คําพพิ ากษาฎกี าที่นาสนใจ:
กาํ หนดดอกเบีย้ ในราคาใชแ ทนรถยนตท่ีเชา ซ้อื
ผูช วยศาสตราจารย ดร.มณทชิ า ภักดคี ง
พสิษฐ อันทรนิ ทร
วารสารรามคําแหง ฉบับนิติศาสตร 345
คําพิพากษาฎกี าที่นา สนใจ: กาํ หนดดอกเบ้ียในราคาใชแ ทนรถยนตท เี่ ชาซอื้
ผูชว ยศาสตราจารย ดร.มณทิชา ภกั ดคี ง*
Assistant Professor Dr.Monticha Pakdeekong
พสษิ ฐ อนั ทรินทร**
Pasit Untharin
ตามธรรมดาท่ีเจาของทรัพยสินคงไวซ่ึงสิทธิในการจําหนายทรัพยสินของตนอยางไรก็ได
หรือแมจะกอนิติสัมพันธเหนือทรัพยสินดวยการนําทรัพยสินของตนออกใหบุคคลอื่นเชาซื้อก็ยอม
ทําได การทําสัญญาเชาซื้อท่ียังประโยชนแกผูเชาซ้ือสําหรับการผอนชําระคาเชาซื้อเปนงวดๆ
ในขณะท่ีตนไดใชหรือไดรับประโยชนจากทรัพยสินและมีโอกาสไดไปซ่ึงสิทธิในทรัพยสินนั้น ผูให
เชา ซ้อื ซึง่ เปน คูสัญญาอีกฝายหน่ึงท่ีนอกจากจะไดรับคาเชาเปนการตอบแทนจนกวาผูเชาซ้ือไดชําระ
คา เชา ซ้ือครบถวน ผูใหเชา ซ้ือคงไวซง่ึ สทิ ธิในการไดมาซึ่งดอกเบี้ยเชาซ้ือหรือผลประโยชนสําหรับเงิน
จํานวนดังกลาวอีกดวย1 ดวยเหตุท่ีกลาวมาน้ี สัญญาเชาซ้ือจึงไดรับความนิยมอยางแพรหลาย
ไมจํากัดเพียงเฉพาะการทําสัญญาเชาซ้ือระหวางเอกชนกับเอกชนเทานั้น แตครอบคลุมไปถึงการ
ประกอบกิจการคาที่ผูประกอบธุรกิจ (โดยมากมักเปนบริษัทไฟแนนซ) นําทรัพยสินออกใหผูบริโภค
เชาซ้ือ โดยเฉพาะการเชาซ้ือรถยนตและรถจักรยานยนต ดังจะเห็นไดจากประกาศคณะกรรมการ
*อาจารยประจําคณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง; น.บ. มหาวิทยาลัยเชียงใหม (เกียรตินิยม
อันดับสอง); น.ม. สาขากฎหมายธรุ กิจ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย; น.ด. (หลักสูตรนานาชาติ)
มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง. E-mail: [email protected]
Lecturer in Law at Faculty of Law, Ramkhamhaeng University; LL.B. ChiangMai University
(Second honor); LL.M. in Business Law (International Program) Chulalongkorn University; LL.D.
(International Program) Ramkhamhaeng University.
**อัยการประจําสํานักงานอัยการสูงสุด; น.บ. มหาวิทยาลัยรามคําแหง; น.บ.ท.สํานักอบรมศึกษากฎหมาย
แพงเนตบิ ัณฑิตยสภา. E-mail: [email protected]
Public Prosecutor attached to the Office of the Attorney General; LL.B. Ramkhamhaeng
University; Barrister at Law at Thai Bar Under the Royal Patronage.
1ไผทชิต เอกจริยกร, คําอธิบายเชาทรัพย เชาซื้อ, พิมพครั้งที่ 14 (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพวิญูชน,
2552), หนา 253-254.
346 ปท ่ี 10 ฉบับที่ 1
วา ดว ยสัญญา เรือ่ ง ใหธุรกิจเชา ซื้อรถยนตแ ละรถจักรยานยนตเปนธรุ กิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.25612
ท่ีกําหนดหลักเกณฑและสาระสําคัญสําหรับธุรกิจเชาซ้ือรถยนตและรถจักรยานยนตไวเพื่อให
ผูบริโภคในฐานะผูเชาซื้อไดรับความเปนธรรมมากยิ่งข้ึน เพ่ิมเติมจากหลักการเชาซ้ือตามประมวล
กฎหมายแพงและพาณิชย
แมกระน้ัน การฟองรองตอศาลขอใหพิพากษาบังคับตามสัญญาเชาซื้อก็ยังคงมีอยูเปน
จํานวนมาก เห็นไดจากสถิติคดีเชาซื้อรถยนตระหวางเดือนมกราคมถึงมีนาคม ในป พ.ศ.2564
อยทู ่ี 16,431 คดี ถึงแมจ ะลดลงจากป พ.ศ.2563 ไปกวารอยละ 30 จากเดิมท่ีมีจํานวน 23,505 คดี
ก็ตาม3 หน่งึ ในประเดน็ ขอ พิพาทเก่ียวกับคดีเชาซื้อ คือการเลิกสัญญาเพราะผูเชาซ้ือผิดนัดไมชําระคา
เชา ซือ้ กลา วคือ เม่อื ผูเ ชา ซือ้ (ผิดนัดไมใชเ งินสองคราวตดิ ๆ กันหรือกระทําผดิ สัญญาในขอท่ีเปนสวน
สําคัญตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 574 วรรคหน่ึง หรือผิดนัดชําระคาเชาซ้ือราย
งวดสามงวดติดๆ กัน และผูใหเชาซื้อมีหนังสือบอกกลาวผูเชาซื้อใหใชเงินรายงวดท่ีคางชําระนั้น
ภายในเวลาอยางนอยสามสิบวันแลว แตผูเชาซ้ือกลับละเลยเสียไมปฏิบัติตามหนังสือบอกกลาวนั้น
ทั้งน้ีตามประกาศคณะกรรมการวาดวยสัญญา เร่ือง ใหธุรกิจเชาซื้อรถยนตและรถจักรยานยนตเปน
ธุรกิจทีค่ วบคมุ สญั ญา พ.ศ.2561 ขอ 4 (4) หรือกรณีอื่นใด) จนเปนเหตุใหผูใหเชาซื้อบอกเลิกสัญญา
สงผลใหสัญญาเชาซ้ือส้ินสุด ผูใหเชาซ้ือในฐานะเจาของทรัพยสินชอบท่ีจะกลับเขาครองทรัพยสิน
รวมถึงมีสิทธิตดิ ตามเอาทรพั ยสินของตนคนื ไดต ามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 1336
ขอ เท็จจรงิ มีปญ หาใหตอ งพจิ ารณาวาถาผูเชาซื้อไมไดสงมอบรถยนตที่เชาซื้อ จนเปนเหตุให
ผูใหเชาซื้อใชสิทธิรองขอตอศาลขอใหพิพากษาบังคับใหผูเชาซ้ือสงมอบรถยนตที่เชาซื้อกลับคืน
ถาผูเชาซ้ือไมอาจสงมอบรถยนตที่เชาซ้ือคืนแกผูใหเชาซื้อได ตอกรณีดังกลาว ศาลจะพิพากษาให
ผูเชาซื้อนําเงินใชราคาแกผูใหเชาซื้อแทน จะเห็นไดจากแนวคําพิพากษาฎีกาท่ีมีมาแตเดิมวา การใช
ราคาทดแทนการคนื ทรพั ยส ินซ่ึงเปนวัตถแุ หงสญั ญาเชาซื้อ เปนกรณีที่คําพิพากษาไดกําหนดข้ันตอน
การชําระหนี้ไวเปนลําดับแลว เพราะผูเชาซ้ือซึ่งเปนลูกหนี้ตามคําพิพากษาตองสงมอบรถยนตท่ี
เชาซื้อคืนผูใหเชาซื้อกอนเปนลําดับแรก หากคืนไมไดจึงใหใชราคาแทน เนื่องจากมิใชการอันมี
2“ประกาศคณะกรรมการวาดวยสัญญา เร่ือง ใหธุรกิจเชาซ้ือรถยนตและรถจักรยานยนตเปนธุรกิจที่
ควบคุมสญั ญา พ.ศ. 2561,” ราชกจิ จานุเบกษา เลม 135 ตอนท่ี 35 ง (16 กุมภาพนั ธ 2561): 11.
3ส่ือศาล, สถิติคดีเชาซื้อรถยนต เดือนมกราคม - มีนาคม ยอนหลัง 5 ป [Online], available URL:
https://www.facebook.com/pr.coj/posts/790576581644338/, 2564 (พฤษภาคม 22).
วารสารรามคาํ แหง ฉบับนิตศิ าสตร 347
กําหนดพึงกระทําเพื่อชําระหน้ีมีหลายอยาง ซ่ึงลูกหน้ีมีสิทธิที่จะเลือกกระทําเพียงการใดการหน่ึง
แตอ ยา งเดียวไดตามประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ยมาตรา 198 (คําพิพากษาฎีกาท่ี 5714/2562)
ดวยเหตุน้ี กรณีจึงไมแนนอนวาหน้ีที่จะบังคับใหใชราคาแทนการสงมอบรถยนตท่ีเชาซื้อจะมีหรือไม
เม่ือเปนหน้ีที่ไมอาจกําหนดไดโดยแนนอน ยอมไมอาจกําหนดดอกเบี้ยในสวนของราคารถใชแทนได
(คําพพิ ากษาฎีกาที่ 10346/2559)
เปน ท่ีนา สงั เกตวา เม่ือป พ.ศ.2563 ศาลฎกี าโดยทป่ี ระชุมใหญไดมีคําวินิจฉัยตางไปจากเดิม
ดังน้ี“การท่ีศาลวินิจฉัยใหจําเลยที่ 1 สงมอบรถขุดที่เชาซ้ือคืน หากคืนไมไดใหใชราคาแทนน้ัน เปน
กรณีทีห่ ากจําเลยที่ 1 ไมสงมอบรถขุดดงั กลาวคืนแกโจทก จาํ เลยที่ 1 ตองใชคาสินไหมทดแทนแก
โจทกเ พอ่ื ราคาวัตถอุ นั ไมอาจสงมอบไดเ พราะเหตอุ ยางใดอยา งหน่ึงอันเกิดข้ึนระหวางผิดนัด โจทกจึง
มีสิทธเิ รียกดอกเบ้ียในเงินจํานวนดังกลาวไดตั้งแตเวลาอันเปนฐานที่ต้ังแหงการกะประมาณราคาน้ัน
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 225 แตขอ เทจ็ จรงิ ไมปรากฏวา เวลาอันเปนฐานท่ีต้ัง
แหงการกะประมาณราคาอันหมายถึงเวลาที่ไมสามารถสงมอบรถขุดที่เชาซ้ือเกิดขึ้นเมื่อใด
จําเลยท่ี 1 จึงตองรับผิดเสียดอกเบี้ยในราคาใชแทนนับแตวันที่ศาลมีคําพิพากษาอันเปนวันที่ศาล
กําหนดราคาใชแทนให และราคาใชแทนน้ีเปนหน้ีเงินตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
มาตรา 224 วรรคหน่ึง ซ่งึ บัญญัติใหคิดดอกเบ้ียในระหวางผิดนัดรอยละเจ็ดกึ่งตอป โจทกจึงมีสิทธิ
คิดดอกเบี้ยในอัตรารอยละ 7.5 ตอป ของราคาใชแทน 400,000 บาท นับแตวันท่ีศาลมีคําพิพากษา
จนกวาจะชาํ ระเสรจ็ แกโจทก”4
จะเหน็ ไดจ ากคําพิพากษาฎกี าที่ 8818/2563 ขางตนซึง่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญไดวินิจฉัย
ไวอยา งนา สนใจในสองประเดน็ ไดแก
ประการแรก เมื่อผูเชาซ้ือซึ่งเปนลูกหน้ีตามคําพิพากษาตองใชคาสินไหมทดแทนแกผูใหเชา
ซื้อเพื่อราคาวัตถุอันไมอาจสงมอบไดเพราะเหตุอยางใดอยางหนึ่งอันเกิดข้ึนระหวางผิดนัด ผูเชาซ้ือ
ตองรับผิดเสียดอกเบ้ียในราคาใชแทนแกผูใหเชาซ้ือดวย โดยผูใหเชาซ้ือสามารถเรียกดอกเบ้ียใน
จํานวนท่จี ะตองใชเปนคาสินไหมทดแทนคิดต้ังแตเวลาอันเปนฐานท่ีตั้งแหงการกะประมาณราคาน้ัน
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 225 แตเน่ืองจากไมปรากฏขอเท็จจริงวา เวลาอัน
4ศูนยนิติศาสตร คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 8818/2563
(ประชุมใหญ) ประเด็น : เชาซ้ือ การคิดดอกเบ้ียจากราคาใชแทน [Online], available URL: https://thth.facebook.com/
tulawcenter.org/posts/3857631644273663/, 2564 (พฤษภาคม 22).
348 ปท ่ี 10 ฉบบั ที่ 1
เปน ฐานที่ต้งั แหง การกะประมาณราคาอันหมายถึงเวลาที่ไมสามารถสงมอบทรัพยสินท่ีเชาซื้อเกิดขึ้น
เมื่อใดศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญไดกําหนดใหวันท่ีศาลมีคําพิพากษาซ่ึงเปนวันที่ศาลกําหนดราคา
ใชแ ทนเปนเวลาอนั เปน ฐานที่ต้งั แหงการกะประมาณราคา
ประการถัดมา ความรับผิดของผูเชาซ้ือในดอกเบี้ยอันเนื่องมาจากการผิดนัด ซึ่งถือเปน
คาสินไหมทดแทน5หรือท่ีปรากฏในคําพิพากษาเรียกวา ราคาใชแทน ราคาใชแทนน้ันถือเปนหนี้เงิน
เม่ือผูเชาซ้ือผิดนัดไมชําระหนี้เงินดังกลาว ผูใหเชาซื้อในฐานะเจาหน้ียอมมีสิทธิไดรับดอกเบี้ยใน
ระหวางเวลาผิดนัดรอยละ 7.5 ตอปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 224 วรรคหน่ึง
ศาลฎกี าโดยที่ประชมุ ใหญไดว นิ จิ ฉัยในคดนี โ้ี ดยกาํ หนดใหหนีเ้ ชา ซอ้ื ผดิ นัดเรียกดอกเบี้ยไดตั้งแตเวลา
ศาลมีคําพพิ ากษาจนกวาผูเชาซ้ือจะชาํ ระเสรจ็ สิ้น
ขอที่ควรขบคิดเก่ียวกับการคิดดอกเบี้ยในหนี้เชาซื้อผิดนัดในป พ.ศ.2564 มีความแตกตาง
ไปจากเดมิ สําหรบั ขอเท็จจริงที่เกิดข้ึนในลักษณะเดียวกันกับคําพิพากษาฎีกาที่ 8818/2563 ขางตน
เนอ่ื งจากประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 224 ไดปรับเปลี่ยนไปตามกฎหมายท่ีแกไขใหม
เพื่อใหสอดคลองกับสภาพการณและสภาพเศรษฐกิจ โดยพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ.25646 มาตรา 47 ไดยกเลิกความในมาตรา 224 แหงประมวล
กฎหมายแพงและพาณิชยและกําหนดใหหน้ีเงินนั้น สามารถคิดดอกเบี้ยในระหวางเวลาผิดนัดใน
5ไพโรจน วายุภาพ, คําอธิบายประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยหน้ี, พิมพคร้ังท่ี 13
(กรุงเทพมหานคร: สํานักอบรมศกึ ษากฎหมายแหง เนตบิ ณั ฑิตยสภา, 2563), หนา 143.
6“พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ.2564,” ราชกิจจานุเบกษา
เลม 138 ตอนที่ 26 ก (10 เมษายน 2564): 1.
7พระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย พ.ศ.2564, มาตรา 4 “ใหยกเลิกความ
ในมาตรา 224 แหง ประมวลกฎหมายแพง และพาณิชยแ ละใหใ ชความตอไปน้ีแทน
มาตรา 224 หนเ้ี งนิ น้นั ใหค ิดดอกเบ้ยี ในระหวา งเวลาผดิ นดั ในอตั ราที่กําหนดตามมาตรา๗บวกดว ยอัตรา
เพิ่มรอ ยละสองตอป ถา เจา หนีอ้ าจจะเรียกดอกเบย้ี ไดสงู กวาน้ันโดยอาศัยเหตอุ ยางอืน่ อนั ชอบดว ยกฎหมาย กใ็ หค ง
สงดอกเบ้ียตอ ไปตามนนั้
หา มมใิ หคดิ ดอกเบี้ยซอนดอกเบย้ี ในระหวางผดิ นัด
การพิสูจนคาเสยี หายอยา งอน่ื นอกจากน้นั ใหพ สิ ูจนไ ด.”
วารสารรามคาํ แหง ฉบบั นติ ศิ าสตร 349
อัตราที่กําหนดตามมาตรา 78 (คือใหใชอัตรารอยละ 3 ตอป) บวกดวยอัตราเพ่ิมรอยละ 2 ตอป
จะเหน็ ไดว าอตั ราดอกเบ้ียผิดนดั ไดป รบั ลดจากเดมิ ท่รี อ ยละ 7.5 ตอป เปนอตั รารอยละ 5 ตอ ป9
8พระราชกําหนดแกไ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย พ.ศ.2564, มาตรา 3 “ใหยกเลิกความ
ในมาตรา 7 แหง ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ยแ ละใหใ ชค วามตอ ไปนี้แทน
มาตรา 7 ถา จะตอ งเสยี ดอกเบีย้ แกกันและมิไดกําหนดอัตราดอกเบีย้ ไวโดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมาย
อันชดั แจง ใหใ ชอ ตั รารอยละสามตอ ป
อัตราตามวรรคหนึง่ อาจปรับเปลีย่ นใหล ดลงหรอื เพ่ิมขึน้ เพือ่ ใหสอดคลองกบั สภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ไดโ ดยตราเปน พระราชกฤษฎีกา โดยปกตใิ หกระทรวงการคลงั พิจารณาทบทวนทุกสามปใหใกลเคียงกับอัตราเฉลี่ย
ระหวางอตั ราดอกเบีย้ เงินฝากกบั อัตราดอกเบยี้ เงนิ ใหกูยืมของธนาคารพาณิชย.”
9ทําเนียบรัฐบาล, รวดเร็ว! พ.ร.ก. ลดดอกเบี้ยผิดนัด และพ.ร.ก. ซอฟทโลนชวยผูประกอบการ 3.5
แสนลาน มีผลบังคับใชแลว [Online], available URL: https://www.thaigov.go.th/news/contents/ministry_details/40887,
2564 (พฤษภาคม 23).
350 ปที่ 10 ฉบับที่ 1
บรรณานุกรม
ทาํ เนียบรัฐบาล. รวดเรว็ ! พ.ร.ก. ลดดอกเบยี้ ผิดนดั และพ.ร.ก. ซอฟทโ ลนชวยผูประกอบการ 3.5
แสนลาน มีผลบังคับใชแลว. [Online], Available URL: https://www.thaigov.go.th/news
/contents/ministry_details/40887, 2564(พฤษภาคม23).
“ประกาศคณะกรรมการวาดวยสัญญา เร่ือง ใหธุรกิจเชาซื้อรถยนตและรถจักรยานยนตเปนธุรกิจท่ี
ควบคุมสญั ญาพ.ศ.2561.”ราชกจิ จานเุ บกษา เลม 135ตอนที่ 35ง(16กุมภาพันธ 2561): 11.
ไผทชิต เอกจริยกร. คําอธิบายเชาทรัพย เชาซ้ือ. พิมพครั้งท่ี 14. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ
วิญชู น, 2552.
ไพโรจน วายุภาพ. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยหน้ี. พิมพคร้ังท่ี 13.
กรงุ เทพมหานคร: สาํ นกั อบรมศกึ ษากฎหมายแหง เนตบิ ัณฑิตยสภา, 2563.
“พระราชกาํ หนดแกไ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ. 2564.” ราชกิจจานุเบกษา
เลม 138 ตอนที่ 26 ก (10 เมษายน 2564): 1.
ศนันทกรณ โสตถิพันธุ. คําอธิบายกฎหมายลักษณะหน้ี (ผลแหงหนี้). พิมพคร้ังท่ี 5.
กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพว ิญชู น, 2563.
ศูนยนิติศาสตร คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร. คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี 8818/2563
(ประชมุ ใหญ) ประเดน็ : เชา ซื้อ การคิดดอกเบีย้ จากราคาใชแทน [Online]. Available
URL: https://thth.facebook.com/tulawcenter.org/posts/3857631644273663/,
2564 (พฤษภาคม 22).
ส่ือศาล, สถิติคดีเชาซ้ือรถยนต เดือนมกราคม - มีนาคม ยอนหลัง 5 ป [Online]. Available
URL: https://www.facebook.com/pr.coj/posts/790576581644338/, 2564
(พฤษภาคม 22).
ผทู รงคุณวฒุ ิ i
1. ศาสตราจารยพ เิ ศษคนงึ ฦาไชย
2. รองศาสตราจารยจรัล เลง็ วิทยา สํานักงานกฎหมาย
3. รองศาสตราจารยจ ุฑามาศ นิศารตั น คนึง แอนด พารทเนอรส จาํ กดั
4. ศาสตราจารย ดร.จุมพต สายสนุ ทร มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
5. รองศาสตราจารย ดร.ณฐ สันตาสวา ง มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง
6. รองศาสตราจารย ดร.ณรงคเดช สรโุ ฆษิต มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร
7. นางทศั นีย เหลืองเรอื งรอง มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
8. รองศาสตราจารยท องสกุ กรณั ยพัฒนพงศ จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั
9. ศาสตราจารย ดร.ทวีเกยี รติ มีนะกนิษฐ ศาลยตุ ิธรรม
10. ศาสตราจารยทัชมัย ฤกษะสตุ นกั วิชาการอิสระ
11. ดร.ธนกฤต วรธนชั ชากลุ ศาลรฐั ธรรมนูญ
12. อาจารย ดร.ธเนศ สุจารีกุล จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย
13. นายนทั ธี จติ สวาง สํานกั งานอัยการสงู สุด
14. นายนิรฒุ มณพี ันธ มหาวิทยาลัยรงั สติ
15. นางปย นุช มนูรังสรรค สถาบนั เพอื่ การยุติธรรมแหง ประเทศไทย
16. นายประภาศ คงเอยี ด การรถไฟแหงประเทศไทย
17. นายประเสรฐิ เสยี งสุทธวิ งศ ศาลยุติธรรม
18. นายปย ะ ครุฑเดชะ กระทรวงการคลัง
19. ศาสตราจารยพเิ ศษปญญา สทุ ธิบดี ศาลยตุ ธิ รรม
20. รองศาสตราจารยพนิ ิจ ทิพยมณี บริษทั เบเคอร แอนด แม็คเคนซ่ี จํากัด
21. ดร.เพชรรัตน ศภุ นมิ ิตรกุลกิจ นักวิชาการอิสระ
22. รองศาสตราจารย ดร.ภมู ิ โชคเหมาะ มหาวทิ ยาลัยธุรกจิ บัณฑิตย
23. รองศาสตราจารย ดร.ภมู ิ มลู ศิลป กระทรวงการคลัง
24. รองศาสตราจารย ดร.มัลลกิ า พินจิ จนั ทร มหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย
25. รองศาสตราจารยม านิตย จุมปา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ
26. นายวรวฒุ ิ ทวาทศิน มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง
27. ศาสตราจารยพเิ ศษวิชัย อริยะนนั ทกะ จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย
28. ผชู วยศาสตราจารย ดร.ศารทลู สนั ตวิ าสะ ศาลยุตธิ รรม
ศาลยุตธิ รรม
จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย
ii
29. นายศกั ดช์ิ ยั ล้มิ ศิรโิ พธ์ทิ อง บริษทั วรี ะวงค, ชินวัฒน และ
30. ศาสตราจารย ดร.ศภุ ลกั ษณ พนิ ิจภวู ดล พารทเนอรส จาํ กัด
31. หมอมหลวงศภุ กิตต จรญู โรจน จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั
32. นายสมชยั ฑฆี าอตุ มากร สํานกั งานอยั การสูงสุด
33. รองศาสตราจารย ดร.สมชยั ศิริสมบรู ณเวช ศาลยตุ ธิ รรม
34. รองศาสตราจารยส มชาย ปรีชาศลิ ปกลุ มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง
35. ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.สมชาย รัตนชือ่ สกุล มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม
36. ดร.สมบูรณ เสงยี่ มบตุ ร มหาวิทยาลยั ธรุ กจิ บัณฑติ ย
37. นายสอนชัย สริ ารยิ กุล นักวชิ าการอิสระ
38. รองศาสตราจารยสุขสมยั สทุ ธิบดี ศาลยุติธรรม
39. ดร.สมุ าพร ศรีสุนทร มหาวิทยาลยั รามคําแหง
40. รองศาสตราจารย ดร.อภริ ัตน เพช็ รศิริ กระทรวงการคลงั
41. นายกฤดา กฤติยาโชติปกรณ มหาวิทยาลยั ขอนแกน
42. ผูช ว ยศาสตราจารยบญุ ชู ณ ปอมเพช็ ร กรมสรรพากร
43. ผชู วยศาสตราจารย ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม
44. อาจารย ดร.ปติ เอ่ียวจาํ รญู ลาภ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม
ทปี่ รกึ ษาบรรณาธิการ จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั
1. ศาสตราจารยพิเศษมารุต บนุ นาค ทป่ี รึกษาของพรรคประชาธิปตย
2. ศาสตราจารยพิเศษคนึง ฦาไชย สาํ นกั งานกฎหมาย
3. ศาสตราจารย ดร.อกุ ฤษ มงคลนาวิน คนงึ แอนด พารท เนอรส จาํ กัด
4. รองศาสตราจารยทองสุก กรัณยพฒั นพงศ สํานกั กฎหมายมงคลนาวนิ จาํ กัด
5. นายสงวน ตียะไพบลู ยส นิ นกั วชิ าการอสิ ระ
บรรณาธกิ าร มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง
1. ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.มณทชิ า ภกั ดีคง มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง
iii
กองบรรณาธกิ าร มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
1. รองคณบดฝี ายวชิ าการและวจิ ยั มหาวิทยาลยั รามคําแหง
2. รองศาสตราจารย ดร.ปภาศรี บัวสวรรค มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง
3. ผชู ว ยศาสตราจารยภัทระ ลิมปศ ิระ มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
4. ผูชวยศาสตราจารย ดร.ดนพร จติ ตจ รุงเกยี รติ มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง
5. อาจารยศ ศิประภา ศสิ ศิ วรรณาการ นักวชิ าการอิสระ
6. ศาสตราจารยพเิ ศษปญ ญา สทุ ธิบดี สถาบันเพื่อการยุตธิ รรมแหงประเทศไทย
7. นายนทั ธี จิตสวา ง ศาลยตุ ิธรรม
8. ศาสตราจารยพเิ ศษวิชยั อรยิ ะนนั ทกะ ศาลยุตธิ รรม
9. นายสมชัย ฑฆี าอตุ มากร สํานกั งานอัยการสงู สุด
10. หมอมหลวงศภุ กติ ต จรูญโรจน มหาวทิ ยาลยั ธรุ กจิ บณั ฑติ ย
11. ผูชว ยศาสตราจารย ดร.สมชาย รตั นช่อื สกุล ศาลยตุ ธิ รรม
12. นายวรวุฒิ ทวาทศนิ การรถไฟแหงประเทศไทย
13. นายนริ ุฒ มณพี ันธ ศาลยุตธิ รรม
14. นางทัศนยี เหลืองเรืองรอง มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
15. รองศาสตราจารย ดร.ภูมิ มลู ศลิ ป มหาวิทยาลัยรามคําแหง
16. นางสาวสุกญั ญา แยม พราย มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง
17. นายณศุท กรองแกว อาริยะ มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง
18. นางสาวนรศิ รา สารรตั น มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
19. นายเพชร ชืน่ ชม
ขอมูลการติดตอ
กองบรรณาธกิ ารวารสารรามคําแหง ฉบับนติ ิศาสตร
คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร
10240 โทร 02-310-8201, 086-685-9111 โทรสาร 02-310-8201 E-mail: [email protected]
Website:www.lawjournal.ru.ac.th หรือwww.tci-thaijo.org/index.php/lawjournal
รูปแบบการจัดเตรยี มตนฉบบั
1. พิมพโ ดยใชกระดาษ A4 พมิ พหนาเดยี ว
2. จัดพมิ พดวยโปรแกรม Microsoft Word for windows
iv
3. ใชตัวอกั ษรแบบ TH SarabunPSK
4. ต้ังคาหนากระดาษดานบน (Top) 2.54 ซม., ลาง (Bottom) 2.54 ซม., ซาย (Left)
2.54 ซม., และขวา (Right) 2.54 ซม.
5. ระยะหางระหวางบรรทดั ขนาด 1 เทา เนื้อหามีความยาวไมเ กิน 50 หนา (รวมบรรณานกุ รม)
รายละเอยี ดการจดั เตรียม
1. ช่ือบทความ ตองมีท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จัดใหอยูชิดขอบดานซายของ
หนากระดาษ ชื่อภาษาอังกฤษข้ึนตนคําใหพิมพดวยตัวพิมพใหญและใหใชตัวอักษรขนาด 18
ตัวหนา หากเปน บทความที่เรียบเรียงจากโครงการวิจัย ใหก าํ กับสญั ลักษณ (*) ไวต อทายชื่อบทความ
ภาษาไทยดว ย เพ่ือระบุชอ่ื โครงการวจิ ยั แหลงทุนที่ไดร บั อุดหนุนการวิจยั
2. ช่ือผูนิพนธ ตองมีท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จัดใหอยูชิดขอบดานขวาของ
หนากระดาษ ใชตัวอักษรขนาด 16 ตัวหนา โดยใหกํากับสัญลักษณ (*) ไวตอทายดวย เพื่อระบุ
หนวยงานตน สังกดั คณุ วุฒกิ ารศึกษา ตามดว ย E-mail ติดตอ โดยใหพิมพไวในสวนของเชิงอรรถดานลาง
ของหนา ใหใชต วั อกั ษร TH SarabunPSK ขนาด 14 ตัวปกติ
3. บทคัดยอ และ Abstract คําวา “บทคัดยอ” และ “Abstract” ใหใชตัวอักษร
TH SarabunPSK ขนาด 16 ตวั หนา สําหรับเนื้อความใหใชตัวอักษรขนาด 16 ตัวปกติ โดยใหยอ
หนาแรกเยือ้ ง 0.5 นว้ิ ของบรรทดั ถัดไป
4. คําสําคัญ และ Keywords คําวา “คําสําคัญ” และ “Keywords” ใชตัวอักษร ขนาด
16 ตัวหนา ควรเลือกคําสําคัญท่ีเก่ียวของกับบทความไมเกิน 3 คํา ใชตัวอักษรขนาด 16 ตัวปกติ
จดั ใหอยชู ดิ ขอบดา นซายของหนากระดาษ
5. หัวเรื่อง ใหใ ชตวั อกั ษร ขนาด 16 ตวั หนา จดั ใหอ ยูชิดขอบดานซาย เนื้อเรื่องใชตัวอักษร
ขนาด 16 ตัวปกติจัดรปู แบบใชกระจายแบบไทย โดยใหบรรทัดแรกของทุกยอหนาเย้ือง 0.5 น้ิวของ
บรรทัดถดั ไป
6. การอางอิงเชิงอรรถ ใหใชตัวอักษรขนาด 14 ตัวปกติ โดยตองสอดคลองตามหลักการ
พิมพวทิ ยานิพนธส ําหรบั สาขาวิชานิติศาสตร ของบัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง ดังน้ี
เชงิ อรรถ
คําวา “เชิงอรรถ” ใหจัดดานลางหนากระดาษ ใหใชตัวอักษรขนาด 14 ตัวปกติ โดยตอง
สอดคลอ งกบั หลกั การพมิ พว ทิ ยานิพนธส ําหรับสาขาวิชานติ ศิ าสตรของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
รามคาํ แหง ดงั นี้
v
- ผูแ ตง,/ชือ่ เรอ่ื ง,/คร้ังท่พี มิ พ/(สถานที่พิมพ:/สํานักพิมพ,/ปทพี่ ิมพ),/เลขหนา .
- ผูเ ขียนบทความ,/“ชื่อบทความ,”/ใน/ช่ือเร่ือง,/บรรณาธิการโดย...,/คร้ังท่ีพิมพ/(สถานที่พิมพ:/
สาํ นักพมิ พ,/ปท ่ี พมิ พ),/เลขหนา .
- ผูเขียนบทความ,/“ช่ือบทความ,”/ชอ่ื วารสาร/ปทีอ่ อก,/ฉบบั ทีอ่ อก/(เดือน ปพ ิมพ):/เลขหนา .
- ผูเ ขยี นบทความ,/“ช่ือบทความ,”/ชือ่ หนงั สอื พิมพหรือนิตยสาร,/วัน เดือน ป,/เลขหนา.
- ผูเขยี นวทิ ยานิพนธ,/“ช่อื วทิ ยานพิ นธ,”/(ระดับวทิ ยานพิ นธ,/ช่ือสถาบัน,/ปพิมพ),/เลขหนา .
- ชื่อผูวิจัย,/ชื่อรายงานวิจัย,/ชื่อหนวยงานท่ีใหทุนทําการวิจัย,/เลขท่ีของรายงาน(ถามี)/
(สถานท่พี ิมพ:/สํานักพมิ พ,/ปทพี่ ิมพ),/เลขหนา .
- ชอื่ หนว ยงาน,/“ชื่อเอกสาร,”/วัน เดือน ป.
- ชื่อผูใ หส ัมภาษณ,/ชื่อตาํ แหนงบรหิ าร (ถามี),/สมั ภาษณ,/วัน เดอื น ป.
- ชื่อผูแ ตง หรือหนวยงาน,/ช่ือเรื่อง/[Online], Available URL:/ที่มาของสารสนเทศ,/ปท่ีพิมพ/
(เดอื น, วันท่ี).
- รูปแบบการเขียนเชิงอรรถ สืบคนเพิ่มเติมไดที่ www.grad2.ru.ac.th/PDF/THESIS/
Samplethesis-niti260353.doc
บรรณานกุ รม
คําวา “บรรณานุกรม” ใหจัดกึ่งกลางตรงหนากระดาษใหใช ตัวอักษรขนาด 16 ตัวหนา
สําหรับเนื้อความใหใชอักษรขนาด 16 ตัวปกติ โดยตองสอดคลองกับ หลักการพิมพวิทยานิพนธ
สาํ หรบั สาขาวิชานติ ิศาสตร ของบณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั รามคําแหง ดังนี้
- ผแู ตง ./ช่อื เรอ่ื ง./คร้ังทพ่ี มิ พ./สถานทีพ่ ิมพ:/สํานกั พมิ พ,/ปท ี่พิมพ.
- ผูแตง ./ชื่อเรอ่ื ง./แปลโดย ช่อื ผแู ปล./สถานทีพ่ ิมพ:/สํานักพมิ พ,/ปท่พี ิมพ.
- ผเู ขยี นบทความ./“ชอื่ บทความ.”/ใน*/ช่ือเร่ือง,/บรรณาธิการโดย** ...,/เลขหนา. คร้ังที่พิมพ./
สถานท่พี มิ พ:/สาํ นักพมิ พ,/ปท ่พี ิมพ.
- ผเู ขยี นบทความ./“ช่อื บทความ.”/ชือ่ วารสาร/ปที่ออก,/ฉบับทอี่ อก/(เดอื น ปพ มิ พ):/เลขหนา .
- “ชือ่ บทความ.”/ชอ่ื วารสาร/ปท อ่ี อก,/ฉบบั ทอี่ อก/(เดอื น ปพิมพ):/เลขหนา.
- ผูเ ขยี นบทความ./“ชอื่ บทความ.”/ชื่อหนังสือพมิ พห รอื นติ ยสาร,/วนั เดือน ป,/เลขหนา.
- “ชอ่ื บทความ.”/ชือ่ หนังสือพิมพหรือนิตยสาร,/วนั เดือน ป,/เลขหนา .
- ผเู ขยี นวทิ ยานิพนธ./“ชื่อวทิ ยานพิ นธ.”/ระดบั วทิ ยานพิ นธ,/ชอื่ สถาบัน,/ปพิมพ.
- ช่ือผวู จิ ยั ./ช่ือรายงานวิจัย./ช่ือหนวยงานท่ีใหทุนทําการวิจัย.,/เลขท่ีของรายงาน (ถามี). สถานท่ี
พมิ พ:/สํานกั พมิ พ,/ปท ี่พมิ พ.
vi
- ชอื่ หนวยงาน./“ช่ือเอกสาร.”/วนั เดอื น ป.
- ช่อื ผใู หสมั ภาษณ./ช่ือตาํ แหนง บรหิ าร (ถามี)./สมั ภาษณ,/วัน เดอื น ป.
- ชื่อผูบรรยาย./“หวั ขอ การบรรยาย.”/ช่อื การประชมุ และสถาบันที่ดําเนินการ (ถามี)./สถานท่ี,/
วนั เดือน ป.
- ชื่อผูแตงหรือหนวยงาน./ชื่อเรื่อง/[ประเภทวัสดุ]./ที่มา:/ที่มาของสารสนเทศ,/ปท่ีพิมพ/(เดือน,
วันท่ี).
- รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม สืบคนเพ่ิมเติมไดท่ี www.grad2.ru.ac.th/PDF/THESIS/
Samplethesis-niti260353.doc
ตวั อยางรปู แบบการจัดเตรียมตนฉบับ สืบคนไดที่ www.lawjournal.ru.ac.th หรือ www.tci-
thaijo.org/index.php/lawjournal
การสงตน ฉบบั
สงตนฉบับจํานวน 1 ชุด ไปยังกองบรรณาธิการวารสารรามคําแหง ฉบับนิติศาสตร
คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร 10240 หรือ
E-mail: [email protected] หรือสงบทความแบบออนไลน (Online Journal System) ไดท่ี
www.lawjournal.ru.ac.th หรอื www.tci-thaijo.org/index.php/lawjournal
หลกั เกณฑแ ละกระบวนการตพี ิมพบ ทความ
1. ตนฉบับบทความที่สงมาพิจารณาตีพิมพเปนบทความที่ไมเคยผานการตีพิมพในวารสารใด ๆ
มากอน การตพี ิมพบทความซํา้ เปน ความรับผิดชอบของผนู ิพนธ
2. ตนฉบับบทความท่ีสงมาพิจารณาตีพิมพ เปนบทความที่ไมอยูในระหวางการพิจารณา
ของวารสารอนื่
3. ตนฉบับบทความที่สงมาพิจารณาตีพิมพตองไมตัดทอนหรือลอกเลียนมาจากบทความ
หนงั สือ ตาํ รา หรอื งานวจิ ยั ของผอู นื่ โดยไมไดร ับอนญุ าตหรือขาดการอา งอิงทีถ่ กู ตอ ง
4. ตนฉบับบทความท่ีสงมาพิจารณาตีพิมพตองมีคุณคาทางวิชาการ อานงายและสรางองค
ความรใู หม
5. ผนู ิพนธตอ งจัดเตรยี มตนฉบับตามรูปแบบและรายละเอยี ดการสง ตน ฉบับอยา งเครงครดั
vii
6. ตนฉบับบทความท่ีสอดคลองกับวัตถุประสงคและขอบเขตของวารสารจะไดรับการ
พจิ ารณาความถูกตองและคณุ ภาพทางวชิ าการจากผทู รงคณุ วุฒิ (Peer Review) ท่ตี รงตามสาขาวิชา
จากภายนอกมหาวิทยาลัย จาํ นวน 2 ทาน ซึ่งไมมีสวนไดเสียกับผูนิพนธ และเปนการ peer review
แบบ double blinded
7. เม่ือผูนิพนธไดแกไขความถูกตองของบทความตามขอเสนอแนะของผูทรงคุณวุฒิแลว
กองบรรณาธกิ ารจะดาํ เนินการจดั สง เอกสารตอบรบั การตพี มิ พไ ปยังผนู ิพนธในลําดับถดั ไป
จริยธรรมของการตีพิมพเผยแพรผลงานสาํ หรับการดาํ เนินงานของวารสารรามคาํ แหง
ฉบับนิติศาสตร (Publication Ethics)
เพ่ือใหการสื่อสารทางวิชาการเปนไปอยางถูกตอง สอดคลองกับมาตรฐานการตีพิมพ
นานาชาติ กองบรรณาธิการวารสารรามคําแหง ฉบับนิติศาสตร จึงไดกําหนดจริยธรรมของการ
ตีพิมพเผยแพรผ ลงานสําหรบั การดาํ เนนิ งานของวารสาร ตามบทบาทหนา ทดี่ งั นี้
1. หนาทแ่ี ละความรบั ผิดชอบของบรรณาธกิ าร (Duties of Editors)
1.1 บรรณาธิการมีหนาที่พิจารณาและตรวจสอบคุณภาพของบทความ เพื่อตีพิมพและ
เผยแพรบ ทความในวารสารทต่ี นรับผดิ ชอบ
1.2 บรรณาธิการจะตองมีการตรวจสอบบทความในเร่ืองการคัดลอกผลงานของผูอ่ืน
(Plagiarism) และการคัดลอกผลงานของตนเอง (Self-Plagiarism) ในบทความอยางจริงจัง โดยการ
ใชโ ปรแกรมคอมพิวเตอรท เ่ี ชอ่ื ถือได และเปนทย่ี อมรับในวงการวชิ าการ เพื่อใหแนใจวาบทความที่ลง
ตพี ิมพในวารสารไมมกี ารคัดลอกผลงาน
1.3 หากในระหวางกระบวนการประเมินบทความ บรรณาธิการตรวจพบการคัดลอก
ผลงาน บรรณาธิการจะตองหยุดกระบวนการประเมิน และติดตอผูนิพนธหลักทันที เพื่อขอคําชี้แจง
เพ่อื ประกอบการ “ตอบรบั ” หรอื “ปฏเิ สธการตพี ิมพ” การตพี ิมพบ ทความน้นั ๆ
1.4 บรรณาธิการตองหยุดกระบวนการประเมิน และติดตอผูนิพนธหลักทันที เม่ือตรวจ
พบการคัดลอกผลงานในระหวางกระบวนการประเมินบทความ เพ่ือขอคําช้ีแจงและประกอบการ
“ตอบรับ” หรอื “ปฏิเสธการตพี ิมพ” การตพี มิ พบ ทความน้นั ๆ
1.5 ในชวงระยะเวลาของการประเมินบทความ บรรณาธิการตองไมเปดเผยขอมูลของผู
นิพนธ และผูประเมนิ บทความแกบ คุ คลอืน่ ๆ ทไ่ี มเ ก่ยี วของ
1.6 ในการคัดเลือกบทความตีพิมพ บรรณาธิการตองตัดสินใจเลือกบทความหลังจาก
ผานกระบวนการประเมินบทความแลว โดยพิจารณาจากความใหม ความสําคัญ ความชัดเจน
ของเนือ้ หาที่สอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงคแ ละขอบเขตของวารสารเปน สําคญั
1.7 บรรณาธกิ ารตองไมม สี ว นไดสว นเสยี กับผนู ิพนธและผูประเมนิ
1.8 บรรณาธกิ ารตอ งตีพมิ พบทความท่ีไมเ คยตพี มิ พเ ผยแพรท ่ีแหลง ตีพิมพอ่ืน
viii
2. บทบาทและหนา ทข่ี องผูนิพนธ (Duties of Authors)
2.1 ผูน ิพนธตองรับรองวาผลงานที่สงมาตีพิมพน้ันนั้น เปนผลงานใหมและไมมีการสงให
วารสารอ่ืนพจิ ารณาตพี มิ พในชวงเวลาเดยี วกัน
2.2 ผนู ิพนธจะตองอา งองิ แหลงที่มาของขอ มูลทุกครั้ง ใหปรากฏในผลงานของตน หากมี
การนาํ ผลงานของผูอืน่ มาใชในผลงานของตน รวมทง้ั จัดทํารายการอางอิงทา ยบทความ
2.3 ผูนิพนธตองเขียนบทความวิชาการหรือบทความวิจัยโดยใหเปนไปตามขอกําหนด
ของวารสารน้ี และถูกตองตามรปู แบบทกี่ าํ หนดไวใน “คําแนะนาํ การตีพมิ พ”
2.4 ผูน ิพนธรวม (Co-author) ทกุ คนทีม่ ีชอ่ื ปรากฏในบทความ จะตองเปนผูที่มีสวนรวม
ในการดาํ เนินการเขียนบทความวิชาการหรอื บทความวิจยั จริง
2.5 ผูนิพนธตองรายงานขอเท็จจริงและผลท่ีเกิดขึ้นจากการทําวิจัย โดยไมควรมีการ
บดิ เบือนขอมูลหรอื ใหข อ มูลทีเ่ ปนเท็จ
2.6 ในกรณที ี่เปนบทความวิจัย ผูน ิพนธตอ งระบแุ หลงทนุ ทสี่ นบั สนุนในการทําวจิ ัยน้ี
3. บทบาทและหนาทข่ี องผปู ระเมนิ บทความ (Duties of Reviewers)
3.1 เม่ือผูประเมินบทความไดรับบทความจากบรรณาธิการวารสาร และผูประเมิน
บทความทราบอยแู ลว วา ตนเองอาจมีผลประโยชนทับซอนกับผูนิพนธ เชน เปนผูรวมโครงการ หรือ
รูจักผูนิพนธเปนการสวนตัว หรือเหตุผลอื่นๆ ที่อาจทําใหไมสามารถใหขอคิดเห็นและขอเสนอแนะ
อยางอิสระในทางวชิ าการได ผูป ระเมินบทความควรแจง ใหบรรณาธกิ ารวารสารทราบและปฏิเสธการ
ประเมนิ บทความนั้นๆ
3.2 ผูประเมินบทความควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนมีความเช่ียวชาญโดย
พิจารณาความสําคัญของเน้ือหาในบทความท่ีจะมีตอสาขาวิชาน้ันๆ คุณภาพของการวิเคราะห และ
ความเขมขนของผลงาน โดยไมควรใชความคิดเห็นสวนตัวที่ไมมีขอมูลทางวิชาการรองรับมาเปน
เกณฑในการตดั สนิ บทความหรืองานวิจยั นั้นๆ
3.3 หากผูนพิ นธม ิไดอา งถึงผลงานวจิ ยั ท่สี าํ คัญๆ และสอดคลอ งกับบทความเขาไปในการ
ประเมินบทความผูประเมินบทความตองระบุเขาไปในบทความท่ีกําลังประเมินดวย เพื่อใหบทความ
เกิดคุณคาในเชิงวิชาการเพ่ิมข้ึน นอกจากนี้ หากมีสวนใดของบทความที่มีความเหมือน หรือซํ้าซอน
กับผลงานชิน้ อ่นื ๆ ผปู ระเมินบทความตอ งแจงใหบรรณาธกิ ารทราบดว ย
3.4 ในชวงระยะเวลาของการประเมินบทความ ผูประเมินบทความตองรักษาความลับ
และไมเปดเผยขอมูลบางสวนหรือทุกสวนของบทความท่ีสงมาเพื่อพิจารณาแกบุคคลอ่ืนๆ ที่ไม
เก่ยี วของ