The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

E-book

โครงงาน

เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล การพัฒ พั นาหนัง นั สือ สื อิเล็กทรอนิก นิ ส์ ( E-BOOK )


คำ นำ รายงานการทำ โครงงาน เรื่อรื่ง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (EBook) วิชา การพิมพ์ดิจิทัล สำ หรับนักเรียน นักศึกษาสำ เร็จ ได้ด้วยความกรุณาและคำ ชี้นำชี้นำของบุคคลหลายท่าน ที่ไที่ด้ให้คำ ปรึกษาทางด้านข้อมูลและการดำ เนินการศึกษาตลอดจนให้ ความรู้คำ แนะนำ และคำ ชี้แชี้นะที่เที่ป็นประโยชน์ต่อการทำ วิทยานิพนธ์ในครั้งรั้นี้สำนี้สำเร็จได้ ได้แก่ผู้เชี่ยชี่วชาญทางด้านเนื้อนื้หา และ ผู้เชี่ยชี่วชาญทางด้านการผลิตสื่อสื่และการนำ เสนอ ช่วย เหลือในการตรวจสอบความสมบูรณ์และความ ถูกต้องของ เครื่อรื่งมือ เพื่อให้โครงงานนี้มีนี้มี ความตรงเชิงคุณภาพมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ รวมไปถึงกลุ่มทดลองในชั้นชั้เรียน และขอขอบคุณอาจารย์ที่ คอยให้คำ ปรึกษาในการทำ โครงงานครั้งรั้นี้ จีรยุ โนรี และ กฤษกร พันผักแว่น ผู้จัดทำ


ส า ร บั ญ บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำ คัญของปัญหา 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5 นิยามศัพท์ หน้า บทที่ 2 ทฤษฎีเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.1 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.2 วัตถุประสงค์ของการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.3 ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.4 ประโยชน์ของการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.5 การพัฒนาและออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.6 หลักการและทฤษฎีกระบวนการหาคุณภาพของหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ 2.1.7 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2.1.8ความพึงพอใจ 2.2งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 3. แบบแผนการทดลอง 3.1 กลุ่มทดลอง และผู้เชี่ยวชาญ 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 วิธีการดำ เนินการทดลอง บทที่ 3 วิธีการดำ เนินโครงงาน


สารบัญ บทที่ 4 ผลการทำ โครงงาน หน้า 4.1 ผลการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล 4.2ผลการประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาและการนำ เสนอของบทเรียนของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 4.3 ผลการประเมินคุณภาพด้านการผลิตสื่อของ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 29เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล 4.4 ผลการหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ที่มีต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล 4.5 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน ที่มี ต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์การพิมพ์ดิจิทัล บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะด้านการเรียนการสอน 5.4 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข


บทที่ 1 บทนำ 1.ความสำ คัญของโครงงาน / หลักการและเหตุผล การเรียนการสอนแบบในห้องเรียนที่ใช้กันมาเป็นเวลานาน มีเทคนิคการสอน มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นวิธีบรรยาย อภิปราย สาธิต หรือวิธี อื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม การกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีในห้องเรียนนั้นมีผู้ เรียนเป็นจำ นวนมากเป็นสิ่งที่ยากที่จะทำ ให้ผู้เรียนทุกคนในชั้นเรียนมีความ สามารถในการเรียนรู้ทันกัน การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำ คัญอย่างที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพโดยต้องคำ นึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลการจัดการ ศึกษาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดต้องอาศัยบุคคลที่เป็นกลไกสำ คัญ ในการขับ เคลื่อนนวัตกรรมโดยการคัดเลือกนำ เทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาช่วยกระตุ้นความ สนใจผู้เรียนให้เกิดประสิทธิ ผลจากการเรียนรู้ภายใต้ภาวะข้อจำ กัดที่มีอยู่รวมถึง เพิ่มเติมจุดขาดหายไปของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถ ได้รับความรวดเร็วในการเข้า ถึงสารสนเทศจากแหล่งสารสนเทศที่ทันสมัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง และประหยัด เวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำ หรับผู้เรียน 2.วัตถุประสงค์ของโครงงาน 2.1 เพื่อสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล 2.2 เพื่อประเมินคุณภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและด้านการผลิตสื่อและการนำ เสนอ 2.3 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ผ่านหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ สร้างขึ้น 2.4 เพื่อหาความพึงพอใจของผู้เรียน โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 3.ขอบเขตของโครงงาน การศึกษาครั้งนี้เป็นการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล มีขอบเขต ดังต่อไป 3.1 ขอบเขตของเนื้อหาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล ประกอบไปด้วย 4 หน่วยการเรียน ได้แก่ หน่วยที่ 1. ระบบพ่นหมึก หน่วยที่ 2. ระบบไฟฟ้าฟ้สถิตย์ หน่วยที่ 3. ระบบความร้อน หน่วยที่ 4. เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล 3.2 กลุ่มทดลอง เป็นนักเรียน นักศึกษา 3.3 เว็บไซต์ที่ค้นคว้า ww.google.co


4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4.1 ได้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สำ หรับใช้ประกอบการเรียนการสอนใน รายวิชาการพิมพ์ดิจิทัล 4.2 ได้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชา การพิมพ์ดิจิทัล สำ หรับผู้ สอนและผู้สนใจทั่วไปโดยนำ มาใช้ประกอบการเรียนการสอน 4.3 เป็นแนวทางในการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่องอื่นๆ ในสาขา วิชาเทคโนโลยีการพิมพ์ 5. นิยามศัพท์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง สื่อการสอนในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ที่สร้างโดยโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ นำ เสนอที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทางซีดีรอม เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อใช้กับนักเรียนนักศึกษา คุณภาพของบทเรียน หมายถึง ค่าคะแนนที่ได้จากการประเมินการสร้างหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัลโดยใช้แบบประเมินผลสำ หรับผู้เชี่ยวชาญด้าน เนื้อหา และด้านการผลิต สื่อและการนำ เสนอ ซึ่งค่าที่ยอมรับได้ในเกณฑ์ดีขึ้นไป ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ค่าที่ได้จากการทำ แบบทดสอบของนักศึกษา ที่ได้ จากการเรียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล โดยดูคะแนนจากการทำ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังการเรียนหนังสืออเล็กทรอนิกส์ โดยคะแนนหลังจาก การเรียนต้องสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำ คัญทางสถิติที่ระดับ.05 ความพึงพอใจ หมายถึง ค่าระดับคะแนนซึ่งได้จากการประเมินของนักศึกษากลุ่ม ตัวอย่าง ที่มีต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง วัสดุรองรับทางการพิมพ์ โดยมีระดับ ความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์มากขึ้นไป ซึ่งเกณฑ์ยอมรับได้คือ 3.50 ขึ้นไป


บทที่ 2 ทฤษฎีเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาโครงงานในครั้งนี้ ผู้ทำ การศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับงานวิจัยในครั้งนี้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น หัวข้อต่าง ๆ ได้ดังนี้ 2.1 หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2.1.1 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (ถาวร นุ่นละออง 2550: 11-13) หมายถึง หนังสือหรือ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพก พาอื่นๆ ได้ สำ หรับหนังสือหรือเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์นั้นจะมีความหมายรวมถึงเนื้อหา ที่ถูก ตัด แปลงอยู่ในรูปแบบที่สามารถแสดงผลออกมาได้ โดยเครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ให้มีลักษณะ พิเศษ คือ สะดวกรวดเร็วในการค้นหาและผู้อ่านสามารถอ่านพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่าฝ่ย ส่งคืนห้องสมุด เช่นเดียวกับหนังสือในห้องสมุดทั่วๆ ไป หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (Eletronic Book) คือเครื่องมือที่ต้องมีอุปกรณ์ในการอ่าน คือ ฮาร์คแวร์ ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆ พร้อมทั้งติดตั้งระบบปฏิบัติการ หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้อ่านข้อความต่างๆเช่น ออแกไนเชอร์แบบพกพา, Pocket Pe หรือ พีดีเอ เป็นต้น ส่วนการกึงดูดข้อมูล (c- Book ใน ปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้อ่านข้อมูลจาก C - Book และซอฟด์เวร์ที่ใช้เขียนข้อมูลออกมาเป็น e-Book หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(Elecroric Book) หรือที่นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลายว่า e- Book เป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการหนังสือ ห้องสมุด และเทคโนโลยีทางการศึกษา สำ หรับทางวิชาชีพ ห้องสมุดแล้ว C-Book จะเป็นพัสดุห้องสมุดยุดใหม่ ที่เปลี่ยนจากรูปแบบตั้งเดิมซึ่งเป็นหนังสือที่ ผลิตจาก การเขียน หรือการพิมพ์ตัวอักษร หรือภาพกราฟิกฟิลงในกระดาย หรือวัสดุชนิดอื่น ๆ เพื่อบันทึกเนื้อหาสาระในรูปตัวหนังสือ รูปภาพหรือสัญญาลักษณ์ ต่าง ๆ เช่นที่ใช้กันทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เปลี่ยนมาบันทึกและนำ เสนอเนื้อหาสาระทั้งหมดเป็น สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ในรูปสัญญาณ ดิจิตอล ลงในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่างๆ เช่น แผ่นซีดีรอม ปาล์มบุก หนังสือระบบเครือข่ายหรือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบอื่นๆ ซึ่งรวมเรียกว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e - Bookการทำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (Elecronic Pubishing) เป็นหนังสือที่จัดทำ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยไม่พิมพ์เนื้อหาสาระของหนังสือบนกระดาย หรือ จัด พิมพ์เป็นรูปเล่มหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถเปิด อ่านได้จากจอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเปิดอ่าน จากหนังสือโดยตรง แต่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีความสามารถมากมาย เช่น ข้อความภายใน หนังสือสามารถเชื่อโยงกับข้อความภายในหนังสือเล่มอื่นได้ โดยเพียงผู้อ่านกดเมาส์ในตำ แหน่งที่ สนใจแล้ว


www.Browsers.com จะทำ หน้าที่ดึงข้อมูลที่เชื่อมโยงแสดงให้อ่านหนังสือได้ทันที หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์สามารถแสดงข้อความ อักษร เสียง ภาพเคลื่อนไหวเสมือนวีดีโอ นอกจากนี้ สมารถสอบถามและสืบค้น ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตได้ด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จากจอคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวสามารถ อ่านหนังสือหรือสืบค้น ข้อมูลต่างๆ ได้ทั่วโลก หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นแฟ้มฟ้ข้อมูลประเภทข้อความ (Text file) สามารถเขียนหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ ด้วย โปรแกรมแท็กซ์เอิเตอร์ หรือเวิร์ดโปรเซสเซอร์ทั่วไปก็ได้ ข้อความที่เขียนต้องเป็นไปตามหลัก ภาษา HTML (Hyper Markup Languge) โดยภายในแฟ้มฟ้ ประกอบด้วยข้อความที่ต้องการให้ อ่าน และ ข้อความกำ กับ เมื่อดูด้วยโปรแกรม Browwsers จะเห็นเฉพาะข้อความจริงเท่านั้น หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานแนวความคิดหลัก 3 ประการ คือ การออกแบบโครงสร้างลำ ดับการจัดเก็บ (Massage Storage) การนำ เสนอเนื้อหา สาระ (Massage Presentation) การออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างหนังสือกับผู้อ่าน (Consumer Interface) สถานีหรือแหล่งสำ หรับการเข้าสืบค้นเนื้อหาเพิ่มเติม หรือนำ เนื้อหาใหม่มาเติม (Access Stations) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ปรากฏในนิยายทางวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่กายหลังปี ค.ศ. 1940 เป็นหลัก IBM มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Book Master เนื้อหาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในปี 1980 และก่อนปี 990 ในช่วงแรก มี 2 ส่วน คือ เรื่องเกี่ยวกับคู่มืออ้างอิง และการศึกษา บันเทิง งานที่เกี่ยวกับการผลิตและการเผยแพร่เอกสารทางวิชาการพร้อมๆ กับการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนเช่น Silicon Graphics, Novell และผู้ผลิตได้ผลิตคู่มือ Dynate: ของ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จำ นวน 12 ชื่อ ตามรูปแบบเทคโนโลยีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และ ในช่วง 10 ปีมานี้ก็ได้เห็นความพยายามที่จะนำ ผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับเป็นหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาจำ หน่ายในโลกแห่งความจริง แต่ส่วนมากก็ล้มเหลว


2.1.2 วัตถุประสงค์ของการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์การจัดทำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ เพื่ออำ นวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึงสารสนเทศ เพื่อเป็นแหล่งสารสนเทศที่ทันสมัย เพื่อพัฒนารูปแบบการบริการ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำ หรับผู้ใช้บริการ 2.1.3 ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ บาร์คเกอร์ (Barker. 1992: 139-149) ได้ แบ่งประเภทหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ออกเป็น 10 ประเภท หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือแบบตำ รา (Textbooks) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ประเภทนี้ เน้นการจัดเก็บและนำ เสนอข้อมูลเป็นตัวหนังสือและภาพประกอบในรูป แบบหนังสือปกติที่เห็นทั่วไป หลักหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ สามารถกล่าวได้ว่า เป็นการแปลงหนังสือจากสภาพ สิ่งพิมพ์ปกติเป็นสัญญาณดิจิตอล เพิ่ม ศักยภาพเติมการนำ เสนอ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่านกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยศักยภาพของคอมพิวเตอร์ขั้น พื้นฐาน เช่น การเปิดหน้าหนังสือการสืบค้นการ คัดลอก เป็นต้น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือเสียงอ่าน เมื่อเปิดหนังสือมีเสียงคำ อ่านหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้เหมาะกับเด็กเริ่มเรียน หรือฝึกออกเสียง ฝึกพูด หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้เน้นด้านการนำ เสนอเนื้อหา ที่เป็นตัวอักษรและเสียงเป็น คุณลักษณะหลัก หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือภาพนิ่ง หรืออัลบั้มภาพ (Static Picture Books)เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีคุณลักษณะหลัก เน้นจัดเก็บข้อมูล เสนอข้อมูล ในรูปแบบภาพนิ่ง (Static Picture) เสริม ด้วยการนำ ศักยภาพคอมพิวเตอร์มาใช้ใน การนำ เสนอเช่น การเลือกภาพ ที่ต้องการ ขยายหรือย่อขนาดของภาพ หรือ ตัวอักษร การสำ เนา หรือการถ่ายโอน การเติมแต่งภาพการเลือกเฉพาะส่วนของภาพเพิ่มข้อมูล เชื่อมข้อมูล เสียงประกอบเป็นต้น หนังสืออิลึกทรอนิกส์แบบหนังสือภาพเคลื่อนไหว (Moving Picure Book) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้น การนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบวิดีทัศน์ (Video Clips) หรือ ภาพยนตร์สั้น ๆ (Fils Clips)ผนวกกับข้อมูลสนเทศที่อยู่ในรูปตัวหนังสือ สามารถเลือกชม ศึกษาข้อมูลได้นิยมนำ เสนอข้อมูลเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หรือ เหตุการณ์สำ คัญๆ เช่น ภาพเหตุการณ์สงครามโลก


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสืออัจฉริยะ (Intelligent Electronic Books)เป็น หนังสือสื่อประสม แต่มีการใช้โปรแกรมชั้นสูงที่สามารถมีปฏิกิริยา หรือสัมพันธ์กับผู้ อ่านเสมือนหนังสือมีสติปัญญา (อัจฉริยะ) ในการไตร่ตรอง หรือคาดคะเนในการ โต้ตอบกับผู้อ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อหนังสือทางไกล (Telemedia Elecr onic Book) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีคุณลักษณะหลัก ๆ คล้ายกับ (Hyperedia Electronic Book) แต่งเน้นการเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลภายนอกผ่านระบบเครือข่าย ทั้งที่เป็นครือ ข่ายเปิด และเครือข่ายเฉพาะสมาชิกของเครือข่าย - หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือไซเบอร์เสปซ์ (Cyberspace Books) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีลักษณะเหมือนกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลาย ๆ แบบที่ กล่าวมาแล้วมาผสมกันสามารถเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลจากแหล่งภายในและภายนอก สามารถนำ เสนอข้อมูลในระบบสื่อที่หลากหลาย สามารถปฏิสัมพันธ์ับผู้อ่านได้หลากหลาย มิติ 2.1.4 ประโยชน์ของการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือฮาร์ดแวร์ประเภทคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์พกพาอื่นๆ ได้ ผู้อ่านสามารถอ่านพร้อมกันได้โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่าฝ่ยส่งคืนห้องสมุด เช่นเดียวกับ หนังสือในห้องสมุดทั่วๆไป เนื้อหาสาระทั้งหมดเป็นสัญญาณดิจิตอล สามารถบันทึกลงในแผ่นซีดีรอมปาล์มบุ๊ก หนังสือในระบบเครือข่ายหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบอื่น ๆ สามารถบันทึกได้ในปริมาณมาก ๆ สามารถเรียกอ่าน ปรับปรุงแก้ไขได้ ทำ สำ เนาหรือโอนถ่ายข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว ผู้อ่านสามารถอ่านและเรียนรู้เนื้อหาสาระในเล่มได้ตามความสนใจและความแตกต่าง ของแต่ละบุคคล มีการเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ฝึกทักษะ หรือแบบฝึกหัด หรือข้อคำ ถามสำ หรับ ผู้อ่าน หรือผู้เรียนสามารถตรวจสอบ ความรู้ความเข้าใจของตนเองจากโปรแกรมที่มีในหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ นำ เสนอข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือและมีภาพประกอบสวยงาม และเสียงอ่านประกอบใน แต่ละตัวอักษร นำ เสนอข้อมูลในรูปแบบวีดีทัศน์ หรือภาพยนตร์สั้น ผนวกกับข้อมูลสนเทศ ที่อยู่ใน รูปตัวหนังสือ ผู้อ่านสามารถ เลือกชมศึกษาข้อมูลได้ - เสนอข้อมูลเนื้อหาสาระ ในลักษณะแบบสื่อประสมระหว่างสื่อภาพ เป็นทั้งภาพนิ่งและภาพ เคลื่อนไหวกับสื่อประเภทเสียง


2.1.5 การพัฒนาและออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนการพัฒนาบทเรียน 5 ขั้นตอนหลัก (ไพโรจน์ คีรณธนกุล, ไพบูรณ์ เกียรติโกมล และเสก สรรค์ แย้มพินิจ, 2546 : 35-120) โดย ผู้เขียนขั้นตอนได้กล่าวไว้ในหลักการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์การสอน โดยผู้จัดทำ โครงการนำ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้ - การวิเคราะห์เนื้อหา (Analysis) ในการพัฒนาเนื้อหาการเรียนการสอน ผู้พัฒนาต้องทำ ความเข้าใจ กับเนื้อหาที่จะนำ มาใส่ในบทเรียน เพื่อกำ หนดให้ชัดเจนว่าจะให้ผู้เรียนเรียนอะไรบ้างเรียนอะไรก่อน เรียนอะไรหลัง เพื่อไม่ให้ซ้ำ ช้อนในแต่ละหัวข้อ ไม่ให้สิ่งที่เรียนนั้นมากหรือน้อยเกินไป ยากหรือง่ายเกิน ไป การวิเคราะห์เนื้อหาเป็นขั้นตอนแรกของการพัฒนาบทเรียนมีขั้นตอนย่อย ๆ 3 ขั้นตอน 1 การสร้างแผนภูมิระดมสมอง (Brain Storm Chart Creation) ขั้นการสร้างแผนภูมิระคมสมอง เป็นการนำ เทคนิคการระดมสมองเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อรวบรวมหัวเรื่องที่ควรจะมีอยู่ในบทเรียนหลัก การระคมสมองเป็นการระคมความคิดโดยเริ่มจากการเขียนชื่อเรื่องที่สร้างเป็นบทเรียนไว้ตรงกลาง และให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเนื้อหาวิชา ช่วยกันระคมสมองแจงหัวเรื่องที่ควรจะสอนในวิชานั้นโดยโยง ออกจากชื่อเรื่องหลักขยายออกไปเป็นชั้น ๆ มีเส้นเชื่อมให้เห็นความสัมพันธ์ของหัวเรื่องหลักกับหัว เรื่องย่อย หลังจากผ่านกระบวนการระคมสมองแล้วผลที่ได้จะเป็นแผนภูมิระคมสมองที่แสดงถึง หัว เรื่องที่ควรจะมีอยู่ในบทเรียน 2. การสร้างแผนภูมิหัวเรื่องสัมพันธ์ (Concept Char Creation) แนวคิดของแผนภูมิหัวเรื่อง สัมพันธ์คือ การจัดกลุ่มของหัวเรื่องที่ระคมสมองได้ให้เป็นกลุ่มหรือหมวดหมู่ที่สัมพันธ์กันโดยนำ แผนภูมิระคมสมองมาทำ การศึกษาความถูกต้องความสอดคล้องของทฤษฎีหลักการเหตุผลความ สัมพันธ์และความต่อเนื่องกันของหัวเรื่องอย่างละเอียด อาจมีการตัดหรือพิ่ม หัวข้อเรื่องตามเหตุผล และความเหมาะสมจนสามารถอธิบาย และตอบคำ ถามได้ผลที่ได้จะเป็นแผนภูมิหัวเรื่อง สัมพันธ์ จาก การสร้างแผนภูมิระดมสมองที่เน้นปริมาณและให้อิสระในการแสดงความคิดจะทำ ให้ได้หัวเรื่องจำ นวน มากแต่เมื่อพิจารณาให้ดี 3. การสร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (Content Network Chart Chart Creation) ในการ สร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหาเป็น ขั้นตอนที่จะต้องทำ ต่อจากแผนภูมิหัวเรื่องสัมพันธ์ เพราะ หลังจาก ที่สร้างแผนภูมิหัวเรื่องสัมพันธ์แล้ว จะได้หัวเรื่องที่มีการจัดกลุ่มแบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างเหมาะสม แต่ ยังไม่สามารถนำ ไปใช้ได้ เพราะว่ายังมิได้มีการจัดเรียงลำ ดับว่ากลุ่มเนื้อหาใดจะต้องเรียนก่อนเรียน หลังอย่างไร


- การออกแบบหน่วยการเรียน (Design) ขั้นตอนในการออกแบบ บทเรียน จะมีขั้นตอนหลัก 2 ขั้นตอน ที่ต้องทำ อย่างต่อเนื่องกัน 1) การกำ หนดวิธีในการนำ เสนอหน่วยการเรียนและเขียน วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของเนื้อหาการกำ หนดกลวิธีในการนำ เสนอหน่วยการเรียนและเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของเนื้อหา แบ่งเป็นขั้นตอนย่อยๆ 3 ขั้นตอน คือ 1.1) การแบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยการเรียน ภายหลังเสร็จสิ้น ขั้นตอนการวิเคราะห์เนื้อหา ซึ่งเท่ากับว่าได้รวบรวมหัวเรื่องเนื้อหาและ ได้จัดลำ ดับความสัมพันธ์เสร็จสิ้นขั้นตอนการ วิเคราะห์เนื้อหา ขั้น ตอบต่อไปจะนำ เนื้อหาในแผนภูมิโครงข่ายมาแบ่งเป็นหน่วยการเรียน เพื่อให้เหมาะสมกับการเรียนของผู้เรียน การแบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยการเรียน จะเริ่มแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วย โดยพิจารณากลุ่มเนื้อหา ที่สามารถจัดไว้ในหน่วยเดียวกันได้ แบ่ง เนื้อหาให้มีขนาดเหมาะสมกับการเรียนเนื้อหาแต่ละครั้งทำ ให้การเรียน เนื้อหาแต่ละหน่วยมีขนาดเหมาะสมกับผู้เรียน เนื้อหาที่มีปริมาณเหมาะ สม ทำ ให้ผู้เรียนมีโอกาสใคร่ครวญเนื้อหาและเรียนรู้ไปทีละขั้นตาม ลำ ดับประสิทธิผลการเรียนรู้จะสูง ทำ ให้ผู้เรียนสามารถประสบความ สำ เร็จในการเรียนได้สูง 1..2) การสร้างแผนภูมิหน่วยการเรียนเมื่อจัดแบ่งหน่วยการเรียนใน แผนภูมิโครงข่ายเนื้อหาเสร็จแล้ว ให้นำ แต่ละหน่วยมาจัดลำ ดับและ ความสัมพันธ์ในแนวเดียวกับแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา ซึ่งจะได้แผนภูมิ หน่วยการเรียนวิชา (Course Flow Chart) ลักษณะของการสร้าง แผนภูมิหน่วยการเรียนวิชา จะทำ ให้ทราบลำ ดับการนำ เสนอเนื้อหา ตามลำ ดับของหน่วยการเรียนได้สมบูรณ์


1.3) การกำ หนดและเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของเนื้อหาแต่ ละหน่วยการเรียน เมื่อได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยการเรียนแล้ว จะ ต้องการกำ หนดและเขียน วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของเนื้อหาแต่ละ หน่วยการเรียนให้ชัดเจน วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของแต่ละหน่วยการเรียน เมื่อเขียนเสร็จทุก หน่วยแล้วจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า ทุกวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องและความชัดเจนถึงพฤติกรรม ที่ มุ่งหวัง ทำ ให้ทราบเป้าป้หมายขอบเขตเนื้อหาที่จำ เป็นในแต่ละหน่วย เป็นการ กำ หนดทิศทาง วิธีการในการเรียนรู้ เป็นแนวทางในการกำ หนดการทดสอบ และการประเมินผล ของวิชานั้น ๆ 2) การออกแบบแผนภูมิการนำ เสนอในแต่ละหน่วยการเรียน คือ การออกแบบแผนภูมิการนำ เสนอในแต่ละหน่วยการเรียน (Module Presentation Chan) นั่นเอง เป็นการออกแบบการสอนจะต้องมีการ วางแผนล่วงหน้าโดยพยายามตอบคำ ถามว่า เราสอนอะไร เพื่อมุ่งหมายใด โครงสร้างการนำ เสนอแบบใด ใช้วิธีการใด ใช้เครื่องมืออะไรในการเรียน การสอนบนบทเรียนออนไลน์ รวมไปถึงมีการวัดและการประเมินผลการ เรียนอย่างไร - การพัฒนาหน่วยการเรียน (Developmeat) ขั้นการพัฒนาหน่วยการ เรียน เป็นการพัฒนาเนื้อหาหน่วยการเรียนให้สมบูรณ์ก่อนที่จะนำ ไปเขียน โปรแกรม ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย 7 4 ขั้นตอน 1. การเขียนรายละเอียดเนื้อหาลงบนกรอบการสอน การเขียนรายละเอียด เนื้อหาลงบนกรอบการสอน หรือการเขียนสคริปต์นี้ หากเปรียบเทียบกับ การผลิตรายการโทรทัศน์ก็ คือ การเขียนบทรายการก่อนที่จะนำ ไปถ่ายทำ จริง สำ หรับกรอบการสอนนั้น การเขียนเนื้อหาลงในกรอบการสอน จะต้อง เขียนไปที่ละกรอบตามลำ ดับเนื้อหาและวิธีการสอนได้ออกแบบไว้เขียนจน กระทั่งครบทุกเนื้อหาก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการนี้


2.การจัดลำ ดับกรอบการสอน หลังจากที่เขียนกรอบการสอนเสร็จแล้ว ในขั้นนี้จะเป็นการนำ กรอบการสอนมาตรวจสอบลำ ดับการนำ เสนอตามที่ได้ วางแผนไว้ในการตรวจสอบลำ ดับเนื้อหาจะ มีการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน คือ 2.1) การตรวจสอบความต่อเนื่องของเนื้อหาในหน่วยการเรียน เดียวกัน เพื่อดูว่ามีความเหมาะสมต่อเนื่องกันหรือไม่ และตอบสนอง วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมครบถ้วนหรือไม่ 2.2) การตรวจสอบการเชื่อมโขงของเนื้อหาในแต่ละหน่วยการเรียนเพื่อดูว่าการ เชื่อมโยงของเนื้อหาแต่ละหน่วยเป็นไปตามที่ได้วิเคราะห์ไว้หรือไม่ภายหลังจาก ที่ทำ การตรวจสอบลำ ดับของเนื้อหาตามขั้นตอนแล้วก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการ จัดลำ ดับกรอบการสอน เนื้อหาทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลบนกระดาย ที่ฉายภาพบท เรียนคอมพิวเตอร์การสอนได้ครบ 3) การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ภายหลังการนำ กรอบการสอนไปจัด เรียงลำ ดับและตรวจสอบลำ ดับอย่างถูกต้องแล้ว ในขั้นตอนนี้เป็นการนำ เอาบท เรียนที่พัฒนาขึ้นไปทำ การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ที่พัฒนา ขึ้น โดย ทำ 2 ด้านต่อเนื่องกันคือ การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาโดย ผู้ เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาก่อนจะนำ ไปพัฒนาเป็นบทเรียนออนไลน์ก่อนจะมีการนำ ไป ทดลองกับกลุ่มเป้าป้หมายที่จะเรียนเนื้อหานั้น ๆ 3.1) การสร้างแบบทดสอบและประเมินคุณภาพของแบบทดสอบ ในขั้นตอนนี้จะเป็นการเขียนและประเมินคุณภาพของแบบทดสอบ นำ แบบทดสอบ ไปหา คุณภาพกับกลุ่มผู้เรียนที่เคยเรียนเนื้อหานั้นมาแล้ว เพื่อหาคุณภาพของ แบบทดสอบด้านต่าง ๆ โดยเริ่มจากการสร้างแบบทดสอบตามหลักการเขียน แบบทดสอบ จากนั้นนำ ไปทดลองกับกลุ่มผู้มีความรู้หรือเคยเรียนเนื้อหานั้นมา แล้ว ใช้ประมาณ 3-100 คน เมื่อ ผู้เรียนทำ ข้อสอบเสร็จแล้ว ให้นำ ข้อสอบมา หาค่าความยากง่าย ค่าอำ นาจจำ แนก และค่าความเชื่อมั่น หลังจากนำ แบบทดสอบไปทดลองแล้วนำ ข้อที่ยังไม่ได้ตามเกณฑ์ไปปรับปรุง แก้ไข ทดลองจนกว่าจะใช้ได้ ผลที่ได้ทั้งหมดซึ่งได้แก่ กรอบการสอนที่ได้ตรวจ สอบคุณภาพแล้ว และแบบทดสอบ ที่ได้ตามเกณฑ์ จะรวมกันเป็นตัวบทเรียน ที่ พร้อมด้วยส่วนของการวัดและการประเมินด้วย ซึ่งพร้อม ที่จะนำ ไปจัดทำ เป็น โปรแกรมต่อไป


- การพัฒนาเนื้อหาสู่โปรแกรม (Implementatin) ขั้นการพัฒนา เนื้อหาสู่โปรแกรมนี้ เป็นขั้นที่ทำ ต่อจากขั้นจากพัฒนาหน่วยการ เรียน โดยมีรายละเอียดและขั้นตอน ดังนี้ 1) การเลือกโปรแกรมที่จะใช้นำ เสนอบทเรียน โดยพิจารณา โปรแกรมที่ เหมาะสมและสามารถตอบสนองต่อความต้องการได้ 2.)การพัฒนาและจัดเตรียมสื่อที่จะประกอบบทเรียน ให้เป็นไปตาม กรอบการสอนที่ได้เขียนไว้เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงต่าง ๆ เป็นต้น 3.)การนำ ข้อมูลและเนื้อหาลงโปรแกรม215.5 - การประเมินผลบทเรียน (Evaluaion) ขั้นการประเมินผลบท เรียน เป็น ขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาบทเรียน จะต้องทำ ต่อ จากขั้นการพัฒนาเนื้อหาสู่ โปรแกรมนับเป็น ขั้นตอนที่สำ คัญและ เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ ในกระบวนการประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1.)การตรวจสอบคุณภาพของมัลติมีเดียของบทเรียน ขั้นตอนนี้ เป็นการตรวจสอบคุณภาพมัลติมีเดียของบทเรียนที่สร้างเสร็จแล้ว โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ 2.)การทดลองกระบวนการการทดสอบหาประสิทธิภาพ ขั้นนี้ เป็นการทดลองขั้นตอน หรือกระบวนการทดสอบหาประสิทธิภาพ ก่อนที่จะหาประสิทธิภาพจริง


3.) การทดสอบหาประสิทธิภาพของบทเรียนและประสิทธิผล ทางการเรียน ขั้นตอนนี้เป็นการทดสอบหาประสิทธิภาพของบท เรียนและประสิทธิผลการเรียน ซึ่งจะใช้กลุ่ม ตัวอย่างเป้าป้หมายไม่ น้อยกว่า 30 คน มาทดสอบประสิทธิภาพของบทเรียน บทเรียนที่ ดีจะมีค่าประสิทธิภาพในกระบวนการเรียน จะใกล้เคียงกับค่า ประสิทธิภาพหลังการเรียน (EL/E2)และค่าประสิทธิผล (E_#) ควรจะมีค่าสูงกว่าร้อยละ 60 หาก ได้ผลตามเป้าป้หมายที่ตั้งไว้ ถือว่าบทเรียนนั้นใช้ได้ แต่หากไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ก็จะต้องนำ ไปปรับปรุงแก้ไขให้ได้ผลตามต้องการ จัดทำ คู่มือการใช้บทเรียน ภายหลังจากการผลิตบทเรียน เสร็จแล้ว จะต้องทำ คู่มือการใช้บทเรียน เพื่อใช้ประกอบการ เรียนหากมีปัญหาสงสัยก็สามารถที่จะเปิดดูได้จากคู่มือนี้ หลักการและทฤษฎีกระบวนการหาคุณภาพของหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบ คุณภาพของเนื้อหาบทเรียนจะ แบ่งเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ ดังนี้ การ ตรวจสอบคุณภาพของเนื้อหาบทเรียนออนไลน์ต้องมีการ ตรวจสอบลำ ดับเนื้อหานั้นจะมีการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน คือ การตรวจสอบความต่อเนื่องของเนื้อหาในหน่วยการเรียน เดียวกัน เพื่อดูว่ามีความเหมาะสมต่อเนื่องกันหรือไม่ และคอบ สนองวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมครบถ้วนหรือไม่ 1. การตรวจสอบความเชื่อมโยงของเนื้อหาในแต่ละหน่วยการ เรียน เพื่อดูว่าการเชื่อมโยงของเนื้อหาแต่ละหน่วยเป็นไปตามที่ ได้วิเคราะห์ไว้หรือไม่ภายหลังจากการตรวจสอบลำ ดับของ เนื้อหาอย่างถูกต้องแล้ว ให้ทำ การตรวจสอบความ ถูกต้อง ของเนื้อหาที่พัฒนาขึ้น โดยทำ 2 ด้านต่อเนื่องกั 2.


3.การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน เนื้อหาประเมินให้คะแนน โดยใช้แบบฟอร์มที่เป็นปลายเปิด 4.นำ ไปทดลองกับกลุ่มเป้าป้หมายที่จะเรียนเนื้อหานั้น ๆ ภายหลังจาก ประเมินความถูกต้องของเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญและปรับแก้แล้ว ขั้น ตอนต่อไปถือนำ ไปทดลองกับกลุ่มเป้าป้หมายที่จะเรียนเนื้อหานั้น ๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจในการเรียนเนื้อหา และการสื่อความหมาย ของสำ นวนที่ใช้ ตลอดจนรูปแบบที่อความหมายต่อผู้เรียน ในขั้นนี้ จะต้องใช้กลุ่มเป้าป้หมายจริง โดยกัดเลือกประมาณ 9 - 12 คน ให้ ทดลองเรียนเนื้อหา และหากสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหนให้ผู้เรียน เขียนไว้จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลที่ได้มาปรับแก้ให้สมบูรณ์ และ ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง หลังจากปรับปรุงแก้ไขจน สมบูรณ์แล้วถือว่าจบขั้นตอนการตรวจสอบความ ถูกต้องของ เนื้อหา การตรวจสอบคุณภาพของการนำ เสนอบทเรียน เป็นการ ตรวจสอบคุณภาพในการออกแบบการสอน (Instructional Design) และการวางแผนการวาง ซึ่งจะต้องมีการออกแบบให้ เหมาะสมกับเนื้อหา และกลุ่มเป้าป้หมาย โดยเลือกวิธีการสอน สื่อ การสอนที่เหมาะสมใช้ การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบ การเขียนข้อสอบได้ ตามจำ นวนที่ต้องการ ต้องนำ ข้อสอบที่เขียนเสร็จแล้วนำ มา ตรวจสอบคุณภาพ ดังนี้


1. นำ ข้อสอบที่เขียนเสร็จแล้วมาตรวจสอบ โดยคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา เพื่อพิจารณาการใช้ภาษาสำ นวนในการ สื่อความหมายต่างๆ และตรวจสอบความถูกต้องตามหลักการ ออกแบบข้อสอบ หากมีข้อสอบข้อนั้นต้องปรับปรุงแก้ไขต้อง เขียนข้อปรับปรงลงไปในด้านหลังของบัตรออกข้อสอบข้อนั้น 2. ตรวจสอบความเที่ยงตรงเนื้อหาและวัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม (Indes of Consistency : 10C) เป็นคุณภาพ ของแบบทดสองที่สามารถวัดได้ตรงตามลักษณะหรือ จุด ประสงค์ที่จะวัด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำ คัญมากของแบบ ทดสอบ ในขั้นตอน นี้จะให้คณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญด้าน เนื้อหาวิชาพิจารณาว่า ข้อทดสอบแต่ละข้อนั้นสามารถวัดได้ ตรงตามตาราง วิเคราะห์รายละเอียดหรือไม่ ซึ่งเป็นการ วิเคราะห์ดัชนีความเที่ยงตรง (Indes of Consiteney) เริ่ม ต้นจากการ พิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุด ประสงค์เชิงพฤติกรรม 3) การวิเคราะห์ข้อสอบเป็นรายข้อ หาระดับความยากง่ายของ ข้อสอบโดยข้อสอบที่ดีจะต้องไม่ยากมากเกินไป และไม่ง่ายจน เกินไป โดยทั่วไปแล้วจะนำ แบบทดสอบแต่ละข้อมากำ นวณ หาความง่ายซึ่งแสตงคุณสมบัติของขัยสอบชุดนั้นว่า นักเรียน ทำ ถูกที่คน ในจำ นวน นักเรียนที่ทำ ข้ยสบบข้อนั้นทั้งหมด


4) การวิเคราะห์ข้อสอบ หาอำ นาจจำ แนกของข้อสอบ เป็นค่า ดัชนีที่บ่งบอกถึงว่าข้อสอบข้อนั้นสามารถจำ แนกนักเรียนออก เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีคะแนนสูงหรือกลุ่มเก่ง กับกลุ่ม คะแนนต่ำ หรือกลุ่มอ่อนค่าอำ นาจจำ แนกนี้มีค่าอยู่ระหว่าง -1 ถึง + 1 โดยทั่วไปแล้ว ข้อสอบที่มีค่าอำ นางจำ แนกใช้ได้จะมี ค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 0.20 และถ้าข้อสอบนั้นมีค่าอำ นาจ จำ แนกใกล้ +1 ก็แสดงว่าข้อสอบนั้นสามารถจำ แนกคนเก่ง และคนอ่อนได้ถูกต้องสูงมาก แต่ถ้าข้อใดมีค่าอำ นาจจำ แนก เป็นลบหรือค่าใกล้ 0 แสดงว่าข้อสอบนั้นจำ แนกคนเก่งคน อ่อนได้ไม่ดี 5) การวิเคราะห์ข้อสอบเพื่อหาความเชื่อมั่นของข้อสอบ คือค่า คงที่ของคะแนนที่ได้จากการสอบนักเรียนคนเดียวกันหลาย ครั้งในแบบทดสอบชุดเดิม ควรพิจารณาเฉพาะ ค่าที่เป็นบวก เท่านั้นควรจะมีค่ำ มากกว่า 0.70 จึงจะเป็นแบบทดสอบที่มีค่า ความเชื่อมั่นได้ การตรวจสอบคุณภาพด้านมัลติมีเดียเป็นการตรวจสอบ คุณภาพค้านมัล ดิมิเดียของบทเรียนที่สร้างขึ้นเสร็จแล้ว โดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านมัลติมีเดียเป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งอาจ จะตรวจสอบสื่อต่าง ๆ เช่น สีตัวอักษร และสีพื้นหลังว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ คุณภาพของเสียงดีหรือไม่ ภาพ ที่นำ มาใช้มีความสวยความคมชัดเจน และมีขนาดภาพ ที่ เหมาะสมหรือไม่ การออกแบบหน้าจอ รวมทั้งการเชื่อม โยงของกรอบการสอนในแต่ละกรอบ


ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้มีผู้กล่าวไว้ดังนี้ ไพศาล หวังพานิช (2531 : 35) ให้ความหมายผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนว่า หมายถึง คุณลักษณะและความสามารถ ของบุคคลอันเกิดจากเกิดจากการเรียนการสอนเป็นการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิด จากการเรียนรู้ที่เกิดจากการฝึกฝน อบรมหรือการสอน นิภา เมธธาวิชัย (2536 : 73) กล่าวว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึงความรู้สึกและทักษะที่ได้รับและพัฒนามาจากการ เรียนการสอนวิชาต่าง ๆ ครูอาศัยเครื่องมือวัดผลช่วยในการ ศึกษาว่า นักเรียนมีความรู้และทักษะมากน้อยเพียงใด ไพศาล ช่ายชูหนู (2527 : 32) กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนไว้ว่า คือคุณลักษณะและความสามารถของบุคคลอัน เกิดจากการเรียนการสอน เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดจากการศึกษา ฝึกฝน อบรม หรือจากการสอน การวัดผลสัมฤทธิ์จึงเป็นการตรวจ สอบระดับความสามารถ หรือ ความสัมฤทธิ์ผลของบุคคลว่า เรียนแล้วรู้เท่าใดจากที่มีผู้กล่าวข้างค้นสรุปได้ว่า การวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถในการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และประสบการณ์ที่เกิดจากการ ฝึกฝน และการศึกษาของบุคคล โดยผู้สอนอาศัยเครื่องมือ ช่วยในการวัดผลการศึกษา ว่าผู้เรียนมีความสามารถ และ ทักษะมากน้อยเพียงใด


- การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นการวัดความจริงอกงาม ของนักเรียน การเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าไปสู่จุดมุ่ง หมายที่วางไว้ ดังนั้นครูควรจะทราบว่าก่อนเรียนนักเรียน ความสามารถอย่างไร เมื่อเรียนเสร็จแล้วมีความสามารถ แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ วิธีที่อาจช่วยได้คือ การทดสอบ ก่อนเรียนและการทดสอบหลังเรียน การจำ แนกประเภทของแบบทดสอบแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การวัดผลแบบอิงกลุ่ม กับการ วัดผลแบบอิงเกณฑ์ การวัดผลแบบอิงกลุ่ม เกิดจากความเชื่อในเรื่องความ แตกต่างระหว่างบุคคล โดยถือว่าบุคคลมีความสามารถ เด่นหรือมีความสามารถด้อยอยู่บ้างคนส่วนใหญ่จะมี ความสามารถปานกลางดังนี้การทดสอบแบบนี้จึงยึดเอา คนส่วนใหญ่เป็นหลักในการเรียบเทียบ โดย พิจารณา ผลของการสอบของบุคคลเรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ใน กลุ่มเดียวกันการแปลความหมายของคะแนนแบบนี้จะ ทำ ให้ครูทราบว่านักเรียนคนไหนอยู่ในตำ แหน่งใดของ กลุ่ม 1. การวัดผลแบบอิงเกณฑ์ (วัญญา วิศาลาภรณ์, 2533 : 12-17) การวัดผลแบบนี้ยึดถือความเชื่อเรื่องการเรียน เพื่อรอบรู้โดยพยายามส่งเสริมให้ผู้เรียนทั้งหมดหรือ เกือบทั้งหมดประสบความสำ เร็จในการเรียนแม้ว่าผู้เรียน จะมีลักษณะแตกต่างกันตาม ทุกคนควรได้รับการส่ง เสริมและพัฒนาให้ถึงขีดความสามารถสูงสุดของแต่ละ คนซึ่งอาจใช้เวลาต่างกัน การ วัดผลแบบอิงเกณฑ์จึง เป็นการวัดโดยเปรียนเทียบคะแนนของแต่ละบุคคลกับ เกณฑ์หรือมาตราฐานที่วางไว้หารวัดผลแบบนี้ 2.


จะช่วยให้ทราบว่านักเรียนรู้อะไรบ้างและรู้มากน้อยเพียงใด ดังนั้น การวัดผลแบบอิงเกณฑ์จึง ขึ้นอยู่กับการกำ หนดเกณฑ์ เป็นสำ คัญ การวัดแบบนี้ยังจะช่วยให้ครูทราบว่าจะต้อง ปรับปรุงการสอนในเนื้อหาตอนใดเพื่อที่จะได้บรรลุจุดประสงค์ที่ วางไว้ ครูจะทราบถึงความก้าวหน้าของนักเรียนสามารถ วิเคราะห์ถึงส่วนที่เก่งหรือไม่เก่งของนักเรียน - ความพึงพอใจ ความพึงพอใจตรงกับคำ ในภาษาอังกฤษว่า "Satisfaction" ได้มีผู้ให้ความหมายของความพึงพอใจไว้หลายความหมาย ดังนี้ ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกนึกคิด หรือทัศนคติของผู้ ปฏิบัติงานที่มีต่อการปฏิบัติงานรวมทั้งกระบวนการองค์ ประกอบ ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ หากเป็นไปใน ทางบวกจะ มีผลทำ ให้เกิดความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงาน จะมี การเสียสละ อุทิศ แรงกายแรงใจ แรงทรัพย์ และสติปัญญาให้ แก่งานมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามหาก ผู้ปฏิบัติงานมีความ รู้สึกคิดหรือทัศนคดิต่อการปฏิบัติงานเป็นไปในทางลบ จะมีผล ต่อการปฏิบัติงานความพึ่งพอใจหมายถึง สภาพอารมณ์ของ บุคคลที่ได้รับการตอบสนองจากการเรียนหรือการทำ งานของ บุคคลนั้น ๆ อีเลีย (Ela 1972 ; 173) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจว่า เป็นความรู้สึกของ บุคคลใน ด้านความพอใจ หรือสภาพจิตใจของบุคคลว่าชอบ มากหรือน้อยเพียงใด


โวลแมน (Volman 1973 : 384) ได้กล่าวไว้ว่า ความพึง พอใจ หมายถึง ความรู้สึกที่มีความสุข เมื่อได้รับผลสำ เร็จ ตามความหมาย ความต้องการหรือแรงจูงใจ จากความหมายที่กล่าวมาพอสรุปได้ว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกนึกคิดของบุคคลในด้านความพอใจ หรือ ทัศนคติของบุคคลที่มีต่อการปฏิบัติงานซึ่งสามารถเป็น ได้ทั้งทางบวกและทางลบ ถ้าเป็นทางบวกก็จะทำ ให้เกิดผลดี ต่อการปฏิบัติงานที่ทำ แต่ถ้าเป็นในทางลบ ก็จะเกิดผลเสีย ต่อการปฏิบัติงานนั้นได 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ได้พัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการผลิตและนำ เสนอ สื่อการศึกษา ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของสื่ออเล็กทรอนิกส์เรื่อง การ ผลิตและนำ เสนอสื่อการศึกษา สำ หรับนิสิตปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนเรศวร พบว่าค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) มีค่า เท่ากับ 81.08/82.38 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ดังนั้น หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์นี้ จึงสามารถนำ ไปใช้ในการเรียนการ สอนได้เป็นอย่างดี 2. ความคิดเห็นของนิสิตที่มีต่อหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการผลิตและนำ เสนอสื่อการศึกษา อยู่ในระดับดีมากได้ ทำ การวิจัยเรื่องการพัฒนาหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง นวัดกรรมการสอนที่ยืดผู้เรียนเป็นสำ คัญ วัตถุประสงค์การ วิจัยเพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของครูที่ เรียนจากหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง นวัตกรรมการสอน ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำ คัญหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.พัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง กายวิภาคศาสตร์ของระบบ หัวใจ หลอดเลือด และระบบไหลเวียน น้ำ เหลือง กลุ่ม ตัวอย่างที่ ใช้ในการทำ โครงการครั้งนี้คือ นักเรียน นักศึกษา ครูผู้สอน และ อาจารย์ 2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าผลการทดสอบก่อน เรียนอย่าง มีนัยสำ คัญทางสถิติที่ระดับ.001 3.นักศึกษามีความพึงพอใจต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง กายวิภาคศาสตร์ของระบบหัวใจ หลอดเลือด และระบบไหลเวียน น้ำ เหลืองในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56)


บทที่ 3 วิธีการดำ เนินโครงงาน 3.แบบแผนการทดลอง การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล มีราย ละเอียดวิธีการดำ เนินการ ดังนี้ 3.1 กลุ่มทดลอง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทำ โครงการ 3.3 วิธีการดำ เนินการทดลอง 3.4 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล • กลุ่มทดลอง การทำ โครงการครั้งนี้มีกลุ่มทดลองคือนักเรียน นักศึกษา จำ นวน 35 คนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ประเมินคุณภาพของหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ มี ดังนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเนื้อหา เรื่องการพิมพ์ดิจิทัล จำ นวน 3 ท่าน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากอาจารย์ผู้สอนหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ด้านการพิมพ์ดิจิทัล ที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับ ปริญญาโทหรือมีตำ แหน่งทางวิชาการไม่น้อยกว่า ผู้ช่วย ศาสตราจารย์ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ การปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องกับด้านนี้มากกว่า 3 ปี และยินดีให้ความร่วม มือในการเป็น ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยครั้งนี้


ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผลิตสื่อและการนำ เสนอ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จำ นวน 3 ท่าน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบ เจาะจง (Purposive Sampling) จากอาจารย์ผู้สอนหรือ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับด้านเทคนิคการผลิตสื่อ ที่มีคุณวุฒิทางการ ศึกษาระดับปริญญาโท หรือมีตำ แหน่งทางวิชาการไม่น้อยกว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ การปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องกับด้านนี้ไม่น้อยกว่า 3 ปีและยินดีให้ความร่วมมือใน การเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยครั้งนี้ - เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการพิมพ์ดิจิทัล 2.แบบประเมินคุณภาพ ประกอบด้วย แบบประเมินคุณภาพ สำ หรับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และแบบประเมินคุณภาพสำ หรับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและการนำ เสนอเป็นแบบประเมินความคิดเห็น 5 ระดับ โดยยึดหลักเกนท์ Likert 3. แบบทดสอบหาผลสัมฤทธิ์เป็นข้อสอบที่มีคุณภาพเป็นแบบ ปรนัย 4 ตัวเลือก จำ นวน 60 ข้อ 4.แบบประเมินความพึ่งพอใจของผู้เรียนหลังจากเรียนด้วย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์การพิมพ์ดิจิทัล หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วิชาการพิมพ์ดิจิทัล มีขั้นตอนในการ สร้างและหาประสิทธิภาพดังนี้


ขั้นตอนการสร้างบทเรียน 1. เขียนแผนการจัดการเรียนรู้เนื้อหารายละเอียด วิชา การพิมพ์ดิจิทัล ศึกษาการสร้างบทเรียนออนไลน์โดยใช้โปรแกรม Deskiop Author 1. 2. สร้างบทเรียนออนไลน์ตามแผนการที่ได้กำ หนดไว้ 1.2 เครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบ่งเป็นเครื่องมือ วัดผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 1.สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทางการเรียน ประกอบด้วย แบบทดสอบประเภท เลือกตอบ 4 ตัวเลือกเลือกชนิดของ แบบทดสอบให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละ เรื่อง 2.นำ แบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจำ นวน 3 ท่านเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยกัดเลือกข้อคำ ถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Concurrent: 10C) ตั้งแต่ 0.5 - 1.0 เพื่อนำ ไปใช้และพิจารณาปรับปรุงหรือตัดข้อคำ ถามที่มีค่า 10C ต่ำ กว่า 0.5 3.ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบตามที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะ


4. นำ แบบทดสอบที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักศึกษาที่ เคยลงทะเบียนเรียนในรายวิชานี้มาแล้ว เพื่อวิเคราะห์หาค่าความ เชื่อมั่น ความยาก และอำ นาจจำ แนก โดยกำ หนดให้แบบทดสอบ ที่ยอมรับได้ต้องมีค่าความเชื่อมั่น 0.70 ขึ้นไป ความยากอยู่ ระหว่าง 0.2-0.8 อำ นาจจำ แนก +0.20 ขึ้นไป หากแบบทดสอบ ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำ หนดจะต้องทำ การปรับปรุงใหม่จนมี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 5. แบบสำ รวจความพึงพอใจ มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 5.1 สร้างแบบสำ รวจความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ วิชาการพิมดิจิ ทัล เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อย ที่สุด โดยสำ รวจความคิดเห็นใน 3 ด้านได้แก่ ด้านการใช้งาน ด้านการนำ เสนอ และด้านเนื้อหา 5.2 นำ แบบสำ รวจความพึงพอใจที่สร้างขึ้นไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จำ นวน 3 ท่านเพื่อพิจารณาปรับปรุงหรือตัดข้อคำ ถาม 5.3 นำ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปใช้กับกลุ่ม ตัวอย่างหลังจากกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นนำ ข้อมูลมาวิเคราะห์


1.3 วิธีการดำ เนินการทดลอง การศึกษาการวิจัยการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ ดิจิทัล โดยใช้หลักการของ ล้วนสายยศ และอังคณา สายยศ (2538 : 249-257) ครั้งนี้ผู้ศึกษาดำ เนินการทดลองกับกลุ่ม ทดลอง ซึ่งเป็น นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์คณะ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาระดับ ปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2554 การทดลองใช้แบบแผน การทดลองกลุ่มทดลองกลุ่มเดียวที่มีการทดสอบก่อนเรียนและ หลังเรียน (One Group Pretest-Postest Desigr โดย แนะนำ บทเรียนให้กับผู้เรียนทราบรายละเอียดที่สำ คัญเกี่ยวกับขั้น ตอน และวิธีการเรียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการพิมพ์ดิจิทัล ให้ผู้เรียนทราบก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้ แบบแผนการทดลอง การทดลองใช้แบบแผนการทดลอง กลุ่มทดลองกลุ่มเดียวที่มี การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (one Group Protest Postest Design) สอบก่อน การจัดการกระทำ สอบหลัง ความหมายของสัญลักษณ์ x แทน การจัดกระทำ (Treatment) เป็นการเรียนจากหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การพิมพ์ดิจิทัล T' แทน การทดสอบก่อนเรียน (Pretest) T' แทน การทดสอบหลังเรียน (Postes) และประเมินความพึง พอใจ


Click to View FlipBook Version