1
หน่วยที่ 3
หลักธรรมและจรยิ ธรรมเพื่อการดำเนนิ ชวี ติ
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
2
หนว่ ยที่ 3
หลักธรรมและจริยธรรมเพอ่ื การดำเนนิ ชวี ิต
สาระสำคญั
เมอ่ื มนุษย์เรมิ่ เรียนร้ธู รรมชาติมากขน้ึ มีความเข้าใจในเร่ืองของเหตุและผลจนเกดิ เป็นศาสนา
ทีม่ เี หตุผลเขา้ มาเป็นแบบแผนและเปน็ แนวทางในการดำเนนิ ชวี ิต ความเช่ือศรัทธาในกิจกรรมหรอื
พธิ ีกรรมตา่ งๆ ของแต่ละศาสนากก็ ลายมาเป็นประเพณี วัฒนธรรมท่ีทำสบื ต่อกนั มาเป็นระยะเวลา
ยาวนาน สำหรับคนไทยแลว้ ศาสนาเปน็ สถาบนั สำคัญของสังคมไทยโดยยอมรับศาสนาพทุ ธ เป็น
ศาสนาสำคญั ประจำชาติและเปดิ โอกาสให้บคุ คลนับถือศาสนาตา่ งๆ ได้ โดยอิสระ ยอมใหศ้ าสนา
สำคญั ทง้ั ปวงตงั้ อยใู่ นประเทศไทยได้ เช่น ศาสนาครสิ ต์ อิสลาม พราหมณ์ อินดู เป็นตน้ แต่ศาสนา
พุทธเป็นจดุ รวมจิตใจของคนไทยสว่ นใหญ่ จงึ ได้ยึดหลักธรรมมาเปน็ พน้ื ฐานของชีวติ เพื่อที่จะ นำไปสู่
ความม่ันคงของประเทศด้วย
การดำเนนิ ชวี ิตของคนเราน้นั ในความหมายหน่งึ ก็คือ การบริโภค การเสพ หรือใช้ประโยชน์
จากสงิ่ ต่างๆ การใชเ้ วลาเปน็ น้ัน เปน็ สว่ นหน่งึ ของการร้จู ักบริโภค ซ่ึงเปน็ ความหมายอย่างหนง่ึ ของ
การดำเนินชวี ติ เปน็ คนเราท่ีจะเป็นอยู่อยา่ งดนี ั้นจะต้องดำเนนิ ชวี ิตเปน็ คือรจู้ กั ดำเนินชวี ติ นั่นเอง ถา้
ใครร้จู กั ดำเนินชีวิต ชีวติ น้ันก็เป็นชีวิตท่ดี งี าม เปน็ ชวี ิตทีพ่ ัฒนาเจรญิ กา้ วหน้า ประสบประโยชนส์ ขุ
ศาสนาทุกศาสนา จะเป็นท่พี งึ่ ทางใจของมนุษย์ มีหลกั ธรรมคำสง่ั สอนท่ีมุ่งหมาย สงั่ สอนใหค้ นท่เี ป็น
สมาชิกในสังคมเป็นคนดี มีคุณธรรมมเี หตผุ ลและศรัทธาในความถกู ต้องมีพิธกี รรมและเคร่อื งหมาย
หรอื สัญลกั ษณท์ ่บี ่งบอกถึงความเปน็ ศาสนาน้ันๆ บุคคลไม่ว่าจะอยูใ่ นฐานะ บทบาทใดจะต้องยดึ
หลกั ธรรมในการดำเนินชีวิต เพราะธรรมหรือหลักคำสอนจะช่วยแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่างๆ ได้ อีก
ทง้ั จะทำให้ทุกคนอยูร่ ว่ มกันได้อยา่ งสนั ติ และ การดำเนนิ ชีวติ ในทางพระพุทธศาสนา
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายและความสำคัญเกย่ี วกบั คุณธรรมจริยธรรม
2. คุณธรรมและจรยิ ธรรมของสงั คมไทยในศตวรรษที่ 21
3. คณุ ธรรมและจริยธรรมในการดำรงตน
4. ทฤษฎตี ้นไมจ้ รยิ ธรรมสำหรับคนไทย
5. การดำรงตนใหม้ ีความสุขวิถพี ุทธ
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
3
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกความหมายและความสำคัญเกย่ี วกับคุณธรรมจรยิ ธรรมได้
2. อธิบายหลักคุณธรรมและจรยิ ธรรมท่จี ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ ของคนไทยในศตวรรษที่ 21 ได้
3. อธบิ ายทฤษฎตี น้ ไมจ้ ริยธรรมได้
4. อธบิ ายวธิ กี ารดำรงตนให้มคี วามสุขบนวิถีพุทธได้
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. แนะนำช้ีแจงเก่ียวกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ และสาระการเรียนในหน่วยท่ี 3
2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตามแผนจัดการเรยี นร้หู น่วยท่ี 3
3. ทำกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 3
4. ทำกิจกรรม 3.1, 3.2 และ 3.3 โดยใช้เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 3
5. ทำแบบทดสอบหลงั การเรยี นรู้ ตามแผนจดั การเรียนรหู้ นว่ ยที่ 3
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
4
แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยท่ี 3 หลักธรรมและจริยธรรมเพ่อื การดำเนนิ ชวี ติ
จุดประสงค์ เพือ่ ทดสอบพนื้ ฐานความรู้ของผู้เรยี น
คำช้ีแจง แบบทดสอบเป็นแบบปรนยั 4 ตัวเลอื ก มจี ำนวน 10 ขอ้ ๆ ละ 1 คะแนน
คำสั่ง จงกาเครอ่ื งหมายกากบาท () ข้อทถี่ ูกตอ้ งท่สี ุด ลงในกระดาษคำตอบทกี่ ำหนดให้
*****************************************************************************************
1. สภาพคณุ งามความดีในจิตใจ เป็นความหมายของคำในขอ้ ใด
ก. จรยิ ธรรม
ข. คณุ ธรรม
ค. วฒั นธรรม
ง. ศีลธรรม
2. ขอ้ ใดสอดคล้องกับทฤษฎีของโคลเบริ ์ก
ก. นายดำตัง้ ใจเรียนวิชาภาษาไทยจนคะแนนเพม่ิ ขึ้น
ข. เดก็ ชายภาวนาเขา้ รับการอบรมคุณธรรมจริยธรรม
ค. เด็กหญงิ เบญจรัตน์เข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือเนตรนารี
ง. นางสาวสมทรงอ่านหนงั สือเพิ่มเติมทห่ี ้องสมุดเมื่อมเี วลาว่าง
3. พฤตกิ รรมใดของบคุ คลตอ่ ไปนตี้ รงกบั ทฤษฎพี ัฒนาการทางจรยิ ธรรมของโคลเบริ ์กในระดับ
ท่ี 1 ขน้ั ท่ี 2
ก. มารุต ช่วยคุณครูถือของไปวางไวท้ ีห่ อ้ งพกั ครู และครไู ด้ให้ขนมแกเ่ ขาเปน็ ส่งิ ตอบแทน
ข. นติ ิ ผลักเพ่ือนเพื่อแย่งของเลน่ มาล่นคนเดียวอย่างสบายใจ
ค. ปรยี าโดนคุณแม่บังคับให้กราบคณุ ยาย
ง. ครูก้อยนำขนมวางไวเ้ พอื่ เปน็ รางวัลใหแ้ กเ่ ด็ก โดยกำหนดเงือ่ นไขไวว้ า่ “เด็กคนใดไหวส้ วย
เดี๋ยวครูจะให้ขนม”
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
5
4. “วรี พงษ์ เปน็ คนที่ไม่เอาเปรียบผ้อู ่นื เสมอต้นเสมอปลาย พฤติกรรมทที่ ำให้คนรอบข้างชอบและชน่ื
ชมวรี พงษ์คือวรี พงษ์เปน็ คนรักษาคำม่ันสญั ญา” ข้อความดังกล่าวจัดอย่ใู นขน้ั ใด
ก. ขั้นที่ 1
ข. ขน้ั ที่ 3
ค. ขั้นท่ี 5
ง. ขัน้ ท่ี 6
5. ชมพู่มพี ฤติกรรมชอบรังแกผู้อื่นครจู งึ ลงโทษชมพู่ พฤติกรรมแบบนี้เปน็ พฤติกรรมระดับใดของโคล
เบริ ก์
ก. ระดบั จริยธรรมกอ่ นเกณฑส์ งั คม
ข. ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สงั คม
ค. ระดบั จรยิ ธรรมอย่างมวี จิ ารณญาณ
ง. ระดับจริยธรรมคุณธรรมสงั คม
6. ขอ้ ใดคือลกั ษณะของผมู้ ีจริยธรรมทีน่ ่าเคารพและนับถอื
ก. เป็นผู้มีสตปิ ัญญา รู้สกึ ตวั อยเู่ สมอ ไมป่ ระมาท
ข. เปน็ ผู้มีความซอ่ื สัตยส์ ุจริต ยุติธรรม และมีเมตตากรุณา
ค. เปน็ ผทู้ ม่ี ีความเพียรความพยายามประกอบความดี ละอายตอ่ การปฏิบัติชว่ั
ง. ถูกทุกข้อ
7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่จดั อยใู่ นจิตลกั ษณะกลมุ่ รากของต้นไม้ของทฤษฎตี ้นไม้จรยิ ธรรม
ก. สุขภาพจติ
ข. สติ ปญั ญา
ค. เหตุผลเชงิ จริยธรรม
ง. ประสบการณ์ทางสังคม
8. หลักธรรมใดทีส่ ามารถนำไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้กบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้เหมาะสมท่ีสดุ
ก. ไตรสกิ ขา
ข. เบญจศีล
ค. อิทธบิ าท 4
ง. มชั ฌิมาปฏิปทา
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
6
9. ศาสนาทุกศาสนามคี วามสำคญั ต่อมนุษยใ์ นด้านใดมากท่ีสุด
ก. สอนใหม้ คี วามยุตธิ รรม
ข. เป็นที่รบมของคนในชุมชน
ค. สอนใหเ้ หน็ ถงึ ความสำคัญของธรรมชาติ
ง. เป็นหลกั ในการดำรงชวี ิตและทพ่ี ึ่งทางใจ
10. หลักธรรมในข้อใดเปน็ แนวทางปฏิบัตเิ พื่อความสำเร็จดา้ นการเรียนของบรรดาเหล่านสิ ติ
นักศึกษา
ก. อิทธิบาท 4
ข. สังคหวัตถุ 4
ค. พรหมวหิ าร 4
ง. ฆราวาสธรรม 4
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
7
เรือ่ งที่ 3.1 ความหมายและความสำคัญเก่ียวกบั คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
“คณุ ธรรม” (Virtue) นักวิชาการในสาขาน้ีใหค้ วามหมายโดยสรปุ ว่า เปน็ ส่งิ ทบ่ี คุ คลเหน็ ว่าดี
งามมาก มปี ระโยชนม์ าก และเลวน้อย มปี ระโยชนน์ อ้ ย ในกาลเทศะหน่งึ ๆ เชน่ ความเออื้ เฟอื้ ความ
อดทน ความขยนั ขันแข็ง ความซื่อสัตย์ความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี การมีระเบียบวินัย เป็นตน้ สง่ิ ทเี่ ป็น
คณุ ธรรมในแตล่ ะสังคมอาจจะแตกต่างกนั การทบี่ ุคคลในสังคมจะเหน็ ว่าส่งิ ใดสงิ่ หนง่ึ เป็นส่ิงทดี่ หี รือไม่
นั้น ขึน้ กับวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ศาสนา และการศกึ ษาของสังคม นักวิชาการจึงเหน็ วา่ การนาํ เอา
คุณธรรมใน สังคมหนง่ึ ไปยัดเยยี ดตัดสินคณุ ธรรมอีกสงั คมหน่ึง ย่อมไมเ่ หมาะสม ซึ่งโดยสว่ นมากแลว้
คุณธรรมมักมี ความเก่ียวข้องกับหลกั ทางศาสนา อยา่ งไรก็ตาม ลักษณะบางดา้ นอาจเป็นได้ท้งั
คณุ ธรรมและค่านยิ มใน เวลาเดียวกนั เนือ่ งจากสังคมเห็นว่า ลกั ษณะด้านนน้ั เป็นสิง่ ทีด่ ีงามและมี
ความสําคัญมากดว้ ย เชน่ “รักสามคั ค”ี ในสมัยกอ่ น “รักสามัคคี” เปน็ เพียงแค่คุณธรรมท่ที ุกคน
ยอมรับว่าเป็นสง่ิ ท่ดี ีงาม ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 9 ได้ทรงตระหนักถงึ
ความสาํ คญั ของคณุ ธรรมตวั นี้ดงั นน้ั ใน ปจั จบุ นั จึงอาจกลา่ วได้ว่า “รกั สามัคคี” เปน็ ทง้ั คุณธรรมและ
ค่านยิ ม
คําวา่ “จรยิ ธรรม” (Morality) (Piaget, 1932 : Kohlberg, 1976) เป็นระบบของ การทํา
ความดีละเว้นความช่ัว มีท้ังปัจจัยนําเข้า (Input) ซ่ึงเป็นปจั จัยเชิงเหตุท้ังทางด้านจติ ใจและ
สถานการณ์ของจริยธรรมและพฤติกรรมจรยิ ธรรม รวมทงั้ มีปจั จัยส่งออก (Output) ซึง่ เปน็ ผลของ
การมี จริยธรรมหรอื มีพฤติกรรมจริยธรรม ซ่งึ ผลนีอ้ าจอยู่ในรปู แบบทง้ั จิตลักษณะและพฤตกิ รรมของ
บุคคล ผ้กู ระทาํ และผลต่อบุคคลอ่ืน ต่อกลุ่ม ต่อสง่ิ แวดลอ้ ม และต่อโลก จรยิ ธรรมจะเกิดข้ึนเม่ือ
คา่ นยิ มหรอื คุณธรรม ต้ังแต่ 2 ตวั ขดั แยง้ กัน ทําให้บุคคลต้องตกอยใู่ นสภาพท่ีต้องตดั สินใจหรอื
แก้ปัญหาในการ เลือกที่จะปฏบิ ตั ิตามคุณธรรมหรือคา่ นยิ มตัวใดตัวหนง่ึ เช่น ความกตัญญูต่อบุคคล
ขดั แย้งกับความ รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ เป็นต้น บุคคลทต่ี ดั สินใจเลอื กคณุ ธรรมหรอื ค่านิยม ตวั ทีม่ ี
ประโยชนแ์ ก่สว่ นรวม มากกว่าที่เปน็ ประโยชน์แก่เฉพาะตนหรือพวกพอ้ งในกลุ่มเล็กๆ จึงมักเปน็
บุคคลท่ีมีจรยิ ธรรมสงู ดงั นั้น จรยิ ธรรมจงึ มคี วามหมายครอบคลมุ ทัง้ สาเหตุกระบวนการ และผลของ
การกระทําความดลี ะเวน้ ความชั่ว
สําหรับจรยิ ธรรมในการทาํ งาน คอื ระบบการทําความดีละเว้นความชวั่ ในเรื่องทีร่ ับผดิ ชอบ
และเกย่ี วข้องกบั ผปู้ ฏบิ ัตเิ กี่ยวขอ้ งกบั สถานการณ์การทํางาน เก่ยี วขอ้ งกับกระบวนการทํางานและ
ผลงาน ตลอดจนเก่ียวข้องกบั ผู้รับประโยชน์หรอื โทษจากผลงานนนั้ (ดวงเดอื น พันธุมนาวนิ , 2539)
โดยสรุป นกั วชิ าการได้ใหค้ วามหมายของคําว่า จริยธรรมในขอบข่าย 3 ประการ กลา่ วคือ (สทิ ธโิ ชค
วรานุสันติกูล, 2549)
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
8
ประการท่ีหนึ่ง จริยธรรมในแบบการคิดหาเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินใจทีจ่ ะกระทําหรอื ไม่
กระทําสง่ิ ใดส่งิ หนงึ่
ประการทส่ี อง จริยธรรมในแบบความรูส้ กึ ทางจติ ใจ การศึกษาจรยิ ธรรมของบุคคลในข้อนค้ี ือ
ศึกษาคา่ นิยม ความเช่ือและความรสู้ ึกชอบและไมช่ อบ
ประการทสี่ าม จรยิ ธรรมในแบบของการแสดงออกภายนอก คือ การศกึ ษาจรยิ ธรรมเปน็ สว่ น
ที่เป็นพฤตกิ รรมภายนอกของบคุ คล เชน่ พฤติกรรมซ่ือสัตย์เอือ้ เฟื้อ เปน็ ตน้
แนวคิดทฤษฎที างจรยิ ธรรม
สาํ หรับแนวคดิ ทฤษฎีทางจรยิ ธรรมในทนี่ ้จี ะไดน้ าํ เสนอในส่วนที่เกย่ี วข้องใน 3 ทฤษฎไี ด้แก่
ทฤษฎพี ัฒนาการการใชเ้ หตผุ ลเชงิ จรยิ ธรรมของโคลเบิร์กทฤษฎคี วามเฉลียวฉลาดเชิงจริยธรรม และ
ทฤษฎี ตน้ ไม้เชงิ จริยธรรม
ทฤษฎีพฒั นาการการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของโคลเบิร์ก
ทฤษฎีพัฒนาการการใชเ้ หตผุ ลเชิงจริยธรรม เปน็ แนวทางความคดิ ท่ีมีต้นกาํ เนิดมาจาก
เพียเจท์ (Piaget, 1896) และผ้ทู ่ีนําเอาแนวความคิดนมี้ าพัฒนาอย่างกว้างขวางเปน็ ที่ยอมรบั กันอย่าง
มาก คือ โคลเบิรก์ (Kohlberg, 1964) ซงึ่ เขาได้ทําการศึกษาบคุ คลต่างเชอื้ ชาตแิ ละวฒั นธรรมท้งั ใน
ทวีปยโุ รป เอเซียและอเมริกา ผลการศึกษามนษุ ยชาติทําให้สามารถแบง่ ระดับการพฒั นาการทางจติ ใจ
และใช้เหตผุ ลออกเป็น 3 ระดับ และแต่ละระดบั แบ่งออกเป็น 2 ข้ัน (Kasey, 1975 : 40 Cite
Kohlberg, 1985) ดังรูป
ภาพท่ี 3.1 โครงสร้างทางจติ 6 ข้นั ของจริยธรรมในมนุษย์
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
9
ระดบั กอ่ นกฎเกณฑ์ (Reconvention) เป็นระดับทบี่ ุคคลยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางในการ
ตดั สนิ การกระทํา การจะทาํ สิ่งใดมกั คํานึงถงึ ผลประโยชน์ท่ีตนจะไดร้ บั เปน็ ใหญ่ โดยมไิ ด้คํานงึ ถงึ วา่
การกระทํานนั้ จะส่งผลต่อผอู้ ื่นอยา่ งไร ระดบั น้ีแบ่งออกได้เปน็ 2 ข้ัน
ขน้ั ที่ 1 หลักการเชื่อฟังคาํ ส่ังและหลบหลกี การถกู ลงโทษ บคุ คลท่มี ีการตดั สินใจอยใู่ นขั้น น้ี
จะตัดสนิ การกระทาํ วา่ ดี-เลว ถกู -ไม่ถูก โดยพิจารณาท่ีผลการกระทําวา่ จะส่งผลตอ่ ตนเองอยา่ งไร
หลบหลกี การถูกลงโทษทางกายเพราะกลัวไดร้ บั ความเจ็บปวด ยอมทําตามคาํ สั่งผู้มีอํานาจทางกาย
เหนือตน ผู้ทใี่ ชห้ ลักการตดั สินใจข้นั นมี้ กั เป็นเด็กอายุ 2-7 ปี
ข้นั ที่ 2 หลักการแสวงหารางวัล บุคคลทีม่ ีการตดั สินใจอยู่ในข้นั นเี้ ปน็ ผู้ที่ถือวา่ การกระทําท่ี
ถกู ต้องคือ การกระทาํ ท่สี นองความต้องการของตนและทําให้คนเกดิ ความพอใจ การสมั พันธ์กับ ผอู้ ่ืน
เปน็ ไปในลกั ษณะแลกเปลย่ี นซงึ่ กนั และกัน การกระทําแบบดมี าดตี อบ รา้ ยมาร้ายตอบ เขา้ ทาํ นอง
“ตาต่อตา ฟันต่อฟนั ” ผ้ใู ชห้ ลกั การตัดสนิ ใจขั้นนม้ี กั เปน็ เด็กอายุ 7-10 ปี ผู้ใหญ่ทีม่ ีเหตผุ ลเชิง
จริยธรรม ชะงกั ข้นั น้ีจะมีเหตุผลในการทําหรือไม่ ทําอะไร เชน่ ทําแล้วไม่คุ้ม ทําหนา้ ท่ีก็ต้องขอสิง่
ตอบแทน มฉิ ะนนั้ จะไมท่ ํา
ระดบั ตามกฎเกณฑ์ (Convention) เปน็ ระดบั ทบ่ี ุคคลเรยี นรู้ท่จี ะกระทาํ ตามกฎเกณฑ์ ของ
กลุ่มย่อยของตน กระทําตามกฎหมายหรือกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของศาสนา ร้จู กั ทจี่ ะเอาใจเขามาใส่
ใจเรา มีความสามารถทีจ่ ะแสดงบทบาทของตนได้อย่างเหมาะสมเมื่ออยู่ในสงั คม ระดับน้ีแบง่ ออกได้
เป็น 2 ข้ัน
ขน้ั ที่ 3 หลักการทําตามทผ่ี ู้อื่นเห็นชอบ พฤติกรรมทีด่ ีตามทศั นะของผู้ใชห้ ลกั การตัดสิน ขั้นนี้
กค็ อื การทาํ ใหผ้ ูอ้ ืน่ พอใจและยอมรบั ลักษณะทเ่ี ด่นก็คือ การคลอ้ ยตามและส่วนผู้ใหญ่ท่ีจริยธรรม
หยดุ ชะงักในขนั้ นจ้ี ะเปน็ ผู้กระทาํ การใดๆ โดยเหน็ แก่พวกพ้อง เครอื ญาตแิ ละเพื่อนฝงู มากกว่าจะ
ตดั สินใจกระทําสิ่งใดเพื่อสว่ นรวม พยายามทําตนให้ผอู้ ื่นรักหรอื มองเห็นวา่ น่ารกั ผใู้ ชห้ ลักขน้ั นมี้ ักเปน็
เด็ก อายุประมาณ 10-13 ปี
ขนั้ ท่ี 4 หลักการทาํ ตามหน้าที่ทางสงั คม ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ของสังคม บุคคลจะเริ่ม
มองเห็นความสําคัญของกฎเกณฑร์ ะเบียบตา่ งๆ เหน็ ความสําคัญของการทําตามหน้าทต่ี น แสดงการ
ยอมรบั เคารพในอาํ นาจและมุ่งรักษาไว้ซง่ึ กฎเกณฑท์ างสังคม ผมู้ ีหลกั การ ตัดสินใจขนั้ น้ี มกั เปน็ เดก็
ช่วง อายุ 13-16 ปแี ละผ้ใู หญ่โดยทัว่ ไป หากจรยิ ธรรมหยุดชะงกั ในข้นั น้ีบุคคลจะกระทาํ การใดๆ โดย
อ้างกฎ ระเบียบ เป็นสําคญั โดยไม่สนใจประโยชนส์ ่วนรวม
ระดบั เหนือกฎเกณฑ์(Post Convention) ในระดบั นี้การตัดสินพฤติกรรมใดๆ เป็นไป ตาม
ความคิดและเหตผุ ลของตนเอง แลว้ ตัดสินใจไปตามท่ีตนคิดวา่ เหมาะสม ระดับนีแ้ บง่ ออกเปน็ 2 ขน้ั
เช่นกัน
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
10
ข้นั ท่ี 5 หลักการทาํ ตามคําม่ันสัญญา ขั้นน้ียึดประโยชน์และความถกู ตอ้ งเพื่อประโยชน์
สว่ นรวมเป็นหลกั เป็นการกระทําท่เี ปน็ ไปตามข้อตกลงและยอมรับกันของผูท้ ี่มจี ติ ใจสงู โดยจะตอ้ ง
นําเอา กฎเกณฑ์ของสงั คม กฎหมาย ศาสนา และความคดิ เหน็ ของบุคคลรอบดา้ นมาร่วมในการ
พิจารณาความ เหมาะสมด้วยใจเป็นกลาง เข้าใจในสิทธิของตนและเคารพในสทิ ธิของผู้อนื่ สามารถ
ควบคุมตนเองได้ มีความภาคภมู ใิ จเมอ่ื ทําดแี ละละอายใจตนเองเม่ือทาํ ชั่ว ผูม้ กี ารตดั สนิ ใจโดยใชห้ ลัก
นี้มกั เปน็ ผู้ที่มีอายุ มากกวา่ 16 ปขี น้ึ ไป
ข้ันท่ี 6 หลักการยึดอุดมคติสากล มีลักษณะแสดงถึงความเป็นสากลนอกเหนือจาก กฎเกณฑ์
ในสงั คมของตน มคี วามยดื หยุ่นทางจริยธรรมเพ่ือจดุ มงุ่ หมายบัน้ ปลายอนั เป็นอุดมคติท่ยี ิ่งใหญ่ มี
หลกั ธรรมประจําใจของตนเอง มีความเกลยี ดกลวั ความชว่ั เลือ่ มใสศรัทธาในความดีงาม ยึดประโยชน์
สว่ นรวมเปน็ หลกั ผู้มหี ลกั การตดั สินใจข้ันน้สี ว่ นมาเป็นวัยผูใ้ หญ่ตอนกลาง
หลักการตดั สนิ ใจทั้ง 6 ขั้นนค้ี รอบคลมุ พฒั นาการของมนษุ ยต์ ัง้ แตแ่ รกเกดิ จนกระท่ัง
พฒั นาการถึงขดี สงู สดุ และมีลกั ษณะเปน็ สากล คือบุคคลไม่วา่ จะอยู่ในประเทศใด เช้ือชาติใด
วฒั นธรรมใด กม็ แี นวโนม้ ว่าเจริญโดยผ่านกระบวนการเหล่านตี้ ามลาํ ดบั ขัน้ จากขั้นต่ำไปหาขน้ั สูง โดย
ไมข่ ้ามขน้ั ตอนใด เว้นแต่บุคคลอาจพัฒนาในอตั ราท่เี รว็ -ชา้ แตกต่างกนั สาํ หรบั แนวปรชั ญาและ
วัฒนธรรมไทย มีความ คล้ายคลงึ กันในลาํ ดับขน้ั ของการพัฒนาจะแตกต่างกันกต็ รงท่แี บ่งรายละเอียด
มากน้อยกวา่ กันเท่าน้นั ซง่ึ ถ้านํามาเทยี บเคียงกันจะได้ดงนี้
โคลเบิรก์ (Kohlberg) ไดเ้ ขียนบทความนําเสนอเหตุผลเชิงจรยิ ธรรมท่ีสูงกว่าขั้นที่ 6 ไวห้ ลาย
บทความเก่ียวกับเหตผุ ลเชงิ จรยิ ธรรมขั้นที่ 7 โดยเรยี กว่า “Ultimate Faith” เปน็ การท่ีบคุ คลจะ
กระทาํ หรือไมก่ ระทาํ ส่งิ ใดโดยความเช่ือถือศรัทธาขั้นปรมัตถใ์ นความเกี่ยวเนื่องของชีวติ ใกลเ้ คียงกบั
หลักพทุ ธ ศาสนาเก่ยี วกับการเวยี นวา่ ยตายเกดิ
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
11
โคลเบิรก์ ไดท้ าํ การศึกษาวจิ ยั อย่างต่อเน่อื ง และพบวา่ บุคคลจะสามารถพฒั นาการทาง
จริยธรรมถงึ ข้ันที่ 6 เมื่อการพัฒนาความคดิ สตปิ ญั ญาสมบูรณซ์ ง่ึ อยา่ งเร็วทีส่ ดุ คือ อายุ 13 ปีและมี
เพยี ง 25% ของมนุษย์ในโลกเทา่ นั้นท่สี ามารถพัฒนาเกินข้ันที่ 4 (Kohlberg and Ryncaz, 1990)
จากทกี่ ล่าวมาพบข้อสรปุ ท่ีน่าเชอื่ ได้วา่ สตปิ ญั ญาของบุคคลนน้ั มีความ สัมพนั ธ์กบั พฒั นาการ
ทางจริยธรรมอยา่ งมาก เป็นส่วนสาํ คัญและจาํ เปน็ อยา่ งยง่ิ ต่อพัฒนาการทางจริยธรรมอกี ด้วย แต่
ความคิด ตามทฤษฎีนแี้ ท้จริงสตปิ ัญญาเพียงอยา่ งเดยี วไมเ่ พียงทีจ่ ะทาํ ใหจ้ รยิ ธรรมของบุคคลพัฒนาไป
ไดด้ ว้ ยดี จะต้องมสี งิ่ กระตุ้นหรือสภาวะจากภายนอกรว่ มด้วย ซึง่ ท้ังเพยี รเ์ จท์ (Piaget, 1932) และ
โคลเบิร์ก (Kohlberg, 1964) ต่างกม็ องพฒั นาการทางจริยธรรมว่าเปน็ ผลติ ผลของอิทธิพลร่วม
ระหวา่ งพฒั นาการ ของสตปิ ัญญา (Cognitive development) กบั ประสบการณท์ างสงั คม (Social
experience)
จึงกล่าวไดว้ ่า ความคิดและหลกั ของทฤษฎีนีท้ ้งั เพยี เจท์และโคลเบิรก์ ได้เนน้ ความสาํ คัญของ
องคป์ ระกอบสองประการ คือ 1) พฒั นาการทางสติปัญญา และ 2) ปฏิสัมพันธ์กับผอู้ ่ืนหรือ
ประสบการณ์ ทางสังคม ซ่ึงอิทธพิ ลและความสําคญั ของสติปญั ญานัน้ ได้กลา่ วมาแล้ว ส่วนด้าน
ประสบการณ์ทางสังคมนั้น โคลเบริ ์ก (Kohlberg, 1976) กล่าวว่าการได้เก่ยี วข้องสมั พันธ์กบั คนอืน่ ใน
สังคมมากๆ ทําให้บุคคล มโี อกาสสวมบทบาทบ่อยๆ จงึ เกิดความสามารถในการสวมบทบาททาง
สังคม (Social role taking) หรือความสามารถในการหยัง่ ลึกทางสังคม (social perspective
taking)
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
12
กจิ กรรม 3.1 ความหมายและความสำคัญเก่ียวกับคณุ ธรรมจริยธรรม
คำชีแ้ จง
1. ใหน้ กั ศกึ ษาอ่านสาระโดยละเอียดในเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 3 เรอ่ื งที่ 3.1
2. ตอบคำถามตอ่ ไปน้ใี ห้ถกู ต้อง
คำถาม
1. จงบอกความหมายของคุณธรรมและจริยธรรม มาพอสังเขป
2. จงอธิบายความสำคัญของคุณธรรมและจรยิ ธรรมที่ต้องมใี นมนษุ ย์ พร้อมยกตัวอยา่ ง
ประกอบ
3. จงอธิบายทฤษฎีพัฒนาการใชเ้ หตผุ ลเชิงจรยิ ธรรมของโคลเบริ ก์ มาพอสังเขป
บันทึกการตอบกจิ กรรม 3.1
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
............................................................................................................................ ....................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................................. ..............
.................................................................................................................... ............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
13
เร่ืองท่ี 3.2 คุณธรรมและจริยธรรมของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21
ลกั ษณะทางสงั คมเศรษฐกิจในยคุ ศตวรรษท่ี 21 การขยายตัวทางเทคโนโลยี อตุ สาหกรรม
มากท่สี ุด เป็นยุคของอุตสาหกรรมทีม่ าแทนที่แรงงานคนและสตั ว์อันเปน็ ปัจจยั การผลิตในยคุ กสกิ รรม
การขยายตัวและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดงั กล่าวได้มผี ลใหส้ ังคมโลกในการปรบั ตวั อย่างรบี เรง่
เพื่อการดำรงคงอยู่ในกระแสการเปลย่ี นแปลง การขับเคล่ือนธุรกิจของประชากรต้องก้าวข้ามอุปสรรค
ปัญหา ประชากรในยุคเศรษฐกิจดจิ ทิ ลั ต้องเปน็ ประชากรท่ีมีความพร้อมทจี่ ะเผชิญกับสถานการณ์
ขอ้ มูล ที่มากมายทัง้ ข้อมูลภายใน และข้อมลู ภายนอก เน่ืองจากมีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
หรือ สอ่ื สงั คมออนไลน์ทำให้ข้อมลู มาจากหลากหลายช่องทาง ประชากรจำเป็นต้องมีศักยภาพในการ
จดั การข้อมูล เพ่ือใช้ประโยชนจ์ ากข้อมลู ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ซ่ึงจะขอขยาย
ความหมาย เกยี่ วกับคำว่า เศรษฐกิจดจิ ทิ ัล (Digital Economy) นั้นคือ การขับเคล่ือนเศรษฐกิจของ
ประเทศ โดยการนำไอทหี รือเทคโนโลยดี ิจิทลั เข้ามาใชเ้ พอ่ื เพ่ิมผลผลติ เพ่ิมผลงาน โดยใช้เวลาน้อยลง
และสร้างมูลค่าเพม่ิ ใหแ้ ก่สนิ ค้าและบรกิ ารต่างๆ เพ่ือใหเ้ ราแข่งขันกบั ประเทศอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะ
อย่างย่ิง “ยุคปจั จบุ ันที่การใช้สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ” ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเลต็ ติดต่อสอ่ื สาร
กนั ผ่านเครอื ขา่ ยไรส้ ายความเรว็ สูง (Wireless Broadband) เชน่ 3G, 4G ซง่ึ ใช้งานได้ง่ายกว่า
เคร่อื งพซี ี (Personal Computer: PC) มากทำใหเ้ กิดการใชง้ านในวงกวา้ ง แม้กระท่ังในคนทไี่ มเ่ คยใช้
คอมพิวเตอรห์ รืออนิ เทอรเ์ น็ตมาก่อน ซ่ึงทำใหเ้ กิดโอกาสทางธุรกิจใหมๆ่ มากมายในแทบทุกสาขา
เศรษฐกจิ
การปรับเปลย่ี นทส่ี ำคญั กค็ ือ เทคโนโลยดี จิ ิทัล (Digital Technology) เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เข้า
มามีบทบาทสำคญั ในชวี ติ ของมนุษย์แทบทุกด้านการตดิ ต่อสอ่ื สารและปฏิสมั พนั ธ์ของผู้คนในสังคม
ดำเนินบนฐานของข้อมูลในอินเทอร์เนต็ หลายประเทศในโลกจึงจำเปน็ ต้องปรับตวั ไปส่คู วามเป็นดจิ ิทลั
การท่ีประเทศไทยต้องปรบั ตัวเพอื่ เตรยี มกา้ วเข้าสูย่ คุ เศรษฐกจิ ดจิ ทิ ัล (Digital Economy) ธรุ กจิ ท่ี
จะต้องแข่งขนั กนั ด้วยความรู้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม รปู แบบของเศรษฐกจิ กำลงั จะ
เปล่ียนไป เกดิ การทำงานแบบใหม่ ทเ่ี รียกว่า ดจิ ิทลั เวิร์คเพลส (Digital Workplace) ข้อมูลเกือบทุก
อย่าง ในอนาคตจะถูกเชอ่ื มโยงด้วยเครือข่ายอินเทอร์เนต็ ดังน้นั การขับเคลือ่ นทั้งสมรรถนะของตนเอง
และ ของประชากรใหไ้ ปพร้อมกับการเปลย่ี นแปลงของยคุ ดิจทิ ัล โดยมีวธิ บี ริหารการทำงานผ่านระบบ
ออนไลนต์ ลอด ท้ังวิธีการบริหารจัดการดจิ ิทลั คอนเทนต์ (Digital Content) ในประชากรใหเ้ กิด
ประโยชน์ มากท่ีสดุ ซึง่ ทุกส่งิ ทุกอย่างในชีวิตการทำงานจะอยใู่ นโมบายเทคโนโลยี (Mobile
Technology) ไมว่ ่า จะเป็นเร่ืองของการทำธรุ กรรมหรือการทำงานอ่นื ๆ ระบบดิจิทัลจะเขา้ มา
ควบคุมการทำงานในอนาคต จะเป็นการตดิ ตอ่ ทท่ี ำไดต้ ลอดเวลาทุกสถานท่ี ผปู้ ระกอบการธุรกิจควรมี
การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ดิจิทัลใหเ้ หมาะสมกบั พฤติกรรมการเลือกบรโิ ภคของลูกคา้ ซ่ึงมีความ
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
14
สอดคลอ้ งกับผลงานวิจัยทีว่ า่ ผู้ประกอบการควรเน้นจำหนา่ ยสินคา้ แฟช่นั ประเภทเส้ือ กางเกง
กระโปรง ของกลมุ่ คนในวยั ทำงาน เนือ่ งจากผ้บู ริโภคกลมุ่ น้ีมีโอกาสเติบโตสงู มาก และควรให้
ความสำคัญในเรื่องคณุ ภาพสินคา้ ความหลากหลายของสินคา้ ราคา การสง่ เสริมการขาย และควรมี
ช่องทางการชำระเงินท่ีหลากหลาย เพ่อื ให้ผู้บริโภคเลือกเพ่ือเป็นการกระตุน้ ใหผ้ ู้บรโิ ภคซอื้ สนิ ค้า
แฟชั่นผา่ นทางอนิ เทอรเ์ น็ตเพ่ิมขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้วา่ การเติบโตของเทคโนโลยดี ิจิทัลจะทำให้ประชากรเปล่ยี นแปลงอย่าง
รวดเร็ว แต่สิ่งท่ีประชากรควรรกั ษาไว้ ก็คือความร้คู วามเขา้ ใจทต่ี รงกันหรือสอดคล้องกันเกีย่ วกบั เรือ่ ง
คุณธรรมจรยิ ธรรมระหว่างผ้เู ก่ียวขอ้ งทกุ ๆ ฝ่ายในประชากร แล้วขยายวงกว้างไปภายนอกประชากร
ต่อไป ซึ่งเรมิ่ จากการกำหนดแผนงานดา้ นคุณธรรมและจริยธรรม การแผนส่งเสรมิ ใหเ้ ป็นวัฒนธรรม
ประชากร และการสรา้ งและพฒั นาบุคลากรดา้ นคุณธรรมและจริยธรรมภายในประชากร สำหรบั
ผเู้ ขยี นมคี วามประสงคทจี่ ะสะทอ้ นใหเ้ ห็นรปู แบบการจดั ประชากรและแนวทางพฒั นาคุณธรรม
จรยิ ธรรม โดยใชห้ ลกั คำสอน ของพทุ ธศาสนาและการปลกู ฝงั คุณธรรมจริยธรรมในจติ สำนึกของบคุ คล
ตามกรอบทักษะและการเรยี นวฒั นธรรมในศตวรรษท่ี 21 เพือ่ ให้ได้พลเมืองทีม่ ีคุณภาพของประเทศ
ไทย
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
15
เรอ่ื งท่ี 3.3 คณุ ธรรมและจริยธรรมในการดำรงตน
คำว่า “จรยิ ธรรม” แยกออกเป็น จรยิ + ธรรม ซ่งึ คำวา่ จรยิ หมายถึง ความประพฤตหิ รือ
กริ ยิ าท่ีควรประพฤติ ส่วนคำว่า ธรรม มคี วามหมายหลายประการ เชน่ คณุ ความดี หลักคำสอนของ
ศาสนา หลกั ปฏิบัติ เมอื่ นำคำท้งั สองมารวมกนั เป็น “จริยธรรม” จงึ มีความหมายตามตัวอักษรว่า
“หลกั แห่งความประพฤติ” หรือ “แนวทางของการประพฤต”ิ
จริยธรรม เป็นสิ่งที่ควรประพฤติ มีทีม่ าจากบทบัญญตั ิหรือคำส่ังสอนของศาสนา หรือใครก็ได้
ท่เี ป็นผู้มีจรยิ ธรรม และได้รบั ความเคารพนับถือมาแล้ว ลกั ษณะของผมู้ จี รยิ ธรรม ผมู้ ีจริยธรรมจะเป็น
ผทู้ ม่ี คี ุณลักษณะดังนี้
1. เปน็ ผู้ทม่ี ีความเพียรความพยายามประกอบความดี ละอายต่อการปฏบิ ัติชวั่
2. เปน็ ผมู้ คี วามซอ่ื สัตย์สจุ รติ ยตุ ธิ รรม และมีเมตตากรุณา
3. เปน็ ผมู้ ีสติปญั ญา รู้สึกตัวอยเู่ สมอ ไม่ประมาท
4. เปน็ ผ้ใู ฝ่หาความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ เพอ่ื ความมน่ั คง
5. เป็นผทู้ ร่ี ัฐสามารถอาศยั เป็นแกนหรอื ฐานให้กับสงั คม สำหรับการพัฒนาใดๆ ได้
แนวทางการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมท่กี ำหนดโดยรัฐบาล จากคณุ สมบัติของผมู้ ี
จริยธรรมดงั กล่าว แสดงถึงความเปน็ คนมีคุณภาพ มีภาวะความเป็นผนู้ ำ อนั เปน็ ที่ต้องการของ
องค์การและสงั คมทกุ ระดบั รัฐบาลไทยได้เห็นความสำคญั ของการพัฒนาคุณภาพของประชาชนใน
ด้านจรยิ ธรรมและคุณธรรมในสังคม จงึ ได้บรรจุไวใ้ นแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม ฉบับที่ 8 โดยเน้น
การพฒั นาจติ ใจในลักษณะที่สอดคลอ้ งและเหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกจิ และสงั คมปจั จุบนั ซึ่งผล
ทีป่ รากฏในปจั จุบันก็คือ มกี ารเผยแผ่ธรรมะทางส่อื ต่างๆ มากมาย วัดวาอารามก็ได้เขา้ มามสี ่วนรว่ ม
ส่วนช่วยในการอบรมส่ังสอนด้วย จรยิ ธรรมเปน็ จริยสมบัติ หน่วยงานต่างๆ ก็ใหก้ ารสนับสนุนเปน็
อยา่ งดี คนไทยวัยหนุ่มสาวและเยาวชนได้ใหค้ วามสนใจเป็นจำนวนมาก จากท่เี หน็ ไดจ้ ากสื่อและข่าว
ตา่ งๆ เนอื่ งจากจริยธรรมเป็นคณุ สมบุตทิ ี่ทำหน้าทเ่ี ป็นเครอ่ื งมือในการวัดคุณภาพของคน ซึ่งมี
ความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชากรท้งั ประเทศ รฐั บาลจงึ ไดก้ ำหนดแนวทางการพัฒนา
คุณธรรมและจริยธรรมไวด้ งั น้ี
1. พัฒนาจิตใจประชากรกลุ่มเป้าหมาย โดยใหผ้ นู้ ำแต่ละกลุ่มเป็นผู้บรหิ ารเปล่ียนแปลง
2. ใหส้ ถาบนั ของสังคมและครอบครัวทำหนา้ ทอี่ ันถกู ต้อง ชอบธรรมของตนเอง แก้ไข
ขอ้ บกพร่องโดยรบี ดว่ น
3. บรรจกุ ารพัฒนาจติ ใจในหลกั สตู ร การฝึกอบรมทุกหลกั สูตร และให้ดำเนินการพฒั นา
ต่อเน่อื งตอ่ ไป
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
16
4. ให้มกี ารพัฒนาวธิ ีปลูกฝงั อบรม ส่ังสอนศีลธรรม จรยิ ธรรม ตามความเหมาะสมของ
กลมุ่ เปา้ หมายให้เปน็ ท่นี ่าสนใจ
5. สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมของสังคมอันไดแ้ กศ่ ิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่
ถกู ต้องดงี ามตามหลักศีลธรรมและจริยธรรม
นอกจากการพัฒนาของรฐั บาลดงั กลา่ ว องค์การควรไดส้ ่งเสรมิ และพฒั นาบคุ ลากรของ
องค์การในวธิ เี ดียวกันในองค์การอกี แห่งหนง่ึ เพ่ือใหบ้ คุ ลากรขององค์การเปน็ ทรัพยากรมนษุ ยท์ ่ีพึง
ประสงคข์ ององค์การและประเทศชาตโิ ดยแทจ้ ริง การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ย์โดยวธิ ดี งั กล่าวอาจเปน็
ส่วนหนง่ึ สำหรับการพัฒนาองค์การ ทสี่ ำคัญก็คือองค์การควรใหม้ ีการสรา้ งบรรยากาศหรือสภาวะ
แวดล้อมในการทำงานให้ดดี ว้ ย ดังเชน่ ไม่ใหค้ นมีงานทำมากเกินไป หรอื นอ้ ยเกนิ ไป การพิจารณา
ความดีความชอบให้มีความยุตธิ รรม และส่งเสรมิ ด้วยมนุษยสัมพันธ์ภายในองค์การดว้ ย ซงึ่ บรรยากาศ
ทดี่ จี ะช่วยการพัฒนาจิตใจ ในด้านสถาบนั การศึกษาก็ควรไดม้ กี ารบรรจุหลกั คณุ ธรรมไวใ้ นหลกั สตู ร
เพอื่ เป็นการพัฒนาและให้การศกึ ษากับคนทัง้ ชาติ เพ่ือการพัฒนาจติ ใจของคนในชาติให้มีคุณภาพ
จรยิ ธรรม ในชวี ิตประจำวนั
1. ขยัน ความตงั้ ใจเพยี รพยายามทำหนา้ ที่การงานอยา่ งต่อเนอื่ ง สม่ำเสมอ อดทนไม่
ท้อถอยเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องควบคู่กบั การใชป้ ญั ญา แก้ปญั หาจนเกดิ ผลสำเรจ็ ตามความมุ่ง
หมาย
2. ประหยัด การรู้จกั เก็บออม ถนอมใชท้ รัพย์สนิ สิ่งของให้เกิดประโยชนค์ ้มุ ค่า ไม่ฟ่มุ เฟอื ย
ฟุ้งเฟ้อ ผู้ท่ีมีความประ หยัด คือ ผู้ทดี่ ำเนนิ ชวี ติ เรยี บงา่ ย รู้จักฐานะการเงนิ ของตน
3. ซ่อื สตั ย์ ประพฤติตรง ไม่เอนเอียง ไม่มีเล่หเ์ หลีย่ ม มีความจรงิ ใจ ปลอดจากความรสู้ ึก
ลำเอียงหรืออคติ ผทู้ ่ีมคี วามซื่อสตั ย์ คอื ผูท้ ่ีมีความประพฤติตรง ทั้งตอ่ หน้าที่ ตอ่ วิชาชพี ตรงตอ่ เวลา
4. มวี ินัย การยึดมัน่ ในระเบยี บแบบแผน ขอ้ บังคับ และข้อปฏบิ ัติ ซ่ึงมที งั้ วินยั ในตนเองและ
วนิ ยั ต่อสงั คม ผู้ท่ีมีวินยั คือ ผู้ท่ปี ฏบิ ัติตนในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา
5. สุภาพ เรียบรอ้ ย ออ่ นโยน ละมุนละม่อม มีกริ ิยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ ผู้ท่ีมี
ความสภุ าพ คือ ผู้ทอ่ี ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวรา้ ว
6. มีนำ้ ใจ ความจรงิ ใจท่ไี มเ่ หน็ แก่เพยี งตวั เองหรือเรอ่ื งของตวั เอง แต่เห็นอกเหน็ ใจ เหน็
คุณคา่ ในเพื่อนมนุษย์
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
17
กิจกรรม 3.2 คณุ ธรรมและจริยธรรมตอ่ การดำรงชีวิต
คำช้แี จง
1. ให้นกั ศกึ ษาอา่ นสาระโดยละเอียดในเอกสารประกอบการสอน หน่วยที่ 3 เรอ่ื งที่ 3.2
และ เรอ่ื งที่ 3.3
2. แบ่งนกั ศกึ ษาเป็นกลมุ่ ๆ ละ 3-5 คน ใหน้ ักศึกษาแต่ละกล่มุ อภิปรายในกลุ่ม และสรุปผล
การอภิปราย นำเสนอผลการอภปิ ราย
ประเดน็ อภปิ ราย
1. “ปัจจบุ ัน คน เริ่มขาดคุณธรรมจรยิ ธรรม มากขนึ้ ” จริง หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
2. คณุ ธรรมและจริยธรรม สอดคล้องกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไร และ
นกั ศกึ ษาคิดวา่ สามารถแยกเรื่อง เศรษฐกจิ กบั คุณธรรมออกจากกันได้
บันทกึ การตอบกจิ กรรม 3.2
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
............................................................................................................................ ....................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
18
เรอ่ื งที่ 3.4 ทฤษฎีตน้ ไมค้ ุณธรรมสำหรับคนไทย
กระแสโลกาภวิ ัฒน์ได้มีอทิ ธิพลตอ่ กระแสวัฒนธรรมไทยท่ีคนไทยมีการปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรม
ท้ังด้านการกนิ การแตง่ กาย ขนบธรรมเนยี มประเพณีวัฒนธรรมโดยรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้
อย่างไมเ่ หมาะสม ครอบงําทงั้ ตนเอง ครอบครวั และคนรอบขา้ ง ก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบตอ่ วถิ ชี วี ิต
ความเปน็ อยู่ของคนไทย ทําให้หลงลมื คุณธรรมจรยิ ธรรม วถิ ชี ีวติ ดั้งเดมิ ของคนไทย
จากการพบปะกบั บคุ คลมากมายทง้ั ตอนเรียน ตอนทาํ งาน เคยสงสัยอยูต่ ลอดว่าคนที่ทั้งเก่ง
และ เปน็ คนดีด้วย เขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอยา่ งนน้ั ได้อย่างไร มคี ุณลักษณะพิเศษอะไรท่เี พาะบม่
บุคคลนน้ั แต่ อยา่ งนอ้ ยบคุ คลเหล่าน้ันตอ้ งมีพฤติกรรมทางจรยิ ธรรมทด่ี งี ามอย่างหน่ึงแน่นอน ซึ่งจาก
การอา่ นหนังสือ ดเู วบ็ ไซด์กร็ ู้สึกสะดดุ ใจกับทฤษฎีหนึ่ง ซ่ึงเขยี นโดย ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน คือ
ทฤษฎตี ้นไมจ้ รยิ ธรรมซึง่ นา่ สนใจมาก โดยเฉพาะกบั ยุคสมัยปจั จุบนั ทที่ ุกคนรำ่ รอ้ งเรยี กหาคุณธรรม
จรยิ ธรรม และศลี ธรรมทัง้ ส่วนบคุ คลและส่วนรวม ศ.ดร.ดวงเดือน ให้คํานยิ ามคาํ วา่ “จริยธรรม” วา่
หมายถึง ระบบการทําความดี ละ เว้นความชั่ว คาํ วา่ “ระบบ” หมายถงึ ทั้งสาเหตุทีบ่ คุ คลจะกระทํา
หรือไม่กระทาํ และผลของการกระทาํ หรือไมก่ ระทําน้นั ตลอดจนกระบวนการเกดิ และเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมเหลา่ นดี้ ว้ ย การท่ีคนเราจะทาํ ความดี หรือไม่มากนอ้ ยเพียงใดน้นั ขึ้นอยู่กบั สาเหตหุ ลัก 2
ประการ คือ
1) สาเหตุภายในตวั บุคคล ได้แก่ ความไม่เห็นแก่ตวั ความเชื่อในหลักการทําดีได้ดี ทาํ ชั่วไดช้ ่ัว
การเคารพกฎหมาย ระเบยี บและกติกาของสงั คม
2) สาเหตภุ ายนอกตัวบคุ คล ไดแ้ ก่ คนรอบข้างกฎระเบียบ ศาสนา สังคม วฒั นธรรม และ
สถานการณ์ในขณะท่บี ุคคลประสบอยู่
ทฤษฎตี ้นไม้จริยธรรม คือ ลกั ษณะพืน้ ฐานและองคป์ ระกอบทางจติ ใจซงึ่ จะนาํ ไปสูพ่ ฤตกิ รรม
ท่พี ึงปรารถนาเพื่อส่งเสรมิ ให้บุคคลเปน็ คนดีและคนเกง่ นัน้ มสี าเหตุทางจติ ใจอะไรบา้ งและได้นํามา
ประยุกตเ์ ปน็ ทฤษฎตี น้ ไมจ้ ริยธรรมสาหรับคนไทยข้นึ
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
19
ภาพที่ 3.2 ทฤษฎีต้นไม้คณุ ธรรม
ทีม่ า : http://bsris.swu.ac.th/sar/streng49.asp
ทฤษฎตี น้ ไม้จริยธรรมสําหรบั คนไทยนนั้ ไดแ้ บง่ ต้นไม้จรยิ ธรรมออกเปน็ 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่หนง่ึ ได้แกด่ อกและผลไมบ้ นตน้ ที่แสดงถึงพฤติกรรมการทําดีละเว้นชั่วและพฤติกรรม
การทํางานอย่างขยันขนั แขง็ เพอ่ื ส่วนรวม ซึง่ ล้วนแต่เปน็ พฤตกิ รรมของพลเมืองดีพฤติกรรมท่เี อื้อเฟ้ือ
ตอ่ การ พฒั นาประเทศ
สว่ นทีส่ อง ได้แก่ สว่ นลาํ ต้นของตน้ ไมแ้ สดงถึงพฤตกิ รรมการทาํ งานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง
ซ่ึงประกอบดว้ ยจิตลกั ษณะ 5 ดา้ น คือ
1) เหตุผลเชิงจรยิ ธรรม
2) มุ่งอนาคตและการควบคุมตนเอง
3) ความเชอ่ื อํานาจในตน
4) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
5) ทัศนคติคณุ ธรรมและค่านิยม
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
20
ส่วนท่สี าม ไดแ้ ก่ รากของต้นไม้ ทแี่ สดงถงึ พฤติกรรมการทํางานอาชีพอย่างขยนั ขนั แขง็ ซ่ึง
ประกอบดว้ ยจติ ลักษณะ 3 ด้าน คือ
1) สตปิ ัญญา
2) ประสบการณ์ทางสังคม
3) สขุ ภาพจติ
จิตลกั ษณะทัง้ สามน้อี าจใช้เปน็ สาเหตขุ องการพฒั นาจิตลักษณะ 5 ประการ ท่ีลาํ ตน้ ของ
ตน้ ไม้ก็ได้ กล่าวคือ บคุ คลจะต้องมีลักษณะพื้นฐานทางจติ ใจ 3 ด้าน ในปรมิ าณที่สูงพอเหมาะกับอายุ
จงึ จะเปน็ ผู้ทม่ี ี ความพร้อมทจ่ี ะพฒั นาจิตลักษณะทั้ง 5 ประการ ทล่ี ําตน้ ของตน้ ไมโ้ ดยท่ีจิตทง้ั 5
ลักษณะนจ้ี ะพัฒนาไปเอง โดยอัตโนมตั ิ ถา้ บุคคลท่ีมคี วามพร้อมทางจิตใจ 3 ด้านดงั กลา่ วและอยใู่ น
สภาพแวดล้อมทางครอบครัวและ สงั คมทเ่ี หมาะสม นอกจากน้นั บคุ คลยงั มีความพร้อมที่จะรบั การ
พฒั นาจิตลกั ษณะบางประการใน 5 ดา้ นน้ี โดยวิธีการอ่นื ๆ ดว้ ย ฉะนั้นจิตลักษณะพน้ื ฐาน 3 ประการ
จึงเป็นสาเหตขุ องพฤติกรรมของคนดีและของคน เกง่ น่ันเอง นอกจากนี้จติ ลักษณะพน้ื ฐาน 3 ประการ
ที่รากน้ีอาจเปน็ สาเหตุรว่ มกับจิตลักษณะ 5 ประการที่ ลําต้น หากบคุ คลมีพ้นื ฐานทางด้านจิตใจเป็น
ปกตแิ ละไดร้ ับประสบการณ์ทางสังคมทีเ่ หมาะสม บคุ คลน้ันกจ็ ะ สามารถพัฒนาโดยธรรมชาติ แต่ใน
สังคมไทยมกี ารวจิ ยั พบวา่ พฒั นาการหยุดชะงักอยา่ งไม่เหมาะสมกับวัย กล่าวคือ ผ้ใู หญจ่ ํานวนหนึ่งซง่ึ
สมควรพฒั นาการใชเ้ หตุผลไปถงึ ขั้นสงู แล้วแต่ยังหยุดชะงกั ที่ขัน้ ต่ำ เชน่ ยังยดึ หลักแลกเปลีย่ น
ผลประโยชนส์ ว่ นตนและส่วนพวกพ้อง เป็นตน้ บุคคลท่มี ีแรงจงู ใจดงั กล่าวจึงยังไมส่ ามารถคิด
ประโยชนเ์ พือ่ สังคมได้
ดังน้นั หากเราหมัน่ ตรวจสอบจรยิ ธรรมของตวั เองอย่ตู ลอดเวลา การบนั ทกึ กจิ กรรมที่ได้
กระทาํ แต่ละวันทําให้ได้ข้อมูล เพื่อใชใ้ นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสมให้ดงี ามยิง่ ข้นึ ซ่ึงการ
บันทึกข้อมลู การปฏบิ ัตหิ รือกิจกรรมที่ได้กระทําเสมือนการปฏิบตั ิธรรมโดยวิธีนัง่ สมาธิเพราะในขณะท่ี
จิตกาํ ลงั ทบทวนสง่ิ ท่ีได้ กระทําเสมือนเป็นการพจิ ารณาตัวเอง พจิ ารณาการกระทาํ ดีและไม่ดใี นขณะที่
จิตพิจารณาก็จะเกิดสมาธแิ ละ เมอ่ื ได้พจิ ารณาตนเองแลว้ กส็ ามารถเข้าใจตนเองและปรับเปล่ยี น
พฤติกรรมใหม่ ซ่ึงเปน็ เสมือนเกิดปัญญาใน การนาํ พาชวี ิตผา่ นพน้ ทุกขไ์ ด้ลองปฏิบัตดิ ูนะ
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
21
เร่ืองท่ี 3.5 การดำรงตนให้มคี วามสุขวิถีพทุ ธ
การดำเนินชีวติ ตามหลักของพุทธศาสนาน้นั มหี ลักธรรมคำสอนท่เี ก่ียวข้องกบั การดำเนินชวี ติ
ของชาวพุทธอยู่มากมาย แตใ่ นประเด็นนเ้ี พียงตอ้ งการท่จี ะกล่าวให้เห้นถึงหลักการดำเนนชิ วี ติ อยา่ ง
กวา้ งๆ ของพทุ ธศาสนา ซึง่ การดำเนนชิ ีวิตามแนวพุทธศาสนานั้น จะพบเห็นไดจ้ ากการที่ชาวพุทธนำ
หลักธรรม หลกั จรยิ ธรรมไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ดงั น้ี
1. การกระทำความดี ละเว้นความช่ัว ซึง่ แนวทางการปฏิบัตขิ องแต่ละศาสนาแตกตา่ งกัน
แตท่ ุกศาสนาก็สอนให้ทำความดี และละเวน้ ความช่ัวเป็นพ้ืนฐาน ได้แก่ ศลี 5 ไดแ้ ก่ การไมฆ่ ่าสัตว์
การไมล่ ักทรัพย์ การไมป่ ระพฤติผวิ ในกาม การไม่กล่าวมุสา และการไมเ่ สพสิ่งเสพติดมนี เมา ซ่งึ
เปน็ สงิ่ ท่ที ำให้ประมาท
2. การพฒั นาตนเองและการพงึ่ ตนเอง เพื่อให้อยู่ได้ในสงั คมอย่างมีความสุข เชน่ พุทธภาษติ
ที่วา่ อตั ตาหอิ ัตตโน นาโถ หมายถึง ตนเปน็ ที่พง่ึ แหง่ ตน
3. ความยตุ ิธรรม ความเสมอภาพและเสรีภาพคำสอนของศาสนาจะเน้นในเรื่องเหล่าน้ี
เพราะทกุ เร่ืองจะทำให้มนษุ ย์อยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ติ พระพุทธเจ้าตรสั ว่า ชาติตระกลู ไม่ได้เป็นเครอื่ ง
กำหนดความแตกตา่ งของบคุ คล คนท่ีเกดิ มาเทา่ เทียมกนั ท้ังนน้ั และสอนให้ทุกคนอยู่ภายใตอ้ คติ 4
คอื ฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ คือ ลำเอียง เพราะเหตุท้ัง 4 ประการ คือ เพราะรัก
เพราะโกรธ เพราะหลง และเพราะกลวั เปน็ ต้น
4. การเสยี สละ หรือการสงเคราะห์ เช่น สังคหวตั ถุ 4 ได้แก่ ทาน คือ การแบง่ ปันสง่ิ ของๆ
ตนแกค่ นที่ควรให้ ปยี วาจา คือ การใชว้ าจาท่ีอ่อนหวาน อัตฤจรยิ า คอื ประพฤติตนแตส่ ิ่งท่เี ป็น
ประโยชน์ สมานัตตตา คอื ความเปน็ คนวางตนเสมอ ไม่ถอื ตวั
5. ความอตุ สาหะและความพยายาม มีความอุตสาหะ มีความเพียรความอดทน และมีความ
พยายามอนั จะชว่ ยใหบ้ คุ คลประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งพัฒนาตนเองอย่เู สมอ พทุ ธศาสนามีคติ
เตอื นใจว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยทู่ ่ีน่ัน หรอื หลักคำสอนอิทธบิ าท 4 ได้แก่ ฉนั ทะ
ความพอใจรักใครในส่งิ นน้ั วริ ิยะ ความเพียรในสงิ่ น้นั จติ ตะ ความเอาใจฝักใฝ่ในสิ่งน้นั และวิมังสา
ความหมน่ั สอดส่องในเหตผุ ลของส่ิงน้ัน
6. ความรกั ความเมตตา เพราะการที่คนเราจะอยู่รว่ มกันไดอ้ ยา่ งสนั ติน้ัน ความรักความ
เมตตาเป็นส่ือสำคญั อกี ในพทุ ธศาสนามีพุทธภาษิตวา่ เมตตาธรรม เป็นเครือ่ งคำ้ จนุ โลก
7. ความมคี ุณธรรมอดทน อดกล้นั เกือบทกุ ศาสนา มีบทบัญญตั แิ ละข้อปฏิบัติในเรื่องนี้
เหมือนกนั เชน่ ศลี ของศาสนาพทุ ธ บัญญตั ิ 10 ประการของศาสนาครสิ ต์ การถอื ศีลอดของศาสนา
อิสลาม ทกุ ข้อปฏิบตั ิ คือ การใหค้ น มคี ุณธรรม อดทน และอดกลน้ั
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
22
8. การยกยอ่ งเคารพบิตามารดา ถือเปน็ หลักสำคัญ เพราะบุพการเี ป็นสิ่งควรยกยอ่ ง ในพทุ ธ
ศาสนากล่าวไว้วา่ บิดา มารดา เป็นพระพรหมของลูก
9. การไม่แบ่งชนชน้ั วรรณะ พทุ ธศาสนาถือวา่ กำเนดิ ชาตติ ระกูลมิได้ทำให้บุคคลเป็น
พราหมณ์ เป็นกษัตริยเ์ ปน็ พ่อค้า ความประพฤติของบคุ คล เป็นเรอ่ื งกำหนดของบคุ คล ทุกคนมีความ
เท่าเทยี มกนั
10. การไม่ขอ้ งแวะดว้ ยอบายมุข ไมเ่ สพสุราของมึนเมา ไมเ่ ล่นการพนนั หาเลีย้ งชีพโดยไม่
ชอบธรรมต่างๆ เชน่ การค้ามนุษย์ คา้ ขายส่ิงเสพตดิ มนึ เมา และผิดกฎหมาย เป็นตน้
จากความหมายการดำเนินชวี ิตตามแนวความเช่ือพุทธปรชั ญาเถรวาท ได้แก่ การดำเนินชีวิต
ตามปกติของคนเรา ดว้ ยการรักษากาย วาจา ใจ ใหส้ ุจรติ ไม่คิด พดู ทำในส่ิงชั่ว สรา้ งความดี และทำ
ใจให้ผอ่ งใส เปน็ ไปตามหลกั ของศลี สมาธิ และปัญญา หลกั พทุ ธจริยธรรม 3 ระดับพทุ ธจรยิ ธรรม
หรอื หลักสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน ท่ีพระพุทธเจา้ สั่งสอนจัดเป็น 3 ระดับ คือ
1. พทุ ธจรยิ ศาสตรข์ ้นั พนื้ ฐาน
หลักธรรมข้นั นีม้ อี ยู่ 2 ขั้น คอื ขน้ั หยาบ เปน็ ลักษณะท่ีต้องงดเวน้ ดว้ ยการไมป่ ระพฤติผิด
ทางกายและวาจา เรยี กวา่ เบญจศีล หรือศลี 5 อีกขั้นหน่งึ คอื ขัน้ ละเอียด ทีป่ ระณตี มากขึ้นกว่าเดิม
เป็นลักษณะทางใจ 5 อยา่ ง เรยี กว่า เบญจธรรม มาคู่กนั
2. จริยศาสตรข์ ้นั กลาง
หลักจริยธรรมนี้ เปน็ หลักปฏิบตั ิท่สี งู ข้นึ มาอีกระดับหน่ึง ไดแ้ ก่ กศุ ลกรรมบถ 10
ประการ หมายถงึ ทางแห่งการกระทำความดี หรอื ทางไปส่คู วามเจริญ และสันตสิ ุขหรือสุคติ
จริยธรรมระดบั นี้จะช่วยยกฐานะความดีของมนุษย์ใหส้ งู ขึ้น ประณีตขน้ึ ตามลำดับ แบ่งออกเปน็ 3
ทางตามโครงสรา้ งของพฤติกรรมของมนุษย์ ไดแ้ ก่
1) กายสจุ ริต คอื ความประพฤติทางกาย 3 ประการ ได้แก่
(1) เวน้ จากการฆา่ และเบยี ดเบยี นสัตว์
(2) เว้นจากการละเมิดกรรมสิทธิใ์ นทรัพย์สิน
(3) เวน้ จากการประพฤตผิ ิดทางกาม
2) วจีสจุ รติ คือ ความประพฤตดิ ีทางวาจา 4 ประการ ไดแ้ ก่
(1) เว้นจากการพูดเทจ็
(2) เวน้ จากการพูดยุยงให้แตกสามคั คี
(3) เวน้ จากการพดู คำหยาบ
(4) เว้นจากการพูดเรื่องไร้สาระ ไม่มปี ระโยชน์
3) มโนสจุ ริต คอื ความประพฤตดิ ีทางใจ 3 ประการ ได้แก่
(1) ไม่คดิ โลภ อยากได้สงิ่ ของๆ คนอนื่
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
23
(2) ไมค่ ิดพยาบาทปองร้ายคนอน่ื
(3) มที ัศนคติที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ดงั นั้น คณุ ธรรม 10 ประการน้ี คนทกุ คนจำเป็นต้องฝกึ ให้มใี นตน เพ่ือความสงบสุขของตน
และสังคม
3. หลักจรยิ ธรรมชน้ั สงู สดุ
หลกั จริยธรรมขัน้ น้ี เป็นข้อปฏิบัตเิ พ่ือใหบ้ รรลถุ งึ ความส้นิ ทกุ ข์ หรอื ปัญหาของชวี ิตอย่าง
แท้จรงิ เป็นจุดหมายสงู สดุ ของพุทธศาสนา ผปู้ ฏบิ ัตจิ ะตอ้ งอาศัยปัญญาบารมีและความมงุ่ มัน่ พยายาม
อย่างแรงกลา้ จึงจะสำเร็จ เรียกวา่ อรยิ มรรค หรือมัชฌมิ าปฏิปทา หมายถึง ทางดำเนินชีวติ อัน
ประเสรฐิ 8 ประการ ได้แก่
1. สมั มาทิฏฐิ คอื ความเหน็ ชอบ หมายถึง การมีความร้ทู ่ีถูกต้อง คือ ความรจู้ รงิ ของชวี ิต
อันประเสริฐ 4 อย่าง ได้แก่
1) รู้วา่ ชีวติ น้มี ีความทุกข์เทา่ น้ัน ความสขุ คือ สภาพทีท่ ุกข์เจอื จาง
2) รู้วา่ ทุกข์น้นั เกดิ จากสาเหตุ คอื ตัณหา ไม่ใชเ่ กิดจากพระเจ้าดลบันดาล
3) รวู้ ่า ทุกข์นนั้ สามารถดับได้ด้วยวธิ ีทถ่ี กู ต้อง
4) รู้จกั วธิ ที ่ีจะปฏบิ ัตเิ พอ่ื พ้นจากทกุ ข์
2. สม้ มาสงั กปั ปะ คอื ความดำรชิ อบ หมายถงึ การมีความนึกคดิ ไปในทางทถี่ ูกต้อง ดี
งาม ไดแ้ ก่
1) คิดที่จะปลีกออกจากกาม
2) คิดไมพ่ ยาบาทปองร้าย
3) คดิ ไมเ่ บยี ดเบียนคนอน่ื ๆ
3. สัมมาวาจา คอื เจรจาชอบ หมายถึง การพูด ที่ถูกต้องดีงาม มี 4 ประการ คือ
1) ไม่พดู เทจ็ บิดเบือนความจริงใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจผิด
2) ไม่พูดส่อเสียด ยยุ งใหแ้ ตกความสามคั คใี นหมู่คณะ
3) ไม่พดู คำหยาบ ไม่สภุ าพ ไม่ไพเราะหูคนฟัง
4) ไม่พดู เพอ้ เจ้อ ไร้สาระ ไม่มีหลกั ฐานอา้ งองิ ไม่มีประโยชน์
4. สมั มากมั มนั ตะ คือ การกระทำชอบ หมายถึง การประพฤติถูกตอ้ งทางกาย 3 ประการ
ได้แก่
1) ไม่ฆ่าและเบยี ดเบยี นสัตว์ทุกชนดิ
2) ไมล่ ะเมิดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคนอน่ื
3) ไมป่ ระพฤตผิ ดิ ประเวณี
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
24
5. สมั มาอาชวี ะ คือ การเลย้ี งชพี ชอบ หมายถึง การดำเนินชวี ติ ใหถ้ ูกต้องดีงาม ประกอบ
อาชพี สุจริตไม่ผิดศลี ไมผ่ ิดธรรม ไม่ผดิ กฎหมาย พทุ ธศาสนิกชนไม่ควรประกอบอาชีพค้าขาย ตอ่ ไปนี้
คอื
1) ค้าขายมนุษย์
2) ค้าขายศัตราวุธ
3) เลี้ยงสตั วไ์ วฆ้ ่า
4) ขายน้ำเมา และส่งิ เสพตดิ คา้ ขายยาพษิ
6. สัมมาวายามะ คือ ความพยายามชอบ หมายถึง เพียรพยายามในทางที่ถกู ต้องดีงาม
ได้แก่
1) เพยี รระวงั ไมใ่ ห้ความช่ัวเกิดขึน้ ในจติ ใจ
2) เพยี รพยายามละเว้นความช่ัวทเ่ี กิดขึ้นแลว้ ใหห้ มดไป
3) เพียรพยายามทำความดีที่ยังไม่ไดท้ ำ
4) เพยี รพยายามรกั ษาความดที ีต่ นเองมีอยู่ไว้
7. สัมมาสติ คือ ความระลกึ ชอบ หมายถงึ การต้ังสติไวถ้ กู ต้อง ดว้ ยการพิจารณาใน 4
อยา่ ง เรียกวา่ สติปฏั ฐาน ไดแ้ ก่
1) พจิ ารณากาย และรู้เท่าทันกาย
2) พิจารณาเวทนา และร้เู ท่าทนั เวทนา
3) พจิ ารณาจิต และร้เู ทา่ ทนั จติ
4) พิจารณาธรรม และรูเ้ ท่าทนั ธรรมตามความเป็นจริง
8. สัมมาสมาธิ คอื ความตง้ั ใจชอบ หมายถึง การทำจติ ใจใหส้ งบได้อย่างถกู ต้อง ให้มี
จติ ใจท่มี คี ุณภาพสมรรถภาพ และสุขภาพ
การดำเนินชีวติ คือ การนำหลกั ศีลธรรม ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน
เพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ิตของตนเอง การดำเนินชวี ิตตามแนวพทุ ธศาสนา ไดแ้ ก่ การนำหลักประโยชน์ 3
ประการ ไปใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ เพื่อใหเ้ กิดความผาสุกในชวี ิต กล่าวคือ ประโยชนป์ จั จุบนั ได้แก่ การ
แสวงหายศ ทรัพย์ เกียรติ ชีวิตคู่ครองท่เี ป็นสุข ฯลฯ โดยชอบธรรม ประโยชนเ์ บ้ืองหน้า ได้แก่ การ
พฒั นาดา้ นจติ ใจดว้ ยคุณธรรม มศี รทั ธา ศลี ฯลฯ และประโยชนส์ งู สุด ได้แก่ กฎไตรลักษณ์ ขันธ์ 5
ปฏิจจสมุปบาท 13 อรยิ สจั 4 เปน็ ตน้
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
25
กจิ กรรม 3.3 วถิ ไี ทย วิถธี รรม นำพาชีวิตมีสุข
คำช้ีแจง
1. ใหน้ ักศึกษาอ่านสาระโดยละเอียดในเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยที่ 3 เร่อื งที่ 3.2
และ เรื่องท่ี 3.3
2. นักศึกษาวางแผนทำกจิ กรรม วิถไี ทย วถิ ีธรรม นำพาชวี ิตมีสุข โดยเสนอแผนกิจกรรม
ให้กับครผู ูส้ อน ในการทำกจิ กรรมรว่ มกบั ชุมชนในวันสำคัญทางศาสนาท่ีตนเองนับถือ พร้อมกบั
วางแผนการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชนต์ ่อศาสนสถาน
3. นกั ศกึ ษาร่วมสรปุ ถอดบทเรยี นที่ไดจ้ ากการทำกจิ กรรม และนำเสนอผลการสรุปการทำ
กิจกรรม
บนั ทกึ การตอบกจิ กรรม 3.2
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
............................................................................................................................ ....................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
26
แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพื่อการดำเนนิ ชีวติ
จุดประสงค์ เพ่อื ทดสอบความรู้ของผู้เรยี น
คำชแี้ จง แบบทดสอบเป็นแบบปรนยั 4 ตัวเลือก มจี ำนวน 10 ขอ้ ๆ ละ 1 คะแนน
คำส่ัง จงกาเครื่องหมายกากบาท () ขอ้ ทถ่ี กู ต้องท่ีสดุ ลงในกระดาษคำตอบทกี่ ำหนดให้
*****************************************************************************************
1. สภาพคุณงามความดใี นจิตใจ เป็นความหมายของคำในขอ้ ใด
ก. จรยิ ธรรม
ข. คุณธรรม
ค. วฒั นธรรม
ง. ศีลธรรม
2. พฤติกรรมใดของบุคคลต่อไปนีต้ รงกับทฤษฎพี ัฒนาการทางจรยิ ธรรมของโคลเบริ ์กในระดับ
ท่ี 1 ขัน้ ที่ 2
ก. มารตุ ชว่ ยคุณครถู ือของไปวางไว้ท่หี ้องพกั ครู และครไู ด้ใหข้ นมแก่เขาเปน็ ส่งิ ตอบแทน
ข. นิติ ผลักเพื่อนเพ่ือแย่งของเล่นมาลน่ คนเดียวอย่างสบายใจ
ค. ปรียาโดนคุณแม่บงั คบั ให้กราบคุณยาย
ง. ครกู อ้ ยนำขนมวางไวเ้ พอื่ เป็นรางวัลใหแ้ ก่เด็ก โดยกำหนดเงือ่ นไขไว้ว่า “เด็กคนใดไหวส้ วย
เดีย๋ วครูจะใหข้ นม”
3. ข้อใดสอดคล้องกับทฤษฎีของโคลเบริ ์ก
ก. นายดำตั้งใจเรยี นวชิ าภาษาไทยจนคะแนนเพิ่มข้นึ
ข. เด็กชายภาวนาเขา้ รับการอบรมคุณธรรมจริยธรรม
ค. เด็กหญงิ เบญจรตั น์เข้ารว่ มกจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี
ง. นางสาวสมทรงอา่ นหนังสือเพิ่มเติมที่ห้องสมุดเมื่อมเี วลาว่าง
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
27
4. “วีรพงษ์ เป็นคนที่ไม่เอาเปรยี บผู้อน่ื เสมอตน้ เสมอปลาย พฤตกิ รรมท่ที ำให้คนรอบข้างชอบและชื่น
ชมวรี พงษ์คือวีรพงษ์เปน็ คนรักษาคำม่ันสญั ญา” ขอ้ ความดังกลา่ วจดั อย่ใู นขั้นใด
ก. ขน้ั ที่ 1
ข. ข้ันท่ี 3
ค. ขัน้ ที่ 5
ง. ขัน้ ที่ 6
5. ข้อใดต่อไปน้ีไมจ่ ัดอยู่ในจิตลกั ษณะกลุม่ รากของต้นไม้ของทฤษฎตี น้ ไม้จริยธรรม
ก. สุขภาพจติ
ข. สติ ปัญญา
ค. เหตผุ ลเชงิ จริยธรรม
ง. ประสบการณท์ างสังคม
6. ข้อใดคือลักษณะของผมู้ ีจรยิ ธรรมท่ีน่าเคารพและนับถือ
ก. เปน็ ผมู้ สี ติปัญญา รูส้ กึ ตวั อยู่เสมอ ไมป่ ระมาท
ข. เป็นผู้มีความซื่อสตั ยส์ ุจรติ ยุตธิ รรม และมเี มตตากรุณา
ค. เปน็ ผู้ท่ีมคี วามเพียรความพยายามประกอบความดี ละอายตอ่ การปฏิบัตชิ ั่ว
ง. ถูกทกุ ข้อ
7. ชมพู่มีพฤติกรรมชอบรังแกผ้อู ่นื ครจู งึ ลงโทษชมพู่ พฤติกรรมแบบน้ีเปน็ พฤติกรรมระดบั ใดของโคล
เบริ ์ก
ก. ระดับจริยธรรมก่อนเกณฑ์สงั คม
ข. ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สงั คม
ค. ระดับจริยธรรมอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
ง. ระดบั จริยธรรมคณุ ธรรมสงั คม
8. หลักธรรมใดที่สามารถนำไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้กบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้เหมาะสมทสี่ ุด
ก. ไตรสกิ ขา
ข. เบญจศลี
ค. อิทธิบาท 4
ง. มัชฌมิ าปฏิปทา
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
28
9. หลักธรรมในขอ้ ใดเปน็ แนวทางปฏบิ ัตเิ พื่อความสำเร็จด้านการเรียนของบรรดาเหล่านิสติ นักศกึ ษา
ก. อทิ ธบิ าท 4
ข. สังคหวัตถุ 4
ค. พรหมวหิ าร 4
ง. ฆราวาสธรรม 4
10. ศาสนาทุกศาสนามคี วามสำคญั ต่อมนษุ ย์ในด้านใดมากทสี่ ุด
ก. สอนใหม้ คี วามยุตธิ รรม
ข. เป็นทร่ี บมของคนในชุมชน
ค. สอนให้เห็นถงึ ความสำคัญของธรรมชาติ
ง. เปน็ หลกั ในการดำรงชีวิตและทีพ่ ่ึงทางใจ
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
29
บรรณานุกรม
จรวยพร ธรณินทร.์ ความหมายและหลักการของคณุ ธรรม ศีลธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และ
ธรรมาภบิ าล. สืบค้น 2 กันยายน 2563. จาก http://www.charuaypontorranin.com/index.
php?lay=show&ac=article&Id=5375831&Ntype=6
ดวงเดือน พนั ธุมนาวนิ . ทฤษฎีต้นไมจ้ รยิ ธรรม การวิจัยและการพัฒนาบุคคล. พมิ พ์คร้งั ท่ี 2.
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พจ์ ุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 2539.
พระครโู สภิตปญั ญาบุยุด ญาณธมโุ ม (ขนั ขจร). "ศึกษาวิเคราะหอ์ ารักขสัมปทาตามหลกั พุทธปรัชญา
เถรวาท" วิทยานิพนธ์ ศน.ม. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั มหามกฎุ ราช
วทิ ยาลยั . 2557.
พระพรหมคุณาภรณ์. พจนาบุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรงุ เทพฯ : สหธรรมิก. 2556.
. พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศพั ท.์ กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ์ผลธิ ัมม.์ 2558.
พระอดุ มศกั ดิ์ ปิยวณโุ ณ (จันทบุตร). การดำเนินชวี ิตอย่ใู นสังคมอย่างมีความสุขตามแนว
พทุ ธจริยศาสดร์: ศกึ ษากรณีทิศ 6. วทิ ยานิพนธ์ ศน.ม. กรงุ เทพฯ : บณั ฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย. 2548.
พทุ ธทาส ภกิ ข.ุ ทาน ทำอยา่ งไร จงึ จะไดบ้ ญุ มาก. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ. 2549.
พุทธทาส ภิกขุ. คมู่ ือเปน็ อยูด่ ว้ ยจิตวา่ ง. กรงุ เทพฯ : ธรรมสภา. มปป.
สมภาร พรมทา. พทุ ธปรัชญา มนษุ ย์ สังคม และปัญหาจริยธรรม. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย. 2552.
มหามกฎุ ราชวิทยาลยั . พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบบั มหามกฎุ ราชวิทยาลัย. พิมพเ์ น่ืองในวโรกาส
ครบ 200 ปี แห่งกรุงรตั นโกสินทร.์ กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลยั . 2525.
รงุ่ สุบิน. พระพุทธศาสนา. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพม์ ตชิ น. 2550.
ลักษณารยี ์ ย่งิ เกรยี งไกร. ปจั จัยทสี่ ่งผลตอ่ ความตั้งใจซื้อสนิ คา้ แฟชนั่ ผ่านทางอนิ เทอรเ์ นต็
ของผู้บรโิ ภค ในเขตกรงุ เทพมหานคร. วารสารวไลยอลงกรณป์ ริทัศน์. 4(1): 1-12, 2557.
วศนิ อนิ ทสระ. พทุ ธจริยศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวทิ ยาลัย. 2541.
สนทิ ศรสี ำแดง. พทุ ธปรัชญา. กรุงเทพฯ : นีลนาราการพิมพ์. 2535.
สทิ ธโิ ชค วราสสุ นั ตกิ ลู . จิตวิทยาสังคม : ทฤษฎแี ละการประยุกต์ = Social psychology :
theories and applications. กรุงเทพฯ : ซเี อด็ ยเุ คชัน่ , 2549.
Piaget, Jean. The Moral Judgement of the child. London : Routledge Kegan Raul,
1932.
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
30
ภาคผนวก
หน่วยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
31
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจริยธรรมเพือ่ การดำเนินชวี ิต
1. ข
2. ข
3. ก
4. ค
5. ก
6. ง
7. ค
8. ง
9. ง
10. ก
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ
32
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดำเนินชวี ิต
1. ข
2. ก
3. ข
4. ค
5. ค
6. ง
7. ก
8. ง
9. ก
10. ง
หนว่ ยที่ 3 หลกั ธรรมและจรยิ ธรรมเพอื่ การดาเนนิ ชวี ติ