รายงานพลศึกษา
เรื่อง กฬี าเเบดมนิ ตนั
จดั ทาโดย
นางสาวณมินตรา ศรีเดช
ช้นั ม.4/1 เลขท่ี 30
เสนอ
คุณครูบรรลือศกั ด์ิ จินตนากลู
รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ าพลศึกษา
สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1
โรงเรียนบา้ นหมากแขง้
2
คานา
รายงานกีฬาเเบดมนิ ตนั ฉบบั นี ้เป็นสว่ นหนงึ่ ของวิชาพละศกึ ษา ปัจจบุ นั กีฬาเเบดมนิ ตนั เป็นท่ี
แพร่หลาย และได้รับความสนใจเนื่องจากกีฬาแชร์บอลนนั้ เลน่ ได้งา่ ยเหมาะกบั การสร้างความสามคั คี
ซงึ่ ในรายงานฉบบั นีป้ ระกอบด้วย ประวตั ิ กตกิ า อปุ กรณ์ และรายละเอยี อื่นๆ เก่ียวกบั กีฬาแบดมนิ
ตดั นทงั้ สนิ ้
จดั ทาโดย
นางสาวณมติ รา ศรีเดช
3
สารบญั
เรื่อง หน้า
ความรู้ทวั่ ไปเก่ียวกบั เเบดมินตนั 4
ทกั ษะการเล่นเเบดมินตนั 9
ประโยชน์ของการเลน่ เเบดมินตนั 11
4
ความรู้ท่วั ไปเก่ยี วกับเเบดมนิ ตัน
ประวตั แิ บดมนิ ตนั
แบดมินตนั (Badminton) เป็นกีฬาที่ได้รับการวิจารณ์เป็นอยา่ งมาก เพราะไม่มีหลกั ฐานที่แน่ชดั ถงึ ท่ีมาของกีฬาประเภทนี ้คง
มีแตห่ ลกั ฐานบางอยา่ งทท่ี าให้ทราบวา่ กีฬาแบดมินตนั มีเลน่ กนั ในยโุ รป โดยเฉพาะในประเทศองั กฤษ ตอนปลายศตวรรษที่ 17
และจากภาพสีนา้ มนั หลายภาพได้ยืนยนั วา่ กีฬาแบดมินตนั เลน่ กนั อยา่ งแพร่หลายในพระราชวงศ์ของราชสานกั ตา่ ง ๆ ในทวีปยโุ รป
แม้วา่ จะเรียกกนั ภายใต้ชื่ออื่นกต็ าม
โดยกีฬาแบดมินตนั ได้รับการบนั ทกึ แบบเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรในปี พ.ศ. 2413 ซงึ่ พบวา่ มีการเลน่ กีฬาลกู ขนไก่เกิดขนึ ้ ทเ่ี มือง
ปนู า (Poona) ในประเทศอนิ เดีย เป็นเมืองเลก็ ๆ ห่างจากเมืองบอมเบย์ประมาณ 50 ไมล์ โดยได้รวมการเลน่ สองอยา่ งเข้า
ด้วยกนั คือ การเลน่ ปนู าของประเทศอินเดีย และการเลน่ ไม้ตีกบั ลกู ขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยโุ รป
ในระยะแรก การเลน่ แบดมินตนั จะเลน่ กนั เพียงแตใ่ นหม่นู ายทหารของกองทพั และสมาชิกชนชนั้ สงู ของอินเดยี เทา่ นนั้
จนกระทง่ั มีนายทหารองั กฤษทไ่ี ปประจาการอยทู่ เี่ มืองปนู า นาการเลน่ ตีลกู ขนไก่นีก้ ลบั ไปองั กฤษ และเลน่ กนั อยา่ งกว้างขวาง ณ
คฤหาสน์แบดมินตนั (Badminton House) ของดยคุ แหง่ บิวฟอร์ด ท่กี ลอสเตอร์เชยี ร์ ดงั นนั้ ในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลกู ขน
ไกเ่ ลยถกู เรียกว่า แบดมินตนั ตามชอ่ื คฤหาสน์ของดยคุ แหง่ บวิ ฟอร์ดตงั้ แตน่ นั้ เป็นต้นมา
ประวัตคิ วามเป็ นมาเเบดมนิ ตนั ในประเทศไทย
การเลน่ แบดมนิ ตนั ได้เข้ามาสปู่ ระเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเร่ิมเลน่ กีฬาแบดมนิ ตนั แบบมี ตา
ข่าย โดยพระยานิพทั ยกลุ พงษ์ ได้สร้างสนามขนึ ้ ท่ีบ้าน ซง่ึ ตงั้ อย่รู ิมคลองสมเดจ็ เจ้าพระยาธนบรุ ี แล้ว
นิยมเลน่ กนั อยา่ งแพร่หลายออกไป สว่ นมากเลน่ กนั ตามบ้านผ้ดู ีมตี ระกลู วงั เจ้านาย และในราชสานกั
5
การเลน่ แบดมินตนั ครัง้ นนั้ นิยมเล่นข้างละ 3 คน ตอ่ มาประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้เป็นผู้
จดั แข่งขนั แบดมินตนั ทวั่ ไปขนึ ้ เป็นครัง้ แรก โดยจดั การแขง่ ขนั 3 ประเภทได้แก่ ประเภทเด่ียว ประเภทคู่
และประเภทสามคน ปรากฏวา่ ทมี แบดมินตนั บางขวางนนทบรุ ี (โรงเรียนราชวิทยาลยั บางขวาง
นนทบรุ ี) ชนะเลิศทกุ ประเภท นอกจากนี ้มีนกั กีฬาแบดมนิ ตนั ฝีมือดีเดินทางไปแข่งขนั ยงั ประเทศ
ใกล้เคยี งอย่บู อ่ ยๆ
ในปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษ์ได้ก่อตงั้ สมาคมชื่อว่า “สมาคมแบดมินตนั แหง่ ประเทศไทย”
เม่อื แรกตงั้ มอี ยู่ 7 สโมสร คอื สโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยนู ิตี ้สโมสร ส.
ธรรมภกั ดี สโมสรสิงห์อดุ ม และสโมสรศิริบาเพญ็ บญุ ซงึ่ ในปัจจบุ นั นีเ้หลือเป็นสโมสรสมาชิกของ
สมาคมอยเู่ พียง 2 สโมสร คอื สโมสรนิวบอย และสโมสรยนู ิตเี ้ทา่ นนั้ และในปีเดยี วกนั สมาคม
แบดมนิ ตนั แหง่ ประเทศไทยกไ็ ด้สมคั รเข้าเป็นสมาชิกของสหพนั ธ์แบดมินตนั นานาชาติด้วย สมาคม
แบดมนิ ตนั แหง่ ประเทศไทยมนี กั กีฬาแบดมินตนั ท่มี ฝี ีมอื ดีอย่มู าก ซงึ่ ได้สร้างชื่อเสยี งให้กบั ประเทศไทย
จากการลงแขง่ ขนั ใน รายการต่าง ๆ ของโลกเป็นอย่างมาก ทงั้ โธมสั คพั อเู บอร์คพั และการแข่งขนั ออ
ลอิงแลนด์ โดยวงการแบดมนิ ตนั ของไทยยกย่อง นายประวตั ิ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนญู วฒุ กิ ร) เป็น
บดิ าแหง่ วงการแบดมินตนั ของประเทศไทย
อุปกรณ์ในการเล่น
1. สนามและอุปกรณ์สนาม
1.1 สนามจะเป็นรูปสี่เหล่ยี มผืนผ้าประกอบด้วยเส้นกว้างขนาด 40 มิลลิเมตร
1.2 เส้นทกุ เส้นต้องเดน่ ชดั และควรทาด้วยสีขาวหรือสเี หลือง
1.3 เส้นทกุ เส้นเป็นสว่ นประกอบของพืน้ ทซี่ งึ่ กาหนดไว้
1.4 เสาตาขา่ ยจะต้องสงู 1.55 เมตรจากพืน้ สนาม และตงั้ ตรงเม่ือขงึ ตาข่ายให้ตงึ ตามท่ไี ด้กาหนดไว้ในกติกา ข้อ 1.10 โดยท่จี ะต้อง
ไมม่ ีสว่ นหนง่ึ สว่ นใดของเสายนื่ เข้ามาในสนาม (เฉพาะรายการที่รับรองโดย IBF จะต้องใช้ระเบียบนี ้จนกระทงั่ 1 สงิ หาคม พ.ศ.
2547 ทกุ รายการท่แี ข่งขนั จะต้องยดึ ตามระเบียบนี)้
1.5 เสาตาขา่ ยจะต้องตงั้ อยบู่ นเส้นเขตข้างของประเภทคู่ ตามทีไ่ ด้แสดงไว้ในภาพผงั ก. โดยไมต่ ้องคานงึ วา่ จะเป็นประเภทเดี่ยวหรือ
เลน่ คู่
6
2
1.6 ตาข่ายจะต้องถกั ด้วยเส้นด้ายสีเข้ม และมีขนาดตากว้างไมน่ ้อยกว่า 15 มิลลิเมตร และไม่เกิน 20 มิลลิเมตร
1.7 ตาขา่ ยต้องมีความกว้าง 760 มิลลิเมตร และความยาวอยา่ งน้อย 6.1 เมตร
1.8 ขอบบนของตาข่ายต้องมีแถบผ้าสขี าวพบั สอง ขนาดกว้าง 75 มิลลเิ มตร ทบั บนเชอื กหรือลวดท่รี ้อยตลอดแถบผ้าขาว
1.9 เชอื กหรือลวดต้องมีขนาดพอทจ่ี ะขงึ ให้ตงึ เตม็ ทีก่ บั หวั เสา
1.10 สดุ ขอบบนตาขา่ ยต้องสงู จากพืน้ ที่ตรงกงึ่ กลางสนาม 1.524 เมตร และ 1.55 เมตร เหนือเส้นเขตข้างของประเภทคู่
1.11 ต้องไม่มีชอ่ งว่างระหว่างสดุ ปลายตาขา่ ยกบั เสา ถ้าจาเป็นต้องผกู ร้อยปลายตาข่ายทงั้ หมดกบั เสา
2. ลูกขนไก่
2.1 ลกู ขนไก่อาจทาจากวสั ดธุ รรมชาติ หรือวสั ดสุ งั เคราะห์ ไมว่ า่ ลกู นนั้ จะทาจากวสั ดชุ นิดใดกต็ าม ลกั ษณะวิถีวิ่งทว่ั ไป จะต้อง
เหมือนกบั ลกู ซงึ่ ทาจากขนธรรมชาติ ฐานเป็นหวั ไม้ก๊อก ห้มุ ด้วยหนงั บาง
2.2 ลกู ขนไกต่ ้องมีขน 16 อนั ปักอยบู่ นฐาน
2.3 วดั จากปลายขนถงึ ปลายสดุ ของฐาน โดยความยาวของขนในแตล่ ะลกู จะเทา่ กนั หมด ระหวา่ ง 62 มิลลิเมตร ถงึ 70 มิลลเิ มตร
2.4 ปลายขนแผ่เป็นรูปวงกลม มีเส้นผ่าศนู ย์กลางระหวา่ ง 58 มิลลิเมตร ถงึ 68 มิลลิเมตร
2.5 ขนต้องมดั ให้แน่นด้วยเส้นด้าย หรือวสั ดอุ นื่ ที่เหมาะสม
2.6 ฐานของลกู ต้องมีเส้นผา่ ศนู ย์กลาง 25 มิลลเิ มตร ถงึ 28 มิลลิเมตร และสว่ นลา่ งมนกลม
2.7 ลกู ขนไกจ่ ะมีนา้ หนกั ตงั้ แต่ 4.74 ถงึ 5.50 กรัม
2.8 ลกู ขนไกท่ ่ีไม่ใช้ขนธรรมชาติ
2.8.1 ใช้วสั ดสุ งั เคราะห์แทนขนธรรมชาติ
2.8.2 ฐานลกู ดงั ที่ได้กาหนดไว้ในกติกาข้อ 2.6
2.8.3 ขนาดและนา้ หนกั ของลกู ต้องเป็นไปตามทไี่ ด้กาหนดไว้ในกตกิ าข้อ 2.3, 2.4 และ 2.7 อยา่ งไรกต็ าม ความแตกตา่ ง
ของความถว่ งจาเพาะ และคณุ สมบตั ขิ องวสั ดสุ งั เคราะห์โดยการเปรียบเทยี บกบั ขนธรรมชาติ ยอมให้มีความแตกตา่ งได้ถงึ 10%
7
3
2.9 เน่ืองจากมิได้กาหนดความแตกตา่ งในเรื่องลกั ษณะทว่ั ไป ความเร็วและวิถวี ิ่งของลกู อาจมีการเปล่ียนแปลงคณุ ลกั ษณะดงั กลา่ ว
ข้างต้น ได้โดยการอนมุ ตั ิจากองค์กรแหง่ ชาตทิ ีเ่ ก่ียวข้องในที่ซง่ึ สภาพความกดอากาศสงู หรือสภาพดนิ ฟา้ อากาศ เป็นเหตใุ ห้ลกู ขนไก่
ตามมาตรฐานท่กี าหนดไว้ไมเ่ หมาะสม
กตกิ าการเล่นแบดมนิ ตนั
1. การออกนอกเส้น มีการกาหนดเส้นออกแตง่ ตา่ งกนั ในกรณีเลน่ เดี่ยวและเลน่ คู่
2. การเสริ ์ฟลกู ตามกตกิ า ท่ีถกู ต้อง คือ
1. หวั ไม้ขณะสมั ผสั ลกู ต้องต่ากว่าข้อมืออยา่ งเหน็ ได้ชดั
2. หวั ไม้ขณะสมั ผสั ลกู ต้องต่ากว่าเอวอยา่ งเหน็ ได้ชดั
3. ผ้เู ลน่ ต้องไมถ่ ว่ งเวลา หรือเสริฟช้า หรือเสริฟ 2 จงั หวะ การเสริฟ ต้องเสริฟไปด้วยจงั หวะเดียว
4. ขณะเสิร์ฟ สว่ นใดสว่ นหนง่ึ ของเท้าทงั้ 2 ข้างต้องสมั ผสั พืน้ ตลอดเวลา
5. การเสิร์ฟลกู ที่ถกู ต้อง ต้องให้แร็กเกต็ สมั ผสั กบั หวั ลกู กอ่ น หากโดนขนกอ่ นถือวา่ ผิดกตกิ า
3. ขณะตลี กู โต้กนั ห้ามนาสว่ นหนง่ึ สว่ นใดของร่างกายหรือไม้แบดไปสมั ผัสกบั เน็ท
4. ห้ามตลี กู ทฝี่ ั่งตรงข้ามโต้กลบั มาในขณะที่ลกู ยงั ไม่ข้ามเนท็ มายงั แดนเรา(Over net)
การนับคะเเนน
สหพนั ธ์ แบดมินตนั นานาชาติ ( IBF) ได้กาหนดให้ ทดลองใช้ระบบการนบั คะแนนการแขง่ ขนั กีฬาแบดมินตนั ใหม่ ในระบบ 3 x
21 คะแนน ตงั้ แต่ วนั ที่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป
รายละเอียดของกตกิ าการนับคะแนนมีดังนี้
1. แมทช์หนง่ึ ต้องชนะให้ได้มากทส่ี ดุ ใน 3 เกม
2. ทกุ ประเภทของการแขง่ ขนั ฝ่ายที่ได้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนนั้ ยกเว้นเมื่อได้ 20 คะแนนเทา่ กนั ต้องนบั ตอ่ ให้มี
คะแนนหา่ งกนั 2 คะแนน ฝ่ายใดได้คะแนนนา 2 คะแนนก่อนเป็นผ้ชู นะ แตไ่ ม่เกิน 30 คะแนน หมายความวา่ หากการเลน่ ดาเนินมา
จนถงึ 29 คะแนนเทา่ กนั ฝ่ายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผ้ชู นะ
3. ฝ่ายชนะเป็นฝ่ายสง่ ลกู ตอ่ ในเกมตอ่ ไป
8
4
4. ฝ่ายชนะการเสย่ี งสิทธ์ิเป็นฝ่ายสง่ ลกู ได้กอ่ น หากฝ่ายตรงข้ามทาลกู “เสยี ” หรือลกู ไม่ได้อยใู่ นการเลน่ ผ้เู ลือกสง่ ลกู กอ่ นจะได้
คะแนนนา 1-0 และได้สง่ ลกู ตอ่ แตห่ ากผ้สู ง่ ลกู ทาลกู “เสยี ” หรือลกู ไมอ่ ยใู่ นการเลน่ ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนตามมาทนั ทีเป็น 1-
1 และฝ่ายตรงข้ามจะได้สทิ ธ์ิสง่ ลกู แทน ดาเนินเชน่ นีต้ อ่ ไปจนจบเกม
5. ประเภทคใู่ ห้สง่ ลกู ฝ่ายละ 1 ครัง้ ตามคะแนนท่ีได้ ขณะทเี่ ปล่ยี นฝ่ายสง่ ลกู หากคะแนนเป็นจานวนคี่ ผ้อู ยคู่ อร์ดด้านซ้ายเป็นผ้สู ง่
ลกู หากคะแนนเป็นจานวนคผู่ ้อู ยคู่ อร์ดด้านขวาเป็นฝ่ายสง่ ลกู
หมายเหตุ ศกึ ษากตกิ าโดยละเอยี ดได้ท่ีเว็บไซต์ สมาคมแบดมินตนั แหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
การดวิ ส์
หาก ผ้เู ลน่ ทงั้ สองฝ่ายทาคะแนนได้เทา่ กนั ในคะแนนที่ 20 จะมีการเลน่ ตอ่ จนกวา่ ว่าจะมีคะแนนมากกวา่ ฝ่ายตรงข้าม 2 คะแนน แต่
ถ้ายงั ไม่สามารถทาคะแนนหา่ งกนั 2 แต้มได้ จะเลน่ ต่อไปเรื่อยๆ แต่ เม่ือแต้มได้ 29 เทา่ กนั ใครที่ทาได้แต้ม 30 ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ
9
ทกั ษะการเล่นแบดมนิ ตนั
การจบั ลูกเเบดมนิ ตัน
เม่ือรู้ถึงวธิ ีการจบั ไมแ้ ลว้ ตอ่ ไปกต็ อ้ งรู้ถึงการจบั ลูกขนไก่ซ่ึงเป็นอปุ กรณ์ประกอบการเล่นกีฬาแบดมินตนั การจบั ลกู ขนไก่มี
ความสาคญั อยา่ งมากในการเสิร์ฟลูก
การจบั ลูกขนไก่ที่นิยมกนั มี3วิธีคือ
1. จบั ท่ีหวั ไมค้ อร์กของลกู โดยใชน้ ิ้วหวั แม่มือ นิ้วช้ี และนิ้วกลางจบั ลูก
2. จบั ท่ีปลายขนไก่ดา้ นในของลกู โดยใชน้ ิ้วหวั แม่มือกบั นิ้วช้ี
3. จบั โดยการวางลกู อยบู่ นฝ่ ามือ
การส่งลูก
10
การส่งลกู เป็นวิธีการของการเร่ิมเล่นในการเล่นหรือฝึ กทักษะแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเร่ิมฝึ กตลี กู แบบต่าง ๆ ตลอดจนเร่ิมการแข่งขนั
การส่งลกู จะส่งได้ท้ังลกู หน้ามือและหลงั มือซึ่งวิธีการส่งมดี งั นี้
การสง่ ลกู หน้ามือ
1. ผู้ที่จะส่งลกู จะยืนห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นส่งลกู ส้ันประมาณ 2-3 นิว้ (ในกรณีเล่นประเภทคู่) และยืนห่าง
เส้นส่งลกู สั้นประมาณ 2-3 ฟุต(ในกรณีเล่นประเภทคู่)
2. ยืนให้เท้าช้ายอย่ขู ้างหน้าสาหรับผู้ที่ถนัดมือขวา ย่อเข่าเลก็ น้อย เท้าท้ังสองข้างจะไม่ยกพ้นพืน้ สนามเวลาส่งลกู
3. ใช้มือซ้ายจับลกู ขนไก่ งอแขนพอประมาณ มือขวาเงือ้ ไม้ระดบั เอวพร้อมท่ีจะส่งลกู
4. ตามองเป้าหมายท่ีจะส่งลกู ปลอยลกู พร้อมกับตวัดแขนมาข้างหน้าเม่ือไม้สัมผัสกบั ลกู ให้กระดกข้อมือช่วยส่งลกู
ไปยงั ทิศทางท่ีต้องการ
การสง่ ลกู หลงั มอื
1. ผู้ที่จะส่งลกู จะยืนห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นส่งลกู สั้นประมาณ 2-3 นิว้
2. ยืนให้เท้าขวาอย่ขู ้างหน้าสาหรับผู้ที่ถนัดมือขวา ย่อเข่าเลก็ น้อย เท้าทั้งสองข้างจะไม่ยกพ้นพืน้ สนามเวลาส่งลกู
3. ใช้มือซ้ายจับลกู ขนไก่ บริเวณปลายขนไก่ทางด้านซ้ายของลาตวั หลงั มือด้านขวาอย่ดู ้าน หน้า งอแขนพอประมาณ
มือขวาเงือ้ ไม้ระดบั เอวพร้อมที่จะส่งลกู
4. ตามองเป้าหมายท่ีจะส่งลกู ปลอยลกู พร้อมกบั ตวัดแขนมาข้างหน้าเมื่อไม้สัมผัสกบั ลกู ให้กระดกข้อมือช่าย
การตบ เรื่องสนุกของแบดมินตนั
สาหรับผู้ท่ีเริ่มต้นหัดเล่นแบดมินตนั ส่วนใหญ่มกั จะติดใจกบั การตบลกู ความสนกุ ของแบดมินตันกอ็ ย่ทู ี่การตบนี่แหล่ะ นักแบด
สมัครเล่นจึงมักเลือกใช้ไม้ท่ีเน้นตบเป็นหลกั หลายคนที่มกี าลงั แขนดี กม็ ักจะตบทาคะแนนได้บ่อย ๆ จนในที่สุดกเ็ ลือกการตบไม่ยง้ั
เป็ นกลยุทธหลกั
แต่การตบโดยไม่คิดกไ็ ม่ใช่เร่ืองที่ถกู เสมอไป การตบลกู กม็ หี ลกั การของการตบลกู เช่นกนั หลักการแรกกค็ ือต้องมที ่วงท่าในการตบที่
ถกู ต้อง ท่วงท่าที่ถกู ต้องจะช่วยเพิ่มแรงตบให้มากย่ิงขึน้ หลกั การท่ีสองกค็ ือ ต้องมกี าลงั กายเพยี งพอท่ีจะตบได้ติด ๆ กัน การตบให้
ตายในไม้เดยี วเป็นเรื่องท่ียากมาก เรามักจะต้องตบไม้สองและสามกว่าจะทาแต้มได้ ส่วนหลกั การสุดท้ายคือ ต้องใช้สมองในการตบ
การตบโดยไม่คิดถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก แต่ถ้าเราคิดซักหน่อยว่า ควรจะตบเวลาไหน? ตบให้ลกู ตกตรงไหนดี? แล้วทิศทาง
ไหนจะดที ี่สุด? รับรองว่าลกู ตบของเราจะมปี ระสิทธิภาพมากยิ่งขึน้
แบดมินตนั เป็นกีฬาท่ีเราต้องแข่งความเร็ว, พลงั กายและความคิดกบั คู่แข่งขนั งนั้ การตบกไ็ ม่ใช่เรื่องสาคัญนะสิ? กไ็ ม่ใช่ซะทีเดยี ว
การตบกส็ าคัญ แต่สมมตุ ิว่าถ้าคุณเลือกได้ว่าจะทาแต้มจากการตบ หรือว่าจะทาแต้มด้วยการแตะหยอดเบา ๆ คุณจะเลือกแบบไหน
ล่ะ? แน่นอน กต็ ้องเลือกแตะหยอดสิ เพราะมันเหน่ือยน้อยกว่าน่ี
11
ประโยชน์ของการเล่นเเบบมนิ ตนั
ร่างกายเเขง็ เเรง
กีฬาเเบดมินตนั ต้องใช้การเคลอ่ื นไหวร่างกายหลากหลายรูปแบบ การตีเเบดสามารถเผาผลาญไขมนั
ประมาณ 450-550 เเคลอรี่ตอ่ ชวั่ โมง เเละการเลน่ เป็นประจาสามารถช่วยลดนา้ หนกั ได้ถงึ 4 กก.
ภายในเดือนเดยี ว นอกจากนี ้กล้ามเนือ้ ทกุ สว่ นจะถกู ใช้เวลาที่เราเลน่ เเบดมนิ ตนั จึงชว่ ยเผาผลาญ
ไขมนั ได้มากกว่าเดิม
เพ่มิ ความกระชบั ของกล้ามเนือ้
12
การเลน่ เเบดมินตนั สร้างเเละกระชบั กล้ามเนือ้ ต้นขา สะโพก น่อง เเละกล้ามเนือ้ ขาด้านหลงั รวมท้ัง้ ยงั
บริหารกล้ามเนือ้ แกนกลาง เเขน เเละแผ่นหลงั
เพ่มิ ความยดื หย่นุ
ยิ่งเคลอ่ื นไหวมาก ร่างกายยิ่งยืดหย่นุ จากการเหวีย่ งเเละเออื ้ ม นอกจากจะชว่ ยเพม่ิ ความยืดหย่นุ เเล้ว
ผ้เู ลน่ ยงั สามารถเพ่ิมมวลเเละความอดึ ทนของกล้ามเนือ้ อกี ด้วย
เพ่มิ ความคล่องตวั
การเคล่อื นไหวของร่างกายจะลดลงเม่ืออายเุ พิ่มขนึ ้ เเตก่ ารเลน่ เเบดมนิ ตนั เป็นประจาชว่ ยรักษา
ร่างกายของคณุ ให้กระตือรือร้นอย่เู สมอ จงึ สามารถปอ้ งกนั ปัญหาสขุ ภาพต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวข้องกบั การ
เคลือ่ นไหว การเคลอ่ื นไหวในสนามแบดอยา่ งสม่าเสมอชว่ ยหลอ่ ลนื่ ข้อตอ่ ปอ้ งกนั การเกิดโรคข้อ
อกั เสบ เเละโรคร้ายอื่น ๆ ท่ีมีอาการคล้ายกนั
ลดความเส่ียงโรคเบาหวาน
การเลน่ เเบดมนิ ตนั สามารถลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานชนิดท่ี 2 ได้ถงึ 58% ซงึ่ เป็นตวั เลขทส่ี งู กวา่
การใช้ยา ลดการผลิตนา้ ตาลโดยรวมของตบั รวมทงั้ ลดความเส่ียงเป็นโรคเบาหวานของร่างกาย
โดยรวมแล้ว ผ้ทู ่เี ลน่ เเบดมินตนั เป็นประจานนั้ เสย่ี งเป็นเบาหวานน้อยกวา่ คนทวั่ ไป
ดตี ่อสุขภาพโดยรวม
นอกเหนือจากโรคเบาหวานเเล้ว กีฬาเเบดมินตนั ยงั ชว่ ยลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาสขุ ภาพอน่ื ๆ เช่น
ความดนั สงู เเละโรคอ้วน ชว่ ยลดระดบั ไขมนั ไตรกลีเซอไรด์ พร้อมเพม่ิ คอเลสเตอรอล “ชนิดดี” จงึ
สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหวั ใจได้อกี ด้วย
แก้เครียด
13
การเลน่ เเบดมินตนั ไมเ่ พียงมอบประโยชน์เเกร่ ่างกายเทา่ นนั้ เเตย่ งั ดตี ่อสขุ ภาพจิตอีกด้วย เเบดมินตนั
ช่วยบรรเทาความตงึ เครียดเเละความกงั วลของร่างกาย พร้อมผอ่ นคลายจิตใจ ผ้ทู ีต่ เี เบดเป็นประจามกั
มีอารมณ์ผอ่ นคลาย จิตใจสงบ เเละมสี มาธิจดจอ่ กบั เร่ืองตา่ ง ๆ ในชีวิตได้ดกี ว่าคนทว่ั ไปผม
14
15