รายงานโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่ือง อนุรักษ์คาเมืองภาษาถิน่ เหนือ (preserving the northern language)
จดั ทาโดย
นางสาวกนกวรรณ คลส่ี ถิตย์ เลขที่ 2
นายฐิติวฒุ น์ แก้วศรีมล เลขท่ี 4
นางสาวบุญณดา นิยะกจิ เลขท่ี 16
นายหฤษฏ์ พรหมมงคล เลขท่ี 28
นางสาวอาทยิ า จนั ทระเ ลขท่ี 29
ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6/2
นาเสนอ
คุณครูเชาวลติ วมิ ล
รายงานโครงงานเร่ือง อนุรักษ์คาเมืองภาษาถิน่ เหนือ นีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของ
รายวชิ า สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565
โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต 11
ชื่อโครงงาน อนุรักษค์ าเมืองภาษาถ่ินเหนือ (preserving the northern language)
ช่ือนักเรียน นางสาวกนกวรรณ คลี่สถิตย์ เลขที่ 2
นายฐิติวฒุ น์ แกว้ ศรีมล เลขท่ี 4
ระดับช้ัน นางสาวบุญณดา นิยะกิจ เลขท่ี 16
ช่ือครูทป่ี รึกษาโครงงาน นายหฤษฏ์ พรหมมงคล เลขที่ 28
โรงเรียน นางสาวอาทิยา จนั ทระเ ลขที่ 29
ปี พทุ ธศักราช มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6/2
คุณครูเชาวลิต วมิ ล
กาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
2565
บทคดั ย่อ
โดรงงานสงั คมศกึ มา ศาสนา และวฒั นธรรม น้ีเป็นการศกึ มาและคน้ ควา้ โดยนกั เรียนช้นั
มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลยั สุราษฎร์ธานี เร่ือง อนุรักษค์ าเมืองภาษาถ่ินเหนือ
(preserving the northern language) โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื เป็นการอนุรักษภ์ าษาของถิ่นเหนือ ศึกษา
ตน้ กาเนิดของภาษาถิ่นเหนือ ลกั ษณะต่างๆของภาษาเหนือคาบางคาท่ีไม่ค่อยเป็นท่ีนิยมเพราะ
ปัจจุบนั ไม่ไดใ้ ช้ วธิ ีการดาเนินงานของโครงงานสังคมศกึ มา ศาสนา และวฒั นธรรมงานน้ี
ประกอบดว้ ยการประชุม วางแผน การคน้ ควา้ โดยการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลต้งั แต่ที่มาของภาษาถิ่น
เหนือ และระบบเสียงที่ใชใ้ นปัจจุบนั จากการวเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีได้ ปรากฏวา่ โครงงานน้ีเป็น
โครงงานที่มีประสิทธิภาพ เพราะไดม้ ีการสอบถามความรู้ความเขา้ ใจภาษาเหนือของนกั เรียนช้นั
มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี จานวน 29 คน มีการสุ่มคาใน
ภาษาเหนือ จานวน 15 ขอ้ ใน google form เพอื่ วเิ คราะห์ขอ้ มูลทางสถิติดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ผลการศึกษาพบวา่ จากกลุ่มตวั อยา่ ง จานวน 29 คน มีความรู้ในภาษาถ่ินเหนือเกือบทุกคน ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั สมมติฐานที่ต้งั ไวว้ า่ คนรุ่นใหม่สามารถรู้จกั คาภาษาถ่ินเหนือท่ีเก่าแก่และไม่เป็นท่ี
นิยมใชใ้ นปัจจุบนั ได้
ก
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงงานในรายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เรื่อง อนุรักษค์ าเมืองภาษาถิ่นเหนือ
สาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาและความช่วยเหลืออยา่ งสูงยง่ิ จาก คุณครูเชาวลิต วมิ ล คุณครูที่
ปรึกษาโครงงาน ท่ีไดก้ รุณาใหด้ าปรึกษา แนะนา และตรวจสอบแกไ้ ขขอ้ บกพร่องทุกข้นั ตอนของ
การ จดั ทาโครงงาน คณะผจู้ ดั ทาขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง
ขอขอบพระคุณ บิดา มารดา เพ่ือนนกั เรียน ตลอดจนผเู้ ก่ียวขอ้ งทุกท่านที่ไม่ไดก้ ล่าวนามไว้ ณ
ที่น้ี ท่ีช่วย เสริมสร้างกาลงั ใจและมีส่วนช่วยเหลือใหโ้ ครงงานฉบบั น้ีสาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยดี
ทา้ ยที่สุด คณะผจู้ ดั ทาโครงงานหวงั วา่ โครงงานฉบบั น้ีจะเป็นประโยชน์กบั ผสู้ นใจไม่มากก็
นอ้ ย และ หากมีขอ้ ผดิ พลาดประการใด กข็ ออภยั มา ณ ท่ีน้ีดว้ ย
คณะผู้จดั ทา
ข
สารบญั
บทคดั ยอ่ …………………………………………………………………………………………....ก
กิตติกรรมประกาศ............................................................................................................................ข
บทท่ี 1 บทนา..................................................................................................................................1-2
บทท่ี 2 เอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง............................................................................................................3-17
บทที่ 3 อุปกรณ์และวธิ ีการศกึ ษา................................................................................................18-20
บทที่ 4 ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศึกษา...........................................................................21-36
บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา.................................................................................................................38
เอกสารอา้ งอิง..................................................................................................................................39
ภาคผนวก...................................................................................................................................40-47
บทท่ี 1
บทนา
ทม่ี าและความสาคญั ของปัญหา
ภาคเหนือต้ังอยู่ด้านบนสุดของไทย มีลักษณะภูมิประเทศอันประกอบไปด้วยเทือกเขา
สลบั ซบั ซอ้ น ต่อเน่ืองมาจากทิวเขาชานในประเทศพม่าและประเทศลาว ภาคเหนือมีภูมิอากาศแบบ
ทุ่งหญา้ สะวนั นา เหมือนกบั พ้ืนที่ส่วนใหญ่ของประเทศ การท่ีมีพ้ืนที่อยเู่ หนือระดบั น้าทะเลและมี
เส้นละติจูดอยตู่ อนบนทาใหส้ ภาพอากาศของภาคเหนือเปล่ียนแปลงตามฤดูกาลอยา่ งเห็นไดช้ ดั เช่น
มีฤดูหนาวที่หนาวเยน็ กว่าภูมิภาคอ่ืน ๆ ทางดา้ นประวตั ิศาสตร์ของภาคเหนือมีความสัมพนั ธ์ทาง
วฒั นธรรมกบั อาณาจกั รลา้ นนา มีภาษาใช้มากมายหลายภาษา แตกต่างกนั ไปตามทอ้ งถิ่น อนั
เน่ืองมาจากมีผูค้ นอาศยั อยู่หลายเช้ือชาติหลายศาสนา ประกอบกบั มีอาณาเขตติดต่อกบั ประเทศ
พ้ืนบา้ น ซ่ึงจะไดร้ ับอิทธิพลมาจากภาษาของประเทศพ้ืนบา้ นได้ การติดต่อส่ือสารในยคุ ปัจจุบนั
เป็ นไปตามลักษณะของท้องถิ่นแต่ละท้องถ่ินท่ีต้ังอยู่ ซ่ึงแต่ละภาษามีลักษณะเฉพาะที่เป็ น
เอกลกั ษณ์ ไม่วา่ จะเป็นคาที่ใช้ สระที่ใช้ หรือเสียงที่เปล่งออกมาไม่เหมือนกนั หรือบางคาออกเสียง
ไม่เหมือนกนั แต่มีความหมายอยา่ งเดียวกนั โดยจะเห็นวา่ ภาษาแต่ละทอ้ งถ่ิน มีความแตกต่างกนั ซ่ึง
ทาใหก้ ารติดต่อส่ือสารระหวา่ งทอ้ งถ่ินแตกต่างจากภาคอื่น ๆ คนในภาคเหนือจะพูดคาเมืองและมี
วฒั นธรรมประเพณีต่างกบั จงั หวดั ในภาคอ่ืน ๆ ดงั น้นั สานวนภาษาและคาพูดจะมีความแตกต่าง
กนั ออกไป
เนื่องจากปัจจุบันมีผู้สนใจในวัฒนธรรมล้านนา และอยากจะเรี ยนภาษามากข้ึน ท้ัง
นักท่องเที่ยวหรือคนจากทอ้ งถิ่นอื่นที่อพยพเขา้ มาอาศยั ในภาคเหนือ ทาให้เกิดการสื่อสารที่ไม่
เขา้ ใจกนั เพราะภาษาเหนือมีสาเนียงการพดู และคาศพั ทท์ ี่แตกต่างจากภาษากลางอยมู่ าก จึงทาใหม้ ี
ผูส้ นใจที่จะเรียนรู้จานวนมาก เพื่อเผยแพร่และอนุรักษภ์ าษาเอาไวซ้ ่ึงผูจ้ ดั ทาไดเ้ ห็นว่าปัจจุบนั ยงั มี
หลายคนที่ไม่เขา้ ใจภาษาเหนืออยู่มากจึงไดม้ ีการศึกษาภาษาถิ่นเหนือ เพื่อใหค้ วามรู้เรื่องภาษาถ่ิน
เหนือใหแ้ ก่บุคคลทวั่ ไปท่ีสนใจ
1
ดงั น้นั เพ่ือใหง้ ่ายต่อการศึกษาและเกิดประโยชนส์ ูงสุดทางคณะผูจ้ ดั ทาจึงศึกษาขอ้ มูลเก่ียวกบั
ภาษาถิ่นเหนือและจดั ทาสื่อการเรียนรู้เก่ียวกบั คาเมือง ภาษาถิ่นของภาคเหนือน้ีข้ึนมา
วตั ถุประสงค์
โครงงานน้ี จดั ทาข้ึนโดยมีวตั ถุประสงคท์ ้งั สิ้น 3 ขอ้ ดงั น้ี
1. เพอ่ื ใหส้ ามารถใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
2. เพอ่ื ศกึ ษาตน้ กาเนิดของภาษาถ่ินเหนือ
3. เพอื่ อนุรักษภ์ าษาถ่ินเหนือ
ขอบเขตของการจดั สร้างโครงงาน
1.สถานท่ี โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
2. ระยะเวลา วนั ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2565 ถึง 30 กนั ยายน พ.ศ.2565
3. ประชากร นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
จานวน 29 คน
กลุ่มตวั อยา่ งคือ นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
จานวน 29 คน โดยการใหท้ าแบบสอบถาม เก่ียวกบั ความเขา้ ใจภาษาถ่ินเหนือ จานวน 15 ขอ้
ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ
1.1 ไดเ้ รียนรู้ภาษาถ่ินเหนือที่เก่าแก่รวมไปถึงลกั ษณะต่างๆของภาษาเหนือ
1.2 ภาษาเหนืออยกู่ บั คนไทยไปตลอด
2
บทที่ ๒
เอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง
ในการศึกษาคน้ ควา้ โครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เร่ือง อนุรักษค์ าเมืองภาษา
ถิ่นเหนือ ทางคณะผจู้ ดั ทา ไดท้ าการคน้ ควา้ หาขอ้ มลู มาประกอบการทาโครงงาน โดยใช้
เอกสารอา้ งอิงในหวั ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี
ภูมหิ ลงั ของภาคเหนือ
ภามาไทยถิ่นเหนือเป็นสาขาหน่ึงของภาษาตระกลู ไท (โal) ใชพ้ ูดกนั ในชีวติ ประจาวนั
เหมือนกบั เป็นภายามาตรฐานของทอ้ งถิ่นใน 8 จงั หวดั ทางภาคเหนือของประเทศไทย
ไดแ้ ก่ จงั หวดั เชียงใหม่ เชียงราย ลาปาง ลาพบู พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน
นอกจากน้ียงั พบวา่ มีผพู้ ดู ภามาไทยถิ่นเหนือในชุมชนอ่ืนๆ อีก เช่น ท่ีอาเภอลบั แล จงั หวดั
อุตรดิตถ์ อาเกอเสาไห้ จงั หวดั สระบุรี ตาบลบา้ นดูบวั จงั หวคั ราชบุรี และท่ีอาเภอสีคิ้ว
จงั หวดั นครราชสีมา เป็นดนั ท้งั น้ีเพราะบรรพบุรุษของคนเหล่าน้ีอพยพมาจากภาคเหนือนน่ั เอง
แค่เดิมผา่ ชนคนไทยที่อยทู่ างกาคเหนือน้นั มีชื่อวา่ "ยวน" หรือ "ไทยยวน" และ
เรียกภามาท่ีพูดวา่ "ภามาไทยยวน" ซ่ึงช่ือน้ียงั คงอยกู่ บั คนไทยยวนท่ีอพยพมาอยใู่ นต่างถ่ิน
เช่น ที่อาเภอเสาไห้ จงั หวดั สระบุรี ที่ขงั คงเรียกตนเองวา่ "ขวน"" แต่สาหรับคนไทยใน
ภาคเหนือปัจจุบนั น้ีเรียกตนเองวา่ "คนเมือง" และเรียกภาษาของตนวา่ "คาเมือง" หรือ
ออกเส่ยงวา่ "กาเมือง"
คนไทยยวนมีประวตั ิความเป็นมาท่ียาวนาน ร่วมสมยั กบั คนไทยในภาดกลาง กล่าวคือ
3
บรรพชนคนไทยยวนไดต้ ้งั มน่ั สร้างบา้ นแปลงเมืองเป็นอาณาจกั รใหญ่อาณาจกั รหน่ึงที่เป็นท่ี
รู้จกั กนั แพร่หลายในเวลาต่อมาในชื่อวา่ "อาณาจกั รลา้ นนาไทย" อาณาจกั รน้ีมีพระเจา้ มงั ราย
เป็นปฐมกษตั ริย์ พระองคท์ รงสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานีในปี พ.ศ.1839 ดา้ ยเหตุน้ี
นกั ประวตั ิศาสตร์จึงกาหนดใหป้ ี พ.ศ. 1839 เป็นปี เร่ิมกนั ของอาณาจกั ร อาณาจกั รลา้ นนาไทย
มีอาณาเขตกวา้ งขวางครอบคลุมบริเวณ 8 จงั หวดั ดงั กล่าวขา้ งตน้ และมีความเจริญรุ่งเรืองทาง
ศาสนาและวฒั นธรรม มีภายาและตวั อกั ษรของตนเองใชภ้ ายใดก้ ารปกครองราชวงศม์ งั รายเป็น
เวลานานถึง 263 ปี นบั แต่ปี พ.ศ.1839 จนถึงปี พ.ศ. 2101 อนั เป็นปี ท่ีเสียเอกราชใหแ้ ก่พม่า และ
จากน้นั มาอีกร่วม 200 ปี จึงพน้ จากอานาจของพม่า แต่กย็ งั คงเป็นประเทศราชอยู่ คือเป็นประเทศ
ราชของกรุงรัตนโกสินทร์เร่ือยมาจนถึงสมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระ
กรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหร้ วมหวั เมืองต่างๆ ในอาณาจกั ร
ลา้ นนาไทยเขา้ เป็นส่วนหน่ึงของราชอาณาจกั รไทย และต่อมาในปี พ.ศ. 2476 ทางรัฐบาลได้
ประกาศใหเ้ มืองต่างๆ ที่มีฐานะเป็นจงั หวดั ข้ึนตรงต่อกระทรวงมหาดไทย
เม่ือเมืองต่างๆ ในอาณาจกั รลา้ นนาไทยรวมเขา้ เป็นส่วนหน่ึงของประเทศไทยแลว้
ภาษาไทยกลางซ่ึงเป็นภามามาตรฐานของประเทศกแ็ พร่กระจายไปยงั ทุกจงั หวดั ในภาคเหนือ
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ไดแ้ พร่ไปกบั การศึกษาภาคบงั คบั ที่ทาใหค้ รูและนกั เรียนตอ้ งใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานในการเรียนการสอนในโรงเรียนอีกท้งั ยงั เผยแพร่ไปกบั สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทาให้
ภาษาไทยและอกั ษร ไทยมาตรฐานเป็นท่ียอมรับของประชาชน จนตอ้ งเลิกอ่านเขียนอกั ษร
พ้นื เมือง (อกั ษรธรรมลา้ นนา) ของตนเองไปในท่ีสุด ส่วนภามาพูดน้นั กร็ ับคาศพั ทข์ องภาษา
ไทยมาตรฐานไปใชพ้ ดู จากนั มากข้ึน เพียงแต่เปล่ียนเสียงวรรณยกุ ตใ์ หเ้ ป็นภาษาไทยถิ่นเหนือ
เท่าน้นั ซ่ึงกม็ ีส่วนใหเ้ ลิกใชค้ าศพั ทด์ ้งั เดิมของตนเองได้ เช่น คาวา่ "กางเกง" ภาษาไทยถ่ิน
4
เหนือใชค้ าวา่ "เตี่ยว" เดก็ รุ่นใหม่ในภากเหนือจะใชค้ าวา่ "ก๋างเก๋ง" แทน
เป็นตน้ แต่อยา่ งไรกต็ ามภาษาที่ประชาชนในภาดเหนือใชก้ นั ทุกวนั น้ีกย็ งั คงลกั ษณะของ
ภามาไทยถ่ินเหนืออยอู่ ยา่ งเด่นชดั ท้งั ในดา้ นระบบเสียงและดาศพั ทต์ ่างๆ ดงั ท่ีจะไดก้ ล่าวต่อไป
ระบบเสียงภาษาไทยถน่ิ เหนือ
ระบบเสียงภายาไทยถิ่นเหนือประกอบดว้ ยหน่วยเสียงต่างๆ ดงั น้ี
1. หน่วยเสียงพยญั ชนะ (Consonant Phonemes)
2. หน่วยเสียงสระ (Vowel Phonemes)
3. หน่วยเสียงวรรณยกุ ต์ (Tonal Phonemes)
หน่วยเสียงพยญั ชนะ
หน่วยเสียงพยญั ชนะในภาษาไทยถ่ินเหนือ มีจานวน 20 หน่วยเสียง ดงั จะไดแ้ สดง ลกั ษณะการ
ออกเสียงและฐานกรณ์ในตารางต่อไปน้ี
ฐานกรณ์ ริมฝี ปาก ตารางแสดงหน่วยเสียงพยญั ชนะ
Bilabial ริมฝี ปากฟัน ป้มุ เหงือก เพดานแขง็ เพดาน เส้นเสียง
ประเภทของ บน Alveolar Palatal อ่อน Velar Glottal
เสียง b Labiodental
เสียงกกั
(Stop) กกั D
5
ก้อง f T c K?
กกั ไม่ก้อง p th kh
เบา
(Voiceless sh
Unaspirated) n n(n) n
l
กกั ไม่ก้อง ph
หนัก y(j)
(Voiceless
Aspirated)
เสียงเสียด
แทรก
(Fricative)
เสียงนาสิก m
(Nasal)
เสียงข้างลนิ้
(Lateral)
เสียงกงึ่ สระ w
(Semivowel)
หน่วยเสียงพยญั ชนะท้งั 20 หน่วยเสียงน้ี สามารถจาแนกตามหนา้ ที่ได้ 2 ประเกท คือ
1. หน่วยเสียงพยญั ชนะต้น หมายถึง หน่วยเสียงพยญั ชนะสามารถเกิดที่ตน้ คาหรือพยางคไ์ ด้
แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ
6
1.1 หน่วยเสียงพยญั ชนะต้นเดย่ี ว พยญั ชนะท้งั 20 หน่วยเสียง สามารถ ข้ึนตน้ คาหรือ
พยางคไ์ ดท้ ้งั หมด ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
หน่วยเสียง คาภาษาไทยถน่ิ เหนือ ความหมาย
b บอก บอก
P ไป ไป
ph ผี ผี
d ดาว ดาว
t ต๋ี ตี
th ถว้ ย ถว้ ย
c จ๋าง จืด
k กิ๋น กิน
kh ขนั ขนั
? อาบ อาบ
f ไฟ ไฟ
s สี สี
h ฮา้ ย ร้าย , ซน
m มา้ มา้
n น้า น้า
n ญ่ก ญ่ก
n งา งา
l ล่าย โกหก , หลอก
w แวน่ กระจก
y ยา ยา
7
หมายเหตุ ในการเขียนคาตามเสียงอ่านภาษาไทยถ่ินเหนือดว้ ยอกั ษรและอกั ขรวธิ ีของภาษาไทย
มาตรฐานน้นั แมส้ ่านใหญ่จะสามารถเขียนไดต้ รงกนั แต่ กม็ ีบางเสียงที่เขียนไดใ้ กลเ้ คียงเท่าน้นั จึง
ขอกาหนดการใชต้ วั อกั ษรและรูปวรรณยกุ ตเ์ พิ่มเติมเพ่ือจะไดแ้ ทนเสียงไดใ้ กลเ้ คียงมากข้ึน ญ แทน
เสียงหยญั ชนะ n ( เสียง ย ท่ีข้ึนนาสิกซ่ึงภาคกลางไม่มีเสียงน้ี) และ เขียนรูปวรรณยกุ ตจ์ ตั วา ( + )
กากบั คาท่ีมีเสียงวรรณยกุ ตท์ ่ี 7 (ซ่ึงเป็นเสียงที่ คลา้ ยกบั เสียง วรรณยกุ ตจ์ ตั วาของภาษาไทย
มาตรฐาน) ไม่วา่ คาน้นั จะมีพยญั ชนะตน้ เป็นอกั ษรสูงหรืออกั ษรกลาง
1.2 หน่วยเสียงทท่ี าหน้าทเ่ี ป็ นพยญั ชนะ ตน้ คาหรือพยางคใ์ นภาษาไทยถ่ินเหนือนนั ยง
พยญั ชนะตน้ ควบกล้า หน่วยเสียงพยญั ชนะควบกล้า มีเฉพาะที่ควบกบั หน่วยเสียง w เพยี ง 1 หน่วย
เสียงเท่าน้นั ส่วนหน่วยเสียงตน้ ท่ีควบกบั หน่วยเสียง /W/ ในภาษาไทยถ่ินเหนือมีท้งั สิ้น 10 หน่วย
เสียง ไดแ้ ก่หน่วยเสียง ? / k / kh / c / t / n / n / s / l / y ดงั ตวั อยา่ งคาต่อไปน้ี
หน่วยเสียง คาภาษาไทยถิน่ เหนือ ความหมาย
1. w อวา่ ย หนั หนั กลบั เบน เล้ียว
2.k w กวก๋ั กวกั
กวา่ ง ดว้ งปี กแขง็ ชนิดหน่ึง
3. kh w กว๋าว ดอกทองกวาว
แกวน่ ชานาญ , เก่ง
ไกว๋ ไกว
ขวก๋ั ควกั , แคะ
ขวนั ขวญั
ขว้นั ข้วั
ขวาย สาย
ขวด๋ิ ขวดิ
8
แขวน หอ้ ยติดอยู่
แขวด กาหนด , ทาเครื่องหมาย
บ่าแขวน่ กาจดั (ใชป้ รุงอาหาร)
ควาย ควาย
ควกั่ กระทงสาหรับใส่ซอง
ควนั่ ควนั่
ควนั ควนั
แควน ดีข้ึน
(ดู)แควน ดูแคลน
แควน่ กานนั
(บ่า)แควง้ มะเขือพวง
ไคว่ ครบ , ถว้ น , ทว่ั
4.cw จวา้ หยบิ
จวาด โฉบเฉ่ียว
เฉียดไปใกล้
จวาบ ฮุบ , งบั , เอาไวใ้ นปาก
5.tw ตวาย ทานาย
(ปัจุบนั ออกเสียงเป็นทาย)
6.nw งวา้ ย กลบั , หนั กลบั
7.nw ญวา ซึม
ญวา่ วนุ่ วาย
ญวา่ ม ขยมุ้
ญวา้ ย ยมิ้
8.sw ซวา้ ง ยาวมาก
ซวาด เฉียดไป
ซวา่ น ซ่าน
9
ซวาม คลา
สว๋ะ ปล่อย
สวา่ ฉาบอนั ใหญ่
สวา้ ผดั
สวา่ ง ส่าง
สวาด เสกอาคม
สวา่ ย เขยา่
9.lw ลวะ่ ละวา้
ลวาด ลาด
ลวา่ น เป่ื อยมาก
10.yw ยวาด หยด , ยอ้ ยลงมา
2.หน่วยเสียงพยญั ชนะทา้ ย เป็นพยญั ชนะที่เกิดทา้ ยคาหรือพยางคม์ ีท้งั สิ้น 9 หน่วยเสียงดงั ต่อไปน้ี
หน่วยเสียง คาภาษาไทยถิน่ เหนือ มาตราตัวสะกด
p แบบ แม่กบ
t สวด แม่กด
k ต๋ก แม่กก
m สม้ แม่กม
n เขียน แม่กน
n วง แม่กง
w แกว้ แม่เกว
y เลย แม่เกย
? ติ๋ คาท่ีประสมดว้ ยสระเสียงส้ัน
ไม่มีตวั สะกด
10
ฉะน้นั จึงสรุปไดว้ า่ หน่วยเสียงพยญั ชนะที่ทาหนา้ ที่เป็นพยญั ชนะตน้ อยา่ งเดียวมี 1 หน่วยเสียง
ไดแ้ ก่ / b / d, / c / ph / /th / kh, / f / s / h / n / 1 / พยญั ชนะท่ีทาหนา้ ที่พยญั ชนะตน้ และทา้ ย มี 9
หน่วยเสียง คือ / p / t / k / m / n / n / w / y / ?
เสียงเทยี บของหน่วยเสียงพยญั ชนะในภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาไทยถน่ิ เหนือ
การศึกษาเรื่องเสียงเทียบของหน่วยเสียงพยญั ชนะในภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาไทย ถ่ิน
เหนือน้นั จะช่วยใหผ้ ศู้ กึ ษาทราบวา่ เสียงพยญั ชนะ ตน้ ของคาภาษาไทยมาตรฐานเสียงใด เหมือน
หรือแตกต่างไปจากเสียงภาษาไทยถ่ินเหนือและแตกต่างในกรณีใด ซ่ึงผศู้ ึกษาสามารถนาความรู้
ความเขา้ ใจดงั กล่าวน้ีไปช่วยในการตดั สินวา่ ต่าภายาไทยถิ่นเหนือที่ไดฟ้ ังหรืออ่านน้นั จะตรงกบั
เสียงพยญั ชนะใดและตรงกบั คาใดในภาษาไทยมาตรฐาน เช่น ทาใหท้ ราบวา่ เสียง / ch / ท่ีเขียนดว้ ย
อกั ษร ช ในภาษาไทยมาตรฐานโดยมากจะออกเป็นเสียง / c /ในภาษา ไทยถิ่นเหนือ ดงั น้นั เมื่อไดย้ นิ
คาวา่ จว้ ย กจ็ ะเขา้ ใจไดว้ า่ ตรงกบั คาวา่ ช่วย นน่ั เอง
จึงอาจกล่าวไดว้ า่ การศกึ ษาเร่ืองเสียงเทียบน้ี เป็นส่วนหน่ึงท่ีจะช่วยใหผ้ ศู้ ึกษาภาษาไทยถ่ิน
เหนือ สามารถฟังหรืออ่านขอ้ ความที่เขียนเป็นภานาไทยถิ่นเหนือไดเ้ ขา้ ใจมากยงิ่ ข้ึน เสียงเทียบของ
หน่วยเสียงพยญั ชนะในภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาไทยถ่ินเหนือ มีท้งั ท่ีเหมือนกนั และต่างกนั
สาหรับเสียงที่ต่างกนั น้นั เกิดข้ึนท้งั ในกรณีที่เป็นหน่วยเสียง ท่ีต่างกนั และเป็นหน่วยเสียงเดียวกนั
ในกรณีที่เป็นหน่ายเสียงเดียวกนั ท่ีในภายาไทยมาตรฐาน สามารถเขียนดว้ ยตวั อกั ษรหลายตวั น้นั
พบวา่ อกั ษรบางตวั เป็นเสียงเดียวกนั บางตวั เปลี่ยน เสียงไปเป็น 1 หรือ 2 เสียง เช่น เสียง / kh / ถา้
เขียนดว้ ยอกั ษร ข จะเป็นเสียง / kh / ดงั เช่น คาวา่ ขน จะออกเสียงเหมือนกนั แต่ถา้ เขียนดว้ ยอกั ษร
ค จะเป็นเสียง / kh / และ / k / ดงั เช่น ดาวา่ คน จะออกเสียงเหมือนกนั ส่วนคาวา่ เตม็ ภาษาไทยถ่ิน
เหนือจะออกเสียงวา่ เคม็ ดงั น้นั ในการยกตวั อยา่ งเปรียบเทียบหน่ายเสียงของท้งั สองภานาจึงมีการ
บอกตวั อกั ษรท่ีใชแ้ ทนเสียง แต่ละเสียงในภาษาไทยมาตรฐานไวด้ ว้ ย และหน่วยเสียงพยญั ชนะท่ีจะ
นามาเทียบน้นั มี 2 ประเภทคือ หน่วยเสียงพยญั ชนะเดี่ยว และหน่วยเสียงพยญั ชนะควบกล้า ดงั ราย
ละเอียคต่อไปน้ี
11
1.เสียงเทยี บทเ่ี ป็ นหน่วยเสียงพยญั ชนะเดย่ี ว ในการอธิบายเสียงเทียบท่ีเป็นหน่วยเสียง
พยญั ชนะเคี่ยวระหวา่ งภายาไทยมาตรฐาน กบั ภาษาไทยถิ่นเหนือน้นั จะอธิบายตามประเภทของ
หน่วยเสียงของภาษาไทยมากรฐาน ไดแ้ ก่ หน่วยเสียงประเภทเสียงกกั เสียงเสียดแทรก เสียงนาสิก
เสียงรัว เสียงขา้ งลิน้ และ เสียงก่ึงสระตามลาคบั
1.1 หน่วยเสียงประเภทเลยี งกกั ในภาษาไทยมาตรฐานและภายาไทยถิ่นเหนือ มี 10 หน่วย
เสียงเท่ากนั คือเสียง / ? / k / kh / c / d / t / th / b / p / ph
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถน่ิ เหนือ คาไทยมาตรฐาน คาภาษาไทยถ่นิ เหนือ
1.? อ ? อก อ๋ก
อบ อ๋บ
2.k ก k กบ ก๋บ
กอง ก๋อง
3.kh ข ค ฆ kh ขน ขน
ฆ่า ขา้
4.c จ c จน จ๋น
จดั จด๋ั
5.d ด d ดง ดง
เดือน เดือน
6.t ต t ตก ต๋ก
ตบ ต๋บ
7.th ฒ ถ ท ธ th เฒ่า เถา้
ถม ถม
8.b บ b บก บ๋ก
บน บน
9.p ป p ปก ป๋ ก
12
ปอ ป๋ อ
10.ph ผ ph ผง ผง
1.2 หน่วยเสียงประเภทเสียงเสียดแทรกในภาษาไทยมาตรฐานมี 4 หน่วยเสียง
ไดแ้ ก่ / h / ch / s / f / และภาษาไทยถ่ินเหนือ มี 3 หน่วยเสียง ไดแ้ ก่หน่วยเสียง / h / s / f /
คือ ไม่มีหน่วยเสียง /c'/ เสียงเทียบในกลุ่มน้ี มีท้งั เหมือนและต่างกนั ดงั ต่อไปน้ี
หน่วยเสียงภาษาไทยมาตรฐาน หน่วยเสียงภาษาไทยถิน่ เหนือ
h ท่ีเขียนดว้ ยตวั อกั ษร ห และ ฮ h
ch ที่เขียนดว้ ยตวั อกั ษร ฉ s
ch ท่ีเขียนดว้ ยตวั อกั ษร ช cs
s s
f f
1.3 หน่วยเสียงประเภทเสียงนาสิก ในภาษาไทยมาตรฐานมี 3 หน่วยเสียง คือ n n m ส่วนใน
ภาษาไทยถ่ินเหนือมี 4 หน่วยเสียง คือ / n / n / m / และ / n / กบั ในกลุ่มน้ี จะมีเสียงเทียบตรงกนั 3
หน่วยเสียงคือ / n / n / m / ส่วนเสียง / n / น้นั จะไปตรงกบั หน่วยเสียง / y / ในภาษาไทยมาตรฐาน
ซ่ึงจะไดอ้ ธิบายต่อไปในเร่ืองของหน่วยเสียงก่ึงสระ
1.4 หน่วยเสียงประเภทเสียงรัว ในภาษาไทยมาตรฐาน มี 1 หน่วยเสียง คือ / r / แต่ในภามา
ไทยถิ่นเหนือไม่มีหน่วยเสียงน้ี จึงออกเป็นเสียง / h / และ / l / ซ่ึงส่วนใหญ่ ออกเป็น / h /
13
1.5 หน่วยเสียงประเภทเสียงข้างลนิ้ ในภาษาไทยมาตรฐานและภาษาไทย ถ่ินเหนือมี 1
หน่วยเสียงคือ เสียง / l / และมีเสียงเทียบท่ีตรงกนั
1.6 หน่วยเสียงประเภทเสียงกงึ่ สระ ในภาษาไทยมาตรฐานและภาษาไทย ถิ่นเหนือมี 2
หน่วยเสียงคือ / y / w / เสียงเทียบของเสียง / w / น้นั ตรงกนั ส่วนเสียงเทียบ / y / น้นั มีท้งั เหมือน
และต่างกนั
หน่วยเสียงในภาษาไทยมาตรฐาน หน่วยเสียงในภาษษไทยถนิ่ เหนือ
y ที่เขียนดว้ ยอกั ษร ญ , หญ n
y ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร ย ny
y ที่เขียนดว้ ยอกั ษร หย yn
y ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร อย y
y ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร ว , หว w
2. เสียงเทยี บทเี่ ป็ นหน่วยเสียงพยญั ชนะควบกลา้
2.1 กล้ากบั หน่วยเสียง / r / l / ในภาษาไทยมาตรฐานมีหน่วยเสียงท่ีกล้ากบั / r / ท้งั สิ้น 5
หน่วยเสียง ไดแ้ ก่ kr khr tr pr phr และกล้ากบั / l / 4 หน่วยเสียง ไดแ้ ก่ kl khl pl และ phl แต่ใน
ภาษาไทยถิ่นเหนือไม่มีหน่วยเสียง / r / และไม่ออกเสียง กล้ากบั / l / ดงั น้นั จึงไม่มีเสียงควบกล้า
สองเสียง รายละเอียดของเสียงเทียบในกลุ่มน้ีมีดงั น้ี
หน่วยเสียงภาษาไทยมาตรฐาน หน่วยเสียงภาษาไทยถ่นิ เหนือ
kr Kh k
kl k
khr ที่เขียนดว้ ยอกั ษร คร Kh k
khl ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร ขล kh
khl ที่เขียนดว้ ยอกั ษร คล Kh k
14
tr T th k
pr P ph
pl p
phr ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร พร Ph p
phl ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร พล Ph p
phl ท่ีเขียนดว้ ยอกั ษร ผล Ph
หน่วยเสียงสระ
หน่วยเสียงสระแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. หน่วยเสียงสระเดี่ยว
2. หน่วยเสียงสระประสม
1.หน่วยเสียงสระเดย่ี ว
หน่วยเสียงสระเด่ียวมีท้งั สิ้น 18 หน่วยเสียง แยกเป็นสระเสียงส้นั และยาวอยา่ งละ 9 หน่วย
เสียง ดงั น้ี
ตารางแสดงหน่วยเสียงสระเด่ยี ว
ส่วนของลิน้ หนา้ กลาง หลงั
ระดบั ลิ้น ส้นั / ยาว ส้นั / ยาว ส้ัน / ยาว
สูง I / i: W / w: U / u:
กลางค่อนขา้ งสูง e / e: R / r: O / o:
กลางค่อนขา้ งต่า E / E: C / c:
ต่า A / a:
15
ตัวอย่างคาทปี่ ระสมด้วยสระเสียงเดย่ี ว
หน่วยเสียง คาภาษาไทยถน่ิ เหนือ ความหมาย
i ส๋ิ สอย
I: ดี ดี
w ลก่ึ ลกึ
W: หื้อ ให้
u สุ๋ก สุก
U: ปู พลู
e เต๋ะ เตะ
E: เล่ม เล่ม
r เป๋ อะ ขโี้ คลน
R: เกงิ่ คร่ึง
o ส้ ม เปรี้ยว
O: ต๋กโต ตุ๊กแก
e แส๋ ะ ถาง
e: แม่ แม่
c เม๋าะ เหมาะ
C: ออก ออก
a กบ๋ั กบั
A: สาน สาน
2.หน่วยเสียงสระประสม
หน่วยเสียงสระประสมมี 6 หน่วยเสียง แบ่งเป็ นสระเสียงส้ันและเสียงยาวอย่างละ 3 หน่วย ดังนี้
16
Ia I:a เอยี ะ เอยี
Wa W:a เอือะ เอือ
Ua U:a อวั ะ อวั
ทม่ี า : http://www.thapra.lib.su.ac.th/e-book/northern_thai/chapter2.pdf
17
บทที่ 3
วธิ ดี าเนินงานศึกษาค้นคว้า
การศึกษาเร่ือง ภาษาถิ่นเหนือ
มีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ เป็นการอนุรักษภ์ าษาของถิ่นเหนือ ศึกษาตน้ กาเนิดของภาษาถ่ินเหนือ
ลกั ษณะต่างๆของภาษาเหนือคาบางคาท่ีไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะปัจุบนั ไม่ไดใ้ ช้
3.1 ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
ประชากร นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี จานวน
29 คน
กลุ่มตวั อยา่ ง นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
จานวน 29 คน
3.2 วธิ ดี าเนินการศึกษาค้นคว้า
การศกึ ษาคน้ ควา้ เป็นประเภทสารวจ มีข้นั ตอนการศึกษาคน้ ควา้ ดงั น้ี
1. ศกึ ษาผา่ นเอกสาร เวบ็ ไซต์ การสัมภาษณ์ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ภาษาถ่ินเหนือ
2. สร้างแบบสอบถาม เร่ืองภาษาถ่ินเหนือ จานวน 15 ขอ้ เพอ่ื ใหก้ ลุ่มตวั อยา่ งตอบ
แบบสอบถาม
3. ปรึกษาโครงงานกบั คุณครู ตรวจสอบขอ้ มูลต่าง ๆ
18
3.3 ข้อมูลทใี่ ช้ในการศึกษาค้นคว้า
1.เวบ็ ไชตต์ ่าง ๆ เกี่ยวกบั ภาษาเหนือ
2.เอกสาร
3.บทสมั ภาษณ์
3.4 เคร่ืองมือทใี่ ช้ในการศึกษาค้นคว้า
เวบ็ ไซต์ , เอกสาร , บทสมั ภาษณ์, คอมพวิ เตอร์ , โทรศพั ทม์ ือถือ, แอปพลิเคชนั canva,
Google form
3.5 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
รวบรวมเอกสาร ขอ้ มูลต่าง ๆ ที่ไดจ้ ากการศกึ ษาตงั กล่าวไวใ้ น โปรแกรม Microsoft Word
นาขอ้ มูลมาเพ่ือสร้างแบบสอบถามผา่ น google form
3.6 การวเิ คราะห์ข้อมูล
นาขอ้ มูลท่ีรวบร่วมมาจากกลุ่มตวั อยา่ งทาการวเิ คราะห์โดยวธิ ีโดยผจู้ ดั ทานาแบบสอบถามท่ี
ไดจ้ ากการตอบกลบั มา และสารวจขอ้ มูลเรียบร้อยแลว้ มาตรวจใหค้ ะแนนแต่ละขอ้ ตามเกณฑท์ ี่
กาหนดไวแ้ ละจดั ระบบเพอื่ นาไปวเิ คราะห์ทางสถิติดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
19
QR code แบบทดสอบ คาเมือง ภาษาถ่ินเหนือ
20
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
การศึกษาเร่ือง ภาษาถนิ่ เหนือ
1.เพ่ือไดศ้ ึกษาและคน้ ควา้ ภาษาเหนือท่ีเก่าแก่ รวมถึงลกั ษณะต่างๆของถิ่นเหนือ
2.เพ่ืออนุรักษภาษาถิ่นเหนือใหค้ งอยตู่ ลอดไป
ผลการศึกษาค้นพบว่า
จากการศึกษาน้นั ทาใหท้ ราบวา่ จากการทาแบบสอบถามกลุ่มตวั อยา่ ง คือ นกั เรียนช้นั
มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี จานวน 29 คน โดยมีการสรุป
จานวนการตอบแบบสอบถามในแต่ละระดบั จาก 1-5 และการประมวลผลขอ้ มูลในรูปแบบร้อยละ
และการทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลดงั น้ี
แบบสอบถาม
1.นกั เรียนรู้ความหมายของคาวา่ คาเมือง มากนอ้ ยเพยี งใด
2 นกั เรียนเคยใชค้ าวา่ ป้อจาย ในชีวติ ประจาวนั หรือไม่
3.ในชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียนเคยใชค้ าวา่ วอก/ข้จี ุ๊ มากนอ้ ยเพยี งใด
4.นกั เรียนรู้ความหมายของคาวา่ ฮกั มากนอ้ ยเพยี งใด
5.นกั เรียนรู้จกั คาวา่ อู้ มากนอ้ ยเพียงใด
6.นกั เรียนเดยใชค้ าวา่ ตวั๋ ในชีวติ ประจาวนั หรือไม่
21
7.นกั เรียนรู้ความหมายของคาวา่ เปิ้ น มากนอ้ ยเพยี งใด
8.ในชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียนรู้จกั คาวา่ หมู่เฮา มากนอ้ ยเพียงใด
9.นกั เรียนรู้จกั คาวา่ จ๊อน มากนอ้ ยเพียงใด
10.นกั เรียนรู้จกั คาวา่ โขด มากนอ้ ยเพียงใด
11.ในชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียนเคยใชค้ าวา่ เกา๊ ะ มากนอ้ ยเพยี งใด
12.นกั เรียนรู้ความหมายของคาวา่ ใจ๊ มากนอ้ ยเพียงใด
13.นกั เรียนรู้จกั คาวา่ แอ่ว มากนอ้ ยเพียงใด
14.นกั เรียนเดยใชค้ าวา่ ฮู้ ในชีวติ ประจาวนั หรือไม่
15.นกั เรียนรู้ความหมายของคาวา่ จา๊ ดลา มากนอ้ ยเพยี งใด
เกณฑ์การประเมนิ ระดับความเข้าใจ หมายถึง
เขา้ ใจมากที่สุด
ระดบั เขา้ ใจมาก
5 เขา้ ใจปานกลาง
4 เขา้ ใจพอใช้
3 เขา้ ใจนอ้ ยมาก
2
1
22
ตารางท่ี 4.1 การประเมนิ แบบสอบถามก่อนเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ห้อง 2
จานวน 15 ข้อ
เล
ลา ข ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี
ดบั ชื่อจริง-นามสกลุ ท่ี ท่ี 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ท่ี 5 ที่ 6 ที่ 7 ท่ี 8 ที่ 9 10 11 12 13 14 15
นางสาวกชกร
1 รัตนรักษ์ 14 3 2 1 1 1 1 1 1 1 1 1 5 5 1
นางสาว 25 5 4 2 3 5 5 5 4 3 2 2 4 2 3
กนกวรรณ
2 คลี่สถิตย์
นางสาวญาณิศา
3 บุญศรี 31 3 3 5 5 3 3 2 1 2 2 2 2 5 5
นายฐิติวฒุ น์ แกว้
4 ศรีมล 41 1 3 1 1 3 2 2 5 5 3 3 5 3 3
เดก็ หญิงณชั ชา ชยั
5 ธวชั วบิ ูลย์ 51 3 1 2 4 5 1 1 3 2 3 2 4 4 3
นางสาวณฐั ติญา
6 เขียวร้าย 64 5 1 2 5 3 3 5 4 1 2 4 4 1 2
นายธนกฤต เจริญ
7 สุข 7 5 1 4 4 3 1 3 3 5 5 1 4 5 3 4
เดก็ หญิงธญั ชนก
8 วโิ รจน์ 82 3 2 1 5 1 2 3 2 2 2 1 2 4 3
นางสาวธญั ญา
9 ประกลบแกว้ 9 3 4 1 2 2 2 5 4 2 1 5 3 3 3 4
23
นางสาวธญั วรัตน์
10 สุขเกษม 10 5 4 4 1 4 5 3 2 5 1 2 4 3 3 1
นางสาวธญั พร
11 ทองหนองหิน 11 1 4 5 3 1 4 3 4 1 3 4 1 3 5 4
12 นายธีรชยั ทุ่มทวน 12 3 2 4 2 5 4 2 4 4 1 5 4 5 5 2
นายนพวชิ ญ์ 13 1 4 2 5 2 5 1 5 2 3 4 2 4 2 5
13 ไหมพลู
นางสาวนภค สวน
14 อาสา 14 1 3 4 4 4 5 2 1 5 5 2 2 2 4 2
นางสาวน้าทิพย์
15 คาลว้ น 15 1 2 2 3 5 5 4 5 4 3 1 2 3 2 2
นางสาวบุญณดา
16 นิยะกิจ 16 3 1 1 4 2 2 2 1 2 4 5 1 2 5 4
นางสาวเบญจมาศ
17 ณ ปัญโญ 17 5 1 1 5 1 3 3 3 1 2 1 2 2 3 4
นายปวริศ แผว้
18 ชนะ 18 1 4 1 2 5 5 3 4 3 3 3 4 5 1 5
นายภทั รณพงษ์
19 สาครเจริญ 19 4 4 5 3 4 4 5 4 2 5 2 1 3 3 2
นางสาวยลดา คง
20 กะแดะ 20 1 1 4 5 5 3 5 4 3 4 3 3 4 3 2
นางสาวรัตนาวดี
21 เอง้ ฉว้ น 21 2 2 4 4 2 2 5 4 3 3 3 1 2 5 4
22 นางวริศรา เหมาะ 22 2 5 3 1 1 2 4 5 1 1 3 3 2 5 3
24
ประมาณ
เตก็ หญิงวชิ ญาตา
23 วเิ ศษแกว้ 23 1 2 3 4 5 2 3 5 1 5 4 1 3 3 4
นางสาวศศนิ ภา ที
24 ปะปาล 24 1 1 2 5 3 5 4 5 3 3 3 4 1 1 1
นางสาวศภุ านนั
25 รอดเพชร 25 4 1 1 1 1 2 2 5 4 1 5 2 3 1 3
นางสาวโสลิญา
26 ฤทธิกนั 26 1 4 5 1 4 3 3 5 1 3 4 5 1 2 3
นางสาวหทยั รัตน์
27 พรหมช่วย 27 4 2 4 3 2 2 1 1 5 1 1 2 1 2 3
นายหฤษฏ์ พรหม
28 มงคล 28 3 1 4 1 3 3 4 4 2 5 4 1 2 1 2
นางสาวอาทิยา
29 จนั ทระ 29 4 2 3 1 2 4 1 4 1 2 4 3 3 2 4
ตารางท่ี 4.2 การประมวลผลก่อนเรียน
ระ ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี
รวม ดบั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
มาก 12 8 7 9 6 3 5 5 8 3 คน
ที่สุด 5 คน คน คน คน คน คน คน คน คน 8 คน 5 คน 8 คน 3 คน 5 คน 63
65667636 7 คน
มาก 4 3 คน คน คน คน คน คน คน คน คน 5 คน 7 คน 9 คน 8 คน 6 คน 90
25
ปาน 5 5 4 4 7 9 3 5 8 คน
กลาง 3 4 คน คน คน คน คน คน คน คน คน 8 คน 7 คน 5 คน 8 คน 8 คน 90
79554495 8 คน
นอ้ ย 2 6 คน คน คน คน คน คน คน คน คน 2 คน 6 คน 6 คน 5 คน 3 คน 84
นอ้ ย 10 8 8 9 8 8 9 8 5 10 3 คน
ที่สุด 1 คน คน คน คน คน คน คน คน คน 6 คน 4 คน คน 5 คน 7 คน 108
ตารางท่ี 4.3 ผลการประเมนิ ก่อนเรียน
ระดบั เปอร์เซ็นต์
5 14.5%
4 20.7%
3 20.7%
2 19.3%
1 24.8%
ตารางที่ 4.4 การประเมนิ แบบสอบถามหลงั เรียนของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 ห้อง 2
จานวน 15 ข้อ
เล
ลา ข ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี
ดบั ชื่อจริง-นามสกลุ ที่ ที่ 1 ท่ี 2 ที่ 3 ท่ี 4 ที่ 5 ท่ี 6 ท่ี 7 ท่ี 8 ท่ี 9 10 11 12 13 14 15
นางสาวกชกร
1 รัตนรักษ์ 15 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
2 นางสาว 25 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
26
กนกวรรณ
คลี่สถิตย์
นางสาวญาณิศา
3 บุญศรี 35 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นายฐิติวฒุ น์ แกว้
4 ศรีมล 45 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
เดก็ หญิงณชั ชา ชยั
5 ธวชั วบิ ูลย์ 55 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวณฐั ติญา
6 เขียวร้าย 65 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นายธนกฤต เจริญ
7 สุข 7 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
เดก็ หญิงธญั ชนก
8 วโิ รจน์ 85 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวธญั ญา
9 ประกลบแกว้ 9 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวธญั วรัตน์
10 สุขเกษม 10 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวธญั พร
11 ทองหนองหิน 11 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
12 นายธีรชยั ทุ่มทวน 12 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นายนพวชิ ญ์ 13 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
13 ไหมพลู
14 นางสาวนภค สวน 14 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
27
อาสา
นางสาวน้าทิพย์
15 คาลว้ น 15 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวบุญณดา
16 นิยะกิจ 16 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวเบญจมาศ
17 ณ ปัญโญ 17 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นายปวริศ แผว้
18 ชนะ 18 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นายภทั รณพงษ์
19 สาครเจริญ 19 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวยลดา คง
20 กะแดะ 20 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวรัตนาวดี
21 เอง้ ฉว้ น 21 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางวริศรา เหมาะ
22 ประมาณ 22 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
เตก็ หญิงวชิ ญาตา
23 วเิ ศษแกว้ 23 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวศศนิ ภา ที
24 ปะปาล 24 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวศภุ านนั
25 รอดเพชร 25 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
26 นางสาวโสลิญา 26 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
28
ฤทธิกนั
นางสาวหทยั รัตน์
27 พรหมช่วย 27 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นายหฤษฏ์ พรหม
28 มงคล 28 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
นางสาวอาทิยา
29 จนั ทระ 29 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
ตารางที่ 4.5 การประมวลผลหลงั เรียน
ระ ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ท่ี ขอ้ ท่ี ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่ ขอ้ ที่
รวม ดบั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
มาก 29 29 29 29 29 29 29 29 29 29 29 29 29 29 29
ท่ีสุด 5 คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
มาก 4 - - - - - - - - - - - - - - -
ปาน - - - - - - - - - - - - - - -
กลาง 3
นอ้ ย 2 - - - - - - - - - - - - - - -
นอ้ ย - - - - - - - - - - - - - - -
ที่สุด 1
29
ตารางที่ 4.6 ผลการประเมนิ ก่อนเรียน
ระดับ เปอร์เซ็นต์
5 100 %
4 0%
3 0%
2 0%
1 0%
ตารางที่ 4.7 คาศัพท์ภาษาถิน่ เหนือ
ลาดบั คาภาษาเหนือ
1 กาสะลอง = ดอกปี ป ท่ีมีลกั ษณะสีขาว กล่ินหอม
2 ซอ้ งปี บ = ดอกปี บที่นามาประดบั ผม
3 เอาแต่ใจ๋ตวั๋ เก่า = เอาแต่ใจ
4 ป้ี นน่ั น่ะก่ะข้ีวอกข้ีจุ๊ วอกจะใดกฟ็ ังบ่ข้ึน = พีน่ ้นั แหละที่โกหก โกหกยงั ไงกฟ็ ังไม่ข้ึน
5 สลิดดก =ระริกระร้ี
6 แฮ่นป้อจาย = หิวผชู้ าย
7 หนั = เห็น
8 ห่ือ = ให้
9 ท่า = คอย
10 ผอ่ = มอง, ดู
11 บ่ = ไม่
12 ยะ = ทา
30
13 ข้ีจุ๊ = โกหก
14 ไคห้ นั = อยากเห็น
15 โตย = ดว้ ย
16 จะอ้นั = อยา่ งน้นั
17 จะไปพงั่ = อยา่ รีบ
18 จะได = อยา่ งไร
19 วนั ศลี = วนั พระ
20 ลา = อร่อย
21 แลงน้ี = เยน็ น้ี
22 ฮอ้ ง = เรียก
23 ติว้ = หิ้ว
24 ใจ๋ข้ึน = อารมณ์เสีย
25 โขด = โกรธ
26 อะหยงั = อะไร
27 เฮือน = บา้ น
28 โฮงยา = โรงพยาบาล
29 วอก = โกหก,ตอแหล
30 ฮากแตก = อว้ กแตก
31 ขอย = อิจฉา
32 เธอ = ตวั๋ (สุภาพ) , คิง (ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชกั บั เพื่อนผชู้ าย)
33 ฉนั = เปิ้น (สุภาพ) , ฮา (ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชกั บั เพื่อนผชู้ าย)
34 เขา (สรรพนามบุรุษท่ี 3) = เปิ้น
35 ผชู้ าย = ป้อจาย
31
36 ผหู้ ญิง = แม่ญิง
37 พวกเขา = หมู่เขา
38 พวกเธอ = สูเขา (สุภาพ), คิงเขา (ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชกั บั เพ่อื นผชู้ าย)
39 พวกเรา = หมู่เฮา, เฮาเขา
40 พอ่ = ป้อ
41 พ่ีชาย = อา้ ย,ป่ี
42 ป่ ูยา่ ตายาย ลุงป้านา้ อา = อุย้ (เช่น แม่อุย้ ป้ออุย้ )
43 พสี่ าว = ปี่
44 ปฏิทิน = ป๊ักกะตืน คาเมืองแทๆ้ จะแปลวา่ ปฏิทิน
45 โรงเรียน = โฮงเฮียน
46 เรือน = เฮือน
47 คาเล่าลือ = กาสีเน
48 อิฐ = บ่าดินกี่
49 มะละกอ = บะกว้ ยเตศ๊
50 แตงลา้ น = ม่ะแต๋งซ้งั ( ร้านท่ีทาใหเ้ ครือแตงพนั ข้ึนไป ทางเหนือเรียกวา่ ซ้งั )
51 กลว้ ยน้าวา้ = กว้ ยอ่อง / กว้ ยนิอ่อง
52 มะตูม = บะปี น
53 ส้มเขียวหวาน = ส้มเกล้ียง เขียวหวาน
54 นอ้ ยหน่า = ม่ะหนอ้ แหน้ / นอ้ ยแหน้
55 บวบงู = ม่ะนอยงู
56 แตงกวา = บะแต๋ง
57 กลว้ ย = เชียงใหม่ เรียก กว้ ยใต้ ลาปาง เรียก กว้ ยลิอ่อง หรือ กว้ ย โกย๊
58 กลว้ ยน้าวา้ = กว้ ยใต้
32
59 มะเขือเปราะ = บะเขือผอ่ ย
60 มะเขือยาว = บะเขือขะมา้ - - ออกเสียง ม่ะเขือขะม่า / ม่ะเขือหามา้
61 มะระข้ีนก = บะห่อย
62 พุทรา = หม่ะตนั
63 ละมุด = หม่ะมุด
64 ขนุน = หม่ะหนุน,บ่ะหนุน
65 มะพร้าว = บะป๊ าว
66 ส้มโอ = บะโอ
67 กระทอ้ น = บะต๋ืน หมะตอ้ ง
68 มะปราง = บะผาง
69 ฝรั่ง = บ่ะหม้นั ,บะแก๋ว
70 ฟักทอง = บะฟักแกว้ /บะน้าแกว้ /น้าแกว้
71 ฟักเขียว = บะฟักหม่น
72 มะเขือเทศ = บะเขือสม้
73 กระทอ้ น = บะต๋ึน
74 ตะไคร้ = ชะไคร
75 มะแวง้ = บะแขวง้ ขม
76 มะเขือพวง = บะแขวง้ /บ่ะแขวง้ กลุ า
77 ผกั ตาลึง = ผกั แคบ
78 ชะพลู = ผกั แค ใบปูนา ปูลิง
79 ลูกยอ = หม่ะต๋าเสือ
80 ค่ึนช่าย = ผกั กะพนึ ,กาพนึ (กะปึ น)
81 ลูกอ๊อด = อีฮวก
33
82 คา้ งคก = คา้ งคาก กบตู่
83 กิง้ ก่า = จก๊ั -ก่า
84 ปลาไหล = ปลาเอี่ยน ปลาเหยยี่ น
85 จิง้ หรีด = จิ้ก่งุ ,จิห้ ีด
86 จิ้งเหลน = จกั๊ -กะ-เหลอ้
87 ถุงเทา้ = ถุงตี๋น
88 กระดุม = บะต่อม
89 เขม็ ขดั = สายแอว สายฮ้งั
90 รองเทา้ = เกือก /เกิบ
91 กรรไกร = มีดยบั มีดแซม
92 ทบั พี = ป้าก
93 ชอ้ น = จอ๊ น
94 ยาสูบ = ซีโย
95 ผา้ เชด็ ตวั = ผา้ ตุม้
96 ผา้ ห่ม = ผา้ ต๊วบ
97 รองเทา้ ฟองน้า = แคบ็
98 โง่ = ง่าว
99 ก็ = ก่
100 ถึง = เถิง
101 เช่น = เจน้
102 เป็น = เป๋ น
103 ไม่ = หมะ (เช่น หมะใจ๊ = ไม่ใช)้
104 นะ = เนอ้ (เช่น เนอ้ ครับ = นะครับ)
34
105 ร่ม หมายถึง (ร่มกนั แดด-กนั ฝน) = จอ้ ง
106 ร่ม หมายถึง ร่มเงา = ฮ่ม
107 เหนียว = ตงั๋
108 ใหญ่ = หลวง (เช่น "หูหลวง" = "หูใหญ่")
109 แบบน้นั อยา่ งน้นั = จะอ้นั
110 แบบน้ี อยา่ งน้ี = จะอ้ี
111 ทุก = กุ๊ (เช่น ก๊ๆุ คน= ทุกๆคน)
112 กิน = ก๋ิน
113 กาป้ัน หมดั = ลูกกยุ
114 ก่าย = ปาด อิง
115 กางร่ม = กางจอ้ ง
116 โกหก = วอก ข้ีจุ๊
117 โกรธ = โขด
118 กลบั = ป๊ิ ก (เช่น "เฮาปิ๊ กบา้ นละหนา")
119 ข้ีเหนียว = ข้ีจ๊ิ
120 ขโมย = ข้ีลกั
121 ข่ีหลงั คน (เกาะ) = เกา๊ ะ
122 เครียด = เก้ียด
123 คิด = ก๊ึด
124 เจบ็ = เจบ๊
125 จริง = แต๊ (เช่น "แต๊กะ๊ " = "จริงหรอ")
126 ใช้ = ใจ๊
127 เดก็ = ละอ่อน
35
128 ดู = ผอ่
129 ตกบนั ได = ตกคนั ได
130 ทา = ยะ (เช่น "ยะหยงั " = "ทาอะไร")
131 เที่ยว = แอ่ว
132 นงั่ ขดั สมาธิ = นง่ั ขดขวาย
133 นง่ั พบั เพยี บ = นงั่ ป้อหละแหม้
134 นง่ั ไขวห่ า้ งเอาเทา้ ขา้ งหน่ึงพาดบนเข่า = นงั่ ปกขาก่ายงอ้ น
135 นง่ั ยอง ๆ = นง่ั ข่องเหยาะ,หยอ่ งเหยาะ
136 นงั่ ลงไปเตม็ ที่ตามสบาย (โดยไม่กลวั เป้ื อน) = นง่ั เป้อหละเหมอ้ , นงั่ เหมอ้
137 นง่ั วางเฉย นงั่ หวั โด่ = นงั่ คกงก(ก๊กงก)
138 พูด = อู้
139 รู้ = ฮู้
140 รัก = ฮกั
141 ล่ืนลม้ = ผะเริด
142 วง่ิ = ล่น
143 สวยจงั เลยนะ = งามหลายนอ้
144 สะดุด = ขอ้ ง
145 สวมรองเทา้ = ซุบแขบ็
146 สบายอกสบายใจ = ซวา่ งอกซวา่ งใจ๋
147 เหนื่อย = อิด หมอ้ ย
148 เหรอ = กะ๊
149 ห่วง = ห่วง (คาเมืองแทๆ้ คือ อ่วง วอ้ ง หรือ ข๋าง)
150 ให้ = ห้ือ
36
151 อยากอว้ ก อยากอาเจียน = ใค่ฮาก
152 อยาก = ไข
153 อยา่ พดู มาก = จะ๊ ไปปากนกั
154 อร่อย = ลา
155 อร่อยมาก = จา๊ ดลา
156 อยา่ พูดเสียงดงั = จ๊ะไปอูด้ งั
157 คิดไม่ออก = ก๊ึดหม่ะออก
158 อยา่ คิดมาก = จะ๊ ไปก๊ึดนกั
37
บทที่ 5
สรุปผลการศึกษา
สรุปผลการศึกษา
ในการจดั ทาโครงงานสงั คมศกึ ษา เรื่อง อนุรักษค์ าเมืองภาษาถ่ินเหนือ (preserving the
northern language) คณะผจู้ ดั ทาไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ หาขอ้ มูลจากอินเตอร์เน็ต สอบถามความรู้จาก
คุณครูที่ปรึกษาโครงงาน ประกอบกบั การนาความรู้ในหอ้ งเรียนมาประยกุ ตใ์ ช้ และผลการศกึ ษา
ดงั กล่าวคณะผจู้ ดั ทาทุกคนและนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุ
ราษฎร์ธานี จานวน 29 คน ไดร้ ับความรู้เร่ือง คาเมือง ภาษาถิ่นเหนือ ตามวตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้
รวมถึงไดร้ ับประสบการณ์ ซ่ึงหาไม่ไดจ้ ากในหอ้ งเรียนอยา่ งเดียว ไดแ้ ก่ การวางแผนในการทางาน
ทกั ษะความสามคั คี ทกั ษะความเป็นผนู้ า และอ่ืนๆอีกมากมาย ทาใหโ้ ครงงานชิ้นน้ีสาเร็จลุล่วงไป
ไดด้ ว้ ยดี
ประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากโครงงาน
1.มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาของภาษาถิ่นเหนือ
2.เมื่อไดเ้ รียนรู้แลว้ ทาใหต้ ระหนกั ถึงคุณค่าและความสาคญั ของภาษาถิ่นเหนืออนั เป็นมรดก
ทางดา้ นภาษาท่ีเป็นเอกลกั ษณ์ของภาคเหนือ เกิดความรู้สึกที่อยากจะอนุรักษไ์ วใ้ หถ้ ึงคนรุ่นหลงั
ข้อเสนอแนะ
สาหรับโครงงานสงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม เร่ือง อนุรักษค์ าเมืองภาษาถิ่นเหนือ น้ี ทาง
คณะผจู้ ดั ทาไดม้ ีขอ้ เสนอแนะเพ่ือการพฒั นาโครงงานใหด้ ียง่ิ ๆข้ึนไป ดงั น้ี
1.แบบทดสอบควรมีความชดั เจนมากกวา่ น้ี
2.จากการศกึ ษาโครงงานหวั ขอ้ น้ีไดค้ วามรู้ในภาษาถิ่นเหนือที่เพิ่มเติมมากกวา่ เดิม สามารถ
นาไปใชใ้ นการพดู ในชีวติ ประจาวนั ได้
38
เอกสารอ้างองิ
ศึกษาส่วนประกอบของรายงาน 5 บท [online] จากโครงงานสงั คมศกึ ษา เรื่อง ภาษาถ่ินใต้ ของ
นกั เรียนโรงเรียนนาทววี ิทยาคม อาเภอนาทวี จงั หวดั สงขลา เขา้ ถึงเมื่อวนั ท่ี 20 สิงหาคม 2565
สืบคน้ ไดจ้ าก
https://anyflip.com/kbjyl/ksyz/basic?fbclid=IwAR2LfEwl3IkAVstrJjWelD920PnevPF26y6fnUKJ
Houk9UDWXQc3rUo9DdQ
ดูวดี โี อเกยี่ วกบั การใช้ภาษาเหนือ [online] เขา้ ถึงเม่ือวนั ท่ี 20 สิงหาคม 2565 สืบคน้ ไดจ้ าก
https://youtu.be/g9OKkEOYisI
https://www.youtube.com/watch?v=WG31ARJO0w0
https://www.youtube.com/watch?v=UqgmWTgz8os
ภูมหิ ลงั ของภาคเหนือและระบบเสียงภาษาไทยถ่นิ เหนือ [online] เขา้ ถึงเม่ือวนั ท่ี 20 สิงหาคม 2565
สืบคน้ ไดจ้ าก
http://www.thapra.lib.su.ac.th/e-book/northern_thai/chapter2.pdf
39
ภาคผนวก
40
E-book คาศพั ทภ์ าษาถ่ินเหนือ
41
42
QR code E-book คาศพั ทภ์ าษาถิ่นเหนือ
แบบทดสอบ คาเมือง ภาษาถ่ินเหนือ
43
44
45