The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DPT eBook, 2020-10-06 04:21:39

คู่มือการประเมินความเสี่ยงขั้นต้นของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว

สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง

Keywords: คู่มือการประเมินความเสี่ยงขั้นต้นของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว

คู่มอื การประเมินความเส่ยี งข้นั ตน้
ของอาคารทีอ่ าจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดินไหว

ก ร มโ ย ธ า ธิ ก า ร แ ล ะ ผัง เ มื อ ง
กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2563

คมู่ อื การประเมนิ ความเสี่ยงขนั้ ตน้ ของอาคารทอี่ าจไดร้ ับความเสียหายอยา่ งหนักจากแผน่ ดนิ ไหว

คานา

แผน่ ดินไหวเปน็ ภยั พิบตั ิทางธรรมชาติท่ไี ม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด บริเวณใด และมีขนาด
ความรนุ แรงเทา่ ใด จึงทาให้อาคารที่ไม่ได้ออกแบบรองรับแรงแผ่นดินไหวมีความเสี่ยงท่ีจะเกิดความเสียหายจนถึง
ระดับที่อาจพังทลายได้ เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ใช้งานอาคาร
หรือเจ้าของอาคาร ดังนั้น เพื่อเป็นการปูองกันความเสียหายดังกล่าว จึงควรทาการประเมินอาคารในพื้นท่ี
ท่ีได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เพื่อระบุอาคารที่มีความเส่ียงที่จะพังถล่มหากมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดข้ึน
ซึ่งอาคารควรได้รับการเสริมความมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้มีความสามารถในการต้านทานแรงส่ันสะเทือน
จากแผ่นดินไหวได้ แต่เนื่องจากมีอาคารจานวนมากอยู่ในพ้ืนท่ีเส่ียงภัยแผ่นดินไหว และการประเมินสมรรถนะ
ของโครงสร้างอาคารโดยละเอียดต้องใช้ระยะเวลานานและต้องใช้วิศวกรผู้มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคาร
ทาให้เป็นขอ้ จากดั ท่ีไม่สามารถทาการประเมินโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดได้ทั้งหมด แต่การประเมินโครงสร้าง
โดยวธิ ีเบือ้ งตน้ สามารถประเมินสมรรถนะอาคารไดจ้ านวนมากและสามารถดาเนินการได้อย่างรวดเรว็

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย มหี น้าที่กากับดูแลความปลอดภัยด้านอาคาร ได้ตระหนัก
ถึงความจาเป็นในการเตรียมความพร้อม เพื่อปูองกันความสูญเสียที่จะเกิดข้ึนเน่ืองจากแผ่นดินไหว จึงได้จัดทา
แนวทางการประเมินความเสี่ยงข้ันต้นซึ่งประกอบด้วยแบบประเมินข้ันต้นและคู่มือประกอบเพ่ือประเมินความเสี่ยง
ของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว โดยคู่มือประกอบฯ จะอธิบายรายละเอียด
ของแบบประเมิน หลักการในการประเมินขั้นต้น วิธีการและรายละเอียดในการประเมินความเสี่ยงของอาคาร
แตล่ ะประเภทเพอ่ื ให้การประเมินความเส่ียงข้ันต้นสามารถดาเนินการได้อย่างถกู ตอ้ งเปน็ ไปตามหลักวศิ วกรรม

นายมณฑล สดุ ประเสริฐ
อธบิ ดกี รมโยธาธกิ ารและผังเมือง

กรมโยธาธิการและผงั เมือง หน้าท่ี i

คมู่ ือการประเมนิ ความเสยี่ งขน้ั ตน้ ของอาคารท่ีอาจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนักจากแผน่ ดินไหว
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง

ค่มู อื การประเมนิ ความเสีย่ งขนั้ ตน้ ของอาคารทีอ่ าจไดร้ ับความเสยี หายอย่างหนักจากแผน่ ดินไหว

คณะผูจ้ ัดทา

ท่ปี รึกษา อธบิ ดกี รมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง
รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
นายมณฑล สุดประเสรฐิ รองอธิบดกี รมโยธาธิการและผงั เมือง
นายสมชาย เมธวัฒนธ์ รากุล รองอธบิ ดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
นายพงษ์นรา เยน็ ย่ิง รองอธบิ ดีกรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง
นายอนวชั สุวรรณเดช
นายไตรรัตน์ พูลสวัสดิ์ สถาปนกิ ใหญ่
นายทวเี กียรติ ศรสี กลุ เมฆี วิศวกรใหญ่
ดร.เสถยี ร เจริญเหรยี ญ

ประธานคณะทางาน ผอู้ านวยสานกั ควบคุมและตรวจสอบอาคาร
นายสนิ ทิ ธ์ิ บญุ สทิ ธ์ิ

คณะทางาน วศิ วกรโยธาเชีย่ วชาญ สานกั ควบคมุ และตรวจสอบอาคาร

นายอนวัช บรู พาชน วศิ วกรโยธาชานาญการพเิ ศษ สานกั ควบคุมและตรวจสอบอาคาร
นายสมโชค เลง่ วงศ์
นายพรชยั สังข์ศรี วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ สานักควบคุมและตรวจสอบอาคาร
ดร.นครินทรา สิงหรัตน์
ดร.ธนติ ใจสอาด วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ สานักวิศวกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ
ดร.ทยากร จนั ทรางศุ
นายศุภกจิ จนั ทรป์ าน วศิ วกรโยธาชานาญการพิเศษ สานักควบคมุ และตรวจสอบอาคาร
ดร.สธุ าสนิ ี อาทิตยเ์ ทยี่ ง
นางณฏั กานต์ แสงสุวรรณ วศิ วกรโยธาชานาญการพิเศษ สานักควบคมุ และตรวจสอบอาคาร
นายธรี ภทั ร สุนทรชื่น
นางสาวยพุ ิน พรมหล่อ วิศวกรโยธาชานาญการ สานกั ควบคมุ และตรวจสอบอาคาร

วศิ วกรโยธาชานาญการ สานักควบคุมและตรวจสอบอาคาร

วศิ วกรโยธาปฏบิ ัตกิ าร สานกั ควบคุมและตรวจสอบอาคาร

วิศวกรโยธาปฏิบัตกิ าร สานักควบคมุ และตรวจสอบอาคาร

วศิ วกรโยธาปฏิบตั ิการ สานักควบคมุ และตรวจสอบอาคาร

เลขานกุ ารและคณะทางาน วิศวกรโยธาปฏิบัตกิ าร สานักควบคมุ และตรวจสอบอาคาร
นายชานนท์ โตเบญจพร

ผชู้ ่วยเลขานุการและคณะทางาน พนักงานวศิ วกร สานกั ควบคมุ และตรวจสอบอาคาร
นางสาวกญั ญณฐั ชูไธสง

กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง

คมู่ ือการประเมนิ ความเสยี่ งขน้ั ตน้ ของอาคารท่ีอาจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนักจากแผน่ ดินไหว
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง

คมู่ ือการประเมนิ ความเสยี่ งขนั้ ตน้ ของอาคารท่ีอาจได้รบั ความเสยี หายอย่างหนักจากแผน่ ดนิ ไหว

สารบญั

คานา หน้าท่ี

คณะผจู้ ดั ทา

1. บทนา 1

2. การดาเนินการประเมนิ ความเส่ยี งของอาคารที่อาจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผ่นดนิ ไหว 3

2.1 ข้นั ตอนการประเมินความเสย่ี ง 3
2.2 แบบประเมนิ ขน้ั ต้นเพ่ือประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนัก 4

จากแผน่ ดินไหว

2.3 คณุ สมบัติของผู้ทาการประเมนิ ความเสี่ยง 7
2.4 การตรวจสอบเอกสารการก่อสรา้ งของอาคารทส่ี ารวจ 8
2.5 การลงพ้นื ที่สารวจอาคาร 8

3. การลงข้อมูลในแบบประเมนิ ข้นั ต้น 9
3.1 บทนา 9
3.2 การระบคุ วามเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมของบริเวณท่ีตัง้ อาคาร (ข้อ 1 ในแบบประเมนิ ขั้นตน้ ) 12

3.3 ข้อมูลทัว่ ไปของอาคาร (ข้อ 2 ในแบบประเมินขน้ั ตน้ ) 14
3.4 ข้อมูลเพอื่ ใช้ในการประเมินขั้นตน้ (ข้อ 3 ในแบบประเมินขัน้ ต้น) 17
3.5 ชนดิ โครงสร้างอาคารและคะแนนพื้นฐาน (ข้อ 4 ในแบบประเมนิ ขั้นต้น) 23

3.6 ปัจจยั ที่มีผลตอ่ สมรรถนะในการต้านทานแรงสัน่ สะเทอื นของแผน่ ดินไหวและค่าปรับแก้ 42
(ข้อ 4 ในแบบประเมินข้ันตน้ ) 47

3.7 การวเิ คราะหผ์ ลคะแนนประเมิน (ข้อ 4 ในแบบประเมินขนั้ ตน้ )

3.8 การสรุปผลการประเมนิ ขั้นต้น (ขอ้ 6 ในแบบประเมนิ ขั้นต้น) 50
3.9 การวาดแบบแปลนและรูปด้านของอาคารอย่างคร่าว ๆ 51
3.10 ภาพถา่ ยอาคารท่สี ารวจ 52

3.11 ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 52
3.12 ชอ่ื ผ้ปู ระเมิน/วนั ทป่ี ระเมนิ 53
4. การตรวจสอบความเสียหายและการเสื่อมสภาพของอาคาร (ข้อ 5 ในแบบประเมินข้นั ตน้ ) 54

5. ตวั อย่างการใช้แบบประเมินข้นั ตน้ 56
5.1 ตวั อย่างท่ี 1 (Example 1 ใน FEMA 154 Edition 2) : 3703 Roxbury Street 56
5.2 ตวั อยา่ งที่ 2 (Example 3 ใน FEMA 154 Edition 2) : 5020 Ebony Drive 58

5.3 ตวั อย่างท่ี 3 : อาคาร 20 ชน้ั กรมโยธาธิการและผังเมือง พระราม 6 60

ภาคผนวก ก แบบประเมินขน้ั ตน้ เพอื่ ประเมนิ ความเสี่ยงของอาคารที่อาจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนัก

จากแผ่นดนิ ไหว

ภาคผนวก ข คา่ ความเร่งตอบสนองเชงิ สเปกตรมั ของแผ่นดนิ ไหวรุนแรงสูงสุดในพ้ืนทต่ี ่าง ๆ

กรมโยธาธิการและผังเมือง

คมู่ ือการประเมนิ ความเสยี่ งขน้ั ตน้ ของอาคารท่ีอาจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนักจากแผน่ ดินไหว
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง

คู่มือการประเมินความเสี่ยงขนั้ ต้นของอาคารที่อาจได้รบั ความเสียหายอย่างหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทนา

1. บทนา

การประเมินความเสี่ยงของอาคารจากแผ่นดนิ ไหว (seismic evaluation) คือ กระบวนการหรือวิธีการสาหรับ
ประเมินข้อบกพร่องต่าง ๆ ของโครงสร้างอาคารที่อาจส่งผลต่อสมรรถนะของอาคารในการต้านทาน
แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว โดยการประเมินสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ ได้แก่ การประเมินอย่างละเอียด
(detailed evaluation) และการประเมินเบื้องต้น (preliminary evaluation) ซ่ึงการประเมินเบื้องต้นน้ี
สามารถจาแนกเป็น วิธกี ารคานวณอยา่ งงา่ ย (simple calculation) เปน็ การประเมนิ สมรรถนะของโครงสร้างด้วย
วิธีการคานวณเบ้ืองต้นโดยใช้ข้อมูลของอาคารที่ค่อนข้างละเอียด เช่น แบบก่อสร้าง เป็นต้น และการประเมิน
ความเสี่ยงขั้นต้นด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening หรือ RVS) เป็นการประเมินด้วยตาเปล่า
และใช้เวลาในการประเมินไม่มากนัก โดยใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่หน่วยงานที่เช่ือถือได้จัดทาขึ้น ซ่ึงการประเมิน
ด้วยวิธี RVS นี้ต้องการข้อมูลของอาคารเพียงเล็กน้อยจะเน้นที่การตรวจสอบด้วยสายตาจากภายนอกอาคารเป็นหลัก
สาหรับการประเมินอย่างละเอียดน้ันจะเป็นการประเมินจากสมรรถนะในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว
ของโครงสร้างอาคารโดยรวมและโครงสร้างแต่ละช้ินส่วนด้วยวิธีการคานวณและวิเคราะห์ผล หรือการตรวจวัด
ด้วยเครื่องมือข้ันสูง โดยผลของการประเมินอย่างละเอียดจะนามาใช้ในการตัดสินว่าโครงสร้างอาคารควรได้รับ
การเสริมความมั่นคงแข็งแรง เพ่ือให้อาคารสามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวท่ีอาจเกิดข้ึนหรือไม่
แต่การประเมินอย่างละเอียดจาเป็นต้องดาเนินการโดยผู้เช่ียวชาญด้านการประเมินสรรถนะของโครงสร้างอาคาร
ในการต้านทานแผ่นดินไหวและใช้เวลาค่อนข้างมาก ดังน้ัน เพ่ือให้การประเมินครอบคลุมอาคารที่มีอยู่
เป็นจานวนมาก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว จึงได้มีการกาหนดให้ทาการประเมินอาคารขั้นต้นก่อน
และหากผลการประเมินขั้นต้นพบว่าอาคารมีความเสี่ยงที่อาจพังทลายหากเกิดแผ่นดินไหว อาคารนั้น ๆ จาเป็นต้อง
ได้รับการประเมินอย่างละเอียดต่อไป

กรมโยธ าธิการ และผังเ มือง โ ด ย สา นัก ค ว บ คุม แ ล ะ ต ร ว จ ส อ บ อ า ค า ร ได้ ตระหนักถึงควา มจาเป็ น
ของการประเมินขั้นต้นนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีอาคารท่ีอาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเป็นจานวนมาก
จึง ไ ด้แ ต่ง ตั้ง ค ณ ะ ทา ง า น จั ดทาแบบประเมินข้ันต้นและคู่มือประกอบเพ่ือประเมินความเส่ี ยงของอาคารที่อาจ
ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวข้ึน เพื่อทาการศึกษาและกาหนดแนวทางการประเมินเบื้องต้น
สาหรับประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาของคณะทางานฯ พบว่าวิธีการประเมินความเส่ียงข้ันต้นด้วยตาเปล่า
อย่างรวดเร็วหรือวิธี RVS เป็นวิธีท่ีเหมาะสม เนื่องจากผู้ทาการประเมินด้วยวิธีการนี้ไม่จาเป็นต้องเป็นผู้เช่ียวชาญ
ด้านการประเมินสรรถนะในการต้านทานแผ่นดินไหว แต่บุคคลท่ัวไปที่มีความรู้พ้ืนฐานด้านวิศวกรรมโยธา
สามารถดาเนนิ การได้โดยใช้แบบฟอร์มมาตรฐานและใช้ข้อมูลอาคารและเวลาในการประเมินแต่ละหลังไม่มากนัก
ซึ่งคณะทางานฯ ได้นาวิธีการประเมินจากคู่มือ Rapid Visual Screening of Buildings for Potential Seismic
Hazards (FEMA 154) 2nd Edition ของ Federal Emergency Management Agency (FEMA) สหรัฐอเมริกา
มาใช้เป็นต้นแบบ โดยมีการปรับปรุงรายละเอียดข้อมูลของแบบประเมินข้ันต้นให้เหมาะสมกับความรุนแรง
ของแผ่นดินไหวในประเทศไทยซึ่งแบ่งได้เป็น ๓ โซน ได้แก่ โซนแรงแผ่นดินไหวระดับต่า โซนแรงแผ่นดินไหว
ระดับปานกลาง และโซนแรงแผน่ ดินไหวระดบั สูง รวมทงั้ ทาการปรับปรงุ ประเภทของอาคารให้สอดคล้องกับอาคาร
ท่ีมีการก่อสร้างในประเทศไทยด้วย ส่วนคู่มือการประเมินฯ ฉบับน้ีจะอธิบายหลักการประเมินขั้นต้น
ซ่ึงพิจารณาจากความเสี่ยงท่ีอาคารจะพังถล่มจากแผ่นดินไหว (collapse probability) วิธีการพิจารณา
ตัวแปรต่าง ๆ ท่ีมีผลต่อความเส่ียงท่ีอาคารอาจพังถล่ม เช่น ความสูง ความไม่สม่าเสมอทางโครงสร้าง
(irregularities) เป็นต้น และวิธีการวิเคราะห์ผลว่าอาคารมีความเสี่ยงหรือไม่ เพราะในบางกรณีการพิจารณา
สิ่งเหล่านี้จาเป็นต้องอ า ศัย วิจ า ร ณ ญ า ณ แ ล ะ ค ว า ม เ ข้า ใ จ ใ น ห ลัก ก า ร ป ร ะ เ มิน ขั้น ต้น ข อ ง ผู้ป ร ะ เ มิน ประกอบ
การตัดสินใจ ดังนั้นผู้ประเมินจึงควรศึกษารายละเอียดการประเมินขั้นต้นในคู่มือการประเมินฯ ให้เข้าใจก่อน

กรมโยธาธิการและผังเมือง หนา้ ท่ี 1

คู่มือการประเมนิ ความเส่ยี งขนั้ ตน้ ของอาคารทอี่ าจได้รับความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผ่นดนิ ไหว บทนา

ท่ีจะทาการประเมินอาคาร เพ่ือให้ผลการประเมินสอดคล้องกับความเสี่ยงของอาคารและมีความใกล้เคียง
กบั ความเปน็ จรงิ มากทส่ี ดุ

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง หน้าท่ี 2

คูม่ อื การประเมินความเสย่ี งขนั้ ต้นของอาคารท่ีอาจได้รับความเสียหายอยา่ งหนักจากแผ่นดินไหว บทที่ 2

2. การดาเนินการประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจาก
แผ่นดนิ ไหว

การประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในคู่มือฉบับน้ี
จะดาเนินการด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening หรือ RVS) โดยการประเมิน
ความเส่ียงด้วยวิธีนี้ จะมีประสิทธิภาพอย่างเต็มท่ีเม่ือมีการเตรียมการในทุก ๆ ขั้นตอนของการสารวจอย่างรอบคอบ
ซึ่งบทนี้จะอธิบายถึงข้ันตอนทั้งหมดของการประเมินความเส่ียงด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว
รายละเอียดที่สาคัญเพื่อใช้ในการวางแผนและการบริหารจัดการสาหรับการประเมินด้วยวิธีน้ี และหลักการ
ของ “แบบประเมินข้ันต้นเพ่ือประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว”
ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดทาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการประเมินด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว
โดยในคู่มอื น้ีจะเรียกว่า “แบบประเมินขนั้ ต้น” ส่วนรายละเอียดของการกรอกแบบประเมินข้นั ตน้ จะอธิบายอยใู่ นบทท่ี 3

2.1 ขัน้ ตอนการประเมินความเส่ียง
การประเมนิ อาคารท่ีมีความเสี่ยงท่ีจะเกิดความเสียหายอย่างหนักเม่ือเกิดแผ่นดินไหวด้วยวิธีการสารวจ

ด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็วนี้ จะมีขั้นตอนการดาเนินการอยู่หลายขั้นตอนซ่ึงเกี่ยวข้องกับการวางแผน
และวธิ กี ารปฏิบตั ิงาน โดยทั่วไปขั้นตอนการประเมินความเสย่ี งฯ จะประกอบดว้ ย

 วางแผนการสารวจพื้นท่ี ซึ่งควรกาหนดบริเวณและประเภทของอาคารที่จะทาการประเมิน วิธีการ
เกบ็ ขอ้ มูล และการกาหนดระดบั ความรนุ แรงของแผน่ ดินไหวในพื้นที่สารวจ เป็นตน้

 เลือก “แบบประเมินขั้นต้นเพ่ือประเมินความเส่ียงของอาคารท่ีอาจได้รับความเสียหายอย่างหนัก
จากแผน่ ดนิ ไหว” ท่เี หมาะสมกับระดบั ความรนุ แรงของแผ่นดนิ ไหวของพ้ืนทีส่ ารวจ

 กาหนดผ้ทู าการประเมิน
 รวบรวมและศึกษาข้อมูลก่อนลงพ้ืนท่ีสารวจ ประกอบด้วย ข้อมูลท่ีสาคัญของอาคาร เช่น ที่อยู่

จานวนชนั้ ปที ่ีได้รบั อนุญาต อายอุ าคาร ข้อมูลการออกแบบ รายการคานวณ แบบแปลนของอาคาร
ท่เี ป็นปัจจบุ นั (ถา้ ม)ี และเอกสารที่สามารถใชใ้ นการระบขุ อ้ มลู ชน้ั ดินทีร่ องรบั อาคาร เป็นตน้
 ดาเนินการประเมินความเสี่ยงของอาคารโดยใช้แบบประเมินขั้นต้น (รายละเอียดในการกรอกแบบ
ประเมินขน้ั ต้น อยู่ในบทท่ี 3) โดยมขี ้นั ตอนดงั นี้
1. ตรวจสอบเพอ่ื ยนื ยนั ความถูกต้องของข้อมลู อาคารท่ีจะทาการประเมิน
2. สารวจอาคารโดยรอบพรอ้ มร่างแบบแปลนและรปู ด้านของอาคารลงในแบบประเมนิ ขน้ั ต้น
3. ระบปุ ระเภทการใชส้ อยของอาคาร (building use)
4. ระบปุ ระเภทของชนั้ ดนิ ในกรณีทไ่ี ม่สามารถระบไุ ด้ในขัน้ ตอนวางแผนการสารวจพน้ื ท่ี
5. ระบุชนิดของระบบโครงสร้างต้านทานแรงแผ่นดินไหว (seismic-lateral-force resisting

system) หากกระทาได้ ควรเข้าตรวจสอบจากด้านในอาคารด้วย แล้วเลือกค่าคะแนนพื้นฐาน
(basic structural hazard score) ในแบบประเมินขัน้ ตน้ ตามชนดิ ของโครงสรา้ งทตี่ รวจพบ
6. ระบุองค์ประกอบท่ีมีผลต่อสมรรถนะในการต้านทานแผ่นดินไหว (seismic performance
attributes) แล้วเลือกค่าปรับแก้ (modifiers) ในแบบประเมินขั้นต้น ตามองค์ประกอบท่ีตรวจ
พบ (เช่น จานวนช้ัน ประเภทของชนั้ ดนิ ลักษณะรปู ทรงของอาคาร เปน็ ต้น)
7. คานวณหาค่าผลคะแนนประเมนิ (final score) แล้วประเมินว่าอาคารควรได้รับการประเมินอย่าง
ละเอยี ดหรอื ไม่ (ผลคะแนนประเมนิ นอ้ ยกวา่ 2.0 หรือไม่)
8. ถ่ายรูปอาคารทท่ี าการประเมนิ
 ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลจากการสารวจ แล้วบนั ทกึ ลงระบบจัดเก็บขอ้ มูล (ถา้ มี)

กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง หนา้ ที่ 3

คู่มือการประเมนิ ความเส่ียงขน้ั ต้นของอาคารทีอ่ าจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดินไหว บทท่ี 2

2.2 แบบประเมินข้นั ต้นเพือ่ ประเมนิ ความเสีย่ งของอาคารทอี่ าจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดินไหว
แบบประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวของกรมโยธาธิการ

และผังเมืองจะแบ่งตามระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวซ่ึงแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต่า (low)
ระดับปานกลาง (moderate) และระดับสูง (high) โดยในแบบประเมิน ข้ันต้น ผู้ประเมินจะต้อง
ทาการกรอกข้อมลู ท่จี าเป็นในการคานวณค่าคะแนนความเส่ียง (hazard score) ของอาคารท่ีสารวจ เพื่อนามาใช้
ในการประเมินเบื้องต้นว่าอาคารควรได้รับการประเมินอย่างละเอียด (detailed evaluation) หรือไม่
โดยการหาค่าความเสี่ยงนั้นจะคานวณจากค่าคะแนนพื้นฐาน (basic hazard score) และค่าปรับแก้ (score
modifier) ตามชนดิ ระบบโครงสรา้ งต้านทานแรงแผ่นดินไหวและองค์ประกอบที่มีผลต่อสมรรถนะในการต้านทาน
แผน่ ดนิ ไหวของอาคารท่ีทาการประเมินและระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในพื้นที่สารวจ ซ่ึงค่าคะแนนต่าง ๆ
เหล่านี้มีพ้ืนฐานมาจากค่าความเป็นไปได้ท่ีอาคารจะพังถล่ม (probability of building collapse) เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
ในระดับที่คาดการณ์ไว้ในพ้ืนที่สารวจ โดยท่ัวไปค่าผลคะแนนประเมิน (final score) จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 7
และหากค่าผลคะแนนประเมนิ ทคี่ ่ามากกวา่ จะหมายถงึ อาคารมสี มรรถนะในการต้านทานแผน่ ดนิ ไหวทีด่ กี ว่า

ค่าคว ามรุนแรงแผ่ นดินไหว ท่ีนามาใช้ในการปร ะเมิน อาคารด้ว ย ค่าคะแนนคว ามเสี่ ยงนี้ พิจารณ า
จากค่าความรุนแรงแผ่นดินไหวสูงสุดที่พิจารณา (maximum considered earthquake หรือ MCE) ซึ่งมีความน่าจะเป็น
ท่ีจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงกว่าระดับท่ีพิจารณา เท่ากับร้อยละ 2 ในช่วงเวลา 50 ปี (2% probability of
exceedance) ซึ่งค่าความรนุ แรงของแผน่ ดินไหวนีส้ อดคล้องกบั ที่ใชใ้ น มยผ. 1301/1302 - 61

2.2.1 การเลือกระดบั ความรุนแรงของแผน่ ดนิ ไหวในพ้นื ทีท่ ่สี ารวจ
ในการเลือกแบบประเมินขั้นต้น ที่เหมาะสมกับพื้นที่สารวจนั้น ผู้ประเมินจาเป็นต้องทราบว่าพื้นที่
ท่ีจะทาการสารวจนั้น มีความรุนแรงของแผ่นดินไหวอยู่ในระดับไหน โดยระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว
สามารถระบุได้โดยการตรวจสอบจากค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมที่คาบส้ัน 0.20 วินาที (Ss) และท่ีคาบ
1 วินาที (S1) ของพ้ืนท่ีสารวจตามตารางท่ี ข - 1 ในภาคผนวก ข โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาตามตารางท่ี 2 - 1
หากค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมท่ีคาบสั้น 0.20 วินาที (Ss) และท่ีคาบ 1 วินาที (S1) อยู่ในช่วงระดับ
ความรุนแรงของแผ่นดินไหวแตกต่างกัน ให้เลือกระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์
โดยรายละเอียดการเลือกแบบประเมินข้ันต้นให้เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวของแต่ละพ้ืนที่
จะอธิบายอย่ใู นหัวขอ้ 3.2

ตารางท่ี 2-1 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวสาหรับการเลือกแบบประเมินขั้นต้น
ที่เหมาะสมกับพ้นื ทีส่ ารวจ

ระดับความรุนแรงของ ค่าความเรง่ ตอบสนองเชิงสเปกตรัม ค่าความเร่งตอบสนองเชงิ สเปกตรัม
แผ่นดินไหว ที่คาบส้นั 0.20 วนิ าที (Ss) ท่ีคาบ 1 วินาที (S1)

ต่า (Low) Ss<0.167g S1<0.067g

ปานกลาง (Moderate) 0.167g <Ss<0.500g 0.067g < S1<0.200g

สูง (High) Ss>0.500g S1>0.200g

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หน้าท่ี 4

คู่มอื การประเมนิ ความเส่ยี งขน้ั ตน้ ของอาคารทีอ่ าจได้รับความเสยี หายอย่างหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 2

2.2.2 การออกแบบอาคารเพือ่ ตา้ นทานแรงสน่ั สะเทอื นของแผน่ ดนิ ไหว
ข้อมูลท่ีสาคัญสาหรับการประเมินความเสี่ยง คือ อาคารได้มีการออกแบบเพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือน
ของแผ่นดินไหวหรือไม่ ซ่ึงแบบประเมินข้ันต้นเพื่อประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจได้รับความเสียหายอย่างหนัก
จากแผ่นดินไหวฉบับน้ีจัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินความเสี่ยงสาหรับอาคารท่ีไม่ได้มีการออกแบบ
เพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ค่าคะแนนความเสี่ยงพื้นฐาน (basic structural hazard score)
สาหรับการประเมินความเสี่ยงนี้ ได้ถูกพัฒนามาจากข้อมูลของอาคารที่ไม่มีการออกแบบเพื่อต้านทาน
แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดนิ ไหว ดงั น้ันอาคารที่มีการออกแบบเพ่ือต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวอยู่แล้ว
จงึ ไม่มีความจาเปน็ ทีจ่ ะต้องทาการประเมนิ ความเสย่ี งตามขนั้ ตอนนี้อีก
สาหรับประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ. 2540) ออกตาม
ความในพระราชบัญญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นกฎกระทรวงฉบับแรกท่ีเก่ียวกับแผ่นดินไหวซ่ึงบังคับใช้กับ
อาคารบางประเภท ได้แก่ โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา หอสมุด สนามกีฬากลางแจ้ง
สนามกีฬาในร่ม ตลาด ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานบริการ ท่าอากาศยาน อาคารจอดรถ สถานีรถ
ศาสนสถาน อัฒจันทร์ หอศิลป์ พิพิธภัณฑสถาน อาคารเก็บวัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี
และอาคารอื่นที่มีความสูงเกิน 15 เมตร โดยบังคับใช้ในพื้นท่ีจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดตาก จังหวัดน่าน จังหวดั พะเยา จังหวดั แพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลาปาง และจังหวัดลาพูน ซึ่งต่อมา
กฎกระทรวงฉบับท่ี 49 (พ.ศ. 2540) ได้มีการแก้ไขปรับปรุงโดยยกเลิกกฎกระทรวงฉบับท่ี 49 (พ.ศ. 2540) และ
ประกาศใช้กฎกระทรวงกาหนดการรับน้าหนกั ความตา้ นทาน ความคงทนของอาคารและพ้ืนดินท่ีรองรับอาคารใน
การต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 ซึ่งให้มีการเพิ่มเติมประเภทอาคารและพ้ืนท่ีที่บังคับใช้
กฎหมายแผ่นดินไหว โดยเฉพาะการเพิ่มเติมพื้นที่บริเวณกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งต้ังอยู่บนชั้นดินอ่อน
และอาจไดร้ บั ผลกระทบจากแผ่นดินไหวในระยะไกล และพ้ืนท่ีภาคใต้บางส่วนซ่ึงต้ังอยู่ในบริเวณรอยเลื่อนระนอง
และรอยเล่ือนคลองมะรุ่ย และได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับน้าหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร
และพืน้ ดนิ ท่รี องรบั อาคารในการตา้ นทานแรงส่ันสะเทือนของแผน่ ดินไหวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
กรมโยธาธิการและผังเมืองซ่ึงเป็นหน่วยงานท่ีมีภารกิจในการกาหนดมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ได้จัดทามาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว (มยผ. 1301/1302-61)
เพ่ือเพิ่มเติมรายละเอียดในการคานวณออกแบบอาคารตามกฎกระทรวง โดยเฉพาะการคานวณด้วย
วิธีเชิงพลศาสตร์ ให้มีความสมบูรณ์และชัดเจนยิ่งข้ึน ซึ่งทาให้ผู้คานวณและออกแบบโครงสร้างอาคารสามารถ
นาไปใช้ปฏบิ ตั ิใหก้ ารก่อสรา้ งอาคารเป็นไปตามหลกั มาตรฐานสากล

2.2.3 การออกแบบรองรับแรงลม
แรงลม (wind load) ถือเปน็ แรงกระทาดา้ นข้างเช่นเดียวกับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ดังนั้นหาก
อาคารมีการคานวณออกแบบให้สามารถต้านทานแรงลม อาคารก็จะสามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือน
ของแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการคานวณออกแบบต้านทานแรงลมและแรงส่ันสะเทือน
ของแผ่นดินไหว มีข้อพิจารณาแตกต่างกัน กล่าวคือการออกแบบต้านทานแรงลมจะพิจารณาแรงท่ีเกิดขึ้นสูงสุด
ภายในช่วงอายุการใช้งานของอาคาร และต้องออกแบบให้อาคารต้านทานแรงลมได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
ใ น ข ณ ะ ที่ ก า ร อ อ ก แ บ บ อ า ค า ร ต้ า น ท า น แ ร ง แ ผ่ น ดิ น ไ ห ว จ ะ พิ จ า ร ณ า แ ร ง แ ผ่ น ดิ น ไ ห ว ท่ี ย อ ม ใ ห้ โ ค ร ง ส ร้ า ง
เกิดการเคลื่อนตัวสัมพันธ์ระหว่างช้ัน (story drift) ได้โดยเป็นไปตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ นอกจากนี้ยังมี
ความแตกต่างทางสภาพแวดล้อมที่ทาให้ความแรงของลมและระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในแต่ละพ้ืนที่
มคี วามแตกต่างกนั อีกด้วย
กฎกระทรวงฉบับท่ี 6 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ไดกาหนดให้การคานวณออกแบบโครงสร้างอาคารให้คานึงถึงแรงลมด้วย โดยกาหนดค่าหน่วยแรงลมในลักษณะ

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง หนา้ ที่ 5

คมู่ ือการประเมินความเสี่ยงขนั้ ต้นของอาคารที่อาจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดินไหว บทท่ี 2

ของแรงดันต่อหน่ึงหน่วยพ้ืนท่ีที่เปลี่ยนแปลงตามความสูงของอาคารไว โดยข้อบังคับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต้ังแต่
พ.ศ. 2527 ซง่ึ ตอ่ มากรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื งไดดาเนนิ การจดั ทามาตรฐานการคานวณแรงลมและการตอบสนอง
ของอาคาร (มยผ. 1311-50) ซ่ึงมีข้อกาหนดการคานวณหน่วยแรงลมท่ีเกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของอาคารให้
มีความเหมาะสมกับการออกแบบอาคารทุกประเภทและทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้คานวณ
และออกแบบโครงสร้างอาคารสามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ใิ หก้ ารก่อสรา้ งอาคารเปน็ ไปตามหลกั มาตรฐานสากล

2.2.4 การกาหนดเกณฑ์คะแนนข้นั ตา่ (cut – off score)
การใช้แบบประเมินข้ันต้นสามารถช่วยให้ผู้ประเมินแบ่งอาคารออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอาคาร
ที่คาดว่ามีสมรรถนะในการต้านทานแรงส่ันสะเทือนจากแผ่นดินไหวในระดับที่ยอมรับได้ และกลุ่มอาคารที่อาจ
ไดร้ ับความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดนิ ไหวซง่ึ ควรมีการประเมินอย่างละเอยี ดตอ่ ไป โดยการแบ่งอาคารเป็น 2 กลุ่มน้ัน
จะกาหนดด้วยค่าผลคะแนนประเมินข้ันต่าท่ียอมรับได้ (cut-off score) ซ่ึงค่าท่ีเหมาะสมควรกาหนดโดย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ ซึ่งควรมีการศึกษาเพ่ือกาหนดผลคะแนนประเมินข้ันต่าท่ียอมรับได้
ให้สอดคล้องกบั ลักษณะของอาคารและความรุนแรงแผน่ ดินไหวของประเทศนน้ั ๆ
โดยในเบื้องต้นสาหรับประเทศไทย ค่าคะแนน cut-off จะกาหนดไว้เท่ากับ 2.0 เพ่ือให้สอดคล้อง
กับค่าท่ีใช้ในการประเมินความเส่ียงด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening
หรือ RVS) ของ FEMA 154 ซึ่งอาคารที่มีค่าผลคะแนนประเมิน (final score) ต่ากว่าค่านี้ ควรต้องมีการประเมิน
อย่างละเอียดอกี ครัง้ โดยวศิ วกรทมี่ คี วามเชี่ยวชาญในการออกแบบอาคารเพ่อื ตา้ นทานแผ่นดินไหว

2.2.5 การกาหนดประเภทของชน้ั ดนิ ในบรเิ วณท่ีตัง้ อาคาร
ประเภทของช้ันดินบริเวณท่ีต้ังอาคารเป็นตัวแปรที่สาคัญซึ่งมีผลต่อขนาดความรุนแรงของแผ่นดินไหว
ระยะเวลาในการส่ันสะเทือน รวมถึงความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ในการประเมินความเสี่ยงด้วยวิธี RVS
ได้แบ่งดินออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ หินแข็ง (ดินประเภท A) หิน (ดินประเภท B) ดินแข็ง (ดินประเภท C)
ดินปกติ (ดินประเภท D) ดินอ่อน (ดินประเภท E) และดินลักษณะพิเศษ (ดินประเภท F) โดยหลักเกณฑ์
ทใ่ี ชก้ ารแบง่ ประเภทของชัน้ ดนิ จะมรี ายละเอียดตามตารางท่ี 2-2
เน่ืองจากการระบุประเภทของชั้นดินในบริเวณท่ีจะทาการประเมินไม่สามารถกระทาได้โดยการสังเกต
ด้วยตาเปล่า ผู้ประเมินจาเป็นต้องสืบค้นจากข้อมูลทางธรณีวิทยาหรือแหล่งข้อมูลอื่นจากหน่วยงานท่ีเช่ือถือได้
หรือจากการทดสอบ เมอ่ื ทราบประเภทของช้ันดินท่ีแนน่ อนแลว้ ผู้ประเมินควรระบใุ นแบบประเมนิ ขน้ั ตน้ ดว้ ย
ในกรณที ่ีไม่สามารถหาข้อมูลหรือมขี อ้ มูลท่ไี มเ่ พียงพอ ให้ผู้ประเมนิ เลือกประเภทของช้ันดินเป็นประเภท
ดินอ่อน (ดินประเภท E) แต่กรณีของอาคารท่ีมีความสูง 1-2 ชั้นและมีความสูงถึงยอดหลังคาไม่เกิน 7.5 เมตร ผู้
ประเมนิ สามารถเลอื กประเภทของชั้นดนิ ใหเ้ ป็นประเภทดนิ ปกติ (ดนิ ประเภท D) ได้

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง หน้าที่ 6

คูม่ ือการประเมนิ ความเส่ยี งขน้ั ตน้ ของอาคารที่อาจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 2

ตารางท่ี 2-2 การจาแนกประเภทของชัน้ ดนิ

ประเภท ความเร็วคลื่นเฉอื นเฉลย่ี คา่ การทดสอบฝังจมมาตรฐาน ค่ากาลงั รับแรงเฉอื นในสภาวะ
ของดิน (shear wave velocity), (Standard Penetration Test), ไมร่ ะบายน้า (undrained

หนิ แขง็ (A) s N shear strength), Su
(ความลึกเฉล่ยี ท่ี 30 เมตร)
- -
> 1,500 เมตร/วินาที

หิน (B) 750 – 1,500 เมตร/วนิ าที - -

ดินแขง็ (C) 360 – 750 เมตร/วนิ าที > 50 ครั้ง > 100 กโิ ลปาสกาล

ดินปกติ (D) 180 – 360 เมตร/วินาที 15 – 50 ครง้ั 50 – 100 กิโลปาสกาล

ดินอ่อน (E) < 180 เมตร/วินาที < 15 ครั้ง < 50 กิโลปาสกาล

หรือเปน็ ชน้ั ดินท่มี ีความหนามากกวา่ 3 เมตร และมคี ณุ สมบตั ิดงั น้ี

 Plastic Index (PI) > 20%
 Moisture Content (w) > 40%
 Su< 25 กิโลปาสกาล

ดนิ ลักษณะ เปน็ ช้ันดินที่มีลักษณะดังน้ี
พิเศษ (F)
 ช้นั ดนิ ท่มี โี อกาสวิบตั ภิ ายใต้แผน่ ดนิ ไหว เชน่ ดนิ ที่สามารถเกดิ การเหลวตวั (Liquefaction) หรอื ดนิ
เหนยี วที่ออ่ นมาก เปน็ ต้น

 ชนั้ ดินทม่ี ีวตั ถอุ ินทรียป์ นอยมู่ าก และมีความหนามากกว่า 3 เมตร
 ชน้ั ดินทมี่ ีความเป็นพลาสตกิ สงู (PI > 75%) และมคี วามหนามากกวา่ 7.6 เมตร
 ชน้ั ดินเหนยี วออ่ นถึงปานกลาง (Su< 50 กิโลปาสกาล) ทห่ี นามากกวา่ 37 เมตร

2.3 คุณสมบัตขิ องผู้ทาการประเมนิ ความเสยี่ ง
การประเมินความเส่ียงด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening

หรือ RVS) ควรกระทาโดยผู้ประเมินท่ีผ่านการฝึกอบรมการประเมินความเสี่ยงฯ จากกรมโยธาธิการและผังเมือง
เพื่อให้การประเมินอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ และทาให้ผู้ประเมินสามารถ
สรุปผลการประเมินได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการฝึกอบรมมีเน้ือหาประกอบด้วยวิธีการระบุระบบโครงสร้างรับแรง
ด้านข้างและพฤติกรรมของโครงสร้างต่าง ๆ ภายใต้แรงแผ่นดินไหว วิธีการประเมินโดยใช้แบบประเมินข้ันต้น
ของกรมโยธาธิการและผงั เมอื ง ข้อสงั เกตเมื่อทาการสารวจในสนาม และวิธีการพิจารณาถึงความไม่แน่นอนต่าง ๆ
ท่ีอาจจะเกิดข้ึนในระหว่างการประเมิน โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถฝึกฝนการประเมินตามกระบวนการ
เหล่านี้ได้โดยไม่จาเป็นต้องทาการสารวจในสนาม แต่เป็นการตรวจสอบจากตัวอย่างรูปถ่ายของอาคารจริงแทน
และทาการประเมินตามกระบวนการประเมินด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็วเหมือนกับการประเมิน
ในสนาม และเมื่อทาการประเมินเสร็จแล้ว ผู้ฝึกอบรมสามารถร่วมกันแสดงความคิดเห็นในผลการประเมิน

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง หน้าท่ี 7

คู่มือการประเมินความเสี่ยงขนั้ ตน้ ของอาคารที่อาจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดินไหว บทท่ี 2

ของแต่ละคนและเปรียบเทียบผลกับผู้ประเมินรายอ่ืน (หรือเรียกว่าการ calibration) วิธีการน้ีจะช่วยสร้าง
ความเชอื่ ม่นั ในการประเมนิ มากขนึ้ และเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกนั

2.4 การตรวจสอบเอกสารการกอ่ สร้างของอาคารท่สี ารวจ
ผู้ประเมินควรรวบรวมและศึกษาเอกสารการออกแบบและก่อสร้างของอาคารที่จะทาการประเมิน

ก่อนทาการสารวจทุกครั้ง เพ่ือช่วยให้ผู้ประเมินสามารถระบุชนิดของระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้าง
ของอาคารได้

2.5 การลงพ้ืนที่สารวจอาคาร
ก า ร ส า ร ว จ อ า ค า ร เ พื่ อ ท า ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม เ ส่ี ย ง โ ด ย วิ ธี ก า ร ส า ร ว จ ด้ ว ย ต า เ ป ล่ า อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว

ควรกระทาเป็นทีมซึ่งประกอบด้วยผู้ประเมิน 2 คน เพ่ือให้ผู้ประเมินสามารถแลกเปล่ียนความคิดเห็น
ในการตัดสินใจใด ๆ ในระหว่างการสารวจ รวมท้ังเพื่อช่วยกันรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ โดยผู้ประเมินควรเป็นผู้ท่ีมี
ประสบการณใ์ นการออกแบบอาคารต้านทานแผน่ ดนิ ไหว และสามารถระบุชนิดโครงสรา้ งรบั แรงดา้ นข้างได้

การสารวจในสนามจาเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์หรือเครื่องมือบางชนิด น้ีผู้ประเมินควรนาติดตัวไปด้วย
ทกุ ครั้งเมอ่ื ออกสารวจในสนาม อนั ประกอบดว้ ย

 กลอ้ งสอ่ งทางไกล สาหรับกรณีอาคารทท่ี าการประเมินเป็นอาคารสงู
 กลอ้ งถา่ ยรูป
 แผน่ กระดานสาหรบั รองแบบประเมิน
 ปากกาหรือดนิ สอ
 ไม้บรรทัดขนาดเล็ก สาหรับชว่ ยในการวาดรูปอาคารอยา่ งครา่ ว ๆ
 ตลบั เมตร/แถบวัดระยะ/เลเซอร์วัดระยะ
 แบบแปลนของอาคาร

กรมโยธาธิการและผังเมือง หน้าท่ี 8

คูม่ อื การประเมนิ ความเส่ยี งขน้ั ต้นของอาคารท่อี าจไดร้ บั ความเสยี หายอย่างหนักจากแผน่ ดนิ ไหว บทที่ 3

3. การลงขอ้ มูลในแบบประเมินขน้ั ตน้

3.1 บทนา
บทน้ีเป็นการแนะนาเก่ียวกับวิธีการลงข้อมูลในแบบประเมินขั้นต้นเพ่ือประเมินความเส่ียงของอาคาร

ท่ีอาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว ตามตัวอย่างในรูปท่ี 3 - 1 และมีอยู่ในภาคผนวก ก
ซึ่งมีทั้งหมด 3 ระดับ ให้ผู้ประเมินเลือกแบบแระเมินข้ันต้นโดยอ้างอิงจากระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว
ในพื้นที่ท่ีต้องการตรวจสอบ (ตามที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อ 2.2.1) ซึ่งสามารถยืนยันความถูกต้องได้จาก ค่าความเร่ง
ตอบสนองเชิงสเปกตรัมท่ีคาบสั้น 0.20 วินาที (Ss) และท่ีคาบ 1 วินาที (S1) ที่ระบุไว้ด้านบนของแบบประเมินขั้นต้น
และให้ผู้ประเมินดาเนินตามขัน้ ตอนในรปู ที่ 3 – 2

โดยการกรอกข้อมลู ลงในแบบประเมนิ ขน้ั ต้นให้ดาเนินการตามขั้นตอนดงั ต่อไปน้ี
1. ตรวจสอบเพื่อยนื ยันความถูกต้องของข้อมูลอาคารทตี่ ้องการประเมิน
2. สารวจอาคารโดยรอบพร้อมทั้งร่างแบบแปลนและรูปดา้ นของอาคารลงในแบบประเมินข้ันตน้
3. ระบปุ ระเภทการใชส้ อยของอาคารทตี่ ้องการประเมิน
4. ระบปุ ระเภทของชน้ั ดนิ ในกรณที ไ่ี มส่ ามารถระบุไดใ้ นข้นั ตอนวางแผนการสารวจพน้ื ท่ี
5. ระบุชนิดของโครงสร้างต้านทานแรงแผ่นดินไหว (seismic-lateral-force resisting system) หากกระทาได้
ควรเข้าตรวจสอบจากด้านในอาคารด้วย แล้วเลือกค่าคะแนนพ้ืนฐาน (basic structural hazard score) ในแบบ
ประเมินขนั้ ตน้ ตามชนดิ ของโครงสรา้ งที่ตรวจพบ
6. ระบุองค์ประกอบท่ีมีผลต่อสมรรถนะในการต้านทานแผ่นดินไหว (seismic performance attributes) แล้ว
เลือกค่าปรับแก้ (modifiers) ในแบบประเมินขั้นต้นตามองค์ประกอบที่ตรวจพบ (เช่น จานวนช้ัน ประเภทของช้ันดิน
ลกั ษณะรูปทรงของอาคาร เปน็ ต้น)
7. คานวณหาค่าผลคะแนนประเมิน (final score) แล้วประเมินว่าอาคารควรได้รับการประเมินอย่างละเอียด
หรือไม่ (ผลคะแนนประเมินนอ้ ยกวา่ 2.0 หรอื ไม่)
8. ถ่ายรูปอาคารทีท่ าการประเมินและแนบภาพไว้ในแบบประเมินขั้นตน้

กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง หนา้ ที่ 9

คูม่ ือการประเมนิ ความเส่ียงขนั้ ต้นของอาคารทอี่ าจไดร้ บั ความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทที่ 3

รปู ที่ 3 - 1 แบบประเมินขั้นต้นเพื่อประเมนิ ความเสย่ี งของอาคารท่อี าจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนกั จาก
แผน่ ดนิ ไหว

กรมโยธาธิการและผังเมือง หนา้ ท่ี 10

คู่มอื การประเมนิ ความเสี่ยงขน้ั ต้นของอาคารที่อาจได้รับความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผ่นดินไหว บทที่ 3

กำหนดอำคำรและผปู้ ระเมนิ

รวบรวมขอ้ มูลอำคำร

กาหนดระดับความรนุ แรงของแผ่นดนิ ไหวของพ้ืนที่ตั้งอาคาร (ค่า Ss และ S1)
และเลอื กใชแ้ บบประเมนิ ขน้ั ต้นท่เี หมาะสมกับระดับความรุนแรงของแผ่นดนิ ไหว

โซนแรงแผน่ ดนิ ไหวระดับสงู โซนแรงแผ่นดินไหวระดบั ปานกลาง โซนแรงแผน่ ดินไหวระดบั ต่า
(Ss ≥ 0.5g (0.167g ≤ Ss < 0.5g (Ss < 0.167g

หรอื S1 ≥ 0.2g) หรือ 0.067g ≤ S1 < 0.2g) หรือ S1 < 0.067g)

กรอกขอ้ มูลลงในแบบประเมินขน้ั ตน้

สรปุ ค่ำผลคะแนนประเมนิ

ผลคะแนนประเมิน ≥ 2 ผลคะแนนประเมนิ < 2

ตรวจสอบความเสียหาย/เสื่อมสภาพอยา่ งมากของ ตอ้ งทำกำรประเมิน
อาคาร อยำ่ งละเอียด

พบควำมเสยี หำยหรือ ไมพ่ บควำมเสียหำยหรือ
เสอ่ื มสภำพอย่ำงมำก เสอ่ื มสภำพอย่ำงมำก

ต้องทำกำรประเมิน ไม่ต้องทำกำรประเมิน
อย่ำงละเอยี ด อย่ำงละเอียด

สิ้นสุดการประเมนิ ความเสยี่ ง
รปู ที่ 3 - 2 ขัน้ ตอนการดาเนินการ

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หน้าที่ 11

คูม่ อื การประเมินความเสย่ี งขน้ั ตน้ ของอาคารทอี่ าจไดร้ บั ความเสยี หายอย่างหนักจากแผน่ ดนิ ไหว บทที่ 3

3.2 การระบคุ วามเร่งตอบสนองเชงิ สเปกตรัมของบริเวณท่ีตัง้ อาคาร (ข้อ 1 ในแบบประเมินข้นั ต้น)
3.2.1 ความเร่งตอบสนองเชงิ สเปกตรมั สาหรับพ้ืนทที่ ั่วประเทศยกเว้นแอ่งกรุงเทพฯ
เมอ่ื เกดิ การสั่นสะเทอื นจากแผ่นดินไหว อาคารต่าง ๆ จะมีการตอบสนองต่อการสั่นสะเทือนแตกต่างกัน

ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือคาบการสั่นพื้นฐานของอาคาร และปัจจัยประกอบอ่ืน ๆ ดังนั้น ผลตอบสนองของอาคาร
จงึ แสดงในรปู ของ “ค่าความเรง่ ตอบสนองเชิงสเปกตรัม” ซ่ึงมีค่าแปรเปลี่ยนไปตามคาบการส่ันพ้ืนฐานของอาคาร
ตารางท่ี ข – 1 ในภาคผนวก ข แสดงค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมของแผ่นดินไหวรุนแรงสูงสุดท่ีพิจารณา
(maximum considered earthquake) ท่ีคาบการสั่น 0.2 วินาที (Ss) และคาบการส่ัน 1 วินาที (S1) ณ อาเภอ
และจงั หวัดตา่ ง ๆ ทัว่ ประเทศไทย ยกเว้นในพนื้ ทีแ่ อ่งกรงุ เทพที่มดี นิ ลักษณะเป็นดนิ อ่อน

ในข้อ 1 ของแบบประเมินข้ันต้นจะให้ผู้ประเมินกรอกค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมท่ีคาบสั้น
0.2 วินาที (Ss) และท่ีคาบ 1 วินาที (S1) ลงในแบบประเมินข้ันต้น และทาการตรวจสอบความถูกต้อง
ในการเลอื กใช้แบบประเมินข้นั ต้น ตามระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต่า
(low) ระดับปานกลาง (moderate) และระดับสูง (high) โดยค่า Ss และ S1 ที่กรอกในแบบประเมินขั้นต้น
ต้องสอดคล้องกับเง่ือนไขท่ีกาหนดไว้ที่ด้านบนของแบบประเมินข้ันต้น (รูปท่ี 3 - 3) โดยให้ผู้ประเมินตรวจสอบ
หากพบวา่ ค่า Ss และ S1 ของพนื้ ทไี่ ม่สอดคลอ้ งกับเงือ่ นไขท่ีกาหนดไว้ที่ด้านบนของแบบประเมิน ให้ทาการเปล่ียน
แบบประเมินขั้นต้นให้เหมาะสมกับค่า Ss และ S1 ของพื้นท่ีนั้น ๆ โดยค่า Ss และ S1 ต้องสอดคล้องกับเง่ือนไขท้ัง
2 ค่า หากค่า Ss สอดคล้องแต่ค่า S1 ไม่สอดคล้อง หรือค่า Ss ไม่สอดคล้องแต่ค่า S1 สอดคล้อง ให้เลือกระดับ
ความรุนแรงของแผ่นดินไหวท่ีสูงกว่าเป็นเกณฑ์ และให้เปลี่ยนแบบประเมินขั้นต้นให้มีความสอดคล้องกับระดับ
ความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่สูงกว่าน้ัน ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่จังหวัดตาก อาเภอท่าสองยาง จากตารางที่ ข – 1
ในภาคผนวก ข ระบุว่ามีค่า Ss = 0.733 และ S1 = 0.185 จะพบว่า ค่า Ss อยู่ในช่วงระดับความรุนแรง
ของแผ่นดินไหวสูง (Ss ≥ 0.5) ในขณะท่ีค่า S1 อยู่ในช่วงระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวปานกลาง
(0.067 ≤ S1 < 0.2) ใหผ้ ปู้ ระเมนิ เลอื กใชแ้ บบประเมินขนั้ ต้นสาหรบั ระดับความรนุ แรงของแผน่ ดนิ ไหวสูง

รปู ท่ี 3 - 3 ค่า Ss และ S1 ทส่ี อดคล้องกับระดับความรุนแรงของแผน่ ดนิ ไหว หน้าที่ 12

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง

ค่มู ือการประเมนิ ความเส่ยี งขนั้ ตน้ ของอาคารที่อาจได้รบั ความเสียหายอย่างหนกั จากแผ่นดินไหว บทที่ 3

3.2.2 ความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรมั สาหรบั พ้ืนท่ใี นแอง่ กรุงเทพมหานคร
เน่ืองจากพื้นที่ในแอ่งกรุงเทพมหานคร มีชั้นดินเป็นดินเหนียวอ่อนซ่ึงได้รับอิทธิพลมาจากดินตะกอนลุ่ม
แม่น้าเจ้าพระยา เมื่อเกิดคลื่นส่ันไหว ชั้นดินอ่อนมีความสามารถท่ีจะขยายความรุนแรงของคล่ืนแผ่นดินไหวได้
แม้ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นในระยะไกล ดังนั้นใน มยผ. 1301/1302 - 61 จึงได้กาหนดค่าความเร่งตอบสนองเชิง
สเปกตรัมสาหรับการออกแบบ ซ่ึงได้รวมผลเนื่องจากสภาพดินอ่อนในพ้ืนที่ต่าง ๆ ของแอ่งกรุงเทพมหานครเข้าไปแล้ว
จึงแตกต่างจากค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัม ตามตารางที่ ข - 1 ในภาคผนวก ข ที่เป็นค่าความเร่งตอบสนองเชิง
สเปกตรมั ของแผ่นดินไหวรนุ แรงสูงสดุ ทีพ่ ิจารณา (maximum considered earthquake) ซึ่งยังไม่ได้พิจารณาผล
เนือ่ งจากสภาพดนิ
เนื่องจากแบบประเมินข้ันต้นแบ่งโซนแรงแผ่นดินไหวตามค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัม
ของแผ่นดินไหวรุนแรงสูงสุดท่ีพิจารณา (maximum considered earthquake) ดังน้ันจึงไม่สามารถ
ใช้ค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมสาหรับการออกแบบที่ใช้กับพ้ืนที่ในแอ่งกรุงเทพมหานครตาม มยผ.
1301/1302 – 61 ในการเลือกระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในแบบประเมินข้ันต้นน้ีได้ และเนื่องจากไม่มีข้อมูล
คา่ ความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรมั ของแผ่นดินไหวรุนแรงสูงสุดที่พิจารณาสาหรับพ้ืนท่ีเหล่าน้ี จึงทาให้เกิดปัญหา
การเลอื กระดบั ความรนุ แรงของแผน่ ดนิ ไหวสาหรบั พ้ืนทีใ่ นแอ่งกรุงเทพมหานคร แต่จากการตรวจสอบค่าความเร่ง
ตอบสนองเชิงสเปกตรัมของพ้ืนท่ีในแอ่งกรุงเทพมหานครแล้วพบว่าส่วนมากจะอยู่ในช่วงความรุนแรงระดับ
“ปานกลาง” ดังน้ันสาหรับพื้นท่ีในแอ่งกรุงเทพมหานคร (รูปท่ี 3 – 4) ในกรณีท่ีไม่มีข้อมูลค่าความเร่งตอบสนอง
เชิงสเปกตรัมให้ผู้ประเมินเลือกใช้ระดับความรุนแรงแผ่นดินไหว “ปานกลาง” และเลือกประเภทของช้ันดินเป็น
ประเภทดินอ่อน (ดินประเภท E) เมื่อไม่สามารถหาหรือรวบรวมขอ้ มูลประเภทของชั้นดินในพื้นท่ีได้

รูปท่ี 3 – 4 พ้ืนท่ีในแอง่ กรุงเทพมหานคร หน้าท่ี 13

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง

คมู่ อื การประเมินความเสีย่ งขนั้ ต้นของอาคารที่อาจไดร้ บั ความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดินไหว บทท่ี 3

โซน 1 โซน 3 โซน 6 โซน 9
จังหวัดเพชรบรุ ี จงั หวัดสมทุ รสาคร จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา จังหวัดนครนายก
- อ.เขาย้อย (ทงั้ จงั หวัด) - อ.ลาดบวั หลวง - อ.องครกั ษ์
จังหวัดราชบรุ ี จังหวดั สมุทรสงคราม - อ.บางไทร จังหวัดปราจนี บุรี
- อ.ปากทอ่ (ท้ังจงั หวดั ) - อ.บางปะอนิ - อ.บ้านสร้าง
- อ.วดั เพลง - อ.วงั น้อย จังหวัดฉะเชงิ เทรา
- อ.เมืองราชบรุ ี โซน 4 - อ.เสนา - อ.บางน้าเปร้ียว
จังหวดั นนทบรุ ี - อ.อทุ ยั - อ.บางคลา้
โซน 2 (ทง้ั จงั หวดั ) - อ.ท่าเรือ - อ.ราชสาสน์
จงั หวัดราชบุรี - อ.บางบาล - อ.คลองเขอ่ื น
- อ.ดาเนนิ สะดวก โซน 5 - อ.เมืองพระนครศรอี ยุธยา - อ.บ้านโพธิ์
- อ.บางแพ จงั หวัดกรงุ เทพมหานคร - อ.บางปะกง
จังหวัดนครปฐม (ทง้ั จงั หวัด) โซน 7 - อ.เมืองฉะเชิงเทรา
- อ.สามพราน จงั หวดั สมุทรปราการ จังหวดั ปทมุ ธานี
- อ.พทุ ธมณฑล (ทง้ั จงั หวดั ) (ทง้ั จังหวดั ) โซน 10
- อ.นครชัยศรี จงั หวัดชลบรุ ี
- อ.ดอนตมู โซน 8 - อ.พานทอง
- อ.บางเลน จงั หวดั นครนายก - อ.เมอื งชลบรุ ี
- อ.เมอื งนครปฐม - อ.บางนา
- อ.ปากพลี
- อ.เมอื งนครนายก

3.3 ข้อมูลท่ัวไปของอาคาร (ขอ้ 2 ในแบบประเมินขั้นต้น)

3.3.1 การระบุชือ่ และท่ตี ั้งอาคาร
ช่องว่างมุมขวาบนของแบบประเมินขั้นต้น (รูปที่ 3 - 5) ใช้สาหรับบันทึกข้อมูลท่ัวไปของอาคาร ได้แก่
ชื่ออาคาร ช่ือเจ้าของอาคาร ที่อยู่ พ้ืนที่อาคาร และข้อมูลอ่ืน ๆ ซ่ึงผู้ประเมินได้รวบรวมในข้ันตอนการวางแผน
กอ่ นลงสารวจพื้นที่ โดยข้อมูลเหล่านค้ี วรไดร้ บั การยืนยันความถกู ตอ้ งอีกครัง้ เม่อื ลงพน้ื ท่สี ารวจอาคาร และในกรณี
ทข่ี ้อมลู รายละเอยี ดของอาคารไมไ่ ดถ้ ูกระบุในขนั้ ตอนการวางแผนก่อนลงสารวจพ้ืนที่ก็จะต้องมีการรวบรวมข้อมูล
ให้สมบูรณ์เมื่อลงสารวจพ้ืนที่ พร้อมท้ังระบุชื่อและที่ตั้งของอาคาร รวมท้ังข้อมูลรายละเอียดของอาคารอย่างอ่ืน
ได้แก่ ตาแหน่งพิกัด GPS ของอาคาร ขนาดพ้ืนที่รวมของอาคารโดยประมาณ แบบแปลนของอาคาร
การออกแบบเพือ่ รองรับแรงจากแผน่ ดินไหว การออกแบบเพือ่ รองรับแรงลม และประเภทการใช้สอยอาคาร

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง หน้าที่ 14

คมู่ อื การประเมินความเสีย่ งขน้ั ตน้ ของอาคารที่อาจได้รบั ความเสียหายอย่างหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

รปู ท่ี 3 - 5 ขอ้ มลู ทว่ั ไปของอาคาร

3.3.2 การระบตุ าแหนง่ พกิ ัด GPS ของอาคาร
ในส่วนของช่องว่างถัดจากที่ต้ังอาคารในแบบประเมินความเส่ียงของอาคารที่อาจได้รับความเสียหาย
อยา่ งหนกั จากแผ่นดินไหว ใช้สาหรับบนั ทกึ ตาแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์หรือตาแหน่งบนพ้ืนโลกด้วยระบบ global
positioning system (GPS) โดยผู้ประเมินสามารถระบุพิกัดเป็น 2 ชุด คือ ละติจูด (latitude) หรือเส้นรุ้ง
และลองจจิ ดู (longitude) หรอื เส้นแวง เพื่อบง่ บอกถงึ ตาแหนง่ ทต่ี ง้ั ของอาคารที่แมน่ ยาและรวดเรว็ มากยิง่ ข้ึน

3.3.3 การระบุพ้ืนที่ท้ังหมดของอาคาร
การระบพุ ้ืนทท่ี ้งั หมดของอาคารโดยพจิ ารณาจากแบบแปลนของอาคาร และคานวณได้จากการคูณพื้นที่
โดยประมาณต่อชั้นกับจานวนช้ันทั้งหมดของอาคาร โดยที่ความยาวและความกว้างของอาคารสามารถวัด
หรือประมาณได้จากแบบแปลนของอาคาร การระบุพ้ืนท่ีรวมทั้งหมดมีประโยชน์สาหรับการประเมิน
นา้ หนกั บรรทกุ ของอาคาร และให้ระบุด้วยเครื่องหมายดอกจันด้วยเมือ่ พนื้ ท่รี วมท้ังหมดได้จากการประมาณคา่

3.3.4 แบบแปลนของอาคาร

แบบแปลนของอาคารเป็นข้อมูลท่ีสาคัญมากในการประเมินความเสี่ยงของอาคารที่อาจได้รับความ
เสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว เน่ืองจากเป็นข้อมูลท่ีสามารถระบุลักษณะของอาคารได้อย่างละเอียด
และแม่นยาที่สุด แต่ในบางกรณีการก่อสร้างจริงอาจไม่ตรงตามแบบแปลนของอาคาร ผู้ประเมินจึงจาเป็น
ต้องตรวจสอบสภาพของอาคารก่อนและพิจารณาเลือกลักษณะของอาคารที่จะประเมินตามการก่อสร้างจริง
เพอ่ื ใหก้ ารประเมนิ ความเสยี่ งเปน็ ไปอยา่ งถกู ต้องและสอดคลอ้ งกับความเปน็ จริงมากทีส่ ดุ

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง หน้าท่ี 15

คู่มือการประเมนิ ความเสีย่ งขนั้ ตน้ ของอาคารท่อี าจไดร้ บั ความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผ่นดินไหว บทที่ 3

3.3.5 การออกแบบอาคารเพอื่ ตา้ นทานแรงสนั่ สะเทือนของแผ่นดนิ ไหว
ผู้ประเมินสามารถตรวจสอบได้ว่าอาคารมีการออกแบบเพ่ือต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวหรือไม่
โดยพิจารณาจากเอกสารที่สามารถยืนยันได้ชัดเจน เช่น ผลวิเคราะห์จากแบบแปลนของอาคาร รายการคานวณ
ท่ีระบุชัดเจนว่ามีการเพ่ิมเติมในส่วนของการคานวณเพ่ือต้านทานแรงจากแผ่นดินไหว เป็นต้น แต่ในกรณีที่ไม่มี
แบบแปลนหรือรายการคานวณดังกล่าว ให้ผู้ประเมินถือว่าอาคารไม่มีการออกแบบเพ่ือต้านทานแรงสั่นสะเทือน
จากแผ่นดินไหว และไม่สามารถใช้คากล่าวอ้างจากวิศวกรผู้ควบคุมการ ก่อสร้าง หรือการประเมิน
จากการตรวจสอบด้วยสายตาโดยไมม่ หี ลกั ฐานดงั กล่าวยืนยัน
ในกรณีท่ีมีการออกแบบเพื่อต้านทานแรงส่ันสะเทือนของแผ่นดินไหวแล้ว ให้ผู้ประเมินทาเคร่ืองหมาย
ลงในแบบประเมินขั้นต้น (รูปท่ี 3 - 6) และให้ยุติการประเมินความเส่ียง โดยถือว่าอาคารไม่มีความเสี่ยงที่อาจ
ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวเพราะได้รับการออกแบบให้สามารถต้านทานแรงส่ันสะเทือน
ของแผ่นดินไหวโดยวิศวกรผู้มีความเช่ียวชาญแล้ว ส่วนในกรณีที่ไม่ได้มีการออกแบบเพ่ือต้านทานแรงส่ันสะเทือน
ของแผ่นดินไหว ให้ผปู้ ระเมินดาเนินการตามข้ันตอนการประเมินความเสยี่ งต่อไป

รูปท่ี 3 – 6 ข้อมลู ด้านการออกแบบเพอ่ื ตา้ นทานแรงสน่ั สะเทอื นของแผ่นดนิ ไหว

3.3.6 การออกแบบอาคารรองรบั แรงลม
ผู้ประเมินสามารถตรวจสอบได้ว่าอาคารมีการออกแบบรองรับแรงลมหรือไม่ โดยพิจารณาจากเอกสาร
ท่ีสามารถยืนยันได้ชัดเจนในลักษณะเดียวกันกับการตรวจสอบว่า อาคารมีการออกแบบเพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือน
ของแผ่นดินไหวหรือไม่ ในกรณีท่ีไม่พบเอกสารท่ีสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ให้ระบุว่าอาคารไม่มีการออกแบบ
รองรับแรงลม โดยให้ผู้ประเมินทาเคร่ืองหมายลงในแบบประเมินขั้นต้น (รูปที่ 3 - 7) ทั้งน้ี ผู้ประเมินจะต้อง
ดาเนนิ การตามข้ันตอนการประเมนิ ตอ่ ไป ถึงแม้ว่าอาคารจะมหี รอื ไม่มีการออกแบบรองรบั แรงลมก็ตาม

กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง หนา้ ที่ 16

ค่มู ือการประเมนิ ความเส่ยี งขน้ั ตน้ ของอาคารทอี่ าจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดนิ ไหว บทที่ 3

รปู ท่ี 3 – 7 ข้อมูลด้านการออกแบบรองรับแรงลม

3.3.7 การระบุประเภทการใชส้ อยอาคาร

ผู้ ป ร ะ เ มิ น ส า ม า ร ถ ร ะ บุ ป ร ะ เ ภ ท ก า ร ใ ช้ ส อ ย อ า ค า ร โ ด ย ท า เ ค ร่ื อ ง ห ม า ย ล ง ใ น แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ขั้ น ต้ น
หน้าตัวเลือกที่กาหนดให้ (รูปท่ี 3 - 5) การใช้สอยอาคารในท่ีนี้หมายถึง รูปแบบการใช้ประโยชน์อาคารซ่ึงจะบ่งช้ี
ถึงจานวนของผู้ใช้งานต่อพื้นท่ีของอาคาร ถึงแม้ว่าจะไม่มีผลโดยตรงกับความเสียหายของโครงสร้าง
หรือความน่าจะเป็นท่ีอาจก่อให้เกิดความเสียหายสาคัญ แต่การใช้สอยอาคารก็เป็นหน่ึงในข้อมูลท่ีต้องคานึงถึง
และจาเป็นตอ้ งใช้อา้ งอิงหากมีการประเมนิ อย่างละเอียดต่อไป

ในแบบประเมินข้ันต้น การใช้สอยอาคารแบ่งเป็นทั้งหมด 14 ประเภท ได้แก่ บ้านพักอาศัย อาคารสานักงาน
สถานพยาบาล อาคารอยู่อาศัยรวม โบราณสถาน ศาสนสถาน หอประชุม โรงงาน อาคารภาครัฐ อาคารพาณิชย์
สถานศึกษา อาคารภาคเอกชน โรงมหรสพ และโรงแรม ซ่ึงเป็นการใช้สอยอาคารที่มักพบเห็นได้ท่ัวไปในประเทศไทย
ผู้ประเมินควรเลือกการใช้สอยอาคารให้ตรงกับความเป็นจริง หากมีการใช้ประโยชน์อาคารหลายประเภท
ในอาคารหน่ึงแห่ง เช่น อาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย สามารถเลือกประเภทการใช้สอยอาคารทั้งสอง
รูปแบบลงในแบบประเมินขั้นต้นได้ หากการใช้สอยอาคารไม่ตรงตามประเภทที่กาหนดไว้ทั้ง 14 ประเภท
ในแบบประเมนิ ข้นั ต้น ให้ทาเคร่อื งหมายในตัวเลือก “อ่ืน ๆ” และระบุประเภทการใช้สอยอาคารกากับไว้ด้านท้าย
ตัวเลือกด้วย หรือผู้ประเมินอาจจะระบุแยกประเภทการใช้สอยอาคารในแต่ละช้ันไว้ในส่วนแสดงความคิดเห็น

3.4 ข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินข้นั ตน้ (ข้อ 3 ในแบบประเมินข้ันต้น)

3.4.1 การระบจุ านวนช้ัน
ความสูงของอาคารอาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายท่ีอาจเกิดข้ึนระหว่างการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว
อาคารสูงบนชั้นดินอ่อนอาจมีความเสี่ยงมากกว่าและมีระยะเวลาในการสั่นไหวนานกว่าอาคารลักษณะเดียวกัน
ท่ีมีความสูงน้อยกว่า จานวนช้ันเป็นตัวบ่งช้ีท่ีดีที่สุดในการบอกความสูงของอาคาร (เช่น อาคารสูงประมาณ
3 เมตรต่อช้ัน สาหรับอาคารที่อยู่อาศัย และความสูง 3.5 เมตรต่อชั้น สาหรับอาคารประเภทอ่ืน) การนับจานวนช้ัน

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หนา้ ท่ี 17

ค่มู ือการประเมินความเสี่ยงขน้ั ตน้ ของอาคารทีอ่ าจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนกั จากแผ่นดินไหว บทที่ 3

อาจเป็นไปได้ยาก หากอาคารถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา หรือถ้ามีหลังคาหลายระดับแตกต่างกัน ซ่ึงในการประเมิน
ให้ใชจ้ านวนชนั้ ทีส่ ูงท่สี ดุ ของอาคาร โดยให้นับจานวนชน้ั จากชนั้ ระดบั พื้นดินไปถงึ หลงั คา

3.4.2 การระบปุ ระเภทของชั้นดินในบริเวณท่ีตัง้ อาคาร
ตามที่ระบุไว้ในหัวข้อ 2.2.5 ประเภทของช้ันดินควรได้รับการตรวจสอบและบันทึกลงในแบบประเมินข้ันต้น
(รูปที่ 3 - 8) ในข้ันตอนการวางแผนและรวบรวมข้อมูลก่อนลงสารวจพ้ืนท่ี ถ้าประเภทของช้ันดินไม่ได้มีการระบุ
ในขั้นตอนดังกล่าว จะต้องมีการระบุโดยผู้ประเมินในขั้นตอนการประเมินอาคาร หากผู้ประเมินไม่สามารถระบุ
ประเภทของช้ันดินได้ ให้ถือว่าดินในบริเวณท่ีตั้งของอาคารเป็นประเภทดินอ่อน (E) แต่อย่างไรก็ตามสาหรับ
อาคารชั้นเดียวหรืออาคารสองช้ันที่มีความสูงรวมความสูงของหลังคาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 7.5 เมตร สามารถ
ระบปุ ระเภทของชนั้ ดินเป็นประเภทดนิ ปกติ (D) เมื่อไมส่ ามารถหาหรอื รวบรวมข้อมลู ประเภทของช้ันดนิ ในพนื้ ที่ได้

รูปที่ 3 - 8 ข้อมลู เก่ียวกบั ประเภทของชน้ั ดินในบริเวณท่ีต้ังอาคาร

กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง หน้าท่ี 18

คมู่ ือการประเมินความเสย่ี งขน้ั ตน้ ของอาคารทีอ่ าจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

3.4.3 การระบคุ วามไมส่ ม่าเสมอทางโครงสรา้ งของอาคาร
3.4.3.1 โครงสรา้ งมีความไมส่ ม่าเสมอในแนวดง่ิ
คว า ม ไ ม่ ส ม่ า เ ส ม อ ข อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง ใ น แ น ว ดิ่ ง ส่ ง ผ ล ต่ อ เ ส ถี ย ร ภ า พ ใ น กา ร ต้ า น ท า น แ ร ง สั่ น ส ะ เ ทื อ น
ของแผ่นดินไหวของอาคารทุกประเภท ตัวอย่างของความไม่สม่าเสมอของโครงสร้างในแนวดิ่ง ได้แก่ อาคารท่ีมี
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเหมือนขั้นบันได (set back) อาคารท่ีสร้างบริเวณเนินเขาหรือพ้ืนท่ีที่มีความลาดชัน
อาคารท่ีมีช้ันท่ีอ่อน (soft story) (รูปที่ 3 - 9) ซ่ึงหากอาคารมีรูปทรงไม่สม่าเสมอ หรือมีผนังบางส่วน
ของอาคารไม่ได้อยู่ในแนวต้ังฉาก หรืออาคารตั้งอยู่บนพื้นที่เนินเขาสูงชัน เน่ืองจากมีความแตกต่างทางสติฟเนส
(stiffness) ของโครงสร้างที่ด้านล่างของพื้นท่ีลาดชันกับโครงสร้างด้านบนท่ีมีระดับสูงขึ้น นอกจากนี้ความลาดชัน
ในทศิ ทางสงู ข้ึนอาจทาให้โครงสรา้ งเสาสว่ นท่อี ยู่เหนอื พ้นื ดินมคี วามยาวน้อยลง และมคี วามเส่ียงที่อาคารอาจได้รับ
ความเสียหายจากแรงเฉอื นจนทาให้อาคารพงั ถล่มลงมา
สาหรับอาคารที่มีช้ันท่ีอ่อน (soft story) หมายถึงอาคารมีความแข็งแรงที่ชั้นใดชั้นหน่ึงของอาคาร
น้อยกว่าช้ันอ่ืน ๆ (รูปท่ี 3 – 9 ง ถึง ช) ตัวอย่างเช่น อาคารที่มีผนังรับแรงเฉือนหรือผนังไม่ต่อเน่ืองกับฐานราก
ในการประเมินช้ันที่อ่อน (soft story) เป็นเร่ืองยากที่จะตรวจสอบได้หากไม่ทราบข้อมูลในการออกแบบอาคาร
รวมไปถึงวิธีการถ่ายแรงจากชั้นหนึ่งไปยังอีกช้ันหนึ่ง นอกจากน้ีอาคารอาจมีการออกแบบให้ผนังรับแรงเฉือน
อยู่ภายในอาคาร ซ่ึงผู้ประเมินอาจจะมองไม่เห็นจากด้านนอกของอาคาร อย่างไรก็ตามหากผู้ประเมินไม่แน่ใจ
ว่าอาคารหลังนั้นมีชั้นท่ีอ่อน (soft story) หรือไม่ ให้เลือกใช้ค่าปรับแก้คะแนนในกรณีโครงสร้างมีความ
ไม่สม่าเสมอในแนวดงิ่ โดยผ้ปู ระเมินอาจระบคุ วามเห็นเพ่ืออธิบายเพิ่มเติมลงในแบบประเมินข้ันต้น โดยทั่วไปแล้ว
อาคารพาณิชย์หลายแห่งมักพบว่า ชั้นแรกของอาคารเป็นชั้นท่ีอ่อน เน่ืองจากมีการออกแบบให้ช้ันแรกของอาคาร
เป็นช่องเปิดมีประตูและหน้าต่างขนาดใหญ่ เพ่ือแสดงให้เห็นพื้นท่ีด้านในอาคาร ซึ่งถ้าช้ันที่หน่ึงมีความสูง
หรือมีหน้าต่างอยู่ทุกด้าน และชั้นต่อ ๆ ไปมีพื้นที่หน้าต่างน้อยลงให้พิจารณาว่าช้ันท่ีหน่ึงนั้นเป็นชั้นที่อ่อน
(soft story)
นอกจากน้ีอาคารอาจมีความไม่สม่าเสมอในแนวด่ิงทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ซ่ึงทาให้อาคารเข้าข่าย
กรณชี ้นั ทีอ่ ่อน (soft story) ได้เชน่ กัน ตัวอยา่ งเช่น อาคารที่มีผนังด้านหน้าและด้านหลังเป็นพื้นท่ีเปิดโล่ง แต่ผนัง
ด้านข้างเป็นแบบผนังปิดทึบ อาคารท่ีมีชั้นล่างสุดเป็นท่ีจอดรถ (tuck under) (รูปท่ี 3 - 10) ซึ่งพบได้บ่อย
ในอาคารประเภทอพาร์ตเมนต์ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายคร้ังในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า
รปู ทรงโครงสรา้ งลักษณะนีม้ ีความอ่อนแอและเกิดความเสยี หายในระหว่างการเกดิ แผ่นดนิ ไหว การท่ีจะประเมินว่า
โครงสร้างมีความไม่สม่าเสมอทางดิ่งนั้นมีความไม่ชัดเจน ผู้ประเมินต้องใช้วิจารณญาณและประสบการณ์
ในการพจิ ารณา ซึ่งหากผปู้ ระเมนิ พบว่าอาคารเข้าข่ายในลักษณะน้ีให้เลือกใช้ค่าปรับแก้สาหรับโครงสร้างท่ีมีความ
ไม่สม่าเสมอทางดิ่งด้วย

กรมโยธาธิการและผังเมือง หน้าท่ี 19

คูม่ ือการประเมินความเส่ียงขนั้ ต้นของอาคารทอี่ าจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดินไหว บทท่ี 3

ลกั ษณะเหมอื นขั้นบันได

ชั้นทอี่ ่อน
ก. ตัวอย่างอาคารที่มีความไม่สม่าเสมอในแนวดิ่ง

มชี อ่ งเปดิ
ท่ชี ้นั ใด
ชน้ั หน่ึง

ข. อาคารท่ีมีลักษณะเหมือนขั้นบนั ได ค. อาคารทีส่ ร้างบริเวณเนินเขา ง. อาคารที่มีช้ันทอี่ อ่ น

จ. อาคารที่มีชอ่ งเปดิ ขนาด ฉ. อาคารทมี่ ีความสงู ของชัน้ ช. อาคารทม่ี ีความไม่ตอ่ เนอ่ื ง
ใหญใ่ นกาแพงรบั แรงเฉือน ไมส่ มา่ เสมอ ของเสา

ซ. อาคารทมี่ ีรปู ทรง ซ. อาคารทม่ี ีรปู ทรง ญ. อาคารที่มรี ปู ทรง
เหมอื นตวั U เหมือนตัว T ควา่ เหมือนตวั L

รปู ที่ 3 - 9 ลักษณะอาคารทมี่ ีความไม่สม่าเสมอของโครงสร้างในแนวด่งิ

กรมโยธาธิการและผังเมือง หนา้ ท่ี 20

คู่มอื การประเมนิ ความเสย่ี งขนั้ ตน้ ของอาคารทอี่ าจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทที่ 3

รปู ที่ 3 - 10 อาคารท่ีมชี นั้ ลา่ งสุดเป็นทีจ่ อดรถ (tuck under)

3.4.3.2 โครงสร้างมีความไม่สมา่ เสมอในแนวระนาบ
อ า ค า ร ท่ี โ ค ร ง ส ร้ า ง มี ค ว า ม ไ ม่ ส ม่ า เ ส ม อ ใ น แ น ว ร ะ น า บ อ า จ ส่ ง ผ ล ต่ อ เ ส ถี ย ร ภ า พ ใ น ก า ร ต้ า น ท า น
แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวของอาคาร ตัวอย่างอาคารท่ีมีความไม่สม่าเสมอของโครงสร้างในแนวระนาบ
เช่น อาคารที่มีมุมหักเข้าข้างใน (re-entrant corners) อาคารท่ีมีความสามารถในการต้านทานแรงกระทา
เพียงด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงอาคารที่มีระบบต้านทานแรงด้านข้างซ่ึงอาจทาให้เกิดการบิด (torsion)
และเกดิ การเคลื่อนท่สี มั พัทธ์ระหว่างช้ัน (รปู ที่ 3 -11)
อาคารท่ีมีความไม่สม่าเสมอในแนวระนาบจากการมีมุมหกั เข้าข้างใน (re-entrant corners) ได้แก่ อาคาร
ท่ีมีช่วงปีกยาวลักษณะคล้ายตัวอักษร E L T U หรือรูปทรงคล้ายเครื่องหมายบวก (+) (รูปท่ี 3 - 11
และรูปที่ 3 - 12)
โครงสร้างท่ีมีความไม่สม่าเสมอในแนวระนาบอาจก่อให้เกิดแรงบิด (torsion) โดยเฉพาะบริเวณมุม
ของอาคาร ซึ่งโดยส่วนมากด้านทต่ี ดิ ถนนจะมชี ่องหน้าตา่ งหรือพน้ื ที่เปิดโล่ง ในขณะทดี่ า้ นที่ไม่ติดถนนจะมีลักษณะ
เป็นผนังทึบ อาคารรูปทรงล่ิมซึ่งมักพบเห็นได้ท่ีบริเวณมุมของถนนท่ีมีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหล่ียมที่มุมถนน
ถ้าขนาดมมุ ของอาคารไมใ่ ช่ 90 ให้ถอื ว่าเปน็ โครงสรา้ งทมี่ ีความออ่ นแอเชน่ เดยี วกนั (รปู ที่ 3 – 13)
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความไม่สม่าเสมอในแนวระนาบของโครงสร้างจะสามารถเกิดข้ึนได้ในอาคารทุก
ประเภท แต่สาหรับระบบโครงสร้างของอาคารบางประเภท ได้แก่ ระบบโครงสร้างไม้ ระบบโครงสร้างสาเร็จรูปแบบ
หล่อในท่ี ระบบโครงสร้างสาเร็จรูปแบบยกมาติดตั้ง ระบบโครงสร้างอิฐก่อแบบมีเหล็กเสริม และระบบโครงสร้าง
อฐิ ก่อแบบไม่มเี หล็กเสริม เมื่อเกิดความเสียหายท่ีจุดเช่ือมต่อ อาจทาให้ความสามารถในการรับแรงของโครงสร้าง
ลดลงอยา่ งมาก และนาไปสู่การพังถลม่ ของโครงสร้างบางส่วนหรอื ทง้ั หลงั

กรมโยธาธิการและผังเมือง หนา้ ที่ 21

คมู่ ือการประเมนิ ความเส่ียงขน้ั ตน้ ของอาคารที่อาจได้รับความเสยี หายอย่างหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

แสดงตำแหน่งมมุ หกั เขำ้ ขำ้ งใน

ก. อาคารทมี่ มี มุ หกั เข้าขา้ งใน

x

y ชอ่ งเปิด Y

xy > 0.5XY

X

ข. อาคารทม่ี คี วามไมต่ อ่ เนือ่ ง ค. อาคารท่มี ีโครงสร้างไดอะแฟรมไม่ขนานกนั

รูปที่ 3 - 11 ลักษณะอาคารท่ีมีความไมส่ ม่าเสมอของโครงสร้างในแนวระนาบ

รปู ท่ี 3 - 12 ตัวอยา่ งอาคารที่มีความไม่สมา่ เสมอในแนวระนาบแบบมมี ุมหักเขา้ ขา้ งใน

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง หนา้ ท่ี 22

คมู่ อื การประเมนิ ความเสีย่ งขนั้ ต้นของอาคารทอี่ าจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

รปู ที่ 3 - 13 ตัวอยา่ งอาคารที่มีความไม่สม่าเสมอในแนวระนาบซง่ึ ก่อใหเ้ กิดแรงบิด

3.5 ชนิดโครงสรา้ งอาคารและคะแนนพนื้ ฐาน (ขอ้ 4 ในแบบประเมินขน้ั ต้น)

ความถูกต้องของการประเมินความเสี่ยงของอาคารท่ีอาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว
ด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening หรือ RVS) น้ีข้ึนอยู่กับความสามารถ
ของผู้ประเมินว่า สามารถระบุระบบต้านทานแรงด้านข้างของอาคารจากการสารวจด้วยตาเปล่าหรือสามารถ
ระบุเง่ือนไขที่อาจจะเป็นไปได้ท้ังหมดได้หรือไม่ ซึ่งจะนาไปสู่การกาหนดคะแนนพื้นฐานของโครงสร้างแต่ละชนิด
ตอ่ ไป

3.5.1 ชนิดโครงสร้างอาคาร
ประเภทโครงสร้างอาคารทเี่ ข้าข่ายการประเมินด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual
screening หรือ RVS) ของ FEMA มีอยู่ทั้งหมด 15 ประเภท แต่ประเภทโครงสร้างอาคารท่ีมีการก่อสร้าง
กันโดยทว่ั ไปในประเทศไทยมอี ยู่ 9 ประเภท ดังต่อไปนี้
1. ระบบโครงสรา้ งไม้ซง่ึ มีพ้นื ทีเ่ ทา่ กบั หรือน้อยกวา่ 465 ตารางเมตร (W1)
2. ระบบโครงสร้างไม้ซง่ึ มีพื้นท่มี ากกวา่ 465 ตารางเมตร (W2)
3. ระบบโครงสร้างเหลก็ ตา้ นทานแรงดดั (S1)
4. ระบบโครงสรา้ งเหลก็ มีผนังกอ่ อิฐไม่เสริมแรง (S5)
5. ระบบโครงสรา้ งคอนกรีตต้านทานแรงดัด (C1)
6. ระบบโครงสรา้ งผนงั คอนกรีตรับแรงเฉอื น (C2)
7. ระบบโครงเฟรมคอนกรตี มผี นงั กอ่ อฐิ ไม่เสรมิ แรง (C3)
8. ระบบโครงสรา้ งชิน้ สว่ นคอนกรตี สาเรจ็ รูป (PC2)
9. ระบบโครงสรา้ งผนงั ก่ออฐิ ไมเ่ สรมิ แรง (URM)
การคานวณหาค่าคะแนนพืน้ ฐานในแบบประเมนิ ข้ันตน้ คานวณจากความเป็นไปได้ที่แต่ละระบบโครงสร้าง
อาคารอาจจะพังถล่มภายใต้ระดับการสั่นไหวสูงสุดของแผ่นดินไหวในแต่ละพ้ืนท่ี โดยค่าคะแนนพื้นฐานอ้างอิง
จากความเสียหายและฟังก์ชันการประเมินความสูญเสียท่ีระบุไว้ใน FEMA ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความเสียหาย
ตามหลักวิธีของ HAZUS และเทคนิคการประมาณความเส่ียง (NIBS, 1999) สาหรับรายละเอียดเก่ียวกับวิธีการ
คานวณคา่ คะแนนพ้ืนฐานสามารถอ้างองิ ไดจ้ ากคมู่ ือ FEMA 155

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง หน้าที่ 23

คู่มอื การประเมนิ ความเสี่ยงขน้ั ต้นของอาคารทอ่ี าจไดร้ ับความเสยี หายอย่างหนักจากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

รายละเอียดของลักษณะอาคารและเสถียรภาพในการต้านทานแรงส่ันสะเทือนของแผ่นดินไหว สาหรับ
อาคารทม่ี ีอยู่ในประเทศไทยทั้ง 9 ประเภท พร้อมกับตัวอย่างภาพถ่ายตัวอาคารจากภายนอก และคะแนนพื้นฐาน
ของอาคารตามระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว ได้แก่ ระดับสูง ระดับปานกลาง และระดับต่า แสดงไว้ใน
ตารางท่ี 3-1 และตารางที่ 3-2

ท้ังนี้อาคารท่ีไม่ได้รับการออกแบบจากวิศวกรไม่สามารถใช้แบบประเมินข้ันต้นน้ีได้ และในกรณีที่พบว่า
มกี ารใชร้ ะบบโครงสรา้ งหลายระบบในอาคารหลังเดยี วกนั ให้ผู้ประเมนิ ปฏบิ ัตติ ามขอ้ 3.5.4

3.5.2 คะแนนพนื้ ฐาน ลักษณะ และสมรรถนะของอาคาร
ประเด็นสาคัญของการประเมินความเส่ียงของอาคารท่ีอาจได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว
ด้วยวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening หรือ RVS) คือการระบุชนิดของโครงสร้าง
อาคารและระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างของอาคารจากการประเมินด้วยตาเปล่า เม่ือมีการระบุระบบ
ต้านทานแรงด้านข้างแล้ว ผู้ประเมินจะพิจารณาเลือกประเภทอาคารที่สอดคล้องกันในแบบประเมินข้ันต้น
และทาเคร่ืองหมายลงที่ค่าคะแนนพ้ืนฐานท่ีมีอยู่ในแบบประเมินขั้นต้นให้สอดคล้องกับประเภทอาคารนั้น ๆ
การประเมินจะมีประสทิ ธิภาพยงิ่ ขึ้นหากสามารถระบุได้ว่า อาคารท่ีทาการประเมินมีระบบโครงสร้างต้านทานแรง
ด้านข้างเป็นประเภทใดก่อนที่จะทาการสารวจพื้นที่ ซ่ึงสามารถประเมินได้ในข้ันตอนการวางแผนโดย
ใช้แบบแปลนของอาคารหรือขอ้ มูลการก่อสร้างของอาคารนน้ั ๆ
ถ้าไม่สามารถระบุระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างของอาคารได้ในขั้นตอนการวางแผน เน่ืองจาก
ข้อมูลอาจจะไม่เพียงพอหรือไม่มีข้อมูลของอาคารเลย ซ่ึงคาดว่าเป็นเงื่อนไขท่ีจะพบได้มากที่สุดในการประเมิน
ข้ันต้น ดังนั้นผู้ประเมินต้องทาการประเมินในขั้นตอนการสารวจพ้ืนที่และตัดสินใจเลือกระบบโครงสร้างต้านทาน
แรงด้านข้างท่ีตรงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด ถ้าผู้ประเมินไม่สามารถระบุระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้าง
ของอาคารได้จากภายนอกอาคาร แนะนาให้ผู้ประเมินเข้าไปภายในอาคาร เพ่ือยืนยันชนิดของโครงสร้างอาคาร
ทเ่ี ลือกใหส้ อดคล้องกับความเป็นจริงมากทสี่ ดุ
หากผู้ประเมินไม่สามารถระบุระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างของอาคารได้และไม่สามารถเข้าไป
ตรวจสอบภายในอาคารได้ ให้ผู้ประเมินตัดตัวเลือกระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างของอาคารท่ีไม่น่าจะตรง
กับความเป็นจริงของอาคารออก และให้ต้ังสมมุติฐานว่าระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างท่ีเหลือทั้งหมดมี
โอกาสเป็นไปได้ ซง่ึ ในกรณนี ี้ให้ผ้ปู ระเมินทาการเลอื กคา่ คะแนนพ้นื ฐานของระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างที่
มโี อกาสเปน็ ไปไดท้ งั้ หมดในแบบประเมินขั้นตน้ คาแนะนาเพิม่ เติมและแนวทางการประเมินที่เกี่ยวข้องกับปัญหาน้ี
ปรากฎอยู่ในหวั ขอ้ 3.7

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หน้าที่ 24

คมู่ อื การประเมินความเส่ียงขน้ั ตน้ ของอาคารที่อาจไดร้ บั ความเสยี หายอย่างหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

ตารางที่ 3 - 1 ชนิดของโครงสรา้ งอาคาร ค่าคะแนนพื้นฐาน และลักษณะและสมรรถนะของอาคารในการต้านทาน
แรงแผน่ ดินไหว (FEMA 154)

ชนดิ ของโครงสรา้ ง ตัวอยา่ งภาพถา่ ย คะแนนพน้ื ฐาน ลักษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรับระดับ
ความรุนแรงของ
W1 แผ่นดนิ ไหว
ระบบโครงสร้างไม้
ซึ่งมีพน้ื ทเ่ี ท่ากับ สูง= 4.7 ●โครงสร้างของอาคารสรา้ งจาก
หรอื นอ้ ยกวา่ 465 ปานกลาง = 7 ไม้ซง่ึ สามารถเห็นได้จากภายนอก
ตารางเมตร ตา่ = 11.3 หรอื ภายในอาคาร

●วสั ดตุ กแต่งภายนอกทพี่ บมาก
ท่ีสดุ เปน็ แผน่ ไม้ แผน่ โลหะ หรอื
ปนู ปน้ั ตกแตง่

●อาคารมีประสทิ ธภิ าพทดี่ ใี นการ
ตา้ นทานแรงสัน่ สะเทือนของ
แผ่นดนิ ไหว (อา้ งองิ จากขอ้ มลู การ
เกดิ เหตุแผน่ ดนิ ไหวในอดีต)
เนื่องจากคุณลกั ษณะของระบบ
โครงสร้างรวมท้ังโครงสรา้ งไม้เป็น
วสั ดทุ ม่ี นี า้ หนักเบาและอาคารไม่
สูงมาก

●รอยแตกร้าวทเี่ กิดจาก
แผ่นดินไหวอาจพบวา่ เกิดในปนู
ปลาสเตอร์หรอื ปูนปัน้ ตกแต่ง ซึ่ง
จัดเป็นความเสยี หายที่ไม่ใช่ส่วน
ของโครงสร้าง

●ความเสยี หายทเ่ี กิดขนึ้ ใน
โครงสรา้ งมักเกิดขึน้ ในอาคารที่มี
อายกุ ารใชง้ านมากแล้ว ซงึ่ เกิดที่
บริเวณรอยตอ่ ระหว่างโครงสรา้ ง
กับรากฐานที่หลดุ จากกนั และเกิด
จากค้ายนั ท่ีไมเ่ พยี งพอ

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง หน้าที่ 25

คูม่ ือการประเมนิ ความเสยี่ งขนั้ ต้นของอาคารทอี่ าจได้รบั ความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทที่ 3

ชนิดของโครงสร้าง ตัวอย่างภาพถา่ ย คะแนนพน้ื ฐาน ลกั ษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรบั ระดบั
ความรนุ แรงของ
W2 แผ่นดินไหว
ระบบโครงสร้างไม้
ซึ่งมพี น้ื ที่มากกวา่ สงู = 4.7 ●ส่วนใหญม่ กั เป็นอพารต์ เมนต์
465 ตารางเมตร ปานกลาง = 7 ขนาดใหญ่ หากใชเ้ ป็นอาคาร
ต่า = 11.3 พาณิชย์หรอื โรงงานมักมีความสงู
1-3 ชน้ั และโดยทว่ั ไปมกั มคี วาม
สูงไม่ถึง 6 ชน้ั

S1 สูง = 3.4 ●โดยทวั่ ไปมักมรี ะยะการวาง
ระบบโครงสรา้ ง ปานกลาง = 4.8 โครงสร้างทงั้ ในทิศทางตามขวาง
เหล็กตา้ นทานแรง ตา่ = 7.7 และตามยาวเทา่ ๆ กนั ประมาณ
ดดั 6-9 เมตร

● ระบบพื้นโดยทวั่ ไปมกั เปน็
คอนกรีต บางคร้ังอาจเปน็ การเท
คอนกรีตบนแผ่นเหลก็ โดยทั่วไป
มกั ใชใ้ นอาคารพาณชิ ย์ อาคาร
สาธารณะและอาคารภาครัฐ

●เหตุการณแ์ ผน่ ดินไหวในปี ค.ศ.
1994 ที่ Northridge และปี ค.ศ.
1995 ที่ Kobe แสดงให้เหน็ วา่
รอยเชื่อมในอาคารโครงสรา้ ง
เหล็กตา้ นทานแรงดัดเป็นปจั จัยท่ี
อาจทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายรนุ แรง
ซง่ึ ความเสยี หายอาจเกดิ ข้นึ จาก
การขาดกันบรเิ วณจดุ เช่อื มต่อ
ระหวา่ งคานและเสา

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง หน้าที่ 26

คมู่ อื การประเมินความเส่ยี งขน้ั ต้นของอาคารท่อี าจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดินไหว บทที่ 3

ชนดิ ของโครงสร้าง ตวั อยา่ งภาพถา่ ย คะแนนพื้นฐาน ลกั ษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรับระดับ
ความรนุ แรงของ
S5 แผน่ ดินไหว
ระบบโครงสรา้ ง
เหลก็ มผี นงั ก่ออฐิ ไม่ สูง= 3.9 ●เสาเหล็กมีความหนาไมม่ าก
เสรมิ แรง ปานกลาง = 5.8 และอาจถกู ซอ่ นไว้ด้านในของผนัง
ตา่ = 9.7
●โดยท่วั ไปผนังกอ่ อฐิ จะอยทู่ ่ี
ภายนอก และระหวา่ งชอ่ ง
หนา้ ต่างมกั มเี สาแคบ ๆ (กว้าง
น้อยกวา่ 10 เซนติเมตร)

●บางด้านของอาคารจะเป็นผนัง
ทึบในแนวดิ่งทัง้ หมด

●ผนงั ภายนอกมักกอ่ อิฐ 2 ถงึ 3
ชัน้

●อิฐตกแตง่ รอบ ๆ เสาและคาน
มักติดตง้ั ไดไ้ มด่ ีซงึ่ สามารถหลดุ ได้
งา่ ย

C1 สงู = 2.6 ●คอนกรีตท้ังหมดทีม่ องเหน็ เปน็
ระบบโครงสรา้ ง ปานกลาง = 4.1 คอนกรตี เสรมิ เหล็ก ไม่ใช่
คอนกรีตต้านทาน ต่า = 7.3 โครงสร้างเหลก็ หุ้มดว้ ยคอนกรตี
แรงดดั
●ปัจจยั พน้ื ฐานท่ีควบคมุ
สมรรถนะของโครงสรา้ งคอนกรตี
ตา้ นทานแรงดัดคือ ความสามารถ
ในการรับแรงดดั ที่ยอมรับได้

●ช่องวา่ งขนาดใหญ่ระหว่างเสา
ทาให้เกดิ การขาดความต่อเนอื่ ง
ของคอนกรีตซึ่งนาไปสู่การวบิ ัติ
เนอื่ งจากแรงเฉือน

●หากการเสรมิ กาลังในคานไม่
ตอ่ เน่ืองอาจกอ่ ให้เกดิ การดดั พลิก
กลับในช่วงเวลาที่เกดิ แรงกระทา
ย้อนกลับ

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง หนา้ ที่ 27

คู่มอื การประเมนิ ความเสย่ี งขนั้ ต้นของอาคารที่อาจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตวั อยา่ งภาพถา่ ย คะแนนพ้นื ฐาน ลักษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรบั ระดับ
ความรนุ แรงของ
แผน่ ดนิ ไหว

●ค่าสติฟเนสสมั พทั ธ์ของโครง
เฟรมทม่ี ีค่าต่า อาจนาไปสูค่ วาม
เสยี หายในสว่ นทีไ่ ม่ใช่โครงสรา้ ง

●การกระแทกกันระหว่างอาคาร
ขา้ งเคียงในขณะเกดิ เหตุการณ์
แผน่ ดนิ ไหวอาจทาใหเ้ กดิ ความ
เสียหายท่โี ครงสรา้ งเสาได้

C2 สงู = 3.7 ●มักมรี ูปแบบหล่อในทีแ่ ละแสดง
ระบบโครงสร้าง ปานกลาง = 5.3 ลกั ษณะทมี่ องเหน็ ไดว้ า่ เป็น
ผนงั คอนกรีตรบั ตา่ = 9.2 คอนกรีตหลอ่ ในที่
แรงเฉอื น
●ความหนาของผนังคอนกรีตรับ
แรงเฉือนอยู่ท่ีประมาณ 15 – 25
เซนตเิ มตร

●โดยทวั่ ไปมีประสทิ ธิภาพ
มากกว่าโครงขอ้ แขง็ คอนกรตี

●มนี ้าหนกั มากกว่าอาคาร
โครงสร้างเหล็กและมีความ
แขง็ แรงมากกวา่ เนอื่ งจากมีผนัง
รบั แรงเฉือน

● โดยท่ัวไปความเสยี หายมกั
เกิดขนึ้ ในอาคารสูง โดยมสี าเหตุ
มาจากความไมส่ ม่าเสมอของ
โครงสรา้ งในแนวด่งิ การกระแทก
กนั ของอาคารขา้ งเคยี ง และ
อาคารมีรปู ทรงไมส่ มา่ เสมอ

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง หน้าที่ 28

คู่มือการประเมินความเส่ยี งขน้ั ตน้ ของอาคารทอี่ าจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

ชนิดของโครงสร้าง ตัวอยา่ งภาพถา่ ย คะแนนพน้ื ฐาน ลกั ษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรับระดบั
ความรนุ แรงของ
C3 แผ่นดนิ ไหว
ระบบโครงเฟรม
คอนกรีต มผี นังกอ่ สงู = 2.7 ●โครงสร้างเสาและคานคอนกรีต
อิฐไม่เสริมแรง ปานกลาง = 4.5 อาจมีความหนาเท่ากบั ผนงั และ
ต่า = 8.2 อาจมองไม่เห็นจากด้านข้างและ
ด้านหลงั ของตัวอาคาร

●มักมกี ารกอ่ อฐิ ฉาบปนู ที่ผนงั ทึบ
ช่องแคบระหว่างหนา้ ต่าง (ความ
กวา้ งนอ้ ยกว่า 120 เซนติเมตร)

●บางด้านของอาคารจะเป็นผนงั
ทบึ ในแนวดิ่งทงั้ หมด

●ผนังมีแนวโนม้ ทจ่ี ะพังทลาย
และร่วงหลน่ เนอ่ื งจากการสัน่ เมื่อ
ต้องรับแรงดา้ นข้างอย่างรุนแรง
ในขณะเกิดแผ่นดินไหว

●อฐิ ตกแต่งรอบ ๆ เสาและคาน
มักตดิ ตั้งไดไ้ มด่ ีซึ่งสามารถหลดุ ได้
ง่าย

●ระบบโครงเฟรมคอนกรตี เป็น
โครงสร้างคอนกรีตเสรมิ เหล็กท่ี
ไมไ่ ดม้ กี ารออกแบบตา้ นทานแรง
ดัด

PC2 สูง = 2.8 ●ถือว่าเปน็ โครงสร้างประเภทเสา
ระบบโครงสรา้ ง ปานกลาง = 4.4 และคานทส่ี รา้ งจากคอนกรตี
ช้ินส่วนคอนกรีต ตา่ = 8.1
สาเรจ็ รปู ●มักเปน็ ผนงั คอนกรีตรบั แรง
เฉอื นหรอื ผนงั อิฐเสรมิ แรง (อิฐ
หรอื บลอ็ กรับแรงเฉือน)

*รูปอาคารระหวา่ งการกอ่ สรา้ ง ●ประสทิ ธภิ าพของอาคารในการ
ต้านทานแรงจากแผ่นดินไหวมี
แตกตา่ งกันอยา่ งมาก ซ่ึงบางคร้ัง
ก็มีโอกาสทอ่ี าคารจะมี
ประสทิ ธภิ าพในระดบั ตา่ ในการ

กรมโยธาธิการและผังเมือง หนา้ ที่ 29

คู่มอื การประเมนิ ความเสี่ยงขน้ั ตน้ ของอาคารทอ่ี าจไดร้ บั ความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตวั อย่างภาพถ่าย คะแนนพนื้ ฐาน ลักษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรบั ระดับ
ความรุนแรงของ
แผ่นดินไหว

ตา้ นทานแรงจากแผน่ ดนิ ไหว

●ความเสียหายที่เกิดขนึ้ กบั ตวั
อาคารจะมีรปู แบบใกลเ้ คยี งกบั
ระบบโครงสร้างผนงั คอนกรีตรับ
แรงเฉือน (C2)

● การออกแบบรอยตอ่ ระหว่าง
โครงสร้างชิน้ ส่วนคอนกรีต
สาเรจ็ รปู ทไ่ี ม่ไดม้ าตรฐานอาจทา
ให้เกดิ การพงั ถล่มได้

*รูปรายละเอยี ดสว่ นประกอบของระบบโครงสร้าง ●มโี อกาสทจ่ี ะสญู เสยี การรบั แรง
ชน้ิ ส่วนคอนกรตี สาเร็จรูป ในแนวตง้ั เนื่องจากพ้ืนทร่ี ับแรง
และการเชื่อมตอ่ ระหวา่ งเสาและ
คานไมเ่ พยี งพอ

●อาจเกดิ สนิมและการกัดกร่อนที่
เหล็ก ซง่ึ ทาหนา้ ท่เี ช่อื มประกอบ
ระหวา่ งโครงสรา้ งชนิ้ สว่ น
คอนกรตี สาเรจ็ รูป

*รปู ตวั อย่างอาคารทก่ี ่อสรา้ งใกลส้ มบูรณ์

URM สูง = 2.5 ●มกั ใช้ปูนซเี มนต์ซง่ึ มกี าลังไม่
ระบบโครงสร้าง ปานกลาง = 4.4 มากเปน็ ตัวเชอ่ื มประสานกอ้ นอิฐ
ผนังก่ออฐิ ไม่ ตา่ = 8.1 เขา้ ด้วยกัน
เสรมิ แรง
●โครงสรา้ งทรงโคง้ เป็นลกั ษณะ
สถาปตั ยกรรมทมี่ กั พบในอาคาร
ผนงั ก่ออฐิ ไม่เสริมแรงท่มี อี ายมุ าก

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง หน้าท่ี 30

คมู่ ือการประเมนิ ความเส่ียงขน้ั ต้นของอาคารทอี่ าจไดร้ บั ความเสยี หายอย่างหนกั จากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตวั อย่างภาพถา่ ย คะแนนพืน้ ฐาน ลกั ษณะและสมรรถนะของอาคาร
อาคาร สาหรบั ระดบั
ความรุนแรงของ
แผน่ ดนิ ไหว

●มวี ธิ หี ลายรปู แบบในการเว้น
ช่องว่าง เช่น การใช้กรอบคาน
เหลก็ หรอื คานทบั หลงั เป็นต้น

●ผนงั ก่ออฐิ ไมเ่ สริมแรงมกั โชว์
ผนงั ภายนอกเปน็ ชัน้ ก่ออิฐโดยไม่
มกี ารปิดทบั

●ประสิทธภิ าพในการต้านทาน
แรงจากแผ่นดนิ ไหวของอาคารมกั
ไม่คอ่ ยดี เน่อื งจากไมม่ ีการยดึ กนั
ระหว่างผนงั กบั พน้ื และหลงั คา
วัสดุเชอ่ื มประสานกเ็ ป็นเพยี งปนู
ออ่ น นอกจากนยี้ ังมสี ว่ นของผนงั
ทม่ี คี วามกวา้ งไมม่ ากหลายจดุ
ระหว่างช่องเปิดของหนา้ ตา่ งอีก
ดว้ ย

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หนา้ ที่ 31

คู่มือการประเมินความเสย่ี งขนั้ ต้นของอาคารทีอ่ าจได้รบั ความเสยี หายอย่างหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

ตารางท่ี 3 - 2 ตวั อยา่ งภาพร่างของโครงสร้างอาคารชนิดต่าง ๆ (FEMA 154)

ชนิดของโครงสรา้ ง ตวั อยา่ งภาพร่างของโครงสรา้ งและส่วนประกอบของอาคาร
W1
ระบบโครงสร้าง ระบบโครงสร้างหลงั คา: ระบบโครงสร้างผนัง:
ไม้ซึ่งมพี ื้นท่ี 1. ตงและจันทัน 4. โครงครา่ วผนงั (พืน้ ยกหรอื ระบบโครงครา่ วรวม)
เท่ากบั หรอื น้อย 2. วัสดปุ ิดเพดานแนวขวาง 5. ผนังด้านนอกติดตง้ั ตามยาว
กว่า 465 ตาราง 3. วสั ดปุ ดิ เพดานแนวตรง
เมตร

W2
ระบบโครงสรา้ ง
ไม้ซึ่งมพี ้นื ที่
มากกว่า 465
ตารางเมตร

ระบบฐานรากและรอยต่อ: ระบบโครงแกงแนงและส่วนประกอบอืน่ ๆ:
6. ช่องวา่ งผนงั หรอื รอยต่อระหว่างฐานรากกบั พนื้ 9. ปล่องไฟก่ออิฐไมเ่ สรมิ แรง
7. ฐานรากคอนกรตี 10. ที่คา้ ยนั แนวขวาง
8. ฐานรากกอ่ อฐิ 11. สว่ นของโครงสรา้ งที่ผงั แนวมมุ ทแยงใน

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง หน้าท่ี 32

คู่มอื การประเมินความเส่ียงขน้ั ตน้ ของอาคารทีอ่ าจไดร้ บั ความเสียหายอย่างหนกั จากแผ่นดินไหว บทท่ี 3

ชนดิ ของโครงสรา้ ง ตัวอยา่ งภาพร่างของโครงสรา้ งและส่วนประกอบของอาคาร

S1 ระบบโครงสร้างพนื้ /หลังคา:
ระบบโครงสร้าง 8. แผ่นเหลก็ วางบนคานเหลก็
เหล็กตา้ นทานแรง (จะมองไมเ่ ห็นถ้ามีการเทพ้ืนคอนกรตี ปดิ ทบั )
ดัด 9. คอนกรตี เสรมิ เหล็กวางบนคานเหลก็
10. พืน้ ไม้วางบนตง

10
9

8

4 5
3 6
2 7
1

ระบบโครงสร้างผนงั :
1. ผนังคอนกรีตหล่อสาเรจ็
2. ผนังกระจก
3. ผนงั กอ่ อิฐ
4. ผนงั แผน่ โลหะ
5. ผนังคอนกรตี เสริมเหล็ก
6. ผนงั ก่ออิฐเสรมิ แรง
7. ผนังวสั ดุก่ออน่ื ๆ

กรมโยธาธิการและผงั เมือง หนา้ ที่ 33

ค่มู ือการประเมนิ ความเส่ยี งขน้ั ต้นของอาคารทอ่ี าจได้รับความเสยี หายอย่างหนักจากแผน่ ดนิ ไหว บทท่ี 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตวั อย่างภาพร่างของโครงสร้างและสว่ นประกอบของอาคาร

S5
ระบบโครงสร้าง
เหล็กมผี นังกอ่ อฐิ
ไมเ่ สริมแรง

ระบบโครงสรา้ งพืน้ /หลังคา: ระบบโครงสร้างผนัง:
1. โครงสร้างเหลก็ หมุ้ ด้วยคอนกรตี 1. ผนังคอนกรีตไมร่ บั แรง
2. พืน้ ไม้วางบนตง (วางแนวตรง/วางแนวขวาง) 2. ผนงั กอ่ อฐิ ไมร่ บั แรง

ส่วนประกอบอื่นๆ : ชอ่ งเปิด:
5. หลังคาพาราเปด็ (parapet) ไม่เสรมิ แรง/ไมค่ า้ ยนั 7. ชอ่ งหนา้ ตา่ งด้านหน้าอาคาร
8. ชอ่ งเปดิ ขนาดใหญ่ทร่ี ะดับพ้ืนชนั้ ลา่ ง
และบวั ตกแต่ง
6. ผนงั ทึบ

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง หน้าท่ี 34

คู่มอื การประเมินความเสยี่ งขน้ั ตน้ ของอาคารทอ่ี าจไดร้ บั ความเสียหายอยา่ งหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตัวอย่างภาพรา่ งของโครงสร้างและสว่ นประกอบของอาคาร

C1
ระบบโครงสร้าง
คอนกรตี ตา้ นทาน
แรงดัด

ระบบโครงสรา้ งพนื้ /หลงั คา: ระบบผนัง/สว่ นประกอบที่ไม่ใชโ่ ครงสรา้ ง:
1. พนื้ คอนกรตี แบบกระทงสองทาง 4. ผนังกอ่ อฐิ
2. พื้นคอนกรีตแบบกระทงทางเดยี ว 5. ผนังแผ่นหนิ
3. แผน่ เหล็กพ้ืนโครงสรา้ งเทพน้ื คอนกรีตปดิ ทบั 6. ผนงั แผน่ เหลก็
7. ผนังกระจก
8. ผนงั แผน่ คอนกรีตสาเรจ็ รปู

ระบบโครงสร้าง: รายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ :
9. โครงสรา้ งคอนกรตี เสรมิ เหลก็ 10. โดยท่ัวไปชน้ั แรกจะมคี วามสงู มากกว่าชน้ั อ่นื ๆ
(ชน้ั ที่ออ่ น)

กรมโยธาธิการและผังเมือง หนา้ ที่ 35

คูม่ อื การประเมินความเสย่ี งขนั้ ต้นของอาคารท่ีอาจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผ่นดินไหว บทที่ 3

ชนดิ ของโครงสร้าง ตวั อยา่ งภาพรา่ งของโครงสรา้ งและส่วนประกอบของอาคาร

C2
ระบบโครงสร้าง
กาแพงคอนกรีต
รับแรงเฉอื น

ระบบโครงสร้างพ้ืน/หลังคา:
1. จันทันไมเ้ นื้อแข็ง
2. พ้ืนและตงคอนกรีต
3. พื้นคอนกรีตไร้คาน

ระบบโครงสรา้ งผนงั : หน้าท่ี 36
4. ผนงั คอนกรีตรับแรงเฉอื น
5. ช่องหน้าตา่ ง

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง

คู่มือการประเมนิ ความเสยี่ งขนั้ ต้นของอาคารทอี่ าจได้รบั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผ่นดินไหว บทที่ 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตัวอย่างภาพรา่ งของโครงสร้างและสว่ นประกอบของอาคาร

C3
ระบบโครงเฟรม
คอนกรีต มีผนงั
ก่ออิฐไมเ่ สริมแรง

12

รายละเอยี ด:
1. ผนงั กอ่ อฐิ ไม่เสรมิ แรง
2. เฟรมคอนกรตี เสริมเหลก็ (ไมม่ กี ารออกแบบตา้ นทานแรงดดั )

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง หน้าที่ 37

ค่มู อื การประเมนิ ความเส่ยี งขนั้ ต้นของอาคารทีอ่ าจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผน่ ดินไหว บทที่ 3

ชนิดของโครงสรา้ ง ตัวอยา่ งภาพร่างของโครงสรา้ งและส่วนประกอบของอาคาร

PC2
ระบบโครงสร้าง
ชนิ้ สว่ นคอนกรตี
สาเรจ็ รูป

ระบบโครงสร้างพืน้ /หลังคา: ระบบโครงสร้างผนงั :
1. โครงสรา้ งคอนกรตี หน้าตัดรปู “T” 4. ส่วนประกอบโครงสรา้ งรบั นา้ หนกั (รปู ตัวกากบาท)
2. โครงสรา้ งคอนกรตี หน้าตัดรปู “T” คู่ 5. กาแพงรบั แรงแบบหลายช้นั
3. พ้นื คอนกรตี สาเรจ็ รปู แบบกลวง

ระบบผนัง: ระบบโครงสรา้ ง:
6. ผนงั คอนกรีตสาเรจ็ รูป (ไมร่ บั แรง) 8. โครงสร้างคอนกรตี สาเรจ็ รูปชนดิ เสาและคาน
7. ผนังเหลก็ ผนงั กระจก และผนงั หนิ

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หนา้ ท่ี 38

คูม่ อื การประเมนิ ความเสยี่ งขนั้ ต้นของอาคารท่อี าจไดร้ ับความเสียหายอย่างหนกั จากแผ่นดนิ ไหว บทที่ 3

ชนดิ ของโครงสรา้ ง ตัวอย่างภาพร่างของโครงสร้างและส่วนประกอบของอาคาร

URM
ระบบโครงสร้าง
กาแพงกอ่ อฐิ ไม่
เสรมิ แรง

ระบบโครงสรา้ งพ้นื /หลงั คา: ระบบพ้ืน/หลังคา:
1. โครงสรา้ งเสาและคานไม้ (ไม้เนอื้ แข็ง) 4. วัสดุพ้ืนปูแนวขวาง
2. โครงสร้างเสา คาน และตงไม้ 5. วสั ดุพื้นปูแนวตรง
3. โครงสร้างไมถ้ กั

สว่ นประกอบอ่ืน ๆ: ระบบโครงสร้างผนัง:
6. พาราเป็ด (paraprt) และบัวตกแต่ง 8. ผนงั กอ่ อฐิ รบั แรง (ไม่เสริมแรง)
7. ช่องเปิดหนา้ ต่าง
9. ผนังทบึ (เชน่ ปนู ฉาบ)

กรมโยธาธิการและผังเมอื ง หนา้ ที่ 39

คู่มอื การประเมนิ ความเสยี่ งขนั้ ตน้ ของอาคารทีอ่ าจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผ่นดินไหว บทที่ 3

การระบุระบบโครงสรา้ งต้านทานแรงดา้ นขา้ งในขั้นตอนการสารวจพ้ืนที่อาจเป็นไปได้ยาก หลักการสาคัญ
ในการจาแนกระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างคือ การประเมินว่าโครงสร้างของอาคารน้ันเป็นโครงข้อแข็ง
หรือผนังรับน้าหนัก ตัวอย่างโครงสร้างแบบโครงข้อแข็งและผนังรับน้าหนักแสดงในรูปท่ี 3 - 14 ถึงรูปที่ 3 - 16
ข้อมลู ที่จะช่วยใหผ้ ู้ประเมินสามารถจาแนกว่าอาคารเป็นโครงข้อแข็งหรือผนังรับน้าหนักแสดงอยู่ในตารางที่ 3 - 1
และตารางท่ี 3-2 การประเมินอาจใช้ข้อมูลเก่ียวกับวิธีการก่อสร้างและวัสดุของโครงสร้างเป็นตัวจาแนก ซึ่งข้อมูล
อาจจะมปี ระโยชน์ในการจาแนกระบบโครงสร้างตา้ นทานแรงดา้ นข้าง ยกตัวอย่างเชน่

- ระบบโครงสร้างก่ออิฐแบบไม่เสริมแรงและระบบโครงสร้างชิ้นส่วนคอนกรีตสาเร็จรูปแบบหล่อในท่ีมัก
เปน็ โครงสร้างแบบผนงั รับน้าหนัก

- ระบบโครงสร้างเหล็กและระบบโครงสร้างช้ินส่วนสาเร็จรูปท่ีหล่อจากโรงงานมักเป็นโครงสร้าง
แบบโครงขอ้ แข็ง

- ระบบโครงเฟรมคอนกรีตและระบบโครงสร้างก่ออิฐแบบเสริมเหล็กมีโอกาสท่ีจะเป็นได้ท้ังโครงข้อแข็ง
และผนังรบั น้าหนกั

การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจากตารางที่ 3 - 1 และตารางท่ี 3 - 2 พร้อมกับการฝึกอบรมโดย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคารช่วยให้ผู้ประเมินสามารถจาแนกระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้าง
ได้อย่างถูกต้อง แต่อาคารบางแห่งอาจไม่สามารถระบุระบบต้านทานแรงด้านข้างได้ เน่ืองจากลักษณะภายนอก
ของอาคารถูกปิดบัง ในกรณีนี้ให้ผู้ประเมินพิจารณาตัดตัวเลือกระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้าง
ท่ีไมน่ า่ จะเป็นไปไดอ้ อก และให้สมมุตวิ า่ ระบบตา้ นทานแรงดา้ นขา้ งทเ่ี หลือทง้ั หมดอาจจะเป็นไปได้

รูปที่ 3 - 14 ตัวอยา่ งโครงสร้างแบบผนงั รับนา้ หนกั รปู ท่ี 3 - 15 ตวั อย่างโครงสรา้ งแบบโครงข้อแข็ง

รูปท่ี 3 - 16 ตวั อย่างโครงสร้างแบบโครงข้อแข็งและผนงั รับนา้ หนัก

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง หนา้ ที่ 40

คมู่ ือการประเมินความเส่ยี งขนั้ ตน้ ของอาคารทอี่ าจได้รับความเสียหายอยา่ งหนักจากแผน่ ดนิ ไหว บทที่ 3

3.5.3 การตรวจสอบลักษณะภายในของอาคาร
กรณีท่ีดีที่สุดคือผู้ประเมินควรเข้าสารวจภายในอาคาร เพ่ือระบุหรือจาแนกระบบต้านทาน
แรงด้านข้างของอาคารน้ัน ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีท่ีเป็นโครงสร้างเหล็กที่มีการหุ้มด้วยคอนกรีต ซ่ึงไม่สามารถ
ระบไุ ด้อยา่ งชดั เจนจากการประเมนิ จากภายนอกอาคารวา่ เปน็ โครงสรา้ งเหล็กหรอื คอนกรีต
ในรูปแบบเดียวกันกับการตรวจสอบภายนอก การตรวจสอบภายในก็ควรดาเนินการเป็นขั้นเป็นตอน
โดยมีการประเมินจากช้ันใต้ดินจนถึงหลังคา หรือจากหลังคาจนถึงช้ันใต้ดิน ผู้ประเมินควรสังเกตแต่ละชั้น
ของอาคารอย่างละเอียด ขั้นตอนวิธีการสารวจด้วยตาเปล่าอย่างรวดเร็ว (rapid visual screening หรือ RVS)
ไม่จาเป็นต้องมีการรื้อถอนวัสดุตกแต่งท่ีติดอยู่กับโครงสร้างอย่างถาวรออก เน่ืองจากภายในอาคารมีหลายพ้ืนที่
ซ่ึงสามารถมองเห็นตัวโครงสร้างได้ด้วยตาเปล่า โดยแนวทางในการกาหนดประเภทของโครงสร้างอาคารสามารถ
ดาเนนิ การได้ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ถ้าอาคารมีชั้นใต้ดินท่ีไม่ได้มีการใช้งานและไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้ถือได้ว่าโครงสร้างท่ีช้ันหน่ึง
เปน็ ตวั แทนโครงสร้างของอาคารทั้งหลงั
2. ถ้าโครงสร้างอาคารเป็นโครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีต เสาและคานสามารถแสดงให้เห็น
ในชั้นใต้ดินของอาคาร ผนังช้ันใต้ดินส่วนใหญ่จะเป็นผนังคอนกรีต แต่ผนังของอาคารในช้ันอื่น ๆ อาจจะ
ไมเ่ ป็นผนังคอนกรีต
3. อาคารทีม่ คี วามสูงตง้ั แต่ 4 ชัน้ ขึ้นไป มักมีท่ีจอดรถอยดู่ ้านล่างของอาคาร ซ่ึงมีพื้นท่ีเท่ากับหนึ่งช้ัน
หรือมากกวา่ เม่อื เห็นเสาหรือคานเหล็กทนไฟ ผู้ประเมินสามารถมั่นใจได้ว่าเป็นระบบโครงสรา้ งเหล็ก (S1 รปู ท่ี 3 - 17)
4. ถ้าพบเสาและคานถูกสร้างข้ึนจากคอนกรีต อาคารอาจจะเป็นระบบโครงสร้างคอนกรีตต้านทาน
แรงดัด (C1) (รูปท่ี 3 - 18) อย่างไรก็ตามอาคารบางแห่งอาจจะใช้โครงสร้างเหล็กในช้ันที่อยู่เหนือพ้ืนดินข้ึนไป
เพือ่ ยืนยันประเภทของอาคาร ผู้ประเมนิ จะต้องตรวจสอบเสาทอี่ ยู่เหนอื ชน้ั แรกข้นึ ไป
5. ถ้าอาคารบางแห่งไม่มีช้ันใต้ดิน บนเพดานที่ห้องอุปกรณ์เคร่ืองกลของอาคาร (ห้องงานระบบ)
อาจจะแสดงโครงสร้างพน้ื ของชั้นถดั ไป
6. ถ้าอาคารมีฝูาเพดานปกปิดท้องพ้ืนช้ันถัดไป โดยปกติจะมีช่องด้านบนฝูาเพดานที่สามารถ
ถอดออกแล้วใส่กลับคืนได้ หรือในบางกรณีโครงของพื้นอาจจะเปิดโล่ง การระบุวัสดุโครงสร้างควรพิจารณา
อย่างรอบคอบ เพราะคานเหล็กอาจจะถูกหุ้มด้วยคอนกรีตเพ่ือปูองกันไฟ ดังนั้นถ้าเห็นโครงเหล็ก
และมีคานคอนกรีตอยู่ด้วย โดยท่ัวไปจะเปน็ คานเหล็กทถ่ี กู หุม้ ดว้ ยคอนกรตี
7. ถ้าผนังภายนอกเป็นระบบโครงข้อแข็งจะมีช่องว่างอย่างสม่าเสมอท่ีด้านนอกซึ่งเป็นช่องว่าง
ระหว่างเสาของอาคาร ถ้าช่องว่างระหว่างเสามีการก่ออิฐและมีความหนาเท่ากับหรือมากกว่า 23 เซนติเมตร
ประเภทโครงสร้างอาคารอาจจะเป็นระบบโครงสร้างเหล็กมีผนังก่ออิฐไม่เสริมแรง (S5) หรือระบบโครงเฟรม
คอนกรตี มีผนังกอ่ อฐิ ไมเ่ สริมแรง (C3)
8. อาคารก่ออิฐที่มีความสูงไม่เกิน 3 ช้ันและมีพื้นไม้รองรับผนังก่ออิฐอาจจะเป็นระบบโครงสร้าง
ผนังก่ออิฐไมเ่ สรมิ แรง (URM)

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง หนา้ ท่ี 41

คมู่ ือการประเมินความเส่ยี งขนั้ ตน้ ของอาคารทอ่ี าจไดร้ ับความเสยี หายอยา่ งหนักจากแผ่นดนิ ไหว บทท่ี 3

รปู ที่ 3 – 17 ตัวอยา่ งเสาและคานเหลก็ ทนไฟ

รูปที่ 3 – 18 ตวั อย่างระบบโครงสรา้ งคอนกรตี ตา้ นทานแรงดัด

3.5.4 การประเมนิ อาคารท่มี ีระบบโครงสรา้ งต้านทานแรงดา้ นขา้ งมากกวา่ 1 ระบบ
ในกรณที ผี่ ู้ประเมินพบว่าอาคารมรี ะบบโครงสรา้ งต้านทานแรงด้านข้างมากกว่าหนึ่งระบบ เช่น อาคารท่ีมี
ชน้ั บนเปน็ ระบบโครงสร้างไมโ้ ดยมีทจ่ี อดรถท่ชี นั้ ลา่ งเปน็ ระบบโครงสร้างช้ินส่วนคอนกรีตสาเร็จรูป หรืออาคารที่มี
ผนังคอนกรีตรับแรงเฉือนท่ีด้านใดด้านหนึ่งและมีโครงข้อแข็งต้านทานแรงดัดในด้านอ่ืน ๆ ในกรณีนี้ให้ผู้ประเมิน
พิจารณาเลือกทุกระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างท่ีเป็นไปได้ และให้ทาการประเมินต่อไปจนจบขั้นตอน
โดยหลังจากได้ค่าผลคะแนนประเมินของทุกระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้าง ให้เลือกค่าผลคะแนนประเมิน
ทมี่ คี ่าน้อยท่สี ุดเปน็ เกณฑส์ าหรับอาคารหลังนั้น

3.6 ปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวและค่าปรับแก้ (ข้อ 4 ในแบบ
ประเมินขั้นตน้ )

ปัจจัยสาคัญทม่ี ผี ลตอ่ สมรรถนะของโครงสรา้ งในขณะท่ีเกิดแผ่นดินไหว และการเลือกใช้ค่าปรับแก้จะต้อง
สอดคล้องกับปัจจัยท่ีกล่าวมาข้างต้น ระดับความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของโครงสร้างจะแตกต่างกัน
ตามประเภทของระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้าง ดังน้ันการเลือกใช้ค่าปรับแก้จะต้องสอดคล้อง
กับระบบโครงสร้างต้านทานแรงด้านข้างของอาคารด้วย ค่าปรับแก้ท่ีสอดคล้องกับปัจจัยต่าง ๆ แสดงอยู่
ในแบบประเมินข้ันตน้ (รปู ท่ี 3 - 19) ใหผ้ ู้ประเมินทาการเลือกค่าปรับแกท้ ี่เหมาะสม กล่าวคือให้เลือกใช้ค่าปรับแก้
ให้สัมพนั ธ์กับระบบโครงสร้างต้านทานแรงดา้ นขา้ งทรี่ ะบุไว้สาหรับอาคารดังกลา่ ว

กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง หน้าที่ 42

คู่มือการประเมนิ ความเสยี่ งขนั้ ต้นของอาคารท่อี าจไดร้ บั ความเสยี หายอยา่ งหนกั จากแผ่นดินไหว บทท่ี 3

คาอธิบายต่อไปน้ีจะกล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะของโครงสร้าง พร้อมท้ังข้อแนะนา
ในการตรวจสอบจากภายนอกอาคาร หากปัจจัยนั้นไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของอาคารค่าปรับแก้จะระบุไว้
ในแบบประเมินข้ันตน้ ว่า “N/A” ซง่ึ หมายความว่า “ไมม่ กี ารใชง้ าน (not applicable) หรอื ไม่จาเป็นต้องพจิ ารณา”

รปู ที่ 3 – 19 คา่ ปรบั แก้ตามประเภทของระบบโครงสรา้ งต้านทานแรงด้านขา้ ง

3.6.1 อาคารสงู 4 ถงึ 7 ชนั้
อาคารสูง 4 ถงึ 7 ชน้ั ถอื วา่ เปน็ อาคารทม่ี ีความสงู ระดับปานกลาง และให้เลอื กตวั ปรับแก้คะแนนที่ระบุไว้
ในตารางตามชนดิ โครงสรา้ งอาคาร ถ้าอาคารตรงกับคณุ ลักษณะน้ี

3.6.2 อาคารสูงมากกวา่ 7 ชนั้
อาคารสูงมากกว่า 7 ชั้น ถือว่าเป็นอาคารสูง และให้เลือกตัวปรับแก้คะแนนท่ีระบุไว้ในตารางตามชนิด
โครงสร้างอาคาร ถา้ อาคารตรงกบั คุณลกั ษณะนี้

3.6.3 โครงสรา้ งมคี วามไม่สมา่ เสมอในแนวด่งิ
ลกั ษณะของอาคารที่โครงสร้างมีความไม่สม่าเสมอในแนวดิ่งได้อธิบายไว้ในหัวข้อ 3.4.3.1 หากผู้ประเมิน
พบว่าอาคารมีลักษณะเข้าข่ายดังกล่าว ให้ทาเคร่ืองหมายไว้ในช่องโครงสร้างมีความไม่สม่าเสมอในแนวดิ่ง
ในแบบประเมินขั้นตน้ (รูปที่ 3 - 20) และให้เลอื กใชค้ า่ ปรบั แก้ในส่วนน้ีตามชนิดโครงสร้างอาคาร (รูปท่ี 3 - 21)

กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง หน้าที่ 43


Click to View FlipBook Version