๒๐๒๑ AUGUST 24
คู่มือ การเย็บแผล
(HANNBOOK OF SUTURING)
เสนอ
อาจารย์ ดร.สริ ีวัฒน์ อายุวัฒน์ และ อาจารย์ อวนิ นท์ บวั ประชุม
จัดทาโดย
นายพรภพ จันลาสี
รหสั นักศกึ ษา ๖๑๑๐๒๓๐๑๐๙๕
นักศกึ ษาพยาบาลศาสตรบณั ฑติ ชน้ั ปีท่ี ๔ รุน่ ท่ี ๗๐ กลุ่ม A๔
รายงานฉบบั นีเ้ ป็นสว่ นหน่งึ ของวชิ า การรกั ษาพยาบาลเบือ้ งต้น (พย. ๑๔๒๖)
ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช
สถาบนั พระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสขุ
คานา
คู่มือการเย็บแผลเล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การรักษาพยาบาลเบื้องต้น (พย. ๑๔๒๖) โดยมี
วัตถุประสงค์ เพ่ือ ศึกษาเกี่ยวกับ อุปกรณ์ ข้ันตอนและวิธีการเย็บแผล เพ่ือให้นักศีกษาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราชท่ีกาลังศึกษาอยู่ได้มีความรู้เข้าใจทางหัตถการพ้ืนฐานศัลยกรรม ทาง
นักศกึ ษาได้จดั ทาค่มู อื นข้ี ึน้ มาเพ่ือเปน็ แนวปฎบิ ตั ริ ว่ มกัน
โดยเนือ้ หาในรายงานประกอบดว้ ย ลักษณะบาดแผล วตั ถุประสงค์ของการเย็บแผล การเตรียมผปู้ ว่ ยก่อน
การเย็บแผล อปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการเยบ็ แผล ขนั้ ตอนการเยบ็ แผลและคาแนะนาการดแู ลแผล
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือหัตการพ้ืนฐานการเย็บแผลเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาหรับนักษา
พยาบาลและพยาบาลวิชาชีพทว่ั ไป ผูท้ สี่ นใจศึกษาเกี่ยวกบั การเยบ็ แผล ข้อผิดพลาดประการใดทางผู้จัดทาขอน้อม
รบั ในขอ้ ช้แี นะ และจะนาไปแกไ้ ขหรือพฒั นาใหถ้ กู ต้องสมบูรณ์ในโอกาศต่อไป
ผูจ้ ดั ทา
พรภพ จนั ลาสี
๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๔
คมู่ อื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
สารบญั หนา้
เน้ือหา ก
คานา
สารบัญ ข
การดูแลแผล
ลกั ษณะแผล ๑
การเย็บแผล
๓
- วตั ถุประสงค์การเย็บแผล
๗
การเตรยี มผู้ปว่ ยก่อนเยบ็ แผล
- การประเมนิ บาดแผล ๗
- การทาความสะอาดผิวหนงั รอบๆบาดแผล
- การชะล้างบาดแผล ๗
- การใชย้ าชา ๗
๘
อุปกรณ์ ๙
ขน้ั ตอนการเย็บแผล ๑๐
เทคนิคการเยบ็ แผล ๑๓
- หลกั การเยบ็ แผลปฏบิ ัติดังนี้ ๑๕
- ลักษณะของการเย็บแผล
- การดแู ลหลังการเย็บแผล ๑๕
- การใหย้ าปฏชิ วี นะและยาแก้ปวด ๑๖
คาแนะนา ๒๐
- คาแนะนาการตัดไหม ๒๒
- การใหภ้ ูมคิ มุ้ กันบาดทะยัก ๒๒
- คาแนะนาทจี่ ะใหผ้ ู้ปว่ ยกอ่ นกลับบ้าน ๒๓
- เอกสารอา้ งองิ ๒๓
๒๔
๒๕
ค
คู่มือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
การดแู ลแผล (Wound dressing)
(กษยา ตนั ตผิ ลาชีวะ, ๒๕๖๐)
วัตถปุ ระสงค์
๑. เขา้ ใจกระบวนการหายของแผล
๒. สามารถดูแลบาดแผลใหห้ ายอยา่ งเป็นธรรมชาติโดยไมเ่ กิดภาวะแทรกซอ้ น
บทนา
ในฐานะผู้ให้บริการทางสาธารณสุข ท่านจะมีโอกาสดูแลผู้ป่วยที่มีบาดแผลท้ังบาดแผลที่เกิดขึ้นเฉียบพลันจาก
อุบตั เิ หตหุ รือการผา่ ตัด (acute wound) และบาดแผลเร้อื รังที่เกิดจากสาเหตตุ ่งๆ (chronic wound) ความรู้
เบ้ืองตันเก่ียวกับการหายของบาดแผล หลักการและวิธีการดูแลบาดแผล และชนิดของวัสดุปิดแผลจะช่วยให้
การหายของบาดแผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันหมายถึงบาดแผลหายในเวลาอันสมควร ไม่มี
ภาวะแทรกซ้อนด้านการติดเช้ือ และไม่เกิดแผลเป็นมากเกินควรนอกจากนี้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดส่วนหนึ่งจะมีการ
วางสายระบายไว้เพ่ือเป็นทางออกของของเหลวท่ีคงเหลืออยู่เพ่ือป้องกันการบวมจากของเหลวค่ังใต้แผล หรือ
เพ่ือเป็นการป้องกันหรือรักษาภาวะติดเชื้อ การดูแลสายระบายท่ีถูกต้องจะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว
โดยไมท่ าให้เกดิ ภาวะติดเชอ้ื ซ้าเตมิ เพิ่มขน้ึ อีก
เม่ือเกิดบาดแผลขึ้นกับร่างกายหลอดเลือดบริเวณดังกล่าวจะเกิดการหดตัวเพ่ือหยุดเลือด มีการเกาะกลุ่มของ
เกล็ดเลือด ตามมาด้วยกระบวนการสร้างส่ิมเลือดมาอุดบริเวณหลอดเลือดที่บาดเจ็บนั้น (coagulation
phase) ในเวลาต่อมาหลอดเลือดจะเริ่มขยาย มีชลล์เม็ดเลือดขาวและเชลล์อักเสบต่างๆ เข้ามายังบริเวณนี้
เพ่ือให้เกิดกระบวนการอักเสบของบริเวณดังกล่าวเพ่ือทาลายเชื้อโรค เนื้อตาย และสิ่งแปลกปลอมที่มีตกค้าง
อยู่ในบาดแผล (inf ammatory phase) จากน้ันจะมีการสร้างเซลล์และผลิตเส้นใยคอลลาเจนเพ่ือก่อเป็น
เน้ือเยื่อและเสน้ เลือดใหม่ (proliferative phase) โดยในระยะตอ่ มาเมื่อปรมิ าณเส้นใยคงท่ีและพอเหมาะแล้ว
จะมีการจัดเรียงเซลล์และเส้นใยเน้ือเย่ือ โดยไม่มีการเพิ่มปริมาณเส้นใยอีก จากนั้นจะเกิดกระบวนการหดตัว
ของบาดแผลและการเคล่ือนที่ของเชลล์เย่ือบุมาคลุมจนกระท่ังแผลปิดและเกิดเป็นแผลเป็นสุดท้ายของแผล
น้ันๆ (remodeing phase) ๒๒๓๔
ในทางศลั ยกรรมชนดิ การหายของบาดแผลอาจแบ่งได้เปน็ การหายโดย primary intention เปน็ การ
หายของบาดแผลท่ีมีการเย็บปิดให้เสมือนบริเวณเน้ือเย่ือเดิมภายในระยะเวลาไม่นานหลังเกิดบาดแผล แต
สาหรับบาดแผลที่มีการปนเป้ือน มีการติดเชื้อ หรือมีการหายไปของเนื้อเย่ือเป็นบริเวณว้างอาจจาเป็นต้อง
ปล่อยให้เป็นแผลเปิด (open wound) รอให้เกิด granulation tissue และเกิดการหดตัวของแผลตาม
ธรรมชาติเอง เรียกว่าเป็นการหายแบบ secondary intention ในบางกรณีการรอให้เกิดการหดตัวของแผล
อาจใช้เวลานานและเกิดแผลเป็นที่ไม่สวยงาม จึงควรเย็บปิดบาดแผลนั้นหลังจากทาเผลแบบเปิดไปช่วงหนึ่ง
เรียกการหายของแผลแบบน้วี ่าเป็นแบบ tertiary intention หรือ delayed primary closure นอกจากน้ียัง
มีบาดแผลท่ีมีการหายไปของช้ันผิวหนังเพียงบางส่วนต่อมเหง่ือและรูขุมขนส่วนที่เหลืออยู่จะสร้าง
epithelium มาปกคลุมปิดบาดแผลได้
คู่มือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ขน้ั ตอนการดแู ลบาดแผล
ในผูป้ ่วยอุบัติเหตตุ ้องไดร้ บั การประเมินและรักษาภาวะที่อาจเป็นอนั ตรายถงึ ชวี ติ ก่ข้ัอน โดยทาการกด
ห้ามเลือดและปิดบาดแผลไว้ชั่วคราวจนกว่าผู้ป่วยจะพ้นภาวะฉุกเฉินจึงทาการตรวจประเมินบาดแผลต่อไป
การดูแลบาดแผลเบอื้ งต้นประกอบด้วยการประเมินความรุนแรงของการบาดเจ็บ ได้แก่ ความลึกของบาดแผล
และการบาดเจบ็ ต่อหลอดเลอื ดและเสน้ ประสาทบริเวณนน้ั หากมเี ลอื ดออกควรไดร้ บั การห้ามเลือดท่ีเหมาะสม
ต้องตรวจหาส่ิงแปลกปลอมและนาออกในเวลาที่สมควร เช่น ส่ิงแปลกปลอมมีคมท่ีคาอยู่ในบาดแผลอาจต้อง
นาออกในห้องผ่าตัดเมื่อเตรียมพร้อมสาหรับการห้ามเลือดและเตรียมป้ องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติมแล้วใน
บาดแผลท่ัวไปควรได้รับการทาความสะอาดโดยการล้างด้วยน้าเกลือ(irigation) โดยใช้ปริมาณ ๕๐๐-๑๐๐๐
มิลลิลิตร หรือ ๖๐ มล.ต่อความยาวแผล ๑ เซนติเมตร' ความแรงของน้าท่ีฉีดต้องเกิดความดัน ๗-๑๑ ปอนด์
ต่อตารางนวี้ (Ib/in) จงึ ทาให้แบคทเี รยี และเนื้อตายหลดุ ออกได้' นอกจากนา้ เกลือแล้วสามารถใช้ น้าประปาที่
มีคลอรีนล้างแผลได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการใช้ปริมาณมาก พบว่า การใช้สารละลาย antiseptic เช่น
iodine, povidoneiodine, hydrogenperoxide และ antibacterial preparation ตา่ งๆ นัน้ ทาให้แผลหาย
ช้าลงเน่ืองจากทาให้เกิดการบาดเจ็บต่อเซลล์ที่สาคัญของการหายของแผล ได้แก่ neutrophil และ
macrophage จึงไม่ควรนามาใช้ใสในแผล'หลังจากล้างทาความสะอาดแผลแล้วให้พิจารณาลักษณะบาดแผล
ว่าเป็นแผลสะอาดหรือไม่ หากเป็นบาดแผลสะอาดท่ีเลือดมาเลี้ยงดีสามารถทาการเย็บปิดได้ทันที หาก
บาดแผลมีเน้ือตาย มีโอกาสติดเชื้อสูง เช่น บาดแผลจากสัตว์กัด บาดแผลคนกัด บาดแผลของแหลมท่ิมเป็นรู
(punctured wound) หรอื เปน็ บาดแผลทม่ี ีลักษณะสกปรกปนเป้อื นมากควรไดร้ บั การดูแลเพิ่มเตมิ โดยทาการ
ตัดเน้ือตายและนาสิ่งสกปรกออก (debridement) บาดแผลเช่นนี้อาจมีความจาเป็นต้องทาแผลแบบเปิดไว้
จนกวา่ จะมนั่ ใจวา่ ไม่มีการติดเช้ือแล้วจงึ ปิดบาดแผลด้วยวธิ ีท่เี หมาะสมตอ่ ไป ลักษณะของบาดแผล
ทีไ่ ม่ควรเย็บทันทีแสดงไวใ้ นตารางท่ี ๑
ตารางท่ี ๑ ลักษณะของบาดแผลทีไ่ มค่ วรเย็บทนั ที่
๑. มแี บคทีเรียสะสมมาก
๒. บาดแผลทเ่ี กดิ มานานกวา่ ๖ ช่วั โมง ยกเวน้ บาดแผลในตาแหนง่ ทเี่ ลอื ดมาเล้ียงดี เช่น ใบหน้าอาจเยบ็ ได้
หากไมเ่ กิดขนึ้ นานเกิน ๒๔ ช่วั โมง
๓. บาดแผลคนหรอื สัตว์กดั
๔. บาดแผลท่ีมลี ักษณะของการตดิ เชอ้ื แต่แรก
๕. มีการขาดหายไปของเน้ือเย่ืออยา่ งมากอาจทาใหไ้ ม่สามารถปดิ แผลโดย ควรเปดิ แผลไวก้ ่อน
๖. มีส่ิงแปลกปลอมตกคา้ ง
๗. มีเนือ้ ตายเหลืออยู่
๘. ไม่แน่ใจว่าเน้ือเยอื่ บริเวณดงั กลา่ วขาดเลือดหรอื ไม่
๙. บาดแผลท่มิ ทะลุ (punctured wound)
๑๐.แผลท่เี กนิ สมรรถนะของพยาบาล เช่นการฉีกขาดของอวยั วะสาคัญเชน่ ดวงตา อวยั วะภายในเส้นเลือด
ฉกี ขาด
คู่มือ การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ลักษณะของแผล
แผลหรือบาดแผลเกิดได้จากหลายสาเหตุ และมีลักษณะแตกต่างกัน จึงสามารถจาแนกบาดแผล
ออกเป็นประเภทตา่ ง ๆ ได้หลายวธิ ี ดังนี้
๑. แผลจากอุบตั ิเหตุ
การการเย็บแผลจาเป็นต้องพิจารณา ลักษณะของแผล ก้นแผล ระดับการปนเป้ือน การบาดเจ็บต่อ
อวยั วะข้างเคียง
แผลขอบเรยี บ (cut wound) หรอื เกิดจากของมีคม แผลชนดิ นี้มกั มเี นื้อตายน้อย เหมาะกบั การเยบ็
แผลฉีกขาด (laceration wound) เกิดจากการกระแทกโดยตรงหรือครูดบด ขอบแผลมักไม่เรียบมี
เน้ือชอกช้า อาจจะมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ทาให้แผลสมานหรือเกิดการติดเชื้อได้ จึงควรเล็มขอบ
แผลให้แผลเรียบข้นึ ตดั เอาเน้ือตายออกใหม้ ั่นใจว่ามีเลือดมาเลย้ี งเพียงพอก่อนทาการเยบ็
แผลระนาบไปกับผิวหนงั (flap wound) แผลชนิดนี้หลอดเลอื ดภายใตแ้ ผลมกั ถูกทาลาย ตอ้ งสังเกตสี
ขอบแผลว่าคล้า หรือตัดเล็มแล้วไม่มีเลือดออกซึมหรือไม่ เพราะอาจขาดเลือดมาเลี้ยงทาให้เกิดเนื้อ
ตายและติดเชอ้ื ตามมาได้ หากแผลมหี อ้ เลือด (Hematoma) ตอ้ งห้ามเลือดให้สนทิ กอ่ นเย็บปดิ
แผลสกปรก (contaminated wound หรือ dirty wound) มีการปนเป้ือนในบาดแผล เส่ียงต่อ
อาการติดเช้ือสงู จงึ จาเปน็ ต้อง เปล่ยี นให้กลายเป็นแผลทสี่ ะอาดก่อนด้วยการเอาสงิ่ ปนเป้ือนออกด้วย
การชะล้าง (irrigate) และเล็มเอาเนื้อตายและส่ิงสกปรกออก (debridement) จนแผลสะอาดก่อน
การเย็บ แผลทีป่ นเปือ้ นมากไมค่ วรเยบ็ ถหี่ รอื แนน่ เกินไปเน่ืองจากจะทาใหต้ ิดเช้ือในภายหลังได้
๒. แผลจากการผ่าตดั
แบง่ ออกเปน็ clean wound, clean-contaminated, contaminated และ dirty wound โดย clean
wound มีความเส่ียงต่อการติดเชื้อต่าสามารถเย็บแผลได้ท้ัง simple หรือ vertical mattress ภายนอกอย่าง
เดียว หรือ เย็บ subcuticular stitch ด้วย absorbable suture ร่วมด้วยก็ได้ ส่วนแผล contaminated
wound หากสามารถลดการปนเปื้อนลงและเปล่ียนให้กลายเป็น clean-contaminated wound ได้ให้
พิจารณาเย็บเฉพาะดา้ นนอกดว้ ย simple หรอื vertical mattress ดว้ ย non-absorbable suture เท่านั้น
แผลสะอาด (clean wound) หมายถึง แผลที่ไม่มีการติดเช้ือหรือแผลที่เคยปนเปื้อน เชื้อ
แล้ว แต่ได้รับการดูแลจนแผลสะอาดไม่มีการติดเชื้อ เนื้อเยื่อของแผลเป็นสีชมพูอมแดง ไม่มีลักษณะของการ
อกั เสบบวมแดง หรือแผลท่ีเกิดจากการวางแผนลว่ งหน้า เพ่อื การตรวจรกั ษา มกี ารควบคมุ ภาวะปราศจากเช้ือ
เช่น แผลผ่าตัด แผลเจาะหลงั แผลให้นา้ เกลือ
แผลกึ่งสะอาดก่ึงปนเป้ือน (clean-contaminated wound) ลักษณะของแผลคล้ายแผล
สะอาด แต่มักเป็นแผลผ่าตัดในระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ระบบทางเดิน
ปสั สาวะ และยังไม่เกดิ การตดิ เชอ้ื
แผลปนเป้ือน (contaminated wound) เป็นแผลที่ไม่สะอาด ได้แก่ แผลท่ีเกิดจากอุบตั เิ หตุ
เช่น แผลถลอก แผลไฟไหม้ แผลน้าร้อนลวก แผลถูกรังสี แผลถูกกรด-ด่าง ไฟฟ้าช็อตหรือแผลผ่าตัดที่มีการ
ปนเปือ้ นเช้ือในระหวา่ งการผ่าตดั โดยแผลมกี ารอักเสบ คอื มอี าการ ปวด บวมแดง ร้อน แต่ยงั ไม่มกี ารติดเชื้อ
แผลติดเชื้อหรือแผลสกปรก (infected wound/ dirty wound) เป็นแผลท่ีมีการปนเปื้อน
เชื้อจนเกดิ การติดเชอ้ื เกดิ การอกั เสบ มหี นอง สว่ นใหญ่เป็นแผลท่เี กิดจากอบุ ัตเิ หตุ
การจาแนกบาดแผล ตามกลไกที่ไดร้ บั บาดเจบ็ ไดดงั นี้
คมู่ ือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
1. Incised wound คือ บาดแผลท่ีถูกกระทาดวยของมีคม ลักษณะบาดแผลจะเรียบชิดกัน เชน
บาดแผลผาตดั แผลถกู มดี บาด หรอื ถูกฟนดวยมีด
ท่ีมา : https://slidetodoc.com/closure-material-wound-wound-damaged-skin-or-soft/
๒. Lacerated wound คือ แผลท่มี ีการฉกี ขาดหรอื ถูกทาลายของผิวหนังและเนอื้ เยือ่ ใตผวิ หนังมักเกิด
จากของแข็งที่ไมมีคม เชน ถูกตีดวยไมพลอง คมแฝก หรือเกิดจากอุบัติเหตุบนทองถนนหรืออุบัติเหตุอื่น ๆ ท่ี
ทาใหเกิดบาดแผลฉกี ขาด ขอบไมเรยี บ
ทม่ี า : https://slidetodoc.com/closure-material-wound-wound-damaged-skin-or-soft/
๓. Contusion wound / Bruise wound เปนบาดแผลฟกช้าทผ่ี ิวหนงั เกิดจากถูกกระทาดวยของแขง็ ไมมี
คม เชน ถูกตอย, หกลม, ชนกระแทกกบั ของแข็ง แผลจะไมแยกจากกัน ไมมีรอยกรดี แยกของแผล แตหลอด
เลอื ดใตชั้นผวิ หนังมกี ารฉีกขาด เกิดเลือดออกคงั่ อยูใตผวิ หนงั ทาใหเหน็ เปนรอยช้าของเลอื ด (ecchymosis)
หรอื หอเลอื ด (hematoma)
ทีม่ า :
https://leadingedgephysicaltherapy.com.au/common-
conditions/sports-injuries/bruises-contusions/
ท่มี า : https://www.alamy.com/stock-photo-
lacerated-contused-wound-๒๓๒๙๐๖๙๔.html
คูม่ ือ การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
๔. Abrasion wound เป็นแผลถลอก ผิวหนังช้ัน epidermis ถูกครูดเป็นรอยถลอก อาจเกิดจาก
การหกล้ม ผวิ หัวเขา่ ถลอก แผลลักษณะน้มี ีโอกาสติดเชอื้ สงู เพราะมักจะมวี ตั ถุแปลกปลอมเข้าไปติดอยลู่ ักษณะ
ของแผลเป็นแผลเปิดมีอาการเจบ็ ปวดเพราะส่วนปลายของเส้นประสาทไดร้ ับการกระทบกระเทอื น
ท่ีมา : https://leadingedgephysicaltherapy.com.au/common-
conditions/sports-injuries/bruises-contusions/
๕. Avulsion wound แผลฉกี กระชาก ผวิ หนงั และเนื้อเยื่อชั้นลกึ ขาดหายไป อาจเปน็ บางสว่ นหรอื
ทงั้ หมดสาเหตุ เกดิ จากสัตวก์ ัด อุบตั ิเหตุ ลักษณะของแผลเป็นแผลเปดิ การหายของแผลอาจจะต้องใช้การปลูก
ถา่ ยผิวหนงั หรือย้ายผิวหนัง (Flap) หรือปลอ่ ยใหห้ ายเองโดยการหดร้ังของแผล (wound contraction)
ที่มา : https://lacerationrepair.com/wound-
blog/hypothenar-autografts-for-dermal-avulsions/
๖. Puncture wound สาเหตุจากการถกู ท่ิมแทงเขา้ ไปในผิวหนัง โดยเครือ่ งมอื ท่ีมคี วามแหลม เช่น
มดี ตะปู ซง่ึ อาจเกิดข้นึ ได้ทง้ั ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
ลักษณะของแผลเป็นแผล
ทม่ี า;https://www.drugs.com/cg/puncture-
wound.html
๗.Penetrating wound แผลทะลุทะลวง คือ การท่ีผิวหนังและเนื้อเย่ือส่วนลึกถูกทะลทุ ะลวง เช่น
ลูกกระสุนปนื เศษเหล็กช้ินเล็ก ๆ ถ้าเศษของชนิ้ สว่ นยงั คงอยู่ในผิวหนงั หรอื มเี ลือดไหลเนอื่ งจากแผลลกึ หรอื
อยูใ่ นตาแหน่งทเี่ ลือดออกง่ายโอกาสเสย่ี งตอ่ การตดิ เช้ือสงู ลักษณะของแผลเปน็ แผลเปดิ
ท่มี า : https://slidetodoc.com/closure-material-wound-
wound-damaged-skin-or-soft/
คู่มือ การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
๘. Blast injury บาดแผลจากการถูกระเบดิ หรือพลุ
ทม่ี า : http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=
๕๔๗๘๑๐
๙. Crush or Burst injury เป็นบาดแผลทเี่ กดิ จากการกระแทกหรือการบดทับด้วยวัตถุที่หนกั ทาให้
ผวิ หนังถกู บดซ้าบางสว่ นและพบเน้อื เย่ือตาย
ท่ีมา
:https://med.mahidol.ac.th/surgery/sites/default/files/p
ublic/pdf/wound%๒๐management.Jan_.%
๒๐๓๑,๒๐๑๑.pdf
๑๐. Burn แผลไฟไหม้นา้ ร้อนลวก เป็นบาดแผลท่เี กดิ จากความรอ้ นหรือสารเคมี แผลชนิดนีถ้ ้า
เปน็ มากจะทาใหผ้ ปู้ ่วยชอ็ กได้จากการสูญเสียน้า ซ่ึงจาเปน็ จะตอ้ งรักษาในโรงพยาบาลเพื่อใหส้ ารนา้ และเพอ่ื
ป้องกนั ภาวะแทรกซอ้ นทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ภายหลงั
ทมี่ า : https://www.anamaibantum.com/๒๐๑๙/๐๔/blog-
post_๑๘.html
ค่มู อื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
การเย็บแผล
การเย็บแผล เป็นหัตถการพื้นฐานในการดูแลแผลท่ีอาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด การมีความรู้
เก่ียวกับแผลเข็มเย็บ ชนิดและขนาดของไหมเย็บ และวิธีการเย็บแผลชนิดต่างๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถให้
การดแู ลบาดแผลไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
วัตถปุ ระสงคข์ องการเย็บแผล
๑. เพื่อห้ามเลอื ด (Stop Bleeding)
๒. ซ่อมแซมส่วนทบี่ าดเจบ็ (Reconstruction)
๓. ลดอาการปวดและการตดิ เชื้อ (Decrease pain and infection)
๔. ลดรอยแผลเป็นทอี่ าจเกดิ จากบาดแผลนัน้ ๆ (Reduce scar)
๕. เพ่ิมการหายของแผล (Increase healing of ulcer)
การเตรยี มผปู้ ่วยก่อนทาหตั การ
แนวปฏบิ ตั ิทางคลินิกดา้ นการจดั การบาดแผลอุบัติเหตุ
มีหลักการดงั น้ี
๑. การประเมินบาดแผลปฏิบัตดิ ังนี้
๑.๑ ซักประวัติข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ป่วย ได้แก่ วัน เวลาท่ีเกิดบาดแผล สาเหตุการเกิด
บาดแผลและการรกั ษาบาดแผลก่อนมาโรงพยาบาล
๑.๒ ประเมินลักษณะบาดแผลดังน้ี ตาแหน่งของบาดแผล ขนาดของบาดแผล ได้แก่ ความ
กว้าง ความยาว ความลึก โดยวัดเป็นเซนติเมตร ลักษณะเนื้อเย่ือในแผลผิวหนังรอบ ๆ แผล ประเมิน
สิง่ แปลกปลอมและส่งิ ขับหล่งั ในแผล
๑.๓ พิจารณาการจัดการบาดแผล ดังนี้
๑.๓.๑ บาดแผลท่ีควรเยบ็ ได้แก่ บาดแผลหลังจากไดร้ ับอุบัติเหตนุ านไม่เกิน ๖ ชั่วโมง หรือ
นานเกิน ๖ ช่ัวโมง แต่ไม่เกิน ๑๒ ชั่วโมง และแผลมีลักษณะขอบแผลเรียบ เนื้อเย่ือในแผลชอกช้าไม่
มาก ไม่มีส่ิงแปลกปลอมในแผล เช่น แผลทเ่ี กิดจากของมคี มบาด เช่น แก้วบาด มดี บาด เปน็ ต้น
๑.๓.๒ กรณีท่ีบาดแผลนานเกิน ๑๒ ช่ัวโมง ไม่เย็บแผล และให้นัดทาแผลทุกวัน จะรับนอน
โรงพยาบาลหรอื ไม่ ให้ปรกึ ษาแพทยอ์ กี ครั้ง
๑.๓.๓ บาดแผลท่ีต้องส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากให้การดูแลเบ้ืองต้น ได้แก่
บาดแผลที่มีกระดูกหกั ร่วมด้วย แผลท่ีมีเส้นเลือดฉกี ขาด และบาดแผลท่ีเน้ือเย่ือหายไปจนไม่สามารถ
ดึงเอาผิวหนงั มาชิดกนั ได้
บาดแผลที่ควรเย็บ ได้แก่ บาดแผลที่เกิดข้ึนภายใน ๒๔ ช่ัวโมง , บาดแผลสะอาดหรือได้รับ
การตกแต่งเป็นอย่างดีแล้วไม่มีการติดเช้ือ , ไม่มีการติดเชื้อ , .ไม่มีเลือดตกค้างในบาดแผล , เลือดมา
เล้ียงบริเวณนน้ั อยา่ งมีเพยี งพอ , มีผวิ หนงั พอทจี่ ะดึงรัง้ เข้าหากนั ได้
บาดแผลที่ไม่ควรเย็บ ได้แก่ บาดแผลท่ีมีความสกปรกมาก ๆ เช่น แผลสุนัขกัด ตกท่อน้า
ครา เป็นตน้ เนอื่ งจากมโี อกาสตดิ เช้อื และแผลเปน็ หนองได้
คู่มอื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ขอ้ หา้ มของการเย็บแผล
แผลติดเชื้อ หรือ infected wound คือแผลที่มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียท่ีปล่อยไว้จนกระทั่ง
แบคทเี รยี เกิดการเจริญเติบโตและแพร่พนั ธ์ลุ ุกลามเข้าไปในเน้ือเยื่อ แผลทมี่ อี าการอักเสบ บวมแดง เปน็ หนอง
หรือแผลที่เกิดขึ้นนานเกิน ๘ ชั่วโมง จะถือว่าเป็นแผลติดเชื้อ แผลชนิดนี้ ไม่ควรทาการเย็บเนื่องจากจะเย็บไม่
ตดิ และอาจเกดิ การลุกลามอักเสบจากแบคทเี รียและหนองค่ังอย่ใู ต้แนวผเี ย็บ แผลชนดิ นี้ควรได้รบั การทาความ
สะอาดกาจัดสิ่งปนเปื้อนและให้ยาปฏิชีวนะ และทาแผล จนกระท่ังแผลเกิด granulation tissue และไม่มี
ลักษณะของการอักเสบแล้วจึงทาการเย็บ แผลท่ีเกิดจากสัตว์กัด animal bite หรือคนกัด human bite ซ่ึง
เป็นแผลสกปรกและเส่ียงต่อการติดเช้ือสูง ไม่แนะนาให้เย็บแผล ยกเว้นแผลบริเวณใบหน้า หากมีขนาดใหญ่
อาจพิจารณาเย็บหลวมๆ ได้
๒. การทาความสะอาดผิวหนังรอบ ๆ บาดแผล ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
๒.๑ จัดท่าให้ผู้ป่วยวางแขน ขา ที่มีบาดแผลบนตะแกรงล้างแผล ถ้ามีแผลบริเวณลาตัว สะโพก ศีรษะ
ให้ใช้ผ้ายางรองใต้แผล ม้วนขอบผ้ายางด้านบนและด้านข้างทั้งสองแล้วปล่อยชายด้านล่างลงในตะแกรงล้าง
แผล
๒.๒ เตรียมภาชนะใส่น้า (กะละมังชามรูปโต) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๒ น้ิว ใส่น้าประปา
และเตรยี มภาชนะตักน้า (ขนั ) ไว้ตกั น้าลา้ งผวิ หนงั รอบแผลโดยไมใ่ ห้สมั ผสั กับแผล
๒.๓ ใส่ถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้ง (Disposable) ใช้ผ้าก๊อซชุบน้า และสบู่เหลวฟอกผิวหนังรอบ ๆ แผลโดย
เริ่มฟอกจากขอบแผลวนออกไปดา้ นนอก ใหห้ า่ งจากขอบแผลอยา่ งน้อย ๒ นว้ิ
๒.๔ แผลบรเิ วณท่ีมีขนยาวให้ใชก้ รรไกรตัดขนน้นั ให้สัน้
๒.๕ ใช้ขันตักน้าในกะละมังท่ีเตรียมไว้ล้างผิวหนังที่ฟอกด้วยสบู่ โดยยกขันน้าสูงจากแผล ๖ น้ิว เทน้า
ล้างจากขอบแผลด้านบนลงสู่ด้านล่างใช้เวลาเท ๑๐ วินาที ถ้าผิวหนังยังไม่สะอาดให้ทาซ้าจนกว่าผิวหนังจะ
สะอาด ระวงั ไม่ให้น้ากระเดน็ ถูกแผล
๒.๖ ใชผ้ า้ สะอาดซบั ผวิ หนังรอบแผลให้แห้ง
๒.๗ เก็บอปุ กรณ์ที่ใช้ในการล้างแผลนาไปทาความสะอาดและเกบ็ เขา้ ที่
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=kRVfGn๗igo๘
คู่มือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
๓. การชะล้างบาดแผล ปฏบิ ัตดิ ังนี้
๓.๑ เตรยี มชดุ ทาความสะอาดบาดแผล
๓.๒ เปิดชุดทาความสะอาดบาดแผลบนโต๊ะวางอุปกรณ์ กรณีแผลเป็นโพรงลึกต้ังแต่ ๑
เซนตเิ มตรขน้ึ ไปใหเ้ ตรียม Syringe Sterile ขนาด ๒๐ CC. และเข็ม No.๑๘ ใส่ไว้ในชุดทาความสะอาด
แผล ด้วย
๓.๓ เตรียม Normal Saline Solution (NSS) จากขนาด ๑,๐๐๐ cc. เพื่อใช้ล้างแผล เปิดฝา
ขวด ระวังการปนเป้ือนบริเวณปากขวดและฝาขวด และเก็บฝาขวดวางหงายไว้บนโต๊ะวางอุปกรณ์ข้าง
ๆ ผ้ารองชดุ ทาความสะอาดแผล
๓.๔ ใสถ่ ุงมือ Sterile
๓.๕ เทน้าเกลือล้างแผล (NSS) ชะล้างบาดแผลโดยยกขวดสูงให้ฝาขวดห่างจากแผล ๖ น้ิวชะ
ลา้ งบาดแผลอยา่ งตอ่ เนอ่ื งจนแผลสะอาด
๓.๖ กรณีบาดแผลมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ให้ใช้ผ้าก๊อซชุบ NSS เช็ดเบา ๆ และชะล้างด้วย NSS
จนสง่ิ แปลกปลอมหลุดออก และล้างไปจนกว่าแผลจะสะอาด
๓.๗ กรณีแผลเป็นโพรงลึกมากกว่า ๑ เซนติเมตรให้เท NSS ใส่ถ้วยขนาด ๖ ออนซ์ ในชุดทา
ความสะอาดแผลแล้วใช้ Syringe sterile ขนาด ๒๐ cc. สวมกับเข็ม No.๑๘ ดูด NSS จากถ้วยฉีดใน
ชดุ ลา้ งแผลโดยใหเ้ ขม็ หา่ งจากแผลประมาณ ๑ นว้ิ ฉดี ลา้ งจนแผลสะอาด
๓.๘ ใช้ผ้ากอ๊ ซ sterile ซับแผลใหแ้ หง้
คู่มือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
๔. ยาระงับความรสู้ ึกเฉพาะทหี่ รือยาชา
การฉีดยาระงับความรู้สึกเฉพาะท่ีหรือยาชามีความสาคัญอย่างมากในการทาหัตถการ (รณรัฐ สุวิกะ
ปกรณก์ ลุ , ๒๕๖๐ ) การฉดี ยาชาที่มปี ระสทิ ธิภาพจะทาให้ผู้ป่วยไมร่ ู้สึกเจบ็ ปวด และช่วยลดการเสียเลอื ดหาก
ยาชาน้ันมีส่วนผสมของอะดรีนาลีน (adrenaline) ซ่ึงจะช่วยให้แพทย์สามารถทาหัตถการได้อย่างราบร่ืนและ
ประสบผลสาเร็จ ซง่ึ ปัจจัยทต่ี อ้ งพิจารณาในการเลอื กวธิ กี ารใหย้ าระงบั ความรู้สึก ได้แก่
๑) ผปู้ ่วยต้องพจิ ารณาน้าหนักตวั โรคประจาตวั ประวตั กิ ารแพ้ยา การไดร้ บั ยาละลายลม่ิ เลอื ด เป็นตน้
๒) การผ่าตัด เป็นหัตถการอะไร ตาแหน่งใดของร่างกาย ระยะเวลาในการทาหัตถการ เหมาะสมกับ
การใชย้ าระงับความรสู้ ึกเฉพาะท่หี รือไม่ ยาสามารถออกฤทธ์ไิ ด้นานพอหรือไม่
๓) ผู้ให้ยาระงับความรู้สึก อาจเป็นศัลยแพทย์ แพทย์ผู้ทาหัตถการหรือวิสัญแพทย์ ต้องทราบข้อบ่งซ้ื
ข้อควรระวัง และการแก้ไขภาวะแทรกช้อนท่ีอาจเกิดขึ้น รวมถึงสถานท่ีทาหัตถการต้องมีอุปกรณ์การ
ชว่ ยชวี ิตพร้อมหากเกดิ เหตฉุ ุกเฉนิ
กลไกการออกฤทธ์ขิ องยาชาโดยทวั่ ไป คอื หลังจากฉีดยาชาแลว้ ยาจะซึมผ่านเยอื่ หมุ้ เชลล์ประสาทรับ
ความรู้สกึ ยบั ย้งั การทางานของ Na channel ทเ่ี ยอื่ หมุ้ ประสาททาให้สูญเสยี การนาสญั ญาณประสาทชว่ั คราว
การใช้ยาชาเฉพาะท่ี ยาชาชนิดตา่ งๆทีน่ ิยมใช้
๑. Procaine Hydrochloride หรือ Novocain: ใช้บ่อยมาก ราคาถูกออกฤทธิ์เร็วเกือบจะทันทีมี
ฤทธิ์ ๑⁄๒ - ๒ ช่ัวโมง ฤทธิ์อยู่ได้นานกว่านีโ้ ดยเติม Adrenaline ๐.๕ cc. : ๑๐๐ cc. ของยาชา(Adrenaline)
ทาให้หลอดเลือดหดตัว ยาซึมหายไปได้ช้าทาให้ฤทธอ์ิ ยู่ได้นาน) การแพ้ยา อย่างอ่อน: คล่ืนไส้ อาเจียน เวียน
ศีรษะ อย่างมาก: หน้ามดื ตามองไมเ่ หน็ วา้ ว่นุ ชัก หมดสติ
๒. Lignocaine Hydrochloride หรือ Lidocaine หรือ Xylocaine: มีฤทธิ์ต่อประสาท ส่ง
ความร้สู กึ มากกวา่ ประสาทสง่ั การเคลอื่ นไหว ขนาดทนี่ ิยมใช้คือ ๐.๕ % , ๑% , ๒%
การแพย้ า -อย่างอ่อน: คลน่ื ไส้ อาเจียน เวยี นศรี ษะอย่างมาก: หน้ามืด ตามองไมเ่ หน็ ว้าวนุ่ ชกั หมดสติ
สิ่งท่ีต้องคานึงถึงเสมอ : การฉีดยาชาเข้าหลอดเลือดอาจทาให้เกิดอาการหรือมีอาการแพ้มากขึ้นได้
ดังน้นั เวลาแทงเข็มเข้าไปควรดดู ดกู อ่ นฉีดเสมอวา่ เข้าหลอดเลือดหรอื ไม.่
๓. Pontocaine Hydrochloride: ระงับความรู้สึกดี แต่มีพิษมาก จึงนิยมใช้น้อยมีประโยชน์สาหรับ
ทาลงไปบนเยื่อเมือกต่างๆเพื่อให้หมดความรู้สึก ใช้มากสาหรับลูกตา จมูก ปากและคอ ขนาดท่ีใช้หยอดตา:
๐.๕% , -ขนาดทใี่ ช้พ่นจมกู หรือแพ็คคอ: ๒%
ปจั จัยที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาชา
เวลาที่ยาซาเร่ิมออกฤทธ์ิ (onset of action) ความแรงของยา (potengy) และระยะเวลาออกฤทธ์ิ
(duration) จะข้นึ อย่กู ับความเข้มข้นของยา คา่ pKa ค่า pHการละลายในไขมัน (lipid solubility) การจับกับ
โปรตีน (protein binding) และฤทธิ์การขยายตัวของหลอดเลือด (vasodilatory effect) เช่น การเพ่ิมความ
เข้มข้นของยาชาทาให้ยาชาออกฤทธ์ิเร็วข้ึน ความแรงของยาซาเพ่ิมข้ึน และออกฤทธิ์ได้นานข้ึน ในภาวะท่ีมี
การอักเสบค่า PH ของเน้ือเยื่อจะต่าลง ทาให้ยาชาออกฤทธิ์ช้าลง ยาซาที่ผสมอะครีนาลีนจะมีการหดตัวของ
หลอดเลือดทาใหก้ ารกาจดั ยาชา้ ลง การผสม sodium bicarbonate ในยาชาจะทาให้ pHสูงข้ึน ยาชาจึงแตก
ตัวไดด้ ีข้ึนและมีความแรงมากขึน้ สว่ นยาชาที่จับกับโปรตนี ได้ดีจะออกฤทธิ์ไดน้ านขนึ้ เปน็ ตัน
ค่มู ือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ผลไมด่ แี ละพิษของยาชา
๑. แพ้ยา
๒. ปรมิ าณของยาถกู ดดู ซมึ เข้าในร่างกายจานวนมาก และมปี ฏกิ ิริยาต่อระบบประสาท
- ในขณะฉีดยาซา ควรสังเกตและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อทจี่ ะได้รู้อาการของผูป้ ว่ ยถ้าผ้ปู ่วยตอบไมเ่ ต็มปาก
หรอื ไม่ตอบแสดงว่าเขาอาจเริ่มแพย้ าชา ควรหยุดฉีดยาทันทแี ละประเมินผู้ปว่ ยเพ่ือหาความผดิ ปกติและ
- กรณใี ชย้ าชาผสม Adrenaline แม้ว่าจะผสมมคี วามเข้มข้นต่า แต่ถา้ ใชใ้ นปริมาณที่มากอาจทาให้
เกิดผลขา้ งเคยี ง เช่น ใจส่นั ความดันโลหติ สูง จึงควรระมดั ระวังในการใช้ยากับผปู้ ่วยที่มีปญั หาเกีย่ วกบั หลอด
เลือด ความดันโลหติ โรคหัวใจ ผู้สงู อายุ
การแก้ไขการแพ้ยาชา
๑. ดูแลทางเดนิ หายใจให้โล่ง และรายงานแพทย์
๒. ใหน้ อนพักศีรษะสูงให้ ออกซิเจน
๓. วดั สญั ญาณชพี บันทกึ อาการ สังเกตการเปลี่ยนแปลง
๔. ถ้าความดันโลหติ ต่ามีแนวโนม้ ช็อค ให้ ๕% D/NSS ๑๐๐๐ cc. IV drip ให้เรว็ ระหวา่ งรอ แพทย์
๕. ถ้าชกั ให้ Valium ๑๐ mg. IV ช้าๆ
๖. ถ้าหัวใจหยุดเต้นอาจตอ้ งให้ Adrenaline ๑: ๑๐๐๐ IV, Epinephine ๐.๑-๐.๕ cc. เจอื จาง ๑:
๑๐๐๐๐ IV
๗. ช่วยหายใจ เตรียมอปุ กรณ์เคร่อื งใชส้ าหรบั ใส่ Tracheostomy tube
ตาแหน่งท่หี า้ มใช้ Xylocaine ผสม Adrenaline ฉดี เขา้ ไป เนอื่ งจากจะทาใหอ้ วยั วะส่วนนั้นขาดเลอื ดไปเลย้ี ง
ทาให้เกิดเนื้อตาย ได้แก่ ใบหู , น้ิวมือ , นิว้ เท้า , หวั นม, อวยั วะเพศชาย
การเลอื กใชข้ นาดทเ่ี หมาะสมและการคานวณยาชา
ชนิดยาชา ขนาดยา
๒% lidocaine ๒ g/๑๐๐ ml ๒๐ mg/ml ๒๐๐๐ mg/๑๐๐ ml
๑% lidocaine ๑ g/๑๐๐ ml ๑๐ mg/ml ๑๐๐๐ mg/๑๐๐ ml
๐.๕% lidocaine ๐.๕ g/๑๐๐ ml ๕mg/ml ๕๐๐ mg/๑๐๐ ml
๑% Xylocaine without adrenaline ขนาดยา ๓-๕ mg/kg Max Dose.
๑% Xylocaine with adrenaline ขนาดยา ๕-๗ mg/kg
**โดยปกติจะนิยมใช้ประมาณ ๑ ml. ต่อขณาดแผล 1 cm. โดย ไมเ่ กนิ Max dose. **
ตวั อยา่ ง การคานวณยา
ถา้ ผ้ปู ่วยหนกั ๕๐ กโิ ลกรัมตอ้ งใช้๑ % Xylocaine without Adrenaline กม่ี ิลกิ รัมและใชย้ าก่ีซีซี
ตัวอย่าง Xylocaine without Adrenaline ขนาดที่ใชใ้ นผู้ใหญไ่ ม่เกนิ ๒๕๐-๓๕๐ mg หรือ ๕ - ๗ mg/kg
ฉะนั้น น้าหนกั ๕๐ kg x ๕ mg / kg = ๒๕๐ mg ถงึ ๕๐ kg x ๗ mg / kg = ๓๕๐ mg.
๑ % Xylocaine = ๑๐ mg/ml --> ๒๕๐ mg – ๓๕๐ mg = ๒๕-๓๕ ซซี ี
ดังน้นั ใช้ ๒% Xylocaine without Adrenaline สงู สุดจานวนไม่เกิน ๒๕ -๓๐ ซซี ี
วิธีการใชย้ าชา
๑. การใช้ทาหรือหยอด (Topical): ใช้ชนิดที่ดูดซึมง่าย เช่น Cocaine / Tetracaine ทาหรือหยอดไป
บนเย่ืออ่อนของร่างกาย เช่น ๑) หยอดตา: Cocaine ๔% ๒) คอและหลอดลมเพื่อทา Bronchoscopy:
Cocaine๔% / Tetracaine ๒% / Lidocaine๒-๔% ๓) ช่องปัสสาวะในการส่องตรวจในผู้หญิงใช้สาลีชุบ
Cocaine ๑๐% ทา ในผชู้ ายใช้ Lidocaine ๑% ประมาณ ๑๐ cc. ฉดี เขา้ ทางหลอดปัสสาวะ
คมู่ อื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
๒. การฉีดเฉพาะท่ี (Infiltration) คือ การฉีดยาชาเข้าไปในบริเวณที่จะทาการผ่าตัดโดยตรงซึ่งนิยมใช้
บ่อยในการผ่าตัดเล็ก
๓. การฉีดยาชาสกัดเส้นประสาท (Nerve block) คือ การฉีดยาชาเข้าไปเส้นประสาทเส้นใดเส้นหนึ่ง
โดยเฉพาะ ทาใหบ้ รเิ วณที่เสน้ ประสาทน้นั ไปเล้ียงชาทั้งหมด
การฉีดยาชาเฉพาะท่ี มหี ลกั ดังน้ี
๑. ควรมีการพูดคยุ กบั ผูป้ ว่ ยให้คลายความวติ กกังวล จัดให้ผูป้ ว่ ยนอนในทา่ ท่ีสบาย
๒. เลอื กใช้เขม็ ฉีดยาขนาดเลก็ และตรวจสอบดูวา่ เขม็ ไม่ตนั กระบอกฉีดยากบั เขม็ สวมกันไดส้ นิท
๓. ในการเริ่มฉีดยาชาและเดินยาชาน้ัน ควรฉีดยาเข้าในผิวหนังบริเวณ Intradermal wheal เสียก่อน
ยกเวน้ บรเิ วณฝ่ามือ ฝา่ เทา้ หรือท่หี นังศรี ษะ เพ่ือไมใ่ หผ้ ู้ปว่ ยเจ็บเวลาเคล่ือนเข็ม โดยปกั เข็มเพียงพ้นผิวแล้วฉีด
ยาเขา้ ไปเล็กน้อย ถ้าเข็มอย่บู นผวิ หนังจะมีรอยนูนขึ้นทันที แต่ถ้าเขม็ เขา้ ไปชั้นใต้ผิวหนังจะไมม่ ีรอยนนู
๔. จากนั้นค่อย ๆ ปักเข็มเข้าไปในเนื้อใต้ผิวหนัง ดูดดูว่าปลายเข็มเข้าไปในหลอดเลือดหรือไม่ หาก
มั่นใจวา่ เขม็ ไมเ่ ข้าไปในหลอดเลือดให้เริ่มเดินยาเพียง ๑-๒ cc. แล้วรอดูประมาณ ๑-๒ นาที หากไมม่ ีปฏิกิริยา
ใดใหฉ้ ดี ต่อไปจนไดป้ รมิ าณยา และบรเิ วณการทาหตั การท่ตี ้องการ
๕. ในการฉีดไม่ควรฉีดแรงและเร็ว เพราะจะเกิดความดันสูงทาให้เจ็บปวด กรณีที่ฉีดเป็นแนวหรือ
บริเวณกว้างควรแทงเข็มลงไปหรือถอนเข็มออกมาช้า ๆ ในขณะฉีดและสิ่งสาคัญไม่ควรแทงเข็มให้สุดเพราะ
หากเขม็ หักจะเอาออกยาก
๖. หากจะฉีดบริเวณกว้างควรแทงเข็มผ่านผิวหนังเพียงครั้งเดียว เมื่อเปล่ียนตาแหน่งที่ฉีดควรถอนเข็ม
ออกมาจนเกือบสุด แล้วจึงเปลี่ยนทิศทางของเข็มโดยไม่ต้องถอนเข็มออกจากผิวหนัง และในกรณีท่ีตาแหน่งท่ี
ฉดี อย่ตู ดิ กับกระดูกหรือมีกระดูกอยู่ไม่ควรแทงเข็มแรงลงไปบนกระดูก เพราะจะทาให้เจ็บและอาจทาให้ปลาย
เขม็ งอและขูดบาดเนื้อเย่ือเวลาดึงออกหรือแทงเข้า
๗. เม่ือฉีดยาชาได้ปรมิ าณท่ีตอ้ งการแล้วควรทดสอบการชาโดยใช้ Tooth forceps จับผิวหนงั ตาแหน่ง
ท่ีตอ้ งการใหช้ า ถ้าผู้ป่วยไมเ่ จบ็ แสดงว่ามีการชาแล้ว สามารถทาหตั ถการได้
วธิ ีการฉดี ยาชาเฉพาะท่ี ปฏิบัตดิ งั น้ี
๑. เตรียมอุปกรณ์ฉีดยาชา ซึ่งประกอบด้วย Syringe Sterile ขนาด ๓, ๕, และ ๑๐ cc. ข้ึนอยู่
กับขนาดของบาดแผลทจ่ี ะเย็บ เขม็ ดูดยาชา No.๒๐ และเขม็ ฉีดยาชา No.๒๔ ความยาว ๑ ๑⁄๒ นิ้ว
๒. ดูดยาชาชนิดท่ตี อ้ งการใชอ้ อกมาเตรียมไว้
๓. ใช้สาลีชุบ ๗๐% Alcohol เช็ดผิวหนังบริเวณท่ีจะฉีดยาชา โดยวนออกด้านนอกให้ห่างจาก
ตาแหนง่ ที่จะฉีดยาชาเปน็ วงกลมเสน้ ผา่ ศูนย์กลางประมาณ ๑ นว้ิ
๔. การฉีดยาชาเฉพาะท่ีขณะแทงเข็มผ่านผิวหนังเข้าสู่ช้ัน Intramuscular ควรทดสอบทุกครั้ง
เพอ่ื ปอ้ งกันการฉดี เขา้ หลอดเลอื ด
๕. ฉีดยาชารอบ ๆ แผล (Infiltration) ในกรณีท่ีบาดแผลอยู่บริเวณอ่ืนที่ไม่ใช่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า
ใหร้ อ ๑ นาทเี พอ่ื ให้ยาชาออกฤทธิ์
๖. ฉีดยาชาโดยการสกัดกันเส้นประสาท (Nerve block) กรณีบาดแผลอยู่บริเวณน้ิวมือและ
นิ้วเทา้ รอ ๑ นาทีเพอื่ ใหย้ าชาออกฤทธ์ิ
คู่มอื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
อปุ กรณ์
เคร่อื งมอื ท่ีจาเปน็ ต้องใชใ้ นการเยบ็ แผล
เคร่ืองมือ รปู ประกอบ
๑. Forceps ทัง้ ชนิดมีเขยี้ วและไม่มีเขย้ี ว : ใช้
ในการจบั เน้อื เยอ่ื และจบั ผิวหนังในขณะเยบ็ แผล
๒. Needle holder: ใชส้ าหรบั การจับเข็ม เพ่ือ
คมุ น้าหนักและทิศทางในการเย็บแผล โดยสอดนวิ้ โปง้
กับนว้ิ นาง เข้าในเคร่ืองมือ ตลอดเวลาจะสะดวกในการ
จับเข็ม เย็บและปลดเข็ม ไมแ่ นะนาให้จบั holder โดย
ใชอ้ ุ้งมือเพราะถึงแม้จะม่นั คง เวลาเย็บแต่ต้องสอดน้วิ
เวลาจะปลด หรอื จับเข็มใหม
๓. เข็มเย็บแผล: เลือกใหเ้ หมาะสมกับชนิด
ของแผล กรณเี ย็บกล้ามเน้ือและเนอื้ เย่ือใช้เขม็
Round หากเย็บผิวหนงั ใชเ้ ข็ม Cutting
๔. กรรไกรตดั ไหม: ใช้ตัดเสน้ ด้ายหรอื เสน้ ไหม
หลังการเย็บ
๕. กรรไกรตดั เนื้อ: สาหรับกรณีตอ้ งเลาะหรือ
เลม็ ขอบแผล
๖. ไหมหรอื เสน้ ดา้ ย
คมู่ อื การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
วสั ดุอุปกรณ์ในการเยบ็
แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑.วสั ดุทีล่ ะลายไดเ้ อง ๒.ชนดิ ทไี่ มล่ ะลาย
๑. วัสดุที่ละลายได้เอง (Absorbable Sutures) ประกอบด้วยเส้นใยธรรมชาติ ได้แก่ Catgut ทามา
จาก Collagen ใน Submucosa ของลาไส้แกะหรือวัว ละลายไดเ้ พราะกระต้นุ ใหเ้ กดิ acute intflammation
โดยรอบ เร่ิมยุย่ และแตกภายใน ๔-๕ วนั และจะหมดไปภายใน ๒ สัปดาห์ เส้นใยสงั เคราะห์ เช่น
- Polyglycolic acid (Dexon), Polyglycan (Vicryl) และ Polydioxanone (PDS) Plain catgut
ละลายได้เร็ว ๕-๑๐ วัน ใช้เย็บกล้ามเนื้อที่ไม่ลึกมาก ไม่ต้องใช้แรงในการดึงร้ังมาก เช่น บริเวณปาก ลาตัวท่ี
แผลไมล่ กึ
- Chromic catgut ละลายได้ช้า ๑๐-๒๐ วัน ไม่ค่อยระคายเคือง ใช้ในการเย็บกล้ามเนื้อที่ต้องใช้
ระยะเวลานานเพ่ือที่จะทาให้แผลติดเหงื่อมาก เช่น รักแร้ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือ บริเวณท่ีเคล่ือนไหวมากเช่น ข้อ
พับ หรอื แผลท่มี นี ้าเหลืองซึมหรอื เปยี กขึน้ มาก
๒. วสั ดุที่ไม่ละลายเอง (Non-Absorbable Sutures) ประกอบด้วย
- เส้นใยตามธรรมชาติ เช่น ไหมดา (Silk) ราคาถูก ผูกปมง่าย และไม่คลายแต่ทาจากเส้นใยหลายเส้นมา
ประกอบกัน จึงทาใหม้ ีซอกมุมทีม่ ีเช้ือแบคที่เรียหลบซ่อนได้ วัสดุเหลา่ น้จี ะเปราะเมื่ออยใู่ นเนื้อเย่ือประมาณ ๑
ปี ดา้ ยมีหลายขนาด ต้งั แต่
๐/๐ มีขนาดใหญ่ แรงดึงร้งั มาก เหมาะสาหรบั เย็บแผลบริเวณท่มี ีผิวหนังหนา เช่น หนงั ศีรษะ
๒/๐ สาหรบั เย็บบรเิ วณเท้า
๓/๐ และ ๔/๐ สาหรับเยบ็ แขนขา ลาตวั
- เส้นใยสงั เคราะห์ เช่น Nvlon เสน้ เหล่านม้ี ีความแข็งแรงมากกวา่ ไหมดา แตผ่ ูกปมยากและคลาย
ง่าย ไม่มปี ฏกิ ริ ิยากับเน้ือเยอ่ื มากแต่ผูกปมลาบาก
การเลือกขนาดและวสั ดุเย็บแผล
แผลบริเวณหนา้ nylon No ๕/๐ - ๖/๐.
เปลอื กตา Prolene, Silk No ๖/๐ - ๗/๐
เยอื่ บตุ า Plain gut No ๗/๐ - ๘/๐
แผลบรเิ วณทรวงอก หน้าท้อง Nylon No ๓/๐ - ๕/๐
แผลบรเิ วณปลายนว้ิ Nylon No ๕/๐ - ๖/๐
แผลช้นั ใต้ผวิ หนัง Dexon, Vicryl No ๓/๐ - ๕/๐
แผลชนั้ กล้ามเน้ือ Dexon, Vicryl No ๓/๐ - ๕/๐
แผลบริเวณหนังศรษี ะ nylon No ๒/๐ - ๓/๐
แผลบริเวณลาตัว แขนขา nylon No ๓/๐ - ๔/๐
แผลบริเวณฝ่ามือ หลังมือ เท้านว้ิ เทา้ nylon No ๔/๐ - ๕/๐
แผลในปาก chromic/plain catsut No ๓/๐ - ๔/๐
คมู่ ือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ขั้นตอนการเย็บแผล
เทคนิคการเย็บแผล
เทคนคิ วิธกี ารเย็บแผล ภาพประกอบ
ใช้ Needle Holder คีบเข็ม โดยจับเขม็ ท่ี
ประมาณ ๑/๓ ค่อนมาทาง โคนเขม็
การจับ Needle Holder ควรจบั ให้อย่ใู นอุ้งมือ
แล้วใช้นิว้ ชวี้ างใกลก้ บั ข้อต่อ
การตกั เข็ม ใหป้ กั ลงไปตรงๆ ต้งั ฉากกับผวิ หนงั
หรือเน้อื เยื่อทจ่ี ะเยบ็ เพราะจะช่วยให้เยบ็ ง่าย
ไมค่ วรตักเข็มในลกั ษณะเฉียง เพราะผวิ หนังที่
จะถกู เย็บจะมีความยาวมากทาใหเ้ ย็บยาก
การหมุนปลายเข็มใหเ้ สยข้นึ ไม่ควรออกแรงดัน
ขนึ้ ไปตรงๆ เพราะจะทาใหเ้ ข็มหกั ได้ง่ายจงึ ควร
ใช้ขอ้ มือในการหมุน
การปลอ่ ย Needle Holder ใหป้ ลอ่ ยจากโคน
เข็มมาจับท่ีปลายที่โผลพ่ น้ ผวิ หนงั อีกด้านหนึ่ง
ของแผลขน้ึ มา ให้ห่างจากปลายแหลม (ถ้าจับ
บรเิ วณ สว่ นปลายแหลมจะทาใหเ้ ขม็ ท่ือ) แล้ว
คอ่ ยหมนุ เขม็ ตามโค้งของเขม็ จนกระทง้ั โคน
เขม็ หลดุ จากผิวหนัง
คมู่ ือ การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
หลกั การเยบ็ แผลปฏิบัตดิ ังน้ี
การเตรยี มบริเวณบาดแผลก่อนเยบ็ แผล
ก่อนเย็บแผลต้องทาความสะอาดแผลดว้ ยวิธี Sterile technique แล้วทา Antiseptic ที่บาดแผลและ
บริเวณรอบ ๆ แผลให้บรเิ วณกว้างพอสมควร คลุมบาดแผลดว้ ยผา้ สี่เหลี่ยมเจาะกลาง Sterile แลว้ จดั เตรยี ม
อปุ กรณส์ าหรบั เย็บแผลใหเ้ รยี บรอ้ ย
๑. เตรยี มอุปกรณเ์ ยบ็ แผลเลือกขนาดของเข็ม และเส้นไหมให้เหมาะกบั แผลที่จะเยบ็
๒. ใส่ถุงมอื Sterile
๓. ปูผ้าสเ่ี หล่ียมปราศจากเช้ือใตแ้ ผล และปผู ้าส่ีเหลย่ี มเจาะรูตรงกลาง (ผา้ ชอ่ ง) คลมุ บริเวณแผล โดย
ใหช้ อ่ งเปิดของผ้าอยตู่ รงกลางบาดแผล
๔. ตรวจดูแผลอีกครงั้ หากมีเนือ้ ตายขอบแผลกระรุ่งกระดงิ่ ให้ใชก้ รรไกรตดั เนอ้ื ตัดเลม็ เศษเนื้อตายและ
ตัดเล็มขอบแผลใหเ้ รียบ
๕. ทาการเย็บแผลซ่งึ มีเทคนคิ ดังนี้
การเย็บแผลมีหลายวิธีดว้ ยกัน หากแบ่งตามลักษณะของการเย็บแผล สามารถแบ่งเปน็ ๒ ประเภทดังนี้
๑. Interrupted suture เป็นการเยบ็ แผลโดยใชไ้ หมผกู เป็นปมแยกเปน็ อนั ๆ (Interrupted) มี ๒ วธิ ี
ได้แก่
๑.๑ การเย็บธรรมดา (Simple suture หรอื Plain interrupted suture): นิยมใชเ้ ยบ็ แผลท่ัว ๆ ไปท่ี
ไมม่ ีการดึงรงั้ มากนัก แผลมีขนาดเลก็ ไม่เกิน ๓ เซนติเมตร ลกึ ไม่เกิน ๐.๕ เซนตเิ มตร โดยใชเ้ ขม็ ปักเนื้อใต้
ผิวหนังทจ่ี ะเย็บเพยี งคร้งั เดียวและผกู ไหมเป็นปมไวด้ ้านข้าง เปน็ วธิ ีทน่ี ิยมใชม้ ากซงึ่ มีวธิ กี ารเยบ็ ดงั นี้
ลาดับ วธิ ีการ ภาพประกอบ
ท่ี
๑. จบั เขม็ ทีป่ ระมาณ ๑/๓ ค่อนมาทางโคนเขม็ /หัว
เขม็
๒. ใช้ Forceps มีเข้ียวจบั ผิวหนงั ขอบแผล ปักเขม็
ห่างขอบแผลพอสมควรใหล้ ึกเกือบถงึ กนั แผล
คมู่ ือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ลาดับ วธิ ีการ ภาพประกอบ
ที่
๓. ใช้ Forceps จบั ประคองเขม็ ทโี่ ผล่ใน
Subcutaneous tissue ปลด Needle holder
มาจับเขม็ ดึง ออกมาจากแผล
๔. ใช้ Forceps จบั เขม็ พลิก Needle Holder จบั
เข็มใหม่ เพื่อเย็บตอ่ โดยจบั เข็มทีก่ งึ่ กลางของเขม็
๕. ใช้ Forceps จับผวิ หนังขอบแผลอีกข้างดึงใหต้ ึง
ปักเข็มต่อในชนั้ Subcutaneous tissue อีกข้างให้
ลึกเท่า ๆ กนั กับขอบแผลขา้ งแรก หมนุ เข็มให้
ปลายเข็มเสยขนึ้ ผา่ นผวิ หนงั ขึ้นมาห่างขอบแผลเท่า
ๆ กัน
๖. ใช้ Forceps จับประคองเข็มท่โี ผล่พ้นผิวหนงั
๗. ปลด Needle holder มาจบั ปลายเข็มในลักษณะ
คว่ามอื ดงึ เข็มออกตามความโค้งของเข็มไม่ใชแ้ รง
งดั ขอบแผล
คมู่ อื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ลาดับ วธิ ีการ ภาพประกอบ
ที่
๘. ดงึ ไหมผ่านแผลให้เหลือหางส้ัน ๆ มือซา้ ยจบั ไหม
มว้ นรอบ Needle holder เปน็ บ่วง ไปในลักษณะ
ม้วนหน้าออกไปจากตัว หากไหมลื่นหรอื เย็บแผลใน
ทต่ี ึงจบั ไหมม้วนรอบ Needle holder เป็นบว่ ง
เพ่ิมอกี ๑ รอบเรียกวา่ surgical knot
๙. Passes Needle holder ลอดบ่วงไปจับปลายไหม
อีกข้างหนึ่ง
๑๐. ใช้ Needle holder ดึงปลายไหมลอดบ่วงเข้ามา
หาตวั ขณะที่มอื ซ้ายจับปลายไหมอีกดา้ น ดงึ ในทศิ
ออกจากตวั ดงึ ให้ปมตงึ
๑๑. ลอ็ คปมไมใ่ ห้ล่นื หลุด โดยโยกปลายไหมดา้ นส้นั ท่ี
Needle holder จบั ออกจากตวั ไปอยู่ในแนว
เดยี วกบั ไหมทมี่ อื ซา้ ยดึงอยู่
๑๒. มือซ้ายจับไหมทจ่ี ับอยมู่ ้วนรอบ Needle holder
เปน็ บ่วงในลกั ษณะมว้ นหลัง กลับเข้ามาหาตวั คน
ผกู
คู่มือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ลาดบั วิธกี าร ภาพประกอบ
ที่
๑๓. Passes Needle holder ลอดบว่ งไปจบั ปลายไหม
อีกข้างหนง่ึ
๑๔. ใช้ Needle holder ดึงปลายไหม ลอดบว่ งออกไป
จากตัว ขณะที่มือซา้ ยทจ่ี บั ปลายไหมอกี ด้านหนึง่
ดึงในทศิ เข้าหาตัว ดงึ ให้ปมตงึ
๑๕. มอื ซา้ ย นาไหมทีจ่ ับอยู่มว้ นรอบ Needle holder
เป็นบว่ งในลักษณะม้วนออกจากตวั คน
๑๖. Passes Needle holder ลอดบ่วงไปจบั ปลายไหม
อกี ข้างหนึง่
๑๗. ใช้ Needle holder ดงึ ปลายไหมลอดบว่ งเขา้ มา
หาตัว ขณะท่ีมือซ้ายจบั ปลายไหมอีก ขา้ งหนึ่งดึงไป
ในทิศออกจากตวั ดึงปมใหต้ ึง
ค่มู อื การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
๑.๒ การเย็บแบบสองชัน้ (Mattress suture หรือ Mattress interrupted suture) :เปน็ การเยบ็ แผลแบบเย็บ
ผูกเป็นเปราะแบบ ๒ ช้ัน ใช้ได้ดีในบาดแผลท่ีต้องการความแข็งแรง บาดแผลที่ลึก และยาว บาดแผลท่ีไม่
ต้องการให้ขอบแผลซ้อนกัน ใช้เย็บบาดแผลท่ีมีการดึงร้ังมาก ๆ หรือมีการเคล่ือนไหวตลอดเวลา เช่นบริเวณ
ข้อตา่ ง ๆ แขน ขา หน้าท้อง และลาตัวซึ่ง แผลมขี นาดใหญ่ แผลบรเิ วณผวิ หนังมีการม้วนง่าย แผลลึกมากกว่า
๐.๕ cm. และแผลยาวตั้งแต่ ๓ cm. ขนึ้ ไป มเี ทคนิควิธกี ารทีค่ ล้ายกับการเย็บแผลแบบธรรมดา แต่ใหผ้ ูกเป็น
เปราะแบบชัน้ ซง่ึ เยบ็ โดยใชเ้ น้ือใต้ผิวหนังลึกจากเป็นขอบแผลข้างหน่ึงไปยังอีกขา้ งหนึ่งจากนนั้ ย้อนกลับมาตัก
ขอบแผลตืน้ ๆ ให้โผลใ่ กล้ตาแหนง่ ท่ตี ักคร้งั แรก แลว้ จงึ ผูกปม ซึ่งวิธีน้จี ะไมม่ เี สน้ ไหมเยบ็ ข้ามขอบแผล
๒. Continuous interrupted เป็นการเยบ็ แผลโดยใชไ้ หมต่อเน่อื ง โดยมกี ารเย็บผกู ปมเฉพาะเข็มแรกและเข็ม
สดุ ท้าย
ลักษณะของการเย็บแผล (ธิติกาญจน์ เลิศหิรญั วงศ์ , จารวุ รรณ แซเ่ ต็ง :๒๕๕๘)
simple interrupted suture เป็นวธิ ที ีใ่ ช้บอ่ ย
ใช้ได้ในทุกกรณีของการเย็บท่ัวไป เหมาะสาหรับ
แผลทีต่ ้นื ก้นแผลไมล่ ึก
Dermal closure เปน็ การเย็บช้ันหนังแท้เข้าหากัน
เย็บใตต้ อ่ รอยต่อระหวา่ งชัน้ หนังแทก้ ับหนงั กาพร้า
เพ่ือลดแรงตึงของผวิ หนงั และเพือ่ ความสวยงามของ
แผล มกี เทคนิคการเย็บคือการมดั ปมไวด้ ้านลา่ งจะ
ลดการรบกวนการหายของแผล และไหมจะอยู่ใน
ชนั้ หนงั แท้เท่านน้ั การเยบ็ ชั้นน้ีไม่เพมิ่ ความเสยี่ งใน
การติดเช้อื ในแผลสะอาด
คู่มอื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
Continuous running suture มกั ใช้เย็บแผลท่ียาว
และค่อนขา้ งตรง ชว่ ยให้การเยบ็ ปดิ ผวิ หนงั เร็วข้ึนใน
แผลที่ยาว และความดึงของแผลเทา่ กันตลอดความ
ยาวของแผล ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้บริเวณใดบริเวณนึงของ
แผลแน่นเกนิ ไป
Vertical mattress suture technique เหมาะ
สาหรับแผลที่ก้นแผลลึกตอ้ งการแรงดงึ จากไหมและ
ใหข้ อบแผลชนกันสนทิ ป้องกันการเกิดการม้วนของ
ขอบแผลลงไปดา้ นใน ใชใ้ นแผลทม่ี ีความตึงและ
ขอบแผลมว้ นเข้าด้านในสามารถเยบ็ ได้ ๒ วธิ ี คอื ๑.
เยบ็ บรเิ วณท่อี ยู่ไกลขอบแผลกอ่ น ๒.เย็บบรเิ วณที่
อยู่ใกล้ขอบแผลกอ่ น (ใชเ้ วลาในการเย็บลดลง
คร่งึ หนง่ึ การหายของแผลไม่แตกต่างกนั )
Horizontal mattress suture technique เป็น
การเพิ่มแรงดงึ เนื้อเย่ือเขา้ หากนั ใชเ้ ยบ็ แผลท่ีมี
ความตงึ สงู เพื่อให้ขอบแผลเผยอออก โดยระยะหา่ ง
ของไหมด้านเดียวกนั ประมาณ ๐.๕ ซม และ
สามารถใช้เยบ็ มุมของ flap ได้
Subcuticular suture เพื่อลดแรงตงึ ของผิวหนงั
ด้านบน นิยมใช้ในศลั กรรมตกแต่งเยบ็ แผลทบ่ี ริเวณ
ใบหน้า ใชไ้ หมละลายเช่น Monocryl หรือ Vicryl
เยบ็ ในชน้ั หนงั แท้หรอื ช้นั ไขมันบริเวณทีอ่ ยใู่ ต้ตอ่ ชน้ั
หนังแท้
ขอ้ ปฏิบตั ิภายหลังการเย็บแผล
- เมอื่ เย็บแผลเรียบร้อยแลว้ ใหต้ รวจสอบความเรยี บร้อยของแผล ดตู าแหน่งทมี่ เี ลือดออกผิดปกติ เพื่อ
ปอ้ งกนั การเกิด Hematoma ในภายหลงั
- ใช้ผา้ ก๊อซซับแผลให้แหง้ แล้วปิดด้วยผา้ กอ๊ ซทีม่ ขี นาดเหมาะสมกบั บาดแผล
- ปดิ ทับดว้ ยพลาสเตอรต์ ามแนวขวางของกล้ามเนื้อ
ค่มู อื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
การดูแลแผลหลังการเย็บปฏิบัตดิ งั นี้
. นัดผู้ป่วยมาดูแผลในวันรุ่งขึ้นเพ่ือติดตามประเมินบาดแผล ถ้าแผลแห้งดีบริเวณแผลและรอบแผลไม่
บวมแดง นัดผู้ป่วยมาล้างแผลวันเว้นวัน จนกว่าจะครบตัดไหม ถ้าพบว่าแผลมี Discharge ซึม แผลบวมแดง
ใหน้ ดั ผปู้ ่วยมาลา้ งแผลทกุ วันจนกวา่ จะครบกาหนดตัดไหม
การให้ยาปฏชิ ีวนะและยาแก้ปวดปฏิบัติดังน้ี
๑. กรณีที่ผปู้ ่วยไม่มปี ระวตั แิ พย้ ากลมุ่ Penicilin พจิ ารณาใหย้ าดังนี้
- หากแผลปนเปอื้ นไมม่ าก ไมม่ ีสงิ่ แปลกปลอมในแผล เน้ือเยอ่ื ได้รับการบาคเจ็บไม่มาก ขอบแผล
เรยี บ เชน่ แผลถกู ของมคี มบาดให้ยา Amoxicillin ตดิ ตอ่ กันนาน ๕ วนั
- หากแผลมีการปนเปื้อนมาก เน้ือเย่ือช้าแผลกระรุ่งกระร่ิง ขอบแผลไม่เรียบ และมีส่ิง
แปลกปลอมในแผลนานเกิน ๖ ช่ัวโมง ให้ยา Cloxaciln ติดต่อกันนาน ๕ วัน หรืออาจจะพิจารณาให้
Dicloxacillin ติดตอ่ กันนาน ๕ วนั แผลถูกสตั วห์ รอื คนกดั ใหย้ า Amoxicillin ติดต่อกันนาน ๕ วนั
๒. กรณีท่ีผปู้ ว่ ยมปี ระวตั แิ พ้ยากลุ่ม Penicillin ใหพ้ ิจารณาให้ยา Roxithromycin ติดตอ่ กันนาน ๕ วัน
๓. กรณีผู้ป่วยมอี าการปวดใหร้ ักษาด้วยยา Paracetamol หรือถา้ มีการปวดรุนแรง แผลมีขนาดใหญ่ มี
การบวมช้ามากอาจให้การรักษาด้วยยากลุ่ม NSAIDs ร่วมด้วยก็ได้ โดยควรเลือก Ibuprofen เป็นยาตัวแรกท่ี
เลอื กใช้
การคานวนยา
Amoxicillin tab. ๑ x ๔ PC (dose เด็ก ; ๓๐ – ๕๐ mg /kg ,ผู้ใหญ่ ; ๔๕ mg /kg, ๒๕๐-500)
Dicloxacillin : tab. ๑ x ๔ AC 1 hr.(dose เด็ก ; ๑๒ – ๒๕ mg /kg ,ผู้ใหญ่ ; ๒๕๐-500 mg )
Roxithromycin tab. BID q 12 hr. (dose เด็ก ; 2.5 – ๔ mg /kg,ผูใ้ หญ่ ; 150 mg )
Paracetamol q 4-6 hr. PRN fore pain and fever ( Dose. 10 – ๑๕ mg /kg./dose
ควรจา
1 . จะไมเ่ ย็บแผลทไี่ ม่สะอาด หรอื เสยี่ งติดเชื้อ หรอื เกนิ ศักยภาพ
ของพยาบาล
2. เวลาฉีดยาชาจะไม่แทงเขม็ หลายครงั้
๓. เวลาเยบ็ ควรเย็บถงึ ก้นแผลเพอ่ื ป้องกนั Hematoma
๔. ไม่ควรตดั หรอื โกน ขนค้วิ หรือขนตา ขณะเยบ็ แผล เพราะเปน็
land make ของใบหนา้ และทาให้เสยี ภาพลักษณ์
คู่มือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
คาแนะนา
คาแนะนาการตัดไหม
เน่ืองจากการเกิดบาดแผลต่าง ๆ นนั้ เกดิ ในอวัยวะทีแ่ ตกต่างกนั ออกไป ลกั ษณะของบาดแผลก็มคี วาม
แตกต่างกันทัง้ ขนาด ความลึก ความกวา้ ง ระดบั ของความรุนแรงทแี่ ตกต่างกันออกไปดว้ ย ดังนน้ั เม่ือให้การ
ดูแลรักษาด้วยการเย็บแผลให้ผ้ปู ่วยแล้วน้ัน บทบาทหน่งึ ของพยาบาลคือ การนัดให้ผ้ปู ่วยมารบั การตัดไหม
ภายหลังจากผลทเ่ี ย็บแห้งและติดสนิท
การตัดไหม(สมคดิ ม่ิงพฤฒิ:๒๕๕๕) หลงั จากท่ีแผลเร่ิมสมานกนั แล้ว หากเป็นไหมทไ่ี ม่สามารถละลาย
ไปได้เอง ก็การตัดไหมออก หากตัดไหมเร็วเกินไปแผลอาจแยก แต่หากท้ิงไหมไว้นานเกินไป ก็อาจทาให้เกิด
รอย แผลเป็นหรือเพ่ิมโอกาสติดเช้ือระยะเวลาท่ีเหมาะสมท่ีจะตัดไหม ข้ึนกับตาแหน่งของบาดแผล
โดยท่ัวไปแผลบริเวณใบหน้า มักตัดไหม ๕-๗ วัน, แผลท่ีศีรษะ ๗-๑๐ วัน, แผลบริเวณลาตัวหรือแซน ๗-
๑๐ วัน, แผลบรเิ วณขา น้วิ มือ นิ้วเทา้ ฝ่ามอื ฝา่ เท้า หรอื บริเวณใกล้ชอ้ ท่มี ีการเคล่ือนไหว หรอื มีแรงตึงสูง
มักตัดไหม ๑๔ -๒๑ วันการตัดไหมทาได้โดยใช้ non-tooth forceps จับไหมใกล้ๆปมหรือปลายทางของไหม
แล้วใช้กรรไกรตัดไหมปลายแหลม หรือใบมีดเบอร์ ๑๑ ตัดไหม แล้วค่อยๆดึงไหมด้านที่เป็นปมออกอย่าง
นมุ่ นวล การดงึ ให้ดึงในทิศทางที่ใหไ้ หมสว่ นที่อย่นู อกผิวหนังผ่านเข้าไปในเน้ือเย่ือน้อยท่สี ุด เพอื่ ใหส้ ่งิ สกปรกท่ี
ติดตามไหมลงไปในเน้ือเยื่อให้น้อยท่ีสุด บางครั้งอาจจาเป็นต้องติดเทปเพ่ือพยุงแผลต่ออีกระยะถ้าแผลยัง
ติดกันไมแ่ ขง็ แรงดพี อ
ตาแหน่ง เวลาวัน เหตผุ ล
หน้า ๕-๗ ติดงา่ ย ผิวบาง มีการเคล่ือนไหวน้อย
๗-๑๐
ศรี ษะ ๗-๑๐ มีผวิ หนงั และกลา้ มเนื้อหนา ติดช้า
ระยางค์ ๑๔-๒๑ มีผิวหนัง หนา้ อาจรึกถงึ ชน้ั กลา้ มเน้ือ
และ และไขมัน ตอ้ งใชเ้ วลาสมานแผลหลาย
ลาตัว วนั
ใกลข้ ้อ มกี ารเคลือนไหวสูง ทาให้การตดิ ของ
แผลช้า
*** หากตัดไหมเกินกาหนดเวลา เกนิ เวลากาหนด ร่างกายอาจแสดงปฏิกรยิ าวา่ เป็นสงิ่ แปลกปลอมและอาจทา
ใหเ้ กิดการ อักเสบ เป็นหนอง หรือส่งผลใหป้ มของไหมจมและฝงั ใต้ผิวหนงั
กรณเี ย็บแผลดว้ ยลวดเยบ็ แผล (Staples) :ลวดเยบ็ แผลปจั จบุ ันมักจะผลิตจากโลหะปราศจากสนิม
(stainless steel)มกั ใช้ในแผลที่มขี นาดใหญ่ มแี รงตงึ คอ่ นขา้ งมากหรือแผลบรเิ วณหนังศรี ษะ ที่มีเสน้ ผม
รบกวนการเยบ็ แผลด้วยไหม การใช้ลวดเยบ็ แผลเยบ็ แผลมีข้อดีคือ ทาได้รวดเรว็ มปี ฏกิ ริ ิยาต่อเนื้อเยื่อน้อย มี
ความเส่ียงตอ่ การตดิ เช้ือตา่ และมคี วามแข็งแรงข้อเสยี คอื ชอบแผลอาจไม่เรียบเสมอกันพอดี และมรี าคาแพง
โดยท่ัวไปไม่นยิ มใช้ลวดเย็บแผลเย็บแผลบริเวณใบหน้า การเอาลวดออกเมื่อแผลติดสนิทดีทาได้โดยใช้
เคร่ืองมือเอาลวดออก (stapler extractor) ใช้ปลายเครอ่ื งมอื สอดเขา้ ใตล้ วดบริเวณตรงก่ึงกลางของลวด
บีบตา้ มของเคร่ืองมอื กลไกของเครือ่ งมอื จะดนั ให้เดือยเหล็กกดลงตรงกลางของลวดขณะท่มี ีชาเหล็กเลก็ ๆต้าน
ไว้ จะทาให้ขาของลวดท้งั ๒ ด้านท่ีเกยี่ วกบั ผวิ หนงั กางออก แล้วดงึ เอาลวดออก ถา้ ไมม่ ีเครื่องมือเอาลวดออก
ให้ใช้ Hemostat หรือclamp เป็นตวั ง้างแทนได้
คูม่ ือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
การใหภ้ มู คิ ุ้มกันบาดทะยกั ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
ซกั ประวัติการได้รับภูมิคมุ้ กนั บาดทะยักดงั น้ีการพจิ ารณาให้วัคซีนป้องกนั บาดทะยกั จากการซักประวัติ
การได้รบั ภมู ิค้มุ กนั บาดทะยกั ดังน้ี
กรณีผปู้ ว่ ยที่ยงั ไมเ่ คยได้รบั วคั ซีนปอ้ งกนั บาดทะยกั มาก่อน หรอื ได้รบั มาแล้วนานเกนิ ๑๐ ปีให้ฉีด๓ ครั้งๆ
ละ ๐.๕ cc. เดือนที่ ๐, ๑, ๖
กรณีท่ผี ู้ป่วยเคยไดร้ ับวคั ซีนครบ ๓ ครง้ั แลว้ ไมเ่ กนิ ๑๐ ปี จะไม่ฉดี ซ้า
กรณที ผ่ี ู้ปว่ ยไดร้ ับวักซีนครบ ๓ ครงั้ มาแลว้ แต่นานเกนิ ๑๐ ปี จะฉดี Booster ๑ ครัง้
คาแนะนาในการให้การป้องกันบาดทะหยัก
ลกั ษณะบาดแผล Clean minor แผลอืน่ ๆ
ประวตั กิ ารได้รบั วคั ซนี บาดทะยกั ให้ TT** ให้ TIG* ให้ TT** ให้ TIG*
ไม่ทราบหรือไดร้ ับไม่ครบ ๓ doses ✓ - ✓ ✓
ได้รบั วัคซนี ครบ ๓ doses - - - -
เขม็ สดุ ท้ายภายใน ๕ ปี - - ✓ -
เขม็ สุดทา้ ยภายใน ๖-๑๐ ปี ✓ - ✓ -
เข็มสดุ ทา้ ยนานเกิน ๑๐ ปี
* แผลอ่ืนๆ ได้แก่ แผลท่ีมคี วามเสีย่ งต่อการติดเช้อื บาดทะยักสงู อันรวมถึง แผลท่ีได้รับการดูแลชา้
กวา่ ๖ ช่วั โมง แผลลึกกว่า ๑ เซนติเมตร แผลปนเป้อื นมาก แผลสมั ผัสนา้ ลายหรืออจุ จาระ แผลแยกเป็นหลาย
แฉก/เปน็ รทู ะล/ุ มเี น้ือขาดหาย (avulsion)/ถกู บดขย(้ี crush injury) แผลตดิ เชอ้ื หรือขาดเลอื ด แผล
frostbite หรอื burn
** TT: Tetanus toxoid (๐.๕ ml / dose.) มหี ลายรูปแบบ แนะนาใหฉ้ ีดเข้ากล้ามเน้ือ deltoid
แรกเกิด - ๗ ปี : DTaP (Tetanus-Diptheria-attenuated Pertussis)
๗ - ๙ ปี และ ๒ ๖๕ ปี : Td (Tetanus-diptheria)
๑๐ - ๖๔ ปี : Tdap (Tetanus-diphtheria-attenuated Pertussis)
ตวั อย่าง ใบนัดฉีดวคั ซีน
ชอื่ ผปู้ ่วย …………..………………………HN…… อาย…ุ .. ปี
วคั ซีน T.T. o.5 ml. IM .
เข็มท่ี 1 (เดื่อนท่ี ๐)
เข็มที่ ๒ (เด่ือนท่ี 1) วนั ท่ี ๒๒ สงิ หาคม ๒๕64 ผ้ฉู ดี พรภพ
เข็มที่ ๓ (เดื่อนท่ี ๗)
วนั ที่ ๒๒ กนั ยายน ๒๕64 ผ้ฉู ีด
วนั ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕6๕ ผู้ฉีด
คูม่ อื การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)
คาแนะนาทจ่ี ะให้ผูป้ ่วยกอ่ นกลับบา้ น
๑. แนะนาให้ผปู้ ว่ ยรกั ษาแผลให้แหง้ และสะอาดอยู่เสมอ อยา่ งน้อย ๒๔ ชวั่ โมงแรก และไมค่ วรให้แผล
ถกู นา้ จนกว่าแผลจะหาย ถา้ แผลเปียกน้าใหร้ บี กลับมาล้างแผลทโ่ี รงพยาบาล
๒. แผลทีต่ อ้ งพันผา้ หรือ เข้าเผอื ก เพ่ือใหเ้ คลือ่ นไหวไดน้ ้อยใน ๒๔ ช่วั โมงแรก สงั เกตการไหลเวยี น
เลอื ด ถ้าบวม ปวดและแน่นมาก ให้มาพบแพทยก์ ่อนวนั นัด และควรยกอวัยวะทีม่ บี าดแผลให้สงู กวา่ ระดับ
หัวใจใน ๒๔ - ๔๘ ชัว่ โมงแรก เพอื่ ป้องกันไม่ให้แผลบวม
๓. ยกอวัยวะส่วนท่ีมบี าดแผล เชน่ บริเวณ แขน ขา ใหส้ ูงกว่าระดับหวั ใจ
๔. ไมใ่ ห้ผู้ป่วยเปลยี่ นผา้ ปดิ แผล หรือแกะผา้ ปดิ แผลออกเอง ถา้ มีอาการอักเสบ ไดแ้ ก่ แผลบวมแดง มี
ไข้ หรือ มีอาการปวด มีหนองใหม้ าพบแพทย์ก่อนนดั
๕. รับประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ ไดแ้ ก่ โปรตนี เชน่ เน้ือสตั ว์ นม ถัว่ ตา่ ง ๆ เป็นตน้ แร่ธาตตุ ่าง ๆ
เช่น ตบั ไขแ่ ดง ผกั ใบเขียวตา่ ง ๆ แนะนาอาหารท่มี ี วติ ามินสงู เชน่ ผักใบเขียวต่าง ๆ มะขามเทศมะขามป้อม
ส้ม ฝรง่ั มะเขือเทศ เป็นต้น ไดแ้ ก่ ใบมีอาการปวดบรเิ วณบาดแผลมากกวา่ ปกติอาการบวมแดงแสบร้อน
บรเิ วณ
๖. ให้มาตัดไหมตามนดั ถ้าเป็นแผลเย็บไม่ค่อยปล่อยให้ไหมคา้ งไวน้ านเกนิ ไป โดย
- แผลที่บรเิ วณใบหนา้ ตัดไหมประมาณวันท่ี ๕
- แผลทหี่ นงั ศรี ษะ ตัดไหมประมาณวนั ที่ ๗ - ๑๐
- บรเิ วณข้อ ตดั ไหมประมาณ วนั ที่ ๑๐ - ๑๔
๗. แนะนาการมารับภูมิคมุ้ กันต่อเนอ่ื งให้ครบตามกาหนดของการใหภ้ ูมคิ มุ้ กนั
สาระ เพมิ่ เตมิ
ทางเลอื กอื่นนอกเหนือจากการเย็บแผลเทปเหนียวยดึ แผล (Adhesive skin tapes) (สมคิด
มิ่งพฤฒิ:๒๕๕๕) adhesive skin tapes หรือ Sterilize strips ใช้เพ่ือพยุงขอบแผลมักนิยมใช้ใน
กรณีท่ีเย็บแผลแบบ running subcuticular หรอื ใช้เพอื่ พยงุ แผลต่ออีกระยะหลังตัดไหม หากจะใช้
ปิดแผลทดแทนการเย็บแผล ควรเลือกใช้ในแผลที่มีขนะมีแรงตึงน้อย เช่น แผลที่ขนานกับแนวร่อง
ผวิ หนงั (skin creases) การตดิ เทปเหนียวยดึ แผลไมค่ วรดึงขอบแผลเขา้ มาหากันมากจนเกินไปตระ
อาจทาให้ขอบแผลม้วนเข้า (inversion) และยังอาจทาให้เกิดตุ่มน้าใส (blister) แผลถลอกบริเวณ
ผิวหนังที่ติดเทปได้ ส่วนแผลท่ีเย็บโดยใช้ shipmates sutures เราก็อาจติดเทปเพ่ือพยุงแผลได้
เชน่ กัน
คมู่ ือ การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
เอกสารอ้างองิ
กษยา ตันติผลาชีวะ. ( ๒๕๖๐ ). การดูแลแผล (Wound dressing) ตาราหัตถการพ้ืนฐานศัลย์ศาสตร์ (พิมพ์ครั้งท่ี
๒ ) . กรงุ เทพ : โรงพมิ พ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั
คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลยั ศรีนครินวิโรฒ.(๒๕๖๓).หัตถการ การเย็บแผล.สืบค้นออนไลน์เม่ือ ๒๑ สิงหาคม
พ.ศ.๒๕๖๔ จาก http://med.swu.ac.th/surgery/images/SAR๕๔/๑.pdf
จิตนา อาจสันเท๊ียะ.(๒๕๖๓.)การเย็บแผล. สืบค้นออนไลน์เมื่อ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๔ จาก
https://www.slc.ac.th/home/img/ebook/๓/G๓-๑/mobile/index.html#p=๑
จุฑารัตน์ ผู้พิทักษ์กุล. (มปป). การเย็บแผล. สืบค้นออนไลน์เมื่อ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ จาก :
http://pws.npru.ac.th/poopitukkul/data/files/%E๐%B๘%๘๑%E๐%B๘%B๒%E๐%B๘%A๓%E
๐%B๙%๘๐%E๐%B๘%A๒%E๐%B๙%๘๗%E๐%B๘%๙A%E๐%B๙%๘๑%E๐%B๘%๙C%E๐%B
๘%A๕.pdf
รณรัฐ สวุ กิ ะปกรณก์ ุล. (๒๕๖๐).ยาระงบั ความร้สู กึ เฉพาะทีห่ รอื ยาชาตาราหตั ถการพ้ืนฐานศลั ย์ศาสตร์ (พิมพค์ รั้งท่ี
๒ ) . กรงุ เทพ : โรงพมิ พจ์ ุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
สมคิด ม่ิงพฤฒิ. (๒๕๕๕). เทคนิคการเย็บแผลพื้นฐาน การผูกปมไหม และการเย็บแผลด้วยวิธีอื่นๆ .กรุงเทพ :
กรงุ เทพเวชสาร
วิลาวัณย์ เตือนราษฎร์และวราภรณ์ บุญเชียง. (๒๕๖๓). การรักษาพยาบาลโรคเบ้ืองต้น(พิมพ์คร้ังท่ี ๖).
เชียงใหม่: สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่.
อวินนท์ บัวประชุม ( กรกฎาคม ๒๕๖๔). บทที่ ๕ การทาหัตการภายใต้ขอบเขตของระเบียบกระทรวง
สาธารณสุข. เอกสารประกอบการ สอนวชิ า การรักษาพยาบาลเบอ้ื งต้น (พย. ๑๔๒๖(, พิษณโุ ลก :
วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช.
ค่มู อื การเย็บแผล (HANNBOOK OF SUTURING)
ค่มู ือ การเยบ็ แผล (HANNBOOK OF SUTURING)