รายงาน เรื่อง อารยธรรมมายา จัดทําโดย นางสาวกนกอร วิเศษวงษา รหัสนักศกึษา 64121100132 นางสาวรัตนาภรณ ชินวงค รหัสนักศกึษา 64121100123 นางสาวสิริอักษร ประดาศรี รหัสนักศกึษา 64121100107 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร เสนอ ผูชวยศาสตรจารยกานต กาญจนพิมาย รายงานเลมนี้เปนสวนหนึ่งของการเรียนรายวิชาอารยธรรมโลก รหัสวิชา ESOC623212 (Section 01) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทรภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565
รายงาน เรื่อง อารยธรรมมายา จัดทําโดย นางสาวกนกอร วิเศษวงษา รหัสนักศกึษา 64121100132 นางสาวรัตนาภรณ ชินวงค รหัสนักศกึษา 64121100123 นางสาวสิริอักษร ประดาศรี รหัสนักศกึษา 64121100107 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร เสนอ ผูชวยศาสตรจารยกานต กาญจนพิมาย รายงานเลมนี้เปนสวนหนึ่งของการเรียนรายวิชาอารยธรรมโลก รหัสวิชา ESOC623212 (Section 01) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565
ก คํานํา รายงานวิชาการเลมนี้เปนสวนหนึ่งของรายวิชาอารยธรรมโลก (ESOC623212) จัดทําขึ้นเพื่อ ศึกษาเกี่ยวกับวิชาหลักพุทธรรมและธรรมวิทยา เรื่องอารยธรรมมายา โดยในเอกสารบทนี้แสดง สาระสําคัญดังนี้ จุดเริ่มตนอาณาจักรมายา ความกาวหนาทางอารยธรรมของมายา ระบบการปกครอง และระบบการศึกษา ชีวิตเศรษฐกิจ เมืองเอกอาณาจักรมายา การตั้งถิ่นฐานของชาวมายา และการลม สลายของอาณาจักรมายา ผูจัดทําตองขอขอบคุณผูชวยศาสตรจารยกานต กาญจนพิมาย แหลงที่มาหนังสือเรียนทุกเลม และเว็บไซตออนไลนตาง ๆ ที่ผูจัดทําไดไปสืบคนมา หวังวารายงานเลมนี้คงอํานวยประโยชนตอผูที่ ตองการศึกษารายวิชาอารยธรรมโลก เรื่องอารยธรรมมายา หากมีขอผิดพลาดประการใดผูจัดทํายินดี นําไปปรับปรุงแกไขใน โอกาสตอไปและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ดวย คณะผูจัดทํา มกราคม 2565
ข สารบัญ หนา คํานํา ก สารบัญ ข อารยธรรมมายา จุดเริ่มตนอาณาจักรมายา 1 ความกาวหนาทางอารยธรรมของมายา 3 ดาราศาสตรในอารยธรรมมายา 3 ผลการสังเกตการณตําแหนงดาวเคราะห 4 ระบบการปกครองและระบบการศึกษา 5 ชีวิตเศรษฐกิจ 5 เมืองเอกอาณาจักรมายา 6 การตั้งถิ่นฐานของชาวมายา 7 การลมสลายของอาณาจักรมายา 7 สรุป 8 บรรณานุกรม 10
เรื่อง อารยธรรมมายา ในเขตที่เปนประเทศเม็กซิโกและประเทศแถบอเมริกากลางในปจจุบันนั้นไดมีชนพื้นเมือง หลากหลายเผาพันธุอาศัยอยูเปนในยุคกอนโคลัมบัสพบทวีปอเมริกาจํานวนมากบางเผาก็ไดพัฒนาขึ้นจนมี อารยธรรมสูงและแผขยายอํานาจปกครองเผาอื่น ๆ ไวได แตบางเผาก็ยังดอยการพัฒนาทางอารยธรรม มากโดยคงสภาพความเปนอยูในลักษณะท่ีพัฒนาไปจากมนุษยยุคหินไมมากนักสําหรับเผาพันธุที่สําคัญมี อารยธรรมสูงและสามารถครอบครองดินแดนสวนใหญของเขตนี้ไวไดนั้นที่สําคัญ ไดแก ชนเผามายา (Maya) ทอลเท็ค (Totec) และแอสเด็ก (Aztec) สามารถแผขยายอํานาจจนสรางเปนอาณาจักรมายาขึ้น โทรมลงก็เปนยุคของพวกทอลเทคและทายที่สุดในชวงที่นักสํารวจชาวเสปนเขามาถึงนั้นโดยที่เผามายานั้น รุงเรืองมากอนหลังจากที่อาณาจักรมายาเสื่อมดินแดนในเขตนี้สวนใหญอยูภายใตความครอบครองของ อาณาจักรแอสเต็ก ในเอกสารบทนี้ไดแสดงสาระสําคัญดังนี้ จุดเริ่มตนอาณาจักรมายา ความกาวหนาทาง อารยธรรมของมายา ระบบการปกครองและระบบการศึกษา ชีวิตเศรษฐกิจ เมอืงเอกอาณาจักรมายา การ ตั้งถิ่นฐานของชาวมายา และการลมสลายของอาณาจักรมายา จุดเริ่มของอาณาจักรมายา (Maya) ชนเผามายาไดต้ังหลักแหลงอยูในบริเวณชายฝงตะวันตกของประเทศกัวเตมาลาและฮอนดูรัสใน ปจจุบันมาตั้งแตประมาณ 1,000 ปกอนคริสตศักราชโดยที่ดินแดนสวนนี้มีความอุดมสมบูรณสูงเนื่องจาก การทับถมของเถาลาวาจากภูเขาไฟภูมิอากาศรอนขึ้นทําใหฝนตกมากนอกจากนั้นก็ยังมีปลาและสัตวน้ํา ตาง ๆ ชุกชุมทั้งในทะเลสาปและและในบริเวณหุบเขาก็มีสัตวใหลาเปนอาหารไดมากมายพวกมายาเปน ชุมชนการเกษตรขนาดเล็กกระจายอยูทั่วไปยังชีพอยูดวยการบริเวณชายฝงมหาสมุทรในระยะแรกปลูก ขาวโพดถั่วและ squash เปนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักเพื่อบริโภคสวนกิจกรรมเศรษฐกิจรองก็คือการลา สัตวและทําการประมง ในชวงปลายศตวรรษสุดทายกอนคริสตศักราชชุมชนของพวกมายาหลายแหงไดเริ่มเติบโต ขยายตัวขึ้นเปนเมืองใหญและในชวงตั้งแตค. ศ. 1- ค.ศ. 900 อารยธรรมของมายาก็ไดพัฒนาสูงขึ้นอยาง มากซึ่งนักโบราณคดีเรียกวาเปนอารยธรรมยุคคลาสสิกของมายาเมืองใหญที่สุดในยุคนี้ก็คือเมืองโอติฮัวกัน (Testihuacan) ซึ่งในชวงประมาณ ค.ศ. อาณาเขตครอบครองพื้นที่กวา 1,750 เอเคอร หลังจากป ค.ศ. 900 อารยธรรมมายาไดสาปสูญไประยะหนึ่งจนถึงประมาณ ปค.ศ. 1100 จึงได กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แตไดยายถิ่นมาเปนในแถบคาบสมุทรยูคาตัน (Yucatan) โดยเมืองท่ีสําคัญ ที่สุดในยุคหลังนี้คอืชิเชนอิตซา (Chichen Itza) และมายาปาน (Mayapan) อยางไรก็ตามบริเวณถิ่นที่อยู ใหมนี้มีความอุดมสมบูรณนอยกวาถิ่นเดิมอาณาจักรมายาในยุคหลังนี้ประกอบดวยนครรัฐอิสระจํานวน หนึ่งรวมตัวกันเปนสมาพันธในนาม "สันนิบาตมายาปาน” ซึ่งมีลักษณะคลายสมาพันธของนครรัฐกรีก โบราณสันนิบาตนี้ดํารงอยูมาไดประมาณ 200 ปก็สลายตัวลงเมื่อถูกเผาเกตซาโตจากเม็กซิโกเขามา ปกครอง แตเมื่อพวกเกตซาโคถอนตัวไปดินแดนของพวกมายาก็ตกอยูในภาวะสงครามทั้งที่เปนสงคราม
2 แยงชิงความเปนใหญระหวางนครรัฐของมายาดวยกันเองและสงครามกับชนเผาอื่นประกอบกับการเกิด โรคระบาดและภัยธรรมชาติรายแรงจึงทําใหในชวงที่เสปนเดินทางเขามาถึงอาณาจักรมายานั้นอาณาจักร มายาแทบจะสาปสูญไปแลวคงมีแตคนจํานวนนอยอาศัยอยูในกระทอมใกลซากเมืองโบราณท่ีปรักหักพัง แลวเทานั้น (คนพื้นเมืองดั้งเดมิในละตินอเมริกา. 2566) อาณาจักรมายา (Maya) เปนอาณาจักรโบราณในอเมริกากลาง มีพื้นที่บริเวณประเทศเม็กซิโก คาบเกี่ยวกับประเทศเบลีซและประเทศกัวเตมาลามีความรุงเรืองชวง 500 ปกอนคริสตกาลจนถึง ค.ศ. 1502 มีจุดศูนยกลางอยูที่นครวากา ปจจุบันคือเอลเปรูมีอายุรวมสมัยเดียวกับอารยธรรมเตโอตีอัวกาน ชาวมายาใชอักษรภาพในการบันทึกมีความสามารถทางดาราศาสตรจนสามารถทํานายเวลาเกิด สุริยุปราคา และจันทรุปราคาไดลวงหนาเปนเวลานาน รูจักทําปฏิทินใช รูจักประดิษฐเลขศูนยใชในวิชา คณิตศาสตร รูจักคาขายเกลือ หยก และเครื่องปนดินเผา แตชาวมายาไมรูจักใชลอและไมรูจักการถลุงแร ซึ่งแสดงวาชาวมายาดํารงชีวิตเหมือนมนุษยหินที่รูจักใชเพียงไม กระดูกสัตว หินปูน และหินทรายในการ สรางเมืองชาวมายานับถือเทพเจามากและมีเทพเจามากมาย ท้ังสุริยเทพ วสันตเทพ และมรณเทพ เทพ เจาเหลานี้ทรงโปรดปรานการเสวยเลือด ดังนั้นจึงมีพิธีบูชายัญดวยชีวิตของหญิงพรหมจารี (บริสุทธิ์) เพื่อ ถวายเทพ (อารยธรรมมายา. 2565) อาณาจักรมายา คืออารยธรรมที่ถูกพิจารณาวารุงโรจนที่สุดในทวีปอเมริกา กอนการมาเยือนของ ชาวสเปน ยอนกลับไปราว 1,800 ปกอนคริสตกาล อารยธรรมมายาเริ่มตนตั้งถิ่นฐานขึ้นในดินแดนที่กลาย มาเปนอเมริกากลาง และเม็กซิโกในปจจุบัน ชวงเวลาที่รุงเรืองที่สุดของอารยธรรมเกิดขึ้นชวงคริสตศักราช ที่ 250 – 900 ในเวลานั้นอาณาจักรมายาประกอบดวยเมืองนอยใหญมากมายกวา 40 เมือง และมี ประชากรมากกวา 50,000 คน หลักฐานความรุงเรืองของอาณาจักรมายายังคงพบเห็นไดในปจจุบันจากพีรามิด และรองรอยของ สิ่งปลูกสรางอื่นๆ ที่ถูกสรางขึ้นจากกอนหิน ทวาจุดสําคัญที่ทําใหอาณาจักรนี้ประสบความสําเร็จหาใชสิ่ง ปลูกสราง แตคือการเกษตรที่มีประสิทธิภาพตางหาก มันคือไรขาวโพดที่เปนอาหารหลักของผูคนในยุค โบราณชาวมายาเคารพและนับถือธรรมชาติมาก พวกเขามีความเชื่อวาตนเกิดจากเทพที่สรางชาวมายา ตลอดจนธรรมชาติตางๆ รอบตัว การเรียนรูเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณแหงนี้ทําใหนักโบราณคดีพบวาชาว มายามีความเกงกาจดานคณิตศาสตร และการคํานวณเปนอยางมาก พวกเขามีปฏิทินเปนของตนเอง ทั้ง ยังสามารถคํานวณการโคจรของดวงดาวไดอีกดวย ทวาหลังคริสตศักราชที่ 900 อาณาจักรที่ยิ่งใหญนี้ก็ลม สลายลง มีทฤษฎีที่เชื่อกันวาสาเหตุที่ทําใหอารยธรรมของชาวมายาตองถึงจุดจบอาจมาจากการระเบิด ของภูเขาไฟ ไมก็ภัยแลง ทุกวันนี้ลูกหลานของชาวมายากระจัดกระจายไปตั่งถิ่นฐานตามประเทศตางๆ ของอเมริกากลาง เชื่อกันวาปจจุบันนาจะมีผูสืบเชื้อสายจากชาวมายาราว 7 ลานคนและพวกเขายังคงรักษาขนบธรรมเนียม ความเชื่อบางอยางไว (NGThai. 2561)
3 ความกาวหนาทางอารยธรรมของมายา ในเขตซึ่งสามารถปลูกฝายไดชนเผามายาไดพัฒนาเทคนิคในการปนดายทอผาและยอมสีผาได อยางกาวหนานอกจากนั้นก็สามารถผลิตเครื่องปนดินเผาไดงดงามและในยุคที่กําลังรุงเรืองดวยอารยธรรม นั้นชนเผามายามีความรูที่จะสรางปฏิทินซึ่งมีความถูกตองแมนยํากวาปฏิทินโรมันซึ่งใชกันทั่วไปในยุโรป โดยปฏิทนิของมายามี365 วัน แตซับซอนเขาใจยากเนื่องจากแบง 1 ปแบงเปน 28 สัปดาหในขณะที่แบง เดือนเปน 18 เดือนท้งัน้โีดยที่สัปดาหและเดือนจะไมมีความสัมพันธกันเลย พวกมายามนักคณิตศาสตรที่คิดคํานวณตัวเลขไดถึงหลักลานและมีนักดาราศาสตรที่เชี่ยวชาญ ทําการศึกษาและเรียนรูเรื่องของดวงดาวเชนการโคจรของดวงอาทิตยและดาวตางๆไดอยางถูกตอง นอกจากนั้นก็ยังไดพัฒนาตัวหนังสือขึ้นในลักษณะของอักษรภาพสําหรับใชบันทึกตําราตํานานตาง ๆ และ คําสวดออนวอนเทพเจาโดยการแกะสลักหรือเขียนดวยสีลงบนแผนหินและดวยการเขียนสีลงบนมวน กระดาษท่ีทําจากเยื่อของตนมาไกว (maguey) ซึ่งเปนพืชในตระกูลกระบองเพชรชนิดหนึ่งเรื่องราวใน บันทึกที่หลงเหลืออยูเชนบันทึกเกี่ยวกับการเกษตรดินฟาอากาศโรคภัยไขเจ็บการลาสัตวและดาราศาสตร อยางไรก็ตามอารยธรรมของมายากาวหนาไปเพียงบางดานเทานั้นในอีกหลายดานยังลาหลังมากเชนการ ไมรูจักนําโลหะมาใชทําเปนเครื่องมือใด ๆ เลยการไมรูจักลูกลอท่ีจะชวยทุนแรงในการขนสงและการไม รูจักเลี้ยงสัตวเพื่อใชงานซึ่งเมื่อประกอบกับการที่ไมรูจักใชลูกลอจึงทําใหไมมียานพาหนะที่จะใชในการ เดินทางหรือขนสงทางบกดวยทั้ง ๆ ที่มีการสรางถนนขนาดใหญขึ้นแลว ดาราศาสตรในอารยธรรมมายาแหงภูมิภาคอเมริกากลาง นักวิชาการและนักวิจัยที่ศกึษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและหลักฐานทางประวัติศาสตรตาง ๆ ของอารยธรรมมายา พบวาอารยธรรมมายามีดาราศาสตรแบบแผนเฉพาะตัว โดยมีจุดเดนที่การ สังเกตการณทางดาราศาสตรดวยตาเปลาที่คอนขางแมนยํา รวมกับอักษรภาพและระบบตัวเลขของตนเอง ประเด็นตาง ๆ เกี่ยวกับดาราศาสตรมายาโบราณ ดังนี้ 1. ปฏิทิน (Calendars) : ปฏิทินของมายามี 3 แบบ ไดแก 1.1 ปฏิทินแบบ Long Count เปนปฏิทินที่บอกวันที่ในรูปของจํานวน 5 จํานวนตอ กัน นับวันทบตอกันเรื่อย ๆ โดยเริ่มตนนับจากวันที่ 11 สิงหาคม ป 3114 กอน ค.ศ. และวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.2020 จะตรงกับวันที่ 13.0.7.15.5 ในปฏิทินแบบ Long Count ของมายา ปฏิทินแบบนี้ยัง หลงเหลืออยูในตํารามายาฉบับปารีส (Paris codex) ซึ่งเก็บรักษาในหอสมุดแหงชาติฝรั่งเศส เสาศิลา จารึก (Stele) ที่มีเนื้อความบันทึกวันที่ตามปฏิทินแบบ Long Count 1.2 ปฏิทนิแบบ Tzolkʼin เปนปฏิทินแบบที่1 รอบปฏิทนินาน 260 วัน 1.3 ปฏิทนิแบบ Haabʼ เปนปฏิทินแบบ 1 ปมี 365 วัน แบงเปน 18 เดือน เดือนละ 20 วัน และชวงเศษวันอีก 5 วัน
4 นอกจากนี้ยังมีบันทึกเกี่ยวกับการโคจรและตําแหนงของดวงจันทร สําหรับใชคํานวณเดือน แบบจันทรคติ 2. การสังเกตการณทางดาราศาสตร (Astronomical observation) : การสังเกตการณ ทางดาราศาสตรดวยตาเปลาในอารยธรรมสมัยกอน จะเปนการสังเกตการณตําแหนงดาวขึ้นตก การ สังเกตชวงที่ดวงอาทิตยเคลื่อนผานจุดเหนือศีรษะเวลากลางวัน ดวยการสังเกตมองลงมาที่บอน้ําตาม โบราณสถาน ผลการสังเกตการณตําแหนงดาวเคราะห (มีขอมูลของดาวพุธ ดาวศุกร ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร) ในอารยธรรมมายายัง บันทึกไวในรูปของปูมดาราศาสตร (Almanac) หรือศิลาจารึก เชน 1. กรณีของดาวศุกร มีขอมูลระบุวันแรกและวันสุดทายที่จะเห็นดาวศุกรปรากฏในชวง หัวคํ่าหรือในชวงเชามืด พบในตํารามายาฉบับเดรสเดิน (Dresden codex) ซึ่งเก็บรักษาในหอสมุดแหง รัฐซัคเซนิเยอรมนีกับตํารามายาฉบับเม็กซิโก (Maya codex of Mexico) และขอมูลเรื่องดาวศุกรชวงที่ ปรากฏหางจากดวงอาทิตยมากที่สุดอยูในศลิาจารึก 2. กรณขีองดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดีและดาวเสารมีขอมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ปรากฏ ถอยหลัง (Retrograde Motion) ของดาวเคราะหทั้งสาม ในชวงที่โลกโคจรแซงดาวเคราะหเหลานี้ นอกจากนี้ ยังมีโบราณสถานที่ใชในการสังเกตการณทางดาราศาสตร อยางอาคารเอล การาโกล (El Caracol) ที่เมืองโบราณชิเชนอิตซา (Chichen Itza) ทางตะวันออกเฉียงใตของเม็กซิโก เคยใชเปนหอดู ดาวเพื่อสังเกตการณตําแหนงปรากฏของดาวศุกร 3. การวางตัวของโบราณสถาน (Historical site alignments) เชน โบราณสถานใน พื้นท่อีารยธรรมมายาเดิมจะสัมพันธกับทิศหลักทั้ง 4 หรือตําแหนงดวงอาทิตยขึ้น-ตกในชวงที่ดวงอาทิตย ขึ้นตกเฉียงไปเหนือหรือใตมากที่สุด 4. หลักฐานทางประวัติศาสตรเกี่ยวกับปรากฏการณทองฟา เชน เนื้อความเรื่องการ ทํานายหรือการเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา จะปรากฏในศิลาจารึก เสาจารึก ปูมดาราศาสตรและ ตํารามายาฉบับตาง ๆ 5. หลักฐานทางประวัติศาสตรเกี่ยวกับกลุมดาวและทางชางเผือก เชน ขอมูลในตํารา มายากลาวถึงกลุมดาว 13 กลุมที่ชาวมายาแบงตามบริเวณเสนสุริยวิถี(Ecliptic - เสนสมมติท่ีลากเชื่อม ตําแหนงปรากฏของดวงอาทิตยบนทองฟาในแตละวัน) หรือกลาววากลุมดาวเหลานี้เปน “กลุมดาว จักรราศีในดาราศาสตรมายา” หรือขอมูลในปูมดาราศาสตรมายาที่กลาวถึงทางชางเผือก ดาราศาสตรโบราณของมายาเปนมรดกทางดาราศาสตรเชิงวัฒนธรรม และยังชวย สงเสริมทั้งวงการประวัติศาสตร ดาราศาสตรและการทองเที่ยวตามประเทศที่มีแหลงมรดกอารยธรรม มายา เชน
5 5.1 อาคารเอล การาโกล ที่เคยใชเปนหอดูดาวสมัยอารยธรรมมายารุงเรืองอยูใน พื้นที่เมืองเกาชิเชนอิตซา ซึ่งเมืองเกาแหงนี้ขึ้นทะเบียนเปนมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศเม็กซิโก โดยองคการ UNESCO ในป ค.ศ.1988 5.2 กิจกรรมการถายภาพดาราศาสตรที่จัดในพื้นท่ีวัดกรันฆากัวร(Astrofotografía Gran Jaguar) ในซากเมืองโบราณตีกัล (Tikal) อดีตเมืองศูนยกลางของอารยธรรมมายา ปจจุบันอยูใน ประเทศกัวเตมาลา โดยสรุปแลว ดาราศาสตรโบราณของอารยธรรมมายา อารยธรรมโบราณในแถบ ตะวันออกเฉียงใตของเม็กซิโก และอีก 4 ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลาง ปรากฏอยูในรูปของปฏิทิน บันทึกโบราณ (ตํารามายา ศิลาจารึก) โบราณสถาน ซึ่งมีขอมูลการสังเกตการณดวงดาวดวยตาเปลา และ ประเด็นดานดาราศาสตรมายา ยังสามารถกระตุนใหเกิดกิจกรรมหรือการสงเสริมวงการประวัติศาสตร ดาราศาสตร และการทองเที่ยว (พิสิฏฐ นิธิยานันท. 2562) ระบบการปกครองและระบบการศึกษา อาณาจักรมายาประกอบขึ้นดวยนครรัฐอิสระจํานวนหนึ่ง แตละนครปกครองโดยผูนําซึ่งมี ลักษณะเชนเดียวกับกษัตริยเนื่องจากตําแหนงผูนํา เปนตําแหนงที่สืบตระกูลไปยังเฉพาะบุตรชายเทานั้น ผูนําแหงนครรัฐจะกระจายอํานาจการปกครองใหแกผูนําของแตละหมูบานโดยเฉพาะในเรื่องอํานาจหนาที่ จัดสรรที่ดินเพื่อทําการเกษตรซึ่งในแตละหมูบานนั้นถือวาการถือครองที่ดินเปนการถือครองรวมกันและ ผูนําหมูบานจะมีอํานาจหนาท่ีในการแบงสรรที่ดินของสวนรวมนี้ใหกับแตละครอบครัวตามความจําเปน สวนในดานการศึกษานั้นมายามีการจัดระบบการศึกษาไวอยางมีประสิทธิภาพโดยมีพระเปนผูถายทอดทั้ง วิชาการและเรื่องราวทางศาสนาไปสูคนรุนตอไปการที่ชาวมายามีความรูดานดาราศาสตรคณิตศาสตร วรรณคดอีังกฤษสถาปตยกรรมและศิลปะเปนอยางดียอมแสดงถึงการจัดระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ชีวิตเศรษฐกิจ สังคมของชาวมายาสวนใหญเปนสังคมเกษตรกรรมยังชีพอยูไดผลผลิตการเกษตรตาง ๆ ที่ผลิต ขึ้นดวยวิธีซึ่งแทบจะไมมีการพัฒนาเพราะเกือบจะไมมีการใชเครื่องมือในการทําการเกษตรใด ๆ เลยเชน ในการปลูกขาวโพดนั้นเครื่องมือที่ใชมีเพียงไมปลายแหลมสําหรับขุดหลุมเพื่อจะหยอดเมล็ดขาวโพดลง แลวใชเทาเกลี่ยดินกลบไมม ีการใชเครื่องมือที่ทําดวยโลหะไมรูจักใชแรงงานสัตวเปนเครื่องผอนแรง แตใน ยามที่มีงานที่หนักแรงมาก ๆ จะตองทํานั้นชาวมายาจะใชวิธีรวมมือชวยกันทําภายในชุมชนเชนในชวงของ การหวานหรือหยอดเมล็ดพืชและในชวงเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตเปนตน โดยทั่วไปแลวบริเวณที่อยูอาศัยกับบริเวณที่ทําการเกษตรจะแยกออกจากกันกลาวคือที่อยูอาศัย จะรวมกลุมกันอยูในเมืองหรือหมูบานสวนพื้นที่สําหรับทําการเกษตรจะอยูนอกชุมชนออกไปชาวมายาม ประเพณีที่ถือเปนหลักปฏิบัติอยูวาที่ดินทั้งหมดเปนของสวนรวมไมมีผูใดเปนเจาของหรือถือกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะเปนการสวนตัวแมจะมีการปลูกบานลงไปบนที่ดินก็จะมีกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวอาคารหรือในการ
6 ทําการเกษตรก็จะมีกรรมสิทธิ์เพียงผลผลิตบนที่ดินเทานั้นดังนั้นการซื้อขายที่ดินจึงเปนสิ่งที่ไมอาจกระทํา ไดในสังคมชาวมายา ผลผลิตการเกษตรที่สําคัญที่สุดของอาณาจักรชาวมายาก็คือขาวโพดทั้งนี้เพราะขาวโพดเปน อาหารหลักของทุกครัวเรือนสวนพืชอาหารอื่น ๆ ที่สําคัญ ไดแก ถั่วมันฝรั่งพริกมะเขือเทศ ฯลฯ นอกจากนี้ก็มีพืชท่ปีลูกเพื่อประโยชนที่สําคัญคือฝายยาสูบและพืชประเภทกระบองเพชรซึ่งใชประโยชนได หลายทางเชนเสนใยใชทํากระดาษและเชือกไขใชทําสบูลําตนใชทํายาเปนตนสวนดานการเลี้ยงสัตวสัตว เลี้ยงสําคัญมีเพียงสุนัขและไกงวงเทานั้น นอกจากการทําการเกษตรแลวก็มีการประกอบอาชีพอื่นอยูบางเชนการเปนชางฝมือและภายใน เขตเมืองก็จะมีการทําการคาซึ่งสวนใหญเปนการนําสินคาจากชนบทเขามาซื้อขายแลกเปลี่ยนและมักเปน สินคาที่จะเปนตอการดํารงชีพเชนถั่วโกโกขนสัตวผาฝายในการซื้อขายนั้นปรากฏวาในบางเขตมีการใช เงินตราซึ่งลักษณะเปนแถบทองแดงเล็ก ๆ สําหรับเปนสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนดวยในการใชแรงงานนั้น ดานการเกษตรไมมีแรงงานรับจางเนื่องจากมีประเพณีชวยกันทําในชุมชน แตบรรดาชาวมายาที่เปน ราษฎรสามัญทั้งหลายนั้นจะตองถูกบังคับเกณฑแรงงานจากผูปกครองนครรัฐในงานที่เกณฑใหทําสวน ใหญจะเปนการทํา ๆ ลักษณะเปนการเก็บภาษีเปนแรงงานแทนเงินและสรางสิ่งกอสรางอื่น ๆ โดยเฉพาะ อยางยิ่งวิหารของเทพเจาตาง ๆ ในสังคมชาวมายานั้นมีการใชแรงงานทาสดวย ซึ่งสวนใหญเปนทาสเชลยที่แตก็มีทาสบางสวนท่ี กวาดตอนมาจากการทําศึกสงคราม แตก็มีทาสบางสวนที่เกิดเพราะเปนหนี้เปนสินดวยอยางไรก็ตาม ลูก ของทาสนั้นจะมีสิทธิเปนเสรีชน เปนผลใหจํานวนของทาสไมมีสะสมอยูมากนัก (คนพื้นเมืองดั้งเดิมใน ละตินอเมริกา. 2566) เมืองเอกอาณาจักรมายา แบงออกเปน 7 เมอืง ไดแก 1. เมืองติกัล (Tikal) 2. เพเตน (Peten) ประเทศกัวเตมาลา 3. ปาเลงกอ (Palenque) ภาคใตประเทศเม็กซิโก 4. เมืองโคปน (Copan) ประเทศฮอนดูรัส 5. มืองอิทซา (Itzar) 6. อักซมลั (Uxmal) 7. มายาปน (mayapan) บริเวณคาบสมุทรยูคาตัน เมืองของชาวมายา ประกอบดวยชุมชนเกษตรอยูชั้นนอก ชุมชนเมืองอยูชั้นในลอมรอบจุด ศูนยกลาง ซึ่งเปนบริเวณสิ่งกอสรางที่ใช ประกอบพิธีกรรมตางๆ ซึ่งสิ่งกอสรางนั้นมีหลายแบบ เชน พีรา มิด วิหาร ปละปราสาทราชวัง ซึ่งสรางจากศิลาลวนเพื่อบงบอกความเจริญรุงเรืองของชาวมายาอยางดี
7 ระหวางป พ.ศ. 800-1450 ซึ่งเปนระยะเวลา ที่ยุโรปกําลังตกอยูในยุคมืดแหงอวิชชา แต สําหรับ ชาวมายา นั้นตามประวัติศาสตรไดจารึกวาในระยะเวลาดังกลาวอารยธรรมมายา ไดเจริญรุงเรือง สุดขีดมากๆ มีทั้ง พีระมิด และ พระราชวังที่มโหฬารและวิจิตรอลังการมากมายหลักฐานความรุงเรืองของ อาณาจักรมายายังคงพบเห็นไดในปจจุบันจากพีรามิด และรองรอยของสิ่งปลูกสรางอื่นๆ ท่ีถูกสรางขึ้น จากกอนหิน ทวาจุดสําคัญที่ทําใหอาณาจักรนี้ประสบความสําเร็จหาใชสิ่งปลูกสราง แตคือการเกษตรที่มี ประสิทธิภาพตางหาก มันคือไรขาวโพดที่เปนอาหารหลักของผูคนในยุคโบราณ ชาวมายาเคารพและนับ ถือธรรมชาติมาก พวกเขามีความเชื่อวาตนเกิดจากเทพที่สรางชาวมายา ตลอดจนธรรมชาติตางๆ รอบตัว การเรียนรูเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณแหงนี้ทําใหนักโบราณคดีพบวาชาวมายามีความเกงกาจดาน คณิตศาสตร และการคํานวณเปนอยางมาก พวกเขามีปฏิทินเปนของตนเอง ทั้งยังสามารถคํานวณการ โคจรของดวงดาวไดอีกดวย ทวาหลังคริสตศักราชที่ 900 อาณาจักรที่ยิ่งใหญนี้ก็ลมสลายลง มีทฤษฎีที่เชื่อ กันวาสาเหตุที่ทําใหอารยธรรมของชาวมายาตองถึงจุดจบอาจมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ ไมก็ภัยแลง ทุกวันนี้ลูกหลานของชาวมายากระจัดกระจายไปตั่งถิ่นฐานตามประเทศตางๆ ของอเมริกากลาง เชื่อกันวา ปจจุบันนาจะมีผูสืบเชื้อสายจากชาวมายาราว 7 ลานคน และพวกเขายังคงรักษาขนบธรรมเนียมความเชื่อ บางอยางไว (เมืองเอกอาณาจักรมายา. 2555) การตั้งถิ่นฐานของชาวมายามา มีศิลาจารึกขนาดใหญที่เขียนขอความอยางละเอียดตั้งตระหงานอยูกลางเมืองซึ่งแสดงวา ชาว มายามีภาษาเปนของตนเองและชอบบันทึกประวัติศาสตรซึ่งในขอความศิลาจารึกนั้น กลับไมมีใครสักคน ที่อานออกตีความไดสักคนเดียวสิ่งที่เรารูเกี่ยวกับชาวมายา สันนิษฐานวาชาวมายาอาจสืบเชื้อสายมาจาก อิสราเอลไมก็กรุงทรอย คารเธจ ฮั่น แอตแลนติส ฯลฯ มีการปกครองดวยระบบกษัตริย เรียกวา คูฮุลอะฮอว (K’uhul ajaw) หรือเทวกษัตริย ใชอักษรภาพในการบันทึกมีความสามารถทางดาราศาสตร จนสามารถทํานายเวลาเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาไดลวงหนาเปนเวลานานรูจักทําปฏิทินใช รูจัก ประดิษฐเลขศูนยใชในวิชาคณติศาสตรรูจักคาขายเกลือ หยกและเครื่องปนดินเผา (NGThai. 2561) การลมสลายของอาณาจักรมายา ชาวมายาไดเผชิญหนากับความทาทายของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงความ แหงแลงสุดขั้วและนั่นก็เปนสาเหตุท่ีทําใหเมืองใหญในยุคคลาสสิกของพังทลายลงในชวงที่การเชื่อมตอ ระหวางยุคมีการคนพบวา ชาวมายาไดละถิ่นฐานกันออกไป จึงทําใหนักโบราณคดีสงสัยและอยากหา คําตอบวาเพราะเหตุใดชาวมายาถึงละทิ้งถิ่นฐานแมวาจะมีสภาพแวดลอมที่สมบูรณและความรุงเรืองของ อาณาจักร มีการคาดเดากันไปตางๆนาๆหลายทฤษฎี เพราะสงคราม สภาพอากาศ ความแหงแลง ความ อดอยากแตจากการศึกษา สํารวจ ก็ทําใหคนพบวาแทจริงแลว สาเหตุที่ทําใหชาวมายาทิ้งถิ่นฐานนี้ไปเกิด มาจาก "ชาวมายา" เองที่ทําลายสิ่งแวดลอมจนอยูอาศัยไมไดในยุครุงเรืองนั้น ประชากรของชาวมายามี ปริมาณที่เยอะมากๆ แตมันก็ไมไดสงผลกระทบตอทรัพยากรอันแสนเหลือเฟอ ณ ตอนนั้นแตอยางใด แต
8 เพราะการสรางวิหารนี่แหละที่นําปญหามาให การสรางวิหารของชาวมายาแตกตางจากพีระมิดของชาว ไอยคุปต พวกเขาฉาบปูนดานนอกกอนและทาสีแดงทับลงไป แตปญหาอยูที่ปูนขาวที่พวกเขานํามาใช การผลิตปูนขาวพวกเขาตองใชหินปูนจํานวนมากแมวาจะมีผืนปาที่เยอะเพียงใด ก็ไมอาจตานทานการรอย หรอของระบบนิเวศนและทรัพยากรได การโคนลมไมใหญกอใหเกิดน้ําปาไหลหลากในชวงฤดูฝน รวมไป ถึงมีผลตอการทาํเกษตรกรรม เพราะหนาแลงตนไมดูดซับน้ําไมเพียงพอ ทําใหดินขาดน้ํา ขาดปุย พืชหลัก ของชาวมายันคือขาวโพดจึงไมสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไดเต็มที่ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็คือภัยจากมนุษยเอง ทั้งสิ้น จึงเปนสาเหตุใหชาวมายันแยกยายกันออกไปเพื่อไปหาถิ่นฐานที่มีทรัพยากรที่สมบูรณกวานั่นเอง (การลมสลายของอาณาจักรมายา. 2564 ) สรุป ชนเผามายาไดต้ังหลักแหลงอยูในบริเวณชายฝงตะวันตกของประเทศกัวเตมาลาและฮอนดูรัสใน ปจจุบันมาตั้งแตประมาณ 1,000 ปกอนคริสตศักราชโดยที่ดินแดนสวนนี้มีความอุดมสมบูรณสูงพวกมายา เปน ชุมชนการเกษตรขนาดเล็กกระจายอยูทั่วไปยังชีพอยูดวยการบริเวณชายฝงมหาสมุทรในระยะแรก ปลูก ขาวโพดถั่วและ squash เปนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักเพื่อบริโภคสวนกิจกรรมเศรษฐกิจรองก็คือ การลา สัตวและทาการประมงในชวงปลายศตวรรษสุดทายกอนคริสตศักราชชุมชนของพวกมายาหลาย แหงไดเริ่มเติบโต ขยายตัวขึ้นเปนเมอืงใหญและในชวงตั้งแตค. ศ. 1- ค.ศ. 900 อารยธรรมของมายาก็ได พัฒนาสูงขึ้นอยาง มากซึ่งนักโบราณคดเีรียกวาเปนอารยธรรมยุคคลาสสิกหลังจากปค.ศ. 900 อารยธรรม มายาไดสาปสูญไประยะหนึ่งจนถึงประมาณ ปค.ศ. 1100 จึงได กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แตไดยาย ถิ่นมาเปนในแถบคาบสมุทรยูคาตันมีนครรัฐอิสระจานวน หนึ่งรวมตัวกันเปนสมาพันธในนาม"สันนิบาต มายาปาน” ซึ่งมีลักษณะคลายสมาพันธของนครรัฐกรีก โบราณสันนิบาตนี้ดารงอยูมาไดประมาณ 200 ป ก็สลายตัวลงเกิดสงครามแยงชิงความเปนใหญระหวางนครรัฐของมายาดวยกันเองและสงครามกับชนเผา อื่นประกอบกับการเกิด โรคระบาดและภัยธรรมชาติรายแรงจึงทาใหในชวงที่เสปนเดินทางเขามาถึง อาณาจักรมายานั้นอาณาจักรความกาวหนาทางอารยธรรมของมายาไดพัฒนาเทคนิคในการปนดายทอผา และยอมสีผาได อยางกาวหนานอกจากนั้นก็สามารถผลิตเครื่องปนดินเผาไดงดงามและในยุคที่กาลัง รุงเรืองดวยอารยธรรม นั้นชนเผามายามีความรูที่จะสรางปฏิทินซึ่งมีความถูกตองแมนยานอกจากนั้นก็ยัง ไดพัฒนาตัวหนังสือขึ้นในลักษณะของอักษรภาพสาหรับใชบันทึกตาราตานานตาง ๆ และ คาสวดออน วอนเทพเจาโดยการแกะสลักหรือเขียนดวยสีลงบนแผนหิน อยางไรก็ตามอารยธรรมของมายากาวหนาไป เพียงบางดานเทานั้นในอีกหลายดานยังลาหลังมาก ดาราศาสตรในอารยธรรมมายาแหงภูมิภาคอเมริกา กลางมีดาราศาสตรแบบแผนเฉพาะตัว โดยมีจุดเดนที่การ สังเกตการณทางดาราศาสตรดวยตาเปลาที่ คอนขางแมนยา รวมกับอักษรภาพและระบบตัวเลขของตนเอง ประเด็นตาง ๆผลการสังเกตการณ ตําแหนงดาวเคราะหดาราศาสตรโบราณของมายาเปนมรดกทางดาราศาสตรเชิงวัฒนธรรม และยังชวย สงเสริมทั้งวงการประวัติศาสตร ดาราศาสตรและการทองเที่ยวตามประเทศที่มีแหลงมรดกอารยธรรม
9 มายาระบบการปกครองและระบบการศึกษาประกอบขึ้นดวยนครรัฐอิสระจานวนหนึ่ง แตละนครปกครอง โดยผูนาซึ่งมี ลักษณะเชนเดียวกับกษัตริยเนื่องจากตําแหนงผูนา เปนตําแหนงที่สืบตระกูลไปยังเฉพาะ บุตรชายเทานั้น ผูนาแหงนครรัฐจะกระจายอํานาจการปกครองใหแกผูนาของแตละหมูบานโดยเฉพาะใน เรื่องอํานาจหนาที่จัดสรรที่ดินเพื่อทาการเกษตรมีการจัดระบบการศกึษาไวอยางมีประสิทธิภาพโดยมีพระ เปนผูถายทอดทั้ง วิชาการและเรื่องราวทางศาสนาไปสูคนรุนตอไปชีวิตเศรษฐกิจสังคมของชาวมายาสวน ใหญเปนสังคมเกษตรกรรมยังชีพอยูไดผลผลิตการเกษตรตาง ๆสวนเมืองของชาวมายา ประกอบดวย ชุมชนเกษตรอยูชั้นนอก ชุมชนเมืองอยูชั้นในลอมรอบจุดศูนยกลาง ซ่ึง เปนบริเวณสิ่งกอสรางที่ใช ประกอบพิธีกรรมตางๆการตั้งถิ่นฐานของชาวมายามีศิลาจารึกขนาดใหญท่ีเขียนขอความอยางละเอียด ตั้งตระหงานอยูกลางเมือง ซึ่งแสดงวา ชาวมายามีภาษาเปนของตนเองตอมาการลมสลายของอาณาจักร มายาชาวมายาไดเผชิญหนากับความทาทายของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงความ แหงแลงสุดขั้ว และนั่นก็เปนสาเหตุที่ทาใหเมืองใหญในยุคคลาสสิกของพังทลายลง สาเหตุท่ีทาใหชาว มายาทิ้งถิ่นฐานนี้ไปเกิดมาจาก "ชาวมายา" เองที่ทาลายสิ่งแวดลอมจนอยูอาศัยไมไดในยุครุงเรืองนั้น
บรรณานุกรม ก า ร ล ม ส ล า ย ข อ ง อ า ณ า จั ก ร ม า ย า . ( 2 5 6 4 ) . [ อ อ น ไ ล น ] . เ ข า ถึ ง ไ ด จ า ก : https://www.springnews.co.th/spring-life/818566. สืบคน 20 มกราคม 2566. คนพื้นเมืองดั้งเดิมในละตินอเมริกา. (2566). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://oldbook.ru.ac.th/ebook/e/EC398(48)/EC398(48)-2.pdf. สืบคน 20 มกราคม 2566. ชาวมายามาจากไหน. (2561). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://ngthai.com/history/11714/ ancient-maya/. สืบคน 20 มกราคม 2566. พิสิฏฐ นิธิยานันท. (2562). “ดาราศาสตรในอารยธรรมมายาแหงภูมิภาคอเมริกากลาง.” [ออนไลน]. เขาถึงไดจา ก : https://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/1273- maya-civilization. สืบคน 20 มกราคม 2566 เ มื อ ง เ อ ก อ า ณ า จั ก ร ม า ย า . ( 2 5 5 5 ) . [ อ อ น ไ ล น ] . เ ข า ถึ ง ไ ด จ า ก : https://teen.mthai.com/variety/22561.html. สืบคน 20 มกราคม 2566. อารยธรรมมายา. (2565). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อารยธรรม มายา. สืบคน 20 มกราคม 2566. NGThai. (2561). “ชาวมายาคือใคร? และเรื่องราวตนกําเนิดของอาณาจักรมายา.” [ออนไลน]. เขาถึงได จาก : https://ngthai.com/history/11714/ancient-maya/. สืบคน 20 มกราคม 2566