ป กิ ณ ก ะ | ๔ ๘
ไ ม้ ฉ ลุ ล า ย พ ร ร ณ พ ฤ ก ษ า
ประดั บอาคาร
ป กิ ณ ก ะ | ๔ ๙
หน้าต่าง
บานกระท้งุ
ม ร ด ก ภู มิ ป ญ ญ า ข อ ง ไ ท ย
หนา้ ตา่ งบานกระทงุ้ คือ หน้าต่างบาน
เ ล็ ก ที ซ้ อ น อ ยู่ ใ น บ า น ห น้ า ต่ า ง ป ก ติ
เปนภูมิปญญาด้านสถาปตยกรรม
ของไทย มีประโยชน์สาํ หรับระบาย
อากาศในยามทไี มส่ ามารถเปดหนา้ ตา่ ง
ปกตไิ ดเ้ ตม็ บาน เชน่ ชว่ งบา่ ยทมี แี ดดสาด
เขา้ อาคาร ชว่ งฝนตก หรอื ยามฤดหู นาว
ทีผู้อยู่อาศัยไม่ต้องการรับลมเต็มที
เปนต้น
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๐
หน้าต่ างบานกระทุ้ง
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๑
การปู พืนไม้อาคารพิพิธภัณฑ์
ม ร ด ก ภู มิ ป ญ ญ า ใ น ตั ว อ า ค า ร ศ า ล า ก ล า ง จั ง ห วั ด
ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ตั ว อ า ค า ร กั บ ฤ ดู ก า ล
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๒
การปูพนื ไม้
อาคาร
ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดอุบลราชธานี ทาํ ให้มีลักษณะภูมิอากาศทีมี
ฤดูกาลถึง ๓ ฤดู และทัง ๓ ฤดูกาลนันมีความแตกต่างอย่างมากทังด้านอุณภูมิและ
ความชืน ซึงผู้สร้างอาคารศาลากลางนันก็มีความรู้ด้านลักษณะภูมิอากาศของจังหวัด
อบุ ลราชธานแี ละตระหนกั รใู้ นขอ้ จาํ กดั ของวสั ดทุ นี าํ มาสรา้ งอาคารโดยเฉพาะวสั ดทุ นี าํ มาปู
พื นอาคารทีต้องมีความคงทนแข็งแรง นันก็คือไม้เนือแข็งโดยธรรมชาติของไม้นัน
เมอื พบความรอ้ นและแหง้ กจ็ ะหดตวั แตห่ ากพบความชนื กจ็ ะขยายตวั ดว้ ยเหตนุ ผี สู้ รา้ งอาคาร
จงึ ใชเ้ ทคนคิ การปูพืนอาคาร ๒ ลกั ษณะ ตามการใช้ประโยชน์ คือ ภายนอกอาคาร ไดแ้ ก่
ระเบยี งโดยรอบทตี อ้ งสมั ผสั ทงั แดดและฝนนนั ผสู้ รา้ งไดใ้ ชเ้ ทคนคิ การปพู ืนแบบเวน้ ระยะหา่ ง
เผอื ไมข้ ยายตวั ยามฤดฝู น ซงึ หากปพู ืนจนสนทิ กนั เมอื ไมโ้ ดนความชนื แลว้ ขยายตวั จะทําให้
พืนไม้เบียดตัวจนแตกเสียหาย ดังนันจึงจําเปนทีต้องปูพืนแบบเว้นระยะห่าง นอกจากนี
ระยะหา่ งของพืนไมท้ จี ะเกดิ ขนึ ในยามฤดรู อ้ นนนั กจ็ ะเปนตวั ชว่ ยระบายความรอ้ นจากดา้ นลา่ ง
อาคาร สว่ นการปพู ืนไมภ้ ายในหอ้ งของตวั อาคารนนั แมจ้ ะปพู ืนไมช้ ดิ ขนึ แตก่ ไ็ มส่ นทิ ดเี พราะ
เผอื ระยะการขยายตวั ของไมเ้ ชน่ กนั แตม่ กี ารเวน้ ชอ่ งวา่ งเผอื ไมข้ ยายตวั ทเี ลก็ กวา่ แลว้ ใชผ้ า้
ชุบนําชันอัดจนแน่นช่องเพื อปองกันแมลงขึนมารบกวน นับเปนอีกหนึงภูมิปญญาใน
การกอ่ สรา้ งอาคารทีสัมพันธ์กบั ฤดูกาลของจงั หวัดอบุ ลราชธานี
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๓
การออกแบบเครอื งใชส้ าํ หรบั อาคาร
ศาลากลางจังหวดั อุบลราชธานี
โต๊ะทาํ งานของสมหุ เทศาภิบาล ปจจุบันพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ อุบลราชธานี
สําเร็จราชการมณฑล ยังเก็บรักษาเครื่องใชสําหรับศาลากลางจังหวัด
อุบลราชธานี - ผูว้ ่าราชการ อบุ ลราชธานที ท่ี รงคณุ คา ไวจ าํ นวนหนงึ่ ซง่ึ หนง่ึ ในนน้ั คอื
จงั หวดั อุบลราชธานี โตะทาํ งานของสมุหเทศาภิบาลสําเร็จราชการ
มณฑลอุบลราชธานี - ผูวาราชการอุบลราชธานี
โดยโตะตัวนี้มีการแกะสลักลวดลายชอบัวสาย
ซง่ึ สอดคลอ งกบั นามเมอื งอบุ ลราชธานี สนั นษิ ฐานวา
เคร่ืองใชชุดน้ีสรางขึ้นพรอมกับการสรางอาคาร
ศาลากลางหลังน้ี นอกจากโตะตัวนี้แลวยังมี
เครื่องใชท่ีเขาชุดกันอีก ๒ อยาง คือ เกาอ้ี และ
ตใู สเ อกสาร โดยเครอื่ งใชท ง้ั ๒ อยา งนน้ั ปจ จบุ นั
เก็บรกั ษาในคลังโบราณวัตถมุ ิไดน าํ มาจัดแสดง
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๔
โตะ๊ ทํางานของสมุหเทศาภบิ าลสําเร็จราชการ
มณฑลอุบลราชธานี - ผู้ว่าราชการจังหวดั
อุบลราชธานี
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๕
ลายแกะสลักประดับโต๊ะทาํ งาน
ของสมุหเทศาภิบาลสาํ เร็จราชการ
มณฑลอบุ ลราชธานี - ผวู้ า่ ราชการ
จงั หวดั อุบลราชธานี
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๖
๙.บทส่งท้ าย
เ ก็ บ ส รุ ป เ รื อ ง เ ล่ า จ า ก
“เหลียวหลัง แลหนา้
ทัศนาพพิ ธิ ภัณฑ์”
ก้ า ว เ ข้ า สู่ ท ศ ว ร ร ษ ที ๔
ข อ ง พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ส ถ า น แ ห่ ง ช า ติ อุ บ ล ร า ช ธ า นี :
พ ลั ง ข อ ง ก า ร เ ป ลี ย น แ ป ล ง สู่ แ ห ล่ ง เ รี ย น รู้
ข อ ง ชุ ม ช น ใ น ค ริ ส ต์ ศ ต ว ร ร ษ ที ๒ ๑
โ ด ย มิ ต ต ท รั พ ย์ ผุ ด
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๗
ชวี ประวตั ขิ องอาคารพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี มคี วามนา สนใจ
ไมแ พช วี ประวตั ขิ องบคุ คลสาํ คญั แตจ ะโดดเดน มากกวา ตรงทอ่ี าคารพพิ ธิ ภณั ฑสถาน-
แหง ชาติ อบุ ลราชธานี มคี วามตอ เนอ่ื งยนื ยาวมากกวา ชวี ติ ของใครคนใดคนหนง่ึ
โดยเฉพาะอยา งยงิ่ อาคารพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานไี ดเ ปน ประจกั ษพ ยาน
พฒั นาการทางการเมอื งและวฒั นธรรมของจงั หวดั อบุ ลราชธานี และประเทศไทย
ไปในเวลาเดยี วกนั จนกระทง่ั เปลย่ี นแปลงหนา ทรี่ บั ใชส งั คมเปน พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ
เพ่ือการเรยี นรมู รดกทางวัฒนธรรมในคริสตศตวรรษที่ ๒๑
อาคารพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี เกดิ ขน้ึ จากแนวคดิ การสรา ง
สถานทร่ี าชการสมยั ใหมท เ่ี ปน ศนู ยก ลางการตดิ ตอ ประสานงานระหวา งราชสาํ นกั
กรงุ เทพฯกบั รฐั บาลมณฑลเทศาภบิ าลในภมู ภิ าคทเี่ กดิ ขนึ้ ตามนโยบายการปฏริ ปู
การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล พ.ศ. ๒๔๓๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ นับวานโยบายดังกลาวไดใหกาํ เนิด
สถานทท่ี เี่ รยี กวา “ทวี่ า การขา หลวงประจาํ มณฑล” หรอื “ศาลาวา การรฐั บาลภมู ภิ าค”
แทนการใช “โฮงหลวง” หรือพระตาํ หนักท่ีประทับของเจาผูปกครองเมือง
ซง่ึ เปน ทว่ี า ราชการเมอื งและราชอาณาจกั รมาตง้ั แตส มยั ของพระปทมุ วรราชสรุ ยิ วงศ
(เจา คาํ ผง) ในชว งปลายครสิ ตศ ตวรรษที่ ๑๘ ซง่ึ ใชเ ปน ทงั้ ทป่ี ระทบั ของเจา ผปู กครอง
และวา ราชการเมอื งอาคารทส่ี รา งขนึ้ ใหมต ามรปู แบบสถาปต ยกรรมทแ่ี พรห ลาย
รว มสมยั กบั อาคารสถานทรี่ าชการในกรงุ เทพมหานคร“ศาลารฐั บาลมณฑลอบุ ลราชธาน”ี น้ี
สรา งขนึ้ เมอ่ื ป ๒๔๖๑ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๖
ในพน้ื ทซ่ี ง่ึ เดมิ เปน ทด่ี นิ ของลกู หลานเจา ผปู กครองมาแตอ ดตี ซงึ่ พระเจา บรมวงศเ ธอ
กรมหลวงสรรพสทิ ธปิ ระสงค ขา หลวงตา งพระองค สําเรจ็ ราชการมณฑลลาวกาว
ทรงขอมาจากหมอมเจยี งคํา ชมุ พล ณ อยุธยาเพอ่ื ใชเปนทส่ี าธารณประโยชน
สาํ หรบั กอ สรางเปน สถานท่รี าชการ
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๘
ในป ๒๔๗๖ ไดเ กดิ การตง้ั การปกครองแบบจงั หวดั แทนทก่ี ารปกครองราชอาณาจกั รแบบมณฑล
อาคารศาลารัฐบาลมณฑลอุบลราชธานีจึงทําหนาที่เปนศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีจวบจนถึง
ป ๒๕๑๑ ซง่ึ จงั หวดั อบุ ลราชธานไี ดส รา งศาลากลางหลงั ใหมข นึ้ บรเิ วณใกลเ คยี งแลว ยา ยหนว ยงาน
ราชการตาง ๆ ออกไปอยูที่ศาลากลางหลังใหม แลวกําหนดใหอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเดิม
ใชเปนที่วา การอําเภอเมอื งอบุ ลราชธานีและหนวยงานราชการขนาดเล็กมาโดยตลอด
การขยายตวั ของจงั หวดั อบุ ลราชธานที ง้ั ทางดา นประชากรและระบบเศรษฐกจิ จงึ จาํ เปน ตอ งยา ย
สถานที่ท่ีวาการอาํ เภอเมืองอุบลราชธานีออกไป ดังนั้น ในป ๒๕๒๖ จังหวัดอุบลราชธานีจึงมอบ
อาคารที่วาการอําเภอเมืองอุบลราชธานีหลังนี้ใหกรมศิลปากรทาํ การซอมแซมบูรณะเพื่อใชจัดตั้ง
เปนพิพิธภัณฑสถานแหงชาติประจําจังหวัด ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลมที่ ๑๐๓
ตอนท่ี ๒๐๔ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๙ ประกาศใหพ พิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี
เปน พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหงชาติ
ป กิ ณ ก ะ | ๕ ๙
ภายหลังจากการบูรณะซอมแซมและจัดแสดงโบราณวัตถุเสร็จส้ินแลวกรมศิลปากร
ไดกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดาํ เนิน
เปด พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี เมอ่ื วนั ท่ี ๓๐ มถิ นุ ายน ๒๕๓๒ อาคารพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ
อุบลราชธานี ถือเปนอาคารท่ีมีคุณคาทางสถาปตยกรรมของจังหวัดอุบลราชธานี ไดรับรางวัล
อาคารอนุรักษศิลปกรรมดีเดนในป ๒๕๓๒ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมถ
และกรมศลิ ปากรไดป ระกาศขนึ้ ทะเบยี นเปน โบราณสถาน เมอ่ื วนั ที่ ๑๐ ตลุ าคม ๒๕๔๔
ตามแนวคดิ การศกึ ษาประวตั ศิ าสตรส ถานทหี่ รอื สถานานสุ รณ (lieux de mémoire)
ของ นักประวัติศาสตรสํานักอันนาลสปแยร นอรา (Pierre Nora) อาจชวยเปนแสงสวาง
นําทางการศึกษาอาคารพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ อุบลราชธานี ใหกลับฟนคืนชีวิตเลาเรื่องราว
ในอดีตใหคนปจจุบัน ไดรับรูอยางนาตื่นตาไดอีกครั้ง อยางนอยประสบการณมากกวารอยป
ของอาคารหลังนี้นาจะทาํ ให เราเขาใจชวงหัวเล้ียวหัวตอทางการเมืองของอุบลราชธานี
จากการปกครองตามแนวคิดราชอาณาจักรในปลายคริสตศตวรรษท่ี ๑๘ มาสูการปกครอง
แบบมณฑลเทศาภิบาลและการปกครองในรูปแบบจังหวัดในปจจุบัน นอกจากน้ี การศึกษา
ทางดานวัฒนธรรมของตัวอาคารก็ยังเปนเรื่องท่ีนารูไมนอย หากไมนับรวมสถาปตยกรรม
ทมี่ ลี กั ษณะเฉพาะแลว วศิ วกรรมการกอ สรา งอาคารในสมยั รชั กาลที่ ๖ กเ็ ปน สงิ่ ทน่ี า คน หาไมแ พก นั
แตห ากเราตอ งการรจู กั ชวี ติ ประจาํ วนั ของผคู นทแ่ี วะเวยี นเปลย่ี นหนา เปลย่ี นรนุ เปลย่ี นกลมุ สงั คม
เขา ใชอ าคารนี้ เราอาจตอ งใชห ลกั ฐานแวดลอ มชว ยสรา งอดตี ทม่ี ชี วี ติ ใหก ลบั มาอกี ครงั้ เหลา อาคาร
ที่เคยเปนรานรวง โรงแรม สถานท่ีราชการตาง ๆ วัดวาอารามท่ีอยูบริเวณรายรอบ แหลงน้ํา
ชมุ ชน โดยเฉพาะทงุ ศรเี มอื งและตลาดของเมอื ง ลว นแลว แตส ามารถบอกเลา เรอื่ งราวทน่ี า สนใจ
เกีย่ วกับชีวประวตั ขิ องอาคารพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี ใหเหน็ มิติอ่นื ๆ มากย่ิงข้ึน
อาคารพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี เปน อาคารรปู สเี่ หลยี่ มผนื ผา แบง เปน สองตอน
ประตหู นา เชอื่ มดว ยมขุ ยนื่ ออกมาก ดา นบนของมขุ ทําเปน หนา บนั มชี อ่ื “ศาลากลางจงั หวดั อบุ ลราชธาน”ี
อาคารหันหนาไปทางทิศเหนือออกสูลานกวางของทุงศรีเมือง ตัวอาคารเปนชั้นเดียว ยกพ้ืนสูง
กออิฐถือปูนและปูพื้นอาคารทั้งหลังดวยไม ภายในประกอบดวยหองโถงใหญต้ังอยูตรงกลาง
ลานส่ีเหล่ียมภายในของอาคารมีหองขนาดเล็กรายรอบและใชระเบียงทางเดินรอบเปนวงกลม
เชอ่ื มโยงหอ งตา ง ๆ ของอาคาร หลงั คาเปน ทรงปน หยามงุ กระเบอ้ื ง ตดิ กบั อาคารหลกั ยงั มอี าคาร
เปดโลง ใชจ ัดแสดงโบราณวัตถกุ ลางแจง
ป กิ ณ ก ะ | ๖ ๐
ป กิ ณ ก ะ | ๖ ๑
ปจจบุ ันพพิ ธิ ภัณฑสถานแหงชาติ อบุ ลราชธานี ไดใ ชเ ทคโนโลยีทนั สมัยในการนําเสนอประวัตศิ าสตร
ของพื้นที่อุบลราชธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยแบงออกเปนหองจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว
หอ งสมยั กอ นประวตั ศิ าสตร หอ งวฒั นธรรมทวารวดี หอ งวฒั นธรรมเขมรโบราณ และหอ งวฒั นธรรมรตั นโกสนิ ทร
แตล ะหอ งมโี บราณวตั ถทุ งี่ ดงามและหายากมาจดั แสดง มแี ผน ปา ยอธบิ ายสน้ั ๆ พรอ ม QR CODE ใหโ หลด
รายละเอียดของโบราณวัตถุเพิ่มเติม ส่ิงนี้สะทอนใหเห็นถึงการกลายสถานภาพของพิพิธภัณฑสถาน
ในความหมายของสถานท่ีเก็บและอนุรักษโบราณวัตถุ ท่ีมีความสาํ คัญ กลายเปนแหลงเรียนรูของชุมชน
ทช่ี ุมชนตอ งเอาใจใสมาศึกษาเพอ่ื ความเขา ใจความเปน มาของบา นเมืองและภูมสิ ถานท่ตี นเองอยอู าศยั
ป กิ ณ ก ะ | ๖ ๒
ในทศวรรษที่ ๔ ของพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ อุบลราชธานี สิ่งที่เปนความคาดหวัง
ของชมุ ชนในความหมายทก่ี วา งทสี่ ดุ ตง้ั แตอ บุ ลราชธานี ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ประเทศไทย
มาจนถงึ ภมู ภิ าคลมุ นาํ้ โขง ทต่ี อ งการเหน็ คอื ประการแรก การมสี ว นรว มของชมุ ชนในกระบวนการ
สรางองคความรูทางโบราณคดีและประวัติศาสตรกอนที่โบราณวัตถุตาง ๆ จะเขามาจัดแสดง
ในพิพิธภัณฑ เชน การมีสวนติดตามและแสวงหาโบราณวัตถุ การสํารวจขุดคน การโหวตวัตถุ
ที่เปน Highlight ของชุมชนท่ีผูชมพลาดไมได เปนตน หรือแมกระท่ังการระดมทุนเพื่อพัฒนา
พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี ใหค รอบคลมุ พนั ธกจิ แหลง เรยี นรชู มุ ชนใหร อบดา นมากขนึ้
ประการท่ีสอง การสะทอนอัตลักษณที่แทจริงของพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ อุบลราชธานี
ซงึ่ แตกตา งจากพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาตอิ นื่ ๆ เพราะจรงิ ๆ แลว พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ อบุ ลราชธานี
สามารถเปนกระจกสะทอนใหเห็นมิติของอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย
ภูมิภาคลุมนํ้าโขง และสังคมโลก ไดในเวลาเดียวกัน ประการสุดทาย การเพ่ิมพื้นที่จัดแสดง
เกี่ยวกับวัฒนธรรมลานชางต้ังแตสมัยพระปทุมวรราชสุริยวงศ (เจาคาํ ผง) มาจนถึงการปรับตัว
สวู ฒั นธรรมกรงุ เทพฯ และอบุ ลราชธานใี นมติ นิ านาชาติ ตง้ั แตส มยั สงครามโลก ทง้ั นเ้ี พอื่ ใหผ ชู ม
ไดเหน็ ถึงความตอ เนื่องต้ังแตส มยั กอนประวตั ิศาสตรมาจนถงึ ชีวติ ปจจุบันของพวกเขาในวนั น้ี
พลงั การเปลย่ี นแปลงในยคุ ดจิ ทิ ลั จะผลกั ดนั ใหช มุ ชนรสู กึ ถงึ การเปน สว นหนงึ่ ของประวตั ศิ าสตร
ความเปนมาของชุมชนของตนเอง ไปจนถึงการเปนสวนหน่ึงของการเรียนรูตลอดชีวิตของผูคน
หลากหลายรนุ อายแุ ละกลมุ สงั คมทงั้ ทอี่ ยใู กลแ ละไกล สงิ่ นค้ี งเปน ภาพรา งของพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง ชาติ
อบุ ลราชธานี ในทศวรรษที่ ๔ ท่กี าํ ลงั กลายเปน ภาพจรงิ อยางไมน านเกินรอ
ป กิ ณ ก ะ | ๖ ๓
บรรยากาศทสี งบ ร่มรนื ของพิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ อบุ ลราชธานี
ซึงเหมาะกับการเปนแหลง่ เรยี นรู้ของชุมชน
สนับสนุนโดย
สํา นั ก ง า น ส่ ง เ ส ริ ม บ ริ ห า ร ง า น วิ จั ย
บ ริ ห า ร วิ ช า ก า ร แ ล ะ ทํา นุ บาํ รุ ง ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม
ม ห า วิ ท ย า ลั ย อุ บ ล ร า ช ธ า นี