18. บรรยากาศภายในเตาไนโตรเจนเหมาะกบั งานชนิดใด
ก. การอบอ่อนและชุบแข็งเหล็กกล้า ข. การชบุ เหลก็ กล้าไร้สนมิ และโลหะผง
ค. การชบุ เหลก็ กล้าเคร่ืองมือและความเร็วสงู ง. การอบชบุ เหลก็ หลอ่ ทกุ ชนดิ
19. บรรยากาศไฮโดรเจนเหมาะกบั งานชนดิ ใด
ก. การอบออ่ นและชบุ แข็งเหลก็ กล้า ข. การชุบเหล็กกล้าไร้สนิมและโลหะผง
ค. การชบุ เหลก็ กล้าเครื่องมือและความเร็วสงู ง. การอบชบุ เหลก็ หลอ่ ทกุ ชนิด
20. บรรยากาศไนโตรเจนและไฮโดรเจนเหมาะกบั งานชนดิ ใด
ก. การอบออ่ นและชุบแข็งเหลก็ กล้า ข. การชบุ เหลก็ กล้าไร้สนิมและโลหะผง
ค. การชุบเหล็กกล้าเคร่ืองมอื และความเร็วสูงง. การอบชุบเหลก็ หลอ่ ทกุ ชนิด
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 2
คาสงั่ ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย หน้าข้อท่เี ห็นวา่ ถกู ต้องทสี่ ดุ เพียงข้อเดียว
1. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือและอุปกรณ์งานอบชุบโลหะ
ก. เตาอบชุบ ข. เครื่องทดสอบความแขง็
ค. กล้องจลุ ทรรศน์ ง. เคร่ืองเชื่อมไฟฟ้ า
2. เตาอบชบุ โลหะควบคมุ อณุ หภมู ิได้ละเอียดและแนน่ อนคอื เตาชนดิ ใด
ก. เตานา้ มนั ข. เตาก๊าซ
ค. เตาไฟฟ้ า ง. เตาถา่ นหิน
3. เตาอบชุบโลหะนิยมใช้กบั งานขนาดใหญ่คือเตาชนิดใด
ก. เตานา้ มนั ข. เตาก๊าซ
ค. เตาไฟฟ้ า ง. เตาถ่านหิน
4. เตาที่ใช้ในการชบุ ชิน้ งานเป็ นแทง่ ยาวคอื เตาชนิดใด
ก. Pit ข. Bell
ค. Box ง. Car Bottom
5. เตาทเ่ี หมาะสาหรับการอบออ่ นคือเตาชนดิ ใด
ก. Pit ข. Bell
ค. Box ง. Car Bottom
6. เตาท่ีเหมาะกบั ห้องทดลองทวั่ ไปคอื เตาชนดิ ใด
ก. Pit ข. Bell
ค. Box ง. Car Bottom
7. ข้อใดไมใ่ ชเ่ ครื่องมือทที่ าการทดสอบความแข็ง
ก. ตะไบ ข. บริเนล
ค. ร็อกเวลล์ ง. เครื่องขดั สกั หลาด
8. เครื่องทดสอบความแข็ง HR นิยมใช้สเกลใด
ก. สเกล A ข. สเกล B
ค. สเกล C ง. สเกล B และ C
9. เครื่องมือทดสอบความแข็งทเี่ หมาะกบั งานสนามคอื ชนิดใด
ก. แบบบริเนล ข. แบบร็อกเวล
ค. แบบวิคเกอร์ ง. แบบชอร์
10. เครื่องมือทดสอบความแขง็ ทีเ่ หมาะกบั งานชิน้ บาง ๆ คอื ชนดิ ใด
ก. แบบบริเนล ข. แบบร็อกเวล
ค. แบบวคิ เกอร์ ง. แบบชอร์
11. การทดสอบความแข็ง HRC คือข้อใด
ก. หวั กดเป็ นบอล นา้ หนกั 100 kg ข. หวั กดเป็ นเพชร นา้ หนกั 150 kg
ค. หวั กดเป็ นเพชร นา้ หนกั 120 kg ง. หวั กดเป็ นบอล นา้ หนกั 1,000 kg
12. ในอากาศประกอบด้วยออกซเิ จนและไนโตรเจนเทา่ ไร
ก. ออกซิเจน 80% ไนโตรเจน 20% ข. ออกซเิ จน 79% ไนโตรเจน 21%
ค. ออกซิเจน 21% ไนโตรเจน 79% ง. ออกซิเจน 20% ไนโตรเจน 80%
13. ท่ีอุณหภมู ิสงู ออกซิเจนทาปฏกิ ิริยากบั เหลก็ จะเกิดข้อใด
ก. แก๊สเฉ่ือย ข. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ค. แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ง. ออกไซด์ของเหลก็
14. แก๊สท่ชี ่วยในการควบคมุ บรรยากาศในเตาได้ดีคอื แก๊สชนดิ ใด
ก. ออกซิเจน ข. ไนโตรเจน
ค. คาร์บอนไดออกไซด์ ง. มีเทน
15. Decarburizing หมายถึงข้อใด
ก. การสญู เสยี คาร์บอน ข. การเพมิ่ คาร์บอน
ค. การสญู เสยี ออกซิเจน ง. การเพิ่มออกซิเจน
16. ปฏิกิริยาระหวา่ ง 2H + CO2 จะได้ข้อใด
ก. H2O + CO ข. H2 + 2H2O
ค. CO + H2 ง. H2
17. ปฏกิ ิริยาของ SO2 + H2 จะได้ข้อใด
ก. H2O + CO ข. H2S + 2H2O
ค. CO + H2 ง. CH4
18. บรรยากาศภายในเตาไนโตรเจนเหมาะกบั งานชนิดใด
ก. การอบออ่ นและชบุ แขง็ เหลก็ กล้า ข. การชบุ เหลก็ กล้าไร้สนมิ และโลหะผง
ค. การชุบเหลก็ กล้าเครื่องมือและความเร็วสงู ง. การอบชบุ เหลก็ หลอ่ ทกุ ชนิด
19. บรรยากาศไฮโดรเจนเหมาะกบั งานชนดิ ใด
ก. การอบอ่อนและชุบแขง็ เหลก็ กล้า ข. การชบุ เหลก็ กล้าไร้สนิมและโลหะผง
ค. การชบุ เหลก็ กล้าเคร่ืองมือและความเร็วสงู ง. การอบชบุ เหลก็ หลอ่ ทกุ ชนิด
20. บรรยากาศไนโตรเจนและไฮโดรเจนเหมาะกบั งานชนิดใด
ก. การอบออ่ นและชุบแขง็ เหลก็ กล้า ข. การชบุ เหลก็ กล้าไร้สนิมและโลหะผง
ค. การชุบเหลก็ กล้าเครื่องมือและความเร็วสงู ง. การอบชบุ เหลก็ หลอ่ ทกุ ชนดิ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 3
การเปลย่ี นแปลงโครงสร้างของเหลก็ กล้าแบบไมส่ มดลุ
คาสงั่ ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย หน้าข้อท่ีเหน็ วา่ ถกู ต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว
1. เหลก็ กล้าไฮโพยเู ทกทอยด์จะเกิดเป็ นออสเทนไนต์ที่อณุ หภมู ิใด
ก. เหนือเส้น Acm ข. เหนอื เส้น Ac3
ค. เหนอื เส้น Ac2 ง. เหนอื เส้น Ac1
2. เหลก็ กล้ายเู ทกทอยด์จะเกิดเป็ นออสเทนไนต์ทีอ่ ุณหภมู ิใด
ก. เหนอื เส้น Acm ข. เหนือเส้น Ac3
ค. เหนอื เส้น Ac2 ง. เหนือเส้น Ac1
3. เหลก็ กล้าไฮเพอร์ยเู ทกทอยด์จะเกิดเป็ นออสเทนไนต์ที่อณุ หภมู ิใด
ก. เหนอื เส้น Acm ข. เหนือเส้น Ac3
ค. เหนอื เส้น Ac2 ง. เหนอื เส้น Ac1
4. การเกิดโครงสร้างเพอร์ไลต์เกิดจากการรวมตวั ของข้อใด
ก. เฟอร์ไรต์ + ซีเมนไทต์ ข. เฟอร์ไรต์ + เบไนต์
ค. ออสเทนไนต์ + เฟอร์ไรต์ ง. ออสเทนไนต์ + ซีเมนไทต์
5. เมื่อออสเทนไนต์ถกู ทาให้เย็นตวั อยา่ งช้า ๆ จะเกิดโครงสร้างใด
ก. เบไนต์ ข. มาร์เทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
6. เมื่อออสเทนไนต์ถกู ทาให้เย็นตวั เร็วระดบั ปานกลางจะได้โครงสร้างใด
ก. เบไนต์ ข. มาร์เทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
7. เมื่อออสเทนไนต์ถกู ทาให้เยน็ ตวั อยา่ งรวดเร็วจะได้โครงสร้างใด
ก. เบไนต์ ข. มาร์เทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
8. TTT Diagram หมายถงึ ข้อใด
ก. แผนภมู ิบอกการเยน็ ตวั ของการชบุ โลหะ ข. แผนภมู ิบอกการเปลย่ี นแปลงโครงสร้าง
ค. แผนภมู ิการบอกอุณหภมู ิการชบุ โลหะ ง. ถกู ทกุ ข้อ
9. การเปลยี่ นเฟสจากออสเทนไนต์ไปเป็ นเพอร์ไลต์ 100% เกิดขนึ ้ ที่ใด
ก. Temp 1,130 oC, 2%C ข. Temp 723 oC, 0.77%C
ค. Temp 1,180 oC, 0.15%C ง. Temp 723 oC, 2%C
10. โครงสร้างใดมีความแข็งมากท่ีสดุ
ก. เพอร์ไลต์ ข. เฟอร์ไรต์
ค. มาร์เทนไซต์ ง. ออสเทนไนต์
11. CCT Diagram หมายถึงข้อใด
ก. แผนภาพการบอกอตั ราการเยน็ ตวั
ข. แผนภาพการเปลย่ี นแปลงโครงสร้าง
ค. แผนภาพบอกการเปลยี่ นเฟสที่อุณหภมู ิลดลงอยา่ งคงท่ี
ง. แผนภาพบอกการเปลยี่ นเฟสท่ีอุณหภมู ิลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
12. เม่ือเผาแทง่ เหลก็ ให้ร้อนแล้วทาให้เหลก็ เย็นตวั อยา่ งตอ่ เน่ืองทีผ่ วิ ของแทง่ เหลก็ จะมีโครงสร้างชนดิ ใด
ก. ออสเทนไนต์ ข. มาร์เทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
13. จากข้อท่ี 12 แกนกลางของแทง่ เหลก็ มีโครงสร้างชนิดใด
ก. เพอร์ไลต์ ข. เฟอร์ไรต์
ค. มาร์เทนไซต์ ง. ออสเทนไนต์
14. การทดสอบ Jominy ใช้หาคา่ ใด
ก. ความสามารถในการอบชบุ ข. ความสามารถในการชุบแขง็
ค. ความสามารถทนตอ่ แรงดงึ ง. ความสามารถทนแรงกระแทก
15. องค์ประกอบท่สี าคญั ตอ่ ความสามารถในการชบุ แขง็ คือข้อใด
ก. ชิน้ งาน ข. ธาตผุ สม
ค. อณุ หภมู ิ ง. การเย็นตวั
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 3
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย หน้าข้อทเ่ี หน็ วา่ ถกู ต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. เหลก็ กล้าไฮโพยเู ทกทอยด์จะเกิดเป็ นออสเทนไนต์ท่อี ุณหภมู ิใด
ก. เหนือเส้น Ac1 ข. เหนอื เส้น Ac2
ค. เหนอื เส้น Ac3 ง. เหนอื เส้น Acm
2. เหลก็ กล้ายเู ทกทอยด์จะเกิดเป็ นออสเทนไนต์ท่ีอุณหภมู ิใด
ก. เหนือเส้น Ac1 ข. เหนอื เส้น Ac2
ค. เหนอื เส้น Ac3 ง. เหนือเส้น Acm
3. เหลก็ กล้าไฮเพอร์ยเู ทกทอยด์จะเกิดเป็ นออสเทนไนต์ท่ีอุณหภมู ิใด
ก. เหนอื เส้น Ac1 ข. เหนอื เส้น Ac2
ค. เหนอื เส้น Ac3 ง. เหนอื เส้น Acm
4. การเกิดโครงสร้างเพอร์ไลต์เกิดจากการรวมตวั ของข้อใด
ก. ออสเทนไนต์ + เฟอร์ไรต์ ข. ออสเทนไนต์ + ซเี มนไทต์
ค. เฟอร์ไรต์ + ซเี มนไทต์ ง. เฟอร์ไรต์ + เบไนต์
5. เม่ือออสเทนไนต์ถกู ทาให้เยน็ ตวั อยา่ งช้า ๆ จะเกิดโครงสร้างใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. เบไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
6. เมื่อออสเทนไนต์ถกู ทาให้เย็นตวั เร็วระดบั ปานกลางจะได้โครงสร้างใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. เบไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
7. เม่ือออสเทนไนต์ถกู ทาให้เย็นตวั อยา่ งรวดเร็วจะได้โครงสร้างใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. เบไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
8. TTT Diagram หมายถึงข้อใด
ก. แผนภมู ิการบอกอุณหภมู ิการชบุ โลหะ ข. แผนภมู ิบอกการเย็นตวั ของการชุบโลหะ
ค. แผนภมู ิบอกการเปลย่ี นแปลงโครงสร้าง ง. ถกู ทกุ ข้อ
9. การเปลย่ี นเฟสจากออสเทนไนต์ไปเป็ นเพอร์ไลต์ 100% เกิดขนึ ้ ที่ใด
ก. Temp 723 oC, 0.77%C ข. Temp 1,130 oC, 2%C
ค. Temp 723 oC, 2%C ง. Temp 1,180 oC, 0.15%C
10. โครงสร้างใดมีความแข็งมากท่สี ดุ
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. ออสเทนไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
11. CCT Diagram หมายถงึ ข้อใด
ก. แผนภาพบอกการเปลยี่ นเฟสทีอ่ ุณหภมู ิลดลงอยา่ งตอ่ เนื่อง
ข. แผนภาพบอกการเปลยี่ นเฟสทอี่ ุณหภมู ิลดลงอยา่ งคงที่
ค. แผนภาพการเปลย่ี นแปลงโครงสร้าง
ง. แผนภาพการบอกอตั ราการเยน็ ตวั
12. เมื่อเผาแทง่ เหลก็ ให้ร้อนแล้วทาให้เหลก็ เย็นตวั อยา่ งตอ่ เน่ืองทีผ่ วิ ของแทง่ เหลก็ จะมีโครงสร้างชนดิ ใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. ออสเทนไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
13. จากข้อที่ 12 แกนกลางของแทง่ เหลก็ มีโครงสร้างชนิดใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. ออสเทนไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
14. การทดสอบ Jominy ใช้หาคา่ ใด
ก. ความสามารถทนแรงกระแทก ข. ความสามารถทนตอ่ แรงดงึ
ค. ความสามารถในการชบุ แข็ง ง. ความสามารถในการอบชบุ
15. องค์ประกอบที่สาคญั ตอ่ ความสามารถในการชบุ แข็งคอื ข้อใด
ก. อุณหภมู ิ ข. การเยน็ ตวั
ค. ชิน้ งาน ง. ธาตผุ สม
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 4
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย หน้าข้อทเ่ี ห็นวา่ ถกู ต้องทีส่ ดุ เพยี งข้อเดียว
1. การอบออ่ น (Annealing) หมายถึงข้อใด ข. ลดความเค้นตกค้าง
ก. เพิ่มความเหนยี วและอ่อน ง. ถกู ทกุ ข้อ
ค. เพิม่ ความสามารถการกลงึ กดั ไส
2. การอบออ่ นเหลก็ กล้าโฮโพยเู ทกทอยด์ใช้อุณหภมู ิเทา่ ไร
ก. เหนือเส้น Acm ข. เหนอื เส้น Ac1
ค. เหนอื เส้น Ac2 ง. เหนือเส้น Ac3
3. การอบออ่ นเหลก็ กล้าไฮเพอร์ยูเทกทอยด์ใช้อุณหภมู ิเทา่ ไร
ก. เหนอื เส้น Acm ข. เหนือเส้น Ac1
ค. เหนอื เส้น Ac2 ง. เหนอื เส้น Ac3
4. การให้ความร้อนจนถึงอุณหภมู ิออสเทนไนต์แล้วอบแช่ไว้ทงั้ หมดแล้วทาให้เย็นตวั อยา่ งช้า ๆ ในเตาคือ
กรรมวธิ ีใด
ก. Stress Relieve Annealing ข. Spheroidizing
ค. Full Annealing ง. Process Annealing
5. การอบทท่ี าให้คาร์ไบด์ที่เป็ นแผน่ กลายเป็ นกลมเพอ่ื ลดความเปราะเพิ่มความเหนียวคือข้อใด
ก. Stress Relieve Annealing ข. Spheroidizing
ค. Full Annealing ง. Process Annealing
6. การอบเพอ่ื ลดความเค้นตกค้างคอื ข้อใด
ก. Stress Relieve Annealing ข. Spheroidizing
ค. Full Annealing ง. Process Annealing
7. การอบปรกติ (Normalizing) หมายถึงข้อใด
ก. การอบเพ่ือให้เกรนหยาบ ข. การอบเพือ่ ให้เกรนสม่าเสมอ
ค. การอบให้คาร์ไบด์ละลายตวั ง. การอบเพื่อลดความแข็ง
8. การชุบแขง็ จะได้โครงสร้างสดุ ท้ายชนดิ ใด
ก. เบนไนต์ ข. เบนไนต์และมาร์เทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
9. ข้อใดไมใ่ ช่องค์ประกอบการเพ่มิ ความแข็ง
ก. อตั ราการเย็นตวั ข. อตั ราการเพมิ่ ความร้อน
ค. ปริมาณธาตคุ าร์บอน ง. อณุ หภมู ิการอบชุบ
10. การชุบแข็ง 2 ชนั้ กระทาเพือ่ ข้อใด
ก. ให้ความเหนยี วมากขนึ ้ ข. ปรับเกรนให้สม่าเสมอ
ค. ให้ความแข็งมากขนึ ้ ง. ให้ความแขง็ และความเหนียวของชิน้ งาน
11. การเพม่ิ ความแข็งที่ผิวโดยใช้แก๊สเรียกวา่ กรรมวิธีใด
ก. แพคคาร์บไู รซิง ข. กระแสเหนี่ยวนา
ค. แก๊สคาร์บไู รซงิ ง. ไนไตรดิง
12. การเพิม่ ความแข็งทใี่ ช้เกลอื เหลวไซยาไนด์คือกรรมวิธีใด
ก. แพคคาร์บไู รซิง ข. กระแสเหน่ียวนา
ค. แก๊สคาร์บไู รซงิ ง. ไนไตรดิง
13. การเพิ่มความแข็งโดยใช้ผงถา่ นคอื กรรมวิธีใด
ก. แพคคาร์บูไรซิง ข. กระแสเหน่ียวนา
ค. แก๊สคาร์บไู รซงิ ง. ไนไตรดิง
14. การอบคืนตวั กระทาเมื่อใด
ก. เหลก็ หลงั การชุบแขง็ ข. เหลก็ ที่ต้องการเพ่มิ ความแขง็
ค. เหลก็ กอ่ นการชบุ แขง็ ง. เหลก็ ขนาดชบุ แข็ง
15. การอบคืนตวั มีวตั ถปุ ระสงค์คอื ข้อใด
ก. ลดความเปราะ ข. ลดออสเทนไนต์ตกค้าง
ค. เพมิ่ ความเหนยี ว ง. ถกู ทกุ ข้อ
16. ธาตใุ ดที่ผสมในเหลก็ ชว่ ยไลแ่ ก๊ส O2 และ N ข. Cu
ก. Cr
ค. Al ง. Be
17. ธาตทุ ีผ่ สมในเหลก็ ชว่ ยในการชุบแขง็ ได้งา่ ยคือธาตใุ ด
ก. Cu ข. Cr
ค. Be ง. Al
18. ธาตทุ ผี่ สมในเหลก็ ช่วยใช้ทาเครื่องมือผา่ ตดั คอื ธาตใุ ด
ก. Be ข. Al
ค. Cu ง. Cr
19. การอบออ่ นโครงสร้างเหลก็ AISI 1045 จะได้โครงสร้างชนิดใด
ก. เฟอร์ไรต์ + เพอร์ไลต์ ข. มาเทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
20. การชบุ แขง็ โครงสร้างเหลก็ AISI 1045 จะได้โครงสร้างชนิดใด
ก. เพอร์ไลต์ ข. เฟอร์ไรต์
ค. มาเทนไซต์ ง. เฟอร์ไรต์ + เพอร์ไลต์
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 4
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย หน้าข้อทเ่ี หน็ วา่ ถกู ต้องที่สดุ เพยี งข้อเดียว
1. การอบออ่ น (Annealing) หมายถงึ ข้อใด
ก. ลดความเค้นตกค้าง ข. เพมิ่ ความสามารถการกลงึ กดั ไส
ค. เพมิ่ ความเหนยี วและออ่ น ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. การอบออ่ นเหลก็ กล้าโฮโพยเู ทกทอยด์ใช้อณุ หภมู ิเทา่ ไร
ก. เหนือเส้น Ac1 ข. เหนือเส้น Ac2
ค. เหนือเส้น Ac3 ง. เหนอื เส้น Acm
3. การอบออ่ นเหลก็ กล้าไฮเพอร์ยูเทกทอยด์ใช้อณุ หภมู ิเทา่ ไร
ก. เหนอื เส้น Ac1 ข. เหนอื เส้น Ac2
ค. เหนอื เส้น Ac3 ง. เหนอื เส้น Acm
4. การให้ความร้อนจนถึงอณุ หภมู ิออสเทนไนต์แล้วอบแช่ไว้ทงั้ หมดแล้วทาให้เย็นตวั อย่างช้า ๆ ในเตาคือ
กรรมวธิ ีใด
ก. Full Annealing ข. Process Annealing
ค. Stress Relieve Annealing ง. Spheroidizing
5. การอบทที่ าให้คาร์ไบด์ท่เี ป็ นแผน่ กลายเป็ นกลมเพื่อลดความเปราะเพ่มิ ความเหนียวคือข้อใด
ก. Full Annealing ข. Process Annealing
ค. Stress Relieve Annealing ง. Spheroidizing
6. การอบเพื่อลดความเค้นตกค้างคือข้อใด
ก. Full Annealing ข. Process Annealing
ค. Stress Relieve Annealing ง. Spheroidizing
7. การอบปรกติ (Normalizing) หมายถึงข้อใด
ก. การอบให้คาร์ไบด์ละลายตวั ข. การอบเพือ่ ลดความแข็ง
ค. การอบเพ่อื ให้เกรนหยาบ ง. การอบเพ่ือให้เกรนสม่าเสมอ
8. การชบุ แขง็ จะได้โครงสร้างสดุ ท้ายชนิดใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. เบนไนต์ ง. เบนไนต์และมาร์เทนไซต์
9. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบการเพม่ิ ความแข็ง ข. อณุ หภมู ิการอบชุบ
ก. ปริมาณธาตคุ าร์บอน ง. อตั ราการเพิ่มความร้อน
ค. อตั ราการเยน็ ตวั
ข. ให้ความแข็งและความเหนียวของชิน้ งาน
10. การชุบแข็ง 2 ชนั้ กระทาเพอ่ื ข้อใด ง. ปรับเกรนให้สม่าเสมอ
ก. ให้ความแขง็ มากขนึ ้
ค. ให้ความเหนียวมากขนึ ้
11. การเพิ่มความแขง็ ทผ่ี ิวโดยใช้แก๊สเรียกวา่ กรรมวิธีใด
ก. แก๊สคาร์บไู รซงิ ข. ไนไตรดงิ
ค. แพคคาร์บไู รซิง ง. กระแสเหน่ียวนา
12. การเพ่ิมความแข็งทใี่ ช้เกลอื เหลวไซยาไนด์คือกรรมวธิ ีใด
ก. แก๊สคาร์บไู รซงิ ข. ไนไตรดงิ
ค. แพคคาร์บูไรซงิ ง. กระแสเหนี่ยวนา
13. การเพ่ิมความแข็งโดยใช้ผงถ่านคือกรรมวธิ ีใด
ก. แก๊สคาร์บไู รซิง ข. ไนไตรดงิ
ค. แพคคาร์บูไรซิง ง. กระแสเหน่ียวนา
14. การอบคนื ตวั กระทาเม่ือใด
ก. เหลก็ กอ่ นการชบุ แข็ง ข. เหลก็ ขนาดชบุ แขง็
ค. เหลก็ หลงั การชบุ แข็ง ง. เหลก็ ที่ต้องการเพิ่มความแข็ง
15. การอบคืนตวั มีวตั ถปุ ระสงค์คือข้อใด
ก. เพม่ิ ความเหนียว ข. ลดความเปราะ
ค. ลดออสเทนไนต์ตกค้าง ง. ถกู ทกุ ข้อ
16. ธาตใุ ดท่ีผสมในเหลก็ ช่วยไลแ่ ก๊ส O2 และ N ข. Be
ก. Al
ค. Cr ง. Cu
17. ธาตทุ ผ่ี สมในเหลก็ ชว่ ยในการชุบแขง็ ได้งา่ ยคอื ธาตใุ ด
ก. Al ข. Be
ค. Cr ง. Cu
18. ธาตทุ ผี่ สมในเหลก็ ช่วยใช้ทาเคร่ืองมือผา่ ตดั คือธาตใุ ด
ก. Al ข. Be
ค. Cr ง. Cu
19. การอบออ่ นโครงสร้างเหลก็ AISI 1045 จะได้โครงสร้างชนิดใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. เฟอร์ไรต์ + เพอร์ไลต์ ง. มาเทนไซต์
20. การชบุ แขง็ โครงสร้างเหลก็ AISI 1045 จะได้โครงสร้างชนดิ ใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. เฟอร์ไรต์ + เพอร์ไลต์ ง. มาเทนไซต์
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 5
การอบชุบเหล็กกล้าผสมต่าและเหล็กกล้าผสมสูง
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย หน้าข้อท่เี หน็ วา่ ถกู ต้องทีส่ ดุ เพยี งข้อเดียว
1. เหลก็ กล้าแมงกานีส 3% เมื่อผา่ นการอบด้วยวิธีนอร์มอลไลต์ซิงจะมีสมบตั เิ ชิงกลตามข้อใด
ก. ต้านแรงดงึ ได้ดี ข. ทนแรงกระแทกได้ดี
ค. ความแข็งเพม่ิ ขนึ ้ ง. ความเหนียวเพม่ิ ขนึ ้
2. เหลก็ กล้าแมงกานสี ถ้าเติมธาตโุ มลบิ ดนิ มั –โครเมียมจะช่วยเพม่ิ สมบตั ทิ างกลด้านใด
ก. ต้านแรงดงึ ได้ดี ข. ทนแรงกระแทกได้ดี
ค. ความแข็งเพม่ิ ขนึ ้ ง. ความเหนียวเพิ่มขนึ ้
3. เหลก็ กล้าโครเมียมมีคณุ สมบตั ใิ นข้อใด
ก. เพม่ิ สมบตั ิในด้านความเหนียว ข. เพิม่ สมบตั ิในด้านการอบคลายเครียด
ค. เพิ่มความสามารถในการชบุ แขง็ ง. เพ่มิ ความสามารถในการอบอ่อน
4. เหลก็ กล้าผสมท่ใี ช้ทาภาชนะแรงดนั คือข้อใด
ก. เหลก็ กล้าโครเมียม–โมลบิ ดีนมั ข. เหลก็ กล้าแมงกานีส–โครเมียม
ค. เหลก็ กล้าแมงกานีส ง. เหลก็ กล้าโครเมียม
5. เหลก็ กล้าฮาร์ดฟิลด์หมายถึงข้อใด
ก. เหลก็ กล้าผสมสงู ข. เหลก็ กล้าผสมตา่
ค. เหลก็ กล้าคาร์บอนสงู ง. เหลก็ กล้าคาร์บอนต่า
6. เหลก็ กล้าฮาร์ดฟิลด์ตามมาตรฐาน ASTM แบง่ เป็ นก่ีเกรด
ก. 4 เกรด ข. 3 เกรด
ค. 2 เกรด ง. 1 เกรด
7. เหลก็ กล้าไร้สนิมเฟอร์ริติกมีสมบตั ิตามข้อใด
ก. ชบุ แขง็ ได้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี ข. ชุบแขง็ ได้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู
ค. ชุบแขง็ ไม่ได้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี ง. ชบุ แขง็ ไมไ่ ด้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู
8. เหลก็ กล้าไร้สนมิ มาร์เทนซิติกมีสมบตั ิตามข้อใด
ก. ชบุ แขง็ ได้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี ข. ชบุ แข็งไม่ได้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี
ค. ชุบแขง็ ได้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู ง. ชบุ แข็งไมไ่ ด้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู
9. เหลก็ กล้าเครื่องมือคาร์บอนทจ่ี าหนา่ ยในท้องตลาดจะต้องผา่ นกระบวนการใด
ก. การอบคืนตวั ข. การชุบแขง็
ค. การอบอ่อน ง. การอบปรกติ
10. เหลก็ กล้าผสม AISI 4140 โครงสร้างหลงั การชบุ แขง็ มีโครงสร้างชนดิ ใด
ก. ออสเทนไนต์ ข. มาร์เทนไซต์
ค. เฟอร์ไรต์ ง. เพอร์ไลต์
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 5
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย หน้าข้อท่ีเห็นวา่ ถกู ต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว
1. เหลก็ กล้าแมงกานีส 3% เมื่อผา่ นการอบด้วยวิธีนอร์มอลไลต์ซ่ิงจะมีสมบตั ิเชิงกลตามข้อใด
ก. ความแข็งเพมิ่ ขนึ ้ ข. ความเหนยี วเพิ่มขนึ ้
ค. ต้านแรงดงึ ได้ดี ง. ทนแรงกระแทกได้ดี
2. เหลก็ กล้าแมงกานสี ถ้าเตมิ ธาตโุ มลบิ ดนิ มั –โครเมียมจะชว่ ยเพมิ่ สมบตั ทิ างกลด้านใด
ก. ความแข็งเพม่ิ ขนึ ้ ข. ความเหนยี วเพ่ิมขนึ ้
ค. ต้านแรงดงึ ได้ดี ง. ทนแรงกระแทกได้ดี
3. เหลก็ กล้าโครเมียมมีคณุ สมบตั ิในข้อใด
ก. เพิม่ ความสามารถในการชบุ แขง็ ข. เพิ่มความสามารถในการอบออ่ น
ค. เพมิ่ สมบตั ใิ นด้านความเหนียว ง. เพ่มิ สมบตั ิในด้านการอบคลายเครียด
4. เหลก็ กล้าผสมทีใ่ ช้ทาภาชนะแรงดนั คือข้อใด
ก. เหลก็ กล้าแมงกานสี ข. เหลก็ กล้าโครเมียม
ค. เหลก็ กล้าโครเมียม–โมลบิ ดีนมั ง. เหลก็ กล้าแมงกานสี –โครเมียม
5. เหลก็ กล้าฮาร์ดฟิลด์หมายถงึ ข้อใด
ก. เหลก็ กล้าคาร์บอนสงู ข. เหลก็ กล้าคาร์บอนต่า
ค. เหลก็ กล้าผสมสงู ง. เหลก็ กล้าผสมตา่
6. เหลก็ กล้าฮาร์ดฟิลด์ตามมาตรฐาน ASTM แบง่ เป็ นก่ีเกรด
ก. 1 เกรด ข. 2 เกรด
ค. 3 เกรด ง. 4 เกรด
7. เหลก็ กล้าไร้สนมิ เฟอร์ริตกิ มีสมบตั ิตามข้อใด
ก. ชบุ แขง็ ได้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู ข. ชบุ แขง็ ไมไ่ ด้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู
ค. ชบุ แขง็ ได้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี ง. ขบุ แขง็ ไมไ่ ด้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี
8. เหลก็ กล้าไร้สนิมมาร์เทนซิติกมีสมบตั ิตามข้อใด
ก. ชบุ แขง็ ได้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู ข. ชบุ แข็งไม่ได้ ทนตอ่ การกดั กร่อนสงู
ค. ชุบแข็งได้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี ง. ชุบแขง็ ไมไ่ ด้ ทนตอ่ แรงกระแทกได้ดี
9. เหลก็ กล้าเคร่ืองมือคาร์บอนที่จาหนา่ ยในท้องตลาดจะต้องผา่ นกระบวนการใด
ก. การอบอ่อน ข. การอบปรกติ
ค. การอบคนื ตวั ง. การชบุ แขง็
10. เหลก็ กล้าผสม AISI 4140 โครงสร้างหลงั การชุบแขง็ มีโครงสร้างชนดิ ใด
ก. เฟอร์ไรต์ ข. เพอร์ไลต์
ค. ออสเทนไนต์ ง. มาร์เทนไซต์
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 6
การอบชุบโลหะนอกกลุ่มเหล็ก
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย X หน้าข้อทีเ่ ห็นวา่ ถกู ต้องท่ีสดุ เพียงข้อเดียว
1. สมบตั ิทางโลหะวทิ ยาของอะลมู ิเนียมคือข้อใด
ก. มีผลกึ แบบ FCC ข. นา้ หนกั เบา
ค. มีความเหนยี วสงู ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. อะลมู ิเนยี มทเี่ พม่ิ ความแขง็ ได้และผา่ นการขนึ ้ รูปมาแล้วใช้สญั ลกั ษณ์ใด
ก. O ข. W
ค. H ง. T
3. อะลมู ิเนยี มทีผ่ า่ นการชบุ แข็งโดยการบม่ ใช้สญั ลกั ษณ์ใด
ก. O ข. W
ค. H ง. T
4. อะลมู ิเนียมรีด (Wrought) หมายถึงข้อใด
ก. อะลมู ิเนยี มแปรรูปร้อน ชบุ แข็งได้ ข. อะลมู ิเนยี มแปรรูปร้อน ชุบแขง็ ไม่ได้
ค. อะลมู ิเนยี มแปรรูปเย็น ชุบแข็งได้ ง. อะลมู ิเนยี มแปรรูปเย็น ชุบแข็งไมไ่ ด้
5. การหลอ่ อะลมู ิเนยี มข้อดคี อื ข้อใด
ก. การไหลดี เพ่ิมความเหนียว ข. การไหลดี อุณหภมู ิหลอมต่า
ค. การไหลดี ทาขนึ ้ รูปได้งา่ ย ง. การไหลดี เพ่ิมความแข็งได้งา่ ย
6. สมบตั ขิ องทองแดงคอื ข้อใด
ก. จุดหลอมเหลว 1,085 oC ข. เป็ นตวั นาไฟฟ้ าท่ีดี
ค. ทนตอ่ การกดั กร่อน ง. ถกู ทกุ ข้อ
7. การเพิ่มความแขง็ ให้กบั ทองแดงด้วยวธิ ีการตกผลกึ คือข้อใด
ก. Precipitation Hardening ข. Solid–Solution Formation
ค. Cold Working ง. Ordering Hardening
8. โลหะผสมทองแดงจดั เป็ นก่ีกลมุ่
ก. 4 กลมุ่ ข. 3 กลมุ่
ค. 2 กลมุ่ ง. 1 กลมุ่
9. โครงสร้างทองเหลอื งทอี่ ณุ หภมู ิ 750 oC อบชุบจะได้โครงสร้างใด
ก. = 20% = 80% ข. = 50% = 50%
ค. ง.
10. การอบชบุ บรอนซ์ท่ีมีดบี ุกผสมอยรู่ ะหวา่ ง 12–20% สามารถชุบแขง็ ได้ตามข้อใด
ก. เผาให้ร้อนทอ่ี ณุ หภมู ิ 650 oC เยน็ ตวั ในนา้
ข. เผาให้ร้อนที่อณุ หภมู ิ 650 oC เย็นตวั ในอากาศ
ค. เผาให้ร้อนทอี่ ณุ หภมู ิ 540 oC เยน็ ตวั ในนา้
ง. เผาให้ร้อนที่อุณหภมู ิ 540 oC เย็นตวั ในอากาศ
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 6
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย X หน้าข้อทีเ่ ห็นวา่ ถกู ต้องทส่ี ดุ เพียงข้อเดียว
1. สมบตั ทิ างโลหะวิทยาของอะลมู ิเนยี มคือข้อใด
ก. นา้ หนกั เบา ข. มีความเหนียวสงู
ค. มีผลกึ แบบ FCC ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. อะลมู ิเนยี มท่เี พมิ่ ความแขง็ ได้และผา่ นการขนึ ้ รูปมาแล้วใช้สญั ลกั ษณ์ใด
ก. H ข. T
ค. O ง. W
3. อะลมู ิเนียมท่ผี า่ นการชบุ แข็งโดยการบม่ ใช้สญั ลกั ษณ์ใด
ก. H ข. T
ค. O ง. W
4. อะลมู ิเนียมรีด (Wrought) หมายถึงข้อใด
ก. อะลมู ิเนียมแปรรูปเยน็ ชบุ แขง็ ได้ ข. อะลมู ิเนียมแปรรูปเย็น ชบุ แขง็ ไมไ่ ด้
ค. อะลมู ิเนยี มแปรรูปร้อน ชุบแข็งได้ ง. อะลมู ิเนยี มแปรรูปร้อน ชบุ แขง็ ไม่ได้
5. การหลอ่ อะลมู ิเนยี มข้อดคี อื ข้อใด
ก. การไหลดี ทาขนึ ้ รูปได้งา่ ย ข. การไหลดี เพิม่ ความแขง็ ได้งา่ ย
ค. การไหลดี เพิ่มความเหนยี ว ง. การไหลดี อุณหภมู ิหลอมต่า
6. สมบตั ิของทองแดงคอื ข้อใด
ก. เป็ นตวั นาไฟฟ้ าทดี่ ี ข. ทนตอ่ การกดั กร่อน
ค. จดุ หลอมเหลว 1,085 oC ง. ถกู ทกุ ข้อ
7. การเพิ่มความแขง็ ให้กบั ทองแดงด้วยวิธีการตกผลกึ คอื ข้อใด
ก. Cold Working ข. Ordering Hardening
ค. Precipitation Hardening ง. Solid–Solution Formation
8. โลหะผสมทองแดงจดั เป็ นกี่กลมุ่
ก. 1 กลมุ่ ข. 2 กลมุ่
ค. 3 กลมุ่ ง. 4 กลมุ่
9. โครงสร้างทองเหลอื งทอี่ ุณหภมู ิ 750 oC อบชบุ จะได้โครงสร้างใด
ก. γ ข.
ค. γ = 20% = 80% ง. γ = 50% = 50%
10. การอบชบุ บรอนซ์ทีม่ ีดบี ุกผสมอยรู่ ะหวา่ ง 12–20% สามารถชบุ แข็งได้ตามข้อใด
ก. เผาให้ร้อนที่อุณหภมู ิ 540 oC เย็นตวั ในนา้
ข. เผาให้ร้อนทีอ่ ุณหภมู ิ 540 oC เย็นตวั ในอากาศ
ค. เผาให้ร้อนทอี่ ณุ หภมู ิ 650 oC เย็นตวั ในนา้
ง. เผาให้ร้อนที่อุณหภมู ิ 650 oC เย็นตวั ในอากาศ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 7
ข้อบกพร่องและกลวิธที างเทคนิคการอบชุบโลหะ
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย หน้าข้อท่เี หน็ วา่ ถกู ต้องทสี่ ดุ เพียงข้อเดยี ว
1. ความแข็งหลงั การชบุ แข็งตา่ เกิดจากข้อใด
ก. อณุ หภมู ิต่าเกินไป ข. เหลก็ กล้าผดิ มาตรฐาน
ค. เผาแช่น้อยเกินไป ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. การบิดงอภายหลงั การอบชุบเกิดจากข้อใด
ก. การเผาแช่นานเกินไป ข. ความร้อนภายในและภายนอกไมเ่ ทา่ กนั
ค. อณุ หภมู ิชบุ สงู เกินไป ง. อุณหภมู ิชบุ ตา่ เกินไป
3. การแตกร้าวหลงั การชบุ เกิดจากสาเหตุข้อใด
ก. การออกแบบไมด่ ี ข. อณุ หภมู ิสงู เกินไป
ค. การเย็นตวั ทเี่ ร็วเกินไป ง. ถกู ทงั้ ข้อ ก และ ค
4. สารมลทนิ ตามบริเวณของเกรนจะทาให้เกิดข้อใด
ก. การแตกร้าวขณะใช้งาน ข. การสญู เสยี ธาตคุ าร์บอน
ค. ความแข็งต่า ง. การบิดงอหลงั การชุบ
5. สาเหตขุ ้อบกพร่องลกั ษณะไหม้เกิดจากข้อใด
ก. เย็นตวั เร็วเกินไปมี ข. อบชบุ นานและอณุ หภมู ิสงู เกินไป
ค. คาร์บอนมากไป ง. มีคาร์บอนน้อยไป
6. เทคนิคการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีลกั ษณะเกิดออกไซด์คอื ข้อใด
ก. ควบคมุ บรรยากาศในเตา ข. อบในกลอ่ งทีบ่ รรจธุ าตถุ ่าน
ค. อบในอ่างเกลอื เหลว ง. ถกู ทกุ ข้อ
7. เทคนิควธิ ีการแก้ไขข้อบกพร่องการเปลยี่ นรูปและขนาดเปลยี่ นกระทาได้โดยวธิ ีใด
ก. หาคา่ ความเหนยี ว ข. เพ่มิ ความแขง็ ที่ผวิ
ค. เลอื กเหลก็ กล้าในการอบชบุ ง. ถกู ทกุ ข้อ
8. การเกิดการบิดงอขณะชบุ เกิดการเปลยี่ นรูปไม่เทา่ กนั สาเหตุคือข้อใด
ก. ชิน้ งานเย็นตวั อยา่ งไมส่ ม่าเสมอ ข. ความเค้น
ค. ความเหนยี ว ง. ความแขง็
9. สาเหตใุ ดทาให้หลงั จากการอบคนื ตวั แล้วงานมีความแข็งมากเกินไป
ก. การอบคนื ตวั ใช้อณุ หภมู ิตา่ เกินไป ข. เกิดฟองอากาศเลก็ ๆ ระหวา่ งการชบุ
ค. อุณหภมู ิอบคนื ไฟสงู ไป ง. ผวิ หน้าแขง็ เกินไป
10. ข้อบกพร่องและลกั ษณะผวิ กร่อนสาเหตมุ าจากข้อใด
ก. งานเกิดออกไซด์ในเกลอื หลอมเหลว ข. อุณหภมู ิอบคนื ไฟสงู ไป
ค. การอบคืนตวั ใช้อณุ หภมู ิตา่ เกินไป ง. เกิดฟองอากาศเลก็ ๆ ระหวา่ งการชบุ
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 7
คาส่ัง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย หน้าข้อที่เห็นวา่ ถกู ต้องท่สี ดุ เพียงข้อเดียว
1. ความแข็งหลงั การชบุ แข็งต่าเกิดจากข้อใด ข. เผาแช่น้อยเกินไป
ก. เหลก็ กล้าผิดมาตรฐาน
ค. อณุ หภมู ิตา่ เกินไป ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. การบดิ งอภายหลงั การอบชบุ เกิดจากข้อใด
ข. อุณหภมู ิชบุ ต่าเกินไป
ก. อุณหภมู ิชุบสงู เกินไป ง. ความร้อนภายในและภายนอกไมเ่ ทา่ กนั
ค. การเผาแช่นานเกินไป
3. การแตกร้าวหลงั การชบุ เกิดจากสาเหตุใด ข. การออกแบบไมด่ ี
ก. การเยน็ ตวั ทเี่ ร็วเกินไป ง. ถกู ทงั้ ข้อ ก และ ข
ค. อุณหภมู ิสงู เกินไป
4. สารมลทินตามบริเวณของเกรนจะทาให้เกิดข้อใด
ก. ความแขง็ ต่า ข. การบิดงอหลงั การชบุ
ค. การแตกร้าวขณะใช้งาน ง. การสญู เสยี ธาตคุ าร์บอน
5. สาเหตขุ ้อบกพร่องลกั ษณะไหม้เกิดจากข้อใด
ก. มีคาร์บอนมากไป ข. มีคาร์บอนน้อยไป
ค. เยน็ ตวั เร็วเกินไป ง. อบชุบนานและอณุ หภมู ิสงู เกินไป
6. เทคนคิ การแก้ไขข้อบกพร่องท่ีมีลกั ษณะเกิดออกไซด์คอื ข้อใด
ก. อบในอ่างเกลอื เหลว ข. ควบคมุ บรรยากาศในเตา
ค. อบในกลอ่ งทีบ่ รรจุธาตถุ า่ น ง. ถกู ทกุ ข้อ
7. เทคนิควิธีการแก้ไขข้อบกพร่องการเปลยี่ นรูปและขนาดเปลย่ี นกระทาได้โดยวิธีใด
ก. เลอื กเหลก็ กล้าในการอบชบุ ข. หาคา่ ความเหนียว
ค. เพิ่มความแข็งทีผ่ วิ ง. ถกู ทกุ ข้อ
8. การเกิดการบิดงอขณะชบุ เกิดการเปลยี่ นรูปไมเ่ ทา่ กนั สาเหตุคือข้อใด
ก. ความแขง็ ข. ความเหนียว
ค. ความเค้น ง. ชิน้ งานเยน็ ตวั อยา่ งไมส่ ม่าเสมอ
9. สาเหตใุ ดทาให้หลงั จากการอบคนื ตวั แล้วงานมีความแขง็ มากเกินไป
ก. อุณหภมู ิอบคืนไฟสงู ไป ข. ผิวหน้าแข็งเกินไป
ค. การอบคืนตวั ใช้อณุ หภมู ิตา่ เกินไป ง. เกิดฟองอากาศเลก็ ๆ ระหวา่ งการชบุ
10. ข้อบกพร่องและลกั ษณะผวิ กร่อนสาเหตมุ าจากข้อใด
ก. อุณหภมู ิอบคืนไฟสงู ไป ข. งานเกิดออกไซด์ในเกลอื หลอมเหลว
ค. เกิดฟองอากาศเลก็ ๆ ระหวา่ งการชุบ ง. การอบคนื ตวั ใช้อุณหภมู ิตา่ เกินไป