The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายสุริศักดิ์ นะโพธิ์ รหัส ๑๐๒ บันทึกการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surisayawattanasiriyanon, 2021-05-02 23:38:20

นายสุริศักดิ์ นะโพธิ์ รหัส ๑๐๒ บันทึกการเรียนรู้

นายสุริศักดิ์ นะโพธิ์ รหัส ๑๐๒ บันทึกการเรียนรู้

๔๗

เคร่อื งมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
นามาจากบทท่ี ๓ (ไมต่ อ้ งระบวุ ธิ สี รา้ ง) นามาจากบทที่ ๓

ขอบเขตของการวจิ ัย การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
นามาจากบทที่ ๑ นามาจากบทท่ี ๓

ความมุ่งหมายของการวิจยั สปั ดาหท์ ี่ ๑๒ สรปุ ผลการวจิ ยั
นามาจากบทที่ ๑ บทที่ ๕ ผลการวจิ ยั เรือ่ ง.................................................สรุปผลได้ดงั น้ี

ข้อเสนอแนะ อภปิ รายผลการวิจยั
๑. ข้อเสนอแนะในการนาผลการวจิ ยั ไปใช้ เปน็ การแสดงความคิดเห็นต่อผลการวิจัยที่เกดิ ข้ึนว่าเปน็ เพราะอะไร
(นานวตั กรรมไปใช้) อาจใช้เหตผุ ลของผู้วิจัยเอง และ/หรอื ตามแนวคดิ หลกั การ
......................................................................................... ทฤษฎี ต่าง ๆ ท่ผี ู้วจิ ัยนามาใช้ (ต้องอ้างองิ ด้วย) และ/หรอื
๒. ข้อเสนอแนะในการทาวิจัยคร้งั ตอ่ ไป ผลการวจิ ัยนัน้ ๆ สอดคล้องกับงานวิจัยของใครท่ีทามาก่อน
......................................................................................... (อ้างองิ ด้วย)

๔๘

แบบฟอรม์ บทท่ี ๕

-ความมุ่งหมายของการวจิ ัย
นามาจากบทท่ี ๑
-ขอบเขตของการวิจยั
นามาจากบทที่ ๑
-เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการวิจยั
นามาจากบทที่ ๓ (ไมต่ อ้ งระบวุ ิธสี ร้าง)
-การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
นามาจากบทท่ี ๓
-การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
นามาจากบทท่ี ๓
-สรุปผลการวจิ ยั
ผลการวิจยั เรอ่ื ง.................................................สรปุ ผลได้ดังนี้
-อภปิ รายผลการวจิ ยั
เป็นการแสดงความคิดเห็นต่อผลการวิจยั ทเี่ กดิ ขึน้ วา่ เปน็ เพราะอะไร อาจใชเ้ หตผุ ลของผวู้ จิ ยั เอง
และ/หรือ ตามแนวคดิ หลักการทฤษฎี ต่าง ๆ ทีผ่ ้วู ิจยั นามาใช้ (ตอ้ งอ้างองิ ด้วย) และ/หรอื
ผลการวิจยั นน้ั ๆ สอดคลอ้ งกับงานวิจัยของใครที่ทามากอ่ น (อา้ งอิงดว้ ย)
-ขอ้ เสนอแนะ
๑. ข้อเสนอแนะในการนาผลการวจิ ัยไปใช้
(นานวตั กรรมไปใช้)
.........................................................................................
๒. ขอ้ เสนอแนะในการทาวิจยั คร้ังตอ่ ไป
.........................................................................................

๑๓

สัปดาหท์ ี่

เรือ่ ง การวิจยั ปฏบิ ตั กิ ารในชั้นเรยี น

๕๐

คิวอารโ์ คด้ ใบความรู้

เรอื่ ง การวิจยั ปฏบิ ัติการในช้ันเรยี น

เป็นรปู แบบหน่ึงของการวจิ ัยปฏิบตั กิ าร ไม่ได้มงุ่ ให้ครทู าเพ่ือขอผลงาน จุดเนน้ คือ นักเรียน ๕๑
โดยมผี ูท้ าวิจัยคือครผู ้สู อนในห้องเรียนท่ี สามารถทาวจิ ยั ไดท้ ุกวนั ทกุ สัปดาห์
ตนเองรับผิดชอบ ซ่ึงอาจทาคนเดยี ว ครูสามารถใชผ้ ลการวิจัยพฒั นาตนและพัฒนางานในหนา้ ทไ่ี ด้ จัดทารายงานการวิจัย
หรอื ร่วมกับผเู้ ก่ยี วขอ้ งอ่นื ๆ ได้ การเขยี นรายงานการวจิ ัยไม่เครง่ ครัดในรูปแบบ สรุปผลการวิจยั และสะท้อนความคดิ เห็น
ดาเนนิ การแกไ้ ขปัญหาหรือพฒั นาผเู้ รียน มกี ารเก็บขอ้ มลู ทง้ั เชิงปรมิ าณและคุณภาพ แตเ่ น้นขอ้ มูลเชงิ คุณภาพ เก็บรวบรวมขอ้ มลู และวิเคราะห์ขอ้ มูล
หรือการเรยี นการสอนของตนใหด้ ีข้ึน การวจิ ยั ไมไ่ ด้เน้นการสร้างกรอบความคดิ ตามโครงสร้างเชิงทฤษฎี ดาเนินการแก้ปัญหาหรอื พัฒนา
โดยนาเอาวธิ กี าร แนวทาง หรอื กจิ กรรม ลกั ษณะของการทาวิจยั มักนิยมใชว้ งจรการวิจยั ปฏิบัตกิ าร
ตา่ ง ๆ ทผ่ี ่านการพิจารณาตรวจสอบ สามารถดาเนินการวจิ ัยควบค่ไู ปกบั การปฏบิ ัตงิ านตามปกติได้ ตรวจสอบและปรบั ปรุง
เบ้ืองต้นแลว้ ว่าเหมาะสม ไปทดลอง
ปฏิบตั ิการตามแผนทวี่ างไว้ กลุ่มเปา้ หมายอาจเปน็ รายบุคคล รายกลมุ่ ท้งั ห้องเรยี น แกไ้ ขการปฏบิ ตั ิงาน
สร้างหรอื เลอื กเครื่องมอื ในการวิจยั
เปา้ หมายสาคญั ของการวิจัยไม่ได้มงุ่ สรา้ งองค์ความรใู้ หม่ วางแผนแกป้ ญั หาหรอื พัฒนา
ปัญหาการวจิ ยั ต้องเกี่ยวขอ้ งกับงานในหนา้ ท่คี รู ระบุแนวทางแกป้ ญั หาหรอื พัฒนา
ครูเปน็ นกั วิจยั ท้งั ในแง่ผ้ผู ลติ และผู้บรโิ ภค
ระบุปญั หา วเิ คราะห์และค้นหาสาเหตุ
ลกั ษณะสาคญั ของการวจิ ัยปฏิบัตกิ ารในชัน้ เรยี น
สารวจปัญหา

ความหมายของการวิจยั ปฏบิ ัตกิ ารในช้ันเรียน สปั ดาหท์ ี่ ๑๓ ขั้นตอนการทาวิจยั ปฏิบัติการในชน้ั เรยี น

การวจิ ัยปฏิบัติการในชั้นเรยี น

แนวทางการวเิ คราะหข์ ้อมูลในการวิจยั ปฏิบัติการในช้ันเรียน ปัญหา และการคัดเลอื กปญั หาเพ่ือทาวจิ ัยปฏบิ ตั กิ ารในช้ันเรยี น

เนื่องจากปญั หาทีเ่ กดิ ข้ึนในช้ันเรียน มกั เปน็ ปญั หาของนกั เรียนบางคน ปัญหา คือ สิ่งท่ีเป็นจริง ณ ปัจจบุ นั เก่ยี วกับผเู้ รียน ไมเ่ ปน็ ไปตาม
บางกลุม่ เทา่ นัน้ เชน่ ปญั หาการขาดเรยี นบอ่ ยของเดก็ ชายแดง ปัญหา
การไม่ตัง้ ใจเรยี นของนักเรยี น ๓ คน ปัญหาการอา่ นคาควบกลา้ ไม่ ส่ิงที่มงุ่ หวงั หรือคาดหวงั ไว้
ถกู ตอ้ งของนกั เรียน ๕ คน เป็นต้น และการแกป้ ัญหาในลกั ษณะน้ี
ครูผู้สอนจะต้องทาการตรวจสอบผลการแก้ปัญหาเป็นรายบคุ คล นัน่ การเลือกปญั หามาทาวิจยั ปฏบิ ตั กิ ารในชนั้ เรยี น
คือเก็บรวบรวมขอ้ มูล และวเิ คราะห์ขอ้ มูลแยกเป็นคน ๆ ซ่งึ จะทาให้ เปน็ ปญั หาเรง่ ดว่ นท่ีจาเป็นตอ้ งแกไ้ ขหรอื พัฒนาใหด้ ีขึน้
ทราบว่า ปญั หาของนักเรยี นแตล่ ะคน หลังไดร้ ับการแกไ้ ขแล้ว มีการ เป็นปัญหาของคนสว่ นใหญ่หรือทัง้ ช้นั
เปลย่ี นแปลงหรือไม่ อยา่ งไร โดยมากปัญหาด้านพฤตกิ รรมการเรียนทีจ่ าเป็นต้องปรับเปลย่ี น
พฤติกรรมที่เปน็ ปัญหา ต้องเป็นปัญหาจริง ๆ
ก็ไม่ควรเลอื กทาวจิ ยั ทย่ี าก
ปัญหาบางอย่าง ไมใ่ ชป่ ัญหาแทจ้ ริง
ปญั หาทีต่ อ้ งใชเ้ วลานานเกินไปในการแกไ้ ข อาจต้องใช้วธิ ีแก้ที่ปญั หาย่อย ๆ แทน

๕๒

การวิจยั ปฏบิ ตั กิ ารในช้ันเรยี น

-ความหมายของการวจิ ยั ปฏิบตั ิการในชน้ั เรียน
เป็นรูปแบบหนึ่งของการวจิ ัยปฏิบตั ิการ โดยมีผูท้ าวจิ ัยคอื ครูผสู้ อนในหอ้ งเรยี นทีต่ นเอง
รบั ผิดชอบ ซึ่งอาจทาคนเดียว หรือร่วมกับผ้เู กี่ยวขอ้ งอ่ืน ๆ ได้ดาเนินการแก้ไขปญั หาหรือ
พัฒนาผ้เู รยี นหรือการเรยี นการสอนของตนให้ดีข้นึ
-ลักษณะสาคญั ของการวจิ ยั ปฏิบตั กิ ารในชน้ั เรยี น
มที ัง้ หมด ๑๒ ข้อดว้ ยกัน
-ขน้ั ตอนการทาวิจยั ปฏบิ ตั กิ ารในชั้นเรยี น
มผี ู้เสนอไวแ้ ตกตา่ งกันไป ในทน่ี ขี้ อเสนอเปน็ 9 ข้นั ตอน
-ปญั หา และการคดั เลอื กปญั หาเพื่อทาวจิ ยั ปฏิบตั ิการในชนั้ เรยี น
ปัญหา คอื สิ่งทีเ่ ป็นจริง ณ ปัจจุบนั เกี่ยวกับผเู้ รียน ไมเ่ ปน็ ไปตาม
ส่งิ ท่ีมงุ่ หวังหรือคาดหวังไว้ แบง่ เปน็ 3 ประเภท
-แนวทางการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ในการวจิ ยั ปฏิบตั กิ ารในชนั้ เรียน
เนือ่ งจากปญั หาทเี่ กิดข้ึนในชั้นเรียน มกั เปน็ ปัญหาของนักเรียนบางคน บางกล่มุ
เทา่ นั้น

๑๔

สปั ดาหท์ ี่

เร่อื ง การวเิ คราะหค์ ุณภาพของแบบทดสอบ

๕๔

คิวอารโ์ คด้ ใบความรู้

เรอื่ ง การวเิ คราะห์คุณภาพของแบบทดสอบ

๕๕

ขัน้ ท่ี ๕ สร้างตัวใหม่ ตั้งชือ่ Group โดยกาหนดคา่ (Value) ขั้นที่ ๖ คยี ์ข้อมูลตวั แปร Group โดย กล่มุ ตา่ พิมพเ์ ลข ๑ กลมุ่ สูงพมิ พ์เลข ๒ และกลุ่ม
ให้ ๑ แทน กลมุ่ ต่า (L) ๒ แทนกลุ่มกลาง (M) และ ๓ แทนกลมุ่ สูง (U) กลางพมิ พ์เลข ๓

ขั้นที่ ๗ ตัดขอ้ มลู กลมุ่ กลางออกทั้งหมด จากนนั้ บันทึกไฟล์ โดยตงั้ ช่ือ

ข้นั ที่ ๔ คานวณหาจานวนคนในกล่มุ สูง (Nu) และจานวนคนใน ไฟล์ใหม่ หรือใชค้ ่าส่งั Select caseเลอื กเฉพาะ Group=๑ or Group=๓

กลุ่มตา่ (Nl) โดยใช้สูตร ๒๐ % ของ N

ขนั้ ที่ ๘ วิเคราะห์ข้อมลู เพ่ือหาคานวณจานวนคนตอบถูกในกลุ่มตา่

(Rl) และจนวนคนตอบถกู ในกลมุ่ สูง(Ru) ของขอ้ สอบแต่ละข้อ โดยใช้

ขนั้ ที่ ๓ เรยี งคะแนนจากน้อยไปหามาก โดยใช้คาสง่ั Sort case ค่ําสั่ง Crosstabs

กรณีขอ้ สอบให้คะแนน ๐ กับ ๑

ข้ันท่ี ๙ คัดเลอื กขอ้ สอบที ทงั้ ค่า p และ r ผ่านเกณฑ์ให้ได้

ขั้นที่ ๒ รวมคะแนนทง้ั ฉบับของแตล่ ะคน โดยใชค้ าสงั่ สปั ดาห์ท่ี ๑๔ จานวนขอ้ สอบตามทีวางแผนไว้
Compute variable

ขนั้ ท่ี ๑ สร้างไฟลข์ อ้ มลู ของกลมุ่ ทดลองใช้ N คน การวเิ คราะหค์ ุณภาพของแบบทดสอบ ขัน้ ที่ ๑๐วิเคราะห์ความเช่อื มั่นของแบบทดสอบทง้ั ฉบับ
และแบบสอบถาม โดยใช้ SPSS โดยใชส้ ูตร KR-๒๐ ซง่ึ ในโปรแกรมเลอื ก alpha ใหใ้ ช้
ไฟล์ข้อมลู ของกลมุ่ ทดลองใชท้ ี มีท้งั กลมุ่ สูงกลาง และต่า

กรณีเป็นแบบมาตราประมาณคา่ การหาค่าอานาจจาแนกรายขอ้ (r) โดยใช้
Item-total Correlation
คัดข้อคาถามที คา่ อานาจจาแนกรายขอ้ (r) ผ่านเกณฑเ์ ท่ากบั
จานวนข้อที วางแผนไว้ เพอ่ื นาไปหาค่าความเชื่อม่ันท้งั ฉบบั โดยใช้
วิธสี มั ประสทิ ธแ์ิ อลฟา (alpha coefficient) ต่อไป

๕๖

การวเิ คราะหค์ ณุ ภาพของแบบทดสอบและแบบสอบถาม โดยใช้ SPSS

-กรณีขอ้ สอบใหค้ ะแนน ๐ กับ ๑
ขั้นท่ี ๑ สรา้ งไฟลข์ ้อมลู ของกลุม่ ทดลองใช้ N คน
ข้นั ที่ ๒ รวมคะแนนทัง้ ฉบับของแตล่ ะคน โดยใช้คาส่ัง Compute variable
ขัน้ ที่ ๓ เรยี งคะแนนจากน้อยไปหามาก โดยใช้คาสงั่ Sort case
ขนั้ ที่ ๔ คานวณหาจานวนคนในกลมุ่ สูง (Nu) และจานวนคนในกลมุ่ ต่า (Nl) โดยใชส้ ูตร ๒๐ % ของ N
ขน้ั ที่ ๕ สรา้ งตัวใหม่ ต้ังช่อื Group โดยกาหนดค่า (Value)
ให้ ๑ แทน กลมุ่ ต่า (L) ๒ แทนกล่มุ กลาง (M) และ ๓ แทนกล่มุ สูง (U)
ข้นั ท่ี ๖ คยี ์ข้อมลู ตวั แปร Group โดย กลุม่ ตา่ พิมพเ์ ลข ๑ กลุ่มสูงพิมพ์เลข ๒ และกลมุ่ กลางพมิ พ์เลข ๓
ข้นั ท่ี ๗ ตัดขอ้ มูลกลุม่ กลางออกทัง้ หมด จากนน้ั บันทกึ ไฟล์ โดยต้ังช่ือไฟลใ์ หม่ หรือใช้ค่าสงั่ Select case
เลอื กเฉพาะ Group=๑ or Group=๓
ขน้ั ท่ี ๘ วิเคราะห์ขอ้ มลู เพอื หาค่านวณจานวนคนตอบถูกในกลุ่มตา่ (Rl) และจนวนคนตอบถกู ในกลุ่มสูง(Ru)
ของข้อสอบแต่ละข้อ โดยใช้คา่ํ สั่ง Crosstabs
ขั้นที่ ๙ คัดเลือกข้อสอบที ทงั้ คา่ p และ r ผ่านเกณฑ์ให้ได้จานวนขอ้ สอบตามทวี างแผนไว้
ขน้ั ที่ ๑๐วิเคราะหค์ วามเชื่อม่ันของแบบทดสอบท้งั ฉบบั โดยใช้สูตร KR-๒๐ ซง่ึ ในโปรแกรมเลือก alpha ใหใ้ ช้
ไฟลข์ อ้ มลู ของกลมุ่ ทดลองใช้ที มที งั้ กลุม่ สูงกลาง และตา่
-กรณีเป็นแบบมาตราประมาณคา่
การหาคา่ อานาจจาแนกรายข้อ (r) โดยใช้ Item-total Correlation
คัดข้อคาถามที ค่าอานาจจาแนกรายขอ้ (r) ผ่านเกณฑเ์ ท่ากบั
จานวนข้อที วางแผนไว้ เพอ่ื นาไปหาค่าความเชือ่ มั่นทัง้ ฉบบั โดยใชว้ ธิ ีสัมประสทิ ธิ์แอลฟา (alpha coefficient)
ตอ่ ไป

๑๕

สปั ดาห์ท่ี

เรื่อง การวิจยั ปฏบิ ตั ิการในชนั้ เรียน (เพมิ่ เตมิ ๑)
เรือ่ ง การวจิ ยั ปฏบิ ตั ิการในชนั้ เรยี น (เพ่มิ เตมิ ๒

๕๘

ควิ อารโ์ คด้ ใบความรู้

เร่อื ง การวิจยั ปฏบิ ตั กิ ารในชั้นเรยี น (เพม่ิ เตมิ ๑) เรื่อง การวิจัยปฏิบตั ิการในชนั้ เรยี น (เพมิ่ เตมิ ๒)

-การเขียนรายงานการวจิ ัยปฏบิ ัติการในชนั้ เรียนแบบกึ่งทางการ เปน็ การ -การเขยี นรายงานการวิจัยปฏบิ ตั กิ ารในชั้นเรียนแบบเปน็ ทางการ เหมือนกบั รปู แบบ๕๙
เขยี นรายงานการวิจัยท่ีนาเสนอสาระสาคญั ตามหวั ขอ้ ต่าง ๆ คลา้ ยกับ
รปู แบบเปน็ ทางการ แตไ่ ม่ได้แบ่งเน้ือหาออกเปน็ บท ๆ ไมเ่ น้นส่วนนาและส่วน การเขยี นรายงานการวจิ ยั ทางวิชาการท่วั ไป กล่าวคือ แบ่งเนือ้ หาออกเปน็ ๕ บท ได้แก่
อา้ งอิง ไมเ่ นน้ เนื้อหาสาระเก่ยี วกับเอกสารและงานวิจยั ที่เกย่ี วข้อง โดยที่ บทที่ ๑“บทนา” บทท่ี ๓ “เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวข้อง” บทท่ี ๓ “วธิ ดี าเนนิ การวิจัย”
หวั ขอ้ ตา่ งๆ ยดื หยนุ่ หรอื ปรบั เปล่ียนไดต้ ามความเหมาะสม และเนอื้ หาสาระที่ บทที่ ๔“ผลการวิเคราะห์ข้อมูล”และบทที่ ๕ “สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ”
นาเสนอจะเปน็ แบบสั้น ๆ แตไ่ ดใ้ จความสมบรู ณ์ นอกจากน้ันจะตอ้ งมสี ว่ นประกอบอน่ื ๆ อกี ไดแ้ ก่ (๑) สว่ นนา ประกอบดว้ ย ปกนอก
-การเขยี นรายงานการวจิ ัยในช้นั เรียนรูปแบบน้ี เหมาะสาหรับงานวจิ ัยทีไ่ ม่ ปกในบทคัดย่อกิตติกรรมประกาศ สารบญั บัญชตี าราง และบัญชภี าพประกอบ (๒)
ซับซ้อนมากนกั หรืออย่ใู นระยะเริม่ ตน้ ของฝกึ ทาวิจยั ในชน้ั เรยี นของครูท่ี สว่ นทา้ ยหรือสว่ นอา้ งอิงประกอบดว้ ย บรรณานกุ รม และภาคผนวก
ยังมีทักษะในการทาวิจยั ไมม่ าก -การเขยี นรายงานการวจิ ัยในช้นั เรียนรูปแบบนี้ เหมาะสาหรบั งานวจิ ยั ในชัน้ เรียนทม่ี ี
ลกั ษณะทีซ่ บั ซ้อน ครผู ้สู อนเจตนาต้องการเผยแพร่งานวจิ ัยอย่างเปน็ ทางการ

สปั ดาหท์ ่ี ๑๕

แบบกึ่งทางการ แบบเป็นทางการ

การวจิ ัยปฏิบัติการในชัน้ เรียน
(เพ่ิมเติมจากสปั ดาหท์ ี่ ๑๓)

รูปแบบการเขยี นรายงานการวจิ ัยปฏบิ ัติการในชน้ั เรยี นเปน็ ๓ ลกั ษณะ

แบบไม่เป็นทางการ

-การเขยี นรายงานการวิจยั ในชนั้ เรยี นแบบไมเ่ ปน็ ทางการ เป็นรปู แบบท่ียดื หยุ่น นาเสนอเนอื้ หาโดยสรปุ สน้ั ๆ (อาจหนา้ เดยี ว หรอื มากกวา่
บ้างเล็กนอ้ ย) โดยนาเสนอปญั หาที่ต้องการแก้ไขหรือพฒั นา วธิ กี ารแกไ้ ขหรอื พฒั นา ผลการแกไ้ ขหรอื ผลการวจิ ยั ซง่ึ นิยมเขียนใน
ลกั ษณะความเรียง แยกเป็นยอ่ หน้าตา่ ง ๆ ตามประเดน็ สาคัญทตี่ ้องการนาเสนอ
-การเขยี นรายงานการวิจัยในช้นั เรยี นรูปแบบน้ี เหมาะในกรณที ค่ี รูนักวจิ ยั ตอ้ งการเขยี นเพียงเพอ่ื เกบ็ ไว้เป็นหลกั ฐาน สาหรบั ใช้เปน็
แนวทางในการทาวิจัยคร้งั ต่อ ๆ ไป หรอื เก็บเป็นเอกสารหลักฐานอ้างอิงวา่ ในรอบปกี ารศกึ ษาหนง่ึ ๆ ได้แก้ปญั หาหรือพฒั นาผูเ้ รยี นใน
เร่ืองใดบ้าง ดว้ ยวธิ กี ารใด ผลการแกป้ ัญหาหรือพฒั นาเปน็ อย่างไร ได้แงค่ ดิ หรอื มมี ุมมองในการทาวิจยั คร้งั น้ัน ๆ อะไรบ้าง รวมทั้งเก็บ
ไวเ้ ปน็ หลกั ฐานสาหรับสรุปหรือสงั เคราะห์งานวิจยั ในช้นั เรยี นของครูนักวจิ ยั แตล่ ะคนหรือครูนักวจิ ยั ทั้งโรงเรียน

๖๐

การวิจยั ปฏบิ ตั กิ ารในชั้นเรยี น
(เพิม่ เตมิ จากสปั ดาหท์ ี่ ๑๓)

รปู แบบการเขยี นรายงานการวจิ ยั ปฏิบตั กิ ารในชัน้ เรียนเปน็ ๓ ลักษณะ

-แบบเป็นทางการ
การเขยี นรายงานการวิจยั ในชน้ั เรียนรูปแบบนี้ เหมาะสาหรบั งานวจิ ัยในช้ันเรียนทม่ี ี
ลักษณะทซ่ี ับซ้อน ครูผู้สอนเจตนาตอ้ งการเผยแพร่งานวจิ ัยอยา่ งเป็นทางการ
-แบบไม่เปน็ ทางการ
การเขยี นรายงานการวจิ ัยในชั้นเรยี นรปู แบบน้ี เหมาะในกรณที ี่ครูนักวิจยั ตอ้ งการเขียนเพยี งเพ่อื เกบ็ ไวเ้ ปน็
หลกั ฐาน สาหรบั ใช้เปน็ แนวทางในการทาวิจัยครั้งต่อ ๆ ไป หรือเก็บเป็นเอกสารหลกั ฐานอ้างองิ วา่ ในรอบปี
การศกึ ษาหนง่ึ ๆ ไดแ้ ก้ปญั หาหรอื พัฒนาผู้เรยี นในเรอ่ื งใดบา้ ง ด้วยวธิ ีการใด ผลการแก้ปัญหาหรือพัฒนา
เป็นอยา่ งไร ได้แงค่ ดิ หรือมมี มุ มองในการทาวิจัยครั้งนนั้ ๆ อะไรบา้ ง รวมท้งั เกบ็ ไวเ้ ปน็ หลักฐานสาหรบั สรปุ
หรอื สังเคราะห์งานวจิ ัยในชั้นเรียนของครูนักวิจัยแต่ละคนหรอื ครนู กั วิจยั ท้ังโรงเรยี น
-แบบกึ่งทางการ
การเขยี นรายงานการวิจยั ในชัน้ เรยี นรปู แบบน้ี เหมาะสาหรับงานวจิ ยั ทไี่ มซ่ ับซอ้ นมากนกั หรืออยู่ในระยะ
เริ่มตน้ ของฝึกทาวจิ ยั ในช้นั เรยี นของครูท่ียงั มที ักษะในการทาวจิ ยั ไม่มาก

ใบสญั ญาการเรียน ง

บนั ทึกผลการรว่ มกิจกรรมในช้นั เรยี น



ความรสู้ ึกดีๆ ในรายวิชานี้

ในครั้งแรกท่เี จอทา่ นอาจารย์ในชน้ั เรยี น กระผมยอมรบั ว่ากระผมตื่นเตน้ มากและกลวั ท่านอาจารย์
เป็นอย่างมาก เพราะท่านอาจารย์เปน็ คนท่เี สยี งดงั แต่พอไดเ้ รยี นไปเร่ือยเร่ือย ท่านอาจารย์ใจดี และสอนดีมาก
ท่านอาจารย์จะพยายามพูดหรอื หาวิธีต่างๆ เพ่อื ให้นักศกึ ษาเข้าใจในเนื้อหานั้น วชิ านี้เป็นวิชาท่ยี ากมากสาหรับ
กระผมวิชาหนึ่ง แตท่ า่ นอาจารยก์ ็สอนได้เขา้ ใจในเน้อื หาเปน็ อย่างมาก

ตลอดเวลาท่เี รยี นในรายวิชาน้กี บั ท่านอาจารย์ กระผมได้ทั้งความรู้ ความเครยี ด(ในเน้ือหา)
ความสขุ สนาน กระผมเช่ือว่าวชิ านีเ้ ป็นวิชาทจ่ี าเปน็ อยา่ งมาก และกระผมจะนาความรู้ท่ีทา่ นอาจารย์ไดม้ อบให้ใน
เทอมน้ี ในรายวชิ าน้ี ไปปรบั ใช้ในการเรียนการสอนวิชาอื่นๆ และปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวนั

ขอขอบพระคณุ ท่านอาจารย์เป็นอย่างมาก ท่ีไดม้ อบความรู้ ทักษะวิชาต่างๆ ให้แก่พวกกระผม
ขอขอบพระคุณทา่ นอาจารย์เปน็ อย่างสูงครบั

นายสุรศิ กั ดิ์ นะโพธิ์
รหสั นกั ศกึ ษา ๖๑๑๐๑๒๐๑๑๐๒
นกั ศกึ ษาสาขาวชิ าการสอนภาษาไทย ชั้นปที ่ี ๓



คร้งั หน่งึ เคยได้รับรางวลั จากท่านอาจารย์ ในงานสมั มนาของสาขาวิชาการสอนภาษาไทย

ขอบคณุ และสวัสดคี รบั

“I don’t mind if I have to sit on the floor at school.
All I want is education. And I’m afraid of no one.”

-Malaya YousafZai-

“ฉนั ไมร่ งั เกยี จทจี่ ะนงั่ ทพ่ี นื้ ของโรงเรียน ส่ิงทต่ี อ้ งการสาหรบั
ฉนั คอื การไดเ้ รยี นหนงั สอื และฉนั ไมเ่ กรงกลวั ใครทจ่ี ะ
แสดงออกเชน่ นี้”
-มาลาลา ยูซาฟไซ-


Click to View FlipBook Version