The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเชิงวิชาการ รู้จักไพธอนเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Arthittapoom Wanhom, 2021-10-19 08:40:47

รายงานเชิงวิชาการ รู้จักไพธอนเบื้องต้น

รายงานเชิงวิชาการ รู้จักไพธอนเบื้องต้น

รู้จักไพธอนเบ้ืองต้น

อาทิตภมู ิ หวานหอม กลมุ่ 22
รหสั นักศกึ ษา 116410905065-1

รายงานนีเ้ ปน็ ส่วนหน่งึ ของการศึกษาวิชาการคน้ ควา้ และการเขยี นรายงานเชิงวิชาการ
สาขาวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564



รู้จักไพธอนเบ้ืองต้น

อาทิตภมู ิ หวานหอม กลมุ่ 22
รหสั นักศกึ ษา 116410905065-1

รายงานนีเ้ ปน็ ส่วนหน่งึ ของการศึกษาวิชาการคน้ ควา้ และการเขยี นรายงานเชิงวิชาการ
สาขาวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564





คำนำ

รายงานฉบับน้ีจดั ทำขึน้ เพื่อปฏบิ ัตกิ ารเขยี นรายงานการค้นคว้าที่ถกู ตอ้ งอย่างเปน็ ระบบ อัน
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา 01-210-017 การค้นคว้าและการเขียนรายงานเชิงวิชาการ ซ่ึง
จะนำไปใช้ในการทำรายงานค้นคว้าสำหรับรายวิชาอื่นได้อีกตอ่ ไป การที่ผู้จัดทำเลือกทำเรื่อง “รู้จัก
ไพธอนเบื้องต้น” เน่ืองดว้ ยในปจั จบุ ันเกดิ ความเปลี่ยนแปลงข้นึ ในระบบการศึกษาข้นั พื้นฐานในบ้าน
เรา เมื่อมีการบรรจุ วิชาวิทยาการคำนวน เข้ามา ในหลักสูตรระดับประถมและมัธยมโดย ปูพื้นฐาน
ได้เรียนเขียนโปรแกรมในระดับที่สูงขึ้นในสายอาชีพ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้อง
นำเสนอความรู้ความเข้าใจทถ่ี ูกตอ้ งเก่ียวกับ การเขียนโปรแกรม ไพธอนพ้นื ฐาน เป็นตน้

รายงานเล่มนี้กล่าวถึงเนื้อหาเกี่ยวกับ ประวัติ เครื่องมือในการเขียน การติดตั้งและทดสอบ
โปรแกรมรันไพธอน การเขียนโปรแกรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความ
เข้าใจการเขียนโปรแกรมเบือ้ งต้น และและรู้จักเครอ่ื งมือในการเขยี นโปรแกรม

ขอขอบคุณผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร. พนิดา สมประจบ ที่กรุณาให้ความรู้และคำแนะนำโดย
ตลอด และขอขอบคุณบรรณารักษ์และเจ้าที่ของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนสนเทศ
และห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ให้ความสะดวกในการค้นหาข้อมูล รวมไปถึงท่านเจ้าของ
หนังสือ บทความ ที่ผู้เขียนใช้อ้างอิงทุกท่าน หามีข้อบกพร่องประการใด ผู้เขียนข้อน้อมรับไว้เพ่ือ
ปรับปรุงต่อไป

อาทิตภูมิ หวานหอม
17 ตุลาคม 2564





สารบัญ

คำนำ ................................................................................................................................................ ข
สารบัญ ..............................................................................................................................................ง
บทนำ................................................................................................................................................ 1

1.1 ประวตั ิของภาษาไพธอน ......................................................................................................... 1
1.2 คณุ สมบัติเดน่ ของภาษาไพธอน............................................................................................... 1
1.3 สว่ นประกอบโปรแกรมไพธอน................................................................................................ 4
บทท่ี 2.............................................................................................................................................. 7
เคร่ืองมอื ในการเขียนภาษาไพธอน .................................................................................................. 7
2.1 ไพธอน (Python IDLE)......................................................................................................... 7
2.2 อคี ลิปส์ (Eclipse PyDev)..................................................................................................... 8
2.3 โคโมโด (ActiveState Komodo IDE) .................................................................................. 9
2.4. ไพชาร์ม (PyCharm)..........................................................................................................10
บทที่ 3............................................................................................................................................13
การติดตัง้ และทดสอบโปรแกรมรนั ไพธอน.....................................................................................13
3.1 การติดต้งั โปรแกรม Python IDLE .......................................................................................13
3.2 การทดสอบโปรแกรม Python IDLE....................................................................................15
3.3 การติดตัง้ โปรแกรม PyCharm...........................................................................................15
3.4 การทดสอบโปรแกรม PyCharm..........................................................................................18
คำส่งั print().............................................................................................................................22



บทที่ 4............................................................................................................................................23
การเขยี นโปรแกรมในแบบที่คอมพิวเตอร์เขา้ ใจ............................................................................23

3.1 การตโี จทย์ปญั หาไปเปน็ ภาษาคอมพิวเตอร์ ..........................................................................23
3.2 การแปลงโฟลว์ชาร์ต.............................................................................................................25
3.3 ขัน้ ตอนการประมวณผลคำสงั่ ของคอมพิวเตอร์.....................................................................26
บทที่ 5............................................................................................................................................27
สรปุ .................................................................................................................................................27
บรรณานกุ รม..................................................................................................................................29

1

บทท่ี 1

บทนำ

การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพธอน โดยจะเริ่มต้นด้วยการแนะนำ ภาษาไพทธอนให้ผู้อ่าน
ได้เข้าใจภาษาตัวนี้อย่างเป็นทางการว่า ใครคิดและพัฒนานี้ขึ้นมา ไพธอนมีดีอะไรถึงก้าวสู่ภาษา
โปรแกรม มิง่ อนั ดบั หน่ึง แนะนำเครอื่ งมือในการเขียนโปรแกรมพร้อมแนะนำการเรยี กใช่ ให้เหมาะสม

1.1 ประวตั ิของภาษาไพธอน

ไพธอนถูกพัฒนาขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2523 โดยนักพัฒนาโปรแกรมชาวเนเธอร์แลนดค์ ือ
กีโดฟานรอสซัม เพื่อฆ่าเวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนของเขาเท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2543 กีโด ฟาน
รอสซัม ได้เผยแพร่รหสั ต้นฉบับของไพธอนเวอร์ชั่นที่ 2 ออกมา ซึ่งเป็นเวอร์ช่ันที่ได้รับความนิยมเปน็
อย่างมาก เพราะเปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกได้ร่วมกันพัฒนาไพธอนให้มีความสามารถมาก
ยิ่งขึน้ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2551 ไพธอนรนุ่ ที่ 3 จงึ ได้ถูกเผยแพรอ่ อกมาอกี ครั้ง แตเ่ วอรช์ ัน่ ที่ 2 และ 3 ไม่
สามารถใช้งานร่วมกันได้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบภาษาหลายอย่างรก ในปัจจุบันนี้ ไพธอน
ได้รับการดูแลโดยมูลนิธิซอฟต์แวร์ไพธอน(Python Software Foundation : PSF) ซึ่งเป็นองค์กรไม่
แสวงหาผลกำไร ศึกษาข้อมูลเพิ่มเตมิ ได้ที่เว็บไซต์ www.python.org

1.2 คุณสมบัตเิ ดน่ ของภาษาไพธอน
แนวคิดหรือปรชั ญาการออกแบบภาษาไพธอนคือ ต้องการให้ไพธอนเป็น ภาษาที่ง่ายต่อการ

เรียนรู้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นครั้งแรก สามารถอ่านและเรียนรู้การ
เขียนโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากรูปแบบภาษาทำความเข้าใจได้ง่าย โดยผู้พัฒนาได้ดึงเอา
คุณสมบัติ เดน่ ๆ มาจากหลายภาษา เช่น ภาษา C, C++ และยนู กิ ซ์สครปิ ต์ เปน็ ต้น

ฟีเจอร์สำคัญที่ทำให้ภาษาไพธอนมีความเหนือชั้นกว่าภาษาโปรแกรมอื่นๆ และเป็นตัวเลือก
อันดับ แรกท่ีองค์กรชั้นนำของโลกเลอื กใชใ้ นการพัฒนาซอฟตแ์ วร์ ทางผเู้ ขียนรวบรวมไวใ้ หแ้ ลว้ ดงั นี้

1. โปรแกรมที่ถูกเขียนด้วยภาษาไพธอนอ่านง่าย เพราะมีโครงสร้างภาษาคล้าย
ภาษาอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากภาษาอืน่ ๆ ที่นิยมใช้เครื่องหมายวรรคตอนแทน เช่น การ

2

ใช้ย่อหน้าเพื่อระบุ ถึงขอบเขตของโปรแกรม แต่ภาษาซีใช้เครื่องหมายปีกกา ({}) แทน
หรือภาษาปาสคาลใช้ begin แทนจุดเริ่มต้น และ end แทนจุดสิ้นสุดของโปรแกรม
เป็นตน้ คำวา่ ง่าย ในทีน่ ีอ้ ธบิ าย ได้ 2 ส่วน

• ในการเขียนโค้ด (Easy to code) คือถ้าเทียบกับภาษาที่ใช้ในการเขียน
โปรแกรมตัวอื่นๆ เช่น ภาษาจาวา และภาษา C++ ต้องบอกว่าการเขียนโค้ต
ด้วยภาษาไพธอนง่ายกว่า ง่าย ขนาดที่ว่าใช้เวลาสัน้ ๆ เพียงไม่กี่ช่ัวโมงก็เรยี นรู้
กฎเกณฑ์ (Syntax) มาเขียนโปรแกรมง่ายๆ ได้แล้ว แต่ถ้าต้องการเรียนรู้
แนวคิดในระดับที่สูงขึ้น อย่างเช่น การจัดการเชิงโครงสร้าง ด้วยการแพ็คเกจ
(Packages) และโมดลู (Modules) ก็ต้องใชเ้ วลาเรยี นร้นู านสักหน่อย

• ง่ายในการอ่านโค้ด (Easy to read) ไพธอนจัดอยูใ่ นกลุ่มภาษาระดับสูง (High
- Level Language) หมายความว่า โค้ดจะเขียนเหมือนกับภาษาอังกฤษ ทำ
ให้ทราบความหมาย ของโค้ดได้ไม่ยาก และการเขียนโค้ดในลักษณะพิมพ์
ตอ่ เนอื่ งกันไปเรื่อย ๆ กใ็ ช้การย่อหน้า การเยือ้ ง มสี ่วนชว่ ยใหอ้ ่านไดง้ า่ ยขนึ้

2. Free and Open Source เราสามารถเรียนรู้การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพธอนได้
โดยไม่ ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย มีมูลนิธิซอฟต์แวร์ไพธอน (Python Software
Foundation : PSE ซึ่งเปน็ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรดแู ล และให้การสนับสนุนในเรื่อง
ต่างๆ เช่น ให้ความรู้การ ติดตั้งไพธอน การสอนเขียนโค้ด เป็นแหล่งซอฟต์แวร์โอเพ่น
ซอร์สแบบเสรี และแจกซอร์สโค้ด ฟรีในแบบที่เรียกว่า “FLOss (Free/Libre and
Open Source Software)”

3. โค้ดไพธอนที่ถูกเขียนบนเครื่อง(Windows) สามารถรองรับการเรียกใช้บนเครื่อง Mac
ไดเ้ ลยทันที โดยไมจ่ ำเป็นตอ้ งเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เรียกได้ว่าเขยี นโคด้ คร้ังเดยี วนำ ไป
ใชท้ ีเ่ ครื่องไหนก็ได้ อยา่ งไรกต็ าม ผูเ้ ขยี นโปรแกรมต้องหลีกเลีย่ งฟีเจอร์ใดๆ ท่ีอิงอยู่กับ
ระบบในกรณีน้ี

4. การลดจำนวนคำสั่งที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น คำสั่ง do..while และเพิ่มคำสั่งที่อำนวย
ความ สะดวกเขา้ ไป เช่น การเพิ่มคำสั่ง else และ finally ในคำสั่ง try.except หรือใช้
คำส่ัง else รว่ มกบั คำสั่ง for และ while เป็นตน้

5. ลดความคลุมเครือของคำสั่ง เช่น ในภาษาซีใช้ for (int i = 0; i < = 9; i++) แทนการ
ทำซำ้ เป็นจำนวน 10 รอบ แต่สำหรบั ภาษาไพธอนใช้ for i in range (0, 10) แทนการ
ทำซ้ำจำนวน 10 รอบ เป็นตน้

3

6. ผู้เขียนโปรแกรมไม่จำเป็นต้องรู้ข้อจำกัดของตัวแปรประเภทต่างๆ ผู้เขียนโปรแกรม
สามารถ นำตัวแปรท่ีประกาศไว้ไปใชก้ บั ข้อมลู ชนดิ ใดๆ กไ็ ด้ เชน่ ตัวแปรในภาษาซีชนิด
int (Integer) สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ -2,147,483,648 ถึง 2,147,483,647 เท่านั้น
แต่ในไพธอนเกบ็ ได้ไม่จำกดั (Module) ไดง้ ่าย

7. โปรแกรมทเ่ี ขียนดว้ ยไพธอนบำรงุ รักษางา่ ย เพราะโปรแกรมสามารถออกแบบเป็นโมดูล

8. ไพธอนมีคลังโปรแกรมให้เลือกใช้งานมากมาย ซึ่งจะทำให้ผู้เขียนสามารถเขียน
โปรแกรมได้ อยา่ งสะดวกและรวดเร็ว

9. ไพธอนมีเครื่องมือค้นหาจุดบกพร่อง และทดสอบโปรแกรมที่เขียนขึ้นแบบโต้ตอบ
ทนั ทที ันใด (Interactive Mode)

10. ไพธอนสามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์ม (Platform) ได้ เนื่องจากใช้อินเตอร์เฟส
เดียวกันใน ทุกๆ แพลตฟอร์ม ดังนั้น โปรแกรมที่เขียนขึ้นบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์
สามารถนำไป ประมวลผลกับระบบปฏิบัตกิ ารอ่ืนๆ เชน่ ไอโอเอส ยนู ิกซ์ และลีนุกซไ์ ด้

11. ไพธอนใช้การแปลภาษาด้วยวิธีการแบบอินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) ซึ่งจะแปล
ชุดคำสั่ง ที่เขียนไว้ทีละบรรทัดแบบทันที โดยไม่จำเป็นต้องคอมไพล์ (การแปลและ
รวบรวมคำสั่งทั้ง โปรแกรมให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันสำหรับใช้งาน) เหมือนภาษา
ระดบั สูงทัว่ ๆ ไป เชน่ ภาษา ปี, ซีพลัสพลสั , ปาสคาล, เบสึก เป็นตน้

12. ไพธอนมีระบบจัดการหน่วยความจำแบบอัตโนมัติ ผู้เขียนโปรแกรมจึงไม่จำเป็นต้อง
กังวล เก่ยี วกบั การจัดสรรหนว่ ยความจำท่ีใชง้ านอยู่

13. ไพธอนสามารถทำงานร่วมกับภาษาอื่นๆ ได้ (Extensible) ทั้งภาษาระดับสูงและระดับ
ต่ำ เชน่ ภาษาซแี ละภาษาแอสเซมบลี เปน็ ต้น

14. ไพธอนถูกเรียกว่าเป็นภาษาอเนกประสงค์ (Versatile) เนื่องจากรองรับการเขียน
โปรแกรม ได้ทั้งแบบโครงสร้าง (Procedure-Oriented Programming) และเชิงวัตถุ
(Object-Oriented Programming : OOP)

4

15. ไพธอนเป็นภาษาที่มีความยืดหยุ่นมาก สามารถเขียนโปรแกรมให้ทำงานในลักษณะ
คอนโซล (Console Program), กราฟิกแอพพลิเคชั่น (Windowed GUI) และซีจีไอ
สคริปต์ (Common Gateway Interface : CGI) เพื่อประมวลผลบนเว็บได้

1.3 สว่ นประกอบโปรแกรมไพธอน
โปรแกรมไพธอนโดยท่วั ไปจะมโี ครงสรา้ งและแนวคิดพื้นฐานแบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น ดงั ต่อไปนี้

ส่วนท่ี 1 ###############################
# Python program to convert temperature from either Fahrenheit to #
# Celsius or vise-versa. This is a very simple function example .
#
###############################
Import math

ส่วนท่ี 2 def convert(temp, unit):

unit = unit.lower()

→→if unit == “c” :

→→→ temp = 3.0 / 5.0 " temp + 32

→→→return temp

→→if unit == “f”:

→→→temp = (temp - 32) / 9.0 * 5.0

→→→return temp
ส่วนท่ี 3 intemp = int(input("What is the temperature?\n"))

inunit = str(input("Please enter the unit of measure (f or c): \n"))
result = convert(intemp, inunit)
print(result)

5

ส่วนที่ 1 Reused Code และ Short Description

คือ ส่วนที่โปรแกรมเมอร์นิยมเขียนค่อนายการทำงานของโปรแกรมแบบสัน้ ๆ ไว้เพื่อเดือน ความจา้
ว่า โปรแกรมที่เขียนขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด โดยจะเขียนค่าอธิบายต่อท้ายเครื่องหมาย " " ซ่ึง
แสดงว่าเป็นเพียงคอมเมนต์เท่านั้น ไม่ต้องแปลความหมาย (Short Description) หรือไลบรารีที่
ผูพ้ ัฒนาไพธอนเขยี นไวใ้ ห้ใช้งาน (Reused Code)

ส่วนที่ 2 Function Definition คือ ส่วนที่ใช้สำหรับประกาศฟังก์ชัน หน้าที่หลักของฟังก์ชันคอื ส่วน
โปรแกรมที่มีการเรียกใชง้ านบ่อยๆ หรอื งานที่ทำประจำสมำ่ เสมอ (Routing) เช่น ในตวั อย่าง ฟังก์ชัน
ชื่อว่า convert (temp, unit) ท้าหน้าที่แปลงค่าระหว่างองศาเซลเซียสและฟาเรนไฮต์ โดยมีตัวแปร
หรือพารามิเตอร์ที่จำเป็นต้องใช้ สำหรับประมวลผล 2 ตัวคือ อุณหภูมิที่ต้องการแปลง
(Temperature) และหนว่ ยท่ีต้องการแปลง คอื f = Fahrenheit และ C = Celsius สังเกตว่าฟังกช์ นั
ดังกล่าวจะถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ (เนื้อหา โดยละเอียดจะอธิบายในบทที่กล่าวถึงฟังก์ชัน) ส่วนที่ 3
Main Program คือ ส่วนของโปรแกรมหลักที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของโปรแกรมที่เขียนข้ึน
และเป็นส่วนสำคัญ ที่สุด ถ้าขาดโค้ดคำสั่งในส่วนที่ 3 แล้ว โปรแกรมจะไม่สามารถทำงานได้นั่นเอง
จากรูปตัวอย่าง จะเห็นว่าคำสั่งที่อยู่ในส่วนโปรแกรมหลัก จะทำหน้าที่รับอุณหภูมิจากผู้ใช้งานผ่าน
คีย์บอร์ด เมื่อป้อน ค่าอุณหภูมิที่ต้องการแปลงแล้ว จะส่งค่าอุณหภูมิไปยังฟังก์ชัน Convert(temp,
unit) เพื่อแปลง ค่าให้เป็นหน่วยที่ต้องการ เมื่อฟังก์ชันแปลงค่าเสร็จแล้ว จะส่งข้อมูลกลับมาให้
โปรแกรมหลักด้วย คำสั่ง return จากนั้นโปรแกรมหลักจะพิมพ์ต่างผลลัพธ์ แสดงออกมาทางหน้า
จอคอมพิวเตอร์ดว้ ย คำส่ัง print(result)

6

7

บทท่ี 2

เคร่อื งมือในการเขียนภาษาไพธอน

ในการเขยี นโปรแกรมดว้ ยภาษาใดก็ตาม เราจำเปน็ ต้องมโี ปรแกรมเฉพาะสำหรับภาษานนั้ ๆ
ชอื่ อยา่ งเป็นสากลคอื “โปรแกรมไอดีอี (Integrated Development Environment : IDE)" ใน
กรณีของ ภาษาไพธอนนยิ มเรียกว่า “ไพธอนไอดีอี (Python IDE)” หรอื “Code Editor” แตก่ ม็ ี
โปรแกรม IDE บางตวั ทส่ี ามารถรองรับการเขียนโปรแกรมไดห้ ลายภาษา โปรแกรมเมอร์นิยมใช้
โปรแกรม IDE นี้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรม ด้วยเพราะโปรแกรม IDE มหี นา้ ต่างโปรแกรม
เป็นแบบกราฟกิ (Graphic User Interface : GUI) ที่ยสู เซอร์สะดวกในการ เขียนโปรแกรม, แก๊ซอร์
สโคด้ (Source Code Editor), แกจ้ ุดบกพรอ่ งของโปรแกรม (Debugger) และ รันโคด้ (Run)
โปรแกรม IDE มีให้เลือกใช้มากมายหลายโปรแกรมตัวยกัน มที ้งั แบบเสยี เงินและแบบ ให้ใชง้ านได้ฟรี
ในท่นี ้ขี อแนะนำเพียง 4 โปรแกรมที่ได้รับความนยิ มในลำดับต้นๆ ดังนี้

2.1 ไพธอน (Python IDLE)
ไพธอนไอเดิล (Python IDLE) Python IDE หรือ Python Editor ตัวแรกที่อยากแนะนำคือ

โปรแกรม Python IDLE ที่มาพร้อมกับ ตัวติดตั้งของไพธอนอยู่แล้ว เป็นโปรแกรมที่มีหน้าตาเหมือน
เด็กซ์อีดิเตอร์ (Text Editor) ทั่ว ๆ ไปคือ เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ดูคล้ายๆ กับโปรแกรม Notepad มี
เมนูพื้นฐานเท่าที่จำเป็นตอ่ การใช้งานเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้เร่ิมต้นหดั เขียนโปรแกรมเปน็ คร้ังแรกที่
ตอ้ งการอะไรทเ่ี บสกิ สุดๆ

8

^ ตัวอยา่ ง Python IDLE
(Python IDE : www.python.org)

2.2 อคี ลปิ ส์ (Eclipse PyDev)
โปรแกรม Eclipse PyDey คือ Python IDE อกี ตัวหนึ่งท่ีอยากแนะนำ ด้วยเพราะมันเป็น

โอเพน่ ซอร์ส ท่เี ปดิ โอกาสให้ทุกคนมารว่ มกันพฒั นา ปรับปรุง เพมิ่ ฟีเจอร์ใหม่ๆ หรอื เจา้ เป็นแฟนพนั ธ์ุ
แท้จะบรจิ าค เงนิ สนบั สนนุ กไ็ ด้ตามสะดวก (ลงทนุ ไม่ต้องลงแรง)

PyDev ได้รบั การพัฒนามาอย่างต่อเน่ืองและยาวนาน รองรับการเขยี นโปรแกรมได้หลาย
ภาษา ไมว่ า่ จะเป็น C, C++, Java รวมถงึ Python (Eclipse PyDev), Jython) และ Ironpython
ด้วยความ อเนกประสงค์ครบวงจรของ PyDay จึงได้รับความนยิ มเป็นเงนิ ตน้ ๆ ในการเขียนโปรแกรม
ภาษา ไพธอน ซ่ึงเหมาะสำหรับนักเขยี นโปรแกรมระดบั กลาง หรือนกั ศึกษาท่เี รยี น การเขียน
โปรแกรม

9

^ Eclipse PyDev
(Eclipse PyDev : www.pydev.org)

2.3 โคโมโด (ActiveState Komodo IDE)
Komodo IDE มจี ดุ ขายคอื “One IDE For All Your Languages” หมายถึง IDE ตวั เดียว

เขียนโปรแกรม ได้ทุกภาษา หรือรองรบั ทุกโคด้ ภาษา และที่ทาง ActiveState ภมู ใิ จนำเสนอเป็น
พเิ ศษก็คือ ความเปน็ Web Languages IDE ที่ช่วยให้เขียนโค้ดได้เรว็ ขนึ้ ด้วยคุณสมบตั ดิ ้าน Code
Intelligence ท่สี ามารถ ตรวจแก้ไขคำสัง่ ที่ผิดพลาดให้ถูกต้องไดโ้ ดยอตั โนมัติ ทำงานคลา้ ยกับการ
ตรวจคำผิดในโปรแกรม เวริ ์ดทีจ่ ะมีการไฮไลท์ให้เหน็ คำผิด พร้อมกบั แนะนำคำที่ถูกให้แก้ไขได้ทันที
แต่ในการเขยี นโปรแกรม จะเปน็ การเช็ครูปแบบไวยากรณ์ท่ถี ูกต้อง นอกจากนีย้ งั มีการจัดย่อหน้าตาม
หลกั ไวยากรณ์ของไพธอน ให้อัตโนมตั ิ เพ่ือชว่ ยใหเ้ ขยี นโปรแกรมไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งรวดเร็ว

10

ภาษาทีใ่ ช้ในการสรา้ งเว็บไซต์ (Web Languages) ท่ี Komodo IDE รองรบั เช่น Python,
PHP, Perl, Golang, Ruby ฯลฯ สามารถทำงานบนโอเอสวนิ โดวส์ แมค็ และลีนุกซ์ สำหรับ
คณุ สมบตั ิเด่นด้าน อ่ืนๆ เชน่ Refactoring Code คือ มีเคร่ืองมือชว่ ยลดความซบั ซ้อนในการเขยี น
โคด้ เพ่อื ประสทิ ธิภาพ ในการทำงานทรี่ วดเรว็ มเี คร่ืองมือช่วยในการแก้ไขบก ตรวจ และทดสอบ
เปน็ ตน้ นบั เปน็ โปรแกรมที่ ทรงพลัง และรูใ้ จโปรแกรมเมอรม์ ากทีส่ ดุ ตัวหนึ่งเหมาะสำหรับนกั เขยี น
โปรแกรมมืออาชีพ แต่โปรแกรม ตัวนไี้ มใ่ ชฟ่ รแี วร์

^ ตวั อย่าง Komodo IDE
(Komodo : www.activestate.com/komodo-edit)
2.4. ไพชาร์ม (PyCharm)
“The Python IDE for Professional Developers” คงเป็นนยิ ามที่ชดั เจนว่า โปรแกรมตัว
น้ีมีกลุม่ เป้าหมายคือ “นักพฒั นาซอฟตแ์ วร์ไพธอนระดับมืออาชีพ” พัฒนาโดย JetBrains PyCharm
มีคุณสมบัติ คล้ายกับโปรแกรม PyDey แต่ที่น่าสนใจคือ สามารถรันไพธอนบนวินโดวส์ภายใต้ลีนุกซ์
ได้ (Subsystem), ค้นหาโปรเจ็กต์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถจัดเก็บซอร์สโค้ดแบบที่เรียกว่า
“Version Control” โดย การเชื่อมต่อไปยัง GitHub ที่มีระบบจัดเก็บซอร์สโค้ดแบบบันทึกความ

11

เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไว้เป็น รุ่นๆ (เวอร์ช่ัน) ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราเลือกย้อนกลับไปใช้ซอร์สโตด้ รุ่นใดๆ
ก่อนหน้าได้ ชว่ ยในการพฒั นา ซอฟตแ์ วรเ์ ปน็ ทมี เพราะเพอ่ื นร่วมทีมสามารถ Push และ Pull ซอร์ส
โคด้ เวอร์ช่ันลา่ สุดมาใชง้ านได้ทนั ที

และทั้งหมดน้ีคือเหตุผลที่ว่า ทำไม PyCharm เป็นทีน่ ยิ มในหมู่นักพฒั นาซอฟต์แวร์มืออาชีพ
PyCharm มใี หเ้ ลือกทงั้ แบบใชฟ้ รีทีต่ ัดบางฟีเจอร์ออกไป กบั แบบซ้อื ลิขสิทธิ์ตัวเตม็ ทใ่ี ช้งานได้ครบทุก
ฟงั ก์ชัน

^ ตัวอย่าง PyCharm
(PyCharm : www.jetbrains.com/pycharm/)

12

13

บทที่ 3
การตดิ ต้งั และทดสอบโปรแกรมรันไพธอน

สำหรับหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนจะแนะนำการติดตั้งเครื่องมือที่ใช้เขียนโปรแกรม 2 ตัวคือ
Python IDLE และ PyCharm โดยจะใชเ้ คร่ืองมอื ทงั้ คู่ในการเขยี นโปรแกรมตลอดทั้งเล่ม

3.1 การตดิ ต้งั โปรแกรม Python IDLE
1. เขา้ เวบ็ ไซต์ www.python.org
2. คลิกเมนู Downloads เพื่อไปหน้าเว็บ สำหรับดาวน์โหลด

ตัวติดตัง้ โปรแกรม Python IDLE
3. คลกิ ปุ่ม Download Python 3.7.2
(ตวั ตดิ ตงั้ จะปรากฏเวอร์ชันลา่ สุดเสมอ)

4. เมอ่ื ดาวน์โหลดโปรแกรมเสรจ็ แลว้ จะได้ ไฟลส์ ำหรับติดตั้ง
โปรแกรมนามสกลุ .exe ใหด้ บั เบลิ คลิกไฟล์ python-3.7.2

5. เมือ่ ปรากฎหน้าตา่ ง Security Warning
ใหค้ ลกิ ปุ่ม Run

14

6. โดยในขั้นตอนนี้จะให้เลือก
ระหว่างติดตั้งตามคำแนะนำ (Default) หรือ
ผู้ใช้จะเลือก ตำแหน่งติดตั้ง Python ด้วย
ตนเอง ในทีน่ ี้คลกิ เลือก Install Now ลง

7. โปรแกรมจะเริ่มติดตั้ง ในเครื่อง
ให้รอจนกว่าการ ติดตั้งโปรแกรมจะเสร็จ
สมบูรณ์

8. เมื่อโปรแกรมถูกติดตั้งเสร็จ
เรียบร้อยแลว้ ให้คลกิ ปุ่ม Close

15

3.2 การทดสอบโปรแกรม Python IDLE
หลังจากตดิ ต้งั โปรแกรมแลว้ มาทำการทดสอบกันว่าโปรแกรมสามารทำงานได้หรือไม่ โดยเปดิ

Command Prompt แล้วพิมพ์ python และกด Enter หากโปรแกรมทำงานได้จะแสดงเวอร์ชนั ของ
python และเครื่องหมาย >>> สำหรบั รบั คำส่งั ในการเขยี นโปรแกรม

เม่อื ตอ้ งการออกจากโหมด python ให้ใชค้ ำส่งั exit() หรอื quit()

3.3 การตดิ ต้งั โปรแกรม PyCharm
1. เข้าไปทเ่ี วบ็ https://www.jetbrains.com/pycharm/download เลือกดาวน์โหลด
เวอรช์ ัน community

16

2. เปิดไฟล์ทดี่ าวน์โหลดขน้ึ มา กด Next

3. เลือกตำแหน่งท่ตี ้องการตดิ ตง้ั หรอื ใชค้ า่ ต้ังตน้ ท่ีโปรแกรมเลือกมาใหก้ ็ได้

17

4. ตก๊ิ เลอื กตามในภาพ ยกเว้นว่าคอมพิวเตอรข์ องใครท่เี ปน็ 32 bit กเ็ ลอื กเป็น 32-bit
launcher แทน

5. หนา้ ถัดไปกด Next และกด Install

18

6. เลอื ก Reboot now (อยา่ ลมื เซฟงานทเ่ี ปดิ ไว้ให้เรียบร้อยก่อนกด Finish)

3.4 การทดสอบโปรแกรม PyCharm
1. หลังจากตดิ ตง้ั และ restart เรยี บรอ้ ยแลว้ ก็จะเจอไอคอน Pycharm หน้าตาแบบน้ี ใหค้ ลิก
เปิดไดเ้ ลย

2. ถา้ ไม่เคยตดิ ตั้งมาก่อนให้เลือก Do not import settings แล้วกด OK

19

3. เลือกธีมสีทีต่ ้องการ

4. เลือกติดต้ัง Markdown แล้วกด Start using Pycharm ได้เลย

20

5. มาถึงหน้าน้เี ลือก Create New Project

6. เลอื กตำแหน่งหนือ Folder ที่จะใช้ในการเซฟไฟล์

21

7. หน้าน้จี ะเจอกับไฟล์ตา่ งๆท่โี ปรแกรมสรา้ งเอาไวใ้ ห้

8. สรา้ งไฟลใ์ หม่โดยกดทีเ่ มนูดา้ นซ้ายบน File -> New -> File และต้งั ชื่อไฟลเ์ ช่น main.py

9. พมิ พโ์ คด้
10. print("Hello World")

22

11. คลิกขวาและเลอื ก Run 'main' เพื่อรันโคด้ ท่ีเขยี นไว้

12. ผลลพั ธ์จะออกมาดา้ นลา่ งของจอเปน็ คำวา่ Hello World

คำส่ัง print()
ในภาษา Python เวลาท่เี ราต้องการจะแสดงผลลพั ธ์ต่างๆเชน่ ข้อความหรือตัวเลข เราสามารถใช้
คำสง่ั print() และใสค่ ่าทเ่ี ราต้องการให้แสดงผลเอาไวใ้ นวงเล็บได้ ซึ่งถ้าหากเป็นขอ้ ความก็ต้องใส่
เครตอ่ื งหมาย Double qoute หรอื ฟนั หนูครอบเอาไว้ด้วย

23

บทท่ี 4

การเขยี นโปรแกรมในแบบทคี่ อมพิวเตอรเ์ ข้าใจ

คอมพวิ เตอร์เปน็ อปุ กรณ์ทสี่ ร้างข้นึ มาเพ่อื ใช้ “แก้ปัญหา” ท่ีซบั ซ้อน ยุ่งยาก หรอื เป็น ปัญหา
ท่ที ำงานแบบซ้ำๆ ให้กบั พวกเรา แตค่ อมพิวเตอร์จะไมส่ ามารถแกป้ ญั หาได้เลย ถ้ามันไม่รวู้ ิธกี ารวา่ จะ
แกป้ ญั หาตา่ งๆ เหลา่ นนั้ ได้อย่างไร ในบทน้ีจะมาทำความเข้าใจ และเรียนรู้วิธีการวา่ จะทำอย่างไรให้
คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจ และแก้ปญั หาให้กบั เรา ไดอ้ ย่างถกู ต้อง รวดเร็ว และแมน่ ยำ

3.1 การตีโจทยป์ ัญหาไปเปน็ ภาษาคอมพิวเตอร์
การตโี จทย์ปญั หาไปเป็นภาษาคอมพิวเตอรเ์ รยี กวา่ “ศาสตรแ์ หง่ การแกป้ ัญหา หรอื

Problem Solving” เป็นวิธกี ารทำความเขา้ ใจเก่ยี วกับปญั หาตา่ งๆ แล้วแปลงไปเปน็ ภาษาท่ี
คอมพิวเตอรเ์ ขา้ ใจ และ แก้ปัญหาใหก้ บั เราได้ สำหรับวิธีการที่ใชแ้ ปลงจากปัญหาต่างๆ ไปเปน็
ภาษาคอมพวิ เตอรน์ ิยมเรียกว่า “อัลกอริทมึ (Algorithm)” เปน็ วธิ ีการจำแนก และแยกย่อยปัญหา
ออกเป็นขน้ั เป็นตอนอยา่ งเป็นระบบ โดยพิจารณาต้งั แต่ข้อมลู ท่ใี ช้ประมวลผล วิธีการคำนวณ และ
เอาต์พุตทต่ี ้องการ อลั กอริทึมทีด่ ีต้องประกอบไปดว้ ย

1 มีการแบง่ ย่อยปญั หา และมีลำดบั การทำงานท่ีชดั เจน
2 ปัญหาเปน็ เหตเุ ปน็ ผลท่ีสามารถพสิ ูจน์ได้
3 ภาษาท่ีใชอ้ ธิบายต้องไม่ซบั ซ้อนและเข้าใจง่าย
4. ลดความกำกวม และการตีความทตี่ า่ งกันให้เหลอื น้อยที่สุด

ตวั อย่างเช่น “ถ้านักเรียนไม่เข้าเรียนวิชาคณิตศาสตร์ จะไม่มสี ิทธส์ิ อบปลายภาค” จะเหน็ ได้
วา่ ประโยคดงั กล่าวสามารถสร้างเป็นอัลกอริทึมได้คอื มีการแยกย่อยปัญหา มกี ารจดั ลำดับการ
ทำงาน แต่ ยังมีความกำกวมอยู่ ซง่ึ อธบิ ายได้ดังนี้

1. ถา้ นกั เรยี นไม่เข้าเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ เป็นปัญหาย่อยที่ 1 สง่ ผลให้
2. นกั เรียนจะไมม่ สี ทิ ธ์ิสอบปลายภาค เป็นปญั หายอ่ ยท่ี 2

24

3. ถ้านกั เรยี นจะไมม่ ี... เป็นเหตุเปน็ ผล และลำดับการทำงาน

แต่ปญั หานย้ี งั มีความกำกวมอย่ใู นกรณที ่จี ะนำไปสรา้ งเป็นอัลกอรทิ มึ เนื่องจากเกดิ คำถามวา่
“การ ไม่เข้าเรียนเป็นจำนวนครั้งทจ่ี ะไม่มีสิทธส์ิ อบ?” ทำให้ผอู้ า่ นตคี วามไปได้มากกว่า 1 แบบ เช่น
เข้า เรยี นไม่ถงึ 50%, 60%, 70%, 80% หรือ 90% ก็ได้ ดังนนั้ ต้องปรบั ปรงุ ข้อความดังกล่าวเสยี
ใหมโ่ ดย ขจดั ความกำกวมออกไป ดว้ ยการระบุจำนวนเปอร์เซน็ ต์ทไ่ี มเ่ ขา้ เรยี นแล้วจะทำใหไ้ มม่ ีสิทธ์ิ
สอบ ดังนนั้ ประโยคท่จี ะสรา้ งเปน็ อัลกอริทึมท่ีดีคือ “ถ้านักเรียนเข้าเรยี นวิชาคณิตศาสตร์นอ้ ยกวา่
80% ของเวลา เรยี นท้งั หมดจะไม่มสี ิทธสิ์ อบปลายภาค” แมว้ ่าประโยคดงั กล่าวมีความสมบรู ณ์แล้วที่
จะนำไปสร้างเป็นอัลกอรทิ ึม แต่ปัญหาตอ่ ไปคือ จะ ทำอยา่ งไรให้อลั กอริทึมดังกล่าวเปน็ มาตรฐานที่
ทุกๆ คนอา่ นแลว้ เข้าใจไดต้ รงกัน ดังนัน้ นักโปรแกรม คอมพวิ เตอร์จงึ สร้างเครือ่ งมือขึน้ มา 2 แบบ
เพ่อื ช่วยในการสรา้ งอัลกอริทึมให้เป็นมาตรฐานอย่าง เดียวกัน หรือเขา้ ใจไดต้ รงกนั นั่นเอง เครื่องมือ
ท้งั 2 แบบคือ โฟลว์ชาร์ต (Flowchart) หรือผังงาน และ ซูโดโคด้ (Pseudo Code) หรือรหสั เทยี ม
ซึ่งทั้งสองแบบสามารถใชง้ านทดแทนกันได้ ข้นึ อยู่กับวา่ ผู้ใช้ งานจะมีความถนัดในแบบใด สำหรบั วิธี
แบบโฟลว์ซารต์ จะเนน้ ไปท่ีการอธบิ ายอัลกอรทิ ึมด้วยรูปภาพ แตส่ ำหรบั ซูโดโคด้ จะใชก้ ารอธบิ ายดว้ ย
ข้อความเปน็ ขน้ั ตอนทีละข้อๆ เรยี งต่อกนั

โฟลวช์ ารต์ หรอื ผังงาน Flowchart ซโู ตโตต้ หรอื รหัสเทยี ม Pseudo Code

VS

อลั กอริทมึ อธิบายได้ดว้ ยการเขียนแบบโฟลวข์ ารต์ หรือการเขียนแบบซูโดโคด้ ท่ีอธิบายเปน็
โค้ดตอ่ เน่ือง

25

3.2 การแปลงโฟลวช์ ารต์
การแปลงโฟลว์ชารต์ และซโู ดโคด้ (Converting flowchart and pseudo) กลายเป็น

โปรแกรมภาษาไพธอนได้ดังน้ี

จากตัวอย่างที่ 1 ตรวจสอบการไปโรงเรียนสายของเด็กชายทวี สามารถถอดรูปจาก
โฟลวช์ ารต์ ให้ 3 (วงรที ่มี ีขอ้ ความ Start) โปรแกรมเรม่ิ ต้นการทำงาน ในสว่ นน้ผี เู้ ขียนโปรแกรมอาจจะ
เขียน คำอธิบายโปรแกรม เพื่อบอกว่าโปรแกรมดังกล่าวทำงานอะไร โดยคำอธิบายจะอยู่หลัง
เครื่องหมาย "#" หมายถึง ไพธอนจะไม่แปลความหมาย อ สี่เหลี่ยมด้านขนาน) จากโฟลว์ชาร์ตจะถูก
แปลงเป็นคำสั่ง เกput ที่รับข้อมูลเข้ามาเป็นชนิดจำนวนจริง (float) % (สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน) จะ
ถูกแปลงเป็น คำสั่งตรวจสอบเงื่อนไข (1f.then) ว่า ถ้า Time มากกว่า 7.0 จริง โปรแกรมจะทำงาน
หลังคำสั่ง then ในขั้นตอนที่ 6 จะพิมพ์ข้อความว่า “You are late" แต่ถ้า Time น้อยกว่าหรือ
เท่ากับ 7.0 จะทำใน ขั้นตอนที่ 4 ซึ่งเมื่อแปลงจากโฟลว์ชาร์ตมาเป็นโปรแกรมจะอยู่หลังคำสั่ง else
นั้นคือ โปรแกรมจะพิมพ์ ข้อความว่า “You aren't late” 6 (วงรีที่มีข้อความ Stop) เมื่อสิ้นสุดแล้ว
โปรแกรมจะจบการทำงาน

26

3.3 ข้ันตอนการประมวณผลคำสั่งของคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการประมวลผลคำสั่งของคอมพิวเตอร์ จากที่กล่าวมาแล้วว่า ระบบคอมพิวเตอร์

ประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ถ้า ปราศจากซอฟต์แวร์แล้ว คอมพิวเตอร์จะไม่
สามารถทำงานอะไรไดเ้ ลย เปรียบเสมอื นกบั รถยนตท์ ไี่ ร้ คนขับนน้ั เอง

ในข้ันตอนเร่ิมต้น ซอฟตแ์ วรจ์ ะถูกเขยี นขนึ้ มาด้วยภาษาใดภาษาหน่ึงก่อน เช่น
ภาษาซี / ซีพลัสพลัส (C/C++), จาวา (Java), พีเอชพี (PHP) หรือไพธอน (Python) เป็นต้น จากนั้น
โปรแกรมดังกล่าวจะ ถูกแปลงด้วยซอฟต์แวร์อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า “ซอฟต์แวร์แปลภาษา หรือ
คอมไพเลอร์ (Compiler)” ให้ กลายเป็น “รหัสเครื่อง (Machine Code)” ซึ่งก็คือ ภาษาเครื่องที่มี
ลักษณะเปน็ รหัสเลขฐานสองท้ังหมด ซึง่ คอมพวิ เตอร์สามารถทำความเข้าใจ และทำงานตามท่ีผู้เขียน
โปรแกรมตอ้ งการได้ ตวั อยา่ งรหสั เลข ฐานสอง เช่น 0011010101001 เปน็ ตน้

27

บทที่ 5

สรุป

โปรแกรมเมอร์ ชาวดชั ต์ ช่ือ กโ็ ด ฟาน รอสซมั ในปี 2523 เป็น งานอดเิ รก ไพธอนมี
คณุ สมบตั ิเดน่ หลายประการ เพราะเอาคุณสมบตั ดิ ีๆ จากภาษาในอดตี มารวม ไว้ โดยจุดเด่นท่สี ำคัญ
คือ เปน็ ภาษาท่เี ข้าใจงา่ ย ช่วยใหผ้ เู้ ขียนโปรแกรมสามารถเรียนรู้ และเขียน โปรแกรมได้งา่ ยกว่า
ภาษาอ่ืนๆ ปจั จบุ ันมเี ครื่องมือ ทสี่ นับสนนุ การเขยี นไพธอนอยา่ งมากมาย เช่น PyCharm, PyDev,
Atom, Thonny, Visual Studio Code, IDLE ในนจี้ ะกลา่ วเพียง 2 ตัวคือ Python IDLE และ
PyCharm เนื่องจากนำมาใชง้ านไดฟ้ รี และใช้งานง่ายสำหรับผเู้ ร่ิมต้นอกี ดว้ ย

ขัน้ ตอนการเขยี นโปรแกรมท่ีถกู ต้อง จะเร่ิมตน้ จากการศึกษาปญั หาให้ชัดเจน เสยี ก่อน
จากนน้ั ใหแ้ ปลงปัญหาเหลา่ นั้น ไปยังระบบคอมพวิ เตอร์ เพื่อให้ระบบ คอมพิวเตอรเ์ ขา้ ใจ
กระบวนการในการแก้ ปัญหา ซงึ่ นยิ มเรยี กวา่ “อัลกอริทึม”

สำหรบั วิธีการอธบิ ายอลั กอริทึมที่ นิยมกันทำได้ 2 แบบคือ อธิบายอลั กอริทึม ดว้ ย
โฟลวช์ าร์ตและซูโดโคด้ ซงึ่ แต่ละ วิธีมีข้อดแี ละข้อเสยี ตา่ งกัน แตโ่ ดยสรุป แลว้ สำหรับผู้เริ่มต้นควรใช้
โฟลว์ชาร์ตให้ ชำนาญเสยี กอ่ น แต่เมื่อมีประสบการณใ์ น การเขยี นโปรแกรมมากแล้ว จงึ ค่อยทดลอง
เขียนดว้ ยซูโดโค้ดแทน

28

29

บรรณานุกรม

“เตรียมเคร่ืองมือสำหรับเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอน Python” [ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก:
https://www.dcrub.com/python-idle-pycharm

สืบค้นเมอื่ (25/08/2562).
“การตดิ ตงั้ Pydev สำหรับเขียนโปรแกรม Python บน Eclipse” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก:
http://www.daydev.com/developer/s6-programming-language/python-eclipse-
pydev.html

สบื คน้ เมอ่ื (25/08/2562).
“หดั เขียน Python เบอ้ื งตน้ ฟรดี ว้ ยโปรแกรม PyCharm Edu” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก:
https://devahoy.com/blog/2015/10/learn-python-with-pycharm-edu/

สบื คน้ เมอ่ื (25/08/2562).
“Programming Fundamental” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก:
https://sites.google.com/site/programmingfundamental01/phang-ngan-flowchart

สบื ค้นเมอ่ื (25/08/2562).
“โครงสร้างของภาษา Python” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก:
http://marcuscode.com/lang/python/program-struct

สืบคน้ เมอ่ื (25/08/2562).
“ทำไม Python ถงึ เปน็ ภาษาทฮี่ อตทสี่ ดุ ใน พ.ศ. น้ี” [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก:
https://www.mor.company/article/software-article/why-python-rocks/

สืบค้นเมอ่ื (25/08/2562).
“แนะนำภาษา Python” [ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก:
http://marcuscode.com/lang/python/introduction

สืบคน้ เม่อื (25/08/2562).

30

คีโด ฟนั โรสซมึ (Guido van Rossum) 2001-2021. “Python” แหลง่ ท่ีมา
https://www.python.org

สืบคน้ เมอ่ื (25/08/2562).
MarcusCode. 5 March 2017. “แนะนำภาษา Python.” แหลง่ ที่มา
http://marcuscode.com/lang/python/introduction สบื คน้ เมื่อ(25/08/2562).
"Sunsetting Python 2". https://www.python.org/doc/sunset-python-2

สืบค้นเม่ือ (25/08/2562).

31


Click to View FlipBook Version