The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การใช้งานอนาล็อกมัลติมิเตอร์ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Panu Chuanart, 2022-09-26 06:27:35

การใช้งานอนาล็อกมัลติมิเตอร์ล่าสุด

การใช้งานอนาล็อกมัลติมิเตอร์ล่าสุด

วชิ า งานไฟฟ้ายานยนต์
30101-2102

เครอื่ งมือวดั ทางไฟฟา้
จดั ทำโดย

นายภาณุ ชวนอาจ
ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการ

แผนกวิชาชา่ งยนต์
วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ

เนอื้ หาการเรยี นรู้
1.ชนิดของมัลตมิ ิเตอร์
2.การใช้งานของมัลตมิ เิ ตอร์
3.วิธีอา่ นค่าของมัลติมเิ ตอร์อนาลอ็ ก และแบบดิจิตอล
วัตถปุ ระสงค์
1. บอกประเภทของมลั ติมเิ ตอร์
2. อธบิ ายการการใช้งานและการอ่านค่า
3. บอกวธิ ีปรบั ยา่ นวดั กระแสตรง (AC) กระแสสลับ (DC) การวัดแรงดนั ฟังกช์ ัน่ เช็คควาตอ่ เนอ่ื ง
ฟังก์ชน่ั การเช็คไดโอด ฟังก์ชัน่ การวัดความต้านทาน การวดั อณุ หภูมิ การวดั ค่าหาความจุไฟฟา้
ฟงั ก์ช่ันเสรมิ อื่น ๆ

การใช้งานอนาลอ็ กมลั ติมิเตอร(์ Analog Multimeter) เบอื้ งต้น
มลั ตมิ เิ ตอร(์ Multimeter) เกิดจากคำ 2 คำผสมกัน นัน่ คอื Multi ซง่ึ แปลว่า หลากหลาย มากมาย ส่วน Meter
หมายถึง เคร่อื งวัด เมอื่ นำสองคำมารวมกันคอื เครื่องมอื วดั ทางไฟฟา้ ซง่ึ สามารถวดั ได้หลายค่า เช่น คา่ แรงดนั
(Voltage) คา่ กระแส (Current) ค่าความต้านทาน(Resistance) บางรนุ่ สามารถวัด frequency,ค่า Diod หรือ
ค่าอ่นื ๆภายในเคร่ืองเดยี วได้ด้วย
การแสดงผลของมัลตมิ ิเตอรแ์ บง่ ออกเปน็ 2 แบบ คอื มัลติมิเตอรแ์ บบเขม็ (Analog Multimeters) กบั มัลติ
มเิ ตอรแ์ บบตวั เลข (Digital Multimeters) เพ่อื ให้เหมาะสมกบั การทดลองเรอ่ื งนัน้ ๆ ซ่งึ มลั ตมิ ิเตอร์แตล่ ะเครอื่ ง
จะมรี ายละเอยี ดปลีกย่อยและข้อควรระมดั ระวังในการใชง้ านแตกตา่ งกนั ไปในบทความนีจ้ ะกล่าวถึงการใชง้ าน
ของ มัลติมิเตอรแ์ บบเขม็ (Analog Multimeters)
มลั ติมเิ ตอรแ์ บบเข็ม (Analog Multimeters)
มลั ตมิ เิ ตอร์แบบเขม็ (analog multimeter, AMM) เปน็ เคร่อื งมอื วัดปรมิ าณทางไฟฟา้ หลายประเภทรวมอยู่ใน
เครอื่ งเดียวกนั โดยทว่ั ไปแลว้ มลั ตมิ ิเตอรจ์ ะสามารถใชว้ ดั ปริมาณต่อไปน้ี

ความต่างศกั ย์กระแสตรง (DC voltage)- ความตา่ งศักยก์ ระแสสลับ (AC voltage)- ปรมิ าณกระแสตรง (DC
current)- ความตา้ นทานไฟฟา้ (electrical resistance) อย่างไรก็ตามมลั ตมิ เิ ตอรบ์ างแบบสามารถใช้วดั
ปรมิ าณอน่ื ๆ ไดอ้ ีก เช่น กำลงั ออกของสัญญาณความถเ่ี สยี ง (AF output) การขยายกระแสตรงของ
ทรานซิสเตอร์ (DC current amplification, hFE) กระแสรว่ั ของทรานซสิ เตอร์ (leakage current, lCEO) ความ
จทุ างไฟฟา้ (capacitance) ฯลฯมัลตมิ ิเตอรแ์ บบเข็ม มลี กั ษณะดงั ภาพข้างล่าง

หมายเลข 1 indicator Zero Conector มหี นา้ ทต่ี งั้ คา่ เขม็ ใหอ้ ยตู่ าแหน่ง 0 หรอื ตาแหน่งอน่ื ๆทต่ี อ้ งการ
หมายเลข 2 Indicator Pointer หรอื เขม็ ชบ้ี ง่ มหี น้าทช่ี บ้ี ง่ ปรมิ าณต่างๆ
หมายเลข 3 Indicator Scale สเกลตา่ งทอ่ี ยู่บนหนา้ ปัดของมเิ ตอ
หมายเลข 4 Continuity Indicating LED ( CONTINUITY ) เป็นหลอด Led ทเ่ี ปล่งแสงบง่ บอกความ
ตอ่ เน่อื ง
หมายเลข 5 Range Selector Switch knob ลกู บดิ ปรบั เลอื กคา่ ทต่ี อ้ งการวดั
หมายเลข 6 0-ohms adjusting knob /0- centering meter ป่มุ ปรบั ตงั้ ค่าความตา้ นทานใหอ้ ยตู่ าแหน่ง
0 หรอื ตาแหน่งทต่ี อ้ งการ

หมายเลข 7 Measuring Terminal + เทอรม์ นิ อลไฟบวก
หมายเลข 8 Measuring – COM เทอรม์ นิ อลไฟลบ หรอื common
หมายเลข 9 Series Terminal Capacitor OUTPUT ใชว้ ดั คา่ แรงดนั กระแสสลบั
หมายเลข 10 Panel หรอื หนา้ ปัดมเิ ตอร์
หมายเลข 11 Rear Case หรอื กรอบมเิ ตอร์

1.) Resistance (OHMS) scale หรือ สเกลวดั ความต้านทานมีหน่วยเปน็ โอห์ม
2.) สเกลกระแสและแรงดนั ทั้ง AC และ DC
3.) 0-centerig (NULL) +/- DCV scale
4.) สเกลวัดแรงดัน AC 2.5 volt.
5.) สเกลวัดการขยายกระแสตรงของทรานซิสเตอร์ (hFE) มีสนี ำ้ เงิน
6.) สเกลสำหรับทดสอบแบตเตอร์ร่ี 1.5 V 0.25A.
7.) สเกลวัดกระแสร่ัวของทรานซสิ เตอร์ (LEAK, ICEO, Ll) มีสนี ำ้ เงิน
8.) สเกลวดั ความตา่ งศักย์ระหว่างปลายขณะวัดความตา้ นทาน (LV) มีสีน้ำเงิน
9.) สเกลวัดกำลงั ออกของสญั ญาณความถเ่ี สยี ง (dB) มสี ีแดง
10.) Continuity Indicating LED ( CONTINUITY ) เป็นหลอด Led ทีเ่ ปลง่ แสงบง่ บอกความต่อเนื่อง
11.คือกระจกเงาเพ่อื ทำใหก้ ารอา่ นคา่ บนสเกลที่แสดงดว้ ยเข็มช้ขี องมิเตอรถ์ กู ตอ้ ง ทีส่ ุด การอ่านค่าท่ีถกู ตอ้ ง
คอื ตำแหนง่ ท่ีเข็มช้ขี องมิเตอรจ์ ริงกบั ตำแหน่งเขม็ ช้ี ของมิเตอร์ในกระจกเงาซอ้ นกนั พอดี

การวดั ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้ากระแสตรง

ปรับมัลติมิเตอรใ์ ห้เป็นโวลทม์ ิเตอรก์ ่อน โดยหมนุ สวิทช์บนตัวมิเตอร์ ไปทต่ี าแหน่งช่วงการวดั ความตา่ ง
ศักย์ไฟฟา้ กระแสตรง (DCV) (หมายเลขอ้างอิง 7) ซึ่งมี 7 ชว่ งการวดั คือ 0-0.1V, 0-0.5V, 0.2.5V, 0-10V, 0-
50V, 0-250V, 0-1000V

หลกั การนาํ มัลตมิ เิ ตอร์ SUNWA ไปใช้ในการวัดความต่างศักย์

1.เลอื กตําแหนง่ ท่ีต้องการวัดความตา่ งศักย์ และตรวจสอบทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า
2. เสยี บสายวดั มเิ ตอรส์ ีดําทีข่ ้ัวลบ(- COM) และสายวัดสีแดงท่ขี ว้ั บวก(+)เข้ากับมัลตมิ ิเตอร์
3. ต้ังช่วงการวัดให้สงู กว่าความต่างศกั ยข์ องบรเิ วณนนั้ โดยหมุนสวทิ ชบ์ นตัวมเิ ตอร์ ไปที่ ตําแหนง่ ชว่ งการวัด
ความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ กระแสตรง (DCV)
4. นําสายวัดมิเตอร์ไปตอ่ ขนานหรือตอ่ คร่อมวงจร โดยใชห้ วั วัดแตะกับจุดที่ตอ้ งการวัด และต้องให้
กระแสไฟฟา้ ไหลเข้าทางขัว้ บวก (+) ของมลั ติมิเตอรเ์ สมอ ถ้าวดั สลับขั้วเขม็ วดั จะตีกลบั ต้องรีบเอาสายวดั
มเิ ตอรอ์ อกจากวงจรทันที จากน้ันทําการสลับหวั วัดใหถ้ ูกตอ้ ง

5. การอา่ นคา่ ความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ ให้อ่านสเกลสีดําทอ่ี ยู่ใต้แถบเงนิ ซงึ่ มคี ่าระบอุ ยใู่ ตส้ เกล 3 ช่วง คือ 0-10, 0-
50 และ 0-250 ค่าทอ่ี ่านไดต้ อ้ งสัมพนั ธก์ ับช่วงการวดั ทต่ี ้ังไว้

การวดั ความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั

การวัดความต่างศักย์ไฟฟา้ กระแสสลับไม่จําเป็นต้องใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านทางขั้วบวกเหมือนไฟฟา้
กระแสตรง เพราะไฟฟา้ กระแสสลับไมม่ ขี ั้วตายตวั ขั้วแรงดนั จะสลบั ไปสลบั มาตลอดเวลา กล่าวคือสามารถตอ่
โดยใหส้ ายวดั เส้นใดอย่ขู ้างใดก็ได้ แต่วิธีวัดคา่ ยงั ใช้หลกั การเดียวกันกับโวลต์มิเตอร์กระแสตรงกอ่ นที่จะนํามลั ติ
มิเตอรไ์ ปวัดค่า ตอ้ งทําการปรับมัลติมิเตอร์ให้เป็นโวลท์มิเตอรก์ ระแสสลบั กอ่ น
จากน้นั เลอื กช่วงการวัดให้เหมาะสม โดยหมนุ สวิทช์บนตัวมิเตอร์ ไปท่ีตาํ แหน่งช่วงการวดั ความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้า
กระแสตรง (ACV) (หมายเลขอ้างอิง 10) ซึ่งมี 4 ช่วงการวัดคอื 0-10V, 0-50V, 0-250V, 0-1000V

การวดั กระแสไฟฟ้ากระแสตรง

1. เลอื กตําแหนง่ ท่ีตอ้ งการวดั กระแสไฟฟา้ และตรวจสอบทศิ ทางการไหลของกระแสไฟฟ้า
2. เสียบสายวัดมิเตอร์สีดําทข่ี ัว้ ลบ (- COM) และสายวดั สีแดงท่ีขว้ั บวก (+) เข้ากับมัลตมิ ิเตอร์
3. ตง้ั ช่วงการวดั ทเี่ หมาะสม ในกรณีทท่ี ราบคา่ กระแสในวงจร ควรตั้งช่วงการวัดใหส้ ูงกวา่ ค่ากระแสทที่ ราบ แต่
ในกรณีทไี่ มท่ ราบคา่ กระแสในวงจร ควรตั้งชว่ งการวดั ทส่ี ูงๆ (0-0.25A) ไวก้ อ่ น แล้วค่อยปรับชว่ งการวัดใหม่
กอ่ นปรับช่วงการวดั ใหมต่ ้องเอาสายวดั ออกจากวงจรทกุ คร้ัง และต้องแน่ใจวา่ คา่ ที่จะวดั ได้นนั้ มคี ่าไมเ่ กินชว่ ง
การวดั ทป่ี รับต้งั ใหม่

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั แรงดนั AC (AC

Current)

ในการวดั แรงดนั ไฟฟา้ กระแสสลบั เช่น จาก ช่องเสียบปลัก๊ ไฟ, ตู้จ่ายไฟ หรือ ชอ่ งเสียบอุปกรณจ์ ่ายไฟ มี
วิธีการต้งั ค่าก่อนใช้งานดงั นี้

1. หมนุ ปรบั สวติ ช์ (Rotary switch) ไปท่สี ัญลกั ษณ์ ~V (หมายเลข “1” ดังรูป)
2. ต่อเข็มวดั (Test lead) เขา้ กับดจิ ิตอลมลั ตมิ ิเตอร:์ สีดำ (ขว้ั ลบ) ต่อกับช่องท่ีมสี ญั ลักษณ์เขยี นว่า “COM”

และ สแี ดง (ข้วั บวก) ต่อท่ีชอ่ งท่ีมีสญั ลักษณเ์ ขยี นวา่ (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รูป
3. ต่อเข็มวดั เท่ากบั จดุ ที่ตอ้ งการวดั คา่ (หมายเลข “3” ดังรูป)

**เมอ่ื วัดคา่ ด้วยฟังกช์ ่ัน RMS ในระบบกระแสไฟฟา้ สลบั เราไมจ่ ำเป็นที่จะต้องกังวลเร่อื งขั้วที่ใชว้ ัด**
ขอ้ ควรระวัง!!

ห้ามต่อเข็มวัดทชี่ อ่ งวดั กระแส (“A” Terminal) ในกรณีท่ีเราไม่ใชฟ้ ังกช์ ่ันวดั กระแส สำหรบั ดิจติ อลมัลติ
มิเตอร์บางรนุ่ ถูกออกแบบมาใหม้ ีกลไกการปิดช่องวดั กระแส เพอ่ื ป้องกันการเช่อื มต่อทีผ่ ดิ พลาดหรอื ไมไ่ ด้
ต้ังใจ และบางรุ่นกไ็ ม่มชี ่องวัดกระแสเลย (จงใจนำออกไป) ในขณะทดี่ ิจติ อลมัลตมิ ิเตอร์ของ Hioki น้ัน ได้
ตดิ ตั้งฟวิ สเ์ ข้าไปเพือ่ ป้องกันความเสียหายทเ่ี กิดจากการเชื่อมต่อเข็มวัดโดยไมต่ ง้ั ใจท่อาจเกิดขนึ้ ได้ สำหรบั
ขอ้ มูลเพ่มิ เติมเราดูไดจ้ ากข้อมูลจำเพาะของดจิ ิตอลมลั ติมิเตอร์แตล่ ะชนดิ โดยดูวา่ คา่ ที่เราตอ้ งการวัดนนั้ อยู่
ในช่วงการวดั ทวี่ งจรของดิจิตอลมลั ตมิ ิเตอรน์ น้ั ทำการวดั ไดห้ รือไม่

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั แรงดนั DC (DC

Current)

ในการวดั แรงดนั ไฟฟฟา้ กระแสตรง เชน่ แรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรงจากแผงโซลาร์ หรือ แรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรง
จากแบตเตอร่ี มวี ิธกี ารต้งั ค่ากอ่ นการใชง้ านดงั นี้

1. หมนุ ปรับสวติ ช์ (Rotary switch) ไปท่ีสญั ลกั ษณ์ :::V (หมายเลข “1” ดงั รปู )
2. ต่อเข็มวัด (Test lead) เขา้ กับดจิ ติ อลมัลติมิเตอร:์ สีดำ (ข้วั ลบ) ต่อกบั ชอ่ งท่มี ีสญั ลกั ษณ์เขยี นว่า “COM”

และ สีแดง (ข้วั บวก) ตอ่ ท่ีชอ่ งทม่ี ีสัญลกั ษณเ์ ขยี นวา่ (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รูป
3. ต่อเขม็ วัดกับจุดที่ตอ้ งการวดั โดยให้เขม็ วัดสีดำต่อในดา้ นทเ่ี ป็นลบ และ สีแดงต่อในดา้ นที่เป็นบวก

ขอ้ ควรระวงั !!: ห้ามตอ่ เข็มวัดท่ีชอ่ งวดั กระแส (“A” Terminal) ในกรณีที่เราไม่ใช้ฟังก์ช่นั วดั กระแส สำหรบั
ดจิ ิตอลมัลตมิ ิเตอรบ์ างรุ่นถกู ออกแบบมาให้มกี ลไกการปดิ ชอ่ งวดั กระแส เพอ่ื ป้องกนั การเช่อื มตอ่ ที่ผิดพลาด
หรอื ไม่ไดต้ งั้ ใจ และบางรนุ่ กไ็ ม่มชี ่องวัดกระแสเลย (จงใจนำออกไป) ในขณะท่ีดิจิตอลมลั ติมิเตอร์ของ Hioki
นน้ั ได้ตดิ ตั้งฟวิ ส์เขา้ ไปเพ่ือปอ้ งกันความเสยี หายท่ีเกิดจากการเชอ่ื มตอ่ เขม็ วัดโดยไม่ต้งั ใจท่อาจเกดิ ขึ้นได้
สำหรบั ขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ เราดูไดจ้ ากข้อมูลจำเพาะของดิจิตอลมัลตมิ ิเตอรแ์ ต่ละชนิด โดยดูว่าค่าท่ีเราต้องการวัด
นน้ั อยใู่ นชว่ งการวัดทว่ี งจรของดจิ ิตอลมัลติมเิ ตอรน์ นั้ ทาการวดั ไดห้ รอื ไม่

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ น่ั เช็คความตอ่ เนื่อง
(Checking Continuity)

ในการตรวจสอบการขาดของสายไฟ หรือ ตรวจสอบต้นทาง/ปลายทางของชุดสายไฟ (Wire harness cable)
มีวธิ กี ารตงั้ ค่าก่อนการใชง้ านดังนี้

1. หมนุ ปรับสวิตชไ์ ปท่ีสัญลักษณต์ ามหมายเลข “1” ดงั รูป
2. ต่อเขม็ วัด (Test lead) เข้ากบั ดิจิตอลมัลตมิ ิเตอร:์ สดี ำ (ข้วั ลบ) ต่อกบั ช่องที่มีสญั ลักษณเ์ ขยี นวา่ “COM”

และ สีแดง (ขว้ั บวก) ตอ่ ท่ีชอ่ งท่มี สี ญั ลกั ษณ์เขยี นว่า (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รูป
3. ตอ่ เขม็ วดั กับจุดท่ีตอ้ งการวดั โดยตอ่ ระหวา่ งตน้ สายและปลายสาย (ไม่จำเป็นตอ้ งดูเรอ่ื งข้ัว)

ถ้ามีการเช่อื มตอ่ จรงิ ดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอรจ์ ะตอบสนองโดยการแสดงบนหน้าจอ พรอ้ มมีเสยี งแจง้ แต่ถา้ ไม่พบ
การเชือ่ มตอ่เกิดข้นึ (เชน่ ในกรณที ี่สายไฟขาดอยู่ภายใน) ดิจิตอลมัลตมิ เิ ตอรจ์ ะไม่ตอบสนองใดๆบนหนา้ จอ
และไม่มีเสียงการแจ้งเตอื น

ข้อควรระวงั !!

ก่อนจะลงมือตรวจสอบความต่อเนอ่ื ง ต้องปดิ แหลง่ จา่ ยไฟ หรอื ตัดแหล่งจา่ ยไฟท่ีไปยังจุดที่จะเช็คทุกครัง้

การใช้งานดจิ ิตอลมลั ตมิ เิ ตอร์: ฟังก์ชั่นการเช็คไดโอด

ในการตรวจสอบว่าไดโอตเสยี หรอื ไมน่ นั้ มวี ธิ กี ารตงั้ ค่ากอ่ นการใชง้ านดงั น้ี

1. หมนุ ปรบั สวติ ชไ์ ปทส่ี ญั ลกั ษณ์ตามหมายเลข “1” ดงั รูป
2. กดป่มุ ฟังกช์ นั่ “SHIFT” ดงั หมายเลขรปู “2”
3. ตอ่ เขม็ วดั (Test lead) เขา้ กบั ดจิ ติ อลมลั ตมิ เิ ตอร:์ สดี า (ขวั้ ลบ) ต่อกบั ชอ่ งทม่ี สี ญั ลกั ษณ์เขียนว่า “COM”

และ สแี ดง (ขวั้ บวก) ตอ่ ทช่ี อ่ งทม่ี สี ญั ลกั ษณ์เขยี นว่า (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รูป
4. นาเขม็ วดั ไปวดั กบั ไดโอดตวั ทเ่ี ราตอ้ งการ โดยใหเ้ ขม็ วดั สดี าอยูด่ า้ นแคโทด (Cathode, ดา้ นไอโอดทม่ี ี

แถบ) และสแี ดงอยู่อกี ดา้ นหนงึ่ (Anode, ดา้ นทไ่ี มม่ แี ถบ)ดจิ ติ อลมลั ตมิ เิ ตอร์ จะแสดงคา่ แรงดนั ของ
ไดโอด หากเชอ่ื มตอ่ ในทศิ ทางทถ่ี ูกตอ้ ง และแสดงคา่ “OVER” หากเราเช่อื มตอ่ ในทศิ ทางกลบั ดา้ นกนั
ขอ้ ควรระวงั !!: ก่อนจะลงมอื ตรวจสอบความตอ่ เน่อื ง ตอ้ งปิดแหลง่ จ่ายไฟ หรอื ตดั แหลง่ จา่ ยไฟทไ่ี ปยงั
จดุ ทจ่ี ะเชค็ ทุกครงั้

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ นั่ การวดั ความตา้ นทาน
(Resistance measurement)

ในการวดั ความต้านทาน มวี ิธกี ารตั้งคา่ กอ่ นการใช้งานดงั น้ี

1. หมนุ ปรับสวติ ชไ์ ปที่สญั ลกั ษณต์ ามหมายเลข “1” ดังรปู
2. ตอ่ เขม็ วดั (Test lead) เขา้ กบั ดิจิตอลมัลติมิเตอร์: สดี ำ (ขว้ั ลบ) ตอ่ กับช่องทมี่ สี ัญลกั ษณเ์ ขียนวา่ “COM”

และ สแี ดง (ขว้ั บวก) ต่อท่ีช่องทมี่ ีสัญลกั ษณเ์ ขียนว่า (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รูป
3. นำเข็มวดั ไปเชื่อมต่อกบั ตวั ตา้ นทาน (Resistor) ดังรปู “3” (ไมจ่ ำเป็นต้องดเู รือ่ งขั้ว)

ข้อควรระวัง!!: กอ่ นจะลงมือตรวจสอบความตอ่ เนอ่ื ง ตอ้ งปิดแหลง่ จา่ ยไฟ หรือ ตดั แหลง่ จา่ ยไฟทไ่ี ปยงั จุดทจ่ี ะ
เช็คทุกครง้ั

การใช้งานดจิ ิตอลมลั ตมิ เิ ตอร์: การวัดอุณหภมู ิ

ในการวดั อณุ หภูมิ เชน่ การวัดอุณหภมู ิเครือ่ งปรบั อากาศในขณะท่รี ะบบทำความเยน็ ถกู ตดั แล้ว มวี ธิ กี ารต้ังคา่
กอ่ นการใช้งานดังน้ี

1. หมนุ ปรับสวติ ชไ์ ปท่ีสญั ลกั ษณต์ ามหมายเลข “1” ดงั รปู
2. กดปุ่มฟงั ก์ช่นั “SHIFT” ดังหมายเลขรูป “2”
3. ในชอ่ งตอ่ เขม็ วัดของดิจิตอลมลั ติมิเตอร์ เราใช้เทอรโ์ มคปั เปิ้ล Type-K (Model: DT-49010, Hioki) ในการ

เชอื่ มตอ่ ดังรูปที่ “3” (ระวังการเชอ่ื มต่อในเรอื่ งของข้วั บวกและลบ โดยดูจากสขี องชอ่ งต่อ และ หัวตอ่ ของ
เทอร์โมคัปเป้ิล)**เราสามารถใชเ้ ทอร์โมคัปเปิ้ล Type-K ท่ีมีเซนเซอรแ์ บบอืน่ ได้ด้วยเช่นกัน

การใช้งานดจิ ิตอลมลั ติมเิ ตอร์: การวดั ค่าความจไุ ฟฟ้า
(Measuring capacitance)

ในการวัดตวั เก็บประจุ มีวิธกี ารตัง้ ค่ากอ่ นการใช้งานดงั ตอ่ ไปน้ี

1. หมนุ ปรับสวติ ชไ์ ปท่ีสญั ลกั ษณ์ตามหมายเลข “1” ดังรปู
2. ตอ่ เขม็ วัด (Test lead) เข้ากับดจิ ิตอลมัลตมิ ิเตอร:์ สดี ำ (ขัว้ ลบ) ตอ่ กับชอ่ งทม่ี ีสัญลักษณ์เขยี นวา่ “COM”

และ สีแดง (ขว้ั บวก) ต่อที่ชอ่ งท่ีมสี ญั ลักษณ์เขยี นวา่ (VΩ) (หมายเลข “2” ดังรปู
3. ใชเ้ ข็มวดั เชื่อมตอ่ กบั ตวั เก็บประจุโดยสำหรบั ตวั เก็บประจุท่มี ขี ั้ว ใช้เข็มวดั สีแดวเข่อื มตอ่ กับข้วั บวก และเข็มวดั

สีดำเชื่อมตอ่ กบั ขั้วลบ**หนว่ ยของคา่ ความจุไฟฟ้า ของตัวเก็บประจุแสดงดงั น:ี้ F, μF, nF, pF

การใช้งานดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร์: การวดั กระแส DC (DC
current)

ในการวดั คา่ กระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง มีวิธกี ารต้งั คา่ กอ่ นการใชง้ านดังต่อไปน้ี
**สำหรับการวดั กระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ดจิ ิตอลมมัลตมิ เิ ตอรจ์ ะตอ้ งเชือ่ มตอ่ แบบอนุกรมระหวา่ ง
แหล่งจา่ ยไฟและโหลด ซึ่งเราตอ้ งตัดสายไฟระหวา่ งแหล่งจา่ ยไฟกับโหลดออกกอ่ นแล้วนำเข็มวดั ทำการ
เช่อื มตอ่ ในจดุ ท่มี ีเคร่อื งหมาย “X” ดงั รูป

1. หมนุ ปรับสวิตชไ์ ปท่ีสัญลักษณ์ตามหมายเลข “1” ดังรปู
2. กดปุ่มฟงั กช์ ั่น “SHIFT” ดงั หมายเลขรปู “2”
3. ต่อเข็มวัด (Test lead) เขา้ กับดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์: สีดำ (ขั้วลบ) ต่อกบั ชอ่ งทมี่ สี ญั ลกั ษณเ์ ขยี นว่า “COM”

และ สีแดง (ข้วั บวก) ต่อที่ชอ่ งที่มสี ญั ลักษณ์เขยี นว่า “A” (หมายเลข “3” ดังรปู )
4. เชอ่ื มตอ่ เขม็ วดั เข้ากับวงจรโดยให้เข็มวัดสีดำเชือ่ มตอ่ ในด้านลบของแหลง่ จ่ายไฟ และ เขม็ วัดสแี ดงเชอ่ื มตอ่ ดับ

ด้านทเี่ ปน็ โหลด (การเชือ่ มต่อลักษณะน้จี ะทำใหด้ ิจติ อลมัลตมิ ิเตอร์เช่อื มต่อแบบอนุกรมระหว่างแหล่งจ่ายไฟ
และโหลด)
ข้อควรระวัง!!: ปดิ แหลง่ จา่ ยไฟไปส่โู หลดก่อนทำการเชอื่ มตอ่ และ ทำการเปิดเมือ่ เชอ่ื มต่อมัลติมเิ ตอร์เสรจ็ แลว้
ระวังเรื่องแรงดนั ทเ่ี กดิ จากแหลง่ จา่ ยไฟ (ไมค่ วรเช่ือมตอ่ ดจิ ติ อลมลั ติมิเตอรก์ บั แหล่งจ่ายไฟในแบบขนาน)
รวมถึงตรวจสอบคา่ กระแสสงู สุดทว่ี ดั ไดข้ องดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอร์ และ ใชเ้ พื่อวดั กบั วงจรท่ีมคี ่ากระแสท่นี อ้ ยกวา่
หรือเทา่ กบั ที่ดิจิตอลมลั ตมิ ิเตอรเ์ รามีเท่านั้น

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั กระแส DC (4-20
mA DC current)

ในการวัดค่ากระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง มีวิธกี ารต้ังคา่ กอ่ นการใช้งานดังตอ่ ไปน้ี
**สำหรับการวัดกระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ดิจติ อลมมัลตมิ ิเตอร์จะต้องเช่ือมตอ่ แบบอนุกรมระหว่าง
แหล่งจา่ ยไฟและโหลด ซงึ่ เราตอ้ งตัดสายไฟระหวา่ งแหลง่ จ่ายไฟกบั โหลดออกก่อนแลว้ นำเข็มวดั ทำการ
เชอ่ื มต่อในจุดทีม่ ีเคร่อื งหมาย “X” ดงั รูป

1. หมนุ ปรับสวิตชไ์ ปที่สญั ลักษณ์ตามหมายเลข “1” ดังรูป
2. กดปุม่ ฟงั กช์ นั่ “SHIFT” ดังหมายเลขรปู “2”
3. ต่อเขม็ วดั (Test lead) เข้ากบั ดจิ ติ อลมลั ตมิ ิเตอร์: สดี ำ (ข้วั ลบ) ต่อกบั ช่องที่มีสญั ลกั ษณ์เขยี นว่า “COM”

และ สีแดง (ข้วั บวก) ตอ่ ที่ช่องทีม่ สี ญั ลักษณ์เขียนวา่ “μA mA” (หมายเลข “3” ดงั รปู )
4. เชอ่ื มตอ่ เข็มวัดเข้ากบั วงจร โดยให้เข็มวดั สดี ำตอ่ กบั ดา้ นของเซนเซอร์ และ ให้สีแดงต่อกบั แหล่งจ่ายไฟ

(Distributor side) ดงั รูปท่ี “4”
ข้อควรระวงั !!: ปดิ แหล่งจา่ ยไฟไปสูโ่ หลดกอ่ นทำการเช่อื มต่อ และ ทำการเปดิ เมอ่ื เชือ่ มต่อมลั ติมิเตอร์เสรจ็ แลว้
ระวังเรื่องแรงดนั ท่ีเกิดจากแหลง่ จา่ ยไฟ (ไมค่ วรเชื่อมต่อดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอร์กบั แหล่งจ่ายไฟในแบบขนาน)
รวมถึงตรวจสอบค่ากระแสสงู สุดท่วี ดั ไดข้ องดจิ ิตอลมลั ตมิ ิเตอร์ และ ใช้เพือ่ วดั กับวงจรท่ีมีค่ากระแสท่นี อ้ ยกว่า
หรือเทา่ กบั ที่ดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์เรามีเทา่ นนั้

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั กระแส AC โดยใชแ้ ค

ลมป์ (Measuring AC current with a

clamp-style sensor)

ในการวัดคา่ กระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสสลบั โดยใชด้ ิจิตอลมัลตมิ เิ ตอร์ค่กู ับเซนเซอรท์ ีม่ ีลกั ษณะเป็นแคลมป์ มี
วธิ ีการตั้งค่ากอ่ นการใชง้ านดงั ต่อไปนี้

1. หมุนปรบั สวิตชไ์ ปที่สญั ลกั ษณ์ตามหมายเลข “1” ดงั รปู
2. กดปุ่มฟังก์ช่ัน “SHIFT” ดงั หมายเลขรูป “2”
3. เช่ือมตอ่ หัวแปลงกบั เซนเซอร์แบบแคลมป์ ดังรปู ที่ “3” (สงั เกตการเชอ่ื มต่อของหวั แปลง โดยใหด้ ้านสดี ำ (ลบ)

ตอ่ กับด้านท่ีมสี ัญลกั ษณ์ “COM” และสีแดง (บวก) เชื่อมตอ่ กบั “VΩ”
4. ปรับชว่ งการวดั ของเซนเซอรแ์ บบแคลมป์ตามรูปท่ี “4”
5. ใช้ปมุ่ “RANGE” ปรับช่วงการวัดของดจิ ิตอลมัลติมเิ ตอรใ์ หส้ อดคล้องกบั ช่วงการวัดของเซนเซอร์แบบแคลมป์

ที่ได้ปรับไวต้ ามข้อกอ่ นหนา้ นี้ ดังรูปท่ี “5”
6. เช่ือมตอ่ เซนเซอรแ์ บบแคลมป์กบั จุดทีต่ ้องการวัด ดังรูปท่ี “6”ขอ้ ควรระวงั !!: หากเซนเซอรแ์ บบแคลมปม์ กี าร

เปล่ียนช่วงการวดั ในขณะท่วี ัดอยู่ เราจะตอ้ งเปล่ียนชว่ งการวดั ของดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์ตามไปดว้ ย เพื่อให้
สามารถแสดงคา่ ได้

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ นั่ เสริมอ่ืนๆ

Auto hold function: เป็นฟังกช์ ่นั ที่เคร่ืองจะคงค่าที่วัดไว้ไดบ้ นหนา้ จอโดยอัตโนมตั ิ (ฟงั กช์ ่นั นจี้ ะคงค่าไว้มื่อ
คา่ ทีว่ ัดไดน้ ง่ิ เพียงพอ) และสามารถวัดตอ่ ได้เมื่อนำเขม็ วดั ไปสมั ผสั จุดท่ีตอ้ งการวัดอน่ื ๆอกี ครง้ั (เลอื กเปดิ ใช้
ฟงั ก์ชัน่ นโ้ี ดยการกดปุ่ม “HOLD” ค้างไว้ประมาณ 1 วนิ าที)
Recording function: ฟังกช์ ั่นนจ้ี ะบันทึกค่าสูงสุด และ ค่าตำ่ สุดทว่ี ัดได้ (เรียกใชฟ้ ังก์ชัน่ น้ีโดยการกดปมุ่
“MAX/MIN”)
Relative value function: ฟังกช์ นั่ นค้ี อื ฟงั ก์ชนั่ ท่ใี ช้ดูความแตกตา่ งท่ีเกิดจากการวดั เทยี บกับค่าที่อา้ งอิงไว้
(เรียกใชฟ้ ังก์ชั่นนี้โดยการกดปุ่ม “MAX/MIN” คา้ งไวป้ ระมาณ 1 วนิ าท)ี

การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ น่ั การต้งั คา่ ศูนย์

สำหรับการวัดแรงดนั , กระแส และ ค่าความต้านทาน มวี ธิ ีการตง้ั ค่าดงั ต่อไปนี้
1. หมุนปรับสวติ ช์ไปยังโหมดการวดั ทีต่ อ้ งการตั้งคา่ ศูนย์ ตวั อยา่ งดงั รปู ท่ี “1”
2. เช่ือมตอ่ เข็มวัดเข้ากบั ดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์ โดยให้สีดำ (ลบ) ตอ่ ที่ชอ่ ง “COM” และสแี ดง (บวก) ตอ่ ทช่ี ่อง

“VΩ” (สำหรบั การวดั อน่ื ๆที่ไม่ใชก้ ารวัดกระแส) และเชือ่ มต่อสดี ำ (ลบ) ท่ีช่อง “COM” กบั สีแดง (บวก) กบั
ชอ่ ง “A หรือ A, μA/mA ” (สำหรบั การวดั กระแส) ดงั รูปท่ี “2”
3. นำเข็มวัดสมั ผัสกนั เอง ดังรปู ที่ “3”
4. ทำการต้ังคา่ ศนู ย์โดยการกดปมุ่ “MAX/MIN” คา้ งไวป้ ระมาณ 1 วนิ าทดี ังรูปท่ี “4”สำหรับการต้ังค่าศูนยข์ อง
ฟงั กช์ ่นั ตวั เกบ็ ประจุ มวี ธิ กี ารตง้ั คา่ ดงั ต่อไปนี้

1. หมุนปรบั สวิตช์ไปยังโหมดการวัดทตี่ ้องการตัง้ คา่ ศูนย์ ตวั อย่างดังรปู ที่ “1”
2. เช่ือมต่อเขม็ วดั เข้ากับดิจิตอลมัลติมิเตอร์ โดยใหส้ ีดำ (ลบ) ต่อทช่ี อ่ ง “COM” และสแี ดง (บวก) ตอ่ ท่ชี ่อง

“VΩ”
3. นำเข็มวัดห่างออกจากกัน (เปิดวงจร) ดงั รปู ที่ “3”
4. ทำการต้งั คา่ ศนู ย์โดยการกดปุ่ม “MAX/MIN” ค้างไว้ประมาณ 1 วินาทดี งั รปู ที่ “4”


Click to View FlipBook Version