงกระบวนการทำงาน 2.ศึกษาค้นคว้าทฤษฎี และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง3.บทที่ 1 บทที่ 2 และบทที่ 34. เก็บรวบรวมข้อมูล5. วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลทั้งปฐมภูมิ และทุติยภูมิ6. บทที่ 4 และบทที่ 57. สรุปผลงานวิจัย และนำเสนองานวิจัย


3เดือนถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน2568 2568 2568 2568k


4บทที่ 2ทฤษฎีและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บเพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบสินค้าคงคลัง ในคลังนมมะลิ โดยท าการวิเคราะห์ในด้านต ่างๆ เนื้อหาในบทนี้จะประกอบด้วยทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้1) ข้อมูลบริษัทกรณีศึกษา2) แนวคิดและทฤษฎีการจัดการสินค้าคงคลัง3) ทฤษฎีแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram)4) ทฤษฎีการจัดFIFO (First In First Out)5) ทฤษฎีการจัดคลังสินค้าแบบ ABC Analysis6) งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง2.1 ข้อมูลบริษัทกรณีศึกษำรูปที่2.1 ภาพถ่ายคลังสินค้า


52.1.1 ประวัติความเป็นมาของบริษัทกรณีศึกษาบริษัท กรณีศึกษาเป็นผู้ผลิตและจ าหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ครีมเทียม และผลิตภัณฑ์นมแปรรูป ซึ่งเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า 60 ปีค าว่า “มะลิ” มีที่มาจากแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้งที่ได้เห็นผู้คนน าพวงมาลัยดอกมะลิมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ จึงน ามาใช้เป็นชื่อแบรนด์ เพื่อสื่อถึงความเป็นสิริมงคลและความบริสุทธิ์ในปี พ.ศ. 2559 บริษัทได้ปรับโครงสร้างและจัดตั้ง บริษัท กรณีศึกษา อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับการเติบโตและขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม ่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ครีมเทียมพร่องไขมัน “มะลิโปรเฟสชั่นแนล” และนมข้นหวานในรูปแบบหลอดบีบ “มะลิ อีซี่ สควีซ”ต่อมา บริษัทได้พัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น นมข้นหวานปราศจากไขมัน น ้าตาลน้อย และผลิตภัณฑ์จากพืช (PlantBased) นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลคุณภาพต ่าง ๆ รวมถึงตรา Thailand Trust Mark จากกรมส ่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และรางวัล สถานประกอบการดีเด่นด้านอาหาร จากส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ บริษัทกรณีศึกษาจึงเป็นหนึ่งในผู้น าด้านอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมแปรรูปของไทย และยังคงมุ ่งมั ่นพัฒนานวัตกรรม เพื ่อตอบสนองผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดต ่างประเทศอย ่างต่อเนื่อง2.1.2 ที่ตั้งของบริษัทบริษัทกรณีศึกษา (โรงงาน). ที่อยู่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 158 หมู่ 16 ถนนอุดมสรยุทธ ต าบลบางกระสั้น อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160.2.2 แนวคิดและทฤษฎีกำรจัดกำรสินค้ำคงคลัง2.2.1 ความหมายของคลังสินค้าการบริหารสินค้าคงคลัง หรือ Inventory Management คือ การดูแล วางแผน และจัดการทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ขายหรือ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และสต๊อกสินค้า โดยที่เป้าหมายของการบริหารสินค้าคงคลัง คือการดูการไหลเวียนของสินค้าจากกระบวนการผลิต ไปยังกระบวนการจัดเก็บ จนไปถึงกระบวนการขาย เพื่อช่วยให้เราสามารถลดภาระในการเก็บสินค้ามากเกินจ าเป็น และยังช่วยให้สินค้ามีจ าหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการ รวมไปถึงลดต้นทุนการบริหารจัดการได้ดีอีกด้วย 4รายการสินค้าคงเหลือในคลังที่ต้องจัดประเภท1) วัตถุดิบ (Raw materials)วัตถุดิบเป็นสิ่งของที่ผู้ผลิตใช้ในการประกอบ หรือแปรรูปในการสร้างสินค้าสำเร็จรูปขึ้นมาเพื่อขายภายหลัง โดยอาจจะรวมถึงสิ่งของที่บริษัทซื้อมาจากบริษัทอื่น จัดหาด้วยตัวเอง หรือประกอบมาจากวัตถุดิบอื่นอีกที2) งานในกระบวนการ (Work in progress) สำหรับสินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตที่ชับช้อนหลายขั้นตอน บางครั้งบริษัทก็ต้องมีการจัดเก็บงานในกระบวนการ ก่อนที่จะเข้าไปในกระบวนการผลิตสินค้าสำเร็จรูป


6ออกมา ซึ่งงานในกระบวนการ คือสินค้าคงคลังที่ถูกผลิต แปรรูป หรือประกอบมาจากวัตถุดิบ แต่ก็ยังอยู่ในลักษณะไม่สมบูรณ์แบบ รอการผลิต แปรรูป หรือประกอบอีกรอบเพื่อให้เป็นสินค้าที่พร้อมจำหน่าย3) สินค้าส าเร็จรูป (Finished Goods) สินค้าสำเร็จรูป คือสินค้าที่ถูกแปรรูป ประกอบ หรือผลิตมาสมบูรณ์แบบ และพร้อมที่จะถูก ขายให้กับลูกค้าแล้ว เพราะฉะนั้น สินค้าสำเร็จรูปก็คือสต๊อกของสินค้าที่พร้อมจะนำไปขายให้กับลูกค้านั้นเอง4) อะไหล ่และวัสดุส าหรับการซ ่อมบ ารุง (MRO / Maintenance-Repair-Operating Supplies)สิ่งของที่ถูกใช้ในการสนับสนุน หรือซ่อมแชมการผลิตสินค้าส าเร็จรูป แต่ไม่ได้ถูกใช้ในกระบวนการสร้างโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น น ้ามันหล่อลื่นที่ใช้กับเครื่องจักรในโรงงาน เป็นต้น2.3 แนวทำงกำรจัดกำรสินค้ำคงคลัง2.3.1 ก าหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับกิจการการก าหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับกิจการของตัวคุณเอง สามารถท าได้ด้วยการจดบันทึกสินค้าเข้าและออกในคลัง โดยรวบรวมการเบิกจ่ายในอดีต ควบคู่ไปกับการดูยอดชาย เพื่อให้มีสต๊อกเพียงพอ ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านแบบ สี และขนาด โดยเก็บข้อมูลว่ารายการสินค้าใดขายดี สินค้าใดขายไม่ดี วัตถุดิบประเภทใดควรสั่งซื้อเพิ่ม หรือสินค้าส าเร็จรูปประเภทใดควรลตราคาล้างสด็อก หรือควรตัดสด็อก เพราะเสื่อมคุณภาพและละล้ว2.3.2 มีการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบที่ดี โดยหาค่าปริมาณการสั ่งซื้อที่มีต้นทุนต ่าที ่สุดการค านวณค่าปริมาณการสั่งซื้อที่มีต้นทุนต ่าที ่สุด สามารถท าได้โดยหาค ่า Economic Order Quantity หรือเรียกสั้น ๆ ว่า EOQ ซึ่งเป็นวิธีที่แพร่หลาย และใช้กันมานาน เพราะเป็นการค านวณหาปริมาณการสั่งซื้อที ่ท าให้ประหยัดทั้งต้นทุนในการสั่งซื้อ และต้นทุนในการเก็บรักษา และบอกถึงปริมาณที่ควรสั่งซื้อจ านวนเท่าใดจึงจะประหยัดที่สุด2.3.3 หาจุดหรือวงรอบเวลาการสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบที่ต้องใช้การหาจุดหรือวงรอบเวลาที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าใหม่ เป็นสิ่งส าคัญที่ควรจะต้องท าเพราะเป็นจุดที่ใช้เตือนส าหรับการสั่งซื้อในรอบถัดไป เพื่อไม่ให้เกิดการค้างของสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหวนั่นเอง2.3.4 เจรจาต ่อรองขอส ่วนลดเมื ่อซื้อปริมาณวัตถุดิบจ านวนมากผู้ประกอบการที ่ใช้วัตถุดิบใดอย ่างสม ่าเสมอ และทราบปริมาณการใช้ที่แน่นอนของตนเองควรจะเจรจากับผู้ขายโดยตกลงด้วยตัวเลของปริมาณการใช้วัตถุดิบนี้ทั้งปี แต่จะต้องให้ผู้ขายทยอยส่งของให้ทุกเตือนแทน โดยท าสัญญาเป็นรายปีเพื่อได้ส่วนลดมากขึ้น2.3.5 บริหารจัดการสินค้าคงคลังไม่ให้มีสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเพราะการมีสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหวในระยะเวลานาน ถือเป็นปัญหาที่หลาย ๆ ธุรกิจต้องประสบ จึงจ าเป็นจะต้องมีการวางแผนในการจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ให้สินค้าเหล่านั้นถูกจ าหน่ายออกไปไม่ว่าทางใดหรือทางหนึ่ง รวมไปถึงประเมินถึงความเป็นไปได้ในการตัดสต๊อก หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัตถุดิบไม่เสื่อมสภาพและล้าสมัยจนไม่สามารถจัดจ าหน่ายได้


72.3.6 มีการตรวจนับสินค้าคงคลังอย ่างสม ่าเสมอกิจการควรที ่จะมีการตรวจนับสินค้าคงคลังอยู ่อย ่างสม ่าเสมอ อย่างน้อยควรตรวจทุกรายการปีละ 1 ครั้ง และสุ่มตรวจบางรายการทุกเดือน เพื่อให้ทราบว่าสินค้าคงคลังที่บันทึกในบัญชีเอาไว้ ตรงกับสินค้าคงคลังที่เก็บไว้ในโกดังหรือไม่ และเพื่อป้องกันการรั่วไหล หรือฉ้อโกงจากพนักงานของกิจการด้วย นอกจากนั้น การตรวจนับจะช่วยให้พนักงานที่ดูแลต้องเอาใจใส่ในการเก็บรักษาอีกด้วย2.3.7 จัดสถานที่ให้ที่เหมาะสม และมีเอกสารการเบิกจ่ายสินค้าคงคลังการจัดสถานที่ให้ที่เหมาะสมในการเก็บสินค้า ต้องมีเอกสารการเบิกจ่ายสินค้าคงคลังนั้น เพื่อควบคุมการซื้อ และการเบิกจ่ายสินค้าคงคลังได้ โดยจะต้องออกแบบให้มีช่องอนุมัติส าหรับเบิกสินค้าคงเหลือได้ เพื่อควบคุมการรั่วไหลของสินค้าคงคลังนั่นเอง2.3.8 จัดสถานที ่ที ่เหมาะสมในการเก็บสินค้าคงคลังการจัดสถานที ่ที ่เหมาะสมในการเก็บสินค้าคงคลัง จ าเป็นจะต้องค านึงถึงลักษณะการจัดวางรูปแบบสินค้า และการวางสินค้าให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านความชื้นที่จะส่งผลกับตัวสินค้าหรือวัตถุดิบ และความสะดวกต่อการขนย้าย2.3.9 น าระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ควบคุมสต๊อกในกรณีที่เป็นธุรกิจขนาดกลางซึ่งมียอดขายสูง มีการผลิตสินค้าหลายแบบ และมีรายการที่เป็นวัตถุดิบจ านวนมาก จ าเป็นที่จะต้องน าระบบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ควบคุมสต๊อกของสินค้าคง คลัง เพื่อใช้ควบคุมและน ามาบริหารงานให้ดีขึ้น2.4 ทฤษฎีแผนผังก้ำงปลำ (Fishbone Diagram)Fishbone Diagram ถูกคิดค้นโดยคุณ คาโอรุ อิชิคาว่า (Kaoru Ishikawa) ศาตราจารย์ของ คณะวิศกรรมาตร์ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งมีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1920 และถูกปรับใช้ตามรูปแบบ ของแต่ละธุรกิจ และแต่ละอุตตากรรมต่าง ๆ มาจนถึงปัจจุบัน วิธีการใช้ วิธีการใช้แผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram)2.4.1 ก าหนดปัญหา (Define the Problem/Effect) เขียนปัญหาที่ต้องการแก้ไขไว้ที่ \"หัวปลา\" เช่นการส่งสินค้าล่าช้า, ของเสียจากการผลิตสูงต้องระบุให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม2.4.2 ก าหนดหมวดหมู ่ของสาเหตุหลัก (Identify Major Categories of Causes) ใช้กรอบ 6M (Man, Machine, Method, Material, Measurement, Mother Nature/Environment) ห รื อ ป รั บหมวดหมู่ให้เหมาะกับลักษณะงาน เช่น ด้านบริการอาจใช้People, Process, Policy, Place2.4.3 ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุย่อย (Brainstorm Possible Causes) เขียนสาเหตุที่เป็นไปได้ลงในแต่ละหมวด ใช้ค าถามน า เช่น “ท าไมจึงเกิดปัญหานี้?”ทุกความเห็นควรถูกบันทึกไว้โดยไม่ตัดสินก่อน2.4.4 แตกสาเหตุรองและสาเหตุย่อย (Add Sub-Causes)เขียนเป็น “ก้างเล็ก ๆ” ที่แยกออกมาจากก้างหลักเพื่อแสดงรายละเอียดเชิงลึก เช่น จาก Man → “ขาดการอบรม” → “ไม่เข้าใจวิธีปฏิบัติงาน”2.4.5 วิเคราะห์หาสาเหตุรากเหง้า (Analyze Root Causes) ใช้เทคนิค5 Why’s (ถามทำไมต่อเนื่อง 5 ครั้ง)หรือใช้ Pareto Analysis เพื่อหาสาเหตุสำคัญที่สุด


82.4.6 จัดล าดับความส าคัญและก าหนดแนวทางแก้ไข (Prioritize & Take Action) เลือกสาเหตุที ่มีผลกระทบสูงสุด น าไปวางแผนแก้ไข/ปรับปรุง และติดตามผล2.5 ทฤษฎีกำรจัดFIFO (First In First Out)การจัดการสินค้าคงคลังแบบ FIFO (First In, First Out) หรือ \"เข้าก่อนออกก่อน\" คือระบบที่นำสินค้าชิ้นแรกที่เข้าคลังมาขายหรือใช้งานออกไปก่อน เพื่อให้สินค้าเก่าหมุนเวียนออกจากสต็อกก่อน ทำให้ลดความเสี่ยงของสินค้าที่หมดอายุหรือล้าสมัยและช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สดใหม่เสมอ.ระบบนี้มีประโยชน์ในการบริหารจัดการต้นทุน, ลดของเสีย, และช่วยให้การคำนวณต้นทุนสินค้าเป็นไปอย่างแม่นยำ, โดยเฉพาะกับสินค้าที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา. หลักการทำงานการเข้าก่อนออกก่อน สินค้าที่ถูกจัดเก็บเข้าคลังก่อน จะเป็นสินค้าชิ้นแรกที่ถูกหยิบออกจากสต็อกและนำไปขายหรือใช้งาน.การหมุนเวียนสินค้าระบบนี้ช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าเก่าจะถูกนำไปขายหรือใช้ก่อนเสมอ.ข้อดีของการใช้ระบบ FIFOลดความเสี่ยงสินค้าหมดอายุ/ล้าสมัย:ช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าเก่าเก็บไว้นานจนหมดอายุหรือล้าสมัย ทำให้ลดของเสียและต้นทุนที่ต้องทิ้ง.รักษาคุณภาพสินค้า:สำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่าย เช่น อาหาร, ยา หรือเครื่องสำอางระบบนี้จะช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าจะมีความสดใหม่และมีคุณภาพดีเมื่อถึงมือลูกค้าการบริหารต้นทุนที่แม่นยำช่วยในการคำนวณต้นทุนของสินค้าได้ง่ายและถูกต้อง, ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในด้านการดำเนินงานและภาษีปฏิบัติตามหลักการสากลเป็นวิธีการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลสำหรับการจัดการคลังสินค้าและการบัญชีสินค้าที่เหมาะกับระบบFIFO สินค้าที่เน่าเสียง่าย: เช่น อาหาร, เครื่องดื่ม, ยา, และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว.สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา เช่น เสื้อผ้า, อุปกรณ์ไอที, หรือหนังสือ.ตัวอย่างการนำไปใช้ธุรกิจอาหาร:เพื่อรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ร้านขายยาเพื่อให้แน่ใจว่ายาที่จำหน่ายจะยังไม่หมดอายุ2.6 ทฤษฎีกำรจัดคลังสินค้ำแบบ ABC Analysisทฤษฎี ABC มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของ กฎพาเรโต (Pareto Principle) หรือที่รู้จักกันว่า “กฎ 80/20” ซึ่งระบุว่า โดยทั่วไปแล้วสินค้าประมาณ 20% ของทั้งหมดมักจะสร้างมูลค่าหรือผลกำไรถึง 80% ของมูลค่ารวมทั้งสิ้น แนวคิดนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อจัดลำดับความสำคัญของสินค้าแต่ละรายการตามมูลค่าการใช้หรือความสำคัญทางธุรกิจการวิเคราะห์แบบ ABC จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำแนกสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ • กลุ่ม A เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สูงแต่มีจำนวนรายการน้อย ต้องให้ความสำคัญและควบคุมอย่างเข้มงวด • กลุ่ม B เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการใช้ในระดับปานกลาง ต้องควบคุมในระดับปานกลาง • กลุ่ม C เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการใช้ต่ำแต่มีจำนวนมาก สามารถใช้วิธีควบคุมแบบง่ายหรือสั่งซื้อครั้งละมาก ๆ เพื่อความสะดวก การนำทฤษฎี ABC มาใช้ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากร เช่น เวลา พื้นที่ และงบประมาณ ในการควบคุมสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสม เน้นไปที่สินค้าที่มีความสำคัญสูง ลดต้นทุน


9การจัดเก็บและการตรวจนับที่ไม่จำเป็น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้า การวางแผนการผลิต และการสั่งซื้อสินค้าได้ดียิ่งขึ้น2.7 งำนวิจัยที่เกี่ยวข้องสมชาย เปรียงพรม* และ รัชฎาพร วงศ์ไชยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการจัดการคลังสินค้าและ 2) พัฒนากระบวนการจัดการจัดการคลังสินค้าของบริษัท จัดจ าหน ่ายผลิตภัณฑ์เวชส าอาง จ ากัด เพื ่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการภายในคลังสินค้า ในสองส่วนหลัก คือ ระยะเวลาการค้นหาสินค้า และการหยิบสินค้าภายในคลังสินค้า จากการศึกษากระบวนการจัดการคลังสินค้าและวิเคราะห์ปัญหา พบว่า กระบวนการจัดการคลังสินค้าที่เป็นอยู่ส่งผลให้พนักงานใช้เวลาในการค้นหาสินค้าและหยิบสินค้านานเกินความจ าเป็น เพื่อการแก้ไขปัญหาจึงได้น าแนวคิดและทฤษฎีในการจัดการคลังสินค้ามาประยุกต์ใช้ดังนี้ 1) การจัดกลุ่มสินค้าตามหลักทฤษฎีการวิเคราะห์แบบเอบีซี (ABC Analysis) ด้วยความถี่ในการเบิกจ่ายสินค้า 2) ใช้เทคนิคการควบคุมสินค้าด้วยการมองเห็น (Visual Control) และ 3) ใช้หลักการ FIFO (First In First Out)ในการจัดเก็บสินค้า ผลจากการศึกษา พบว่า ภายหลังการปรับปรุงกระบวนการสามารถลดเวลาในการค้นหาและหยิบสินค้าจากเดิมใช้เวลาเฉลี่ย 149.70 วินาที ต่อการเบิกจ่ายสินค้า 1 ครั้ง ได้เวลาเฉลี่ยเหลือเพียง 101.00 วินาทีลดลง 48.70 วินาที คิดเป็นร้อยละ 32.53 แสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดการคลังสินค้าที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้วรัญญา สาสมจิตต์ได้ศึกษาเรื่อง การศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังวัตถุดิบการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหามวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการคลื ่อนย้ายจัดเก็บและเบิกจ ่าขวัตถุดิบภายในคลังวัตถุดิบ เนื ่องจากการท างานในปีจจุบันของบริษัทกรณีศึกษาเกิดปัญหาด้านการเคลื่อนย้าย จัดเก็บและการเบิกจ ่ายวัตถุดิบเข้าสู ่กระบวนการผลิตล ่าช้า ก ่อให้เกิดการสูญเสียเวลาในการปฏิบัติงานของพนักงาน อันเนื่องมาจากไม่มีการบริหารจัดการวัตถุดิบภายในคลังสินค้าที่เป็นระบบชัดเจน นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาทางด้านความผิดพลาดในการเบิกจ่ายวัตถุคืนเข้าสู่กระบามการหลิล โลทการศึกษาในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดกลุ่มตัวอย่างต่างดารคริคสินค้า 22 รายการ และแตกสูตรการผลิตออกมาเป็นวัตถุดิบทั้งหมด 50 รายการ ใช้แนวคิดด้านการจัดการคลังสินค้าโดยแบ่งประเภทวัตถุดิบ ร่วมกันกับการใช้เทคนิคการเข้าก่อนออกก่อนและการควบคุมด้วนการมองเห็นประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับกระบวนการการท างานภายในคลังวัตถุดิบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของบริษัทกรณีศึกษา เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา เคลื่อนย้าย จัดเก็บเบิกจ่าย ลดความผิดพลาดในการเบิกจ่ายวัตถุดิบและเกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคคลากรอย่างสูงสุดผลการศึกษาพบว่า เมื่อมีการจ าแนกวัตถุดิบ แล้วจึงใช้ข้อมูลเดือนการสั่งซื้อวัตถุดิบย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อที่ท าการศึกษาเพื่อน ามาค านวณหาพื้นที่การจัดวางและแยกประเภทพื้นที ่การจัดวางวัตถุดิบ เมื ่อมีการก าหนดพื้นที ่ชัดเจนแล้วจึงน าเทคนิคการเข้าก ่อนออกก ่อน (FIFO)และการควบคุมด้วยการมองเห็น(Visual control) พบว ่าระยะเวลาในการท ากิจกรรมกสรจัดเก็บและ


10จัดการวัตถุดิบน าเข้าคลังวัตถุดิบใช้ระยะเวลาลดลง 14.2 ชั่วโมง และในส่วนของการค้นหาวัตถุดิบเพื่อเบิกข์ของฝั่งผลิตใช้ระระชะเวลาในการค้นหาวัตถุดิบหลง 1.49 นาที ต่อพาที ต่อพาเลทวชิรศักดิ์ วงคมะณี'เจนจิรา พิศทธิ์เกียรติ\",นาตาลี บัวพร',ณัฐน\" ทาปั๋น ท าการวิจัยเรื ่อง การเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วยวิธี ABC ANALYSIS และ FIFO SYSTEMกรณีศึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลาในการค้นหาวัตถุดิบ ลดการเสื่อมสภาพของวัตถุดิบเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บในคลังสินค้า เพื่อลดโอกาสที่จะหยิบสิบสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกันผิดพลาด โดยได้รวบรวมข้อมูลและการน าข้อมูลวัตถุดิบมาท าการจ าแนกประเภทวัตถุดิบ เพื่อที่สามารถจัดการสินค้าคงคลังให้เกิดประโยชน์ที่สุด และมีการแยกประเภทของสินค้าเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจนับสินค้าได้อย่างถูกต้องและแม่นย ามากขึ้น การปรับปรุงและแก้ไขได้ได้มาตรฐานและสินค้าที่มีอยู่จริงกับในระบบตรงกับเพราะได้น าหลักการ ABC analysis และ FIFO system เข้ามาใช้ในการจัดแบ่งพื้นที่วางสินค้าให้อยู่ในรูปแบบของ ABC โดยได้ท าการติดป้ายในจุดชั้นวางเพื่อแสดงชื่อสินค้า รหัสสินค้าและบารโค้ดไว้ให้ชัดเจนเพื่อให้มองเห็นสินค้าได้ชัดเจน และได้ท าการแจ้งพนักงานคลังสินค้าเพื่อไม่ให้มีสินค้าวางอยู่บนพื้นขวางช่องทางเดินสินค้า ท าให้สะดวกต่อการหยิบและน าสินค้าออก ซึ่งท าให้ในด้านของการหยิบวัตถุดิบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


11ตำรำงที่ 2.1 ตารางสังเคราะห์งานวิจัยชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือที่ใช้ การดำเนินงาน ผลลัพธ์ที่ได้สมชาย เปรียงพรมและคณะการพัฒนากระบวนการจัดการคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ เวชสำอาง จำกัดABC AnalysisVisual ControlFIFO (First in First Out)วิธีดำเนินการคือการประยุกต์ใช้1) ABC Analysis เพื่อจัดกลุ่มสินค้า 2) Visual Control เพื่อระบุตำแหน่ง และ 3) หลักการ FIFO ในการจัดเก็บผลการปรับปรุงพบว่าสามารถลดเวลา ในการค้นหาและหยิบสินค้าจากเฉลี่ย 149.70 วินาที เหลือเพียง 101.00 วินาทีต่อการเบิกจ่าย 1 ครั้งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการที่พัฒนาขึ้นช่วย เพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงานในคลังสินค้าได้ถึงร้อยละ 32.53วรัญญา สาสมจิตต์การศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังวัตถุดิบแนวคิดเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าคงคลัง (Inventory Cost)แนวคิดเกี ่ยวกับการเข้าก ่อนออกก่อน (FIFO)แนวคิดเกี ่ยวกับการควบค ุมด้วยก า ร ม อ ง เ ห็ น (Visual Control)ปัญหาบริษัทกรณีศึกษาประสบปัญหา ความล่าช้า ในการเคลื่อนย้าย จัดเก็บ และเบิกจ่ายวัตถุดิบ (50 รายการ) ทำให้เกิดการสูญเสียเวลาและความผิดพลาดแนวทางแก้ไข: ผู้วิจัยใช้แ น ว ค ิ ด ก า ร แ บ่ งประเภทวัตถุดิบ ร่วมกับเทคนิค เข้าก ่อนออกก ่อน (FIFO) และ การควบคุมด้วยการมองเห็น (Visual Control) โ ด ยสามารถ ลดเวลา จัดการวัตถุดิบนำเข้าคลังลง 14.2 ชั่วโมง และ ลดเวลา ค้นหาวัตถุดิบเพื่อเบิกจ่ายลง1.49 นาทีต่อพาเลท.


12ก าหนดพื้นที่จัดวางจากข้อมูลย้อนหลัง 6 เดือนวชิรศักดิ์ วงคมะณีและคณะการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วยวิธีABC ANALYSIS และ FIFO SYSTEMกรณีศึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองABC analysis และFIFO systemการจำแนกและจัดหมวดหมู่: ใช้หลักการABC Analysis ในการแบ่งประเภทวัตถุดิบเพื่อจัดการสินค้าคงคลังให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแยกประเภทสินค้าเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจนับได้อย่างถูกต้องแม่นยำการจัดการการหยิบและพื้นที่: นำหลักการ FIFO System มาใช้ในการจัดการสินค้า และแจ้งพนักงานให้ยกเลิกการวางสินค้าบนพื้นเพื่อเปิดช่องทางเดิน ทำให้สะดวกต่อการหยิบและนำสินค้าออกอย่างมีประสิทธิภาพผู้วิจัยได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าโดยใช้ABC analysis ร่วมกับFIFO (First-In, First-Out) system และพบว่าส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


13บทที่ 3วิธีกำรด ำเนินกำรศึกษำเรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ กรณีศึกษาบริษัท XYZ ผู้ศึกษาได้อธิบายถึงวิธีการด าเนินการศึกษาในขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้1) ขั้นตอนการด าเนินงานวิจัย2) การเก็บรวบรวมข้อมูล3) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล4) เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย5) การวิเคราะห์ข้อมูล3.1 ขั้นตอนกำรด ำเนินงำนวิจัย3.1.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและรวบรวมข้อมูล3.1.2 เก็บข้อมูลก่อนการปรับปรุง3.1.3 วิเคราะห์สาเหตุปัญหาโดยใช้แผนผังก้างปลา3.1.4 ศึกษาแนวทางในการแก้ไข3.1.5 วิเคราะห์และเสนอแนวทางการปรับปรุงด้วยแนวคิดABC AnalysisและFIFO System3.1.6 ท าการเปรียบเทียบผลการด าเนินงานก่อนและหลังปรับปรุง3.1.7 สรุปผลการด าเนินงาน3.2 กำรเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องการจัดการคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ กรณีศึกษาบริษัท XYZ โดยแบ่งข้อมูลก่อนการปรับปรุงในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568- เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 และข้อมูลหลังการปรับปรุงในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2568เดือนกันยายน พ.ศ. 25683.3 เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล3.3.1 Interview (การสัมภาษณ์)การสัมภาษณ์ (Interview) เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection) ที่นิยมใช้กันมากในด้าน สังคมศาสตร์ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยรูปแบบนี้สามารถทำได้หลายแบบ เช่น การสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว


143.3.2 Secondary Data (ข้อมูลทุติยภูมิ)คือ ข้อมูลที่ผู้ต้องการใช้ไม่ได้ท าการเก็บรวบรวมเอง แต่ได้จากผู้อื่นที่ท าการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อนแล้ว ซึ่งวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจะได้จากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่นรายงานที่ตีพิมพ์แล้ว การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ กราฟต่างๆ เป็นต้น มีข้อดีคือค้นหาง่าย ช่วยย่นระยะเวลาในการเก็บข้อมูล แต่ก็มีข้อจำกัดคือข้อมูลอาจไม่ตรงกับที่ต้องการทั้งหมด หรือเสี่ยงต่อการหยิบใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ง่ายด้วย (Enable Survey,256565)3.4 เครื่องมือที่ใช้ในงำนวิจัยเครื ่องมือที ่ใช้ในการศึกษาการเสนอให้มีการจัดสินค้าคงคลังในรูปแบบ FIFO (First In First Out) ได้เลือกใช้เครื่องมือดังนี้3.4.1 แผนผังก้างปลา แผนผังก้างปลาเป็น เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา โดยเฉพาะใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่าง \"ปัญหา\" และ สาเหตุ ที่ท าให้เกิดปัญหานั้นขึ้น ว่ามาจากอะไรบ้างทั้งสาเหตุหลักและสาเหตุย่อย เพื่อให้สามารถระบุ “รากเหง้าของปัญหา” ได้ชัดเจน ก่อนที่จะวางแผนแก้ไขหรือปรับปรุงกระบวนการ3.4.2 เทคนิคจัดกลุ่มสินค้าแบบABC Analysis ตามความส าคัญหรือมูลค่าการใช้จ่าย โดยแบ่งออกเป็นกลุ่ม A, B และ C วางแผนควบคุมสต็อก ตามระดับความส าคัญของสินค้าแต่ละกลุ่ม.3.4.3 เทคนิคการจัดเรียงแบบ FIFO System ตามสินค้าที่เข้าคลังมาก่อน ถูกหยิบออกไปขายก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าค้างสต็อกนานจนเสื่อม3.5 กำรวิเครำะห์ข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยครั้งนี้ผู้ศึกษาได้น าทฤษฎีและแนวทางต่างๆมาใช้ในการศึกษา คือ หลักการวางผังคลังสินค้าให้สอดคล้องกับทฤษฎี ABC Analysis และ FIFO System แผนผังก้างปลา เพื่อหาสาเหตุและปัญหา


15รูปที่ 3.1 ภาพสินค้าที่มีการปะปนกันล าดับ รหัส สินค้า ย อ ด ข า ย สิ น ค้ า(หน่วย:ชิ้น)มูลค่า1 A1 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ตรามะลิ 48x355 ก. 92,587 112,122,857.002 A2 ครีมเทียมข้นหวาน ตรามะลิโกลด์ 48x380ก (Wrap around)75,498 75,724,494.003 A3 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ตรามะลิ 4x12x170ก (หลอดบีบ)50,464 44,862,496.004 A4 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ตรามะลิ 8 x 2 kg. 37,447 32,990,807.005 A5 ครีมเทียมข้นหวาน ออร์คิด 8 x 2 kg 32,918 27,980,300.006 A6 ครีมเทียมข้นหวาน ตราเบิดวิงซ์ 48 x 370 ก ( Wrap around )26,828 25,540,256.007 A7 ครีมเทียมข้นหวานมะลิโกลด์ 8 x 2 kg. 25,671 20,639,484.008 A8 ครีมเทียมข้นหวาน ตราเบิดวิงซ์ 8 x 2 kg. 19,274 15,419,200.009 A9 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานตรามะลิ 8x6x355 ก. ( Shrink6)9,508 10,810,596.0010 A10 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานไขมัน 0% ตรามะลิ 4x12x170ก (หลอดบีบ)10,910 10,277,220.00


1611 A11 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ตรามะลิ 6x8x250ก ( Pouch)9,219 8,914,773.0012 A12 ครีมเทียมพร่องไขมัน ตราเบิดวิงซ์ 48x385ก 8,614 8,484,790.0013 A13 ครีมเทียมข้นหวาน ตราเบิดวิงซ์ 48x380ก (Wrap around)7,748 7,438,080.0014 A14 มะลิ โอวัลติน อีซี่ สควีซ 4x12x90ก ( หลอดบีบ )4,444 5,546,112.0015 A15 ครีมเทียมพร่องไขมัน ตรามะลิโกลด์ 12*1000ก @Makro&Lotuss9,122 5,473,200.0016 A16 ครีมเทียมข้นหวาน ตราเบิดวิงซ์ 8x6x380ก 4,445 4,822,825.0017 A17 ครีมเทียมข้นหวาน ตรามะลิโกลด์ 8x6x380ก (Shrink6)4,585 4,731,720.0018 A18 ครีมเทียมข้นหวาน ตราเบิดวิงซ์ 8 x 6 x 370 ก. (Shrink6)4,279 3,872,495.0019 A19 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ตรามะลิ 20x1000ก ( Pouch )3,082 3,852,500.0020 A20 ครีมเทียมข้นหวาน ตรามะลิโกลด์ 20*1 กก @Makro & Lotuss3,655 3,801,200.0021 A21 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานรสช๊อคโกแลต ตรามะลิ 4x12x120ก. (หลอดบีบ)4,128 3,748,224.0022 A22 นมมะลิ ยูเอชที รสหวาน สลิม 9x4x180มล 8,948 3,185,488.0023 A23 ครีมเทียมพร่องไขมัน ตรามะลิโกลด์ 12x1000ก 5,188 2,531,744.0024 A24 ครีมเทียมพร่องไขมัน ตรามะลิโกลด์ 48x385ก 1,657 1,880,695.0025 A25 มะลิ โอวัลติน อีซี่ สควีซ 6x8x250ก ( Pouch ) 1,009 1,694,111.0026 A26 ผลิตภัณฑ์นมส าหรับปรุงอาหารและเบเกอรี่ ตราออร์คิด 48x385ก1,239 1,547,511.0027 A27 ผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ตข้นหวาน ตรามะลิ 12x4x140 ก1,064 1,513,008.0028 A28 นมมะลิ ยูเอชที รสหวาน 9x4x180 มล (MG) 3,500 1,354,500.00


1729 A29 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานไขมัน 0% ตรามะลิ 6x8x250ก ( Pouch)1,097 1,193,536.0030 A30 ครีมเทียมข้นหวาน ตราออร์คิด 48x380ก (Wrap around)8,27 787,304.0031 A31 ครีมเทียมพร ่องไขมัน ตรามะลิโปรเฟสชั ่นแนล 48x385ก410 416,150.0032 A32 นมมะลิ ยูเอชที รสโกโก้ สลิม 9x4x180มล 1,009 390,483.0033 A33 นมมะลิ ยูเอชที รสจืด สลิม 9x4x180มล 400 154,800.0034 A34 นมมะลิ ยูเอชที รสจืด 9x4x180 มล. (MG) 218 84,366.00รวม 47,0992 453,787,325.00ตำรำงที่ 3.1 ตารางแสดงข้อมูลยอดขายสินค้าของเดือน เมษายน พ.ศ.2568 – มิถุนายน พ.ศ.2568จากตารางที่ 3.1 เป็นตารางแสดงข้อมูลยอดขายสินค้า 34 รายการ ของเดือนเมษายน พ.ศ.2568 – เดือนมิถุนายน - พ.ศ.2568 จ านวนยอดขาย 470,992 ชิ้น มูลค่า 453,787,325 บาท โดยสินค้าที่มีมูลค่าสูงสุดคือ A1 ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ตรามะลิ 48x355 ก. มียอดขายทั้งหมด 92,587 ชิ้น มีมูลค่า 112,122,857 บาท และ A34 นมมะลิ ยูเอชที รสจืด 9x4x180 มล. (MG) เป็นสินค้าที่มีมูลค่า น้อยที่สุด มียอดขาย 218 ชิ้น มูลค่า 84,366 บาทผู้วิจัยได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง โดยใช้แผงผังก้างปลาเพื่อระบุปัญหาและวิเคราะห์สาเหตุ สามารถจ าแนกได้ดังนี้รูปที่3.2 แผนผังก้างปลาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา


18จากแผนผังก้างปลา รูปที่ 3.2 แสดงให้เห็นถึงที่มาของปัญหา มีสาเหตุประกอบด้วย1.คน (MAN) จากการสังเกตและเก็บข้อ พบว่า เนื่องจากคลังไม่มีการจัดอย่างเป็นระบบและสินค้ามีจ านวนเยอะท าให้พนักงานไม ่ทราบต าแหน ่งในการจัดวาง จึงท าให้เกิดความผิดพลาดในการหยิบ ท าให้สินค้าที ่ควรน าออกไปขายก่อนไม่ถูกขายท าให้เกิดการเสื่อมสภาพ2.วิธีการด าเนินงาน (Method) ไม่มีขั้นตอนมาตราฐานในการจัดเรียงสินค้า ไม่เรียงล าดับLot การผลิตท าให้เกิดสินค้าตกค้าง และเสื่อมสภาพ3.สินค้า(Material) สินค้าที่จัดเก็บในคลังสินมีจ านวนมากเกินไปท าให้ตรวจนับยากและสินค้าบางอย่างมีบรรจุภัณฑ์ที่คล้ายกันท าให้สบสนวันที่ผลิต4.เครื่องมือ (Machine) ระบบการเช็คสต็อกเป็นแบบManual ท าให้เกิดความผิดพลาดในการตรวจสอบ5.สิ่งแวดล้อม (Environment)พื้นที่ในคลังสินค้าไม่มีการเก็บแบบประจ าต าแหน่ง ท าให้หาไม่เจอจนท าให้เกิดสินค้าตกค้าง และ สภาพอากาศร้อนท าให้สินค้าเสียง่ายเดือน สินค้าเสื่อมสภาพ(ชิ้น)1. เมษายน 13632. พฤษภาคม 14873. มิถุนายน 1337ตำรำงที่3.2 ตารางสินค้าเสื่อมสภาพตั้งแต่เดือน เมษายน พ.ศ.2568 – เดือนมิถุนายน - พ.ศ.2568


19บทที่ 4ผลกำรศึกษำจากการที่ได้ศึกษารูปแบบการจัดวางภายในคลังสินค้าส าเร็จรูปโดยอาศัยการรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงเพื่อเก็บข้อมูลมาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ผู้ศึกษาได้ท าการเปรียบเทียบระหว่างการจัดเก็บแบบเดิมและการจัดเก็บแบบใหม่ ผู้ศึกษาได้น าวิธีเทคนิคการจัดกลุ่มสินค้าแบบABC Analysis ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดแบ่งประเภทสินค้า แล้วน า FIFO System เข้ามาประยุกต์ใช้ในการจัดเรียง และวางผังคลังสินค้า1 การแบ่งประเภทสินค้าด้วยระบบ ABC Analysis2 ผังพื้นที่สินค้าหลังการใช้ระบบ ABC Analysis และ FIFO System3 ผลการทดลองเปรียบเทียบระหว่างก่อนการปรับปรุงและหลังปรับปรุง4.1 ผลจำกกำรวิเครำะห์ABC Analysisจากการวิเคราะห์ABC Analysis จะได้เห็นความถี่ของสินค้าแต่ละชนิดและแบ่งกลุ่มตามความถี่ในการขายดังแสดงในตารางที่ 4.1 ลำดับ สินค้า ยอดขาย มูลค่า ร้อยละมูลค่าร้อยละสะสม กลุ่ม1 A1 92,587 112,122,857 24.71 24.71 A2 A2 75,498 75,724,494 16.69 41.40 A3 A3 50,464 44,862,496 9.89 51.28 A4 A4 37,447 32,990,807 7.27 58.55 A5 A5 32,918 27,980,300 6.17 64.72 A6 A6 26,828 25,540,256 5.63 70.35 A7 A7 25,671 20,639,484 4.55 74.89 A8 A8 19,274 15,419,200 3.40 78.29 B9 A9 9,508 10,810,596 2.38 80.67 B10 A10 1,0910 10,277,220 2.26 82.94 B11 A11 9,219 8,914,773 1.96 84.90 B12 A12 8,614 8,484,790 1.87 86.77 B


2013 A13 7,748 7,438,080 1.64 88.41 B14 A14 4,444 5,546,112 1.22 89.63 B15 A15 9,122 5,473,200 1.21 90.84 B16 A16 4,445 4,822,825 1.06 91.90 B17 A17 4,585 4,731,720 1.04 92.95 B18 A18 4,279 3,872,495 0.85 93.80 B19 A19 3,082 3,852,500 0.85 94.65 B20 A20 3,655 3,801,200 0.84 95.49 B21 A21 4,128 3,748,224 0.83 96.31 C22 A22 8,948 3,185,488 0.70 97.01 C23 A23 5,188 2,531,744 0.56 97.57 C24 A24 1,657 1,880,695 0.41 97.99 C25 A25 1,009 1,694,111 0.37 98.36 C26 A26 1,239 1,547,511 0.34 98.70 C27 A27 1,064 1,513,008 0.33 99.03 C28 A28 3,500 1,354,500 0.30 99.33 C29 A29 1,097 1,193,536 0.26 99.60 C30 A30 827 787,304 0.17 99.77 C31 A31 410 416,150 0.09 99.86 C32 A32 1,009 390,483 0.09 99.95 C33 A33 400 154,800 0.03 99.98 C34 A34 218 84,366 0.02 100.00 Cรวม 470,992 453,787,325 100 100ตำรำงที่4.1 ตารางสรุปการแบ่งสินค้าด้วยระบบABC Analysis


21รูปที่4.1 จ านวนรายการสินค้าประเภท A,B และCรูปที่4.2 จ านวนร้อยละของมูลค่าสินค้าประเภท A,B และ Cรูปที่4.3 ยอดขายสินค้าของแต่ละประเภท A,BและC051015A B Cรายการสินค้า74.8920.594.51ร้อยละมูลค้าสินค้าA B C34141398885306940100000200000300000400000A B Cยอดขายสินค้าของแต่ละกลุ่ม


22จากการจำแนกประเภทสินค้าตามยอดชายสินค้าในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2568-มิถุนายน พ.ศ.2568เป็นระยะเวลา 3เดือนออกเป็นกลุ่มด้วยการวิเคราะห์แบบ ABC Analysis พบว่า รายการสินค้ามีจำนวนทั้งหมด34 รายการ มีมูลค่ารวม 453,787,325บาท แบ่งการจัดกลุ่มชิ้นส่วน ดังนี้สินค้ากลุ่ม A มีจำนวน 7 รายการ มีมูลค่ารวมเท่ากับ 339,860,694 บาท คิดเป็นร้อยละ 74.89 ของมูลค่าสินค้าคงคลังสินค้ากลุ่ม B มีจำนวน 13 รายการ มีมูลค่ารวมเท่ากับ 93,444,711บาท คิดเป็นร้อยละ 20.59 ของมูลค่าสินค้าคงคลังสินค้ากลุ่ม C มีจำนวน 14 รายการ มีมูลค่ารวมเท่ากับ 20481920.บาท คิดเป็นร้อยละ 4.51 ของมูลค่าสินค้าคงคลัง4.2 ผังพื้นที่สินค้ำหลังกำรใช้ระบบ ABC Analysis และ FIFO Systemจากข้อมูลการแบ่งประเภทสินค้าด้วยระบบ ABC Analysis และ ใช้ FIFO Systemเข้ามาปรับปรุง สามารถแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้สินค้ากลุ่มA สินค้าที่มีการขายมากที่สุดสินค้ากลุ่มB สินค้าที่มีระดับยอดขายระดับกลางสินค้ากลุ่มC สินค้าที่มีระดับยอดขายน้อยที่สุดตำรำงที่4.2 โซนการแบ่งสินค้าตามระบบ ABC Analysisรูปที่4.4 ผังคลังสินค้าก่อนการปรับปรุง


23รูปที่4.5 ผังคลังสินค้าหลังปรับปรุง4.3 ข้อมูลกำรจัดเก็บสินค้ำคงคลังด้วย FIFO : First in First outการหยิบสินค้าที่จัดเก็บเข้าคลังก ่อนออกไปก ่อน โดยยึดจาก Prod. Date หรือวันที ่ผลิตสินค้า และถูกเคลื ่อนย้ายเข้าจัดเก็บในคลังสินค้า จะเริ ่มเรียงจากวันที่ผลิตสินค้ามาใหม ่ที่สุด วางแถวแรกสุดเรียงเป็นแถว ตามล าดับวันที่ผลิตก่อน ซึ่งระบบนี้เป็นประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบFIFO. คือช่วยลดความเสื่อมสภาพ และ ช่วยไม่ให้เกิดสินค้าเก่าค้างสต็อก ตามวิธีการจัดเก็บและการหยิบสินค้าดังนี้4.3.1 ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่มาจากฝ่ายผลิต4.3.2 ตรวจสอบวันที่ผลิตของสินค้าก่อนจัดเก็บ หากมีสินค้าที่จัดเก็บคนละ Lot ผลิต ท าการแยกจัดเก็บเพื่อไม่ให้สินค้าปนกัน หรือหาก Lot ผลิตเดียวกัน แต่ผลิตคนละวัน ให้สลับการวางสินค้าโดยเอามินค้าที่เข้ามาใหม่วางที่แถวแรกก่อน และไล่ขึ้นตามล าดับ4.3.2 หยิบสินค้าเพื่อจัดเตรียมให้ลูกค้า โดยหยิบจาก Lot ที่ผลิตเข้ามาก่อน หรือจากวันที่เข้ามาจัดเก็บในคลังสินค้าก่อน


244.4แนวทำงกำรจัดกำรสินค้ำคงคลัง4.4.1.การปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บและจัดการสินค้า1.) การจัดเก็บอย่างระมัดระวัง การใช้การจัดเรียงสินค้าให้เหมาะสมตามประเภทของสินค้า เช่น สินค้าที่ผลิตมาก่อนควรอยู่ด้านหน้า2) การใช้ Storage System โดยน า Fixed Location จัดระเบียบสต็อกสินค้าให้คงที่ในต าแหน่งที่เฉลาะเจาะจง3) การฝึกอบรมพนักงาน ให้พนักงานรับรู้ถึงวิธีการจัดการสินค้าที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากการจัดเก็บ4.4.2.การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสินค้า1)การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนรับเข้า ตรวจสอบสินค้าทุกครั้งเมื่อได้รับจากผู้จัดส่งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสินค้าช ารุดเสียหาย2) การจัดการสินค้าผิดปกติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระหว่างจัดเก็บ3) การติดตามสภาพสินค้าตลอดเวลา ก าหนดให้มีการตรวจสอบสินค้าประจ าเพื่อหาสินค้าช ารุดที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการจัดเก็บหรือการขาย4.5 ผลจำกกำรวิเครำะห์ตำรำงที่4.3 ตารางเปรียบเทียบก่อนปรับปรุงและหลังปรับรุงเดือน สินค้าเสื่อมสภาพก่อนปรับปรุง(ชิ้น)เดือน สินค้าเสื่อมสภาพหลังปรับปรุง(ชิ้น)1. เมษายน 1363 1. กรกฎาคม 9872. พฤษภาคม 1487 2. สิงหาคม 10343. มิถุนายน 1337 3. กันยายน 992จากตารางที่ เปรียบเทียบสินค้าเสื่อมสภาพในการค้นหาสินค้า จะเห็นได้ว่าสินค้าเสื่อมสภาพก่อนที่จะนำวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วย ABC analysis และ FIFO system มาใช้จะมีสินค้าเสื่อมสภาพเฉลี่ย 3 เดือน อยู่


25ที่ 1,396 ชิ้น หลังจากที่นำวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วย ABC analysis และ FIFO system มาใช้นั้นจะมีสินค้าเสื่อมสภาพเฉลี่ย 3 เดือน อยู่ที่ 1,004 ชิ้น มีผลต่างอยู่ที่ 392ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 28.08%บทที่ 5สรุปผลกำรศึกษำและข้อเสนอแนะ5.1 สรุปผลกำรศึกษำผู้วิจัยได้ท าการเพิ ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วย ABC analysis และ FIFO system ท าให้มีการหยิบจับสินค้าได้รวดเร็วและมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น เพราะได้น าหลักการ FIFO system เข้ามาใช้ในการจัดแบ่งพื้นที่วางสินค้าให้อยู่ในรูปแบบของ ABC analysis โดยได้ท าการติดป้ายจุดวางเพื่อแสดงชื่อสินค้า รหัสสินค้าไว้ให้ชัดเจน และได้ท าการแจ้งพนักงานคลังสินค้าเพื่อไม่ให้มีวัตถุดิบวางบนพื้นขวางช่องทางเดิน ท าให้สะดวกต่อหยิบและน าสินค้าออก ซึ่งท าให้ในด้านของการหยิบวัตุดิบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากผลการทดลองทางผู้จัดท ามีความเห็นว่าหลักการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดวางสินค้าคงคลังไม่ถูกต าแหน่งสามารถน าทฤษฎี ABC analysis มาใช้ในการจัดหมวดหมู่และน าหลักการ FIFO system เข้ามาใช้ในการแสดงต าแหน่ง หรือพื้นที่ในการจัดวางที่ชัดเจนได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพส าหรับคลังสินค้ากรณีศึกษาแห่งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้พบว่าในด้านของปัญหาสินค้าเสื่อมคุณภาพของสินค้าเห็นได้ว่าสินค้าเสื่อมสภาพก่อนที่จะนำวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วย ABC analysis และ FIFO system มาใช้จะมีสินค้าเสื่อมสภาพเฉลี่ย 3 เดือน อยู่ที่ 1,396 ชิ้น หลังจากที่นำวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วย ABC analysis และ FIFO system มาใช้นั้นจะมีสินค้าเสื่อมสภาพเฉลี่ย 3 เดือน อยู่ที่ 1,004 ชิ้น มีผลต่างอยู่ที่ 392ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 28.08%5.2 ข้อจ ำกัดในกำรศึกษำ5.2.1 การขอข้อมูลนั้นสามารถขอข้อมูลได้ยาก เนื่องจากข้อมูลบางอย่างไม่สามารถเปิดเผยได้ 5.3 ข้อเสนอแนะ5.3.1 ควรมีการก าหนดขั้นตอนการท างาน และผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน จัดตั้งพนักงานให้ดูแลวัตถุดิบแต่ละชนิด5.3.2 บริษัทควรน าระบบ Systems Applications and Products SAP ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นย า น ามาใช้ร่วมกับระบบ Barcode ใช้ในกระบวนการท างานภายในคลังสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรวบรวมข้อมูลที่ส าคัญ สามารถเรียกดูข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลของคลังสินค้าได้ ท าให้กระบวนการภายในคลังสินค้ามีความรวดเร็วและแม่นย ามากขึ้น


26บรรณำนุกรมบริษัท มะลิกรุ๊ป 1962 จ ากัด “ข้อมูลบริษัท” สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2568HOCCO. (2566) “Inventory Management คืออะไร การวางแผนเพื่อการใช้งานทรัพยากรของธุรกิจ” สืบค้นวันที่ 4 สิงหาคม 2568Kittipod Pranlumlurd. (2567) “รู้จัก Fishbone Diagram Framework ตัวช่วยแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด” สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567Red Stag Fulfillment. (2568) “เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) คืออะไร” สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568Slimstock.(2568)”การวิเคราะห์ABCคืออะไรและจะสร้างได้อย่างไร” สืบค้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568Enable Survey.(2565) “เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย และเก็บรวบรวมข้อมูล ที่นิยมใช้กันมีอะไรบ้าง” สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568สมชาย เปรียงพรม และ รัชฎาพร วงศ์ไชย.(2566) “การพัฒนากระบวนการจัดการคลังสินค้า: กรณีศึกษา บริษัท จัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์เวชส าอาง จ ากัด” สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568วรัญญา สาสมจิตต์.(2559) “การศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังวัตถุดิบ” สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568วชิรศักดิ์ วงคมะณีและ เจนจิรา พิศุทธิ์เกียรติและ นาตาลี บัวพร และ ณัฐมน ทาปั๋น.(2561) “การเพิ่มประสิทธิภาพ คลังสินค้า ด้วยวิธี ABC ANALYSIS และ FIFO SYSTEM กรณีศึกษา บริษัท เอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดระยอง” สืบค้นเมื่อวันที่27 มิถุนายน 2568


27กำรตรวจอักขรำวิสุทธ์


28 ชื่อ-สกุล นายชิรวิทย์ ขอพึ่ง วันเดือน ปี เกิด วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2546 ที่อยู่ 14 หมู่4 ต.มงคลธรรมนิมิต อ.สามโก้ จ.อ่างทองประวัติกำรศึกษำระดับมัธยมต้น โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคมระดับมัธยมปลาย โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคมระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


Click to View FlipBook Version