The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือE-bookโซ่อาหาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suthawan chimma, 2020-10-31 03:36:53

หนังสือE-bookโซ่อาหาร

หนังสือE-bookโซ่อาหาร

นางสาวสธุ าวลั ย์ ฉมิ มา
รหัส 60031050104 section 01
สาขา วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป คณะครุศาสตร์

 ส่ิงมชี วี ติ ในหว่ งโซ่อาหาร

การดารงชวี ิตของสิ่งมีชวี ติ ในระบบนเิ วศ ลว้ นมีความเกีย่ วขอ้ งกันและสมั พันธก์ ันทัง้ พืชและสตั ว์
เรยี กวา่ หว่ งโซ่อาหาร (Food chain) แต่ละส่ิงมชี วี ติ จึงมรี ะดบั ในระบบนเิ วศที่ต่างกนั

ในระบบนิเวศมีสิง่ ชวี ติ หลายระดบั ซ่ึงอาศัยอยรู่ วมกนั ในแหลง่ ท่ีอยอู่ าศยั แหง่ ใดแหง่ หนงึ่
องคป์ ระกอบของระบบนิเวศประกอบไปด้วย 2 ระดับ คือ สงิ่ มชี ีวิตและไม่มชี ีวติ ซ่ึงสิง่ ไม่มชี วี ิต ได้แก่
นา้ แสงแดด อุณหภูมิ กา๊ ซต่างๆทอี่ ย่ใู นชั้นบรรยากาศ สว่ นสงิ่ ทมี่ ชี วี ิตจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1. ผผู้ ลติ (Producer)

สง่ิ มชี ีวติ ท่ีมีการสังเคราะห์อาหารขนึ้ มาเองได้เพราะมีคลอโรฟลิ ล์ ไดแ้ ก่ พชื ตา่ งๆ เช่น สาหร่ายสเี ขยี วแกม
นา้ เงนิ ต้นหญ้า ต้นถวั่ ตน้ ส้ม พชื เหลา่ นี้สามารถสรา้ งอาหารไดเ้ องโดยอาศยั แสงอาทติ ย์ ซง่ึ จะผลิตน้าตาลออกมากัก
เกบ็ ไว้ในส่วนตา่ งๆ ของพืช

ตน้ ส้ม หญา้ สาหรา่ ยสเี ขยี วแกมนา้ เงิน

2. ผูบ้ รโิ ภค (Consumer)

สิ่งมีชวี ติ ทีไ่ ม่สามารถสรา้ งอาหารเองได้ สามารถแบง่ ออกเปน็ 3 กลมุ่
2.1 สิ่งมชี ีวติ ทกี่ ินพชื เป็นอาหาร (Herbivore) เราเรียกสิง่ มชี ีวติ น้ีว่า ผูบ้ ริโภคอนั ดบั 1 เป็นส่งิ มชี ีวติ ที่กนิ

ผู้ผลิต สิง่ มีชีวติ เหลา่ นี้มักจะเปน็ เหยอื่ เพราะถูกกินโดยผู้บริโภคอนั ดบั อน่ื ๆ เชน่ หนู นก ม้า ชา้ ง กวาง ปลา แมว้ ่าสัตวก์ นิ
พชื จะเปน็ ผูบ้ ริโภคอันดบั แรก แตส่ ัตว์เหล่านกี้ ย็ ังได้รบั พลงั งานจากแสงอาทติ ย์ โดยไดจ้ ากพืชทีส่ ตั ว์พวกนก้ี ินไป ซงึ่ ได้
พลงั งานเพยี งแค่ 10 เปอรเ์ ซ็นตข์ องพลังงานทั้งหมด ตามกฎ 10 เปอร์เซน็ ต์ ซงึ่ เปน็ กฎการถา่ ยทอดพลงั งานในส่งิ มีชีวิต

กวาง ช้าง นก

2.2 ส่งิ มชี ีวิตที่กินสตั วเ์ ปน็ อาหาร (Carnivore)

เสอื ไฮยนี ่า ฉลาม
2.3 ส่งิ มีชวี ิตทกี่ ินท้ังพชื และสตั วเ์ ปน็ อาหาร (Omnivore) มนุษย์

2.4 ผู้บรโิ ภคซากพืชซากสตั ว์ (Scavenger)

ไส้เดือน นกแร้ง ปลวก

3. ผยู้ ่อยสลาย (Decomposer)

เป็นสิ่งมีชีวติ ทด่ี ารงชวี ิตและได้พลงั งานมาใช้ดว้ ยการย่อยสลายซากพืชซากสัตวส์ ารแลว้ ดูดซมึ เขา้ สูร่ า่ งกาย ไดแ้ ก่
เหด็ รา และ แบคทีเรยี ชนดิ ต่างๆ ซึง่ มีอยทู่ ่ัวไปท้งั ในน้า อากาศและดิน ผยู้ ่อยสลายจะทาให้พืชและสตั วท์ ่ตี ายแล้วเกิดการ
เน่าเปอ่ื ยสลายเปน็ สารทจี่ าเปน็ ต่อการเจริญเตบิ โตของพืช ดังนน้ั ถ้าไม่มีผยู้ อ่ ยสลาย พืชและสตั วท์ ี่ตายแลว้ จะไม่มกี ารเน่า
เป่อื ย แต่จะทบั ถมดินกจ็ ะเสอ่ื มสภาพลงไปเรอ่ื ยๆเพราะไมม่ แี ร่ธาตุเพ่ิมจากเดิม

เห็ด รา แบคทเี รีย

 หว่ งโซ่อาหาร (Food chain)

การถา่ ยทอดพลังงานของสิ่งมีชวี ติ เป็นทอดๆ เปน็ ความสมั พันธข์ องสิง่ มชี วี ิตท่มี ีการบรโิ ภคตอ่ ๆ
กนั จากผูผ้ ลิตส่ผู บู้ ริโภค ในห่วงโซ่อาหาร ประกอบไปดว้ ย ผผู้ ลิต ผ้บู ริโภค และผูย้ ่อยสลาย

ผู้ผลติ นั้นถอื เป็นจดุ แรกของห่วงโซ่อาหาร ตอ่ มาผบู้ รโิ ภคท่ีกินพืชจะถือไดว้ ่าเป็นผูบ้ รโิ ภคอนั ดับ 1
ส่วนผบู้ ริโภคทก่ี ินสตั ว์ จะถอื เปน็ ผบู้ รโิ ภคอันดับ 2 และมีผ้บู รโิ ภคอนั ดับ 3 ต่อไปเรอ่ื ยๆ

ต้นขา้ ว นับเปน็ ผผู้ ลติ ในห่วงโซ่อาหารนี้ เนื่องจากต้นขา้ ว เปน็ พชื ซ่งึ
สามารถสรา้ งอาหารไดเ้ องโดยใช้กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง

ตั๊กแตน นบั เป็นผู้บรโิ ภคลาดับท่ี 1 เนอื่ งจาก ตัก๊ แตนเปน็ สตั ว์ลาดบั แรก
ทีบ่ รโิ ภคข้าวซง่ึ เป็นผู้ผลิต

กบ นบั เป็นผบู้ รโิ ภคลาดับที่ 2 เน่ืองจาก กบจับตัก๊ แตนกินเป็นอาหาร
หลงั จากทตี่ ก๊ั แตนกนิ ตน้ ขา้ วไปแล้ว

เหยี่ยว เปน็ ผูบ้ รโิ ภคลาดับสดุ ทา้ ย เน่ืองจาก เหย่ียวจบั กบกินเปน็
อาหาร และในโซ่อาหารนไ้ี ม่มสี ตั วอ์ ื่นมาจบั เหยยี่ วกินอีกทอดหนง่ึ

การถา่ ยทอดพลังงานในห่วงโซ่อาหาร

การถา่ ยทอดพลังงานในห่วงโซ่อาหารอาจแสดงในในลกั ษณะของสามเหลีย่ มพีรามิดของสง่ิ มีชวี ิต (Ecological Pyramid)
แบง่ ได้ 3 ประเภทตามหน่วยทใ่ี ช้วัดปรมิ าณของลาดับข้นั ในการกิน

1. พรี ามิดจานวนของสงิ่ มีชีวติ (Pyramid of number) แสดงจานวนสงิ่ มชี ีวติ เป็นหน่วยตัวตอ่
พืน้ ท่ี โดยท่ัวไปพรี ะมดิ จะมีฐานกวา้ งซงึ่ หมายถงึ มจี านวนผู้ผลติ มากท่สี ุดและจานวนผู้บรโิ ภคลาดับตา่ งๆ ลดลงมา

2. พรี ามดิ มวลของสิ่งมีชีวิต (Pyramid of mass)
โดยพีรามดิ น้แี สดงปริมาณของสิ่งมีชวี ติ ในแตล่ ะลาดบั ขนั้ ของการกินโดยใช้มวลรวมของนา้ หนกั

แหง้ (Dry weight) ของส่งิ มชี วี ติ ต่อพืน้ ท่ีแทนการนบั จานวน พีรามดิ แบบนม้ี ีความแมน่ ยามากกวา่ แบบ
ที่ 1 แตใ่ นความเปน็ จรงิ จานวนหรือมวลของส่งิ มีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงตามชว่ งเวลา เช่น ตามฤดูกาลหรือ
ตามอตั ราการเจริญเติบโต ปจั จัยเหล่านี้ จึงเป็นตัวแปรที่สาคญั

3. พีระมิดพลงั งาน (Pyramid of energy)
เป็นพรี ามิดแสดงปรมิ าณพลังงานของแต่ละลาดับชั้นของการกนิ ซึ่งจะมีคา่ ลดลงตามลาดบั ขั้นของ

การบริโภคจากลาดบั ท่ี 1 ไป 2 ไป 3 และ 4 ดงั แสดงในรูป

ในระบบนเิ วศ ทัง้ สสารและแรธ่ าตตุ ่างๆ จะถูกหมุนเวยี นกันไปภายใตเ้ วลาท่ีเหมาะสมและมคี วามสมดุล
ซง่ึ กันและกันวนเวียนกนั เปน็ วัฏจกั รทเี่ รยี กวา่ วฏั จกั รของสสาร (Matter cycling) ซึ่งเปรยี บเสมือนกลไกสาคญั ท่ี
เช่ือมโยงระหวา่ งสสารและพลงั งานจากธรรมชาตสิ ูส่ ่งิ มชี วี ติ แลว้ ถา่ ยทอดพลงั งานในรูปแบบของการกนิ ตอ่ กันเปน็
ทอดๆ ผลสดุ ท้ายวัฏจกั รจะสลายในขั้นตอนทา้ ยสุดโดยผยู้ อ่ ยสลายกลบั คืนสู่ธรรมชาติ
วฏั จักรของสสารทม่ี ีความสาคญั ต่อสมดุลของระบบนิเวศ ไดแ้ ก่ วฏั จกั รของน้า วฏั จักรของไนโตรเจน วฏั จกั รของ
คารบ์ อนและวัฏจกั รของฟอสฟอรัส


Click to View FlipBook Version