The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.การบริหารยาในผู้ป่วยเด็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฺBeungkhangyai Hospital, 2023-04-04 04:46:47

3.การบริหารยาในผู้ป่วยเด็ก

3.การบริหารยาในผู้ป่วยเด็ก

โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ระเบียบปฏิบัติงาน เรื่อง : การบริหารยาในผู้ป่วยเด็ก ระเบียบปฏิบัติเลขที่ : WI-NSO-003 จำนวนหน้าทั้งหมด : 6 หน้า ปรับปรุงครั้งที่ : ทุก 1 ปี เรื่อง : การบริหารยาในผู้ป่วยเด็ก วันบังคับใช้ : 22 มกราคม 2565 วันที่ปรับปรุง : มกราคม 2565 สถานะของเอกสาร : ควบคุม ผู้จัดทำ : นางปนัดดา แสงทอง ผู้รับผิดชอบ : คณะกรรมการระบบยา กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ผู้อนุมัติ .................................................. (นางสาวปัญญา เถื่อนด้วง) รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล


1 1. วัตถุประสงค์: 1.1 เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการบริหารยาสำหรับพยาบาลวิชาชีพเป็นไปอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน 1.2 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนิเทศการบริหารยาในหน่วยงาน 1.3 เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการบริหารยาในผู้ป่วยเด็ก 2. นโยบาย : พยาบาลวิชาชีพให้การบริหารยาอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ผู้ป่วยปลอดภัยจากความคลาดเคลื่อนใน การบริหารยา (Administration error) 3. ขอบเขต : ใช้กับผู้ป่วยเด็กที่ได้รับยาทุกราย เริ่มตั้งแต่แพทย์สั่งใช้ยาถึงการลงบันทึกเอกสารทางการพยาบาล 4. ผู้รับผิดชอบ : 4.1 พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่รับคำสั่งการใช้ยา ตรวจสอบความถูกต้องของยาและใบMAR ที่ได้รับ จาก เภสัชกร ระบุตัวผู้ป่วยให้ถูกต้อง บริหารยาแก่ผู้ป่วย เฝ้าระวังและติดตามอาการผู้ป่วยหลังบริหารยา บันทึก เวลาให้ยาและบันทึกทางการพยาบาล รายงานความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา 4.2 พยาบาลหัวหน้าเวร (chief nurse) พยาบาล MSWN หัวหน้าหอผู้ป่วย มีหน้าที่กำกับ ติดตาม นิเทศ การบริหารยาปลอดภัย 4.3 คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพการบริหารยามีหน้าที่ รวบรวม ทบทวน วิเคราะห์ ติดตามการแก้ไข ปัญหาความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา และหาแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ 5. คำนิยามศัพท์ 5.1 อายุของเด็ก 5.1.1 ทารกคลอดก่อนกำหนด (Premature) หมายถึงทารกที่คลอดก่อนกำหนดอายุครรภ์ (อายุครรภ์<38 สัปดาห์) 5.1.2 ทารกแรกเกิด(New born) หมายถึงเด็กแรกคลอด – 1 เดือน 5.1.3 เด็กทารก (Infant) หมายถึงเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 เดือน – 1 ปี 5.1.4 เด็กเล็ก (Childhood) หมายถึงเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 – 5 ปี 5.1.5 เด็กโต หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6-12 ปี 5.1.6 เด็กวัยรุ่น หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 13-15 ปี 5.2 การบริหารยา หมายถึง กระบวนการปฏิบัติการพยาบาลนำยาเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยทุกรูปแบบ


2 ยา ได้แก่ยารับประทาน ยาฉีด ยาทา ยาสอด เริ่มตั้งแต่ รับคำสั่งการใช้ยา ตรวจสอบความถูกต้องของยาและ ใบ MAR ที่ได้รับจากเภสัชกร ระบุตัวผู้ป่วยให้ถูกต้อง บริหารยาแก่ผู้ป่วย เฝ้าระวังและติดตามอาการผู้ป่วย หลังบริหารยา บันทึกเวลาให้ยาและบันทึกทางการพยาบาล รวมถึงการคืนยา โดยคำนึงถึงความถูกต้องตาม แนวปฏิบัติการบริหารยา ผู้ใช้บริการได้รับยาอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการให้ยา 5.3 การ cross check หมายถึง การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งการใช้ยา(order) ความ ถูกต้องของยา และความถูกต้องของรายการยาในใบ MAR 5.4 Pre-admin error หมายถึง ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาที่เกิดในขั้นตอนกระบวนการ ก่อนบริหารยาให้ผู้ป่วย ระดับความรุนแรง A-B 5.5 Administration Error หมายถึง ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาที่เกิดในขั้นตอน กระบวนการบริหารยาให้กับผู้ป่วย ระดับความรุนแรง ตั้งแต่ระดับ C ขึ้นไป 6. รายละเอียดในการบริหารยา 6.1 การรับคำสั่งการใช้ยา 1) ตรวจสอบชื่อ-สกุล HN ของผู้ป่วยโดยการใช้ sticker ติดที่ใบคำสั่งคำสั่งการรักษาทุก แผ่น ให้ถูกต้องกับตัวผู้ป่วย 2) ไม่รับคำสั่งที่เป็นตัวย่อ สัญลักษณ์ และ อัตราส่วน ตามข้อกำหนดของโรงพยาบาล หาก พบคำสั่งให้แจ้งแพทย์เพื่อทบทวนและแก้ไข 3) ตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งแพทย์เมื่อพบความไม่ชัดเจนหรือมีข้อสงสัย เช่น ชื่อยา ขนาดยา ความถี่ ระยะเวลา รูปแบบยา ช่องทางการให้ยา อัตราเร็วในการให้ยา ให้สอบถามแพทย์ทันที หาก แพทย์ไม่อยู่ในหน่วยงานให้โทรศัพท์ติดต่อ เพื่อทบทวนและยืนยันความถูกต้อง ไม่แก้ไขคำสั่ง ไม่คาดเดาคำสั่ง 4) กรณีที่พยาบาลผู้รับคำสั่งเป็นระดับปฏิบัติการหรือสมรรถนะระดับ novice ให้ทบทวน คำสั่งกับพยาบาลพี่เลี้ยงหรือพยาบาล chief nurse หากมีข้อสงสัย 5) กรณีเป็นคำสั่งด้วยวาจาหรือทางโทรศัพท์ในรายที่จำเป็นและเร่งด่วน ให้อ่านทวนคำสั่ง ซ้ำทุกครั้ง พร้อมทั้งใช้ตรายางประทับ รคส.(รับคำสั่ง) ชื่อแพทย์ พร้อมลงลายมือชื่อผู้รับคำสั่ง วันที่ เวลาที่รับ คำสั่ง และติดตามแพทย์ลงลายมือชื่อภายใน 24 ชั่วโมง 6) กรณีรับคำสั่งยา stat ใช้หลักการ “เขียน /พับ/ แจ้ง” โดยนับเวลาที่แพทย์แจ้งเป็น เวลาจุดเริ่มของการบริหารยา stat 6.2 การเตรียมยา 1) จัดยาในสถานที่ที่เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีสิ่งรบกวน 2) เมื่อได้รับยาจากห้องจ่ายยาให้ตรวจสอบยาและรายการในใบ MAR ที่ได้รับให้ถูกต้องตรง กับคำสั่งแพทย์(Cross check ยาโดยมีจุดเน้น ยา/MAR/order)


3 3) หลังจาก cross check ถูกต้อง ก่อนการเตรียมยาให้ใช้ใบ MAR ในการเตรียมยา หากไม่ สามารถใช้ใบ MAR ได้และใช้ drug admin time ให้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคำสั่งการใช้ยาให้เป็นปัจจุบัน (real time) โดยเฉพาะกรณีที่พยาบาลผู้รับคำสั่งเป็นคนละคนกับพยาบาลผู้เตรียมยาเพื่อป้องกันความ ผิดพลาดจากการแปลคำสั่ง (transcribing error) 4) การเตรียมยาในเวรห้ามเตรียมยาไว้เกิน 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาบริหารยาและต้องมี label ระบุชื่อผู้ป่วย ชื่อยา เวลาที่ให้ยาอย่างครบถ้วน และห้ามเตรียมยาให้กันหรือเตรียมยาข้ามเวร 5) การเตรียมยาความเสี่ยงสูง (High Alert Drug : HAD) ให้เพิ่มการตรวจสอบโดยพยาบาล 2 คน (Double Check) พร้อมทั้งติดสติกเกอร์ HAD ที่ขวดยาทุกครั้ง 6) กรณีเตรียมยาน้ำโดยใช้ syringe ให้ระบุชื่อ-สกุลผู้ป่วย ชื่อยา ขนาดยา เวลาให้ยาให้ ชัดเจน 7) ตรวจสอบ IV admixture ก่อนผสมยาทุกครั้งโดยเฉพาะรายการยา 7 star และ HAD กรณียาฉีดที่ผสมแล้วเก็บไว้ใช้ใน dose ต่อไป(บรรจุใน vial) ให้ระบุความเข้มข้นของยา วัน-เวลาที่ผสม และ วัน-เวลาหมดอายุหลังการผสม ให้ชัดเจน 8) การเตรียมยารับประทานจัดยาใส่แก้วยาที่มีฝาปิดไม่แกะยาจากฟรอยด์ ติดlabel บน แก้วยา ระบุตัวผู้ป่วยชัดเจน 9) การเตรียมยาทางหลอดเลือดดำไม่เตรียมวางไว้ ให้เตรียมแล้วไปบริหารตามเวลาที่ กำหนด และติดสติ๊กเกอร์ระบุชื่อ-สกุลผู้ป่วยและชื่อยา ขนาดยา ให้ถูกต้อง 6.3 การบริหารยา 1) เมื่อเตรียมยาเรียบร้อยตามคำสั่งแพทย์ตรวจสอบความถูกต้องของชนิดยา(Right Drug) ความเข้มข้นยา(Right Dose) วิธีการให้(Right Route) เวลาที่ให้ (Right time)ก่อนบริหารยา และ นำใบ MAR/Drug Admin time ไปพร้อมการบริหารยาผู้ป่วยที่เตียงทุกครั้ง 2) ระบุตัวผู้ป่วยให้ถูกต้อง (Right patient) โดยตรวจสอบชื่อผู้ป่วย 3 แห่ง ได้แก่ ที่ label ยา สติ๊กเกอร์ที่ติดกับ syringe หรือแก้วยา ที่ใบ MAR / Drug Admin time และที่ป้ายข้อมือผู้ป่วย หรือสอบถามชื่อ-สกุลผู้ป่วยจากผู้ปกครอง ทุกครั้งก่อนบริหารยา 3) กรณีมีผู้ป่วยชื่อเดียวกัน หรือ ชื่อ-สกุลเดียวกัน ในหอผู้ป่วยควรมีการส่งเวรสื่อสารในทีม ให้รับทราบเพื่อระมัดระวังมากยิ่งขึ้น 4) ตรวจสอบประวัติแพ้ยาก่อนการบริหารยาทุกครั้งโดยเฉพาะการนำยา stock มาบริหาร ให้กับผู้ป่วย 5) กรณียา stat ให้บริหารยาใน 30 นาที ยา First dose ของยา Antibiotic ให้บริหารยา ภายใน 1 ชั่วโมง ยา OD บริหารยา ภายใน 4 ชั่วโมง นับจากที่แพทย์สั่ง 6) ใช้ Infusion plump ในการบริหารยาที่มีความเสี่ยงสูง (Right Technique) เช่น KCL ยาเคมีบำบัด ยาเสพติด vasopessor และ HAD 7) ตรวจสอบความเข้ากันได้ของยาก่อนการบริหารยาโดยดูตามตาราง incompatibity ที่


4 ระบบยาของโรงพยาบาลกำหนดไว้ 6.4 การติดตามหลังการให้ยา 1) Monitor หลังบริหารยาได้แก่ V/S ผื่น อาการเฉพาะที่เป็นจากฤทธิ์ของยา ถ้าพบ อาการผิดปกติให้รายงานแพทย์ทราบ พร้อมทั้งบันทึกใน Nurse Note ให้สมบูรณ์ 2) กรณีเป็นการบริหารยา desensitization ให้เฝ้าระวังตามแนวปฏิบัติการป้องกันแพ้ยา ซ้ำ 3) ตรวจสอบตำแหน่งที่ให้ยาอย่างน้อยเวรละ 1 ครั้ง ประเมินและเฝ้าระวังตามแนวปฏิบัติ หลอดเลือดดำอักเสบ โดยเฉพาะยา HAD ยาเคมีบำบัด และยาที่มีความเข้มข้นสูง 4) ประเมินและเฝ้าระวังอาการ hypersensitivity หลังการบริหารยาเคมีบำบัด 6.5 การบันทึก (Right Record) 1) บันทึกเวลาที่บริหารแบบ real time ในใบ MAR ไม่เซ็นชื่อไว้ล่วงหน้า 2) บันทึกในฉลาก HAD ให้ครบถ้วนพร้อมเซ็นชื่อให้เรียบร้อย 3) บันทึกผู้ตรวจสอบในใบMAR หลังจาก cross check แล้ว 4) บันทึกข้อวินิจฉัยปัญหาทางการพยาบาลที่เกี่ยวกับยาและบันทึกการ monitor ติดตาม เฝ้าระวังหลังบริหารยาใน Nurse Note ตามแนวปฏิบัติการบันทึกทางการพยาบาล 5) หากพบความคลาดเคลื่อนทางยาทั้ง pre-admin error และ administration error ให้ ลงรายงานในระบบ 2 24 6) บันทึกการทำ ARCA/RCA หากเป็นความคลาดเคลื่อนระดับ E up 6.6 การคืนยา เมื่อแพทย์มีคำสั่งหยุดยา หรือกรณีผู้ป่วยจำหน่าย ให้คืนยาผู้ป่วย โดยระบุว่าเป็นยาของ ผู้ป่วยรายใด ดังนี้ 1) กรณีแพทย์มีคำสั่งหยุดใช้ยา 1.1 ถ้าแพทย์สั่งหยุดใช้ยาในเวลาทำการ (เวรเช้า) ให้นำยาส่งคืนห้องยาภายในเวรนั้น โดยระบุชื่อสกุลผู้ป่วย หรือติด Label ยาพร้อมแนบ copy order คืนยา ก่อนส่งคืนห้องยา ภายใน 24 ชั่วโมง 1.2 ถ้าแพทย์สั่งหยุดใช้ยา นอกเวลาทำการ (เวร บ่าย ดึก) ให้เก็บยาไว้แยกจากยา ปัจจุบัน ติด Label ยาพร้อมแนบ copy order คืนยา และส่งคืนห้องยาตามแผนกในเวลาทำการ (เวรเช้า) ภายใน 24 ชั่วโมง 1.3 บันทึกในใบ MAR โดยขีดฆ่ารายการที่มีคำสั่งหยุดใช้ยา ระบุเวลาที่หยุด พร้อมทั้ง ตรวจสอบใบ MAR วันถัดไปว่ายังมีรายการอยู่หรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้องให้แจ้งประสานงานเภสัชในเวรนั้น ทราบ 2) กรณีผู้ป่วยจำหน่ายกลับบ้าน 2.1 เมือผู้ป่วยติดต่อเบิกยากลับบ้าน ให้ส่งยาเดิมผู้ป่วยทั้งหมดคืนห้องยา ทั้ง ในและนอก


5 เวลาทำการ 2.2 กรณีที่ส่งผู้ป่วยติดต่อเบิกยากลับบ้าน แล้วรถยายังอยู่ที่ห้องยา ให้พยาบาลโทรแจ้ง ห้องยาว่าผู้ป่วยจำหน่าย เพื่อให้เภสัชเก็บยาออกรถยา ป้องกันการสวนทางของยาคืนและค้างที่ ward เนื่องจากชื่อผู้ป่วยถูกจำหน่ายแล้ว 3) กรณีคืนยาที่ไม่มีชื่อผู้ป่วย หากพบว่ามียาที่ไม่ได้คืนหลังจากจำหน่ายผู้ป่วยออกแล้ว ให้เขียนบันทึกการคืนยา โดย ระบุชื่อพยาบาลที่คืน (หากไม่สามารถระบุชื่อพยาบาลให้ลงชื่อหัวหน้าหน่วยงาน) ชื่อยา และจำนวน ยาที่ คืน วันหมดอายุ ถ้ายาที่คืนเป็นยารับประทาน มีหลายซอง ให้ระบุว่า ยา ซอง จำนวน โดยไม่ต้องระบุชื่อยา ตาม แบบบันทึกการคืนยา 7. เครื่องชี้วัดคุณภาพ 7.1 อุบัติการณ์การบริหารยาผิดคน เท่ากับ 0 7.2 อุบัติการณ์การบริหารยาแพ้ยาซ้ำ เท่ากับ 0 7.3 อุบัติการณ์การบริหารยาHAD (warfarin/KCL/insulin) ระดับ D เท่ากับ 0 7.4 อุบัติการณ์การบริหารยาE up เท่ากับ 0 7.5 สัดส่วน pre-admin error: admin error เท่ากับ 10 : 1 8. เอกสารที่เกี่ยวข้อง 8.1 ใบคำสั่งการรักษา (order) 8.2 ใบ MAR 8.3 สติ๊กเกอร์ยาและ HAD 8.4 บันทึกทางการพยาบาล 8.5 ระบบ 224 8.6 แนวปฏิบัติและข้อกำหนดระบบยาของโรงพยาบาล


Click to View FlipBook Version