The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาเศรษฐกิจพอเพียง ม.ปลาย ทช 31001

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิชาเศรษฐกิจพอเพียง ม.ปลาย ทช31001

วิชาเศรษฐกิจพอเพียง ม.ปลาย ทช 31001

หนังสือเรยี นสาระทักษะการดําเนนิ ชีวิต

รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(ทช31001)

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

(ฉบับปรับปรุง 2554)

หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
พทุ ธศักราช 2551
หา มจําหนาย

หนงั สอื เรยี นเลม นี้ จดั พมิ พด ว ยเงินงบประมาณแผนดินเพ่ือการศกึ ษาตลอดชวี ติ สําหรบั ประชาชน
ลิขสิทธเ์ิ ปนของ สาํ นกั งาน กศน. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร

สาํ นักงานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
สาํ นกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ

2 | ห น า

หนงั สือเรียนสาระทกั ษะการดาํ เนินชีวิต

รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง (ทช31001)

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

ฉบบั ปรบั ปรุง 2554
ลขิ สิทธ์เิ ปนของ สาํ นักงาน กศน. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารทางวิชาการลําดับที่ 20/2555



4 | ห น า

สารบญั

หนา

คํานาํ

คาํ แนะนาํ ในการใชห นังสือเรยี น

โครงสรา งรายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง

บทท่ี 1 ความพอเพยี ง .............................................................................................................. 1

บทที่ 2 ชุมชนพอเพยี ง .............................................................................................................. 7

บทท่ี 3 การแกปญหาชุมชน .................................................................................................... 21

บทที่ 4 สถานการณของประเทศไทยและ

สถานการณโ ลกกับความพอเพียง............................................................................... 28

บทท่ี 5 การประกอบอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการสรางรายได อยางมั่นคง

ม่ังคั่ง และยั่งยนื ………………………………………………………………………41

บรรณานกุ รม ................................................................................................................

ภาคผนวก ................................................................................................................

คณะผจู ดั ทํา ................................................................................................................

คาํ แนะนําในการใชห นงั สอื เรยี น

หนังสือเรียนสาระทักษะการดําเนินชีวิต รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ทช31001 ระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลาย เปนหนงั สอื เรยี นทจ่ี ดั ทําขึ้น สาํ หรับผเู รยี นท่ีเปนนักศึกษานอกระบบ

ในการศึกษาหนงั สอื เรยี นสาระ ผูเ รยี นควรปฏิบัติดงั น้ี
1. ศึกษาโครงสรา งรายวิชาใหเ ขาใจในหัวขอ และสาระทักษะการดําเนินชีวิต รายวิชาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง สาระสําคัญ ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั และขอบขา ยเนอ้ื หาของรายวิชานน้ั ๆ โดยละเอยี ด
2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแตล ะบทอยางละเอียด และทํากิจกรรมตามที่กําหนด และทํา
กิจกรรมตามกําหนด แลวตรวจสอบกับแนวตอบกิจกรรมตามที่กําหนดถาผูเ รียนตอบผิดควรกลับไป
ศึกษาและทําความเขา ใจในเนอ้ื หานนั้ ใหมใ หเ ขา ใจ กอนทจ่ี ะศึกษาเรอ่ื งตอๆ ไป
3. ปฏิบัติกิจกรรมทา ยเรื่องของแตละเรื่อง เพื่อเปนการสรุปความรู ความเขา ใจของเนื้อหาใน
เรอ่ื งนน้ั ๆ อกี คร้ัง และการปฏบิ ัติกจิ กรรมของแตล ะเนอ้ื หา แตละเร่อื ง ผูเรียนสามารถนําไปตรวจสอบกับ
ครูและเพอ่ื นๆ ที่รวมเรยี นในรายวิชาและระดบั เดยี วกนั ได
หนงั สอื เรยี นเลมน้มี ี 4 บท
บทที่ 1 ความพอเพยี ง
บทที่ 2 ชุมชนพอเพยี ง
บทท่ี 3 การแกปญหาชุมชน
บทที่ 4 สถานการณของประเทศไทยและสถานการณโลกกับความพอเพียง
บทท่ี 5 การประกอบอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการสรางรายได อยางมั่นคง

ม่ังคงั่ และยงั่ ยนื

6 | ห น า

โครงสรางรายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ทช31001

สาระสําคญั

เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจา อยูห ัว ทรงพระราชดํารัสชี้แนะแนวทาง
การดํารงอยูและการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับใหดําเนินชีวิตไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะ
การพฒั นาเศรษฐกิจเพอ่ื ใหกาวทนั ตอ โลกยคุ โลกาภวิ ัตน ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความ
มีเหตผุ ล รวมถงึ ความจาํ เปนท่ีจะตอ งมีระบบภูมคิ ุม กนั ในตัวที่ดีพอสมควรตอ ผลกระทบใดๆ อันเกิดจาก
การเปลี่ยนแปลงท้ังภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะตองอาศัยความรอบรู ความรอบคอบและความ
ระมัดระวังอยางยิ่งในการนําวิชาการตางๆ มาใชในการวางแผนและดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะ
เดยี วกนั จะตอ งเสริมสรางพื้นฐานจติ ใจของคนในชาตใิ หม ีสาํ นกึ ในคณุ ธรรม ความซอื่ สตั ยสุจริตและใหม ี
ความรอบรูท่ีเหมาะสมดําเนินชีวิตดวยความอดทน ความเพียร มีสติปญ ญาและความรอบคอบ เพ่ือให
สมดลุ และพรอมตอการรองรบั การเปลย่ี นแปลงอยางรวดเรว็ และกวางขวาง ท้ังดานวัตถุ สังคม ส่ิงแวดลอม
และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได พรอมทัง้ สามารถนําแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไปใชประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม

ผลการเรยี นรูท่คี าดหวัง

1. อธบิ ายแนวคิด หลกั การ ความหมาย ความสําคญั ของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได
2. บอกแนวทางในการนาํ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใชในการดาํ เนนิ ชีวติ
3. เหน็ คณุ คาและปฏบิ ตั ติ ามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. ปฏบิ ตั ิตนเปนแบบอยา งในการดาํ เนนิ ชีวิตตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในชุมชน
5. เผยแพรหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงใหชุมชนเหน็ คณุ คาแลวนาํ ไปปฏิบัตใิ นการดําเนิน
ชวี ิต
6. มีสว นรว มในชุมชนในการปฏิบัติตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
7. สามารถนําแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชประกอบอาชีพได

ขอบขายเนอ้ื หา

บทท่ี 1 ความพอเพยี ง
บทที่ 2 ชุมชนพอเพยี ง
บทท่ี 3 การแกป ญ หาชุมชน
บทที่ 4 สถานการณของประเทศไทยและสถานการณโลกกับความพอเพียง

บทท่ี 5 การประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพ่ือการสรา งรายได

อยางมั่นคง มั่งค่งั และย่งั ยนื



ห น า | 1

บทท่ี 1 ความพอเพยี ง

สาระสําคญั

เศรษฐกิจพอเพียงเปนปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ที่ชี้แนวทางดํารงอยูแ ละปฏิบัติของ
ประชาชนในทกุ ระดบั ตัง้ แตค รอบครัวไปจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ ใหดําเนิน
ไปในทางสายกลางมีความพอเพียง และมีความพรอ มที่จะจัดการตอ ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงทั้ง
ภายนอกและภายใน ซ่ึงจะตองอาศัยความรู ความรอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผน และดําเนินการ
ทกุ ข้ันตอน เศรษฐกิจพอเพยี งไมใชเพื่อการประหยัด แตเปนการดําเนินชีวิตอยางสมดุลและยัง่ ยืน เพื่อให
สามารถอยูไดแ มใ นยุคโลกาภิวัตนท ่มี ีการแขงขันสูง

ผลการเรยี นรูท ี่คาดหวัง

ผเู รยี นสามารถอธบิ ายแนวคดิ หลกั การ ความหมาย ความสาํ คญั ของปรญั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ขอบขายเนอ้ื หา

เรอ่ื งที่ 1 ความเปน มา ความหมาย หลกั แนวคดิ
เรื่องท่ี 2 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งกับการจัดการความรู

2 | ห น า

เร่อื งที่ 1 ความเปน มา ความหมาย หลกั แนวคดิ

ความเปนมา

พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชไดพ ัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อที่จะใหพ สกนิกรชาวไทยไดเ ขาถึงทางสายกลางของชีวิตและเพ่ือคงไวซ ่ึงทฤษฎีของการพัฒนาท่ี
ยั่งยืน ทฤษฎีน้ีเปนพื้นฐานของการดํารงชีวิตซ่ึงอยูระหวาง สังคมระดับทอ งถิ่นและตลาดระดับสากล
จดุ เดน ของแนวปรัชญาน้คี อื แนวทางทส่ี มดลุ โดยชาติสามารถทันสมัย และกา วสูค วามเปนสากลได โดย
ปราศจากการตอตา นกระแสโลกาภิวัฒน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสําคัญในชวงป พ.ศ. 2540 เม่ือป
ท่ีประเทศไทยตอ งการรักษาความมัน่ คงและเสถียรภาพเพ่ือท่ีจะยืนหยัดในการพึ่งตนเองและพัฒนา
นโยบายที่สําคัญเพ่ือการฟน ฟูเศรษฐกิจ ของประเทศโดยการสรา งแนวคิดเศรษฐกิจท่ีพึ่งตนเองได ซึ่ง
คนไทยจะสามารถเลีย้ งชีพโดยอยูบนพืน้ ฐานของความพอเพียงพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวมีพระราช
ดําริวา “มันไมไดม ีความจําเปนท่ีเราจะกลายเปนประเทศอุตสาหกรรมใหม (NIC)” พระองคไ ดท รง
อธิบายวา ความพอเพียงและการพึ่งตนเอง คือ ทางสายกลางท่ีจะปอ งกันการเปล่ียนแปลงความไมม ัน่ คง
ของประเทศได

เศรษฐกิจพอเพียงเปนปรัชญาทีช่ ี้แนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตน ทีพ่ ระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดํารัสแกพสกนิกรชาวไทยมาตั้งแตป พ.ศ. 2517 มีใจความวา
“...การพัฒนาประเทศจําเปนตองทําตามลําดับขั้น ตองสรางพืน้ ฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช ของ
ประชาชนสวนใหญเปนเบือ้ งตนกอนโดยใชวิธีการและใชอุปกรณที่ประหยัด แตถูกตองตามหลักวิชา
เมือ่ ไดพืน้ ฐานมัน่ คงพรอมพอควร และปฏิบัติไดแลว จึงคอยสรางคอยเสริมความเจริญและฐานะ
เศรษฐกิจขัน้ ทีส่ ูงขึน้ โดยลําดับตอไป...” และนับจากนั้นเปนตนมาพระองคไดทรงเนนย้าํ ถึงแนวทางการ
พัฒนาหลักแนวคิดพึง่ ตนเองเพื่อใหเกิดความพอมี พอกิน พอใชของคนสวนใหญ โดยใชหลักความ
พอประมาณ การคํานึงถึงความมีเหตุผล การสรางภูมิคุม กันในตัวที่ดี ตลอดจนทรงเตือนสติปวงชนชาว
ไทยไมใหประมาท มีความตระหนักถึงการพัฒนาอยางเปนขั้นเปนตอนทีถ่ ูกตองตามหลักวิชา และการมี
คุณธรรมเปนกรอบในการปฏิบัติและการดํารงชีวิต

ในป พ.ศ. 2540 ประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ นับวาเปนบทเรียนของการพัฒนาที่
ไมสมดุลและไมมีเสถียรภาพ ซึ่งสงผลกระทบตอความเปนอยูข องประชาชนสวนใหญ สวนหนึง่ เปนผล
มาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทีไ่ มไดคํานึงถึงระดับความเหมาะสมกับศักยภาพของประเทศ หรือ
ความพรอมของคนและระบบและอีกสวนหนึ่งนัน้ การหวังพึง่ พิงจากตางประเทศมากเกินไปทั้งในดาน

ห น า | 3

ความรู เงินลงทุน หรือตลาด โดยไมไดเตรียมสรางพื้นฐานภายในประเทศใหมีความมั่นคงและเขมแข็ง
หรือสรางภูมิคุม กันทีด่ ีเพือ่ ใหสามารถพรอมรับความเสีย่ งจากความผกผันเปลีย่ นแปลงของปจจัยภายใน
และภายนอก บทเรียนจากการพัฒนาทีผ่ านมานัน้ ทําใหประชาชนคนไทยทุกระดับในทุกภาคสวนของ
สังคม ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม นักวิชาการ หันกลับมาทบทวนแนวทางการพัฒนาและการดําเนิน
ชีวิตของคนในชาติ แลวมุง ใหความสําคัญกับพระราชดําริของพระบามสมเด็จพระเจาอยูห ัวในเรื่องการ
พฒั นาและการดาํ เนนิ ชวี ติ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาคนควาพัฒนาความรู ความเขาใจเกีย่ วกับ
แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในเชิงกรอบแนวคิดทางทฤษฎีและใชเปนแนวในการนําไปประยุกตใชใน
ชีวติ ประจาํ วันมากขนึ้

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติไดเชิญผูทรงคุณวุฒิจาก
หนวยงานตางๆ มารวมกันพิจารณา กลัน่ กรอง พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัวทีไ่ ดพระ
ราชทายแกปวงชนชาวไทยในโอกาสตางๆ ที่เกี่ยวของกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแลวสรุปเปนนิยาม
ความหมายปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และไดอัญเชิญเปนปรัชญานําทางในการจัดทําแผนพัฒนา
เศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 - 2549) และฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) เพื่อ
สงเสริมใหประชาชนทุกระดับและทุกภาคสวนของสังคมมีความเขาใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและนําไปเปนพืน้ ฐานและแนวทางในการดําเนินชีวิตอันจะนําไปสูก ารพัฒนาทีส่ มดุลและยัง่ ยืน
ประชาชนมีความเปนอยูรมเย็นเปนสุข สังคมมีความเขมแข็ง และประเทศชาติมีความมั่นคง

ความหมาย

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาทีเ่ ปนแนวคิด หลักการ และแนวทางปฏิบัติตนของแต
ละบุคคลและองคกรทุกระดับตั้งแตระดับครอบครัว ระดับชุมชน และระดับประเทศทั้งในการพัฒนาและ
บริหารประเทศใหดําเนินไปในทางสายกลาง โดยคํานึงถึงความพอประมาณกับศักยภาพตนเองและ
สภาวะแวดลอม ความมีเหตุผลและการมีภูมิคุม กันทีด่ ีในตัวเองโดยใชความรูอยางถูกหลักวิชาการดวย
ความรอบคอบและระมัดระวังควบคูไปกับการมีคุณธรรม ไมเบียดเบียนกัน แบงปน ชวยเหลือซึ่งกันและ
กันและรวมมือปรองดองกันในสังคม ซึ่งนําไปสูค วามสามัคคี การพัฒนาทีส่ มดุลและยั่งยืนพรอมรับตอ
การเปลี่ยนแปลงภายใตกระแสโลกาภิวตั นได

4 | ห น า

หลักแนวคิด

การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาทีต่ ั้งอยูบ นพื้นฐานทางสายกลางและความ
ไมประมาท โดยคํานึงถึงความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล การสรา งภูมิคุมกันในตวั ท่ดี ีตลอดจนใชความรู
ความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทํา

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีหลักการพิจารณา 5 สว น ดงั น้ี
1. กรอบแนวคิด เปนปรัชญาที่ชีแ้ นะแนวทางการดํารงชีวิตและการปฏิบัติตนในทางที่ควรจะ
เปน โดยมพี น้ื ฐานจากวถิ ชี วี ิตด้งั เดิมของสังคมไทยทน่ี ําประยกุ ตใชไ ดตลอดเวลา และเปนการมองโลกเชิง
ระบบทีม่ ีการเปลีย่ นแปลงอยูต ลอดเวลา มุง เนนการรอดพนจากภัยและวิกฤติเพือ่ ความมัน่ คงและความ
ยั่งยืนของการพัฒนา
2. คุณลกั ษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนํามาประยุกตใชกับการปฏิบัติตนไดในทุกระดับโดย
เนนการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอยางเปนขั้นตอน
3. คํานิยามความพอเพียง ประกอบดวย 3 คณุ ลกั ษณะ ดงั นี้

3.1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไมนอยเกินไปและไมมากเกินไป โดยไม
เบียดเบียนตนเองและผูอ ื่น การจะทําอะไรตองมีความพอดี พอเหมาะ พอควร ตอความจําเปน เหมาะสม
กับฐานะของตนเอง สภาวะสังคมแวดลอม รวมทัว้ วัฒนธรรมในแตละทองถิ่น และไมนอยเกินไป
จนกระท่งั ไมเพยี งพอท่ีจะดาํ เนินการได ซึง่ การตดั สนิ วาในระดับพอประมาณนั้นจะตองอาศัยความรอบรู
ความรอบคอบในการวางแผนและตัดสินใจอยางมีคุณธรรมดวย เชน ไมเบียดเบียนตนเองและผูอ ืน่ ไม
ทําใหสังคมเดือดรอน ไมทําลายธรรมชาติและสิ่งแวดลอม

3.2 ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกีย่ วกับระดับความพอเพียงนัน้ จะตองเปนไปอยาง
มีเหตุผล โดยพจิ ารณาจากเหตปุ จ จัยท่ีเกย่ี วขอ ง ตลอดจนคาํ นงึ ถึงผลที่คาดวาจะเกิดขึ้นจากการกระทํานัน้
อยางรอบคอบ ครบวงจรบนพื้นฐานของความถูกตอง ความเปนจริง ตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลัก
ศีลธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมทีด่ ีงาม ทัง้ ในระยะยาว ทัง้ ตอตนเอง ผูอ ืน่ และสวนรวม การคิด
พิจารณาแยกแยะใหเห็นความเชื่อมโยงของเหตุ ปจจัย ตางๆ อยางตอเนือ่ ง อยางเปนระบบจะทําใหบรรลุ
เปาหมายไดอยางมีประสิทธิภาพ มีขอผิดพลาดนอย การทีจ่ ะวางแผนดําเนินการสิง่ ใดอยางสมเหตุสมผล
ตองอาศัยความรอบรู ขยันหมัน่ เพียร อดทนทีจ่ ะจัดเก็บขอมูลอยางเปนระบบและแสวงหาความรูท ี่

ห น า | 5

ถูกตองอยางสม่าํ เสมอ มีความรอบคอบในความคิด พิจารณาตัดสินใจ โดยใชสติ ปญญา อยางเฉลียว
ฉลาดในทางที่ถูกที่ควร

3.3 การมีภูมิคุมกันในตัวทีด่ ี หมายถึง การเตรียมตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปลี่ยน
ดานตางๆ ที่จะเกิดทัง้ ในดานเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดลอม และวัฒนธรรม เพื่อใหสามารถปรับตัวและ
รับมือไดทันที หรือกลาวไดวาการทีจ่ ะทําอะไรอยางไมเสีย่ งเกินไป ไมประมาท คิดถึงแนวโนมความ
เปนไปไดของสถานการณตางๆ ทีอ่ าจจะเกิดขึน้ ได แลวเตรียมตนเอง เตรียมวิธีการทํางานรองรับกับการ
เปลีย่ นแปลงตางๆ เพื่อใหการทํางานสามารถดําเนินเปนไปไดอยางราบรืน่ และนํามาซึง่ ผลประโยชนใน
ระยะยาวและความสุขที่ยั่งยืน

4. เงื่อนไข การตัดสินและการดําเนินกิจกรรมตางๆ ใหอยูใ นระดับพอเพียง ตองอาศัยทัง้ ความรู
และคุณธรรมเปนพื้นฐาน ดังนี้

4.1 เงื่อนไขความรู ประกอบดวย ความรอบรูเ กีย่ วกับวิชาการตางๆ ทีเ่ กีย่ วของอยางรอบดาน
ความรอบคอบทีจ่ ะนําความรูเ หลานัน้ มาพิจารณาใหเชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและความ
ระมัดระวงั ในขั้นปฏิบตั ิ

4.2 เงือ่ นไขคุณธรรม คุณธรรมทีจ่ ะตองเสริมสรางใหเปนพืน้ ฐานของคนในชาติ
ประกอบดวย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซือ่ สัตยสุจริต มีความอดทน มีความเพียร รูผิดรูช อบ
ใชสติปญญาในการดําเนินชีวิตอยางถูกตองและเหมาะสม ไมโลภและไมตระหนี่ รูส ึกแบงปนและ
รบั ผดิ ชอบในการอยรู วมกบั ผอู ่นื ในสงั คม

5. แนวทางการปฏิบัติ/ผลทีค่ าดวาจะไดรับจากการทนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไป
ประยกุ ตใ ช คอื การพฒั นาทีส่ มดุลและยัง่ ยนื พรอมรับการเปลี่ยนแปลงในทกุ ดา นทัง้ ดานเศรษฐกิจ สังคม
สิ่งแวดลอม ความรูและเทคโนโลยี

6 | ห น า

สรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เง่อื นไข ความรู นํา ูส เงอื่ นไข คุณธรรม
(รอบรู รอบคอบ ระมัดระวงั ) (ซ่อื สัตย สุจรติ ขยนั อดทน แบงปน)

แผนภาพแสดงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 3 หวง 2 เง่ือนไข

ความสําคญั

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความสําคัญตอการพัฒนาประเทศและพฒั นาคน ดงั น้ี
1. เศรษฐกิจพอเพียงเปนปรัชญาที่มีความสําคัญยิ่งสําหรับการขจัดความยากจน และการลดความ

เสี่ยงทางเศรษฐกิจ
2. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเปนพืน้ ฐานของการสรางพลังอํานาจของชุมชนและการพัฒนา

ศักยภาพชุมชนใหเขมแข็งเพื่อเปนรากฐานของการพัฒนาประเทศ
3. เศรษฐกิจพอเพียงชวยยกระดับความรับผิดชอบตอสังคมของบริษัทดวยการสรางขอปฏิบัติใน

การทําธุรกิจที่เนนผลกําไรระยะยาวในบริบทที่มีการแขงขัน
4. หลักการเศรษฐกิจพอเพียงมีความสําคัญเปนอยางยิง่ ตอการปรับปรุงมาตรฐานของ

ธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ
5. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถใชเปนแนวทางในการกําหนดนโยบายของชาติ เพื่อ

สรางภมู ิคมุ กนั ตอ สถานการณท เ่ี ขา มากระทบโดยฉับพลนั เพ่ือปรบั ปรุงนโยบายตางๆ ใหเหมาะสมยิ่งข้ึน

และเพื่อวางแผนยุทธศาสตรในการสงเสริมการเติบโตที่เสมอภาคและยั่งยืน
6. ในการปลูกฝงจิตสํานึกพอเพียงจําเปนตองมีการปรับเปลีย่ น คานิยม และความคิดของคน

เพือ่ ใหเอือ้ ตอ การพฒั นาคน
7. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงชวยใหมนุษยมีความพออยู พอกิน พอใช พึ่งตนเองได และมี

ความสุขตามอัตภาพ

ห น า | 7

8. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งชว ยใหมนุษยอยูรวมกับผูอ่ืนตลอดจนเสรีภาพในสังคมไดอยาง
สนั ติสขุ ไมเ บยี ดเบยี น ไมเอารัดเอาเปรียบ แบง ปน เออื้ เฟอ เผอื่ แผ มีจิตเมตตตาและจิตสาธารณะ

9. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงชว ยใหมนษุ ยอยรู วมกับธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมไดอยางยั่งยืน
โดยไมทาํ ลาย เห็นคณุ คา และมีจติ สาํ นึกในการอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม

10. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงชวยใหมนุษยอยูอ ยางมีรากเหงาทางวัฒนธรรม ประเพณี
ประวัติศาสตร ภูมิปญญา คา นิยม และเอกลักษณข องแตละบุคคล/สังคม

เรอ่ื งที่ 2 ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การจดั การความรู

“ การพัฒนาประเทศจําเปนตอ งทําตามลําดับขั้น ตองสรา งพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช
ของประชาชนสว นใหญเ ปนเบือ้ งตน กอน โดยใชว ิธีการและใชอุปกรณท ่ีประหยัด แตถูกตองตามหลัก
วิชาเมื่อไดพ ืน้ ฐานมั่นคงพรอมพอควรและปฏิบัติไดแลว จึงคอ ยสรางคอ ยเสริมความเจริญและฐานะ
เศรษฐกิจขั้นที่สูงขึน้ โดยลําดับตอ ไป หากมุง แตจะทุมเทสรา งความเจริญ ยกเศรษฐกิจข้ึนใหร วดเร็วแต
ประการเดยี ว โดยไมใ หแผนปฏิบัติการสัมพันธกับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคลอง
ดว ย ก็จะเกดิ ความไมสมดลุ ในเรอ่ื งตา งๆ ขน้ึ ซ่งึ อาจกลายเปนความยุง ยากลม เหลวไดใ นทส่ี ดุ ”

พระบรมราโชวาท ในพธิ ีพระราชทานปริญญาบตั รของ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ณ หอประชุมมหาวทิ ยาลัย
เกษตรศาสตร วนั พฤหสั บดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517

“คนอ่ืนจะวาอยา งไรก็ชางเขาจะวาเมืองไทยลา สมัย วา เมืองไทยเชย วาเมืองไทยไมม ีส่ิงใหมแ ต
เราอยู อยางพอมีพอกิน และขอใหทุกคนมีความปรารถนาที่จะใหเ มืองไทยพออยูพ อกิน มีความสงบชวย
กันรักษาสวนรว ม ใหอ ยูทีพอสมควร ขอย้ําพอควร พออยูพอกิน มีความสงบไมใ หค นอ่ืนมาแยง
คุณสมบัตไิ ปจากเราได”

พระราชกระแสรับสั่งในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแกผ ูเขาเฝา ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษาแตพ ทุ ธศกั ราช 2517

“การจะเปนเสือน้ันมันไมส ําคัญ สําคัญอยูท ่ีเราพออยูพอกิน และมีเศรษฐกิจการเปนอยูแบบ
พอมพี อกนิ แบบพอมพี อกนิ หมายความวา อุมชตู วั เองได ใหมีพอเพยี งกับตวั เอง ”

พระราชําดํารัส “เศรษฐกิจแบบพอเพยี ง” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทาน เมือ่ วนั ที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ. 2540

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งทีท่ รงปรับปรุงพระราชทานเปน ที่มาของนิยาม“3 หวง 2 เงื่อนไข”
ท่ีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม

8 | ห น า

แหงชาติ นํามาใชในการรณรงคเ ผยแพร ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผา นชอ งทางตา งๆ อยูใ นปจจุบัน
ซ่ึงประกอบดวยความ “พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมคิ ุม กนั ” บนเงอ่ื นไข “ความรู และ คณุ ธรรม”

อภชิ ยั พันธเสน ผูอ ํานวยการสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม ไดจัดแนวคิดเศรษฐกิจพอ
เพยี งวา เปน “ขอ เสนอในการดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามแนวทางของพุทธธรรมอยา งแทจ ริง” ท้ังนี้
เนอ่ื งจากในพระราชดาํ รัสหนง่ึ ไดใ หค ําอธิบายถึง เศรษฐกิจพอเพยี งวา “คือความพอประมาณ ซื่อตรง ไม
โลภมาก และตองไมเบยี ดเบยี นผอู ่ืน”

ระบบเศรษฐกิจพอเพียง มุง เนน ใหบุคคลสามารถประกอบอาชีพไดอยา งยัง่ ยืน และใชจายเงินที่
ไดมาอยางพอเพียงและประหยัด ตามกําลังของเงินของบุคคลน้ัน โดยปราศจากการกูห น้ียืมสิน และถา มี
เงนิ เหลอื ก็แบง เกบ็ ออมไวบางสวน ชวยเหลือผูอ่ืนบางสวน และอาจจะใชจา ยมาเพื่อปจจัยเสริมอีกบางส
วน (ปจจัยเสริมในที่น้ีเชน ทองเที่ยว ความบันเทิง เปนตน ) สาเหตุท่ีแนวทางการดํารงชีวิตอยางพอเพียง
ไดถ ูกกลา วถึงอยา งกวา งขวางในขณะน้ีเพราะสภาพการดํารงชีวิตของสังคมทุนนิยมในปจ จุบันไดถ ูก
ปลูกฝง สราง หรือกระตุน ใหเ กิดการใชจา ยอยา งเกินตัวในเรื่องที่ไมเ ก่ียวขอ งหรือเกินกวาปจจัยในการ
ดํารงชีวิต เชน การบริโภคเกินตัว ความบันเทิงหลากหลายรูปแบบความสวยความงาม การแตง ตัวตาม
แฟชั่น การพนันหรือเสี่ยงโชค เปน ตน จนทําใหไมมีเงินเพียงพอเพื่อตอบสนองความตองการเหลาน้ัน ส
งผลใหเกิดการกูห น้ียืมสิน เกิดเปนวัฏจักรท่ีบุคคลหน่ึงไมสามารถหลุดออกมาได ถาไมเ ปลี่ยนแนวทาง
ในการดํารงชวี ิต

แมว า การอธิบาย ถึงคุณลักษณะและเงื่อนไขในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะใชค ําวา ความรู
อันเปน ที่ตกลงและเขา ใจกันท่ัวไป แตหากพิจารณาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีไดทรงพระกรุณา
ปรับปรุงแกไข และพระราชทานพระบรมราชานุญาต ใหน ําไปเผยแพรอยางละเอียดน้ัน กลับพบคําวา
“ความรอบรู” ซึ่งกินความมากกวา คําวา “ความรู” คือนอกจากจะอาศัยความรูในเชงิ ลกึ เกีย่ วกบั งานท่ีจะทํา
แลว ยังจําเปนตองมีความรูใ นเชิงกวา ง ไดแกค วามรูความเขา ใจในขอเท็จเกี่ยวกับสภาวะแวดลอม และ
สถานการณท่ีเกี่ยวพันกับงานท่ีจะทําทัง้ หมด โดยเฉพาะที่พระองคท า นทรงเนน คือระบบชีวิตของคน
ไทยอันไดแ กค วามเปนอยู ความตอ งการ วัฒนธรรม และความรูส ํานึกคิดโดยเบ็ดเสร็จ จึงจะทํางานให
บรรลุเปาหมายได

การนาํ องคป ระกอบดานความรูไปใชในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใ ชใ นทางธุรกิจ จึง
มิไดจ ํากัดอยูเพียงความรู ท่ีเกี่ยวของกับมิติทางเศรษฐกิจ ท่ีคํานึงถึงความอยูรอด กําไร หรือการเจริญ
เติบโตของกิจการแตเ พียงอยา งเดียว แตร วมถึงความรูท ่ีเกี่ยวขอ งกับมิติทางสังคม สิ่งแวดลอม และ
วัฒนธรรมของคนในทองถิ่นน้ันๆ สอดคลองตามหลัก การไมติดตํารา เชน ไมควรนําเอาความรูจาก
ภายนอก หรอื จากตา งประเทศ มาใชก บั ประเทศไทยโดยไมพ ิจารณาถึงความแตกตาง ในดา นตา งๆอยาง
รอบคอบระมัดระวัง หรือไมควรผูกมัดกับวิชาการทฤษฎี และเทคโนโลยีท่ีไมเหมาะสมกับสภาพชีวิต
และความเปน อยทู แ่ี ทจ รงิ ของคนไทยและสังคมไทย

ห น า | 9

ยิ่งไปกวา นั้น ความรู ทีป่ รากฏในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยังประกอบไปดวยความระลึก
รู(สติ)กับ ความรูชัด (ปญญา) ซึ่งถือเปน องคป ระกอบสําคัญที่วิชาการหรือทฤษฎี ในตะวันตกที่เกี่ยวกับ
การ”จัดการความรู ยังไมครอบคลุมถึง หรือยังไมพ ัฒนากา วหนาไปถึงขัน้ ดังกลา ว จึงไมมีแนวคิด หรือ
เครื่องมือทางการบริหารจัดการความรูใ ดๆ ท่ีมีความละเอียดลึกซึ้งเทา กับท่ีปรากฏอยูใ นปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งอกี แลว

พิพัฒน ยอดพฤติการ ไดกลาวไวในบทความ เรื่องท่ีมักเขาใจผิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
วา เศรษฐกิจพอเพียงมีรากฐานมาจากแนวคิดในการสรางความ “พอมี” (คือการผลิต) “พอกิน-พอใช”
(การบริโภค)ใหเกิดขึน้ แกป ระชาชนสวนใหญของประเทศ เพราะถา ประชาชนสว นใหญของประเทศยัง
ยากไรข ดั สน ยังมีชีวติ ความเปน อยอู ยางแรน แคน การพฒั นาประเทศก็ยังถอื วาไมป ระสบความสาํ เร็จ

เศรษฐกิจพอเพียง สําหรับคนทุกกลุม มิใชแคเกษตรกร การสรา งความความ
“พอกิน-พอใช” ในเศรษฐกิจพอเพียงนี้ มุง ไปท่ีประชาชนในทุกกลุม สาขาอาชีพท่ียังมีชีวิตแบบ “ไมพ อ
กิน-ไมพ อใช” หรือยังไมพ อเพียง ซึ่งมิไดจ ํากัดอยูเพียงแคคนชนบท หรือเกษตรกร เปน แตเพียงวา
ประชาชนสวนใหญของประเทศที่ยังยากจนน้ันมีอาชีพเกษตรกรมากกวา สาขาอาชีพอ่ืน ทําใหความ
สําคัญลําดับแรกจึงมุง เขาสูภ าคเกษตรหรือชนบทที่แรน แคน จนมีรูปธรรมของการประยุกตปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงออกมาเปนเกษตรทฤษฎีใหม อันเปนที่ประจักในความสําเร็จของการยกระดับชีวิต
ความเปน อยูของเกษตรกรให “พอมี” “พอกิน-พอใช” หรือสามารถพึ่งตนเองได ในหลายพ้ืนท่ีท่ัว
ประเทศ



กจิ กรรมที่ 1
1. ใหผูเรียนบอกถึงความเปนมาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยสังเชป
2. ใหผ เู รยี นเขยี นอธิบายความหมายของเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. เศรษฐกิจพอเพยี งมหี ลกั แนวคิดอยางไร จงอธบิ าย
4. ใหผูเรียนบอกถึงความสําคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวามีความสําคัญอยางไร

10 | ห น า

บทท่ี 2 ชมุ ชนความพอเพยี ง

สาระสาํ คัญ

ชุมชนที่มีความสามารถในการบริหารจัดการชุมชนอยางมีประสิทธิภาพ เปนกําลังสําคัญในการ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง นักวิชาการหลายทานไดศึกษาและวิเคราะหเ รื่องการพัฒนาชุมชน เพื่อมุง สู
การเปน ชุมชนที่พอเพียง รวมทั้งตัวอยางของชุมชนพอเพียงที่ประสบความสําเร็จ และตัวอยางของ
ชุมชนพอเพียงดา นพลังงาน

ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวัง

ผูเรียนสามารถบอกแนวทางในการนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกตใชในชุมชน

ขอบขา ยเนอื้ หา

เรอ่ื งที่ 1 ความหมาย ความสําคัญการบริหารจัดการชุมชน
เรอ่ื งที่ 2 การบริหารจัดการชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ห น า | 11

เรอื่ งที่ 1 ความหมาย ความสาํ คญั การบรหิ ารจดั การชมุ ชน

ความหมายของชุมชน ชุมชน หมายถึงถิ่นฐานท่ีอยูข องกลุม คน ถิ่นฐานน้ีมีพื้นท่ีอา งอิงได

และกลุม คนน้ีมีการอยูอ าศัยรว มกัน มีการทํากิจกรรม เรียนรู ติดตอ สือ่ สาร รว มมือและพึง่ พาอาศัยกัน มี
วัฒนธรรมและภูมิปญญาประจําถ่ิน มีจิตวิญญาณ และความผูกพันอยูกับพื้นที่แหงน้ัน อยูภ ายใตก าร
ปกครองเดยี วกนั

โครงสรา งของชมุ ชน ประกอบดวย 3 สวนคอื

1. กลุมคน หมายถึง การที่คน 2 คนหรอื มากกวา นั้นเขามาตดิ ตอ เกีย่ วของกัน และมีปฏิสัมพันธต 
อกนั ทางสังคมในชว่ั เวลาหนง่ึ ดว ย ความมุง หมายอยา งใดอยา งหนง่ึ รว มกนั

2. สถาบันทางสังคม เม่ือคนมาอยูร วมกนั เปน กลุม แลว และมีวิวัฒนาการไปถึงขัน้ ต้ังองคกรทาง
สังคมแลว ก็จะมีการกําหนดแบบแผนของการปฏิบัติตอกันของสมาชิกในกลุม เพื่อสามารถดําเนินการ
ตามภารกจิ

3. สถานภาพและบทบาทสถานภาพ หมายถึง ตําแหนงทางสังคมของคนในกลุมหรือสังคม
บทบาท หมายถึง พฤตกิ รรมท่ีคนในสังคมตองทําตามสถานภาพในกลุม หรอื สังคม

ชุมชนที่มีความสามารถในการบริหารจัดการชุมชนอยา งมีประสิทธิภาพ ตองมีองคประกอบ
สําคัญหลายประการและสามารถพัฒนาหรือควบคุมองคประกอบเหลา นัน้ ได โดยมีนักวิชาการหลายท
านท่ไี ดศ ึกษาและวิเคราะหองคป ระกอบการพฒั นาชุมชนไวตามแนวคดิ การพฒั นาชุมชน ดงั ตอ ไปน้ี

สนทยา พลตรี (2533 : 65 – 68) ไดก ลา วถงึ การพฒั นาชุมชนวามีองคประกอบ 2 ประการ สรุปได
ดงั น้ี

1. การเขา มีสวนรวมของประชาชนเอง เพือ่ ที่จะปรับปรุงระดับความเปน อยูใ หดีขึน้ โดยจะตอง
พง่ึ ตนเองใหมากทสี่ ุดเทา ทจี่ ะเปน ได และควรเปน ความริเร่มิ ของชุมชนเองดวย

2. การจัดใหมีการบริการทางเทคนิคและบริการอ่ืนๆ ท่ีจะเรง เราใหเ กิดความคิดริเร่ิม การชวย
ตนเอง

3. ชวยเหลอื กนั และกนั อนั เปนประโยชนมากท่ีสดุ
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ (2539 : 1 – 2) ไดก ลาวถึงลักษณะการ

พฒั นาคนและสง่ิ แวดลอ ม ซึ่งอาจถอื วาเปนองคก ารพฒั นาชุมชนดว ย สรปุ ไดด งั น้ี
1. การพฒั นาคนประกอบดวย 4 ดานดงั น้ี
ดานจติ ใจ
ดานรา งกาย

12 | ห น า

ดานสตปิ ญ ญา
ดานบคุ ลิกภาพ
2. การพฒั นาสภาพแวดลอมใหเออ้ื ตอการพฒั นา ประกอบดวย 4 ดานดงั น้ี
ดานเศรษฐกิจ
ดา นครอบครัวและชุมชน
ดา นทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ ม
ดานการบริหารจดั การและการเมอื ง

สุพัตรา สุภาพ (2536 : 124 – 126) ไดกลาวถึงปจ จัยท่ีมีอิทธิพลตอ การเปลีย่ นแปลงทางสังคม
ซง่ึ เปน องคป ระกอบการพฒั นาชุมชน วามี 7 ประการดงั น้ี

1. สิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ หากมีความสมบูรณจะสงผลใหชุมชนมีการพัฒนาไดรวดเร็วและ
มั่นคง

2. การเปล่ียนแปลงดา นประชากร การเพ่ิมประชากรทีม่ ีคุณภาพสามารถทําใหเ กิดการพัฒนา
ดา นเศรษฐกิจ สังคม และการเมอื งท่ที ันสมยั ขึ้น

3. การไดอ ยูโดดเด่ียวและติดตอเกี่ยวขอ ง ชุมชนใดที่มีการติดตอกันทําใหก ารพัฒนาเปนไปอยาง
รวดเรว็

4. โครงสรางของสังคมและวัฒนธรรม ชุมชนที่มีการเคารพผูอาวุโสจะมีการเปลีย่ นแปลงนอย
คา นยิ มตางๆ ชว ยใหรูว า ชุมชนมีการเปลย่ี นแปลงเกดิ การพฒั นาขน้ึ มากนอ ยเพียงไร

5. ทัศนคติและคานิยม การมีคา นิยมดา นอาชีพ ดานบริโภค เปนสว นของการจัดการ
พฒั นาในชุมชนน้นั ได

6. ความตอ งการรับรู การยอมรับสิ่งประดิษฐใหมๆ จะเปน เครือ่ งชี้ทิศทางและอัตราการ
เปลย่ี นแปลงของชุมชน

7. พน้ื ฐานทางวฒั นธรรม ถา มีฐานทดี่ ีสง่ิ ใหมท ่จี ะเกิดขึ้นยอ มดีตามพน้ื ฐานเดมิ ดว ย

พลายพล คุม ทรัพย (2533 : 44 – 47) ไดก ลาวถึงปจจัยที่สามารถใชใ นการพัฒนาชุมชน ซึ่งเปน
องคประกอบการพฒั นาชุมชน วาประกอบดวย 3 ปจจยั ดงั น้ี

1. โครงสรา งทางสังคม ครอบครัวที่มีขนาดเล็กและมีโครงสรา งไมซับซอนจะสงผลใหชุมชน
นนั้ พฒั นาไดดกี วาชุมชนทีม่ ีโครงสรางทางครอบครัวที่ซับซอน

2. โครงสรางทางชนชั้น ในชุมชนที่มีโครงสรางแบบเปด ที่สามารถเปลี่ยนแปลงฐานะทาง
สังคมไดงาย ชุมชนนั้นจะเกดิ การพฒั นา

3. ความแตกตางทางเผาพันธุ เชื้อชาติ และศาสนา ความแตกตางหากเกิดขึน้ ในชุมชนใดยอมเป
นอปุ สรรคตอการพฒั นา ตามลําดับความแตกตาง

ห น า | 13

ยุวัฒน วฒุ เิ มธี (2531 : 58 – 63) กลา วถึงปจจัยท่ีเกื้อกูลใหก ารพัฒนาชนบทบรรลุความสําเร็จ จํา
เปนตอการพฒั นา วา ดวยองคป ระกอบ และสวนประกอบยอยขององคประกอบ ดงั น้ี

1. นโยบายระดับชาติ ฝา ยบริหารจะสามารถดําเนินการแผนพัฒนาไดต อ เนื่อง และมีเวลา
พอที่จะเห็นความถูกตอ ง คุม คา มีแนวทางประสานประโยชนระหวา งรัฐและเอกชน และความรวมมือ
ระหวา งประเทศจะตองเก้ือกลู ตอการพฒั นา

2. องคก ารบริหารการพัฒนาชนบท ที่มีองคก รกลางทําหนา ที่ประสานนโยบาย
แผนงานและโครงการอยา งมีประสิทธิภาพและมีอํานาจเด็ดขาดในการลงทุนในหนว ยปฏิบัติตอง
ดาํ เนนิ การตามนโยบาย แผนงาน และโครงการในแผนระดับชาติ และจัดงบประมาณการติดตามควบคุม
ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ

3. วทิ ยาการที่เหมาะสมและการจดั การบรกิ ารทส่ี มบรู ณ เลอื กพ้นื ทแี่ ละกลมุ เปาหมายท่ีสอดคลอง
กบั ความเปน จรงิ และเลอื กวทิ ยาการทป่ี ระชาชนจะไดรบั ใหเหมาะสม

4. การสนับสนุนระดับทอ งถ่ิน ความรับผิดชอบของการสนับสนุนงานในทอ งถ่ินที่มี
ประสทิ ธิภาพจะเกดิ การพฒั นาอยางแทจ รงิ ในระยะยาว

5. การควบคุมดแู ลและตดิ ตามผลการปฏิบตั ิงาน ควรเปน ไปตามแผนงานและโครงการทุกระดับ
และครอบคลุมทกุ พืน้ ท่ี พรอ มท้งั ใหส ถาบันการศึกษาทอ งถน่ิ ตดิ ตามประเมนิ ผล

อัชญา เคารพาพงศ (2541 : 82 – 83) กลา วถึงปจจัยสวนประกอบที่มีอิทธิพลตอการพัฒนา สรุป
ไดดงั น้ี

1. ผนู าํ ไดแก ผูนาํ ทองถิ่น ทง้ั เปนทางการและไมเ ปนทางการในหมูบา น และจากองคก รภาครัฐ
มีสวนใหช ุมชนพัฒนาในทางที่ดีขึน้ เปนประโยชน ชุมชนมีเจตคติท่ีดียอมรับสิ่งใหมแ ละสรางพลังตอสู
เพอ่ื การเปลย่ี นแปลง

2. สังคม – วัฒนธรรม การไดร ับวัฒนธรรมจากสังคมเมืองมาปฏิบัติทําใหชุมชนเกิดการ
เปลย่ี นแปลง

3. สิ่งแวดลอ ม การปรับปรุงสภาพแวดลอมภูมิศาสตรชุมชน สงผลใหท่ีดินอุดมสมบูรณ
ราคาสนิ คาเกษตรดี ความเปนอยสู ะดวกสบายกวาเดมิ

4. ประวตั ิศาสตร เหตุการณสําคัญในอดีตมีผลตอการพัฒนาความสามัคคี รักพวกพอง ชว ยเหลือซ่ึง
กนั และกนั

ปรยี า พรหมจนั ทร (2542 : 25) ไดส รปุ องคประกอบที่เปนปจ จยั การพฒั นาชุมชนไดด งั น้ี
1. ดานเศรษฐกิจ ชุมชนทเ่ี ศรษฐกิจดีการพฒั นาชุมชนสามารถพฒั นาไดด ีดวย
2. ดา นสังคม วฒั นธรรม และสง่ิ แวดลอม เปนบริบทท่ปี รบั เปล่ยี นสภาพชุมชนไปตามปจ จยั
3. ดานการเมอื ง หมายรวมถงึ การเมอื งระดับชาติและชุมชนระดบั ทอ งถ่นิ

14 | ห น า

4. ดา นประวัติศาสตร โดยอาศัยประสบการณแ ละวิกฤตของชุมชนเปน ฐานและบทเรียนการ
พัฒนาชมุ นุม

นอกจากนี้ปรียา พรหมจันทร ยังไดจ ําแนกออกเปน องคประกอบที่เปน ปจ จัยการพัฒนาชุมชน
ปจ จัยโดยตรง เชน คน ทุน ทรัพยากร การจัดการ เปน ตน และปจ จัยโดยออ ม เชน ภาวะเศรษฐกิจ สังคม
การเมอื ง การปกครอง เปนตน

ไพบูลย วัฒนศิริธรรม (2549) ไดกลาวถึงการสรางและพัฒนาคนรุน ใหมเพ่ือ
พฒั นาชมุ ชนทอ งถิน่ มีปจ จยั สําคญั 4 ประการ ซึง่ ถอื เปนองคประกอบการพฒั นาชมุ ชน ดงั น้ ี

1. สังคมดี สิ่งแวดลอมดี มีโอกาสในอาชีพ และกิจกรรมที่หลากหลาย รวมไปถึงวิถีชีวิต ศิลป
วฒั นธรรม ความอบอนุ ความสุข ความเจรญิ กา วหนาท่ีพึงคาดหวงั ในอนาคตดวย

2. ระบบการศึกษาของชาติ มีเปาหมายในการผลติ คนเพือ่ การพฒั นาชุมชนหรอื ทอ งถิน่ ใหเ ปน ท่ี
พึงปรารถนาของทองถน่ิ เพียงไร

3. รฐั ธรรมนญู และนโยบายของรฐั ท่เี ออ้ื ตอ การพฒั นาชุมชนทองถิน่ ใหเ ปน ที่พึงปรารถนานา อยู
บทบาทของชุมชน มีส่ิงสําคัญ 3 ประการ คือ ความรักและความดี การเรียนรูที่มากกวาความรู และการ
จดั การกบั ปจจยั ชุมชนตา งๆ

กิจกรรมท่ีชุมชนตอ งรับผดิ ชอบคือ จะตอ งมีการติดตามและการบริหารท่ีมี
- ต้งั คณะกรรมการบริหาร
- ประเมินสภาพของชุมชน
- เตรยี มแผนการปฏบิ ัติ
- หาทรัพยากรที่จาํ เปน

- ทําใหแ นใ จวากิจกรรมของชุมชนท้ังหมด
ประสิทธภิ าพสงู สุดสําหรบั การปฏบิ ตั ิงาน

ห น า | 15

แบบจาํ ลองชมุ ชนที่มกี ารบริหารจัดการท่ีดี

แผนชมุ ชนท่ีมีพลงั

16 | ห น า

กระบวนการชมุ ชน

1. วิเคราะหช ุมชน
2. การเรยี นรูและการตดั สนิ ใจของชุมชน
3. การวางแผนชุมชน
4. การดาํ เนนิ กจิ กรรมชุมชน
5. การประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งานของชุมชน

องคประกอบการขบั เคลอ่ื นชมุ ชน

1. โครงสรา งพื้นฐานทางสังคมของชุมชน
2. ความคิดพนื้ ฐานของประชาชน
3. บรรทัดฐานของชุมชน
4. วถิ ีประชาธิปไตย

เรอ่ื งที่ 2 การบรหิ ารจดั การชมุ ชนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ตัวอยางชมุ ชนพอเพยี งทปี่ ระสบความสําเร็จ

กุดกะเสยี น วนั น้ีท่ยี ม้ิ ได
เวลาติดขัดก็ไปกู. ..เขามาทําทุน พอหาได ขายไดก ็เอาไปฝาก...เขา” เขาในความหมาย
ของคนในชุมชนกุดกะเสยี น คอื สถาบันการเงินชุมชนกุดกะเสยี นรว มใจ

ห น า | 17

ทา มกลางภาวะเศรษฐกิจเงินเฟอ พุง ดอกเบ้ียเพ่ิม ทั้งเงินกู เงินฝาก (ติดลบเม่ือเทียบกับเงินเฟอ)
ทุกอยางอยูในชวงขาข้ึน(ราคา) จะมีท่ีลดลงคงเปนกําลังใจประชาชนโดยเฉพาะคนเมือง ยิ้มฝนๆ เผชิญ
ชะตาในยุคขาว(แก)ยาก นํา้ มันแพงกนั ไป

แตกตางจากคนในชุมชนบา นกุดกะเสียน ต.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี หมูบา นรางวัล
พระราชทาน “เศรษฐกิจพอเพียง อยูเย็นเปน สุข” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซ่ึงมี
นายสมาน ทวีศรี กํานันตําบลเขอ่ื งใน เปนผูนาํ สรางรอยย้มิ ใหคนในชุมชน

จากหมูบา นที่มีอาชีพทํานาปล ะ 2 ครัง้ แตเนือ่ งจากสภาพพ้ืนที่เปนท่ีลุม มี
นาํ้ ทว มถึง ทําใหม ีปญ หาน้ําทวมนา จึงตองหาปลาแลกขาว ตอมาประกอบอาชีพคา ขายสียอ มผา ทําใหม ี
ปญหาหน้ีสินเพราะตองไปกนู ายทุนดอกเบย้ี สงู

แตส ภาพในปจ จุบันของกุดกะเสียน ผูค นย้ิมแยม แจมใจ เนือ่ งจากเศรษฐกิจของหมูบานดีขึ้น
มาก สืบเนือ่ งจากการริเร่ิมของผูน ําชุมชนที่เห็นปญ หาของหมูบ าน จึงไดส ง เสริมใหม ีการต้ัง

18 | ห น า

กลุม ออมทรพั ยจนกระทัง่ พฒั นามาเปนธนาคารกุดกะเสียนรว มใจ โดยการปลอ ยสินเชือ่ ในอัตราดอกเบี้ย
ตํ่าใหคนในชุมชนไปประกอบอาชีพ อาชีพหลักทํานา คา ขายเฟอรน ิเจอร เครือ่ งใชไฟฟา ชุดเครื่อง
นอน ชดุ เคร่อื งครวั ฯลฯ

ท้ังมีการรวมกลุมอาชีพ กลุมเล้ียงโค กลุม ทําน้ํายาลา งจาน นํ้ายาสระผมกลุมเพาะเห็ด กลุม
เกษตรกรทํานา กลุม จกั สาน

หนง่ึ ในชุมชนตวั อยา งทีก่ รมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย คัดเลือกมาเปนตนแบบใน
การสง เสริมการบริหารจัดการชุมชนใหเ ขมแข็งอยางยั่งยืน นายปรีชา บุตรศรี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
กลา ววา ประเด็นยุทธศาสตรหน่ึงในการสงเสริมการบริหารการจัดการชุมชน คือ การเพ่ิมขีดความ
สามารถผูน ําชุมชนเพือ่ ใหผูนําชุมชนเปน กําลังหลักในการบริหารจัดการชุมชนใหช ุมชนเขมแข็งและ
พง่ึ ตนเองไดในที่สุด

ยุทธศาสตรในการทํางานของกรมการพัฒนาชุมชน ทั้ง 5 ประเด็น ประกอบดวย การพัฒนาทุน
ชุมชนการพฒั นาเศรษฐกิจชุมชนใหเ ขมแข็ง การเพ่มิ ขีดความสามารถผูนําชุมชนนําขับเคลื่อนแผนชุมชน
และการสงเสริมการจัดการความรูชุมชน บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงมีเปาหมายสรางผูน ํา
ชุมชน ระดับแกนนําท่ัวประเทศจํานวน 691,110 คน ภายใน 4 ป ในป 2551ดําเนินการใน 217 หมูบา นท่ัว
ประเทศ เพอ่ื ใหไ ดผ ูน ําชุมชน ท่ีมีภาวะผูน ํา มีคุณธรรม จริยธรรม องคค วามรู เปน กลุมแกนนําในการขับ
เคลอ่ื นและผลกั ดันนโยบายของรฐั ในระดบั ชุมชน ใหมีทิศทางการพัฒนาชุมชน สอดคลอ งกับการพัฒนา
ประเทศ

“สิ่งท่ีทําใหหมูบ านไดรับการคัดเลือกมาจากการดําเนินการทั้ง 6 ดา น ประกอบดวย การลด
รายจาย เพมิ่ รายได การเรียนรู อนุรักษ เอื้ออาทร และการประหยัด สิ่งที่คณะกรรมการมาดูแลวประทับใจ

ห น า | 19

ที่สุด คือ สถาบันการเงิน” นายสมานกลาว ซ่ึงไดนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ นการดําเนินการบริหาร
ธนาคารชุมชน กุดกะเสียนรว มใจ การประหยัด อดออม ออมเพ่ือนําไปใชในการผลิต ไมนําไปใชฟุม เฟอย
ใหก โู ดยถือหลกั ความพอประมาณ ถือหลกั มีเหตุมีผล และมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ภายใตเ งื่อนไขความรู คือ
รอบรู รอบคอบ ระมัดระวัง และเงื่อนไขคุณธรรม ซื่อสัตย สุจริต ขยัน อดทนและแบง ปนปจ จุบันมี
เงินทุนหมุนเวียนประมาณ 14 ลา นบาท สมาชิกสถาบันการเงินชุมชน ประกอบดวยหมูท ี่ 10,11,12
บา นกดุ กะเสยี น ตําบลเขอ่ื งใน ซ่ึงมสี มาชิก 246 ครวั เรอื น 285 คน มีจาํ นวนสมาชิกเงินฝาก 464 คน

“สรางผลดีใหชุมชน ผูกู กูถ ูก คนฝากไดด อกเบี้ยสูง ตัง้ แตรอ ยละ 2 สูงสุดหากมีเงินฝาก 5 แสน
บาทข้ึนไปดอกเบ้ียรอ ยละ 5 บาทไมหักภาษีดอกเบ้ียกูง ายกวา แตใหก ูเฉพาะคนในชุมชน เทาน้ัน
สวนผฝู ากนอกชุมชน ก็ฝากไดด อกเบี้ยเทาคนในชุมชน แตกูไมไ ด ทําใหประชาชนประหยัดดอกเบี้ยเงิน
กูได ชุมชน ก็พึงพอใจ เสียดอกเบี้ยนอ ยกวาและยังไดส วัสดิการกลับคืนสูช ุมชน “ นายสมาน ทวีศรี
ประธานกรรมการสถาบันการเงินชุมชนกุดกะเสยี นรวมใจกลาว

ในมุมมองของคนในชุมชน บา นกุดกะเสียนตา งบอกเปน เสียงเดียวกันวาที่มีวันน้ีไดเพราะ
“ผูนําดี” เปน ผูน ําชุมชน ท่ีเขมแข็ง นอกจากการยอมรับของคนในชุมชน แลวยังมีรางวัลมากมายรับรอง
อาทิ ผูใ หญบ านยอดเยี่ยมแหนบทองคําป 2523 กํานันยอดเยี่ยมแหนบทองคําป 2546 ประกาศเกียรติคุณ
“คนดีศรีอุบล” ป 2550 และรางวัลผูนําชุมชน ดีเดน ระดับเขตป 2550 ในฐานะที่เปนแกนนําสรางรอยย้ิม
ใหชุมชน

ตัวอยา งของชมุ ชนพอเพยี งดานพลงั งาน

ตลอด 3 ป (2549-2551) ของการเดินหนาโครงการจัดทําแผนพลังงานชุมชน 80 ชุมชน สนอง
พระราชดําริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของสํานักนโยบายและยุทธศาสตร สํานักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
ดวยมองเห็นศักยภาพชุมชนในการจัดการดา นพลังงานท่ีชุมชนทําเองได ภายใตก ารบริหารจัดการ
ทรัพยากรทอ งถ่ินทสี่ ามารถนํามาเปลย่ี นเปน พลังงานทดแทนใชในการดาํ เนนิ ชีวิตนนั้ ทําไดจรงิ

“แผนพลังงานชุมชน” คือ สิ่งท่ีเกิดขึ้นกับทุกชุมชนท่ีเขา รว มในระยะเวลาท่ีตา งกันพรอ มกับ
กลไกการทํางานรว มกัน ระหวา งภาคชุมชนและภาควิชาการ โดยเฉพาะเจา หนา ที่พลังงานจังหวัด หรือ
สํานักงานพลังงานภูมิภาค ซึง่ เปน ตวั แทนกระทรวงพลังงานไปเผยแพรความรูสรา งความเขา ใจ “พลังงาน

20 | ห น า

เรือ่ งใกลต ัว” และนําเสนอเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก หรือพลังงานทดแทนหลากหลายประเภท ให
ชาวบา นเลือกนําไปใชไดอยา งเหมาะสมกับความตองการ เพื่อประโยชนสูงสุดของการใชพ ลังงานอยาง
คุมคา และไมทําลายสิง่ แวดลอมปรากฏการณท ่ีเกิดขึน้ ในชุมชนสว นใหญท ี่เขา รวม คือ การตอ ยอด หรือ
นาํ เทคโนโลยีท่ีกระทรวงพลังงานนํามาใหน ้ัน นําไปประยุกตต อ เพื่อการใชงานท่ีสะดวก และสอดคลอง
กับความตอ งการของแตล ะคน แตละชุมชนท่แี ตกตา งกัน การลองทํา ลองใช ใหเ ห็นผลกระจางชัดแลว จึง
บอกตอ

“สาธิตพรอมอธิบาย” จึงเปน พฤติกรรมท่ีเกิดขึน้ โดยอัตโนมัติของวิทยากรตัวคูณพลังงาน หรือ
นักวางแผนพลังงานชุมชนที่ไมห วงแหนความรู เกิดเครือขา ยวิทยากรตัวคูณพลังงานขึ้นอยูใน
ทุกกลุมคนของชุมชนไมวา จะเปน อันดับแรก คือ แกนนํา ตอ มาคือชาวบา นท่ีสนใจ และนําไปทําจริงจึง
ขยายผลตอกับเพอ่ื นบานใกลเคยี งหรอื ในหมูญาตมิ ติ ร กับอกี กลุม คือ เยาวชนท่ีเปน พลังเสรมิ แตย ัง่ ยืน

ภาพท่เี กิดข้นึ ในชุมชนท่ที ําตามแผนพลังงานชุมชนอยา งแข็งขัน คือ เกิดการเปลีย่ นแปลงวิถีชีวิต
สรางวถิ พี ลังงานชุมชนท่ไี ปไดดีกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จุดเดนของเทคโนโลยีพลังงานท่ีถูกนําไป
ปรับใช ไมไดเกิดประโยชนเฉพาะตัวผูปฏิบัติ แตยังสรา งผลดีตอ ชุมชนคนรอบขา ง และสังคมประเทศ
โดยรวมเมื่อเราสามารถสรางทางเลือกการใชพ ลังงานทดแทนขึ้นไดเอง และมีการจัดการอยางครบวงจร
การจัดการพลังงานอยา งยัง่ ยืนจึงเกิดขึน้ ไดภ ายใตส องมือของทุกคนท่ีชวยกัน ไมต องหว่ันวิตกกับภาวะ
ความไมแ นนอนของนาํ้ มนั ท่ตี อ งนาํ เขาจากตา งประเทศอกี ตอไป

เม่ือยอมรับวาพลังงานเปนเร่ืองใกลตัวการจัดการพลังงานของชุมชนที่ชวยเสริมสรา งความ
เขม แข็งชุมชนจงึ เกิดขนึ้ ในหลายดาน อาทิ

1. ดานเทคโนโลยีพลงั งานชุมชนเกิดผลชัดเจนในหลายตําบล ตัวอยางเชนชาว อบต.พลับพลาชัย
จ.สุพรรณบุรี ส่ิงทีเ่ กิดคือความคึกคักของชุมชนกับการเลือกใชเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การทําถาน
อัดแทงจากข้ีเถา แกลบดําของโรงไฟฟาชีวมวลในพื้นที่คลา ยกันกับ อบต.นาหมอบุญ
จ.นครศรีธรรมราช ท่ี อบต.และบรรดาแกนนําพรอมใจกันผลักดันเต็มท่ี ทั้งคน เครือ่ งมือ และ
งบประมาณ ทําใหยังคงใชพ ลังงานเทา เดมิ แตค า ใชจ ายดา นพลงั งานกลับลดลงเร่ือยๆ โดยมีเทคโนโลยีเพ่ือ
การจดั การพลงั งานในแบบเฉพาะของคนนาหมอบญุ เปนเครื่องมือ

ห น า | 21

2. ดานการพัฒนาประชาธิปไตย (การมีสวนรว ม) ตัวอยางเชน อบต.ถ้ํารงค อ.บา นลาด
จ.เพชรบุรี มีจุดเดนของการขยายผลแผนพลังงานชุมชน ผานกระบวนการจัดทําแผนพลังชุมชนทุกดาน
เกดิ ขน้ึ จากการมีสว นรวมของชาวชุมชน ทมี่ ีกิจกรรมพลังงานแทรกอยูใ นวิถีชีวิตประจําวัน และวิถีอาชีพ
ที่เห็นตรงกันวา ตอ งเปน ไปเพื่อการอนุรักษพลังงานดวย เชน กิจกรรมทองเท่ียวชุมชนท่ีใหใชจ ักรยาน
แทนการใชร ถยนต

3. ดานการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน (กลุมอาชีพดานพลังงาน) มี 7ชุมชนที่ไดรับการนําเสนอวา เกิด
รูปธรรมจริง คือ อบต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท อบต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี อบต.
ตาอ็อง อ.เมืองสุรินทร จ.สุรินทร อบต.กุดนํ้าใส อ.นํ้าพอง จ.ขอนแกน อบต.กอ เอ อ.เขื่องใน
จ.อุบลราชธานี อบต.ทุง อ.ไชยา จ.สุราษฎรธ านี อบต.ทาขาม อ.หาดใหญ จ.สงขลา

ในทกุ ชุมชนเกดิ อาชีพทม่ี าจากการตอ ยอดเทคโนโลยีพลังงานชุมชนออกมาเปน ผลิตภัณฑสินคา
ชุมชน ทํารายไดเปน อาชีพเสริม จากผลพวงการบริหารจัดการพลังงานทดแทนในชุมชนไมวา จะเปน
ถา นจากกิ่งไมท ี่เคยไรคา ถานผลไมเหลือท้ิงในบรรจุภัณฑเ กๆ ใชด ูดกล่ินในตูเ ย็น นํ้าสม ควันไมท ่ีใช
ประโยชนไดส ารพดั

ที่สําคัญหลายชุมชนเกิดกลุม อาชีพชางผลิตเตาเผาถาน เตาซูเปอรอ้ังโลป ระหยัดพลังงาน
เตาชีวมวล ในแบบที่ถูกประยุกตใหเหมาะกับการใชของแตละพื้นท่ี จําหนายใหกับคนในตําบลและ
นอกพน้ื ท่ี

4. ดา นการศกึ ษา (กจิ กรรมการเรยี นการสอนดานพลังงาน) ชุมชนสว นใหญมองภาพความยัง่ ยืน
ดา นการจัดการพลังงานชุมชน โดยมุงเปา หมายไปที่การปลูกฝงเด็กและเยาวชน ในร้ัวโรงเรียนและใน
ชุมชนเกิดความรู ความเขา ใจวาเรื่องพลังงานเปนอีกปจ จัยหน่ึงท่ีเก่ียวขอ งในชีวิตประจําวันของทุกคน
และมีพลังงานหลายชนิดสามารถบริหารจัดการใหเ กิดความยั่งยืนไดจ ากทรัพยากรท่ีมีอยูใ นชุมชน
สรางพฤติกรรมการใชพลังงานอยา งรูคณุ คา

5. ดานการทอ งเที่ยว (ศูนยก ารเรียนรูเ พื่อเปน ท่ีศึกษาดูงาน) มีตัวอยา ง 2 ชุมชนที่ทําเรื่องน้ีอยาง
เขมขน คือ อบต.ดอนหญานาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เปนชุมชนท่ีเนน การเลือกนําเทคโนโลยี
พลังงานไปใชใหส อดคลองกับความตอ งการท่ีหลากหลายของคนในชุมชน ซึ่งมีท้ังทํานา
ทําสวน และคาขาย รวมท้ังเดินหนา สรา งจิตสํานึกผานการทํางานกับโรงเรียน และนักเรียนในพ้ืนทีห่ วัง

22 | ห น า

การเรียนรูท ี่ซึมลึกวา พลังงาน คือ สวนหนึง่ ของชีวิตท่ีตอ งใสใจและจัดการ จึงเกิดแหลง เรียนรูจ ากการ
ทาํ จรงิ กระจายอยูทว่ั ชุมชน

6. ดา นสุขภาวะและสิง่ แวดลอ ม ผลอีกดา นหน่ึงของการจัดการพลังงานชุมชนไปใชอยางมี
เปาหมาย ดังตัวอยาง ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ ที่มีสํานักงานพลังงานภูมิภาคท่ี 9 เขามาเสริมตอ
แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่ชุมชนทําอยูเดิมอยา งเขมแข็งน้ันใหม ัน่ คงย่ิงขึ้น มีการอบรมทําปุยอินทรีย
ซง่ึ การลดการใชส ารเคมีจะชวยใหส ุขภาพของคนในชุมชนและสิง่ แวดลอ มดีขึ้น มีจุดเผยแพร ศูนยเ รียนรู
พลังงาน มกี ารอบรมการทําไบโอเซล อบรมเผาถาน เปน ตน

7. ดา นบัญชีพลังงานครัวเรือน การทําบัญชีคา ใชจายดานพลังงานถือเปน หัวใจ หรือจุดเร่ิมตน
ของการไดมาซ่ึงขอมูลในการสรา งความรวมมือหาทางออกของการประหยัด ลดคาใชพ ลังงาน แทบทุก
ชมุ ชนใชเ ปน เครื่องมอื รวมทงั้ อบต.บางโปรง อ.เมืองจ.สมุทรปราการ ท่ีสํานักงานพลังงานภูมิภาคท่ี 1 ได
เขา ไปเช่ือมตอแนวทางการพัฒนาชุมชนในวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ในแบบเฉพาะของสังคมก่ึงเมืองก่ึง
อุตสาหกรรม ที่มีทรัพยากรท่ีจะแปลงมาเปน พลังงานทดแทนไดน ้ันมีนอย ชุมชนจึงเดินหนา ดว ยการสราง
จิตสํานึกกับเครือ่ งมือ“บัญชีพลังงานครัวเรือน” ที่ไมตองลงทุน เพราะทุกคนทําไดด ว ยตัวเองและทําได
ตลอดเวลา

น่ีคือ การเปลีย่ นแปลงที่เกิดข้ึนจากการรูจ ักการบริหารจัดการและการใชพ ลังงานชุมชนอยางมี
ประสิทธิภาพ เปน วิถีพลังงานชุมชนของคนพอเพียง ที่กําลังขยายผลออกไปอยา งกวางขวาง และเราทุก
คนสามารถมีสว นรว มได และเร่ิมไดต ลอดเวลา เราสามารถชวยจัดการกับปญ หาพลังงานใหหมดไปได
เม่ือเรารูจักพึ่งตนองและใชชีวิตดวยความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุม กัน อันเปน หลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งทีจ่ ะนําไปสกู ารจดั การพลังงานชุมชนอยา งย่งั ยืน

ห น า | 23

กจิ กรรมท่ี 2

จากขอความตอ ไปน้ี ใหผ ูเรยี น วเิ คราะหเ ขยี นสง อาจารยประจํากลุม และ นําเสนอเพ่ือ
แลกเปล่ียน

“การโฆษณาในจอทวี ี และวทิ ยปุ จ จุบัน ถายงั โฆษณากนั อยา งบาเลอื ดอยูอยา งน้ี จะไปสอนใหคน
ไมซ ื้อไมจาย และใหบรโิ ภคตามความจาํ เปน ไดอ ยางไร ในเม่อื ปลอ ยใหมกี ารกระตนุ การบรโิ ภคแบบเอาเป
นเอาตายอยูเชนน้ี ผคู นกค็ ดิ วา อะไรทต่ี วั เองตองการตองเอาใหไ ด ความตอ งการถกู ทาํ ใหกลายเปนความ
จาํ เปนไปหมด”
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

24 | ห น า

บทท่ี 3 การแกปหาชุมชน

สาระสําคญั

การแกปญ หาชมุ ชนโดยใชปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยพ้ืนฐานก็คือการพ่ึงพาตนเอง เปนหลัก การ
ทําอะไรเปนขั้นตอน รอบคอบ ระมัดระวัง พิจารณาถึงความพอดีพอเหมาะพอควร ความสมเหตุสมผล
และการพรอ มรับความเปลีย่ นแปลง การสรางความสามัคคีใหเ กิดบนพืน้ ฐานของความสมดุล ในแตล ะ
สัดสว นแตละระดับ ครอบคลุมทัง้ ดานจิตใจ สังคม เทคโนโลยีทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอมรวมถึงเศรษฐกิจ

ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวัง

1. สํารวจและวิเคราะหป ญหาของชุมชนดานสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดลอ มและวัฒนธรรม
พื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2. อธิบายแนวทางพัฒนาชุมชนดา นสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดลอ มและวัฒนธรรมตามหลัก
แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได

3. เสนอแนวทางและมีสวนรว มในการแกป ญ หา หรือพัฒนาชุมชนดานสังคม เศรษฐกิจ
สง่ิ แวดลอมและวฒั นธรรมโดยใชปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

4. มีสวนรว มในการสง เสริม เผยแพร ขยายผลงานการปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ของบุคคล ชุมชนที่ประสบผลสําเร็จ

ขอบขายเน้ือหา

เรอ่ื งท่ี 1 ปญ หาของชุมชน
เรอ่ื งท่ี 2 การจดั ทําแผนชุมชน
เรอ่ื งที่ 3 การประยุกตใชเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอื่ แกไขปญ หาชุมชน

ห น า | 25

เรือ่ งที่ 1 ปญ หาชมุ ชน

ในแตละชุมชนจะมีปญ หาที่แตกตา งกันออกไป ข้ึนอยูกับบริบทของชุมชน แตโ ดยทั่วไป เรา
สามารถแบงปญหาของชุมชน ออกในดานตา งๆ ดงั น้ี

1. ปญ หาดานการศึกษา อาทิเชน จํานวนผูไ มร ูห นังสือ ระดับการศึกษาของประชาชนอัตรา
การศึกษาในระดับตางๆ และแหลงเรยี นรูใ นชุมชน เปน ตน

2. ปญ หาดานสุขภาพอนามัย ไดแ ก ภาวะทุโภชนาการ คนพิการ โรคติดตอ
โรคประจาํ ตวั อัตราการตายของทารกแรกเกิด สถานพยาบาลในชุมชน การรับบริการดานสาธารณสุข เป
นตน

3. ปญ หาดานสังคม การเมือง การปกครอง ไดแก การเกิดอาชญากรรม แหลง
อบายมุข ความขัดแยงทางการเมือง กิจกรรมทเ่ี กี่ยวของกบั การเลอื กต้ังในระดบั ตา งๆ

4. ปญหาดานสิ่งแวดลอม และทรัพยากรธรรมชาติไดแก ปญหามลภาวะตา งๆ
การทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม ของมูลฝอยกับธรรมชาติตา งๆ

5. ปญหาดานศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม ไดแ ก การสืบทอด อนรุ ักษแ ละการปฏิบัติศาสนกิจของ
ประชาชน ทสี่ งผลถึง ความรัก และความสามัคคีของคนในชาติ เชน

- ดานการศึกษา
- สุขภาพอนามัย
- ดา นสังคม/การเมืองการปกครอง
- สง่ิ แวดลอม
- ศาสนาวฒั นธรรม คณุ ธรรม
ควรแยกปญ หาเปน ดานๆ มากวาการยกมาเปนอยา งๆ ใหผ ูเรียนจําแนกและ
คนหาปญหาในชุมชนของตนเอง

แนวทางการแกป ญ หาชมุ ชน

เนน เรื่องปญหา เปน การเปลีย่ นแปลงที่เอาปญหามาเปนตัวต้ัง แลวหาแนวทางจัดการหรือแกป
ญหานน้ั ๆ ชุมชนเปลย่ี นแปลงไปหรอื ไมอ ยางไร ดูทป่ี ญ หาวา มอี ยูแ ละแกไ ขไปอยา งไร

เนน เรือ่ งอํานาจ เปนการเปลีย่ นแปลงที่มองตัวอํานาจเปนสําคัญชุมชนเปลีย่ นแปลงไปหรือไม
อยา งไร ดูท่ีใครเปนคนจัดการ อํานาจในการเปลีย่ นแปลงอยูท่ีไหน ศักยภาพในการเปลีย่ นแปลงเพิ่มข้ึน
หรอื ไม และสดุ ทา ยมกี ารเปล่ียนโครงสรางอํานาจหรอื ไม

26 | ห น า

เนน การพัฒนา เปนการเปลีย่ นแปลงท่ีเนนที่พลังจากภายในชุมชน ดําเนินการเปลีย่ นแปลง
ชุมชนโดยการตัดสินใจ การกระทําของคนในชุมชนเอง ไมไดไ ปเปลี่ยนท่ีคนอ่ืน หากเปน การเปล่ียนที่
ชุมชน และไมไ ดเ อาตัวปญหาเปน ตัวต้ัง แตเปน ความพยายามท่ีจัดสรางชุมชนท่ีพึ่งตนเอง และสามารถ
ยืนอยไู ดด วยตนเอง

เรือ่ งท่ี 2 การจัดทาํ แผนชมุ ชน

การแกปญ หาชุมชนท่ีเปน รูปแบบและขัน้ ตอน นา จะใชการแกปญหาในรูปแบบชุมชนโดยชุมชน
จะตอ งมีคณะทํางานทมี่ าจากหลายภาคสวน เขา มามีสว นรวมในการแกป ญหาของชุมชนดวยตนเอง โดย
นําเอาปญหา และประการณของชุมขน มาวิเคราะห จัดลําดับและแนวทางการแกไข มารวมกัน
พิจารณา ปญ หาในบางเรือ่ ง ชุมชนสามารถแกไ ขไดด วยตนเอง ปญ หาใหญๆ และซับซอ นอาจตองจัด
ทําเปนโครงการ ประสานงาน หนวยงาน องคก ารภาครัฐ หรือองคกรปกครองสวนทอ งถิน่ หรือหนวย
งานท่มี กี ารรับผิดชอบ และมศี ักยภาพโดยตรง ตลอดจนโครงการของรัฐบาล

การจดั ทาํ แผนชุมชนนา จะเปน เนอ้ื หา สาระหนง่ึ ที่ ชุมชนจะตองไดร ับการฝก ฝน เพราะในปจจุ
บนั น้ี ทางราชการไดใ ชแนวทางของแผนชุมชนเปน แนวทางในการพัฒนา ไมว า จะเปนโครงการ กองทุน
เศรษฐกิจพอเพียง โครงการ SML และโครงการขององคการตางๆ แมกระทั่ง องคก ารปกครองสว นทอง
ถน่ิ

เรือ่ งที่ 3 การประยุกตใ ชเศรษฐกจิ พอเพยี งเพอ่ื แกปญหาชมุ ชน

ดา นจิตใจ มีจิตใจเขม แข็ง พึ่งตนเองได / มีจิตสํานึกที่ดี / เอื้ออาทร / ประนีประนอม นึกถึงผล
ประโยชนสว นรวมเปน หลกั

ดานสงั คม ชวยเหลอื เก้อื กลู กัน / รูรกั สามัคคี / สรา งความเขมแข็งใหค รอบครัวและชุมชน
ดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รูจ ักใชแ ละจัดการอยา งฉลาดและรอบคอบ / เลือกใช
ทรพั ยากรท่ีมอี ยอู ยางคมุ คา และเกดิ ประโยชนส ูงสดุ / ฟน ฟูทรัพยากรเพอ่ื ใหเกดิ ความย่งั ยนื สงู สดุ

ดานเทคโนโลยี รูจักใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม สอดคลองกับความตองการและสภาพแวดลอม

(ภมู สิ ังคม) / พฒั นาเทคโนโลยีจากภมู ิปญญาชาวบานเองกอ น / กอ ใหเกดิ ประโยชนก บั คนหมมู าก
การประยกุ ตใ ชป รัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
- โดยพน้ื ฐานก็คือ การพึ่งพาตนเอง เปน หลกั การทําอะไรเปน ขน้ั ตอน รอบคอบ ระมดั ระวงั
- พิจารณาถึงความพอดี พอเหมาะพอควร ความสมเหตุสมผลและการพรอมรับความ

เปลย่ี นแปลง

ห น า | 27

- การสรา งสามัคคีในเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความสมดุลในแตละสัดสวนแตล ะระดับ
- ครอบคลุมทัง้ ดานจิตใจ สังคม เทคโนโลยีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมรวมถึง
เศรษฐกิจการ
5. จัดระเบียบชุมชน
1. การชว ยตนเอง (Self – help) หมายถึงการเปลีย่ นแปลงทีช่ ุมชนคน หาปญหา รับสมัครสมาชิก
และใหบ รกิ ารกนั เอง โดยรับความชวยเหลือจากภายนอกใหน อยทีส่ ดุ
2. การสรางพันธมิตร (Partnership) หมายถึงการเปลีย่ นแปลงการดําเนินการโดยคนในชุมชนที่
มปี ญ หา รวมตัวกันรับความชว ยเหลอื จากภายนอก โดยเฉพาะดา นการเงิน
3. การทํางานรว มกัน (Co production) หมายถึงการจัดตั้งกลุม องคกรในชุมชนขึน้ มารับผิดชอบ
กจิ กรรมรวมกบั หนวยงานภาครัฐ
4. การกดดนั (Pressure) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่คนในชุมชนคนหาประเด็นปญ หาของตนมา
จัดการ แตเปน การจัดการภายใตกฎเกณฑของบานเมือง ดว ยการโนม นาวใหน ักการเมืองและขาราชการ
เปลี่ยนแปลงนโยบาย
5. การประทวงคัดคาน (Protest) หมายถึงการรวมตัวกันของประชาชน และมีการจัดระเบียบทีม่ ุ
งกอ ใหเ กิดการเปลี่ยนอปลงระบบเศรษฐกิจและการเมือง
ทาํ อยา งไรจึงจะจัดชุมชนใหม กี ารทํางานอยางมปี ระสิทธิภาพ
กจิ กรรมท่ีชุมชนตองรับผิดชอบคือ
- ตั้งคณะกรรมการบริหาร
- ประเมินสภาพของชุมชน
- เตรียมแผนการปฏิบัติงาน
- หาทรัพยากรที่จําเปน
- ทําใหแ นใจวา กิจกรรมของชุมชนทัง้ หมด จะตองมีการติดตามและการบริหารที่มี
ประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับการปฏิบัติงาน

การประเมนิ สภาพชมุ ชน

- ชุมชนการดาํ เนนิ กจิ กรรมของตนเองโดยองิ ขอ มลู สารสนเทศ
- วิเคราะหช ุมชนหรือเรือ่ งราวของชุมชน คณะกรรมการบริหารจะตอ งทําการประเมินดว ย
คณะกรรมการเอง
- มองปญ หาและหาทางแกไ ข ทรัพยากรและขอจํากดั
- ประเมินส่ิงที่คนพบใหผสมผสานกันเปน องคร วมทจ่ี ะเสนอใหช ุมชนไดรับทราบ

28 | ห น า

- การประเมินเปน ส่ิงท่ีตอ งกระทํากอนที่จะมีการวางแผนปฏิบัติงานของชุมชนใหแนใ จวา
ชุมชนมีความเขา ใจที่ถูกตอ งตรงกันกับสิ่งท่ีคณะบริหารไดสังเกตมา และเปน ความเห็นรวมกันเก่ียวกับ
ธรรมชาติ และขอบเขตของปญ หาและศกั ยภาพ

การเตรยี มแผนปฏบิ ตั กิ ารชมุ ชน

- ชุมชนเปนผกู าํ หนดอนาคตของตนเอง
- การตดั สนิ สง่ิ ทีต่ อ งการเฝาสังเกตส่ิงที่มีอยู และทําความเขาใจข้ันตอนที่ตองการ เพื่อใหไดส ่ิง
ทีต่ อ งการทั้งหลายทั้งปวง คือพน้ื ฐานการวางแผน

- เนอ้ื แทข องการวางแผนการจดั การ
เราตองการอะไร
เรามีอะไรอยใู นมือ
เราจะใชส ง่ิ ท่ีอยใู นมืออยา งไร ใหไ ดส ิง่ ท่เี ราตอ งการ
อะไรจะเกิดข้ึนเมอ่ื เราทํา

แผนปฏบิ ตั กิ ารของชมุ ชน ควรช้ใี หเหน็ ถึง

- เดย๋ี วน้ี ชุมชนเปน อยางไร
- เม่ือสิ้นสุดแผนแลวตองการท่จี ะเปน อยางไร
- จะไดอะไรจากการเปลย่ี นแปลง
- คณะกรรมการบริหารจะเปน ผูร า งแผนปฏิบัติจากขอมูลสะทอนกลับของชุมชน จากการ
ประเมินปจ จุบันรางแผนปฏิบัติการ ควรนําเสนอตอชุมชนทัง้ หมดเพ่ือการปรับแผน และการอนุมัติจาก
ชุมชน



ห น า | 29

กจิ กรรมที่ 3

ใหผูเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-10 คน ศึกษาปญหาของชุมชน จัดปญ หาเปนกลุมๆ และหา

แนวทางแกป ญหา

ทา นคิดอยา งไรเกย่ี วกับประเดน็ ตอไปน้ี

“มีเรือ่ งจริงเกี่ยวกับนาสาวกับหลานชายจากปลายทุงอยุธยาซ่ึงมีทั้งปลาและพืชผักพื้นบานอุดม

สมบูรณ นามีการศึกษาสูงจึงยายไปเปนครูอยูในเมืองใหญ เวลากลับไปเยี่ยมบานเธอจะรับประทาน

อาหารจําพวกปลาและผักพื้นบานดวยความพอใจ สวนหลานชายมักบน วาปลาและผักพื้นบานเปน

อาหารลาสมัย หนุมนอยคนนั้นจึงชอบขับมอเตอรไซค เขาไปในตลาดเพื่อรับประทานอาหารทันสมัย

ไดแกบะหมี่สําเร็จรูป นํา้ อัดลม ขนมกรุบกรอบ”

......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

30 | ห น า

กจิ กรรมท่ี 4

ใหผูเ รยี นแบง กลมุ 5-10 ใหว จิ ารณ สถานการโลกวา เหตุใดประเทศทมี่ ีความเจริญกา วหนา อยา ง
ประเทศสหรฐั อเมรกิ าจงึ ประสบปญ หาเศรษฐกิจตกตาํ่

ใหผ เู รยี น บนั ทึก สาเหตุท่ที ําใหภาวะเศรษฐกิจตกตาํ่ ทวั่ โลก
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ห น า | 31

บทที่ 4 สถานการณของประเทศไทย
และสถานการณโ ลกกบั ความพอเพยี ง

สาระสําคัญ

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุงเนนใหเ กิดการพิจารณาอยางรอบดา น มีความรอบคอบ และ
ระมัดระวังในการวางแผนและการดําเนินงานทุกขั้นตอน เพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอการพัฒนา เป
นการพฒั นาทคี่ าํ นงึ ถึงการมีรากฐานทม่ี ่ันคงแข็งแรง สรา งการเจริญเติบโตอยางมีลําดับขั้นตอน สามารถ
ยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งทางกายภาพและทางจติ ใจควบคูก ัน หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงจึงมิไดขัดกับ
กระแสโลกาภิวัฒน ตรงกันขามกลับสง เสริมใหก ระแสโลกาภิวัฒนไ ดรับการยอมรับมากขึ้น ดวยการ
เลอื กรบั การเปลีย่ นแปลงที่สง ผลกระทบในแงด ีตอ ประเทศ ในขณะเดียวกันตอ งสรา งภูมิคุมกันในตัวที่ดี
พอสมควรตอการเปลย่ี นแปลงในแงที่ไมด ีและไมอ าจหลีกเลี่ยงได เพอื่ จํากัดผลกระทบใหอ ยูในระดับไม
กอ ความเสยี หายหรอื ไมเ ปนอนั ตรายรายแรงตอประเทศ

ผลการเรยี นรูทีค่ าดหวงั

ตระหนกั ในความสําคญั ของการพฒั นาประเทศภายใตก ระแสโลกาภวิ ัฒนแ ละเลือกแนวทางหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใชในการดําเนินชีวิตอยา งสมดุลและพรอ มรับตอความเปล่ียนแปลง
ของประเทศภายใตกระแสโลกาภวิ ฒั น

ขอบขา ยเนื้อหา

เรอ่ื งที่ 1 สถานการณโลกปจจบุ นั
เรอ่ื งท่ี 2 สถานการณพ ลังงานโลกกบั ผลกระทบเศรษฐกิจไทย

32 | ห น า

เร่อื งท่ี 1 สถานการณโลกปจจบุ นั ( ชวงป 2551-2552 )

เมอ่ื สหรฐั อเมริกาไดพัฒนาเศรษฐกิจของตน สูสูงสุดของทุนนิยมโลก เนือ่ งจากตลาดทุนจากทั่ว
โลกหลัง่ ไหลสูตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเอเซียและขยายตัวออกไปท่ัวโลก
สตอ กทุนจาํ นวนมหาศาลในแตละประเทศ ไมส ามารถนําไปลงทุนได เนือ่ งจากเศรษฐกิจชะลอตัวถึงขั้น
วิกฤติ เม็ดเงินจากสตอ กทุน ท่ัวทุกมุมโลกไดไหลบา ทะลักสูต ลาดทุนในสหรัฐอเมริกา ปญหาจากการ
เติบใหญของทุนในสหรัฐอเมริกาก็คือการขยายพื้นที่การลงทุน เพ่ือกระจายทุนออกไป ในขอบเขต
ปริมณฑลใหกวา งท่สี ดุ เพอื่ รองรบั การขยายตัวของทนุ ที่นบั วนั จะเตบิ ใหญ

ป พ.ศ.2541 ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจกําลังเปน ภัยคุกคามประเทศตา งๆ จากทั่วโลก ตลาดทุนใน
สหรัฐอเมริกา กลับพุง ทะยานอยา งรวดเร็ว ดัชนีหุน Dow Jones พุง ทะยานทะลุ 10,000 จุดเปน ครัง้ แรก
และสูงสุดกวา 11,000 จุด Nasdaq สูงกวา 3,800 จุดสรา งความเลื่อมใสศรัทธา งุนงง และไมเขา ใจตอ
เศรษฐกิจอเมรกิ า ท่ีสวนทางกับวกิ ฤตเศรษฐกิจโลก ซ่ึงจริงๆ แลวเปน เรื่องท่ีสามารถทําความเขาใจไดไ ม
ยาก เมื่อสตอกทุนในแตล ะประเทศ ไมส ามารถนําไปลงทุนภายในประเทศได และความเช่ือมั่นในตลาด
ทุนอเมรกิ า ยังคงอยูในความรูสึกทด่ี ีของนกั ลุงทนุ ดงั นนั้ ทุนจากทั่วทุกมุมโลกจึงหลัง่ ไหลเขา สูตลาดทุน
ในอเมริกา เมื่อตลาดทุนในอเมริกาไมไ ดเติบโตบนพื้นฐานของความเปน จริง การเติบทางเศรษฐกิจแบบ
ฟองสบขู องสหรฐั อเมรกิ า จงึ นา จะยนื อยไู ดไ มน าน

ป 2001 ปฐมวัยยางกา วแรก ของรอบพันปท่ี 3 บริษัทยักษใหญในสหรัฐอเมริกาเร่ิมทะยอย
ประกาศผลประกอบการกําไรท่ีลดลง และการประกาศปลดพนักงาน เชน เมื่อเดือนธันวาคม 2543
เจเนอรลั มอเตอรส (จเี อม็ ) ปลดพนักงาน 15,000 คน วันพุธที่ 24 มกราคม 2544 ลูเซนตเทคโนโลยี ผูผลิต
อุปกรณโทรศัพทยักษใหญป ระกาศปลดพนักงาน 16,000 ตําแหนง เวิรลพูลผูผ ลิตเครื่องใชไ ฟฟาปลด
พนักงาน 6,000 คน เอโอแอลไทม วอรเนอร กิจการส่ือยุคใหมจ ากการผนวกระหวางอเมริกา
ออนไลน กบั ไทม วอรเนอรปลดพนักงาน 2,000 คน

การแกวง ตวั อยางไรทิศทางและไมชัดเจนของตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา เร่ิมท่ีจะผันผวนและไม
แนน อน นักลงทุนเร่ิมไมแนใ จตอความเช่ือม่ันตลาดทุนอเมริกา และเม่ือนายคิอิชิ มิยาซาวา รัฐมนตรี
คลังญ่ีปุน กลา วเม่ือวันท่ี 8 มีนาคม 2544 ในการช้ีแจงตอ คณะกรรมาธิการงบประมาณของวุฒิสภา
ยอมรับความปราชัยทางเศรษฐกิจอยา งเปน ทางการครัง้ แรก หลังจากท่ีเศรษฐกิจญ่ีปุนผุกรอ นเปน ปญหา
ยืดยื้อยาวนานมารวม 10 ป วา ฐานะการเงินของประเทศกําลังยํ่าแยเ ต็มที หรืออาจกลา วไดวา ใกลจะ
ลมละลายแลว สัปดาหรุง ขึน้ หลังการแถลงของมิยาซาวา ตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา นําโดย NASDAQ

ห น า | 33

ลว งลงกวา 30% ตามดว ย Dow Jones, S&P และตลาดทนุ ทัว่ โลก พังทะลายลงทันที จอรจ บุช เรียกสถาน
การณน้ี วาเปน World Stock Crisis

ขณะท่ีนักลงทุนจากทั่วโลก เกิดความไมเ ชื่อมั่นตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา เหตุการณความตึง
เครียดในภูมิภาคตา งๆ ท่ัวโลก ในชวงของเดือนมีนาคม 2544 ไลต ้ังแตก ารประกาศจะพัฒนาขีปวุธ
ปอ งกันตนเองของสหรฐั อเมรกิ า การจบั ตวั มโิ ลเซวชิ อดตี ผนู าํ ยูโกสลาเวีย การตอสูข องชาวปาเลสไตน
ท่ีพัฒนาจากการขวางกอนอิฐกอ นดิน มาเปนการวางระเบิดและมีการใชป น ความตึงเครียดในเชสเนีย
การทําลายพระพุทธรูปท่ีใหญที่สุดในโลกของกลุม ตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ไดส รางแผลลึกในจิตใจ
ของชาวพุทธ ตอชาวมสุ ลิม องคทะไลลามะธิเบต เยือนใตห วัน เรือดําน้าํ อเมริกาโผลท ีเ่ กาะแหงหน่ึงใน
ญ่ีปุน โดยไมมีการแจง ลวงหนา สหรัฐอเมริกาประกาศขายอาวุธแกใตห วัน ปดทายดว ยการยั่วยุจีน ดวย
การใชเ ครือ่ งสอดแนมบินรุกล้าํ เขาไปในนานฟาจีน กระทั่งทําใหจ ีนตอ งใชเครือ่ งบินขับไลสองลํา ขึ้น
บังคับใหเ คร่ืองบินสอดแนมของสหรฐั ลงจอดบนเกาะไหหลาํ เหตกุ ารณท ี่เกดิ ความตึงเครียดดังกลาว ลว น
เกิดขึ้นในเดอื นมีนาคม ขณะท่ีวิกฤตตลาดทุนของสหรัฐอเมริกากําลังเกิดขึน้ พอดี โดยเบื้องลึกจะเกิดจาก
การสรา งสถานการณโ ดยสหรฐั อเมรกิ าหรอื ไมก ็ตามภายในระยะเวลาเพียงหน่ึงเดือน ดัชนีตลาดหุน Dow
Jones ก็ดดี กลบั ขึ้นมายืนอยใู นระดบั ทส่ี งู กวา เดอื นมกราคมเสยี อกี ทง้ั ท่เี ศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ยังตก
อยูในภาวะทเ่ี ลวรา ย

สถานการณเ ศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา – ญ่ีปุน กําลังจะนําไปสูวิกฤตเศรษฐกิจทุนนิยม การเตรียม
พรอ มของสหรัฐอเมริกาในการต้ังรับ และเปด แนวรุกตอ สถานการณด ังกลา วมานานกวา 20 ป น่ันก็คือ
การเตรยี มพรอมดานยุทธศาสตร “การทําสงครามเลี้ยงเศรษฐกิจ” เนือ่ งจากสหรัฐอเมริกา ไดพัฒนาปจจัย
การผลติ สยู ุค IT (Information Technology) ดงั น้ัน ยุทธศาสตร ยุทธวิธี ทางสงคราม ไดถูกพัฒนารูปแบบ
สงครามสูย ุค IT ขณะท่ีรูปแบบยุทธศาสตร - ยุทธปจจัย ของประเทศตางๆ ทั่วโลก ยังคงใชรูปแบบของ
สงครามในยคุ อตุ สาหกรรม (บางประเทศมหาอํานาจอยาง จนี –รฐั เซยี รปู แบบสงครามอาจพัฒนาสูย ุค IT
แลว แตยงั ไมมีการสาธิต เชน สหรฐั อเมรกิ าท่ไี ดผ านการสาธิตแลวในสงครามอาว)

ประเทศจีนหลังจากที่ เต้ิงเซ่ียวผิง ไดประกาศนโยบายส่ีทันสมัย นําประเทศจีน
สูการพัฒนาดา นพลัง การผลิต ดว ยนโยบาย หน่ึงประเทศสองระบบ ทําให GDP จีน เติบโตระหวา ง
8–12% มาโดยตลอด แมป จ จุบันที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกสงผลกระทบกับทุกประเทศ การเติบโตทาง
เศรษฐกิจของจนี ก็ยงั ยืนอยูใ นระดับ7-8% จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนดังกลาว ยอ มท่ีจะไป
กระทบ และขัดขวางตอผลประโยชนของสหรัฐอเมริกา ในการท่ีจะแผอ ิทธิพลสูก ารเปนจักรวรรดินิยมจ
าวโลก ดังน้ัน ความพยายามในการที่จะทําลายจีนใหออ นกําลังลง ดวยการแยกสลายจีนจาก 8 เขต
ปกครองตน ใหเ ปน แปดประเทศเชน เดยี วกบั รฐั เซยี จึงนบั เปน สุดยอดของยุทธศาสตร อันจะนําไปสูค วาม
สําเรจ็ ของการเปนจกั รวรรดินยิ มจาวโลก

34 | ห น า

เร่ืองท่ี 2 สถานการณพ ลังงานโลกกับผลกระทบเศรษฐกิจไทย

ปญ หาเรงดวนในปจ จุบันท่ีสงผลกระทบตอ เกือบทุกประเทศในโลก คือ การท่ีราคานํ้ามันได
สงู ขึน้ อยางรวดเรว็ และตอ เนอ่ื งในชว งเวลา 4-5 ปทผี่ า นมา และ ดูเหมือนน้ํามันในปน ้ี (พ.ศ.2551) จะแพง
สูงสุดเปนประวตั กิ ารณแลว ภาวะนา้ํ มันแพงทาํ ใหต นทุนดานพลังงาน (โดยเฉพาะอยา งยิง่ ในการขนสง)
สูงขึน้ อยางรวดเร็ว มีผลลูกโซต อไปยังราคาสินคาและบริการตางๆ นอกจากจะทําให คาครองชีพสูงขึน้
มากแลว ยงั เปน อปุ สรรคตอการขยายตัวทางเศรษฐกิจอกี ดว ย

ผลกระทบเหลา นไ้ี ดกอ ใหเกิดการประทว งของกลุม ผูท ่ีตองแบกรับภาระ เชน คนขับรถบรรทุก
และ ชาวประมงในหลายประเทศ รวมท้ังการเรียกรองใหรัฐบาลยืน่ มือเขามาแทรกแซงและใหความชว ย
เหลอื ปญ หาราคานาํ้ มนั แพงมากในชว งน้ถี อื ไดวาเปนวิกฤตการณนาํ้ มนั ครง้ั ที่ 3 ของโลกกว็ า ได

7 ปจจัย ตนเหตนุ ํ้ามันแพง !

ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกเริ่มขยบั ตวั ข้นึ สงู อยา งเหน็ ไดช ัดในป 2547 โดยราคาน้าํ มันดิบ สูงขึน้
บารเรลละประมาณ $10 เปนกวา $38 ตอ บารเ รล และหลังจากน้ันเปนตนมา ราคาก็มีแนวโนมสูงขึน้ โดย
ตลอด จะมีลดลงบา งในบางครัง้ เปนชว งส้ันๆ เทาน้ัน โดยความผันผวนของราคามีมากขึ้น แตก ารเปลี่ยน
แปลงเปน ไปในทางเพมิ่ มากกวา ทางลด
ในชวงปลายป 2550 ราคาน้าํ มันดิบพุงสูงเกิน $100 ตอบารเรล ซึ่งนอกจากจะเปน ระดับทีส่ ูงที่สุดเปน
ประวตั กิ ารณในรปู ของราคาปปจ จบุ ัน ในชว งครึง่ ปแรกของป 2551 ราคาน้าํ มันก็ยังคง ขยับสูงขึน้ อยางต
อเนื่อง และอยูในระดับกวา $130 ตอบารเ รลในสัปดาหท ่ี 2 ของเดือนมิถุนายน 2551 มีบทความขอเขียน
จาํ นวนมากท่ีไดวิเคราะหและอธิบายสาเหตขุ องภาวะน้ํามันแพงดังกลา ว สว นใหญม ีประเด็นที่เหมือนกัน
และสอดคลองกัน ดงั น้ี

1) กําลังการผลติ สวนเกนิ (excessproduction capacity) ในตลาดน้าํ มันดิบอยูใ นระดับท่ีคอนขา ง
ต่าํ มาตลอด 5 ปท่ีผานมา ทั้งน้ี เปนผลจากการท่ีประเทศ ผูผลิตน้าํ มันหลายแหงขาดแรงจูงใจในการขยาย
กําลังการผลิตในชว งท่ีราคาน้ํามันอยูใ นระดับคอนขางตํ่าในชวงทศวรรษ 1990 หนวยงานพลังงานของ
สหรัฐ (EIA) รายงานวา ในเดือนกันยายน 2550 OPEC มีกําลังการผลิตสว นเกินเพียง
2 ลา นบารเรลตอวนั (ประมาณ 2% ของปริมาณการใชน ้าํ มันของโลก) โดยประมาณ 80% ของสว นเกินน้ี
อยูในซาอดุ อี าระเบยี เพยี งประเทศเดยี ว

2) การผลิตน้ํามันจากแหลงใหมๆ ในโลก เร่ิมมีตน ทุนที่สูงมากขึน้ ทั้งนี้อาจเปน เพราะแหลง
น้าํ มันขนาดใหญๆ ถูกคนพบและใชงานเปนสว นใหญแ ลว ยังเหลืออยูก ็จะเปน แหลงน้าํ มันขนาดเล็ก
หรอื ท่ีมคี ุณภาพตาํ่ หรอื ท่ีอยูในถิน่ ทรุ กนั ดาร/น้ําทะเลลึกๆ ซงึ่ มตี น ทนุ การสํารวจและการผลิตท่ีสูงมาก มี
การวิเคราะห พบวา ในปจ จุบันตนทุนการผลิตน้ํามันในปริมาณ 4 ลานบารเรลตอ วัน (คิดเปน 5% ของ

ห น า | 35

ปริมาณการผลิตของโลกในปจจุบัน) มีตนทุนการผลิตสูงถึง $70 ตอบารเ รล ตัวอยา งท่ีเห็นไดช ัด คือ
ทรายน้ํามัน (tars sands) ในแคนาดา ซ่ึงเร่ิมผลิตออกมาแลว และมีตน ทุนการผลิตไมต่าํ กวา $60 ตอบาร
เรล

3) ในประเทศผผู ลิตและสงออกนํ้ามนั รายใหญหลายราย การผลิตน้าํ มันมีโอกาสหยุดชะงักได (
supply disruption) เพราะเหตุจากความไมส งบทางการเมือง สงคราม และภัยธรรมชาติ เหตุการณสําคัญ
ที่บง ชีถ้ ึงปญ หาน้ี ไดแก การบกุ อริ กั ของกองทัพสหรฐั ในป 2546 ทาํ ใหก ําลงั การผลิตนํา้ มันของอิรักลดลง
ระดับหน่ึง และความไมส งบซ่ึงยังคงเกิดข้ึนในประเทศหลังจากน้ัน ยังเปนอุปสรรคสําคัญตอการผลิต
และการสงออกน้าํ มันของอริ ักใหก ลับไปสูร ะดบั ปกติ

ความขัดแยงระหวา งอิหรา นกับประเทศตะวันตกเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียรข องอิหรา น (
ซ่ึงเปน ผูผลิตนํ้ามันมากเปน อนั ดบั ที่ 4 ของโลก) กอ ใหเกดิ ความตงึ เครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว
างอิหรานและสหรัฐ โดยอิหรา นประกาศวา จะใชนํ้ามันเปนอาวุธเพ่ือตอบโตม าตรการคว่ําบาตรของ
สหรัฐ และในป 2551 ไดม ีการเผชิญหนา กันระหวางทหารอิหรา นและทหารสหรัฐในบริเวณชอ งแคบ
ฮอรม ซุ ซึ่งเปนทางผานสาํ คัญสาํ หรับการขนสง น้ํามนั จากตะวนั ออกกลาง

พายุเฮอรริเคนในแถบอาวเม็กซิโกในเดือนกันยายน 2548 มีผลกระทบตอ แทน ผลิตนํ้ามันของ
เม็กซิโก และโรงกลน่ั ท่ีต้ังอยตู อนใตข องสหรฐั มีผลใหราคาน้าํ มันเบนซินในสหรัฐเพิ่มสูงขึน้ เปน $3 ตอ
แกลลอน ซง่ึ เปนระดบั ทีส่ ูงสดุ ในรอบ 25 ป

ผูก อการรายในไนจีเรียคุกคามแหลง ผลิตนํ้ามันหลายคร้ัง ทําใหป ระมาณการผลิตและสงออก
นํา้ มันจากไนจเี รยี ลดลงประมาณ 500,000 บารเรลตอ วนั
ความขัดแยง ทางการเมืองระหวา งรัฐบาลเวเนซุเอลาและรัฐบาลสหรัฐ ทําใหการนําเขา นํ้ามันจาก
เวเนซเุ อลาของสหรฐั มคี วามเสยี่ งมากขึ้น

4) ในหลายประเทศที่สง ออกนํ้ามันได มีการผลิตน้าํ มันในปริมาณที่ลดลงไป เพราะปริมาณ
สํารองเร่ิมมีขอจํากัดมากขึน้ ในขณะเดียวกันความตอ งการใชน้าํ มันในประเทศเหลา น้ีก็เพิ่มขึ้นตามการ
ขยายตัวของประชากรและเศรษฐกิจดว ย ทําใหหลายประเทศตองลดการสง ออกลง เชน อินโดนีเซีย
เม็กซิโก นอรเ วย และอังกฤษ ในระหวา งป 2005 ถึง 2006 การบริโภคน้าํ มันภายในประเทศผูสง ออก 5
อนั ดบั แรก คอื ซาอดุ อี าระเบยี รัสเซีย นอรเ วย อหิ ราน และสหรฐั อาหรับเอมิเรตส ไดเ พิ่มสูงขึน้ ถึงรอ ยละ
5.9 และมปี ริมาณการสง ออกลดลงกวา รอ ยละ 3 เม่ือเทียบกับปกอ นหนา น้ี หรือในกรณีของอินโดนีเซียท่ี
รัฐบาลมีการอุดหนุนผูบริโภคภายในประเทศ และกรณีของซาอุดีอาระเบียท่ีราคาน้าํ มันเบนซินใน
ประเทศอยูท ี่ 5 บาทตอลิตร ขณะที่มาเลเซียอยูใ นระดับ 20 บาทตอลิตร จึงทําใหเกิดการคาดการณวา
ปริมาณการสงออกน้ํามนั ดิบของประเทศผูสง ออกนํ้ามนั จะลดลงถงึ 2.5 ลานบารเรลตอ วันภายในชวง 10
ปน้ี เมอ่ื ไมก เี่ ดอื นมานข้ี าววารัฐบาลอนิ โดนเี ซยี กาํ ลงั พิจารณาจะถอนตวั จากการเปนสมาชิก OPEC เพราะ
อนิ โดนเี ซยี จะไมส ามารถสงออกนา้ํ มันไดอ กี ตอ ไปในอนาคตอนั ใกลน ้ี

36 | ห น า

5) นอกจากกําลังการผลิตสว นเกินของน้ํามันดิบจะมีนอย กําลังการกลั่นน้ํามัน ของโลกก็มีป

ญหาคอขวด โดยมีสว นเกนิ นอ ยกวา 1 ลานบารเ รลตอวัน ในขณะเดียวกันตลาดน้ํามันมีแนวโนมตอ งการ

ใชนาํ้ มนั ชนดิ เบาและสะอาดมากขึ้น จงึ สรางแรงกดดนั ใหโ รงกล่นั นา้ํ มันตองลงทุนปรับปรุงคุณภาพอีกด

วย ขอจาํ กัดน้ีจงึ ทําใหราคาผลิตภณั ฑน ํ้ามันมีราคาสูงขึน้ เพ่ิมไปจากการเพ่ิมของราคาน้าํ มันดิบ และกําไร

ของโรงกลัน่ น้าํ มันอยูใ นระดับท่ีคอนขา งสูงมาโดยตลอด เปนท่ีนาสังเกตดว ยวา สหรัฐซ่ึงเปน ผูใ ชน้าํ มัน

รายใหญท ีส่ ดุ ของโลกไมไ ดก อ สรางโรงกล่นั น้าํ มัน แหง ใหมมาเลยตงั้ แตท ศวรรษ 1970

6) ถงึ แมวา ราคานาํ้ มนั ระหวา งป 2546 ถงึ ป 2550 จะสูงข้ึนกวา 3 เทาตวั แลว แตค วามตอ งการใช

นํ้ามันของโลกก็ไมไดลดลงเลย กลับยังคงเพ่ิมขน้ึ ในอตั รา 3.55% ในป 2548 และในอัตราท่ียังสูงกวา 1%

ใน ปตอ ๆ มา ปรากฏการณเชนนแ้ี ตกตางจากทเ่ี กิดขึ้นในชวงวิกฤตน้าํ มันสองครัง้ แรก (ป 2516/17 และป

2522/23) ซ่งึ เราพบวา ราคานํ้ามนั ทส่ี ูงขน้ึ มากทําใหค วามตอ งการน้ํามันลดลงในปตอ มา ในชวง 4-5 ปที่ผ

านมา เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได คอนขา งดี และดูเหมือนจะยังไมไ ดรับผลกระทบจากภาวะราคาน้าํ มัน

แพงมากนกั จนี และอนิ เดยี เปน ผูใ ชพลังงานทีม่ อี ทิ ธพิ ลตอตลาดนาํ้ มนั โลก

7) กองทุนประเภท hedge funds หันไปลงทุนซือ้ ขายเก็งกําไรในตลาดน้าํ มัน

ลว งหนา มากขึน้ ท้ังน้ีเพ่ือหลีกเลี่ยงการลงทุนในรูปของเงินดอลลารสหรัฐ ซึ่งในระยะหลังมีแนวโนมอ

อนค าล งมา ก เ ม่ือ เปรี ย บ เที ย บกั บ เ งิน ส กุล อ่ืน ๆ เนือ่ งจ าก ภาว ะ ต ล า ดน้ํา มัน ตา ม

ทีก่ ลา วมาแลว ชใี้ หเ หน็ วาราคาน้าํ มันมีแนวโนมที่จะสูงขึน้ ผูจัดการกองทุนเหลาน้ีจึงเก็งกําไรโดยการซื้อ

น้ํามันไวล วงหนา เพ่ือขายเอากําไรในอนาคต สง ผลใหร าคาน้ํามันทั้งในตลาด spot และตลาดลวงหนา

สูงขนึ้ อกี ระดบั หนง่ึ

ปรากฏการณโลกรอนและปรากฏการณเรือนกระจก

คาผิดปรกติของอุณหภูมิเฉล่ียท่ีผิวโลกท่ีเพิ่มขึ้นในชว งป พ.ศ. 2403–2549 เทียบกับอุณหภูมิ
ระหวางพ.ศ. 2504–2533 คา เฉลีย่ อุณหภูมิผิวพ้ืนที่ผิดปกติที่เทียบกับอุณหภูมิเฉลีย่ ระหวางป พ.ศ. 2538
ถงึ พ.ศ. 2547

ในชว ง 100 ปท ผ่ี า นมา นบั ถึง พ.ศ. 2548 อากาศใกลผิวดินทั่วโลกโดยเฉลีย่ มีคา สูงขึน้ 0.74 ± 0.1
8 องศาเซลเซียส ซ่ึงคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวา ดว ยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernm
ental Panel on Climate Change: IPCC) ของสหประชาชาติไดส รุปไวว า “จากการสังเกตการณการเพิ่ม
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกท่ีเกิดขึน้ ต้ังแตกลางคริสตศตวรรษท่ี 20 (ประมาณต้ังแต พ.ศ. 2490) คอนขาง
แนชัดวาเกิดจากการเพ่ิมความเขมของแกสเรือนกระจกที่เกิดขึน้ โดยกิจกรรมของมนุษยท ่ีเปน ผลในรูป

ของปรากฏการณเ รือนกระจก” ปรากฏการณธ รรมชาติบางอยา ง เชน ความผันแปรของการแผรังสีจาก

ห น า | 37

ดวงอาทิตยและการระเบิดของภูเขาไฟ อาจสง ผลเพียงเล็กนอยตอ การเพ่ิมอุณหภูมิในชวงกอ นยุค
อุตสาหกรรมจนถึง พ.ศ. 2490 และมีผลเพียงเล็กนอยตอ การลดอุณหภูมิหลังจากป 2490 เปน ตน มา ข
อสรปุ พ้นื ฐานดงั กลา วน้ไี ดรบั การรบั รองโดยสมาคมและสถาบันการศึกษาทางวิทยาศาสตรไมน อ ยกวา 3
0 แหง รวมทัง้ ราชสมาคมทางวิทยาศาสตรร ะดับชาติท่ีสําคัญของประเทศอุตสาหกรรมตา งๆ แมน ักวิทยา
ศาสตรบ างคนจะมีความเห็นโตแ ยงกบั ขอสรปุ ของ IPCC อยบู าง [4] แตเ สยี งสว นใหญของนักวิทยาศาสตร
ทีท่ ํางานดา นการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของโลกโดยตรงเห็นดวยกับขอ สรุปน้ี แบบจําลองการ
คาดคะเนภูมิอากาศ บงช้ีวา อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยที่ผิวโลกจะเพ่ิมขึ้น 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส ในชว ง
ครสิ ตศ ตวรรษที่ 21 (พ.ศ. 2544–2643) คา ตัวเลขดังกลาวไดม าจากการจําลองสถานการณแบบตา งๆ ของ
การแผขยายแกสเรอื นกระจกในอนาคต รวมถึงการจาํ ลองคา ความไวภูมิอากาศอีกหลากหลายรูปแบบ แต
ความรอนจะยังคงเพิม่ ขน้ึ และระดบั น้ําทะเลกจ็ ะสูงขึน้ ตอ เนื่องไปอีกหลายสหัสวรรษ แมว า ระดับของแก
สเรือนกระจกจะเขา สูภ าวะเสถียรแลวก็ตาม การท่ีอุณหภูมิและระดับน้ําทะเลเขาสูส ภาวะดุลยภาพไดชา
เปน เหตุมาจากความจุความรอ นของนํ้าในมหาสมุทรซึ่งมีคา สูงมาก การที่อุณหภูมิของโลกเพ่ิมสูงขึน้ ทํา
ใหระดบั นํา้ ทะเลสงู ขึน้ และคาดวาทําใหเ กิดภาวะลมฟา อากาศ ทีร่ ุนแรงมากขึน้ ปริมาณและรูปแบบการ
เกดิ หยาดนาํ้ ฟาจะเปล่ยี นแปลงไป ผลกระทบอืน่ ๆ ของปรากฏการณโ ลกรอนไดแก การเปลี่ยนแปลงของ
ผลิตผลทางเกษตรการเคลื่อนถอยของธารน้ําแข็ง การสูญพันธุพืช-สัตวตางๆ รวมท้ังการกลายพันธุและ
แพรขยายโรคตางๆ เพิ่มมากขึ้นรัฐบาลของประเทศตางๆ แทบทุกประเทศไดลงนามและใหสัตยาบันใน
พิธีสารเกียวโต ซึ่งมุง ประเด็นไปท่ีการลดการปลอยแกสเรือนกระจก แตยังคงมีการโตเ ถียงกันทาง
การเมืองและการโตว าทีสาธารณะไปท่ัวทัง้ โลกเกี่ยวกับมาตรการวา ควรเปน อยา งไร จึงจะลดหรือยอนก
ลับความรอ นทเ่ี พ่มิ ขึ้นของโลกในอนาคต หรอื จะปรบั ตวั กนั อยางไรตอผลกระทบของปรากฏการณโลกร
อนที่คาดวา จะตองเกดิ ขนึ้

พระบาทสมเด็จพระเจา อยูห วั มีพระราชดํารสั เก่ียวกบั ปรากฏการณเรือนกระจก ที่ศาลาดุสิดาลัย
อยา งลึกซึ้ง กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จึงไดร ับสนองกระแสพระราชดํารัส นําเขาประชุม
คณะรัฐมนตรี จนกระทั่งทําใหว ันท่ี 4 ธ.ค. ของทุกป เปนวันสิ่งแวดลอมแหงชาติ ต้ังแตป 2534 เปนต
นมา

จากผลงานพระราชดาํ ริและการทรงลงมือปฏิบัติพัฒนาดวยพระองคเ อง เกี่ยวกับสภาพแวดลอม
โดยเฉพาะอยางยิ่ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีคุณประโยชนตอ คนชนชาติตา งๆ ทั้งดานเศรษฐกิจ
สังคม ความมัน่ คงของมนุษยแ ละการเมือง ซ่ึงเปนท่ีประจักษไปท่ัวโลก องคการสหประชาชาติ โดยนาย
โคฟ อนั นนั อดตี เลขาธิการองคก ารสหประชาชาติ จงึ ไดเ ดินทางมาประเทศไทย ในวาระมหามงคลฉลอง
สริ ริ าชสมบัติครบ 60 ป เขาเฝา พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห วั วนั ท่ี 26 พ.ค. 2549 เพือ่ ถวายรางวัล “UNDP
Human Development Lifetime Achievement Award” (รางวัลความสาํ เร็จสูงสดุ ดา นการพัฒนามนุษย) ซ่ึง

38 | ห น า

เปนรางวัลประเภท Life - Long Achievement และพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว ทรงเปนพระมหา
กษตั รยิ พ ระองคแรกในโลกท่ไี ดร บั รางวัลน้ี

องคก ารสหประชาชาติ ไดย กยอ งพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั เปน “พระมหากษัตริยน ักพัฒนา”
และกลาวถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ของพระองคว า เปนปรัชญาหรือทฤษฎี
ใหมท ่ีนานาประเทศรูจ ักและยกยอง โดยท่ีองคการสหประชาชาติไดสนับสนุนใหประเทศตา งๆ ท่ีเป
นสมาชิก ยึดเปนแนวทางสกู ารพฒั นาประเทศทยี่ ั่งยืน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มใิ ชเปน เพียงปรัชญานามธรรม หากเปนแนวทางปฏิบัติซึ่งสามารถจะ
ชว ย ทง้ั แกไขและปองกนั ปญหาทเ่ี กดิ จากกเิ ลสมนษุ ย และความเปล่ียนแปลงทซี่ บั ซอ นรุนแรงขึ้น ที่กําลัง
เกิดขึน้ กับมนุษยท ั้งโลก และปญหาที่ลุกลามตอ ถึงธรรมชาติกอ ใหเ กิดความเปล่ียนแปลงใหญใ นเชิงรุน
แรง และสรา งปญหายอนกลับมาทีม่ นษุ ย

โดยทั่วไป มกั เขาใจกนั วา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เหมาะท่ีจะใชเฉพาะกับคนยากจน คนระดับ
รากหญา และประเทศยากจน อีกทั้งเครือ่ งมือ เทคโนโลยี ก็จะตองใชเ ฉพาะเครือ่ งมือราคาถูกเทคโนโลยี
ตาํ่ การลงทุนไมค วรจะมกี ารลงทุนระดบั ใหญ แตใ นความเปนจรงิ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ตอ งการคน
และความคิดทีก่ าวหนา คนท่กี ลาคิดกลาทําในส่ิงใหมๆ

เนอ่ื งจากการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชประโยชนใ นดานตางๆ ไมม ีสูตรสําเร็จหรือคูมือ
การใชปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งสาํ หรับภารกิจ ดังเชน วิกฤตโลกรอนผูเกี่ยวของจึงตองศึกษาทําความเขา
ใจ แลวก็พฒั นาแนวทางหรอื แนวปฏบิ ตั ิสําหรบั แตล ะปญ หาขึ้นมา โดยยดึ หลกั ทีส่ าํ คญั ดงั เชน

- การคิดอยา งเปน ระบบ อยางเปน กระบวนการทางวิทยาศาสตร
- หลักคิดท่ีใช ตองเปน หลักการปฏิบัติที่เปนสายกลาง ที่ใหค วามสําคัญของความสมดุลพอดี
ระหวางทกุ สง่ิ ทเี่ ก่ียวของ ดงั เชน ระหวา งธรรมชาติกับมนษุ ย
- ขอมูลท่ีใช จะตอ งเปน ขอ มูลจริง ทีเ่ กิดจากการศึกษา การวิจัย หรือการลงสนามใหไ ดข อ มูลท่ี
เปนจรงิ
- การสรางภูมิตา นทานตอ ความเปลี่ยนแปลงท่ีจะเกิดขึน้
- การยึดหลักของความถูกตอ ง คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ ในทุกข้ันตอนของการ
ดําเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงเปนกระบวนการสําคัญของการสรา งภูมิตา นทานตอผล
กระทบและความเปลย่ี นแปลงทก่ี ําลงั เกิดขึน้ หรอื ทจ่ี ะเกดิ ข้นึ
เหลา น้ีเปนหลักการใหญๆ ซ่ึงผูท ี่รับผิดชอบหรือเก่ียวขอ งหรือคิดจะทํา โครงการหรือกิจกรรม
ในระดับคอ นขางใหญ จะตองคํานึงถึง และสามารถจะนําปรัชญาน้ีไปใชไ ดท ันที และมีผูที่ไดใชลวน
ประสบความสาํ เร็จสงู สุดทมี่ นษุ ยพึงจะมี คือ ความสุขทย่ี ง่ั ยืน

ห น า | 39

แลวเร่ืองของการแขง ขัน ชิงไหวชิงพริบ การวางแผนยุทธศาสตรแ ละโลจิสติกส
(การจัดซื้อจัดหา การจัดสง การบํารุงรักษาอุปกรณ และการรักษาพยาบาลบุคลากร ) ในการบริหาร
จัดการระบบ หรือโครงการใหญๆ การใชจิตวิทยามวลชน การใชเทคโนโลยีกา วหนา การกําหนดแผน
หรอื ตนเองใหเปน “ฝายรกุ ” มิใช “ฝา ยต้ังรบั ” ละ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งปฏิเสธหรอื ไม?

คําตอบคือ ปฏิเสธ ถาใชอ ยางไมถ ูกตอง อยางหลีกเลี่ยงกฎหมาย อยางผิดคุณธรรม-จริยธรรม-

และจรรยาบรรณ อยางไมซอื่ ตรงตอ หนา ท่ีและความรับผดิ ชอบ อยา งมีเจตนาเพื่อผลประโยชนท ี่ไมสุจริต
ของตนเอง และพวกพอ ง แตจะตองรูจ ักและใชอ ยา งรูเทาทัน ปกปอ ง และรักษาผลประโยชนข องสวน
รวม อยางมีความคิดกาวหนาในเชงิ สรางสรรค

สําหรับการแกปญ หา หรือการเตรียมเผชิญกับปญ หาจากวิกฤตโลกรอ น มีประเด็นและเรือ่ งราว
ทงั้ เกา และใหม ดงั เชน เรอ่ื งของมาตรการทีถ่ ูกกาํ หนดข้ึนมา เพอ่ื เผชญิ กบั ภาวะโลกรอ น เพ่ือใหป ระเทศท่ี
พัฒนาแลว และที่กําลังพัฒนา (ดังเชน ประเทศไทย) ไดดํารงอยูร ว มกัน พึง่ พิง และเอื้ออาทรตอ กัน อยาง
เหมาะสม ดังเชน เรื่อง คารบ อนเครดิต ที่เปนเรื่องคอ นขางใหมข องประเทศไทย แตก็เปน ท้ัง “โอกาส”
และ “ปญหา” ท่ปี ระเทศไทยตอ งเผชญิ ซง่ึ ก็ขึน้ อยูกบั คนไทยเราเองวา จะตอ งเตรยี มตวั กันอยา งไร เพื่อให
สามารถเปน “ท่ีพ่ึง” ของโลกหรือประเทศอ่ืน แทนที่จะเปน “ปญหา” ท่ีเกิดจากความไมใสใ จ หรือความ
ใสใจ แตเพ่ือจะกอบโกยผลประโยชนเ ทา นนั้

เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับวิกฤตโลกรอ น จึงมีโจทย มีเปา หมายมากมาย ท่ีทาทาย
เชิญชวนใหผูคนและประเทศ ที่ตองการมีชีวิตสรา งสรรคแ ละมีความสุขอยา งยัง่ ยืนไดน ําไปใช โดยใชป 
ญญาเปนตวั นาํ กาํ กบั ดว ยสติ และควบคุมดว ยคณุ ธรรมกบั จรยิ ธรรม

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงน้ี ถูกใชเ ปน กรอบแนวคิดและทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจมห
ภาคของไทย ซึง่ บรรจุอยูในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 ( พ.ศ. 2550 – 2554 ) เพ่ือ
มุงสูก ารพัฒนาท่ีสมดุลยิง่ ขึน้ และมีภูมิคุม กัน เพ่ือความอยูด ีมีสุข มุง สูสังคมท่ีมีความสุขอยา งยัง่ ยืน ดวย
หลักการดงั กลา วแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 10 น้ีจะเนน เรอ่ื งตวั เลขการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจ แตยังใหความ
สาํ คัญตอระบบเศรษฐกิจแบบทวิลักษณห รอื ระบบเศรษฐกิจ ที่มีความแตกตา งกนั ระหวา งเศรษฐกิจชุมชน
เมืองและชนบท แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญของไทย เชน รัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ในสวนท่ี 3 แนวนโยบายดานการบริหารราชการแผน ดิน มาตรา 78(
1) บริหารราชการแผน ดินใหเปน ไปเพ่ือการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความม่ันคงของประเทศอยาง
ยั่งยืน โดยตองสงเสริมการดําเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคํานึงถึงผลประโยชนข อง
ประเทศชาติในภาพรวมเปนสาํ คญั

นายสุรเกียรติ เสถียรไทย ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการตางประเทศไดกลา วเม่ือวันท่ี 24
พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ในการประชุมสุดยอด The Francophonic Ouagadougou ครัง้ ท่ี 10 ท่ี Burkina Fas

40 | ห น า

o วา ประเทศไทยไดยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ควบคูก ับ “การพัฒนาแบบยั่งยืน” ในการพิจารณา
ประเทศท้ังทางดานการเกษตรกรรม เศรษฐกิจและการแขงขันซ่ึงเปนการสอดคลอ งกับแนวทางของ
นานาชาตใิ นประชาคมโลก

การประยุกตนําหลักปรัชญาเพื่อนําพัฒนาประเทศในตางประเทศน้ัน ประเทศไทยไดเปน ศูนย
กลางการแลกเปลีย่ นผานทางสํานักงานความรว มมือเพื่อการพัฒนาระหวางประเทศ(สพร.) โดย สพร. มี
หนา ที่ คอยประสานงานรับความชว ยเหลือทางวิชาการดานตางๆ จากตา งประเทศมาสูภาครัฐ แลว ถา
ยทอดตอ ไปยังภาคประชาชน และยังสง ผา นความรูท่ีมีไปยังประเทศกําลังพัฒนาอ่ืนๆ เรือ่ งปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงน้ัน สพร. ถายทอดมาไมต ่าํ กวา 5 ป ประสานกับสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ
ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ (กปร.) และคณะอนุกรรมการขับเคล่ือนเศรษฐกิจ
พอเพียง ซ่ึงตา งชาติก็สนใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพราะพิสูจนแลว วา เปนส่ิงที่ดีและมีประโยชน ซ่ึงแต
ละประเทศมีความตอ งการประยุกตใ ชป รัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไมเ หมือนกัน ข้ึนอยูกับวิถีชีวิต สภาพภู
มิศาสตร ฯลฯ เชน พมา ศรีลังกา เลโซโท ซูดาน อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ภูฎาน จีน จิบูดี
โคลัมเบีย อียิปต เอธิโอเปย แกมเบีย อินโดนิเซีย เคนยา เกาหลีใต มาดากัสการ
มัลดีฟส ปาปวนิวกินี แทนซาเนีย เวียดนาม ฯลฯ โดยไดใหป ระเทศเหลา น้ีไดม าดูงาน
ในหลายระดับ ท้ังเจา หนา ที่ปฏิบัติงาน เจา หนาท่ีฝายนโยบาย จนถึงระดับปลัดกระทรวง รัฐมนตรี
กระทรวงตา งๆ[14]

นอกจากนน้ั อดิศักดิ์ ภาณพุ งศ เอกอัครราชทูตไทยประจาํ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ไดกลาว
วาตา งชาตสิ นใจเรอ่ื งเศรษฐกจิ พอเพยี ง[14] เนอ่ื งจากมาจากพระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระเจา อยูห ัวท่ี
ทรงหว งใยราษฎรของพระองค และอยากรูว า ทําไมรัฐบาลไทยถึงไดนํามาเปนนโยบาย สวนประเทศท่ี
พฒั นาแลว ก็ตอ งการศึกษาพจิ ารณาเพอื่ นาํ ไปชว ยเหลอื ประเทศอื่น

13 นักคิดระดับโลกเห็นดวยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และมีการนําเสนอบทความ บท
สัมภาษณ เปน การยื่นขอ เสนอแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงใหแกโลก เชน ศ.ดร.วูลฟ กัง ซัคส นักวิชาการด
านสิ่งแวดลอ มคนสําคัญของประเทศเยอรมนี สนใจการประยุกตใชห ลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยาง
มาก และมองวานา จะเปนอีกทางเลือกหนึง่ สําหรับทุกชาติในเวลาน้ี ท้ังมีแนวคิดผลักดันเศรษฐกิจ
พอเพยี งใหเปนท่ีรูจกั ในเยอรมน,ี ศ. ดร.อมาตยา เซน ศาสตราจารยช าวอินเดีย เจา ของรางวัลโนเบลสาขา
เศรษฐศาสตรป 1998 มองวา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนการใชสิ่งตา งๆ ที่จําเปน ตอการดํารงชีพ และ
ใชโ อกาสใหพอเพียงกับชีวิตที่ดี ซึ่งไมไ ดห มายถึงความไมตองการ แตตอ งรูจักใชชีวิตใหดีพอ อยาให
ความสําคัญกับเร่ืองของรายไดและความรํ่ารวย แตใหมองที่คุณคาของชีวิตมนุษย, นายจิกมี ทินเลย
นายกรฐั มนตรีแหงประเทศภูฎาน ใหท รรศนะวา หากประเทศไทยกําหนดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงใหเ ปน
วาระระดับชาติ และดําเนินตามแนวทางนีอ้ ยางจริงจัง “ผมวา ประเทศไทยสามารถสรา งโลกใบใหมจ าก

ห น า | 41

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สรางชีวิตท่ียั่งยืน และสุดทายจะไมห ยุดเพียงแคใ นประเทศแตจ ะเปน
หลักการและแนวปฏบิ ตั ขิ องโลก ซึง่ หากทําไดสาํ เรจ็ ไทยก็คือผูน าํ ” [15]

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไดร ับการเชิดชูสูงสุดจากองคการสหประชาชาติ(UN) โดยนายโคฟ
อันนันในฐานะเลขาธิการองคการสหประชาชาติ ไดท ูลเกลา ฯ ถวายรางวัล The Human Development
lifetimeAchievement Award แกพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัว เม่ือวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และไดมี
ปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วาเปน ปรัชญาท่ีมีประโยชนต อประเทศไทยและนานาประเทศ[6]
และสามารถเร่ิมไดจ ากการสรางภูมิคุมกนั ในตนเอง สหู มบู า น และสูเศรษฐกิจในวงกวา งข้ึนในทีส่ ุด นาย
Hakan Bjorkman รักษาการผูอ ํานวยการ UNDP ในประเทศไทยกลาวเชิดชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และ UNDP นนั้ ตระหนกั ถงึ วิสัยทัศนและแนวคดิ ในการพฒั นาของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัวฯ[16] โดย
ที่องคก ารสหประชาชาติไดสนับสนุนใหประเทศตางๆ ท่ีเปน สมาชิก 166 ประเทศยึดเปนแนวทางสูการ
พฒั นาประเทศแบบย่ังยนื [7]

อยา งไรกต็ าม ศ. ดร.เควนิ ฮิววสิ นั อาจารยประจํามหาวิทยาลัยนอรธ แคโรไลนา ที่แซพเพลฮิลล
ไดว จิ ารณร ายงานขององคการสหประชาชาติโดยสํานักงานโครงการพัฒนาแหงสหประชาชาติ (UNDP)
ท่ียกยอ งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง[17]วา รายงานฉบับดังกลา ว ไมไดมีเน้ือหาสนับสนุนวา เศรษฐกิจ
พอเพยี ง “ทางเลือกท่ีจําเปนมากสําหรับโลกท่ีกําลังดําเนินไปในเสน ทางท่ีไมย ัง่ ยืนอยูใ นขณะน้ี” (น. V .
ในรายงาน UNDP) โดยเนอ้ื หาแทบทั้งหมดเปนการเทิดพระเกียรติ และเปน เพียงเครือ่ งมือในการโฆษณา
ชวนเชอื่ ภายในประเทศเทา นัน้ (18) สวนHakan Bjorkman รักษาการผอู ํานวยการ “ UNDP” ตอ งการท่ีจะ
ทําใหเ กดิ การอภิปรายพิจารณาเรื่องน้ี แตก ารอภิปรายดังกลา วน้ันเปน ไปไมได เพราะอาจสุมเสี่ยงตอการ
หมิน่ พระบรมเดชานุภาพ ซ่งึ มีโทษถงึ จาํ คกุ (10)

เมือ่ ปลายเดอื นพฤษภาคม พ.ศ. 2549 นายโคฟ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติไดเขาเฝา ทูลเกลา
ฯ ถวายรางวัล Human Development Lifetime Achievement Award หมายความวา พระเจา อยูห ัวสละความ
สุขสว นพระองค และทมุ เทพระวรกาย ในการพฒั นาคนไทยในชว ง 60 ป จนเปนที่ประจักษใ นความสําเร็จ
ของพระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาท และเปนแบบอยา งท่วั โลกได คํากราบบังคมทูลของนายโคฟ บงบ
อกใหเ หน็ เขาศกึ ษาเรอื่ งปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงอยางละเอียด และรับปากวาจะนําไปเผยแพรท่ัวโลก
รวมทั้งประมุขหรือผูแทนของประเทศตางๆ ท่ีไดมาเขา เฝา และขออัญเชิญไปใชใ นประเทศของเขา เพราะ
เหน็ วาเปนแนวทางทด่ี ี

นอกจาก United Nation Development Program ( UNDP ) เปน องคกรหนง่ึ ภายใตส หประชาชาติ
ทีด่ ูแลเกย่ี วกบั การพฒั นา ดานหนง่ึ ทีเ่ ขาตองดูแล คอื การพฒั นาคน มหี นาทจ่ี ัดทํารายงานประจําป โดยใน
ปห นา จะเตรยี มจดั ทาํ เรอ่ื งการพฒั นาคนของโลก และคนในแตล ะประเทศ ( Country report และ Global
report ) โดยในสวนของประเทศไทยจะนาํ เร่ืองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งเปน หลกั ในการรายงานและเผย

42 | ห น า

แพร ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพือ่ ท่ปี ระเทศอนื่ จะไดรบั ประโยชนจ ากของพระราชทานทพ่ี ระบาท
สมเดจ็ พระเจา อยหู วั พระราชทานใหคนไทยมากกวา 30 ป แลว จะเหน็ ไดว าขณะน้ปี รัชญาฯ น้ี ไดเ ผย
แพรโ ดยองคก รระดบั โลกแลว เราในฐานะพสกนิกรของพระองคทานนา จะภูมิใจหนั มาศึกษาและนาํ ไป
ปฏบิ ัตอิ ยา งจรงิ จงั กจ็ ะบังเกิดผลดียงิ่




Click to View FlipBook Version