The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จุลสารลอยกระทง e-book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sukanya Chaleerin, 2020-10-20 06:46:53

จุลสารลอยกระทง e-book

จุลสารลอยกระทง e-book

Keywords: ลอยกระทง

จลุ สารภาษาไทย ฉบบั ท่ี ๓/๒๕๖๓

วันลอยกระทง

โดย
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
โรงเรยี นดอนเมอื งจาตรุ จนิ ดา

จุลสารภาษาไทย ฉบับ “วันลอยกระทง” จัดทำขึ้น
เพอื่ ใหท้ ่านผอู้ า่ นตระหนักถงึ ความสำคัญของวนั ลอยกระทง
ในฐานะทเี่ ป็นประเพณีที่ล้ำคา่ ถือเปน็ สมบตั ิของชาติ

วันลอยกระทง ๓๑ ตุลาคม ใกล้มาถึงแล้ว ขอเชิญชวน
ทุกท่านร่วมเป็นส่วนหน่ึงในการอนุรักษ์สืบทอดประเพณี
ที่เก่าแก่ อันเป็นมรดกตกทอดด้านวัฒนธรรมที่ดีงาม
ให้อยคู่ กู่ ับสังคมไทยสบื ไป

วนั ลอยกระทง | หนา้ ๒

ฉบบั ที่ ๓/๒๕๖๓ เดอื น ตลุ าคม
จดั ทำโดย

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
วตั ถปุ ระสงค์

๑. เพ่อื ปลูกฝงั เยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของวนั ลอย
กระทง

๒. เพ่อื ใหน้ กั เรียนนำความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจำวนั
๓. เพื่อเผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธ์กจิ กรรมของกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย
คณะผจู้ ดั ทำ
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

วันลอยกระทง | หน้า ๓

วันลอยกระทงของทุกปี จะตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตามปฏิทินจันทรคติไทย
หากตามปฏิทินสุรยิ คติจะราว ๆ เดอื นพฤศจกิ ายน ซ่งึ เดอื น ๑๒ น้ี เปน็ ช่วงตน้ ฤดหู นาว อากาศ
จึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขึ้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกท้ัง
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์ส่องกระทบ
ลงมา เปน็ ภาพทด่ี ูงดงามเหมาะแก่การชมเปน็ อยา่ งยง่ิ

ประเพณีลอยกระทงนั้น เป็นประเพณีโบราณของอินเดีย
ที่ประเทศไทยรับเข้ามาปฏิบัติ ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่า
เริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีน้ีได้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่
สมัยสุโขทัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐาน
ว่า เดิมทีเดียวเห็นจะเป็นพิธีของพราหมณ์ กระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า
ท้งั สาม คอื พระอศิ วร พระนารายณ์ และพระพรหม

พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม

โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงน้ี
ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” ส่วนพิธีเผาเทียน
หรือการจุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะใช้ตะคัน หรือถ้วยเทียนบูชา
ที่เป็นภาชนะดินเผาบรรจุขี้ผึ้งไขเปรียง มีไส้เชื้อเพลิง จุดแล้ว
มีแสงสว่าง และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ ๑ กล่าวถึงงาน
ตะคัน เผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานร่ืนเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย
ทำให้เช่ือกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอยา่ งแน่นอน

วันลอยกระทง | หน้า ๔

ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม ก่อนที่นางนพมาศ หรือ
ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรก
แทนการลอยโคม ดังปรากฏในหนังสือนางนพมาศที่ว่า “ครั้นวันเพ็ญเดือน ๑๒ ข้าน้อยได้
กระทำโคมลอย คดิ ตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนลั ทัง้ ปวงจึงเลือกผกาเกษรสตี ่าง ๆ
มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่ากงระแทะ ล้วนแต่พรรณ
ดอกไม้ซอ้ นสีสลับให้เป็นลวดลาย...”

เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศ
ก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็น
ประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย ดังพระราชดำรัสท่ีว่า “ตั้งแต่นี้สืบไป
เบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตตฤกษ์วันเพ็ญเดือน ๑๒
ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการะบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่า
กัลปาวสาน” พิธลี อยกระทงจงึ เปลยี่ นรูปแบบตงั้ แตน่ ั้นเปน็ ตน้ มา

การลอยกระทงในปัจจุบัน ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามสมควร เมื่อถึงวันเพ็ญ
พระจันทร์เต็มดวงในเดือน ๑๒ ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ
เช่น หยวกกลว้ ยและดอกบวั นำมาประดษิ ฐเ์ ปน็ กระทงสวยงาม ปกั ธปู เทยี นและดอกไม้เคร่ือง
สกั การบชู า

ก่อนทำการลอยในแม่นำ้ กจ็ ะอธิษฐานในสิ่งทม่ี ุ่งหวัง พรอ้ มขอขมาต่อพระแม่คงคา ตามคุ้มวัด
หรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภช
ในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็น
พิเศษ วสั ดทุ น่ี ำมาใชก้ ระทง ควรเป็นของทส่ี ามารถยอ่ ยสลายไดง้ ่ายตามธรรมชาติ

วันลอยกระทง | หน้า ๕

๑. เพือ่ แสดงความสำนกึ ถึงบุญคุณของแม่นำ้ ท่ีให้เราได้อาศยั น้ำกิน นำ้ ใช้ ตลอดจนเป็นการ
ขอขมาตอ่ พระแม่คงคา ทไ่ี ดท้ งิ้ ส่งิ ปฏิกูลต่าง ๆ ลงไปในน้ำ อนั เป็นสาเหตุใหแ้ หล่งนำ้ ไม่สะอาด

๒. เพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที เมื่อคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จไป
แสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ และได้ทรงประทับรอยพระบาทไว้บนหาดทรายแม่น้ำนัมมทานที
ซ่งึ เปน็ แมน่ ำ้ สายหนงึ่ อย่ใู นแคว้นทักขิณาบถของประเทศอนิ เดยี ปัจจุบันเรยี กวา่ แม่น้ำเนรพุทท

๓. เพื่อเปน็ การสะเดาะเคราะห์ เพราะการลอยกระทงเปรยี บเหมือนการลอยความทกุ ข์
ความโศกเศร้า โรคภยั ไข้เจบ็ และส่ิงไม่ดีต่าง ๆ ใหล้ อยตามแมน่ ้ำไปกับกระทง
คล้ายกับพิธลี อยบาปของพราหมณ์

๔. เพอ่ื เป็นการบูชาพระอปุ คุต ทีช่ าวไทยภาคเหนือใหค้ วามเคารพ
ซง่ึ บำเพญ็ เพียรบริกรรมคาถาอยใู่ นทอ้ งทะเลลึกหรือสะดอื ทะเล โดยมตี ำนาน
เล่าวา่ พระอปุ คตุ เป็นพระมหาเถระชาวมอญรูปหนงึ่ ทีม่ ีอิทธิฤทธิม์ าก สามารถปราบพญามารได้

๕. เพอื่ รกั ษาขนบธรรมเนยี มของไทยไวม้ ิให้สญู หายไปตาม
กาลเวลาและยงั เป็นการส่งเสรมิ การท่องเทย่ี วใหเ้ กดิ ขนึ้ ทงั้ ชาวไทย
และชาวตา่ งประเทศ

๖. เพื่อความบันเทิงเริงใจ เนื่องจากการลอยกระทงเป็นการนดั พบปะสังสรรค์กันในหมู่ผูไ้ ป
ร่วมงาน

๗. เพ่ือสง่ เสริมงานฝีมือและความคิดสรา้ งสรรค์ เพราะเม่อื มีเทศกาลลอยกระทง มกั จะมี
การประกวดกระทงแขง่ กนั ทำใหผ้ ู้เขา้ รว่ มได้เกดิ ความคดิ แปลกใหม่ และยงั รกั ษาภมู ปิ ญั ญา
พ้ืนบา้ นไวอ้ กี ดว้ ย

วนั ลอยกระทง | หน้า ๖

นางนพมาศ เกิดในรัชกาลพญาเลอไท กษัตริย์ที่ ๔ แห่งราชวงศ์พระร่วงสุโขทัย บิดา
เป็นพราหมณ์ชื่อ โชติรัตน์ มีราชทินนามว่า พระศรีมโหสถ รับราชการในตำแหน่งปุโรหิต มารดา
ช่อื เรวดี ภายหลังนางนพมาศไดถ้ วายตวั เขา้ รบั ราชการในราชสำนักสมเด็จ
พระร่วงเจา้ สนั นษิ ฐานว่ารับราชการในแผ่นดนิ พระมหาธรรมราชาท่ี ๑
(ลิไท) หรอื พระร่วงเจ้าสุโขทยั จนกระทงั่ ไดร้ ับตำแหนง่ “ทา้ วศรีจฬุ าลกั ษณ”์
พระสนมเอก

พงศาวดารบางฉบับบนั ทกึ ไวว้ ่า นางนพมาศสรา้ งคณุ งามความดี

เปน็ ทีโ่ ปรดปรานของพระรว่ งอยูเ่ สมอ โดยมเี หตกุ ารณส์ ำคญั ๓ เหตกุ ารณ์

คอื

๑. ภายหลังเข้ารับใช้ในวังได้เพียงห้าวัน ตรงกับวันพระราชพิธีจองเปรียงลอยพระประทีป

นางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป

นางได้คิดประดิษฐ์โคมเป็นรูปบัวกมุทบาน และนำไปถวายพระร่วงเจ้า

เป็นที่โปรดปรานของพระร่วงเจา้ ย่ิงนกั

๒. ทุกเดือนห้ามีพิธีชุมนุมข้าราชการทุกหัวเมือง ในพิธีนี้พระเจ้า

แผ่นดินทรงรับแขกด้วยเครื่องหมากพลู นางนพมาศได้คิดประดิษฐ์พาน

ดอกโคทม หมากสองช้ันร้อยกรองด้วยดอกไม้งดงาม พระร่วงทรงโปรดปรานและรบั สง่ั

ว่า “ต่อไปผู้ใดจะทำการมงคลก็ดี รับแขกก็ดี ให้ใช้พานหมากรูปดังนางนพมาศประดิษฐ์ขึ้น”

จนกลายเปน็ ต้นแบบของพานขันหมากเวลาแต่งงาน จนถึงปจั จุบัน

๓. นางนพมาศได้ประดิษฐ์พนมดอกไม้ ถวายพระร่วงเจ้าเพื่อใช้บูชาพระรัตนตรัย พระร่วง

ทรงพอพระทัยในความคิดนั้น ตรัสว่า “แต่นี้ต่อไปเวลามีพิธีเข้าพรรษาจะต้องบูชาด้วยพนมดอกไม้

กอบัวนี้”

วนั ลอยกระทง | หนา้ ๗

กิจกรรมที่ปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ การทำความสะอาดแม่น้ำ ลำคลอง การทำบุญให้ทาน ปฏิบัติธรรม

ฟังเทศน์ การประดิษฐ์กระทงการจัดกิจกรรมการประกวดต่าง ๆ เช่น ประกวดกระทง นางนพมาศ โคมลอย การจัด

ขบวนแห่กระทง นำกระทงไปลอยในแม่น้ำ การปล่อยโคมลอย การจุดดอกไม้ไฟ ประทัด หรือพลุ เพื่อเป็นการ

เฉลมิ ฉลอง และการละเลน่ รืน่ เรงิ ตามท้องถิน่ นัน้ ๆ

กิจกรรมและชอื่ เรียกในแต่ละภาคจะแตกตา่ งกันออกไป
ภาคเหนอื นิยมทำโคมลอย เรียกว่า “ลอยโคม” หรือ “ว่าวฮม” หรือ “ว่าวควัน” ทำจาก

ผ้าบาง ๆแล้วสุมควนั ข้างใต้ให้ลอยขึ้นไปในอากาศอยา่ งบอลลูน ประเพณีของชาวเหนือน้เี รียก

“ยี่เป็ง” หมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา จังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้นใน

ทุก ๆ ปี พร้อมกับมีการจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะติ๊ด) เพื่อบูชาพระรัตนตรัย และมีการ

ลอยกระทงสาย ในจงั หวดั ตาก ลอยโคม ว่าวฮม ว่าวควัน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในอดีตมีการเรียกประพณีลอยกระทงในภาคอีสานว่า “สิบสองเพ็ง” หมายถึง

วันเพ็ญเดือนสิบสอง ซึ่งมีลักษณะเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด มีชื่องานประเพณีว่า

“สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป” ตามภาษาถิ่นมีความหมายถึงการขอขมา

พระแม่คงคา จังหวัดสกลนคร ในอดีตมีการลอยกระทงจากกาบกล้วย

ลักษณะคล้ายกับการทำปราสาทผึ้งโบราณ เรียกงานนี้ว่าเทศกาลลอย

พระประทีปพระราชทาน เป็นจังหวัดแรกที่ได้รับพระราชทานพระประทีป

ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม มาประกอบพิธีในเทศกาลลอยกระทง จังหวัดนครพนม จะตกแต่งเรือ

แล้วประดับไฟเป็นรูปต่าง ๆ เรียกว่า “ไหลเรือไฟ” โดยเฉพาะที่จังหวัดนครพนมเพราะมีความงดงามและอลังการ

ที่สุดในภาคอีสาน
ภาคใต้ ไม่มีกำหนดวา่ เป็น กลางเดือน ๑๒ หรือเดือน ๑๑ แต่จะลอยเมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บ การตกแต่งเรอื

หรือแพลอยเคราะห์ จะมีการแทงหยวก เป็นลวดลายสวยงาม ประดับด้วยธงทิว ภายในบรรจุดอกไม้ ธูปเทียน

เงนิ และเสบยี งตา่ ง ๆ ภาคกลาง มีการจัดงานลอยกระทงท่ยี ่งิ ใหญ่ แต่จะเนน้ ทีก่ ารลอยกระทงในแม่น้ำลำคลอง

ดว้ ยความเปน็ ชุมชนเมืองที่ไมเ่ หมาะกับการใชโ้ คมลอย โดยมีการจดั งานอยา่ งครกึ คร้ืนท้งั แสงสี

การจดั ประกวด และความบนั เทงิ ตระการตา สถานทที่ น่ี ิยมจดั งาน อาทิ วดั วาอารามริม

แมน่ ้ำ และสะพานต่าง ๆ เป็นตน้ เชน่ งานวดั ภเู ขาทอง ในแตล่ ะปี ปกติจะจดั ในชว่ งคาบ

เกยี่ วกบั วันลอยกระทง พร้อมทั้งจดั งานกนั ยาวถงึ ๑๐ วัน ๑๐ คนื ณ วดั สระเกศราชวรมหาวหิ าร

แพลอยภาคใต้ กรุงเทพมหานคร

วนั ลอยกระทง | หน้า ๘

เมื่อเราได้ยินเพลง “รำวงลอยกระทง” ที่ขึ้นต้นว่า “วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง...”
นั่นเป็นสัญญาณว่าใกล้จะถึงวันลอยกระทงแล้ว ซึ่งเพลงนี้เป็นที่คุ้นหูของทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ
เพราะในตา่ งประเทศมกั เปิดเพลงน้ีตอ้ นรบั นักทอ่ งเทยี่ ว เพื่อแสดงถึงความเป็นประเทศไทย

เพลงรำวงวันลอยกระทงประพันธโ์ ดย ครแู กว้ อัจฉริยะกลุ ครเู ออ้ื ครแู ก้ว
และผู้ให้ทำนองคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งสุนทราภรณ์
ซึง่ ครเู อ้ือได้แต่งเพลงนี้ตง้ั แต่ ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ขณะทไ่ี ดไ้ ปบรรเลง
เพลงท่ีบริเวณคณะบญั ชี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ และมผี ขู้ อเพลง
จากครูเอื้อ ครูเอ้ือจึงนั่งแต่งเพลงนี้ทีร่ ิมแม่น้ำเจ้าพระยา ในระยะเวลา
เพยี งครึง่ ชั่วโมงจงึ เกดิ เปน็ เพลง “รำวงลอยกระทง” ท่ตี ิดหกู นั มา
ทุกวนั นี้

มเี นอ้ื รอ้ งวา่

วันเพญ็ เดือนสิบสอง นำ้ กน็ องเตม็ ตล่งิ

เราท้ังหลายชายหญงิ สนกุ กันจรงิ วันลอยกระทง

ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง

ลอยกระทงกนั แลว้ ขอเชญิ น้องแก้วออกมารำวง

การแสดงรำวงลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บญุ จะส่งให้เราสขุ ใจ บญุ จะสง่ ใหเ้ ราสขุ ใจ

วนั ลอยกระทง | หน้า ๙

คำชแี้ จง: วงรลี อ้ มรอบคำตอบทหี่ าเจอในตารางตอ่ ไปนตี้ ่อไปน้ี มที ง้ั หมด ๘ คำ

ส ด อ ยุ ธ ย า สิ ต้ ก
า ว บ น ทั ต ข บ น ภ
ม ฝ ใ ข พ ม่ า ส ฤ เ
สิ ร โ ช ช ห้ ส อ ดู ล
บ สุ ร ล ต า ก ง ห ก
เ จ็ ด อิ ต ป ล สิ น ค
อ็ ล ฝ น ไ ย น ง า รั้
ดนส เภ ว คหว ง
ตุ ล า ดี ถ พ ร า ห ม
ค เ ชี ย ง ใ ห ม่ ร์ ท

คำถาม
๑. ประเพณลี อยกระทงเปน็ ประเพณที ่ปี ระเทศไทยรบั มาจากชาตใิ ด
๒. หากนกั เรยี นต้องการชมประเพณยี เี่ ปง็ จะสามารถเที่ยวชมไดท้ ีจ่ งั หวดั ใด
๓. ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทปี พันดวง เปน็ ประเพณีของทอ้ งถนิ่ จงั หวัดใด
๔. วันลอยกระทงจะอย่ใู นช่วงฤดใู ด
๕. ไทยรับประเพณลี อยกระทงมาตงั้ แต่สมยั ใด
๖. หากคณุ รอ้ งเพลงลอยกระทงโดยไมร่ อ้ งซ้ำ จะออกเสยี งคำว่า “กระทง” กคี่ รง้ั
๗. จงั หวดั แรกในประเทศไทยทไี่ ด้รบั พระราชทานพระประทปี มาประกอบพธิ ีในเทศกาลลอยกระทง
คือจังหวัดใด
๘. วนั ลอยกระทงปีนี้ (๒๕๖๓) ตรงกบั วันท่ี

วนั ลอยกระทง | หนา้ ๑๐

ดภู าพแลว้ เตมิ คำตอบลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

วันลอยกระทง | หน้า ๑๑

กลอนวันลอยกระทง

“กระทงนอ้ ย ธูปปกั เปลวเทยี นสอ่ ง
ละล่วิ ลอ่ ง ลอยเลาะ ลำธารไหล
ลอยกระทง ลอยกิเลส ออกจากใจ
ลอ่ งลอยไป น้อมบชู า พระพทุ ธองค์
ขอใหค้ วาม ไม่ลงรอย จงลอยลับ
ขอใหท้ ุกข์ จงเลอื นดบั เหมอื นลอ่ งหน
ขอใหส้ ขุ ลอ่ งลอยมา ในบดั ดล
ทุกแหง่ หน จงสขุ สนั ต์ วันลอยกระทง”


Click to View FlipBook Version