การใช้งานอนาลอ็ กมัลตมิ เิ ตอร(์ Analog Multimeter) เบอื้ งตน้
มลั ติมเิ ตอร์(Multimeter) เกดิ จากคา 2 คาผสมกัน นัน่ คือ Multi ซึง่ แปลวา่ หลากหลาย มากมาย ส่วน Meter
หมายถงึ เครอ่ื งวดั เม่อื นาสองคามารวมกันคอื เคร่ืองมอื วัดทางไฟฟ้า ซงึ่ สามารถวัดได้หลายค่า เช่น ค่าแรงดนั
(Voltage) คา่ กระแส (Current) ค่าความต้านทาน(Resistance) บางรุน่ สามารถวดั frequency,ค่า Diod หรือ
ค่าอ่ืนๆภายในเคร่ืองเดียวไดด้ ว้ ย
การแสดงผลของมลั ติมิเตอรแ์ บ่งออกเป็น 2 แบบ คือ มัลติมิเตอร์แบบเข็ม (Analog Multimeters) กบั มัลติ
มเิ ตอรแ์ บบตวั เลข (Digital Multimeters) เพ่ือให้เหมาะสมกบั การทดลองเรอ่ื งน้นั ๆ ซ่ึงมลั ติมิเตอรแ์ ตล่ ะเครือ่ ง
จะมรี ายละเอียดปลีกยอ่ ยและข้อควรระมัดระวงั ในการใชง้ านแตกต่างกันไปในบทความนจ้ี ะกลา่ วถึงการใช้งาน
ของ มัลตมิ เิ ตอร์แบบเข็ม (Analog Multimeters)
มลั ติมิเตอรแ์ บบเขม็ (Analog Multimeters)
มัลตมิ เิ ตอรแ์ บบเข็ม (analog multimeter, AMM) เปน็ เครือ่ งมือวดั ปริมาณทางไฟฟ้าหลายประเภทรวมอย่ใู น
เครอื่ งเดียวกัน โดยทวั่ ไปแลว้ มัลติมิเตอร์จะสามารถใชว้ ัดปริมาณต่อไปน้ี
ความต่างศักยก์ ระแสตรง (DC voltage)- ความต่างศักย์กระแสสลบั (AC voltage)- ปริมาณกระแสตรง (DC
current)- ความต้านทานไฟฟ้า (electrical resistance) อย่างไรกต็ ามมลั ติมเิ ตอรบ์ างแบบสามารถใช้วดั
ปรมิ าณอ่ืน ๆ ได้อีก เชน่ กาลังออกของสัญญาณความถเ่ี สียง (AF output) การขยายกระแสตรงของ
ทรานซิสเตอร์ (DC current amplification, hFE) กระแสรัว่ ของทรานซิสเตอร์ (leakage current, lCEO) ความ
จุทางไฟฟ้า (capacitance) ฯลฯมลั ตมิ ิเตอรแ์ บบเขม็ มีลกั ษณะดงั ภาพข้างล่าง
หมายเลข 1 indicator Zero Conector มหี น้าที่ต้งั ค่าเข็มใหอ้ ยู่ตาแหนง่ 0 หรอื ตาแหน่งอนื่ ๆทตี่ อ้ งการ
หมายเลข 2 Indicator Pointer หรือ เขม็ ช้บี ่ง มีหน้าทช่ี บี้ ่งปริมาณต่างๆ
หมายเลข 3 Indicator Scale สเกลต่างท่อี ยู่บนหนา้ ปัดของมเิ ตอ
หมายเลข 4 Continuity Indicating LED ( CONTINUITY ) เปน็ หลอด Led ทเ่ี ปลง่ แสงบ่งบอกความ
ต่อเนือ่ ง
หมายเลข 5 Range Selector Switch knob ลูกบดิ ปรบั เลอื กคา่ ที่ตอ้ งการวัด
หมายเลข 6 0-ohms adjusting knob /0- centering meter ปุ่มปรับตัง้ คา่ ความตา้ นทานให้อยู่ตาแหน่ง 0
หรอื ตาแหนง่ ที่ต้องการ
หมายเลข 7 Measuring Terminal + เทอร์มนิ อลไฟบวก
หมายเลข 8 Measuring – COM เทอร์มินอลไฟลบ หรือ common
หมายเลข 9 Series Terminal Capacitor OUTPUT ใช้วัดค่าแรงดนั กระแสสลับ
หมายเลข 10 Panel หรือ หนา้ ปัดมิเตอร์
หมายเลข 11 Rear Case หรือ กรอบมิเตอร์
1.) Resistance (OHMS) scale หรือ สเกลวัดความต้านทานมีหนว่ ยเป็น โอห์ม
2.) สเกลกระแสและแรงดันท้ัง AC และ DC
3.) 0-centerig (NULL) +/- DCV scale
4.) สเกลวัดแรงดนั AC 2.5 volt.
5.) สเกลวัดการขยายกระแสตรงของทรานซิสเตอร์ (hFE) มีสนี า้ เงิน
6.) สเกลสาหรับทดสอบแบตเตอรร์ ี่ 1.5 V 0.25A.
7.) สเกลวัดกระแสรัว่ ของทรานซสิ เตอร์ (LEAK, ICEO, Ll) มสี ีน้าเงิน
8.) สเกลวดั ความต่างศักยร์ ะหวา่ งปลายขณะวดั ความต้านทาน (LV) มสี นี ้าเงิน
9.) สเกลวัดกาลังออกของสัญญาณความถี่เสียง (dB) มีสีแดง
10.) Continuity Indicating LED ( CONTINUITY ) เปน็ หลอด Led ท่ีเปลง่ แสงบง่ บอกความตอ่ เนื่อง
11.คอื กระจกเงาเพอื่ ทาใหก้ ารอา่ นคา่ บนสเกลท่แี สดงดว้ ยเข็มช้ีของมิเตอรถ์ ูกตอ้ ง ทส่ี ุด การอ่านค่าที่ถูกตอ้ ง
คือตาแหนง่ ทเ่ี ข็มชขี้ องมเิ ตอร์จรงิ กับตาแหนง่ เข็มช้ี ของมเิ ตอร์ในกระจกเงาซอ้ นกันพอดี
การวดั ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้ากระแสตรง
ปรับมลั ติมเิ ตอรใ์ หเ้ ป็นโวลทม์ ิเตอร์ก่อน โดยหมุนสวิทชบ์ นตวั มเิ ตอร์ ไปที่ตาแหนง่ ช่วงการวัดความต่าง
ศกั ย์ไฟฟ้ากระแสตรง (DCV) (หมายเลขอ้างองิ 7) ซึ่งมี 7 ช่วงการวดั คือ 0-0.1V, 0-0.5V, 0.2.5V, 0-10V, 0-
50V, 0-250V, 0-1000V
หลกั การนาํ มลั ตมิ เิ ตอร์ SUNWA ไปใช้ในการวดั ความต่างศักย์
1.เลอื กตาแหนง่ ที่ตอ้ งการวัดความต่างศกั ย์ และตรวจสอบทศิ ทางการไหลของกระแสไฟฟ้า
2. เสียบสายวัดมิเตอรส์ ดี าทข่ี วั้ ลบ(- COM) และสายวัดสแี ดงทขี่ ว้ั บวก(+)เข้ากับมัลติมเิ ตอร์
3. ต้งั ช่วงการวัดใหส้ ูงกว่าความต่างศักย์ของบรเิ วณนั้น โดยหมนุ สวิทชบ์ นตัวมเิ ตอร์ ไปที่ ตาแหนง่ ชว่ งการวดั
ความตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ กระแสตรง (DCV)
4. นาสายวดั มิเตอร์ไปต่อขนานหรือตอ่ คร่อมวงจร โดยใช้หวั วัดแตะกบั จุดที่ตอ้ งการวดั และต้องให้
กระแสไฟฟ้าไหลเข้าทางขั้วบวก (+) ของมลั ตมิ เิ ตอรเ์ สมอ ถา้ วัดสลับข้วั เขม็ วดั จะตีกลบั ต้องรีบเอาสายวดั
มิเตอร์ออกจากวงจรทนั ที จากนน้ั ทาการสลบั หัววัดใหถ้ ูกต้อง
5. การอา่ นคา่ ความต่างศกั ย์ไฟฟา้ ใหอ้ ่านสเกลสีดาทอ่ี ย่ใู ตแ้ ถบเงิน ซ่ึงมคี ่าระบุอยู่ใต้สเกล 3 ชว่ ง คือ 0-10, 0-
50 และ 0-250 ค่าทีอ่ ่านไดต้ อ้ งสมั พันธก์ บั ช่วงการวดั ท่ตี ัง้ ไว้
การวดั ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั
การวัดความต่างศกั ย์ไฟฟ้ากระแสสลบั ไม่จาเปน็ ต้องใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลผา่ นทางข้วั บวกเหมอื นไฟฟา้
กระแสตรง เพราะไฟฟา้ กระแสสลับไมม่ ีขัว้ ตายตัว ขวั้ แรงดันจะสลบั ไปสลับมาตลอดเวลา กล่าวคอื สามารถต่อ
โดยให้สายวัดเสน้ ใดอยูข่ ้างใดกไ็ ด้ แตว่ ธิ วี ัดคา่ ยังใชห้ ลกั การเดยี วกนั กบั โวลต์มิเตอร์กระแสตรงกอ่ นท่จี ะนามลั ติ
มเิ ตอร์ไปวัดค่า ต้องทาการปรบั มลั ติมิเตอร์ใหเ้ ป็นโวลท์มเิ ตอรก์ ระแสสลบั ก่อน
จากนน้ั เลอื กช่วงการวัดให้เหมาะสม โดยหมุนสวิทชบ์ นตัวมิเตอร์ ไปทีต่ าแหนง่ ช่วงการวัดความต่างศักยไ์ ฟฟ้า
กระแสตรง (ACV) (หมายเลขอ้างองิ 10) ซ่งึ มี 4 ช่วงการวัดคอื 0-10V, 0-50V, 0-250V, 0-1000V
การวดั กระแสไฟฟ้ากระแสตรง
1. เลอื กตาแหนง่ ทตี่ ้องการวดั กระแสไฟฟา้ และตรวจสอบทิศทางการไหลของกระแสไฟฟา้
2. เสียบสายวัดมเิ ตอรส์ ีดาทขี่ ัว้ ลบ (- COM) และสายวดั สแี ดงที่ขว้ั บวก (+) เข้ากับมัลติมิเตอร์
3. ตั้งช่วงการวัดทเี่ หมาะสม ในกรณีทีท่ ราบคา่ กระแสในวงจร ควรตั้งชว่ งการวัดให้สูงกว่าค่ากระแสทท่ี ราบ แต่
ในกรณที ีไ่ มท่ ราบค่ากระแสในวงจร ควรตั้งช่วงการวัดทส่ี งู ๆ (0-0.25A) ไว้กอ่ น แล้วคอ่ ยปรบั ช่วงการวดั ใหม่
กอ่ นปรบั ชว่ งการวัดใหม่ตอ้ งเอาสายวัดออกจากวงจรทุกคร้ัง และต้องแน่ใจว่าค่าทีจ่ ะวดั ได้นั้นมีค่าไม่เกินชว่ ง
การวดั ทีป่ รับต้งั ใหม่
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั แรงดนั AC (AC
Current)
ในการวดั แรงดนั ไฟฟา้ กระแสสลบั เชน่ จาก ชอ่ งเสียบปลัก๊ ไฟ, ตู้จ่ายไฟ หรอื ชอ่ งเสียบอุปกรณ์จ่ายไฟ มี
วิธีการต้งั ค่าก่อนใช้งานดงั นี้
1. หมนุ ปรบั สวติ ช์ (Rotary switch) ไปทสี่ ญั ลกั ษณ์ ~V (หมายเลข “1” ดังรูป)
2. ต่อเข็มวดั (Test lead) เขา้ กับดจิ ิตอลมัลติมิเตอร:์ สีดา (ข้วั ลบ) ตอ่ กับช่องทม่ี สี ัญลักษณเ์ ขยี นวา่ “COM”
และ สแี ดง (ข้วั บวก) ต่อท่ีชอ่ งท่ีมีสญั ลักษณ์เขียนวา่ (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รูป
3. ต่อเข็มวดั เท่ากบั จดุ ที่ตอ้ งการวดั คา่ (หมายเลข “3” ดังรูป)
**เมอ่ื วัดคา่ ด้วยฟังกช์ ่ัน RMS ในระบบกระแสไฟฟ้าสลบั เราไม่จาเป็นที่จะต้องกงั วลเรอ่ื งขว้ั ท่ใี ชว้ ัด**
ขอ้ ควรระวัง!!
ห้ามต่อเข็มวัดทชี่ อ่ งวดั กระแส (“A” Terminal) ในกรณีท่ีเราไม่ใช้ฟังกช์ ่ันวดั กระแส สาหรบั ดิจติ อลมัลติ
มิเตอร์บางรนุ่ ถูกออกแบบมาใหม้ ีกลไกการปดิ ช่องวัดกระแส เพอ่ื ป้องกันการเชือ่ มตอ่ ทผี่ ิดพลาดหรอื ไมไ่ ด้
ต้ังใจ และบางรุ่นกไ็ ม่มชี ่องวัดกระแสเลย (จงใจนาออกไป) ในขณะทีด่ ิจิตอลมัลตมิ ิเตอรข์ อง Hioki น้ัน ได้
ตดิ ตั้งฟวิ สเ์ ข้าไปเพือ่ ป้องกันความเสยี หายทเี่ กิดจากการเช่ือมต่อเข็มวัดโดยไ่มต่ ง้ั ใจท่อาจเกดิ ขน้ึ ได้ สาหรบั
ขอ้ มูลเพ่มิ เติมเราดูไดจ้ ากขอ้ มูลจาเพาะของดิจิตอลมัลติมิเตอรแ์ ตล่ ะชนิด โดยดวู า่ คา่ ท่ีเราต้องการวัดนนั้ อยู่
ในช่วงการวดั ทวี่ งจรของดิจิตอลมลั ตมิ ิเตอร์นน้ั ทาการวดั ไดห้ รือไม่
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั แรงดนั DC (DC
Current)
ในการวดั แรงดนั ไฟฟฟา้ กระแสตรง เช่น แรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรงจากแผงโซลาร์ หรอื แรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรง
จากแบตเตอร่ี มวี ิธกี ารต้งั ค่าก่อนการใชง้ านดังนี้
1. หมนุ ปรับสวิตช์ (Rotary switch) ไปทสี่ ัญลักษณ์ :::V (หมายเลข “1” ดงั รูป)
2. ต่อเข็มวัด (Test lead) เขา้ กับดจิ ิตอลมัลติมิเตอร:์ สีดา (ข้ัวลบ) ต่อกับช่องทีม่ สี ญั ลกั ษณ์เขยี นว่า “COM”
และ สีแดง (ขั้วบวก) ตอ่ ท่ีชอ่ งทม่ี ีสญั ลกั ษณ์เขียนว่า (VΩ) (หมายเลข “2” ดังรปู
3. ต่อเขม็ วัดกบั จุดที่ตอ้ งการวดั โดยให้เขม็ วัดสีดาตอ่ ในดา้ นทเี่ ป็นลบ และ สแี ดงต่อในด้านที่เป็นบวก
ขอ้ ควรระวงั !!: ห้ามตอ่ เข็มวัดที่ช่องวดั กระแส (“A” Terminal) ในกรณีท่ีเราไม่ใชฟ้ งั ก์ชน่ั วดั กระแส สาหรบั
ดจิ ิตอลมัลตมิ ิเตอรบ์ างรุ่นถกู ออกแบบมาใหม้ กี ลไกการปิดช่องวดั กระแส เพอ่ื ป้องกันการเช่ือมต่อท่ีผิดพลาด
หรอื ไม่ไดต้ ง้ั ใจ และบางรนุ่ กไ็ มม่ ีช่องวัดกระแสเลย (จงใจนาออกไป) ในขณะที่ดิจิตอลมัลตมิ ิเตอร์ของ Hioki
นน้ั ได้ตดิ ต้ังฟิวส์เขา้ ไปเพ่ือปอ้ งกันความเสยี หายท่ีเกิดจากการเชือ่ มต่อเขม็ วัดโดยไ่มต่ ั้งใจท่อาจเกดิ ขึ้นได้
สาหรบั ขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ เราดูไดจ้ ากขอ้ มูลจาเพาะของดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอร์แต่ละชนิด โดยดูว่าคา่ ทเ่ี ราต้องการวัด
นน้ั อยใู่ นชว่ งการวัดทว่ี งจรของดิจติ อลมัลตมิ เิ ตอร์นนั้ ทาการวดั ไดห้ รือไม่
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ น่ั เชค็ ความต่อเนื่อง
(Checking Continuity)
ในการตรวจสอบการขาดของสายไฟ หรือ ตรวจสอบตน้ ทาง/ปลายทางของชุดสายไฟ (Wire harness cable)
มีวธิ กี ารตงั้ ค่าก่อนการใชง้ านดังนี้
1. หมนุ ปรับสวิตชไ์ ปท่ีสัญลักษณต์ ามหมายเลข “1” ดังรปู
2. ต่อเขม็ วัด (Test lead) เข้ากบั ดิจิตอลมัลตมิ ิเตอร:์ สีดา (ขว้ั ลบ) ตอ่ กับชอ่ งทมี่ สี ญั ลักษณเ์ ขียนวา่ “COM”
และ สีแดง (ขว้ั บวก) ตอ่ ท่ีชอ่ งท่มี สี ญั ลกั ษณเ์ ขยี นว่า (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รปู
3. ตอ่ เขม็ วดั กับจุดท่ีตอ้ งการวดั โดยตอ่ ระหว่างตน้ สายและปลายสาย (ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งดเู รอ่ื งข้วั )
ถ้ามีการเช่อื มตอ่ จรงิ ดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอรจ์ ะตอบสนองโดยการแสดงบนหนา้ จอ พร้อมมีเสยี งแจง้ แต่ถ้าไม่พบ
การเชือ่ มตอ่เกิดข้นึ (เชน่ ในกรณที ี่สายไฟขาดอยู่ภายใน) ดิจิตอลมัลตมิ ิเตอรจ์ ะไม่ตอบสนองใดๆบนหน้าจอ
และไม่มีเสียงการแจ้งเตอื น
ข้อควรระวงั !!
ก่อนจะลงมือตรวจสอบความต่อเนอ่ื ง ตอ้ งปิดแหลง่ จ่ายไฟ หรอื ตดั แหล่งจา่ ยไฟท่ีไปยังจุดทจี่ ะเช็คทุกคร้ัง
การใช้งานดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์: ฟังก์ช่ันการเช็คไดโอด
ในการตรวจสอบว่าไดโอตเสยี หรือไมน่ ้นั มีวิธีการตง้ั คา่ กอ่ นการใช้งานดังน้ี
1. หมนุ ปรับสวิตช์ไปท่ีสัญลักษณ์ตามหมายเลข “1” ดงั รูป
2. กดปุ่มฟงั ก์ช่นั “SHIFT” ดังหมายเลขรปู “2”
3. ต่อเขม็ วดั (Test lead) เขา้ กับดิจิตอลมัลติมิเตอร:์ สดี า (ข้ัวลบ) ตอ่ กบั ช่องที่มีสญั ลักษณ์เขียนว่า “COM”
และ สแี ดง (ขัว้ บวก) ตอ่ ท่ีช่องท่ีมีสัญลักษณ์เขียนวา่ (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รปู
4. นาเขม็ วัดไปวัดกับไดโอดตวั ทีเ่ ราต้องการ โดยใหเ้ ขม็ วัดสดี าอยู่ดา้ นแคโทด (Cathode, ด้านไอโอดที่มีแถบ)
และสีแดงอยู่อกี ด้านหน่งึ (Anode, ด้านที่ไมม่ แี ถบ)ดจิ ติ อลมัลตมิ ิเตอร์ จะแสดงคา่ แรงดนั ของไดโอด หาก
เชอ่ื มตอ่ ในทิศทางท่ถี กู ต้อง และแสดงค่า “OVER” หากเราเชื่อมต่อในทิศทางกลับดา้ นกนั
ข้อควรระวัง!!: กอ่ นจะลงมอื ตรวจสอบความตอ่ เน่ือง ต้องปดิ แหล่งจ่ายไฟ หรอื ตดั แหล่งจ่ายไฟท่ไี ปยังจดุ ท่จี ะ
เช็คทุกครงั้
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ นั่ การวดั ความตา้ นทาน
(Resistance measurement)
ในการวดั ความตา้ นทาน มีวธิ ีการตั้งคา่ ก่อนการใช้งานดงั นี้
1. หมนุ ปรับสวติ ชไ์ ปท่ีสญั ลักษณต์ ามหมายเลข “1” ดังรปู
2. ตอ่ เขม็ วดั (Test lead) เขา้ กับดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร:์ สีดา (ขว้ั ลบ) ต่อกับช่องทีม่ สี ัญลกั ษณเ์ ขียนวา่ “COM”
และ สแี ดง (ขัว้ บวก) ตอ่ ท่ีชอ่ งทม่ี ีสญั ลกั ษณ์เขยี นว่า (VΩ) (หมายเลข “2” ดงั รปู
3. นาเข็มวดั ไปเชื่อมตอ่ กับตวั ตา้ นทาน (Resistor) ดงั รูป “3” (ไม่จาเป็นต้องดูเร่ืองขั้ว)
ข้อควรระวัง!!: กอ่ นจะลงมอื ตรวจสอบความตอ่ เนอ่ื ง ต้องปดิ แหล่งจ่ายไฟ หรือ ตดั แหลง่ จา่ ยไฟทไ่ี ปยงั จุดทจ่ี ะ
เช็คทุกครง้ั
การใช้งานดิจิตอลมลั ติมเิ ตอร์: การวดั อุณหภูมิ
ในการวดั อณุ หภมู ิ เชน่ การวดั อุณหภูมเิ ครอ่ื งปรบั อากาศในขณะท่ีระบบทาความเยน็ ถกู ตดั แล้ว มวี ธิ กี ารต้ังคา่
กอ่ นการใช้งานดังน้ี
1. หมนุ ปรับสวติ ช์ไปท่ีสญั ลักษณ์ตามหมายเลข “1” ดงั รปู
2. กดปุ่มฟงั ก์ชั่น “SHIFT” ดงั หมายเลขรปู “2”
3. ในชอ่ งตอ่ เขม็ วัดของดิจิตอลมลั ตมิ ิเตอร์ เราใชเ้ ทอรโ์ มคปั เปิ้ล Type-K (Model: DT-49010, Hioki) ในการ
เชอื่ มตอ่ ดังรปู ที่ “3” (ระวงั การเชือ่ มตอ่ ในเรื่องของขวั้ บวกและลบ โดยดูจากสขี องชอ่ งต่อ และ หัวตอ่ ของ
เทอร์โมคัปเปิ้ล)**เราสามารถใชเ้ ทอร์โมคัปเปิ้ล Type-K ทีม่ เี ซนเซอร์แบบอืน่ ได้ด้วยเช่นกัน
การใช้งานดจิ ติ อลมลั ตมิ เิ ตอร์: การวดั ค่าความจุไฟฟ้า
(Measuring capacitance)
ในการวัดตวั เก็บประจุ มีวธิ กี ารตัง้ ค่ากอ่ นการใช้งานดงั ตอ่ ไปน้ี
1. หมนุ ปรับสวติ ช์ไปท่ีสญั ลกั ษณต์ ามหมายเลข “1” ดังรปู
2. ต่อเข็มวัด (Test lead) เข้ากบั ดจิ ติ อลมัลตมิ ิเตอร:์ สดี า (ขัว้ ลบ) ตอ่ กับชอ่ งทม่ี ีสัญลักษณ์เขยี นวา่ “COM”
และ สแี ดง (ข้ัวบวก) ตอ่ ที่ช่องท่มี ีสญั ลักษณ์เขยี นวา่ (VΩ) (หมายเลข “2” ดังรปู
3. ใชเ้ ข็มวดั เชื่อมตอ่ กับตัวเกบ็ ประจุโดยสาหรบั ตวั เก็บประจทุ ม่ี ขี ั้ว ใช้เข็มวดั สีแดวเข่อื มตอ่ กับข้วั บวก และเข็มวดั
สดี าเชอื่ มต่อกบั ข้วั ลบ**หนว่ ยของคา่ ความจุไฟฟ้า ของตัวเกบ็ ประจุแสดงดงั น:ี้ F, μF, nF, pF
การใช้งานดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร์: การวดั กระแส DC (DC
current)
ในการวดั คา่ กระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง มีวิธกี ารต้งั คา่ กอ่ นการใชง้ านดังตอ่ ไปนี้
**สาหรับการวดั กระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ดจิ ิตอลมมัลตมิ เิ ตอร์จะต้องเช่อื มตอ่ แบบอนกุ รมระหว่าง
แหล่งจา่ ยไฟและโหลด ซึ่งเราตอ้ งตัดสายไฟระหวา่ งแหล่งจา่ ยไฟกับโหลดออกกอ่ นแล้วนาเข็มวดั ทาการ
เช่อื มตอ่ ในจดุ ท่มี ีเคร่อื งหมาย “X” ดงั รูป
1. หมนุ ปรับสวิตชไ์ ปท่ีสญั ลักษณ์ตามหมายเลข “1” ดังรปู
2. กดปุ่มฟงั กช์ ั่น “SHIFT” ดงั หมายเลขรปู “2”
3. ต่อเข็มวัด (Test lead) เขา้ กับดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์: สีดา (ข้ัวลบ) ตอ่ กับชอ่ งทีม่ ีสัญลกั ษณ์เขยี นวา่ “COM”
และ สีแดง (ข้วั บวก) ต่อที่ชอ่ งที่มีสญั ลักษณ์เขยี นว่า “A” (หมายเลข “3” ดังรูป)
4. เชอ่ื มตอ่ เขม็ วดั เข้ากับวงจรโดยให้เข็มวัดสีดาเชือ่ มตอ่ ในด้านลบของแหล่งจา่ ยไฟ และ เขม็ วดั สีแดงเช่อื มตอ่ ดับ
ด้านทเี่ ปน็ โหลด (การเชือ่ มต่อลักษณะน้จี ะทาใหด้ ิจติ อลมัลตมิ ิเตอร์เชือ่ มต่อแบบอนุกรมระหวา่ งแหล่งจ่ายไฟ
และโหลด)
ข้อควรระวัง!!: ปดิ แหลง่ จา่ ยไฟไปส่โู หลดก่อนทาการเชอื่ มตอ่ และ ทาการเปิดเมือ่ เชอ่ื มตอ่ มัลติมิเตอรเ์ สรจ็ แลว้
ระวังเรื่องแรงดนั ทเ่ี กดิ จากแหลง่ จา่ ยไฟ (ไมค่ วรเช่ือมตอ่ ดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร์กบั แหล่งจ่ายไฟในแบบขนาน)
รวมถึงตรวจสอบคา่ กระแสสงู สุดทว่ี ดั ไดข้ องดิจติ อลมลั ตมิ เิ ตอร์ และ ใชเ้ พ่อื วดั กบั วงจรทีม่ ีค่ากระแสท่นี ้อยกวา่
หรือเทา่ กบั ที่ดิจิตอลมลั ตมิ ิเตอรเ์ รามีเท่านั้น
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั กระแส DC (4-20
mA DC current)
ในการวดั ค่ากระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง มีวิธกี ารต้ังค่าก่อนการใช้งานดังต่อไปน้ี
**สาหรบั การวดั กระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง ดิจติ อลมมัลตมิ เิ ตอร์จะตอ้ งเชอื่ มต่อแบบอนกุ รมระหวา่ ง
แหล่งจ่ายไฟและโหลด ซึง่ เราตอ้ งตัดสายไฟระหว่างแหล่งจ่ายไฟกับโหลดออกก่อนแลว้ นาเขม็ วัดทาการ
เชอ่ื มต่อในจดุ ทม่ี ีเครื่องหมาย “X” ดังรปู
1. หมุนปรับสวติ ช์ไปที่สญั ลกั ษณ์ตามหมายเลข “1” ดงั รปู
2. กดปุม่ ฟงั กช์ ัน่ “SHIFT” ดงั หมายเลขรูป “2”
3. ต่อเขม็ วดั (Test lead) เข้ากบั ดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร์: สีดา (ขว้ั ลบ) ตอ่ กบั ชอ่ งที่มสี ญั ลกั ษณเ์ ขยี นว่า “COM”
และ สีแดง (ขว้ั บวก) ตอ่ ที่ช่องทีม่ ีสญั ลักษณเ์ ขียนวา่ “μA mA” (หมายเลข “3” ดังรูป)
4. เชอ่ื มตอ่ เขม็ วดั เข้ากับวงจร โดยให้เข็มวัดสดี าต่อกบั ดา้ นของเซนเซอร์ และ ใหส้ ีแดงต่อกบั แหล่งจา่ ยไฟ
(Distributor side) ดงั รปู ท่ี “4”
ข้อควรระวงั !!: ปิดแหล่งจา่ ยไฟไปสโู่ หลดก่อนทาการเชอ่ื มต่อ และ ทาการเปิดเมือ่ เชือ่ มต่อมลั ติมเิ ตอรเ์ สรจ็ แลว้
ระวังเร่ืองแรงดนั ท่ีเกดิ จากแหลง่ จา่ ยไฟ (ไม่ควรเช่ือมตอ่ ดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอร์กับแหลง่ จ่ายไฟในแบบขนาน)
รวมถึงตรวจสอบค่ากระแสสงู สุดที่วัดไดข้ องดจิ ิตอลมัลตมิ ิเตอร์ และ ใชเ้ พื่อวัดกับวงจรท่ีมคี ่ากระแสทน่ี ้อยกว่า
หรอื เท่ากับท่ีดจิ ิตอลมลั ติมิเตอร์เรามเี ทา่ นั้น
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: การวดั กระแส AC โดยใชแ้ ค
ลมป์ (Measuring AC current with a
clamp-style sensor)
ในการวัดคา่ กระแสในวงจรไฟฟา้ กระแสสลบั โดยใชด้ ิจิตอลมัลตมิ เิ ตอร์ค่กู ับเซนเซอรท์ ่มี ีลกั ษณะเป็นแคลมป์ มี
วธิ ีการตั้งค่ากอ่ นการใช้งานดงั ต่อไปนี้
1. หมุนปรบั สวิตชไ์ ปท่ีสญั ลักษณ์ตามหมายเลข “1” ดงั รปู
2. กดปุ่มฟังก์ชน่ั “SHIFT” ดังหมายเลขรูป “2”
3. เช่ือมตอ่ หัวแปลงกบั เซนเซอร์แบบแคลมป์ ดังรปู ที่ “3” (สงั เกตการเชอ่ื มต่อของหัวแปลง โดยใหด้ ้านสดี า (ลบ)
ตอ่ กับด้านท่ีมสี ัญลกั ษณ์ “COM” และสีแดง (บวก) เชื่อมตอ่ กบั “VΩ”
4. ปรับชว่ งการวัดของเซนเซอรแ์ บบแคลมป์ตามรูปท่ี “4”
5. ใช้ปมุ่ “RANGE” ปรับช่วงการวัดของดจิ ิตอลมัลติมเิ ตอรใ์ หส้ อดคล้องกบั ช่วงการวดั ของเซนเซอร์แบบแคลมป์
ที่ได้ปรับไวต้ ามข้อกอ่ นหนา้ นี้ ดังรูปท่ี “5”
6. เช่ือมตอ่ เซนเซอรแ์ บบแคลมปก์ บั จุดทีต่ ้องการวัด ดังรูปท่ี “6”ขอ้ ควรระวงั !!: หากเซนเซอรแ์ บบแคลมปม์ กี าร
เปล่ียนช่วงการวดั ในขณะท่วี ัดอยู่ เราจะตอ้ งเปล่ียนช่วงการวดั ของดจิ ิตอลมัลตมิ ิเตอร์ตามไปดว้ ย เพื่อให้
สามารถแสดงคา่ ได้
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ น่ั เสริมอื่นๆ
Auto hold function: เป็นฟังก์ชนั่ ที่เคร่ืองจะคงค่าท่ีวัดไวไ้ ด้บนหน้าจอโดยอัตโนมตั ิ (ฟงั กช์ ่นั นจี้ ะคงค่าไว้มื่อ
คา่ ทีว่ ัดไดน้ ง่ิ เพียงพอ) และสามารถวัดตอ่ ได้เมื่อนาเข็มวัดไปสัมผัสจุดท่ตี ้องการวัดอื่นๆอีกครง้ั (เลอื กเปดิ ใช้
ฟงั ก์ชัน่ นโ้ี ดยการกดปุ่ม “HOLD” คา้ งไว้ประมาณ 1 วินาที)
Recording function: ฟังกช์ ่ันนจ้ี ะบนั ทึกค่าสูงสุด และ ค่าตา่ สดุ ท่วี ัดได้ (เรยี กใชฟ้ ังกช์ นั่ น้ีโดยการกดปมุ่
“MAX/MIN”)
Relative value function: ฟังกช์ ัน่ น้คี อื ฟังก์ชนั่ ทใี่ ช้ดูความแตกต่างทเ่ี กดิ จากการวัดเทียบกับค่าที่อา้ งอิงไว้
(เรียกใชฟ้ ังก์ชั่นนี้โดยการกดปุ่ม “MAX/MIN” คา้ งไว้ประมาณ 1 วนิ าท)ี
การใชง้ านดิจิตอลมลั ติมิเตอร์: ฟังกช์ น่ั การต้งั คา่ ศูนย์
สาหรับการวัดแรงดนั , กระแส และ ค่าความต้านทาน มวี ธิ ีการต้ังค่าดงั ต่อไปนี้
1. หมุนปรับสวติ ช์ไปยังโหมดการวดั ทีต่ อ้ งการตั้งคา่ ศูนย์ ตวั อยา่ งดงั รปู ท่ี “1”
2. เช่ือมตอ่ เข็มวัดเข้ากบั ดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์ โดยให้สีดา (ลบ) ตอ่ ที่ชอ่ ง “COM” และสแี ดง (บวก) ตอ่ ทช่ี ่อง
“VΩ” (สาหรบั การวดั อื่นๆที่ไม่ใชก้ ารวัดกระแส) และเชือ่ มต่อสดี า (ลบ) ท่ีช่อง “COM” กบั สีแดง (บวก) กบั
ชอ่ ง “A หรือ A, μA/mA ” (สาหรบั การวดั กระแส) ดงั รูปท่ี “2”
3. นาเข็มวัดสมั ผัสกนั เอง ดงั รปู ที่ “3”
4. ทาการต้ังคา่ ศนู ย์โดยการกดปมุ่ “MAX/MIN” คา้ งไวป้ ระมาณ 1 วนิ าทดี ังรูปท่ี “4”สาหรบั การต้ังค่าศูนยข์ อง
ฟงั กช์ ่นั ตวั เกบ็ ประจุ มีวธิ ีการตง้ั คา่ ดงั ต่อไปนี้
1. หมุนปรบั สวิตช์ไปยังโหมดการวัดทตี่ ้องการตัง้ คา่ ศูนย์ ตวั อย่างดังรปู ที่ “1”
2. เช่ือมต่อเขม็ วดั เข้ากับดิจิตอลมัลติมิเตอร์ โดยใหส้ ีดา (ลบ) ต่อทช่ี อ่ ง “COM” และสแี ดง (บวก) ตอ่ ท่ชี ่อง
“VΩ”
3. นาเข็มวัดห่างออกจากกัน (เปิดวงจร) ดงั รปู ที่ “3”
4. ทาการต้งั คา่ ศนู ย์โดยการกดปุ่ม “MAX/MIN” ค้างไว้ประมาณ 1 วินาทดี งั รปู ที่ “4”