ตำนานลายลักษณ์อักษร
จัดทำโดย
นายเสฏฐวุฒิ เผื่อนปฐม
ม.4/4 เลขที่19
เสนอ
อาจารย์ศิริธร นรสิทธิ์
สารบัญ หน้า
1
เรื่อง 1
ประวัติศาสตร์ของอักษร
อักษรวิธีและอักษรไทย 2-3
ประวัติอักษรไทย 4-5
อักษรละติน 5-7
ชุดตัวอักษรกรีก 8-9
อักษรเฮียโรกลีฟิค 10
ชุดตัวอักษรฟินิเชีย
ประวัติศาสตร์ของอักษร
ชนิดแทนหน่วยเสียงมีจุดเริ่มต้นอยู่ใน อียิปต์โบราณ
อักษรแทนหน่วยเสียงชนิดแรกเป็น อักษรไร้สระ
ปรากฏเมื่อ 1,457 ปีก่อนพุทธศักราช ซึ่งเป็นผลงานของ
แรงงานชาวเซมิติกในอียิปต์ เพื่อใช้เขียนภาษาของตนเอง
โดยได้รับอิทธิพลจากอักษรที่ใช้แทนเสียงพยัญชนะซึ่งใช้
คู่กับอักษรคำในอักษร ไฮโรกลิฟ ฟิก อักษรอื่น ๆ ที่ใช้ใน
ปัจจุบันส่วนใหญ่พัฒนามาจากอักษรนี้รวมทั้ง
อักษรฟินิเชีย อักษรกรีก และ อักษรละติน
อักษรวิธีและอักษรไทย
ภาษาไทยเรามีตัวอักษรใช้เป็นของตนเองตั้งแต่สมัย
สุโขทัย ดังหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึก พ่อขุน
รามคำแหงที่จารึกเกี่ยวกับอักษรไทยไว้ว่า ในปี พ.ศ.
๑๘๒๖ พ่อขุนรามคำแหง หาใคร่ใจ ในใจ และใส่ลายสือ
ไทยนี้ ลายสือไทยนี้จึงมีเพื่อพ่อขุนผู้นั้นใส่ไว้ ตัวอักษร
ของพ่อขุนรามคำแหง นั้นได้มีการพัฒนาปรับปรุงเรื่อย
มาจนเป็นอักษรไทยในปัจจุบัน ทำให้เรามีตัวอักษรใช้
แทนเสียงพูดซึ่งตัวอักษรไทยนั้นเราใช้แทนเสียงสระ
เสียงพยัญชนะ และเสียงวรรณยุกต์ เสียงทั้ง ๓ ชนิดนี้
เราสามารถนำมาสร้างเป็นคำใหม่ ๆ ใช้ในภาษามากขึ้น
การจะใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเหมาะสมนั้น เราควรรู้
ลักษณะภาษาไทย รวมทั้งเขียนหนังสือที่ถูกต้อง ตำแหน่ง
และลักษณะของตัวอักษรตลอดจน หน้าที่ของตัวอักษร
แต่ละชนิด
ประวัติอักษรไทย
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น เมื่อ
พ.ศ.๑๘๒๖ โดยดัดแปลงมาจากอักษรไทยเดิมและอักษร
ขอมหวัด อักษรที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงคิดขึ้นนั้นมี
ลักษณะแตกต่างจากอักษรปัจจุบันอยู่บ้าง ต่อมาสมัยพระ
มหาธรรมราชาลิไททรงเปลี่ยนแปลงอักษรในบางประการ
แต่ยังคงลักษณะใกล้เคียงแบบตัวอักษรที่พ่อขุนรามคำแหง
มหาราชทรงวางไว้ ครั้งถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ได้ทรงปฏิรูป การเขียนอักษรหลายอย่าง เช่น มีการใช้ไม้ทัน
อากาศแทนการเขียนอักษรซ้อน มีการเพิ่มอักษรใหม่บางตัว
เป็นต้น แต่ก็ไม่ทำให้อักษรไทยเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ล่วง
มาถึงสมัยรัชกาลที่ ๑ ก็ยังคงใช้ตัวอักษรเหมือนสมัยสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราชแต่เพิ่มเครื่องหมายวรรณยุกต์ครบทั้ง
๔ รูป
ตัวอักษรไทยสมัยรัชกาลที่๑ เป็นแบบอย่างการเขียนตัว
อักษรเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาสมัยหลัง ๆ ได้มีผู้คิด
ลักษณะอักษรและวิธีเขียนตัวอักษรแบบใหม่ๆ อีกหลายวิธี
แต่ไม่ได้รับความนิยม การที่แต่ละยุคแต่ละสมัย ได้พยายาม
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวอักษรก็เพื่อความสะดวกในการ
เขียน
ปัจจุบันการเขียนหนังสือไทยจะต้องเป็นไปตามระเบียบการ
ใช้ตัวสะกด ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งอาจ
มีการแก้ไขปรับปรุงในการพิมพ์แต่ละครั้ง
อักษรละติน
อักษรละติน หรือ อักษรโรมัน เป็น ระบบตัวเขียน แบบ ตัว
อักษร สันนิษฐานว่าอักษรละตินมีที่มาจาก อักษรคิวมี ซึ่ง
ดัดแปลงมาจาก อักษรกรีก อีกทอดหนึ่ง ที่ใช้กันแพร่หลาย
ที่สุดในโลก โดยเฉพาะประเทศในยุโรปและอเมริกา และ
ประเทศในเอเชียที่นำอักษรละตินมาใช้ในภายหลังเช่น
ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย
ประเทศเติร์กเมนิสถาน ประเทศอุซเบกิสถาน ประเทศอา
เซอร์ไบจาน ประเทศตุรกี และ ประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึง
การเขียนภาษาด้วยอักษรโรมัน ในภาษาต่าง ๆ เช่น พินอิน
(ภาษาจีน) หรือ โรมาจิ (ภาษาญี่ปุ่น)
ประวัติอักษรละติน
อักษรละตินเริ่มแรกมี เพียง 21 ตัว ได้แก่ A B C D E F G H I
K L M N O P Q R S T V X โดยอักษร J U W Y Z ได้เพิ่มมา
ทีหลัง และ J เป็นอักษรตัวสุดท้ายที่เพิ่มเข้ามา
จารึกอักษรละตินเก่าสุดมีอายุราว 57 ปีก่อนพุทธศักราช
พัฒนามาจากชุดตัวอักษรอิทรัสคันเมื่อราว 100 ปีก่อนหน้า
นั้น อักษร Y และ Z นำมาจากอักษรกรีก เพื่อเขียนคำยืมจาก
ภาษากรีก อักษรอื่นถูกเพิ่มเติมเข้ามาตามลำดับเวลา ที่
กำหนด
ชุดตัวอักษรกรีก
เป็นชุดของ อักษร ที่ใช้สำหรับเขียน ภาษากรีก โดยมี
พัฒนาการมาตั้งแต่ ยุคคลาสสิก ประมาณ 357 ปีก่อน
พุทธศักราช (ศตวรรษที่ 9 ก่อนคริสต์ศักราช) และยังคงใช้
สืบต่อเรื่อยมา นับเป็นอักษรที่เก่าแก่ที่สุดแบบหนึ่งที่ยังคงใช้
อยู่ในปัจจุบัน ในสมัยกรีกโบราณนั้น อักษรกรีกยังใช้เขียน
แทนจำนวนอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้จะเรียกว่า เลขกรีก ใน
ทำนองเดียวกับ เลขโรมัน ทุกวันนี้เราใช้อักษรกรีกเป็น
สัญลักษณ์คณิตศาสตร์ เป็นชื่อ ดาวฤกษ์ เป็นชื่อ กลุ่ม
ภราดร และ กลุ่มภคินี และใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ อีกมาก
ประวัติอักษรกรีก
อักษรกรีกนั้นปรับปรุงแก้ไขจากอักษรฟินิเชีย และยังได้
เป็นจุดกำเนิดพัฒนาการของอักษรอื่น ๆ อีกหลายแบบ เช่น
อักษรละติน (อักษรโรมัน) อักษรกลาโกลิติก อักษรคอปติก
และอักษรซีริลลิก เป็นต้น อาจรวมถึงอักษรอาร์มีเนียด้วย
จากข้อเขียนของเฮโรโดตัสระบุว่าตัวอักษรเข้าสู่กรีซครั้ง
แรกโดยชาวฟินิเชียชื่อแคดมัส การเปลี่ยนแปลงของอักษร
กรีกเมื่อเทียบกับอักษรฟินิเชีย คือการเพิ่มสัญลักษณ์แทน
เสียงสระ ซึ่งได้แก่ อัลฟา เอฟซีลอน ไอโอตา โอไมครอน
และอัฟซีลอน และเพิ่มพยัญชนะบางตัวเข้าไป ในช่วงแรก
อักษรกรีกมีความหลากหลายมาก มีความแตกต่างอย่าง
ชัดเจนระหว่างกรีซตะวันตกหรือคัลเดียกับกรีซตะวันออก
หรือไอโอนิก รัฐเอเธนส์กำหนดระบบการเขียนแบบไอโอ
นิกให้เป็นมาตรฐานเมื่อ พ.ศ. 140 ปัจจุบันอักษรกรีกเขียน
จากซ้ายไปขวา แต่ในอดีตเคยเขียนจากขวาไปซ้าย
ใช้เขียน
ภาษากรีก
ภาษานาร์บอน มีผู้พูดทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเมื่อราว
พ.ศ. 243
คัมภีร์ไบเบิลภาคภาษาฮีบรู
ภาษาอาหรับเมื่อราว พ.ศ. 1300
ภาษาตุรกีในหมู่ชาวตุรกีที่นับถือศาสนาคริสต์นิกาย
กรีกออร์ธอดอกซ์
ภาษาอัลเบเนีย เมื่อราว พ.ศ. 2043
ภาษากลุ่มสลาวิกใต้ เช่นภาษามาซิโดเนีย
ภาษาคอปติก
ภาษานิวเบียโบราณ
อักษรเฮียโรกลีฟิค
เป็นอักษรภาพอย่างหนึ่งของอียิปต์โบราณ เพิ่งมีการอ่าน
และแปลความหมายได้อย่างชัดเจนเป็นระบบเมื่อมีการค้นพบ
หินโรเซตตาในปีพ.ศ.2342 ที่จารึกโดยตัวอักษร 3 แบบ คือ
กรีกโบราณดีโมติก และไฮโรกลิฟ การเปรียบเทียบชื่อ
ราชวงศ์ต่าง ๆ โดยใช้ตัวอักษร 3 แบบ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญภาษา
โบราณสามารถอ่านอักษรไฮโรกลิฟ ได้ใน 25 ปีต่อมา
จุดกำเนิด
ชาวอียิปต์เชื่อว่าอักษรนี้ประดิษฐ์โดยเทพเจ้าโทห์ และเรียก
ชื่ออักษรว่า mdwt ntr (คำพูดของพระเจ้า) คำว่าไฮโรกลิฟฟิก
มาจากภาษากรีก hieros (ศักดิ์สิทธิ์) + glypho (จารึก) คำนี้ใช้
เป็นครั้งแรก โดยคลีเมนต์แห่งอเล็กซานเดรีย การเขียนใน
อียิปต์ที่เก่าที่สุด เริ่มเมื่อราว 2,867 ปีก่อนพุทธศักราช ส่วน
อักษร ไฮโรกลิฟฟิกที่ใหม่ที่สุด เป็นประกาศที่กำแพงวิหารใน
ฟิแล อายุราว พ.ศ. 939 อักษรนี้ใช้กับจารึกอย่างเป็นทางการ
ตามกำแพงวิหารและหลุมฝังศพ บางแห่งมีการระบายสีด้วย
การเขียนทั่วไป ในชีวิตประจำวันใช้อักษรเฮียราติกหลังจาก
จักรพรรดิทีออสซิอุสที่1สั่งปิดวิหารของพวกเพเกิน ทั่ว
จักรวรรดิโรมันในช่วงพ.ศ. 1000 ความรู้เกี่ยวกับอักษรนี้ได้
สูญหายไป จนกระทั่งชอง-ฟรองซัว ชองโปเลียงชาวฝรั่งเศส
ถอดความอักษรนี้ได้
ลักษณะ
อักษรไฮโรกลิฟฟิกอาจจะเก่ากว่าอักษรรูปลิ่มของชาวซู
เมอร์ทิศทางการเขียนเป็นได้หลายแบบ ทั้งแนวนอน ซ้ายไป
ขวาหรือขวาไปซ้าย แนวตั้งจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวาหรือ
ขวาไปซ้าย การบอกทิศทาง สังเกตจากการหันหน้าของรูป
คนหรือสัตว์ ซึ่งจะหันหน้าเข้าหาจุดเริ่มต้นของเส้น อียิปต์ยุค
ต้นและยุคกลาง (ราว 1,457-1,057 ปีก่อนพุทธศักราช) ใช้
สัญลักษณ์ 700 ตัว ในยุคกรีก-โรมัน ใช้สัญญลักษณ์
มากกว่า 5,600 ตัว สัญลักษณ์แต่ละตัวบอกทั้งการออกเสียง
และความหมาย เช่นสัญลักษณ์ของจระเข้ เป็นรูปจระเข้รวม
กับสัญลักษณ์แทนเสียง “msh” เช่นเดียวกับคำว่าแมว “miw”
จะใช้รูปแมว รวมกับสัญลักษณ์แทนอักษร m i และ w
อักษรที่มีลักษณะเช่นเดียวกับอักษรไฮโรกลิฟฟิกของอียิปต์
จะเรียกอักษรไฮโรกลิฟฟิกด้วย เช่นอักษรไฮโรกลิฟฟิกของ
ชาวลูเวียและชาวฮิตไตน์
ชุดตัวอักษรฟินิเชีย
ชุดตัวอักษรฟินิเชีย พัฒนามาจาก ชุดตัวอักษรเคนัน ยุค
แรกเริ่ม ซึ่งปรากฏครั้งแรกราว 1,800–1,700 ปีก่อน คริสต์
ศักราช จารึกเก่าสุดมาจากเมืองโบราณ บิบลัส อายุราว
1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีอักษร 22 ตัว ไม่มีเครื่องหมาย
สระ ชื่อตัวอักษรเหมือนที่ใช้เรียก อักษรฮีบรู
ใช้เขียน
ภาษาฟินิเชีย ชาวฟินิเชียเป็นพ่อค้าที่ยิ่งใหญ่ ทำการค้า
ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชายฝั่ งมหาสมุทร
แอตแลนติกของทวีปยุโรป และอาจรวมไปถึงทวีป
แอฟริกา คำว่า "ฟินิเชีย" มาจากภาษากรีก แปลว่า
"พ่อค้าสีม่วง" ชุดตัวอักษรกรีกและฮีบรูมาจากชุดตัว
อักษรฟินิเชีย