อาณาจักร
มอเนอรา
MONERA KINGDOM
เขียนโดย เมธัส เพ็ ชรหาญ
อาณาจักรมอเนอรา
( K I N G D O M M O N E R A )การเดินทางวิชาการพิ มพ์ จากรถไฟใต้ดินของนิวยอร์ก
ไ ป ยั ง ต า ม ถ น น ใ น ล อ น ด อ น
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาจักรนี้ คือสิ่งมีชีวิตชนิดที่เซลล์ยังไม่มี
เยื่อหุ้มนิวเคลียสสารพันธุกรรมจึงกระจายอยู่ทั่วเซลล์ซึ่งเซลล์
ลักษณะนี้เรียกว่า เซลล์โพรคาริโอต (prokaryotic cell)
อาณาจักรมอเนอรา ประกอบด้วย สิ่งมีชีวิตพวกแบคทีเรีย
และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินหรือไซยาโนแบคทีเรียแบคทีเรีย
ส่วนใหญ่เป็นพวกเซลล์เดียว ซึ่งมีลักษณะดังนี้ คือ
1.มีเซลล์ขนาดเล็กโดยทั่วไปมีความยาว 2-10 ไมโครเมตรกว้าง 0.2-2.0
ไมโครเมตร
2.มีเฉพาะออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้ม คือ ไรโบโซม(Ribosome) ชนิด70s
3.มีรูปร่าง 3 แบบ คือ ทรงกลม เรียกว่า ค็อกคัส รูปท่อน เรียกว่า
บาซิลลัส เป็นเกลียว เรียกว่า สไปริลลัม
4.อาจมี Flagella ที่ไม่ได้ประกอบด้วย microtubule
5.มีความหลากหลายของเมทาบอลิซึมมาก เช่น
- พวก Photoautotroph : สังเคราะห์แสงได้ คือ สาหร่ายสีเขียวแกม
น้ำเงิน(cyanobacteria) เช่น spirulina
- พวก Heterotroph : สร้างอาหารเองไม่ได้ คือ กลุ่มผู้ย่อยสลาย เช่น
ปรสิต
- พวก Chemautotroph : สังเคราะห์ทางเคมีแล้วนำมาสร้างอาหารเอง
ได้ เช่น Nitrifying bacteria
- พวกตรึงไนโตรเจนได้ : Rhizobium พบในพืชตระกูลถั่ว , Nostoc
พบในรากปรง , Anabena พบในแหนแดง
Cyanobacteria Nitrifying bacteria
Rhizobium
Nostoc
Anabena
6.กลุ่มสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนรา : แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามโดเมน
ดังนี้
Archaeabacteria หรือ แบคทีเรียโบราณ
ผนังเซลล์ไม่มี peptidogIycan เป็นองค์ประกอบ คล้ายกับพวกยู
คาริโอตมากกว่ากลุ่มแบคทีเรียเองหลายประการ เช่น ลักษณะของไร
โบโซมโปรตีน และการถอดรหัสพันธุกรรม RNA โดยจะอาศัยอยู่ใน
ㆍสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
กลุ่มยูริอาร์เคียโอตา (Euryarchaeota)
- กลุ่มเมธาโนเจน (Methanogen) : กลุ่มแบคทีเรียที่สามารถผลิต
มีเทนได้ อาศัยอยู่ในที่ที่ไม่มี 02 เช่น พรุ
- กลุ่มชอบความเค็มจัด (Halophile) : สมารถทนกับความเข้มข้นของ
เกลือสูงมากๆได้ โดยดึงพลังงานแสงมาเพื่อกำจัด CI ให้ออกนอก
เซลล์ และช่วยในการสร้าง ATP ได้ พบในทะเลเดดซี่ ทะเลสาปเกรท
ซอล์ทเลค
- กลุ่มชอบความร้อนและภาวะกรด (Thermoacidophile) : ทนอยู่
ในสภาวะที่ PH 1-2 ทนอุณหภูมิได้สูงสุด 105 °C โดยแบคที่เรีย
สามารถถ่ายทอด e ให้กำมะถัน กลายเป็นซัลไฟด์ เกิดการสร้างกรด
กำมะถันได้
ㆍ กลุ่มครีนาร์เคียโอตา (Crenarchaeota)
- กลุ่มแบคทีเรียชอบความร้อนและกรดจัด (Hyperthermophile) : ชอบ
ความร้อนมาก โดยทนความร้อนและกรดได้ดีกว่าพวก
Thermoacidophile คือทนอุณหภูมิได้สูงถึง 121°C และอยู่ในสภาวะ
pH < 1 ได้
โครงสร้างแบคทีเรียแกรมบวก
Eubacteria
กลุ่มของแบคที่เรียที่มีความหลากหลายของเมทาบอลิซึมมากที่สุด โดย
ผนังเซลล์มีองค์ประกอบของ peptidoglycan แบ่งเป็น 2 แบบ ตาม
ㆍผลของการย้อมสี หรือ การติดสีของผนังเซลล์ (Gram stain) ดังนี้
แบคที่เรียแกรมบวก (Gram-Positive) : มีชั้นของ
peptidoglycan หนาย้อมติดสีม่วงของ Crystal violety
- Lactobacilus : สามารถหมักน้ำตาลกลูโคสหรือแลกโทส ให้เกิด
กรดแล็กติก (lactic acid) ใช้ถนอมอาหารในกระบวนการหมัก เช่น
โยเกิร์ต แหนม ไส้กรอกอีสาน ผักดอง กิมจิ เป็นต้น
- Bacillus : ทำให้อาหารเสื่อมเสีย โดยจะสร้างเอนโดสปอร์ซึ่งทนต่อ
ความร้อนและสารเคมืได้ดี จึงทำให้อาหารเน่าเสียเกิดกลิ่นเหม็น แต่ก็นำ
มาหมักเพื่อทำอาหารได้ด้วย เช่น ถั่วเน่า (นัตโตะ)
- Streptomyces : แบคที่เรียกที่ใช้สำหรับผลิตยาปฏิชีวนะ คือ ยา
Streptomycin
- Mycoplasma : แบคทีเรียขนาดเล็ก ไม่มีผนังเซลล์ และเป็นเซลล์ที่
เล็กที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง
เช่น โรคปอดบวม, วัณโรค เป็นต้น
โครงสร้างแบคทีเรียแกรมบวก
เบคทีเรียแกรมลบ (Gram-Negative) : มีชั้น peptidoglycan บางคั่น
ระหว่าง
เมมเบรน ย้อมติดสี่แดงของ Safranin
กลุ่มโพรที่โอแบคทีเรีย (Proteobacteria) : พบมากที่สุดและมีความ
ㆍหลากหลายของเมทาบอลิซึม เช่น
Purple sulfur bacteria : สังเคราะห์แสงได้คล้ายพืช แต่ใช้ H2S
แทน H20 และได้ผลิตภัณฑ์ S แทน 02
ㆍRhizobium : ช่วยตรึง N2 ใน
อากาศมาสร้างสารประกอบไนโตรเจน
ในดิน เป็นประโยชน์ต่อการเจริญของ
พืช
- กลุ่มคลาไมเดีย
(Chlamydias) : เป็นปรสิต
ในเซลล์ ทำให้เกิดโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ เช่น
หนองใน
- กลุ่มสไปโรคีท (Spiroch etes) : มีทั้งดำรงชีวิตแบบอิสระและ
ปรสิต เป็นสาเหตุของโรคซิฟิลิส , โรคฉี่หนู
-สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Cyanobacteria) : โครงสร้างผนังเซลล์
คล้ายกับของแบคทีเรียแกรมลบ แต่จะมีชั้นของ peptidoglycan ที่หนา
กว่า มี chlorophyll phycocyanin phycoerythin กระจายในเซลล์
แต่ไม่ได้รวมเป็น chloroplast เป็นผู้ผลิตที่สำคัญในระบบนิเวศและบาง
ชนิดสามารถตรึง N2 ในอากาศให้เป็นสารประกอบๆนเตรต เช่น แอนาบีน
า (Anabaena) นอสตอก (Nostoc) และ Oscillatoria
ข้อควรจำ : แบคทีเรียแกรมลบที่สำคัญ
Colform : รูปร่างเป็นท่อน ไม่สร้างสปอร์ พบในลำไส้สัตว์เลือดอุ่น
และในดิน ตัวเด่น คือ Escherichia coli (E. coli)
พบในอุจจาระของมนุษย์และสัตว์ ห้ามปนเปื้ อนในอาหาร ก่อโรคท้อง
ร่วง ใช้เป็นดัชนีชี้วัดสุขลักษณะของอาหารและน้ำ
Salmonella : ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ลำไส้อักเสบ
(gastroenteritis)
ความสำคัญต่อระบบนิเวศ :
ㆍ แบคที่เรีย : เป็นผู้ย่อยอินทรียสาร ก่อให้เกิด
ㆍการหมุนเวียนสสารต่างๆ
สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน : ทำหน้าที่เป็นผู้
ผลิตในระบบนิเวศ
ประโยชน์ :
-ด้านอุตสาหกรรม เช่น หมักอาหาร ฟอกหนัง
-ด้านเกษตร เช่น ใช้เป็นปุ๋ย
-ด้านการแพทย์ เช่น ผลิตยาปฏิชีวนะ
-ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น ใช้แบคที่เรียช่วยย่อยสลายขยะ
ให้เป็นอาหารของพืช
รู้หมือไร่
ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลยันฮี
ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลยันฮี
กาฬโรค
โรคที่คร่าชีวิตผู้คน 1 ใน 3 ของ
ประชากรบนโลก
นี่คือตัวการที่ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้น มันคือ
แบคทีเรียYersinia pestis
สรุปแบบ เข้าใจง่ายๆ(มั้งนะเตง)
หมัดที่มีเชื้อกาฬโรคอยู่แล้วมากัดสัตว์
สัตว์ติดเชื้อกาฬโรค ทำให้สัตว์เสียชีวิต
สมัยก่อนการจัดการกับซากศพของสัตว์ยังไม่ดีพอ
ทำให้กาฬโรคแพร่กระจายไปในอากาศ
คนสามารถติดเชื้อได้ดังนี้
1.หมัดไปกัดคน
2.สัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ
3.หายใจเอาเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
การแพร่เชื้อในอากาศมักจะกระจายได้ไกลกว่าและเร็วกว่า
ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ทางผู้จัดทำก็ขออภัยมา ณ ที่นี้
สรุป อาณาจักร มอเนอรา
ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ณัฐิญาดา แก้วเกตุ
จัดทำโดย
นายเมธัส เพ็ชรหาญ
เลขที่ 12
ชั้น ม.6/8