Aerobic
แอโรบิค
ประวตั คิ วามเป็ นมาของแอโรบิค
แอโรบิค เกิดข้ึนเมื่อ 26 ปี มาแลว้ โดย
DR. Kenneth H.Cooper ไดเ้ ขียนเป็นตารา
เรื่อง AEROBICS กล่าวไวว้ า่ แอโรบิค
เป็นการออกกาลงั กายชนิดหน่ึงชื่อวา่
AEROBICS EXERCISE หมายถึง การ
ออกกาลงั กายที่เพิม่ ประสิทธิภาพการ
ทางานใหส้ มั พนั ธ์กนั ระหวา่ งระบบ
ไหลเวยี นโลหิตกบั ปอดใชอ้ อกซิเจนอยา่ งสม่าเสมอ ทาใหเ้ กิดการเผา
ผลาญพลงั งานอยา่ งเตม็ ท่ีกระตุน้ ใหร้ ่างกายผลิตเซลลเ์ มด็ เลือดขาว
เพิ่มข้ึนทาหนา้ ท่ีเป็นภูมิคุม้ กนั โรคต่างๆได้ ดงั น้นั การเตน้ แอโรบิค
(AREOBIC DANCING) จึงนบั เป็นการออกกาลงั กายประเภทแอโรบิค
อีกชนิดหน่ึง
ในปี ค.ศ.1969 จูด้ี เชฟฟาร์ด มิสเซตตไ์ ดน้ าการออกกาลงั กายแบบแอ
โรบิคมาประยกุ ตโ์ ดยทาการเตน้ เเจส มาผสมผสานกบั การออกกาลงั กาย
แบบแอโรบิค เอกเซอร์ไซดใ์ ส่จงั หวะการเตน้ ราของจงั หวะเเจสเขา้ ไป
ทาใหเ้ ป็นท่ีชื่นชอบของผคู้ นชาวอเมริกนั กนั อยา่ งแพร่หลาย
ต่อมาในปี ค.ศ.1979 แจ๊คก้ี โซเรนสนั ไดพ้ ฒั นาการออกกาลงั กาย
แบบแอโรบิคเอกเซอร์ไซดม์ าประยกุ ตใ์ หเ้ ขา้ กบั จงั หวะดนตรีที่
สนุกสนานเร้าใจ รวมท้งั มีการเคลื่อนไหว ซ่ึงนาหลกั การของ
วทิ ยาศาสตร์การกีฬาเขา้ ประกอบการออกกาลงั กายจึงเป็นท่ีนิยมและ
รู้จกั กนั โดยทว่ั ไปในช่ือวา่ แอโรบิคดานซ์ (Aerobics Dance)
ในปี ค.ศ.1984 มีการแข่งขนั กีฬาโอลิมปิ กคร้ังที่ 23 ที่รัฐลอสแอนเจลิส
ประเทศสหรัฐอเมริกา ในพธิ ีเปิ ดการแข่งขนั ไดท้ าการเตน้ แอโรบิก
ดานซ์มาแสดงในพิธีเปิ ด ทาใหเ้ ป็นท่ีรู้จกั แพร่หลายไปทว่ั โลก
เบ้ืองหลงั ความสาเร็จของการเตน้ แอโรบิคไดร้ ับการกล่าวถึงเป็น
หนงั สือ ชื่อ Aerobic Dancing โดย Jacki Sorensen วา่ กีฬาเตน้ แอโรบิค
ไดร้ ับความนิยมสูงสุดท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา จดั ใหม้ ีการเตน้ แอโรบิค
ภายในสตูดิโอหรือโรงยมิ โดยรับเอาตน้ แบบการเตน้ แอโรบิคประกอบ
ดนตรีแบบอาหรับ จากน้นั กีฬาการเตน้ แอโรบิคปรับเปล่ียนใหท้ นั สมยั
เขา้ กบั จงั หวะดนตรี ในปัจจุบนั ดว้ ยวธิ ีนบั จงั หวะบีทเพลงจึงทาใหก้ าร
ออกกาลงั กายแบบเตน้ แอโรบิคทนั สมยั และสนุกสนานอยเู่ สมอ
ประสิทธิภาพจากการเตน้ แอโรบิคเป็นท่ียอมรับทางการแพทยท์ วั่ โลก
เก่ียวกบั ทางดา้ นพฒั นาสุขภาพเกี่ยวกบั การพฒั นากลา้ มเน้ือ,หวั ใจ, ปอด
เทียบเท่ากบั การเล่นกีฬาวงิ่ จอ๊ กกิง, วา่ ยน้า, หรือการเดินข้ึนบนั ไดจึงไม่
น่าแปลกเมื่อกีฬาเตน้ แอโรบิคเป็นที่ยอมรับในประเทศต่างๆ เช่น
องั กฤษ ญ่ีป่ ุน ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส รวมท้งั ประเทศไทย ความแรงของ
กีฬาเตน้ แอโรบิคไดร้ ับความนิยมไปทว่ั ทุกมุมโลกนี่เองทาใหก้ ารเตน้ แอ
โรบิคไม่มีท่าเฉพาะท่ีแน่นอน แต่หลกั มาตรฐานสากล
น้นั กาหนดใหท้ ่าเตน้ ตอ้ ง นบั ใหเ้ ขา้ กบั จงั หวะบีทเพลงหรือตวั โนต้
ดนตรี ส่วนกีฬาเตน้ แอโรบิคท่ีประเทศไทย น้นั เลือกใชท้ ่าเตน้ ท่ีนบั ตาม
จงั หวะ 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 เท่าน้นั เพราะจะช่วยใหก้ าร
เตน้ แอโรบิคเป็นไปไดง้ ่ายกวา่
แอโรบคิ ในประเทศไทย
ประมาณปี พ.ศ. 2518 ประชาชนชาวไทยไดม้ ีการตื่นตวั ในการออก
กาลงั กายมากข้ึนท้งั น้ีเพราะชาวไทยมีความเขา้ ใจในเร่ืองของการศึกษา
มากข้ึน และเขา้ ใจถึงประโยชนข์ องการออกกาลงั กายวา่ สามารถลด
โรคภยั ไขเ้ จบ็ ได้ ในระหวา่ งปี พ. ศ. 2518 ไดม้ ีกลุ่มนกั ธุรกิจเปิ ดสถาน
บริหารร่างกายข้ึน ซ่ึงบริหารโดยคนไทย ซ่ึงสืบสานและนาตวั อยา่ งมา
จากสถานบริหารร่างกายโดยชาวอเมริกากนั ซ่ึงเป็นนกั ธุรกิจมาทางาน
ในกรุงเทพ ฯ
ในระยะแรกวธิ ีการสอนการออกกาลงั กายสาหรับประชาชนที่เขา้
ไปร่วมกิจกรรมน้นั เป็นวธิ ีการบริหารร่างหายดงั กล่าว ไดม้ ีวทิ ยากรชื่อ
อาจารยส์ ุกญั ยา มุสิกวนั ไดเ้ ขา้ ไปเป็นวทิ ยากรและเลง็ เห็นวา่ กิจกรรม
ท่ีจดั ใหก้ บั สมาชิกที่เขา้ ร่วมกิจกรรมบริหารร่างกายน้นั ไม่เพยี งพอกบั
การเสริมสร้างสมรรถภาพเท่าใดนกั
ในปี พ.ศ. 2519 อาจารยส์ ุกญั ยา มุสิกวนั จึงไดจ้ ดั กิจกรรมช่ือวา่
Slimnastic ซ่ึงมาจากคาวา่ Slim + Gymnastic ซ่ึงเป็นกิจกรรมบริหาร
ร่างกายประกอบเพลง เป็นเครื่องมือในการออกกาลงั กายสาหรับสมาชิก
อนั ทาใหเ้ กิดความสนุกสนานเพลิดเพลินมากข้ึน กิจกรรมดงั กล่าว ได้
เนน้ การเคลื่อนไหวร่างกายเบ้ืองตน้ ประกอบจงั หวะดนตรีเป็นกิจกรรม
บริหารร่างกายเพอ่ื ลดสดั ส่วนของร่างกาย ในปี พ.ศ. 2522 อาจารยส์ ุกญั
ยา มุสิกวนั (พานิชเจริญนาม) ไดเ้ ดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศ
ญี่ป่ ุน และไดเ้ ดินทางกลบั มา
ในปี พ.ศ. 2526 ไดเ้ ลง็ เห็นกิจกรรมการเคล่ือนไหวแบบ
Slimnastic ควรเป็นไปในรูปแบบแอโรบิกดานซ์เหมือนสากล จึงได้
เริ่มสอนและไดจ้ ดั อบรมใหผ้ ทู้ ่ีสนใจและลูกศิษย์ ใหน้ าไปเผยแพร่ทว่ั
ประเทศ โดยจดั ในรูปสมั มนาเชิงปฏิบตั ิการ ณ สนามกีฬา
แห่งชาติ โดยมีผเู้ ขา้ ร่วมประชุมจานวน 130 คน จากสถาบนั การศึกษา
ทว่ั ประเทศ และนบั จากปี 2526 เป็นตน้
มาจนถึงปัจจุบนั แอโรบิกดานซ์จึงเป็นกิจกรรมท่ีแพร่หลาย และมีการ
จดั การเรียนการสอนในหลกั สูตรพลศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาและ
อุดมศึกษา และดา้ นเอกชน กเ็ ปิ ดบริการใหป้ ระชาชนทวั่ ไปฝึกร่างกาย
เพอื่ ใหร้ ่างกายมีความอดทนและไดม้ าซ่ึงรูปร่างที่ดี การออกกาลงั กาย
แบบแอโรบิกดานซ์ ไดม้ ีการพฒั นาและมีววิ ฒั นาการเป็นการออกกาลงั
กายไดห้ ลายรูปแบบ เช่น แอโรบิกดานซ์แบบแจซเซอร์ไซด์ แอโรบิก
ในน้า เสตป็ แอโรบิก เพ่ือใหม้ ีความหลากหลายมากข้ึน มีความ
สนุกสนานจากการออกกาลงั กายและคงการออกกาลงั กายใหน้ านที่สุด
ที่สาคญั กเ็ พ่ือประโยชนจ์ ากการออกกาลงั กายแบบแอโรบิกดานซ์ และ
เป็นการออกกาลงั กายที่สนุกสนานและไดป้ ระโยชน์มากที่สุดนนั่ เอง
การเตรียมความพร้อม
1. สวมเส้ือผา้ ใหก้ ระชบั พอดีตวั เพ่อื ความคล่องตวั
2. อยา่ สวมเส้ือผา้ หนาจนเกินไป เพราะจะทาใหอ้ ากาศถ่ายเทไม่ดี
พอ อบั ช้ืน เป็นบ่อเกิดใหเ้ ป็นเช้ือราทางผวิ หนงั หรือสิวตามตวั ได้
3. สวมรองเทา้ ผา้ ใบและถุงเทา้ ทุกคร้ัง เพ่ือป้องกนั การบาดเจบ็ ของเทา้
4. เตรียมน้า 1 ขวด เอาไวด้ ื่มแกก้ ระหายในเวลาพกั แต่ละช่วง เพ่อื
ป้องกนั อาการขาดน้า อาจจะชอ็ กได้
5. เตรียมผา้ ขนหนู 1 ผนื เอาไวซ้ บั เหง่ือ
6. งดรับประทานอาหารก่อนการเตน้ แอโรบิค 1.30-2.00 ชวั่ โมง
เนื่องจากอาจทาใหจ้ ุกเสียด อาเจียน ขณะเตน้ แอโรบิคได้
7. ควรปรึกษาแพทยเ์ พ่อื ใหต้ รวจสอบความพร้อมของร่างกายและขอ
คาปรึกษาก่อนเร่ิมเตน้ ฯ ในคร้ังแรกๆ เน่ืองจากการเตน้ แอโรบิคอาจจะ
เป็นการออกกาลงั กายที่ถือวา่ หนกั เกินไป สาหรับผทู้ ี่มีโรคประจาตวั
บางโรค เช่น โรคหวั ใจ หรือท่าบริหารบางท่าอาจจะทาใหท้ ่านบาดเจบ็
ได้ เช่นท่ากระโดด เม่ือขอ้ เข่าของท่านไม่แขง็ แรง
8. ก่อนออกกาลงั กายควรลา้ งเครื่องสาอางคห์ รือครีมบารุงผวิ ออกให้
หมดทุกคร้ัง เพ่ือเป็นการเปิ ดผวิ เวลาออกกาลงั กาย เหง่ือจะไดร้ ะบาย
ออกไดโ้ ดยสะดวก ส่ิงสกปรกไม่อุดตนั รูขมุ ขน ผวิ พรรณจะสดใส
การเตรียมความพร้อม
1. สวมเส้ือผา้ ใหก้ ระชบั พอดีตวั เพ่อื ความคล่องตวั
2. อยา่ สวมเส้ือผา้ หนาจนเกินไป เพราะจะทาใหอ้ ากาศถ่ายเทไม่ดี
พอ อบั ช้ืน เป็นบ่อเกิดใหเ้ ป็นเช้ือราทางผวิ หนงั หรือสิวตามตวั ได้
3. สวมรองเทา้ ผา้ ใบและถุงเทา้ ทุกคร้ัง เพ่ือป้องกนั การบาดเจบ็ ของเทา้
4. เตรียมน้า 1 ขวด เอาไวด้ ื่มแกก้ ระหายในเวลาพกั แต่ละช่วง เพอ่ื
ป้องกนั อาการขาดน้า อาจจะชอ็ กได้
5. เตรียมผา้ ขนหนู 1 ผนื เอาไวซ้ บั เหง่ือ
6. งดรับประทานอาหารก่อนการเตน้ แอโรบิค 1.30-2.00 ชวั่ โมง
เนื่องจากอาจทาใหจ้ ุกเสียด อาเจียน ขณะเตน้ แอโรบิคได้
7. ควรปรึกษาแพทยเ์ พ่อื ใหต้ รวจสอบความพร้อมของร่างกายและขอ
คาปรึกษาก่อนเร่ิมเตน้ ฯ ในคร้ังแรกๆ เน่ืองจากการเตน้ แอโรบิคอาจจะ
เป็นการออกกาลงั กายที่ถือวา่ หนกั เกินไป สาหรับผทู้ ี่มีโรคประจาตวั
บางโรค เช่น โรคหวั ใจ หรือท่าบริหารบางท่าอาจจะทาใหท้ ่านบาดเจบ็
ได้ เช่นท่ากระโดด เม่ือขอ้ เข่าของท่านไม่แขง็ แรง
8. ก่อนออกกาลงั กายควรลา้ งเครื่องสาอางคห์ รือครีมบารุงผวิ ออกให้
หมดทุกคร้ัง เพ่ือเป็นการเปิ ดผวิ เวลาออกกาลงั กาย เหง่ือจะไดร้ ะบาย
ออกไดโ้ ดยสะดวก ส่ิงสกปรกไม่อุดตนั รูขมุ ขน ผวิ พรรณจะสดใส
ประเภทของการเต้นแอโรบิค
1. การเต้นทมี่ แี รงกระแทกต่า ( low impact aerobic dance)
การเตน้ ท่ีมีแรงกระแทกต่าเป็นการเคล่ือนไหว ในลกั ษณะของการ
กระแทกระหวา่ งร่างกายกบั พ้ืนบา้ งเพยี งเลก็ นอ้ ยหรือแทบจะไม่มีเลย
เช่น การเดินหรือการยอ่ เข่า
2. การเต้นทมี่ แี รงกระแทกสูง ( high - impact aerobic dance)
การเตน้ ที่มีแรงกระแทกสูงเป็นการเคล่ือนไหว ในลกั ษณะของการ
กระแทกระหวา่ งร่ายกายที่ค่อนขา้ งรุนแรง เช่น การกระโดดลอยตวั และ
ลงสู่พ้นื ดว้ ยเทา้ ท้งั สองขา้ ง
3. การเต้นทมี่ แี รงกระแทกหลากหลาย ( multi - impact aerobic
dance)การเตน้ ที่มีแรงกระแทกหลากหลายเป็นกานเคล่ือนไหวใน
ลกั ษณะของแรงกระแทกต่าและแรงกระแทกสูงผสมกนั การที่ผเู้ ตน้ จะ
ใชแ้ รงกระแทกต่าหรือกระแทกสูงมากข้ึนอยกุ่ บั สรรถภาพของผเู้ ตน้
และจงั หวะเพลง
4. การเต้นทปี่ ราศจากแรงกระแทก ( no- impact aerobic dance)การ
เตน้ แอโรบิคท่ีปราศจากแรงกระแทก เป็นการเคลื่อนไหวของร่างกายท่ี
ไม่มีแรงกระแทกร่างกายกบั พ้ืน เช่น การเตน้ แอโรบิคในน้า เป็นตน้
ข้นั ตอนในการฝึ กเต้นแอโรบคิ
มี 3 ช่วง ไดแ้ ก่
1.ช่วงเตรียมความพร้อม
ประกอบดว้ ย การบริหารขอ้ ต่อสดั ส่วนต่างๆของร่างกายและการยดื
กลา้ มเน้ือในช่วงน้ีควรจะมีชีพจรเตน้ อยรู่ ะหวา่ ง 100 คร้ังต่อนาที ใช้
เวลาประมาณ 5-10 นาที
2.ช่วงแอโรบคิ
จาเป็นตอ้ งแบ่งความหนกั เบาของกิจกรรม ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั สมรรถภาพ
ของผเู้ ขา้ ร่วมจะใชเ้ วลาประมาณ 30 นาที ชีพจรขณะเตน้ ประมาณ 60-
80% ของชีพจรสูงสุดและจะตอ้ งคานึงถึงลกั ษณะและชนิดของการ
เคล่ือนไหวเป็นหลกั คือใหท้ ุกส่วนของร่างกายไดเ้ คล่ือนไหวอยา่ ง
ต่อเน่ือง
3.ช่วงผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เป็นการบริหารกายเฉพาะส่วนและเป็นการยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ โดยเนน้
ที่การยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ืออยา่ งชา้ ๆ เพอื่ เขา้ สู่ภาวะปกติ การผอ่ นคลายจะ
หยดุ คา้ งในท่าน้นั ๆประมาณ 5-20 วนิ าที ส่วนชีพจรควรต่ากวา่ 100 คร้ัง
ต่อนาที
ทกั ษะการเต้นแอโรบคิ 5ท่า
1. การยา่ เท้า Marching คือ การยา่ เทา้ อยกู่ บั ท่ี ส่วนใหญแ่ ลว้ จะยา่ เทา้ 2
แบบคือ แบบกวา้ ง ( Marching Out ) และแบบแคบ( Marching In )
2. การเดนิ ( Walking ) คือ การกา้ วเทา้ ไปยงั ทิศทางท่ีเคล่ือนที่ไป มีการ
ถ่ายน้าหนกั ตวั จากเทา้ หน่ึงไปยงั อีกเทา้ หน่ึง การเดินน้นั สามารถเดินไป
ขา้ งหนา้ ขา้ งหลงั หรือเฉียง หรือเดินเป็นรูป
3. ก้าวรูปสี่เหลยี่ ม ( Easy Walk ) คือ การกา้ วเดินไปขา้ ง 1 กา้ ว ถอย
หลงั 1 กา้ ว ลกั ษณะคลา้ ย V-step แต่วางเทา้ เป็นรูปส่ีเหลี่ยม หรืการกา้ ว
เดิน
4. การก้าวแตะ ( Step Touch สเต็ปทชั ) คือ การยกเทา้ หน่ึงไปดา้ นขา้ ง
แลว้ ยกเทา้ อีกขา้ งหน่ึงไปแตะแลว้ ทาสลบั กนั ทิศทางการเคลื่อนไหวจะ
เป็นการกา้ วแตะที่อยกู่ บั ท่ี หรือทาเป็นรูปตวั แอล หรือกา้ วแตะหมุนรอบ
ตวั เองกไ็ ด้
5. ส้นเท้าแตะ ( Hell Touch ฮีลทชั ) คือการแตะดว้ ยส้นเทา้ ขา้ งใดขา้ ง
หน่ึง โดยแตะขา้ งหนา้ หรือดา้ นหลงั กไ็ ด้
ประโยชน์ของการออกกาลงั กายแบบแอโรบคิ
การเตน้ แอโรบิคนอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมนั ลดน้าหนกั กระชบั
สดั ส่วนแลว้ คุณรู้ไหมวา่ มนั ยงั ช่วยอะไรกบั เราอีก... นอกจากผอมแลว้
ยงั มีประโยชน์อ่ืนๆ อีกดว้ ย ก่อนอ่ืนตอ้ งมาทาความเขา้ ใจก่อนวา่ การ
เตน้ แอโรบิคคืออะไร.. มนั กค็ ือการขยบั ร่างกาย ใหก้ ลา้ มเน้ือมีการ
ทางานต่อเน่ืองทุกสดั ส่วน เมื่อกลา้ มเน้ือมีการทางานตลอด มนั กจ็ ะเป็น
การสร้างกลา้ มเน้ือใหแ้ ขง็ แรง ไม่หยอ่ นคลอ้ ยตามแรงโนม้ ถ่วงของโลก
ก่อนวยั อนั ควรส่ิงท่ีไดเ้ พ่ิมเติมมากค็ ือ
1. ทาใหร้ ะบบไหลเวยี นของเลือดดีข้ึน• เวลาเราออกกาลงั กาย
โดยเฉพาะแอโรบิคน้นั จะเป็นการออกกาลงั กายเกือบจะทกุ สดั ส่วน
เพราะวา่ มนั ตอ้ งเคล่ือนไหวตลอด เม่ือเคล่ือนไหวร่างกายจะสูบฉีดเลือด
ทาใหห้ วั ใจทางาน (บริหารหวั ใจกลา้ มเน้ือหวั ใจใหแ้ ขง็ แรงไปดว้ ย) •
ช่วยเพิ่มเส้นเลือดฝอยมาเล้ียงกลา้ มเน้ือหวั ใจมากข้ึน ทาใหร้ ะบบการ
ไหลเวยี นเลือดดีข้ึน • ลดอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ เมื่ออยใู่ นภาวะการ
ออกกาลงั กาย เม่ือกลา้ มเน้ือเราแขง็ แรง เราจะออกกาลงั กายไดด้ ี ไม่ค่อย
เหนื่อย ลองนึกถึงแรกๆ เราไปเตน้ แอโรบิค เหนื่อยมากเตน้ ตามไม่ทนั
อีกต่างหาก พอเตน้ ไปสกั 1 อาทิตย์ ร่างกายเร่ิมเขา้ ที่ เริ่มเหนื่อยชา้ ลง •
เม่ือกลา้ มเน้ือหวั ใจแขง็ แรง กล็ ดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดนั
โลหิตสูง เพราะวา่ หวั ใจเราสูบฉีดแรงอยแู่ ลว้ เส้นเลือดตา่ งๆ กไ็ ม่อุดตนั
ความดนั เลยปกติ
2. ระบบหายใจดีข้ึน• ปอดมีการรับออกซิเจนมากข้ึน หายใจไดล้ ึกข้ึน
ปอดมีการขยายมากข้ึน • เม่ือปอดขยาย และรับออกซิเจนมากข้ึน
ร่างกายกร็ ับออกซิเจนมากข้ึน ทาใหก้ ารไหลเวยี นของอากาศในปอด
ทางานไดด้ ีข้ึน • เมื่อมีออกซิเจนมากข้ึน การแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด กจ็ ะ
มีประสิทธิภาพมากข้ึน ยงิ่ เราออกกาลงั กาย ในสถานที่มีออกซิเจนมากๆ
เช่น ตามสวนสาธารณะท่ีมีออกซิเจนบริสุทธิมากๆ ปอดกจ็ ะไดร้ ับ
ออกซิเจนที่มีคุณภาพมากข้ึนดว้ ย
3. ระบบเคมีในเลือดดีข้ึน• การออกกาลงั กายเป็นการเผาผลาญไขมนั
เมื่อไขมนั ในร่างกาย (ในเส้นเลือดคนเรากม็ ีไขมนั ) ถูกใชไ้ ป เลือดของ
เรากเ็ ดินทางไดส้ ะดวกมากยงิ่ ข้ึน ทาใหป้ ริมาณไขมนั ในเลือด
(คอเลสเตอรอล) ลดลง และไตรกลีเซอไรด์ ลดลงเช่นกนั ทาใหล้ ดความ
เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหวั ใจอุดตนั และโรคหลอดเลือดสมองอุดตนั •
เพ่มิ HDL (คอเลสเตอรอล ตวั ดี ที่ร่างกายตอ้ งการมาก และจะเพิม่ ได้
ดว้ ยการออกกาลงั กายเท่าน้นั ) ซ่ึงเป็นตวั ช่วยลดการเป็นโรคหลอดเลือด
หวั ใจอุดตนั • ลดน้าตาลส่วนเกิน ป้องกนั โรคเบาหวาน เพราะวา่ เวลาเรา
ออกกาลงั กาย ร่างกายจะตอ้ งใชพ้ ลงั งานมาก ร่างกายจะไปดึงเอาน้าตาล
มาแปลงเป็นพลงั งาน ทาใหร้ ะดบั น้าตาลส่วนเกินในเลือดต่าลง ลด
ความเสี่ยงการเป็ นโรคเบาหวานได้
4. ดา้ นระบบประสาทและจิตใจ• ลดความเครียดไดด้ ี เพราะวา่ การออก
กาลงั กายน้นั คุณจะไม่ค่อยไดค้ ิดเร่ืองที่เครียด ใจจะจดจอ่ กบั การเตน้
(แต่บางทีเตน้ ไม่ทนั กเ็ ครียดเหมือนกนั นะ) • เวลาเหง่ือออกจนถึง
ระดบั นึง ร่างกายจะหลงั่ สาร Endorphin จากสมอง เป็นสารที่ทาให้
ร่างกายรู้สึกสบาย รู้สึกปลอดโปร่ง (ตอ้ งลองเอง บรรยายไม่ถูก) จะเห็น
วา่ การออกกาลงั กายดว้ ย แอโรบิคเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอยา่ งมาก
อยา่ ลืม ก่อนเตน้ และหลงั เตน้ ตอ้ งวอร์มร่างกายก่อน โดยอาจจะอุ่น
เคร่ืองดว้ ยการเดินสกั 3-5 นาที แกวง่ แขน สะบดั ขาไปมา
บรรณานุกรม
https://sites.google.com
https://aerobicdanceproject.wordpress.com
ขอบคุณครับ
จดั ทาโดย
นาย ปฏิภาณ ร่มกลาง
ม.5/1 เลขที่ 7
เสนอ
คุณครู บนั ลือศกั ด์ิ จินตนากลู