The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DPT eBook, 2020-11-11 22:23:59

คู่มือตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

Keywords: คู่มือตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

ตารางท่ี 10 ผลของอณุ หภมู ิต่อการเปลี่ยนแปลงคณุ ลักษณะของวสั ดุแต่ละชนิด (FIB No.46)

ชนิดของวัสดุ ตวั อยา่ ง ลักษณะการเปลี่ยนแปลง อณุ หภมู ทิ เ่ี ผชิญ
โดยประมาณ (ºC)
กล่องโฟม, ฝาครอบโคมไฟ, พัง
120
พอลิสไตรนี ตะขอแขวนม่าน, กรอบ อ่อนตัว 120 – 140
150 – 180
พอลิเอทลิ ีน เคร่ืองวิทยุ หลอมเหลว และไหลตัว
อะครลิ กิ 120
ถุงพลาสติก, ฟิล์มติดกระจก, หดตวั 120 - 140
พีวซี ี ขวดนำ้ พลาสติก, ถังพลาสตกิ หลอมเหลว และไหลตวั
เซลลูโลส , ทอ่ พลาสตกิ 130 – 200
รอยบัดกรี 250
ตะก่ัว มอื จบั , แผ่นปดิ ทบั , ชอ่ งแสง อ่อนตัว 100
เกดิ ฟอง 150
200
เสอื่ มสภาพ
400 – 500
สายไฟ, ท่อน้ำ, มือจับ, ของ เกิดควัน 200 – 300

เล่น, ขวดนำ้ เปลีย่ นเป็นสีนำ้ ตาล 250
300 – 350
ไหมเ้ กรียม

ไม้, กระดาษ, สำลี เปลี่ยนเปน็ สีเขม้ หรอื ดำ

รอยตอ่ ของทอ่ น้ำ หลอมเหลว

หลอมเหลว

ท่อน้ำ, อุปกรณ์ห้องน้ำ, ของ ย้อยตัว
เลน่ ขอบที่มคี วามคมเปลยี่ นเปน็

กลมมน

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ที่ 39

ตารางที่ 10 ผลของอณุ หภมู ิต่อการเปล่ยี นแปลงคุณลักษณะของวัสดุแตล่ ะชนิด (FIB No.46) (ต่อ)

ชนิดของวัสดุ ตวั อยา่ ง ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิท่ีเผชิญโดยประมาณ
(ºC)
อลูมิเนียม และ อุปกรณ์จับยึดต่างๆ, ชิ้นส่วน อ่อนตัว 400
โลหะผสมเบา เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ หลอมเหลว
ย้อยตวั 650
500 – 600
อ่อนตัว
800
กระจก วัสดุตกแต่ง, ขวดแกว้ ขอบท่ีมีความคม
เปลี่ยนเปน็ กลมมน 950

ไหลตัว 900 - 1000

โลหะเงิน เคร่อื งประดบั , ชอ้ นส้อม หลอมเหลว
ย้อยตวั

ทองเหลือง กลอนประตู, ท่อน้ำประปา, หลอมเหลว
ลูกบดิ ยอ้ ยตัว

การประเมินความรุนแรงของการเส่ือมสภาพของโครงสร้างเนอ่ื งจากไฟไหม้ จำเปน็ ตอ้ งประเมินอุณหภูมิ
สูงสุดที่โครงสร้างเผชิญ เนื่องจากสมบัติทางกลของคอนกรีต และเหล็กเสริมจะลดลงเนื่องจากการเพิ่มข้ึน
ของอุณหภมู ดิ ังแสดงในรูปท่ี 12 และรูปท่ี 13

รูปที่ 12 การลดลงของกำลงั อดั ของคอนกรตี ทใี่ ช้มวลรวมประเภทคารบ์ อเนตเม่ืออุณหภมู ิเพม่ิ สูงขนึ้
(ACI 216)

คูม่ อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าท่ี 40

รปู ที่ 13 การลดลงของกำลังดงึ ของเหลก็ เสริมเมื่ออณุ หภูมิเพิ่มสูงขึ้น (ACI 216)

ข้อมูลการหลอมเหลว หรือการเปลี่ยนคุณลักษณะของวัสดุต่าง ๆ ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ของโครงสร้าง
สามารถใช้ประเมนิ อุณหภมู สิ งู สดุ ท่ีเกิดข้นึ ณ ช้ินส่วนโครงสร้างใกล้เคยี งได้

รูปที่ 12 แสดงค่าที่ลดลงของกำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมประเภทคาร์บอเนตเมื่ออุณหภูมิ
เพิ่มสูงขึ้นของคอนกรีตเมื่อเผชิญอุณหภูมิสูงจะมีการเปลี่ยนสี การเจาะแท่งตัวอย่างคอนกรีตตามแนวตั้งฉาก
กบั ผวิ คอนกรีตที่เผชิญอณุ หภูมสิ ูงจะชว่ ยใหเ้ หน็ การเปลี่ยนแปลงของสคี อนกรีตตามความลกึ ไดช้ ดั เจนมากขน้ึ

จากผลการตรวจสอบการเคาะบริเวณผิวชิ้นส่วนโครงสร้างเพื่อฟังเสียง สามารถประเมินพื้นท่ีเสียหาย
ท่ีมโี อกาสเกดิ การหลุดร่อนและร่วงหลน่ ของผวิ คอนกรตี เพ่ือกำหนดขอบเขตของการบำรงุ รกั ษา

การประเมินความลึกของคอนกรีตที่เกิดการเสื่อมสภาพ เพื่อกำหนดขอบเขตการบำรุงรักษา
สามารถประเมินได้จากผลการตรวจสอบสีที่เปลี่ยนแปลง ผลการทดสอบการเปลี่ยนแปลงปริมาณ
แคลเซยี ม ไฮดรอกไซด์ ผลการทดสอบกำลงั อดั ของแทง่ เจาะตวั อย่างคอนกรตี

ในกรณีที่ตรวจพบการเคลื่อนตัว การแอ่นตัว หรือการแตกร้าวของโครงสร้าง ต้องประเมินความเครียด
และการคลากของเหล็กเสริมประกอบด้วย เนื่องจากพฤติกรรมที่กล่าวมามีผลต่อการออกแบบ และวิเคราะห์
โครงสรา้ งเพอ่ื การบำรุงรกั ษา หรอื เสรมิ กำลังต่อไป

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 41

ตารางท่ี 11 ผลกระทบของอุณหภมู ติ ่อสี และสมบตั ิของคอนกรีต

อณุ หภมู ิ (ºC) การเปลยี่ นแปลง ลกั ษณะทางกายภาพ ผลกระทบต่อกำลงั
ของสีคอนกรีต คอนกรีต

0 – 290 ไม่มี ไมม่ ผี ลกระทบ ไมม่ ีผลกระทบ

290 - 300 ชมพู ถงึ แดง รอยแตกร้าวขนาดเล็กท่ผี ิว กำลังลดลงเลก็ น้อย
550 คอนกรีต

รอยรา้ วขนาดใหญ่

575 การกะเทาะของผวิ หน้าเป็นจุดๆ

590 - 800 การหลุดร่อนและร่วงหลน่ ของ กำลงั ลดลงอย่างมี
900 เทา ผวิ หนา้ นยั สำคัญ

มากกว่า 950 การกลายเปน็ ฝุน่ ผง

สนี ำ้ ตาลอมเหลอื ง การร่วงหล่นของผวิ หน้าเปน็ บรเิ วณ
(Buff) กวา้ ง

คู่มือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 42

สว่ นท่ี 5 เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ความเสียหาย

การประเมินระดับความเสียหายของโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายหรือเสื่อมสภาพมีจุดประสงค์

เพื่อจัดระดับความรุนแรงของความเสียหายของโครงสร้างที่อาจเกิดจากน้ำหนักบรรทุก หรือจากการทำลาย

ของสิ่งแวดล้อม หรือการเสื่อมสภาพในลักษณะอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาวิธีการ

และแผนการบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการเสริมกำลัง ตลอดจนประเมินค่าใช้จ่าย หรือวางแผน

งบประมาณที่เกี่ยวข้อง สำหรับคู่มอื นจ้ี ะกำหนดเกณฑ์แนะนำในการแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ

โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของความเสี ยหายหรือเสื่อมสภาพโดยระบุการดำเนินการที่ควรปฏิบัติ

ในแตล่ ะระดบั ความเสยี หาย เพอ่ื ประโยชน์ในการพิจารณาวางแผนข้นั ตอนการดำเนินงานต่อไป ตาม

รายละเอยี ดในตารางท่ี 12

ตารางที่ 12 ระดับความเสยี หายของโครงสรา้ งท่ีไดร้ บั ความเสียหายหรือเส่ือมสภาพ

ระดบั ความเสยี หาย การดำเนนิ การ เกณฑ์การตัดสิน

ระดบั 1 ตรวจสอบตามระยะเวลา ยังไม่พบความเสียหาย และไม่พบสัญญาณ
ของกระบวนการเสือ่ มสภาพ

ระดบั 2 ดำเนินกระบวนการ ยังไม่พบความเสียหาย แต่ตรวจพบสัญญาณ
ป้องกัน ของกระบวนการเสื่อมสภาพ

ระดบั 3 ซ่อมแซมโดยไม่ต้องเสริม เกิดความเสียหายของโครงสร้าง แต่ประเมิน
กำลัง ความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกแล้ว ยังมี
ความปลอดภยั เพยี งพอ

ระดับ 4 ซ่อมแซมแบบเสริมกำลงั โครงสร้างสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุก
จนอาจเป็นอันตรายหากใช้งานต่อไปโดยไม่ได้รับ
การเสรมิ กำลัง การประเมินค่าซ่อมแซมและคา่ เสียโอกาส
อื่น ๆ แล้วคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับการทุบทำลายแล้ว
สร้างใหม่

ระดับ 5 ทุบทำลาย และ สร้างใหม่ โครงสร้างสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุก
อย่างรุนแรง และเป็นอันตรายหากใช้งานต่อไปโดยไม่ได้
รับการเสริมกำลัง แต่ประเมินค่าซ่อมแซมและค่าเสีย
โอกาสอื่นๆแล้วไม่คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับการทุบ
ทำลายแลว้ สรา้ งใหม่

คู่มือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ที่ 43

5.1 การแบ่งระดับความเสียหายสำหรบั โครงสร้างทเ่ี ผชิญปญั หาเหลก็ เสริมเกดิ สนมิ เน่อื งจากคลอไรด์
ตัวอย่างการแบ่งระดับความเสียหายสำหรับโครงสร้างที่เผชิญปัญหาเหล็กเสริมเกิดสนิม

เน่ืองจากคลอไรดแ์ สดงในตารางที่ 13

ตารางที่ 13 ระดบั ความเสยี หายสำหรบั โครงสรา้ งท่เี ผชิญปญั หาเหลก็ เสรมิ เกิดสนิมเน่อื งจากคลอไรด์

ระดับความเสียหาย เกณฑต์ ัดสนิ วิธกี ารวเิ คราะห์ ทดสอบ

ระดับ 1 ปริมาณคลอไรด์ที่บริเวณผิวเหล็กเสริมยังมีค่าต่ำ เจาะผงตัวอย่างแล้ววิเคราะห์
กว่าคา่ คลอไรดว์ กิ ฤตตาม มยผ. 1332 ทางเคมี (หัวข้อ 4 ในคู่มือนี้
หรอื ASTM C1152)

ระดบั 2 (1) เ จ า ะ ผ ง ต ั ว อ ย ่ า ง แ ล้ ว
ปริมาณคลอไรด์ที่บริเวณผิวเหล็กเสริมมีค่าเท่ากับ วิเคราะห์ทางเคมี (หัวข้อ 4
หรอื สงู กวา่ ค่าคลอไรด์วกิ ฤตตาม มยผ. 1332 แต่ค่า ใ น ค ู ่ ม ื อ น ี ้ ห ร ื อ ASTM
ความเป็นไปได้ในการเกิดสนิมของเหล็กเสริมยังต่ำ C1152)
เชน่ ศักย์ไฟฟา้ กึง่ เซลล์ยงั ไม่ตดิ ลบต่ำกวา่ -350 mV (2) ศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์ (ASTM

C876 หรอื มยผ. 1506)

ระดับ 3 ค่าความเป็นไปได้ในการเกิดสนิมของเหล็กเสริมสูง (1) ศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์ (ASTM
เช่น ศักย์ไฟฟ้ากึ่งเซลล์ติดลบต่ำกว่า -350 mV C876 หรอื มยผ. 1506)
เหล็กเสรมิ เกดิ สนิมแล้วแต่ยังไม่ได้สญู เสียหน้าตัดจน
เป็นปัญหาในการรับน้ำหนักบรรทุก อาจมีรอย (2) วิเคราะห์การรับน้ำหนัก
แตกร้าว และ หลดุ รอ่ นของผวิ คอนกรีตบ้าง บรรทกุ

ระดับ 4 เหล็กเสริมเกิดสนิม และสูญเสียหน้าตัดจนเป็น วิเคราะห์การรับน้ำหนักบรรทุก
ปัญหาในการรับน้ำหนักบรรทุก เกิดรอยแตกร้าว และประเมินค่าซ่อมแซมและค่า
และ หลดุ รอ่ นของผิวคอนกรีตคอ่ นข้างรุนแรง เสียโอกาสอ่นื ๆ

เหล็กเสริมเกิดสนมิ และสูญเสยี หน้าตัดอย่างรุนแรง

ระดับ 5 ในบริเวณกว้าง จนเป็นอันตรายต่อการรับน้ำหนัก วิเคราะห์การรับน้ำหนักบรรทุก
บรรทุก เกิดรอยแตกร้าว และ หลุดร่อนของผิว และประเมินค่าซ่อมแซมและค่า
คอนกรีตอย่างรุนแรง ประเมินค่าซ่อมแซมและค่า เสยี โอกาสอื่นๆ
เสียโอกาสอื่น ๆ แล้วไม่คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับ

การทุบทำลายแล้วสรา้ งใหม่

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ที่ 44

5.2 การแบ่งระดับความเสียหายสำหรับโครงสร้างท่เี ผชญิ ปัญหาเหลก็ เสริมเกดิ สนมิ เนอื่ งจากคาร์บอเนชัน

ตัวอย่างการแบ่งระดับคว ามเสียหายสำหรับโครงสร้างที่มี ปัญหาเหล็กเสริมเกิดสนิม
เน่ืองจากคาร์บอเนชนั แสดงในตารางที่ 14

ตารางท่ี 14 ระดับความเสยี หายสำหรบั โครงสรา้ งท่ีเผชิญปัญหาเหลก็ เสรมิ เกดิ สนิมเนอ่ื งจากคารบ์ อเนชนั

ระดับความ เกณฑ์ตดั สนิ วิธกี ารวเิ คราะห์ ทดสอบ
เสยี หาย
เจาะผงตัวอย่างแล้ววิเคราะห์
ระดบั 1 ความลึกคารบ์ อเนชันยงั ไม่ถงึ บรเิ วณผิวเหลก็ เสรมิ โดยสารละลายฟีนอล์ฟทาลีน
(หัวข้อ 4 ในคู่มือน้ี หรือ JIS
A1152 หรอื NDIS 3419)

ระดับ 2 ความลกึ คารบ์ อเนชันถงึ บริเวณผวิ เหล็กเสริมแลว้ เจาะผงตัวอย่างแล้ววิเคราะห์
ระดบั 3 โ ด ย ส า ร ล ะ ล า ย ฟ ี น อ ล ์ ฟ ท า ลี น
ระดบั 4 (หัวข้อ 4 ในคู่มือน้ี หรือ JIS
ระดับ 5 A1152 หรอื NDIS 3419)

(1) เ จ า ะ ผ ง ต ั ว อ ย ่ า ง แ ล้ ว

ความลึกคาร์บอเนชันถึงบริเวณผิวเหล็กเสริมแล้วและเริม่ วิเคราะห์โดยสารละลายฟี
สังเกตุเห็นสัญญานการกระเทาะของคอนกรีตหุ้ม นอล์ฟทาลีน (หัวข้อ 4 ใน
เหล็กเสริมเกิดสนิมแล้วแต่ยังไม่ได้สูญเสียหน้าตัดจนเป็น คู่มือนี้ หรือ JIS A1152 หรือ
ปัญหาในการรับน้ำหนักบรรทุก อาจมีรอยแตกร้าว NDIS 3419)
และ หลดุ ร่อนของผิวคอนกรีตบ้าง (2) เคาะฟังเสยี งการกะเทาะของ

คอนกรตี หุ้ม

(3) วิเคราะห์การรับน้ำหนัก

เหล็กเสริมเกิดสนิม และสูญเสียหน้าตัดจนเป็นปัญหา วิเครบาระรหท์กุ ารรับน้ำหนักบรรทุก

ในการรับน้ำหนักบรรทุก เกิดรอยแตกร้าว และ หลุดร่อน แ ล ะ ป ร ะ เ ม ิ น ค ่ า ซ ่ อ ม แ ซ ม

ของผิวคอนกรีตค่อนขา้ งรุนแรง และค่าเสยี โอกาสอ่ืน ๆ

เหล็กเสริมเกิดสนิม และสูญเสียหน้าตัดอย่างรุนแรง
ในบริเวณกว้าง จนเป็นอันตรายต่อการรับน้ำหนักบรรทกุ วิเคราะห์การรับน้ำหนักบรรทุก
เกิดรอยแตกร้าว และ หลุดร่อนของผิวคอนกรีตอย่าง และประเมินค่าซ่อมแซม
รุนแรง ประเมนิ ค่าซอ่ มแซมแล้วไม่คุ้มค่า เมอื่ เปรยี บเทียบ และคา่ เสียโอกาสอนื่ ๆ
กบั การทบุ ทำลายแลว้ สร้างใหม่

คู่มอื การตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ท่ี 45

5.3 ตวั อย่างการแบ่งระดบั ความเสยี หายสำหรบั โครงสร้างทเี่ ผชิญปัญหาเหล็กเสริม
ตัวอย่างโครงสร้างที่มีระดับความเสียหายเนื่องจากการเกิดสนิมของเหล็กเสริมในระดับ 1 ถึง 5

แสดงในรปู ที่ 14 ถงึ 18 ตามลำดบั

รูปที่ 14 ตวั อย่างความเสียหายระดบั 1 (ความลึกคาร์บอเนชนั ยังเขา้ ไปไมถ่ ึงตำแหนง่ เหลก็ เสรมิ )

รปู ท่ี 15 ตวั อยา่ งความเสียหายระดับ 2 (ความลึกคารบ์ อเนชนั ถงึ ตำแหนง่ เหล็กเสรมิ แลว้ แตย่ ังไม่ปรากฏ
ความเสียหายท่ีผิว)

รปู ท่ี 16 ตวั อย่างความเสียหายระดับ 3 (บริเวณเสาเกดิ การกะเทาะของคอนกรีตหุ้มเนอื่ งจากการเป็นสนิม
ของเหล็กเสรมิ )

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร
หน้าที่ 46

รูปท่ี 17 ตวั อย่างความเสียหายระดับ 4 (เหล็กเสริมเกิดสนมิ จนสูณเสียหน้าตัดบางส่วนจนเปน็ ปัญหา
ในการรับน้ำหนักบรรทกุ เกดิ รอยแตกร้าว และหลดุ รอ่ นของผิวคอนกรตี คอ่ นข้างรุนแรง)

รูปที่ 18 ตัวอยา่ งความเสียหายระดบั 5 (เหล็กเสริมเกดิ สนมิ และสูญเสียหนา้ ตดั อย่างรนุ แรง
ในบรเิ วณกว้าง จนเปน็ อนั ตรายต่อการรบั นำ้ หนักบรรทกุ เกิดรอยแตกรา้ ว และหลดุ ร่อนของผิวคอนกรตี

อยา่ งรุนแรง ประเมินคา่ ซ่อมแซมแลว้ ไมค่ ุ้มค่า เม่อื เปรียบเทียบกับการหล่อเสาใหม่)

คู่มอื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าท่ี 47

สว่ นที่ 6 การตรวจสอบโครงสรา้ งเหลก็

การตรวจสอบต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร และผู้ตรวจสอบ รวมทั้งบุคคลอื่น ๆ
ในบริเวณนั้น การตรวจสอบโครงสร้างสามารถแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจสอบเบื้องต้น
และการตรวจสอบโดยละเอยี ด

การตรวจสอบโครงสร้างควรดำเนนิ การเปน็ ระยะ ๆ ซง่ึ กฎกระทรวงทเ่ี กีย่ วข้องกบั การตรวจสอบอาคารได้
กำหนดให้มีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารโดยผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนทุกระยะเวลา
ห้าปี และการตรวจสอบอาคารตามแผนการตรวจสอบอาคารประจำปี

6.1 การตรวจสอบเบือ้ งตน้
การตรวจสอบเบอื้ งตน้ ประกอบไปดว้ ย
1) การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเป้าหมาย ควรจะมีตรวจสอบเอกสารการออกแบบ

สำหรับก่อสร้าง และเอกสารการออกแบบสำหรับการซ่อมแซม และงานติดตั้งเพิ่มเติม (ถ้ามี) รวมไปถึง

ข้อกำหนดและมาตรฐานการออกแบบ เอกสารการคำนวณโครงสร้าง แบบรายละเอียดโครงสร้าง

ข้อกำหนดการก่อสร้าง ข้อมูลการทดสอบวัสดุระหว่างการก่อสร้าง ประวัติการใช้งานและประวัติการ

บำรุงรกั ษาโครงสรา้ ง และผลของการตรวจสอบด้วยวิธพี ินิจ

2) การตรวจสอบสภาพของโครงสร้าง ณ ปัจจุบัน ควรจะตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กล่าวไว้
ในข้อ 1) และสภาพภายนอกที่ปรากฏ รวมไปถึงลักษณะภายนอกของพื้นที่และสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ของโครงสรา้ ง

สำหรับสมบัติของวัสดุให้พิจารณาจากเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบการก่อสร้าง ข้อกำหนด
การก่อสร้าง หากไมม่ ีข้อมูลดังกลา่ วใหใ้ ช้ข้อมลู ตามตารางที่แนะนำตามช่วงอายุการก่อสรา้ งอาคารน้ัน ๆ

การตรวจสอบสภาพของโครงสร้าง ณ ปัจจุบันด้วยวิธีตรวจพินิจ ได้แก่ การตรวจสอบความสอดคล้อง
ของลักษณะโครงสรา้ งจริง และข้อมูลเอกสารท่เี ก่ยี วข้องกับโครงสร้าง เช่น รูปแบบโครงสร้าง ตำแหน่ง จำนวน
และขนาดชิ้นส่วนโครงสร้าง ลักษณะการใช้งานโครงสร้าง การตรวจสอบควรมีการบันทึก
ลักษณะทางกายภาพของโครงสร้าง รวมทั้งตำแหน่งการเกิดการเสื่อมสภาพ การถ่ายแรงในชิ้นส่วนโครงสร้าง
แต่ละชิ้นส่วน ข้อจำกัดอื่น ๆ ในการบำรุงรักษา เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการประเมิน
และวิเคราะหโ์ ครงสร้าง จำเปน็ ตอ้ งมีการตรวจสอบโครงสร้างในรายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี

ก) ลักษณะทางกายภาพของช้ินสว่ นโครงสรา้ ง ความเสียหาย และการเสื่อมสภาพ ตามตารางที่ 15
ข) ความมัน่ คงแข็งแรงและปลอดภัยของการถา่ ยแรงไปยังชิ้นสว่ นโครงสร้างหลกั ในการรับนำ้ หนักบรรทุก
ของโครงสรา้ ง

คูม่ อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 48

ค) ข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นในการประเมินค่ากำลังของวัสดุ และตัวคูณลดค่าต่าง ๆ ในขั้นตอน
การวิเคราะหโ์ ครงสรา้ ง หรอื การทดสอบคณุ สมบัติของวสั ดุเพม่ิ เติม

ง) การเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนโครงสร้าง หรือตำแหน่งของชิ้นส่วนโครงสร้างที่ผิดไปจากปกติ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง เช่น ระยะห่างจากโครงสร้างข้างเคียง ข้อจำกัดในการพิจารณาวิธีการบำรุงรักษา
การประเมินแรงต้านทานแผ่นดินไหวของโครงสร้าง สภาพของฐานรองรับชิ้นส่วนโครงสร้าง รูปแบบทาง
สถาปตั ยกรรม

จ) การเปล่ยี นแปลงระบบของโครงสรา้ ง เชน่ รปู แบบของจดุ รองรบั โครงสร้างแบบยดึ ร้ัง หรอื ไมย่ ึดรงั้

ฉ) ลักษณะการใช้งานโครงสร้างท่ไี มต่ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ในเอกสารการออกแบบโครงสร้าง
ช) การตรวจสอบต้องมีการคำนึงถึงผลของการเสื่อมสภาพของวัสดุต่อสมรรถนะของโครงสร้าง
โดยหากไม่มีข้อมูลดังกล่าว จำเป็นต้องมีการตรวจสอบสมบัติของวัสดุของโครงสร้างจริงโดยล ะเอียดเพิ่มเติม
เพือ่ เปน็ ข้อมลู ในการประเมินสมรรถนะของโครงสร้าง
ในกรณีที่มีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับในการประเมินสมรรถนะของโครงสร้าง จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ
โครงสรา้ งโดยละเอียดในขน้ั ตอนต่อไป

6.2 การตรวจสอบโดยละเอียด
ในกรณีที่การตรวจสอบเบื้องต้นให้ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรั บการประเมินสมรรถนะของโครงสร้ าง

จำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
การตรวจสอบสมบัติของวัสดุที่เกิดการเสื่อมสภาพ และรายการการตรวจสอบโครงสร้างเหล็ก
ในคมู่ อื การตรวจสอบโครงสร้างเหลก็ ทีป่ ระกอบสำเร็จรปู ของสมาคมเหลก็ โครงสร้างไทย

ในการประเมินสมรรถนะของโครงสร้างจริงที่เกิดการเสื่อมสภาพแล้ว จำเป็นต้องคำนึงถึงสมบัติ
ของวสั ดุที่เปลี่ยนแปลงไปเนอื่ งจากการเส่อื มสภาพ

คู่มอื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 49

ตารางที่ 15 ความเสียหายในลักษณะอื่น ๆ ทีเ่ กดิ จากการทำลายจากส่งิ แวดลอ้ มหรือการเสือ่ มสภาพ

ประเภท ลักษณะและบรเิ วณ ชนิดองค์ ชว่ งอายุทีม่ ักจะเรมิ่ พบ
ความเสยี หาย ทีพ่ บในองค์อาคาร อาคาร สาเหตุ (ข้นึ กบั ความรนุ แรงของ
ท่มี ักพบ
การทำลาย)

ประเภทความเสยี หายทางกายภาพ

- บรเิ วณข้อต่อของ

โครงสรา้ ง ทุกชนดิ เกิดจากชา่ ง

1) รอยเชอ่ื ม - บริเวณทมี่ กี ารเปลีย่ น องค์อาคาร เชอ่ื มไม่มที ักษะ ทุกช่วงอายุ

ความหนาขององค์

อาคาร

2) ส ล ั ก เ ก ล ี ย ว - บรเิ วณข้อต่อของ ทกุ ชนดิ เกิดจาก ทุกชว่ งอายุ
(bolt) แ ห ว น โครงสรา้ ง องค์อาคาร คุณภาพของ
(rivet) และน็อต - ฐานราก
(nut) วสั ดุ

ประเภทความเสียหายลักษณะอน่ื

3) การเกดิ สนิมของ เสา และ คาน ทุกชนิด สงิ่ แวดล้อม มากกวา่ สองปีข้นึ ไป
โครงสรา้ ง องค์อาคาร ข้นึ อย่กู ับสีท่ที า

และสภาพแวดล้อม

6.2.1 การตรวจสอบโดยละเอยี ดเพ่ือประเมินสมรรถนะของโครงสรา้ งดา้ นกำลังการรบั นำ้ หนกั บรรทุก
การประเมินสมรรถนะของโครงสร้างด้านกำลังการรับน้ำหนักบรรทุก แม้ว่าจะมีข้อมูลด้านสมบัติ

ของโครงสร้างเหล็กจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลสมบัติของวัสดุในช่วงเวลาการก่อสร้างอาคาร
แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบสมบัติของวัสดุของโครงสร้างจริงเพิ่มเติมด้วย โดยให้วิศวกรใช้ข้อมูลดังกล่าว
ในการประเมนิ สมรรถนะของโครงสรา้ งด้านกำลังการรบั น้ำหนักบรรทุกของโครงสร้าง

1) การตรวจสอบรอยต่อของโครงสร้างเหล็ก
รอยต่อของโครงสร้างเหล็กแบ่งออกได้เป็นสองชนิด คือ รอยเชื่อม (welding) และสลักเกลียว

(Bolting) ในทีน่ จี้ ะกลา่ วถงึ ขอ้ ควรปฏิบตั ิสำหรบั การตรวจสอบรอยเชอื่ มและสลกั เกลยี วในโครงสรา้ งเหล็ก

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ที่ 50

ก.) การตรวจสอบรอยเช่อื ม
การตรวจสอบรอยเชื่อมควรจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบรอยเชื่อม

และผู้ตรวจสอบด้วยวิธีไม่ทำลายก่อนการตรวจสอบรอยเชื่อม โดยคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบรอยเชื่อม
จะตอ้ งมีคุณสมบัตติ ามแบบแผนการควบคุมคุณภาพของผู้ผลติ หรอื ชา่ งผสู้ รา้ งตามคู่มอื การตรวจสอบโครงสร้าง
เหล็กที่ประกอบสำเร็จรูปของสมาคมเหล็กโครงสร้างไทย

สำหรบั คุณสมบัติของผตู้ รวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) บคุ ลากรทีต่ รวจสอบแบบไม่ทำลาย
นอกเหนือจากการตรวจสอบด้วยวิธีพินิจจะต้องมีคุณสมบัติตามการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรของนายจ้าง
ซ่ึงจะตอ้ งผา่ นเกณฑห์ รือสูงกว่าเกณฑ์ของ AWS D1.1/D1.1M ข้อ 6.14.6

การตรวจสอบรอยเชื่อมโครงสร้างเหล็กด้วยวิธีการตรวจด้วยวิธีพินิจ และการตรวจสอบ
แบบไม่ทำลาย และการประเมิน สามารถอ้างอิงจาก มยผ. 1561-51 ถึง 1565-51 หรือคู่มือการตรวจสอบ
โครงสร้างเหล็กทีป่ ระกอบสำเร็จรูปของสมาคมเหลก็ โครงสร้างไทย

ข.) การตรวจสอบสลักเกลยี ว (bolting)
การตรวจสอบวัสดุของสลักเกลียวเป็นวิธีการหลักที่ใช้เพื่อยืนยันว่าวัสดุ ขั้นตอน

และการติดตั้ง สอดคล้องกับเอกสารก่อสร้างและข้อกำหนดของ The Research Council on Structural
Connections (RCSC) สำหรับการตรวจสอบสลักเกลียว โดยดทู เี่ กลียวของสลักเกลยี วว่าเกิดสนิมหรือไม่

เกณฑ์การประเมินจะแบ่งระดับออกเป็น 2 ระดับ คือ ปรกติ และรุนแรง โดยขึ้นอยู่กับ
ดุลพินิจของวิศวกรผู้ตรวจสอบในการจดั ระดับสำหรับการตรวจสอบสลักเกลียว อย่างน้อยที่สุดการตรวจสอบ
สลักเกลยี วต้องเปน็ ไปตามตารางที่ 16 ในตารางเหล่าน้ีงานตรวจสอบมีดังตอ่ ไปนี้

การตรวจสอบกำลังดึงของสลักเกลียวกำลังสูง ตัวอย่างของสลักเกลียวจะต้องได้รับ
การตรวจสอบเพื่อค้นหาเครื่องหมายที่ถูกกำหนดไว้ และการจำแนกประเภทเมื่อสลักเกลียวนั้น
ไม่สามารถระบุได้ วิศวกรจะต้องระบุตัวอย่างที่ใช้และทดสอบเพื่อหาค่ากำลังดึงตาม ASTM F606/F606M
หรือเทียบเท่า โดยสมมติให้สลักเกลียวเป็น ASTM A307 และแหวน (rivets) จะถือว่าเป็น ASTM A502
Grade 1 เว้นแต่จะมีสลักเกลียวหรือแหวนที่มีมาตรฐานสูงกว่าถูกจัดตั้งขึ้นผ่านเอกสารหรือการทดสอบ
ของ ASTM

2) การตรวจสอบนำ้ หนกั บรรทกุ
ก) การตรวจสอบสภาพการใช้งาน และน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างจริงมีความจำเป็น

หากพบว่าลักษณะการใช้งานอาคารมีความแตกต่างจากรายละเอียดในเอกสารที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบ
น้ำหนักบรรทกุ ของอาคารสามารถอา้ งอิงไดจ้ าก AISC 360 และ ASCE 7

ข) การประเมินสามารถอ้างองิ ไดจ้ าก AISC 360 และ ASCE 7

คู่มอื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ที่ 51

6.2.2 การตรวจสอบโดยละเอียดเพอื่ ประเมินสมรรถนะของโครงสรา้ งด้านความสามารถในการใชง้ าน
ในการประเมินสมรรถนะด้านความสามารถในการใช้งานของโครงสร้าง ควรพิจารณาการแอ่นตัว

การเสียรูป การสั่นสะเทือน หรือข้อกำหนดเฉพาะของอาคารนั้น ๆ โดยข้อกำหนดด้านการใช้งาน
ของโครงสร้างอาจแตกตา่ งกันไปในแตล่ ะอาคาร

การตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อการประเมินการแอ่นตัว และการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง
ดังแสดงสำหรบั รายละเอยี ดใน ASCE 7

การตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อการประเมินการสั่นสะเทือน ควรตรวจสอบความถี่ และความเร่ง
ของการส่ันสะเทือนดังแสดงรายละเอยี ดใน Design Guide 3 และ Design Guide 11 ของ AISC

6.2.3 การตรวจสอบโดยละเอียดเพ่ือประเมินสมรรถนะของโครงสร้างด้านอายกุ ารใชง้ าน และความคงทน
การตรวจสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสาเหตุการเสื่อมสภาพของโครงสร้าง ณ ปัจจุบัน

ความรนุ แรงของการเสื่อมสภาพ คาดการณ์การเสอื่ มสภาพในอนาคต เพ่ือใช้พจิ ารณาประกอบการเลอื กวิธีการ
บำรงุ รกั ษาทเ่ี หมาะสม โครงสร้างควรได้รบั การตรวจสอบลกั ษณะการใชง้ าน และสภาพแวดลอ้ มของโครงสร้าง
ดังรายละเอียดตาม มยผ. 1333-61 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสมรรถนะด้านอายุการใช้งาน
และความคงทน ซ่งึ พจิ ารณาการตรวจสอบการเสื่อมสภาพของโครงสรา้ งในกรณตี า่ ง ๆ ดงั นี้

ตารางที่ 16 การเกดิ สนิมของสลักเกลยี ว

ระดบั พ้ืนที่เปน็ สนมิ %

ปกติ 0

รุนแรง 40

1) การตรวจสอบข้อบกพรอ่ งบนพน้ื ผวิ ของโครงสรา้ งเหลก็
ISO 4628 ได้แนะนำรายละเอียด วิธีการ และขั้นตอนการตรวจสอบด้วยวิธีพินิจรวมไปถึง

การอ้างอิงจากภาพถ่ายของข้อบกพร่องต่าง ๆ บนพื้นผิวของโครงสร้างเหล็ก (ดูตัวอย่างในภาคผนวก ก)
ซึ่งข้อมูลจะถูกบันทึกในรูปแบบของตารางและภาพถ่ายตามปริมาณและความรุนแรงของข้อบกพร่อง
และความเสียหายต่าง ๆ

มยผ. 1333 ได้แนะนำรายละเอียด วิธีการ และขั้นตอนการทำระบบป้องกันการกัดกร่อน
ของอาคารเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เพื่อให้อาคารมีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม ตามระดับความสำคัญ
สำหรบั การออกแบบโครงสรา้ งใหม่ ซึง่ อาจพจิ ารณาเป็นแนวทางในการประเมินอายุการใชง้ านโครงสรา้ งอาคาร
เกา่ และอาคารทเี่ สยี หายได้

ค่มู ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ที่ 52

อย่างไรก็ตามสำหรับการกำหนดอายุการใชง้ านเพื่อประเมินโครงสร้างอาคารเก่า หรืออาคาร
ที่เสียหาย ควรคำนึงถึงความปลอดภัย ความสามารถในการใช้งานในอนาคต และความสามารถ
ในการบำรงุ รักษาไดท้ ัง้ ในทางวศิ วกรรม และในทางเศรษฐศาสตรข์ องแตล่ ะอาคารควบค่กู นั ไปด้วย

จากผลการตรวจสอบ ควรประเมินสาเหตุของการเสื่อมสภาพ ระดับความรุนแรง และระดับ
ของความเสยี หายของโครงสร้าง ณ ปจั จบุ ัน และแนวโน้มการพัฒนาของความเสียหายในอนาคต เพอื่ พิจารณา
แนวทางการบำรุงรักษาที่เหมาะสม การประเมินข้อบกพร่องบนพื้นผิวของโครงสร้างเหล็กสามารถอ้างอิง
ได้จาก ISO 4628

2) การล้าของโครงสรา้ งเหล็ก (fatigue)
การล้าของโครงสรา้ งเหลก็ จะเกดิ ขน้ึ และเป็นผลใหก้ ำลงั รับน้ำหนักบรรทุกของโครงสรา้ งเหล็ก

ลดลงเมื่อจำนวนรอบของน้ำหนักบรรทุกที่กระทำมากขึ้นเรื่อย ๆ ความล้าจะทำให้เกิดรอยร้าวในรอยเชื่อม
หรือสลักเกลียว ซึ่งเป็นบริเวณที่มักจะพบรอยร้าวจากการตรวจสอบ การตรวจสอบรอยร้าวที่เกิดจากการล้า
สามารถอ้างอิงได้จากคู่มือ Assessment of Existing Steel Structures : Recommendations for
Estimation of Remaining Fatigue Life, Kuhn et al. (2013)

การประเมนิ รอยรา้ วท่เี กิดจากการลา้ สามารถอ้างอิงได้จากคูม่ ือ Assessment of Existing
Steel Structures : Recommendations for Estimation of Remaining Fatigue Life, Kuhn et al. (2013)

คู่มือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 53

บรรณานกุ รม

• American Concrete Institute (ACI), "Guide for Determining the Fire Endurance of
Concrete Elements (ACI 216R)”, 1989.

• American Concrete Institute (ACI), "Code Requirements for Determining Fire Resistance
of Concrete and Masonry Construction Assemblies (ACI 216.1)", 2014.

• American Concrete Institute (ACI), "Guide for Evaluation of Concrete Structures before
Rehabilitation (ACI 364.1R)”, 2007.

• American Concrete Institute (ACI), "Building Code Requirements for Structural Concrete
(ACI 318)", 2014.

• American Concrete Institute (ACI), "Strength Evaluation of Existing Concrete Buildings
(ACI 437R)", 2003.

• American Concrete Institute (ACI), "Guide for the Design and Construction of Externally
Bonded FRP Systems for Strengthening Concrete Structures (ACI 440.2R)", 2017.

• American Concrete Institute (ACI), " Guide to Concrete Repair (ACI 546R)”, 2014.
• American Concrete Institute (ACI) International, BRE, Concrete Society and ICRI, "Guide

to the Maintenance, Repair and Monitoring of Reinforced Concrete Structures, Concrete
Repair Manual”, 2nd Edition, ISBN: 0-87031-105-0, 1: pp. 691-736.
• American Society of Civil Engineers (ASCE), “Guideline for Structural Condition
Assessment of Existing Buildings (SEI-ASCE 11-99)”, 2000.
• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for Acid-
Soluble Chloride in Mortar and Concrete (ASTM C1152)", 2012.
• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for Potential
Alkali Reactivity of Aggregates (Mortar-Bar Method) (ASTM C1260)", 2014.
• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for
Determination of Length Change of Concrete Due to Alkali-Silica Reaction (ASTM
C1293)", 2018.

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ท่ี 54

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for
Determining the Potential Alkali-Silica Reactivity of Combinations of Cementitious
Materials and Aggregate (Accelerated Mortar-Bar Method) (ASTM C1567)", 2013.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for Potential
Alkali Reactivity of Cement-Aggregate Combinations (Mortar-Bar Method) (ASTM C227)",
2010.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for Potential
Alkali-Silica Reactivity of Aggregates (Chemical Method) (ASTM C289)", 2007.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Guide for Petrographic
Examination of Aggregates for Concrete (ASTM C295)", 2018.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Method for Obtaining
and Testing Drilled Cores and Sawed Beams of Concrete (ASTM C42)", 2018.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Practice for Determining
Chemical Resistance of Thermosetting Resins Used in Glass-Fiber-Reinforced Structures
Intended for Liquid Service (ASTM C581)", 2015.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Practice for Petrographic
Examination of Hardened Concrete (ASTM C856)", 2018.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Practice for the
Preparation of Substitute Ocean Water (ASTM D1141)", 2013.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Practice for Testing Water
Resistance of Coatings in 100 % Relative Humidity (ASTM D2247)", 2015.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Practice for Heat Aging of
Plastics Without Load (ASTM D3045)", 2018.

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Practice for Maintaining
Constant Relative Humidity by Means of Aqueous Solutions (ASTM E104)", 2012.

คูม่ อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 55

• American Society for Testing and Materials (ASTM), "Standard Test Methods for Fire
Tests of Building Construction and Materials (ASTM E119)”, 2007.

• BS EN 14630. "Products and systems for the protection and repair of concrete
structures. Test methods. Determination of carbonation depth in hardened concrete
by the phenolphthalein method." , 2006.

• Feliú, S., González, J.A. and Andrade, C., “Electrochemical methods for on-site
determinations of corrosion rates of rebars”. ASTM Special Technical Publication. 1996.

• Hnin, S.W., Sancharoen, P. and Tangtermsiriku, S., "Effects of Mix Proportion on Electrical
Resistivity of Concrete with Fly Ash" ASEAN Engineering Journal, Vol. 7, No 2 , 2017,
ISSN 2586-9159 p.65.

• ICC (ICBO) Evaluation Service (AC125) 2003, Interim criteria for concrete and reinforced
and unreinforced masonry strengthening using fibre-reinforced polymer (FRP),
composite system: 3-10: California: USA.

• International Concrete Repair Institute (ICRI), “Guide for Using In-Situ Tensile Pull Off
Tests to Evaluate Bond of Concrete Surface Materials (ICRI 210.3R)”, 2013

• International Concrete Repair Institute (ICRI), “Guideline for Surface Preparation for the
Repair of Deteriorated Concrete Resulting from Reinforcing Steel Corrosion (ICRI
310.1R)”, 2008.

• International Concrete Repair Institute (ICRI), “Selecting and Specifying Concrete
Surface Preparation (ICRI 310.2R)”, 2013.

• International Concrete Repair Institute (ICRI), “Guide for Selecting and Specifying
Materials for Repair of Concrete Surfaces (ICRI 320.2R)”, 2018.

• Japanese Industrial Standards Committee (JISC), "Method for Measuring Carbonation
Depth of Concrete (JIS A1152)", 2018.

• Bungey, J. H., and Millard, S. G., “Testing of Concrete in Structures,” 3rd Edition, Blackie
Academic & Professional, London, 1996.

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ท่ี 56

• Kasai, Y., “Method of Test for Neutralization Depth of Concrete in Structures with
Drilling Powder (NDIS 3419-1999)”. JOURNAL OF JSNDI, V.50, No. 7, 2001, pp. 416-419.

• Post-Tensioning Institute (PTI), “Post-Tensioning Manual, Sixth Edition”, Phoenix, AZ,
1990.

• RILEM Committee TC56, “Measurement of hardened concrete carbonation depth”,
Draft RILEM recommendation CPC-18, Material and Structure, Vol.21 (126), 1998, pp.
453.

• Wollman, G., and Wollman, C., “Anchorage Zone Design, Repair of Chapter V, III,” Post-
Tensioning Manual, Sixth Edition, Post-Tensioning Institute, Phoenix, AZ, 2000.

• Zia, P., Preston, H., Scott, N. and Workman, E., “Estimating Prestress Losses”, Concrete
International, V. 19, No. 6, 1979, pp. 32-38.

• กรมโยธาธิการและผังเมือง, “มาตรฐานการประเมินและการเสริมความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง
อาคารในเขตท่อี าจไดร้ บั แรงส่ันสะเทอื นของแผน่ ดินไหว (มยผ. 1303-57)”

• กรมโยธาธิการและผังเมือง, “มาตรฐานงานคอนกรีตเมื่อพิจารณาความคงทน และอายุการใช้งาน
(มยผ. 1332-55)”

• กรมโยธาธิการและผงั เมือง, “มาตรฐานความคงทนของอาคารเหล็กโครงสรา้ งรปู พรรณ (มยผ. 1333-
61)”

• กรมโยธาธิการและผังเมือง, “การตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยวิธีตรวจพินิจ (มยผ.
1501-51)”

• กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง, “วธิ ที ดสอบคอนกรตี โดยใชค้ ลื่นอัลตราโซนกิ (มยผ. 1504-51)”
• กรมโยธาธิการและผังเมือง, “มาตรฐานการเสริมกำลังโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยวัสดุคอมโพ

สติ เสรมิ เสน้ ใย (มยผ. 1508-51)”
• กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง, “มาตรฐานปฏิบัตใิ นการซอ่ มแซมคอนกรตี (มยผ. 1901-51)”

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 57

ภาคผนวก ก.
ภาพถ่ายมาตรฐานแสดงขอ้ บกพร่องบนพื้นผวิ ของโครงสรา้ งเหล็ก

ค่มู ือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 58

หนาแนน่ น้อย หนาแนน่ ปานกลาง

หนาแน่นปานกลางคอ่ นข้างมาก หนาแน่นมาก

(ก) การพองขนาด 2

รปู ท่ี ก1 ภาพถ่ายมาตรฐานแสดงระดบั การพอง (ตาม ISO 4628)

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าท่ี 59

หนาแนน่ นอ้ ย หนาแนน่ ปานกลาง

หนาแน่นปานกลางคอ่ นข้างมาก หนาแนน่ มาก

(ข) การพองขนาด 3

รูปท่ี ก1 ภาพถ่ายมาตรฐานแสดงระดบั การพอง (ตาม ISO 4628) (ตอ่ )

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 60

หนาแนน่ น้อย หนาแนน่ ปานกลาง

หนาแน่นปานกลางค่อนข้างมาก หนาแนน่ มาก

(ค) การพองขนาด 4

รปู ท่ี ก1 ภาพถ่ายมาตรฐานแสดงระดบั การพอง (ตาม ISO 4628) (ต่อ)

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ที่ 61

หนาแน่นน้อย (few) หนาแนน่ ปานกลาง (medium)

หนาแน่นปานกลางคอ่ นข้างมาก (medium dense) หนาแน่นมาก (dense)

(ง) การพองขนาด 5

รปู ที่ ก1 ภาพถา่ ยมาตรฐานแสดงระดับการพอง (ตาม ISO 4628) (ต่อ)

ค่มู ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 62

ตารางที่ ก1 ระดับการพองบนพ้นื ผิวของโครงสรา้ งเหล็ก (ตาม ISO 4628)

ระดบั การพอง ขนาดของข้อบกพร่อง
0 มองไม่เหน็ ด้วยสายตา
1 มองเห็นดว้ ยสายตาผ่านแว่นขยายขนาด x 10
2 มองเห็นด้วยสายตา
3 0 มม. ถงึ 0.5 มม.
4 0.5 มม. ถึง 5 มม.
5
มากกว่า 5 มม.

ตารางที่ ก2 ระดับการเกิดสนมิ บนพื้นผิวของโครงสรา้ งเหล็ก (ตาม ISO 4628)

ระดับของ ภาพถา่ ยมาตรฐานแสดงระดับการเกิดสนมิ พืน้ ทเี่ ป็น
การเปน็ สนิม สนมิ %

Ri 0 0

Ri 1 1

Ri 3 10

Ri 5 50

ค่มู ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร หน้าที่ 63

ภาคผนวก ข
ตัวอย่างการปฏิบตั งิ านการตรวจสอบโครงสรา้ ง

ค่มู ือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 64

ตัวอยา่ งอาคารท่ี 1
ข้อมูลทัว่ ไปของอาคาร
1. ข้อมลู สถานท่ีตั้ง และเจา้ ของอาคาร
1.1 ช่ืออาคาร และสถานทต่ี ้งั
ชื่ออาคาร…โรงงานผลติ ปนู ซเี มนต์………………………………………………………………………………………
ตัง้ อยู่เลขที่……………..ตรอก/ซอย………………………….ถนน…………………………….
ตำบล/แขวง…………………………….อำเภอ/เขต……………………………….…………….จงั หวดั …สระบรุ ี…………….
รหสั ไปรษณยี ์………………..โทรศัพท…์ ………………………โทรสาร……………………..
1.2 เจ้าของอาคาร
ชอ่ื …บริษัทผลิตปนู ซีเมนตแ์ ห่งหน่ึง…………………………………………………………………………….…………
สถานทต่ี ดิ ต่อเลขท…่ี ………..หมทู่ ่ี..............ตรอก/ซอย.....................................................................
ถนน..…………………………ตำบล/แขวง………………….อำเภอ/เขต……..……………….……….
จังหวัด………………………...รหัสไปรษณยี …์ …………….โทรศพั ท์……..…...…………………….
โทรสาร……………………… อีเมล........................................................................................................ .
2. ประเภทของอาคาร และขอ้ มูลดา้ นโครงสรา้ ง
2.1 ขอ้ มูลการขออนุญาตการกอ่ สรา้ ง และเปดิ ใชอ้ าคาร
ได้รบั ใบอนุญาตกอ่ สร้างจากเจา้ พนกั งานท้องถ่นิ เม่ือวันที่…...เดอื น……….……พ.ศ……...…
 มี แบบแปลนเดิม
 ไม่มี แบบแปลนเดิม (กรณีที่ไม่มีแบบแปลนหรือแผนผังรายการเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ให้เจ้าของ
อาคารจัดหาหรือจัดทำแบบแปลนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารให้กับผู้ตรวจสอบ
อาคาร )
ไดร้ ับใบอนุญาตเปดิ ใช้อาคารจากเจา้ พนักงานทอ้ งถิน่ เมือ่ วนั ท่ี…...เดือน……….……พ.ศ……...…

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 65

ตามท่ไี ด้รับอนุญาตใหใ้ ช้เปน็ ................................................................................... ......................
การใช้งานปจั จุบันใชเ้ ปน็ .................................................................................................. .............
2.2 ขอ้ มลู ด้านการออกแบบโครงสรา้ ง
2.2.1 วธิ กี ารออกแบบ
 วิธหี นว่ ยแรงใช้งาน (Working Stress Method, WSM)
 วธิ ีกำลัง (Strength Design Method, SDM)
 วธิ ตี ัวคณู ความตา้ นทานและนำ้ หนกั บรรทุก (Load and Resistance Factor Design, LRFD)
 ไมม่ ีขอ้ มลู
2.2.2 มาตรฐานทีใ่ ชใ้ นการออกแบบ
 มาตรฐาน วสท. 1007, “มาตรฐานสาํ หรับอาคารคอนกรีตเสรมิ เหล็ก โดยวธิ ีหนว่ ยแรงใชง้ าน”
ปพี .ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1008, “มาตรฐานสําหรบั อาคารคอนกรีตเสริมเหลก็ โดยวธิ กี าํ ลงั ”
ปพี .ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1009, “มาตรฐานสำหรบั อาคารคอนกรตี อัดแรง”
ปพี .ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1015, “มาตรฐานสำหรบั อาคารเหล็กรูปพรรณ”
ปีพ.ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1020, “มาตรฐานการออกแบบอาคารเหล็กรูปพรรณ โดยวิธีตัวคูณความต้านทานและ
น้ำหนักบรรทุก”
ปพี .ศ. ............
 อ่นื ๆ ........................................................................................................................... ...........
ปีพ.ศ..............................................

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หน้าท่ี 66

 ไม่มีขอ้ มูล

2.2 ประเภทอาคาร (กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. 2522)

ประเภท ประเภท และส่วนตา่ ง ๆ ของอาคาร น้ำหนักบรรทกุ จรขน้ั ตำ่
X (กก. ต่อ ตร.ม.)

หลงั คา 30
100
กนั สาด หรอื หลงั คาคอนกรีต 150
200
ทีพ่ กั อาศัย โรงเรียนอนุบาล ห้องนำ้ หอ้ งส้วม
250
ห้องแถว ตึกแถวที่ใช้พักอาศัย อาคารชุด หอพัก โรงแรม และห้อง 300
คนไข้พเิ ศษของโรงพยาบาล
300
สำนักงาน ธนาคาร
400
อาคารพาณิชย์ ส่วนของห้องแถว ตึกแถวที่ใช้เพื่อการพาณิชย์
มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรยี น โรงพยาบาล 400

ห้องโถง บันได ช่องทางเดินของอาคารชุด หอพัก โรงแรม สำนักงาน 500
และธนาคาร
500
ตลาด อาคารสรรพสินค้า หอประชุม โรงมหรสพ ภัตตาคาร ห้อง
ประชุม ห้องอ่านหนังสือในห้องสมุด หรือหอสมุด ที่จอด หรือเก็บ 600
รถยนต์นัง่ และรถจกั รยานยนต์ 700

ห้องโถง บันได ช่องทางเดินของอาคารพาณิชย์ มหาวิทยาลัย วิทยาลยั
และโรงเรยี น

คลงั สนิ คา้ โรงกีฬา พพิ ิธภัณฑ์ อฒั จันทร์ โรงงานอตุ สาหกรรม โรงพิมพ์
ห้องเก็บเอกสารและพัสดุ

ห้องโถง บันได ช่องทางเดินของตลาด อาคารสรรพสินค้า หอประชุม
โรงมหรสพ ภัตตาคาร ห้องประชุม ห้องอ่านหนังสือในห้องสมุด หรือ
หอสมดุ

หอ้ งเก็บหนงั สือของห้องสมุด หรอื หอสมุด

ทีจ่ อด หรอื เก็บรถยนตบ์ รรทุกเปล่า

คู่มือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 67

2.3 รูปแบบโครงสร้างอาคาร (ระบ)ุ

โครงสร้าง หัวข้อ รายละเอียด

 คอนกรตี เสริมเหล็ก

 คอนกรตี อัดแรง
วัสดุ

 เหลก็

 อ่ืนๆ.................................................................

ฐานราก  ไมม่ ฐี านราก
รูปแบบ  ฐานรากแผ่

 เสาเขม็

ความหนาของฐานราก.......................ม.
อน่ื ๆ

ลักษณะสภาพแวดล้อม .................................. (ตามตารางที่ 1)

 คอนกรตี เสรมิ เหลก็
 คอนกรตี อัดแรง
วัสดุ
 เหล็ก
 อนื่ ๆ..................................................................

เสา  หลอ่ ในที่
รปู แบบ  ชน้ิ ส่วนสำเร็จรปู
 กำแพงรบั น้ำหนกั

ลักษณะสภาพแวดล้อม .. 7, 8, 13.. (ตามตารางที่ 1) กลางแจ้ง ไกลทะเลได้รับ
อ่นื ๆ ความรอ้ นจากเตาเผา

คูม่ อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 68

โครงสรา้ ง หัวข้อ รายละเอยี ด
 คอนกรีตเสริมเหลก็

 คอนกรตี อัดแรง
วัสดุ

 เหลก็

 อื่นๆ.................................................................

คาน  หลอ่ ในที่

 ช้นิ สว่ นสำเร็จรูป
รูปแบบ

 คานลกึ

 คานตอ่ เนอื่ ง

อื่นๆ ลกั ษณะสภาพแวดล้อม .................................. (ตามตารางท่ี 1)

 คอนกรตี เสริมเหล็ก

 คอนกรตี อัดแรง
วสั ดุ

 เหลก็

 อนื่ ๆ.................................................................
พนื้

 หล่อในที่

รปู แบบ  ชิ้นสว่ นสำเรจ็ รูป

 ช้นิ ส่วนสำเรจ็ รปู และหล่อในทปี่ ระกอบกัน

อ่นื ๆ ลักษณะสภาพแวดล้อม .................................. (ตามตารางที่ 1)

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 69

ตารางที่ 1 ลักษณะสภาพแวดล้อม (มยผ. 1332-55)

ลักษณะงานก่อสร้างและสภาพแวดลอ้ ม การออกแบบใหค้ ำนึงถึงหัวข้อความคงทนต่อไปน้ีเปน็ หลกั

1. น้ำจดื

ก) ใต้น้ำ การสึกกรอ่ นของผวิ คอนกรตี

ข) เผชิญวัฏจักรเปยี กสลบั แห้ง การเกิดสนิมของเหล็กเสริม และ/หรือการสึกกร่อนของผิว

ค) บรรยากาศบริเวณที่สัมผสั ละอองน้ำได้ คอนกรีต

การเกิดสนิมของเหล็กเสริมเนื่องจากคาร์บอเนชัน และ/หรือ

การเกิดสนมิ ของเหล็กเสริมทัว่ ไป

2. นำ้ กรอ่ ย

ก) ใตน้ ำ้ การต้านทานซัลเฟต และ/หรือ การเกิดสนิมของเหล็กเสริม

เนื่องจากคลอไรด์จากน้ำทะเล และ/หรือ การสึกกร่อนของผิว

คอนกรตี

ข) เผชิญวัฏจกั รเปียกสลับแห้ง การเกิดสนิมของเหล็กเสริมเนื่องจากคลอไรด์จากน้ำทะเล และ/

หรือการสึกกร่อนของผวิ คอนกรีต

ค) บรรยากาศบรเิ วณทีส่ มั ผัสละอองนำ้ ได้ การเกิดสนิมของเหล็กเสริมเนื่องจากคาร์บอเนชัน และ/หรือ

การเกดิ สนมิ ของเหลก็ เสรมิ เนื่องจากคลอไรดจ์ ากน้ำทะเล

3. นำ้ ทะเล

ก) ใต้นำ้ การต้านทานซัลเฟต และ/หรือ การเกิดสนิมของเหล็กเสริม
เนื่องจากคลอไรด์จากน้ำทะเล และ/หรือ การสึกกร่อนของผิว

คอนกรตี

ข) เผชิญวัฏจักรเปียกสลบั แห้ง การเกิดสนิมของเหล็กเสริมเนื่องจากคลอไรด์จากน้ำทะเล และ/
หรอื การสึกกรอ่ นของผิวคอนกรตี

ค) บรรยากาศบริเวณทสี่ มั ผสั ละอองนำ้ ได้ การเกิดสนิมของเหล็กเสริมเนื่องจากคาร์บอเนชัน และ/หรือ
การเกิดสนมิ ของเหลก็ เสริมเนอื่ งจากคลอไรดจ์ ากนำ้ ทะเล

คู่มือการตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ท่ี 70

ตารางท่ี 1 ลักษณะสภาพแวดลอ้ ม (มยผ. 1332-55) (ต่อ)

ลกั ษณะงานกอ่ สรา้ งและสภาพแวดลอ้ ม การออกแบบใหค้ ำนงึ ถึงหวั ขอ้ ความคงทนต่อไปนีเ้ ป็นหลกั

4. น้ำเสยี การต้านทานกรดซัลฟุริก และการต้านทานซลั เฟต หรอื สารเคมีอน่ื ๆ

5. ใตด้ นิ และใตพ้ ืน้ ทอ้ งทะเล การต้านทานซลั เฟต
ก) มีซลั เฟต ไมม่ ี
ข) ไม่มีซลั เฟต

6. ติดผิวดิน (เช่น ตอม่อ คานคอดิน
โครงสร้างบริเวณติดผวิ ดิน)

ก) สัมผัสคลอไรด์ การเกิดสนิมของเหล็กเสริมเนือ่ งจากคลอไรด์ในดนิ

ข) ไม่สมั ผสั คลอไรด์ การเกดิ สนมิ ของเหลก็ เสริมท่วั ไป

7. ในบรรยากาศที่ต้องสัมผัสกับก๊าซ การเกิดสนิมของเหล็กเสรมิ เนือ่ งจากคาร์บอเนชนั
คาร์บอนไดออกไซด์ (ใกล้โรงงาน ใกล้ถนนท่ี
มกี ารจราจรหนาแน่น อโุ มงคท์ างลอด)

8. ในบรรยากาศที่ต้องคำนึงถึงการหดตัว การแตกรา้ วเนอ่ื งจากการหดตัวแบบแห้ง
แบบแหง้ (กลางแจ้ง หรอื มีลมพดั แรง)

9. โครงสร้างคอนกรีตหลา เช่น เขื่อน ฐาน การแตกร้าวเน่อื งจากอุณหภมู ิ หรอื การแตกรา้ วเนื่องจากการหดตัว
รากขนาดใหญ่ และโครงสร้างที่มีความหนา
มาก

10. ชิ้นส่วนบางต่อเนื่องที่มีการยึดรั้ง การ การแตกร้าวเนื่องจากการหดตัว
แตกร้าวเน่อื งจากการหดตัว

11. โครงสร้างคอนกรีตที่มีอัตราส่วนน้ำต่อ การหดตัวแบบออโตจีนัส
วัสดปุ ระสานตำ่ มีความทึบนำ้ สูง

12. งานก่อสรา้ งท่สี มั ผัสสารเคมีอื่น ความสามารถในการต้านทานสารเคมที ี่เกย่ี วขอ้ ง

13. เผชญิ อณุ หภูมผิ ดิ ปกติ

- วัฏจักรอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง การแตกร้าวของคอนกรีตเนอื่ งจากวฏั จกั รอณุ หภูมติ ่ำกวา่

และสูงข้นึ กวา่ จุดหลอมเหลว จดุ เยือกแขง็ และสูงขึ้นกวา่ จุดหลอมเหลวการแตกรา้ วของคอนกรีต

- วัฏจักรอุณหภูมิสูง และลดต่ำลงอยา่ ง เนอื่ งจากวฏั จักรอุณหภมู สิ งู และลดตำ่ ลงอย่างฉับพลนั

ฉับพลัน

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 71

3. การเก็บรักษาประเภทของวตั ถุหรอื เชือ้ เพลงิ ท่อี าจเป็นอนั ตราย

 วตั ถุติดไฟ ประเภท……………..ปริมาณ……………สถานที่เก็บ…………………….

 วตั ถอุ นั ตราย ประเภท……………..ปริมาณ……………สถานทเ่ี ก็บ…………………….

 วตั ถุเชอื้ เพลงิ ประเภท…………......ปริมาณ……………สถานท่ีเก็บ…………………….

 นำ้ มนั เชื้อเพลิง ประเภท………….….ปรมิ าณ……………สถานที่เก็บ…………………….

 ก๊าซ ประเภท……………..ปรมิ าณ……………สถานที่เก็บ…………………….

 สารเคมี ประเภท……………..ปริมาณ……………สถานที่เก็บ…………………….

 อ่นื ๆ (ระบ)ุ …………………..……………….………………………………………

คู่มือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 72

การตรวจสอบสภาพของโครงสร้าง ณ ปจั จบุ ันด้วยวธิ ีตรวจพินิจ
1. การใชง้ าน การต่อเตมิ ดดั แปลง ปรบั ปรุงตวั อาคาร

ลำดับท่ี รายการทีต่ รวจสอบ ผลการ ตำแหน่งองค์อาคาร และ ความเหน็ ผตู้ รวจสอบ
ตรวจสอบ รายละเอียดท่ีพบ

การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก  มี

1 บรรทุกที่มีผลต่อความ  ไม่มี
มั่นคงแข็งแรงของอาคาร
จากแบบแปลน  ไมแ่ น่ชัด

การต่อเติมหรือดัดแปลง  มี
2 โครงสร้างอาคารเพ่ิมจาก  ไม่มี

แบบแปลน
 ไม่แน่ชดั

การซ่อมแซมโครงสร้าง  มี บริเวณที่เสียหาย ได้รับ

3 อาคาร  ไมม่ ี การซ่อมแบบ patching
แต่ไม่ได้ผล กลับมา
 ไมแ่ น่ชดั เสียหายอีก

การเปลี่ยนสภาพหรือ  มี

4 กิจกรรมการใช้ที่มีผลต่อ  ไมม่ ี
ความมั่นคงแข็งแรงของ
อาคารจากแบบแปลน  ไมแ่ น่ชัด

การเปลี่ยนแปลงวัสดุที่มี  มี
5 ผลต่อความมั่นคงแข็งแรง  ไม่มี

ของอาคารจากแบบแปลน  ไม่แนช่ ัด

สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง  มี อาจไม่ได้มีการคำนึงถึง ส่วนที่เสียหายอยู่ใกล้

6 จากแบบแปลน หรือข้อ  ไม่มี อุณหภูมิสูงระหว่างการใช้ เตาเผาทม่ี ีอณุ หภูมิสูง
กำหนดการออกแบบ  ไมแ่ น่ชดั งานในขน้ั ตอนออกแบบ

คู่มอื การตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ท่ี 73

2. การตรวจสอบความเสียหายของโครงสรา้ ง
2.1 จดุ บกพรอ่ งจากการกอ่ สรา้ ง (Construction Faults)
 มี  ไม่มี (ขา้ มไปหัวข้อ 2.2)

ความเสียหาย ตำแหน่งความ สาเหตุ การตรวจสอบโดย
เสยี หาย และรปู ละเอียดท่ีจำเป็น

ประกอบ

รอยต่อการเทคอนกรตี (Cold Joint)

เหลก็ เสรมิ ทไ่ี มม่ ีคอนกรีตหมุ้

รพู รุนแบบรวงผ้ึงในเน้ือคอนกรตี

อนื่ ๆ

ค่มู ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 74

2.2 รอยรา้ ว (Cracks) รายละเอยี ด หมายเหตุ
 มี  ไมม่ ี (ขา้ มไปหัวขอ้ 2.3) ขอ้ มลู การตรวจสอบรอยรา้ ว

หัวขอ้

ตำแหน่ง และรูปความ บางแห่งมีการกะเทาะของ
เสียหาย ผวิ หน้าคอนกรีต
(แผนทีร่ อยร้าว)

 ตามแนวเหลก็ เสรมิ

 กระจดั กระจายไร้ทศิ ทางแน่นอน

ทิศทางและลักษณะของ  ทแยงมุม หรือแนวเฉยี ง เสยี หายบริเวณใกลผ้ วิ

รอยรา้ ว  ขนานกนั เปน็ ชว่ ง ๆ

 มว้ นเกลียว

 อ่นื ๆ......

 < 0.1 มม.

ความกว้างสูงสุดของรอย  < 0.3 มม. -
ร้าว  < ความกว้างที่ยอมรับได้สูงสุดของรอยร้าว

ตามตารางที่ 3

 กว้างกวา่ 0.3 มม.

ความยาวรอยร้าว  ตลอดความกวา้ งแผน่ พืน้ (ตั้งฉากกบั แนวเหล็ก -
เสรมิ )
 เป็นช่วงๆ
 โดยรอบองค์อาคาร

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หน้าที่ 75

หวั ข้อ รายละเอยี ด หมายเหตุ

ความลกึ ของรอยร้าว  ตลอดความลกึ ของหน้าตัดองค์อาคาร -
 พบเฉพาะใกล้ผวิ หน้า
 ถึงระดับเหลก็ เสริม
 เฉพาะวสั ดุเคลือบผวิ หรอื ปิดผิวคอนกรีต
 ไม่มีขอ้ มูล

 ปกติ มีการกะเทาะของผิวหน้า
 มีคราบนำ้ ทแ่ี ห้งตัว คอนกรตี บา้ งบางแหง่
ลักษณะพื้นผิว และสี  มคี วามชืน้
คอนกรีตโดยรอบรอยร้าว  คราบสสี นมิ มีคราบสกปรก
 คราบหนิ ปูน (Efflorescence)
 ไมม่ ีข้อมลู

การขยายตัวของรอยรา้ ว  มี จำนวนรอยรา้ วเพมิ่ ข้ึน มีรายงานจากเจ้าของว่ามี
ความเสียหายเพิ่มขึ้นตาม
ภายหลังการตรวจสอบ  มี ความกวา้ งขยายตัว เวลา แต่ไม่ได้เก็บข้อมูล
ครั้งแรก.....................  มี ความยาวขยายตัว เชิงเอกสาร
เดือน  มี ความลกึ ขยายตวั

 ไมม่ ี

อายุโครงสร้างที่ตรวจพบ ไม่มขี ้อมูล
รอยร้าวครั้งแรก

สาเหตขุ องรอยรา้ ว

สาเหตุของรอยร้าว ตอ้ งการการตรวจสอบอย่างละเอยี ดเพ่มิ เติม
(ตามตารางที่ 2)

กำลังอัดโดยค้อนสะท้อน ความลึกคาร์บอเนชัน

การตรวจสอบโดยละเอียด ปริมาณซัลเฟตและคลอไรด์ในคอนกรีต อุณหภูมิ

ทีจ่ ำเปน็ ขณะใช้งาน และการวิเคราะห์หน่วยแรงที่เกิดจาก

อณุ หภมู ิ

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หนา้ ท่ี 76

2.3 การเส่อื มสภาพ หรอื สลายตวั ของคอนกรตี (Deterioration or Disintegration of Concrete)

 มี  ไมม่ ี (ขา้ มไปหัวข้อ 2.4)

หวั ข้อ ตำแหน่งความเสียหาย อายโุ ครงสรา้ งที่ สาเหตุ การตรวจสอบโดย
และรปู ประกอบ ตรวจพบครงั้ แรก (ตามตารางที่ 2) ละเอียดทจี่ ำเปน็

การบวมตัว และ
ผิวหน้าเสียหาย

การสึกกร่อนของ
ผิวหน้า

ผิวหน้าถูกทำลาย
ดว้ ยสารเคมี

การหลุดร่อนของ กำลังอัดโดยค้อน
ผิวคอนกรีต กระแทก ความลึก
ค า ร ์ บ อ เ น ชั น
ปริมาณซัลเฟตและ
คลอไรด์ อุณหภูมิ
ขณะใช้งาน และ
วิเคราะห์หน่วยแรง
ทเี่ กิดจากอุณหภูมิ

การเกิดสนิมของ
มวลรวม

การเปลี่ยนสีของ
คอนกรตี

การแตกของ
ค อ น ก รี ต
เนื่องจากการถูก
ก ด อั ด
(Crushing)

คู่มือการตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หน้าที่ 77

2.4 การบิดเบยี้ วหรือเคลอื่ นตวั ของโครงสร้าง (Distortion and Movement)

 มี  ไม่มี (ขา้ มไปหวั ขอ้ 2.5)

หวั ขอ้ ตำแหน่งความ อายโุ ครงสร้างที่ สาเหตุ การตรวจสอบ
เสียหาย และรปู ตรวจพบครัง้ แรก (ตามตารางที่ 2) โดยละเอยี ดที่
การบิดเบี้ยวของ
โครงสรา้ ง ประกอบ จำเปน็

การทรุดตัวไม่เท่ากัน
ของโครงสรา้ ง

การเคลื่อนตัวของ
โครงสร้าง

2.5 การรวั่ ซมึ ของน้ำ หรอื ของเหลว

 มี  ไม่มี

ตำแหน่งความ อายุโครงสรา้ งท่ี สาเหตุ การตรวจสอบโดย
เสยี หาย และรูป ละเอยี ดท่ีจำเปน็
หวั ขอ้ ตรวจพบครง้ั
ประกอบ แรก (ตามตารางที่ 2)
คราบความชื้น สนิม
หรือตะไคร่นำ้
การบวมปูดของวัสดุ
เคลือบผิว
การเสื่อมสภาพของ
วสั ดอุ ุดปิดรอยตอ่
คราบหินปูนท ี่ผิว
คอนกรีต

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 78

การตรวจสอบสภาพของโครงสร้างโดยละเอยี ด
1. การตรวจสอบโดยละเอยี ดเพื่อประเมนิ ประสิทธิภาพของโครงสร้างดา้ นกำลงั การรับน้ำหนกั

คณุ สมบตั ิ วธิ กี ารทดสอบ จำนวนตัวอย่าง ผลการทดสอบ

กำลงั อัดคอนกรีต คอ้ นสะทอ้ น ต้องการทราบความ ข้อมูลการทดสอบค้อนกระแทกแสดงว่า
แตกต่างของกำลัง คอนกรีตบริเวณที่ถูกความร้อนสูงจะมี
อัดบริเวณที่ได้รับ กำลังตำ่ กวา่ บริเวณท่มี อี ุณหภมู ติ ำ่ กว่า
ความรอ้ นตา่ งกัน
8
Surface Facing Heat SourceF requency

7 Side Surface
Low Position - Normal Temperature

6

5

4

3

2
1 Left-Hand Side

0
0 10 20 30 40 50 60 70
Rebound Number (RN)

กำลังรับแรงดึงของ
เหลก็ เสรมิ

กำลังรับน้ำหนักของ
โครงสรา้ ง

2. การตรวจสอบโดยละเอยี ดเพ่อื ประเมินประสทิ ธภิ าพของโครงสรา้ งด้านความสามารถในการใชง้ าน

คณุ สมบตั ิ วิธกี ารทดสอบ จำนวนตวั อยา่ ง ผลการทดสอบ
คา่ การทรุดตวั ทยี่ อมรบั ได้ ในรูปของการ
เสยี รปู เชิงมุม(Angular Distortion: β)

การแอ่นตัวขององคอ์ าคาร

ปริมาณการรั่วซึมของของเหลวเกบ็ กกั

การตรวจสอบความถ่ี และความเร่งของ
การส่นั สะเทือน

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมินโครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 79

3. การตรวจสอบโดยละเอียดเพอื่ ประเมนิ ประสิทธิภาพของโครงสรา้ งดา้ นอายกุ ารใชง้ าน และความคงทน

คณุ สมบตั ิ วธิ กี ารทดสอบ จำนวนตวั อย่าง ผลการทดสอบ

การแตกร้าวเนื่องจาก
การหดตัวแบบพลาสติก

การแตกร้าวเนื่องจาก Infrared spectrometer ต้องการทราบ
อณุ หภมู ิ อุณหภูมิผิวคอนกรีต
ขณะใชง้ าน

การแตกร้าวเนื่องจาก อุณหภูมิบริเวณผิวคอนกรีตบริเวณ
การหดตัวแบบออโต ใกล้แหล่งความร้อนมีค่าสูงสุดที่
จีนสั ประมาณ 170 องศาซึ่งนา่ จะมผี ลตอ่
การแตกร้าวเนื่องจาก คอนกรีต
การหดตัวแบบแห้ง
การเป็นสนิมของเหล็ก ผลทดสอบความลึกคาร์บอเนชัน
เสรมิ เนื่องจากคลอไรด์ แสดงว่าคอนกรีตบริเวณอุณหภูมิสูง
การเป็นสนิมของเหล็ก ฉีดพ่นแท่งเจาะตัวอย่าง มีความลึกคาร์บอเนชัน (เฉลี่ย 50
เสริมเนื่องจากคาร์บอ คอนกรีตด้วยสารละลายฟี มม.) มากกว่าคอนกรีตในบริเวณ
เนชนั นอลฟ์ ทาลนี อุณหภูมิต่ำกว่า (เฉลี่ย 25 มม.) แต่
ไม่พบปัญหาการเป็นสนิมของเหล็ก
ค่มู อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร
หนา้ ที่ 80

คณุ สมบตั ิ วธิ กี ารทดสอบ จำนวนตวั อยา่ ง ผลการทดสอบ

เสรมิ

ปฏิกิริยาระหว่างด่างกับ มีปริมาณซัลเฟต 0.148%ของ
มวลรวม น้ำหนกั คอนกรีต ซงึ่ ต่ำมาก โดยหาก
แป ล ง เป ็ น ร้ อย ละ ต ่ อน้ ำหนัก
ก า ร เ ก ิ ด Delayed ปูนซีเมนต์จะมีค่า 1.186% ซึ่งต่ำ
Ettringite Formation กว่าขีดจำกดั ที่ยอมให้ในปูนซีเมนต์ที่
3% มาก (ตาม มอก.15)
การสกึ กร่อน มีปริมาณคลอไรด์ 0.01%ของ
นำ้ หนกั คอนกรีต ซง่ึ ตำ่ มาก โดยหาก
การเผชิญกับซัลเฟต แป ล ง เป ็ น ร้ อย ล ะ ต ่ อน้ ำ ห นั ก
และกรด ปูนซีเมนต์จะมีค่า 0.033% ซึ่งต่ำ
กว่าขดี จำกดั ท่ยี อมให้ในปูนซีเมนต์ที่
ปริมาณซลั เฟต และคลอ วิธี Titration 0.4% มาก
ไรด์
หนา้ ที่ 81
ปริมาณคลอไรด์ วธิ ี Titration

ไฟไหม้
การเกิดสนิมของมวล
รวม

ค่มู อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดโดยวิธี FEM โดยใช้ข้อมูลที่ทดสอบมาได้ พบว่า โครงสร้างดังกล่าว
โดยเฉพาะในบริเวณที่ได้รับความร้อนและมีอุณหภูมิสูง เนื่องจากโครงสร้างดังกล่าวไม่ได้อยู่ในบริเวณที่มีการ
ปอ้ งกันฝน หากฝนตก ผิวคอนกรตี ในบริเวณท่มี ีอณุ หภูมิสูงจะลดอุณหภมู ลิ งเฉยี บพลัน (เกิด Thermal shock)
ทำให้เกิดหน่วยแรงดึงที่เกินกำลังดึงที่บริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดการแตกร้าวและกะเทาะได้ จึงสามารถสรุป
สาเหตขุ องความเสียหายได้

การประเมินประสิทธิภาพของโครงสร้าง

ระดับ กระบวนการท่ีแนะนำ ระยะเวลาการ ตัวอย่างวธิ ีการ
ประสิทธิภาพของโครงสร้าง ความ ดำเนนิ การ ซอ่ มแซม

เสียหาย

ความคงทน, ความสามารถใช้ ระดบั 1 ไมต่ ้องซ่อมแซม ตรวจสอบ หรือ พิจารณาจาก ตรวจสอบดว้ ยตาเปลา่
งานได้ และความปลอดภัย
ผ่าน ต ร ว จ ต ิ ด ต า ม ต ่ อ ไ ป ต า ม ค่าใช้จ่ายตลอด ตรวจสอบด้วยเครื่องมือ
ระยะเวลาในแผนบำรงุ รกั ษา อายุการใช้งาน แบบไมท่ ำลาย

ความคงทน และความสามารถ ต ร ว จ ต ิ ด ต า ม ต ่ อ ไ ป ต า ม พิจารณาจาก ท า ส ี เ ค ล ื อ บ ผิ ว

ใช้งานได้ ไม่ผ่าน ระดับ 2 ระยะเวลาในแผนบำรุงรักษา ค่าใช้จ่ายตลอด ( coating) ซ ่ อ ม ป ะ
X
แต่ความปลอดภยั ผ่าน หรือซ่อมความเสียหายที่ไม่ใช่ อายุการใช้งาน ( patching) ซ ่ อ ม โ ด ย

ปญั หาของการรับนำ้ หนัก ระบบไฟฟ้าเคมี การใช้

สารเคมีตา่ งๆ

ความคงทน และความสามารถ ซ่อมความเสียหายที่เป็นปัญหา พิจารณาจาก เสริมหน้าตัด เพิ่มเหล็ก

ใช้งานได้ ไม่ผ่าน แต่ ของการรบั น้ำหนกั ค่าใช้จ่ายตลอด เสริม jacketing เสริม

ความปลอดภยั ผา่ น ระดับ 3 อายุการใช้งาน ด้วยวัสดุเส้นใย หรือ เส้น

ใยต่อเนื่อง เสริมด้วย

ระบบอัดแรงภายใน หรือ

ภายนอก

ความคงทน, ความสามารถใช้ ระดบั 4 ระงับการใช้อาคาร และซ่อม ทนั ที เสริมหน้าตัด เพิ่มเหล็ก
งานได้ และความปลอดภัย ไม่ ความเสียหายที่เป็นปัญหาของ เสริม jacketing เสริม
ผ่าน การรับน้ำหนัก ด้วยวัสดุเส้นใย หรือ เสน้
ใยต่อเนื่อง เสริมด้วย
ระบบอัดแรงภายใน หรอื
ภายนอก

ความคงทน, ความสามารถใช้ ระงับการใช้อาคาร และทุบ

งานได้ และความปลอดภยั ไม่ ระดบั 5 ทำลาย สรา้ งใหม่ - -

ผ่าน

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมินโครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 82

ตวั อยา่ งอาคารท่ี 2
ข้อมลู ท่วั ไปของอาคาร
1. ข้อมลู สถานที่ตั้ง และเจา้ ของอาคาร
1.1 ชอื่ อาคาร และสถานที่ต้งั
ช่อื อาคาร…อาคารชดุ พกั อาศยั ……………………………………
ตัง้ อยเู่ ลขท…่ี …………..ตรอก/ซอย………………………….ถนน…………….
ตำบล/แขวง……………….อำเภอ/เขต……………………………….…………….
จงั หวัด…………………………………………………………………….…………….……….
รหัสไปรษณีย์………..โทรศพั ท…์ ………………………โทรสาร……………………..
1.2 เจ้าของอาคาร
ชื่อ……เอกชน…………………………………………….…………
สถานที่ติดตอ่ เลขท…่ี ………..หมูท่ .ี่ .............ตรอก/ซอย.....................................................................
ถนน..…………………………ตำบล/แขวง………………….อำเภอ/เขต……..……………….……….
จังหวดั ………………………...รหัสไปรษณีย…์ …………….โทรศัพท…์ …..…...…………………….
โทรสาร……………………… อีเมล.........................................................................................................
2. ประเภทของอาคาร และขอ้ มลู ด้านโครงสร้าง
2.1 ข้อมูลการขออนุญาตการก่อสร้าง และเปดิ ใช้อาคาร
ได้รบั ใบอนุญาตกอ่ สรา้ งจากเจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ เมื่อวันท่ี…...เดอื น……….……พ.ศ……...…
 มี แบบแปลนเดมิ
 ไม่มี แบบแปลนเดิม (กรณีที่ไม่มีแบบแปลนหรือแผนผังรายการเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ให้เจ้าของ
อาคารจัดหาหรือจัดทำแบบแปลนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร ให้กับผู้ตรวจสอบ
อาคาร )

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หน้าท่ี 83

ได้รบั ใบอนญุ าตเปดิ ใชอ้ าคารจากเจ้าพนกั งานท้องถ่ิน เม่อื วนั ที…่ ...เดือน……….……พ.ศ…2540..…
ตามท่ไี ด้รบั อนุญาตให้ใช้เปน็ ................................................................................................. .......
การใช้งานปัจจบุ ันใชเ้ ป็น...............................................................................................................
2.2 ข้อมลู ดา้ นการออกแบบโครงสร้าง
2.2.1 วิธีการออกแบบ
 วิธีหน่วยแรงใชง้ าน (Working Stress Method, WSM)
 วิธกี ำลัง (Strength Design Method, SDM)
 วธิ ตี ัวคณู ความต้านทานและนำ้ หนักบรรทุก (Load and Resistance Factor Design, LRFD)
 ไม่มขี ้อมูล
2.2.2 มาตรฐานทีใ่ ช้ในการออกแบบ
 มาตรฐาน วสท. 1007, “มาตรฐานสําหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยวธิ ีหนว่ ยแรงใชง้ าน”
ปีพ.ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1008, “มาตรฐานสําหรับอาคารคอนกรีตเสรมิ เหลก็ โดยวิธกี าํ ลงั ”
ปีพ.ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1009, “มาตรฐานสำหรบั อาคารคอนกรีตอดั แรง”
ปพี .ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1015, “มาตรฐานสำหรบั อาคารเหลก็ รูปพรรณ”
ปีพ.ศ. ............
 มาตรฐาน วสท. 1020, “มาตรฐานการออกแบบอาคารเหล็กรูปพรรณ โดยวิธีตัวคูณความต้านทานและ
น้ำหนกั บรรทุก”
ปพี .ศ. ............
 อืน่ ๆ .......................................................................... ............................................................

คมู่ อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ที่ 84

ปีพ.ศ..............................................

 ไม่มขี อ้ มูล

2.2 ประเภทอาคาร (กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. 2522)

ประเภท ประเภท และสว่ นต่าง ๆ ของอาคาร น้ำหนักบรรทกุ จรขั้นตำ่
(กก. ตอ่ ตร.ม.)

หลงั คา 30
100
กันสาด หรอื หลังคาคอนกรีต 150
200
ทพี่ ักอาศัย โรงเรียนอนุบาล ห้องน้ำ หอ้ งส้วม 250
300
X ห้องแถว ตึกแถวที่ใช้พักอาศัย อาคารชุด หอพัก โรงแรม และห้อง
คนไข้พเิ ศษของโรงพยาบาล 300

สำนกั งาน ธนาคาร 400

อาคารพาณิชย์ ส่วนของห้องแถว ตึกแถวที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ 400

มหาวิทยาลัย วทิ ยาลยั โรงเรยี น โรงพยาบาล 500

ห้องโถง บันได ช่องทางเดินของอาคารชุด หอพัก โรงแรม สำนักงาน 500

และธนาคาร 600
700
ตลาด อาคารสรรพสินค้า หอประชุม โรงมหรสพ ภัตตาคาร ห้อง

ประชุม ห้องอ่านหนังสือในห้องสมุด หรือหอสมุด ที่จอด หรือเก็บ

รถยนต์นัง่ และรถจักรยานยนต์

หอ้ งโถง บันได ช่องทางเดนิ ของอาคารพาณิชย์ มหาวทิ ยาลยั วิทยาลัย

และโรงเรียน

คลังสินค้า โรงกีฬา พิพิธภัณฑ์ อัฒจันทร์ โรงงานอุตสาหกรรม โรง

พมิ พ์ ห้องเก็บเอกสารและพสั ดุ

ห้องโถง บันได ช่องทางเดินของตลาด อาคารสรรพสินค้า หอประชุม

โรงมหรสพ ภัตตาคาร ห้องประชุม ห้องอ่านหนังสือในห้องสมุด หรือ

หอสมุด

หอ้ งเก็บหนังสอื ของห้องสมุด หรือหอสมดุ

ท่ีจอด หรอื เก็บรถยนตบ์ รรทกุ เปล่า

คมู่ ือการตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 85

2.3 รูปแบบโครงสรา้ งอาคาร (ระบ)ุ

โครงสร้าง หัวขอ้ รายละเอยี ด

 คอนกรตี เสรมิ เหล็ก

วัสดุ  คอนกรีตอดั แรง
 เหลก็

 อื่นๆ.................................................................

ฐานราก  ไม่มีฐานราก
 ฐานรากแผ่
รปู แบบ  เสาเขม็

ความหนาของฐานราก.......................ม.
อื่นๆ

ลักษณะสภาพแวดลอ้ ม .................................. (ตามตารางท่ี 1)

 คอนกรีตเสรมิ เหล็ก

วัสดุ  คอนกรตี อัดแรง
 เหลก็

 อ่นื ๆ..................................................................
เสา  หล่อในที่

รปู แบบ  ชิ้นสว่ นสำเรจ็ รูป

 กำแพงรับนำ้ หนกั

อ่นื ๆ ลักษณะสภาพแวดลอ้ ม .................................. (ตามตารางที่ 1)

 คอนกรตี เสริมเหลก็

วัสดุ  คอนกรตี อัดแรง
 เหล็ก

 อน่ื ๆ.................................................................

คาน  หลอ่ ในท่ี

รปู แบบ  ช้นิ สว่ นสำเรจ็ รูป
 คานลึก

 คานตอ่ เนอื่ ง

อืน่ ๆ ลกั ษณะสภาพแวดล้อม .................................. (ตามตารางท่ี 1)

คูม่ อื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ที่ 86

โครงสร้าง หัวขอ้ รายละเอยี ด
พืน้ วัสดุ
 คอนกรีตเสริมเหลก็
รูปแบบ  คอนกรีตอัดแรง
อ่ืนๆ  เหลก็
 อืน่ ๆ.................................................................

 หล่อในท่ี
 ช้นิ สว่ นสำเรจ็ รูป
 ช้ินส่วนสำเรจ็ รูป และหล่อในทปี่ ระกอบกัน

ลักษณะสภาพแวดลอ้ ม .................................. (ตามตารางท่ี 1)

3. การเก็บรกั ษาประเภทของวัตถุหรือเชอ้ื เพลิงท่ีอาจเป็นอนั ตราย
 วัตถุติดไฟ ประเภท……………..ปรมิ าณ……………สถานทีเ่ กบ็ …………………….

 วัตถุอนั ตราย ประเภท……………..ปรมิ าณ……………สถานทเี่ กบ็ …………………….

 วัตถเุ ช้อื เพลิง ประเภท…………......ปรมิ าณ……………สถานที่เก็บ…………………….

 นำ้ มันเชือ้ เพลิง ประเภท………….….ปริมาณ……………สถานท่เี กบ็ …………………….

 ก๊าซ ประเภท……………..ปรมิ าณ……………สถานท่เี กบ็ …………………….

 สารเคมี ประเภท……………..ปริมาณ……………สถานทเ่ี กบ็ …………………….

 อื่น ๆ (ระบ)ุ …………………..……………….………………………………………

คู่มอื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสร้างอาคาร

หนา้ ท่ี 87

การตรวจสอบสภาพของโครงสรา้ ง ณ ปัจจบุ ันด้วยวธิ ตี รวจพนิ จิ
1. การใชง้ าน การตอ่ เติม ดดั แปลง ปรับปรงุ ตวั อาคาร

ลำดับท่ี รายการท่ีตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ ตำแหน่งองค์อาคาร ความเห็นผู้ตรวจสอบ
และรายละเอยี ดทพ่ี บ

การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก  มี

1 บรรทุกที่มีผลต่อความ  ไม่มี
ม่นั คงแขง็ แรงของอาคาร  ไม่แนช่ ดั
จากแบบแปลน

การต่อเติมหรือดัดแปลง  มี

2 โครงสร้างอาคารเพ่ิม  ไมม่ ี

จากแบบแปลน  ไมแ่ นช่ ัด

การซ่อมแซมโครงสร้าง  มี

3 อาคาร  ไม่มี

 ไม่แน่ชัด

การเปลี่ยนสภาพหรือ  มี

4 กิจกรรมการใช้ที่มีผลต่อ  ไม่มี
ความมั่นคงแข็งแรงของ  ไม่แนช่ ัด
อาคารจากแบบแปลน

การเปลี่ยนแปลงวัสดทุ ี่มี  มี

5 ผลต่อความมั่นคงแข็งแรง  ไมม่ ี
ของอาคารจากแบบแปลน  ไม่แนช่ ัด

สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง  มี

6 จากแบบแปลน หรือข้อ  ไม่มี
กำหนดการออกแบบ  ไมแ่ น่ชัด

คู่มอื การตรวจสอบและประเมนิ โครงสรา้ งอาคาร

หน้าท่ี 88


Click to View FlipBook Version