1
รายงาน
เรอื่ งกฬี าฟตุ บอล
จดั ทาโดย
นายสทิ ธพิ ล สขุ ใจ เลขที่ 37
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1
เสนอโดย
คณุ ครบู รรศกั ดิ์ จนิ ตนากลู
รายงานเลม่ นเ้ี ป็ นสว่ นหนงึ่ ของวชิ าพลศกึ ษา
เขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาอดุ รธานเี ขต 1
โรงเรยี นบา้ นหมากเเขง้
2
คานา
กฬี าฟตุ บอล จัดทาขนึ้ เพอ่ื เป็ นสว่ นหนง่ึ ของรายวชิ า
พลศกึ ษาเพอื่ การเรยี นรู ้ โดยคณะผจู ้ ัดทา มงุ่ เพอ่ื ใหเ้ ป็ น
ประโยชนต์ อ่ ผทู ้ ส่ี นใจตอ่ การออกกาลงั กายแบบ เเละผทู ้ มี่ คี วาม
ชน่ื ชอบในกฬี าฟตุ บอล ซง่ึ ทาใหส้ ขุ ภาพและบคุ ลกิ ภาพดขี น้ึ ใน
บทเรยี น กฬี าวฟตุ บอลจงึ มกี ารนาเสนอ ทักษะการในการเลน่
กฬี าฟตุ บอล เพอื่ ใหผ้ ทู ้ มี่ คี วามสนใจมที กั ษะในการเลน่
วอลเลยบ์ อลทดี่ ขี น้ึ เเละมสี ขุ ภาพรา่ งกายเเขง็ เเรง
ทางคณะผจู ้ ัดทา ขอใหท้ า่ นผอู ้ า่ นและทา่ นที่
ศกึ ษาในเว็ปใชตน์ ี้ มที ักษะในการเลน่ วอลเลยแ์ ละนาไปใชไ้ ด ้
ถกู ตอ้ ง
จดั ทาโดย
นายวสนั ต์ เยตรวงศ์
สารบญั 3
เรอ่ื ง
หนา้
ความรทู ้ ่ัวไปเกย่ี วกบั ฟตุ บอล
กตกิ ากฬี าฟตุ บอล 3
เทคนคิ การเลน่ ฟตุ บอล 4
ประโยชนข์ องการเลน่ ฟตุ บอล 8
10
4
ความรทู้ ว่ั ไปเกยี่ วกบั กฬี าฟตุ บอล
ประวตั ฟิ ตุ บอล
ฟตุ บอล (Football) หรอื ซอคเกอ้ ร์ (Soccer) เป็ นกฬี าทมี่ ผี สู ้ นใจทจ่ี ะชมการ
แขง่ ขนั และเขา้ รว่ มเลน่ มากทส่ี ดุ ในโลก ชนชาตใิ ดเป็ นผกู ้ าเนดิ กฬี าชนดิ นอ้ี ยา่ ง
แทจ้ รงิ นัน้ ไมอ่ าจจะยนื ยนั ไดแ้ น่นอน เพราะแตล่ ะชนชาตติ า่ งยนื ยนั วา่ เกดิ จาก
ประเทศของตน แตใ่ นประเทศฝรง่ั เศสและประเทศอติ าลี ไดม้ กี ารละเลน่ ชนดิ หนง่ึ
ทเี่ รยี กวา่ “ซเู ลอ” (Soule) หรอื จโิ อโค เดล คาซโิ อ (Gioco Del Calcio) มลี กั ษณะการ
เลน่ ทคี่ ลา้ ยคลงึ กบั กฬี าฟตุ บอลในปัจจบุ นั ทัง้ สองประเทศอาจจะถกเถยี งกนั วา่
กฬี าฟตุ บอลถอื กาเนดิ จากประเทศของตน อนั เป็ นการหาขอ้ ยตุ ไิ มไ่ ด ้ เพราะขาด
หลกั ฐานยนื ยนั อยา่ งแทจ้ รงิ ดงั นัน้ ประวัตขิ องกฬี าฟตุ บอลทมี่ หี ลกั ฐานทแ่ี ทจ้ รงิ
สามารถจะอา้ งองิ ได ้ เพราะการเลน่ ทม่ี กี ตกิ าการแขง่ ขนั ทแ่ี น่นอน คอื ประเทศ
องั กฤษเพราะประเทศองั กฤษตงั้ สมาคมฟตุ บอลในปี พ.ศ. 2406 และฟตุ บอล
อาชพี ขององั กฤษเกดิ ขนึ้ ในปี พ.ศ. 2431
ววิ ัฒนาการดา้ นฟตุ บอลจะเป็ นไปพรอ้ มกบั ความเจรญิ กา้ วหนา้ ของมนุษย์
ตลอดมา ตน้ กาเนดิ กฬี าตะวนั ออกไกลจะไดร้ ับอทิ ธพิ ลมาจากสงครามครงั้ สาคญั ๆ
เชน่ สงครามพระเจา้ อเล็กซานเดอรม์ หาราช ไดน้ าเอา “แกลโล-โรมนั ” (Gello-
Roman) พรอ้ มกฬี าตา่ งๆ เขา้ มาสเู่ มอื งกอล (Gaul) อนั เป็ นรากฐานสว่ นหนง่ึ ของกฬี า
ฟตุ บอลในอนาคต และการเลน่ ฮารป์ าสตมั (Harpastum) ไดถ้ กู ดดั แปลงมาเป็ นกฬี า
ซเู ล
มารยาทของผเู้ ลน่ ทดี่ ี
1. มคี วามรกั ตอ่ กฬี าฟตุ บอลและมนี ้าใจตอ่ เพอ่ื นรว่ มทมี
2. รจู ้ กั ยอมรบั คาวา่ แพเ้ มอื่ ตนเองเป็ นผแู ้ พ ้ มนี ้าใจเป็ นนักกฬี า รอจักพดู คาวา่
ขอโทษเมอ่ื ตวั เองทาผดิ
3. ปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ าอยา่ งเครง่ ครดั
4. ไมก่ ระทาการเอาเปรยี บผเู ้ ลน่ ฝ่ ายตรงขา้ ม
5. มคี วามอดทนและเสยี สละ
6. กลา้ ตดั สนิ ใจและแสดงความคดิ เหน็ ทม่ี ผี ลดตี อ่ ทมี
สอนฟตุ บอลเด็ก by Smile Football Academy
Smile Football Academy สอนฟตุ บอลเด็ก ดว้ ยความรกั และรอยยม้ิ
มารยาทของผชู้ มทด่ี ี
1. ไมก่ ลา่ ว เยาะเยย้ หรอื พดู ดถู กู นักกฬี า
5
2. แสดงความยนิ ดตี อ่ ผเู ้ ลน่ เชน่ ตบมอื เป็ นตน้
3.ไมท่ าตวั เป็ นผตู ้ ดั สนิ เสยี เองโดยการตะโกนตอ่ วา่ กรรมการผตู ้ ดั สนิ
กฎกตกิ าการเลน่ กฬี าฟตุ บอล
กฎขอ้ ที่ 1: สนามฟตุ บอล
สนาม เป็ นสนามหญา้ รปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ ความกวา้ งตา่ สดุ 50 หลา สงู สดุ 100
หลา ความยาวตา่ สดุ 100 หลา สงู สดุ 130 หลา
เครอ่ื งหมายในสนาม เกดิ จากเสน้ ตา่ ง ๆ โดยในแตล่ ะเสน้ จะมคี วามกวา้ งไมเ่ กนิ 5
นว้ิ ทาเป็ นสญั ลกั ษณใ์ นสนาม ไดแ้ ก่
-เสน้ เขตสนาม อยรู่ อบเขตสนาม สว่ นทสี่ นั้ เรยี ก เสน้ ประตู สว่ นทย่ี าวเรยี ก เสน้
ขา้ ง
-เสน้ แบง่ เขตแดน แบง่ สนามตามขวางเป็ น 2 สว่ นเทา่ ๆ กนั
-เสน้ ประตู เชอื่ มระหวา่ งโคนเสาประตทู งั้ 2 ฝ่ัง
-เขตประตู คอื พน้ื ทที่ เ่ี กดิ จากการลากเสน้ จากเสาประตทู งั้ 2 ฝั่งตงั้ ฉากกบั เสน้ ประ
ตู เขา้ หาสนามยาว 6 หลา แลว้ เชอ่ื มดว้ ยเสน้ ตรง
-เขตโทษ คอื พน้ื ทที่ เี่ กดิ จากการลากเสน้ จากเสาประตทู งั้ 2 ฝ่ังขนานกบั เสน้ ประตู
ออกจากประตยู าว 16.5 เมตร แลว้ ลากเสน้ ตงั้ ฉากกบั เสน้ ประตู เขา้ หาสนามยาว
16.5 เมตร แลว้ เชอื่ มดว้ ยเสน้ ตรง
-จดุ โทษ อยใู่ นเขตโทษ หา่ งจากเสาประตู 12 หลา มกี ารเขยี นสว่ นโคง้ นอกเขต
โทษ รัศมหี า่ งจากจดุ โทษ 10 หลา
-ประตู มสี ขี าว ระยะหา่ งระหวา่ งเสาประตู 8 หลา คานสงู จากพน้ื 8 ฟตุ มกี ารตดิ
ตาขา่ ยรองรบั ลกู
-มมุ ธง อยทู่ งั้ 4 มมุ ของสนาม รัศมี 1 หลา
-เสาธง เป็ นจดุ ศนู ยก์ ลางของมมุ ธง ไวแ้ สดงเขตในการเตะมมุ สงู ไมน่ อ้ ยกวา่ 1.5
เมตร ยอดไมแ่ หลม ผกู ธงไวท้ ยี่ อด
กฎขอ้ ที่ 2: ลกู ฟตุ บอล
6
เป็ นทรงกลม ทาจากหนัง หรอื วสั ดอุ น่ื ๆ มคี วามยดื หยนุ่ ตามความเหมาะสมทไ่ี ม่
เป็ นอนั ตรายตอ่ ผเู ้ ลน่ เป็ นฟตุ บอลเบอร์ 5 มเี สน้ รอบวงประมาณ 68-70 เซนตเิ มตร
น้าหนักประมาณ 410-450 กรมั
กฎขอ้ ที่ 3: จานวนผเู้ ลน่
จานวนผเู ้ ลน่ แตล่ ะทมี ลงไดส้ งู สดุ 11 คน หนง่ึ ในนัน้ เป็ นผรู ้ กั ษาประตู และแตล่ ะ
ทมี ประกอบดว้ ยผเู ้ ลน่ ตวั จรงิ และตวั สารอง ผเู ้ ลน่ ตวั จรงิ จะเป็ นผเู ้ ลน่ ชดุ แรกทล่ี ง
สนาม สว่ นผเู ้ ลน่ ตวั สารองมไี วเ้ พอ่ื สบั เปลย่ี นกบั ผเู ้ ลน่ ตวั จรงิ ในกรณที ผี่ เู ้ ลน่ ตวั จรงิ
ไมส่ ามารถเลน่ ไดห้ รอื กรณอี นื่ ๆ ตามความเหมาะสมหรอื ตามแตด่ ลุ ยพนิ จิ ของ
ผจู ้ ดั การทมี
กฎขอ้ ท่ี 4: ระยะเวลาการแขง่ ขนั
ชว่ งเวลาของการแขง่ ขนั (Periods of Play) การแขง่ ขนั แบง่ ออกเป็ น 2 ครงั้ ครงั้ ละ
45 นาทเี ทา่ กนั 1หนงึ่ เกมตอ้ งเตะ90 นาที เมอ่ื เสมอในเวลา90 นาที ตอ้ งทาการ
เตะจดุ โทษ
กฎขอ้ ที่ 5: การเรมิ่ ตน้ การแขง่ ขนั
1. เมอื่ เรม่ิ เลน่ ในการทจี่ ะเลอื กแดนหรอื เลอื กเตะเรม่ิ เลน่ กอ่ น ใหต้ ดั สนิ โดยการ
เสย่ี งเหรยี ญ (โยนหวั -กอ้ ย) ฝ่ ายทช่ี นะการเสยี่ งเป็ นผมู ้ สี ทิ ธใิ์ นการเลอื กแดนหรอื
เลอื กเตะ
2. เมอื่ ไดป้ ระตู การเลน่ ตอ้ งเรมิ่ ตน้ ใหม่ ในทานองเดยี วกนั โดยผเู ้ ลน่ คนหนง่ึ ของ
ฝ่ ายทเี่ สยี ประตู เป็ นผเู ้ ตะเรม่ิ เลน่
3. เมอื่ หมดครงึ่ เวลา การตงั้ ตน้ เลน่ ใหมห่ ลงั จากไดห้ ยดุ พกั ระหวา่ งครงึ่ เวลาแลว้
ใหเ้ ปลย่ี นแดนและใหผ้ เู ้ ลน่ คนหนงึ่ ของชดุ ฝ่ ายตรงขา้ มทมี่ ไิ ดเ้ ตะเรมิ่ เลน่ ในตอน
แรก เป็ นผเู ้ ตะเรม่ิ เลน่
1. ผเู ้ ลน่ จะอยใู่ นตาแหน่งล้าหนา้ ถา้ เขาอยใู่ กลเ้ สน้ ประตขู องคตู่ อ่ สกู ้ วา่ ลกู บอล
2. ผเู ้ ลน่ จะถกู ตดั สนิ ใหเ้ ป็ นเลน่ ลา้ หนา้ และจะถกู ลงโทษ ถา้ ผตู ้ ดั สนิ พจิ ารณาเห็น
วา่ ขณะทลี่ กู โดนหรอื ลกู เลน่ โดยผเู ้ ลน่ ฝ่ ายเดยี วกนั
3. ผเู ้ ลน่ จะยงั ไมถ่ กู ตดั สนิ วา่ ล้าหนา้ ถา้
เขาเพยี งแตอ่ ยใู่ นตาแหน่งลา้ หนา้ เทา่ นัน้ หรอื เขาไดร้ บั ลกู โดยตรงจากการเตะ
จากประตู การทมุ่ จากเสน้ ขา้ ง การเตะจากมมุ หรอื การปลอ่ ยลกู จากมอื โดยผู ้
ตดั สนิ
7
ถา้ ผเู ้ ลน่ ถกู ตดั สนิ ใหเ้ ป็ นเลน่ ล้าหนา้ ผตู ้ ดั สนิ จะใหค้ ตู่ อ่ สไู ้ ดเ้ ตะโทษโดยออ้ ม ณ ที่
ซงึ่ การละเมดิ กตกิ าไดเ้ กดิ ขนึ้
กฎขอ้ ที่ 6: ฟาวล์
ผเู ้ ลน่ คนใดเจตนากระทาผดิ ขอ้ หนง่ึ ขอ้ ใดใน 9 ขอ้ ดงั ตอ่ ไปนี้
1. เตะ หรอื พยายามจะเตะคตู่ อ่ สู ้
2. ขดั ขาคตู่ อ่ สู ้ คอื ทาหรอื พยายามจะทาใหค้ ตู่ อ่ สลู ้ ม้ ลงดว้ ยการใชข้ า หรอื ดว้ ย
การหมอบลงขา้ งหนา้ หรอื ขา้ งหลงั
3. กระโดดเขา้ หาคตู่ อ่ สู ้
4. ชนคตู่ อ่ สอู ้ ยา่ งรนุ แรง
5. ชนคตู่ อ่ สขู ้ า้ งหลงั นอกจากคตู่ อ่ สนู ้ ัน้ เจตนากดี กนั
6. ทารา้ ย หรอื พยายามจะทารา้ ยคตู่ อ่ สู ้ หรอื ถม่ น้าลายรดคตู่ อ่ สู ้
7. ฉุด ดงึ คตู่ อ่ สู ้
8. ผลกั ดนั คตู่ อ่ สู ้
9. เลน่ ดว้ ยมอื คอื ทบุ ตอ่ ย ปัด เตะลกู ดว้ ยมอื หรอื แขน
10.ถา้ โดดเตะปากคตู่ อ่ สฟู ้ าวลแ์ น่ และทา่ นอาจไดใ้ บแดงไลอ่ อกจากสนามอกี
ดว้ ย
กฎขอ้ ที่ 7: ฟรคี กิ
การเตะฟรคี กิ จะเกดิ ขนึ้ ตอ่ เมอ่ื ผเู ้ ลน่ ฝ่ ายตรงขา้ มทาฟาวลห์ รอื ลา้ หนา้ ตงั้ แตจ่ ดุ ท่ี
ทาฟาวลห์ รอื ตาแหน่งล้าหนา้ โดยจะผเู ้ ลน่ ตงั้ เตะลกู ฟรคี กิ ตรงจดุ ทผี่ เู ้ ลน่ ฝ่ ายตรง
ขา้ มทาฟาวลห์ รอื ตาแหน่งล้าหนา้
กฎขอ้ ที่ 8: ลกู โทษหรอื การยงิ จดุ โทษ
การยงิ จดุ โทษในเวลาการแขง่ ขนั จะเกดิ ขนึ้ ตอ่ เมอื่ ผเู ้ ลน่ ฝ่ ายตรงขา้ มทาฟาวล์
ตงั้ แตใ่ นเขตโทษ การยงิ ลกู โทษจะเป็ นการใหผ้ เู ้ ลน่ ยงิ ดวลตวั ตอ่ ตวั กบั ผรู ้ ักษา
ประตโู ดยทผ่ี เู ้ ลน่ คนอนื่ ทไ่ี มไ่ ดม้ หี นา้ ทย่ี งิ จดุ โทษหรอื ไมใ่ ชผ่ รู ้ กั ษาประตทู จี่ ะตอ้ ง
เซฟจดุ โทษจะตอ้ งอยบู่ รเิ วณนอกเขตโทษจนกวา่ ผเู ้ ลน่ ทยี่ งิ จดุ โทษจะยงิ ประตผู ู ้
เลน่ คนอนื่ จงึ จะมสี ทิ ธว์ิ งิ่ ในเขตโทษได ้
เมอื่ ตอ่ เวลาพเิ ศษ30นาทแี ลว้ ไมม่ ที มี ทาประตไู ดห้ รอื เสมอจะทาการยงิ ลกู ทจี่ ดุ
โทษ โดยจะใชผ้ เู ้ ลน่ ยงิ สลบั กนั ฝ่ังละ5คนเมอื่ ยงิ ครบแลว้ ยงั หาผชู ้ นะไมไ่ ดก้ ็จะยงิ
ตอ่ ไปจนมผี ชู ้ นะ โดยการยงิ ลกู จดุ โทษนัน้ เป็ นวธิ สี ดุ ทา้ ยทห่ี าทมี ชนะ
กฎขอ้ ที่ 9: การทมุ่
8
การทมุ่ ขณะแขง่ ขนั ลกู ฟตุ บอลไดอ้ อกเสน้ ขา้ งไปทงั้ ลกู ไมว่ า่ จะกลงิ้ ไปบนพนื้
สนามหรอื ลอยไปบนอากาศกต็ าม ใหผ้ เู ้ ลน่ ฝ่ ายตรงขา้ มเป็ นฝ่ ายไดท้ มุ่
-เทา้ ทงั้ สองขา้ งตอ้ งตดิ พน้ื ตลอดเวลาการทมุ่
- ตอ้ งทมุ่ ดว้ ยมอื ทงั้ สอง ลกู บอลออกจากดา้ นหลงั ศรี ษะ แขนทงั้ สองขา้ งตงึ “
ตอ้ งผา่ นศรี ษะไปขา้ งหนา้ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง “
- ดา้ นหนา้ ของรา่ งกายหนั หนา้ เขา้ หาสนามดา้ นไหนใหท้ มุ่ ไปทางนัน้
- ยอ่ ทมุ่ ได ้ แตห่ า้ มน่ังทมุ่
- บอลออกเสน้ ขา้ ง ณ จดุ ใด ใหท้ มุ่ ณ จดุ นัน้
- ณ จดุ ทม่ี อื ปลอ่ ยบอล เทา้ หรอื ตวั ของผทู ้ มุ่ หา้ มหา่ งจากเสน้ ขา้ งเกนิ หนง่ึ เมตร
- ฝ่ ายรบั ตอ้ งยนื หา่ งจากผทู ้ มุ่ ในสนามแขง่ ขนั อย่างนอ้ ย ๒ เมตร
- ทมุ่ ทเี ดยี ว โดยไมส่ มั ผัสผเู ้ ลน่ ฝ่ ายใด ฝ่ ายหนงึ่ ไมถ่ อื วา่ เป็ นประตู
- รบั บอลจากการทมุ่ ไมม่ กี ารล้าหนา้
- ทมุ่ บอลคนื ใหผ้ รู ้ กั ษาประตู ผรู ้ กั ษาประตใู ชม้ อื รบั ใหเ้ ตะลกู โทษโดยออ้ ม ณ จดุ
เกดิ เหตุ ทนั ที
กฎขอ้ ที่ 10: การเตะมมุ
เมอ่ื ลกู ทงั้ ลกู ไดผ้ า่ นเสน้ ประตอู อกไปนอกสนาม นอกจากจะผา่ นไปในระหวา่ งเสา
ประตไู มว่ า่ จะกลง้ิ ไปบนพน้ื สนามหรอื ลอยไปในอากาศกต็ าม โดยฝ่ ายรบั เป็ นผถู ้ กู
ลกู นัน้ เป็ นครงั้ สดุ ทา้ ย ใหฝ้ ่ ายรกุ นาลกู ไปวางเตะภายในเขตมมุ ณ ธงมมุ ใกลก้ บั ที่
ลกู ไดอ้ อกไปและตอ้ งไมท่ าใหค้ นั ธงเคลอื่ นท่ี ในการเตะจากมมุ นี้ ถา้ เตะทเี ดยี วลกู
ตรงเขา้ ประตใู หน้ ับวา่ ไดป้ ระตู ผเู ้ ลน่ ฝ่ ายตรงขา้ มกบั ผเู ้ ตะจากมมุ นัน้ จะเขา้ มาอยู่
ใกลล้ กู ในขณะทผี่ เู ้ ตะกาลงั จะเตะลกู นอ้ ยกวา่ 10 หลา ไมไ่ ดเ้ วน้ เสยี แตผ่ เู ้ ตะจะได ้
เตะใหล้ กู ไปไดไ้ กลอยา่ งนอ้ ยเทา่ กบั ระยะรอบวงของลกู จงึ จะเลน่ ตอ่ ไปได ้ จะเลน่
นัน้ ซา้ อกี ไมไ่ ดจ้ นกวา่ ลกู นัน้ จะไดถ้ กู หรอื เลน่ โดยผเู ้ ลน่ คนใดคนหนง่ึ เสยี กอ่ น
9
เทคนคิ การเลน่ ฟตุ บอลขน้ั พน้ื ฐาน
การจบั บอล
การจับบอลเป็ นทักษะเบอื้ งตน้ ของการเลน่ ในดา้ นตา่ งๆ เป็ นการ
หยดุ ลกู บอลเพอ่ื ใชท้ กั ษะในดา้ นตอ่ ๆไปของการเลน่ บอล
อยา่ งเชน่ การจับบอลเพอ่ื ยงิ บอล เพราะฉะนัน้ แลว้ การจับบอล
แรกถอื เป็ นเรอื่ งสาคญั อยา่ งมาก ในการทจ่ี ะใชท้ ักษะอน่ื ๆตอ่ ไป
การเรมิ่ ตน้ มาจากการรับบอลจากผสู ้ ง่ ทงั้ สน้ิ สมั ผัสแรกของการ
จับบอลตอ้ ง จับบอลแรกใหอ้ ยู่
การสง่ บอล
การสง่ บอลออกจากเทา้ เป็ นอกี หนง่ึ ทักษะเบอื้ งตน้ ในการเลน่
ฟตุ บอล วธิ กี ารสง่ บอลสว่ นสาคญั คอื การวาดเทา้ ใสแ่ รงไปท่ี
ฟตุ บอล เพอื่ ใหไ้ ปยังทศิ ทางทตี่ อ้ งการเพราะฟตุ บอลเป็ นกฬี าที่
เลน่ เป็ นทมี เมอ่ื เป็ นเชน่ นัน้ แลว้ การสง่ บอลใหก้ ับเพอ่ื นรว่ มทมี
ในการทาประตฝู ่ ายตรงขา้ มจงึ เป็ นเรอื่ งสาคญั และ ทักษะนี้
ปัจจัยหลกั คอื ความแมน่ ยาของการสง่ บอล เพราะ การทา
ประตกู จ็ าเป็ นตอ้ งใชท้ กั ษะเบอ้ื งตน้ นเี้ ชน่ กนั
การสบั ขาหลอก
เป็ นเทคนคิ สว่ นเสรมิ ในการเลย้ี งลกู บอล หรอื เรยี กอกี อยา่ งวา่
เป็ นลลี าในการหลอกคตู่ อ่ สู ้ ในการพาทมี เขา้ สชู่ ยั ชนะ จะพรว้ิ
หรอื ไมพ่ รวิ้ นัน้ ขนึ้ อยกู่ บั การฝึกซอ้ มของตนเอง เป็ นการฝึกการ
ถา่ ยเทน้าหนักในการโยกหลอก ความรวดเร็ววอ่ งไวเป็ น สง่ิ ที่
สามารถนาทมี เขา้ สชู่ ยั ชนะได ้
10
การเดาะบอล
การเดาะบอล เป็ นการฝึกสมาธใิ หจ้ ดจอ่ กบั ลกู ฟตุ บอล และ การ
ตอบสนองตอ่ ลกู ฟตุ บอล เป็ นการใชป้ ระสาทสมั ผัสเบอื้ งตน้
เพอ่ื ใหค้ นุ ้ เคยกบั ลกู ฟตุ บอล ดดยการเดาะบอลนัน้ จะเป็ นสว่ น
หนง่ึ ในการเพมิ่ เทคนคิ เวลาใชเ้ ลน่ ฟตุ บอลจรงิ ได ้ อยา่ งเชน่
โรนันดญิ โญ่ หรอื เนยม์ า ทม่ี ักจะเดาะบอลขา้ มหวั คตู่ อ่ สู ้
บอ่ ยครัง้
การฝึ กเลยี้ งบอล
เป็ นการฝึกการบังคบั ลกู ฟตุ บอล ในการนาพาไปยังเป้าหมายที่
ตอ้ งการ หรอื อกี ในหนงึ่ คอื หนา้ ประตฝู ่ ายตรงขา้ มและทาประตู
11
ประโยชนก์ ารเลน่ ฟตุ บอล
1. เป็ นกฬี าทช่ี ว่ ยฝึกฝนใหผ้ เู ้ ลน่ มไี หวพรบิ ทชี่ าญฉลาดและ
แกป้ ัญหาอยา่ งฉับพลนั ไดด้ ี
2. ชว่ ยทาใหร้ ะบบตา่ งๆภายในรา่ งกายทางานอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพยง่ิ ขนั้
เชน่ ระบบกลา้ มเนอื้ ระบบการหายใจ ระบบขบั ถา่ ย ระบบ
ไหลเวยี นโลหติ ดขี น้ึ
3.ฟตุ บอลเป็ นกฬี าทชี่ ว่ ยสง่ เสรมิ กจิ กรรมทรี่ วมการเคลอ่ื นไหว
ตามธรรมชาตขิ องมนุษยเ์ กอื บทกุ ชนดิ
เชน่ การวง่ิ หลบหลกี หลอกลอ่ การแยง่ การรับ การสง่ การ
กระโดด การเตะ
ตลอดจนการใชเ้ ทา้ ใหส้ มั พันธก์ บั สายตาดว้ ย
3. ฟตุ บอลเป็ นกฬี าทมี่ กี ฏ กตกิ า ผเู ้ ลน่ ตอ้ งเคารพและปฏบิ ัติ
ตามกฏ กตกิ าการแขง่ ขนั
ดงั นัน้ การเลน่ ฟตุ บอล ชว่ ยสอนใหผ้ เู ้ ลน่ รจู ้ ักความยตุ ธิ รรม
ปฏบิ ตั ติ นใหอ้ ยใู่ นขอบเขตอนั พงึ ควรกระทา
สามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน ใหร้ จู ้ ักการเคารพสทิ ธขิ อง
ผอู ้ น่ื มคี วามอดกลนั้ อดทน
ยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู ้ น่ื
4. ฟตุ บอลเป็ นกฬี าทส่ี ง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ความรักใครส่ ามัคคใี นหมู่
คณะ
5. สาหรับผเู ้ ลน่ ฟตุ บอลทดี่ ยี อ่ มมโี อกาสไดร้ ับคดั เลอื กใหเ้ ป็ น
ตวั แทนของ
ชาติ
12
ยัปัจจบุ นั งเป็ นหนทางทท่ี าใหค้ นรจู ้ ัก อนั เป็ นบคุ คลทมี่ ชี อื่ เสยี ง
อกี ทางหนงึ่ ดว้ ย
6.ผเู ้ ลน่ มคี วามสามารถสงู ยังมสี ทิ ธไิ ดเ้ ขา้ ศกึ ษาตอ่ ระดบั สงู บาง
สาขา
13