The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย / พระครูสมุห์ทิพย์ สิริธมฺโม (การเพียร)

พระครูสมุห์ทิพย์ สิริธมฺโม (การเพียร)

๑๓๗

๓) ครูเป็นผ้รู ่วมเรียนรู้/รว่ มศกึ ษา (Co-learner/Co-investigator)
๔) ครูต้องสอนดว้ ยการใช้เทคโนโลยี (E-Teacher)

๔.๓.๒ ยกร่างรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

ผู้วิจัยได้ยกร่างรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ดังนี้

รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย (ฉบบั ร่าง)

เป็นรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ เป็นหน่ึงในนวัตกรรมท่ี
แสดงถึงเอกสิทธิ์และความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเชิงกระบวนทัศน์พัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของกลุ่มบุคคล หรือบุคคลยินยอมปฏิบัติตามในท่ีสุดด้วย การพัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงคข์ องอาจารย์ ด้านความสามารถในการสอน ด้านบุคลิกภาพ ด้านคุณธรรมและจริยธรรม และ
ด้านการให้คาปรึกษากับนิสิต เพ่ือแก้ปัญหาและพัฒนาให้อาจารย์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใน
ศตวรรษที่ ๒๑ งานอาจารย์เป็นงานที่ยาก เพราะอาจารย์ทางานสร้างคนซึ่งมีความยุ่งยาก
สลับซับซอ้ น งานของอาจารยจ์ ะประสบความสาเรจ็ กต็ ่อเม่อื สามารถทาให้ผู้เรียนเกดิ การเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมไปตามที่ ต้องการ อาจารย์จะต้องทาให้ศิษย์รู้จักคิดและตัดสินใจได้อย่างฉลาด อาจารย์
จะต้องแนะแนวทางให้ศิษย์ได้มีโอกาสเพ่ิมพูนประสิทธิภาพของชีวิตความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับ
อาจารย์ในรูปแบบของการสอนน้ันเป็นศิลปะที่ยากท่ีจะวิเคราะห์ได้ ดังน้ันอาจารย์ จึงต้องผ่านการ
พัฒนาฝึกอบรมในคุณลักษณะท่ีดี มีนักการศึกษาหลายท่านได้ศึกษาและนาเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ
คุณลักษณะของอาจารยท์ ี่ดีในสถาบนั อุดมศกึ ษา ดงั น้ี

คณุ ธรรมของอาจารย์ตามหลักพุทธศาสนา หรือ คุรุฐานิยม ซึ่งเป็นธรรมสาหรับครู ยึดถือ
ปฏิบัตเิ พอ่ื สร้างศรัทธาและยดึ มนั่ ในความดี มอี ยู่ 7 ประการ คือ

๑. ปิโย คอื การทาตัวใหเ้ ปน็ ทีร่ กั แก่ศิษยแ์ ละบุคคลทว่ั ไป
๒. ครุ คอื การเปน็ บุคคลทีม่ ีความหนักแนน่ มีจิตใจมน่ั คง มีความรูแ้ ละน่าเคารพ
๓. ภาวนโิ ย คือ การเป็นผ้ทู ี่ไดร้ ับการยกยอ่ งว่าเป็นผมู้ คี วามประพฤติอันดีงาม
๔. วตฺตา จ คือ เป็นผู้มีความมานะในการตักเตือนสั่งสอน โดยไม่เกรงกลัวว่าจะ
เกลยี ดหรอื โกรธ มีความเฉลียวฉลาดในการใช้คาพูด
๕. วจนกขฺ โม คือ เป็นผูม้ ีความอดทนต่อถ้อยคา โดยมเี จตนาดีเปน็ ที่ตงั้
๖. คมฺภีรญฺจ กถ กตฺตา คือ การรู้จักสอนจากง่ายไปหายากหรือความลึกซ้ึงโดย
ลาดบั
๗. โน จฏฺฐาเน นโิ ย ชเย คอื การรู้จักแนะนาในทางท่ีถูกทค่ี วร ไม่แนะนานอกล่นู อกทาง
ครใู นยุคศตวรรษท่ี ๒๑ ตอ้ งมีลักษณะ E-Teacher" ดังน้ี
๑. Experience มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่
๒. Extended มีทกั ษะการแสวงหาความรู้
๓. Expended มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนสู่นักเรียน
ผ่านสือ่ เทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

๑๓๘

๔. Exploration มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือ
เน้อื หาทที่ นั สมยั เหมาะสมและเปน็ ประโยชนต์ ่อผู้เรยี นผา่ นทางส่ือเทคโนโลยี

๕. Evaluation เป็นนักประเมินท่ีดี มีความบริสุทธ์ิและยุติธรรม และสามารถใช้
เทคโนโลยีในการประเมนิ ผล

๖. End-User เป็นผู้ทใ่ี ช้เทคโนโลยี (user) อยา่ งคมุ้ คา่ และใชไ้ ด้อยา่ งหลากหลาย
๗. Enabler สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน
๘. Engagement ต้องร่วมมือและแลกเปล่ียนเรียนรู้ซ่ึงกันผ่านส่ือเทคโนโลยีจน
พัฒนาเป็นเครอื ขา่ ยความร่วมมือ เชน่ เกดิ ชุมชนครบู น web
๙. Efficient and Effective สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธิผลท้งั ในฐานะท่เี ป็นผผู้ ลิตความรู้ ผู้กระจายความรู้ และผใู้ ช้ความรู้
รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง ได้เสนอทักษะท่ีจาเป็นสาหรับครูไทยในอนาคต (C-
Teacher) ไว้ 8 ประการคอื
๑. Content ครูตอ้ งมีความรูแ้ ละทกั ษะในเรื่องท่สี อนเปน็ อย่างดี หากไม่แม่นในเร่ือง
ท่สี อนหรือถ่ายทอดแลว้ กย็ ากทีน่ กั เรยี นจะมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหานน้ั ๆ
๒. Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยใน
การจัดการเรียนการสอน เน่อื งจากกิจกรรมการเรยี นการสอนทีใ่ ช้เทคโนโลยีจะชว่ ยกระตุ้นความสนใจ
ให้กับนักเรียน และหากออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริม
ความร้แู ละทกั ษะทต่ี ้องการได้เปน็ อย่างดี
๓. Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์
ความรู้ข้ึนเองได้จากภายในตวั ของผเู้ รียนเอง โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมที่มีอยู่ภายในเข้ากับการได้ลงมือ
ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ซ่ึงครูสามารถนาแนวคิดน้ีไปพัฒนาวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้
นักเรยี นเกดิ ความรแู้ ละทักษะท่ตี อ้ งการได้
๔. Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้เช่ือมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน
ผู้เรียนกับครู ครภู ายในสถานศึกษาเดียวกันหรือต่างสถานศึกษา ระหวา่ งสถานศึกษา และสถานศึกษา
กับชมุ ชน เพ่ือสรา้ งสภาพแวดล้อมในการเรยี นรทู้ ่เี ป็นประสบการณ์ตรงให้กับนกั เรยี น
๕. Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้
แบบร่วมมือกันระหว่างนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียนด้วยกัน เพ่ือฝึกทักษะการทางานเป็น
ทีม การเรียนรดู้ ้วยตนเอง และทกั ษะทสี่ าคญั อ่ืน ๆ
๖. Communication ครูต้องมีทักษะการส่ือสาร ท้ังการบรรยาย การยกตัวอย่าง
การเลือกใช้สอ่ื การนาเสนอสื่อ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เอ้อื ตอ่ การเรียนรู้ เพ่ือถ่ายทอดความรู้
ใหก้ บั นกั เรียนไดอ้ ย่างเหมาะสม
๗. Creativity ในยุคสมัยหน้าครูต้องออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ จัด
สภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน มากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้โดยตรงเพียง
อย่างเดียว

๑๓๙

๘. Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย
อย่างจริงใจต่อนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดความเช่ือใจ ส่งผลให้เกิดสภาพการเรียนรู้ตื่นตัวแบบผ่อน
คลาย ซง่ึ เปน็ สภาพทน่ี ักเรียนจะเรียนรู้ได้ดที ส่ี ุด

พิณสุดา สิริธรังศรี๑ เสนอรายงานการสังเคราะห์องค์ความรู้ในหัวข้อ "การยกระดับ
คุณภาพครไู ทยในศตวรรษท่ี ๒๑" สรปุ คณุ ลกั ษณะครูไทยทีม่ คี ณุ ภาพ จะตอ้ งมลี กั ษณะดังตอ่ ไปนี้

๑. เปน็ ผมู้ จี ติ วิญญาณของความเป็นครูและผู้ให้
๒. มีความรู้ ความสามารถและทกั ษะการจัดการเรียนรู้
๓. มีทกั ษะการสอ่ื สาร
๔. อานวยความสะดวกในการเรยี นรทู้ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
๕. ตืน่ รู้ ทันสมยั ทนั เหตุการณ์
๖. ตามทันเทคโนโลยแี ละขา่ วสาร
๗. สร้างแรงบันดาลใจในการเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี น
๘. ใฝค่ วา้ และแสวงหาความรู้อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
๙. เป็นแบบอย่างทางคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและศลี ธรรม
๑๐. รูแ้ ละเขา้ ใจในอตั ลักษณ์ความเปน็ ชนชาตไิ ทยทหี่ ลากหลาย
๑๑. ภาคภูมใจในความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก
๑๒. ยอมรับและเปน็ ผู้นาการเปลีย่ นแปลง
๑๓. มคี วามพร้อมและปรับปรุงต่อการเปลย่ี นแปลงของโลกและประชาคมอาเซยี น
เป้าหมายหลักของการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยคือ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็น
บุคคลท่ีมีคุณภาพ และมีจุดมุ่งหมายท่ีสาคัญในการพัฒนาคือให้ผู้เรียนเป็น คนดีมีปัญญามีความสุขมี
ศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพเป็นใจความท่ีปรากฏในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ การท่ีจะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวต้องอาศัย ครู
อาจารยห์ รอื ผู้สอนทม่ี ีทักษะในการจัดการเรยี นรูค้ รู อาจารย์ท่ีมีเจตคติตอ่ วิชาชีพครูท่ีดีและมีแรงจูงใจ
ใฝ่สัมฤทธิ์ สูงโดยเฉพาะในยุคศตวรรษท่ี ๒๑ แนวคิดเร่ืองทักษะการเป็นครูในศตวรรษที่ ๒๑ ได้ถูก
นาเสนอในหนังสือเร่ืองทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพ่ือศตวรรษที่ ๒๑ ที่กล่าวถึงแนวโน้ม
สภาพการณ์ การปฏิรปู การศกึ ษาท่เี ปน็ กระแสใหม่ท่ัวโลกเพราะเป็นยุคศตวรรษที่ ๒๑ สภาพการของ
โลกน้ีเปลี่ยนไปเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีเป็นสังคมโลกที่สลับซับซ้อนเชื่อมโยงและ
เคล่ือนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสังคมโลกกลายเป็นสังคมความรู้ (Knowledge Society) หรือ
สังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ด้วยเหตุนี้ ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและ
องค์การทางการศึกษา จึงต้องปรับตัวให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) ทุก
ภาคสว่ นของสงั คมควรจะต้องท่มุ เทใหก้ บั การศึกษา ท้ังนี้เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ชีวิต
และการกล่อมเกลาของคนโดยคนและเพ่ือคน ดังนั้น คนจึงเป็นส่วนสาคัญท่ีสุด เป็นศูนย์กลางของ
กระบวนการเรียนรู้ทั้งปวง ประกอบกับนานาทัศนะมีความเห็นสอดคล้องกันเป็นท่ียอมรับกันแล้วว่า

๑พิณสดุ า สริ ิธรังศรี, “การศกึ ษารากฐาน การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : แนวคิดสู่การปฏิบัติ”,
(กรงุ เทพมหานคร : DPU Cool print มหาวิทยาลยั ธุรกิจบณั ฑิต, ๒๕๕๗)

๑๔๐

เศรษฐกิจ และสังคมจะดีเพียงใดจะแข่งขันในตลาดโลกได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชน
คุณภาพแรงงานและคุณภาพของผู้นาในวงการต่าง ๆ ท้ังยังยอมรับกันว่า คุณภาพคนขึ้นอยู่กับ
คณุ ภาพการศึกษาและคุณภาพ การศกึ ษาขึน้ อยู่กับคณุ ภาพครู อาจารยเ์ ปน็ หลัก

ผู้วิจัยจึงได้จัดทา “คู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาสภาพคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย เพ่ือพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเพื่อนาเสนอรูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อจะนาไปใช้ให้
เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยมีสาระสาคัญของคู่มือประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๔ ด้าน ดังน้ี
๑) ความสามารถในการสอน ๒) ด้านบุคลิกภาพ ๓) ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ๔) ด้านการให้
คาปรกึ ษากบั นสิ ิต

การใช้คู่มือคู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย มีข้นั ตอนดังตอ่ ไปนี้

๑. ให้คณะทุกคณะ วิทยาเขต และวิทยาลัยสงฆ์ ที่สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั จดั โครงสร้างคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์เก่ียวกับรูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยแต่งต้ัง
คณะทางานผู้รับผิดชอบร่วมกัน ซ่ึงควรเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในหา
ข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย เพื่อใหก้ ารดาเนินงานตามภารกจิ และเป็นการทางานแบบมสี ่วนรว่ มในสถาบัน

๒. ให้คณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ เสนอแต่งต้ังกาหนดคณะทางาน
ผู้รับผิดชอบร่วมกันทาหน้าท่ีตามขอบข่ายภารกิจของรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

๓. ดาเนินการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลยั ตามรายละเอียดในคูม่ อื

๔. สรปุ และรายงานผลการดาเนินงาน
โดยมีการพัฒนาคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องอาจารย์ มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั ดังแสดงในภาพ

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๑. มาตรฐานวชิ าชพี ครู ๑๔๑
ของอาจารย์
๑) ค่านยิ มและคุณลักษณะความเป็นครู รูปแบบการพฒั นา
๑. ดา้ นความสามารถในการ ๒) ความรู้และศาสตร์การสอน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
สอน ๓) การปฏิบตั งิ านในหนา้ ที่ ประสงค์ของอาจารย์
๒. ด้านบุคลกิ ภาพ ๔) ความสัมพันธ์กับผปู้ กครองและชมุ ชน มหาวิทยาลัยมหา
๓. ดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม จฬุ าลงกรณราช
๔. ดา้ นการใหค้ าปรกึ ษา
วิทยาลัย

หลกั ธรรมท่ีใช้ในการ ๒. ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ ๓. ดา้ นคุณธรรม ๔. ด้านการให้
พฒั นาคุณลักษณะอันพึง (กลั ยาณมติ ร) จริยธรรม คาปรึกษา
ประสงคข์ องอาจารย์ ๑) ปโิ ย (มชั ฌิมาปฏปิ ทา)
๑. ดา้ นความสามารถใน ๒) ครุ ๑) สมั มาทิฏฐิ (อริยสัจ ๔)
การสอน (พุทธลีลาใน ๓) ภาวนโี ย ๒) สมั มาสงั กปั ปะ ๑) ทุกข์
การสอน) ๔) วตตฺ า จ ๓) สัมมาวาจา ๒) สมุทัย
๕) วจนกฺขโม ๔) สมั มากัมมนั ตะ ๓) นโิ รธ
๑) สนั ทสั สนา ๖) คมภฺ ีรญจฺ กถ กตตฺ า ๕) สัมมาอาชวี ะ ๔) มรรค
๒) สมาทปนา ๗) โน จฏฐาเน นิโยชเย ๖) สัมมาวายามะ
๓) สมุตเตชนา ๗) สัมมาสติ
๔) สมั ปหังสนา ๘) สมั มาสมาธิ

ภาพที่ ๔.๑ รปู แบบการพัฒนาคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์

มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั (ฉบบั รา่ ง)

ทมี่ า : พระครสู มหุ ท์ ิพย์ สิรธิ มโฺ ม (การเพียร), ๒๕๖๑.

๔.๔ ผลการเสนอรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้วิจัยได้นาร่างรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่สร้างข้ึนภายใต้คาปรึกษาข้อเสนอแนะจากอาจารย์ท่ีปรึกษา
วิทยานิพนธ์ โดยผลการนาเสนอรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย สรุปผลการนาเสนอดงั น้ี

๔.๔.๑ ผลการตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากการจัดประชุมสนทนากลุ่ม
(Focus Group)

ผลการตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากการจัดประชุมสนทนากลุ่มผลการ
ตรวจสอบรปู แบบการพัฒนาคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย โดยจัดการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้ให้ข้อมูลหลักในการสนทนากลุ่ม (Focus
Group) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ อาคารเรียนรวมโซนซี (ช้ัน ๕ ห้องซี ๕๑๐) หลักสูตร

๑๔๒

พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะครุศาสตร์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จานวน ๙ รูป/คน ด้วยการ
เลือกเจาะจง (Purposive Selection) (รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิดังรายละเอียดในภาคผนวก) สรุปผลการ
สนทนากล่มุ ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑. ควรปรบั ปรุงภาพของรปู แบบฯ ใหม้ ีลาดบั องค์ประกอบทสี่ มบูรณ์
๒. ควรเพิ่มคาอธิบายใต้ภาพรปู แบบ ให้สมบูรณม์ ากย่งิ ขน้ึ
๓. ควรเขียนคาอธิบายการบูรณาการหลักพุทธธรรมกับด้านคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารยใ์ นแตล่ ะด้าน
๔. ในภาพรูปแบบฯ ควรปรับองค์ประกอบแตล่ ะดา้ นให้สมบูรณ์
๕. ตรวจสอบคาถกู ผิดให้ละเอียด
๖. ควรนาการอา้ งอิงเชงิ อรรถออกและปรบั สานวนใหม่ให้เปน็ ของผ้วู จิ ยั
๗. ควรเพมิ่ การพัฒนาคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของอาจารย์ในแต่ละด้าน
๘. คาอธิบายภาพควรนาผลทีไ่ ดจ้ ากการสัมภาษณม์ าบรู ณาการ
๙. ควรปรบั สานวนอธิบายรปู แบบให้เป็นงานผวู้ จิ ยั
๔.๔.๒ ผลการปรบั ปรงุ รูปแบบ
ผลการปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั (ฉบบั สมบรู ณ์) ดังน้ี
รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย เป็นรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่
แสดงถึงเอกสิทธ์ิและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเชิงกระบวนทัศน์พัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของกลุ่มบุคคล หรือบุคคลยินยอมปฏิบัติตามในที่สุดด้วย การพัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารย์ ดา้ นความสามารถในการสอน ด้านบุคลิกภาพ ด้านคุณธรรมและจริยธรรม และ
ด้านการให้คาปรึกษากับนิสิต เพ่ือแก้ปัญหาและพัฒนาให้อาจารย์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใน
ศตวรรษที่ ๒๑ งานอาจารย์เป็นงานท่ียาก เพราะอาจารย์ทางานสร้างคนซ่ึงมีความยุ่งยาก
สลบั ซับซ้อน งานของอาจารย์จะประสบความสาเรจ็ กต็ ่อเมื่อสามารถทาใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเปล่ียนแปลง
พฤติกรรมไปตามที่ ต้องการ อาจารย์จะต้องทาให้ศิษย์รู้จักคิดและตัดสินใจได้อย่างฉลาด อาจารย์
จะต้องแนะแนวทางให้ศิษย์ได้มีโอกาสเพิ่มพูนประสิทธิภาพของชีวิตความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับ
อาจารย์ในรูปแบบของการสอนน้ันเป็นศิลปะที่ยากท่ีจะวิเคราะห์ได้ ดังนั้นอาจารย์ จึงต้องผ่านการ
พัฒนาฝึกอบรมในคุณลักษณะท่ีดี มีนักการศึกษาหลายท่านได้ศึกษาและนาเสนอแนวคิดเก่ียวกับ
คุณลกั ษณะของอาจารยท์ ่ีดีในสถาบนั อุดมศกึ ษา ดังนี้
คณุ ธรรมของอาจารย์ตามหลกั พุทธศาสนา หรือ คุรุฐานิยม ซึ่งเป็นธรรมสาหรับครู ยึดถือ
ปฏบิ ัติเพอื่ สร้างศรทั ธาและยดึ มนั่ ในความดี มีอยู่ ๗ ประการ คอื
๑. ปิโย คอื การทาตวั ใหเ้ ปน็ ท่ีรกั แกศ่ ษิ ย์และบุคคลท่วั ไป
๒. ครุ คอื การเปน็ บคุ คลทม่ี คี วามหนกั แนน่ มจี ิตใจมน่ั คง มีความรูแ้ ละน่าเคารพ
๓. ภาวนิโย คอื การเปน็ ผทู้ ่ไี ด้รับการยกย่องว่าเปน็ ผู้มีความประพฤติอันดีงาม
๔. วตฺตา จ คือ เป็นผู้มีความมานะในการตักเตือนส่ังสอน โดยไม่เกรงกลัวว่าจะ
เกลยี ดหรอื โกรธ มีความเฉลียวฉลาดในการใช้คาพูด

๑๔๓

๕. วจนกฺขโม คอื เป็นผมู้ ีความอดทนตอ่ ถอ้ ยคา โดยมเี จตนาดีเป็นท่ีต้ัง
๖. คมฺภรี ญฺจ กถ กตตฺ า คอื การรู้จักสอนจากง่ายไปหายากหรือความลึกซ้ึงโดยลาดบั
๗. โน จฏฐฺ าเน นโิ ย ชเย คือ การรู้จักแนะนาในทางทถ่ี ูกท่คี วร ไม่แนะนานอกลู่นอกทาง
ครูในยคุ ศตวรรษท่ี ๒๑ ต้องมลี กั ษณะ E-Teacher" ดงั น้ี
๑. Experience มีประสบการณใ์ นการจดั การเรียนรแู้ บบใหม่
๒. Extended มีทกั ษะการแสวงหาความรู้
๓. Expended มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนสู่นักเรียน
ผา่ นสื่อเทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๔. Exploration มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือ
เนือ้ หาทีท่ ันสมัย เหมาะสมและเปน็ ประโยชนต์ ่อผู้เรียนผ่านทางสือ่ เทคโนโลยี
๕. Evaluation เป็นนักประเมินที่ดี มีความบริสุทธ์ิและยุติธรรม และสามารถใช้
เทคโนโลยีในการประเมนิ ผล
๖. End-User เป็นผทู้ ่ีใชเ้ ทคโนโลยี (user) อยา่ งคมุ้ คา่ และใช้ไดอ้ ย่างหลากหลาย
๗. Enabler สามารถใช้เทคโนโลยีสรา้ งบทเรยี น
๘. Engagement ต้องร่วมมือและแลกเปล่ียนเรียนรู้ซ่ึงกันผ่านสื่อเทคโนโลยีจน
พฒั นาเปน็ เครือข่ายความรว่ มมือ เช่น เกิดชมุ ชนครูบน web
๙. Efficient and Effective สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลทั้งในฐานะท่เี ป็นผ้ผู ลิตความรู้ ผกู้ ระจายความรู้ และผ้ใู ชค้ วามรู้
ทกั ษะทจ่ี าเป็นสาหรับครไู ทยในอนาคต (C-Teacher) ไว้ 8 ประการคอื
๑. Content ครตู ้องมคี วามรู้และทักษะในเรอื่ งทีส่ อนเปน็ อยา่ งดี หากไม่แม่นในเร่ือง
ที่สอนหรอื ถ่ายทอดแล้ว กย็ ากท่ีนกั เรยี นจะมคี วามรคู้ วามเข้าใจในเนื้อหาน้นั ๆ
๒. Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยใน
การจัดการเรียนการสอน เน่อื งจากกิจกรรมการเรยี นการสอนที่ใช้เทคโนโลยจี ะช่วยกระตุ้นความสนใจ
ให้กับนักเรียน และหากออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริม
ความรแู้ ละทักษะทตี่ อ้ งการไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
๓. Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดท่ีว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์
ความรูข้ ้นึ เองได้จากภายในตัวของผเู้ รยี นเอง โดยเช่ือมโยงความรู้เดิมท่ีมีอยู่ภายในเข้ากับการได้ลงมือ
ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งครูสามารถนาแนวคิดนี้ไปพัฒนาวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือให้
นกั เรยี นเกดิ ความร้แู ละทกั ษะท่ีตอ้ งการได้
๔. Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน
ผู้เรียนกับครู ครภู ายในสถานศกึ ษาเดยี วกันหรือตา่ งสถานศกึ ษา ระหว่างสถานศึกษา และสถานศึกษา
กับชมุ ชน เพือ่ สรา้ งสภาพแวดลอ้ มในการเรียนรทู้ ี่เป็นประสบการณต์ รงให้กบั นกั เรยี น
๕. Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้
แบบร่วมมือกันระหว่างนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียนด้วยกัน เพ่ือฝึกทักษะการทางานเป็น
ทีม การเรียนรู้ด้วยตนเอง และทักษะที่สาคัญอื่น ๆ

๑๔๔

๖. Communication ครูต้องมีทักษะการส่ือสาร ทั้งการบรรยาย การยกตัวอย่าง
การเลอื กใช้ส่อื การนาเสนอสอ่ื รวมถึงการจัดสภาพแวดลอ้ มให้เอ้อื ต่อการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้
ใหก้ ับนักเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสม

๗. Creativity ในยุคสมัยหน้าครูต้องออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ จัด
สภาพแวดล้อม ให้เอ้ือต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน มากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้โดยตรงเพียง
อยา่ งเดียว

๘. Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย
อย่างจริงใจต่อนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดความเช่ือใจ ส่งผลให้เกิดสภาพการเรียนรู้ตื่นตัวแบบผ่อน
คลาย ซึ่งเป็นสภาพทีน่ ักเรยี นจะเรยี นรไู้ ดด้ ที ส่ี ุด

คุณลักษณะครไู ทยทม่ี คี ุณภาพ จะต้องมีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปนี้
๑. เป็นผมู้ จี ิตวิญญาณของความเปน็ ครูและผ้ใู ห้
๒. มคี วามรู้ ความสามารถและทกั ษะการจดั การเรยี นรู้
๓. มที ักษะการสอ่ื สาร
๔. อานวยความสะดวกในการเรยี นรู้ท่มี ปี ระสิทธภิ าพ
๕. ตื่นรู้ ทันสมัยทันเหตกุ ารณ์
๖. ตามทันเทคโนโลยีและขา่ วสาร
๗. สรา้ งแรงบนั ดาลใจในการเรียนรูข้ องผ้เู รียน
๘. ใฝ่ควา้ และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนอื่ ง
๙. เป็นแบบอยา่ งทางคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและศลี ธรรม
๑๐. รู้และเขา้ ใจในอัตลักษณ์ความเปน็ ชนชาติไทยทห่ี ลากหลาย
๑๑. ภาคภูมใจในความเป็นพลเมอื งไทยและพลเมืองโลก
๑๒. ยอมรบั และเปน็ ผ้นู าการเปล่ียนแปลง
๑๓. มีความพรอ้ มและปรับปรุงต่อการเปลย่ี นแปลงของโลกและประชาคมอาเซียน

เป้าหมายหลักของการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยคือ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็น
บุคคลท่ีมีคุณภาพ และมีจุดมุ่งหมายที่สาคัญในการพัฒนาคือให้ผู้เรียนเป็น คนดีมีปัญญามีความสุขมี
ศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพเป็นใจความที่ปรากฏในหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ การท่ีจะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวต้องอาศัย ครู
อาจารย์หรือผู้สอนท่มี ที ักษะในการจัดการเรยี นรคู้ รู อาจารย์ที่มเี จตคติต่อวิชาชีพครูท่ีดีและมีแรงจูงใจ
ใฝ่สัมฤทธ์ิ สูงโดยเฉพาะในยุคศตวรรษที่ ๒๑ แนวคิดเร่ืองทักษะการเป็นครูในศตวรรษท่ี ๒๑ ได้ถูก
นาเสนอในหนังสือเรื่องทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพื่อศตวรรษท่ี ๒๑ ที่กล่าวถึงแนวโน้ม
สภาพการณ์ การปฏริ ปู การศกึ ษาท่ีเปน็ กระแสใหม่ท่ัวโลกเพราะเป็นยุคศตวรรษที่ ๒๑ สภาพการของ
โลกนี้เปล่ียนไปเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีเป็นสังคมโลกที่สลับซับซ้อนเช่ือมโยงและ
เคล่ือนไหวเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วสังคมโลกกลายเป็นสังคมความรู้ (Knowledge Society) หรือ
สังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ด้วยเหตุน้ี ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและ
องค์การทางการศึกษา จึงต้องปรับตัวให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) ทุก
ภาคสว่ นของสังคมควรจะตอ้ งทุ่มเทให้กับการศกึ ษา ท้ังน้ีเพราะการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ชีวิต

๑๔๕

และการกล่อมเกลาของคนโดยคนและเพื่อคน ดังน้ัน คนจึงเป็นส่วนสาคัญที่สุด เป็นศูนย์กลางของ
กระบวนการเรียนรู้ท้ังปวง ประกอบกับนานาทัศนะมีความเห็นสอดคล้องกันเป็นท่ียอมรับกันแล้วว่า
เศรษฐกิจ และสังคมจะดีเพียงใดจะแข่งขันในตลาดโลกได้ดีเพียงใด ข้ึนอยู่กับคุณภาพของประชาชน
คุณภาพแรงงานและคุณภาพของผู้นาในวงการต่าง ๆ ท้ังยังยอมรับกันว่า คุณภาพคนข้ึนอยู่กับ
คุณภาพการศกึ ษาและคณุ ภาพ การศึกษาขนึ้ อยู่กับคณุ ภาพครู อาจารยเ์ ปน็ หลกั

ผู้วิจัยจึงได้จัดทา “คู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารย์มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเพื่อนาเสนอรูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อจะนาไปใช้ให้
เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยมีสาระสาคัญของคู่มือประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๔ ด้าน ดังนี้
๑) ความสามารถในการสอน ๒) ด้านบุคลิกภาพ ๓) ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ๔) ด้านการให้
คาปรกึ ษากบั นิสติ

การใช้คู่มือคู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย มีขั้นตอนดงั ต่อไปน้ี

๑. ให้คณะทุกคณะ วิทยาเขต และวิทยาลัยสงฆ์ ที่สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลยั จดั โครงสร้างคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์เก่ียวกับรูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยแต่งตั้ง
คณะทางานผู้รับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งควรเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในหา
ข้อสรุปเก่ียวกับรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย เพ่อื ใหก้ ารดาเนินงานตามภารกจิ และเป็นการทางานแบบมสี ว่ นรว่ มในสถาบัน

๒. ให้คณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ เสนอแต่งต้ังกาหนดคณะทางาน
ผู้รับผิดชอบร่วมกันทาหน้าที่ตามขอบข่ายภารกิจของรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์ มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

๓. ดาเนินการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวทิ ยาลยั ตามรายละเอียดในคมู่ ือ

๔. สรปุ และรายงานผลการดาเนนิ งาน
โดยมีรายละเอียดการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ดังแสดงในภาพ

๑๔๖

รปู แบบการพัฒนาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

คณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องอาจารย์ มาตรฐานวิชาชีพครู
๑. ดา้ นความสามารถในการสอน ๑. ค่านยิ มและคุณลกั ษณะความเป็นครู
๒. ดา้ นบุคลิกภาพ ๒. ความรแู้ ละศาสตรก์ ารสอน
๓. ดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม ๓. การปฏิบตั ิงานในหน้าท่ี
๔. ดา้ นการใหค้ าปรกึ ษา ๔. ความสัมพันธก์ บั ผปู้ กครองและชุมชน

กระบวนการพัฒนา

๑. การพัฒนาความสามารถ ๒. การพัฒนาบุคลิกภาพ โดย ๓. การพัฒนาคุณธรรม ๔. การพฒั นาการให้
ในการสอน โดยสรา้ ง สร้างโครงการพัฒนาอบรม จรยิ ธรรม โดยออกข้อบังคบั คาปรกึ ษากบั นิสติ โดยสร้าง
หลกั สูตร ฝึกอบรม ระเบยี บหรอื ประกาศ ฝกึ อบรม หลักสูตรหรอื สร้างโครงการ

อบรมพฒั นา

หลักพุทธธรรมทส่ี ง่ เสรมิ การพัฒนา

๑. ด้านความสามารถในการ ๒. ด้านบคุ ลิกภาพ ๓. ดา้ นคณุ ธรรม ๔. ดา้ นการให้คาปรกึ ษา

สอน (พทุ ธลลี าในการสอน) (กัลยาณมิตร) จริยธรรม (อรยิ สัจ ๔)

๑) สันทัสสนา ๑) ปโิ ย (มชั ฌมิ าปฏปิ ทา) ๑) ทุกข์

๒) สมาทปนา ๒) ครุ ๑) สมั มาทฏิ ฐิ ๒) สมทุ ยั

๓) สมตุ เตชนา ๓) ภาวนโี ย ๒) สัมมาสังกปั ปะ ๓) นโิ รธ

๔) สมั ปหงั สนา ๔) วตฺตา จ ๓) สัมมาวาจา ๔) มรรค

๕) วจนกฺขโม ๔) สัมมากัมมนั ตะ

ภาพที่ ๔.๒ รปู แบบ๗๖))กโคานมรภฺจพีรฏญฒัฐาจฺ นเนกาถนคโิกุณยตชตฺลเยาักษณะอนั พึง๖๕ป)) สสรมััมะมมสาางอวาคายช์ขาวี มอะะงอาจารย์มหาวทิ ยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย (ฉบับสมบูรณ)์ ๗) สัมมาสติ
ท่มี า : พระครูสมุห์ทิพย์ สริ ิธมโฺ ม (การเพียร), ๒๘๕) ๖สมั ๑ม.าสมาธิ

รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย (ฉบับสมบูรณ)์ ประกอบดว้ ย

ก. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องอาจารย์
๑. ความสามารถในการสอน
๒. บุคลกิ ภาพ
๓. คุณธรรมจรยิ ธรรม
๔. การใหค้ าปรกึ ษา

ข. มาตรฐานวชิ าชพี ครู
๑. คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะความเปน็ ครู
๒. ความรแู้ ละศาสตร์การสอน
๓. การปฏิบัติงานในหนา้ ท่ี
๔. ความสมั พันธ์กบั ผูป้ กครองและชมุ ชน

๑๔๗

ค. กระบวนการพัฒนา
๑. การพฒั นาความสามารถในการสอน โดยสร้างหลกั สตู ร ฝกึ อบรม
๒. การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ โดยสร้างโครงการ พฒั นา อบรม
๓. การพัฒนาคณุ ธรรมจริยธรรม โดยออกขอ้ บงั คบั ระเบยี บหรือประกาศ ฝกึ อบรม
๔. การพัฒนาการให้คาปรึกษากับนิสิต โดยสร้างหลักสูตรหรือสร้างโครงการ อบรม

พฒั นาขบวนการ
ฆ. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
๑. ความสามารถในการสอน ลักษณะของอาจารย์ยุคศตวรรษท่ี ๒๑ (4.0) ต้องมี

เรียกว่า E-Teacher ๑) มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ เช่นเรียนผ่านทางส่ือ
เทคโนโลยีฯ ๒) มีทักษะการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพ่ือขยายองค์ความรู้ของตนเองตลอดเวลา ผ่าน
ทางสื่อเทคโนโลยีฯ ๓) มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนเองสู่ผู้เรียนผ่านส่ือ
เทคโนโลยีฯ ๔) มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาที่ทันสมัยเหมาะสมและเป็น
ประโยชน์ต่อผู้เรียนผ่านทางส่ือเทคโนโลยีฯ ๕) เป็นนักประเมินท่ีดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม
สามารถใช้เทคโนโลยีในการประเมินผล ๖) เป็นผู้ใช้สื่อเทคโนโลยี (user) อย่างคุ้มค่าและใช้ได้อย่าง
หลากหลาย ๗) สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน เน้ือหาและสื่อการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๘) ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกันผ่านสื่อเทคโนโลยีจนพัฒนาเป็นเครือ ข่ายความ
ร่วมมือ เช่นเกิดชุมชนสภาคณาจารย์อยู่บน Web ๙) สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
และประสทิ ธผิ ลท้งั ในฐานะทเี่ ป็นผ้ผู ลิตความร้ผู กู้ ระจายความรแู้ ละผ้ใู ช้ความรู้

ห ลั ก ธ ร ร ม ท่ี ใ ช้ ใ น ก า ร พั ฒ น า คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง อ า จ า ร ย์
ด้านความสามารถในการสอน คือ พุทธลีลาในการสอน ได้แก่ ๑) สันทัสสนา ๒) สมาทปนา ๓) สมุต
เตชนา ๔) สมั ปหงั สนา

๒. บุคลิกภาพ บุคลิกภาพท่ีดีของอาจารย์ที่ดีประกอบด้วยบุคลิก ๔ ด้าน ๑)
บคุ ลกิ ภาพทางกาย เป็นผู้มบี ุคลิกทางการแสดงออกเป็นปกติเป็นผู้น่าเลื่อมใสศรัทธาและเคารพนับถือ
๒) บุคลกิ ด้านอารมณ์ เป็นผู้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ท่ีเหมาะสม มีอารมณ์ม่ันคงเสมอต้นเสมอปลายไม่
ว่าจะเป็นการแสดงทางสีหน้า แววตา ท่าทางและวาจา ๓) บุคลิกด้านสังคม เป็นบุคลิกภาพที่
แสดงออกให้ผู้อ่ืนพบเหน็ ไดใ้ นสงั คม การเข้าสู่สังคมจึงเป็นบทบาทหนึ่งของครูอาจารย์ ๔) บุคลิกภาพ
ด้านสติปัญญา หมายถึง การใช้สติปัญญาในการสอน และการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีและมี
ประสิทธภิ าพ เชน่ การสอน ลักษณะการสอน การเตรยี มตวั สอนฯ

หลักธรรมที่ใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ ด้านบุคลิกภาพ
คอื กัลยาณมติ รธรรม ๗ ประการ ได้แก่ ๑) ปิโย ๒) ครุ ๓) ภาวนีโย ๔) วตฺตา จ ๕) วจนกฺขโม ๖) คมฺ
ภรี ญจฺ กถ กตตฺ า ๗) โน จฏฐาเน นิโยชเย

๓. คุณธรรมจริยธรรม การประเมินคุณธรรมและจริยธรรมของครูอาจารย์ผู้ท่ีเป็น
บุคลากรทางการศึกษา ๑) พฤติกรรมการรักษาระเบียบวินัย ๒) การประพฤติตนเป็นแบบอย่างท่ีดี
๓) การดารงชีวิตอย่างเหมาะ ๔) ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ ๕) ความรับผิดชอบในวิชาชีพ
๖) คา่ นยิ มและอุดมการณ์ของความเปน็ ครูอาจารย์

๑๔๘

ด้านคุณธรรมจริยธรรม คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรืออริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ ๑)
สัมมาทฏิ ฐิ ๒) สมั มาสงั กัปปะ ๓) สมั มาวาจา ๔) สัมมากัมมันตะ ๕) สัมมาอาชีวะ ๖) สัมมาวายามะ
๗) สัมมาสติ ๘) สมั มาสมาธิ

๔. การให้คาปรึกษากับนิสิต ครูอาจารย์สามารถเป็นได้ท้ังผู้สอนผู้เรียนรู้และผู้ให้
คาปรกึ ษาไดท้ ุกแนวทางแก่ผ้เู รยี น ๑) เพราะโลกคือห้องเรียนมิใช่ห้องเรียนคือโลก ๒) ต้องสอนทักษะ
ให้เด็กควบคู่กับเทคโนโลยี ๓) แนะนาให้เด็กค้นหาตัวเองคือทักษะเช่นสามารถทางานร่วมกับคนเยอะได้
อย่างรวดเร็ว ๔) รับผิดชอบงานได้ด้วยตนเองและรู้พลิกแพลงกระบวนการแก้ปัญหาได้ ๕) แนะนา
ไม่ให้มองโลกแคบหรือจากัดขอบเขตอยู่แต่ในประเทศตนเองให้รู้จักมองหาโอกาสใหม่ๆ ท่ีมีอยู่อย่าง
มากมาย ๖) ยุคใหม่เด็กตอ้ งเน้นทกั ษะดา้ นภาษาของโลก

ดา้ นการให้คาปรกึ ษา คอื อรยิ สัจ ๔ ได้แก่ ๑) ทกุ ข์ ๒) สมทุ ัย ๓) นโิ รธ ๔) มรรค

๔.๕ องคค์ วามรู้จากการวจิ ยั

องค์ความรูจ้ ากการวจิ ยั ครั้งนี้ เป็นการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ เป็น
หน่ึงในนวัตกรรมที่แสดงถึงเอกสิทธ์ิและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเชิงกระบวนทัศน์พัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของกลุ่มบุคคล หรือบุคคลยินยอมปฏิบัติตามในที่สุดด้วย การพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ ด้านความสามารถในการสอน ด้านบุคลิกภาพ ด้านคุณธรรม
และจริยธรรม และด้านการใหค้ าปรกึ ษากับนสิ ติ เพ่ือแกป้ ัญหาและพัฒนาให้อาจารย์มีคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ในศตวรรษที่ ๒๑ งานอาจารย์เป็นงานที่ยาก เพราะอาจารย์ทางานสร้างคนซึ่งมีความ
ยุ่งยากสลับซับซ้อน งานของอาจารย์จะประสบความสาเร็จก็ต่อเมื่อสามารถทาให้ผู้เรียนเกิดการ
เปล่ยี นแปลงพฤติกรรมไปตามที่ ต้องการ อาจารย์จะตอ้ งทาให้ศิษย์รู้จักคิดและตัดสินใจได้อย่างฉลาด
อาจารย์จะต้องแนะแนวทางให้ศิษย์ได้มีโอกาสเพิ่มพูนประสิทธิภาพของชีวิตความสัมพันธ์ระหว่าง
ศิษย์กับอาจารย์ในรูปแบบของการสอนน้ันเป็นศิลปะที่ยากท่ีจะวิเคราะห์ได้ ดังน้ันอาจารย์ จึงต้อง
ผา่ นการพัฒนาฝกึ อบรมในคุณลักษณะที่ดี โดยสรุปเป็น “DAB MODEL” ดงั แสดงในภาพท่ี ๔.๑

BD
(Buddhism) (Development)

A
(Attribute)

ภาพท่ี ๔.๑ องคค์ วามร้จู ากการวิจยั DAB MODEL
ที่มา : พระครูสมุหท์ พิ ย์ สิรธิ มฺโม (การเพียร), ๒๕๖๑.

๑๔๙

อธิบายภาพองค์ความรจู้ ากการวจิ ยั “DAB MODEL” ดังนี้
๑. D = Development การพัฒนา คือ กระบวนการพัฒนา ประกอบด้วย การ

พัฒนาความสามารถในการสอน โดยสร้างหลักสูตร ฝึกอบรม การพัฒนาบุคลิกภาพ โดยสร้าง
โครงการพัฒนาอบรม การคุณธรรมจริยธรรม โดยออกข้อบังคับระเบียบหรือประกาศ ฝึกอบรม การ
พฒั นาการใหค้ าปรึกษากบั นิสติ โดยสร้างหลกั สูตรหรือสร้างโครงการ อบรมพฒั นาขบวนการ

๒. A = Attribute คุณลักษณะ คือ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
ประกอบดว้ ย ความสามารถในการสอน ลักษณะของอาจารย์ยคุ ศตวรรษที่ ๒๑ (4.0) ต้องมีเรียกว่า E-
Teacher บุคลิกภาพ บุคลิกภาพที่ดีของอาจารย์ที่ดี คุณธรรมจริยธรรม การประเมินคุณธรรมและ
จริยธรรมของครอู าจารยผ์ ู้ที่เป็นบุคลากรทางการศึกษา การให้คาปรึกษากับนิสิต ครูอาจารย์สามารถ
เปน็ ไดท้ ง้ั ผสู้ อนผ้เู รยี นรแู้ ละผูใ้ ห้คาปรกึ ษาได้ทกุ แนวทางแก่ผูเ้ รยี น

๓. B=Buddhism หลักพุทธธรรม คือ หลักพุทธธรรมที่ใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ของอาจารย์ ประกอบด้วย ความสามารถในการสอน คือ พุทธลีลาในการสอน ๔
บุคลิกภาพ คือ กัลยาณมิตรธรรม ๗ คุณธรรมจริยธรรม คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรืออริยมรรคมีองค์ ๘
การให้คาปรกึ ษา คอื อรยิ สจั ๔

บทที่ ๕

สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

การศึกษาเรื่อง “รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี คือ การวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัย
เชิงปริมาณ สรุปผลการวิจยั ตามวัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย ๓ ประการ ดงั นี้

วัตถุประสงค์ท่ี ๑ เพื่อศึกษาสภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๒) การใช้แบบสอบถามอาจารย์
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย สว่ นกลาง (วงั น้อย) วิทยาเขต และวิทยาลัยสงฆ์ จานนวน ๑๖๕
รูป/คน มีเคร่ืองมือในการวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ
คา่ เฉลีย่ และคา่ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน นาเสนอในรปู แบบตารางประกอบคาบรรยาย

วัตถุประสงค์ที่ ๒ เพ่ือพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดย ๑) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้อง ๒) การ
สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก จานวน ๗ รูป/คน มีเคร่ืองมือในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ และทาการ
วเิ คราะห์ข้อมลู ด้วยการวเิ คราะหเ์ นือ้ หา

วัตถุประสงค์ท่ี ๓ เพ่ือเสนอรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดย ๑) ยกร่างรูปแบบพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒) สนทนากลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จานวน ๙ รูป/คน
มีเคร่ืองมือในการวิจัย คือ แนวคาถามสาหรับการสนทนากลุ่ม และทาการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย
การวเิ คราะหเ์ นื้อหา โดยนาเสนอตามลาดับ ดังน้ี

๕.๑ สรปุ ผลการวจิ ยั

ผ้วู ิจัย สรุปผลการวิจัยตามวัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั ท้ัง ๓ ประการ ดงั น้ี

๕.๑.๑ เพ่ือศึกษาสภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

ผลการวิจัย สภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั ในภาพรวม พบว่า มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับ
มากทกุ ด้าน คือ คุณธรรมและจริยธรรม ความสามารถในการสอน บุคลกิ ภาพ และการใหค้ าปรึกษากบั นสิ ติ

สภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ด้านความสามารถในการสอน ในภาพรวมพบว่า มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณา
รายด้าน โดยเรียงลาดับจากด้านที่มีระดับความคิดเห็นจากมากไปน้อย ๓ อันดับ ได้แก่ สร้าง
บรรยากาศในห้องเรียนท่ีเอ้ือต่อการเรียนการสอน ช้ีแจงแผนการเรียนรายวิชาและวัตถุประสงค์ของ

๑๕๑

การเรียนการสอน วัดและประเมินผลภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติสัมพันธ์กับกิจกรรมการสอน และ
วตั ถุประสงคข์ องการเรยี นการสอน และอันดับสุดท้าย คือ นานวัตกรรมใหมๆ่ มาใชส้ อนในหลักสตู ร

สภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้าน
บุคลิกภาพ ในภาพรวมพบว่า มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน โดยเรียงลาดับจาก
ด้านที่มีระดับความคิดเห็นจากมากไปน้อย ๓ อันดับ ได้แก่ แสดงความยินดีกับนิสิตเมื่อนิสิตประสบ
ความสาเร็จ มมี ารยาทดี และวางตัวไดเ้ หมาะสม และยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของนิสิต ร่วมมือกับเพ่ือนร่วมงาน
ในการอบรมสั่งสอนนสิ ิตและอนั ดบั สุดท้าย คือ แลกเปล่ียนความรู้ และประสบการณก์ บั เพื่อนร่วมงาน

สภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้าน
คุณธรรมและจริยธรรม ในภาพรวมพบว่า มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายด้าน โดย
เรียงลาดับจากด้านท่ีมีระดับความคิดเห็นจากมากไปน้อย ๓ อันดับ ได้แก่ มีความขยัน มีความตั้งใจ และพยายาม
ช่วยให้นิสิตบรรลุจุดมุ่งหมาย มีความซื่อสัตย์ สุจริตไม่แสวงหาผลประโยชน์จากนิสิต กล่าวคาตักเตือนนิสิตเม่ือ
ประพฤติไมถ่ ูกต้อง และอันดับสดุ ท้าย คือ มีวนิ ัยในตนเอง ปฏิบตั ิตนอยา่ งถูกตอ้ งเป็นแบบอยา่ งทดี่ ีแกน่ ิสิต

๕.๑.๒ เพ่ือพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผลการวจิ ยั พบว่า รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกอบด้วย ก) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ ข) มาตรฐาน
วิชาชีพครู ค) กระบวนการพัฒนา ๑) การพัฒนา ๒) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
๓) หลักธรรมทใี่ ชใ้ นการพฒั นาคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องอาจารย์ โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี

ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ประกอบด้วยความสามารถในการสอน
บุคลกิ ภาพ คณุ ธรรมจริยธรรม และการให้คาปรกึ ษา

ข. มาตรฐานวิชาชีพครู ประกอบด้วยค่านิยมและคุณลักษณะความเป็นครู ความรู้ และ
ศาสตร์การสอน การปฏิบตั งิ านในหน้าที่ และความสัมพนั ธ์กบั ผูป้ กครองและชุมชน

ค. กระบวนการพัฒนา
๑. การพัฒนา ประกอบด้วย ๑) การพัฒนาความสามารถในการสอน โดยสร้าง

หลักสูตร ฝึกอบรม ๒) การพัฒนาบุคลิกภาพ โดยสร้างโครงการ พัฒนา อบรม ๓) การพัฒนาคุณธรรม
จริยธรรม โดยออกข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศ ฝึกอบรม และ ๔) การพัฒนาการให้คาปรึกษากับนิสิต
โดยสรา้ งหลักสตู รหรือสร้างโครงการ อบรมพัฒนาขบวนการ

๒. คุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องอาจารยม์ หาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ประกอบด้วย

๑) ความสามารถในการสอน ลักษณะของอาจารย์ยุคศตวรรษที่ ๒๑ (4.0) ต้องมี
เรยี กว่า E-Teacher ไดแ้ ก่ (๑) มีประสบการณ์ในการจัดการเรยี นการสอนแบบใหม่ เช่นเรียนผ่านทาง
ส่อื เทคโนโลยฯี (๒) มที กั ษะการแสวงหาความรใู้ หมๆ่ เพือ่ ขยายองค์ความรู้ของตนเองตลอดเวลา ผ่าน
ทางสื่อเทคโนโลยีฯ (๓) มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนเองสู่ผู้เรียนผ่านส่ือ
เทคโนโลยีฯ (๔) มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเน้ือหาที่ทันสมัยเหมาะสมและเป็น
ประโยชน์ต่อผู้เรียนผ่านทางส่ือเทคโนโลยีฯ (๕) เป็นนักประเมินท่ีดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม
สามารถใช้เทคโนโลยีในการประเมินผล (๖) เป็นผู้ใช้ส่ือเทคโนโลยี (user) อย่างคุ้มค่าและใช้ได้อย่าง

๑๕๒

หลากหลาย (๗) สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน เนื้อหาและส่ือการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๘) ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกันผ่านส่ือเทคโนโลยีจนพัฒนาเป็นเครือ ข่ายความ
ร่วมมือ เช่นเกิดชุมชนสภาคณาจารย์อยู่บน Web และ (๙) สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมี
ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลทัง้ ในฐานะทีเ่ ป็นผู้ผลิตความร้ผู ้กู ระจายความรู้และผู้ใชค้ วามรู้

๒) บุคลิกภาพ บุคลิกภาพที่ดีของอาจารย์ท่ีดีประกอบด้วยบุคลิก ๔ ด้าน ได้แก่
(๑) บุคลิกภาพทางกาย เป็นผู้มีบุคลิกทางการแสดงออกเป็นปกติเป็นผู้น่าเล่ือมใสศรัทธาและเคารพ
นับถือ (๒) บุคลิกด้านอารมณ์ เป็นผู้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ท่ีเหมาะสม มีอารมณ์ม่ันคงเสมอต้นเสมอ
ปลายไมว่ ่าจะเป็นการแสดงทางสีหน้า แววตา ท่าทางและวาจา (๓) บุคลิกด้านสังคม เป็นบุคลิกภาพ
ที่แสดงออกให้ผู้อ่ืนพบเห็นได้ในสังคม การเข้าสู่สังคมจึงเป็นบทบาทหนึ่งของครูอาจารย์ และ
(๔) บคุ ลกิ ภาพดา้ นสตปิ ัญญา หมายถึง การใช้สติปญั ญาในการสอน และการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีและ
มีประสทิ ธภิ าพ เช่น การสอน ลกั ษณะการสอน การเตรยี มตัวสอนฯ

๓) คุณธรรมจริยธรรม การประเมินคุณธรรมและจริยธรรมของครูอาจารย์ผู้ที่เป็น
บุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย (๑) พฤติกรรมการรักษาระเบียบวินัย (๒) การประพฤติตนเป็น
แบบอย่างท่ีดี (๓) การดารงชีวิตอย่างเหมาะ (๔) ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ (๕) ความรับผิดชอบ
ในวชิ าชพี (๖) คา่ นยิ มและอดุ มการณ์ของความเป็นครูอาจารย์

๔) การใหค้ าปรกึ ษากับนสิ ติ ครอู าจารยส์ ามารถเปน็ ไดท้ ้ังผู้สอนผู้เรียนรู้และผู้ให้
คาปรึกษาได้ทุกแนวทางแก่ผู้เรียน ได้แก่ (๑) เพราะโลกคือห้องเรียนมิใช่ห้องเรียนคือโลก (๒) ต้อง
สอนทักษะใหเ้ ด็กควบคู่กับเทคโนโลยี (๓) แนะนาให้เดก็ ค้นหาตัวเองคือทักษะเช่นสามารถทางานร่วมกับ
คนเยอะได้อย่างรวดเร็ว (๔) รับผิดชอบงานได้ด้วยตนเองและรู้พลิกแพลงกระบวนการแก้ปัญหาได้
(๕) แนะนาไมใ่ ห้มองโลกแคบหรือจากัดขอบเขตอยู่แต่ในประเทศตนเองให้รู้จักมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่
มีอยู่อย่างมากมาย และ (๖) ยคุ ใหมเ่ ด็กตอ้ งเนน้ ทกั ษะดา้ นภาษาของโลก

๓. หลักธรรมทใ่ี ช้ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
๑) หลักธรรมที่ใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ด้าน

ความสามารถในการสอน คือ พทุ ธลีลาในการสอน ไดแ้ ก่ สันทสั สนา สมาทปนา สมตุ เตชนา และ สัมปหังสนา
๒) หลักธรรมท่ีใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ด้าน

บุคลิกภาพ คือ กัลยาณมิตรธรรม ๗ ประการ ได้แก่ ปิโย, ครุ, ภาวนีโย, วตฺตา จ, วจนกฺขโม, คมฺภีรญฺจ
กถ กตฺตา, โน จฏฐาเน นิโยชเย

๓) หลกั ธรรมท่ใี ช้ในการพฒั นาคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องอาจารย์ด้านคุณธรรม
จริยธรรม คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรืออริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ, สัมมาวาจา,
สมั มากมั มันตะ, สมั มาอาชีวะ, สมั มาวายามะ, สมั มาสติ, สัมมาสมาธิ

๔) หลักธรรมท่ีใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ด้านการ
ให้คาปรกึ ษา คอื อริยสจั ๔ ได้แก่ ทกุ ข,์ สมทุ ยั , นิโรธ และ มรรค

๕.๑.๓ เพ่ือเสนอรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

ผลการวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิได้ตรวจสอบรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั พบว่า มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการนาไปใชใ้ นการพัฒนาได้จริง

๑๕๓

๕.๒ อภปิ รายผลการวิจัย

การวิจัยเร่ือง “รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย” ผ้วู ิจัย พบประเด็นสาคญั ที่นามาอภปิ รายผล ดงั ตอ่ ไปน้ี

จากผลการศึกษาสภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย ในภาพรวม พบว่า มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายด้าน
พบว่า มีระดับความคิดเห็นมากทุกด้าน โดยเรียงลาดับจากด้านท่ีมีระดับความคิดเห็นมากไปน้อย
ได้แก่ ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ด้านความสามารถในการสอน ด้านบุคลิกภาพ และ ด้านการให้
คาปรึกษากบั นสิ ติ สอดคล้องกบั งานวจิ ัยของ Ashworth, Allan and Harvey, Roger C. ได้ศึกษา
เรื่อง “การประเมินคุณภาพในการส่งเสริมการศึกษาระดับอุดมศึกษา” ที่ผลการวิจัยพบว่า อาจารย์
คุณภาพของอาจารย์นับว่ามีความสาคัญยิ่งต่อคุณภาพการศึกษาสาหรับตัวบ่งชี้ความมีคุณภาพของ
คณาจารย์ ได้แก่ ๑) จานวนอาจารย์ท่ีมีความเช่ียวชาญในสาขาวิชา ๒) ประสบการณ์ด้านวิชาการ
ด้านวิชาชพี และด้านการสอน ๓) การพัฒนาคณาจารย์ ๔) สัดส่วนระหว่างอาจารย์ต่อนิสิต/นักศึกษา
สาหรับการสอนภาคทฤษฎีในชั้นเรียน ๕) สัดส่วนระหว่างอาจารย์ต่อนิสิตนักศึกษาสาหรับการสอน
ภาคปฏิบัติบนคลีนิค ๖) ผลงานวิจัย ๗) ผลงาทางวิชาการ ๘) อาจารย์ที่มีความรู้ท่ีทันสมัย
๙) อาจารย์ได้รบั เสรีภาพตามสิทธิและเสรีภาพทางวชิ าการ๑

รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย ประกอบด้วย ๑) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ คือ ความสามารถในการสอน
บคุ ลิกภาพ คณุ ธรรมจริยธรรม การให้คาปรึกษา ๒) มาตรฐานวิชาชีพครู คือ ค่านิยมและคุณลักษณะ
ความเป็นครู ความรู้และศาสตร์การสอน การปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและ
ชุมชน ๓) กระบวนการพฒั นา (๑) การพฒั นา ประกอบดว้ ย การพฒั นาความสามารถในการสอน โดย
สรา้ งหลกั สูตร ฝกึ อบรม การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ โดยสร้างโครงการพัฒนาอบรม การคุณธรรมจริยธรรม
โดยออกข้อบังคับระเบียบหรือประกาศ ฝึกอบรม การพัฒนาการให้คาปรึกษากับนิสิต โดยสร้าง
หลักสูตรหรือสร้างโครงการ อบรมพัฒนาขบวนการ (๒) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
ประกอบด้วย ความสามารถในการสอน ลักษณะของอาจารยย์ ุคศตวรรษที่ ๒๑ (4.0) ต้องมีเรียกว่า E-
Teacher บุคลิกภาพ บุคลิกภาพที่ดีของอาจารย์ที่ดี คุณธรรมจริยธรรม การประเมินคุณธรรมและ
จริยธรรมของครอู าจารยผ์ ู้ท่ีเป็นบุคลากรทางการศึกษา การให้คาปรึกษากับนิสิต ครูอาจารย์สามารถ
เป็นได้ทั้งผู้สอนผู้เรียนรู้และผู้ให้คาปรึกษาได้ทุกแนวทางแก่ผู้เรียน (๓) หลักธรรมท่ีใช้ในการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ ประกอบด้วย ความสามารถในการสอน คือ พุทธลีลาในการ
สอน ๔ บุคลิกภาพ คือ กัลยาณมิตรธรรม ๗ คุณธรรมจริยธรรม คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรืออริยมรรค
มอี งค์ ๘ การใหค้ าปรึกษา คือ อริยสัจ ๔ ซง่ึ สอดคล้องกบั งานวิจัยของ สาคร ธระที ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง
“แนวโนม้ ในการบริหารจดั การของมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในทศวรรษหน้า” พบว่า
แนวโน้มในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในทศวรรษหน้า ด้านการจัด

๑Ashworth, Allan and Harvey, Roger C., “Assessing Quality in Further and Higher
Education”, (London: Jessica Kingsley Publishers, 1994), pp. 7-14.

๑๕๔

การศึกษามุ่งส่งเสริมการจัดการศึกษา มีการส่งเสริมให้อาจารย์ บุคลากรควรทาก ารวิจัยด้าน
พระพทุ ธศาสนากับนานาชาติอยา่ งกว้างขวาง ดา้ นการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมที่มุ่งผลิตบัณฑิตไห้ทา
กิจกรรมบาเพ็ญสาธารณะประโยชน์และทานุบารุงพระพุทธศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมอย่าง
หลากหลาย ด้านการบริการวิชาการแก่สังคมที่มุ่งจัดกิจกรรมการสัมมนาด้านพระพุทธศาสนา จัด
ฝกึ อบรมให้มากย่ิงข้ึน และเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจตามหลักคาสอนของพระพุทธศาสนามาก
ท่ีสุด๒ ซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัยของ สมภาร ศิโล ได้ทาการศึกษา “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนา
วิชาการในสถาบันอุดมศึกษา: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ” ผลการวิจัยได้ข้อเสนอเชิง
นโยบายเพ่ือการพัฒนาวชิ าการของมหาวิทยาลยั ราชภัฏชัยภูมิท่ีประกอบด้วยวัตถุประสงค์ ๘ ด้านคือ
ดา้ นการเรียนการสอน ด้านการวิจัย ด้านนักศึกษา ด้านคณาจารย์ ด้านการบริหารจัดการ ด้านแหล่ง
เรียนรู้ ด้านหลักสูตรและด้านส่ือนวัตกรรม และสอดคล้องกับงานวิจัยของ ประมูล สารพันธ์ ได้
ทาการศึกษาวิจัยเร่ือง “การศึกษาสภาพการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ในกากับของรัฐบาล :
ศกึ ษาเฉพาะกรณมี หาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยผลการศึกษาพบว่า ๑) หน่วยกิจของวิชา
พ้ืนฐานทั่วไป ๓๐ หน่วยกิต มีความเหมาะสมมาก และรายวิชาต่างๆ ในแต่ละกลุ่มวิชาก็มีความ
เหมาะสมมากเช่นกัน แต่จานวนหน่วยกิตวิชาเอกของคณะพุทธศาสตร์และวิชาชีพครูคณะครุศาสตร์
และวิชาโทของทั้งสองคณะน้ี มีความเหมาะสมอยู่ในระดับน้อย ในขณะที่จานวนหน่วยกิตของวิชา
เฉพาะด้านของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง ๒) อาจารย์
ประจามีคุณลักษณะด้านความสามารถในการสอนดีเกือบทุกด้านยกเว้นความสามารถในการใช้ส่ือ
อุปกรณ์การเรียนการสอนและเอกสารประกอบการสอน อาจารย์มีความสัมพันธ์อันดีกับนิสิต
มีลักษณะการสอนที่น่าสนใจ บรรยายชัดเจนและเข้าใจง่าย มีความชานาญในวิชาท่ีสอน มีความรู้
ในรายวิชาท่ีสอนดี ใช้เสียงและทว่ งทกี ารพูดเหมาะสมและนสิ ิตมคี วามพอใจกับความรู้ที่ได้รับจากการ
เรียนที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๓) การวัดผลและประเมินผลมีเกณฑ์มาตรฐาน
ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตรและเนื้อหาวิชาท่ีสอน มุ่งส่งเสริมความเข้าใจและ
ความคิด และการประเมินผลการเรียนเป็นไปด้วยความยุติธรรม ๔) ในการบริหารหลักสูตร
พุทธศาสตรบัณฑิตพบว่า มีการวางแผนบริหารอย่างมีระบบการบริหารหลักสูตรมีความเหมาะสม
ทั้งในด้านการจัดการตารางเรียนและตารางสอนมีนโยบายชัดเจนในการให้บริหารวิชาการ
ทางพระพุทธศาสนาแก่สังคมมีแนวทางในการสร้างภาพลักษณ์ทีดีของมหาวิทยาลัยสงฆ์ตามสายตา
ของบุคคลภายนอก มีนโยบายชัดเจนในการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพมีการบริหารจัดการห้องสมุดที่ดี
การคดั เลอื กนิสิตเหมาะสม๓

๒สาคร ธระที, “แนวโน้มในการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ในทศวรรษหน้า”, รายงานวิจัย, (กองวิเทศสัมพันธ์: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔),
หน้า ๘๘-๙๕.

๓ประมูล สารพันธ์, “การศึกษาสภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ในกากับของรัฐบาล : ศึกษา
เฉพาะกรณีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”, รายงานการวิจัย, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๔), หนา้ ๕๖-๔๘.

๑๕๕

๕.๓ ข้อเสนอแนะ

ผวู้ ิจยั เสนอข้อเสนอแนะจากการวิจยั คร้ังนี้ โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี

๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
๑. ภาครัฐ และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ควรจัดให้มีระบบสนับสนุน กากับดูแล และ

ตดิ ตามการบริหารจดั การมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพและเปน็ ธรรม
๒. ภาครัฐ และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ควรให้การสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษา

แก่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากรอย่างเป็นธรรม
พอเพียงและทันเวลา

๕.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะเชงิ ปฏบิ ัติ
๑. มหาวิทยาลัยควรจัดทาแผนยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

ท้ังระดับวทิ ยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ คณะ และมหาวทิ ยาลยั
๒. สภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

วิทยาลัย ในภาพรวม ทั้ง ๔ ด้าน คือ ความสามารถในการสอน บุคลิกภาพ คุณธรรมและจริยธรรม
และการให้คาปรึกษากับนิสิต พบว่า มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายด้าน
พบว่า คุณลักษณะด้านการให้คาปรึกษากับนิสิต อยู่ในระดับน้อยกว่าด้านอื่น ดังนั้น มหาวิทยาลัย
จึงควรพัฒนาคุณลักษณะการให้คาปรกึ ษากบั นสิ ติ ใหก้ ับอาจารย์ โดยสรา้ งหลักสูตรหรือสร้างโครงการ
อบรมพัฒนาขบวนการ

๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะในการวิจัยคร้ังต่อไป
๑. ควรได้มกี ารวิจัยเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ของอาจารยม์ หาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ควรทาการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ของอาจารยม์ หาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั โดยแบง่ ประเดน็ การพัฒนาให้ครบทงั้ ๔ ดา้ น

บรรณานุกรม

๑. ภาษาไทย
ก. ข้อมูลปฐมภูมิ

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๙.

ข. ขอ้ มูลทุติยภูมิ
(๑) หนงั สือ :
กรมวิชาการ. แนวทางการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา. พิมพ์ครั้งท่ี ๒.
กรงุ เทพมหานคร: สานักทดสอบทางการศึกษา, ๒๕๔๕.
กรมสามัญศึกษา. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และการวิเคราะห์
สาระสาคัญ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรสุ ภา, ๒๕๔๒.
กลุ่มงานบริหารงานบุคคล กองกลาง สานักงานอธิการบดี. เอกสารประกอบแนวการสอบคัดเลือก
เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ๒๕๖๐.
กาญจนา คุณารักษ์. พ้ืนฐานการพัฒนาหลักสูตร. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต
พระราชวังสนามจนั ทร์, ๒๕๔๓.
จรัส สุวรรณเวลาและคณะ. บนเส้นทางอุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร. สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๐.
จารสั นองมาก. การประกนั คณุ ภาพการศึกษาอย่างถูกต้องและมีความสุข. กรุงเทพมหานคร: ฟิสิกส์
การพิมพ,์ ๒๕๔๕.
จุฑา บุรีภักดี. เอกสารประกอบการสอนวิชา มนุษยสัมพันธ์สาหรับครู. (พิมพ์คร้ังท่ี 2). คณะครุ
ศาสตร์ สถาบันราชภฏั สวนสุนนั ทา.2533.
ดิเรก วรรณเศียร. “การพัฒนาแบบจาลองแบบสมบูรณ์ในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสาหรับ
สถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน”. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหาร
การศึกษา. บณั ฑิตวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๕.
ทวีรัสม์ิ ธนาคม. ครูผู้ทรงศาสตร์. กรุงเทพมหานคร. สมาคมคหเศรษฐศาสตร์ แห่งประเทศไทย.
2543.
ทิศนา แขมมณี, ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนการรู้ที่มีประสิทธิภาพ,
พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๗, กรุงเทพมหานคร : ดา่ นสุทธาการพิมพ์, ๒๕๕๑.
ทิศนา แขมมณี. รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์
แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, ๒๕๕๑.
ทิศนา แขมมณี. รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์
แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , ๒๕๕๑.
ธีรศักดิ์ อัครบวร. ความเปน็ ครไู ทย. กรุงเทพมหานคร : พลพิมพ.์ ๒๕๔๔.

๑๕๗

ธีระ รุญเจรญิ . ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษา ยุคปฏิรูปการศึกษา. พิมพ์คร้ังที่
๗. กรุงเทพมหานคร: นวสาส์นการพมิ พ,์ ๒๕๕๕.

บุญชม ศรสี ะอาด, การวิจัยทางการวัดผลและประเมินผล. กรงุ เทพมหานคร : สวุ รี ิยาสาสน์ , ๒๕๔๕.
บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการวิจัยโดยใช้รูปแบบ. มหาวิทยาลัยสารคาม :อภิชาตการพิมพ์,

๒๕๓๓.
บุญชม ศรสี ะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พมิ พค์ รัง้ ที่ ๕, กรงุ เทพมหานคร: ชมรมเด็ก, 2555.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบ้ืองต้น. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์สุวีริยาสาส์น.

๒๕๔๕.
ประภาพรรณ สุวรรณศุข. เอกสารประกอบการสอนชุดวิชาระบบการเรียนการสอน Learning-

Teaching System หน่วยท่ี 11-15. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรร
มาธริ าช. 2554.
ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์. TQM ภาคปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-
ญ่ีปุ่น), ๒๕๔๕.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). พุทธวิธีบริหาร. กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั , ๒๕๔๙.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช. คาพ่อสอน : ประมวลพระบรม ราโชวาทและ
พระราชดารัสเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน. พิมพ์คร้ังที่ ๖. (กรุงเทพมหานคร :
กรุงเทพมหานคร, ๒๕๕๒.
เพิ่มวุธ บุบผามาตะนัง. ครูไทยในสหัสวรรษใหม่. วารสารข้าราชการครู. (กุมภาพันธ์-มีนาคม
2543), หนา้ 43-46.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์, การบริหารจัดการอุดมศึกษา หลักและแนวทางตามแนวปฏิรูป ,
กรงุ เทพมหานคร :สานกั งานคณะกรรมการศกึ ษาแห่งชาติ, ๒๕๔๒.
ไพฑูรย์ สนิ ลารัตน์. กระบวนการของการอดุ มศึกษา. ครศุ าสตร์ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๓๙.
ไพฑูรย์ สนิ ลารัตน.์ เอกสารประกอบการสมั มนาการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 และการพัฒนาการเรียน
การสอน. ในการประชุมวิชาการวิจัยสถาบัน “การวิจัยสถาบันกับกระบวนการจัดการ
เรียนร้สู อู่ นาคต”. กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั ธรุ กิจบัณฑิตย์, ๒๕๕๕.
ภาควิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. คู่มือระดับ
บัณฑิตศึกษา. พิมพ์คร้ังท่ี ๕. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
๒๕๕๘.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ประวัติและพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย. กรงุ เทพมหานคร: 21 เซ็นจูร,่ี ๒๕๕๘.
ยนต์ ช่มุ จิต. ความเปน็ คร.ู กรุงเทพมหานคร : โอเอส พรนิ้ ต้ิงเฮาส.์ 2551.
ยนต์ ชุม่ จิต. ความเป็นครู. กรุงเทพมหานคร : โอเอส พริ้นตง้ิ เฮาส์. 2531.
เยาวดี วิบูลย์ศรี. การประเมินโครงการ แนวคิด และแนวปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาวิจัย
การศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๖.
รวีวรรณ ชนิ ะตระกูล และเตือนจิตต์ จิตตอ์ าร.ี หลักการศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร:ที.พี.พริน้ , 2538.

๑๕๘

รุ่ง แก้วแดง. ปฏิวัติการศึกษาไทย. พิมพ์คร้ังท่ี ๖. กรุงเทพมหานคร: พิฆเณศพร้ินต้ิงเซ็นเตอร์,
๒๕๔๒.

เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. การจัดการคุณภาพ: จาก TQC ถึง TQM, ISO ๙๐๐๐ และการประกันคุณภาพ.
กรุงเทพมหานคร: บพธิ การพมิ พ,์ ๒๕๔๕.

โรม สุรเสน. คู่มือพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสาหรับผู้บริหาร. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การ
ศาสนา. 2543.

ลดั ดาวัลย์ เพชรโรจน์ สุภมาศ องั ศโุ ชต และอจั ฉรา ชานิประศาสน์. สถิติสาหรับการวิจัยและเทคนิค
การใช้ SPSS, ฉบบั ปรบั ปรุงคร้ังที่ ๒. กรงุ เทพมหานคร : เจรญิ ดมี ั่นคงการพมิ พ์, ๒๕๕๕.

วราภรณ์ บวรศิริ. เอกสารประกอบการสอนหลักอุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลยั . 2550.

วิจารณ์ พานิช. การจัดการความรู้ฉบับนักปฏิบัติ. พิมพ์คร้ังท่ี ๓. กรุงเทพมหานคร: ตถาตา
พับลิเคช่ัน. ๒๕๔๙.

วิจารณ์ พานิช. ทักษะแห่งศตวรรษท่ี ๒๑ (21st Century Skills). กรุงเทพมหานคร : ตถาตา
พบั ลเิ คชนั่ , ๒๕๕๕.

วจิ ติ ร อาวะกุล. เทคนคิ มนุษยสัมพันธ.์ กรงุ เทพมหานคร : โอ.เอ.พร้ินต้งิ . 2556.
วิฑูรย์ สิมะโชคดี. TQM วิธีองค์กรคุณภาพยุค ๒๐๐๐. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: TPA

PUBLISHING. ๒๕๔๒.
วิโรจน์ สารรัตนะ. กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษากรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษที่ 21.

กรงุ เทพมหานคร : ทพิ ยวิสุทธ. 2556.
วไิ ล ตัง้ จิตสมคดิ . การศึกษาและความเป็นครูไทย. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พร้นิ ตง้ิ เฮาส. 2544.
ศูนยป์ ฏิบตั ิการปฏริ ปู การศกึ ษา. ปฏริ ปู การศกึ ษา : ก้าวหนา้ อยา่ งมัน่ ใจ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์

การศาสนา, ๒๕๔๔.
สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาครู 2549-

2551, นครปฐม: สถาบนั พฒั นาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา. 2548.
สมคิด พรมจุ้ย และสุพักตร์ พิบูลย์. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร:

มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช, ๒๕๔๔.
สมศักด์ิ สินธุระเวชญ์. มุ่งสู่คุณภาพการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: วัฒนาพาณิชย์,

๒๕๔๒.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามเจตนารมณ์

ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : พิมพดี,
๒๕๔๖.
สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. กรอบแผนอุดมศึกษา ระยะยาว ๑๕ ปี ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ.
๒๕๕๑-๒๕๖๕). กรุงเทพมหานคร: สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ๒๕๕๐.
สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ.
๒๕๕๑-๒๕๖๕). พิมพ์คร้ังที่ ๓. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั . ๒๕๕๑.

๑๕๙

สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาฉบับที่ 10 พ.ศ.
2551- 2554. กรุงเทพมหานคร: สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. 2551.

สานกั งานเลขาธกิ ารคุรุสภา ฝ่ายมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาครู กองมาตรฐานวิชาชีพครู. ลักษณะ
และพฤติกรรมของครูตามจรรยามรรยาท และวินัยตามระเบียบประเพณีครู.
กรงุ เทพมหานคร: ครุ ุสภา. 2556,

สานักงานเลขาธิการคุรุสภา ฝ่ายมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาครู กองมาตรฐานวิชาชีพครู. ลักษณะ
และพฤติกรรมของครูตามจรรยามรรยาท และวินัยตามระเบียบ ประเพณีครู.
กรงุ เทพมหานคร :สานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา, ๒๕๕๖.

สานักงานเลขาธิการคุรุสภา ฝ่ายมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาครู กองมาตรฐานวิชาชีพครู.ลักษณะ
และพฤติกรรมของครูตามจรรยามรรยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีครู .
กรุงเทพมหานคร: ครุ สุ ภา.2533.

สานักงานเลขาธิการคุรุสภา ฝ่ายวิจัย กองวิชาชีพครู. เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา พ.ศ.
25๔๐. กรุงเทพมหานคร: คุรสุ ภา ลาดพรา้ ว.๒๕๔๐.

สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (๒๕๕๒-๒๕๖๑).
กรงุ เทพมหานคร: กระทรวงศกึ ษาธิการ. ๒๕๕๒.

สุชาตา ชินะจิตร. จรรยาบรรณอาจารย์ และจรรยาบรรณวิชาชีพ. (พิมพ์ครั้งท่ี 2).
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . 2536,

สุชาติ เมืองแก้ว. แนวทางการพัฒนาอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา. เอกสารการประชุมสัมมนา
ประจาปี 2550. กรุงเทพมหานคร.2550.

อดุลย์ วิรยิ เวชกลุ . ดชั นบี ง่ ชี้คุณภาพบณั ฑติ ศกึ ษาของสถาบันอดุ มศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิต
วทิ ยาลัยมหาวิทยาลัยมหดิ ล, ๒๕๔๑.

อมร โสภณวิเชษฐวงษ์. รายงานผลการวิจัยลักษณะครูที่ดี. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
๒๕๓๘.

อารี พนั ธ์มณ.ี ครู:บคุ ลกิ ภาพทส่ี รา้ งสรรค์. การแนะแนวและจติ วทิ ยาการศกึ ษา. (กรกฎาคม 2542-
มถิ ุนายน 2543 : 25-29.

อานวย เถาตระกูล. เอกสารประมวลความรู้เร่ือง หลักทฤษฎีแนวคิดงานวิจัย สาหรับใช้เป็น
ฐานความรู้ในการศึกษาค้นคว้าวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารความรู้ใน
สถาบันการอาชีวศกึ ษาไทย. กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั สยาม, ๒๕๔๘.

อุทุมพร จามรมาน, วธิ ที าประกันคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียน, กรงุ เทพมหานคร : ฟนั นี,่ ๒๕๔๔.

(๒) บทความ :
วรภาส ประสมสุข และนิพนธ์ กินาวงศ์, “หลักการบริหารการศึกษาตามแนวพุทธธรรม,” วารสาร

ศกึ ษาศาสตร์ ปที ี่ ๑๘, ฉบบั ที่ ๒ (พฤศจิกายน ๒๕๔๙ - มนี าคม ๒๕๕๐): ๖๓-๖๔.
ถวลิ มาตรเลยี่ ม. คณุ ภาพครกู บั คณุ ภาพการสอน. วารสารวิชาการ. (เมษายน 2542), หนา้ 2-8.
จุฬาภรณ์ โสตะ.คุณค่าของความฉลาดด้านอารมณ์. วารสารศูนย์บริการวิชาการ. (กรกฎาคม-

กันยายน 2543), หนา้ 20-24.

๑๖๐

ทศพร ประเสริฐสุข. ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์กับการศึกษา. การแนะแนวและจิตวิทยา
การศกึ ษา. (กรกฎาคม 2542 – มิถุนายน 2543), หนา้ 8-9.

ผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์ และคมเพชร ฉัตรศุภกุล. ยุทธวิธีการสอนและการศึกษาของผู้เรียนวัยรุ่น.
วารสารวชิ าการศึกษาศาสตร์. (พฤษภาคม-สิงหาคม 2543), หนา้ 84-93.

กัญนกิ า พราหมณ์พทิ ักษ์. วารสารวิชาการ. ปีที่ 14 ฉบบั ท่ี 3. เดือนกรกฎาคม–กนั ยายน 2554 :
2.

จักรพรรดิ วะทา. “ใบประกอบอนุญาตประกอบอาชีพครู”. วทิ ยาจารย.์ (พฤษภาคม 2543), หน้า 6-9.
ชมุ พล ศรที องพลู . ครกู ับการจัดกระบวนการเรียนรู้. วารสารข้าราชการครู. (เมษายน-พฤษภาคม

2544), หนา้ 31-34.
วิภาภรณ์ ภูว่ ฒั นกลุ .“อาจารยท์ ี่ปรึกษาสาคัญไฉน”. วารสารครจุ ันทสาร. (มกราคม-มถิ นุ ายน

2550), หนา้ 53-57.
สาโรช บวั ศร.ี “สรุปคาบรรยายแนวความคดิ เรอ่ื งจรรยาครู”. วารสารการศึกษาแห่งชาติ. 15(14):

30-32. ; (เมษายน-พฤษภาคม 2553:72-80
สุจริต เพยี รชอบ. ลักษณะของครทู ี่ดี. ข่าวสารกองบริการการศกึ ษา. (มกราคม- กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐

: ๑๘-๒๔.
สุวิชัย โกศัยยะวัฒน์. ครูของแผ่นดิน องค์ภูมินทร์ของการศึกษาไทย. วารสารศึกษาศาสตร์

มหาวทิ ยาลัยบรู พา. (พฤศจิกายน 2542 - มนี าคม 2543), หนา้ 3-11.
เสนีย์ มีทรัพย์. 2522. “คุรุธรรมนิยมในทรรศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ”. วารสารครุศาสตร์.

(มนี าคม – เมษายน 2522), หนา้ 29-35.

(๓) วิทยานิพนธ/์ งานวิจัย :
กรรณิกา เจิมเทียนชัย. “การพัฒนารูปแบบการประเมินประสิทธิผลองค์กรของวิทยาลัยพยาบาล

สังกัดกระทรวงสาธารณสุข”. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหาร
การศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๓๘.
กฤตพร ชูเส้ง, สุวดี ประดับ, พรรณี วิศิษฏ์วงศกร และศิราภรณ์ ชวเลขยางกูร, “คุณลักษณะของ
บัณฑิตที่พึงประสงค์ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของ
สาขาวิชาออกแบบแฟชั่นผ้าและเครื่องแต่งกาย”, รายงานวิจัย, คณะเทคโนโลยีคหกร
รมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, ๒๕๕๔.
เกษม แสงนนท์. “รูปแบบการพัฒนามาตรฐานความรู้สาหรับผู้บริหารการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
ของม หาวิ ทยา ลัยม หาจุ ฬาล งกร ณรา ชวิท ยาลัย ตาม มาต รฐา นคว ามรู้ ของ คุรุส ภา ” .
ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พุทธบริหารการศึกษา), บัณฑิตวิทยาลัย :
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๕๘.
เกียรติศักดิ์ พันธ์ลาเจียก. “การจัดการความรู้ในการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษาสู่สังคม”.
รายงานวิจัย. กรงุ เทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการวิจัยแหง่ ชาติ, ๒๕๕๒.
คนึง สายแก้ว. “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนากรศึกษาปฐมวัยในจังหวัดสุรินทร์”. ดุษฎีนิพนธ์
ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารการศึกษา), บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , ๒๕๔๙.

๑๖๑

ไชยา ภาวะบุตร. “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพ่ือการพัฒนาการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
มหาวิทยาลัยสกลนคร”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหาร
การศึกษา). ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๔๙.

ณรงค์ฤทธิ์ ประสานตรี. “รูปแบบการพัฒนาอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์”.
ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คณะการพัฒนา
ทรัพยากรมนษุ ย์. มหาวิทยาลยั รามคาแหง. ๒๕๕๘.

ดิเรก วรรณเศียร. “การพัฒนาแบบจาลองแบบสมบูรณ์ในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานสาหรับ
สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๕.

ทวีวรรณ อินคา, “การพัฒนารูปแบบท่ีมีประสิทธิภาพของการนากลยุทธ์ไปปฏิบัติใน
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ”, วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒.

ธวัชชัย รัตตัญญู, “การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนสังกัดองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ”, วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร
การศกึ ษา, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสยาม, ๒๕๕๑.

ธีระศักดิ์ คงเจริญ. การประเมินคุณลักษณะครูอาชีพในโรงเรียนมัธยมศึกษาเขตการศึกษา 7.
ปริญญาดุษฎีนิพนธ (บริหารการศึกษา). กรุงเทพมหานคร : บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ. 2545.

นงลกั ษณ์ เรือนทอง. “รูปแบบการบริหารโรงเรียนท่ีมีประสิทธิผล” ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวชิ าบรหิ ารการศึกษา. (บัณฑติ วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, ๒๕๕๐.

บุญส่ง หาญพานิช. “การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษาไทย”.
วิทยานพิ นธ์ครศุ าสตรดษุ ฎีบณั ฑติ . บณั ฑติ วิทยาลยั : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๖.

ประทปี พืชทองหลาง, “รปู แบบการปรกึ ษาเชิงพุทธตามหลักกัลยาณมิตร”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร
ดษุ ฎบี ัณฑติ , บณั ฑติ วทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๕๖.

ประมูล สารพนั ธ์. “การศึกษาสภาพการศกึ ษาของมหาวิทยาลยั สงฆใ์ นกากับของรัฐบาล: ศึกษาเฉพาะ
กรณีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”. รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๔.

ประโยชน์ คปุ ตก์ าญจนากุล. “การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชิงสาเหตขุ องประสิทธภิ์ าพการสอนอาจารย์
ในวิทยาลัยครู”. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน).
บณั ฑติ วิทยาลยั : จฬุ าลงกรณร์ าชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๒.

พันธ์เพ็ญ หีบเพ็ชร. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูสอนวิชาชีพระยะส้ันตามทัศนะของนักศึกษา
ผ้ใู หญว่ ทิ ยาลัยสารพดั ชา่ งเขตภาคใต้. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การศึกษา
ผู้ใหญ)่ . บัณฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. ๒๕๔๐.

มหาวิทยาลัยพายัพ. “คุณลักษณะบัณฑิตของมหาวิทยาลัยพายัพตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ ของมหาวิทยาลัยพายัพ ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๖”. รายงาน
วจิ ยั . เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยพายพั , ๒๕๕๖.

๑๖๒

มาลี สืบกระแส, “การพัฒนารูปแบบองค์การแห่งการเรียนรู้ของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา”,
วิทยานพิ นธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย
: มหาวทิ ยาลยั สยาม, ๒๕๕๒.

ยุทธนา อักขิโสภา. “คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์วิทยาลัยพลศึกษาตาม ทรรศนะของ
ผู้บรหิ ารและนกั ศึกษาวทิ ยาลัยพลศึกษา”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต : บัณฑิต
วิทยาลัย : มหาวิทยาลยั บรู พา. ๒๕๓๑.

เยาวภา บัวเวช. “รูปแบบการบริหารงานประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏ”. วิทยานิพนธ์ปรัชญา
ดษุ ฎีบัณฑิต. บณั ฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๐.

รุ่งรัชดาพร เวหะชาติ. “การพัฒนารูปแบบการบริหารคุณภาพทั้งองค์การของสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน”. ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา,
๒๕๔๘.

โรจน์รวี พจน์พัฒนพล. “คุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ในทรรศนะของนักศึกษามหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร”. รายงานวิจัย. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลพระนคร, ๒๕๕๒.

วิชิต กัมมันตะคุณ. “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพ่ือพัฒนาศักยภาพการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฎ
ร้อยเอ็ด”. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหาร
การศกึ ษา). บณั ฑิตวทิ ยาลัย :มหาวิทยาลัยขอนแกน่ , ๒๕๕๒.

วิมล จันทร์แก้ว. “รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นาเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๓”. วิทยานิพนธ์ศึกษา
ศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ . บัณฑิตวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั รงั สิต, ๒๕๕๕.

วิมานพร รูปใหญ่. “การศึกษาคุณลักษณะบัณฑิตท่ีพึงประสงค์ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ของสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์”. รายงานวิจัย. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภฏั อบุ ลราชธานี, ๒๕๕๕.

วิสุทธ์ิ วิจิตรพัชราภรณ์. “การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบกระจายอานาจสถานศึกษาข้ัน
พื้นฐานตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒”. วิทยานิพนธ์ครุศา
สตรดษุ ฎีบณั ฑิต. คณะครุศาสตร์ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, ๒๕๔๗.

วีรพล รัตนภาสกร. “รูปแบบการจัดการศึกษาตามกระบวนทัศน์ใหม่ของสถาบันกวดวิชาในประเทศ
ไทย”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยอีสเทิร์น
เอเชีย, ๒๕๕๔.

ศิริลักษณ์ ห้าวหาญ. การศึกษาความต้องการบริการให้คาปรึกษาของนักศึกษา หลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.
(จิตวิทยาการให้คาปรึกษา). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2544.

๑๖๓

ศุภลักษณ์ เศษธะพานิช. “การนาเสนอรูปแบบการนาภูมิปัญญาท้องถ่ินมาใช่ในการจัดการศึกษาใน
โรงเรยี นสังกดั เทศบาล”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา.
บณั ฑติ วิทยาลัย : สถาบันราชภฏั พระนครศรีอยธุ ยา, ๒๕๔๔.

สมาน อัศวภูมิ. “การพัฒนารูปแบบการบริหารการประถมศึกษา ระดับจังหวัด”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร
มหาบัณฑติ . บณั ฑติ วทิ ยาลัย: จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลยั , ๒๕๓๗.

สมุทร ชานาญ, “การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนที่บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน”. ดุษฎี
นิพนธ์การศึกษาดุษฎบี ัณฑติ . บณั ฑิตวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั บรู พา, ๒๕๔๖.

สาคร ธระที. “แนวโน้มในการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยใน
ทศวรรษหน้า”. รายงานวิจัย. กองวิเทศสัมพันธ์ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั , ๒๕๕๔.

สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. “การดาเนินงานด้านนโยบายการศึกษา
ขององค์กรนโยบายการศึกษาระดับชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนและอาเซียนบวกสาม”.
รายงานวิจยั . กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟคิ , ๒๕๕๗.

สุเทพ บุญเติม, “การพัฒนารูปแบบการกากับติดตามสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน”, วิทยานิพนธ์ปริญญา
ศึกษาศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ . บณั ฑติ วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, ๒๕๔๙.

สุรินทร์ ภูสิงห์. “การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาโดยบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน
โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาอบุ ลราชธานี”. วิทยานิพนธ์การศึกษา
ดษุ ฎบี ัณฑติ . บณั ฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๕๒.

อนงค์ สระบัว. “รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวช้ีวัดการจัดการความรู้ของ
สถาบันอุดมศึกษา”. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย
ศลิ ปากร, ๒๕๕๒.

อนุสรณ์ ยกให้. “การนาเสนอรูปแบบการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน”. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิต
วทิ ยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๔๙.

อัมพร เรืองศรี, “การพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนตามปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง”, วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาและการ
พฒั นาสังคม, บณั ฑิตวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลัยบรู พา, ๒๕๕๔.

(๔) เอกสารท่ีไมไ่ ดต้ ีพมิ พ์เผยแพร่ :
กองการเจา้ หนา้ ท่ี สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล. เกณฑ์การประเมินครูเพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ

“ครูสดดุ ี” ประจาปกี ารศกึ ษา 2542. บันทกึ ข้อความ 20 มนี าคม 2543.
ทศั นยี ์ ประธาน และคณะ, “ศึกษาคุณลักษณะมาตรฐานผลการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ

ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) ของนักศึกษาช้ันปีท่ี 4 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่”,
รายงานวิจัย (เอกสารประกอบการประชุมหาดใหญ่วิชาการ คร้ังที่ ๔ วันท่ี ๑๐
พฤษภาคม ๒๕๕๖), หนา้ ๔๕๙.

๑๖๔

(๕) สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ :
Sizer, T.R. and F. Dean‚Good Teaching’. Teaching Tips Index. Available

http://www.hcc.hawaii.edu/intranet/committees/Fac Dev com/index.html,
September 19, 2000.
สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สารอุดมศึกษา: ๒๕๕๔ ปีแหง่ การ
พัฒนาคณุ ภาพคร.ู ๒๕๕๔ คน้ เมอ่ื ๖ สงิ หาคม ๒๕๖๐ จาก
http://www.mua.go.th/pr_web/udom_mua/data/392.pdf
สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. โครงการทุนพัฒนาอาจารย์. สืบค้น 18 มิถุนายน 2557,
จาก: http://www.research.mua.go.th,2557.

๒. ภาษาองั กฤษ
Ashworth, Allan and Harvey, Roger C. “Assessing Quality in Further and Higher

Education”. London: Jessica Kingsley Publishers, 1994.
Bardo & Hardman. Urban sociology: A systematic introduction. USA: F.F. Peacock,

1982.
Bardo J.W. and Hardman J.J, Urban Sociology: A Systematic introduction. New

York: F.E. Peacock Publishers, 1982.
Beerens, Daniel R. Evaluating Teachers for Professional Growth: Creating a Culture

of Motivation and Learning. Thousand Oaks: Corwin Press. 2000.
Bennett & O’Brien. The building blocks of the learning Organization. Training,

1994.
Campbell, R. F., Administrative behavior in education, (New York : McGraw Hill, Co

; Inc, 1976.
Conbach, L. Joseph. Essential of Psychology and Education. New York: Mc–Graw

Hill.1984.
Cronbach, Lee J. Essentials of psychological testing. 4 th ed. New York: Harper &

Row, 1971.
Day, C. Developing Teacher: The Challenges of Lifelong Learning. London: Falmer

Press. 1999.
Eisner, Educational connoisseurship and criticism: Their form and functions in

education evaluation. n.p. 1976.
Gelso, Charles J.; Bruce R. Fretz. Counseling Psychology. New York: Holt Rinehart

and Winston, 1992.
Glickman, Carl D. Gordon, Stephen P. & Ross-Gordon, Jovita M. Supervision of

Instruction: A Developmental Approach. 4th ed. Needham Heights: Allyn &
Bacon.1998.

๑๖๕

Good, Carter V. Dictionary of Education. New York: Mc Graw Hill Book, Co, Inc, 1973.
Good, Dictionary of education. 3nd ed. New York: McGraw-Hill Book, 1973.
Hausser, D.L. Comparison of Different Models for Organizational Analysis. New

York: John Wiley & Son, 1980.
Hemming, H.E. the Teacher’s Role in Facilitating Critical Thinking about Social Issues’.

International Dissertation Abstracts. In UMI Co. 1998. Dalhousie University.
AAC NQ 24746. 1997.
Hersh Richard. ‛How effective is Your School“, Education XCII, (October 1982): 34-35.
Husen & Postlethwaite, The international encyclopedia of education. 2nd ed. New
York: Paramon, 1994.
Jame A.F. Stoner and Char Wankel, Management. 3rd ed. New Delhi: Prentice-Hall,
1986.
Joyce B. and Weil M. Model of Teaching. 2nd ed. New Delhi: Prentice – Hall of India
Private Limited, 1985.
Joyce, & Weil, Model of teaching. 2nd ed. New Delhi: Prentice-Hill of India Private
limited, 1985.
Keeves P.J., Education Research Methodology and Measurement: An
International Handbook. Oxford: Pergamam Press, 1988.
Keeves, Educational research methodology and measurement: An international.
Handbook Oxford: Pergaman Press, 1988.
Koatha, P, Objectives and Outcomes in Risk Management Education, Master
Thesis of Science in Technology, (Pardue University, July 2010): 29-30.
Koatha, P, Objectives and Outcomes in Risk Management Education, Master
Thesis of Science in Technology, (Pardue University, July 2010: 29-30.
Lamb, D.M. “Iowa Elementary Principals’ Perception Regarding the Importance and
Assessability of First-Year Teacher’ Essential Skills and Competencies”
International Dissertation Abstracts. In UMI Co. 1998. University of South
Dakota. AAC 9828276.
Likert, R. A. ‛Technique for the Measurement of Attitudes,“ Arch Psychological. 25
(140): 1932, 1–55.
Likert, Rensis, ‛The Method of Constructing and Attitude Scale“, in Reading in Attitude Theory
and Measurement. Fishbeic, Matin. Ed, New York: Wiley & Son, 1967: 90-95.
Marquardt & Reynolds. Building the learning organization: A system approach to
quantum improvement and global success. U.S.A.: McGraw-Hill, 1994.
Ortrun Zuber-Skerritt. Professional Development in Higher Education: A
Theoretical Framework for Action Research. London: Kogan Page. 1992.

๑๖๖

Patin, J. L., The administrative behavior of the junior high school principal
dissertation abstracts international, Vol.30 (No.4), (1969) : 1373-A,

Seels & Richey, Instructional technology: The definitions and domains for the
field. Washington, D.C.: Association for Educational Communications and
Technology, 1994.

Stogdill, Ralph M. Handbook of leadership; A survey of theory and research. New
York: Free press, 1977.

Stoner, A. F., & Wankel, C. Management. 3rd ed. New Delhi: Prentice – Hill Privated, 1986.
T.Husen, and N.T.Postlethwaite, the International Encyclopedia of Education. 2rd

ed. New York: Simon and Schuster, Inc., 1975.
Tosi H.L. and Carroll S.J. Management. 2nd ed. New York: John Wiley & Sons, 1982.
Tosi, & Carroll. Management. 2nd ed. New York: John Wiley and Sons, 1982.
Victioria Neufeldt, Webster's New World Dictionary. 3rd ed. New York: Simon and

Schuster, Inc, 1988.
Willer, R.H. Leader and Leadership Process. Boston: Irwin / McGraw-Hill, 1967.

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก

เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการวิจยั

- การแปลผลคา่ IOC จากแบบสอบถาม
- แบบสอบถามเพอ่ื การวจิ ยั
- แบบสัมภาษณ์
- แนวคาถามสาหรับการสนทนากลุ่ม

๑๖๙

แบบสอบถามสาหรับหาค่าดชั นีความสอดคล้องตามวัตถุประสงคเ์ ป็นราย (IOC)
-------------------------------------------

เรื่อง สภาพคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของอาจารยม์ หาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

คาช้ีแจง โปรดทาเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องระดับที่ตรงกับการพิจารณาของท่านเก่ียวกับสภาพ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งมีระดับเกณฑ์
การพิจารณา ดังน้ี

+๑ หมายถึง ขอ้ คาถามสอดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์ หรือใช้ได้
0 หมายถงึ ไมแ่ น่ใจว่าขอ้ คาถามสอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์ หรือต้องปรับปรุง
-๑ หมายถึง ขอ้ คาถามไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือต้องตดั ท้ิง

๑. แบบสอบถามชุดน้ีเป็นแบบสอบถามสาหรับงานวิจัย เรื่อง สภาพคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อใช้ประกอบการศึกษาตาม
หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพุทธบริหารการศึกษา เท่านั้น คาตอบท่ีได้จะไม่มีผลกระทบ
ทางลบตอ่ ตวั ท่านโปรดตอบและสอบถามตามความคิดเห็นท่จี รงิ กับตวั ทา่ นใหม้ ากทสี่ ดุ

ตัวอยา่ ง ระดับพิจารณา
ขอ้ รายการ +๑ ๐ -๑ หมายเหตุ
๐ เตรยี มการสอนก่อนเขา้ สอน

จากตัวอย่าง
ขอ้ ๐ ท่านเหน็ ว่า เตรียมการสอนกอ่ นเขา้ สอน อย่ใู นระดบั ใช้ได้

พระครูสมุหท์ ิพย์ สริ ิธมโฺ ม (การเพียร)
นสิ ิตปรญิ ญาเอก สาขาพทุ ธบรหิ ารการศึกษา

คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

๑๗๐

ตอนที่ ๒

สภาพคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

คาช้ีแจง้ : โปรดทาเครอื่ งหมาย √ ในช่องทีต่ รงกบั ความคิดเห็นของทา่ นทส่ี ุดเพียงข้อเดยี ว โดยมี
หลักเกณฑ์การพิจารณาดังนี้
+๑ หมายถึง ข้อคาถามสอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์ หรือใช้ได้
0 หมายถึง ไม่แนใ่ จว่าข้อคาถามสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ หรอื ต้อง

ปรบั ปรงุ
-๑ หมายถึง ข้อคาถามไม่สอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์หรือต้องตดั ทิ้ง

ข้อ รายการ ระดบั พิจารณา
+๑ ๐ ๑ หมายเหตุ

ด้านความสามารถในการสอน

1 เตรียมการสอนก่อนเข้าสอน

2 ช้แี จงแผนการเรียนรายวิชาและวัตถปุ ระสงคข์ องการเรยี นการสอน

3 มีการวัดผลการเรียนรูก้ ่อนทาการสอนเพ่ือเข้าใจพ้ืนฐานของผู้เรียน

4 นานวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้สอนในหลกั สูตร

5 สร้างบรรยากาศในห้องเรยี นท่เี อื้อตอ่ การเรยี นการสอน

6 จดั กิจกรรมการเรียนการสอนภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ตั ิ

สอดคล้องกับวตั ถุประสงค์และเนอื้ หาวิชาได้เหมาะสม

7 ใชส้ ื่อและวัสดุอปุ กรณ์การสอนอย่างเป็นระบบ

8 ส่งเสริมให้นสิ ิตเรียนรู้และปฏิบัตงิ านดว้ ยตนเอง

9 สรปุ เน้ือหาของบทเรยี นทกุ ครั้ง

10 วัดและประเมินผลภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัติสัมพันธก์ ับ

กิจกรรมการสอนและวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน

ด้านบุคลิกภาพ

11 มีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ และพดู จาชัดเจน ถูกต้องเปน็ ไป

ตามธรรมชาติเสมอขณะสอน

12 แตง่ กายเหมาะสมกบั วัย โอกาส และสถานท่ี

13 มมี ารยาทดี และวางตัวไดเ้ หมาะสม และยอมรบั ฟังความ

คิดเห็นของนสิ ติ

14 มคี วามมั่นคงทางอารมณ์ ใชเ้ หตผุ ลในการตัดสินใจมากกวา่ ใช้อารมณ์

15 แสดงความยินดีกบั นิสติ เม่ือนิสิตประสบความสาเร็จ

๑๗๑

ขอ้ รายการ +๑ ระดบั พิจารณา
16 มีความกระตือรอื ร้นและต่นื ตัวอยู่เสมอ ๐ ๑ หมายเหตุ
17 ดูแลเอาใจใสน่ สิ ติ เทา่ เทียมกนั
18 แลกเปลย่ี นความรู้และประสบการณ์กับเพ่ือนร่วมงาน
19 ช่วยเหลอื งานอาจารยด์ ้วยกนั เมื่อมีโอกาส
20 รว่ มมือกบั เพื่อนรว่ มงานในการอบรมสงั่ สอนนิสติ
ดา้ นคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
21 มีความยตุ ิธรรมต่อนสิ ิต ไม่ลาเอียง ไม่เลอื กทรี่ กั มกั ท่ชี งั
22 มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ปฏิบัติหนา้ ทคี่ รบถ้วนไม่บกพรอ่ ง
23 มีความขยนั มีความตั้งใจ และพยายามชว่ ยให้นสิ ิตบรรลุ

จุดมุ่งหมาย
24 มวี ินยั ในตนเองปฏิบัตติ นอย่างถูกต้องเปน็ แบบอย่างทด่ี ีแกน่ สิ ิต
25 รักษาชอ่ื เสียง มีความรัก และศรัทธาในอาชีพครู สานกึ และ

ตระหนกั ทจ่ี ะเปน็ ครทู ดี่ ี
26 ประพฤติตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถอื
27 มีความซื่อสัตย์ สุจริตไมแ่ สวงหาผลประโยชน์จากนิสิต
28 กล่าวคาตกั เตือนนิสติ เม่ือประพฤติไม่ถูกต้อง
29 ไมใ่ ชเ้ วลาในการสอนไปทากจิ กรรมอนื่ ทีส่ ร้างผลประโยชน์ต่อตนเอง
30 ไม่นางานของคนอืน่ มาเป็นผลงานของตนเอง
ดา้ นการใหค้ าปรึกษากบั นสิ ิต
31 ให้ข่าวสาร และข้อมลู ตา่ ง ๆ แก่นสิ ิต
32 ใหค้ าปรึกษาในการวางแผนการเรยี น
33 ให้คาแนะนา แก้ไขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ในการเรยี น
34 ใหค้ าปรึกษาในการเลือกแผนการเรียนตามความถนัดของนสิ ิต
35 ใหค้ าปรึกษาในเร่ืองสว่ นตวั ของนิสติ
36 ใหค้ าปรกึ ษาในการลงทะเบยี น และการตรวจผลการ

ลงทะเบยี นของนิสิต
37 มีหลักจิตวิทยาในการให้คาปรึกษา
38 ใหค้ าปรึกษาเก่ยี วกับปัญหาด้านอาชพี
39 ติดตามผลนสิ ติ หลังจากรบั คาปรึกษาไปแลว้
40 กาหนดเวลาให้นิสติ เข้าพบเพ่ือขอคาปรึกษาแนะนาอยา่ ง

สมา่ เสมอ

๑๗๒

แนวคาถามสาหรบั สนทนากลมุ่

ตอนท่ี ๑ ข้อมูลท่วั ไปของผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ
ชื่อผทู้ รงคุณวฒุ ิ

............................................................................................................................. ..................................

ตาแหนง่

......................................................................................... .......................................................... .............

ตอนที่ ๒ แนวคาถามในการสนทนากลุ่ม

ท่านมีความความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเก่ียวกับรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารย์มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั (ฉบบั ร่าง) เป็นอย่างไรบ้าง

คุณลักษณะอนั พึง ๑. มาตรฐานวชิ าชพี ครู รปู แบบการพัฒนา
ประสงคข์ องอาจารย์ ๑) คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะความเป็นครู คุณลกั ษณะอันพงึ
๑. ดา้ นความสามารถใน ๒) ความร้แู ละศาสตร์การสอน
การสอน ๓) การปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ที่ ประสงคข์ อง
๒. ด้านบุคลิกภาพ ๔) ความสมั พันธก์ บั ผปู้ กครองและชมุ ชน อาจารย์
๓. ดา้ นคณุ ธรรมจริยธรรม
๔. ดา้ นการใหค้ าปรกึ ษา มหาวิทยาลัยมหา
จฬุ าลงกรณราช

วิทยาลัย

หลกั ธรรมที่ใชใ้ นการ ๒. ด้านบคุ ลกิ ภาพ ๓. ดา้ นคณุ ธรรม ๔. ด้านการให้
พัฒนาคณุ ลกั ษณะอัน (กัลยาณมติ ร) จริยธรรม คาปรึกษา
๑) ปิโย (มัชฌิมาปฏปิ ทา)
พึงประสงคข์ อง ๒) ครุ ๑) สมั มาทิฏฐิ (อรยิ สัจ ๔)
อาจารย์ ๓) ภาวนีโย ๒) สมั มาสังกปั ปะ ๑) ทุกข์
๔) วตฺตา จ ๓) สัมมาวาจา ๒) สมทุ ยั
๑. ด้าน ๕) วจนกขฺ โม ๔) สมั มากมั มนั ตะ ๓) นโิ รธ
ความสามารถในการ ๖) คมฺภรี ญจฺ กถ กตฺตา ๕) สมั มาอาชวี ะ ๔) มรรค
สอน (พุทธลีลาใน ๗) โน จฏฐาเน นิโยชเย ๖) สัมมาวายามะ
การสอน) ๗) สัมมาสติ
๘) สมั มาสมาธิ
๑) สนั ทัสสนา
๒) สมาทปนา
๓) สมตุ เตชนา
๔) สมั ปหังสนา

ภาพรูปแบบการพัฒนาคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย (ฉบบั รา่ ง)

๑๗๓

๑. ท่านคิดว่า “สภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย” ปัจจุบันเป็นอย่างไร

1.1 สภาพคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องอาจารย์ดา้ นความสามารถในการสอน
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................................................................
1.2 สภาพคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารยด์ ้านบุคลกิ ภาพ
............................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. ...................................
1.3 สภาพคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์ด้านคุณธรรมและจริยธรรม
............................................................................................................................. .....................
...................................................................................... ..........................................................................
1.4 สภาพคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของอาจารยด์ ้านการใหค้ าปรกึ ษากบั นิสิต
................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. ...................................
2. ท่านคิดว่า “การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั ” ควรมีแนวทางอย่างไร
2.1 แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นความสามารถในการสอน
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................. ..................................................
2.2 แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นบุคลิกภาพ
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................. ..................................................
๒.3 แนวทางการพฒั นาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นคณุ ธรรมและจริยธรรม
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................. ..................................................
๒.4 แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นการใหค้ าปรกึ ษากบั นิสิต
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. ...................................
๓. ท่านคิดว่า “รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั ” ทเ่ี หมาะสมเปน็ อย่างไร
3.1 รปู แบบการพัฒนาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นความสามารถในการสอน
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
3.2 รูปแบบการพฒั นาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................................................................

๑๗๔

3.3 รปู แบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรม
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................. ..................................................
3.4 รปู แบบการพฒั นาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นการให้คาปรึกษากบั นิสิต
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. ...................................
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................. ..................................................

๑๗๕

คูม่ อื สาหรับการสนทนากลุ่ม(Focus Group Discussion)
รปู แบบการพัฒนาคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องอาจารยม์ หาวทิ ยาลัยมหา

จุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
Model of Desirable Attribute Development of Teachers in

Mahachulalongkornrajavidyalaya University

โดย
พระครูสมุหท์ พิ ย์ สิรธิ มโฺ ม (การเพยี ร)

คมู่ ือนี้เป็นสว่ นหนึ่งของการศกึ ษาตามหลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ
สาขาวิชาพุทธบรหิ ารการศกึ ษา
บัณฑติ วทิ ยาลยั

มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
พุทธศักราช ๒๕๖๑

๑๗๖

คานา

คู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ซงึ่ ผ้วู จิ ัยได้จัดทาขึน้ โดยมวี ตั ถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร และอาจารย์ของ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย หรือผู้ท่ผี ู้เก่ียวข้องในการใช้รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้นารูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ ไปใช้ตามข้ันตอนท่ีกาหนดไว้ในคู่มือการใช้รูปแบบฉบับน้ี
สาระสาคัญของคู่มือเล่มน้ี มีองค์ประกอบของรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
อาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๔ ด้าน ดังน้ี ๑)
ความสามารถในการสอน ๒) ด้านบคุ ลิกภาพ ๓) ดา้ นคุณธรรมและจริยธรรม ๔) ด้านการให้คาปรึกษา
กบั นสิ ิต

ผู้วิจัยเจริญพรขอบคุณ พระมหาสมบัติ ธนปญฺโญ,ดร., ดร.เกษม แสงนนท์ และผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องทุกท่านท่ีมีส่วนช่วยให้การจัดทาคู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
อาจารย์ ฉบับน้ีได้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย หรือในสถานศึกษาอ่ืน ๆ ท่ีจะนารูปแบบการ
พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ ผู้นาไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาวะผู้นา
ของตนเองต่อไป

พระครูสมุหท์ พิ ย์ สิริธมฺโม (การเพยี ร)
นสิ ิตปริญญาเอก สาขาวชิ าพุทธการบรหิ ารการศึกษา

คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑

๑๗๗

คาช้ีแจงการใช้คมู่ ือ
รูปแบบการพัฒนาคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องอาจารย์

มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

------------------------------------------

รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์ เปน็ หน่ึงในนวัตกรรมท่ีแสดงถึง
เอกสิทธ์ิและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเชิงกระบวนทัศน์พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
กลุ่มบุคคล หรือบุคคลยินยอมปฏิบัติตามในที่สุดด้วย การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
อาจารย์ ด้านความสามารถในการสอน ด้านบุคลิกภาพ ด้านคุณธรรมและจริยธรรม และด้านการให้
คาปรึกษากับนิสิต เพ่ือแก้ปัญหาและพัฒนาให้อาจารย์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ ๒๑
งานอาจารย์เป็นงานท่ียาก เพราะอาจารย์ทางานสร้างคนซึ่งมีความยุ่งยากสลับซับซ้อน งานของ
อาจารย์จะประสบความสาเร็จก็ต่อเม่ือสามารถทาให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามที่
ต้องการ อาจารย์จะต้องทาให้ศิษย์รู้จักคิดและตัดสินใจได้อย่างฉลาด อาจารย์จะต้องแนะแนวทางให้
ศิษยไ์ ดม้ โี อกาสเพมิ่ พูนประสทิ ธิภาพของชวี ติ ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ในรูปแบบของการ
สอนน้นั เปน็ ศิลปะทีย่ ากทจี่ ะวิเคราะห์ได้ ดงั นน้ั อาจารย์ จงึ ตอ้ งผา่ นการพฒั นาฝึกอบรมในคุณลักษณะ
ท่ีดี มีนักการศึกษาหลายท่านได้ศึกษาและนาเสนอแนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของอาจารย์ท่ีดีใน
สถาบันอดุ มศกึ ษา ดงั นี้

คุณธรรมของอาจารย์ตามหลกั พุทธศาสนา หรือ คุรุฐานิยม ซ่ึงเป็นธรรมสาหรับครู ยึดถือ
ปฏิบัติเพ่ือสร้างศรัทธาและยดึ มน่ั ในความดี มีอยู่ 7 ประการ1 คือ

1. ปิโย คอื การทาตัวใหเ้ ปน็ ท่รี กั แก่ศษิ ย์และบคุ คลท่วั ไป
2. ครุ คอื การเปน็ บุคคลทมี่ ีความหนกั แน่น มจี ิตใจมนั่ คง มีความร้แู ละน่าเคารพ
3. ภาวนโิ ย คือ การเป็นผทู้ ่ไี ด้รบั การยกย่องว่าเป็นผ้มู ีความประพฤตอิ นั ดีงาม
4. วตฺตา จ คือ เป็นผู้มีความมานะในการตักเตือนส่ังสอน โดยไม่เกรงกลัวว่าจะเกลียด
หรือ โกรธ มคี วามเฉลียวฉลาดในการใช้คาพดู
5. วจนกขฺ โม คอื เปน็ ผู้มีความอดทนต่อถ้อยคา โดยมีเจตนาดเี ป็นท่ตี ้ัง
6. คมภฺ ีรญจฺ กถ กตตฺ า คือ การรูจ้ กั สอนจากง่ายไปหายากหรอื ความลกึ ซ้ึงโดยลาดบั
7. โน จฏฺฐา เน นโิ ย ชเย คอื การรจู้ ักแนะนาในทางท่ถี กู ทคี่ วร ไมแ่ นะนานอกลู่นอกทาง

1สุจรติ เพียรชอบ, “ครูดี”, วารสารวทิ ยาจารย์, (สิงหาคม 2540), หน้า 23.

๑๗๘

ลกั ษณะของครูในยุคศตวรรษท่ี ๒๑
อ่องจิต เมธยะประภาส กล่าวบรรยายว่า "ครูในยุคศตวรรษท่ี ๒๑ ต้องมีลักษณะ E-
Teacher" ดังนี้
๑. Experience มีประสบการณ์ในการจดั การเรยี นรแู้ บบใหม่
๒. Extended มที ักษะการแสวงหาความรู้
๓. Expended มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนสู่นักเรียนผ่านสื่อ
เทคโนโลยีไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
๔. Exploration มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเน้ือหาความรู้หรือเน้ือหาที่
ทันสมยั เหมาะสมและเป็นประโยชน์ตอ่ ผู้เรยี นผา่ นทางสอ่ื เทคโนโลยี
๕. Evaluation เป็นนักประเมินท่ีดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม และสามารถใช้
เทคโนโลยีในการประเมินผล
๖. End-User เปน็ ผูท้ ่ีใช้เทคโนโลยี (user) อย่างคุ้มค่า และใชไ้ ด้อยา่ งหลากหลาย
๗. Enabler สามารถใชเ้ ทคโนโลยีสรา้ งบทเรียน
๘. Engagement ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันผ่านสื่อเทคโนโลยีจนพัฒนา
เปน็ เครอื ขา่ ยความรว่ มมอื เช่น เกดิ ชมุ ชนครบู น web
๙. Efficient and Effective สามารถใช้ส่ือเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธิผลทั้งในฐานะท่เี ป็นผผู้ ลติ ความรู้ ผกู้ ระจายความรู้ และผู้ใช้ความรู้

ถนอมพร เลาหจรัสแสง ได้เสนอทักษะท่ีจาเป็นสาหรับครูไทยในอนาคต (C-Teacher) ไว้
8 ประการคือ

๑. Content ครูต้องมีความรู้และทักษะในเร่ืองที่สอนเป็นอย่างดี หากไม่แม่นในเร่ืองที่
สอนหรือถา่ ยทอดแล้ว กย็ ากท่นี ักเรยี นจะมีความรู้ความเขา้ ใจในเน้อื หาน้ัน ๆ

๒. Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการ
จัดการเรียนการสอน เนื่องจากกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีจะช่วยกระตุ้นความสนใจ
ให้กับนักเรียน และหากออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริม
ความรูแ้ ละทักษะท่ีตอ้ งการไดเ้ ป็นอยา่ งดี

๓. Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้น
เองได้จากภายในตัวของผู้เรียนเอง โดยเช่ือมโยงความรู้เดิมที่มีอยู่ภายในเข้ากับการได้ลงมือปฏิบัติ
กิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งครูสามารถนาแนวคิดน้ีไปพัฒนาวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือให้นักเรียน
เกดิ ความรู้และทกั ษะท่ีต้องการได้

๔. Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้เช่ือมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้เรียน
กับครู ครูภายในสถานศึกษาเดียวกันหรือต่างสถานศึกษา ระหว่างสถานศึกษา และสถานศึกษากับ
ชุมชน เพอ่ื สร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ทีเ่ ปน็ ประสบการณต์ รงให้กบั นักเรยี น

๕. Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้แบบ
ร่วมมือกันระหว่างนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียนด้วยกัน เพื่อฝึกทักษะการทางานเป็นทีม
การเรยี นรูด้ ้วยตนเอง และทักษะทส่ี าคัญอ่นื ๆ

๑๗๙

๖. Communication ครูต้องมีทักษะการสื่อสาร ท้ังการบรรยาย การยกตัวอย่าง การ
เลือกใช้ส่ือ การนาเสนอส่ือ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้
ใหก้ บั นกั เรยี นได้อย่างเหมาะสม

๗. Creativity ในยคุ สมัยหนา้ ครตู อ้ งออกแบบสร้างสรรค์กจิ กรรมการเรยี นรู้ จัดสภาพแวดล้อม
ให้เอ้ือต่อการเรยี นรดู้ ้วยตนเองของผเู้ รียน มากกว่าการเปน็ ผถู้ า่ ยทอดความร้โู ดยตรงเพียงอย่างเดยี ว

๘. Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่าง
จรงิ ใจตอ่ นักเรียน เพ่ือให้นักเรียนเกิดความเชื่อใจ ส่งผลให้เกิดสภาพการเรียนรู้ตื่นตัวแบบผ่อนคลาย
ซ่ึงเป็นสภาพท่นี กั เรียนจะเรียนรูไ้ ดด้ ีทส่ี ุด

พิณสุดา สิริธรังศรี เสนอรายงานการสังเคราะห์องค์ความรู้ในหัวข้อ "การยกระดับ
คณุ ภาพครไู ทยในศตวรรษที่ ๒๑" สรปุ คณุ ลกั ษณะครไู ทยท่ีมคี ณุ ภาพ จะตอ้ งมลี กั ษณะดังตอ่ ไปน้ี

๑. เป็นผ้มู ีจติ วญิ ญาณของความเปน็ ครูและผใู้ ห้
๒. มคี วามรู้ ความสามารถและทักษะการจดั การเรียนรู้
๓. มีทักษะการสอ่ื สาร
๔. อานวยความสะดวกในการเรียนรทู้ ี่มีประสิทธิภาพ
๕. ต่ืนรู้ ทนั สมัยทนั เหตกุ ารณ์
๖. ตามทันเทคโนโลยีและข่าวสาร
๗. สรา้ งแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ของผเู้ รยี น
๘. ใฝค่ วา้ และแสวงหาความรู้อย่างต่อเน่ือง
๙. เป็นแบบอย่างทางคณุ ธรรมจริยธรรมและศลี ธรรม
๑๐. รู้และเข้าใจในอตั ลักษณค์ วามเปน็ ชนชาตไิ ทยท่หี ลากหลาย
๑๑. ภาคภมู ใจในความเปน็ พลเมืองไทยและพลเมอื งโลก
๑๒. ยอมรบั และเปน็ ผู้นาการเปลีย่ นแปลง
๑๓. มีความพรอ้ มและปรับปรงุ ต่อการเปลีย่ นแปลงของโลกและประชาคมอาเซยี น

เป้าหมายหลักของการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยคือ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็น
บุคคลท่ีมีคุณภาพ และมีจุดมุ่งหมายท่ีสาคัญในการพัฒนาคือให้ผู้เรียนเป็น คนดีมีปัญญามีความสุขมี
ศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพเป็นใจความท่ีปรากฏในหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 25512 การที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวต้องอาศัย ครู
อาจารย์หรือผู้สอนที่มีทักษะในการจัดการเรยี นรู้ครู อาจารย์ทมี่ ีเจตคตติ ่อวิชาชีพครูท่ีดีและมีแรงจูงใจ
ใฝ่สัมฤทธิ์ สูงโดยเฉพาะในยุคศตวรรษที่ 21 แนวคิดเรื่องทักษะการเป็นครูในศตวรรษท่ี 21 ได้ถูก

2สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน, “แนวดาเนินงานของคณะกรรมการเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน”, (กรุงเทพมหานคร : คุรสุ ภา, 2551)

๑๘๐

นาเสนอในหนังสือเรื่องทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพ่ือศตวรรษท่ี 213 ท่ีกล่าวถึงแนวโน้ม
สภาพการณ์ การปฏิรปู การศึกษาที่เปน็ กระแสใหม่ทั่วโลกเพราะเป็นยุคศตวรรษท่ี 21 สภาพการของ
โลกนี้เปล่ียนไปเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีเป็นสังคมโลกท่ีสลับซับซ้อนเชื่อมโยงและ
เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสังคมโลกกลายเป็นสังคมความรู้ (Knowledge Society) หรือ
สังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ด้วยเหตุน้ี ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและ
องค์การทางการศึกษา จึงต้องปรับตัวให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) ทุก
ภาคสว่ นของสังคมควรจะตอ้ งทมุ่ เทให้กับการศึกษา ทั้งนี้เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ชีวิต
และการกล่อมเกลาของคนโดยคนและเพ่ือคน ดังนั้น คนจึงเป็นส่วนสาคัญที่สุด เป็นศูนย์กลางของ
กระบวนการเรียนรู้ท้ังปวง ประกอบกับนานาทัศนะมีความเห็นสอดคล้องกันเป็นท่ียอมรับกันแล้วว่า
เศรษฐกิจ และสังคมจะดีเพียงใดจะแข่งขันในตลาดโลกได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชน
คุณภาพแรงงานและคุณภาพของผู้นาในวงการต่าง ๆ ท้ังยังยอมรับกันว่า คุณภาพคนข้ึนอยู่กับ
คุณภาพการศึกษาและคุณภาพ การศึกษาขน้ึ อยกู่ บั คณุ ภาพครู อาจารย์เปน็ หลัก4

ผู้วิจัยจึงได้จัดทา “คู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาสภาพคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของอาจารยม์ หาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย เพ่ือพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเพื่อนาเสนอรูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพ่ือจะนาไปใช้ให้
เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยมีสาระสาคัญของคู่มือประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๔ ด้าน ดังน้ี
๑) ความสามารถในการสอน ๒) ด้านบุคลิกภาพ ๓) ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ๔) ด้านการให้
คาปรกึ ษากับนิสิต

การใช้คู่มือคู่มือรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั มีขนั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี

๑. ให้คณะทุกคณะ วิทยาเขต และวิทยาลัยสงฆ์ ที่สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลยั จดั โครงสร้างคณะกรรมการพฒั นาศักยภาพของอาจารย์เก่ียวกับรูปแบบการพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยแต่งต้ัง
คณะทางานผู้รับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งควรเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในหา
ข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย เพ่อื ให้การดาเนินงานตามภารกิจ และเปน็ การทางานแบบมีส่วนรว่ มในสถาบัน

3เจมส์ เบลลันกา และ รอน แบรนต์, “ทกั ษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพ่ือศตวรรษท่ี 21”, 21st
Century Skills: Rethinking How Students Learn โดย วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง และ อธิป จิตตฤกษ์,
(กรุงเทพมหานคร : โอเพน่ เวิรล์ , 2554)

4สุมน อมรวิวัฒน์, “สมบัติทิพย์การศึกษาไทย” (กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
2533)

๑๘๑

๒. ให้คณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ เสนอแต่งต้ังกาหนดคณะทางาน
ผู้รับผิดชอบร่วมกันทาหน้าที่ตามขอบข่ายภารกิจของรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

๓. ดาเนินการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวทิ ยาลัย ตามรายละเอยี ดในคู่มอื

๔. สรปุ และรายงานผลการดาเนนิ งาน

สารบัญ ๑๘๒

เร่อื ง หน้า
คานา (-)
คาชแี้ จงการใช้คู่มือดาเนนิ การ (-)
(-)
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของอาจารย์ดา้ นความสามารถในการสอน (-)
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องอาจารย์ดา้ นบุคลกิ ภาพ (-)
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของอาจารย์ดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรม (-)
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของอาจารย์ดา้ นการใหค้ าปรึกษากับนสิ ิต

๑๘๓

คณุ ลักษณะอนั พึง ๑. มาตรฐานวชิ าชพี ครู รปู แบบการพฒั นา
ประสงคข์ องอาจารย์ ๑) ค่านยิ มและคณุ ลักษณะความเป็นครู คุณลักษณะอนั พงึ
๑. ด้านความสามารถใน ๒) ความรแู้ ละศาสตรก์ ารสอน
การสอน ๓) การปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ท่ี ประสงค์ของ
๒. ด้านบคุ ลิกภาพ ๔) ความสมั พันธ์กบั ผู้ปกครองและชุมชน อาจารย์
๓. ดา้ นคณุ ธรรมจริยธรรม
๔. ด้านการใหค้ าปรึกษา มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราช

วทิ ยาลัย

หลักธรรมทใ่ี ชใ้ นการ ๒. ด้านบคุ ลกิ ภาพ ๓. ด้านคุณธรรม ๔. ด้านการให้

พัฒนาคุณลักษณะอัน (กัลยาณมิตร) จริยธรรม คาปรกึ ษา

พึงประสงค์ของ ๑) ปโิ ย (มชั ฌมิ าปฏิปทา) (อรยิ สัจ ๔)

อาจารย์ ๒) ครุ ๑) สัมมาทิฏฐิ ๑) ทกุ ข์

๑. ดา้ น ๓) ภาวนีโย ๒) สมั มาสงั กัปปะ ๒) สมทุ ยั

ความสามารถในการ ๔) วตฺตา จ ๓) สมั มาวาจา ๓) นโิ รธ

สอน (พุทธลลี าใน ๕) วจนกฺขโม ๔) สมั มากมั มนั ตะ ๔) มรรค

การสอน) ๖) คมภฺ รี ญจฺ กถ กตฺตา ๕) สมั มาอาชีวะ

๑) สนั ทสั สนา ๗) โน จฏฐาเน นโิ ยชเย ๖) สมั มาวายามะ
ภา๒พ)รสูปมแาบทบปกนาารพัฒนาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของอาจา๗รย) ส์ มัมหมาาวสทิ ตยิ าลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓) สมุตเตชนา ๘) สัมมาสมาธิ
๔) สัมปหังสนา ที่มา : พระครสู มหุ ท์ ิพย์ สริ ิธมฺโม (การเพียร), ๒๕๖๑.

ภาคผนวก ข

รายชือ่ ผทู้ รงคุณวฒุ ิและหนงั สือเชิญ

- รายช่อื ผ้ทู รงคณุ วุฒใิ นการตรวจเครือ่ งมอื วจิ ยั
- รายช่ือผ้ใู ห้ขอ้ มูลสาคัญในการการสัมภาษณ์
- รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในการสนทนากลมุ่
- หนังสอื เชญิ ผู้ทรงคุณวฒุ ิ

๑๘๕

รายชอ่ื ผูท้ รงคุณวฒุ ิในการตรวจเครื่องมือวิจยั

ผทู้ รงคณุ วฒุ ิในการตรวจเครื่องมือวิจยั ๕ รปู /คน
1. พระมหาสมบรู ณ์ สธุ มฺโม, รศ.ดร. รองคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย
๒. รองศาสตราจารย์ ดร.ชาติชาย พิทักษ์ธนาคม คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวทิ ยาลยั
๓. ดร.อานาจ บัวศริ ิ คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.โยธิน ศรีโสภา มหาวิทยาลยั ราชภฎั นครปฐม
๕. ผ้ชู ว่ ยศาตราจารย์ ดร.จติ ตริ ตั น์ แสงเลิศอุทัย มหาวิทยาลัยราชภฎั นครปฐม

๑๘๖

รายชอ่ื ผูใ้ ห้ข้อมูลสาคญั ในการสมั ภาษณ์

ผ้ใู หข้ อ้ มลู สาคัญในการสมั ภาษณ์ จานวน ๗ รูป ดงั น้ี
๑. พระราชปริยตั กิ วี รศ.ดร. อธิการบดมี หาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วันท่ี 3
ธนั วาคม 2561
๒. พระสุวรรณเมธาภรณ์ ผศ. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย วันท่ี 8 พฤศจิกายน 2561
๓. พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร ดร. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลยั วนั ท่ี 3 ธันวาคม 2561
๔. พระราชปริยตั มิ นุ ี รศ.ดร. คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั วันที่ 3 ธนั วาคม 2561
๕. พระราชสุตาภรณ์ รศ. ดร. คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561
๖. พระครูปริยัติกิตติธารง รศ. ดร. คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย วนั ท่ี 5 พฤศจิกายน 256
๗. พระครูสังฆรักษ์เอกภัทร อภิฉนฺโท ผศ. ดร. คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วันท่ี 6 พฤศจกิ ายน 2561


Click to View FlipBook Version